= = = เวียตนาม เว้ ฮอยอัน ดานัง = = =

<< < (20/266) > >>

yyswim:
60
ในปั๊ม ไม่มีหรอก... 7 -  ELEVEn

จะมีก็แต่ ตู้กระจก วางขายสินค้าเล็กๆน้อยๆ

ไอศกรีมโคน ชิ้นละ 10,000 ด็อง ...ก้อ  20 บาท  กระทิงแดงกระป๋อง ...ก้อ ราคาเดียวกัน

และเท่าที่ผ่านตามา เมืองใหญ่ อย่าง เมืองเว้  เมืองดานัง ผมยังไม่เห็น 7 - ELEVEn หรือห้างพวก โลตัส เลย

แต่ ใน จ.มุกดาหาร มี ครบ หมดแล้ว...


 

yyswim:
วันนี้ ขอโพสต์รูปเพิ่ม จำนวนเกือบ 40 รูป

หากดูเพลินๆ ก็แป๊บเดียว เอ๊ง

ท่านใดพลัดหลงเข้ามาอ่าน มอบรอยยิ้มให้กันบ้าง นะครับ....




จาก
http://yyswim.bloggang.com/


เหยง 16:
8 ขออนุญาตเดินเรื่องต่อครับ โดยภาพที่คมชัดและสวยสด ท่านชมได้จากพี่นพ-นพดล  นิเทศ 11 และพี่สิงห์-มานพ
ในส่วนภาพและเรื่องเท่าที่ทราบ จะดำเนินต่อ ดังนี้

คืนวันที่ 4 ต่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2552 คณะทัวร์พักที่ Hue Heritage Hotel เมืองเว้



เช้าวันรุ่งขึ้น 5 กรกฎาคม 2552 ระหว่างรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม มีข่าวออกมาว่า

เมื่อคืนวันที่ 4 ทีมท่องเที่ยวกลางคืน ซึ่งมีจู๋หลิวหรือพี่หลิว เป็นหัวขบวน พร้อม จู๋ดำ-กวางดำ ต้องออกเดินท่องราตรีล่าออกไป
เนื่องจาก สมเกียรติ หรือจู๋ดำ (คำว่า จู๋ ในภาษาเวียตนามแปลว่า พี่) โด๊ปกาแฟเข้าไปตอนสองทุ่ม และหลับทันทีเป็นเวลากว่า
สองชั่วโมง จนกาแฟเริ่มออกฤทธิ์หายง่วงตอนสี่ทุ่มพอดี แต่เมืองเว้ ประชากรส่วนใหญ่ทำงานแต่เช้า จึงนอนไว้คือนอนสี่ทุ่ม
ดังนั้นราตรีในเมืองเว้จึงมืดสนิท เพราะหมดเวลาของคนดี??? จะอยู่บนท้องถนน คณะท่องราตรีจึงต้องนั่งแท็กซี่ยี่ห้อ โตโยต้า อินโนว่า
กลับโรงแรมด้วยราคาเพียง 20 บาทไทย แถมกลับมาเจอโรงแรมปิดไฟหลังสี่ทุ่มอีกต่างหาก กว่าจะคลำทางถึงห้อง เล่นเอาเหนื่อย

ห้อง 402 เป็นห้องสูท มีเตียงใหญ่โต พร้อมสระจากุชชี่ มีกวางดำ-สมเกียรติ วิศว 16, พี่ตั้ง-ศิริชัย Rx16 และพี่เตี้ย-สรรเสริญ สัตว15
เข้าพัก พบว่าทั้งสามคนปล้ำกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ดีที่สุดของโรงแรมที่ติดตั้งไว้ในห้อง เป็นเวลานานแต่ไม่สามารถ
ใช้งานอ่างจากุชชี่ได้ กลายเป็นเสียของไป แม้ล่วงสู่เช้าของวันใหม่ก็ยังใช้งานไม่ได้

เช้าของวันนั้น พี่หลิว Rx14 พร้อมพี่เมา-ทรงเกียรติ ประธานชมรม RCU ออกเดินสำรวจบริเวณเมืองเว้ ใกล้ๆกับโรงแรม โดยยึดหลัก
เดินออกทางขวา และเลี้ยวขวาทุกทางแยก และสุดท้ายจะกลับมาที่โรงแรมได้เป็นวงกลม ผลคือหลงทาง

เวลา 08.10 น. สัมภาระขึ้นรถเสร็จ ล้มหมุนสู่พระราชวังไทฮวา มรดกโลกแห่งหนึ่งของเมืองเว้

เหยง 16:
9 พระราชวังไทฮวา สร้างในปี พ.ศ. 2348 ในสมัยพระเจ้ายาลอง หรือองเชียงสือ (ผู้ ซึ่งมาสวามิภักดิ์ล้านเกล้ารัชการที่ 1
แห่งราชวงศ์จักรี) ปฐมราชวงศ์เหวียน หลังอาณาจักรจามปา ล่มสลายลง เดิมเมืองเว้เป็นเพียงเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่กลางของ
ประเทศเวียตนาม อยู่ในการปกครองของขุนนางเหวียนฮวาง (Nguyen Hoang) ในแผ่นดินของราชวงศ์เล ซึ่งราชวงศ์นี้ปกครอง
แผ่นดินเวียตนามได้ไม่นาน ก็เกิดสงครามแย่งดินแดนขึ้น ตอนเหนือจึงตกแก่ขุนนางตระกูลตริงห์ ตอนใต้ตกแก่ขุนนางตระกูลเหวียน
แต่ความขัดแย้งไม่รู้จบสิ้น ที่สุดสงครามก็เกิดขึ้นอีก พี่น้องตระกูลเตยเซินก่อกบฏและยึดครองเวียตนามได้ทั้งหมด เหวียนฉวางหรือ
ที่คนไทยรู้จักต่อมาในชื่อ องเชียงสือ ซึ่งปกครองเวียตนามในขณะนั้นต้องหนีมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในล้านเกล้ารัชกาลที่ 1 อยู่
นานกว่า 4 ปี และองเชียงสือพาสมัครพรรคพวกลงเรือหนีกลับไปปราบดาภิเษกบรรดาเหล่ากบฏลงได้ในปี พ.ศ. 2345 สถาปนาตนเอง
เป็นจักรพรรดิ์ยาลอง หรือชื่อ Gia Long แห่งราชวงศ์เหวียน ปกครองประเทศเวียตนามต่อมาได้ 33 ปี จึงถูกกองทัพฝรั่งเศสบุกเข้าเมืองเว้
พร้อมกับมีจักรพรรดิ์ รวม 13 องค์ปกครอง ในช่วงนี้ประชาชนชาวเวียตนามพากันต่อต้านฝรั่งเศส จนกระทั่งญี่ปุ่นยาตราทัพเข้ายึดครอง
เวียตนามจากมหาสงครามเอเชียบูรพา ในปี พ.ศ. 2488 และในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2488 นี้เอง พระเจ้าบ๋าวได่ จักรพรรดิ์ องค์ที่ 13
ก็สละราชย์ เป็นการสิ้นสุดการปกครองในระบบกษัตริย์ของเวียตนามลง โดยการประกาศสละราชย์เกิดขึ้นที่พระราชวังไทฮวา เมืองเว้นี่เอง

    ต่อมาเมืองเว้ เป็นส่วนหนึ่งของเวียตนามใต้ตามการปกครอง 2 แบบที่แบ่งเวียตนามออกเป็นสองส่วนของสหรัฐอเมริกา และเมืองเว้
สูญเสียความสำคัญไปตามยุดของรัฐบาลโงดิงห์เดียม และต้องเสียหายอย่างหนักในปี พ.ศ. 2511 จากการรุกรบของเวียตกง
และส่งผลให้สหรัฐเริ่มอ่อนล้าในการทำสงครามเวียตนาม โดยเริ่มขบวนการเสรีภาพด้วยการเจรจา แต่ที่สุดกำลังทหารทั้งเวียตกง
เวียตนินห์(จากเวียตนามเหนือ) บุกลงมายึดครองเวียตนามใต้ได้ทั้งหมด และปกครองเป็นระบอบหนึ่งเดียวถึงปัจจุบัน

    ความงามของพระราชวังโบราณ สุสานจักรพรรดิ์ แม่น้ำหอมซึ่งไหลผ่านเมือง ยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน เพื่อให้ชาวโลกและคณะของซีมะโด่งทัวร์
ได้ชมในครั้งนี้

    อนึ่ง ในช่วง องเชียงสือ หนีลงเรือสำเภาเพื่อกลับไปกอบกู้ราชบัลลังก์ของตนเองโดยไม่กล่าวลานั้น ร.1 ได้สั่งให้ทหารเรือติดตาม
ไป แต่ด้วยเป็นเรือเล็ก และเรือของ องเชียงสือ เป็นเรือใบ รับลมได้จึงหลบออกเมืองจันทบุรีไปได้ ทำให้ทหารไทยที่ตามด้วยเรือเล็ก
ไม่สามารถตามทันได้ ต้องเดินทางกลับ ซึ่งในครั้งนั้น ร.1 ทรงระพึงว่า ในภายหน้า เราคงพึ่งพวกญวนไม่ได้เป็นแน่แท้ ซึ่งนับแต่นั้นมา
เหตุการณ์ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
 

เหยง 16:
10 เวลา 08.28 น. คณะทัวร์มาถึงที่จอดรถ จากนั้นก็ลงเดินเข้าพระราชวังไทฮวา



พอเดินเข้าสู่ลานหน้าพระราชวัง สิ่งที่เห็นจนต้องตะลึงคือ ธงชาติผืนใหญ่ที่ตั้งตระหง่านบนเชิงเทิน



พี่เมา-ทรงเกียรติ ประธานชมรมฯ ยืนมาร์คจุดที่จะรวมกันถ่ายรูป เป็นเวลานาน แต่พรรคพวกแตกวงฉายรูปเดียวไม่ยอมเลิก
แต่ด้านหลังมองเห็นพระราชวังไทฮวาได้อย่างชัดเจน ขณะที่พี่เมาต้องเอามือลูบผมเอาไว้เพราะลมค่อนข้างจะแรงสักนิด



คุณเก๋ ไกด์จากไทย, พี่เมา และพี่สิงห์ ต่างพากันชี้จุดรวมพล แต่คณะทัวร์แต่ละคนยังไม่ยอกเลิกฉายเดี่ยว



และแล้ว ก็รวมพลฉาพภาพหมู่ด้วยการหันหลังให้ธงได้เป็นรูปแรก เมื่อเวลาล่วงไปเกือบๆครึ่งชั่วโมงแล้ว



ตามมาด้วยภาพที่สอง ที่หันหลังให้พระราชวังแรบแดดพอดี รูปจึงออกมาดูดีขึ้นกว่าหันหลังให้ธง

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว