24 พฤษภาคม 2555, 18:45:34
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
A A A A  ระเบียบปฎิบัติ
   
Languages    
  หน้า: 1 ... 41 42 [43]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: เกียรติภูมิจุฬาฯของเรา  (อ่าน 60895 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 5 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
พธู ๒๕๒๔
Administrator
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ซื่อต่อนายไม่หน่ายมิตรใกล้ชิดลูกน้องคุ้มครองชาวBan
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 64
คณะ: niti
กระทู้: 5,944


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1050 เมื่อ: 07 กุมภาพันธ์ 2555, 22:52:36 »



      บันทึกการเข้า

เว้นชั่ว ประพฤติชอบประกอบแต่สิ่งดีงาม ทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 13,872


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1051 เมื่อ: 23 กุมภาพันธ์ 2555, 18:49:06 »

ข่าวล่าสุดครับ

สภาจุฬาฯ เสนอ "หมอภิรมย์" เป็นอธิการฯ ต่อ
วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 17:36 น.

 

สภาจุฬาฯมีมติป็นเอกฉันท์เสนอ "หมอภิรมย์" เป็นอธิการบดีต่ออีก วันนี้ (23 ก.พ.) ที่ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารจามจุรี 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร.คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ นายกสภาจุฬาฯ เปิดเผยภายหลังการประชุมสภามหาวิทยาลัย ซึ่งมีวาระการสรรหาอธิการบดีจุฬาฯคนใหม่ ว่า คณะกรรมการสรรหาฯ ซึ่งมี ศ.ดร.ประเวศ วะสี เป็นประธานฯ มีมติเสนอชื่อ ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาฯ คนปัจจุบัน เป็นอธิการบดี ซึ่งที่ประชุมสภามีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการสรรหาฯ เสนอ  โดยกระบวนการหลังจากนี้ ศ.นพ.ประเวศ จะดำเนินการทาบทาม ศ.นพ.ภิรมย์ เข้ารับตำแหน่ง ซึ่งตนคิดว่าไม่น่าเป็นปัญหา จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้งตามขั้นตอนต่อไป   
 

"ในที่ประชุมไม่มีข้อซักถามและไม่มีความเห็นคัดค้านต่อการนำเสนอชื่อ ศ.นพ.ภิรมย์ โดยส่วนตัวไม่ทราบว่าข่าวเรื่องความขัดแย้งมาจากที่ใด แต่ขอยืนยันว่าจุฬาฯ ไม่มีความขัดแย้้งกัน เพราะทุกคนมีพระเกี้ยวในหัวใจ หากมีความเห็นต่างก็สามารถปรับเข้าหากัน โดยมีมหาวิทยาลัยเป็นเป้าหมายหลักของทุกคน" นายกสภาจุฬาฯ กล่าว   
 

ศ.ดร.คุณหญิงสุชาดา กล่าวต่อว่า จากนี้ไปการทำงานของสภามหาวิทยาลัยและฝ่ายบริหารรวมทั้งประชาคมจุฬาฯ ก็จะทำงานร่วมกันเป็นเนื้อเดียวกัน โดยนโยบายของตนในฐานะเป็นนายกสภาคนใหม่ จะมุ่งเน้นการบริหารงานบุคคล ตลอดจนการบริหารงานด้านการเงินและงบประมาณให้มีความคล่องตัว และมุ่งสร้างบัณฑิตที่เป็นคนดีให้กับแผ่นดิน และให้มีการพัฒนาองค์ความรู้ในการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงมุ่งสร้างนวัตกรรมใหม่ให้กับสังคม


http://www.dailynews.co.th/education/14144
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 13,872


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1052 เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2555, 22:10:05 »

คุณหญิงสุชาดาลั่นยกเครื่องสภาจุฬาฯ รื้อนโยบาย-ปรับเงินเดือน ดึงคนเก่งเข้ารั้งคนเก่าอยู่ต่อ
วันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 เวลา 14:52:33 น.
 
 
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า สภาจุฬาฯ ภายใต้ พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2551 ซึ่งเป็น พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ กำหนดให้สภามหาวิทยาลัยมีบทบาทหน้าที่มากขึ้นทั้งการบริหารงานบุคคล และงบประมาณ ดังนั้น ตนคิดว่าสภาจุฬาฯ ที่มีตนเองเป็นนายกคงต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการทำให้งานให้มีความคล่องตัวและกระฉับกระเฉงมากขึ้น เพื่อให้จุฬาฯ สามารถทำงานได้บรรลุวัตถุประสงค์ ตาม พ.ร.บ.ใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจต้องรื้อนโยบายบางอย่างของมหาวิทยาลัย โดยต่อไประบบจะต้องมีการประเมินผู้บริหารระดับสูงแบบวัดที่ผลงานมากขึ้น ขณะเดียวกันสภาเองก็จะต้องประเมินการทำงานของตัวเองด้วย เพื่อให้ระบบริหารจัดการมีความเป็นสากลมากขึ้น เป็นเครื่องมือในการประกันได้ว่ามหาวิทยาลัยสามารถเป็นหลักให้สังคมได้


นายกสภาจุฬาฯกล่าวต่อว่า โดยเฉพาะเรื่องการบริหารงานบุคคลที่จะต้องมาดูให้พนักงานมหาวิทยาลัยได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง  เพราะการที่รัฐบาลที่ได้ปรับเงินเดือนให้ผู้ที่จบปริญญาตรีเป็น 15,000 บาท หรือปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำนั้น แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อมหาวิทยาลัยด้วย สมมุติว่าเงินเดือนของจุฬาฯ ต่ำกว่าเงินเดือนขั้นต่ำของหน่วยงานอื่น คนเก่งก็จะไม่อยากมาทำงานกับจุฬาฯ


“มหาวิทยาลัยคงต้องมาดูตัวเองว่า หากพนักงานมหาวิทยาลัยของเรายังได้รับเงินเดือนเท่านี้ จะเพียงพอหรือไม่ เพราะหากเราไม่ปรับคนที่เก่ง ดี มีคุณภาพ ก็คงไม่อยากมาทำงานกับเรา ที่สำคัญไม่ใช่เฉพาะคนที่เข้าใหม่เท่านั้น แต่จะต้องดูไปถึงคนที่อยู่มาเก่าด้วย จบปริญญาตรีเหมือนกันแต่ยังไม่ถึง 15,000 จะทำอย่างไร หรือทำงานมานานแต่เงินเดือน 15,200 บาท ขณะที่เด็กจบใหม่เข้ามา 15,000 คนที่อยู่เก่าก็อาจจะเสียความรู้สึก ซึ่งก็ต้องไปดูเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม” คุณหญิงสุชาดากล่าว


 
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1330502028&grpid=00&catid=&subcatid=
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 13,872


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1053 เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2555, 22:13:03 »

ลุ้นระทึก ! ประกาศแล้วครับ รับตรงจุฬาฯ ปี 55 อย่าเป็นลมเสียก่อน !
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 เวลา 20:47:07 น.
   
 
วันนี้ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ได้ประกาศผลการรับบุคคคลเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี โดยวิธีการรับตรง ปีการศึกษา 2555


รายชื่อที่ประกาศคือผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์


อยากรู้ว่า ผลสอบ คลิกดูที่นี่เลย เดี๋ยวนี้


http://admission2.atc.chula.ac.th/ChkStat1.aspx
 
มติชน ออนไลน์
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1330437092&grpid=&catid=19&subcatid=1903
      บันทึกการเข้า
Pete15
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,466


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1054 เมื่อ: 02 มีนาคม 2555, 09:05:56 »

     มา ครับ
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 13,872


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1055 เมื่อ: 02 มีนาคม 2555, 16:22:18 »

สวัสดีครับ พี่ปี๊ด

ศุกร์ที่ 2 มีนาคม 2555 (วันนี้) เริ่มงานตั้งแต่เวลา 15.30 น. เป็นต้นไป หน้าตึก 3 คณะวิศวะกรรมศาสตร์ จุฬาฯ


      บันทึกการเข้า
wannee
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: จุฬาฯรุ่นประวัติศาสตร์ 2516
คณะ: ทันตแพทยศาสตร์
กระทู้: 3,865


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1056 เมื่อ: 03 มีนาคม 2555, 20:29:28 »


มาค่ะ
      บันทึกการเข้า

"เสียด" ภาษาจีนฮากกา แปลว่า หิมะ
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 13,872


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1057 เมื่อ: 21 มีนาคม 2555, 17:48:13 »

เจาะใจ..หญิงแกร่ง คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ "ความเฉียบขาดเป็นนิสัยแต่โบราณ..ต่อไปจะนุ่มนวลลง!!!
วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555 เวลา 16:35:55 น.


หลัง คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น "นายกสภาจุฬาฯ" เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาต่อจาก นพ.จรัส สุวรรณเวลา อดีตนายกสภาจุฬาฯ ที่หมดวาระลงหลังนั่งอยู่ในตำแหน่งนี้มานานนับ 10 ปี

โดยคุณหญิงสุชาดาได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญๆ ให้แก่ประชาคมจุฬาฯ โดยถือเป็นสตรีคนแรกของจุฬาฯ ที่ได้ดำรงตำแหน่งนายกสภาจุฬาฯ หลังจากที่เคยดำรงตำแหน่งอธิการบดีหญิงคนแรกของจุฬาฯ มาแล้ว

"มติชน" จึงถือโอกาสนี้สัมภาษณ์พิเศษเพื่อเปิดใจ "หญิงเก่ง" และ "หญิงแกร่ง" แห่งรั้วจามจุรี ในฐานะนักบริหารหญิงสู่ผู้กำหนดนโยบายและทิศทางของจุฬาฯ ที่จะก้าวต่อไปเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 รวมถึงการเข้าไปแก้ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการสรรหาอธิการบดีจุฬาฯ ในช่วงที่ผ่านมา

- หลายคนจับตาดูผู้หญิงคนแรกที่เคยเป็นอธิการบดี และยังได้เป็นนายกสภาจุฬาฯ รู้สึกอย่างไรบ้าง?

"ความที่เป็นผู้หญิง ก็รู้สึกว่าเป็นเกียรติ และปลื้มที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาคมจุฬาฯ ถ้าประชาคมไม่เอาด้วยก็คงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับผู้หญิง เพราะในวงวิชาการแม้เราจะมีผู้บริหารระดับคณบดีเป็นผู้หญิง แต่การจะขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ต้องยอมรับว่าค่อนข้างลำบาก แต่ความกดดันในการทำงานจะเกิดกับตัวเองมากกว่า เพราะเป็นคนที่วางเป้าหมายไว้ว่าจะทำอะไรบ้างแต่เป็นความโชคดีที่อยู่ในจุฬาฯ มานานจะค่อนข้างเข้าใจคนทุกระดับ"

- มีนโยบายที่จะยกเครื่องสภาจุฬาฯ ในเรื่องใดบ้าง?

"การยกเครื่องสภามหาวิทยาลัยมาพร้อมกับข้อกำหนดของกฎหมาย เพราะการที่จุฬาฯ เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐไม่ใช่มหาวิทยาลัยของรัฐที่เป็นส่วนราชการมีข้อกำหนดที่แตกต่าง คือกำหนดว่าสภามหาวิทยาลัยคือองค์กรสูงสุดที่กำกับดูแลมหาวิทยาลัย ทำให้ต้องทำหน้าที่ได้ตามความคาดหวังของประเทศชาติและกฎหมายรวมทั้ง ต้องบริหารจัดการให้ได้ด้วยดี ที่เคยบอกว่าเป็นส่วนราชการแล้วทำงานอืด ล่าช้า ในเมื่อขอเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐเพื่อจะแก้ปัญหาเหล่านี้ก็ต้องแก้ให้ได้

ทั้งนี้ จุฬาฯ ออกนอกระบบตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2551 ตามกรอบความคิดมองว่ามหาวิทยาลัยน่าจะมีการบริหารจัดการที่ไม่ใช่แบบส่วนราชการ ซึ่งเท่าที่ดูทุกวันนี้ยังเป็นอยู่ไม่ค่อยมีความเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐมหาวิทยาลัยก็ต้องพิสูจน์ตัวเอง ให้มีความคล่องตัวและมีความโปร่งใสในการทำงาน

สภามหาวิทยาลัยถือเป็นหน่วยเหนือที่ต้องรับบทหนักดูแลเรื่องนี้ คือจากนี้ไปต้องกำกับดูแลให้มหาวิทยาลัยเดินไปในทิศทางที่เหมาะที่ควร และในบทบาทหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัยตาม พ.ร.บ.จุฬาฯ มาตรา 21 เขียนไว้ชัดขึ้นว่า สภามหาวิทยาลัยจะต้องดูข้อบังคับว่ามหาวิทยาลัยทำอะไรได้บ้าง และ 2 ข้อที่ชัดเจนคือ ข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานบุคคล ข้อบังคับว่าด้วยการเงินการคลัง งบประมาณ ซึ่งเป็นข้อย่อยของมาตรา 21 และยังมีข้อย่อยออกมา เช่น เรื่องประเมินจากเดิมที่ไม่มีการประเมินตามสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) แต่ตอนนี้มีการประเมิน ทั้งผู้บริหารระดับสูงว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง แต่สภามหาวิทยาลัยเองก็ต้องดูว่าภายใต้ระบบการบริหารงานสมัยใหม่

การจะมีธรรมาภิบาลไม่ใช่ประเมินเฉพาะผู้บริหารเท่านั้น สภามหาวิทยาลัยต้องประเมินตัวเองด้วยว่าทำหน้าที่ได้ดีหรือไม่ จะเหมือนกับองค์กรทั่วไปในสากลที่ต้องประเมินตัวเอง ประเมินฝ่ายบริหาร ประเมินผู้บริหาร เพื่อจะเป็นเครื่องมือในการการันตีว่าสังคมจะได้ผลผลิต ผลลัพธ์ของมหาวิทยาลัยอย่างที่พึงเป็น และอย่างที่คาดหวัง ตราบเท่าที่ยังใช้เงินงบประมาณแผ่นดินอยู่ ก็ต้องตอบโจทย์ตรงนี้ให้ได้ไม่ใช่จะเอาเงินหลวงไปทำอะไรก็ได้"

- บทบาทของสภาจุฬาฯ ในปัจจุบันเป็นอย่างไร?

"จากที่เข้ามาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาจุฬาฯ และเข้าร่วมประชุม 2-3 ครั้ง ยังเห็นว่าสภาจุฬาฯ ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ยังทำงานคล้ายๆ กับสภาจุฬาฯ ภายใต้ พ.ร.บ.เดิมอยู่จึงต้องมานั่งดูว่าในเมื่อสภาต้องมีหน้าที่ใหม่ตาม พ.ร.บ.จุฬาฯ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ สิ่งที่เราต้องทำให้เป็นความจริงให้ได้คือ สภาจุฬาฯ ต้องมีผลงาน เพราะฉะนั้นสภาจุฬาฯ ต้องมาดูว่าเราจะกำหนดทิศทางสภาจุฬาฯ ไปอย่างไรแทนที่จะบอกให้มหาวิทยาลัยไปคิดเองสภามหาวิทยาลัยต้องมีบทบาทในการดูแลตรงนี้ เราอาจต้องมานั่งรื้อนโยบายอะไรบางอย่างของมหาวิทยาลัย อาทิ เรื่องภาษาอังกฤษจุฬาฯ เองมีหลักสูตรภาษาอังกฤษอยู่บ้างแต่จุฬาฯ ยังยึดหลักความเป็นมหาวิทยาลัยแห่งชาติที่ต้องดูแลเรื่องเอกลักษณ์ภาษาไทย ซึ่งก็คงไม่ปรับเปลี่ยนและต้องดูแลต่อไป แต่จะต้องมีหน้าที่เพิ่มว่าเราต้องดูแลบัณฑิตของเราให้ออกไปทำงานในระดับสากลได้ โดยที่ยังมีความเป็นไทยมีเอกลักษณ์ของไทยอยู่

พอมาดูอย่างนี้ ต้องมาวางภาพกว้าง มหาวิทยาลัยต้องเข้ามาช่วยกันทำงานให้เป็นหนึ่งเดียวให้ได้ หลังจากนั้นต้องกำกับเรื่องการบริหารภายใน เพราะว่าเราจะพูดแต่ภาพสวยว่าเราจะเป็นแบบนั้น แบบนี้โดยที่ไม่ดูข้างล่างไม่ได้ อย่างเช่นระบบการบริหารบุคลากร ถ้าจุฬาฯ จะเปลี่ยนหลักการใหม่ว่าเงินเดือนดี ผลผลิต ผลลัพธ์ของงานต้องดีด้วย นั่นคือจะเน้นเรื่องการประเมินการสรรหาคนเข้ามาทำงาน การกำหนดว่าต้องมีผลงานอะไรเท่าไหร่และคุณภาพอย่างไร เราต้องการองค์กรที่ใช้คำว่า "Lean" คือองค์กรที่ทุกคนกระฉับกระเฉง มีการพัฒนาตนเองที่ดี มุ่งพัฒนาตนเองเพื่อองค์กร และการจะใส่เรื่องเหล่านี้เข้าไปไม่ใช่ของง่าย เป้าหมายสำคัญคือคนในมหาวิทยาลัยต้องมีความกระฉับกระเฉงมากขึ้น เพราะโลกไม่รอให้ท่านเดินอย่างช้าๆ อีกแล้ว"

- ถ้าปรับบทบาทของสภาจุฬาฯ ฝ่ายบริหารจะต้องปรับอะไรบ้าง?

"เรามาจากระบบราชการอยู่ดีๆ จะปรับเปลี่ยนคนในทันทีคงจะยาก ไม่เหมือนระบบเอกชนเพราะถือเป็นเรื่องใหญ่คือจะทำอย่างไร จึงจะใส่เข้าไปในหัวใจเพื่อให้คนในจุฬาฯ มองในเรื่องเดียวกันว่าการได้เข้ามาทำงานในจุฬาฯ ถือเป็นโอกาสทองที่ได้มาสร้างคนได้มาทำงานเพื่อความสุข และความสุขนั้นเกิดจากการได้ทำงานที่รัก หากงานที่รักประสบความสำเร็จเห็นแล้วยิ้มได้ ถึงเหนื่อยก็ไม่เป็นไรขอให้เรามีส่วนในการสร้างคนเก่ง คนดี มีส่วนในการสร้างอนาคตของชาติคนที่จะเข้ามาทำงานในมหาวิทยาลัยควรจะมีใจแบบนี้"

- จะมีตัวชี้วัดการทำงานของอธิการบดีจุฬาฯ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารอย่างไร?

"ในมาตรา 21 มีข้อหนึ่งที่ต้องประเมินผลการทำงานของผู้บริหารระดับสูงยอมรับว่าตัวดิฉันเองยังใหม่มากสำหรับการทำงานตรงนี้ แต่คงต้องใช้ระบบการประเมินแบบองค์กรทั่วไปที่ต้องประเมินตัวเอง นายกสภาจุฬาฯ ก็ต้องประเมินตัวเองว่าเราทำงานครบถ้วนหรือไม่ ระบบการประเมินที่ดีจะทำให้ทุกคนขยันขึ้น ดังนั้น ระบบการประเมินที่เป็นกัลยาณมิตร เกลี่ยคนให้ไปหาผลงานที่ควรจะเป็น คงไม่ถึงขนาดไปไล่จี้ แต่ต้องทำให้ตระหนักเห็นภาพ เพราะหากทุกคนยังไม่ตระหนักเห็นภาพ มันไม่มีที่จะยืน คนที่ไล่จี้เราไม่ใช่แค่นี้ แต่เป็นประชาคมทั้งโลก ไม่ว่าจะเป็นประชาคมอาเซียน อาเซียน+3 ต้องมองภาพว่าเราจะเอาตัวรอดอย่างไร"

- การทำงานระหว่างนายกสภา กับอธิการบดี จะผสานกันได้ลงตัวหรือไม่ หลังเกิดภาพความขัดแย้งในการสรรหาอธิการบดี?

"ดิฉันเองงงมาก ว่าถูกลากเข้าไปสู่ความขัดแย้งได้อย่างไร เพราะจริงๆ แล้วตลอด 4 ปีที่ นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล เป็นอธิการบดี ตัวดิฉันเองไม่มีบทบาทอะไรในมหาวิทยาลัยเลย เพิ่งจะเข้ามาไม่กี่เดือน ประชุมสภาจุฬาฯ ในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประมาณ 3 ครั้ง ในความคิดความฝันก็ไม่ได้คิดว่าจะกลับมาเป็นนายกสภาจุฬาฯ เร็วขนาดนี้แต่การที่แคนดิเดตที่จะเป็นอธิการบดีคนหนึ่ง ทั้งที่จริงก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรเขาก็เป็นคณบดีคนหนึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของอธิการบดีเอง แต่พานมาถึงดิฉันก็ดูไม่เป็นธรรมแต่ก็คงไม่ใช่หน้าที่ที่จะไปปฏิเสธว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องตลกเราคงต้องเงียบ

แต่คิดว่าดิฉันกับอธิการบดีก็เคยทำงานร่วมกันมา ขณะที่ดิฉันเป็นอธิการบดีท่านก็เป็นคณบดีคณะแพทยศาสตร์แล้วทีมของท่านก็เป็นคนที่รู้จักคุ้นเคยกันมาเหมือนเป็นทีมเดียวกันมองไม่ออกว่าจะมีความขัดแย้งตรงไหนเพียงแต่ต่อไปอาจจะต้องมาคุยกันให้เข้าใจว่า ภายใต้ พ.ร.บ.ใหม่ ฝ่ายบริหารต้องเข้าใจสภามหาวิทยาลัย เพราะสภามหาวิทยาลัยก็ถูกกำกับด้วยบทบาทหน้าที่ แล้วสภามหาวิทยาลัยก็ต้องถูกตรวจสอบ ขณะนี้หากมีอะไรเกิดขึ้นสภามหาวิทยาลัยต้องมีส่วนรับผิดชอบและไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรดีหรือไม่ดีสภามหาวิทยาลัยก็ต้องถูกถามว่าทำอะไรอยู่ทำไมไม่กำกับดูแลให้ดี เพราะสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้ดูแลเรื่องนโยบายทุกอย่างดูแลให้เกิดสิ่งต่างๆ"

- คิดว่าการทำงานในตำแหน่งนายกสภาจุฬาฯ จะราบรื่นหรือไม่?

"ราบรื่นแน่นอน ตั้งแต่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายกสภาจุฬาฯ อธิการบดีได้พาทีมผู้บริหารมาพบ ซึ่งดิฉันได้เรียนอธิการบดีไปว่าเข้ามาด้วยความตั้งใจจะมาทำงานจริงๆ เพื่อจุฬาฯ และบอกว่าถ้าทุกคนเอาใจไปวางที่เดียวกัน คือที่มหาวิทยาลัย ที่นิสิต ที่บัณฑิต ที่บทบาทของจุฬาฯ ที่จะทำหน้าที่ในการดูแลอุดมศึกษาจะไม่มีความขัดแย้ง เพราะอธิการบดีเองต้องมองอย่างนี้อธิการบดีเองจะบอกว่าไม่เอาจะมองอย่างอื่นก็ไม่ได้ในเมื่อมองที่เดียวกันมองตรงกันงานก็ต้องประสบความสำเร็จ ซึ่งได้บอกทีมบริหารไปว่าขอให้เข้าใจสภามหาวิทยาลัยด้วยว่ามีหน้าที่ต้องทำตามกฎหมาย ไม่เช่นนั้นก็ถือว่าสภามหาวิทยาลัยบกพร่องในหน้าที่ ฉะนั้น ไม่ว่าจะเคยชินกับอะไรมาก็แล้วแต่ ขอให้เข้าใจบทบาทของสภามหาวิทยาลัยชุดใหม่ด้วย แต่เราจะทำงานไปด้วยกันเราต้องจับมือไปด้วยกันเปลี่ยนจุฬาฯ ให้เป็นสีชมพูที่เข้มขึ้น จับมือเดินไปในลักษณะที่มองการพัฒนาของจุฬาฯ และประเทศชาติเป็นหลัก"

- ดูเหมือนปีนี้สตรีจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำมากขึ้น ความแข็งแกร่ง การตัดสินใจ ความเฉียบขาด จะแตกต่างกับผู้ชายหรือไม่?

"คนอื่นดิฉันไม่ทราบ แต่ดิฉันความเฉียบขาดเป็นนิสัยแต่โบราณ ซึ่งต่อไปนี้อาจจะต้องนุ่มนวลลง"

- บทบาทระหว่างนายกสภาจุฬาฯ กับตอนเป็นอธิการบดีแตกต่างหรือไม่?

"ดิฉันต้องบอกว่าเราทำหน้าที่เป็นผู้บริหารมาตลอดชีวิตเป็นคนลงมือทำเป็นคนบริหารจัดการ แต่ตอนนี้ต้องบอกตัวเองว่าต้องสวมบทบาทใหม่ ขณะนี้เราไม่ใช่คนลงมือทำแต่เป็นคนกำกับให้คนอื่นลงมือทำ ซึ่งสำหรับดิฉันมองว่ายากเพราะหนึ่งเป็นคนที่ทำอะไรจะทำเร็ว ต้องพยายามปรับว่าเวลาไปกำกับให้คนอื่นทำคนที่ทำก็ต้องมีวิธีคิดของเขาไม่ใช่การไปสั่งไม่มีการสั่งการ และบทบาทของสภาจุฬาฯ จะเป็นลักษณะของการกำกับดูแลประคับประคองให้เดินไปตามทางที่วางไว้ ขณะที่ถ้าเป็นอธิการบดีก็ต้องลงมือทำต้องลงไปไล่ดุ เช่น ราชการเขาปรับเรื่องเงินเดือนต้องไปดูว่าอนาคตจะมีผลกระทบอะไรบ้าง"

- การก้าวสู่ประชาคมอาเซียนจากนี้จะมีทิศทางอย่างไร?

"ยังไม่ได้เข้าไปดูนโยบายตรงนี้มากแต่เท่าที่รู้สึกคือเราเองอาจจะยังไม่ขยับมากเท่าที่ควรตรงนี้ต้องมากำหนดบทบาทร่วมกันไม่ใช่เฉพาะจุฬาฯ ต้องมองภาพรวมว่าเราจะผลิตคนอย่างไรไม่ใช่แค่จะผลิตคนเพื่อไปรับเงินเดือนเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ว่าจะทำอย่างไรให้เด็กเราเก่งดีมีคุณธรรม?

 
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1332234711&grpid=&catid=19&subcatid=1903
      บันทึกการเข้า
  หน้า: 1 ... 41 42 [43]   ขึ้นบน
  
กระโดดไป: