Cmadong Chula

เรือนรับแขก เมาท์แหลกไม่เลือกรุ่น => ห้องสุขภาพและความงาม => ข้อความที่เริ่มโดย: Samrotri2517 ที่ 03 พฤศจิกายน 2552, 19:51:58



หัวข้อ: แนะคนไม่เป็นโรคหัวใจห้ามกินแอสไพรินหวังป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: Samrotri2517 ที่ 03 พฤศจิกายน 2552, 19:51:58

(http://img256.imageshack.us/img256/5434/aspirin.jpg)

แนะคนไม่เป็นโรคหัวใจห้ามกินแอสไพรินหวังป้องกัน

สนุกดอทคอม วันอังคาร ที่  3 พ.ย. 52

นักวิจัยในอังกฤษแนะว่า ไม่ควรใช้ยาแอสไพรินเพื่อหวังป้องกันโรคหัวใจและ

หลอดเลือดสมองให้แก่คนที่ ไม่เคยเป็นโรคดังกล่าวมาก่อน

วารสารยาและการบำบัดโรคเผยผลการ ศึกษาว่า

แอสไพรินทำให้เลือดออกในกระเพาะอาหารและลำไส้อย่างรุนแรง

นอกจากนี้ยังไม่ให้ผลป้องกันการเสียชีวิตเพราะโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ

ดังนั้นแพทย์จึงควรตรวจสอบประวัติคนไข้ทุกคนที่กำลังรับประทานแอสไพริน

รายงานระบุว่า ปี 2548-2551 มีการออกคำแนะนำ 4 ชุด

ให้ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการของโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจรับประทานแอสไพริน

เพื่อป้องกันไว้ก่อน ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยอายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และ

ผู้มีความดันโลหิตสูงด้วย

แต่ผลการทดลอง 6 ครั้ง ครอบคลุมผู้ป่วย 95,000 คน ที่เผยแพร่ในวารสารแลนเซท

เมื่อไม่นานมานี้ ไม่สนับสนุนให้ผู้ป่วยเหล่านี้รับประทานแอสไพรินเป็นประจำ

เพราะเสี่ยงทำให้เลือดออกในกระเพาะอาหารและลำไส้อย่างรุนแรง

อีกทั้งไม่พบว่าสามารถหยุดยั้งการเสียชีวิตเพราะโรคหัวใจได้

ปัจจุบัน มีการใช้แอสไพรินปริมาณน้อยกับผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจหรือ

โรคหลอดเลือดสมอง เพื่อป้องกันไม่ให้อาการกำเริบ วิธีนี้ได้รับการยืนยันและ

ยอมรับว่าให้ผลดีจริง แต่คาดว่ามีชาวอังกฤษจำนวนมากรับประทานยาขนานนี้

ทั้งที่ไม่มีอาการเพื่อหวัง ผลป้องกัน พยาบาลอาวุโสที่มูลนิธิโรคหัวใจอังกฤษแนะว่า

วิธีที่ดีที่สุดที่จะลดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจคือการไม่สูบบุหรี่

เลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว รับประทานผักและผลไม้ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

นำมาจาก สนุกดอทคอม

http://news.sanook.com/%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99-mcot-843737.html (http://news.sanook.com/%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99-mcot-843737.html)

 emo26:D emo26:D emo26:D

รายงานระบุว่า ปี 2548-2551 มีการออกคำแนะนำ 4 ชุด

ให้ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการของโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจรับประทานแอสไพริน

เพื่อป้องกันไว้ก่อน ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยอายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และ

ผู้มีความดันโลหิตสูงด้วย

ความเชื่อเดิม ข้างต้น ได้มีงานวิจัยตามข่าว

ถ้าทานอยู่โดยที่ไม่มีข้อบ่งใช้ เรื่องโรคหลอดเลือดอุดตัน

ควรหยุดทาน หรือ ปรึกษาแพทย์ผู้ให้ยานี้มาทานว่าควรทานต่อ หรือ ไม่

 emo26:D emo26:D emo26:D

 


หัวข้อ: Re: แนะคนไม่เป็นโรคหัวใจห้ามกินแอสไพรินหวังป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: Samrotri2517 ที่ 27 พฤศจิกายน 2552, 21:05:37

(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/l3leri-3b4849.jpg)

เมื่อเดือนที่แล้วมีคนไข้ทานยาแอสไพริน เพราะ มีข้อบ่งใช้เป็นโรคหัวใจขาดเลือด

อ้วน เบาหวาน และ ความดันโลหิตสูง ประสบอุบัติเหตุ ส่งต่อรักษา ร.พ.จังหวัด

ปรากฏว่าเกิดช็อค พบว่า มีเลือดออกในช่องท้องจากมีการบาดเจ็บแต่ เพราะ

ทานแอสไพรินทำให้เลือดไม่แข็งตัว เลือดออกในช่องท้องไม่หยุดพยายามช่วยชีวิต

อย่างเต็มที่แล้วก็เสียชีวิต

ดังนั้นถึงแม้มีข้อบ่งชี้ให้ทานก็ตาม ต้องระวังตนเองอย่าให้เกิดบาดแผล

เพราะ เลือดจะไหลไม่หยุดได้ตามปรกติ และ ถ้าเกิดอุบัติเหตุต้องเตือนแพทย์

ผู้ให้การรักษาได้ทราบว่าทานยาแอสไพริน อยู่เพื่อให้การป้องกัน และ

เฝ้าระวังไม่ให้เกิดเลือดออกไม่หยุดเมื่อประสบอุบัติเหตุด้วย

emo29:P: emo29:P: emo29:P:


หัวข้อ: Re: แนะคนไม่เป็นโรคหัวใจห้ามกินแอสไพรินหวังป้องกัน
เริ่มหัวข้อโดย: Samrotri2517 ที่ 06 มิถุนายน 2553, 19:29:15

ค้นหาความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยการตรวจแคลเซี่ยมในหลอดเลือดหัวใจ
ขอขอบคุณเวบเดลินิวส์ วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤษภาคม 2553 ที่เอื้อเฟื้อข่าว
http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=518&contentID=68714 (http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=518&contentID=68714)

การตรวจแคลเซียมในหลอดเลือดแดงของหัวใจ

จากผลการสำรวจของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งในประเทศไทย ประเทศแถบตะวันตก และในสหรัฐอเมริกา
พบตรงกันว่า โรคหัวใจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต อยู่อันดับที่ 1 ใน 3 เสมอ และ
เราทราบกันดีว่าบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจตีบ ได้แก่

ผู้เป็นโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ ผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกาย
สม่ำเสมอ และผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ และ

เป็นเรื่องที่น่าตกใจเมื่อมีข้อมูลว่า 62% ของผู้ชาย และ 46% ในผู้หญิง  มาโรงพยาบาลครั้งแรก
ที่ศูนย์หัวใจด้วยอาการหลอดเลือดหัวใจตีบฉับพลัน โดยไม่มีอาการเตือนมาก่อน หรือ
บางครั้งเมื่อตรวจหาภาวะเสี่ยงของโรคหัวใจแล้วกลับพบว่า
ไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจเลย  
  
ปัจจุบันมีเทคโนโลยี ที่สามารถตรวจสภาพของหลอดเลือดหัวใจที่เรียกว่า
การตรวจ แคลเซียมหรือหินปูนในหลอดเลือด (Coronary artery calcium) โดยใช้

(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/l3leec-85c3a3.jpg)

เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เราพบว่าคนที่มีแคลเซียมเกาะ อยู่ในหลอดเลือดปริมาณมาก
มีโอกาสที่จะเกิดโรคหัวใจขาดเลือดและเสียชีวิตจากโรคหัวใจสูงกว่าคนที่ไม่มี

แคลเซียมเหล่านี้เกิดจากการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดแดงซึ่งจะเกิดขึ้นก่อนเกิดอาการ
ของโรคหัวใจนานหลายปี

จากการศึกษาพบว่าปริมาณแคลเซียมนี้สามารถทำนายโอกาสเกิดโรคหัวใจขาดเลือดได้เพิ่มเติม
นอกเหนือจากการพิจารณาปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น
โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือการสูบบุหรี่

emo28:win: emo28:win: emo28:win: