Cmadong Chula

เรือนประจำรุ่น อบอุ่นทุกสมัย => รุ่น 2515 => ข้อความที่เริ่มโดย: seree_60 ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553, 09:05:24



หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ( จะเป็นประเด็นปลีกย่อย..เกร็ดเล็กๆน้อยๆ..ถากถาง..ขำขัน.)
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553, 09:05:24
หวัดดีทุกคน
ผมขอเปิดหัวข้อ การเมืองเป็นเรื่องสนุก ตามสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ ม28และ29 ที่บัญญัติเอาไว้ดังนี้

ม.28 บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือใช้สิทธิเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน

ม.29 การกำจัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอำนาจตามบัญญัติแห่งกฎหมาย
เฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้กำหนดไว้และเท่าที่จำเป็น และจะกระทบ กระเทือนสาระสำคุญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้

  ดังนั้นตราบใดที่เราไม่ทำผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ และละเมิดสิทธิคนอื่นๆ เราสามารถ คุยเรื่องการเมืองได้
การปิดห้องการเมือง นั้นชอบแล้ว เพราะเป็นการตัดปัญหาต่างๆให้จบลงไป
ส่วนการห้ามคุยเรื่องการเมือง นั้นกระทำมิได้ หากการกระทำนั้น เป็นไปตามที่ รัฐธรรมนูญกำหนด
จึงขอเชิญชวน พี่น้องคอการเมือง มาแลกเปลี่ยน ทัศนะ ที่สร้างสรร เพื่อพัฒนา การเมืองของเราให้ก้าวหน้าต่อไป


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553, 09:21:26

ที่ผ่านมา ผมโพสต์การเมือง โดยนำเรื่องราวที่น่าสนใจมาเสนอ และไม่ได้โจมตีใคร
นอกจาก ข้อมูลและเนื้อที่เกี่ยวกับการ กระทำต่างๆของนักการเมือง ที่จะทำให้ประเทศเสียหาย
ดังนั้นผมจึงยังคง ยึดเจตนาเดิมทุกประการ คือไม่ทะเลาะกับใคร และไม่ด่าใคร
( ถ้าไม่ถูกละเมิด และทำไป เพื่อปกป้องสิทธฺ ตามรัฐธรรมนูญ)


ฉากหลังเบิร์ดเดย์ "สุวัจน์"โดย : KANCHANATUK@HOTMAIL.COM

งานวันเกิด สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ฉลองครบรอบ 55 ปี



  แกนนำพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา เมื่อ 2 วันก่อน เปิดบ้านพักย่านราชวิถีรับแขกบุคคลสำคัญๆ ที่มาอวยพรคับคั่ง

เจ้าภาพใหญ่อย่าง "มาดามติ้ง" พล.ท.หญิงพูนภิรมย์  ลิปตพัลลภ สวมบทแม่บ้านยืนเคียงข้างรับแขกตั้งแต่เช้ายันค่ำ
ก็เจ้าภาพเป็นคนของสังคมก็ยังงี้ละท่าน

งานวันเกิดครั้งนี้ "ไม่ธรรมดา"! ที่ว่าไม่ธรรมดา ก็เพราะบรรดาแกนนำพรรคการเมืองดูเหมือนจะถูกนายใหญ่แต่ละพรรค จัดฉาก "เนียน" เสียเหลือเกิน

ใช้วิธีทยอยส่งลิ่วล้อบ้าง หัวหน้าพรรคบ้าง เป็นตัวแทนเข้าอวยพร แรกๆ คิดว่าเจ้าของวันเกิดจัดตารางเข้าอวยพรเสียอีก เพราะถ้าใครอยู่ในงานวันนั้น คงต้องเกิดข้อกังขาพอสมควร

พยายามถามไถ่เจ้าภาพอยู่นานสองนาน ได้ความว่า ไม่ได้จัดฉาก ใครมาก็ต้อนรับทั้งนั้น

เริ่มที่พรรคภูมิใจไทย ชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค อาสานำกระเช้าเข้าอวยพรตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถัดมาเวลา 10.00 น. สรอรรถ กลิ่นประทุม จากนั้น 11.00 น. อนุทิน ชาญวีรกูล จบที่ สมศักดิ์ เทพสุทิน ที่หอบหิ้วกระเช้าเข้าอวยพรเวลา 15.00 น. แต่พรรคนี้ไร้เงา เนวิน ชิดชอบ

พรรคชาติไทยพัฒนา ของ "ป๋าเติ้ง" บรรหาร ศิลปอาชา  ส่ง ชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค เข้าอวยพร จากนั้นเวลา 11.00 น. สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล พร้อม นิกร จำนง ควงคู่เข้าอวยพร งานนี้ ป๋าเติ้งทำได้เพียงยกหูโทรศัพท์อวยพร เพราะมีอาการป่วย

พรรคเพื่อแผ่นดิน พินิจ จารุสมบัติ ขนลูกทีมอย่างปรีชา เลาหพงศ์ชนะ ไชยยศ จิรเมธากร  ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม ไปร่วมงานกันพร้อมเพรียง งานนี้ไม่ธรรมดา ยังมีบรรดา ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย สายโคราชยกโขยงไปร่วมอวยพรเสียด้วยซ้ำ

ที่แปลกประหลาด กลุ่มแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่เข้าร่วมงานนี้ สลับสับเปลี่ยนเข้าอวยพรกันอย่างคึกคัก แต่ที่น่าทึ่ง ทุกกลุ่มสามารถจัดเวลาแบบไม่ต้องเผชิญหน้ากับขบวนของ นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่หอบหิ้ว สุเทพ เทือกสุบรรณ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ  อลงกรณ์ พลบุตร มีเพียงกลุ่มของพินิจ และสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคกิจสังคม เท่านั้น ที่ดูเหมือนมีความตั้งอกตั้งใจอยู่ร่วมจิบน้ำชา บนโต๊ะเดียวกับนายกฯ อภิสิทธิ์

สุวัจน์ และ "มาดามติ้ง" เปิดบ้านชั้นสอง เชิญคณะนายกฯ อภิสิทธิ์  กลุ่มพินิจ และสุวิทย์ ร่วม 10 คน ร่วมประทานอาหาร ตั้งแต่เวลา 12.30 น. งานนี้ทำเอากองทัพสื่อมวลชน "งง" เป็นไก่ตาแตก ว่ารับประทานอาหารหรือวางแผนยุบสภา ใช้เวลาอยู่ร่วมกันเกือบ 3 ชั่วโมง ผิดวิสัยนายกฯ อภิสิทธิ์ ที่ใช้เวลาร่วมวงเมาท์นานขนาดนี้ โอ้แม่เจ้า...

มีเสียงเล็ดลอดผ่านช่องลมชั้นสองบ้านราชวิถี บนโต๊ะอาหาร ดูเหมือนนายกฯ อภิสิทธิ์ นั่งหัวโต๊ะ เอ็นจอย เริงร่า อย่างไม่เคยมีมาก่อน ตั้งแต่เป็นนายกฯ พูดคุยแบบหัวเราะ..หัวฮา.. กระเซ้าเย้าแหย่ไปทั่ว งานนี้ไม่มีการสนทนาการเมืองแม้แต่น้อย

ส่วน "มาดามติ้ง" กับ หมอวรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กลายเป็นกับแกล้มบนโต๊ะเสียมากกว่า

ยิ่งไปกว่านั้น มีเซอร์ไพรส์เกิดขึ้น เมื่ออยู่ๆ นายกฯ อภิสิทธิ์ หยิบแก้วไวน์ขึ้นขอชนไปทั่วทั้ง พินิจ สุวัจน์ และอีกหลายๆ คน ทำเอาผู้ร่วมโต๊ะ ตะลึงไปตามๆ กัน หลายคนไม่เคยเห็นอาการอย่างนี้มาก่อน

ดูเหมือนจะเริงร่าชอบกล คงจะเหลียวซ้าย มองขวาแล้ว ผู้ร่วมวงรับประทาน  ก็ลูกหม้อพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาเสียส่วนใหญ่ เป็นเหตุให้คุยอย่างสบายใจ ไม่รู้สึก "เคอะเขิน"

สำคัญยิ่งนาทีนี้ นายกฯ อภิสิทธิ์ กรองแล้วกรองอีกคงเห็นแล้วว่า สุวัจน์ คือเพื่อนแท้ เพราะตลอดเวลาหลังฉากการเมืองของสุวัจน์ แม้จะเป็นคนเจนจัดเวทีการเมือง แต่ดูเหมือนสุวัจน์เก็บอาการได้ดีในหลายๆ เรื่อง

สำคัญยิ่งบนโต๊ะสนทนาเหลียวซ้าย มองขวา อย่างน้อยก็ภาพความเป็นมิตรแท้อยู่ในมือแล้ว 3 พรรค  น่าจะอุ่นใจได้ท่ามกลางการเมืองร้อนระอุ ที่ มีแต่แรงกดดันทั่วสารทิศ

ภาพที่ปรากฏไม่รู้ว่า นายกฯ อภิสิทธิ์  กำลังส่งสัญญาณอะไรผ่านไปยังพรรคภูมิใจไทยกับพรรคชาติไทยพัฒนา..!!!   

เห็นมั้ยครับ..เปิดฉากมาก็สนุกแล้วครับ..ม่วนๆ..แซ่บๆๆหลายๆเด้อ   
 
 
 
 



หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553, 13:24:42
เมื่อฮุนเซนโดนหมัดหลงหงายท้องที่ตาเมียนธม: บทเรียนจากข่าว และความจริง  
 
โดย ปราโมทย์ นาครทรรพ 10 กุมภาพันธ์ 2553 14:17 น.
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9530000019228
 
 
 
“Ye shall know the Truth, And the Truth shall make you angry!”
      
       “ท่านควรจะรู้ความจริง และความจริงนั้นจะทำให้ท่านโกรธ”
                                                 Aldous Huxley
      
       Lord Wilson อดีตนายกฯ 2 สมัยอังกฤษบอกว่า “7 วันในการเมืองนั้นนับว่านานโข”
      
       จากวันที่ 6 ก.พ. ถึงวันที่ 8 ก.พ. เมื่อฮุนซวยเปิดแน่บ กระฟัดกระเฟียดกลับไปจากชายแดนตาเมียนธม จังหวัดสุรินทร์นั้นเหตุการณ์เปลี่ยนไป
      
       เรายังไม่ถึงกับเห็นทหารเขมรวิ่งหางจุกตูดอย่างที่เราอยากดู โปรดอย่าเข้าใจผิดว่าผมกระหายสงครามหรือเกลียดชาวเขมร
      
       แต่ผมอยากเห็นฮุนเซนถูกหมัดตรง หมัดฮุค หรืออับเปอร์คัดก็ได้ ไม่ใช่หมัดหลง ที่ไม่รู้ใครต่อใครหลับตาเหวี่ยงไป หมัดที่ถูกเบ้าตาของฮุนซวยอาจจะเป็นหมัดเดียวของวีระ สมความคิดและพี่น้องผู้กล้า 300 คนก็ได้
      
       2 วันหลังนี้ ฮุนซวยกับไทยได้คะแนน C เท่ากัน
      
       สำหรับนายกฯ อภิสิทธิ์ผู้ตัดสินจากสหรัฐฯ ให้ A ผู้ตัดสินเยอรมนีให้ B- ผมให้ B+ เฉลี่ยแล้วได้ B ผู้ตัดสินเยอรมนีลำเอียงเพราะหลงไปว่าฮุนซวยเป็น 3 หัวขวดสวย เนื่องจากต่อยสไตล์เดียวกัน 100% แปลกแท้ๆ ทำไมอภิสิทธิ์จึงไม่น็อก ผู้ตัดสินเยอรมนีบอกว่าต่อยอย่าง 3 หัวขวดสวย ถ้าเป็นที่เยอรมนีรับรองว่าเข้าคุกภายในหนึ่งวัน
      
       ยกเว้นคะแนน ผมยืนยันอย่างอื่นที่เขียนไว้ตอนจบ ที่ตกออนไลน์ 6 ก.พ. คือ
      
       “ผมขอพูดให้ชัดเจนอีกครั้งไม่กลัวใครโกรธว่า เมื่อเอาผลประโยชน์ของชาติกับภาวะผู้นำเป็นตัววัด ฮุนซวยได้คะแนน A- ในขณะที่ไทยผมให้ D- เพราะฮุนซวยส่งสัญญาณที่ชัดเจนเด็ดเดี่ยวหนักแน่นและมีเอกภาพทั้งคำพูดและการกระทำรับกัน แต่ไทยคาบลูกคาบดอกวอกแวกไม่รู้ว่าใครเป็นหัวเป็นหาง ต่างประ เทศจะเอาอย่าง กองทัพภาคที่ 2 จะเอาอย่าง กลาโหมจะเอาอีกอย่าง นายกฯ จะเอาอย่างไรไม่มีใครรู้ ดูมีแต่ความสับสน confusing ไร้ทิศทาง directionless และ compound ปัญหาให้สะสมถมทับมากขึ้น ระวังจะสายเกินแก้”
      
       ผมขอย้ำว่า ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของสังคมก็ดี ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ดี หรือแม้กระทั่งในสงครามก็ดี การส่งสัญญาณที่สับสน(confusing) รังแต่จะ compound หรือพอกพูนทับถมปัญหาให้มากและแก้ยากยิ่งขึ้น
      
       การส่งสัญญาณนั้น การกระทำดังก้องกว่าคำพูด action speaks louder than voice
      
       การกระทำและคำพูดของฝ่ายไทยในเหตุการณ์ครั้งนี้สับสนและอ่อนแอยิ่ง ดีแต่ฮุนซวยเป็นปลาหมอตายเพราะปาก และอ่านสัญญาณผิดว่าไทยจะเคลียร์พื้นที่ปราสาทตาเมียนธมให้
      
       แทนที่ไทยจะต้องขายผ้าเอาหน้ารอด กลับได้กำไร เพราะสามารถกุมเงื่อนไขและเงื่อนเวลาที่จะยกเลิกการประกาศฝ่ายเดียวของยูเนสโกได้ ขอให้นายกฯ อภิสิทธิ์รีบทำอย่างที่พูดให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้
      
       นั่นก็คือ มีหนังสือไปบอกยูเนสโกว่าศาลไทยมีคำสั่งอย่างไร ชาวไทยผู้รักชาติมีความรู้สึกอย่างไร การกระทำของฮุนซวยและรัฐบาลไทยขายชาติก่อความตึงเครียด และอันตรายต่อสันติภาพเพียงใด
      
       และขอให้รัฐบาลให้ความรู้แก่ประชาชนด้วยว่าอังกฤษ อเมริกา และสิงคโปร์ลาออกจากยูเนสโกเพราะเหตุผลใด เราจะเอาบ้างดีไหม
      
       เมื่อร้ายกลายเป็นดีไปได้ ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนไทย 300 คนที่ขึ้นไปประกาศเจตนารมณ์แทนคนไทยผู้รักชาติทั้งมวล และขอขอบคุณใน prudence ของนายกฯ อภิสิทธิ์
      
       ผมแปล prudence เป็นไทยไม่ได้ เลยอยากแถมเวสารัชชกรณธรรมทั้ง 5 คือธรรมที่จะทำให้เกิดความแกล้วกล้าเพิ่มให้นายกฯ
 
 
 
 
 
 
 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553, 15:47:05
(http://i285.photobucket.com/albums/ll41/allseasons_photo/thairathcmadong.jpg)
ฝีมือน้องชัชชัย ศิลปกรรม 35


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: ตุ๋ย 22 ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553, 19:58:53
อ้างถึง
ข้อความของ Intania๑๖ เมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2553, 15:47:05
(http://i285.photobucket.com/albums/ll41/allseasons_photo/thairathcmadong.jpg)
ฝีมือน้องชัชชัย ศิลปกรรม 35
แหม  นึกว่าของจริง


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Soponเท่านั้น ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2553, 17:55:59
อ้างถึง
ข้อความของ seree_60 เมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2553, 09:05:24
หวัดดีทุกคน
ผมขอเปิดหัวข้อ การเมืองเป็นเรื่องสนุก ตามสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ ม28และ29 ที่บัญญัติเอาไว้ดังนี้

ม.28 บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือใช้สิทธิเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน

ม.29 การกำจัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอำนาจตามบัญญัติแห่งกฎหมาย
เฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้กำหนดไว้และเท่าที่จำเป็น และจะกระทบ กระเทือนสาระสำคุญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้

  ดังนั้นตราบใดที่เราไม่ทำผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ และละเมิดสิทธิคนอื่นๆ เราสามารถ คุยเรื่องการเมืองได้
การปิดห้องการเมือง นั้นชอบแล้ว เพราะเป็นการตัดปัญหาต่างๆให้จบลงไป
ส่วนการห้ามคุยเรื่องการเมือง นั้นกระทำมิได้ หากการกระทำนั้น เป็นไปตามที่ รัฐธรรมนูญกำหนด
จึงขอเชิญชวน พี่น้องคอการเมือง มาแลกเปลี่ยน ทัศนะ ที่สร้างสรร เพื่อพัฒนา การเมืองของเราให้ก้าวหน้าต่อไป

เอาเลยเพื่อน จะคอยเชียร์
อยู่ในห้อง15 ใครกล้ามาแหยม เอ็งตายลูกเดียว
เอ๊ยเว้นวรรคผิดไปหน่อย ใครกล้ามาแหยมเอ็ง emo5:( ตายลูกเดียว

เคี้ยก เคี้ยก หัวเราะแบบตัวร้ายในเรื่องจีนกำลังภายใน


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2553, 20:26:54
อ้างถึง
ข้อความของ Soponเท่านั้น เมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2553, 17:55:59
อ้างถึง
ข้อความของ seree_60 เมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2553, 09:05:24
หวัดดีทุกคน
ผมขอเปิดหัวข้อ การเมืองเป็นเรื่องสนุก ตามสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ ม28และ29 ที่บัญญัติเอาไว้ดังนี้

ม.28 บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือใช้สิทธิเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน

ม.29 การกำจัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอำนาจตามบัญญัติแห่งกฎหมาย
เฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้กำหนดไว้และเท่าที่จำเป็น และจะกระทบ กระเทือนสาระสำคุญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้

  ดังนั้นตราบใดที่เราไม่ทำผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ และละเมิดสิทธิคนอื่นๆ เราสามารถ คุยเรื่องการเมืองได้
การปิดห้องการเมือง นั้นชอบแล้ว เพราะเป็นการตัดปัญหาต่างๆให้จบลงไป
ส่วนการห้ามคุยเรื่องการเมือง นั้นกระทำมิได้ หากการกระทำนั้น เป็นไปตามที่ รัฐธรรมนูญกำหนด
จึงขอเชิญชวน พี่น้องคอการเมือง มาแลกเปลี่ยน ทัศนะ ที่สร้างสรร เพื่อพัฒนา การเมืองของเราให้ก้าวหน้าต่อไป

เอาเลยเพื่อน จะคอยเชียร์
อยู่ในห้อง15 ใครกล้ามาแหยม เอ็งตายลูกเดียว
เอ๊ยเว้นวรรคผิดไปหน่อย ใครกล้ามาแหยมเอ็ง emo5:( ตายลูกเดียว

เคี้ยก เคี้ยก หัวเราะแบบตัวร้ายในเรื่องจีนกำลังภายใน
ขอบใจเพื่อน ตอนนี้ต้องพักร้อนหน่อยละ
เขียนอะไรไป ถูกมองว่าเหน็บ ชาวบ้าน เขา ตอนนี้ เพื่อให้น้องๆเขาสบายใจ
ก็ขอพักนิ้ว ก่อนแล้ว ซักพักหนึ่ง
แต่ก็จะแอบมาแว๊บๆ บ้าง แถวๆห้อง 15 นี้แหละ คงไม่กล้าไปเที่ยวไหน


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Kittiwit Pk ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2553, 22:54:15
ถูกกักบริเวณ เหมือนอองซาน ซูจี


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: YOTSAWIN ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553, 12:41:28
มาดูลาดเลาก่อนครับ
 emo20:)):)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553, 12:53:11
อ้างถึง
ข้อความของ seree_60 เมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2553, 20:26:54
อ้างถึง
ข้อความของ Soponเท่านั้น เมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2553, 17:55:59
อ้างถึง
ข้อความของ seree_60 เมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2553, 09:05:24
หวัดดีทุกคน
ผมขอเปิดหัวข้อ การเมืองเป็นเรื่องสนุก ตามสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ ม28และ29 ที่บัญญัติเอาไว้ดังนี้

ม.28 บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือใช้สิทธิเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน

ม.29 การกำจัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอำนาจตามบัญญัติแห่งกฎหมาย
เฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้กำหนดไว้และเท่าที่จำเป็น และจะกระทบ กระเทือนสาระสำคุญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้

  ดังนั้นตราบใดที่เราไม่ทำผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ และละเมิดสิทธิคนอื่นๆ เราสามารถ คุยเรื่องการเมืองได้
การปิดห้องการเมือง นั้นชอบแล้ว เพราะเป็นการตัดปัญหาต่างๆให้จบลงไป
ส่วนการห้ามคุยเรื่องการเมือง นั้นกระทำมิได้ หากการกระทำนั้น เป็นไปตามที่ รัฐธรรมนูญกำหนด
จึงขอเชิญชวน พี่น้องคอการเมือง มาแลกเปลี่ยน ทัศนะ ที่สร้างสรร เพื่อพัฒนา การเมืองของเราให้ก้าวหน้าต่อไป

เอาเลยเพื่อน จะคอยเชียร์
อยู่ในห้อง15 ใครกล้ามาแหยม เอ็งตายลูกเดียว
เอ๊ยเว้นวรรคผิดไปหน่อย ใครกล้ามาแหยมเอ็ง emo5:( ตายลูกเดียว

เคี้ยก เคี้ยก หัวเราะแบบตัวร้ายในเรื่องจีนกำลังภายใน
ขอบใจเพื่อน ตอนนี้ต้องพักร้อนหน่อยละ
เขียนอะไรไป ถูกมองว่าเหน็บ ชาวบ้าน เขา ตอนนี้ เพื่อให้น้องๆเขาสบายใจ
ก็ขอพักนิ้ว ก่อนแล้ว ซักพักหนึ่ง
แต่ก็จะแอบมาแว๊บๆ บ้าง แถวๆห้อง 15 นี้แหละ คงไม่กล้าไปเที่ยวไหน



http://www.youtube.com/watch?v=ry-cRcuJZHU

P~Tawan, you are always on our mind


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: ตุ๋ย 22 ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553, 21:20:06
เพราะจังเพลงนี้เพลงโปรดเลยครับพี่วนิชย์


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553, 08:39:34
ข้าวต้มฮุนเซน
 วันก่อนเจอเพื่อนไม่ได้เจอกันนาน คุยกันจนเย็นย่ำ ท้องก็ส่งเสียงร้องเตือนว่า หิวๆๆๆ
เพื่อนเลยชวนว่า ไปหาอะไรกินกันดีฝ่า
แล้วไปกินอะไรดีล่ะ???

ต่างคนต่างเสนอ เลยตกลงกันไม่ได้ เงียบไปพักหนึ่ง
มีเพื่อนคนหนึ่ง โพล่งออกมาว่า

ไปกินข้าวต้มฮุนเซน  ดีกว่า
งงกันละซี้ อึ้งกิมกี่กันไปพักหนึ่ง
ข้าไม่เคยได้ยินเลยวะ..มีข้าวต้มฮุนเซน ขายด้วยหรือ
เพื่อหัวเราะพร้อมเฉลยว่า......ก็ข้าวต้ม กุ๊ย..ไงล่ะ เพือก[/b]


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: swsm ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553, 09:36:16
สวัสดีค่ะ  พี่ตะวัน ..


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: TAE2540 ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553, 10:36:52
อ้างถึง
ข้อความของ seree_60 เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2553, 08:39:34
ข้าวต้มฮุนเซน
 วันก่อนเจอเพื่อนไม่ได้เจอกันนาน คุยกันจนเย็นย่ำ ท้องก็ส่งเสียงร้องเตือนว่า หิวๆๆๆ
เพื่อนเลยชวนว่า ไปหาอะไรกินกันดีฝ่า
แล้วไปกินอะไรดีล่ะ???

ต่างคนต่างเสนอ เลยตกลงกันไม่ได้ เงียบไปพักหนึ่ง
มีเพื่อนคนหนึ่ง โพล่งออกมาว่า

ไปกินข้าวต้มฮุนเซน  ดีกว่า
งงกันละซี้ อึ้งกิมกี่กันไปพักหนึ่ง
ข้าไม่เคยได้ยินเลยวะ..มีข้าวต้มฮุนเซน ขายด้วยหรือ
เพื่อหัวเราะพร้อมเฉลยว่า......ก็ข้าวต้ม กุ๊ย..ไงล่ะ เพือก[/b]

ฮาดีครับพี่ตะวัน คิดได้ไงอ่ะ ข้าวต้มฮุนเซน วันหลังถ้ามีโอกาสไปกิน จะขอใช้คำนี้มั่ง
 emo20:)):) 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553, 21:38:42
อ้างถึง
ข้อความของ เต้ ณ บ้านครู เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2553, 10:36:52
อ้างถึง
ข้อความของ seree_60 เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2553, 08:39:34
ข้าวต้มฮุนเซน
 วันก่อนเจอเพื่อนไม่ได้เจอกันนาน คุยกันจนเย็นย่ำ ท้องก็ส่งเสียงร้องเตือนว่า หิวๆๆๆ
เพื่อนเลยชวนว่า ไปหาอะไรกินกันดีฝ่า
แล้วไปกินอะไรดีล่ะ???

ต่างคนต่างเสนอ เลยตกลงกันไม่ได้ เงียบไปพักหนึ่ง
มีเพื่อนคนหนึ่ง โพล่งออกมาว่า

ไปกินข้าวต้มฮุนเซน  ดีกว่า
งงกันละซี้ อึ้งกิมกี่กันไปพักหนึ่ง
ข้าไม่เคยได้ยินเลยวะ..มีข้าวต้มฮุนเซน ขายด้วยหรือ
เพื่อหัวเราะพร้อมเฉลยว่า......ก็ข้าวต้ม กุ๊ย..ไงล่ะ เพือก[/b]

ฮาดีครับพี่ตะวัน คิดได้ไงอ่ะ ข้าวต้มฮุนเซน วันหลังถ้ามีโอกาสไปกิน จะขอใช้คำนี้มั่ง
 emo20:)):) 

น้องเต้ ไม่สงวนลิขสิทธ์ครับ เอาไปฮากันได้นะครับ ยิ่งมากยิ่งดี


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553, 21:40:59
อ้างถึง
ข้อความของ swsm เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2553, 09:36:16
สวัสดีค่ะ  พี่ตะวัน ..
หวัดดีน้องหยี ซำบายดีบ๊อ???
พักนี้วุ่นๆ เลยไม่ค่อยได้โพสต์
แต่คิดถึงน้องๆทุกคนครับ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: swsm ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553, 21:42:09
วุ่นเช่นกันค่ะ .. งานเข้า ทั้งราษฎร์ ทั้งหลวง และงานการกุศล
คิดถึงพี่มากมาย
ได้รับเมล์จากพี่ด้วยนะคะ  ขอบคุณค่ะ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Soponเท่านั้น ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553, 21:43:43
อ้างถึง
ข้อความของ seree_60 เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2553, 21:40:59
อ้างถึง
ข้อความของ swsm เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2553, 09:36:16
สวัสดีค่ะ  พี่ตะวัน ..
หวัดดีน้องหยี ซำบายดีบ๊อ???
พักนี้วุ่นๆ เลยไม่ค่อยได้โพสต์
แต่คิดถึงน้องๆทุกคนครับ

 emo19:((:ใจคอจะไม่คิดถึงพี่ๆเพื่อนๆด้วยรึ อดีตroommate emo7:(:


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553, 21:47:14
ไปดู หนัง ขงจื๊อ มามีข้อคิดดีๆ เอามาฝาก ครับ

  บ้านเมืองจะสงบได้ มิใช่แค่กฎหมายควบคุมบังคับ
แต่ต้องให้ประชาชนได้รับการศึกษาด้านคุณธรรม จริยธรรม
ก็ไม่ต้องกังวลว่า บ้านเมืองจะไม่สงบเจริญรุ่งเรือง

และอีกข้อ

บัณฑิต ย่อมไม่เป็นทุกข์ เพราะว่า ไม่มีฐานะตำแหน่ง
แต่ควรเป็นทุกข์ เพราะไม่มีคุณธรรม


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553, 21:50:25
อ้างถึง
ข้อความของ Soponเท่านั้น เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2553, 21:43:43
อ้างถึง
ข้อความของ seree_60 เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2553, 21:40:59
อ้างถึง
ข้อความของ swsm เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2553, 09:36:16
สวัสดีค่ะ  พี่ตะวัน ..
หวัดดีน้องหยี ซำบายดีบ๊อ???
พักนี้วุ่นๆ เลยไม่ค่อยได้โพสต์
แต่คิดถึงน้องๆทุกคนครับ

 emo19:((:ใจคอจะไม่คิดถึงพี่ๆเพื่อนๆด้วยรึ อดีตroommate emo7:(:

เหี่ยวๆแบบเอ็ง คิดถึงก็เหี่ยวแห้ง
สวยๆ แบบน้องหยีค่อยน่าคิดถึงกว่าตั้งเยอะ..จริง มะ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: swsm ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553, 22:05:43
จริงจ้ะ ..      emo21:):):


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: opas ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2553, 16:36:44
ไม่มีความเห็น   มาได้ไม๊ครับ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553, 06:19:47
พี่ตะวัน และพี้น้องซีมะโด่ง ไปซื้อฉบับประวัติศาสตร์เก็บไว้ให้ลูกหลานดู รึยัง?
(http://img408.imageshack.us/img408/2683/mgrpdf20100227page01.jpg)
(http://img408.imageshack.us/img408/3300/mgrpdf20100227page08.jpg)
พลาดไม่ได้ ต้องซื้อฉบับประวัติศาสตร์เก็บไว้ให้ลูกหลานดู
อย่าให้เสียชื่อว่าอยู่เมืองไทย คนเมกามีเก็บไว้แล้ว นี่คือยุคดิจิตอล


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 04 มีนาคม 2553, 12:56:53
นาฬิกาแห่งการโกหก


โดนัลด์ รัมเฟลด์ ได้ตายลงและไปยังสวรรค์ ขณะที่เขานั่งลงหน้า เซนต์ปีเตอร์ ที่ประตูมุก
เขามองเห็นกำแพงขนาดมหึมาเต็มไปด้วยนาฬิกาอยู่เบื้องหลัง

เขาจึงถามว่า " นาฬิกาพวกนั้น มันคือ อะไรน่ะ "
เซนต์ ปี เตอร์ ตอบ "มันคือ นาฬิกาแห่งการโกหก ทุกๆคนบนโลกจะมีนาฬิกานี้คนละ 1 เรือน
เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณโกหก เข็มนาฬิกาของคุณจะเคลื่อนไป"


" โอ.." รัมเฟลด์ กล่าว " นั่นมันนาฬิกาของใครกัน"

" นั่นเป็นของแม่ชีเทเรซ่า เห็น มั๊ย ว่าเข็มนาฬิกาไม่เคยเคลื่อนที่ไปเลย แสดงว่าหล่อนไม่เคยโกหกเลยสักครั้ง"

" เหลือเชื่อจริง ๆ" รัมเฟลด์ ถามต่อ "แล้วนั่นของใครกันล่ะ"

เซนต์ ปี เตอร์ ตอบ " นั่นคือนาฬิกาของ อับบราฮัม ลินคอล์น เข็มนาฬิกาเดินไปสองครั้ง
 บอกให้รู้ว่า อับราฮัม พูดโกหก แค่ 2 ครั้งเท่านั้น ตลอดชั่วชีวิตของเขา"

" เอ๊ะ แล้วนาฬิกาของ ทักษิณ อยู่ไหนกันล่ะ" รัมเฟลด์ ถามต่อ

" อ๋อ นาฬิกาของ ทักษิณ อยู่ในห้องทำงานของพระผู้เป็นเจ้าน่ะ ท่านกำลังใช้มันแทนพัดลมเพดาน "


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 04 มีนาคม 2553, 13:01:13
เหลือเชื่อ!! สุดยอดไอเดียบรรเจิด ประกาศจับ “นช.แม้ว-หญิงอ้อ” พุ่งเฉียด 8 แสน
 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 มีนาคม 2553 05:16 น.




สุดยอดไอเดียบรรเจิด เมื่อนักท่องอินเทอร์เน็ตหัวใส ใช้นามแฝง “musicxpresso” นำโปสเตอร์ประกาศจับ “นช.ทักษิณ” ควงคู่ “หญิงอ้อ” มาเปิดประมูลเคาะราคากันอย่างดุเดือดผ่านเว็บไซต์อีเบย์ โดยตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ 0.99 เหรียญสหรัฐ ปรากฏว่าได้รับความสนใจอย่างท่วมท้น จนล่าสุดเมื่อรุ่งสางของวันนี้ เช็กราคาล่าสุด 12.45 น. วันที่ 4 มี.ค.พบว่า ยอดกระฉูดถึง 23,300 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 768,900 บาท
       

      ไอเดียสุดบรรเจิด นักท่องอินเทอร์เน็ตหัวใส ใช้นามแฝง “musicxpresso” นำโปสเตอร์ประกาศจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร มาเปิดประมูลเคาะราคาผ่านเว็บไซต์ “อีเบย์” (eBay) ผลปรากฏว่า เพียงระยะเวลาไม่นานเรื่องเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น เมื่อประกาศจับ พ.ต.ท.ทักษิณ กับอดีตภริยา กลายเป็นที่สนอกสนใจ จนทำให้จากเดิมราคาประมูลเริ่มต้นที่ 0.99 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 33 บาท แต่พอผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เปิดประมูล โปสเตอร์ดังกล่าวกลับทำเงินได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะในช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา มีการฟาดฟันราคากันอย่างดุเดือด
       
       โดยจากการที่เฝ้าติดตามการประมูลครั้งนี้พบว่า ราคาประมูลเมื่อเช้ามืดวันที่ 4 มีนาคม เวลาประมาณ 05.00 น. ราคาประมูลโปสเตอร์ประกาศจับ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณพจมาน ปาเข้าไป 8,000 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 264,000 บาท ล่าสุดเวลา 12.45 น. วันที่ 4 มี.ค.พบว่า ราคาประมูลพุ่งขึ้นไปถึง 23,300 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 768,900 บาท

       
       สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสการประมูลเมื่อวานนี้ไปไม่ต้องเสียอกเสียใจ เพราะเจ้าของโปสเตอร์ยังเหลือเวลาให้ร่วมประมูลอีกหลายวัน ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม จนถึงวันที่ 9 มีนาคมนี้ ซึ่งน่าติดตามเป็นอย่างยิ่งว่าสุดท้ายแล้วราคาประมูลโปสเตอร์ดังกล่าวจะไปจบลงอยู่ที่เท่าไหร่ และใครจะเป็นผู้ที่ได้โปสเตอร์นี้ไปครอบครอง ต้องติดตามกันต่อไป
       


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: ตุ๋ย 22 ที่ 04 มีนาคม 2553, 21:13:38
อ้างถึง
ข้อความของ seree_60 เมื่อ 04 มีนาคม 2553, 12:56:53
นาฬิกาแห่งการโกหก


โดนัลด์ รัมเฟลด์ ได้ตายลงและไปยังสวรรค์ ขณะที่เขานั่งลงหน้า เซนต์ปีเตอร์ ที่ประตูมุก
เขามองเห็นกำแพงขนาดมหึมาเต็มไปด้วยนาฬิกาอยู่เบื้องหลัง

เขาจึงถามว่า " นาฬิกาพวกนั้น มันคือ อะไรน่ะ "
เซนต์ ปี เตอร์ ตอบ "มันคือ นาฬิกาแห่งการโกหก ทุกๆคนบนโลกจะมีนาฬิกานี้คนละ 1 เรือน
เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณโกหก เข็มนาฬิกาของคุณจะเคลื่อนไป"


" โอ.." รัมเฟลด์ กล่าว " นั่นมันนาฬิกาของใครกัน"

" นั่นเป็นของแม่ชีเทเรซ่า เห็น มั๊ย ว่าเข็มนาฬิกาไม่เคยเคลื่อนที่ไปเลย แสดงว่าหล่อนไม่เคยโกหกเลยสักครั้ง"

" เหลือเชื่อจริง ๆ" รัมเฟลด์ ถามต่อ "แล้วนั่นของใครกันล่ะ"

เซนต์ ปี เตอร์ ตอบ " นั่นคือนาฬิกาของ อับบราฮัม ลินคอล์น เข็มนาฬิกาเดินไปสองครั้ง
 บอกให้รู้ว่า อับราฮัม พูดโกหก แค่ 2 ครั้งเท่านั้น ตลอดชั่วชีวิตของเขา"

" เอ๊ะ แล้วนาฬิกาของ ทักษิณ อยู่ไหนกันล่ะ" รัมเฟลด์ ถามต่อ

" อ๋อ นาฬิกาของ ทักษิณ อยู่ในห้องทำงานของพระผู้เป็นเจ้าน่ะ ท่านกำลังใช้มันแทนพัดลมเพดาน "

เหอๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  กร้ากๆๆๆๆๆ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 05 มีนาคม 2553, 14:49:25
วันที่ 05 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 12:59:32 น.   มติชนออนไลน์

งัดเศรษฐศาสตร์แนะทักษิณ

โดย วรากรณ์ สามโกเศศ

คนไทยที่รู้ร้อนรู้หนาวกำลังกังวลอย่างใจจดใจจ่อกับความแค้นของอดีตนายก รัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ข้อมูลที่เห็นกันก็คือกลุ่มแกนนำคนเสื้อแดงสนับสนุนการกลับมาของอดีตนายกฯ ทักษิณอย่างเปิดเผยและอย่าง "ลับ ลวง พราง" และต่างกำลังพยายามระดมผู้คนจากทั่วประเทศเพื่อบีบให้รัฐบาลยุบสภาเพื่อ เลือกตั้งใหม่ ในการตัดสินใจเดินหน้าครั้งนี้ของคุณทักษิณ เศรษฐศาสตร์สามารถช่วยในการตัดสินใจที่เหมาะสมสำหรับคุณทักษิณได้เป็นอย่าง ดี


บัดนี้เป็นที่ชัดเจนจากการยอมรับอย่างเปิดเผยจากทุกฝ่ายและจากตัวคุณ ทักษิณเอง ว่าคนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย และคุณทักษิณ คือสิ่งเดียวกันทั้งหมด โดยมีเป้าหมายคือการกลับมามีอำนาจอีกครั้งผ่านการนิรโทษกรรมคดีทั้งหมดและ การคืนทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่ศาลพิพากษาให้ยึดเมื่อเร็วๆ นี้ ไม่ว่าข้ออ้างในการประท้วงคือเพื่อ "ล้มล้างอำมาตย์" "เพื่อแก้ไขสอง "มาตรฐาน"" "เพื่อให้ได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงคืนมา" ฯลฯ แต่ประชาชนไทยส่วนใหญ่ก็เห็นชัดเจนว่าเป้าประสงค์ที่แท้จริงก็คือการช่วย เหลือคุณทักษิณอย่างเดียว


ความรู้เศรษฐศาสตร์ในเรื่องแรกที่จะช่วยในการตัดสินใจเดินหน้าของคุณ ทักษิณก็คือสิ่งที่เรียกว่า income effect (ผลจากรายได้) อธิบายได้ง่ายๆ ก็คือเวลาเราถูกหวย เงินเดือนขึ้นสองขั้น ได้รับมรดก ได้เงินก้อนใหญ่มา ฯลฯ จะรู้สึกว่าตนเอง "รวย" ขึ้น เพราะจะสามารถจับจ่ายซื้อของหรือทรัพย์สินได้เพิ่มขึ้น และมีทางโน้มที่จะใช้จ่ายเงินเพิ่มขึ้น


ในทางตรงกันข้าม เมื่อสูญเสียเงินจะรู้สึกว่าตนเอง "จน" ลง และมีพฤติกรรมที่จะใช้จ่ายเงินน้อยลง หรือหลีกเลี่ยงการใช้จ่ายมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการสูญเสียเงิน ก้อนใหญ่


เงิน 4.6 หมื่นล้านบาทที่อยู่ในรูปธนบัตรใบละ 1,000 บาท หากเอามาวางเป็นตั้งจะมีความสูงถึง 5.842 กิโลเมตร หนัก 18.4 ตัน การสูญเสียเงินไปขนาดนี้ย่อมทำให้คุณทักษิณรู้สึก "จน" ลงอย่างแน่นอน (ไม่ว่าจะมีเหลือสักกี่หมื่นล้านบาทก็ตาม) ดังนั้น โอกาสที่ "ท่อน้ำเลี้ยง" จะไหลโจ๊กเพื่อสนับสนุนการชุมนุมอย่างเต็มที่เป็นไปได้น้อยเพราะมนุษย์ทุกคน หลีกหนี income effect ไม่พ้นเพียงแต่จะมากหรือน้อยเท่านั้น


ประการที่สอง ปัญหา Principal-Agent ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ เป็นสิ่งที่หลีกไม่พ้น การมี "ตัวแทน (agent)" ทำงานแทน "ตัวการ (principal)" ไม่ว่าจะเป็นนายหน้า ทนายความ "แกนนำสู้แล้วรวย" สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ดูแลผลประโยชน์ กรรมการบริษัท ฯลฯ เกิดปัญหาขึ้นเสมอเพราะ "ตัวแทน" มักจะปฏิบัติในลักษณะที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์แก่ตนเองมากกว่าผลประโยชน์ของ "ตัวการ"


ไม่ว่า "ตัวการ" จะพยายามออกแบบระบบจูงใจ "ตัวแทน" ดีอย่างไร "ตัวการ" ก็จะประสบปัญหาเสมอ ยิ่งผลประโยชน์ตอบแทนยิ่งสูง จำนวน "ตัวแทน" ยิ่งมากและซับซ้อนในโครงสร้าง ยิ่งระยะทางและการควบคุมยิ่งห่าง ปัญหา Principal-Agent จะยิ่งสูง ดังนั้น "ตัวการ" มีโอกาสสูญเสีย "ค่าจ้าง" หรือผลประโยชน์สูงเนื่องจากธรรมชาติของมนุษย์นั้น ไม่ว่า "ตัวแทน" จะเป็น "คนดี" อย่างไรก็อดมองไปที่ผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลักไม่ได้


คุณทักษิณได้ประสบปัญหา Principal-Agent มาตลอดจนน่าจะสูญเสียเงินทองไปมากมาย ไม่ว่าจะออกแบบระบบจูงใจอย่างไรคุณทักษิณไม่มีวันเอาชนะประเด็น Principal-Agent ตามหลักวิชาการไปได้เลย


ประการที่สาม นักเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ศึกษาพฤติกรรมมนุษย์และเชื่อว่ามนุษย์ไม่มีเหตุมีผล เหมือนดังที่เคยเชื่อกันมา ตัวอย่างแรกก็คือ "การเฮโลคิดกันไปตามฝูงชน (herd mentality) ของมนุษย์ไม่ว่าในเรื่องหุ้น เรื่องฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ การเห่อสินค้า (black นะครับ ไม่ใช่ blueberry เหมือน blueberry cheese cake) ฯลฯ มนุษย์ไม่ใช่ผู้ชอบวิเคราะห์ข้อมูลอย่างแข็งขัน ถ้าเชื่ออะไรสักอย่างแล้ว จะมีความสามารถอย่างยอดเยี่ยมในการโน้มน้าวใจตนเองให้เห็นว่าสิ่งที่เขา เชื่อนั้นเป็นจริง


การตัดสินคดีว่าคุณทักษิณ "ซุกหุ้น" ตลอดช่วงสองเวลาของการเป็นนายกรัฐมนตรี (ผู้พิพากษาลงมติเป็นเอกฉันท์) และประพฤติมิชอบใน 5 คดีโดยใช้อำนาจหาประโยชน์ให้แก่ครอบครัวตนเองถือได้ว่าเป็นการสร้างความเสีย หายอย่างใหญ่หลวงแก่ชาติในสายตาประชาชนทั่วไป (ABAC โพลระบุว่าเกือบร้อยละ 60 เห็นว่าคุณทักษิณควรยอมรับคำตัดสิน ซึ่งมีนัยว่าคนเหล่านี้เห็นว่าคุณทักษิณทุจริตจริง) โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนต่างประเทศ (ถ้าเป็นฝรั่งก็เรียกว่าการตัดสินครั้งนี้ damaging สำหรับตัวคุณทักษิณอย่างยิ่ง)


เชื่อได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบันโดยเฉพาะคนที่อยู่ตรงกลางหรือ กลางแบบเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง บัดนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการ "เฮโลคิดไปตามฝูงชน" กระแสประชาชนที่จะช่วยคุณทักษิณเข้าใจว่าเหือดแห้งไปมากโดยสามารถใช้ความ เข้าใจมนุษย์ของเศรษฐศาสตร์มาช่วยอธิบาย


ประการที่สี่ นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมอธิบายว่าสาเหตุที่มนุษย์ผิดพลาดก็เพราะการคิดเข้า ข้างตนเอง กล่าวคือมนุษย์นั้นเข้าใจ รับรู้รับทราบ รัก ชอบ (อย่างที่นักจิตวิทยาเรียกว่า perception) อย่างที่ตนเองเลือกที่จะรับรู้รับทราบ เข้าใจ เกลียด รักชอบ ฯลฯ ("ความรักทำให้ตาบอด" "ตัวเองดีที่สุด ถูกต้องเสมอ") จนเกิดความเอนเอียงและมักตัดสินใจไปอย่างขาดสติ


คุณทักษิณก็อยู่ในสภาวการณ์เช่นเดียวกับมนุษย์ทั้งโลก กล่าวคือเลือกที่จะรับรู้รับทราบอย่างที่ใจตนเองต้องการ ยิ่งอยู่ห่างบ้าน ห่างข้อมูล มีแต่ "ตัวแทน" ซึ่งมีวัตถุประสงค์แห่งผลประโยชน์แตกต่างกันอยู่รายล้อม แถมมีเงินและมีความเคียดแค้นเป็นเจ้าเรือน การตัดสินใจของคุณทักษิณจึงน่าจะไม่อยู่บนพื้นฐานของเหตุผลที่ใกล้โลกแห่ง ความเป็นจริงนัก


คนที่ไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวพันกับคุณทักษิณจะมองเห็นว่าการ "ออกแรง" บีบรัฐบาลครั้งนี้มีโอกาสประสบผลสำเร็จต่ำ เพราะเชื่อว่า "การเฮโลคิดไปตามฝูงชน" ได้เกิดขึ้นแล้วจากการที่ได้เห็นคำพิพากษา ดังนั้น การอาศัยฝูงชนจึงทำได้ไม่ง่าย แถมเศรษฐีแฟนคลับต้องช่วยควักกระเป๋าในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปแทนคุณทักษิณ ที่ถูกฤทธิ์ income effect ความไหลคล่องของน้ำเลี้ยงจึงน่าจะน้อยลงไป


สมมุติว่า "ออกแรง" ได้สำเร็จจนยุบสภา เลือกตั้งใหม่ กลุ่มคุณทักษิณได้มาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง คิดหรือว่ากฎหมายนิรโทษกรรมและการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำได้ง่ายๆ เมื่อครั้งตอนรัฐบาลสมัครและรัฐบาลสมชายซึ่งคุณทักษิณ "แข็งแกร่ง" กว่านี้มากยังไม่สามารถทำได้ เหตุใดจะสามารถทำได้ในอนาคตซึ่งมีความไม่แน่นอนเป็นอันมากในการได้กลับมา เป็นรัฐบาลอีกครั้ง (ซึ่งคุณทักษิณก็ไม่สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกหากรัฐธรรมนูญ 2550 ไม่ได้รับการแก้ไข) แค่หา "ตัวแทน" สักคนที่สังคมพอยอมรับได้เสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ครั้งที่จะถึงนี้ยังหาไม่ได้เลย


หากประมวลและประเมินประโยชน์ (benefit) และต้นทุน (cost) ภายใต้การตัดสินใจอย่างมีเหตุมีผลแล้ว สามารถใช้เศรษฐศาสตร์ช่วยตอบได้ว่าคุณทักษิณควรทบทวนการ "ออกแรง" 12 มีนาคมนี้ เพราะ "เสีย" สูงกว่า "ได้" มาก การ "เสีย" นั้นจะมีผลลามไปถึงครอบครัว ญาติพี่น้อง อีกมากมาย และหากมีผู้คนล้มตายจากการจลาจลและคุณทักษิณตกเป็นจำเลยคนสำคัญของแผ่นดิน


ถ้าหยุดเสีย ทำใจให้ได้ และหาความสุขกับเงินที่มีอยู่อีกนับหมื่นล้านบาทและกับครอบครัวในเวลาที่ เหลือของชีวิต และกับการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ อย่างจริงใจให้กับสังคมไทย คุณทักษิณจะมีทั้งความสุขและจะพอมีที่พิเศษอยู่ในหัวใจของคนไทย และประวัติศาสตร์จะบันทึกไว้อย่างเมตตา


คนมีเงินไม่ถึงหมื่นบาทยังมีความสุขได้ ความสงบในจิตใจได้ ทำไมคนมีเงินเป็นหมื่นล้านบาทจึงหาความสุขในชีวิตไม่ได้ ทำไมคุณทักษิณไม่หาความสุขจากสิ่งที่มีแทนที่จะมีความทุกข์กับอดีต และหวังว่าจะมี "ความสุข" กับอนาคตอันแสนเลือนรางซึ่งสุดแสนสุ่มเสี่ยงต่อการก่อให้เกิดอันตรายแก่ ชีวิตของคนไทยด้วยกันเอง ชื่อเสียงของตัวเองในประวัติศาสตร์และคนที่คุณทักษิณรัก





หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Preecha2510 ที่ 05 มีนาคม 2553, 15:16:43
อ้างถึง
ข้อความของ seree_60 เมื่อ 04 มีนาคม 2553, 12:56:53
นาฬิกาแห่งการโกหก


โดนัลด์ รัมเฟลด์ ได้ตายลงและไปยังสวรรค์ ขณะที่เขานั่งลงหน้า เซนต์ปีเตอร์ ที่ประตูมุก
เขามองเห็นกำแพงขนาดมหึมาเต็มไปด้วยนาฬิกาอยู่เบื้องหลัง

เขาจึงถามว่า " นาฬิกาพวกนั้น มันคือ อะไรน่ะ "
เซนต์ ปี เตอร์ ตอบ "มันคือ นาฬิกาแห่งการโกหก ทุกๆคนบนโลกจะมีนาฬิกานี้คนละ 1 เรือน
เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณโกหก เข็มนาฬิกาของคุณจะเคลื่อนไป"


" โอ.." รัมเฟลด์ กล่าว " นั่นมันนาฬิกาของใครกัน"

" นั่นเป็นของแม่ชีเทเรซ่า เห็น มั๊ย ว่าเข็มนาฬิกาไม่เคยเคลื่อนที่ไปเลย แสดงว่าหล่อนไม่เคยโกหกเลยสักครั้ง"

" เหลือเชื่อจริง ๆ" รัมเฟลด์ ถามต่อ "แล้วนั่นของใครกันล่ะ"

เซนต์ ปี เตอร์ ตอบ " นั่นคือนาฬิกาของ อับบราฮัม ลินคอล์น เข็มนาฬิกาเดินไปสองครั้ง
 บอกให้รู้ว่า อับราฮัม พูดโกหก แค่ 2 ครั้งเท่านั้น ตลอดชั่วชีวิตของเขา"

" เอ๊ะ แล้วนาฬิกาของ ทักษิณ อยู่ไหนกันล่ะ" รัมเฟลด์ ถามต่อ

" อ๋อ นาฬิกาของ ทักษิณ อยู่ในห้องทำงานของพระผู้เป็นเจ้าน่ะ ท่านกำลังใช้มันแทนพัดลมเพดาน "

                 
               Joke นี้อ่านแล้ว ฮา ครับ  อ่านแล้วนั่งหัวเราะ หึ หึ อยู่คนเดียว  ค่อยหายเครียดขึ้นมานิดหนึ่ง

               จากเหตุการณ์ที่กำลังขมึงเกลียวเข้ามาทุกทีในช่วงนี้


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 05 มีนาคม 2553, 20:55:44
ชวนไปฟังดนตรี

                เพลงประชาชนฉลองวันสตรีสากล
วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม 2553 เวลา 17:30 - 21:00 น.
ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร


เอกลักษณ์ของรูปแบบการจัด
การจัดงานแสดงดนตรีในครั้งนี้ จะมีลักษณะที่แตกต่างไปจากเดิมที่ผ่านมาบางประการ:

1.ไม่เน้นความอลังการของดนตรีในรูปแบบวงมโหรีขนาดใหญ่ แต่เป็นการแสดงดนตรี “ของแท้” จากฐานที่มั่นของนักต่อสู้ในอดีตที่ร้องมาตลอด 40 ปีแล้ว
2.เน้นให้เกิดการมีส่วนร่วมในหมู่ผู้เข้าร่วม เช่น การร้องเพลงร่วมกัน และจะมีการรำวงร่วมกันในแต่ละช่วงของ โดยเป็นการรำวงตามแบบฉบับของแท้จากฐานที่มั่นในอดีต
3.การแสดงปาฐกถาโดยบุคคลที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เนื่องในวันสตรีสากล

ผู้กล่าวในงานวันสตรีสากล
1.คุณดุษฎี พนมยงค์
2.คุณศรีสว่าง พั่ววงศ์แพทย์
3.คุณสุภิญญา กลางณรงค์
4.คุณพัชณีย์ คำหนัก
5.คุณสินี จักรธรานนท์
6.ป้าผึ้ง
7.ป้าขวัญ

เพลงที่จะร้องในงาน
เป็นเพลงเกี่ยวกับสตรีเนื่องในงานวันสตรีสากล และเพลงประชาชนอื่น ๆ จำนวนประมาณ 20 เพลง และมาร่วมพบกับนักร้องรับเชิญจากเขตงานต่าง ๆ เช่น

1.คุณกมล สุสำเภา (ส.ประดิษฐ์ ที่มั่นแดง)
2.คุณศุภลักษณ์ สุวรรณประสพ (ก้อย กงล้อ - ส.แวว ศิลปิน 82)
3.คุณประพร จันโท (ส.เทิด ภูพาน)
4.คุณรุ่งรวี สิทธินันทน์ (ส.คำราม ที่มั่นแดง)

สิ่งที่ท่านจะได้รับจากงานนี้

1.การฟังเพลงปฏิวัติที่หาโอกาสได้ยาก
2.การรำวงมาตรฐานของอดีตนักปฏิวัติ
3.การพบปะ สมานมิตรกับมิตรสหายจากทั่วทุกภูมิภาค
หวังว่าจะได้พบมิตรสหายจากทั่วเขตงาน ทั่วทุกภูมิภาคมาร่วมงานกัน แต่อย่าลืมจองที่นั่งล่วงหน้า มีที่นั่งจำกัด
รายได้และค่าใช้จ่ายในการจัดงาน
งานนี้ขอรับบริจาคจากผู้เข้าร่วมงานท่านละ 300 บาท (สามารถบริจาคได้เพิ่มเติมตามอัธยาศัย) เพื่อมอบให้ชมรมมิตรสัมพันธ์ ซึ่งเป็นชมรมที่ช่วยเหลือมิตรสหายอดีตนักปฏิวัติอาวุโสที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการยังชีพ
โดย โอนเงินเข้าบัญชี น.ส.นงลักษณ์ จตุเทน
เลขที่บัญชี 748-2-03431-9
ประเภทบัญชีออมทรัพย์
ธ.กสิกรไทย สาขาย่อยเซ็นทรัลพระรามที่ 3
และโปรดส่งใบโอนเงิน ถึง คุณจันทิรา สระทองเขียว โทรสาร 0.2295.1154 โทรศัพท์ 08.2522.6064


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 06 มีนาคม 2553, 14:26:04
(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/kyun8z-b9ccb6.jpg)

  ขอให้พระจงคุ้มครอง บ้านเมืองให้อยู่รอดปลอดภัย


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 07 มีนาคม 2553, 14:38:51
ก่อนถึง 14 มีค. 53 การชุมนุมหญ่าย ของเอแดง
มีเรื่องตลกๆมาให้อ่าน จากข้อเขียนข้างล่างนี้


ตัวตลกเสื้อแดงPosted by PinMEMO on Apr 12, '09 2:03 PM for everyone
Link: http://evolution.diaryis.com/?20090411

วันที่ 10 เมษายน 2009
ตัวตลกเสื้อแดง

เหลือง ของเราคือธรรมประจำจิต
แดงของเราคือโลหิตอุทิศให้

ต่อไปนี้ชาว ธรรมศาสตร์จงอย่าปล่อยให้ใครเอาสีของสถาบันเราไปใช้ก่อความวุ่นวายอีกต่อไป

วัน ที่ 09 52เมษายน ที่ผ่านมา
ผมนั่งรอประชุมอยู่ในห้องแล็ปที่จุฬาฯ
แล้ว ข่าวก็ประกาศเข้ามาในห้องว่า
รถแท็กซี่เสื้อแดงปิดล้อมอนุเสาวรีย์ฯ ไว้แล้ว
ผมจึงต้องโดดประชุมกลับบ้านไปก่อน

ครั้งถึงบ้านน้องสาวคน เล็กก็โทรมา
ถามว่าผมกลับบ้านแล้วหรือยัง
บอกว่าติดอยู่จุฬาฯ กลับบ้านไม่ได้
แม่กำลังไปรับ ก็ออกไม่ได้
ก็ขอโทษน้องไปเพราะไม่รู้ ว่าน้องก็ไปมหาวิทยาลัย

กลับถึงบ้านผูกเนคไทสีดำแล้วขับรถฝ่าออกไป งานศพตอนห้าโมงเย็น
ข่าวกลุ่มคนเสื้อแดงปิดล้อมคนทะยอยประกาศออกมาจุด แล้วจุดเล่า
รถก็ติด ฝนก็ตกหนักจนมองแทบไม่เห็นรถคันหน้า
กว่าจะถึง งานศพที่วัดพระศรีมหาธาตุก็ปาเข้าไปทุ่มครึ่ง
เหลือแค่เจ้าภาพกับศพ ส่วนพระกลับกันหมดแล้ว

ทานข้าวกับอาจารย์ที่งานศพต่อแล้วออกไปหา เพื่อนที่รัชโยธิน
กินข้าวกันได้สักพักผมก็ชวนน้อง D. (ชื่อย่อ) กับน้อง P. กลับบ้าน
เนื่องจากว่าข่าวไม่ค่อยดีเลยตัดสินใจกลับพร้อมๆ กัน
ขับ รถคนละคันตามๆ กันไป มีอะไรจะได้ช่วยกันถูก

ผมตัดสินใจขับรถตรงไป ขึ้นทางด่วนดินแดง
โดยที่ไม่ได้ขึ้นโทลเวย์เพราะคิดว่าดึกแล้วรถคงไม่ติด
หา รู้ไม่ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงทำการปิดล้อมทางขึ้นทางด่วนไว้แล้ว

ขับๆ ไปจนถึงด่านปิดล้อมที่หนึ่ง
ผม น้อง D. และน้อง P. ก็ชะลอรถ
เนื่อง จากมีรถขับสวนย้อนศรมาจำนวนมาก
ผมเลยโทรหาน้อง D. ที่อยู่ฝั่งซ้าย
น้อง D. บอกว่าจะตัดสินใจกลับรถ
แต่ผมเหลือบไปเห็นคนเสื้อแดง เอามอเตอร์ไซด์กั้นถนนไว้
ผมเลยตัดสินใจโทรบอกให้น้อง D. และน้อง P. ช่วยกันกดแตร
ถ้าเราสามัคคีกันมันต้องกลัวพวกเราแน่นอน

แล้วผมก็ เริ่มกดก่อน ปิ๊น สั้นๆ
น้อง D. กับน้อง P. ก็เริ่มกดตาม
พวกเราลด กระจกลงแล้วบอกให้รถคันอื่นช่วยกันกด
มอเตอร์ไซด์เสื้อแดงก็กล้าๆ กลัวๆ เดินมาขวางทางไว้
ผมตะโกนออกไปด้วยเสียงของว้ากเกอร์ โปรเจคเสียงไปข้างหน้า
พลางเข้าเกียร์ N เอาไว้แล้วเหยียบคันเร่งดังๆ

"ผม จะนับหนึ่งถึงสิบ"
บรึมๆๆๆๆ
"นับถึงสิบเมื่อไหร่อย่าหาว่าผมไม่เตือน นะ"
ในใจก็คิดว่าถ้าถึงสิบแล้วมันไม่เปิดกุกลับรถก็ได้วะ
คนอย่างผม ไม่กล้าขับรถชนให้มีเรื่องกับพวกนี้หรอก
บรืนๆๆๆๆ
รถคันข้างๆ ก็ช่วยกันกดไล่ม็อบ
นับยังไม่ทันถึงห้าด่านที่หนึ่งก็แตกพ่าย
พวก มอเตอร์ไซด์เสื้อแดงโบกให้รถพวกเราผ่านไปโดยดี

ขับต่อไปได้ไม่กี่ กิโลเมตร
พวกเสื้อแดงขวางทางรถบรรทุกเอาไว้ด้านซ้าย
รถคันที่ผ่านมา ก่อนก็ตัดสินใจจะกลับรถ
เนื่องจากมีรถสวนกลับมาเป็นระยะ
ผมเห็นตำรวจ ยืนโบกให้กลับรถอยู่ตรงหัวมุม
ในขณะที่เสื้อแดงยืนกร่างเอามอเตอร์ไซด์ ขวางถนน

ผมลดกระจกรถลงแล้วตะโกนออกไปนอกรถดังๆ
"คุณมีสิทธิอะไรมา ยืนขวางถนน"

เสื้อแดงโพกแขนความจริงวันนี้รีบหันมาตอบว่า
"พี่ๆ พันธมิตรบุกมา ผมรีบมาเตือนพี่"
ไอ้เราก็รีบตามน้ำเลยครับว่าพันธมิตรมา จริงๆ เหรอ
"งั้นรีบเปิดทางเลยผมจะรีบไปไล่พันธมิตร"

มันทำหน้าเห วอแล้วหันไปมองหน้ากัน
ผมรีบตะโกนซ้ำออกไปว่า
"นี่พวกเมิงคิดว่ากุ โง่เหรอไง"
"ข่าวก็บอกว่าพวกเมิง ปิดถนนไว้ยังจะมาใส่ร้ายพันธมิตร"
"น้อง P. ถ่ายรูปมันไว้เลยครับ อัดเสียงไว้ด้วย เอาไปทำข่าว"
ผมรีบตะโกนบอก น้อง P. ในรถอีกคันที่จบทางสื่อสารมวลชน
"ไหนพูดอีกทีดิ๊ว่าพวกเสื้อแดง หรือว่าพันธมิตร"
พวกมันก็ตอบว่ารู้แล้วจะมาถามทำไม

"มอเตอร์ไซด์ คันหน้าของใคร" ผมถามซ้ำ
เจ้าของมอเตอร์ไซด์หน้าโง่รีบวิ่งออกมา
ผม รีบตะโกนถามหาใบขับขี่
"ใบขับขี่อยู่ไหน เอาออกมาเดี๋ยวนี้"
ตามฟอร์ม ครับมันต้องบอกว่าไม่ได้พกมา
"แล้วบัตรประชาชนล่ะ"
มันก็บอกว่าไม่ได้ พกมาอีกแล้วครับท่าน
เข้าทางผมพอดีผมเปิดไฟสูงแล้วหันไปบอกคุณตำรวจ
ว่า ใบขับขี่ บัตรประชาชนไม่ได้พก เอารถขวางถนน
คุณตำรวจจัดการยกรถไปเลยครับ

ตำรวจ ยืนงงเลยครับ
หันมาหาผมแล้วรีบขับมอเตอร์ไซด์หนีไป
ตำรวจไทย แก้ปัญหาด้วยการหนีปัญหา
ผมรีบตะโกนไล่หลังว่า "ระวังจะโดนสอบวินัย"

เอา ละสิครับเหลือแต่พวกผมกับเสื้อแดง
ตำรวจก็ไม่อยู่ช่วยดันหนีกลับไปอีก
ผม ทำใจดีสู้เสือรีบตะคอกใส่พวกมัน
"ตำรวจพวกมันยังกลัวกุ พวกเมิงจะเปิดไม่เปิด"
พวกมันรีบเปิดทางให้ผมกับน้องๆ ที่ตามมา
"ผม รีบตะคอกใส่ซ้ำว่า รู้ว่าไม่ดีแล้วทำไมยังทำ"
ตอกย้ำความผิดในมโนสำนึก ที่ยังพอมีเหลือของพวกมัน
พวกมันตอบคำถามผมไม่ได้ว่าทำไมถึงต้องปิดถนน
ผม รีบถามซ้ำว่า "จ้างมาเท่าไหร่"
เสื้อแดงที่ดูเป็นหัวหน้ากลุ่มรีบตอบว่า
"ไม่ ครับ พวกผมมาด้วยใจ ไม่มีใครจ้างมา"
ผมเลยรีบอำต่อไปว่า "ยังจะมาโกหกอีก"
"ด่านที่แล้วเค้าบอกว่าจ้างมาสองพัน"
ทั้งๆ ที่ด่านที่แล้วไม่ได้คุยกันสักคำ

เจ้าของมอเตอร์ไซด์รีบหันมาด่าคน ที่เหมือนหัวหน้าว่า
"อ้าวพี่ แล้วทำไมให้พวกผมแค่พันเดียว"
แล้ว เสื้อแดงก็เริ่มแตกคอกันไปเอง
ผมตะโกนไล่หลังว่า
"เค้ารับมาสองพันให้ พวกเมิงแค่พันเดียว"
"วันก่อนมีคนโดนเบี้ยวไม่จ่ายตังค์ด้วย"
ไอ้ เสื้อแดงหัวโจกก็โดนลูกน้องรุมซัก
ผมตะโกนขู่ซ้ำว่าจะให้ตำรวจมายกรถไป
พวก มันเลยรีบเปิดถนนให้พวกผมขับผ่านไป

ขับตรงต่อมาไม่กี่กิโล
มีรถ สวนกลับมาอีกบอกว่าด่านจ่ายค่าผ่านทางปิด
ผมกับน้องๆ ที่มาด้วยกันจึงตัดสินใจกลับรถ
โชคดีที่เจอตำรวจใจดีเปิดทางให้ขึ้นโท ลเวย์
ผมขับรถสวนทางขึ้นไปกลับรถบนโทลเวย์
เสียวก็เสียวรถขับสวนมา เร็วๆ แต่ก็รู้สึกสนุกดี
จะว่าไปตำรวจดีๆ ก็มีเหมือนกันแฮะ

คืน นั้นออกจากรัชโยธินมาสี่ทุ่ม
กว่าจะกลับถึงบ้านก็ปาเข้าไปเที่ยงคืน
กลับ ถึงบ้านผมโทรบอกขอโทษน้อง D. กับ P.
ที่ผมพาไปเสี่ยงอันตรายยามค่ำคืนแบบ นี้
น้องๆ ก็ไม่โกรธ แถมบอกว่าประสบการณ์คืนนี้สนุกดี
พวกเสื้อแดง ปัญญาอ่อนกลายเป็นตัวตลกไปเลย


เช้าวันที่สิบ
แม่ครัวที่จ้าง ให้ทำกับข้าวมาขอลางาน
ผมก็ถามไปว่าจะลาไปไหน
คุณเธอก็รีบตอบมาว่าลา ไปเข้ากลุ่มเสื้อแดง
ผมถามว่าเค้าให้มาคนละเท่าไหร่
แม่ครัวที่บ้าน รีบตอบว่าให้คนละห้าร้อย
ผมก็เลยอนุญาตให้ลางานได้
แล้วก็บอกว่าให้ไป เขียนใบลาออกต่อด้วยเลย
แม่ครัวหน้าจ๋อยไม่ยอมไปม็อบ


ตอนบ่ายๆ ได้ข่าวจากนราธิวาส-สาธร ว่า
ชาวสาธรออกมาไล่ม็อบเสื้อแดงผ่านไปได้
แถม เปิดดูคลิปเห็นธงแดงโดนเผาก็สะใจไม่น้อย
หารู้ไม่ว่าผ่านไปอีกแค่วัน เดียวเท่านั้นเอง
ประเทศไทยจะโดนย่ำยีจนเสียหายขนาดนี้

เอาคืนมา กันเถอะครับพี่น้องธรรมศาสตร์ที่รักของผม
สีเสื้อของพวกเรา อย่าให้เขาเอาไปใส่แอบอ้างต่อไปอีกเลย


GentleManiac
11 เม.ย. 2552 เวลา 22:38 น.


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 07 มีนาคม 2553, 14:54:38
เพียงแวบเดียวที่เห็น แกนนำที่จะมาชุมนุม (แปลงโฉม เพื่อมิให้ ตำรวจจำได้)
คุณจะหลงรักแกนนำ(สาว)เสื้้อแดงทันที



(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/kywj6u-5a6e2b.jpg)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 07 มีนาคม 2553, 14:59:01
ใครว่า เสื้อแดงโหดร้าย
ผมม่ายเชื่อ ลองดูซิครับ
ร้อยบาท เหยียบขี้หมา 1 กอง ใครจะ รองมั้ยครับ

(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/kywjhu-75f13e.jpg)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: ตุ๋ย 22 ที่ 07 มีนาคม 2553, 21:13:27
วันนี้แถวบ้านผมเอารถกระจายเสียงเชิญชวนชาวบ้านเข้าร่วมชุมนุมวันที่ 14 มีนา


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 11 มีนาคม 2553, 11:57:43
เป็ดเหลิม” ขี้ขึ้นสมอง!! หอบสังขารหนีไปนอกช่วงเสื้อแดงชุมนุม  
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มีนาคม 2553 00:11 น.
 
 
 “เฉลิม” หัวหด!! ดอดหลบอุณหภูมิการเมืองร้อน หนีไปสิงคโปร์ช่วงเสื้อแดงชุมนุม อ้างไปพบเพื่อน ก่อนหน้าที่จะเดินทางได้ไปเยี่ยม “จิ๋ว” แจ้งแล้วไม่อยู่วอร์รูมเพื่อไทย และจะเดินทางกลับเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
       
       วานนี้ (10 มี.ค.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน และประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่า ตนทราบข่าวจากแหล่งข่าวว่าจะมีทหาร 3 กองร้อยจากค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เดินทางมาปักหลักที่วัดบางบอน ซึ่งอยู่ใกล้บ้านตน ตอนเวลาประมาณตี 5 ของเช้าวันที่ 11 มี.ค.เพื่อติดตามการชุมนุมของคนเสื้อแดง แต่ตนจะไม่อยู่ที่บ้านเพราะเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ เพื่อไปพบเพื่อนและจะเดินทางกลับเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง
       
       ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ตนได้เดินทางไปพบ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎแล้ว เพื่อแจ้งว่าจะไม่อยู่ประชุมวอร์รูมที่พรรคเพื่อไทยระหว่างการชุมนุมของคนเสื้อแดง และก็คาดว่า พล.อ.ชวลิต ก็จะไม่เข้าร่วมวอร์รูมด้วยเช่นกันเนื่องจากยังต้องใช้เวลารักษาตัวอีกหลายวัน

 
 
 
 
 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 11 มีนาคม 2553, 12:07:14
แดงเผาเมืองแน่!! “สงค์” เตือน “มาร์ค” ระวังคนในลอบสังหาร 
 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มีนาคม 2553 11:17 น.
 
 
 
 “ประสงค์” เชื่อเสื้อแดงเผาเมืองแน่ คาดมวลชน 8 หมื่นเข้ากรุง พร้อมจัดคนคุมศูนย์ราชการนับ 10 จังหวัด รับสงสารแดงไม่รู้อีโหน่อีเหน่ร่วมม็อบโดนพวกเดียวกันทำร้ายสร้างสถานการณ์ ปูดแดงฝึกฮาร์ดคอร์ไว้ลำตะคองก่อนส่งปาบึ้มโยนความผิดรัฐ เชื่อแก๊งนักโทษหวังสถาปนารัฐไทยใหม่ คาดสามเกลอไม่ได้วางแผนเอง จี้รัฐอย่ากลัวผีนรก วอนคนไม่เกี่ยวข้องอย่าจุ้นม็อบ แนะชาวชุมชนลุกสู้ต้านคนป่วน ชี้หากรัฐคุมไม่อยู่คนที่รักษาความมั่นคงจะจัดการเอง เย้ย “ทักษิณ” ชาตินี้ก็ไม่มีทางชนะ เสียดายไม่น่าเกิดในแผ่นดินไทย จี้รัฐหากชนะเลิกจับงูข้างหางเหตุจะไม่ยืดเยื้อ เตือน “มาร์ค” ระวังคนในลอบสังหาร
       
       

       
       วันนี้ (11 มี.ค.) ที่สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการสภาท่าพระอาทิตย์ ถึงแนวโน้มของสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า เท่าที่ติดตามสถานการณ์มาโดยตลอดเห็นว่าการเตรียมการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพรรคพวก มีความพร้อมยิ่งกว่าสมัยที่ผ่านมา เพราะมีสัญญาณหลายอย่างที่แสดงให้เห็น เช่น การปลุกระดมผ่านเวทีชุมนุม ทางสื่อโทรทัศน์และวิทยุของกลุ่มคนเสื้อแดง การหาประชาชนเข้าร่วมชุมนุม และการจัดหารถขนส่ง ส่วนเรื่องความขัดแย้งในการจ่ายเงินสนับสนุนก็ยอมรับว่ามีจริง แต่คนทำงานใหญ่เขาทำงานกันมาเป็นเดือนแล้ว ซึ่งตนเตือนว่าอย่าประมาทในจำนวนคน ทั้งนี้ ตนยังเชื่อว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะมีวิธีการที่นำปฏิบัติรุนแรงกว่าเหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายน ปี2552
       
       ขณะที่การเคลื่อนตัวของมวลชนคนเสื้อแดงก็ต้องมองทั้งในส่วนกลาง และต่างจังหวัด โดยในต่างจังหวัดก็มีมวลชนส่วนนึงในพื้นที่ที่คาดว่าไม่ต่ำกว่า 10 จังหวัด เพื่อเฝ้าระวังในจุดสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการจังหวัด ส่วนคนที่เข้ามาในกรุงเทพมหานครก็มาตามจุดนัดหมายตั้งแต่ วันที่ 12 ซึ่งตนคาดว่าในวันที่ 14 นี้ จะมีคนเข้ามามาก แต่ไม่น่าจะเกิน 80,000 คน
       
       “ผมสงสารคนเสื้อแดงที่เข้ามาชุมนุมทั้งจากการชักชวนหรือว่าจ้าง โดยไม่รู้เรื่องว่าจะมีการปฏิบัติการจากคนพวกเดียวกัน ซึ่งได้รับการฝึกฝนอยู่ที่ลำตะคองเป็นเดือนๆ และไม่ได้เข้ามามือเปล่า ซึ่งคนพวกนี้ผ่านการใช้อาวุธ กระสุน ระเบิดมาแล้ว และข่าวที่ว่ามีการจัดซื้อขวดเปล่า ขณะนี้ก็นำเข้ามาอยู่ใน กทม.แล้ว สิ่งที่ต้องระวังคือการยิง ปาระเบิด นอกจากระเบิดมือ และระเบิดวาง ก็คือระเบิดขวด ซึ่งตรงนี้จะประมาทไม่ได้ เพราะมีการรวบรวมดำเนินการอย่างนี้จริงๆ และผมเชื่อว่า แนวโน้มความรุนแรงจะมีมากกว่าเก่า คนเสื้อแดงที่ไม่รู้เรื่องน่าสงสารที่สุด เพราะอะไรที่ยิงเข้าไปในกลุ่ม คนเสื้อแดงก็จะโทษรัฐ ทั้งๆ ที่เป็นฝีมือพวกเดียวกันทำ จนถึงการเผาบ้านเผาเมืองก็เป็นไปได้” น.ต.ประสงค์ กล่าว
       
       ส่วนเป้าหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคพวกในการชุมนุมครั้งนี้นั้น น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า มี 3 อย่าง คือ 1.ล้มอำนาจรัฐ 2.จัดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารปกครองอำนาจเบ็ดเสร็จ และ 3.สถาปนารัฐไทยใหม่ ฉะนั้นการชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ยุบสภา แต่แฝงไว้ด้วยการจราจล จากการที่แกนนำข่มขู่ อาฆาตมาดร้ายไว้หลายครั้ง ซึ่งตนเชื่อว่าการวางแผนทั้งหมดไม่ใช่ฝีมือสามเกลอ แต่มีอีกพวกหนึ่ง และจะไม่ได้วางแผนเพียงแค่แผนเดียว ซึ่งการชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ไม่ใช่แผนเดียว แต่เป็นเพียงแผนแรก ถ้าไม่สำเร็จก็จะมีอีกแผนให้ยืดเยื้อต่อไป ขณะที่จะสำเร็จหรือไม่ ตนเห็นว่าขึ้นอยู่กับรัฐซึ่งมีจุดแข็งคือกำลังพล อาวุธ และกฎหมาย แต่ก็มีจุดอ่อน คือ ถ้ารัฐทำงานเป็นคงไม่ลากมาถึงเหตุการณ์ช่วงนี้ ที่ผ่านมาดูเหมือนกับว่ากลัวอะไรบางอย่าง ซึ่งไม่ผิดกับคนกลัวผี ถ้ายิ่งกลัวผีก็ยิ่งมาหา สิ่งที่น่าจะจัดการได้กลับไม่ทำ การใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯ ก็เหมือนเอายันต์มากันผีหลอก แต่ครั้งนี้ผีไม่ได้มาตัวเดียว มาทั้งแดนนรก แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมา 2-3 วันก็ดูรัฐทำงานกระฉับกระเฉงขึ้น ถือเป็นสิ่งที่ดี ส่วนกรณีแนวคิดรัฐไทยใหม่ของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ตนยังเชื่อว่าประชาชนจะไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวที่จะสถาปนาประเทศโดยไม่มีระบบพระมหากษัตริย์ ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ยอมแน่
       
       น.ต.ประสงค์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ต้องระวังในขณะนี้คือความอลหม่าน ถ้าหากมีการใช้ระเบิดก็จะมีความอลหม่านเกิดขึ้นมีการล้มตาย และทำให้มีการปราบปราม ซึ่งรัฐบาลจะเสียเปรียบ ส่วนของภาคประชาชนที่ไม่ใช่กลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ตนขอให้ประชาชนเข้าใจว่าศึกครั้งนี้ไม่ใช่การเผชิญหน้าของคน 2 ฝ่าย แต่เป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องคุมสถานการณ์ จึงขอให้ประชาชนอย่าเข้าไปยุ่งในเหตุการณ์เป็นอันขาด โดยประชาชนส่วนใหญ่ต้องช่วยกันดูแลภายในชุมชนที่อาศัย หากมีใครเข้ามาก่อเรื่องในชุมชน ชาวชุมชนและในหมู่บ้านใกล้เคียงต้องลุกขึ้นมาต่อต้าน และตอบโต้กลับไปอย่างถึงที่สุด พร้อมทั้งขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้ทราบทิศทางของสถานการณ์ ถ้าหากคนเหล่านี้เลยเถิดไปก่อปัญหากับสถาบัน ก็ขอให้ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศออกมาปกป้อง ขณะที่ทางภาครัฐก็ควรใช้สื่อของรัฐให้ข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่องจนจบสถานการณ์ เพื่อประชาชนจะได้ติดตามข่าวสารได้โดยไม่ต้องมาดูเหตุการณ์ในพื้นที่
       
       ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สร้างสถานการณ์เพื่อให้มีการนิรโทษกรรมตัวเองแบบสมัยพฤษภาทมิฬนั้น น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า เขาอาจจะคิดอย่างนั้น แต่เขาวางแผนก้าวล่วงเกินไปแล้ว ซึ่งเชื่อว่าฝ่ายรัฐจะสามารถจัดการได้ และหากรัฐทำไม่ได้คนที่รักษาความมั่นคงก็จะมีวิธีจัดการ ทั้งนี้ ขอตำหนิรัฐที่ปล่อยปละละเลยให้มีการละเมิดสถาบัน และจาบจ้วง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ตนไม่เห็นว่ารัฐจะใส่ใจจัดการคนผิดกฎหมาย เลยทำให้คนพวกนี้ได้ใจ แต่ส่วนตัวแล้วเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชาตินี้จะไม่มีทางชนะ ซึ่งตนเสียดายที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่น่าเกิดมาในแผ่นดินไทยที่ให้ได้โกงได้มหาศาลแล้วยังจะกระทำอย่างนี้อีก ขณะที่ภาครัฐหากชนะครั้งนี้ได้ก็จะต้องเลิกจับงูข้างหาง ต้องจัดการหัวโจกตามกฎหมาย แต่ถ้ายังทำปกติก็จะมีเหตุการณ์ยืดเยื้อต่อไป ทั้งนี้ ขอเตือนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องระวังความปลอดภัยให้มากที่สุด โดยเอาบทเรียนของการลอบสังหารผู้นำต่างประเทศมาศึกษา โดยเฉพาะคนในต้องระวังเป็นพิเศษ

 
 
 
 
 
 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 11 มีนาคม 2553, 16:07:41
(http://img294.imageshack.us/img294/1029/fffi.gif)
ขอขอบคุณ นสพ.แนวหน้า


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: ตุ๋ย 22 ที่ 11 มีนาคม 2553, 20:45:42
กลุ้มใจ  เมื่อฝ่ายมั่นคงไม่ถึง


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 13 มีนาคม 2553, 05:49:15
บทพิสูจน์ "ไม่มีใครจ้าง กูมาเอง?"

แจกกันจะจะ เสื้อแดงนครพนมรับหัวละสองพันก่อนล่องกรุง

นี่คือ ประชาธิปไตย แบบ ทักษิณ ชินวัตร ซื้อกันด้วยเงินครับ

ประเทศไทยราคาเท่าไรกัน? มีหมื่นล้านบาท ก็ซื้อและยึดเอาไว้ได้

การเมือง ไม่ใช่เรื่องสนุก แต่เป็นเรื่องของเงิน ขอแย้งพี่ตะวันสักครั้งเต๊อะ

พี่น้องซีมะโด่ง กรุณาดูวิดีโอ จาก youtube

http://www.youtube.com/watch?v=izNHIDiBTT8


(http://img169.imageshack.us/img169/7852/a02f.jpg)

http://www.cmadong.com/board/index.php/topic,4765.new.html
 (http://www.cmadong.com/board/index.php/topic,4765.new.html)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 13 มีนาคม 2553, 07:16:33
(http://img215.imageshack.us/img215/2452/mgrpdf20100313page16.jpg)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 13 มีนาคม 2553, 08:45:20
เมื่อพระสงฆ์เมินกระบวนการยุติธรรม - ถึงเวลาที่"ฆราวาส"ต้องตัดสิน!
 
 นสพ.ผู้จัดการ ออนไลน์ :โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 13 มีนาคม 2553 07:22 น.
 
 
  บรรดาแกนนำเสื้อแดงเคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่า ในการชุมนุมวันที่ 14 มี.ค.นี้ จะมีพระภิกษุสงฆ์เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างน้อยถึง 20,000 รูป ซึ่งหากเป็นจริง ถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจพอสมควร เนื่องจากจะเกิดคำถามตามมาอีกมากมายว่า พระสงฆ์องคเจ้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรด้วย หรือเป็นการสมควรหรือไม่ ที่พระสงฆ์จะเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองกับฆราวาส หรือแม้แต่ ใช่เป็นกิจของสงฆ์หรือไม่
       
       คำถามดังกล่าวยังไม่มีใครสามารถตอบให้กระจ่างได้ นอกจากตัวพระคุณเจ้าเอง แต่สิ่งที่ได้เห็นและเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา อันเป็นวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตผู้นำไทยนั้น มีพระสงฆ์กลุ่มหนึ่งเดินกันให้จีวรปลิวว่อนภายในศาล เรียกว่า ไปลุ้นระทึกยิ่งกว่าเจ้าของทรัพย์เสียอีก ส่วนที่รั้วกำแพงนอกศาล ก็เห็นภาพพระคุณเจ้า บ้างก็เดินสะพายย่าม ถลกจีวรขึ้นบ่าไปมาราวกับนักเลงวังหลัง บ้างก็นอนเอกเขนกบนเตียงผ้าใบ ที่ญาติโยมคนเสื้อแดงจัดมาถวาย แถมข้างๆเตียงยังมีขวดเครื่องดื่มชูกำลังให้พระคุณเจ้า คอยยกจิบเอาแรงอีกต่างหาก
       
       ภาพเหล่านี้ที่เกิดขึ้น ย่อมเกิดคำถามดังกล่าวเบื้องต้นตามมา ในขณะที่ตัวพระคุณเจ้าเองไม่ได้นึกถึงความมีและความเป็นแห่ง"สมณสารูป" คือความประพฤติอันสมควรของสมณะ แม้แต่น้อย สิ่งที่ปรากฏผ่านสื่อไปยังสาธารณชน จะทำให้เกิดวิกฤติ"ศรัทธาไทย" คือการทำให้ศรัทธาเสื่อมไปหรือไม่ พระคุณเจ้าไม่ได้คำนึงถึง ในขณะเดียวกัน การเดินทางมาของพระสงฆ์ยังทำความหนักใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจตรา และรักษาความสงบเรียบร้อยด้วย เพราะด้วยความเป็นเมืองพระพุทธศาสนา เมื่อเห็น"ผ้าเหลือง" ตำรวจย่อมต้องมีความ"กริ่งเกรงใจ"บ้างอยู่แล้ว การที่จะไปเคร่งครัดกับพระคุณเจ้า ก็ดูเหมือนจะปฏิบัติเกินขอบเขตไปเช่นกัน ข้อสำคัญ มักไม่มีใครกล้าเข้าไปว่ากล่าวตักเตือน
       
       หรือในกรณีของ "พระมหาโชว์ ทัสนีโย" ที่จาบจ้วงกระบวนการยุติธรรมและขึ้นเวทีด่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ หรือ "พระครูสุเทพสิทธิคุณ" เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกระดมให้พระสงฆ์ออกมาชุมนุมร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดง ก็เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับสมณสารูปเช่นกัน
       
       สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ระบุไว้ชัดเจนถึงการที่กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศว่า จะมีพระสงฆ์เข้าร่วมชุมนุมกว่า 20,000 รูปว่า ไม่น่าจะมีพระสงฆ์เข้าร่วมเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะไม่เหมาะสม หรือถ้าจะมีพระสงฆ์เข้าร่วมชุมนุม ก็ไม่สมควร เพราะบทบาทของพระสงฆ์ ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองอยู่แล้ว
       
       "ตามประกาศและคำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่องห้ามพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งประกาศใช้ตั้งแต่ พ.ศ.2538 เป็นต้นมา ก็ห้ามพระสงฆ์ เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ดังนั้นไม่ควรไปละเมิดกฎ ระเบียบ ประกาศหรือคำสั่ง ยิ่งเป็นพระสังฆาธิการที่มีตำแหน่งทางการปกครอง เช่น เป็นเจ้าคณะ ยิ่งไม่สมควร เพราะเท่ากับเป็นการไม่เคารพกฎที่มหาเถรสมาคมวางเอาไว้ ที่สำคัญประชาชน จะติเตียนและเสื่อมศรัทธาในสถาบันสงฆ์"สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ระบุไว้
       
       แม้พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาจะมีธรรมวินัยคอยกำกับดูแล เสมือนหนึ่งเป็นตัวบทกฏหมายควบคุมความประพฤติ และวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์อยู่แล้ว แต่เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ในเมืองไทย โดยฝ่ายอาณาจักร จึงได้ตราพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ขึ้น เพื่อให้คณะสงฆ์ผู้ปกครอง ก็คือมหาเถรสมาคส(มส.) ใช้กฏระเบียบบังคับวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์ไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง อีกทั้งในอดีตที่ผ่านมา "การเมือง" เป็นฝ่ายรุกเข้าไปหาพระสงฆ์มากขึ้น โดยเฉพาะการเลือกตั้งแทบทุกพื้นที่ "นักการเมือง"ต้องเข้าไปอาศัยพึ่งใบบุญพระสงฆ์ในพื้นที่ ให้ช่วยชี้นำหรือแนะนำชาวบ้านเพื่อลงคะแนนเลือกตั้งให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะถือว่า พระสงฆ์เป็นผู้นำด้านจิตวิญญาณ เมื่อชี้แนะใครแล้ว ยากที่ชาวบ้านจะปฏิเสธได้
       
       เมื่อพระสงฆ์เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมากขึ้น จนกระทั่งไปเข้าร่วมในการชุมนุมหลายต่อหลายครั้งในการเมืองทุกระดับ ทาางมหาเถรสมาคม จึงได้ออก คำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่องห้ามพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง พ.ศ.2538 ลงวันที่ 2 มกราคม 2538 ระบุไว้ว่า " ....4. ห้ามพระภิกษุสามเณรเข้าไปในที่ชุมนุม หรือบริเวณสภาเทศบาล หรือสภาการเมืองอื่นใด หรือในที่ชุมนุมทางการเมือง ไม่ว่ากรณีใดๆ 5. ห้ามพระภิกษุสามเณรทำการใดๆ อันเป็นการสนับสนุนช่วยเหลือโดยตรง หรือโดยอ้อมแก่การหาเสียง เพื่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสภาเทศบาล หรือสภาการเมืองอื่นใด แก่บุคคลหรือคณะบุคคลใดๆ 6. ห้ามพระภิกษุสามเณรร่วมชุมนุมในการเรียกร้องสิทธิของบุคคลหรือคณะบุคคลใดๆ 7. ห้ามพระภิกษุสามเณรร่วมอภิปราย หรือบรรยายเรื่องเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งจัดตั้งขึ้นทั้งในวัดหรือนอกวัด 8. ให้พระสังฆาธิการตั้งแต่ชั้นเจ้าอาวาสขึ้นไป ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการปกครอง ชี้แจงแนะนำผู้อยู่ในปกครองของตน ให้ทราบคำสั่งมหาเถรสมาคมนี้ และกวดขันอย่าให้มีการฝ่าฝืนละเมิด 9. พระภิกษุสามเณรรูปใด ฝ่าฝืน ละเมิด คำสั่งมหาเถรสมาคมนี้ ให้พระสังฆาธิการปกครองใกล้ชิดดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตน ถ้าความผิดเกิดขึ้นนอกเขตสังกัด ให้เจ้าคณะเจ้าของเขตที่ความผิดเกิดขึ้น ว่ากล่าวตักเตือน แล้วแจ้งให้พระสังฆาธิการผู้ปกครองใกล้ชิดดำเนินการ 10. ให้พระสังฆาธิการผู้มีอำนาจหน้าที่ในทางปกครองทุกชั้น ปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำสั่งมหาเถรสมาคมนี้โดยเคร่งครัด"
       
       ปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาอย่าง ศาสตราจารย์จำนงค์ ทองประเสริฐ เคยระบุไว้ในหนังสือพระพุทธศาสนากับสังคมและการเมืองว่า "ในสมัยพุทธกาล พระพุทธศาสนาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเลย พระพุทธเจ้าได้ทรงดำเนินการพระศาสนาอย่างอิสระ ไม่ขึ้นต่อพรรคการเมืองใดๆ หรือระบอบการปกครองใดๆทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นพระองค์ทรงสามารถประกาศพระศาสนาไปได้ทุกประเทศแว่นแคว้นไม่เลือกว่าแคว้นนั้นๆจะมีการปกครองในระบอบใด พระศาสนาสามารถชำแรกเข้าสู่จิตใจของประชาชนได้ทุกชาติชั้นวรรณะและทุกเพศทุกวัย ในระยะ เวลา 45 ปี ที่พระองค์ทรงประกาศพระศาสนา พระองค์ได้เสด็จจาริกจากแคว้นโน้นมาแคว้นนี้ จากแคว้นนี้ไปสู่แคว้นโน้นตลอดเวลา การดำเนินการเผยแผ่ศาสนาของพระองค์และบรรดาสาวกทั้งหลายมิได้ถูกแทรกแซงจากผู้ปกครองประเทศและนักการเมืองใดๆทั้งสิ้น พระองค์ทรงทำงานอย่างเป็นอิสระจริงๆ ทั้งนี้ก็ได้รับความอุปถัมภ์จากบรรดาผู้ปกครองและประชาชนด้วยดี แต่เป็นการให้ความอุปถัมภ์อย่างบริสุทธิ์ใจ มิได้มีการเมืองมาปะปนเลย การเผยแผ่พระศาสนาจึงดำเนินไปด้วยดีและบริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่ง ในสมัยนั้นไม่มีนักการเมืองใดที่ใช้พระศาสนาเป็นเครื่องมือในการรักษาอำนาจ หรือในการหาเสียงเลย พระศาสนาจึงสามรถทรงตัวอยู่ได้ด้วยดี และอย่างบริสุทธิ์ผุดผ่องตลอดมา ในอดีต การที่พระพุทธศาสนาอยู่ได้ เพราะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง"
       
       ปัจจุบัน แทนที่พระสงฆ์จะนำคุณธรรมและจริยธรรมไปสู่นักการเมือง กลับกลายเป็นว่า นักการเมือง มาชักนำและชักจูงพระสงฆ์ให้ห่างไกลออกไปจากคุณธรรมและจริยธรรมอย่างชัดเจน ซึ่งหากปล่อยให้เกิดกรณีเช่นนี้ต่อไป ในอนาคต คงต้องเชิญนักการเมือง และนักปลุกระดมขึ้นธรรมาสน์เทศน์แทนในเทศกาลงานบุญต่างๆแทนพระสงฆ์กระมัง?
       
       ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่พุทธศาสนิกชน ฆราวาสอย่างเรา จะต้องตัดสิน วัตรปฏิบัติของพระสงฆ์บางกลุ่ม ที่ยังดื้อดึงไม่เชื่อในกระบวนการยุติธรรม และกำลังนำพาชาวบ้านไปสู่ทางแห่งอบาย ด้วยการงดและเว้นไม่เข้าใกล้ ไม่ยืนใกล้ ไม่นั่งใกล้ ฯลฯ จนถึงมาตรการบอยคอร์ตด้วยการไม่ใส่บาตร และยกมือประนมนมัสการ เหมือนดังการเขี่ยดอกไม้ที่ใกล้เน่าในแจกันทิ้งลงถังขยะเสีย ฉะนั้น
       

 
 
 
 
 
 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 13 มีนาคม 2553, 14:36:26
(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/kz7mga-6c74a0.jpg)

     รูปนี้ copy มาครับ ขออนุญาตนำมาเผยแพร่ด้วยนะครับ ( แต่ไมรู้ เจ้าของ)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 13 มีนาคม 2553, 14:38:44
(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/kz7mk7-0aead3.jpg)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 13 มีนาคม 2553, 14:39:37
(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/kz7mlm-bf6c7a.jpg)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 13 มีนาคม 2553, 21:29:33
 อริสมันต์เจอดีแล้ว ศาลอาญาออกหมายจับ ฐานยั่วยุชาวบ้านก่อหวอด
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 มีนาคม 2553 19:33 น.
 
 
 
ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ อริสมันต์  หลังปราศรัยปลุกปั่นปลุกระดมมวลชน หวังก่อหวอดป่วนเมือง "ไถง" เร่งประสานตม. สกัดจับ หลังมีกระแสข่าวจองตั๋วทิ้งเตรียมบินนอกทิ้ง “หางแดง”
       
       วันนี้(12 มี.ค.) พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้สั่งการให้ตำรวจกองปราบปราม นำหลักฐานไปยังศาลอาญา เพื่อขออนุมัติหมายจับ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หนึ่งในแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุมัติหมายจับนายอริสมันต์ ในข้อหาผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริตเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่ก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ซึ่งศาลพิจารณาแล้วได้อนุมัติหมายจับ นายอริสมันต์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
       
       สำหรับการขออนุมัติหมายจับครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา นายวีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน และแนวร่วมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปรามให้ดำเนินคดีกับ นายอริสมันต์ ในความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร กรณีที่ปราศรัยในการชุมนุมคนเสื้อแดงที่กองทัพบก เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา และที่เวทีความจริงสัญจร ลานน้ำพุบึงแก่นนคร จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาเข้าข่ายเป็นการชี้ชวนประชาชนให้ก่อความไม่สงบตามสถานที่ราชการ องค์กรอิสระ และบุคคลสำคัญ หลังรับเรื่อง พล.ต.ท.ไถง จึงสั่งการให้รวบรวมหลักฐานไปขออนุมัติหมายจับดังกล่าว
       
       ทั้งนี้ หลังศาลอนุมัติหมายจับตามหมายเลขที่ 611/2553 612/2553 ลงวันที่ 12 มี.ค. นายอริสมันต์ แล้ว พล.ต.ท.ไถง ได้สั่งการให้ตำรวจกองปราบปรามเร่งติดตามตัว นายอริสมันต์ อย่างทันที ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนได้นำหมายจับประสานตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งด่านตรวจคนเข้าเมืองตามจุดต่างๆทั่วประเทศเพื่อติดตามจับกุมแล้ว
       
       อนึ่ง เมื่อวันที่ 12 มี.ค. มีกระแสข่าวสะพัดตลอดวันว่า นายอริสมันต์ ได้จองตั๋วเครื่องบินเดินทางไปประเทศอังกฤษวันที่ 14 มี.ค. .

 
 
 

 
 
 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 15 มีนาคม 2553, 11:22:13
เสียงจาก สายัณห์ คนเก่า พี่เป้า คนเดิม

วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2553

คมชัดลึก > บันเทิง > เพลงไทยลูกทุ่ง

"พี่เป้า"ฉะแดง-ขวิดกันแย่งอำนาจ
 นักร้องขวัญใจคนเดิม พี่เป้า สายัณห์ สัญญา จวกเละ-แดง ทำชาวบ้านเดือดร้อน ฟันธงทักษิณหมดโอกาสกลับเมืองไทย


 สายัณห์ สัญญา นักร้องผู้สนใจข่าวสารบ้านเมืองและไม่ขลาดกลัวต่อการแสดงออกทางความคิดตามระบอบประชาธิปไตย ให้สัมภาษณ์ทีมข่าว ”คม ชัด ลึก” ถึงกรณีการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในอีก 2 วันที่จะถึงนี้

 “มีคนติดต่อมาแต่เราไม่ไป เรามีความรู้สึกว่ามันไม่ใช่วิธีการต่อสู้แบบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง การออกมาแบบนี้รถราติดชาวบ้านเดือดร้อน แล้วจะให้เขามาเป็นพวกด้วยได้ไง ถ้าพี่ทำงานตรงนี้พี่จะไม่ใช่วิธีนี้ และวิธีของพี่จะได้ผลดีไม่ต้องกลัวตำรวจด้วย แบบออกมาทำสังคมเดือดร้อนไม่ดี ไม่รู้จะมีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า พี่ว่าเขาทำเกินเลยไปทางแก้มีเยอะแยะ”

 นักร้องขวัญใจคนเดิมบอกอีกว่า การเคลื่อนไหวทุกวันนี้ไม่ว่าฝ่ายใดก็ดูเป็นเรื่องธุรกิจไปหมดแล้ว ไม่ได้คิดถึงประเทศชาติ

 “ถ้ายังคิดและทำแบบนี้ คุณทักษิณไม่มีโอกาสได้กลับเมืองไทยแน่นอน พี่มองว่าวันนี้ทั้งไอ้พวกเหลืองและพวกแดงเขาทำเป็นธุรกิจไปแล้วไม่ว่าเหลืองหรือแดง พวกนี้พาบ้านเมืองเสียหาย เวลามันพูดมีแต่เรื่องน้ำเน่าๆ ใครเป็นอย่างไร ควรแก้ไขอย่างไรมันไม่พูด วันนี้ทุกอย่างกลายเป็นเกมการเมือง หาเงินสนับสนุนกลุ่มตัวเอง“

 เมื่อถามว่าทราบได้อย่างไรว่ามีการรับเงิน พี่เป้า สายัณห์บอกว่า

 “ผมอยากถามว่าที่ออกมาเคลื่อนไหวแบบนี้ทำกันเป็นอาชีพแล้วเหรอ  ทุกเรื่องต้องแก้กฎหมาย แต่ทุกพรรคไม่เห็นมันพูดถึงไอ้ที่น่าพูดไม่พูด ถูกรังแกยังไงก็บอกกับสังคมเลย  แต่นี่ไม่ทำยุกันให้ขวิดกันเหมือนควาย 2 ตัวขวิดกันอยู่ไม่รู้จักจบสิ้น ทำคิดให้เป็นเรื่องๆ ไป มีเด็กแถวบ้านคุยให้ผมฟังว่ามันรับจ้างไป”

 เมื่อถามว่าการชุมนุมวันนี้ต่างจากวันที่ไปขึ้นเวที นปก. อย่างไร นักร้องอมตะคนดังบอกว่า

 “สมัยที่ไปขึ้นเวที นปก. พี่ไม่เคยด่าใคร ที่ขึ้นเพราะไม่ชอบความเป็นเผด็จการ  จะทำอะไรให้นึกถึงประชาชนมากๆ ถ้าคุณทักษิณคิดว่าให้เสื้อแดงทำแบบนี้แล้วคุ้มหรือ อย่ามัวทำเพื่ออำนาจผลประโยชน์ เหตุผลที่พี่ไม่เข้าไปร่วมเพราะมันทำไม่ตรงกับอุดมการณ์ของพี่เลย  ของพี่ต้องเคารพกฎหมาย ทำแล้วไม่ต้องกลัวตำรวจมาจับไม่ต้องกลัวทหารพาไปยิงทิ้ง พูดแล้วคนก็เห็นใจ อยากช่วย ไม่ต้องไปจ้างใครมาเลย สันติวิธี ใครมาอยากอภัยก็ต้องอภัย เมตตาสงสาร พี่เคยพูดนำเสนอพวกมัน แต่มันไม่ให้เราพูด มาทำสังคมเดือดร้อน ชาวบ้านไม่เป็นอันทำมาหากิน เหมือนเป็นพวกอันธพาล หวังคิดแค่ได้เงินมาเคลื่อนไหว  ทำงาน ประชาธิปไตยไม่มีใครปิดบ้านเมืองแบบนี้ ที่ไอ้พวกแดงมันทำเพราะเห็นไอ้พวกเหลืองมันทำแล้วไม่มีใครเอาผิดพวกมันได้ พี่ว่าเลวทั้งคู่เคลื่อนไหวแค่ตอบสนองเจ้านายพวกมันเท่านั้น บ้านเราจะเจริญมากถ้าไม่มีพวกนี้”

 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าคิดจะไปร่วมกับกลุ่มสีไหนหรือไม่ พี่เป้าตอบทันทีว่า

 “พี่ไม่ไปร่วม ไม่สน อยากให้พวกมันไปชุมนุมที่สนามกีฬาก็ได้คนจะได้ไม่เดือดร้อน มีรั้วรอบขอบชิดปลอดภัยกว่า นี่ออกมาทำชาวบ้านเดือดร้อนปัญญาอ่อนกันรึเปล่า ถ้ารักประชาธิปไตยต้องอย่าให้ใครเดือดร้อน อย่าไปด่ากระทบคนนั้น คนนี้มีข้อมูลก็บอกกันไปเลยด่าไปไม่เกิดประโยชน์เลย“

 ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าการเคลื่อนไหวแบบนี้ในฐานะประชาชนคนหนึ่งมองว่า สุดท้ายคิดว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร

 “พี่ฟันธงเลยว่าพวกนี้ไม่มีทางทำสำเร็จ สุดท้ายบ้านเมืองจะลุกเป็นไฟมันมีประโยชน์อะไรหรือ ชิงแต่อำนาจ สภาไม่ยุบ ยืดไว้หวงไว้อีกฝ่ายก็จะชิงอำนาจไม่มีทางสงบ พูดไม่มีใครฟังกันแล้ว ด่าไอ้เสื้อเหลืองแล้วมาทำเสียเอง สนองอารมณ์ตัวเองนี่หว่า เราอยากพูดในแบบของเราในอุดมการณ์ของเราแต่มันไม่ให้เราพูดเลยไม่เป็นไร กูไม่ร่วมกับมึงก็ได้“ พี่เป้ากล่าวทิ้งท้ายอย่างจริงจัง
[/color]


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 15 มีนาคม 2553, 11:29:14
วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2553

คมชัดลึก > การเมือง > รายงานการเมือง

กงจักรทักษิณ !

 : เมืองพุทธยามนี้ ปกคลุมไปด้วยข่าวร้าย และอวิชชา ฉุดดึงคนจำนวนหนึ่ง
 ตกไปอยู่ในหล่มโคลนแห่งความเท็จ เห็นผิดเป็นชอบ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว


 ความเป็นพุทธะกับสามัญชน ดุจฝ่ามือหนึ่ง

 แม้สีของฝ่ามือจะแตกต่างกันระหว่างหน้าและหลัง ดำและขาว แต่ก็ยังเป็นฝ่ามือเดียวกัน

 คนเช่น องคุลีมาล หรืออหิงสกะ จึงอาจกลายเป็นพุทธะได้ หากกลับใจไม่เห็นผิดเป็นชอบ มิเห็นกงจักรเป็นดอกบัว

 คนใสซื่อ จริงใจ ถูกลากจูงด้วยคนฉ้อฉล จนดวงตามืดบอด ไม่รู้ว่าสิ่งใดคือกงจักร สิ่งไหนคือดอกบัว

 เมื่อครั้งที่อหิงสกะ บุตรของปุโรหิตถูกอาจารย์ทิศาปาโมกข์หลอกลวงให้ฆ่าผู้อื่น ด้วยหวังให้ถูกคนอื่นฆ่าเสียนั้น อหิงสกะมีความโลภเข้าครอบงำ ปรารถนาผลประโยชน์และอำนาจ ความเป็นมนุษย์ถูกหมู่มารครอบงำ กลายเป็นโทสะจริตโดยไม่รู้ตัว

 ครั้นพระพุทธองค์ ทรงเตือนสติ

 "เราหยุดแล้ว แต่ท่านสิยังไม่หยุด"

 องคุลีมาล ก็เกิดความฉงนขึ้นในใจ ถามกลับไปว่า

 "ท่านยังเดินอยู่ เหตุไฉนจึงบอกว่าหยุด"

 "ในมือเราปราศจากศัสตราวุธ มิได้เบียดเบียนชีวิตของผู้ใด แต่ท่านสิยังคงกำศัสตราวุธเบียดเบียนชีวิต
เราจึงได้ชื่อว่าหยุด แต่ท่านสิยังไม่หยุด"

 คำของพระพุทธองค์ เสมือนประทีปส่องทะลุโทสะจริต เสียดแทงเข้าไปในใจขององคุลีมาล
จนเกิดสติ ทิ้งดาบแล้วร่ำไห้ เดินตามพระพุทธเจ้ากลับมาที่วัดพระเชตวัน
 ขอบวชเป็นพระภิกษุ บำเพ็ญเพียรจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์

 แล้วองคุลีมาล ในพุทธศักราชนี้ อีกนานเท่าใดจะได้รู้สติ เกิดปัญญารู้แจ้ง

 จิตที่รู้แจ้งในความดี ความชั่วนั้น ย่อมจัดอยู่ในกลุ่มผู้รู้แจ้ง ดุจเดียวกับพระพุทธะ

 มีบางคนรู้เรื่องราวของคนอื่นมากมาย หากแต่ไม่รู้จักพุทธะของตนเอง

 กล่าวคือ รู้เพียงกายเนื้อ แต่หาได้รู้กายธรรมไม่

 สูงสุดของความสุข สงบ คือรู้จักทั้งกายและใจตนเอง รู้จักแบ่งแยกดีและชั่ว รู้จักความต้องการที่เพียงพอ

 พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้คราหนึ่งว่า

 "ผู้ใดดวงตาเห็นธรรม ผู้นั้นได้เห็นตถาคต ผู้ใดดวงตาไม่เห็นธรรม แม้เกาะจีวรของตถาคตอยู่ ผู้นั้นย่อมไม่เห็นตถาคต"

 ทำนองเดียวกับ อุปมา นกไม่เห็นฟ้า ปลาไม่เห็นน้ำ คนไม่เห็นโลก

 สัตว์ทั้งหลายที่เกิดกายอยู่ในโลก ต่างไม่รู้สภาพความจริงแท้รอบๆ ตัวเอง กลับมองเห็นกงจักรเป็นดอกบัว หลงใหลและติดยึดจนขาดสติ

 เหตุใดจึงยังมีคนจำนวนหนึ่ง จมจ่อมอยู่ในหล่มโคลนแห่งความชั่วร้ายของนักการเมืองกังฉินอย่าง ทักษิณ ชินวัตร หรือนักสู้ที่มีความแค้นส่วนตัวเป็นที่ตั้ง เหตุเพราะมองไม่เห็นความจริง หรือความจริงถูกบดบังไว้ด้วยผลประโยชน์ ลาภ ยศ สรรเสริญ

 กิเลสที่สั่งสมไว้ คล้ายม่านหมอกที่ปิดบังตา ทำให้เห็นภาพมายาเป็นความจริง และยอมมอบกายถวายชีวิตให้แก่ความชั่วร้าย อย่างไม่ลืมหูลืมตา

 เมื่อมองไม่เห็นโลก จึงมองไม่เห็นหนทางสว่าง ปล่อยให้มิจฉาทิฏฐิเข้าครอบงำ

 "ท่านมานั่งขัดหิน ต้องการอะไรหรือ"

 ศิษย์ผู้หนึ่งถามอาจารย์เซน ด้วยความใคร่รู้ เมื่อเห็นอาจารย์นั่งขัดหินอยู่อย่างขมักเขม้น

 "เราต้องการให้หินนี้กลายเป็นกระจก" อาจารย์ตอบ

 "ในโลกนี้มีด้วยหรือ ที่ขัดหินจนเป็นกระจก" ศิษย์ถามต่อ

 "แล้วที่ท่านหลับตา ลูบคลำกงจักร แล้วเที่ยวป่าวประกาศไปทั่วแว่นแคว้นว่าเป็นดอกบัว ท่านได้พบดอกบัวจริงหรือไม่" อาจารย์ให้สติ

 กงจักร ก็ยังเป็นกงจักร ดอกบัว ก็ยังเป็นดอกบัว

จักร์กฤษณ์ เพิ่มพูล
http://www.oknation.net/blog/chakkrish 
แทน (สุทธิชัย หยุ่น)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 15 มีนาคม 2553, 11:39:34
วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2553

คมชัดลึก > บันเทิง > ข่าวทั่วไป


"ดารา"คิดเห็นอย่างไร?กับการชุมนุมของคนเสื้อแดง



เกี่ยวกับเรื่องนี้ ช่วงนี้หลายฝ่ายต่างออกมาแสดงความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ กัน มาดูกันหน่อยดีกว่า ว่าคนบันเทิงบ้านเราคิดกันอย่างไรบ้าง

เริ่มจาก "บอย" ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ที่ล่าสุดเพิ่งมีผลงานละคร เรื่องหัวใจสองภาค ได้กล่าวอย่างกลางๆ ว่าอยากให้ทุกๆ ฝ่ายนึกถึงผลที่ตามมาก่อนจะทำอะไร

"คือคิดให้ดีก่อนที่จะทำน่าจะดีที่สุด โดยส่วนตัวก็ไม่มีผลกระทบอะไร เพราะก็มีงานถ่ายหนัง ซึ่งกองถ่ายก็ไม่ได้หยุด เราคงจะทำงานอยู่ในกองถ่ายเสียมากกว่า ช่วงนี้คงต้องติดตามข่าวสารนิดหนึ่ง ถ้าหากมีข่าวว่าจะเกิดอะไรขึ้นตรงไหน เราก็แค่หลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณนั้นก็น่าจะพอ” บอยกล่าว

 ถัดมาที่  “โย” ยศวดี หัสดีวิจิตร กล่าวว่าเห็นใจทั้งสองฝ่าย "เราไม่ได้เข้าข้างใคร ถ้าหากคิดว่าสิ่งที่ทำถูกต้องก็ทำไป แต่ต้องดูให้ดีนิดหนึ่ง อย่าให้มีผลกระทบเยอะ ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประเทศชาติหรือประชาชนทั่วไป เพราะเศรษฐกิจบ้านเราตอนนี้ก็ไม่ค่อยดี ผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ ก็คงมีบ้าง ตอนนี้ก็รอฟังผลอยู่ ว่าแฟชั่นวีกอาทิตย์หน้าจะเป็นอย่างไร อย่างน้อยก็ขอให้สามารถทำงานได้ เพราะทุกคนก็มีอาชีพ ไม่ว่าคนเดินถนน หรือทำงานในออฟฟิศก็ต้องผ่านถนนเส้นต่างๆ ที่กล่าวถึง ขอให้ความเป็นธรรมกับคนที่ไม่ได้ร่วมกลุ่มด้วย” โยกล่าวเสียงเรียบ

 ฟากหนุ่มติสต์อย่าง ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ได้กล่าวว่า "เรื่องนี้มันเป็นเรื่องไร้สาระ คือว่าทำสิ่งอื่นที่มันมีประโยชน์มากกว่านี้ ผมไม่อยากวิเคราะห์ว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไรเพราะรู้สึกเสียเวลา ผมเอาเวลาไปทำอย่างอื่นยังได้ประโยชน์กว่ามานั่งวิเคราะห์เรื่องพวกนี้" ซันนี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ

ในขณะที่ “ชาม” ไอยวริญท์ โอสถานนท์ กล่าวว่า ทั้งนี้คงไม่รู้ว่าผลสรุปของเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นอย่างไร บอกได้อย่างเดียว ว่าต้องไม่ประมาท ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง

"แต่อยากให้ทุกคนสามัคคีไว้น่าจะดีกว่า ส่วนผลกระทบเราคงต้องระวังเวลาไปไหนมาไหน สำหรับชามเอง ตอนนี้ก็เริ่มมีงานแคนเซิลบ้างแล้ว มีหลายคนบ่นๆ กันบ้างซึ่งเราก็เข้าใจ เพราะเรื่องแบบนี้อยู่นอกเหนือความควบคุม ได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะคลี่คลายได้เร็วที่สุด" ชามบอก

ส่วน  “ขวัญ” อุษามณี ไวทยานนท์ กล่าวว่า อะไรที่ยอมกันได้ก็ยอมกันเถอะ เรื่องนี้เป็นเรื่องของประเทศชาติจะทำอะไรก็อย่าคิดถึงประโยชน์ส่วนตัวเพียงด้านเดียว

"อยากให้คิดถึงหน้าตาของประเทศ คิดถึงในหลวง พระราชินี รวมไปถึงทุกคนที่พยายามกู้ชื่อเสียงประเทศของเรา เอาใจเขาใจเรา เรายังรักบ้านตัวเองเลย นี่เป็นประเทศของเรา เราจะไม่รักประเทศของเราเลยหรือ ตัวขวัญเองคงไม่กระทบมาก คงระวังตัวเหมือนคนทั่วไป ถ้าเลี่ยงเส้นทางเหล่านั้นได้ก็คงเลี่ยง แต่ไม่อยากให้คนต่างประเทศมอง ว่าทำไมทะเลาะกันเอง จริงๆ แล้วเมืองไทยเป็นเมืองของคนนักคิด ก็น่าจะคิดเป็นทำเป็น สันติไว้น่าจะดีที่สุด" ขวัญกล่าว

ในขณะที่ "จาตุรงค์ มกจ๊ก" หรือ จาตุรงค์ พลบูรณ์ กล่าวว่ายังมองไม่เห็นเป้าหมายและจุดประสงค์ของกลุ่มชุมนุมว่าต้องการเปลี่ยนแปลงอะไร

 "ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เหมือนเดือนเมษายนเมื่อปีที่แล้ว ที่มีการปาขวดน้ำมัน มีระเบิด เป็นภาพที่คนต่างชาติก็มองไม่ดี แล้วการชุมนุมโดยมีคนเยอะๆ มันจะสงบได้อย่างไร ไม่เชื่อหรอก เพราะเคยเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้มาแล้ว และที่กลัวที่สุด คือกลัวเหตุการณ์บานปลายและรัฐบาลจะเอาไม่อยู่ ช่วงนั้นคงจะหยุดรับงานและคงไม่ออกจากบ้านและคงไม่พาลูกๆ ออกไปไหน ตอนนี้ห่วงหนังเรื่อง "บ้านฉัน...ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้)" มาก เพราะหนังจะเข้าอาทิตย์นี้พอดี พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะออกมารูปแบบไหน ก็ได้แต่ภาวนาว่าคงไม่เกิดอะไรร้ายแรงเท่านั้น" จาตุรงค์กล่าว

มาปิดท้ายที่วีเจ “วุ้นเส้น” วิริฒิพา ภักดีประสงค์ ซึ่งได้กล่าวด้วยน้ำเสียงปลงๆ ว่า "อะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องเกิด เราก็เตรียมตัวโดยการอยู่ในที่ที่มันปลอดภัย คงไม่ตื่นตูมหรือทำอะไรมากมาย อยากให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆ เพราะเราไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ถนนบางเส้นทางที่เราต้องสัญจรก็ต้องปิด และไม่มีอะไรดีขึ้นกับประเทศเรา เศรษฐกิจก็แย่ แต่เราก็ทำอะไรมากไม่ได้เพราะความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผลกระทบอย่างแรกคงเป็นเรื่องรถติด แล้วอาจจะมีงานบางอย่างที่ต้องถูกแคนเซิลไปถ้ามีปัญหาอะไรขึ้นมา เราเป็นคนตัวเล็กๆ ก็คงทำอะไรไม่ได้ ก็ขออยู่ในที่ที่ของเราดีกว่า" วุ้นเส้นกล่าว


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 16 มีนาคม 2553, 14:44:30
 
แพทยสภาระบุระดมเลือดเสื้อแดงเป็นการกระทำไม่เหมาะสม

นนทบุรี 15 มี.ค.-นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวแสดงความคิดเห็นกรณีระดมเลือดเพื่อนำไปเทที่หน้าทำเนียบรัฐบาลของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า การเจาะเลือดคนนับแสนคนนั้น ในความเห็นส่วนตัวเชื่อว่า ผู้เจาะครั้งนี้คงไม่ใช่แพทย์ทั้งหมด หรือหากมีแพทย์จริงก็คงเป็นจำนวนน้อยมาก ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม หากมีผู้ร้องเรียนก็สามารถส่งเรื่องต่อกรรมแพทยสภาพิจารณาว่าผิด พ.ร.บ.ประกอบวิชาชีพโรคศิลปะหรือไม่ ส่วนผู้บริจาคไม่สามารถเอาผิดใด ๆ เนื่องจากถือเป็นเรื่องของความสมัครใจ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ เลือดที่มีการระดมจากคนจำนวนมาก ให้ได้ 1 ล้านซีซี. หรือประมาณ 1,000 ลิตร นั้นไม่สามารถตรวจได้ว่ามีเชื้อโรคในกระแสเลือดหรือไม่ ดังนั้น ควรระมัดระวังไม่ให้มีการสัมผัสเลือดดังกล่าว เพราะอาจติดโรคได้ กรณีมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย.-สำนักข่าวไทย


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 16 มีนาคม 2553, 14:48:22
นที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 10:47:56 น.   มติชนออนไลน์

"ปู่ชัย"บอกเสียดายเลือดประชดเอาออกบ้างเผื่อหาย เครียด โต้"แม้ว"ต้องรับทุกข์ทรมานแทนมากกกว่าสุขสบาย

ปธ.สภาฯโต้"แม้ว"ไม่ได้สบาย จวกต้องรับทุกข์แทนหนักยันลุยแก้ปัญหาบ้านเมืองต่อ
 "ปู่ชัย"ประชดบอกเสื้อแดงเอาเลือดออกบ้างเผื่อหายเครียดแต่ยังอดเสียดายไม่ ได้

ปธ.สภาฯโต้"แม้ว"ไม่ได้สบาย จวกต้องทุกข์แทนหนัก

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินเข้ามาในเวทีคนเสื้อแดงเรียกร้องให้นายชัย และพรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวออกจากรัฐบาล ว่า ไม่ได้ยิน เห็นแต่ท่านว่าตาชัย แกสบายแล้ว ตนก็ไม่เห็นว่าสบายตรงไหน ตนทุกข์แทนพ.ต.ท.ทักษิณอย่างหนัก


เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่านายชัยได้เป็นประธานสภาฯน่าจะพอใจและถอนตัวได้แล้ว นายชัย กล่าวว่า "ผมไม่เห็นสบายตรงไหน สภาฯยุบผมก็หมดภาระไปเท่านั้น ใครจะอยู่เกิน 4 ปีได้ ระเบียบเขียนไว้ ไม่ต้องไปห่วงอะไร ตาชัยแกก็ไม่ได้สบายอะไร ส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณเรียกร้องให้ยุบสภานั้น ก็เป็นเรื่องของท่าน แต่ผมเห็นว่าท่านก็ควรเดินทางมาในประเทศไทย เพื่อมาแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ไม่ใช่ปล่อยให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟอย่างนี้ ผมอยากเชิญให้ท่านเข้ามา ถ้าท่านต้องการมาเมื่อไหร่ก็บอกรัฐบาลให้ไปรับตัวมาก็ได้ ไม่เห็นยากอะไร กระบวนการยุติธรรมมีอยู่แล้ว"

"ปู่ชัย"ประชดบอก เสื้อแดงเอาเลือดออกบ้างเผื่อหายเครียด

นายชัย ชิดชอบ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงประกาศกรีดเลือดเพื่อนำมาเทหน้าประตูทำเนียบฯ กดดันให้นายกรัฐมนตรียุบสภา ว่า น่าจะประนีประนอมกันได้มากกว่า คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะฟังแล้วก็เห็นว่าจะเอาเลือดไปทิ้งขว้าง เสียดายเลือดมาก


"แต่ก็ดี เพราะบางทีเรากำลังเครียดจัด พอเลือดมันออกไปก็หายเครียด" นายชัยกล่าว


เมื่อถามว่า การนำเลือดไปสาดตามสถานที่ต่าง ๆ ถือว่าส่งสัญญาณรุนแรงหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า คงไม่ มันจะระงับบรรเทาเบาบางไป

 

 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: ตุ๋ย 22 ที่ 16 มีนาคม 2553, 21:11:15
หาบันไดหน่อยพี่ตะวัน  ให้เค้าลงหน่อยตอนนี้ติดอยู่บนยอดไม้


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 17 มีนาคม 2553, 08:05:17


ทักษิณชินวัตร,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตร,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณชินวัตรทักษิ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณชินวั,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณชินวัตรทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณชินวัตรทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวั,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทัก,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณชินวัตรทัก,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทัก,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณชินวัตรทักษิณ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณ,,,,,,,,ทักษิณ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณ,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,ทักษิณ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณ,,,,,,,,ทักษิณช,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตร,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทัก,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทัก,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,กินหัว


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 17 มีนาคม 2553, 11:29:19
จ้าวฮะ ตอนนี้ จ้าวอยู่ที่ไหนฮะ

          จ้าวฮะ เมื่อคืนผมฟังจ้าวโฟนอินให้พวกเราสู้ต่อ เพื่อจ้าว เพื่อครอบครัวจ้าว ผมรักจ้าวฮะ ผมจะสู้ต่อฮะ จ้าวบอกว่ารักพวกเราทุกๆ คน ผมซึ้งมากน้ำตาไหลเลยฮะ สงสารจ้าวจังฮะ
พวกเราทุกคนรักจ้าวฮะ จะสู้เพื่อจ้าวฮะ ไม่ว่าจ้าวจะบินอยู่จุดไหนๆ ของโลก
          จ้าวฮะ ตอนนี้จ้าวอยู่ที่ไหนฮะ พวกเรา นอนกลางถนน กินตำส้ม ขี้เยี่ยวลำบากมากฮะ น้ำก็ไม่ได้อาบ ฟันก็ไม่ได้แปรง ไปไหนมาไหน ก็ไม่ได้ แต่พวกเราก็ทนเพื่อจ้าวฮะ
          จ้าวฮะ จ้าว เอาลูก เอาเมีย หนีไปอยู่ต่างประเทศนะดีแล้วฮะ เพื่อความปลอดภัยของคุณหนูๆ พวกผมมันลูกชาวไร่ ชาวนา ขนลูก ขนเมียมาสู้เพื่อจ้าว ไม่เป็นไรหรอกฮะ
          จ้าวฮะ แกนนำ สามเกลอปราศรัยมันมากฮะ แต่ไม่รู้ว่าจะพวกเราไปไหนทำอะไรเพื่อใคร ทั้งอ้ายตู่ อ้ายเต้น อ้ายตัวอ้วนๆ พีๆ แต่ละตัว  ใส่สร้อยเพชร สร้อยทอง เส้นใหย่ๆ โตๆ รวยอู้ฟู่ กันทุกเลยฮะเจ้า
          จ้าวฮะ ผมกลัวใอ้สามเกลอมันจะหลอกแดกจ้าวนะฮะ ยิ่งนานวันเห็นพวกมันยิ่งรวยขึ้นๆ แต่จ้าวของผม เห็นจนลงจนลง ทุกวัน เห็นจ้าวหน้าหมอง หน้าซีดเหมือนคนติดฝิ่น ผมยิ่งสงสารจ้าวฮะ
          จ้าวฮะ ผมมาจากสันกำแพง เมืองเจียงใหม่ บ้านเดียวกับจ้าวฮะ อ้ายเพ็ดวัด มันพาพวกผมมาฮะ มันว่ามาก่อนเอาไปห้าร้อย กินอยู่ฟรีรับอีกวันละห้าร้อย ฮะจ้าว
          แต่จ้าวฮะ เพื่อนที่ผมรู้จักที่เขามาจากอุดรที่อ้ายขวัญไช มันพามา เขาบอกว่า จ้าวให้พวกมันทั้งคนละสองพันแนะ ผมได้ห้าร้อยเองฮะจ้าว ไม่รู้ว่าพวกอ้ายเพ็ด มันอม อะป่าว ฮะจ้าว ผมละงง จิงจิงฮะ
          จ้าวฮะ บอกใอ้สามเกลอด้วยว่า ทีหลังตอนจ่ายตัง อย่าเล่นสองมาตรฐานนะฮะ เดี่ยวใครก็นินทาจ้าวได้ว่า สองมาตรฐานเหมือนใอ้พวกนั้นนะ
          จ้าวฮะ พวกเรายึดมันสันติวิธีฮะ ไม่ไปตีนาย ไม่ทำร้ายใคร ถ้าใครให้ไปตีใคร ผมไม่ไปนะจ้าว ถามจิงจิง ฮะ ทันทีที่เสียงปืนดัง จ้าวจะมานำม็อบเหมือนเดิมหรือเปล่าฮะ
          จ้าวฮะ ถ้ายึดสันติวิธีต้องบอกอ้ายกี้ ให้มันหยุดปลุกชาวบ้านให้ระดมน้ำมันมาเผากรุงเทพฯ  แล้วบอกอ้ายพันลบ อ้ายจิ๋ว สองเฒ่าชะแรแก่ชราแล้วไปเลี้ยงหลานเถิดฮะ
          จ้าวฮะ ต้องบอกอ้ายแดงไม่ให้ฝึกทหารดำ ฝึกวางระเบิด ฝึกอะหยั่งๆ ก็บ่ฮุ้ ฮะจ้าว
          จ้าวฮะ ที่จ้าวบอกว่าให้พวกเราล้มพวกอำมง อำมาตย์ อารายเนี่ย ผมไม่รู้จักดอกครับ รู้จักแต่ท่านปุโรหิต ท่านโหราจารย์ในหนังจักรๆ วงศ์ ตอนเช้าในวันเสาร์ อาทิตย์ ตามช่อง 7 จะให้พวกไปล้มมันไหมฮะ เดี่ยวผมจัดให้ฮะ รับรองได้ผลฮะ
          จ้าวฮะ เขียนมาซะยาว ตอนนี้สะตังค์ ผมจะหมดแล้วฮะ โดนหักหัวคิวไปหลายบาท หมดตังแล้ว ผมจะปิ๊คเลยนะจ้าว รอจ้าวจ่ายรอบใหม่ผมกับพวกจะมาแห่มรอบฮะ


ขอให้จ้าวรักษาตนให้อยู่รอดพ้นจากพวกปอกลอกนะฮะ
ทัดดาวแท้ หาทองทา[/color]

 



หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 17 มีนาคม 2553, 22:22:30
"โอ๊ค"ทวิตเลือดแดงล้างง่ายกว่า"ถุงยาง"ในทำเนียบฯ ช่วงพธม.ยึด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 17 มีนาคม นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ได้ทวิตข้อความในเว็บบล็อกทวิตเตอร์ ว่า

 "กลุ่มเสื้อแดงเทเลือดหน้าทำเนียบ มันคือเลือดบริสุทธิ์แห่งความเสียสละเพื่ออุดมการณ์
 เพื่อความยุติธรรม เพื่อประชาธิปไตย เพราะเป็นเลือดแห่งความบริสุทธิ์ จึงล้างทำความสะอาดง่าย
 ไม่ต้องใช้ไม้กวาดมากวาด เหมือนกวาดขยะและถุงยางช่วงที่พันธมิตรฯยึดทำเนียบครับ"


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 17 มีนาคม 2553, 22:29:51
แฉ “พราหมณ์แดง” ลวงโลก! ไม่เคยบวช แถมพ่อทำเสื่อมโดนไล่ออกจากโบสถ์ 20 ปีแล้ว 
 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 มีนาคม 2553 14:12 น.
 
 
 
 เผยพราหมณ์ นปช.อุปโลกน์ตัวเอง[ นายศักดิ์ระพี พรหมชาติ "พราหมณ์แดงจอมลวงโลก" ]
ไม่เคยบวชแถมทำตัวเสื่อมเสีย อ้างพ่อเคยทำงานในวัง “พระราชครูวามเทพมุนี” ชี้ ถูกขับจากโบสถ์พราหมณ์นาน 20 ปีแล้ว พร้อมแจงเทเลือดสาปแช่งไม่ใช่วิถีพราหมณ์ ส่งผลร้ายไม่เป็นมงคลกับเจ้าของเลือด เตือน “ทักษิณ” อยู่ในศีลในธรรมจะเป็นมงคลกับตัวเองมากกว่า
       


      วันนี้ (17 มี.ค.) พระราชครูวามเทพมุนี หัวหน้าพราหมณ์เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ กล่าวถึงการที่กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงทำพิธีนำเลือดมาเทที่ทำเนียบรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ และบ้านพักนายกรัฐมนตรี ว่า
       
       
       จากที่ได้เห็นการกระทำดังกล่าวนั้น คิดว่า เป็นการทำพิธีที่ไม่ใช่การกระทำในวิถีของพราหมณ์ เพราะการนำเลือดคนมาเททิ้งนั้น เป็นการไม่ให้เกียรติ การให้เลือดคนมาหนึ่งหยด ก็มีคุณค่า แต่กลับนำมาเทด้วยความอาฆาตมาดร้าย หรือ สาปแช่งด้วยวิธีต่างๆ จึงไม่ใช่วิถีพราหมณ์ที่จะปฏิบัติ ซึ่งวิถีของพราหมณ์ คือ การส่งเสริมความสงบ ความสุข สันติเกิดขึ้นในจิตใจ
       
       ส่วนการที่ นายศักดิ์ระพี พรหมชาติ ผู้ที่แต่งกายเป็นพราหมณ์นำประกอบพิธี และได้มีการอ้างตนว่ามีพ่อเป็นพราหมณ์หลวงในสำนักพระราชวังนั้น ความจริงแล้วเขามีเชื้อสายพราหมณ์ แต่พ่อเขาไม่ได้ทำงานในวัง และไม่ได้เป็นพราหมณ์ของสำนักพระราชวัง แต่เคยมาอยู่ในโบสถ์พราหมณ์เมื่อ 20 ปีที่แล้ว โดยได้มาทำพิธีที่ทำให้เสื่อมเสียและปฏิบัติตนไม่เหมาะสมจึงให้ออกไป เพราะฉะนั้น จึงไม่ถือว่าเขาเป็นพราหมณ์ อีกทั้ง นายศักดิ์ระพี ก็ไม่ได้มาบวชที่โบสถ์พราหมณ์แต่อย่างใด แต่ได้แต่งตัวและทำตัวเป็นพราหมณ์ขึ้นมาเอง
       
      พระราชครูวามเทพมุนี กล่าวต่อว่า ส่วนจุดประสงค์ที่ทางกลุ่มเสื้อแดงประกอบพิธีเพื่อความเป็นอัปมงคลของคนไทยและชาตินั้น เป็นวิธีที่เขาคิดขึ้นมาเอง และการกล่าวอ้างว่าเป็นอัปมงคลนั้นก็เป็นเรื่องจริง เพราะการที่นำเลือดมาเทลงพื้นและเดินเหยียบไปมา ไม่ได้เป็นมงคลกับชีวิต และตนเอง ซึ่งเป็นผู้กระทำก็จะต้องเดือดร้อน เพราะความรู้สึกอาฆาตมาดร้ายที่ได้ทำแล้วเกิดความเสียหาย
       

       ในส่วนนี้เป็นเรื่องที่น่าสงสารที่ผู้คิดและทำไม่ได้ให้เกียรติตนเอง และไม่ได้ให้เกียรติกับผู้ที่ให้เลือด ส่วนการตรวจสอบหรือเอาผิดกับผู้ที่อ้างตัวเป็นพราหมณ์นั้นคงจะไม่ตรวจสอบ เพราะคนพวกนี้มักมีการแอบอ้างอยู่ตลอด ดังนั้น การเป็นพราหมณ์ที่ดีก็จะทำแต่สิ่งที่เป็นมงคลยึดถือแนวปฏิบัติที่ดี สำหรับประชาชนทั่วไปจะมองว่าดีหรือไม่ดีให้ดูที่แนวคิดและการปฏิบัติ ส่วนการกระทำที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนหรือสาปแช่งผู้อื่นให้เกิดความไม่สบายใจหรือหวาดกลัวก็ไม่ใช่พราหมณ์ที่ดี
       
       หัวหน้าพราหมณ์เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ตนมองว่า กำลังสร้างความหวาดกลัวให้กับสังคม พยามนำไสยศาสตร์ นำสิ่งที่ไม่เป็นมงคล เข้ามาเชื่อมโยงทำให้คนหวาดกลัว รวมทั้งการกล่าวถึงภูตผีปีศาจ เปรตนั้น พวกนี้เป็นพวกที่ทุกข์ทรมานอยู่แล้วยังไปปลุกขึ้นมาเพื่อเอามาทำพิธี จึงทำให้คนพวกนี้ก็จะได้รับแต่บาปเพิ่มเสริมเข้าไปอีก ดังนั้น ขอให้ผู้ชุมนุมทุกคนชุมนุมอย่างสันติ ทำจิตใจและไปสร้างกุศลผลบุญให้มากขึ้นเพื่อที่จะไม่ต้องตกอยู่ในขุมนรก และเกิดความหวาดกลัว จิตใจหม่นหมอง หดหู่ นอกจากนี้อยากฝากว่า บาปเกิดได้ตลอดเวลา
       
       พระราชครูวามเทพมุนี กล่าวอีกว่า ขอให้ผู้ชุมนุมอย่าตกเป็นเครื่องมือของใครบางคนที่อยากได้นั่นอยากได้นี่ และฝากไปยังผู้นำกลุ่มคนเสื้อแดง และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขอให้ทำในสิ่งที่ดี แต่การจะถึงความดีได้นั้นจะต้องอยู่ในศีลธรรมอันดี อย่าสร้างบาปให้เพิ่มขึ้น ตนเองก็จะได้แต่ทุกข์ แต่ควรจะสร้างกุศลเพื่อเป็นมงคลกับตัวเองมากกว่า
       
      อนึ่ง นายศักดิ์ระพี พรหมชาติ พราหมณ์ประจำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อ้างว่า ตนเป็นบุตรชายคนที่ 4 ของพราหมณ์แจ้ง พรหมชาติ พราหมณ์ราชสำนัก ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนพลชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ตัวเขาจะเป็นคนประกอบพิธีกรรมบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทวดา รวมถึงการทำพิธีในวันที่ 12-14 มี.ค.ที่ผ่านมาด้วย

 
 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 18 มีนาคม 2553, 11:32:23
วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 10:41:42 น.   มติชนออนไลน์

"ทักษิณ"กับ"มอนเตเนโกร"

ม่น่าแปลกใจครับที่ ในที่สุด ก็มีผู้พบเห็น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไปนั่งจิบกาแฟแกล้มเค้ก อยู่ที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งในเมือง บุดวา แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ มอนเตเนโกร

มอนเตเนโกร เป็นประเทศเล็กๆ ที่เพิ่งแยกตัวเป็นอิสระจากเซอร์เบีย อดีตรัฐในยูโกสลาเวีย เมืองบุดวา เป็นเมืองเก่าแก่ อายุมากถึง 2,500 ปี ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลเอเดรียติก ด้านตะวันตกของมอนเตเนโกร เมืองนี้เล็กขนาดไหนดูเอาจากจำนวนประชากรของเมืองได้ ทั้งหมดมีเพียง 15,000 คนเท่านั้นเอง


ส่วนที่เจริญที่สุดของเมือง เรียกว่า "บุดวันสก้า รีวิเยร่า" คือหัวใจของการท่องเที่ยวของมอนเตเนโกร เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงสำคัญในแง่ของความสวยงามของหาดทราย ชีวิตราตรีที่หลากหลาย รวมถึงสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่เป็นตัวอย่างที่ดีของรูปแบบสถาปัตยกรรมเมดิเต อเรเนียน


แต่ทั้งหมดนั่นไม่น่าจะเป็นเรื่อง "ดึงดูด" สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในยามที่ต้อง "บัญชาการ" การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงตามท้องถนนในกรุงเทพฯแน่


แล้วทำไม อดีตนายกรัฐมนตรีถึงจำเป็นต้องไปปรากฏตัวอยู่ที่นั่น?


คำตอบประการหนึ่งนั้นเกิดจากความเคลื่อนไหวล่าสุดของ ทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ในที่สุดก็ตัดสินเชื้อเชิญอดีตผู้นำออกจากที่พำนักซึ่งปักหลักมานานในดู ไบ เพราะไม่ต้องการให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับยูเออีต้องเสียหายมากไปกว่านี้


อังกฤษ ประกาศถอนวีซ่าของ พ.ต.ท.ทักษิณไปแล้วอย่างเป็นทางการ เป็นที่รับรู้กันทั่วไป เมื่อวันที่ 15 มีนาคม สถานีโทรทัศน์ ฟีนิกซ์ ในฮ่องกง รายงานเอาไว้ว่า เยอรมนี มีคำสั่งห้ามพ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศไปตั้งแต่ปีที่แล้ว นอกจากนั้น ยังระบุเอาไว้ด้วยว่า ทางการเยอรมนีกำลังสอบสวนเงียบๆ อยู่ว่า มีการใช้ "พาสปอร์ตปลอม" เดินทางเข้าประเทศหรือไม่? อย่างไร?


ในยุโรป ดูเหมือนจะมีประเทศเดียวที่ พ.ต.ท.ทักษิณ มีสิทธิเดินทางเข้าออกได้แบบสบายๆ ไม่ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ลำบากใจดังกล่าว นั่นคือ มอนเตเนโกร


ที่ พ.ต.ท.ทักษิณเข้า-ออกที่นั่นได้แบบสบายๆ เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ มีพาสปอร์ตของ มอนเตเนโกร คนที่ออกมายืนยันข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ไม่ใช่ใคร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทีชื่อ "นพดล ปัทมะ" นั่นแหละ


และเพราะเหตุที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีพาสปอร์ตมอนเตเนโกร นี่แหละ ที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับ "บุดวา" โดยตรง เพราะห่างจากชายหาดเลื่องชื่อของบุดวา ออกไปแค่ 840 เมตร มีเกาะเล็กๆ อยู่เกาะหนึ่ง มีชื่อเรียกขานอย่างเป็นทางการว่า "สเว ติ นิโคลา" แต่เด็กๆ แถวๆ นั้นชอบเรียกมันว่า "ฮาวายแห่งเอเดรียติค"


เกาะเล็กๆ แห่งนั้นยาวแค่ 2 กิโลเมตร เนื้อที่ทั้งหมดมีแค่ 37,000 ตารางเมตร รูปร่างเหมือนแท่งหินจมน้ำไปครึ่งหนึ่ง ส่วนที่สูงที่สุดของเกาะคือ หน้าผาที่เห็นซึ่งสูงจากพื้นทะเลราว 121 เมตร


เกาะแห่งนี้เล็กก็จริง แต่หาดสวยมากครับ หาดดีๆ วิวดีๆ และกว้างใหญ่พอที่จะไปปักหลักทำแหล่งท่องเที่ยว เปิดกาสิโนได้มีอยู่ 3 แห่ง


เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วนี่เอง ธนาคาร เฟิร์สท์ แบงก์ แห่ง มอนเตเนโกร ประกาศประมูล 1 ใน 3 หาดบนเกาะแห่งนี้ เป็นหาดที่ใหญ่ที่สุดและสวยที่สุดในบรรดาหาดของเกาะสเวติ นิโคลา


ปรากฏชื่อ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" เข้าไปเป็นหนึ่งในผู้ร่วมประมูลอยู่กะเขาด้วย


การประมูลที่ว่านี้เริ่มต้นที่ 28 ล้านยูโร เทียบอัตราแลกเปลี่ยนตอนนี้ก็ 1,260 ล้านบาท แต่ตอนที่เป็นข่าวอดีตรัฐมนตรีนพดลบอกว่า ราคา 992 ล้านบาทเท่านั้นเอง!


ทำไมต้องไปประมูลหาดของเกาะเล็กๆ ขนาดนั้น? คำตอบก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ จำเป็นครับ


ก่อนหน้านั้น พอมีรายงานข่าวขึ้นมาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พาสปอร์ตของประเทศผู้นำ เอ็นจีโอ มอนเตเนโกรที่ชื่อ วันยา คาโลวิช ยื่นประท้วงต่อ องค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศ (ทีไอโอ) ทันที เรียกร้องให้รัฐมนตรีมหาดไทยมอนเตเนโกร อธิบายความว่า เพราะเหตุใด พ.ต.ท.ทักษิณถึงมีคุณสมบัติเหมาะสมได้รับพาสปอร์ตประเทศนี้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ถือสัญชาติเป็นพลเรือนมอนเตเนโกรสักหน่อย


นั่นเป็นที่มาของความพยายาม "ทำที" ว่า "จะซื้อ" เกาะเล็กๆ แห่งนี้


แต่ก็อธิบายได้เป็นอย่างดีว่า ทำไม อดีตนายกรัฐมนตรีไทยถึงได้ไปปรากฏตัวที่นั่น ในยามที่หลายๆ ประเทศ "ปฏิเสธ" พ.ต.ท.ทักษิณ กันหมดแล้ว


มอนเตเนโกร วันนี้ อาจเป็นเหมือนป้อมค่ายลำดับท้ายๆ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ


ถ้าไม่นับ นิการากัว และอีกบางประเทศในแอฟริกา


ที่ดูช่างห่างไกลราชดำเนินเสียเหลือเกิน!!

 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 18 มีนาคม 2553, 12:23:27
เลือดล้างเท้า
รายงานข่าวโดย: ณ กาฬ 17 มีนาคม 2553 เวลา 22:28 น.post today

ไม่เคยเห็น ก็ได้เห็น เมื่อมีการเอาเลือดไปสาดที่ทำเนียบฯ พรรคประชาธิปัตย์ และบ้านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ทั้งหมด จะเป็นคุณไสย เคล็ดลางก็ว่ากันไป

แต่ประวัติศาสตร์ในอดีต มีเรื่องเกี่ยวกับเอาเลือดล้างเท้าเหมือนกัน โดยต้องบอกว่าข้อมูลนี้มาจากเว็บไซต์ภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ดังนี้

กษัตริย์เขมร พระยาละแวก ในช่วงที่บ้านเมืองไทยถูกรุกรานจากพม่า ก็ใช้เป็นโอกาสเข้าปล้นชายแดนไทยเสมอมา

หลังจากที่สำเร็จศึกกับพม่าแล้ว สมเด็จพระนเรศวร เคยมีพระสัจจาที่จะทำโทษโดยพิธีปฐมกรรม กับกษัตริย์เขมรให้จงได้ จึงได้กรีธากองทัพไทย ไปตีเมืองเขมร และให้จับพระยาละแวกมาเข้าเฝ้า

พระองค์ท่านทรงพระราชดำรัสถามว่าท่านเป็นถึงกษัตริย์ เมื่อมีใจใฝ่หาจะขยายดินแดน ไฉนจึงไม่ยกทัพมาทำศึกให้สมกับชายชาติกษัตริย์เล่า การลักลอบโจมตีในลักษณะโจรที่ท่านทำมานั้น ไม่สมควรอยู่

พระยาละแวกกราบขออภัยโทษ แต่สมเด็จพระนเรศวรปฏิเสธ เหตุที่ทรงมีพระวาจาที่จะลงโทษในฐานะกษัตริย์ที่กล่าวไว้ แต่รับอุปการะ พระราชวงศ์ของพระยาละแวก

ในพิธีปฐมกรรมสมเด็จพระนเรศวร ทรงให้สร้างศาลาสองชั้น พระองค์ประทับอยู่ชั้นบน ในชั้นล่างให้ทำพิธีตัดพระเศียรพระยาละแวก เลือดที่พุ่งออกมาเอาพานรอง และขึ้นถวาย

สมเด็จพระนเรศวรได้เอาพระโลหิตพระยาละแวก มาล้างพระบาท ตามพิธีกรรม

การที่แดงเอาเลือดตัวเองให้รัฐบาลและอภิสิทธิ์เหยียบ สงสัยจะตกวิชาประวัติศาสตร์ ไม่ก็หน้ามืดตามัวไปหน่อย

หรือก็อาจเป็นกรรมเก่าผสมกรรมใหม่ ดันไปเป็นพวกฮุนเซน พญาละแวกเสียนั่น

ทุกอย่างเลยเกิดด้วยเหตุแห่งผลกรรมดังที่เห็น!!!




หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 18 มีนาคม 2553, 13:23:46
(http://img221.imageshack.us/img221/6287/montenegropassport.jpg)

(http://img221.imageshack.us/img221/7766/bbc.jpg)

(http://img100.imageshack.us/img100/8556/montenegro02.jpg)


ทักษิณ ตัดขาดจากความเป็น "คนไทย" แล้ว ถือพาสปอร์ตประเทศมอนเตนิโกร เดินทางแทน

พวกเสื้อแดง รู้บ้างรึปล่าว? นช. ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่คนไทยแล้ว ใช้พาสปอร์ตของประเทศมอนเตนิโกร เดินทางแทนพาสปอร์ตไทย แล้วคนเสื้อแดงจะต่อสู้ไปให้คนต่างด้าว เยี่ยง  ทักษิณ ชินวัตร ทำไมกัน

สื่อของอังกฤษ BBC ก็ออกข่าวแล้วว่า ทักษิณ เป็นพลเมืองประเทศมอนเตนิโกร  เท่ากับเป็นการยอมรับของมันเอง  ขณะนี้มันกำลังไปเยี่ยมเยียนประเทศแถบบอลข่าน  ในภาพลูกสาวมัน 2 คน อ้างว่าไปดูงานที่เยอรมัน โดนคนไทยที่ไปออกงาน โห่ขับไล่ เลยมาสุมหัวกับพ่อมัน ที่ประเทศมอนเตนิโกร

ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่คนไทยอีกต่อไป ไชโย ไชโย ไชโย!!!



ไชโย!!!  ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่คนไทยแล้ว ไชโย!!!  มันจะกลับมาเล่นการเมืองไม่ได้อีก เพราะมันไม่ใช่คนไทย
ไชโย!!! ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่คนไทยแล้ว ไชโย!!! มันจะกลับมาเล่นการเมืองไม่ได้อีก เพราะมันไม่ใช่คนไทย
ไชโย!!! ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่คนไทยแล้ว ไชโย!!! มันจะกลับมาเล่นการเมืองไม่ได้อีก เพราะมันไม่ใช่คนไทย
 
และมันก็เป็นทรราชย์ชาติชั่ว ทำลายทำร้ายแม้กระทั่งแผ่นดินเกิด เพราะความละโมบไม่รู้จักพอของมัน


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 18 มีนาคม 2553, 13:40:37
 
(http://img91.imageshack.us/img91/6413/montrenegeo07.jpg)
(http://img91.imageshack.us/img91/7899/montenegro000.jpg)
(http://img91.imageshack.us/img91/8877/montenegro00.jpg)
(http://img91.imageshack.us/img91/3415/montenegro03.jpg)
(http://img221.imageshack.us/img221/8473/svnikola2.jpg)

นพเหล่ ยืนยันบิดาบังเกิดเกล้ามัน กำลังจะประมูลซื้อเกาะ Sveti Nikola ที่นั้น 

ยกโขยงไปกันอยู่กันที่นั้นให้หมดเลย พวกเสื้อแดง อย่าลืม จูงควายไปด้วย เอาหญ้าไปด้วย เมืองฝรั่งไม่มีควายแบบไทยๆ เอาไป จะได้ไม่ต้องคิดถึงประเทศไทยอีก  จะได้ไม่ต้องกลับมาอีก หนักแผ่นดินไทย



Sveti Nikola Island (Serbian: Острво Свети Никола, Ostrvo Sveti Nikola) is an island on the Adriatic Sea, in Montenegrin municipality of Budva.
Sveti Nikola island is located opposite to the town of Budva, 1 km from Budva's old town. The island is 2 km long, and it has the area of 36 ha. Highest point on the island is a cliff that rises 121 m above the sea.

เกาะนี้ หน้าผาสูงถึง 121 เมตร สูงดี เวลาที่ทักษิณเครียดๆ พวกเสื้อแดงไถตังค์มากๆ ไม่มีจะให้ หรือหญิงอ้อทะเลาะกับยัยเลียดี จนบ้านแตก อับอายลูกๆ 3 คน และๆไพร่เลว จะได้กระโดดหน้าผา ตายสมใจ ไม่ทรมานมาก   


หัวข้อ: (ภาคพิเศษ)การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: พธู ๒๕๒๔ ที่ 18 มีนาคม 2553, 17:39:42
อ้างถึง
ข้อความของ Intania๑๖ เมื่อ 18 มีนาคม 2553, 13:23:46
(http://img221.imageshack.us/img221/6287/montenegropassport.jpg)

(http://img221.imageshack.us/img221/7766/bbc.jpg)

(http://img100.imageshack.us/img100/8556/montenegro02.jpg)


ทักษิณ ตัดขาดจากความเป็น "คนไทย" แล้ว ถือพาสปอร์ตประเทศมอนเตนิโกร เดินทางแทน

พวกเสื้อแดง รู้บ้างรึปล่าว? นช. ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่คนไทยแล้ว ใช้พาสปอร์ตของประเทศมอนเตนิโกร เดินทางแทนพาสปอร์ตไทย แล้วคนเสื้อแดงจะต่อสู้ไปให้คนต่างด้าว เยี่ยง  ทักษิณ ชินวัตร ทำไมกัน

สื่อของอังกฤษ BBC ก็ออกข่าวแล้วว่า ทักษิณ เป็นพลเมืองประเทศมอนเตนิโกร  เท่ากับเป็นการยอมรับของมันเอง  ขณะนี้มันกำลังไปเยี่ยมเยียนประเทศแถบบอลข่าน  ในภาพลูกสาวมัน 2 คน อ้างว่าไปดูงานที่เยอรมัน โดนคนไทยที่ไปออกงาน โห่ขับไล่ เลยมาสุมหัวกับพ่อมัน ที่ประเทศมอนเตนิโกร

ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่คนไทยอีกต่อไป ไชโย ไชโย ไชโย!!!



ไชโย!!!  ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่คนไทยแล้ว ไชโย!!!  มันจะกลับมาเล่นการเมืองไม่ได้อีก เพราะมันไม่ใช่คนไทย
ไชโย!!! ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่คนไทยแล้ว ไชโย!!! มันจะกลับมาเล่นการเมืองไม่ได้อีก เพราะมันไม่ใช่คนไทย
ไชโย!!! ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่คนไทยแล้ว ไชโย!!! มันจะกลับมาเล่นการเมืองไม่ได้อีก เพราะมันไม่ใช่คนไทย
 
และมันก็เป็นทรราชย์ชาติชั่ว ทำลายทำร้ายแม้กระทั่งแผ่นดินเกิด เพราะความละโมบไม่รู้จักพอของมัน
ถ้าพี่ใช้เกณฑ์นี้นะคณะรัฐมนตรีปัจจุบันหลายคนคงไม่ใช่คนไทย ปัจจุบันคนไทยที่ถือสัญชาติอื่นด้วยมีมากกว่า 300,000 คนเชียวนะพี่


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: YOTSAWIN ที่ 18 มีนาคม 2553, 19:02:53
ตอนนี้งานยุ่งๆ อ่านอย่างเดียวก่อนครับ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: พธู ๒๕๒๔ ที่ 18 มีนาคม 2553, 21:15:09
อ้างถึง
ข้อความของ YOTSAWIN เมื่อ 18 มีนาคม 2553, 19:02:53
ตอนนี้งานยุ่งๆ อ่านอย่างเดียวก่อนครับ
ดีแล้วน้องเจี๊ยบ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Kittiwit Pk ที่ 18 มีนาคม 2553, 22:02:02
Taksin phone in to fool redshirts again tonight 5 5 5.


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 18 มีนาคม 2553, 22:04:49
ผลเลือกตั้ง ก.ต. “ม.ล.ฤทธิเทพ-มานิตย์” หลุดโผ
 

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 18 มีนาคม 2553 14:41 น. manager online
 
 
  ผลเลือกตั้ง ก.ต.ชั้นศาลฎีกา ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล รอง ปธ.ฎีกา องค์คณะเสียงข้างน้อย 8-1 คดียึดทรัพย์แม้ว หลุดไปอยู่อันดับ 7 อดเป็น ก.ต. ด้านอุทธรณ์ เปลี่ยน 2 ตำแหน่ง “วิบูลย์-บุญชู” ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในอุทธรณ์ ได้รับเลือก ส่วนชั้นต้น อธ.ภ.3 แซง “มานิตย์” รอง อธ.พ.อาญา โต้โผฟัน ป.ป.ช. ลุอำนาจ พลาดได้เพียงอันดับ 3
       
       วันนี้ (18 มี.ค.) เมื่อเวลา 08.30 น.ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 12 นายสุรจิตร ศรีบุญมา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา ประธานและคณะกรรมการนับคะแนนเลือกตั้งคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) รวม 14 คน ร่วมกันนับคะแนนเลือกตั้ง ก.ต. จากชั้นศาลฎีกา 6 ตำแหน่ง ศาลอุทธรณ์ 4 ตำแหน่ง และศาลชั้นต้น 2 ตำแหน่ง รวม 12 ตำแหน่ง แทน ก.ต.ชุดเก่าที่หมดวาระ โดยมีผู้พิพากษาทั้ง 3 ชั้นศาลมีสิทธิลงคะแนนทั้งสิ้นจำนวน 4,186 คน มีผู้พิพากษาส่งบัตรลงคะแนนทั้งสิ้น 3,456 ใบ เป็นบัตรดี 3,445 ใบ บัตรเสีย 9 ใบ และบัตรเสียบางส่วน 2 ใบโดยใช้เวลานับคะแนนประมาณ 3 ชั่วโมงเศษจึงเสร็จสิ้น
       
       ผลปรากฏว่าผู้ได้รับเลือกเป็น ก.ต.ชั้นศาลฎีกา ประกอบด้วย อันดับ 1 นายประทีป เฉลิมภัทรกุล 82 คะแนน ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา อันดับ 2 นายมนตรี ยอดปัญญา รองประธานศาลฎีกา 80 คะแนน อันดับ 3 นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา 77 คะแนน อันดับ 4 นายมานัส เหลืองประเสริฐ ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา 76 คะแนน อันดับ 5 นายไพโรจน์ วายุภาพ รองประธานศาลฎีกา 69 คะแนน อันดับ 6 นายธานิศ เกศวพิทักษ์ ประธานแผนกผู้บริโภคในศาลฎีกา 67 คะแนน ส่วน ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล รองประธานศาลฎีกา อดีต ก.ต. ชุดที่ผ่านมา ซึ่งเป็นองค์คณะผู้พิพากษาเสียงข้างน้อย 8-1 ที่เห็นว่าทักษิณ ชินวัตร ไม่มีความผิด กรณีออกนโยบาย 5 มาตรการเอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจตัวเอง ในคดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านได้คะแนนมาเป็นลำดับที่ 7 จำนวน 65 คะแนนพลาดไม่ได้รับเลือกเป็น ก.ต.
       
       สำหรับผู้ได้รับเลือกเป็น ก.ต. จากชั้นศาลอุทธรณ์รวม 4 ตำแหน่งประกอบด้วย อันดับ 1 นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ประธานศาลอุทธรณ์ 308 คะแนน อันดับ 2 นายโชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ 290 คะแนน อันดับ 3 นายวิบูลย์ แสงชมภู ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ 242 คะแนน และอันดับ 4 นายบุญชู ทัศนประพันธ์ ประธานคดีสิ่งแวดล้อมในศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้ 241 คะแนน ส่วนนายบวร กุลทนันทน์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 6 อดีต ก.ต.ได้ 197 คะแนนมาเป็นอันดับ 6 พลาดได้รับเลือกอีกคน
       
       ส่วนศาลชั้นต้น ผู้ได้รับเลือกเป็น ก.ต.2 ตำแหน่ง ได้แก่นายธนรัตน์ ทั่งทอง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักงานอธิบดีศาลภาค 4 ได้ 1,187 คะแนน และอันดับ 2 นายพรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว อธิบดีภาค 3 ได้ 817 คะแนน ส่วนนายมานิตย์ สุขอนันต์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา อดีต ก.ต.ที่เคยรวบรวมรายชื่อผู้พิพากษาศาลอาญา ผู้พิพากษาอาวุโส และผู้พิพากษาศาลชั้นต้นรวม 150 คน เสนอที่ประชุม ก.ต.ให้พิจารณาเรื่องสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งกรรมการไต่สวน นายอิทธิพล โสขุมา ผู้พิพากษาศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรณีออกหมายจับนายสุนัย มโนมัยอุดม อดีตอธิบดีดีเอสไอ เป็นการลุแก่อำนาจหรือไม่ เข้ามาเป็นลำดับ 3 ได้เพียง 690 คะแนน จึงไม่ได้รับเลือกเป็น ก.ต.ในวาระนี้
       
       โดยหลังจากนี้คณะกรรมการนับคะแนนจะส่งรายชื่อให้สำนักงานศาลยุติธรรมส่งให้ประธานศาลฎีกาประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็น ก.ต. และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อมีผลต่อไป

 
 
 
 
 
 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 18 มีนาคม 2553, 23:18:58

โปรดใช้วิจารณญาน ในการอ่าน เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ควรมีผู้ปกครองให้คำปรึกษา

บรื๊อส์...เวทีแดง ทับประตูผี
ประเด็น:เสื้อแดงจัดชุมนุมใหญ่ , 17 มีนาคม 2553 เวลา 12:22 น.
"ผู้ที่เรียนฮวงจุ้ย ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเวทีเสื้อแดงที่ตั้งคร่อมสะพานผ่านฟ้าลีลาศนั้นเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดีนักเหมือนปลูกบ้านคร่อมตอหม้อ โบราณท่านว่าไม่มั่นคง "

คนไทยสมัยโบราณจะทำสงครามเล็ก-ใหญ่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คำนึงถึงอันดับต้น ๆ คือการตั้งทัพ และเดินทัพ ต้องสอดคล้องตำรับพิชัยสงคราม หากทำได้ ชัยชนะในการศึกก็ไม่ไกลเกินเอื้อม หากทำไม่ถูกต้อง หรือผิดจากตำรับพิชัยสงคราม การพ่ายแพ้ก็มีให้เห็น แม้ว่าจะแก้เคล็ด อย่างไรก็ยากที่จะเอาชนะได้


จะเห็นว่าในสมัยรัตนโกสินทร์ เมื่อมีการยกทัพไปปราบข้าศึกที่มาพิชิตจะต้องทำพิธีต่าง ๆ ที่วัดชนะสงคราม หรือวัดตองปุ บางลำพู ตามตำรับพิชัยสงครามเสมอ

เมื่อดูการทำสงครามของคนเสื้อแดงกับรัฐบาลในขณะนี้ แรกทีเดียวผู้คนตระหนกตกใจว่าจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพราะแดงทั้งแผ่นดิน ประชาชนคนชนบทยกทัพบุกกรุง แบบป่าล้อมเมืองของเหมา เจ๋อ ตง ทำให้คนกรุงขวัญผวา รัฐบาลย้ายที่ทำการจากทำเนียบรัฐบาลไปตั้งที่ศูนย์ราชการ กระทรวงบางแห่งปิดหรือย้ายที่ทำการเพื่อความปลอดภัย

แต่ผ่านมา 4 วัน เสื้อแดงก็มีท่าทีแผ่วลงเกือบหมดแรง ดัชนีตลาดหลัดทรัพย์ที่ขึ้นไปบวกกว่า 17 จุดโดยขึ้นไปปิดที่ 752.20 จุด (เมื่อวันที่ 16 มีนาคม) คือจุดสะท้อนว่าไม่เกรง ไม่กลัวม็อบ

การเอาเลือดไปเทหน้าทำเนียบนั้น กระแสข่าวบางแห่งบอกว่า “นายใหญ่” สั่งให้ทำเพื่อแก้เคล็ดไม่ให้เลือดนองแผ่นดิน อีกบางกระแสก็ว่าผู้นำเสื้อแดงต้องการรู้ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่เคยพูดว่าจะไม่เดินไปบนกองเลือดคนไทยด้วยกันนั้นจะทำอย่างไร เมื่อบรรดาเสื้อแดงเอาเลือดไปลาดทางเข้าทำเนียบเสียแล้ว ยังจะกล้าเหยียบเข้าทำเนียบหรือไม่

ในการศึกนั้นแม่ทัพจะต้องศึกษาทำเลจุดพักของทัพใหญ่ ต้องยึดเอาชัยภูมิที่ดีจึงทำให้มีชัย แต่เวทีเสื้อแดง หน้าป้อมมหากาฬนั้น ไม่ค่อยตรงกับฮวงจุ้ยนัก แม้ว่าผู้นำเสื้อแดงบางคนจะคุยว่าทำเลที่ตั้งดีมาก สอดคล้องกับฮวงจุ้ย

แต่ผู้ที่เรียนฮวงจุ้ยเห็นก็ร้องจ้าก เพราะเวทีตั้งคร่อมสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เหมือนปลูกบ้านคร่อมตอหม้อ โบราณท่านว่าไม่มั่นคง คลอนแคลนแลพังพาบได้ง่าย แค่ใครไปขย่มก็หล่นร่วงแถมอาจมีความปั่นป่วนภายใน

ส่วนคลองรอบกรุงไม่ได้ให้คุณเพราะไม่ได้อยู่ด้านหน้าเวทีแต่อยู่ด้านข้างคอยเซาะกร่อนจนอ่อนแรง ขณะที่ถนนราชดำเนินนั้นถือว่าเป็นมังกร พาดผ่านเวที แทนที่จะให้คุณกลับให้โทษเพราะเวทีไปเบียดมังกร ทำให้ทำอะไรก็ไม่ได้ดังปรารถนา

ด้านหลังที่ว่าแน่นหนาเพราะป้อมมหากาฬ ก็ต้องดูให้ลึกว่าป้อมนี้ให้คุณหรือให้โทษ เมื่อดูความเป็นมาของป้อมจะพบว่าป้อมนี้มีส่วนสูงจากพื้นดินถึงหลังคาป้อม 15 เมตร มีแนวกำแพงเมืองตามยาวถนนมหาไชย ไปเกือบจรดประตูผี การที่ยาวตามถนนมหาไชยนี้แหละทำให้ได้รับกระแสแห่งประตูผีที่สี่แยกสำราญราษฎร์อีกด้วย

การมีประตูผีตรงนี้ ก็เพื่อขนย้ายคนตายออกจากตัวเมืองชั้นใน หรือเขตพระนครมาทำพิธีฌาปนกิจที่วัดสระเกศ หรือวัดอื่น ๆ ที่อยู่นอกเขตพระนคร ทั้งนี้เพราะคนธรรมดาสามัญห้ามฌาปนกิจในเขตพระนคร เว้นแต่ศพเจ้า ที่มีพระบรมราชานุญาตให้จัดถวายพระเพลิงได้ที่ท้องสนามหลวงเป็นครั้งคราว

ประตูผีมีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 เป็นต้นมาเมื่อมีโรคระบาดครั้งใหญ่ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ คืออหิวาตกโรค หรือที่เรียกในเวลานั้นว่า ไข้ป่วงใหญ่

อหิวาตกโรคเริ่มระบาดเป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 2 เมื่อพ.ศ.2362 เกิดขึ้นที่เมืองเกาะหมาก(ปีนัง) ก่อน แล้วข้ามมาหัวเมืองฝ่ายตะวันตก ติดต่อขึ้นมาจนถึงปากน้ำเจ้าพระยา ชาวเมืองสมุทรปราการตายลงเป็นอันมาก ราษฎรอพยพขึ้นมากรุงเทพฯ ในกรุงเทพฯเริ่มเป็นอหิวาตกโรคตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2363 ชั่วระยะเวลา 8 วัน คนตายกันมากจนเผาไม่ทัน ในแม่น้ำลำคลองก็มีศพลอยเกลื่อนไปหมด เมื่อสำรวจแล้วปรากฏว่า ผู้ที่เสียชีวิตครั้งนั้นทั้งในกรุงเทพฯและหัวเมืองใกล้เคียง มีจำนวนถึง 3 หมื่นคน นับเป็นโรคระบาดครั้งใหญ่ครั้งแรกในกรุงเทพฯ

ครั้งที่ 2 โรคระบาดเกิดขึ้นในรัชกาลที่ 3 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2392 ในครั้งนั้นประชาชนพากันเรียกว่า “ห่าลงปีระกา” ผู้คนล้มตายกันมาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแต่ครั้งทรงผนวชอยู่ ได้ทรงแนะนำให้เก็บศพไปเผาที่วัดสระเกศ วัดบางลำพู(วัดสังเวชวิศยาราม) วัดเชิงเลน (วัดบพิตรพิมุขฯ) ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน ถึงวันที่ 15 กรกฎาคม มีจำนวนคนตายที่ถูกนำมาเผาที่วัดทั้งสามแห่งนี้ถึง 5,457 ศพ อันที่จริงก่อนที่จะมีอหิวาตกโรคระบาดครั้งนี้ ได้เกิดกาฬโรคระบาดมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อพ.ศ.2382 แต่เคราะห์ดีที่ได้มีการปลูกฝีป้องกันได้ทันท่วงที

จึงพอสรุปได้ว่าความพยายามของเสื้อแดงที่จะโค่นรัฐบาลอภิสิทธิ์ หรือเรียกร้องให้ยุบสภา จะต้องแท้ง ไม่ใช่เพราะเรียกร้องเพื่อนายใหญ่ หรือเพื่อคน ๆเดียวเท่านั้น ยังแท้งเพราะฮวงจุ้ยเป็นพิษอีกด้วย

ยุวดี เรืองฉาย หรือ ปู โลกเบี้ยว ผู้สนใจในศาสตร์ฮวงจุ้ย บอกว่า การเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมเสื้อแดงเชื่อว่า มีกุนซือที่คอยให้คำแนะนำเรื่องฮวงจุ้ย หรือความเชื่อต่างๆ อยู่ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าในการสื่อสารกันไปมาจะมีข้ออะไรผิดพลาดหรือไม่ ถึงมีวันเคลื่อนขบวนอยู่ 2 วัน ซึ่งวันที่ 12 มี.ค. นั้น ไม่เป็นการดีที่จะทำการใดๆ แต่ถ้าวันที่ 14 มี.ค. นี่คือวันดีมากๆ ของการเริ่มต้นหรือทำการอะไรระดับประเทศก็จะประสบความสำเร็จ

“ก็อยู่ที่ว่าเขายึดวันไหนแล้วล่ะที่เป็นวันเคลื่อนขบวนจริง แล้วถ้ายิ่งยึดว่าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยคือศูนย์กลาง เวทีก็จะอยู่ด้านตะวันตก ซึ่งหลักฮวงจุ้ยในปีนี้ทิศตะวันตกดี นำมาซึ่งชัยชนะ แต่ขณะเดียวกันก็จะมีอันตรายเกิดขึ้นเช่นกัน จากของเหลวคือน้ำเป็นจำนวนมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องของฝนก็คือเลือด แล้วจะนำมาซึ่งโรคระบาด เป็นการระบาดแบบอันตรายและน่ากลัว

อย่างไรก็ตาม ถ้ามีเรื่องเงินสะพัด (อาจหมายถึงเศรษฐกิจดี) สงครามก็จะไม่เกิด ซึ่งถ้าประมวลภาพทั้งหมดแล้ว มีความต้องการที่ต้องเอาชนะในครั้งนี้ให้ได้” ปู-ยุวดีกล่าว

ด้าน หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา หมอดูและนักฮวงจุ้ยชื่อดัง บอกว่า ตำแหน่งยุทธศาสตร์ การตั้งเวทีของเสื้อแดง ในการประท้วงครั้งนี้ อยู่ตรงประตูผี ในทางฮวงจุ้ยเป็นตำแหน่งที่ไม่ดี

จริงๆ แล้ว ประตูผีสมัยโบราณเป็นที่เคลื่อนศพ บ้านของคนที่ตั้งอยู่ใกล้ประตู มักเกิดความขัดแย้ง แต่ถ้าเป็นการชุมนุมหรือการตั้งร้านค้าใกล้ประตู หรือวงเวียน จะเกิดการรวมตัวของคนจำนวนมากๆ นี่คือหลักทางจีน แต่ถ้าเป็นคนไทย อะไรที่ตั้งอยู่ตรงประตู เช่น ประตูผี คนจะเชื่อถือเรื่องโชคลาง เกิดความรุนแรง

“หลักจีนเรื่องประตูผีจะตรงข้ามกับหลักไทย หลักจีนอาจพลิกร้ายให้กลายเป็นดี การชุมนุมคนคึกคัก แต่พลังเร้นลับที่อยู่แถวนั้น หรือสิ่งที่มองไม่เห็น อาจเป็นพลังลับ ๆ ที่อาจก่อปัญหาตามมาภายหลัง แต่คาดว่า หลังจากวันที่ 18-19 มี.ค. จะมีดวงดาวเคลื่อนย้าย เกิดการถีบตัวทำให้เมืองเกิดความวุ่นวาย แต่ถ้าพ้นมาได้ดวงเมืองก็จะดี แม้ไม่ได้เกิดการประท้วงก็อาจเกิดปัญหาภัยธรรมชาติ ช่วงหลังวันที่ 19 มีนาคม พวกนักลงทุนขอให้ระวัง หุ้นอาจไม่ดีอย่างที่คิด

ขณะที่ หมอนิด-กิจจา ทวีกุลกิจ หมอดูดวงและฮวงจุ้ยมานานกว่า 25 ปี บอกว่า ต่อให้เวทีไปตั้งบนสวรรค์ก็แพ้ เพราะดวงแกนนำหรือผู้ที่มีอำนาจสั่งการแต่ละคนไม่ดี แม้จะตั้งเวทีอยู่บนสวรรค์ก็ตกสวรรค์ แม้จะส่งผลทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนได้ แต่ไม่มีทางชนะ ส่วนอภิสิทธิ์เองก็อยู่ยาก ไม่ถึงกับยุบสภาแต่อาจลาออก เพราะดวงอภิสิทธิ์ก็ไม่ดีเช่นกัน ตอนนี้คนที่มีดวงเหนือกว่าใคร คือดวงของทหาร

สำหรับวันที่เริ่มเคลื่อนพลวันที่ 12 เป็นธาตุทอง ส่วนอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นธาตุไฟ และนัดรวมพลใหญ่กันวันที่ 14 ซึ่งเป็นธาตุน้ำ ซึ่งธาตุน้ำก็มาดับธาตุไฟพอดี

“ไม่รู้ว่าอดีตนายกใช้ใครมาช่วยดูหมอให้ รวมทั้งรวมพลคนดวงไม่ดีมาช่วยเขาเต็มไปหมด ในหลักโหราศาสตร์ การทำอะไรต้องหาวันที่เป็นมิตรกับคนทำ ถ้าเป็นอริกัน ก็จะมีแต่ความพ่ายแพ้ ไม่มีทางชนะ อดีตนายกฯ อาจจะสามารถทำให้อภิสิทธิ์อยู่ไม่ได้ แต่ตัวเขาเองก็หมดสิทธิ์”
 



หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 19 มีนาคม 2553, 11:00:07
"สีส้ม" สีแห่งความสุขที่ยังไม่เกิดขึ้นในไทย
ประเด็น:เสื้อแดงจัดชุมนุมใหญ่ , 18 มีนาคม 2553 เวลา 18:44 น.posttoday online

สีเหลือง ผสมเข้ากับ สีแดง คือสีสันแห่งความสุข แต่ทว่าการปะทะของกลุ่มเสื้อแดงและเหลืองในไทยกลับถูกแปรเปลี่ยนเป็นความหายนะ

จาการ์ตา โพสต์ ของอินโดนีเซีย แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศไทยผ่านบทบรรณาธิการ ภายใต้หัวข้อว่า ประเทศไทยสีส้ม

บทความดังกล่าวเริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามอย่างง่ายๆ แต่แฝงไว้ด้วยความหมายที่ลึกซึ้งว่า จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ สีแดง ผสมกับ สีเหลือง ซึ่งแน่นอนว่า คำตอบก็คือ สีส้ม ซึ่งเป็น สีแห่งความสุข


จาการ์ตา โพสต์ ระบุว่า สำหรับประเทศไทย ความสุขและสนุกสนานแห่งสีส้มไม่ได้เกิดขึ้น เมื่อสีทั้งสองมาพบกัน อีกทั้งยังระบุว่า การปะทะกันระหว่างเสื้อแดง และกลุ่มเสื้อเหลืองเป็นความล่มจมของระบอบประชาธิปไตยในไทย

รัฐบาลไทยกำลังถดถอย ทั้งที่ในความจริงแล้วไทย ควรจะเป็นกำลังสำคัญในการเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจภายในภูมิภาค

แต่ทว่าราว 5 วันมาแล้วที่กลุ่มคนเสื้อแดงได้ก่อการประท้วงกลายเป็นอีกหนึ่งซีรีย์ของการประท้วงในไทย ด้วยไฮไลท์ของการประท้วงเชิงสัญลักษณ์ด้วยการรับบริจาคเลือดและสาดไปยังสถานที่ทำการของรัฐบาล แต่ทว่าเมื่อความเหนื่อยล้าเริ่มก่อตัว และความอดทนก็เริ่มจางลง นั่นอาจจะทำให้การประท้วงอย่างสันติเป็นโฉมเป็นความรุนแรง และแน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาก็คือ กลุ่มเสื้อเขียว หรือกองทัพก็จะต้องก้าวออกมา ด้วยเหตุที่ทุกฝ่ายก็อ้างเป็นเสียงเดียวกัน คือ เพื่อความเป็นประชาธิปไตย

จาการ์ตา โพสต์ ระบุว่า เรื่องที่เกิดขึ้นในไทยเป็นสถานการณ์ที่น่าเศร้า และจากประสบการณ์ของอินโดนีเซียก็เข้าใจว่าประชาธิปไตยบ่อยครั้งก็เป็นเรื่องของความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ทว่าการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในเวลานี้ไม่ใช้ทางออกของปัญหา อีกทั้งยังความรุนแรงก็ไม่ได้แก้ไขได้ด้วยการช้ำเติมด้วยความรุนแรง

ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่การรัฐประหาร จากเหล่าเจ้าหน้าที่ของกองทัพ แต่ทหารควรเป็นกลุ่มที่จะกระตุ้นเตือนให้สาธารณชนแสดงออกอย่างสันติ เพื่อที่ว่าความวุ่นวายในไทยขณะนี้จะไม่ได้เป็นหนึ่งในเมืองที่เป็นที่เล่าขานมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/kzigfi-e1e9b6.jpg)
     ภาพโดย ตะวัน...สถานที่..: ONUMA PARK..Hakodate..Hokkaido Japan


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: พธู ๒๕๒๔ ที่ 19 มีนาคม 2553, 13:07:34
พี่ตะวัน รูปนี้หล่อมาก แต่เล็กไปหน่อยมองหน้าไม่ชัด


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 19 มีนาคม 2553, 14:54:39
(http://img144.imageshack.us/img144/8634/mgrpdf20100319page01.jpg)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Kittiwit Pk ที่ 19 มีนาคม 2553, 15:13:31
Redshirts are very very fool people under takky control ha ha and we dont like to feed here people.


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: YOTSAWIN ที่ 19 มีนาคม 2553, 17:15:07
อ้างถึง
ข้อความของ patooman 64 เมื่อ 18 มีนาคม 2553, 21:15:09
อ้างถึง
ข้อความของ YOTSAWIN เมื่อ 18 มีนาคม 2553, 19:02:53
ตอนนี้งานยุ่งๆ อ่านอย่างเดียวก่อนครับ
ดีแล้วน้องเจี๊ยบ
ครับพี่ทู  จริงๆ ก็งง ด้วยครับว่า อะไรกันนักหนา บ้านเมือง
อีกอย่าง เห็นเว็ปนี้ไม่ค่อยชอบให้คุยการเมือง
เลยขี้เกียจ ไปวอแว เราตัวนิดเดียว  ให้พี่รุ่นใหญ่(พี่ตะวัน กับพี่วณิชย์)ดีกว่าครับ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: พธู ๒๕๒๔ ที่ 19 มีนาคม 2553, 17:18:33
อ้างถึง
ข้อความของ YOTSAWIN เมื่อ 19 มีนาคม 2553, 17:15:07
อ้างถึง
ข้อความของ patooman 64 เมื่อ 18 มีนาคม 2553, 21:15:09
อ้างถึง
ข้อความของ YOTSAWIN เมื่อ 18 มีนาคม 2553, 19:02:53
ตอนนี้งานยุ่งๆ อ่านอย่างเดียวก่อนครับ
ดีแล้วน้องเจี๊ยบ
ครับพี่ทู  จริงๆ ก็งง ด้วยครับว่า อะไรกันนักหนา บ้านเมือง
อีกอย่าง เห็นเว็ปนี้ไม่ค่อยชอบให้คุยการเมือง
เลยขี้เกียจ ไปวอแว เราตัวนิดเดียว  ให้พี่รุ่นใหญ่(พี่ตะวัน กับพี่วณิชย์)ดีกว่าครับ
ไม่ใช่อย่างนั้นเจี๊ยบ บ้านเมืองเป็นของทุกคน หากทำให้ดีไม่ได้ เราก้ออย่าทำให้เลวลง เรื่องบางเรื่องจะเล็กหรือใหญ่อยู่ที่ใจคน ทางที่ดี คิดแบบเขาเอาเราไว้ที่หลัง แต่เวลาทำเริ่มที่เราเอาเขาไว้ที่หลัง น่าจะดีนะ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: YOTSAWIN ที่ 19 มีนาคม 2553, 17:26:45
ครับ พี่ทู  ผมก็เห็นเป็นอย่างนั้นครับ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 19 มีนาคม 2553, 20:53:24
ทักษิณนึกว่า 'ใช้' เขา ทั้งๆ ที่ตัวเองถูกเขา 'ใช้'
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

 

 มีคนบอกผมว่าใครต่อใครต่างก็ "ใช้" ทักษิณ ชินวัตร เป็นเครื่องมือเพื่อบรรลุเป้าหมาย ทางการเมืองของตนทั้งนั้น


 พูดง่ายๆ คือ ไม่มีใครเอากับทักษิณ จริงๆ

 นักการเมืองบางกลุ่ม หลอกทักษิณเพื่อปอกลอกเงินของเขา มาใช้ในการหาเสียงเพื่อตัวเองจะได้รับการเลือกตั้ง

 นักการเมืองพวกนี้ หากว่ามีการเลือกตั้งครั้งใหม่ ก็จะยังใช้ชื่อและเงินของทักษิณหาเสียง แต่เมื่อได้รับเลือกตั้งแล้วก็จะไม่ยอมฟังคำสั่งของทักษิณ อีกต่อไป

 นักการเมืองอีกบางกลุ่ม กำลังวางแผนจะ "ยึดพรรค" จากทักษิณ... แต่จะอำพรางแผนการของตัวเองไว้อย่างแนบเนียน... พูดจาปราศรัยในที่สาธารณะ ก็จะยังพูดถึงทักษิณ ด้วยน้ำเสียงยกย่องและนับถือ แต่พอลับหลังแล้วก็บอกใครต่อใครว่า "ยังไงๆ ทักษิณก็ไม่ได้กลับมาประเทศไทยหรอก..."

 นักวิชาการบางกลุ่ม เกาะกับทักษิณ เพราะหวังจะได้ใช้บารมีทักษิณ เข้าถึงบางแหล่งเงินและแหล่งวิชาชีพ ออกมาปกป้องทักษิณ ด้วยการอ้างว่าคนที่วิจารณ์ทักษิณ ไม่เข้าใจถึงความสำเร็จของนโยบาย "ประชานิยม" ของทักษิณ

 นักวิชาการเหล่านี้ อ้างเสมอว่าพวกเขาเข้าใจ "รากหญ้า" มากกว่านักวิชาการคนอื่นๆ และที่ชื่นชมทักษิณนั้น ก็เพราะเห็นเขาเป็นนักการเมืองคนแรก ที่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ในชนบทดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

 แต่นักวิชาการเหล่านี้ จะไม่ยอมพูดถึงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของทักษิณ จะไม่สอนลูกศิษย์ถึงอันตราย ของคนที่ใช้เงินงบประมาณและภาษีประชาชน เพื่อสร้างฐานการเมือง สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปเป็นเป้าหมายสำคัญ

 นักวิชาการ ที่เรียกตัวเองว่า "ซ้าย" ก็ใช้ทักษิณ เพื่อเสริมฐานะของตัวเองในสังคม พวกเขาเหล่านี้พร้อมจะแสดงตนเป็น "แนวร่วม"  ของทักษิณ ในบางเรื่องเพื่อยืนยันว่า สิ่งที่พวกตนพูดและเขียนนั้นเป็นแนวทาง "มวลชน" ที่สอดคล้องกับนโยบายทักษิณ

 นักวิชาการ ที่เรียกตัวเองว่า "ซ้าย" บางคน ได้รับผลประโยชน์ในรูปแบบของเงินๆ ทองๆ กับตำแหน่งแห่งหน หรือไม่ก็ได้งบประมาณจากทักษิณ สมัยมีอำนาจในการทำกิจกรรมที่ตนต้องการทำ

 อีกบางคน ก็เกาะทักษิณ เพราะทักษิณเอานโยบายบางเรื่อง บางด้าน ที่ตนเสนอมาใส่ในแผนการของพรรคและรัฐบาล สมัยเรืองอำนาจ

 "ซ้าย" วิชาการ กับ "ประชานิยม" "ทุนนิยม" เข้ากันได้อย่างไรเป็นเรื่องที่ประหลาด แต่เมื่อต่างคนต่างแอบคิคว่าสามารถ "ใช้" อีกฝ่ายหนึ่งเป็นบันไดพาดไปถึงสิ่งที่ตนต้องการจะไปถึง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก หากอะไรๆ ที่เราเห็นอยู่นั้น เป็นเรื่องประหลาดจากทฤษฎีสังคมการเมืองที่เราเคยเห็นมาตลอด

 ดังนั้น คำว่า "รัฐไทยใหม่" ที่นักวิชาการ "สีแดง" ใช้เรียกขานแผนการ "เปลี่ยนประเทศไทย" นั้น จึงเป็นคำที่ทักษิณ ยังไม่เคยอธิบายชี้แจงว่าหมายถึงอะไร?

 ทักษิณ ใช้คำว่า "สงครามประชาชน" เพื่อเปลี่ยนประเทศไทย แต่ไม่ได้บอกว่ารูปแบบของ "สงคราม" ที่ว่านี้มีเป้าหมายให้ไทยเป็น "รัฐใหม่" แบบใด?

 เป็นรัฐทุนนิยมสุดขั้วผสมประชานิยมสุดกู่ เพื่อให้พรรคการเมืองของตนชนะการเลือกตั้งทุกครั้งอย่าล้นหลาม เพราะใช้เงินและนโยบายซื้อใจประชาชนได้ในทุกเรื่อง

 หรือเป็นรัฐไทยใหม่ ตามแนวคิด "ซ้าย" ที่บางคนเรียกว่า "ล้มปืน ล้มเจ้า" เพื่อสถาปนาระบบการปกครองแบบสังคมนิยม ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเป้าหมายหลัก ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยที่ทำไม่สำเร็จ?

 เพราะเมื่อนักปราศรัยบนเวทีเสื้อแดงพูดถึงคำว่า "สงครามชนชั้น" และ "สงครามไพร่โค่นอำมาตย์" จนกลายเป็นคำขวัญประจำไปแล้ว ก็ย่อมหลีกหนีไม่พ้นที่ผู้คนที่ฟังบ่อยๆ เข้า จะต้องตีความว่านี่คือการสะท้อนแนวคิดแบบมาร์กซิสต์ ที่แน่นอนว่าเป็นคนละสูตร กับระบอบประชาธิปไตยรัฐสภา ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างในปัจจุบันแน่นอน

 นักปราศรัยของคนเสื้อแดงที่ใช้คำต่างๆ เหล่านี้ จะเข้าใจคำว่า "สงครามชนชั้น" มากน้อยแค่ไหน ไม่อาจจะรู้ได้ แต่เมื่อเปล่งออกมาจนกลายเป็นวาทะประจำของการรณรงค์ "โค่นอำมาตย์" แล้ว ก็ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่พูดออกไป

 นั่นก็เหมือนกับว่า นักพูดบนเวทีเหล่านี้ จะ "ใช้" ทักษิณ เพื่อบรรลุเป้าหมายของตนเช่นกัน

 ขณะเดียวกัน ต้องไม่ลืมว่า ทักษิณ เอง ก็เชื่อว่าตนเองสามารถ "ใช้" นักการเมือง นักวิชาการ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ทั้งขั้วทุนนิยม ขั้วนักเลือกตั้ง และนักวิชาการหัวขวาตกขอบ และซ้ายนักฉวยโอกาส เพื่อเป็นเครื่องมือให้ตนมีอำนาจทางการเมืองเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เช่นกัน

 ใครใช้ใคร? ใครเป็นเครื่องมือใคร? ใครหลอกใคร? เป็นคำถามที่กำลังเห็นคำตอบ คลี่ออกมาทีละข้อสองข้อแล้ว


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 20 มีนาคม 2553, 10:02:32
วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 14:02:53 น.   มติชนออนไลน์

"ศรีศักร"ชี้"แดง"เริ่มอ่อนแรง ไม่นานจบ ซัดกลุ่มใช้ช่องเดือดร้อนของปชช.เพื่อผลประโยชน์คนๆเดียว

เว็บไซต์ เนชั่น รายงานโดยอ้าง คำสัมภาษณ์ของ ศ.พิเศษ ศรีศักร วัลลิโภดม นักวิชาการด้านมานุษยวิทยาและโบราณคดี และกรรมการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ถึงปัญการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า เห็นได้ชัดว่า กำลังอ่อนแรง ซึ่งไม่นานก็น่าจะจบลง แต่หากคนกลุ่มนี้หันมาใช้ความรุนแรง ตนเห็นว่า มีแต่ตายกับตายเพียงอย่างเดียว และมีแต่จะทำให้คนกรุงเทพมหานครเกิดความเกลียดชังกลุ่มคนเสื้อแดงเพิ่มมาก ขึ้น เพราะคนเหล่านี้เหมือนเป็นผู้อาศัย ยังมาทำให้บ้านของคนกรุงเทพฯเขาเดือดร้อน เขาก็รับไม่ได้ เช่น การขัดขวางการจราจร เป็นต้น


" ในขณะเดียวกันผมก็เห็นใจคนกลุ่มนี้ ที่ส่วนใหญ่มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถูกกดขี่หรือใช้ความไม่เป็นธรรมจากระบบอำมาตย์ ก็คือ ข้าราชการ หรือนักการเมือง ซึ่งเดือดร้อนจริงๆ แต่ก็ถูกคนกลุ่มหนึ่งนำมาเชื่อมโยง เพื่อเรียกร้องประโยชน์ให้คนเพียงคนเดียว ด้วยการอาศัยความเดือนร้อนของประชาชนมาบังหน้า เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง" ศ.พิเศษ ศรีศักร กล่าว

 

นักวิชาการด้านมานุษยวิทยากล่าวว่า  สิ่งที่รัฐบาลต้องแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ก็คือเรื่องของการกดขี่ข่มเหงประชาชนของระบบราชการ หากแก้ปัญหาไม่ได้ เรื่องการชุมนุมโดยมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งนำมาเชื่อมโยงกับการเมืองเหล่านี้ ก็จะไม่หมดสิ้น รวมทั้งการใช้ระบบประชานิยมทำให้ประชาชนเคยตัว ชอบความสบาย เมื่อรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรี แจกเงินคนก็ชอบ ไม่มีใครหรอกที่ไม่ชอบ แม้แต่รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เองก็ยังทำ

 

"รัฐบาลต้องเลิกสร้างนิสัยประชานิยมเหล่า นี้ให้ประชาชน ต้องสร้างให้เขามีอาชีพที่สุจริต และอยู่อย่างพอเพียง อีกทั้งต้องยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักความรู้รักสามัคคี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาให้ประชาชนเรียนรู้อย่างจริงจัง เมื่อเขาท้องอิ่ม รัฐไม่ข่มเหง มีความรู้เรื่องการใช้ชีวิตพอเพียง ชุมชนสามัคคี ก็จะไม่มีใครใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือในการต่อรองทางการเมืองได้อีกในอนาคต" ศ.พิเศษ ศรีศักร กล่าว


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 20 มีนาคม 2553, 11:03:16
(http://img89.imageshack.us/img89/3843/mgrpdf20100320page01.jpg)


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 20 มีนาคม 2553, 21:30:29
เพลงแม้ว!!!มอนเตฯ

 

สู้เถอะพี่น้อง เสียงขอร้องจากแม้วมอนเตฯ

อยู่ริมทะเล ประเทศมอนเตรเนโกร

 นั่งจิบกาแฟ เอกเขนก กินเค๊กชิ้นโต

 ลิงค์วีดีโอ บงการเผาผลาญบ้านไทย

  ตากแดดตากฝน สู้เพื่อคนมอนเตรเนโกร

 พาลูกอวดโชว์ มอนเตเนโกรซื้อเกาะเอาไว้

 เป็นนักโทษหนี ใส่ร้ายย่ำยีศักดิ์ศรีศาลไทย

 วันนี้กำลังจุดไฟ เผาไหม้เมืองไทยแหลกราน

 
ภาพคนเสื้อแดง อ่อนแรงหิวโหยโรยรา

 ทักษิณจูงพิณทองทายิ้มร่ารื่นเริงสำราญ

 ภาพคนเสื้อแดงแดดแรงรุ่มร้อนกลางลาน

 ลูกโอ๊คและแพทองธารเบิกบานที่เมืองมอนเตรฯ

 
สู้เถอะพี่น้องเสียงขอร้องจากคนเมืองไกล

ให้สู้ต่อไป ผู้ชายสัญชาติมอนเตรเนโกร

 จะแดดจะฝนให้สู้ทนอย่าได้เยโย

 มอนเตเนโกร ลูกสาวลูกชายผมสบายดี

 สู้กันต่อไป ลูกสาวลูกชายผมสบายดี

 >ตากแดดกันไป ลูกสาวลูกชายผมสบายดี

 >ตากฝนกันไป ลูกสาวลูกชายผมสบายดี

 โง่กันต่อไป ลูกสาวลูกชายผมสบายดี



หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Kittiwit Pk ที่ 20 มีนาคม 2553, 22:39:53

   เวรจริง


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: ตุ๋ย 22 ที่ 21 มีนาคม 2553, 22:09:41
อ้างถึง
ข้อความของ kitty-wit เมื่อ 20 มีนาคม 2553, 22:39:53

   เวรจริง
เหอๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 22 มีนาคม 2553, 16:01:13
(http://img153.imageshack.us/img153/6919/mgrpdf20100322page39.jpg)

เพื่อไว้อาลัย ถึงนายตำรวจคนดี แห่งอ.บันนังสตาร์ จังหวัดยะลา ที่ นายกรัฐมนตรี ไม่เหลียวแล  ถ้าหากมีการตั้งค่าหัวไว้แล้ว ต้องย้ายออกจากพื้นที่ทันที  


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 22 มีนาคม 2553, 22:15:33
อย่าพลาด! ระดมทุนช่วย “ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์” 28 มี.ค.นี้
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 มีนาคม 2553 19:04 น.
 
 

    ASTVผู้จัดการ - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม นี้ ทางสำนักปฏิบัติธรรมสันติอโศก กรุงเทพฯ จะจัดงานระดมทุนเพื่อช่วยเหลือ นายอังคาร กัลยาณพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ ในวัย 83 ปี ซึ่งกำลังประสบความยากลำบากในการใช้ชีวิต เนื่องจากปัจจุบันป่วยเป็นโรคเรื้อรังหลายโรค คือ โรคหัวใจและโรคเบาหวาน ขณะที่งานศิลปะทั้งภาพเขียนและบทกวีก็ไม่สามารถขายได้ดีเหมือนเช่นในอดีต
       
       สมณะโพธิรักษ์ ผู้ก่อตั้งพุทธสถานสันติอโศก เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การจัดงานช่วยเหลือนายอังคารนั้น จะมีขึ้นตลอดทั้งวันกิจกรรมหลากหลายรูปแบบภายใต้ชื่องานว่า “อังคาร ผู้ผ่านปัจฉิมวัย” โดยเป็นกิจกรรมผสมผสานทั้งบันเทิงและวิชาการ
       
       “นายอังคาร เป็นกวีที่มีความคิดระดับภูมิธรรม ไม่ใช่กวีในเชิงโลกีย์ แต่มีธรรมะที่ผู้คนเข้าไม่ถึง รวมทั้งเป็นจิตรกรที่มีฝีมือชั้นยอดของประเทศไทย มีความลึกซึ้งทางจิตวิญญาณ และภูมิปัญญาตกผลึก ในความเห็นส่วนตัวบอกได้ว่าในรอบ 100 ปีอาจจะมีศิลปินเช่นนี้เกิดขึ้นสักคน
       
       “ชีวิตของ ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เป็นคนที่ติดดิน ไม่เบียดเบียนผู้อื่น แม้ตัวเองจะตกทุกข์ได้ยากก็ไม่ร้องขอ หรืออ้อนวอนจากใคร เขาไม่มีกิเลสและยอมอดเยี่ยงอย่างเสือ การจัดงานหาเงินช่วยเหลือท่านอังคารในครั้งนี้เป็นความต้องการของกัลยาณมิตรและผู้เคารพศรัทธาในชีวิตและผลงานท่านอังคาร ที่อยากเห็นศิลปินท่านนี้จรรโลงงานศิลปะให้ยืนยาวนานที่สุด จึงต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ” สมณะโพธิรักษ์ กล่าว
       
       สำหรับงาน “อังคาร ผู้ผ่านปัจฉิมวัย” จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม 2553 นี้ ณ สำนักปฏิบัติธรรมสันติอโศก ย่าน ถ.นวมินทร์ เขตบึงกุ่ม โดยงานจะจั้งตั้งแต่ช่วงเช้าถึงค่ำ โดยรูปแบบงานจะมีกิจกรรมบนถนนคนเดิน ดนตรีคอนเสิร์ต ทั้งลูกกรุง ลูกทุ่ง และเพื่อชีวิต โดยผู้ร่วมงานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แต่สามารบริจาคได้ตามกำลังทรัพย์และความศรัทธา
       
       สำนักปฏิบัติธรรมสันติอโศก
       65/1 ซอย 44 (เทียมพร) ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม
       เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240
       โทร.0-2374–5230
       
       นอกจากนี้ ผู้ที่มีจิตศรัทธายังสามารถโอนเข้าบัญชี
       
       คุณอุ่นเรือน กัลยาณพงศ์ (ภรรยาท่านอังคาร) ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 009-2-60612-1 ได้อีกด้วย

 
 
 
 
 
 
 



หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 23 มีนาคม 2553, 14:44:51
http://www.youtube.com/watch?v=OxFyQ7OIF9k
เพลงใหม่ล่าสุด "แม้ว ซังเต" เอ้ย "แม้ว มอนเต"


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 23 มีนาคม 2553, 21:38:26
วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 20:38:40 น.   มติชนออนไลน์

"ทักษิณ"ยังเจ็บคอไม่หาย ทวิตงดจ้อปลุก"เสื้อแดง"อีกวัน โต้ยังอยู่"ดูไบ" ไม่ได้หนีไปไหนตามข่าวลือ

"ทักษิณ" อ้างป่วยของดปราศรัยอีกวัน

เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้พิมพ์ข้อความลงในเว็บไซต์ทวิตเตอร์ส่วนตัว "ทักษิณไลฟ์" ว่า
 "ขอ อนุญาตลาป่วยอีกวันครับคอยังเจ็บอยู่ยังไม่สามารถปราศรัยได้แต่ผมยังอยู่ที่ ดูไบไม่ได้เดินทางไปไหนตามข่าวลือครับ"


 

"นพดล" ชี้คนธรรมดาเจ็บป่วยได้ ไม่จำเป็นต้องโกหก

 

นายนพดล  ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายกษิต  ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่าได้รับรายงานว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางออกจากเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมื่อคืนวันที่ 22 มีนาคม ว่า ตนไม่ทราบ แต่ก่อนหน้านี้ได้พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไม่ได้พูดถึงกำหนดการเดินทางไปประเทศอื่น จึงคิดว่าขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณ น่าจะอยู่ที่เมืองดูไบ ส่วนที่นายกษิต ระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ อ้างว่าเจ็บคอและงดวิดีโอลิงก์เพราะกำลังเดินทางไปที่อื่นนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนธรรมดาต้องมีเจ็บมีป่วยบ้าง และไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องโกหก

 


"กษิต"เผย"ทักษิณ"ออกจากดูไบแล้วอ้าง เจ็บคอ งดวิดีโอลิงก์

ที่พรรคประชาธิ ปัตย์ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ระบุงดวีดีโอลิงก์ โดยอ้างว่าเจ็บคอว่า ได้รับรายงานว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางออกจากเมืองดูไบ เมื่อคืนวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ทราบว่าจะเดินทางไปที่ไหน ซึ่งตนได้ให้เจ้าหน้าที่ติดตามอยู่



หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 23 มีนาคม 2553, 21:51:43
แถลงการณ์ยัน 'หลวงตามหาบัว' ไม่สังฆกรรมเสื้อแดง

ไทยรัฐออนไลน์ 23มีค.2553


วัดป่าบ้านตาดแถลงการณ์ยัน "หลวงตามหาบัว" ไม่เคยบริจาคเงิน มอบวัตถุมงคลให้ม็อบ ตามที่สื่อเสนอข่าว ไม่มีมูลความจริงนำพาไปสู่ความแตกแยกทั้งในด้านพระพุทธศาสนา รวมทั้งวัด...

เมื่อ วันที่ 23 มี.ค. พระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน รองเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี กล่าวว่า คณะสงฆ์วัดป่าบ้านตาดได้ออกแถลงการณ์ว่า ตามที่มีข่าวทางสื่อมวลชนเสนอข่าวว่า พระธรรมวิสุทธิมงคล หรือ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด ได้บริจาคเงิน และมอบวัตถุมงคลให้กับกลุ่มบุคคลในการเข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นทางการเมือง นั้น ทางวัดป่าบ้านตาดขอชี้แจงว่า การนำเสนอข้อมูลข่าวสารดังกล่าว โดยอ้างหลวงตามหาบัว เข้าไปเกี่ยวข้อง เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความแตกแยกทั้งในด้านพระพุทธศาสนา พุทธศาสนิกชน ตลอดจนนำความเสื่อมเสียเข้าไปภายในวัดได้ ซึ่งข้อมูลข่าวสารที่กลุ่มบุคคลเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนต่างๆนั้น ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด.
ไทยรัฐออนไลน์

    * โดย ทีมข่าวภูมิภาค
    * 23 มีนาคม 2553, 20:40 น.



หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 24 มีนาคม 2553, 07:48:26
(http://img180.imageshack.us/img180/6947/mgrpdf20100324page40.jpg)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 24 มีนาคม 2553, 10:11:01
หนทางที่ 4
รายงานข่าวโดย: ณ กาฬ 23 มีนาคม 2553 เวลา 21:48 น.posttodayonline

มาแล้ว มาตามนัด จิ๋วหวานเจี๊ยบ-พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นำทีม สส.เพื่อไทย เปิดแถลงถึงจุดยืนต่อสถานการณ์ทางการเมือง

ไม่แปลกประหลาดที่ข้อเรียกร้องของพรรคเพื่อไทย สอดคล้องกับม็อบแดงโดยแท้ เป็นการพิสูจน์อีกครั้ง ม็อบแดง และพรรคเพื่อไทยจะเป็นของใครไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ ทักษิณ ชินวัตร

ข้อเรียกร้องของพรรคเพื่อไทย คือ 1.ให้ยุบสภา 2.พรรคเพื่อไทยจะพบพรรคร่วมรัฐบาลแสวงหาทางออกด้วยสันติวิธี 3.หากมีการเลือกตั้ง ทุกฝ่ายต้องเคารพผล

นี่แหละ 3 หนทางสันติที่ เสื้อแดง+เพื่อไทย โก่งร้องในทำนองเพื่อแม้ว

ทว่าความจริงแล้วยังมีหนทางที่ 4 อีก นั่นคือให้ทักษิณหยุดเคลื่อนไหว

แล้วรอไปให้สภาหมดอายุ เลือกตั้งพิสูจน์กันใหม่

ม็อบแดงหยุด สส.เพื่อไทยหยุด ความปั่นป่วนหยุด

มหาสันติวิธี ยิ่งกว่ามหาไพร่ ง่ายกว่ากันเยอะ

แต่ข้ออ้างที่แดงและเพื่อไทยรอไม่ได้ก็คือ รัฐบาลไม่เป็นประชาธิปไตย มีที่มาไม่ถูกต้อง

ว่าไปคำพูดนี้ก็มีน้ำหนักอยู่ เพราะรู้กันทั้งบ้านทั้งเมือง รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เกิดขึ้นได้ด้วยสีเขียวอุ้มสม

แต่ถ้าจะเปิดใจกันให้กว้างกว่า เราควรตั้งหลักว่าต้องการประชาธิปไตยที่รูปแบบหรือเนื้อหา

ถ้าต้องการที่รูปแบบ ประชาธิปไตยจะมีค่าแค่เพียง 1 นาที เมื่อกาบัตรหย่อนหีบเลือกตั้งเท่านั้น แล้วทุกคนก็หมดสิทธิ

แล้วเราก็ต้องก้มหน้ารับผลการที่พรรคการเมืองแผ่อิทธิพล ผูกขาดอำนาจทั้งสภาล่าง สภาบน ทำลายกลไกคาน-ดุลตรวจสอบในระบอบทั้งหมด

ใครวิพากษ์วิจารณ์จะกลายเป็นขาประจำ ประชาชนจังหวัดไหนถ้าไม่เลือก สส.ยกพรรค จังหวัดนั้นก็ไม่ต้องได้งบประมาณ

เราต้องทนคำวาทะ โจรกระจอก ที่นำไปสู่ความรุนแรงในภาคใต้ หรือนโยบายประชานิยมที่มีการคอร์รัปชันเชิงนโยบายเป็นของแถม

เหล่านี้คือวิถีประชาธิปไตยที่แท้ หรือเป็นแค่เพียงรูปแบบ

แต่หากต้องการประชาธิปไตยที่เป็นเนื้อหา รัฐบาลต้องถูกตรวจสอบ ต้องปล่อยให้กลไกคาน-ดุลทำหน้าที่ตามปกติ

ไม่มีใครปฏิเสธหรอก รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีปัญหาคอร์รัปชัน แต่เป็นหน้าที่ อภิสิทธิ์ ต้องจัดการ ไม่เช่นนั้นก็อยู่ไม่ได้

เราจึงจำเป็นต้องเข้าใจประชาธิปไตยที่เน้นรูปแบบหรือเนื้อหา

เพราะฝูงผีกำลังตั้งท่าใส่เสื้อประชาธิปไตยมาหลอกหลอน!!!




หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 24 มีนาคม 2553, 14:41:57
อ่านคลายเครียด



  ถาม: เจองู กับ เจอแขก
            ท่านเลือกจะตีงูหรือตีแขก?
 
  ตอบ : ตีทักษิณก่อน

ถาม : ถ้ามีไม้ 2 อัน อันแรกตีทักษิณก่อน แล้วอันที่ 2 ล่ะ?

ตอบ : ตีทักษิณอีกที (กลัวมันไม่ตาย)
 
 
 
 
 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 24 มีนาคม 2553, 22:49:15
ลือสะพัด! อ.จุฬาฯ เสื้อแดง ทำข้อสอบ ป.โท หายกลางม็อบ
 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 มีนาคม 2553 17:54 น.

ลือหึ่งอาจารย์คณะอักษร รั้วจามจุรีสีชมพู ผู้ฝักใฝ่การชุมนุมร่วมกับคนเสื้อแดง หอบ
 “ข้อสอบประมวล” ของนิสิตปริญญาโท หลักสูตร EIL ไปตรวจกลางม็อบแดง
 ผลปรากฏข้อสอบหายทั้งปึก นิสิตซวยเจอให้สอบใหม่ เจ้าตัวอ้าง ทำหายในร้านกาแฟ

 
  มีรายงานข่าวว่า เกิดเหตุอาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 ที่รับผิดชอบสอนในหลักสูตรสหสาขาวิชาภาษาอังกฤษ เป็นภาษานานาชาติ (EIL) รายหนึ่ง
ได้ทำข้อสอบประมวลข้อเขียนของนิสิตปริญญาโท หลักสูตรสหสาขาวิชาภาษาอังกฤษ เป็นภาษานานาชาติ
 ที่ได้จัดสอบไปแล้วหายไป และได้ให้นิสิตกลุ่มดังกล่าวสอบใหม่อีกครั้ง โดยอ้างว่าทำข้อสอบหายในร้านกาแฟ
       
       จากกรณีดังกล่าวทำให้มีเสียงร่ำลือในหมู่นิสิตและคณาจารย์ผู้ทราบข่าว และทราบว่า
อาจารย์รายนี้มีแนวคิดนิยมกลุ่มเสื้อแดง และมักจะเดินทางไปร่วมการชุมนุมอย่างสม่ำเสมอ
 โดยเฉพาะในช่วงการชุมนุมใหญ่ล่าสุดของกลุ่ม นปช.ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าข้อสอบของนิสิตน่าจะหายในม็อบเสื้อแดงมากกว่า
 และคาดว่า อาจารย์รายนี้น่าจะเอาไปตรวจในม็อบ และทำหายไป มากกว่าที่จะทำหายในร้านกาแฟ
เพราะโดยปกติแล้วนิสัยของอาจารย์รายนี้ ไม่ได้ชื่นชอบการนั่งร้านกาแฟ และหากทำหายในร้านกาแฟจริง
 ก็น่าจะติดตามหรือสอบถามที่ร้านได้บ้าง
 


เฉลย เป็นคนรับจ้างสอน คณะ อักษรศาสตร์ เป็นสุภาพสตรี นิยม สีแดง
 
 
 
 
 
 


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: อ้อย 14 ที่ 25 มีนาคม 2553, 11:47:58
 emo4:))ป่านฉะนี้ ข้อสอบปึกนั้น คงถูกเอาไปรองนั่ง....ปูพื้นไว้วางจานส้มตำ ข้างเหนียว....บังแดด...และ สุดท้าย เช็ดก้น emo48:)


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: อ้อย 14 ที่ 25 มีนาคม 2553, 11:53:19
เอามาฝากให้อ่าน...จ๊ะ

ถึงเพื่อนที่ชอบสีแดง,

เมื่อตอนบ่ายโมงของวันเสาร์ที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา หลังจากที่เราซื้อของจากเอ็มโพเรียมเสร็จแล้วราวๆ บ่ายสองโมง
เรากับแม่ก็ตกลงที่จะใช้เส้นทางผ่านสุขุมวิท 31 ไปเข้าเพชรบุรีตัดใหม่ โดยที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวว่ามีการชุมนุมกันอยู่ที่หน้า
บ้านนายกฯ ในตอนที่เราจะเข้าซอย ได้มีการเอาแผงมากันด้านขาเข้าปากซอย 31 ส่วนด้านขาออกที่จะมายังถนนสุขุมวิทนั้น
มีผู้หญิงสวมเสื้อแดงยืนกันอยู่ และไม่มีอาการสนอกสนใจถึงรถราที่วิ่งเข้าวิ่งออกในซอยนั้นเท่าไรนัก เราก็เลยบีบแตรรถเพื่อ
ให้ผู้หญิงคนนั้นหลีกให้พ้นทาง แล้วเราก็ขับรถเข้าซอยไป... ระหว่างทางเรากับแม่เห็นผู้ชายใส่เสื้อสีแดง ย้อมผมสีส้มยืน
ปัสสาวะอยู่ริมถนน (อย่างไม่อายสายตาใคร) บนรั้วสีขาวของชาวบ้านในซอย 31 โดยที่ในตอนนั้นยังฉุกคิดไม่ทันเสียด้วยซ้ำ
ว่าเกิดอะไรกันขึ้น

จนกระทั่งเราวิ่งเข้ามาจนถึงหน้าร้าน Homework ซึ่งบริเวณนั้นถูกปิดอยู่โดยกลุ่มคนที่ใส่เสื้อแดง พอรถเราหยุด เราก็เห็นผู้ชาย
ตัวใหญ่ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ถือธงไทยปลิวไสวมาหยุดอยู่ที่ข้างๆ ตัว พร้อมกับลงมาจากมอเตอร์ไซค์แล้วก็เริ่มเคาะที่กระจกรถ
เรา จากนั้นก็พูดว่า “มรึ..งบีบแต.. ทำไม?”... ส่วนเราก็พยายามมองไปที่ท้ายรถคันข้างหน้าเพราะไม่อยากจะไปยุ่งด้วย ซึ่งการทำ
แบบนั้นก็ไม่ได้ทำให้อะไรมันดีขึ้นเท่าไหร่นัก ... หลังจากนั้นแค่อึดใจ ก็มีชายฉกรรจ์อีกประมาณ 4 - 5 คนเดินมามุงที่รถเรา
ซึ่งขณะนั้นผู้ชายคนเดิมก็ย้ำคิดย้ำทำอาการเดิมๆ อยู่ โดยเคาะที่กระจกรถแล้วก็พูดต่อ.... “มรึ..งบีบแต..ทำไม?” แม่ของเราซึ่งอายุ
75 แล้ว ก็คงจะเริ่มกลัวแต่ก็ยังมีสติพอที่จะบอกให้เรากลับรถและวนกลับไปยังหน้าซอย แต่พวกผู้ชายเหล่านั้นก็ยังไม่ลดละที่จะมา
ยืนมุงรถเราอยู่... และถามซ้ำประโยคเดิมๆ จนเราทนไม่ได้ เราเลยหันกลับไปมองหน้าคนที่เคาะกระจก แล้วพูดว่า “แล้วจะทำไม?” ...
พอผู้ชายตัวใหญ่คนนั้นอ่านปากเราสำเร็จ เขาก็เริ่มเปลี่ยนจากประโยคคำถามเดิม เป็นประโยคคำถามใหม่ “มรึ..งบีบแต.. ด่ากูใช่ไม๊?” ...
เราก็ไม่ตอบและหันหน้าหนีเพื่อที่จะรอให้รถคันข้างหน้าขยับ และเราก็จะได้ขยับด้วย... แต่ก็ดูเหมือนไม่สำเร็จ “โธ่...อีเหรี้..ย.!!!”….
“อีสั...ว์!!” และอีกสารพัดอี... แต่เดชะบุญรถคันข้างหน้าเราเริ่มขยับได้... เราก็เลยสามารถที่จะขยับตาม และเริ่มที่จะกลับรถได้

พอรถเราเริ่มหันไปทางทิศปากซอยได้... พวกผู้ชายตัวใหญ่ๆ ใส่เสื้อแดง... รวมทั้งเสื้อดำมีผ้าปิดหน้า (ผ้าเจาะรูที่ลูกตาสองข้าง)
ก็ยังไม่ลดละที่จะเดินมาประชิดข้างๆ ตัวเราอีก...พร้อมทั้งพยายามดึงประตูรถ (ทั้งทางฝั่งเรา และฝั่งของแม่) และเอาหัวแหวน
(ขนาดใหญ่) มาเคาะที่กระจกด้านที่เรานั่ง หลายๆ ครั้งหลายหน จนเราทนไม่ได้ ต้องหันกลับไปพูดว่า “กูจะกลับบ้าน”....เท่านั้นแหละ
ผู้ชายที่ยืนอยู่ก็ยิ่งกระชากประตูรถแรงขึ้นๆ ทั้งทางฝั่งเรา และฝั่งแม่เรา “มรึ..งบีบแต...หาแม่มรึ..งเหรอ?? … มรึ..งลงมาเดี๋ยวนี้เลย!!... อีเหรี้..ย”
“โธ่...อีสั..ว์”.... ฯลฯ (นี่... ถ้าคว้านรูลูกตาไอ้โม่งให้มันกว้างกว่านี้อีกสักนิดก็คงจะเห็นหรอกนะว่า... แม่กูนั่งอยู่นี่!!) แล้วก็เคาะๆๆๆ แรง
มาก... จนเราต้องหันหน้าไปจ้องตากับผู้ชายคนนั้น... จ้องกันได้ไม่นาน... ผู้ชายคนนั้นก็ทำท่าทำทางฮึดฮัด และพยายามที่จะหยิบอะไร
ออกมาจากสะเอว (เหมือนกระเป๋าใบเล็กๆ รูปทรงกะทัดรัด) …. แต่ก็ไม่ได้ทำให้เราหยุดที่จะจ้องเข้าไปในรูเล็กๆ ที่ปิดบังลูกตาของผู้ชาย
คนนั้นอยู่... เพราะเราก็อยากรู้เหมือนกันว่า “แล้วจะทำไม?” … ยิ่งจ้องผู้ชายคนนั้นก็ยิ่งฮึดฮัด เขย่าที่เปิดประตูรถแรงขึ้นๆ... จนเราได้ยิน
เสียงผู้ชายอีกคนพูดว่า “ปล่อยมันไปเหอะ... ผู้หญิง... ผู้หญิง... ปล่อยมันไปเหอะ”… พอเราได้สติ นึกขึ้นได้ว่าแม่นั่งอยู่ด้วย เราก็เลยเข้า
เกียร์เดินหน้า แต่มิวายก็ได้ยินเสียงรถ “ถูกถีบ” ตามมาให้เราได้ยินก่อนที่จะขับรถจากไป

จากเหตุการณ์ที่เราเล่า เป็นเรื่องที่เราประสบด้วยตัวเอง... ไม่มีการตัดต่อ ไม่มีการใส่สีใส่ไข่ให้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่เราต้องพูดอย่างนี้ก็
เพราะว่าหลายๆ ครั้ง เพื่อนสีแดงของเราชอบบอกว่าข่าวสารบ้านเมืองของเราถูกบิดเบือน พวกชาวบ้านอย่างเราถูก “ปิดหูปิดตา” … เพื่อนๆ
บางคนอาจจะเห็นว่าเรา “วอน” หาเรื่อง หรืออาจจะมีความรู้สึกกับเรื่องราวที่เราเราให้ฟังนี้ไปได้อีกหลากหลาย แต่สำหรับแม่ของเรา ซึ่งไม่
เคยเจอะเคยเจออะไรประชิดตัวอย่างนี้มาจนอายุ 75… แน่นอน เป็นเรื่องที่ทำให้แม่ตกใจมาก และสั่นกลัวไปทั้งวัน จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น
แม่ก็ยังตกใจกลัวอยู่ ... ส่วนตัวเราเองตั้งแต่วินาทีที่ขับรถพ้นคนกลุ่มนั้นออกมา ความรู้สึกที่เกิดขึ้น และชัดเจนที่สุดที่สามารถอธิบายได้คือ
“นี่มันอะไรกัน?” อะไรที่ทำให้คนที่ไม่รู้จักกัน ไม่เคยมีเรื่องมีราวกัน สามารถที่จะปฏิบัติต่อกันได้ขนาดนี้? และเราก็บอกได้เลยว่าในสายตา
และท่าทางของคนเหล่านั้น เราสามารถรู้สึกได้ถึงความเกลียดชังที่มีมากมายราวกับสะสมมาตั้งแต่ชาติปางก่อน

ความรู้สึกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองในวันนั้น... มันได้ทำให้ความรู้สึกเดิมๆ ที่เคยมีแต่ต้องเก็บเอาไว้มันหวนกลับมาในสมองของเราอีก...
เพื่อนๆ ที่ศรัทธาในสีแดงของเราทุกเฉด... เราขอบอกตรงนี้นะว่า “หยุดเถอะ” หยุดที่จะสร้างความอึดอัดให้กับคนรอบข้างที่รักเพื่อน และที่ยิน
ยอมที่จะไม่พูด ไม่เถียง เพียงเพราะต้องการที่จะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากัน และแตกคอกันของคนในสังคมเล็กๆ ของเรา ... หลายครั้งที่เรา
หยุด และเลี่ยง เพียงเพราะต้องการให้การสังสรรค์ หรือความสุขที่เรามีร่วมกันขณะนั้นมันสามารถไปต่อได้ ... แต่ตอนนี้เราขอบอกตรงๆ กับ
เพื่อนนะว่า เราไม่สามารถที่จะมีความสุขในลักษณะนี้ได้อีกต่อไปแล้ว

เราไม่รู้หรอกว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เพื่อนบางคนรู้สึกศรัทธาในสีที่ว่านี้ ... มันอาจจะมาจากความเป็นอยู่ที่สุขสบายมากขึ้น หรือเพียงแต่
ศรัทธาเพราะต้องการที่จะแตกต่าง หรือศรัทธาเพราะคนรุ่นเราถูกสอนให้ “รู้จักคิด” และ “แสดงความคิด” เราไม่รู้ ... แต่สำหรับเรา สิ่งที่เรา
รักและศรัทธานั้นเกิดขึ้นมานานกว่าช่วงเวลาที่ “คนๆ นั้น” ก้าวขึ้นมามีอำนาจ และเราก็มั่นใจอีกว่ามันนานกว่าชั่วชีวิต 40กว่าปีของเราด้วยซ้ำ
เพราะความรัก ความศรัทธานี้มีมาตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตา ยายของเรา และมันก็ฝังลึกเกินกว่าที่เราจะเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นได้... ดังนั้นเราขอให้
เพื่อนหยุดเถอะ... หยุดสร้างความรู้สึกกดดัน และอึดอัดให้กับคนอื่นๆ ที่รักเพื่อนเสียที...

เรารู้เสียใจที่หลายครั้งต้องมารับรู้ว่ามีหลายครอบครัวที่คนในบ้านมีการ แบ่งสี แบ่งฝ่าย…. ทะเลากันจนทำให้พี่น้องต้องแตกหักกันไป ... แต่
สำหรับเราเอง... เรายังโชคดีที่คนในครอบครัว และคนรอบๆ ตัวเราส่วนใหญ่ไม่ได้ศรัทธา หรือเชื่อในสิ่งที่ “คนๆ นั้น”พยายามทำให้มันเกิดขึ้น
แต่เพื่อนสีแดงของเราทั้งหลาย... นับแต่บัดนี้เราขอบอกเพื่อนว่า...วันนี้เราจะไม่หลีกเลี่ยงการพูดจาตรงไปตรงมากับเพื่อนอีกต่อไป... เราจะ
ไม่ตำหนิติเตียนความคิดเห็นของเพื่อนลับหลังอีกต่อไป... ขอให้เพื่อนรู้เอาไว้ตรงนี้แล้วกันนะว่า การที่เรา... หรือพวกเราเงียบเป็นเพราะว่าเรา
ยังมีความรักในตัวเพื่อนอยู่มาก แต่ถ้าเมื่อใด ความก้าวล่วงความรู้สึกที่ว่านี้มันมีมากขึ้นๆ และเพื่อนยังไม่เลิกดูหมิ่นหรือพูดจาลบหลู่สิ่งที่เราเคารพ
สูงสุดในชีวิตของเราอีก ความรักและความอดทนนั้นมันก็จะคงหมดไปได้ในที่สุดเหมือนกัน

เราขอร้องเพื่อนครั้งนี้เป็นครั้งแรก และครั้งสุดท้าย เราไม่มีเหตุผลอื่นใดที่จะต้องปกป้องใคร หรือเชื่อคำพูดใดๆ ของใครสิ่งที่เราคิด... สิ่งที่เราเป็น
เกิดจากสิ่งที่เราเห็นและประสบด้วยตัวเองทั้งหมด... เรามีชีวิตที่มีความสุขพอสมควรได้ขนาดนี้... ประเทศของเราสามารถยืนหยัดเป็นประเทศไทย
อยู่ได้ทุกวันนี้ ถ้าไม่ได้เกิดจากการปกครองโดย “ธรรม” ของ “ผู้ปกครอง” แล้วจะเกิดจากใคร? ที่พวกเราได้เก็บเกี่ยวดอกผลแห่งความสุขกันอยู่ได้
ทุกวันนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นในแค่ช่วงเวลาที่ “คนๆ นั้น” ขึ้นมาปกครอง... มันน่าจะนานกว่านั้นนะ!! มันน่าจะนานกว่าชีวิตปู่ ย่าตา ยาย ของพวกเราด้วยซ้ำ ...
คิดดูให้ดี ... เราขอร้อง... อย่ามาทะเลาะกันเพียงเพื่อให้คนๆ เดียวได้ความสะใจอีกเลยได้ไหม?

รักเพื่อนเสมอ และลาก่อนสำหรับเพื่อนที่ยังคงศรัทธาในสีแดง

ref: http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9530000041339


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: swsm ที่ 25 มีนาคม 2553, 12:45:31
พิมเสน  ย่อมมีค่ามากเกินกว่าที่จะไปแลกกับเกลือ ..     emo30:sorry:


ด้วยความเห็นใจอย่างที่สุดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  
หากเป็นเราคงหัวใจละลายตายไปตรงนั้นแล้ววว ล่ะค่ะ


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: พธู ๒๕๒๔ ที่ 25 มีนาคม 2553, 12:46:26
อ้างถึง
ข้อความของ อ้อย 14 เมื่อ 25 มีนาคม 2553, 11:53:19
เอามาฝากให้อ่าน...จ๊ะ

ถึงเพื่อนที่ชอบสีแดง,

เมื่อตอนบ่ายโมงของวันเสาร์ที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา หลังจากที่เราซื้อของจากเอ็มโพเรียมเสร็จแล้วราวๆ บ่ายสองโมง
เรากับแม่ก็ตกลงที่จะใช้เส้นทางผ่านสุขุมวิท 31 ไปเข้าเพชรบุรีตัดใหม่ โดยที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวว่ามีการชุมนุมกันอยู่ที่หน้า
บ้านนายกฯ ในตอนที่เราจะเข้าซอย ได้มีการเอาแผงมากันด้านขาเข้าปากซอย 31 ส่วนด้านขาออกที่จะมายังถนนสุขุมวิทนั้น
มีผู้หญิงสวมเสื้อแดงยืนกันอยู่ และไม่มีอาการสนอกสนใจถึงรถราที่วิ่งเข้าวิ่งออกในซอยนั้นเท่าไรนัก เราก็เลยบีบแตรรถเพื่อ
ให้ผู้หญิงคนนั้นหลีกให้พ้นทาง แล้วเราก็ขับรถเข้าซอยไป... ระหว่างทางเรากับแม่เห็นผู้ชายใส่เสื้อสีแดง ย้อมผมสีส้มยืน
ปัสสาวะอยู่ริมถนน (อย่างไม่อายสายตาใคร) บนรั้วสีขาวของชาวบ้านในซอย 31 โดยที่ในตอนนั้นยังฉุกคิดไม่ทันเสียด้วยซ้ำ
ว่าเกิดอะไรกันขึ้น

จนกระทั่งเราวิ่งเข้ามาจนถึงหน้าร้าน Homework ซึ่งบริเวณนั้นถูกปิดอยู่โดยกลุ่มคนที่ใส่เสื้อแดง พอรถเราหยุด เราก็เห็นผู้ชาย
ตัวใหญ่ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ถือธงไทยปลิวไสวมาหยุดอยู่ที่ข้างๆ ตัว พร้อมกับลงมาจากมอเตอร์ไซค์แล้วก็เริ่มเคาะที่กระจกรถ
เรา จากนั้นก็พูดว่า “มรึ..งบีบแต.. ทำไม?”... ส่วนเราก็พยายามมองไปที่ท้ายรถคันข้างหน้าเพราะไม่อยากจะไปยุ่งด้วย ซึ่งการทำ
แบบนั้นก็ไม่ได้ทำให้อะไรมันดีขึ้นเท่าไหร่นัก ... หลังจากนั้นแค่อึดใจ ก็มีชายฉกรรจ์อีกประมาณ 4 - 5 คนเดินมามุงที่รถเรา
ซึ่งขณะนั้นผู้ชายคนเดิมก็ย้ำคิดย้ำทำอาการเดิมๆ อยู่ โดยเคาะที่กระจกรถแล้วก็พูดต่อ.... “มรึ..งบีบแต..ทำไม?” แม่ของเราซึ่งอายุ
75 แล้ว ก็คงจะเริ่มกลัวแต่ก็ยังมีสติพอที่จะบอกให้เรากลับรถและวนกลับไปยังหน้าซอย แต่พวกผู้ชายเหล่านั้นก็ยังไม่ลดละที่จะมา
ยืนมุงรถเราอยู่... และถามซ้ำประโยคเดิมๆ จนเราทนไม่ได้ เราเลยหันกลับไปมองหน้าคนที่เคาะกระจก แล้วพูดว่า “แล้วจะทำไม?” ...
พอผู้ชายตัวใหญ่คนนั้นอ่านปากเราสำเร็จ เขาก็เริ่มเปลี่ยนจากประโยคคำถามเดิม เป็นประโยคคำถามใหม่ “มรึ..งบีบแต.. ด่ากูใช่ไม๊?” ...
เราก็ไม่ตอบและหันหน้าหนีเพื่อที่จะรอให้รถคันข้างหน้าขยับ และเราก็จะได้ขยับด้วย... แต่ก็ดูเหมือนไม่สำเร็จ “โธ่...อีเหรี้..ย.!!!”….
“อีสั...ว์!!” และอีกสารพัดอี... แต่เดชะบุญรถคันข้างหน้าเราเริ่มขยับได้... เราก็เลยสามารถที่จะขยับตาม และเริ่มที่จะกลับรถได้

พอรถเราเริ่มหันไปทางทิศปากซอยได้... พวกผู้ชายตัวใหญ่ๆ ใส่เสื้อแดง... รวมทั้งเสื้อดำมีผ้าปิดหน้า (ผ้าเจาะรูที่ลูกตาสองข้าง)
ก็ยังไม่ลดละที่จะเดินมาประชิดข้างๆ ตัวเราอีก...พร้อมทั้งพยายามดึงประตูรถ (ทั้งทางฝั่งเรา และฝั่งของแม่) และเอาหัวแหวน
(ขนาดใหญ่) มาเคาะที่กระจกด้านที่เรานั่ง หลายๆ ครั้งหลายหน จนเราทนไม่ได้ ต้องหันกลับไปพูดว่า “กูจะกลับบ้าน”....เท่านั้นแหละ
ผู้ชายที่ยืนอยู่ก็ยิ่งกระชากประตูรถแรงขึ้นๆ ทั้งทางฝั่งเรา และฝั่งแม่เรา “มรึ..งบีบแต...หาแม่มรึ..งเหรอ?? … มรึ..งลงมาเดี๋ยวนี้เลย!!... อีเหรี้..ย”
“โธ่...อีสั..ว์”.... ฯลฯ (นี่... ถ้าคว้านรูลูกตาไอ้โม่งให้มันกว้างกว่านี้อีกสักนิดก็คงจะเห็นหรอกนะว่า... แม่กูนั่งอยู่นี่!!) แล้วก็เคาะๆๆๆ แรง
มาก... จนเราต้องหันหน้าไปจ้องตากับผู้ชายคนนั้น... จ้องกันได้ไม่นาน... ผู้ชายคนนั้นก็ทำท่าทำทางฮึดฮัด และพยายามที่จะหยิบอะไร
ออกมาจากสะเอว (เหมือนกระเป๋าใบเล็กๆ รูปทรงกะทัดรัด) …. แต่ก็ไม่ได้ทำให้เราหยุดที่จะจ้องเข้าไปในรูเล็กๆ ที่ปิดบังลูกตาของผู้ชาย
คนนั้นอยู่... เพราะเราก็อยากรู้เหมือนกันว่า “แล้วจะทำไม?” … ยิ่งจ้องผู้ชายคนนั้นก็ยิ่งฮึดฮัด เขย่าที่เปิดประตูรถแรงขึ้นๆ... จนเราได้ยิน
เสียงผู้ชายอีกคนพูดว่า “ปล่อยมันไปเหอะ... ผู้หญิง... ผู้หญิง... ปล่อยมันไปเหอะ”… พอเราได้สติ นึกขึ้นได้ว่าแม่นั่งอยู่ด้วย เราก็เลยเข้า
เกียร์เดินหน้า แต่มิวายก็ได้ยินเสียงรถ “ถูกถีบ” ตามมาให้เราได้ยินก่อนที่จะขับรถจากไป

จากเหตุการณ์ที่เราเล่า เป็นเรื่องที่เราประสบด้วยตัวเอง... ไม่มีการตัดต่อ ไม่มีการใส่สีใส่ไข่ให้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่เราต้องพูดอย่างนี้ก็
เพราะว่าหลายๆ ครั้ง เพื่อนสีแดงของเราชอบบอกว่าข่าวสารบ้านเมืองของเราถูกบิดเบือน พวกชาวบ้านอย่างเราถูก “ปิดหูปิดตา” … เพื่อนๆ
บางคนอาจจะเห็นว่าเรา “วอน” หาเรื่อง หรืออาจจะมีความรู้สึกกับเรื่องราวที่เราเราให้ฟังนี้ไปได้อีกหลากหลาย แต่สำหรับแม่ของเรา ซึ่งไม่
เคยเจอะเคยเจออะไรประชิดตัวอย่างนี้มาจนอายุ 75… แน่นอน เป็นเรื่องที่ทำให้แม่ตกใจมาก และสั่นกลัวไปทั้งวัน จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น
แม่ก็ยังตกใจกลัวอยู่ ... ส่วนตัวเราเองตั้งแต่วินาทีที่ขับรถพ้นคนกลุ่มนั้นออกมา ความรู้สึกที่เกิดขึ้น และชัดเจนที่สุดที่สามารถอธิบายได้คือ
“นี่มันอะไรกัน?” อะไรที่ทำให้คนที่ไม่รู้จักกัน ไม่เคยมีเรื่องมีราวกัน สามารถที่จะปฏิบัติต่อกันได้ขนาดนี้? และเราก็บอกได้เลยว่าในสายตา
และท่าทางของคนเหล่านั้น เราสามารถรู้สึกได้ถึงความเกลียดชังที่มีมากมายราวกับสะสมมาตั้งแต่ชาติปางก่อน

ความรู้สึกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองในวันนั้น... มันได้ทำให้ความรู้สึกเดิมๆ ที่เคยมีแต่ต้องเก็บเอาไว้มันหวนกลับมาในสมองของเราอีก...
เพื่อนๆ ที่ศรัทธาในสีแดงของเราทุกเฉด... เราขอบอกตรงนี้นะว่า “หยุดเถอะ” หยุดที่จะสร้างความอึดอัดให้กับคนรอบข้างที่รักเพื่อน และที่ยิน
ยอมที่จะไม่พูด ไม่เถียง เพียงเพราะต้องการที่จะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากัน และแตกคอกันของคนในสังคมเล็กๆ ของเรา ... หลายครั้งที่เรา
หยุด และเลี่ยง เพียงเพราะต้องการให้การสังสรรค์ หรือความสุขที่เรามีร่วมกันขณะนั้นมันสามารถไปต่อได้ ... แต่ตอนนี้เราขอบอกตรงๆ กับ
เพื่อนนะว่า เราไม่สามารถที่จะมีความสุขในลักษณะนี้ได้อีกต่อไปแล้ว

เราไม่รู้หรอกว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เพื่อนบางคนรู้สึกศรัทธาในสีที่ว่านี้ ... มันอาจจะมาจากความเป็นอยู่ที่สุขสบายมากขึ้น หรือเพียงแต่
ศรัทธาเพราะต้องการที่จะแตกต่าง หรือศรัทธาเพราะคนรุ่นเราถูกสอนให้ “รู้จักคิด” และ “แสดงความคิด” เราไม่รู้ ... แต่สำหรับเรา สิ่งที่เรา
รักและศรัทธานั้นเกิดขึ้นมานานกว่าช่วงเวลาที่ “คนๆ นั้น” ก้าวขึ้นมามีอำนาจ และเราก็มั่นใจอีกว่ามันนานกว่าชั่วชีวิต 40กว่าปีของเราด้วยซ้ำ
เพราะความรัก ความศรัทธานี้มีมาตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตา ยายของเรา และมันก็ฝังลึกเกินกว่าที่เราจะเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นได้... ดังนั้นเราขอให้
เพื่อนหยุดเถอะ... หยุดสร้างความรู้สึกกดดัน และอึดอัดให้กับคนอื่นๆ ที่รักเพื่อนเสียที...

เรารู้เสียใจที่หลายครั้งต้องมารับรู้ว่ามีหลายครอบครัวที่คนในบ้านมีการ แบ่งสี แบ่งฝ่าย…. ทะเลากันจนทำให้พี่น้องต้องแตกหักกันไป ... แต่
สำหรับเราเอง... เรายังโชคดีที่คนในครอบครัว และคนรอบๆ ตัวเราส่วนใหญ่ไม่ได้ศรัทธา หรือเชื่อในสิ่งที่ “คนๆ นั้น”พยายามทำให้มันเกิดขึ้น
แต่เพื่อนสีแดงของเราทั้งหลาย... นับแต่บัดนี้เราขอบอกเพื่อนว่า...วันนี้เราจะไม่หลีกเลี่ยงการพูดจาตรงไปตรงมากับเพื่อนอีกต่อไป... เราจะ
ไม่ตำหนิติเตียนความคิดเห็นของเพื่อนลับหลังอีกต่อไป... ขอให้เพื่อนรู้เอาไว้ตรงนี้แล้วกันนะว่า การที่เรา... หรือพวกเราเงียบเป็นเพราะว่าเรา
ยังมีความรักในตัวเพื่อนอยู่มาก แต่ถ้าเมื่อใด ความก้าวล่วงความรู้สึกที่ว่านี้มันมีมากขึ้นๆ และเพื่อนยังไม่เลิกดูหมิ่นหรือพูดจาลบหลู่สิ่งที่เราเคารพ
สูงสุดในชีวิตของเราอีก ความรักและความอดทนนั้นมันก็จะคงหมดไปได้ในที่สุดเหมือนกัน

เราขอร้องเพื่อนครั้งนี้เป็นครั้งแรก และครั้งสุดท้าย เราไม่มีเหตุผลอื่นใดที่จะต้องปกป้องใคร หรือเชื่อคำพูดใดๆ ของใครสิ่งที่เราคิด... สิ่งที่เราเป็น
เกิดจากสิ่งที่เราเห็นและประสบด้วยตัวเองทั้งหมด... เรามีชีวิตที่มีความสุขพอสมควรได้ขนาดนี้... ประเทศของเราสามารถยืนหยัดเป็นประเทศไทย
อยู่ได้ทุกวันนี้ ถ้าไม่ได้เกิดจากการปกครองโดย “ธรรม” ของ “ผู้ปกครอง” แล้วจะเกิดจากใคร? ที่พวกเราได้เก็บเกี่ยวดอกผลแห่งความสุขกันอยู่ได้
ทุกวันนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นในแค่ช่วงเวลาที่ “คนๆ นั้น” ขึ้นมาปกครอง... มันน่าจะนานกว่านั้นนะ!! มันน่าจะนานกว่าชีวิตปู่ ย่าตา ยาย ของพวกเราด้วยซ้ำ ...
คิดดูให้ดี ... เราขอร้อง... อย่ามาทะเลาะกันเพียงเพื่อให้คนๆ เดียวได้ความสะใจอีกเลยได้ไหม?

รักเพื่อนเสมอ และลาก่อนสำหรับเพื่อนที่ยังคงศรัทธาในสีแดง

พี่เจี๊ยบ คนต่ำช้าพวกนี้ ไปอยู่ที่ไหนก็ก่อเเต่ความเสื่อม อย่าได้คล่องแวะด้วย เป็นดี อย่าไม่คล่องแวะ มีเรื่อง


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: swsm ที่ 25 มีนาคม 2553, 12:51:20
พี่อ้อย หรือเปล่า ปาทู .. ไม่น่าจะใช่พี่เจี๊ยบนะ .. ??      emo47

ง่วงหรือเมา  .. ตอนนี้อย่าขับรถนะคะ
ด้วยความเป็นห่วงอย่างยิ่ง



(http://img230.imageshack.us/img230/8954/capturemu.jpg)


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Preecha2510 ที่ 25 มีนาคม 2553, 14:28:17
อ้างถึง
ข้อความของ seree_60 เมื่อ 24 มีนาคม 2553, 14:41:57
อ่านคลายเครียด



  ถาม: เจองู กับ เจอแขก
            ท่านเลือกจะตีงูหรือตีแขก?
 
  ตอบ : ตีทักษิณก่อน

ถาม : ถ้ามีไม้ 2 อัน อันแรกตีทักษิณก่อน แล้วอันที่ 2 ล่ะ?

ตอบ : ตีทักษิณอีกที (กลัวมันไม่ตาย)
 
 
 
 
 


              ถาม     ถ้ามีไม้อันที่ 3  จะตีใครต่อไป?

              ตอบ     ตีอัลไซเม่อร์จิ๋ว


             ถาม       แล้วถ้ามีไม้อีกอันเป็นไม้อันที่ 4 ล่ะ จะตีใครต่อไปดี?

             ตอบ      ต้องตีเตี้ยบรรหาญ

           
             ประเทศอื่นๆอดีตผู้นำที่ลงจากอำนาจและตำแหน่งหน้าที่แล้ว  เขาก็มักจะปฎิบัติทำตัวให้เป็นประโยชน์

       ต่อสังคมและประเทศชาติ  ทำตัวเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ให้แก่บ้านเมืองเป็นที่เคารพนับถือของประชาชน  คอย

      ให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาให้แก่คนที่รับช่วงต่อมา  เข้าให้ความช่วยเหลือยามที่ประเทศชาติเดือดร้อนมี

      วิกฤตการหรือประสบปัญหา ไม่แต่เฉพาะภายประเทศของตนแต่ยังเผื่อแผ่ประเทศอื่นๆยามประสบปัญหาด้วย

      ดังเช่นอดีตประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา,ฟิลลิปปิน,อดีตนายกฯอังกฤษ ฯลฯ 


                 แต่เมื่อกลับมามองย้อนดูบ้านเราในปัจจุบัน  เห็นแล้วก็เศร้าใจและน่าอับอายที่อดีตผู้นำ(นายกรัฐมนตรี)

      ของประเทศเราถึง 3 คน  กลับปฎิบัติตัวไม่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่สมกับที่เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำของประเทศ

      ไม่ทำตัวให้เป็นที่น่าเคารพนับถือ  ไม่เคยคิดที่จะทำตัวให้เป็นประโยชน์ตอบแทนคุณให้แก่ประเทศชาติและ

      ประชาชน คอยสร้างแต่ปัญหาเพียงเพื่อต้องการสนองตัณหา  อยากกลับมามีอำนาจและความรํ่ารวยจากอำนาจ

      ตำแหน่งหน้าที่กันอีกไม่สิ้นสุด  ไม่เคยคิดกันเลยหรือว่าตอนนี้แต่ละคนก็อายุมาก(แก่)กันแล้ว  อยู่กันอีกไม่กี่

      ปีก็ต้องตายจากโลกนี้ไปสวรรค์(หรือลงนรก)กันทั้งหมด  เวลาตายไปแล้วทั้งเงินและอำนาจก็เอาติดตัวไปไม่

      ได้  มีเพียงเหรียญบาทอันเดียวเท่านั้นที่สัปเหร่อยัดใส่ปากให้ติดตัวเพื่อซื้อที่ทางก่อนตีปิดฝาโลง


                                                 สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์

                                                 เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันหมดทั้งสิ้น

                                                 จงเป็นสุข เป็นสุข เถิด.....

          (ขออาสาสมัครช่วยต่อบทสวดมนต์นี้ให้จบด้วยครับ ไม่อยากพิมพ์ต่อแล้วแต่อยากหาไม้มาสัก 4 อัน)

                                     
                                             



     


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: swsm ที่ 25 มีนาคม 2553, 16:11:18
อย่ามีเวรแก่กันและกันเลย ..

จงเป็นสุข เป็นสุข เถิด

อย่าได้ทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย ..
     



emo30:sorry:


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: swsm ที่ 25 มีนาคม 2553, 16:12:10
ว่าแล้วก็ยื่นไม้ (หน้าสาม ดามด้วยเหล็ก) จำนวน 4 อัน  ส่งให้พี่แก้ว ทันที .. คริคริ     emo49:))


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 25 มีนาคม 2553, 16:15:04
อาสาสมัคร มาขอต่อจากพี่ปรีชา ที่เข้มแข็ง-ที่เคารพของพวกเรา


คำแผ่เมตตา

สัพเพ สัตตา
สัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นเพื่อนทุกข์
เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันหมดทั้งสิ้น

อะเวรา
จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด
อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

อัพพะยาปัชฌา
จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด
อย่างได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

อะนีฆา
จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด
อย่าได้มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย

สุขีอัตตานัง ปะริหะรันตุ.
จงมีความสุขกาย สุขใจ
รักษาตนให้พ้นจาก ทุกข์ ภัย ทั้งสิ้น เถิด.
........


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: swsm ที่ 25 มีนาคม 2553, 16:16:30
โห .. พี่วณิชย์ของจริง  มาเป็นแผงเลยอ่ะ ..      emo20:)):)


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: พธู ๒๕๒๔ ที่ 25 มีนาคม 2553, 17:31:14
อ้างถึง
ข้อความของ swsm เมื่อ 25 มีนาคม 2553, 12:51:20
พี่อ้อย หรือเปล่า ปาทู .. ไม่น่าจะใช่พี่เจี๊ยบนะ .. ??      emo47

ง่วงหรือเมา  .. ตอนนี้อย่าขับรถนะคะ
ด้วยความเป็นห่วงอย่างยิ่ง



(http://img230.imageshack.us/img230/8954/capturemu.jpg)
พี่อ้อยครับ พอดีนึกถึงพี่ที่ทำงานอยู่เลยสับสน ขออำไพ


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: swsm ที่ 25 มีนาคม 2553, 17:36:59
ใจลอย ..    emo43


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: ตุ๋ย 22 ที่ 25 มีนาคม 2553, 20:19:45
รำผิดหรือป๋าทู


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Preecha2510 ที่ 25 มีนาคม 2553, 20:35:10
อ้างถึง
ข้อความของ swsm เมื่อ 25 มีนาคม 2553, 16:12:10
ว่าแล้วก็ยื่นไม้ (หน้าสาม ดามด้วยเหล็ก) จำนวน 4 อัน  ส่งให้พี่แก้ว ทันที .. คริคริ     emo49:))

    น้องหะยีคงกลัวว่าใช้ไม้ธรรมดาๆตีไม้คงจะหักเพราะคนเหล่านี้หนังหนา(รวมทั้งหน้าด้วย)  ก็เลยอุตส่าห์หาไม้

    หน้าสามแถมเสริมดามเหล็กให้ด้วย  ขอขอบคุณน้องหะยีมากๆ


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: swsm ที่ 25 มีนาคม 2553, 20:49:52
ตอนแรกคิดว่าจะส่งเหล็กทั้งแท่งให้พี่ด้วยนะคะ  แต่กลัวพี่ยกไม่ไหว .. เลยขอใช้ไม้ดามเหล็กแทน     emo20:)):)


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 26 มีนาคม 2553, 15:46:38
อ้างถึง
ข้อความของ อ้อย 14 เมื่อ 25 มีนาคม 2553, 11:53:19
เอามาฝากให้อ่าน...จ๊ะ

ถึงเพื่อนที่ชอบสีแดง,

เมื่อตอนบ่ายโมงของวันเสาร์ที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา หลังจากที่เราซื้อของจากเอ็มโพเรียมเสร็จแล้วราวๆ บ่ายสองโมง
เรากับแม่ก็ตกลงที่จะใช้เส้นทางผ่านสุขุมวิท 31 ไปเข้าเพชรบุรีตัดใหม่ โดยที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวว่ามีการชุมนุมกันอยู่ที่หน้า
บ้านนายกฯ ในตอนที่เราจะเข้าซอย ได้มีการเอาแผงมากันด้านขาเข้าปากซอย 31 ส่วนด้านขาออกที่จะมายังถนนสุขุมวิทนั้น
มีผู้หญิงสวมเสื้อแดงยืนกันอยู่ และไม่มีอาการสนอกสนใจถึงรถราที่วิ่งเข้าวิ่งออกในซอยนั้นเท่าไรนัก เราก็เลยบีบแตรรถเพื่อ
ให้ผู้หญิงคนนั้นหลีกให้พ้นทาง แล้วเราก็ขับรถเข้าซอยไป... ระหว่างทางเรากับแม่เห็นผู้ชายใส่เสื้อสีแดง ย้อมผมสีส้มยืน
ปัสสาวะอยู่ริมถนน (อย่างไม่อายสายตาใคร) บนรั้วสีขาวของชาวบ้านในซอย 31 โดยที่ในตอนนั้นยังฉุกคิดไม่ทันเสียด้วยซ้ำ
ว่าเกิดอะไรกันขึ้น

จนกระทั่งเราวิ่งเข้ามาจนถึงหน้าร้าน Homework ซึ่งบริเวณนั้นถูกปิดอยู่โดยกลุ่มคนที่ใส่เสื้อแดง พอรถเราหยุด เราก็เห็นผู้ชาย
ตัวใหญ่ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ถือธงไทยปลิวไสวมาหยุดอยู่ที่ข้างๆ ตัว พร้อมกับลงมาจากมอเตอร์ไซค์แล้วก็เริ่มเคาะที่กระจกรถ
เรา จากนั้นก็พูดว่า “มรึ..งบีบแต.. ทำไม?”... ส่วนเราก็พยายามมองไปที่ท้ายรถคันข้างหน้าเพราะไม่อยากจะไปยุ่งด้วย ซึ่งการทำ
แบบนั้นก็ไม่ได้ทำให้อะไรมันดีขึ้นเท่าไหร่นัก ... หลังจากนั้นแค่อึดใจ ก็มีชายฉกรรจ์อีกประมาณ 4 - 5 คนเดินมามุงที่รถเรา
ซึ่งขณะนั้นผู้ชายคนเดิมก็ย้ำคิดย้ำทำอาการเดิมๆ อยู่ โดยเคาะที่กระจกรถแล้วก็พูดต่อ.... “มรึ..งบีบแต..ทำไม?” แม่ของเราซึ่งอายุ
75 แล้ว ก็คงจะเริ่มกลัวแต่ก็ยังมีสติพอที่จะบอกให้เรากลับรถและวนกลับไปยังหน้าซอย แต่พวกผู้ชายเหล่านั้นก็ยังไม่ลดละที่จะมา
ยืนมุงรถเราอยู่... และถามซ้ำประโยคเดิมๆ จนเราทนไม่ได้ เราเลยหันกลับไปมองหน้าคนที่เคาะกระจก แล้วพูดว่า “แล้วจะทำไม?” ...
พอผู้ชายตัวใหญ่คนนั้นอ่านปากเราสำเร็จ เขาก็เริ่มเปลี่ยนจากประโยคคำถามเดิม เป็นประโยคคำถามใหม่ “มรึ..งบีบแต.. ด่ากูใช่ไม๊?” ...
เราก็ไม่ตอบและหันหน้าหนีเพื่อที่จะรอให้รถคันข้างหน้าขยับ และเราก็จะได้ขยับด้วย... แต่ก็ดูเหมือนไม่สำเร็จ “โธ่...อีเหรี้..ย.!!!”….
“อีสั...ว์!!” และอีกสารพัดอี... แต่เดชะบุญรถคันข้างหน้าเราเริ่มขยับได้... เราก็เลยสามารถที่จะขยับตาม และเริ่มที่จะกลับรถได้

พอรถเราเริ่มหันไปทางทิศปากซอยได้... พวกผู้ชายตัวใหญ่ๆ ใส่เสื้อแดง... รวมทั้งเสื้อดำมีผ้าปิดหน้า (ผ้าเจาะรูที่ลูกตาสองข้าง)
ก็ยังไม่ลดละที่จะเดินมาประชิดข้างๆ ตัวเราอีก...พร้อมทั้งพยายามดึงประตูรถ (ทั้งทางฝั่งเรา และฝั่งของแม่) และเอาหัวแหวน
(ขนาดใหญ่) มาเคาะที่กระจกด้านที่เรานั่ง หลายๆ ครั้งหลายหน จนเราทนไม่ได้ ต้องหันกลับไปพูดว่า “กูจะกลับบ้าน”....เท่านั้นแหละ
ผู้ชายที่ยืนอยู่ก็ยิ่งกระชากประตูรถแรงขึ้นๆ ทั้งทางฝั่งเรา และฝั่งแม่เรา “มรึ..งบีบแต...หาแม่มรึ..งเหรอ?? … มรึ..งลงมาเดี๋ยวนี้เลย!!... อีเหรี้..ย”
“โธ่...อีสั..ว์”.... ฯลฯ (นี่... ถ้าคว้านรูลูกตาไอ้โม่งให้มันกว้างกว่านี้อีกสักนิดก็คงจะเห็นหรอกนะว่า... แม่กูนั่งอยู่นี่!!) แล้วก็เคาะๆๆๆ แรง
มาก... จนเราต้องหันหน้าไปจ้องตากับผู้ชายคนนั้น... จ้องกันได้ไม่นาน... ผู้ชายคนนั้นก็ทำท่าทำทางฮึดฮัด และพยายามที่จะหยิบอะไร
ออกมาจากสะเอว (เหมือนกระเป๋าใบเล็กๆ รูปทรงกะทัดรัด) …. แต่ก็ไม่ได้ทำให้เราหยุดที่จะจ้องเข้าไปในรูเล็กๆ ที่ปิดบังลูกตาของผู้ชาย
คนนั้นอยู่... เพราะเราก็อยากรู้เหมือนกันว่า “แล้วจะทำไม?” … ยิ่งจ้องผู้ชายคนนั้นก็ยิ่งฮึดฮัด เขย่าที่เปิดประตูรถแรงขึ้นๆ... จนเราได้ยิน
เสียงผู้ชายอีกคนพูดว่า “ปล่อยมันไปเหอะ... ผู้หญิง... ผู้หญิง... ปล่อยมันไปเหอะ”… พอเราได้สติ นึกขึ้นได้ว่าแม่นั่งอยู่ด้วย เราก็เลยเข้า
เกียร์เดินหน้า แต่มิวายก็ได้ยินเสียงรถ “ถูกถีบ” ตามมาให้เราได้ยินก่อนที่จะขับรถจากไป

จากเหตุการณ์ที่เราเล่า เป็นเรื่องที่เราประสบด้วยตัวเอง... ไม่มีการตัดต่อ ไม่มีการใส่สีใส่ไข่ให้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่เราต้องพูดอย่างนี้ก็
เพราะว่าหลายๆ ครั้ง เพื่อนสีแดงของเราชอบบอกว่าข่าวสารบ้านเมืองของเราถูกบิดเบือน พวกชาวบ้านอย่างเราถูก “ปิดหูปิดตา” … เพื่อนๆ
บางคนอาจจะเห็นว่าเรา “วอน” หาเรื่อง หรืออาจจะมีความรู้สึกกับเรื่องราวที่เราเราให้ฟังนี้ไปได้อีกหลากหลาย แต่สำหรับแม่ของเรา ซึ่งไม่
เคยเจอะเคยเจออะไรประชิดตัวอย่างนี้มาจนอายุ 75… แน่นอน เป็นเรื่องที่ทำให้แม่ตกใจมาก และสั่นกลัวไปทั้งวัน จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น
แม่ก็ยังตกใจกลัวอยู่ ... ส่วนตัวเราเองตั้งแต่วินาทีที่ขับรถพ้นคนกลุ่มนั้นออกมา ความรู้สึกที่เกิดขึ้น และชัดเจนที่สุดที่สามารถอธิบายได้คือ
“นี่มันอะไรกัน?” อะไรที่ทำให้คนที่ไม่รู้จักกัน ไม่เคยมีเรื่องมีราวกัน สามารถที่จะปฏิบัติต่อกันได้ขนาดนี้? และเราก็บอกได้เลยว่าในสายตา
และท่าทางของคนเหล่านั้น เราสามารถรู้สึกได้ถึงความเกลียดชังที่มีมากมายราวกับสะสมมาตั้งแต่ชาติปางก่อน

ความรู้สึกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองในวันนั้น... มันได้ทำให้ความรู้สึกเดิมๆ ที่เคยมีแต่ต้องเก็บเอาไว้มันหวนกลับมาในสมองของเราอีก...
เพื่อนๆ ที่ศรัทธาในสีแดงของเราทุกเฉด... เราขอบอกตรงนี้นะว่า “หยุดเถอะ” หยุดที่จะสร้างความอึดอัดให้กับคนรอบข้างที่รักเพื่อน และที่ยิน
ยอมที่จะไม่พูด ไม่เถียง เพียงเพราะต้องการที่จะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากัน และแตกคอกันของคนในสังคมเล็กๆ ของเรา ... หลายครั้งที่เรา
หยุด และเลี่ยง เพียงเพราะต้องการให้การสังสรรค์ หรือความสุขที่เรามีร่วมกันขณะนั้นมันสามารถไปต่อได้ ... แต่ตอนนี้เราขอบอกตรงๆ กับ
เพื่อนนะว่า เราไม่สามารถที่จะมีความสุขในลักษณะนี้ได้อีกต่อไปแล้ว

เราไม่รู้หรอกว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เพื่อนบางคนรู้สึกศรัทธาในสีที่ว่านี้ ... มันอาจจะมาจากความเป็นอยู่ที่สุขสบายมากขึ้น หรือเพียงแต่
ศรัทธาเพราะต้องการที่จะแตกต่าง หรือศรัทธาเพราะคนรุ่นเราถูกสอนให้ “รู้จักคิด” และ “แสดงความคิด” เราไม่รู้ ... แต่สำหรับเรา สิ่งที่เรา
รักและศรัทธานั้นเกิดขึ้นมานานกว่าช่วงเวลาที่ “คนๆ นั้น” ก้าวขึ้นมามีอำนาจ และเราก็มั่นใจอีกว่ามันนานกว่าชั่วชีวิต 40กว่าปีของเราด้วยซ้ำ
เพราะความรัก ความศรัทธานี้มีมาตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตา ยายของเรา และมันก็ฝังลึกเกินกว่าที่เราจะเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นได้... ดังนั้นเราขอให้
เพื่อนหยุดเถอะ... หยุดสร้างความรู้สึกกดดัน และอึดอัดให้กับคนอื่นๆ ที่รักเพื่อนเสียที...

เรารู้เสียใจที่หลายครั้งต้องมารับรู้ว่ามีหลายครอบครัวที่คนในบ้านมีการ แบ่งสี แบ่งฝ่าย…. ทะเลากันจนทำให้พี่น้องต้องแตกหักกันไป ... แต่
สำหรับเราเอง... เรายังโชคดีที่คนในครอบครัว และคนรอบๆ ตัวเราส่วนใหญ่ไม่ได้ศรัทธา หรือเชื่อในสิ่งที่ “คนๆ นั้น”พยายามทำให้มันเกิดขึ้น
แต่เพื่อนสีแดงของเราทั้งหลาย... นับแต่บัดนี้เราขอบอกเพื่อนว่า...วันนี้เราจะไม่หลีกเลี่ยงการพูดจาตรงไปตรงมากับเพื่อนอีกต่อไป... เราจะ
ไม่ตำหนิติเตียนความคิดเห็นของเพื่อนลับหลังอีกต่อไป... ขอให้เพื่อนรู้เอาไว้ตรงนี้แล้วกันนะว่า การที่เรา... หรือพวกเราเงียบเป็นเพราะว่าเรา
ยังมีความรักในตัวเพื่อนอยู่มาก แต่ถ้าเมื่อใด ความก้าวล่วงความรู้สึกที่ว่านี้มันมีมากขึ้นๆ และเพื่อนยังไม่เลิกดูหมิ่นหรือพูดจาลบหลู่สิ่งที่เราเคารพ
สูงสุดในชีวิตของเราอีก ความรักและความอดทนนั้นมันก็จะคงหมดไปได้ในที่สุดเหมือนกัน

เราขอร้องเพื่อนครั้งนี้เป็นครั้งแรก และครั้งสุดท้าย เราไม่มีเหตุผลอื่นใดที่จะต้องปกป้องใคร หรือเชื่อคำพูดใดๆ ของใครสิ่งที่เราคิด... สิ่งที่เราเป็น
เกิดจากสิ่งที่เราเห็นและประสบด้วยตัวเองทั้งหมด... เรามีชีวิตที่มีความสุขพอสมควรได้ขนาดนี้... ประเทศของเราสามารถยืนหยัดเป็นประเทศไทย
อยู่ได้ทุกวันนี้ ถ้าไม่ได้เกิดจากการปกครองโดย “ธรรม” ของ “ผู้ปกครอง” แล้วจะเกิดจากใคร? ที่พวกเราได้เก็บเกี่ยวดอกผลแห่งความสุขกันอยู่ได้
ทุกวันนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นในแค่ช่วงเวลาที่ “คนๆ นั้น” ขึ้นมาปกครอง... มันน่าจะนานกว่านั้นนะ!! มันน่าจะนานกว่าชีวิตปู่ ย่าตา ยาย ของพวกเราด้วยซ้ำ ...
คิดดูให้ดี ... เราขอร้อง... อย่ามาทะเลาะกันเพียงเพื่อให้คนๆ เดียวได้ความสะใจอีกเลยได้ไหม?

รักเพื่อนเสมอ และลาก่อนสำหรับเพื่อนที่ยังคงศรัทธาในสีแดง


(http://img230.imageshack.us/img230/9039/36725416.png)
(http://img230.imageshack.us/img230/4612/45443109.png)
(http://img231.imageshack.us/img231/3717/13973622.jpg)
(http://img135.imageshack.us/img135/3449/52279480.jpg)
(http://img135.imageshack.us/img135/1482/68869410.jpg)
(http://img231.imageshack.us/img231/9862/81369554.jpg)

เรียน พี่อ้อย
ได้อ่านข้อความพี่อ้อยทั้งหมดแล้ว เห็นใจครับ  เป็นผู้หญิง ไม่รู้จะไปสู้รบปรบมือได้อย่างไร กับพวกคนถ่อย ที่อยู่เหนือกฎหมาย  เพราะผู้รักษากฎหมายจำนวนมาก ก็ยังต้องเข้าข้างพวกนี้  ภาพข้างบน มันฟ้องครับ เพราะผลประโยชน์ เพราะคอร์รัปชั่นได้  ถ้าผู้รักษากฎหมายเคร่งครัด จะไม่มีเหตุการณ์ถ่อยๆเยี่ยงนั้น เกิดขึ้นกับพี่อ้อย กับคนอื่นๆ แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรี เป็นอันขาด

แม้จะเป็นผู้ชายก็เถอะ  ถ้าไม่มีอาวุธ ไม่มีกำลังคนมากพอ ก็คงจะลำบากเช่นกัน ได้แต่สาปแช่งให้พวกมันตกนรกเร็วๆวขึ้นเท่านั้นเอง ได้แต่เจ็บใจโกรธแค้น แต่ถ้ามาตั้งสติให้ดี  คิดว่า ช่างมารดามัน ก็จบ ไม่เอาความแค้น มาทำลายความคิดดีๆให้สูญไป หรืออย่างที่พี่ปรีชา สวดแผ่เมตตาไป

จริงๆแล้ว เท่าที่ผมสังเกตุจากเวปชาวซีมะโด่ง พวกพี่ๆรุ่นเก่าๆ  แทบจะไม่มีใครนิยมชมชอบกับระบอบทักษิณนะ ไม่ว่าพี่ปรีชา พี่แอ๊ะ พี่ตะวัน ฯลฯ ผมอาจจะรู้จักชาวหอไม่มาก เพราะปลีกตัวมาอยู่เมืองนอกเสียนาน

การเมืองของเราในอดีต ถูกปกครองโดยทหาร  มาโดยตลอด  มาเปลี่ยนแปลงเมื่อ 14 ตุลาคม 2516 จากนั้นก็เป็นพลเรือน แต่ระบอบคอร์รัปชั่น ไม่เคยหายไปจากระบบราชการ และระบบการเมืองไทย  แม้แต่น้อย มีแต่เพิ่มพูน และอภิมหาโกง เพราะใครๆก็อยากมีบ้านหลังโตๆ ระดับ 100 ล้าน ขับเบนซ์ ขับโรลสรอยสซ์ มีเครื่องบินส่วนตัว มีอีหนู ส่งลูกหลานไปเรียนเมืองนอก ฯลฯ นี่คือจิตใจ ของคนที่เรียกตนเองว่า "พุทธมามก"

ประเทศไทยเรา จึงเติบโตมาได้แบบพิกลพิการ มีรัฐธรรมนูญ มีกฎหมาย แต่สามารถซื้อความยุติธรรมได้ นับตั้งแต่ พศ. 2475 เป็นต้นมา มีข้าราชการโดนจับติดคุก ข้อหาคอร์รัปชั่น ถึง 20 คนมั้ย นักการเมือง โดนจับติดคุกถึง 10 คนมั้ย บางคน แค่เริ่มฟ้องร้องในศาลชั้นต้น หรือศาลฎีกาสำหรับนักการเมือง ก็หนีหายไปจากประเทศไทยแล้ว

ถ้าปัญญาชนทุกคนมีสติ มารวมกันให้จงได้ ผลักดันการเมือง ให้มีธรรมภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ ต่อต้านการซื้อเสียง การโกงเลือกตั้ง ลงโทษนักการเมืองเลวโดยเฉียบขาด เราสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยได้ 


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Soponเท่านั้น ที่ 26 มีนาคม 2553, 21:41:22
สวัสดีครับเพื่อนๆ และพี่น้อง

ขอส่งต่อและเผยแพร่ความจริงจัง เป็นธุระเพื่อบ้านเมือง ของเพื่อนเตรียมอุดมฯคนหนึ่งที่เป็นคนดีมากๆและมีฝีมือถ่ายรูปขั้นเทพ มีแนวคิดและการปฏิบัติตนที่เพื่อนทุกคนชื่นชม เป็นชาวนิติ จุฬาฯ16ด้วย แต่ไม่ใช่ชาวหอฯ

ผมในฐานะประชาชนธรรมดาๆในกรุงเทพคนหนึ่ง
ขอคัดค้านการก่อวินาศกรรมใดๆ
ที่ จะมีขึ้นในวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๓ อย่างถึงที่สุด
ขอ เชิญคลิ๊กเข้าไปอ่านและแสดงความเห็นได้ที่
web.me.com/prasarnmitr/bkk (http://web.me.com/prasarnmitr/bkk)
 
 พีร วัศ กี่ศิริ/ Peerawas Keesiri
 peerawas.keesiri@gmail.com
 phone: +66 81846 4862


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: ตุ๋ย 22 ที่ 26 มีนาคม 2553, 22:22:00
อ้างถึง
ข้อความของ Soponเท่านั้น เมื่อ 26 มีนาคม 2553, 21:41:22
สวัสดีครับเพื่อนๆ และพี่น้อง

ขอส่งต่อและเผยแพร่ความจริงจัง เป็นธุระเพื่อบ้านเมือง ของเพื่อนเตรียมอุดมฯคนหนึ่งที่เป็นคนดีมากๆและมีฝีมือถ่ายรูปขั้นเทพ มีแนวคิดและการปฏิบัติตนที่เพื่อนทุกคนชื่นชม เป็นชาวนิติ จุฬาฯ16ด้วย แต่ไม่ใช่ชาวหอฯ

ผมในฐานะประชาชนธรรมดาๆในกรุงเทพคนหนึ่ง
ขอคัดค้านการก่อวินาศกรรมใดๆ
ที่ จะมีขึ้นในวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๓ อย่างถึงที่สุด
ขอ เชิญคลิ๊กเข้าไปอ่านและแสดงความเห็นได้ที่
web.me.com/prasarnmitr/bkk (http://web.me.com/prasarnmitr/bkk)
 
 พีร วัศ กี่ศิริ/ Peerawas Keesiri
 peerawas.keesiri@gmail.com
 phone: +66 81846 4862

เข้าไปดูมาแล้วครับพี่เปี๊ยก


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: swsm ที่ 26 มีนาคม 2553, 22:22:46
ดูแล้วเช่นกันค่ะ ..      emo24:(


หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 27 มีนาคม 2553, 11:27:00
อ้างถึง
ข้อความของ Soponเท่านั้น เมื่อ 26 มีนาคม 2553, 21:41:22
สวัสดีครับเพื่อนๆ และพี่น้อง

ขอส่งต่อและเผยแพร่ความจริงจัง เป็นธุระเพื่อบ้านเมือง ของเพื่อนเตรียมอุดมฯคนหนึ่งที่เป็นคนดีมากๆและมีฝีมือถ่ายรูปขั้นเทพ มีแนวคิดและการปฏิบัติตนที่เพื่อนทุกคนชื่นชม เป็นชาวนิติ จุฬาฯ16ด้วย แต่ไม่ใช่ชาวหอฯ

ผมในฐานะประชาชนธรรมดาๆในกรุงเทพคนหนึ่ง
ขอคัดค้านการก่อวินาศกรรมใดๆ
ที่ จะมีขึ้นในวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๓ อย่างถึงที่สุด
ขอ เชิญคลิ๊กเข้าไปอ่านและแสดงความเห็นได้ที่
web.me.com/prasarnmitr/bkk (http://web.me.com/prasarnmitr/bkk)
 
 พีร วัศ กี่ศิริ/ Peerawas Keesiri
 peerawas.keesiri@gmail.com
 phone: +66 81846 4862

เปี๊ยก เพื่อนรัก
ขอบใจนะที่เอาข่าวมาบอก
วันนี้ดู เสื้อแดง เคลื่อนไหวแล้ว บอกว่า มันตั้งใจ ให้เกิดความรุนแรง
มันมีสิทธิ์อะไร ที่จะมาขับไล่ทหาร ตำรวจ ที่มารักษาความสงบ
มันกลัวจะก่อวินาศกรรมไม่สดวกใช่มั้ย จึงออกมาขับไล่ทหาร ตำรวจ
ปากมันท่องแต่คำว่า สงบ สันติ อหิงสา แต่การกระทำ กลับตรงข้าม
เลวจริงๆ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 27 มีนาคม 2553, 21:16:24
วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 11:52:53 น.   มติชนออนไลน์

ระทึก! ระเบิดป่วนเมือง วาง "บึ้ม"22 ครั้งในรอบ 1 เดือนเย้ย พ.ร.บ.รักษาความมั่นคง

ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้สรุปเหตุการณ์ระเบิดในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล รวม 16 ครั้ง และเหตุการณ์ระเบิดในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ อีก 4 ครั้ง ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2553 ทั้งก่อนและหลังการประกาศ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร แยกเป็น

 


27 กุมภาพันธ์ เวลา 21.20 น. คนร้ายนำลูกระเบิดขว้าง แบบเอ็ม 76 ขว้างใส่ธนาคารกรุงเทพ สาขาพระราม 2 แต่ระเบิดไม่ทำงาน 27 กุมภาพันธ์ เวลา 21.20 น. คนร้ายขว้างระเบิด แบบเอ็ม 26 ใส่ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนสีลม จับคนร้ายได้ 2 คน เป็นกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง

 

27 กุมภาพันธ์ เวลา 23.30 น. คนร้ายขว้างระเบิดไม่ทราบชนิดใส่ธนาคารกรุงเทพ สาขาพระประแดง ทำให้กระจกเสียหาย

 

28 กุมภาพันธ์ เวลา 00.30 น. พบลูกระเบิดขว้าง แบบเอ็ม 67 ขว้างใส่ธนาคารกรุงเทพ สาขาศรีนครินทร์ เจ้าหน้าที่เก็บกู้ไว้ได้

 

15 มีนาคม เวลา 13.30 น. คนร้ายยิงเอ็ม 79 ใส่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ 6 ลูก แต่ทำงานเพียง 4 ลูก กำลังพลบาดเจ็บ 2 นาย

 

15 มีนาคม เวลา 02.00 น. คนร้ายปาประทัดยักษ์ใส่ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงเทพ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ คาดว่าวัยรุ่นสร้างสถานการณ์

 

16 มีนาคม เวลา 02.20 น. คนร้ายยิงเอ็ม 79 เข้าไปในซอยลาดพร้าว 25 ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

 

16 มีนาคม เวลา 03.40 น. คนร้ายปาระเบิดบริษัทพ่อตาของนายเนวิน ชิดชอบ ที่ จ.เชียงใหม่ ไม่ระบุสาเหตุ

 

19 มีนาคม เวลา 03.45 น. คนร้ายยิงเอ็ม 16 ใส่บ้านประชาชนในซอยทองหล่อ 3 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. ไม่มีผู้บาดเจ็บ คาดว่าเป็นการทวงหนี้

 

19 มีนาคม เวลา 04.00 น. คนร้ายยิงเอ็ม 16 ใส่บ้านประชาชนภายในซอยสุขุมวิท 53 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ คาดว่าเป็นการทวงหนี้

 

19 มีนาคม เวลา 23.00 น. คนร้ายใช้น้ำมันก๊าดจุดไฟโยนใส่รถถังหน้ากองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ จับกุมคนขับแท็กซี่ร่วมก่อเหตุเป็นผู้ชุมนุมเสื้อแดง 2 คน

 

20 มีนาคม เวลา 21.40 น. คนร้ายขว้างระเบิด เอ็ม 67 ใส่สำนักงาน ป.ป.ช. ที่ จ.นนทบุรี ไม่มีผู้บาดเจ็บ

 

20 มีนาคม เวลา 22.40 น. คนร้ายยิงจรวดอาร์พีจีใส่กระทรวงกลาโหม มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน พบผู้ต้องสงสัยพร้อมอาวุธ ออกหมายจับ ส.ต.ต.บัณฑิต สิทธิทุม อดีต ตชด. จ.สระแก้ว

 

20 มีนาคม เวลา 23.45 น. พบวัตถุต้องสงสัยบริเวณเชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เจ้าหน้าที่กู้ทำลายได้

 

22 มีนาคม ไม่ระบุเวลา คนร้ายขว้างระเบิดเอ็ม 67 ใส่สำนักงานบำรุงทางธนบุรี ไม่มีผู้บาดเจ็บ

 

23 มีนาคม เวลา 14.00 น. คนร้ายยิงเอ็ม 79 จำนวน 2 นัด ตกข้างรั้วกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข มีรถเสียหาย 4 คัน 24 มีนาคม เวลา 19.45 น. คนร้ายปาระเบิดบริเวณตู้ควบคุมไฟฟ้าริมรั้วของศาลากลาง จ.นนทบุรี

 

24 มีนาคม เวลา 20.40 น. คนร้ายขว้างระเบิดเอ็ม 67 บริเวณเสาไฟฟ้าริมรั้วของกรมบังคับคดี เขตตลิ่งชัน

 

24 มีนาคม เวลา 14.30 น. พบลูกระเบิดเอ็ม 79 ข้างห้างเซ็นทรัลแอร์พอร์ต พลาซ่า อ.เมืองเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่เก็บกู้สำเร็จ

 

25 มีนาคม เวลา 08.15 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบระเบิดเอ็ม 26 ที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่เก็บกู้สำเร็จ

 

25 มีนาคม เวลา 22.30 น. คนร้ายโยนระเบิดเอ็ม 76 ใส่รถกระบะ ที่ถนนติวานนท์ จังหวัดนนทบุรี ก่อนถึงกระทรวงสาธารณสุข แต่ระเบิดไม่ทำงานเนื่องจากสลักไม่หลุด

 

26 มีนาคม ไม่ระบุเวลา พบวัตถุระเบิดชนิดเอ็ม 67 ถูกบรรจุอยู่ภายในถุงพลาสติก ตกอยู่ภายในลานจอดรถที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ถ.รัชดาฯ เชื่อว่าคนร้ายน่าจะนำมาโยนตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ระเบิดไม่ทำงาน

คนร้าย ขว้างระเบิดใส่ช่อง 5 ทหาร-ปชช.บาดเจ็บ

เมื่อเวลา 19.00น. วันที่ 28 มีนาคม มีรายงานข่าวแจ้งว่าเกิดเหตุคนร้ายพยายามขว้างระเบิดไม่ทราบชนิดเข้าไปภายใน สถานีโทรทัศน์ ช่อง 5 สนามเป้า ถนนพหลโยธิน  เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คน เป็นพลทหารเจ็บ 2 นาย และประชาชนอีก 2 ราย มี 

ยิงถล่มธนาคารกรุงเทพ สาขา อ.ดอกคำใต้

 


ขณะที่อีกเหตุการณ์หนึ่งนั้น  เมื่อเวลา 09.00 น. พล.ต.ต.จรินทร์ อินทร์สุวรรณโณ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด(ผบก.ภ.จว.)พะเยา เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.สว่างวิทย์ สุทธหลวง ผกก.สภ.ดอกคำใต้ เกิดเหตุยิงถล่มธนาคารกรุงเทพ สาขา อ.ดอกคำใต้ ตั้งอยู่ติดถนนสายดอกคำใต้-พะเยา ใกล้กับตลาดในเขตชุมชน ภายในเขตเทศบาลเมืองดอกคำใต้ ห่างจาก สภ.ดอกคำใต้ ประมาณ 100 เมตร เมื่อออกไปตรวจสอบพบบริเวณสัญญลักษณ์ตราครุฑของธนาคาร บริเวณป้ายและกระจกหน้าธนาคาร ถูกยิงด้วยอาวุธชนิดเอ็ม 79 จำนวน 2 นัด เศษกระจก เศษปูน ตกกระเด็นใส่บ้านเรือนประชาชนในระแวกใกล้เคียง เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานได้เบื้องต้น ประกอบด้วย ปลอกกระสุนปืนอาก้า จำนวน 20 ปลอก เอ็ม 15 อีก10 กว่าปลอก


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 27 มีนาคม 2553, 21:54:44
(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/kzy412-675ead.jpg)

  ชาวชุมชน กทม.ออกโรงแล้ว..เพราะการชุมนุมของเสื้อแดง มันก้าวพ้นความพอดีไปแล้ว


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: swsm ที่ 27 มีนาคม 2553, 22:09:42
ระเบิดป่วนเมือง
ช่อง 5 โดนเมื่อเช้า .. พลทหารเจ็บ 4
เมื่อกี้ช่อง 11 โดนด้วย  .. พลทหารเจ็บ 2 รปภ. เจ็บ 1

เมื่อเช้ามืด  กรมศุลากรโดนร่างแหไปอีก  วรวุฒิเพื่อนหยีจะมีชีวิตรอดไหมเนี่ย ??



สงสารประเทศไทย ..
     emo19:((:


หัวข้อ: Re: (ภาคพิเศษ)การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: ภาณุ ปาตานี ที่ 27 มีนาคม 2553, 22:47:39
ยินดีครับ..สำหรับห้องการเมืองครั้งใหม่


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Kittiwit Pk ที่ 27 มีนาคม 2553, 23:14:34
@ Taksin will die tomorrow @


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: swsm ที่ 27 มีนาคม 2553, 23:17:07
Why not today ??      emo47


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 27 มีนาคม 2553, 23:23:38
สุสานอยู่ที่ ราบ 11 ที่พรุ่งมันจะแห่กันงานศพ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: swsm ที่ 27 มีนาคม 2553, 23:34:37
จริงเหรอคะ  พี่ตะวัน ..

โฮ โฮ .. น้องชายหยี (คนรองจากหยีเลย) เขาต้องไปกินไปนอน ไปทำงานอยู่ที่ราบ 11 ..
ไม่ได้กลับบ้านมาเป็นอาทิตย์แล้ว
อย่าทำอะไรน้องข้าพเจ้านะ .. ขอร้องล่ะ .. ลูกสาวเขาเพิ่ง 4 ขวบเอง


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Preecha2510 ที่ 28 มีนาคม 2553, 00:02:58
อ้างถึง
ข้อความของ seree_60 เมื่อ 24 มีนาคม 2553, 14:41:57
อ่านคลายเครียด



  ถาม: เจองู กับ เจอแขก
            ท่านเลือกจะตีงูหรือตีแขก?
 
  ตอบ : ตีทักษิณก่อน

ถาม : ถ้ามีไม้ 2 อัน อันแรกตีทักษิณก่อน แล้วอันที่ 2 ล่ะ?

ตอบ : ตีทักษิณอีกที (กลัวมันไม่ตาย)
 
 
 
 
 

                                            ชาว Cmadong ผู้ติดตามอ่านในห้องนี้โปรดทราบ

       ข้อเขียนความเห็นของผมต่อจากข้อความที่อ้างถึงนี้  ได้ถูกลบทิ้งไปโดยไม่แจ้งให้ผมทราบโดยเสียมารยาท


       ผมขอถามผู้ลบข้อความของผมว่าคุณใช้อะไรมาเป็นมาตราฐานมาลบ ทั้งๆข้อความที่ผมเขียนขึ้นมา

       นั้นเป็นความจริงผู้คนเขาก็วิพากวิจารณ์กันในเว็บต่างๆทั่วบ้านทั่วเมือง  รุนแรงและหยาบคายกว่าผมหลาย

       ร้อยเท่า    ในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่รักประเทศชาติปฎิบัติตนเป็นพลเมืองดี เสียภาษีให้ชาติเต็มเม็ดเต็มหน่วย

      ไม่เคยโกงภาษีชาติแม้แต่บาทเดียวตั้งแต่เริ่มทำงานจนปลดเกษียณ   ผมไม่มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นเลยหรือ?

       ว่านักการเมืองที่กินเงินเดือน(โดยภาษีของผม)ทำอะไรถูก,ทำอะไรไม่ถูกบ้าง     

                           


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: swsm ที่ 28 มีนาคม 2553, 00:06:50
เพิ่งสังเกตค่ะ ว่าหายไปจริง ๆ ด้วย .. เพราะหยีก็เขียนต่อจากพี่แก้วเช่นกัน      emo47


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: ภาณุ ปาตานี ที่ 28 มีนาคม 2553, 00:15:37
ไม่เข้าใจเหมือนกันครับพี่ปรีชา

ในสังคมของพวกเราจัดอยู่ในกลุ่มของสังคมที่มีความรู้ ผมว่าเราน่าจะเป็นกลุ่มสังคมที่สามารถแสดงออกได้อย่างชัดเจน

และมีสิทธิวิพากวิจารณ์ได้อย่างเต็มที่ 

วันนี้ผมได้สอบถามเรื่อง การทำตามมติในห้องการเมืองเนื่องจากมันผ่านไป 1 เดือนกับ 16 วันแล้ว  ทั้งที่มีการรับว่าจะดำเนิน

การภายใน 1 เดือน จึงมีการสนองตอบ แต่ก็ยังสงวนสิทธิ์และเป็นห้องลับอยู่

มันอะไรกันนักกันหนาครับ
 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Preecha2510 ที่ 28 มีนาคม 2553, 00:21:06


         แม้แต่ข้อเขียนของน้องหะยีที่เขียนต่อจากผม  ซึ่งไม่ได้วิจารย์นักการเมืองก็ยังถูกลบเช่นกัน

         จุฬาฯสอนและปลูกฝังพวกเราให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง    กล้าๆกันหน่อยครับกลัวกันไปหมดใน

         ทุกสิ่งทุกอย่างแบบนี้   บ้านเมืองเรามันถึงได้ถูกกระทำยํ่ายีกันแทบแหลกสลายเช่นทุกวันนี้


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: suriya2513 ที่ 28 มีนาคม 2553, 00:46:52
โพสท์ที่หมิ่นเหม่ต่อการขัดแย้งของต่างสี และมีแนวโน้มว่าจะทวีความรุนแรงขึ้น ตามอุณหภูมิการเมือง
เราำได้จัดแยกเข้าไปไว้ในชั้นความลับอีกระดับหนึ่ง ให้ตามไปที่

http://www.cmadong.com/board/index.php/topic,5236.msg368689.html#msg368689

และให้ไปพิจารณาเหตุผลที่ลิงค์ข้างล่างนี้

http://www.cmadong.com/board/index.php/topic,5238.msg371489.html#msg371489

จะทำให้เข้าใจได้ว่า สามารถเข้าดู เข้าโพสท์ ได้ดังเดิม


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Soponเท่านั้น ที่ 28 มีนาคม 2553, 12:05:42
แล้วทำไมต้องย้ายกระทู้เตือนให้พวกเราช่วยกันเป็นหูเป็นตา คอยระวังเหตุจากผู้ไม่หวังดีด้วยล่ะครับ ไม่เห็นจะมีอะไรรุนแรง น่ากลัวหรือหยาบคายซักหน่อย คนเขียนก็แสดงตัวออกชัดเจน

ผมใน ฐานะประชาชนธรรมดาๆในกรุงเทพคนหนึ่ง
ขอคัดค้านการก่อวินาศกรรมใดๆ
ที่ จะมีขึ้นในวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๓ อย่างถึงที่สุด
ขอ เชิญคลิ๊กเข้าไปอ่านและแสดงความเห็นได้ที่
web.me.com/prasarnmitr/bkk
 
 พีร วัศ กี่ศิริ/ Peerawas Keesiri
 peerawas.keesiri@gmail.com
 phone: +66 81846 4862

ถ้าเป็นอย่างนี้ก็คงอย่างที่พี่แก้วว่า กลัวกันจนเกินเหตุ บ้านเมืองจะเป็นอย่างไรก็ช่าง ผมไม่มีสีและพยายามไม่เกี่ยวกับการเมืองเลย ต้องขอประท้วงอีกคน จะเลิกเข้าเว็บสักพัก ไปเฮฮากับเพื่อนฝูงดีกว่า


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 28 มีนาคม 2553, 13:06:47
พี่แก้วครับ
ผมว่า คนดูแลเวบ ต้องเป็นโรค หวาดกลัวขึ้นสมอง
ถ้าเป็นอย่างนี้ ปิดไปเลยดีกว่า
แล้วเอาแต่เรื่องไร้สาระ มาพูดกัน ประสาชาวซีมะโด่งขนานแท้

ที่ผ่านมีปัญหา เพราะเด็กกวนเมือง 3คนมาป่วนเท่านั้นเอง
แถม คนบางคน ใช้โอกาสดังกล่าว มาเล่นตลกจะปิดเวบ

คำพูดบางคำพูดยังไม่ร้ายแรง เท่ากับการละเมิด ทรัพย์ทางปัญญาของคนบางคน
แต่  วม.ยังไม่จัดการ ปล่อยให้ อยู่ได้
แต่ที่พูดกันเล่นๆ มาซีเรียจจริงจัง อย่างนี้มัน 2 มาตรฐานตัวจริง

ทักษิณเป็นนักโทษ ที่หนีคุก เราจะด่ามันอย่างไรก็ได้
แล้วต้องไปแคร์คนที่มันบูชาทักษิณ ทำไม
มันบังอาจ จาบจ้วงเบื้องสูง เราชาวจุฬา ที่จงรักภักดีต่อสถาบัน
สามารถด่ามันได้ทุกเวลา
ความถูกต้อง และการมีจุดยืน เป็นเรื่องสำคัญ
หากเราไม่ยืนข้างความจริง บ้านเมืองมันไปไม่ได้ ต้องย่ำแย่ อย่างทุกวันนี้แหละครับ

ดังนั้น โปรดนำเหตุผลที่ ลบข้อความ ของพี่แก้ว และน้องหยี มาแสดง ให้ประจักษ์ ด้วยนะครับ




หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Kittiwit Pk ที่ 28 มีนาคม 2553, 13:44:15
@@ .......@@


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: suriya2513 ที่ 28 มีนาคม 2553, 13:46:40
ผมคงเข้ามาวุ่นวายกับสิทธิเสรีภาพของทุกท่านมากเกินไป

ขอชี้แจงว่าผมไม่ได้ลบ เพียงแต่ย้าย ไปอยู่ตามลิงค์ที่แสดงไว้นี้


http://www.cmadong.com/board/index.php/topic,5236.msg368689.html#msg368689


ถ้าเห็นว่าเป็นโพสท์ที่มีประโยชน์ ก็สามารถนำกลับมาแปะไว้ได้เหมือนเดิม ได้ไม่ยาก

ผมจะแจ้งเว็บมาสเตอร์ให้จัดการให้


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: swsm ที่ 28 มีนาคม 2553, 13:59:22
ไม่เป็นไรค่ะ .. หยีไม่ติดใจ
เพราะที่เขียนไปก็ไม่มีสาระอะไร
เพียงแต่แหย่ประเด็นที่พี่แก้วทิ้งเอาไว้เท่านั้น
ตั้งใจอยากจะให้บรรยากาศเป็นเหมือนการสนทนาจริง ๆ คือมีกระเซ้าเย้าแหย่กัน ในยามพูดคุยกัน
ภาษาเมียงูเรียกว่า .. ตบมุก .. ค่ะ

ปกติก็ไม่ค่อยมีสาระเป็นทุนอยู่แล้ว  ..  
เฮ้อ .. เกลียดความไม่ฉลาดของตัวเองจังเลย

พี่ป๋องอย่าวิตก  พี่แก้วอย่ากังวล  พี่เปี๊ยกอย่ามีน้ำโห  พี่ตะวันอย่าเครียดนะคะ .. เดี๋ยวไม่หล่อ
ส่วนน้องยาเดี๋ยวนัดมาร้องเพลงกัน ..


เหอ ๆ ๆ ๆ ๆ
    emo48:)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: suriya2513 ที่ 28 มีนาคม 2553, 19:26:13
เรียน สมาชิกที่รักทุกท่าน

โพสท์ที่เคยถูกย้ายไปหนึ่งวันกลับมาอยู่ที่เดิมแล้วครับ ตามลิงค์ข้างล่างนี้


http://www.cmadong.com/board/index.php/topic,4788.msg368689.html#msg368689

ต้องขอโทษที่ทำให้พี่น้องขัดเคืองใจ ต่อไปผมจะไม่ทำอีกแล้วครับ
หวังว่าคงได้รับการยกโทษให้บ้างนะครับ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: swsm ที่ 28 มีนาคม 2553, 19:29:07
รักพี่ป๋องค่ะ .. จุ๊บ จุ๊บ     emo6::))


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 28 มีนาคม 2553, 19:44:11
พี่ป๋องที่เคารพ
ด้วยความเชื่อมั่นใน ดุลยพินิจของชาวหอจุฬา ที่เรียนมากันอย่างมีสติปัญญาชั้นเทพ ทั้งนั้น
คงไม่มีใครมาเขียน ข้อความที่แย่ๆ (ยกเว้น พวกป่วนเมือง 3คนนั้น)
ผมจะดูแลตรงนี้ให้ดี ไม่ให้หยาบคาย และละเมิด คนอื่น
แต่อะไรที่พาดพิงถึง นช.แม้ว นักโทษหนีคุกบ้างก็ธรรมดา( แต่จะเน้นในเรื่องข้อมูลมากกว่า คือ เน้นเปิดโปงความเลวของเขา
แต่คงไม่ด่าหยาบคายเหมือนเสื้อแดง รับรองได้)

ปล่อยๆไปเถอะพี่ อย่าซีเรียจมาก อะไรที่หนัก ก็วางไว้บ้าง
โลกทั้งใบไม่ใช่ของพี่คนเดียว


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 29 มีนาคม 2553, 08:46:37
(http://img180.imageshack.us/img180/4600/mgrpdf20100329page40.jpg)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 29 มีนาคม 2553, 09:28:33
เหลวแต่“แดงติดบ่วง”ตายคาจอ!!  
 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 มีนาคม 2553 00:27 น.
 
 
  เกาะกระแส
       โดย...ก้อนกรวด
      
      
       00 แม้ว่าดูท่าทีของบรรดาแกนนำ “3 เกลอ” ที่ฟังดูซุ่มเสียงอ่อนลง ยอมเข้าร่วมเจรจากับ นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งใช้สถานที่สถาบันพระปกเกล้าฯในการเจรจา แต่ก็เป็นไปตามคาด คงจะเหลวไม่เป็นท่า คือหาข้อยุติไม่ได้ แต่อีกด้านหนึ่งถือว่ายังเป็นนิมิตที่ดี ที่มีการพูดคุย และที่สำคัญเป็นการส่งสัญญาณในการกัน นช.ทักษิณ ชินวัตร ออกไปนอกวง
      
       00 เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า การเจรจาต้องเป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่เฉพาะบุคคลเท่านั้น และแม้ว่าผลจะออกมาในทางเหลว แต่อีกมุมหนึ่งก็แสดงให้เห็นถึงท่าทีที่กระตือรือร้นของบรรดา 3 เกลอ อย่างออกนอกหน้า สาเหตุก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าความพยายามในการ “หาทางลง” ของเหล่าบรรดาแกนนำดังกล่าว เพราะกระแส “จุดไม่ติด”
      
       00 พ่นน้ำลายมาราธอนนับชั่วโมง ได้ฟังข้อเปรียบเทียบของทั้งสองฝ่าย บอกได้คำเดียว 3 แดงพ่ายยับกลางอากาศ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะไม่สามารถหาข้อยุติกันได้ตามคาด แต่ประเด็นสำคัญก็คือ “ท่าที” ที่ต้องยอมรับว่า ฝ่ายรัฐบาลที่นำโดย นายกฯอภิสิทธิ์ สามารถใช้วาทะถล่มเสื้อแดงแล้วลามไปถึง นช.ทักษิณ ที่สั่งการอยู่เบื้องหลัง เรียกได้ว่า “ดับคาจอ” ที่มีการถ่ายทอดสดทางทีวีวิทยุทั่วประเทศ
      
       00 จะเรียกว่าสถานการณ์บังคับพาไปให้ติดบ่วงก็อาจจะสรุปอย่างนั้นก็ได้ โดยเฉพาะพวกเสื้อแดงที่ดันส่ง เหวง โตจิราการ เป็นหนึ่งในตัวแทน ซึ่งทางฝ่ายรัฐบาลก็ปล่อยให้พ่นน้ำลายจน “ออกทะเล” นานเกือบชั่วโมง คนก็ยิ่งสมเพช เพราะแม้แต่พวกเดียวกันยังทนฟังต่อไปไม่ไหว ต้องส่งโน๊ตให้รีบหุบปาก
      
       00 ประเด็นสำคัญก็คือ การเจรจาหรือจะเรียกว่าการโต้วาทีก็ได้ ไม่ได้อยู่ที่ว่าสามารถหาทางออกกันได้ทันที แต่กลายเป็นว่าเป็นดับกระแสการ “ปลุกระดม” บิดเบือนได้อย่างชะงัด เพราะอย่างน้อยได้เห็นบรรยากาศการถ่ายทอดทางทีวี ที่ทางฝ่ายคนเสื้อแดงก็ต้องฟังแทบทุกคน
      
       00 ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง ถ้ามองตามความเป็นจริงสังเกตให้ดีนับวันการระดมคนเข้ามาต่อเนื่องกันมาสามสัปดาห์จำนวนยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ และนับวันแนวร่วมโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ก็ไม่เอาด้วย ดังนั้นโอกาสที่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย “ม้วนเดียวจบ” คงทำไม่ได้แล้ว และที่สำคัญการก่อม็อบยืดเยื้อมันไม่สนุก ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล อีกทั้งเป้าหมายยังห่างไกลคิดหรือว่า “เสี่ยแม้ว” จะยินดีจ่ายแบบไม่สิ้นสุด ขณะเดียวกันการเดินสายในลักษณะป่วนกรุง ก็ย่อมมีแรงกดดันกลับมาทุกทิศทาง
      
       00 ว่ากันว่าเวลานี้หัวหน้า 3 เกลอที่แท้จริงไม่ใช่ วีระ มุสิกพงศ์ แต่กลายเป็น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ดูเหมือนว่าได้รับความไว้วางใจจาก ทักษิณ มากกว่าใครเพื่อน แต่ก็ไม่ใช่หมายความว่าจะตัดสินใจได้ทุกเรื่อง เพราะคน “เหลี่ยมจัด” มันเล่นไพ่หลายหน้า เพราะสายตรงคนอื่นก็มี โดยเฉพาะแกนนำในต่างจังหวัดประเภท “กุ๊ย” ก็มี แต่ไม่ว่าจะเล่นกี่รูปแบบ มันก็มีแนวโน้มถดถอยลงทุกทาง
      
       00 ข่าวลือเรื่องอาการป่วย “มะเร็งต่อมลูกหมาก” กำเริบ เริ่มมีการพูดถึงกันมากขึ้น ทั้งในเรื่องของการบำบัดอาการด้วยเคมีบำบัด (คีโม) ส่วนเรื่องการหยุดวีดิโอลิงก์ มาสองสามวันก่อนหน้านี้ จะเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม แต่เท่าที่รู้มาก็คือเวลานี้ ยูเออี กำลังบีบอย่างหนัก หลังจากเริ่มไม่แฮปปี้กับบทบาทไม่ยอมทำตามคำพูดที่เคยรับปากกันเอาไว้ และถ้าสังเกตให้ดี ยังเห็นใบหน้าบวม รวมถึงทรงผมที่เหมือนกับคนที่ใส่วิกยังไงพิกล
      
       00 ระเบิดที่ระดมเข้ามาอย่างถี่ยิบในช่วงนี้ แม้ว่าทั้งหมดยังมีเป้าหมายตามสถานที่ราชการสำคัญ หรือสื่อของรัฐ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสิบกว่ารายแล้ว โดยเฉพาะเมื่อคืนวันที่ 27 มี.ค. ถล่มช่อง 5 ตามด้วยช่อง 11 และกรมทหารราบ 11 ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ศอ.รส. เป็นศูนย์กลางอำนาจระหว่างการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ถือว่ามีเจตนาข่มขู่ชัดเจน และอีกมุมหนึ่งยังเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า เป็นการเดินคู่ขนานกันไป คือชุมนุมสันติ กับใช้ความรุนแรง ซึ่งหากยุทธวิธีนี้ไม่ได้ผลก็อาจจะ “โหด” กว่าเดิมคือ ถล่มเข้าไป “กลางวงเสื้อแดง” ให้จลาจล แล้วนำไปสู่เป้าหมายที่ “คนหน้าเหลี่ยม” ต้องการ
      
       00 นี่อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้บรรดา 3 เกลอ ต้องมีท่าทีอ่อนลง เพราะยังต้องหากินกับม็อบอีกนาน เพราะนอกจากตัวเองอาจตกเป็นเป้าหมาย “สังเวย” แล้วหากจบลงด้วยความรุนแรงในฐานะแกนนำก็ย่อมปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องระวังระเบิดระหว่างการเจรจา หรือหลังจากการเจรจารอบแรกผ่านไปแล้ว !!

 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
  

 
 
 
 
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 29 มีนาคม 2553, 10:06:47

ถุงลมนิรภัย "kiss me please

(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/l00wig-534743.jpg)

แม้ว่ารถยนต์ของท่านจะมีระบบป้องกันภัยดีแค่ไหนก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านไม่ควรมองข้ามไปคือความประมาทขณะขับรถ
 ด้วยถุงลมนิรภัยสกรีนลาย "kiss me please" ของเราจะทำให้ท่านขับรถอย่างมีสติเพิ่มขึ้น

จากการวิจัยพบว่า ความกลัวที่จะทำให้ถุงลมนิรภัยโป่งออกมากระทบใบหน้าจนจูบกับลายสกรีน
กระตุ้นให้ผู้ขับขี่เกิดความระมัดระวังขณะขับรถมากขึ้น สามารถลดอุบัติเหตุได้ลงมากกว่า 50%

พิเศษ!! 100 ท่านแรกที่สั่งซื้อเข้ามาก่อน แถมฟรี เบาะรองนั่ง "kiss my ass" ลายสกรีนเดียวกับถุงลมนิรภัย
 ช่วยให้ท่านรู้สึกผ่อนคลายขณะขับรถ ลดภาวะตึงเครียดอันเกิดจากการคอยระวังถุงลมนิรภัย


คำเตือน พวกไพร่ไม่ควรแอบซื้อไปใช้ เพราะจะทำให้ท่านขับรถโดยประมาทเพิ่มขึ้น
 เพราะอยากจะให้ถุงลมโป่งออกมาไปซะทุกที แต่ท่านไม่ต้องกังวล
 เพราะเรามีมาตรการควบคุมการแอบสั่งซื้อ โดยให้ลูกค้าทุกคนทำแบบทดสอบความเป็นไพร่ก่อนซื้อ
 เดี๋ยวจะหาว่าคุย แบบทดสอบของเราได้มาตรฐานเทียบเท่าข้อสอบคัดเลือก Oh Yes!! Net นะเออ จะบอกให้
 

 
 
 
 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: พธู ๒๕๒๔ ที่ 29 มีนาคม 2553, 15:45:57
อ้างถึง
ข้อความของ seree_60 เมื่อ 28 มีนาคม 2553, 19:44:11
พี่ป๋องที่เคารพ
ด้วยความเชื่อมั่นใน ดุลยพินิจของชาวหอจุฬา ที่เรียนมากันอย่างมีสติปัญญาชั้นเทพ ทั้งนั้น
คงไม่มีใครมาเขียน ข้อความที่แย่ๆ (ยกเว้น พวกป่วนเมือง 3คนนั้น)
ผมจะดูแลตรงนี้ให้ดี ไม่ให้หยาบคาย และละเมิด คนอื่น
แต่อะไรที่พาดพิงถึง นช.แม้ว นักโทษหนีคุกบ้างก็ธรรมดา( แต่จะเน้นในเรื่องข้อมูลมากกว่า คือ เน้นเปิดโปงความเลวของเขา
แต่คงไม่ด่าหยาบคายเหมือนเสื้อแดง รับรองได้)

ปล่อยๆไปเถอะพี่ อย่าซีเรียจมาก อะไรที่หนัก ก็วางไว้บ้าง
โลกทั้งใบไม่ใช่ของพี่คนเดียว

เห็นด้วยครับว่า ไม่ควรหยาบคาย ไม่ว่าจะหยาบคายแบบเสื้อแดงหรือหยาบคายแบบเสื้อเหลือง มันเลวเกินกว่า ผู้ที่เป็นบัณฑิตที่ผ่านการสาบานตนต่อหน้าองค์พระประมุขหรือผู้แทนพระองค์ พึงกระทำครับ ส่วนข้อมูลจริงหรือไม่จริง วม.หรือวค.คงมาจัดการได้ อันนั้นคงต้องรับผิดเป็นการส่วนตัวครับ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Kittiwit Pk ที่ 29 มีนาคม 2553, 20:37:14

๐  คุยร้อยรอบพันรอบ ก็กรอบเก่า

เมื่อต้นตอรากเหง้า คือทักษิณ-

หมายฉีก สภาแหลกเป็นแฉกชิ้น

เพื่อให้สิ้นชั่วฉลพ้นตะราง

๐  สารพัดข้อหามิจฉาชีพ

จะถูกถีบถูกกลิ้งไปทิ้งขว้าง

และธาตุแท้แสนตํ่าจะอําพราง

เมื่อล้มล้างสภาปัจจุบัน


๐  ไม่มีหรอก ร้องหาประชาธิปไตย

ไม่มีหรอกเพื่อให้ไทยคงมั่น

ไม่มีหรอกสงครามแห่งชนชั้น

ก็เห็นอยู่ทุกวัน ว่าเพื่อใคร


๐  สามขวดที่อวดโอ่โต้วาทะ

เพียงเสี้ยวเศษขยะจากกองใหญ่

แค่สมุนสับปลับทาสรับใช้

จึงการตัดสินใจที่ไหนมี

๐  ยิ่งคุย ยิ่งถ่อยและยิ่งเถื่อน

ยิ่งลามเรื้อนกําแหงจากแดงสี

คุยกับวัวกับควายยังได้ดี-

กว่ากุลีอันธพาลบ้านเมือง


๐  เหตุผลพ่นใส่ ก็ไม่ฟัง

ละคราวครั้งสํานึกไม่กระเตื้อง

เถอะนายกฯ บอกเล่าก็เปล่าเปลือง

ควายเชื่องเชื่องมันก็สู้ไม่รู้ตาย


๐  ตราบที่โจรทักษิณยังบัญชา

ต้องการ ยุบสภาให้ฉิบหาย

เจรจา ก็เหมือนนํ้ารดผืนทราย

เหมือนฟาดแส้ลงลาย โค-กระบือ

..............................

..เพลงผ้า..

ขอบพระคุณพระอาจารย์ครูหยาดกวี

ขอบพระคุณครูกลอนทุกท่าน

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยือน

ปล.ไม่รู้จะหาภาพอะไรมาเปรียบพวกนี้ได้ค่ะ

ที่มา  http://www.oknation.net/blog/charothon/2010/03/29/entry-2

 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: อ้อย 14 ที่ 30 มีนาคม 2553, 12:19:05
@สองแฉก@ โดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
       
       @ แฉกหนึ่งสันติอหิงสา
       แฉกสองระเบิดบ้าสาไถย
       แฉกหนึ่งประชาธิปไตย
       แฉกสองรับใช้เผด็จการ
       
       แฉกหนึ่งด่าใครได้คล่อง
       แฉกสองว่าสองมาตรฐาน
       แฉกหนึ่งสังคมอุดมการ
       แฉกสองอันพาลป่วนบ้านเมือง
       
       แฉกหนึ่งปากไพร่ใจทาส
       แฉกสองมหาอำมาตย์มาดเขื่อง
       แฉกหนึ่งหัวโล้นหัวเรือง
       แฉกสองเศกเรื่องรุนแรง
       
       แฉกหนึ่งสะอาดมาดหมดจด
       แฉกสองรากษสสยดแสยง
       แฉกหนึ่งกระหายเลือดเดือดแดง
       แฉกสองแอบแฝงมนต์ดำ
       
       สองฉากสองช่องลิ้นสองแฉก
       สองตีนสองแตกสูงต่ำ
       ตีนหนึ่งตีนตบเริงรำ
       ตีนหนึ่งเหยียบย่ำประเทศไทย
       
       
       เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
       พฤ.๒๖/๓/๕๓

 
 
 
 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 30 มีนาคม 2553, 20:25:16
ชวนนท์” เชื่อ “ทักษิณ” เคลื่อนไหวโจมตีไทย ยากขึ้น ชี้ทุกประเทศ เริ่มรู้ทัน
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 มีนาคม 2553 18:05 น.
 
 
  "ชวนนท์" เผย “นช.แม้ว” เผ่นออกจากสวีเดน ตั้งแต่เที่ยงวันเสาร์ (27 มี.ค) โดยไม่ทราบจุดหมายปลายทาง ชี้ ทุกประเทศเริ่มรู้ทัน ไม่ยินยอมให้ “ทักษิณ” ใช้แผ่นดินตัวเองเป็นฐานเคลื่อนไหวโจมตีประเทศไทยแน่ มั่นใจทุกประเทศให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
       
       วันนี้ (30 มี.ค.) นายชวนนท์ โกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างหลบหนีคดีทุจริต ได้เดินทางออกจากสวีเดนแล้ว ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางออกจากประเทศสวีเดน เมื่อช่วงเที่ยงของวันเสาร์ที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา เนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานไปยังสถานทูตสวีเดนอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากประเทศสวีเดนเป็นอย่างดี ทั้งนี้ประเทศสวีเดนเห็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากกว่าตัวบุคคล รวมทั้งประเทศอื่นๆ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไป กระทรวงต่างประเทศ ก็ได้มีการประสานไปในทุกประเทศ ที่มีสนธิสัญญากับประเทศไทย หรือหากประเทศเหล่านั้นไม่มี เราก็ใช้ช่องทางทางกฎหมายด้านอื่น ทั้งกลไกและเครื่องมือที่เรามีอยู่
       
       “เราพยายามทำทุกวิถีทาง รวมถึงการขอร้อง ช่วยดูแลไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เคลื่อนไหวโจมตีประเทศไทย เพราะจะให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นกับประเทศไทย ถูกมองไปในทางที่ไม่ดี ทำให้เกิดความเข้าผิดได้ ซึ่งประเทศเหล่านั้นก็เข้าใจไทย และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ตนเชื่อว่า คงไม่มีประเทศไหนที่จะให้พี่พักพิง หรือยินยอมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อให้มาเคลื่อนไหวโจมตีประเทศไทย ที่เป็นแผ่นดินบ้านเกิดของตัวเอง เพราะเขารู้ว่าเป็นอย่างไร” เลขานุการ รมว.บัวแก้ว กล่าว
       
       นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ไม่ทราบจุดหมายปลายทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ไปพักอยู่ที่ แต่ถ้ากลับไปดูไบก็เป็นสิทธิของของดูไบ ที่จะยินยอมให้เข้าประเทศหรือไม่ ซึ่งตรงนั้นกระทรวงการต่างประเทศคงไม่เข้าไปก้าวก่าย

 
 
 
 
 
 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: ตุ๋ย 22 ที่ 30 มีนาคม 2553, 21:50:51
เงินยังมี  ยังไม่จบง่ายหรอกครับ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 30 มีนาคม 2553, 22:34:15
ทักษิณ"ขอพักพิงบรูไน-เหตุ"อภิสิทธิ"บินแจง
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

 

 แหล่งข่าวอ้างถึง"สุเทพ" ระบุเหตุที่นายกฯบินไปเยือนบรูไนตามคำเชิญอย่างเป็นทางการ เพราะ"ทักษิณ"ทำเนื่องขอพักพิง



แหล่งข่าวจากที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ อ้างว่าเป็นคำพูดของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เล่าถึงสาเหตุที่นายกรัฐมนตรีจำเป็นต้องเดินทางไปเยือนประเทศบรูไน เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา ตามคำเชิญของกษัตริย์บรูไน

เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำเรื่องขอใช้พื้นที่ประเทศบรูไนเป็นที่พักพิง ทางรัฐบาลบรูไนจึงต้องการขอความเห็นท่าทีจากรัฐบาลไทย และเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้"นายใหญ่"สั่งล้มโต๊ะเจรจา


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: prapasri AH ที่ 31 มีนาคม 2553, 09:24:20
ใครหยาบคาย เรียงว่า"เหวง"ไปเลยยยยยยยยยยย

อย่ามา"เหวง" กับฉันนะ เอางี้ดีไหมเป็นกติกา 55555555555555555

ตอนนี้ วัยรุ่นไทย เค้าก้าวไกลมากขนาดนี้แล้วค่ะ

[color=#eb0000]ประกาศวัยรุ่นไทยโปรดทราบ หลังเหตุการณ์เจรจา บัดนี้คำว่าเหวง กลายเป็นศัพท์ฮิตใหม่ไปแล้ว แปลว่าพูดไม่รู้เรื่อง ยกตัวอย่าง "มรึงอย่ามาเหวงได้มะ" "อย่าไปคุยกะมัน แม่งเหวง" "เหวงแระไอ้นี่ เลิกคุยๆ" เรียนนำให้ไปใช้โดยทั่วกัน คำนี้แรงก่อนใช้คิดก่อน รักษาน้ำใจด้วย=)) [/b] [/color]


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 31 มีนาคม 2553, 09:27:52
 "เหวง"ประกาศวัยรุ่นไทยโปรดทราบ หลังเหตุการณ์เจรจา บัดนี้คำว่า"เหวง"
 กลายเป็นศัพท์ฮิตใหม่ไปแล้ว แปลว่าพูดไม่รู้เรื่อง
 ยกตัวอย่าง "มรึงอย่ามาเหวงได้มะ" "อย่าไปคุยกับมัน มันเหวง" "
เหวงและไอ้นี่ เลิกคุยๆ" ...

-อธิบายเพิ่มเติม-

เหวง หมายความถึงการพูดที่คนอื่นในวงเสวนากำลังพูดเรื่องหนึ่ง
แต่มีคนพูดอีกเรื่องหนึ่งในขณะเดียวกัน
เช่น ขณะที่มีคนพูดว่า ท่านลองเสนอมาดูซิว่ายุบสภาจะใช้เวลากี่วัน
ขณะที่ผู้ตอบกำลังตอบและอธิบายเหตุผล ก็มีอีกคนหนึ่งบอกว่า
คุณต้องฟังผม ผมอายุมากกว่า มีประสบการณ์มามากกว่า
ทหารนั่งชันเข่าเล็งปืนไปที่ประชาชนและเป็นกระสุนจริง
การพูดแบบนี้ของคนสุดท้ายเรียกว่า "เหวง"

เทียบเคียงกับ ไปไหนมา สามวาสองศอก เป็นต้น
อีกความหมายหนึ่ง หมายถึง อาการพูดไม่รู้เรื่อง เพราะหูดับ
(คือไม่ได้ยินการชี้แจงหรือการพูดของคนอื่น) ได้ยินแต่เสียงของตนเอง

เช่น นช.เหลี่ยมกำลังดุลูกน้อง ว่า เอ็งเจรจายังไงเข้าทางพวกมันหมดเลย
แถมยังให้มันหลอกจี้ใจดำกรูออกทีวีอีกต่างหาก เดี๋ยวพวกรากหญ้าก็รู้ความจริงหมด ไอ้5
ลูกน้องแก้ตัวว่า: ผมกำลังรุกไล่มันอยู่ครับนาย ทหารนั่งชันเข่าเล็งปืน....(ยังพูดไม่จบ)
นช.เหลี่ยม โธ่ ไอ้ซิบหาย กรูกำลังจะบอกว่า.......
ลูกน้องแก้ตัวอีกว่า: ผมกำลังรุกไล่............
นช.เหลี่ยม.......ไอ้5 มรึงยังมาเหวง กับกรูอยู่ได้ อย่ามาเหวงกับกรูอีก โธ่เว้ย เป็นต้น.
กำ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 31 มีนาคม 2553, 09:31:27
ภาษาไทยวันละหลายคำ


ชิง"แม้ว"เกิด...................สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ(เกิดเป็น..ม.า ดีกว่าเป็นแม้ว)
อย่ามา"เหวง"..................เพ้อเจ้อ
ทำไมไม่เลิก(ตุ๊ด)ตู่ซะที.....แถไปเรื่อย,ทรพี
ผู้ชายอย่างงี้เรียก"เด็จพี่"....หน้าตัวเมีย
ทำไมช่างเป็นคนที่"การุณ"เยี่ยงนี้.... ต่ำ กุ้ย

ยืมตังค์แค่นี้อย่ามา"พจมาร"ไปหน่อยเลย.....ขี้งก ขี้เหนียว หน้าเงิน ตระหนี่ ไร้ยางอาย


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: เจตน์ ที่ 31 มีนาคม 2553, 10:10:58
เพลง เด็กเสื้อแดง

เด็กเอ๋ยเด็กชินต้องมีหน้าที่ 10 อย่างด้วยกัน
หนึ่งนับถือตระกูลหนา
สองรักษาความเลวมั่น
สามเชื่อโคตรเหง้าพจมาร
สี่วาจานั้นต้องสร้างความร้าวฉาน
ห้ายึดมั่นข้างพวกกู
หกเป็นผู้รู้รักคนพาล
เจ็ดต้องอิจฉาเข้าสันดาร ต้องมานะบากบั่น ขมขู่คนค้าน
แปดรู้จักโกงสะบัด
เก้าตระบัดสัตย์ตลอดกาล
น้ำใจนักกินเมืองล้างผลาญ ให้เหมาะแก่การสมัยชาติทักษิณา
สิบทำตนให้ไร้ประโยชน์ ล้อบาปบุญคุณโทษ เร่งขายชาติศาสนา
เด็กสมัยชาติทักษิณาจะเป็นเด็กที่พาชาติล่มจมเอย

 emo42


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 31 มีนาคม 2553, 13:54:18
(http://img143.imageshack.us/img143/5018/mgrpdf20100331page01.jpg)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Kittiwit Pk ที่ 31 มีนาคม 2553, 14:33:19
โหวงเหวงยังไงชอบกล


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 31 มีนาคม 2553, 22:28:38
วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 18:41:01 น.   มติชนออนไลน์

ป.ป.ช.ไม่รับเรื่ององค์คณะศาลฎีาฯคดียึด ทรัพย์4.6หมื่นล้าน-ระบุเป็น"ดุลพินิจอิสระ"-ไม่มีหลักฐานทุจริต

 

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่เอกสารข่าวเมื่อวันที่ 31 มีนาคมว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันอังคารที่ 29 มีนาคม ได้มีมติไม่รับคำร้อง กรณีเรื่องกล่าวหา องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จำนวน 9 คนในคดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและครอบครัวว่า ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก่อให้เกิดความเสียหายและทำลาย หลักนิติธรรมของรัฐเนื่องจากเป็นดุลพินิจโดยอิสระของ ผู้พิพากษาในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีดังกล่าว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 197และยังไม่มี พยานหลักฐานว่า องค์คณะผู้พิพากษามีพฤติกาณณ์ในการ ทุจริตเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือโดยมีเจตนาทุจริต


เอกสารเผยแพร่ของสำนักงาน ป.ป.ช.ระบุว่า ตามที่ นายพิชา วิจิตรศิลป์ ประธานชมรมกฎหมายภิวัฒน์แห่งประเทศไทยและเครือข่าย ได้มีหนังสือกล่าวหา องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาจำนวน 9 คนในคดีดังกล่าวว่า ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในการพิจารณาพิพากษาคดียึดทรัพย์จำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท  กล่าวคือได้พิจารณาพิพากษาในกรณีที่อัยการ สูงสุด กล่าวหา  พ.ต.ท. ทักษิณว่า ทำให้รัฐเสียหายในการแปลงค่าสัมปทานเป็นค่าภาษีสรรพสามิต ทั้งที่ เป็นการซ้ำซ้อนและแตกต่างไปจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ได้ตรวจสอบความ ชอบด้วยกฎหมายถึงสองครั้งแล้วว่า รัฐไม่เสียหาย ซึ่งองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ จำนวน 9 คน จะต้องปฏิบัติในการทำคำพิพากษาโดยผูกพันตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีอำนาจตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายอีกต่อไป ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 216วรรคห้า


อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาหนังสือกล่าวหาของ นายพิชา  ข้างต้นแล้ว ปรากฏว่า นายพิชา วิจิตรศิลป์แล้ว นายพิชาเพียงแต่กล่าวอ้างว่า การกระทำขององค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ทั้ง 9 คนเป็นการซ้ำซ้อนและแตกต่างไปจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อันเป็นการเบี่ยงเบน บิดเบือนการบังคับใช้กฎหมายโดยมิชอบธรรม การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปโดยจงใจและมีเจตนาฝ่าฝืนบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ . อันเป็นการทำลายหลักนิติธรรมของประเทศ โดยมิได้ระบุว่า องค์คณะผู้พิพากษาดังกล่าวมีพฤติการณ์แห่งการกระทำผิดตามข้อกล่าวหาประการใด บ้าง อันจะถือได้ว่าเป็นการกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 84 ประกอบมาตรา 85 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะต้องดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไป


คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงได้ขอเชิญให้ นายพิชา  ผู้กล่าวหามาพบเพื่อขอทราบว่า มีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานใดสนับสนุนข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ แต่ก็ได้รับแจ้งว่า ไม่มีข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานอื่นใดเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ได้ยื่นคำ กล่าวหาไว้แล้ว


คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า การพิจารณาพิพากษาคดี พ.ต.ท. ทักษิณรํ่ารวยผิดปกติ ขององค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาฯงทั้ง  9 คน ในประเด็นที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ  ทำให้รัฐเสียหายในการแปลงค่าสัมปทานเป็นค่าภาษีสรรพสามิตนั้นเป็นดุลพินิจ โดยอิสระของผู้พิพากษาในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีทัทั้งปวงตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 197 บัญญัติรองรับไว้


ดังนั้น ตราบใดที่ไม่มีการกล่าวอ้างโดยมีข้อ กล่าวหาและพฤติการณ์แห่งการกระทำผิดตามข้อกล่าวหาที่ชัดเจน พร้อมพยานหลักฐานหรืออ้างพยานหลักฐานว่า การกระทำดังกล่าวเป็นทั้งทัง้ เก้าคน เป็นการกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ที่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการป.ป.ช. ที่จะดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไปได้ ที่ประชุมจึงมีมติไม่รับคำกล่าวหานี้ไว้พิจารณา

 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Kittiwit Pk ที่ 31 มีนาคม 2553, 23:00:46
(ขอแก้ไขครับ) ว่าง ๆ แวะมาอ่านไปเรื่อย ๆ

ใครอยากให้ยุบสภา ให้ไปลงชื่อที่หมอเหวง

และแนะนำให้แกนนำ นปช.ไปฉีดยารอบสะดือ 5 5 5


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: พธู ๒๕๒๔ ที่ 01 เมษายน 2553, 02:32:33
พูดไม่ออกเลย


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: swsm ที่ 01 เมษายน 2553, 07:55:01
แวะมาทักทายค่ะ  พี่น้อง     emo48:)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 01 เมษายน 2553, 08:11:44
"ยุบ" หรือ "ไม่ยุบ" สภา โหวตได้ที่นี่ ได้เพียงคนละ 1 เสียง ต้องใส่หมายเลขบัตรประชาชนด้วย

www.siamza.com/event/vote2/index.php

หมายเหตุ เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ถ้าให้โหวตผ่านระบบอินเตอร์เน็ท แทบจะไม่ต้องโหวต ก็พอจะทราบผลล่วงหน้าได้เลยว่า ผลจะออกมาเป็นอย่างไร  เพราะชาวบ้านที่ไม่มีความรู้ ไม่มีภูมิปัญญา หรือคนแก่ ที่ใช้อินเตอร์เน็ทไม่เป็น หรือพวกคนเสื้อแดง ซึ่งเราๆท่านๆก็ทราบกันดีว่าเป็นใคร โหวตผ่านระบบอินเตอร์เน็ทแบบนี้ แพ้แน่นอนครับ

เพราะฉะนั้น นักวิชาเกิน 155 คน พวกมหาลัยสองยาม ที่เสนอให้รัฐบาลยุบสภานั้น กรุณาเอาเท้าไปก่ายหน้าผาก คิดแทนสมองเถอะครับ เสียดายคนพวกนี้ ที่อุตส่าห์เรียนจบระบบด๊อก มาจากต่างประเทศ บ้าง ในประเทศบ้าง เก่งแต่เรียนหนังสือ เก่งแต่ข้อสอบ บนกระดาษ  แต่ชีวิตจริง สอบตกทุกวิชา ถ้าเป็นอาจารย์มหาลัย ลาออกมาเถอะครับ ไปเลี้ยงกระบือดีกว่า


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Preecha2510 ที่ 01 เมษายน 2553, 08:46:45


                  จาก นสพ.ไทยโพสต์ คอลัมม์เปลว สีเงิน วันที่ 1 เมษายน 2553

                            http://www.thaipost.net/news/010410/20189


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: เจตน์ ที่ 01 เมษายน 2553, 08:58:07
สวัสดีครับ.. ไม่ยุบครับ  emo48:)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 01 เมษายน 2553, 09:18:34
หวัดดีทุกท่านครับ
ขอเชิญเปลี่ยนรูป อาวาตาร์
เป็นสีเขียว เพื่อแสดงเจตนารมณ์
ของการไม่ยุบสภา ต่อต้านการชุมนุมที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 01 เมษายน 2553, 09:25:44

(http://img227.imageshack.us/img227/5131/thaksin.gif)

เป็นไปได้ถึงเพียงนี้ Date: April 1 ,2010


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 01 เมษายน 2553, 13:16:48
(http://img89.imageshack.us/img89/1714/22388450.jpg)
เสื้อแดงขู่บุกNBTขู่จุฬาไม่อยากเจอหายนะ
อย่าเล่นสกปรกปลุกมวลชนต้าน

จตุพรขู่พาแดงบุกNBTหากยังตีข่าวชี้นำโค่นอามาตย์80กว่าโยงสถาบันเบื้องสูงปัดแผนเผาเมือง3เม.ย.
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง แถลงข่าวว่า อาจพากลุ่มผู้ชุมนุม เดินทางไปที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ กรณีนำเสนอข่าวทำนองว่าการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยของกลุ่มเสื้อแดง เพื่อโค่นอำมาตย์ อายุ 80 กว่า หมายถึงสถาบันเบื้องสูง ซึ่งไม่เป็นความจริงคนเสื้อแดงต่อสู้ตั้งแต่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษลงมา พร้อมปฎิเสธกรณีข่าวที่ว่า กลุ่มคนเสื้อแเดง เตรียมเผาบ้าน เผาเมือง ในวันที่ 3 เม.ย. และยืนยันว่า วันดังกล่าวจะมีการเคลื่อนขบวนแน่ แต่ยังไม่ขอบอกว่าจะไปยังที่ใดบ้าง

นายจตุพร กล่าวต่อว่า กลุ่มคนเสื้อแดง อาจะเดินทางไปที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในวันที่ 5 เม.ย.นี้ เพื่อทวงถามความคืบหน้าคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีรับเงินบริจาค จำนวน 258 ล้านบาท เพราะเห็นว่าการดำเนินคดีไปด้วยความล่าช้า มีสองมาตราฐาน และกำลังให้ฝ่ายกฏหมายดำเนินคดีกับประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.ในข้อหาปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 ป.อาญา


"วันที่ 5 เม.ย.นี้ คนเสื้อแดงจะบุกไปกกต.ทวงถามความคืบหน้าคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ เพราะถือว่าล่าช้ามากหากเทียบกับการยุบพรรคการเมืองอื่นๆต้องถามว่าทำไมถึงมีมาตรฐานไม่เท่ากัน อีกทั้งขณะนี้ได้ให้ฝ่ายกฎหมายทำเรื่องดำเนินคดีกับกกต.ทั้ง 5 คน ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157ด้วยและสำหรับนายอภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธานกกต. หากยังยืนยันในท่าทีเดิมอาจจะเจอมากกว่านั้น" นายจตุพร กล่าว

 นายจตุพร ยังกล่าวตือนไปยังจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมของกลุ่มคนเสื้อสีชมพู เพื่อต่อต้านการชุมนุมของคนเสื้อแดงวันที่ 2 เม.ย. เวลา 14.00 น.อยากถามจุฬาฯว่าพร้อมจะเจอกับความหายนะหรือไม่  ที่ปล่อยให้มีการรวมตัวแบบนี้ ก็รู้กันดีว่าทั้งนายจรัส สุวรรณมาลา คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงษ์ อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ล้วนแล้วแต่เป็นพวกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เคยยึดทำเนียบรัฐบาลและยึดสนามบิน

 "ถามว่าจุฬาฯอยากจะเข้ามีเรื่องด้วยหรือไม่ เพราะตอนนี้คนเสื้อแดงกำลังว่างๆอยู่"  นายจตุพร กล่าว และยืนยันว่าหากรัฐบาลจะยุบสภาภายใน 9 เดือน ก็ขอให้เลิกคิดไปได้เลยเพราะจะไม่ยอมเจรจาด้วยแน่นอน

นายจตุพร กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของคนกลุ่มเสื้อชมพู ที่จะมีการรวมตัวกันที่สวนลุมพินี ในวันพรุ่งนี้ เพื่อคัดค้านการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแเดงว่า  พวกนี้เป็นคนกลุ่มเดิมที่เคยขึ้นเวทีกับพันธมิตร เข้าไปในทำเนียบรัฐบาล ปิดล้อมสนามบินดอนเมือง และสุวรรณภูมิ คนพวกนี้เคยใส่เสื้อสีเหลือง มาก่อนทำให้คนไทยทั้งประเทศไม่กล้าสวมใส่มาแล้ว

 "ขอเตือนไปยังจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยว่าอย่ามาเป็นศัตรูกับกลุ่มคนเสื้อแดง ด้วยการใช้สัญลักษณ์สีชมพู พวกนักวิชาการหน้าช้ำ  คนพวกนี้เคยขึ้นเวทีพันธมิตรมาก่อนขออย่าได้เล่นสกปรกเอามวลชนที่เป็นเนื้อเดียวกับรัฐบาล มากดดันการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง" นายจตุพร กล่าว

ที่มา: http://www.posttoday.com/ข่าว/การเมือง/20231/เสื้อแดงขู่บุกNBTขู่จุฬาไม่อยากเจอหายนะอย่าเล่นสกปรกปลุกมวลชนต้าน


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: อ้อย 14 ที่ 01 เมษายน 2553, 13:32:26
เรียนคุณ thaksin และ staff ของคุณ ที่เคารพ

ผมจำได้เมื่อคุณลงเล่นการเมืองและได้เป็นนายก
ผมแทบไม่เชื่อตัวเองเลยว่าเมืองไทยเราจะมีนายก
ที่ฉลาด หลักแหลม ว่องไว เฉีบยขาดและสามารถ
นำบ้านเมืองไปสู่จุดสูงสุด ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย

ตอยคุณเริ่มหาเสียง ผมคุยกับชาวบ้านว่ามันไม่สามารถเป็นไปได้ แต่เค้าบอกมันรวยนะ ไม่น่าโกง

เราทั้งบ้านโดยมิได้นัดหมายก็ไม่ได้เลือกคุณ หลัง
จากออกมาจากหน่วยเลือกตั้งทุกคนเลือกประชาธิปัตย์
แต่รู้ว่ายังไงคุณก็ได้เพราะโปรโมทดี นโยบายกินขาด
แสดงว่าเตรียมกันมาดีมาก

หลังจากนั้นคุณก็เริ่มส่งกลิ่น แปลกนะคุณก็รวยแสนรวย
ทำไมยังมาเป็นปัญหาแก่ชาติบ้านเมืองที่ปั้นคุณขึ้นมาได้ขนาดนี้

ในใจคุณทำด้วยอะไรกันหรือ

คุณเกือบเป็นวีระบุรุษที่เราชาวไทยเกือบจะภาคภมิใจ
ที่เกือบมีนายกที่เจ๋งที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย

ผมขับรถเร็วไปหน่อยลูกสาว เตือนพ่ออย่าขับเร็วเดี๋ยวรถชน

และลูกคุณก็จบเรียนสูง ๆ กันทั้งนั้น เมียคุณก็เป็นถึงคุณหญิงไม่เคยเตือนเลยหรือว่าอย่าทำกับประเทศ
ขนาดนี้ หรือคุณมีแต่ลูกน้องเลียแข้งเลียขา

"ท่านครับเดี๋ยวผมดำเนินการให้เรียบร้อย"

คุณอาจไม่รู้ว่าเขาไปทำอะไรให้คุณบ้าง
เรื่องที่เราได้เห็นได้ยินมาทั้งหมดอาจมาจากคำสั่งคุณแค่นิดหน่อยมั้ง

" ไปจัดการให้เรียบร้อย"

ลองวิดิโอลิงค์มาอีกซิครับ
ว่าข้าพเจ้านาย.......หลังจากนอนไตร่ตรองมาแล้ว
เสื้อแดงขอกราบพื้นดินว่าขอโทษ แล้วกลับบ้านกันให้หมด

มันเป็นการจบที่คุณอาจคิดว่าเสียศักด์ศรี
แต่คุณเข้าใจหลักธรรมะ ว่าสมบัตรผลัดกันชม
คุณจะปล่อยวางได้

การอาฆาตพยาบาท คุณเหมือนผู้ชนะ
แต่ลึก ๆ คุณคงต้องร้องไห้ ร้องออกมาดัง ๆเถอะครับ
แสดงให้ชาวโลก และเด็กไทยได้รู้ว่า การทำผิดแล้วยอมรับผิดได้นั้น ในสายตาของศาลคุณคือนักโทษหนีคุก
แต่ในหัวใจของคนไทยจำนวนมากคุณคือวีรบุรุษ

ต้องอย่าลืมนำครับศาลมีหลักฐานมากมาย และอีก 10-20 คน ตัดสิน อีก 30 คนพยาน แต่ คนไทยอีก 60 กว่าล้านคนเค้าตัดสินใจจากสิ่งที่ได้รับรู้ และเค้าก็จะบอกต่อถึงลูกถึงหลาน

ไม่ว่าคุณจะเป็นอะไรก็ตามลูก หลานเหลน นามสกุลชินวัตรของคุณและคนไทยอีก 10-20 ปีข้างหน้าจะอ่านเจอใน กูเกิ้ล และวิกีพีเดีย

เมื่อคุณตายจากโลกใบนี้เนื่องจากถูกแช่ง
ถูกกรรมตามสนอง ถูกเก็บ ด้วยโรคร้าย
หรือชราภาพ วันนั้นคุณก็วิดิโอลิงค์มาอีกไม่ได้
เพราะคุณได้จากโลกนี้ไปแล้ว

วีระบุรุษ และสตรี มากมายที่คุณกล่าวถึงทั้งหมด
คุณลองไปอ่านประวัติการต่อสู้ของเค้าดูซิ
มันช่างมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
เค้าเหล่านั้นนักสู้แบบอหิงสา ตัวจริง

ครับอดีตท่านนายก เลิกเถอะครับ
ทุกคนมีเวลาสะสมทรัพย์และสร้างความดี และความไม่ดี อีกไม่นานนัก ทำไม่ไม่ทำให้ปวงชนชาวไทย
ระลึกถึงคุณด้วยความรู้สึกที่วิเศษสุดยอด

จึงเรียนมาเพื่อทราบ
2648


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 01 เมษายน 2553, 21:31:28
ไหนว่าชุมนุม แบบสงบ สันติ อหิงสา ไอ้เลวเอ๋ย พอคนอื่นจะชุมนุม บ้างดัน ออกมาข่มขู่ เลวจริงๆๆ

เสื้อแดงฉุนถูกนักวิชาการต้าน ประกาศบุกจุฬาฯพรุ่งนี้บ่ายโมง
01 เมษายน 2553 เวลา 19:07 น.
แกนนำนปช.แถลงเคลื่อนขบวนบุกจุฬาฯหลังกลุ่มนักวิชาการประกาศใส่เสื้อสีชมพูรณรงค์คัดค้านยุบสภา
 ฉุนถูกกลุ่มพี่น้องมหิดลเผยผลตรวจเลือดมีเชื้อเอดส์-ไวรัส จี้มหาวิทยาลัยชี้แจง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงว่า ในวันพรุ่งนี้ (2เม.ย.) กลุ่มคนเสื้อแดงจะเคลื่อนขบวนไปที่จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย เพื่อถามอธิการบดีจุฬาฯว่า เป็นนโยบายของมหาวิทยาลัยหรือไม่ที่ปล่อยให้บุคลากรที่เคยขึ้นเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเป้าหมายทางการเมือง

"เวลานี้มีบุคลากรตามมหาวิทยาลัย บุคลากรตามวงการต่างๆในสังคมจะออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดง เช่น กลุ่มอาจารย์จุฬาฯ กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวโรงแรม ที่จะออกมาเคลื่อนไหวโดยใส่เสื้อสีชมพู จึงอยากขอตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มคนเหล่านี้เคยร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มเสื้อเหลืองมาแล้วทั้งสิ้น ซึ่งเป็นแผนในการสลับร่างออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเป้าหมายทางการเมือง"นายณัฐวุฒิกล่าว

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้จะตั้งขบวนที่สะพานผ่านฟ้าเวลา 12.00 น. ก่อนจะเคลื่อนไปยังจุฬาฯ ซึ่งคาดว่าจะไปถึงในเวลา 13.00น. ทั้งนี้กลุ่มนปช.ยืนยันว่าจะไม่บุกเข้าไปภายในบริเวณมหาวิทยาลัย แต่จะไปที่หน้าประตูและส่งตัวแทนเข้าไปพบอธิการบดี รวมทั้งจะไม่มีการขัดขวางการชุมนุมของกลุ่ม

โวยถูกกล่าวหาเลือดติดเอดส์ขู่เคลื่อนไปมหิดล

นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงกรณีที่บุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดลได้ออกมาระบุว่าผลการตรวจเลือดของคนเสื้อแดงที่นำไปเทตามสถานที่ต่างๆมีเชื้อเอดส์และไวรัสตับอักเสบบี-ซี รวมทั้งมีเลือดหมูปนเปื้อนว่า กลุ่มดังกล่าวมีสิทธิอะไรที่มาตรวจสอบ มีการได้รับมอบหมายหรือมีความชอบธรรมอย่างไรที่มาดำเนินการ การปฏิบัติที่บอกไปเก็บตัวอย่างเลือดมีความเป็นจริงได้อย่างไร เพราะทันทีที่เทเลือดก็มีเจ้าหน้าที่มาล้างเลือด และบุคลากรที่มาล้างก็มาจากสาธารณสุข คนกลุ่มนี้อยู่ที่ไหนในเวลานั้นรวมทั้งใช้วิธีเก็บตัวอย่างเลือดอย่างไร

"เรื่องนี้เป็นการกระทำของบุคลากรทางการแพทย์ที่เข้ามาข้องเกี่ยวกับการเมืองโดยไม่คำนึงถึงจรรยาบรรณทางการแพทย์ ดังนั้น แพทยสภา มหาวิทยาลัยมหิดลควรมีคำอธิบายภายในวันพรุ่งนี้ (2เม.ย.)  ไม่เช่นนั้นในวันที่ 3 เม.ย. จะยกขบวนคนเสื้อแดงไปสอบถาม"นายณัฐวุฒิกล่าว
( ใหญ่จริง โคตรอันธพาลเลยจริงๆ)

ขณะที่นาย  จตุพร พรหมพันธุ์  แกนนำนปช. กล่าวว่า   จากการสืบประวัติของ นพ.กุศล พบว่าเคยเป็นแพทย์ที่เข้าพบ พล.อ.เปรม  ติณสูลานนท์  ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ช่วงก่อนมีการยึดอำนาจ และขณะนี้เปิดคลินิคศัลยกรรมอยู่ที่เดอะมอลล์ บางแค และ งามวงศ์วาน ดังนั้น การที่หมอคนดังกล่าวทำกับคนเสื้อแดงแบบนี้หาว่าเลือดคนเสื้อแดงติดเชื้อโรคและมีเลือดสัตว์ถือว่าเป็นศตรูของคนเสื้อแดงไปแล้ว  เพราะฉะนั้นคนเสื้อแดงคนไหนจะไปคลินิคแห่งนี้ก็ได้ตามสบาย

“ไม่ว่านายแพทย์คนนี้จะอยู่สุดหล้าฟ้าเขียวที่ไหน ผมต้องไปหาตัวให้พบให้ได้ เพื่อไปดูว่าเลือดของเขาเป็นแบบไหน  ความเดรัจฉานของหมอคนนี้จะต้องถูกไล่ล่าโดยคนเสื้อแดง  เชื่อว่าคนที่ต้องทำศัลยกรรมต่อไปต้องเป็นหมอกุศลแน่นอน”  นายจตุพรกล่าว
ไอ้ตุ๊ดตู่ โคตร วรนุชเลยจริง บ้านเมืองนี้ เป็นของมันจริงๆหรือนี่

ด้าน นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. กล่าวว่า ต้องการให้แพทยสภาออกมาตรวจสอบ เพราะกระบวนการเก็บตัวอย่าง น่าสงสัย ออกมาดูว่าการกระทำอย่างนี้ผิดจรรยาแพทย์หรือไม่

อ้างอิง http://www.posttoday.com/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87/20343/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%89%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%AC%E0%B8%B2%E0%B8%AF%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%87


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: ตุ๋ย 22 ที่ 01 เมษายน 2553, 21:52:41
ใครไม่เห้นด้วยไม่ได้เลยนะเนี่ย   เสื้อแดงจะต้องไปจัดการ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 02 เมษายน 2553, 10:46:19
(http://img101.imageshack.us/img101/1354/resizeofmakeoffer.jpg)


"ข้าจะเสนอสิ่งที่เจ้าปฎิเสธมิได้"



หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Kittiwit Pk ที่ 02 เมษายน 2553, 14:32:17
อีก 9 เดือนเหรอ

แล้วตูจะรอด ( มะเร็ง ) มั๊ยนี่


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 02 เมษายน 2553, 16:28:37

(http://img227.imageshack.us/img227/2973/00001r.gif)



หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Kittiwit Pk ที่ 02 เมษายน 2553, 16:36:47
2010 อันธพาลครองเมือง


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 02 เมษายน 2553, 16:56:35

(http://img181.imageshack.us/img181/7476/cu001.jpg)
(http://img181.imageshack.us/img181/6971/cu000.jpg)
(http://img227.imageshack.us/img227/7531/cu008.jpg)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: ตุ๋ย 22 ที่ 02 เมษายน 2553, 21:36:56
ผมว่าเสื้อแดงมีน้อยลงทุกวัน  ไม่มีอำนาจต่อรองอารายแล้ว  มีแต่คำพูดเพ้อเจ้อไปวันๆ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: swsm ที่ 02 เมษายน 2553, 22:39:57
สนุกจริง ๆ ค่ะ  พี่น้อง .. เชิญชม      emo43


http://www.cmadong.com/board/index.php/topic,5259.msg374050.html#msg374050


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Kittiwit Pk ที่ 02 เมษายน 2553, 22:51:52
@@@ ยอดเยี่ยม กระเทียมดอง @@@


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Kittiwit Pk ที่ 02 เมษายน 2553, 23:06:57
น่าส่งชุดนี้ไปเจรจา


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 03 เมษายน 2553, 02:05:37
(http://img220.imageshack.us/img220/7779/mgrpdf20100403page01.jpg)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: ตุ๋ย 22 ที่ 03 เมษายน 2553, 21:34:37
ผมว่าเลือดไม่ตก  งานนี้ไม่จบ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: swsm ที่ 03 เมษายน 2553, 23:41:27
อ้างถึง
ข้อความของ ตุ๋ย 22 เมื่อ 03 เมษายน 2553, 21:34:37
ผมว่าเลือดไม่ตก  งานนี้ไม่จบ

เมื่อวานตกไปหน่อย ..
เพราะมีสีแดงป้วนเปี้ยนป่วนในบริเวณที่สีชมพูชุมนุมกันอยู่
เราไม่เห็นเหตุการณ์  เพราะคนเยอะ .. วิ่งไปมุงกันเต็ม
เราวิ่งไม่ทัน  เพราะอ้วน

ไม่ถึง 3 นาที  มี sms แจ้งมาว่า .. แดงเลือกตก  โดนชมพูรุมยำ ..
พี่หนุนหัวเราะ  บอกว่า .. เลือดที่ตกนั้น  มีปริมาณถึง 10 cc  หรือเปล่า ??
เป็นห่วง  กลัวไม่ได้ตามเป้า .. ฮา





หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: เจตน์ ที่ 03 เมษายน 2553, 23:49:01
ผมดูพาดหัวข่าวไทยรัฐกับเดลินิวส์ ได้เห็นภาพจังหวะสาวหมัดด้วยครับ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: ตุ๋ย 22 ที่ 03 เมษายน 2553, 23:52:57
อ้างถึง
ข้อความของ swsm เมื่อ 03 เมษายน 2553, 23:41:27
อ้างถึง
ข้อความของ ตุ๋ย 22 เมื่อ 03 เมษายน 2553, 21:34:37
ผมว่าเลือดไม่ตก  งานนี้ไม่จบ

เมื่อวานตกไปหน่อย ..
เพราะมีสีแดงป้วนเปี้ยนป่วนในบริเวณที่สีชมพูชุมนุมกันอยู่
เราไม่เห็นเหตุการณ์  เพราะคนเยอะ .. วิ่งไปมุงกันเต็ม
เราวิ่งไม่ทัน  เพราะอ้วน

ไม่ถึง 3 นาที  มี sms แจ้งมาว่า .. แดงเลือกตก  โดนชมพูรุมยำ ..
พี่หนุนหัวเราะ  บอกว่า .. เลือดที่ตกนั้น  มีปริมาณถึง 10 cc  หรือเปล่า ??
เป็นห่วง  กลัวไม่ได้ตามเป้า .. ฮา




จะเอาไปรวมกันล้างเท้าอีกมั้งเนี่ยพี่หนุน


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 04 เมษายน 2553, 00:01:17
มาชุมนุมงวดนี้ ม่วน อีหลี ขนาด เด้อ ครับเด้อ....

แดงจัดโคโยตี้โชว์ปลุกม็อบคึกรอบดึก
ประเด็น:เสื้อแดงจัดชุมนุมใหญ่ , 03 เมษายน 2553 เวลา 23:02 น.
บรรยากาศการชุมนุมช่วงแยกราชประสงค์เป็นไปด้วยความคึกคัก มีการโชว์เต้นโคโยตี้สร้างความเฮฮาให้กับวัยรุ่นเสื้อแดงอย่างมาก

บรรยากาศการปิดถนนช่วงสะพานท่าเรือประตูน้ำ กระทั่งถึงแยกประตูน้ำ ไล่มาจนถึงแยกปรารภใต้ทางด่วนการชุมนุมมีคนหนาแน่นเป็นกลุ่ม ๆ กลุ่มละประมาณ 300-400 คน เนื่องจากการชุมนุมล้อมม็อบโคโยตี้ที่เต้นอยู่ท้ายรถกระบะ

ทั้งนี้ โคโยตี้มีทั้งหญิงแท้และหญิงเทียม เปิดทั้งเพลงสากลและรำเซิ้งเพลงท้องถิ่น แต่ละซุ้มมีทั้งติดป้ายชูว่า เป็นเสื้อแดงมาจากภาคใด ซึ่งบรรยากาศชุมนุมเฮฮามาก เนื่องจากเสื้อแดงไม่สนใจปราศรัยบนเวที สนใจแต่โคโยตี้

นอกจากนี้บรเวณสี่แยกชิดลม ก็ยังมีการเต้นโคโยตี้ของคนเสื้อแดง โดยมีหญิงสาวขึ้นไปบนรถกระบะที่ติดเครื่องเสียงอย่างดี เปิดเพลงกระหึ่มทั่วทั้งสี่แยก โดยบนรถกระบะ บริเวณหลังคารถจะมีผู้หญิงเต้นคู่ผู้ชาย ขณะที่ท้ายกระบะก็มีหญิงสาวนุ่งสั้นใส่เสื้อแดงเต้นยั่วยวน บางครั้งก็มีการเปิดเสื้อโชว์สะดือ สร้างความคึกครื้นให้กับกลุ่มวัยรุ่นเสื้อแดงเกือบ 200 คน ที่ยืนล้อมรถอย่างมาก


อ้างอิง http://www.posttoday.com/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87/20738/%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%94%E0%B8%B6%E0%B8%81


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 04 เมษายน 2553, 22:39:12

“ฮุนเซน” สำนึกบาป! กร้าว “แม้ว” ห้ามเข้าเขมร


(http://img143.imageshack.us/img143/6963/hunsen.jpg)

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบหารือกับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่า ช่วงเช้าที่สมเด็จฯ ฮุนเซนเดินทางมา ตนได้โทรศัพท์พูดคุยไปแล้ว และได้เรียนสมเด็จฯ ฮุนเซนว่าตนคงไม่สามารถมาพบได้ จึงขอคุยทางโทรศัพท์ แต่ตอนบ่ายได้ทราบว่าวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดสมเด็จฯ ฮุนเซน ในฐานะคนรักชอบกันตามประเพณีไทยก็เลยมาอวยพร ได้ถือโอกาสพูดคุยกัน ท่านได้ให้กำลังใจ เอาใจช่วยขอให้ประเทศไทยได้คืนกลับสู่ความสงบเรียบร้อย
       
       นายสุเทพกล่าวว่า สมเด็จฯ ฮุนเซนบอกกับตนว่าอาจจะมีคนเข้าใจท่านผิดบ้าง แต่ท่านได้แสดงออกชัดเจน เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำลุ่มแม่น้ำโขง เชิญท่านไปท่านรีบตอบมาทันทีโดยไม่ลังเลใจ เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าที่คนเข้าใจท่านไม่ถูกต้องนั้น จริงๆ ไม่ถูก ท่านแยกแยะได้ระหว่างเรื่องส่วนตัวกับเรื่องของบ้านเมือง ท่านบอกกับตนว่าท่านได้ตัดสินใจ ได้วางแนวทางในการปฏิบัติชัดเจนว่าท่านมีความสัมพันธ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะส่วนตัว แต่ไม่ให้ความสัมพันธ์นั้นมากระทบความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา

ที่มา : http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9530000046805


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: opas ที่ 05 เมษายน 2553, 07:24:59
อ้างถึง
ข้อความของ อ้อย 14 เมื่อ 01 เมษายน 2553, 13:32:26
เรียนคุณ thaksin และ staff ของคุณ ที่เคารพ

ผมจำได้เมื่อคุณลงเล่นการเมืองและได้เป็นนายก
ผมแทบไม่เชื่อตัวเองเลยว่าเมืองไทยเราจะมีนายก
ที่ฉลาด หลักแหลม ว่องไว เฉีบยขาดและสามารถ
นำบ้านเมืองไปสู่จุดสูงสุด ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย

ตอยคุณเริ่มหาเสียง ผมคุยกับชาวบ้านว่ามันไม่สามารถเป็นไปได้ แต่เค้าบอกมันรวยนะ ไม่น่าโกง

เราทั้งบ้านโดยมิได้นัดหมายก็ไม่ได้เลือกคุณ หลัง
จากออกมาจากหน่วยเลือกตั้งทุกคนเลือกประชาธิปัตย์
แต่รู้ว่ายังไงคุณก็ได้เพราะโปรโมทดี นโยบายกินขาด
แสดงว่าเตรียมกันมาดีมาก

หลังจากนั้นคุณก็เริ่มส่งกลิ่น แปลกนะคุณก็รวยแสนรวย
ทำไมยังมาเป็นปัญหาแก่ชาติบ้านเมืองที่ปั้นคุณขึ้นมาได้ขนาดนี้

ในใจคุณทำด้วยอะไรกันหรือ

คุณเกือบเป็นวีระบุรุษที่เราชาวไทยเกือบจะภาคภมิใจ
ที่เกือบมีนายกที่เจ๋งที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย

ผมขับรถเร็วไปหน่อยลูกสาว เตือนพ่ออย่าขับเร็วเดี๋ยวรถชน

และลูกคุณก็จบเรียนสูง ๆ กันทั้งนั้น เมียคุณก็เป็นถึงคุณหญิงไม่เคยเตือนเลยหรือว่าอย่าทำกับประเทศ
ขนาดนี้ หรือคุณมีแต่ลูกน้องเลียแข้งเลียขา

"ท่านครับเดี๋ยวผมดำเนินการให้เรียบร้อย"

คุณอาจไม่รู้ว่าเขาไปทำอะไรให้คุณบ้าง
เรื่องที่เราได้เห็นได้ยินมาทั้งหมดอาจมาจากคำสั่งคุณแค่นิดหน่อยมั้ง

" ไปจัดการให้เรียบร้อย"

ลองวิดิโอลิงค์มาอีกซิครับ
ว่าข้าพเจ้านาย.......หลังจากนอนไตร่ตรองมาแล้ว
เสื้อแดงขอกราบพื้นดินว่าขอโทษ แล้วกลับบ้านกันให้หมด

มันเป็นการจบที่คุณอาจคิดว่าเสียศักด์ศรี
แต่คุณเข้าใจหลักธรรมะ ว่าสมบัตรผลัดกันชม
คุณจะปล่อยวางได้

การอาฆาตพยาบาท คุณเหมือนผู้ชนะ
แต่ลึก ๆ คุณคงต้องร้องไห้ ร้องออกมาดัง ๆเถอะครับ
แสดงให้ชาวโลก และเด็กไทยได้รู้ว่า การทำผิดแล้วยอมรับผิดได้นั้น ในสายตาของศาลคุณคือนักโทษหนีคุก
แต่ในหัวใจของคนไทยจำนวนมากคุณคือวีรบุรุษ

ต้องอย่าลืมนำครับศาลมีหลักฐานมากมาย และอีก 10-20 คน ตัดสิน อีก 30 คนพยาน แต่ คนไทยอีก 60 กว่าล้านคนเค้าตัดสินใจจากสิ่งที่ได้รับรู้ และเค้าก็จะบอกต่อถึงลูกถึงหลาน

ไม่ว่าคุณจะเป็นอะไรก็ตามลูก หลานเหลน นามสกุลชินวัตรของคุณและคนไทยอีก 10-20 ปีข้างหน้าจะอ่านเจอใน กูเกิ้ล และวิกีพีเดีย

เมื่อคุณตายจากโลกใบนี้เนื่องจากถูกแช่ง
ถูกกรรมตามสนอง ถูกเก็บ ด้วยโรคร้าย
หรือชราภาพ วันนั้นคุณก็วิดิโอลิงค์มาอีกไม่ได้
เพราะคุณได้จากโลกนี้ไปแล้ว

วีระบุรุษ และสตรี มากมายที่คุณกล่าวถึงทั้งหมด
คุณลองไปอ่านประวัติการต่อสู้ของเค้าดูซิ
มันช่างมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
เค้าเหล่านั้นนักสู้แบบอหิงสา ตัวจริง

ครับอดีตท่านนายก เลิกเถอะครับ
ทุกคนมีเวลาสะสมทรัพย์และสร้างความดี และความไม่ดี อีกไม่นานนัก ทำไม่ไม่ทำให้ปวงชนชาวไทย
ระลึกถึงคุณด้วยความรู้สึกที่วิเศษสุดยอด

จึงเรียนมาเพื่อทราบ
2648

ข้าพเจ้ากลับเห็นต่างครับ
ข้าพเจ้าคิดว่าคนที่แต่เรื่องเงิน  วัตถุมาล่อ  ผลประโยชน์โน่นนี่นู่นสารพัด
แสดงว่านิสัยส่วนตัวน่าจะไปทางไหน

ตอนนั้นเห็นการหาเสียงขณะขับมอไซด์เที่ยวอยู่บนดอย  คิดในใจว่าถ้าได้แบบนี่คงยุ่ง  แต่ไม่คิดว่าจะได้
ปรากฏว่าได้จริงๆ  ผล......เละเกินกว่าจะคาดคิด


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: บ่าวหน่อ เมืองพลาญ ที่ 05 เมษายน 2553, 09:27:01
อ้างถึง
ข้อความของ opas เมื่อ 05 เมษายน 2553, 07:24:59
อ้างถึง
ข้อความของ อ้อย 14 เมื่อ 01 เมษายน 2553, 13:32:26
เรียนคุณ thaksin และ staff ของคุณ ที่เคารพ

ผมจำได้เมื่อคุณลงเล่นการเมืองและได้เป็นนายก
ผมแทบไม่เชื่อตัวเองเลยว่าเมืองไทยเราจะมีนายก
ที่ฉลาด หลักแหลม ว่องไว เฉีบยขาดและสามารถ
นำบ้านเมืองไปสู่จุดสูงสุด ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย

ตอยคุณเริ่มหาเสียง ผมคุยกับชาวบ้านว่ามันไม่สามารถเป็นไปได้ แต่เค้าบอกมันรวยนะ ไม่น่าโกง

เราทั้งบ้านโดยมิได้นัดหมายก็ไม่ได้เลือกคุณ หลัง
จากออกมาจากหน่วยเลือกตั้งทุกคนเลือกประชาธิปัตย์
แต่รู้ว่ายังไงคุณก็ได้เพราะโปรโมทดี นโยบายกินขาด
แสดงว่าเตรียมกันมาดีมาก

หลังจากนั้นคุณก็เริ่มส่งกลิ่น แปลกนะคุณก็รวยแสนรวย
ทำไมยังมาเป็นปัญหาแก่ชาติบ้านเมืองที่ปั้นคุณขึ้นมาได้ขนาดนี้

ในใจคุณทำด้วยอะไรกันหรือ

คุณเกือบเป็นวีระบุรุษที่เราชาวไทยเกือบจะภาคภมิใจ
ที่เกือบมีนายกที่เจ๋งที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย

ผมขับรถเร็วไปหน่อยลูกสาว เตือนพ่ออย่าขับเร็วเดี๋ยวรถชน

และลูกคุณก็จบเรียนสูง ๆ กันทั้งนั้น เมียคุณก็เป็นถึงคุณหญิงไม่เคยเตือนเลยหรือว่าอย่าทำกับประเทศ
ขนาดนี้ หรือคุณมีแต่ลูกน้องเลียแข้งเลียขา

"ท่านครับเดี๋ยวผมดำเนินการให้เรียบร้อย"

คุณอาจไม่รู้ว่าเขาไปทำอะไรให้คุณบ้าง
เรื่องที่เราได้เห็นได้ยินมาทั้งหมดอาจมาจากคำสั่งคุณแค่นิดหน่อยมั้ง

" ไปจัดการให้เรียบร้อย"

ลองวิดิโอลิงค์มาอีกซิครับ
ว่าข้าพเจ้านาย.......หลังจากนอนไตร่ตรองมาแล้ว
เสื้อแดงขอกราบพื้นดินว่าขอโทษ แล้วกลับบ้านกันให้หมด

มันเป็นการจบที่คุณอาจคิดว่าเสียศักด์ศรี
แต่คุณเข้าใจหลักธรรมะ ว่าสมบัตรผลัดกันชม
คุณจะปล่อยวางได้

การอาฆาตพยาบาท คุณเหมือนผู้ชนะ
แต่ลึก ๆ คุณคงต้องร้องไห้ ร้องออกมาดัง ๆเถอะครับ
แสดงให้ชาวโลก และเด็กไทยได้รู้ว่า การทำผิดแล้วยอมรับผิดได้นั้น ในสายตาของศาลคุณคือนักโทษหนีคุก
แต่ในหัวใจของคนไทยจำนวนมากคุณคือวีรบุรุษ

ต้องอย่าลืมนำครับศาลมีหลักฐานมากมาย และอีก 10-20 คน ตัดสิน อีก 30 คนพยาน แต่ คนไทยอีก 60 กว่าล้านคนเค้าตัดสินใจจากสิ่งที่ได้รับรู้ และเค้าก็จะบอกต่อถึงลูกถึงหลาน

ไม่ว่าคุณจะเป็นอะไรก็ตามลูก หลานเหลน นามสกุลชินวัตรของคุณและคนไทยอีก 10-20 ปีข้างหน้าจะอ่านเจอใน กูเกิ้ล และวิกีพีเดีย

เมื่อคุณตายจากโลกใบนี้เนื่องจากถูกแช่ง
ถูกกรรมตามสนอง ถูกเก็บ ด้วยโรคร้าย
หรือชราภาพ วันนั้นคุณก็วิดิโอลิงค์มาอีกไม่ได้
เพราะคุณได้จากโลกนี้ไปแล้ว

วีระบุรุษ และสตรี มากมายที่คุณกล่าวถึงทั้งหมด
คุณลองไปอ่านประวัติการต่อสู้ของเค้าดูซิ
มันช่างมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
เค้าเหล่านั้นนักสู้แบบอหิงสา ตัวจริง

ครับอดีตท่านนายก เลิกเถอะครับ
ทุกคนมีเวลาสะสมทรัพย์และสร้างความดี และความไม่ดี อีกไม่นานนัก ทำไม่ไม่ทำให้ปวงชนชาวไทย
ระลึกถึงคุณด้วยความรู้สึกที่วิเศษสุดยอด

จึงเรียนมาเพื่อทราบ
2648

ข้าพเจ้ากลับเห็นต่างครับ
ข้าพเจ้าคิดว่าคนที่แต่เรื่องเงิน  วัตถุมาล่อ  ผลประโยชน์โน่นนี่นู่นสารพัด
แสดงว่านิสัยส่วนตัวน่าจะไปทางไหน

ตอนนั้นเห็นการหาเสียงขณะขับมอไซด์เที่ยวอยู่บนดอย  คิดในใจว่าถ้าได้แบบนี่คงยุ่ง  แต่ไม่คิดว่าจะได้
ปรากฏว่าได้จริงๆ  ผล......เละเกินกว่าจะคาดคิด



แต่ก็มีคนส่วนนึง (ตรงแยกราชประสงค์ และสะพานผ่านฟ้า) ที่หลับหูหลับตา ไม่รับฟังผลของความจริง สนเฉพาะลมปากเท่านั้น

การพูดปราศัยบนเวที พูดให้สนุก พูดให้คนตบมือ พูดให้คนหัวเราะ ใครๆก็พูดได้ แต่หลังจากคุณะูดแล้ว กล้ารับผิดชอบต่อคำพูดของคุณหรือเปล่า อยากให้บอกเลย ว่า ใครพูดอะไรไปบ้าง มันเยอะเกินกว่าหลักฐานในชั้นศาลแล้ว ฟ้องศาลไหนก็ชนะ (ศาลพระภูมิยังชนะเลย)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 05 เมษายน 2553, 10:02:41
ฝี...แตก
ประเด็น:เสื้อแดงจัดชุมนุมใหญ่ , 05 เมษายน 2553 เวลา 06:05 น.

ใครเคยเป็นฝีคงจะรู้ ถ้าจะรักษาให้หายต้องทำให้ฝีแตก หรือไม่ก็ต้องผ่าเอาหัวของมันออกมา

จะไปทายา จะไปนวดคลึงอย่างไรก็ไม่หาย

อาการของแดงคงไม่ต่างจากการเป็นฝี ปวดกันไปทั่ว

สงครามไพร่ สงครามชนชั้นที่ไม่เคยเกิดขึ้นในเมืองไทย กลับมีการจุดไฟกลางหัวใจขึ้นมา

นี่แหละ... ฝีของแผ่นดิน

การรักษาจะทายาคงไม่หาย หนทางเดียวต้องทำให้ฝีแตก

และการปิดถนนราชประสงค์ในครั้งนี้ ก็ใกล้เคียงกับอาการฝีแตกเต็มทน

เพราะแดงเริ่มระส่ำระสาย จะกลับบ้านกันวันสงกรานต์

เงินที่เติมมาโดยเฉพาะจากอีสาน ก็เริ่มไม่มีความหมาย

แดงตัวพ่อจึงต้องขอให้อยู่ต่อภายใต้คำปลอบว่า งานนี้ชนะแน่

ทั้งหมดจึงนำมาสู่การปิดถนนราชประสงค์ ในย่านที่ถือว่าเป็นหัวใจของธุรกิจเมืองไทย

เป้าหมายไม่ใช่ต้องการให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยุบสภาหรอก

แต่สิ่งที่ต้องการไม่พ้นกดดันให้รัฐบาลหมดความอดทน และต้องทำอะไรบางสิ่งบางอย่างเพื่อเข้าทางแดง

ประวัติศาสตร์การจัดม็อบในประเทศนี้ยืนยันออกมาแล้ว การที่ม็อบจะชนะมีหนทางเดียว

นั่นคือรัฐบาลต้องล้อมปราบ

และนำไปสู่การบาดเจ็บล้มตายจากฝีมือใครก็ตามไม่ว่าจะเป็นมือที่สาม มือที่สี่

รัฐบาลก็จะอยู่ไม่ได้

แต่นั่นแหละ รัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็รู้เช่นกัน การล้อมปราบเป็นหมากที่พ่ายทั้งกระดาน

ใครอดทนได้นานกว่าคนนั้นจึงจะชนะ

กระบวนการของรัฐบาลจึงออกมาในแนวทางการใช้กฎหมายเป็นขั้นตอน และทำให้ม็อบแดงถูกโดดเดี่ยว โดยเฉพาะจากคนกรุงเทพฯ

แม้แดงจะยึดราชประสงค์ได้ แต่แดงกำลังเสียเปรียบ

อย่าลืม การปิดราชประสงค์เท่ากับกระทบกับคนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ไม่เพียงแต่ในศูนย์กลางธุรกิจเท่านั้น แต่การจราจรเข้าขั้นสาหัส

แดงถูกด่าจมหูตั้งแต่แรก

แดงจะถูกด่าต่อไป และสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลมากขึ้น

ยิ่งเฉพาะรัฐบาลมีตัวช่วยมากมาย อาทิ เป็นผู้กุมกลไกจังหวะในข้อกฎหมายในเกมม็อบ จะช้า จะเร็ว จะหนัก จะเบา ล้วนแต่กำหนดได้หมด

ที่สำคัญ อีกเพียงสัปดาห์เดียวก็จะปิดสงกรานต์

และอย่าลืม...รัฐบาลสามารถประกาศวันหยุดพิเศษ เร่งวันหยุดไปชนกับวันสงกรานต์ได้อีก คล้ายๆ กับที่เคยเกิดในเดือน เม.ย.ปีก่อน

เท่ากับว่าถ้าหยุดยาวไปแตะสงกรานต์เร็วเท่าใด แดงก็เหนื่อยหนักเท่านั้น

และสิ่งที่จะสะท้อนเงื่อนปม เค้าลางแห่งการพ่ายแพ้ก็คือ จะเกิดปรากฏการณ์ความรุนแรงต่างๆ อาทิ ระเบิดลึกลับทยอยถี่จะเป็นฝีมือใคร หรือแม้กระทั่งแดงเทียมก็เถอะ

เพราะความรุนแรงดังกล่าวเหมือนเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา สำแดงอาการความรีบร้อนต้องการปิดเกม

งานนี้จึงต้องจับตาให้ดี

ฝีมันกำลังจะแตก




หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 05 เมษายน 2553, 22:32:19
ประธานศาลปค.จี้รัฐใช้บังคับกม.อย่าให้ปัญหาลุกลาม
05 เมษายน 2553 เวลา 20:43 น.
"อักขราทร"จี้รัฐบังคับใช้กฏหมายอย่าปล่อยให้ปัญหาลุกลามเปรียบหากไม่มีการบังคับใช้ก็ไม่ต่างกับระฆังที่ไร้ลูกตุ้ม

นายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด กล่าวปาฐกถาหัวข้อ "การบังคับใช้กฎหมายให้เกิดความยุติธรรมในสังคมไทย"ในงาน "วันสัญญา ธรรมศักดิ์ ประจำปี 2553"ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์รังสิต ว่า บ้านเมืองในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้คนในสังคมอย่างมาก ปัญหาในปัจจุบันใกล้ๆจะเข้มข้น หากสิ่งนี้เกิดขึ้นที่ประเทศอื่นๆ ในโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศประชาธิปไตยร้อยเปอร์เซ็นต์ เช่น ฝรั่งเศส อเมริกา ฯลฯ แต่ละชาติจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาด้วยการบังคับใช้กฎหมายที่มีลักษณะสากล จะไม่ปล่อยให้เรื่องต่างๆ ลุกลาม หรือปล่อยให้สถานการณ์นั้นแก้ไขด้วยตัวเอง

"ผู้ที่คิดว่ามีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ ถ้าไปมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องของการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เมื่อยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยการดูแลการชุมนุม จึงพยายามอธิบายว่ารัฐในฐานะผู้ดูแลรับผิดชอบบ้านเมืองไม่อาจจะทำอะไรได้ ต้องรอจนกว่า ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะรอจนกว่าเมื่อไหร่" นายอักขราทรกล่าว และว่า กฎหมายนั้นต้องมีความศักดิ์สิทธิ์ และมีผลบังคับได้อย่างแท้จริง กฎหมายเป็นเรื่องของกฎเกณฑ์ความประพฤติของสังคมที่ต้องยอมรับในการดำรงอยู่ ในทุกสังคม กฎหมายที่ไม่มีการบังคับใช้ก็ไม่ต่างอะไรกับระฆังที่ไม่มีลูกตุ้ม.



หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 06 เมษายน 2553, 16:00:33
http://www.youtube.com/watch?v=I0AGoDHURqw

** เนื้อเพลง ... แม้ว มอนเต **
       
     สู้เถอะพี่น้อง เสียงขอร้องจากแม้วมอนเตฯ
       อยู่ริมทะเล ประเทศมอนเตรเนโกร
       นั่งจิบกาแฟ เอกเขนก กินเค๊กชิ้นโต
       ลิงค์วีดีโอ บงการเผาผลาญบ้านไทย

     
      ตากแดดตากฝน สู้เพื่อคนมอนเตรเนโกร
      พาลูกอวดโชว์  มอนเตเนโกรซื้อเกาะเอาไว้
      เป็นนักโทษหนี ใส่ร้ายย่ำยีศักดิ์ศรีศาลไทย
      วันนี้กำลังจุดไฟ เผาไหม้เมืองไทยแหลกราน


     ภาพคนเสื้อแดง อ่อนแรงหิวโหยโรยรา
     ทักษิณจูงพิณทองทายิ้มร่ารื่นเริงสำราญ
     ภาพคนเสื้อแดงแดดแรงรุ่มร้อนกลางลาน
     ลูกโอ๊คและแพทองธารเบิกบานที่เมืองมอนเตรฯ


     สู้เถอะพี่น้องเสียงขอร้องจากคนเมืองไกล
     ให้สู้ต่อไป ผู้ชายสัญชาติมอนเตรเนโกร
     จะแดดจะฝนให้สู้ทนอย่าได้เยโย
     มอนเตเนโกร ลูกสาวลูกชายผมสบายดี
     สู้กันต่อไป ลูกสาวลูกชายผมสบายดี

     ตากแดดกันไป ลูกสาวลูกชายผมสบายดี ....
     ตากฝนกันไป ลูกสาวลูกชายผมสบายดี ....
     โง่กันต่อไป ลูกสาวลูกชายผมสบายดี ....





หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: อ้อย 14 ที่ 08 เมษายน 2553, 09:03:47
สถานการ์ณตอนนี้  น่าจะเหมือนยุคอันธพาลครองเมือง 2499  และยุคอั้งยี่  เพี่ยงแต่สมัยก่อนนู้น  ผู้คนคงรักชาติบ้านเมืองมากกว่านี้....


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 09 เมษายน 2553, 06:25:23
(http://img245.imageshack.us/img245/306/resizeofmgrpdf20100409p.jpg)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Kittiwit Pk ที่ 09 เมษายน 2553, 19:30:53
มอบให้แด่ความหน่อมแน้มของรัฐบาลและนายทหารขี้ครอก


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 10 เมษายน 2553, 05:51:18
(http://img406.imageshack.us/img406/5407/mgrpdf20100410page09.jpg)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Preecha2510 ที่ 10 เมษายน 2553, 10:10:46

                            จาก นสพ.ไทยโพสต์ วันที่ 10 เมษายน 2553


                           http://www.thaipost.net/news/100410/20639


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 10 เมษายน 2553, 14:58:10
แบบฟอร์ม ถอดถอน 3 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกือก

(http://img233.imageshack.us/img233/2107/form.jpg)

หรือจะดาวน์โหลดเอาจากที่นี้ก็ได้

http://files.thaiday.com/download/dw1.pdf

จากเมกา วันนี้ส่งไปหลายฉบับแล้วครับ



หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 24 เมษายน 2553, 13:14:35
ลอกคราบ 'ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ'นายทุนสื่อ “ล้มเจ้า” 
 
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 24 เมษายน 2553 09:12 น.
 
 
   หากเอ่ยชื่อ 'ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ' คนทั่วไปอาจไม่รู้จัก แต่ถ้าพูดถึง 'ฟ้าเดียวกัน' เว็บไซต์และนิตยสารที่มีเนื้อหาโจมตีสถาบันกษัตริย์อย่างรุนแรงตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาแล้วล่ะก็หลายคนคงร้องอ๋อ.. เพราะเขาคือนายทุนผู้ให้การสนับสนุนสื่อที่ถูกตั้งคำถามจากสังคมถึงวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่แท้จริง ?
       
       ธนาธร หรือ 'เอก' นักธุรกิจหนุ่มวัย 32 ปี เป็นหลานชายแท้ๆของ 'สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ' อดีตรองเลขาธิการพรรคไทยรักไทย และ รมว.อุตสาหกรรม ผู้อื้อฉาวจากคดีคอร์รัปชั่น CTX เขาเป็นบุตรชายคนโตของ นายพัฒนา จึงรุงเรืองกิจ (เสียชีวิตแล้ว) และนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ นักธุรกิจหมื่นล้าน เจ้าของบริษัทผลิตอะไหล่รถยนต์รายใหญ่ของไทย
       
       เมื่อบิดาเสียชีวิต เขาจึงต้องเข้ามาบริหารธุรกิจในตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทไทยซัมมิต แต่ก็ยังคงเป็นนายทุนของเว็บไซต์และนิตยสาร'ฟ้าเดียวกัน' สื่อที่เน้นการเผยแพร่เนื้อหาที่โจมตี และลดความน่าเชื่อถือของสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่น การโจมตีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ การโจมตีพิธีพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ว่าใช้เงินมากเกินไป นอกจากนั้นเว็บไซต์นี้ยังมีการเผยแพร่ธงชาติใหม่ของ “สาธารณรัฐสยาม” และแนวคิดเรื่อง “รัฐไทยใหม่” ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ นช.ทักษิณ ชินวัตร เจ้าของเงินและเจ้าของม็อบเสื้อแดงด้วย
       
       ว่ากันว่า ธนาธร ถูกขนานนามว่า 'แอ๊กทิวิสต์ซ้ายจัด' ตั้งแต่ครั้งที่เป็นนักศึกษาคณะวิศวะ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้ที่คลั่งไคล้ในลัทธิมาร์กซและต่อต้านระบอบกษัตริย์อย่างโจ่งแจ้ง แต่ขณะเดียวกันก็กลับชื่นชมระบบทุนนิยมอย่างออกหน้าออกตา เขาเคยให้สัมภาษณ์ในฐานะรองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทไทยซัมมิต ว่า “ เราจะไม่ยอมเป็นบริษัทที่อยู่ในทุนนิยมหางแถว แต่ต้องการเป็นบริษัทที่สามารถใช้ประโยชน์จากทุนนิยม ”
       
       ล่าสุดในการให้สัมภาษณ์ 'มติชนสุดสัปดาห์' ฉบับวันที่ 16-22 เม.ย.2553 ธนาธรเปิดตัวชัดเจนว่าเขาสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มเสื้อแดง โดยไม่ได้แสดงท่าทีกังขากับวิธีการถ่อยสถุลที่ไม่ต่างจากอันพาลและพฤติกรรมเผาบ้านเผาเมืองของผู้ชุมนุมกลุ่มนี้แต่อย่างใด อีกทั้งยังสนับสนุนแนวคิดโค่น 'อำมาตย์' ด้วยเห็นว่าเป็นตัวการที่ทำให้ระบบทุนนิยมของไทยไม่สามารถก้าวต่อไปได้
       
       “ ผมทำธุรกิจหลายหมื่นล้าน วันนี้ผมก็เป็นไพร่ คำว่าไพร่และอำมาตย์ วันนี้มันกลับมามีความหมายอีกครั้งทำไมเราถึงต้องสนับสนุนเสื้อแดง ผมคิดว่าดูที่ข้อเสนอคำว่าไพร่กับอำมาตย์ มันเป็นคีย์เวิร์ด อะไรคือความหมายของคำว่าอำมาตย์ ผมคิดว่าความหมายของอำมาตย์ มันไม่ใช่ข้าราชการอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ผมคิดว่าถ้าจะนิยามให้ถูกว่าอำมาตย์ในภาวะปัจจุบันคืออะไร ผมคิดว่าคือคนที่มีอำนาจ และไม่ถูกตรวจสอบ คนที่มีอำนาจ และไม่มีกลไก check and balance และในสังคมประชาธิปไตย อำนาจมาพร้อมกับความรับผิดชอบ ณ วันนี้คนกลุ่มหนึ่งในสังคมไทย มีอำนาจและปราศจากความรับผิดชอบใด ๆ มีคนที่มีอำนาจและไม่ถูกตรวจสอบ ปัญหาคือ ถ้าเสื้อแดงกลับมาแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ จัดวางระบบสังคมใหม่ เอาอำมาตย์ เอาทหารออกไป ผมคิดว่าคนกลุ่มนี้ไม่ยอม” ธนาธรให้สัมภาษณ์กับมติชนสุดสัปดาห์
       
       ทั้งนี้ หากพิเคราะห์จากตัวตนและแนวคิดของธนาธรตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาแล้ว คำว่า 'โค่นอำมาตย์' ในความหมายของเขาคงไม่ใช่แค่การโค่นล้มประธานองคมนตรี เช่น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ แต่น่าจะหมายถึงผู้ที่อยู่ในฐานะสูงกว่านั้น เพราะบทความแต่บทแต่ละตอนของ 'ฟ้าเดียวกัน' นั้นล้วนพุ่งโจมตีต่อสถาบันกษัตริย์โดยตรง
       
       แม้แต่ในหมู่เพื่อนๆต่างรู้กันดีว่า ธนาธรมีมุมมองที่เป็นลบต่อสถาบันสูงสุดของไทยมานานแล้ว
       
       'กิตติยศ ไผ่เรือง' เพื่อนนิสิตซึ่งเรียนปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นเดียวกับธนาธร พูดถึงไพร่หมื่นล้านคนนี้ว่า
       
       “ เอกเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ค่อยฟังใคร คิดว่าความคิดของตัวเองถูกต้องที่สุด และด้วยความที่เป็นคนเรียนเก่ง ไหวพริบดี อ่านหนังสือเยอะ แต่บางครั้งพอไปอ่านเจอตำราเรื่องราวบางอย่างที่ตัวเองเชื่อ เช่น ประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส รัสเซีย ซึ่งมีการโค่นล้มระบอบกษัตริย์ ก็เลยคิดว่ามันใช่นะ เขามองว่าการค้าเสรีมันทำให้เศรษฐกิจดี ซึ่งเอกเขาเป็นนายทุนไง เขาจะมองในแง่นี้อยู่แล้วว่าอะไรที่ทำให้ระบบทุนนิยมขับเคลื่อนได้ช้าก็เป็นสิ่งไม่ไม่ดี เขามองว่าระบอบกษัตริย์เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ช้า คือพวกฝ่ายซ้ายบางคนไม่ได้ต่อต้านกษัตริย์โดยตรงนะแต่เขามีความเชื่อบางอย่างเกี่ยวกับการทำธุรกิจหรือแนวความคิดแบบทุนนิยม ซึ่งอาจจะมองว่าเห็นแก่ตัวก็ได้ ”
       
       กล่าวได้ว่า ธนาธรนั้นก็ไม่ต่างจาก 'ซ้ายอกหัก' อีกหลายคน ที่นอกจากไม่เคยลุกขึ้นมาต่อต้านการคอร์รัปชั่นซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดช่องว่างทางชนชั้นในสังคมแล้ว เขายังยินดีร่วมมือกับทุนสามานย์แห่งระบอบทักษิณที่เหิมเกริมจนถึงขั้นต้องการสถาปนารัฐไทยใหม่ ด้วยจุดมุ่งหมายเพียงประการเดียว นั่นคือ 'ผลประโยชน์' ของตนเองและพวกพ้อง
 
 
 
 
 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 26 เมษายน 2553, 11:01:58
โปรดใช้วิจารณญาณ ในการอ่าน เท็จจริง เร็ววันคงได้รู้

เพื่อนส่งมาบอกว่า

วันนี้ได้คุยกับเพื่อนเรื่อง งาน บังเอิญคุยเรื่องการเมืองกันแถมท้าย เพื่อนเล่าให้ฟังว่า นายแพทย์ที่เป็นเพื่อนกับแม่เขาเป็นทีมรักษามะเร็งให้ทักษิณอยู่ ข่าวลือต่างๆที่ออกสื่อนั้น เป็นเรื่องจริง

จริงๆแล้ว ผมก็ถามว่าทำไม่ไม่ไปรักษาต่างประเทศ เช่น อเมริกา เพื่อนบอกว่า ไป อเมริกาไม่ได้ ตามแพทย์เขาก็ ไม่มา จริงๆแล้ว แพทย์ไทยเก่งสุดๆอยู่แล้ว เป็นรองก็ อเมริกาเท่านั้น

เพื่อนก็เล่าต่ออีกว่า ที่ทักษิณมา เขมรก็เพราะ จะมารักษาตัวไปตามแพทย์ให้มารักษาง่ายและเร็วหน่อย เท่านั้น

จริงๆ ก็น่าจะอาการดีขึ้นแล้วแล้ว เพราะ รักษาด้วย ฟังแร่กัมมันตภาพรังสี นั้นคือ เรเดี่ยม แต่พระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรีคงจะมีจริง เพื่อนก็บอกเช่นนั้น เหมือนกัน ปรากฏว่า เรเดี่ยม แตก ซึมเข้ากระเสโลหิต นายแพทย์ ก็งงว่า โอกาศเกิด หนึ่งใน ล้าน ซวยซ้ำซวยซ้อน คนที่รักษา ได้มีเพียง ที่อเมริกาเท่านั้น ครับ แต่ไปไม่ได้ ต้องใช้เครื่องมือ ที่ไม่มีในไทยและประเทศอื่นๆ แพทย์ เลยลงความเห็นว่า ไม่น่าเกิน หกเดือน ก็เลยเป็นข่าวออกมา

พวก แกนนำเสื้อแดง รู้แล้ว ตอนนี้เลย ถ่วงเวลา ดูดเงิน ทักษิณต่อไป กรรม จริงๆ จะตายอยู่แล้วยังจะมาแก้แค้นอีก คงจะบ้าไปแล้วจริงๆ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: หนุน'21 ที่ 26 เมษายน 2553, 19:10:41
ถ้าเป็นอย่างที่พี่ตะวันได้ข่าวมา
ก็น่าจะทำให้เหตุการณ์วุ่นวายตามท้องถนนในช่วงนี้
จะกลับคืนสู่สภาพปรกติในเร็ววัน
ใช่มั๊ยครับ


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Intania๑๖ ที่ 27 เมษายน 2553, 15:08:44
(http://img227.imageshack.us/img227/315/birdinusa.jpg)

คนไทยในสหรัฐฯ แอลเอ - นิวยอร์ค
ต้านคอนเสิร์ต เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตรย์
22 พฤษภาคม 2010 แสดงที่แอลเอ
31 พฤษภาคม 2010 แสดงที่นิวยอร์ค
ตั๋วราคาก็แพง อ้างรายได้ส่วนหนึ่ง ถวายเป็นพระราชกุศล (เพียง10%)
ข่าวลือกันว่า เบิร์ดเคยเอาน้ำดื่มไปแจกพวกเสื้อแดง
แกรมมี่-อากู๋ สนับสนุนทักษิณมาตลอด
ตั๋วขายไม่ออกเลย พธม. มีมากกว่า ส่วนเสื้อแดงในเมกามีน้อยมาก


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: Kittiwit Pk ที่ 27 เมษายน 2553, 18:54:44
(http://img91.imageshack.us/img91/5035/24832384051852917555552.jpg)


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 06 พฤษภาคม 2553, 10:36:08
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คนทรยศและหลอกลวง !??
 

โดย คำนูณ สิทธิสมาน 5 พฤษภาคม 2553 15:11 น. ผู้จัดการออนไลน์
 
 
 
ถ้าเราคาดหวังจากนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะไว้สูง หรืออยากให้ท่านเป็นในสิ่งที่เราอยากให้เป็น ไม่ใช่เป็นในสิ่งที่ท่านเป็น การตัดสินใจยื่นข้อเสนอแผนปรองดองแห่งชาติของท่านเมื่อคืนวันที่ 3 พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการที่พวกเรา....
       
        ถูกหลอก !
       
        ถูกทรยศ !!
       
        แค่ชื่อแผนก็บอกเล่าได้มากแล้ว ท่านเลือกใช้คำว่า “ปรองดอง” แทนที่จะใช้คำว่า “ปฏิรูป” หรือ “ปฏิรูปประเทศ” ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับสมานฉันท์ สามัคคี เป็นกลาง ฯลฯ เฉพาะคำก็ฟังดูดีไม่น่าจะมีอะไรผิด แต่ถ้าพิจารณาจากบริบทของเหตุการณ์ปัจจุบันมันก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่พวกเราจะต้องตั้งคำถามกำลับไปว่า ท่านต้องการให้เกิดความปรองดองระหว่างความถูกกับความผิดหรือ ? ท่านต้องการให้เกิดความปรองดองระหว่างพวกเราที่ต้องการรักษาราชอาณาจักรไทยไว้โดยการปฏิรูปใหญ่กับขบวนการสถาปนารัฐไทยใหม่โดยจุดชนวนสงครามประชาชนหรือ ?
       
        จริงอยู่ ท่านมีกรอบ 5 กรอบมาตั้งเป็นธงนำก่อนจะพูดเรื่องกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ 14 พฤศจิกายน 2553 แต่พูดก็พูดเถอะ ทั้ง 5 กรอบนี้มีน้ำเสียงที่ “ปร่าแปร่ง” อยู่ไม่น้อย
       
        และผมเชื่อเกิน 100 ว่าในวันที่ประกาศท่านยังคงไม่ตกผลึกว่าจะเริ่มนับ 1 ให้เป็นรูปธรรมอย่างไร
       
        ไม่ต้องพูดว่าจะทำให้มันมั่นคงอย่างไรก่อนวันเลือกตั้งใหม่
       
        ผู้คนหลายกลุ่มหลายเหล่ารวมทั้งผมที่เสนอเรื่องปฏิรูปประเทศ ต้องการให้รัฐบาลใช้วิกฤตนี้เป็นโอกาสในการแก้ปัญหาที่รากฐาน และให้เป็นองค์รวมของข้อเสนอทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่กว่าและก้าวหน้ากว่าข้อเสนอแบบมีวาระซ่อนเร้นของคนเสื้อแดง การปฏิรูปประเทศที่ว่านี้ขอเพียงให้รัฐบาลเปิดเวทีให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม โดยมีวิธีการตั้งแต่ตั้งขั้นต่ำ ๆ ก็ตั้งกรรมการอิสระตามนโยบายข้อ 1.1.3 ของรัฐบาลเอง ไปจนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 1 ประเด็นเปิดให้มีหมวดพิเศษว่าด้วยการปฏิรูปประเทศเพื่อเป็นหลักประกันการเดินหน้าต่อเนื่อง การปฏิรูปประเทศที่ว่านี้จะไม่ผูกติดอยู่กับการแก้ปัญหาการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย การก่อการร้ายที่แฝงเข้ามา และการจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบัน เราเชื่อว่าข้อเสนอทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่กว่าและก้าวหน้ากว่าที่จะต้องเดินหน้าเป็นรูปธรรมทันทีนี้จะตอกย้ำชัยชนะทางการเมืองของรัฐบาลและสังคมไทยเหนือแกนนำคนเสื้อแดงที่เห็นชัดแล้วหลังกรณีบุกโรงพยาบาลจุฬาฯให้มีน้ำหนักขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
       
        เมื่อชนะทางการเมืองแล้ว การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องการชุมนุมจะง่ายขึ้นมาก
       
        และไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยการนองเลือด !
       
        เราเสนอให้รัฐบาลประกาศแผนปฏิรูปประเทศ ไม่ใช่ประกาศวันเลือกตั้งใหม่
       
        ความปรองดองจะเกิดขึ้นตามมาภายใต้กระบวนการปฏิรูปประเทศตามแผน และการเลือกตั้งใหม่จะเกิดตามมาเอง
       
        เราเสนอ 2 ด้านที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ในด้านการแก้ปัญหาการชุมนุม ก็ไม่ไปขีดเส้นให้รัฐบาลว่าต้องทำให้จบภายในวันวันนั้นวันนี้ จะอีกกี่วันกี่สัปดาห์สุดแท้แต่ความเหมาะสมและผลึกของสถานการณ์ที่จะตกตะกอนเอง เช่นเดียวกับที่เราไม่ปฏิเสธการเลือกตั้งใหม่ซึ่งเป็นเรื่องการเมืองของนักการเมือง ขอเพียงแต่อย่าไปกำหนดล่วงหน้า
       
        เราบอกแล้วว่าการตกลงเรื่องวันเลือกตั้งใหม่ว่าจะทันทีหรือจะ 9 เดือน 6 เดือน 1 เดือน รัฐบาลแพ้ทั้งนั้น
       
        ไม่ใช่แพ้เลือกตั้ง แต่แพ้ทางการเมือง !
       
        วันนี้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะแปรสภาพเป็นรัฐบาลสุรยุทธ จุลานนท์ 2 ไปแล้ว ตรงที่ยังไม่ทันทำอะไรก็กำหนดวันเลือกตั้ง
       
        ประกาศชื่อแผนออกมาก็แพ้ทางการเมืองไปขั้นหนึ่งแล้ว เพราะแสดงว่าคุณไม่ได้จะสู้ แต่จะปรองดอง พอกรอบ 5 กรอบตามออกมาด้วยสภาวะไร้รูปธรรมและยังไม่เกิดขึ้นทันทีแถมยังปร่าแปร่งอีกต่างหาก มันก็แพ้ขั้นที่สอง สุดท้ายพอระบุวันเลือกตั้งออกมาชัดเจนพร้อมกันก็คือแพ้ขั้นที่สาม
       
        ทุกฝ่ายไม่ได้พูดถึง 5 กรอบ แต่พูดกันเฉพาะเรื่องเลือกตั้ง !
       
        ความปร่าแปร่งของ 5 กรอบนี้หลายคนอาจไม่สังเกตเห็น ผมขออนุญาตชี้ประเด็นโดยสังเขปนะ
       
        กรอบ 1 เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ ท่านพูดคลุม ๆ แต่ก็มีนัยให้คนคิดได้ว่าไม่ต้องการให้ทุกฝ่ายนำประเด็นเรื่องสถาบันพระมหากษัตรริย์เข้ามาเป็นส่วนในข้อต่อสู้ทางการเมือง หมายถึงดำเนินคดีกับกลุ่มผู้จาบจ้วงน่ะแน่นอน ไม่สงสัย แต่ฝ่ายพิทักษ์ปกป้องนี่ในความเห็นลึก ๆ ของท่านนายกฯก็ควรให้หยุดพูดด้วยหรือเปล่า
       
        กรอบ 3 เรื่องการปฏิรูปสื่อ นอกจากโทรทัศน์และวิทยุชุมชนฝ่ายเสื้อแดงที่หยุดไปแล้ว ท่านจะเอายังไง ? ASTV อยู่ในข่ายต้องปรับตัวด้วยใช่ไหม ? เรื่องนี้ไม่ว่ากัน แต่กรณีช่อง NBT ของรัฐเองล่ะ รายการของอาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อาจารย์เสรี วงษ์มณฑา แทนคุณ จิตต์อิสระ สันติสุข มะโรงศรี และ ฯลฯ ต้องถูกถอดหรือลดเวลาลงด้วยหรือเปล่า ก็นี่จะ “ปรองดอง” กันแล้วนี่
       
        กรอบ 5 เรื่องการเมืองของนักการเมือง ท่านคิดจะนิรโทษกรรมให้นักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีเพราะโดนยุบพรรคทั้งกลุ่ม 111 และกลุ่ม 109 ด้วยใช่ไหม เพื่อตามใจพรรคร่วมรัฐบาล
       
        ไม่ต้องพูดถึงกรอบ 2 การปฏิรูปประเทศและกรอบ 4 การตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ยังไร้รูปธรรม
       
        ท่านนายกฯเสียโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตไปแล้ว !
       
        ตรงทาง 2 แพร่ง ระหว่างทางไปสู่ความเป็นรัฐบุรุษ กับทางไปสู่ความเป็นนักการเมืองดาด ๆ อีกคนหนึ่ง เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา ท่านประกาศแล้วว่าเลือกทางหลัง !!
       
        เพลวันนั้น ผมอภิปรายว่าท่านนายกฯจะเดินแหกกรอบ “การเมืองที่ล้มเหลว” ตามที่ท่านประกาศไว้เมื่อแรกรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2551 ได้มีอยู่หนทางเดียว คือใช้กุญแจวิเศษดอกที่ชื่อพลังศรัทธาของพี่น้องประชาชน ที่จะเกิดขึ้นจากแนวทางที่ถูกต้องในการปฏิรูปประเทศประกาศออกมาจากปากและท่าทีท่วงทำนองที่อุดมไปด้วยเสน่ห์สาธารณะของท่าน
       
        ท่านนั่งฟังอยู่อย่างตั้งใจ แต่ปรากฏการณ์หลังจากนั้นทำให้ผมเชื่อว่าท่านฟังแต่ไม่ได้ยิน
       
        เพราะพิสูจน์แล้วว่าท่านใช้กุญแจสนิมเขรอะดอกเดิม
       
        จากนี้ไปเราจะเห็นวิถีทางเดิม ๆ ของนักการเมืองที่ชาญฉลาดในการเลือกตั้ง ย้ายผู้ว่าฯย้ายนายอำเภอ ย้ายตำรวจ ย้ายข้าราชการ จัดงบประมาณลงพื้นที่ ที่จะเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้ง ทั้งอำนาจรัฐ และอำนาจเงิน ที่คิดว่าจะเอาชนะพรรคเพื่อไทยให้ได้มากที่สุด เราจะเห็นพรรคประชาธิปัตย์ต้องเป็นเบี้ยล่างนายเนวิน ชิดชอบ นายบรรหาร ศิลปอาชา และนายอะไรต่อมิอะไร มากขึ้น
       
        เราถูกหลอกและถูกทรยศจากนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหรือไม่ ขึ้นอยู่กับจริตและมุมมองของแต่ละท่าน ไม่ว่ากัน
       
       แต่ในประเด็นนี้เราทำอะไรไม่ได้....นอกจาก....
       
       เลิกหลอกตัวเองว่านายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจะเปลี่ยนแปลงตัวเองจากสิ่งที่ท่านเป็นมาเป็นในสิ่งที่เราอยากให้เป็น !
 
 
 
 
 
 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 06 พฤษภาคม 2553, 11:20:49
มาร์คเอ๋ยมาร์ค
รายงานข่าวโดย: ณ กาฬ 06 พฤษภาคม 2553 เวลา 05:59 น.postoday online


แผนปรองดองแห่งชาติ เหมือนจะทำให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถูกขนาบด้วยแรงบีบทั้งสองด้าน

ด้านแรก-แดง ยังไม่ถอยทัพ พร้อมกับได้ทีกระโดดขี่คอสั่งการให้อภิสิทธิ์ไปคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล ไปคุยในพรรคประชาธิปัตย์ถึงแผนสันติภาพที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ในเดือนพฤศจิกายนเสียก่อน แล้วค่อยมาเจรจากับแดง

นอกจากนั้น แดงยังสำทับอีก ต้องการให้อภิสิทธิ์ กำหนดให้ชัด จะยุบสภาฯวันไหน ถึงจะตัดสินใจสั่งถอย

ใครได้เปรียบ-เสียเปรียบ ก็ดูเองแล้วกัน

ส่วนแรงบีบอีกด้าน มาจากกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการยุบสภาฯ

กลุ่มเหล่านี้เคยอยู่ข้างอภิสิทธิ์ และให้กำลังใจอภิสิทธิ์

แต่วันนี้ ไม่ใช่เสียแล้ว

เพราะกลุ่มดังกล่าวรับไม่ได้กับการตัดสินใจที่เหมือนกับการยุบสภาฯเอาหน้ารอดของอภิสิทธิ์

เหตุผลเนื่องจากความรู้สึกของคนในชาติถูกปลุกเร้าอย่างรุนแรงด้วยข้อมูลของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน --ศอฉ. ในประเด็นขบวนการล้มเจ้าที่เกี่ยวพันกับแกนนำแดงเป็นโขยง

สำหรับคนไทย ความมั่นคงของสถาบันกษัตริย์ ต้องทำทุกอย่างให้เด็ดขาด รู้ดำ-รู้แดง ใครผิดก็ต้องว่าผิด ถูกก็ต้องว่าถูก ไม่มีคำว่าปรองดองอย่างเด็ดขาด

ทว่าลีลาการปรองดองของอภิสิทธิ์ นั้น กำลังทำราวกับว่าจะโน้มตัวลงไปจูบปากกับแกนนำแดง

แค่คิดก็เสียวซ่านสะท้านทรวง

อย่าลืมแกนนำหลายคนถูกเอาปูนแดงป้ายหัวอยู่ในขบวนการล้มเจ้า

คนจำนวนมากจึงไม่เห็นด้วยกับแผนปรองดองของอภิสิทธิ์ และมองเห็นว่า แม้จะยุบสภาฯปัญหาก็ไม่จบ

พ่อรูปหล่อ จะหลอกลวง ทุรยศ รักที่ให้แล้วฤา ?

และงานนี้ถ้าทำไม่ดี ปฏิกริยาย้อนกลับอาจเกิดขึ้นได้ทันที ทำนอง อภิสิทธิ์ กับ ขุนทหารไล่ตั้งแต่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เอาสถาบันหลักมาเล่นการเมืองในคดีล้มเจ้าหรือเปล่า ???

เพราะเคยชี้หน้าแกนนำแดง อยู่ในข่ายล้มเจ้า แต่จู่ๆ ก็จะมาจับมือถือแขนร้องรำทำเพลง พลอดรักปรองดองกันดื้อๆ

อภิสิทธิ์เอ๋ยอภิสิทธิ์ ...



หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: เจตน์ ที่ 06 พฤษภาคม 2553, 16:08:39
เสียดายภาษีที่จ่าย...

เสียดายเงินบำรุงพรรคการเมือง...

เสียดายความรู้สึก...



หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 03 กรกฎาคม 2553, 12:25:09
วันที่ 02 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 22:39:39 น.   มติชนออนไลน์

รัฐบาล ไม่ให้ราคา"อัมสเตอร์ดัม"ตีปี๊บแค่ให้คุ้มค่าจ้าง .

สภาสหรัฐหนุนแผนปรองดองรัฐบาล


สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ว่าสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ มีมติเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ด้วยเสียงท่วมท้นสนับสนุนแผนการแก้ไขวิกฤตการเมืองของไทย 411 ต่อ 4 เสียง สนับสนุนให้ไทยแก้ปัญหาวิกฤตการเมืองด้วยสันติวิธีและตามแนวทางประชาธิปไตย นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้พรรคการเมืองทุกพรรคของไทยหันมาปรองดองกันตามแผนปรองดองแห่ง ชาติ 5 ข้อ ที่นำเสนอโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี


ทั้งนี้ ตามข้อเสนอของนายเอนี ฟาเลโอมาวาเอกา สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการเอเชียแปซิฟิกฯ คณะกรรมาธิการต่างประเทศ ที่แสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในไทย ระบุว่า จากการที่เกิดเหตุความวุ่นวายทางการเมืองขึ้นในไทยจนนำไปสู่สถานการณ์ปัญหา ทางการเมืองที่รุนแรงที่สุดในไทยนับตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา นำไปสู่วิกฤตที่อาจส่งผลกระทบด้านลบต่อทั้งชาวไทย เศรษฐกิจและสังคมของไทย ในฐานะที่สหรัฐอเมริกามีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับประเทศไทยและเป็นมิตรกับ ไทยมานานตั้งแต่ปี 2376 เมื่อสองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างกันขึ้นอย่างเป็นทางการ และความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐยังคงแข็งแกร่งจนถึงปัจจุบัน

  
ทางสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ จึงมีความเห็น 2 ข้อต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย ข้อแรก ขอให้ทุกพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้นในไทย ยุติการใช้ความรุนแรงและให้คำมั่นว่าจะแก้ปัญหาการเมืองด้วยสันติวิธี ตามแนวทางประชาธิปไตย ข้อ 2 พรรคการเมืองทุกพรรคควรจะร่วมมือกันเพื่อหาทางยุติความแตกต่าง โดยใช้หลักการตามแนวทางของแผนปรองดองแห่งชาติ 5 ข้อ ที่เสนอโดยนายกฯที่ให้เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์, ทำการปฏิรูปการเมือง และแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม


บัวแก้วคุยเป็นผลงานป้อนข้อมูล


น.ส.วิมล คิดชอบ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ข้อมติของสภาผู้แทนฯสหรัฐซึ่งนำเสนอโดยนายฟาเลโอมาวาเอกา มีสาระสำคัญสนับสนุนให้ทุกฝ่ายในวิกฤตการเมืองไทยปฏิเสธการใช้ความรุนแรงและ แก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีตามกระบวนการประชาธิปไตย และแก้ไขความแตกต่างบนพื้นฐานของแผนปรองดองของนายกรัฐมนตรี  ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ได้ประสานพูดคุยและให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกสภาผู้แทนฯสหรัฐมาตลอด

 

 

ทั้งนี้ ข้อมติดังกล่าวสะท้อนถึงมิตรภาพระหว่างสองประเทศ และแสดงให้เห็นว่าสหรัฐมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ในไทย ระหว่างการพิจารณาข้อมติดังกล่าวสมาชิกสภาผู้แทนฯสหรัฐยังได้กล่าวสนับสนุน การดำเนินงานของรัฐบาลไทยในการพยายามเยียวยาข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม ประท้วง  พร้อมกับแสดงความเชื่อมั่นต่อการดำเนินการตามแผนปรองดอง รวมทั้งเห็นว่าไทยมีสถานะเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของสหรัฐ ดังนั้น สหรัฐจึงควรสนับสนุนการปรองดองในไทย

 
ปชป.คุยข่ม-ชี้ "นพดล" ล็อบบี้เหลว


 นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามการเดินสายเคลื่อนไหวในต่างประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ใช้ยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศไทย และทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมของประเทศ โดยประสานผ่านเครือข่ายในและต่างประเทศ และบริษัท ล็อบบี้ยิสต์ โดยในส่วนของรัฐสภาสหรัฐมีการประสานงานของเครือข่ายต่างประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงกับบริษัทล็อบบี้ยิสต์ชั้นนำในสหรัฐ เพื่อหวังเปลี่ยนแปลงการเตรียมยื่นญัตติเพื่อลงมติของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ มีการเตรียมการก่อนนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางไปถึง และในระหว่างเดินทางนายนพดลพยายามที่จะพบกับสมาชิกของรัฐสภาด้านต่างประเทศ เพื่อหวังจะเปลี่ยนแปลงประเด็นที่ทางรัฐสภาเตรียมที่จะออกแถลงการณ์ในลักษณะ สนับสนุนแนวทางการดูแลรักษาความสงบ และกระบวนการปรองดองของรัฐบาล แต่ความพยายามไม่สัมฤทธิผลเพราะรัฐสภาของสหรัฐได้ลงมติเป็นแถลงการณ์ด้วย คะแนนเป็นเอกฉันท์ 411 ต่อ 4 เสียง สนับสนุนแนวทางของรัฐบาลใน 5 สาระหลัก ไม่ใช่สนับสนุนเฉพาะกรอบการปรองดองเหมือนอย่างที่นายนพดลบอก

 
ดักคอเดินสายล็อบบี้"อียู"ต่อ

 
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า พรรครับทราบว่าได้มีการเตรียมการที่จะดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับทาง รัฐสภาของสหภาพยุโรป โดยนายนพดลเตรียมเดินทางไปที่กรุงบรัสเซลส์ เพื่อที่ล็อบบี้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดในประเทศไทย พรรคเห็นว่าความร่วมมือของประเทศต่างๆ ถือว่าเป็นสาระสำคัญในการติดตามกระบวนการที่เชื่อมโยงกันกับการก่อความ วุ่นวายที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ในต่างประเทศ และเชื่อว่ากระบวนการที่พยายามดึงเอาองค์กรระหว่างประเทศ หรือประเทศอื่นๆ เข้ามากดดันหรือแทรกแซงการเมืองภายในประเทศนั้นจะไม่สัมฤทธิผล และยืนยันว่ารัฐบาลไทยพร้อมที่จะชี้แจงตามข้อเท็จจริงและให้ความร่วมมือกับ ทุกมิตรประเทศในการที่จะสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับเหตุการณ์ความขัด แย้งในการเมืองภายในประเทศ แม้จะมีเครือข่ายที่พยายามสร้างความเข้าใจในลักษณะอื่น ตามการว่าจ้างของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถือเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักในยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศในขณะนี้
  
เชื่อ"อัมสเตอดัมส์"จงใจดิสเครดิต


ส่วนกรณีนายโรเบิร์ต อัมสเตอดัมส์ ทนายความชาวสหรัฐอเมริกาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทำจดหมายเปิดผนึกถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ปลัดกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เรียกร้องให้ใช้กฎหมายระหว่างประเทศรวมถึงดึงองค์กรระหว่างประเทศมาตรวจสอบ เหตุการณ์การชุมนุมเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานั้น

 

นพ.บุรณัชย์กล่าวว่า  ถือว่าไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมาย โดยมีเจตนาเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมภายในประเทศ พรรคเห็นว่าความพยายามที่จะแทรกแซงดังกล่าวซ้ำซ้อนกันกับในส่วนแกนนำ นปช.ที่ทุกคนก็มีทีมทนายความชาวไทย และสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายทุกประการ ทั้งการประกันตัว การเตรียมสำนวนเพื่อต่อสู้ในชั้นศาลและยืนยันว่าทุกคนยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตามมาตรฐานสากล

 

ทั้งนี้ นายอัมสเตอดัมส์ที่จะหยิบเรื่องเหล่านี้มานั้น เพื่อสร้างความเข้าใจผิดจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่นการส่งจดหมายถึงนางพีเลย์ ในฐานะข้าหลวงของสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชน ทั้งๆ ที่ผ่านมานางพีเลย์ได้เคยเขียนแถลงการณ์แสดงความเข้าใจต่อการใช้อาวุธดูแล ความสงบในสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ จึงถือว่าการส่งจดหมายดังกล่าวไปเป็นความพยายามสร้างความเข้าใจผิดอย่างต่อ เนื่องผ่านการขับเคลื่อนของเครือข่ายระหว่างประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ผ่านทั้งบริษัทล็อบบี้ยิสต์และทนายความและนายนพดลด้วย


"สุเทพ"ร่วมตีปี๊บ"น่าชื่นชมยินดี"

  
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คิดว่าฝ่ายต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศน่าจะชื่นชมยินดี หลังเห็นลู่ทางในการทำให้เหตุการณ์ต่างๆ คลี่คลายไปในทางที่ดี ประชาชนมีความรักและปรองดองกัน สมมุติถ้าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดในประเทศอื่น หากคนไทยได้ยินข่าวคงจะรู้สึกพอใจและยินดีไปด้วย ไม่มีใครที่สติดีจะคิดร้ายต่อประเทศอื่น โดยส่วนตัวคิดว่ากลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับโรดแมปมีไม่มาก แต่มีคนกลุ่มหนึ่งไม่ต้องการให้การปรองดองสำเร็จ เพราะถ้าคนรักใคร่ปรองดองและสามัคคีกัน กลุ่มของตนจะเสียประโยชน์ คนพวกนี้หาประโยชน์จากความแตกแยกและความบาดหมางของคนในชาติ คนกลุ่มนี้เป็นคนเล็กน้อยเพียงหยิบมือเดียว ดังนั้น คนไทยในฐานะเจ้าของประเทศก็ต้องออกมาแสดงพลัง


"อัมสเตอร์ดัม" แค่ทำงานคุ้มค่าจ้าง


นายสุเทพกล่าวถึงจดหมายเปิดผนึกของนายอัมสเตอร์ดัมว่า ยังไม่เห็นจดหมาย เรื่องที่นายอัมสเตอร์ดัมมาเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูล ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ขอยืนยันว่ารัฐบาลจะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และมีหน้าที่รายงานต่อคนไทยในฐานะเจ้าของประเทศว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร นายกฯจึงตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงฯ ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน ขึ้นมาสอบสวน

 

"รัฐบาลไม่มีหน้าที่ต้องไปรายงานนายอัมสเตอร์ดัม ผมไม่มีหน้าที่ต้องชี้แจงนายอัมสเตอร์ดัม เพราะเขาเป็นลูกจ้างของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่ผู้มีหน้าที่มาสั่งการอะไรกับผมหรือรัฐบาลไทย ไม่ว่าจะขอในนามใครก็แล้วแต่ "นายสุเทพกล่าว


ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่านายอัมสเตอร์ดัมคาดหวังจะเอาคำตอบจากรัฐบาลจริง หรือต้องการประจานรัฐบาลไทยเท่านั้น นายสุเทพกล่าวสวนทันควันว่า "เขาทำงานแลกกับเงิน เขาทำงานรับใช้ ดร.ทักษิณ เขาก็ทำไปตามนั้น ส่วนผมมีหน้าที่รับผิดชอบต่อประชาชนคนไทย ต่อประเทศไทย ส่วนที่มีการขู่จะฟ้องศาลโลกนั้น ไม่มีอะไรต้องกังวล พวกนี้ก็สร้างภาพไปเรื่อย ตีปี๊บไปเรื่อย ทำให้คุ้มค่าเงินที่เขาว่าจ้าง"
 
 
แฉที่แท้ใช้ล็อบบี้ยิสต์ "บีจีอาร์"

 
นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย กล่าวว่า การที่นายนพดลอ้างว่าไปพบ ส.ว.สหรัฐ 3-4 คน เท่าที่ทราบมาคือไม่ได้พบ และการเดินทางไปสหรัฐก็เป็นความพยายามใช้ล็อบบี้ยิสต์ในการนำเสนอข่าว ทราบว่าบริษัทล็อบบี้ยิสต์ที่ใช้ไม่ได้มีชื่อตามที่สื่อมวลชนไทยนำเสนอ แต่มีชื่อย่อว่าบีจีอาร์ ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่อดีตคนในรัฐบาลก่อนๆ เคยใช้



นายสัก กอแสงเรือง นายกสภาทนายความ ออกแถลงการณ์ เรื่อง จดหมายเปิดผนึกของนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมว่า สภาทนายความเห็นว่าการกระทำของนายโรเบิร์ต เกินกว่าหน้าที่ของทนายความที่ถือปฏิบัติกันโดยทั่วไป ทั้งในระดับสากลและโดยเฉพาะในประเทศไทย

 
"มาร์ค" ชูประชาคมโลกเข้าใจไทย


 
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีสภาคองเกรสของสหรัฐมีมติสนับสนุนแผนปรองดองของรัฐบาลไทยว่า เป็นการยืนยันสิ่งที่เคยย้ำและเชื่อมั่นว่ารัฐบาลและองค์กรต่างๆ ของต่างประเทศมีความเข้าใจที่ดีต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมองเห็นว่าแนวทางที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่จะเป็นแนวทางที่มีโอกาสใน การแก้ไขปัญหาได้ แต่อาจจะมีองค์กรบางส่วนที่ต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติม แต่ส่วนใหญ่ของภาครัฐของประเทศต่างๆ จะมีความเข้าใจที่ดี


 "การเคลื่อนไหวของทนายทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศที่เคลื่อนไหวให้ กับคุณทักษิณ ก็คงเคลื่อนไหวต่อไป ไปห้ามการเคลื่อนไหวไม่ได้ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่สภาสหรัฐมีมติออกมาก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่า ความจริงแล้วความเข้าใจพื้นฐานของประชาคมโลกก็เป็นไปในทางบวก" นายอภิสิทธิ์กล่าว


 
"อัมสเตอดัม"บิดเบือนข้อมูล


 
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการให้ข้อมูลนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ที่มีขอเข้ามาทั้งจากคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการ ปรองดองแห่งชาติ ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน และจากศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) นายอภิสิทธิ์ย้อนถามว่า "เขาขอใคร"  เมื่อผู้สื่อข่าว ระบุว่าขอข้อมูลจาก ศอฉ. นายอภิสิทธิ์จึงกล่าวว่า ให้ทาง ศอฉ.พิจารณา แต่ต้องย้ำอีกครั้งว่าบุคคลนี้ก็เป็นลูกจ้างและมีวัตถุประสงค์ชัดเจน อีกทั้งก็เคยเข้ามายังประเทศไทยโดยเลือกที่จะรับทราบและไม่รับทราบข้อมูล บางอย่าง หรือเลือกเผยแพร่เฉพาะข้อมูลบางอย่าง


  "นายอัมสเตอร์ดัมมีวัตถุประสงค์ชัดเจน เคยเข้ามาประเทศและเลือกที่จะไม่รับทราบข้อมูลบางอย่างหรือเผยแพร่ข้อมูล บางอย่าง เช่น มาประเทศไทยและเห็นว่าการชุมนุมมีความชัดเจนว่ามีอาวุธ ก็ยังออกไปพูดยังต่างประเทศว่าตลอดเวลาการชุมนุมไม่มีคนที่ติดอาวุธเลย เป็นต้น ดังนั้น น้ำหนักจึงค่อนข้างน้อย และทำให้เห็นว่าข้อมูลหากเราส่งไปก็อาจจะถูกบิดเบือน แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับทาง ศอฉ." นายอภิสิทธิ์กล่าว

  
หยันรับจ้างเขามาก็ต้องทำตามนั้น

 
เมื่อถามว่า แต่นายอัมสเตอร์ดัมอ้างสนธิสัญญาระหว่างประเทศเพื่อขอข้อมูล นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คงไม่ผูกพันกับนายอัมสเตอร์ดัม เป็นเรื่องระหว่างรัฐกับรัฐ ซึ่งต้องยอมรับว่าเขาต้องพยายามเข้ามาแทรกแซง ต้องดิ้นรนเพราะรับเงินมาทำงานด้านนี้แล้ว วันนี้ไม่ทราบว่านายอัมสเตอร์ดัมเขาอ้างกฎหมายระหว่างประเทศในฐานะอะไร มีองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบหลายองค์กร เป็นผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในลักษณะนี้เข้ามา ซึ่งทั่วไปก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แม้แต่คนที่สนใจมาดูการทำงานของนายคณิตมีหลายองค์กรที่ติดต่อมาก็เป็นความ ร่วมมือกันด้วยดี ไม่มีปัญหา แต่กรณีของนายอัมสเตอร์ดัมแล้วเห็นได้ชัดว่าไม่ได้มีเจตนาในเรื่องที่จะมา ช่วยเหลืออะไร นอกจากการทำงานให้กับนายจ้างเท่านั้น ซึ่งประวัติเขาก็เป็นเช่นนั้นมาโดยตลอด เช่นเดียวกับความเคลื่อนไหวของนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จะเดินทางไปยังสหภาพยุโรปเช่นกัน ก็เป็นเรื่องของคนที่เขามีหน้าที่ได้รับจ้างมาให้ทำอะไรเขาก็ต้องทำตามนั้น


  ผู้สื่อข่าวถามว่า จะสามารถดำเนินการกับบุคคลเหล่านี้ได้หรือไม่ เพราะการดำเนินการส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าหากมีการไปทำอะไรที่เกินเลยเข้าขั้นผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นการกระทำผิดขั้นไหน เป็นการบิดเบือนข้อมูล การพูดความจริงครึ่งเดียว ทุกคนก็ต้องช่วยกันดูและควรจะให้ความเชื่อถือให้พื้นที่กับคนเหล่านี้มากแค่ ไหน อย่างกรณีของนายอัมสเตอร์ดัมเขาก็มีวิธีการที่ใช้มาหลายกรณีแล้ว ที่เคยทำคดีต่างๆ มาเขาจะมีเครือข่าย มีทรัพยากรมากพอสมควร ทำให้ค่าจ้างก็สูงพอสมควร เมื่อถามว่า สมควรที่จะให้เข้าประเทศไทยอีกต่อไปหรือไม่   นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยู่ที่ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่


กษิตซัดมีแต่ฝรั่งเลวแกล้งไม่เข้าใจ


นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อร่วมฉลองครบรอบ 35 ปี ไทย-จีนของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ให้สัมภาษณ์หลังหารือกับนายหยาง เจี๋ยฉือ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนว่า จีนเห็นว่าแผนปรองดองของไทยเป็นฐานสำคัญที่จะทำให้เดินหน้าไปได้ จึงเน้นให้ทราบว่าไทยทำสองอย่างพร้อมกันคือการเดินหน้าในกระบวนการปรองดอง ควบคู่ไปกับกระบวนการยุติธรรม จีนยังสอบถามถึงความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย และได้ชี้แจงไปว่ายังคงมีอยู่บ้าง แต่ไม่ได้เป็นอย่างในอดีต เพียงแต่พยายามเอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ให้ดูครึกโครม จับใจคน ฝรั่งไม่กี่คนก็ชอบ เพราะมันขายข่าวได้


ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายนพดล ปัทมะ เดินทางไปสหรัฐเพื่อชี้แจงมุมมองของกลุ่มเสื้อแดงเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการ เมืองของไทย     นายกษิตกล่าวว่า คงไม่ทำอะไรแล้วเพราะได้ทำไปหมดแล้ว ทั้งเขียนจดหมายถึงฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และอธิบายต่อนายเคิร์ท แคมเบลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ และเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ที่ได้พบหลายครั้ง


�ัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลประชาธิปไตย แต่มีกลุ่มการเมืองที่อยากล้มรัฐบาลนี้ สังคมนี้ และสถาบันนี้ด้วยวิถีทางที่ไม่เป็นประชาธิปไตย หากฝรั่งมังค่าใดที่ไม่เข้าใจแล้วไปให้ท้าย ไอ้ฝรั่งคนนั้นมันก็เป็นคนเลว เป็นคนที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยแต่ไม่ได้เป็นประชาธิปไตย โกหกพกลม หรือเหยียบเรือสองแคมเพื่อเก็บไว้ใช้ในอนาคต แต่รัฐบาลนี้ไม่ยอมให้ใครเข้ามาครอบงำ�นายกษิตกล่าว

 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 03 กรกฎาคม 2553, 22:05:52
  You don't find this in CNN report.
(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/l4zljj-4eb5c6.jpg)

 


Mission complete! UDD, Red shirts protesters steal clothes from department

stores. Protesters cause a riot and set a fire to department stores after leaders
decided to surrender in Rachaprasong.
Bangkok / May 19th 2010
(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/l4zlln-e8fd28.jpg)
 



A man broke into a bank and looking for things for steal. UDD, Red shirts
protester's site in Ding Deng.
Bangkok / May 18th 2010   
(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/l4zlmu-dd1d9e.jpg)



A boy broke into a bank and looking for things for steal. UDD, Red shirts
protester's site in Ding Deng.
Bangkok / May 18th 2010   
(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/l4zlo3-26dceb.jpg)



UDD, Red shirts protesters throw ping pong bombs during crackdown by
government troops in Rachaprasong.
Bangkok / May 19th 2010   
(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/l4zlox-7b35b2.jpg)


UDD, Red shirts protesters prepare ping pong bombs during crackdown by
government troops in Rachaprasong.
Bangkok / May 19th 2010   
(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/l4zlps-6d15fe.jpg)



UDD, Red shirts protesters cause a riot and set a fire to department stores
after leaders decided to surrender in Rachaprasong.
Bangkok / May 19th 2010   
(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/l4zlqq-3696d5.jpg)



UDD, Red shirts protester throw a bomb. Protester cause a riot and set a fire
to department stores after leaders decided to surrender in Rachaprasong.
Bangkok / May 19th 2010   
(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/l4zlt7-ac5917.jpg)


UDD, Red shirts protesters cause a riot and set a fire to department stores
after leaders decided to surrender in Rachaprasong.
Bangkok / May 19th 2010   
(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/l4zlu5-d71e6b.jpg)


UDD, Red shirts protesters try to steal clothes from department store.
Protesters cause a riot and set a fire to department stores after leaders
decided to surrender in Rachaprasong.
Bangkok / May 19th 2010   
(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/l4zlv9-2ca40e.jpg)


UDD, Red shirts protesters stole a cash box from department store.
Protesters cause a riot and set a fire to department stores after leaders
decided to surrender in Rachaprasong.
Bangkok / May 19th 2010
(http://www.cmadong.com/imageupload/2010_Cmadong-Image/data/image/l4zlw1-3efc14.jpg)
 

 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 05 กรกฎาคม 2553, 09:27:14
วันที่ 05 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 05:09:09 น.   มติชนออนไลน์

เปิดปมเงื่อน 2รัฐมนตรีบิ๊กเนม ถอนเงินสดๆ จากแบงก์40ล้าน ไฉน! แจ้งป.ป.ช. มีทรัพย์สินแค่จิ๊บจ๊อย

     

     กรณีศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) มีคำสั่งห้ามทำธุรกรรมทางการเงินนักการเมือง 2 คนจากทั้งหมด 152 ราย  คือนาย สันติ พร้อมพัฒน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ นายไชยา สะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการการกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากพบว่ามีความเคลื่อนไหวทางการเงินผิดปกติ

      นายสันติ พร้อมพัฒน์ และ นายไชยา สะสมทรัพย์ ต่างปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเป็นท่อน้ำเลี้ยงสนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดง

     นายสันติ กล่าวภายหลังเข้าชี้แจงธุรกรรมการเงินต้องสงสัยต่อพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เมื่อวันที่ 1  กรกฎาคม สรุปว่าได้ถอนเงินสดออกมาเก็บไว้กับตัว เพราะรัฐบาลจะทำอะไรก็ได้ จึงต้องมีเงินสดสำรองไว้ที่บ้าน จึงเบิกถอนเงินออกจากธนาคารครั้งละ 1-2 ล้านบาท ประมาณ 3-4 ครั้ง มั่นใจว่าสามารถชี้แจงครบถ้วน แต่พนักงานสอบสวนยังติดใจสงสัยในบัญชีเงินเดือน ส.ส. ซึ่งตนจะรวบรวมหลักฐานส่งเข้าชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร 

     ขณะ ที่นายไชยากล่าวว่า มาขอรับประเด็นคำถามเพื่อชี้แจงประเด็นที่พนักงานสอบสวนต้องการทราบในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ อาทิ เรื่องการเบิกถอนเงิน 20  ล้านบาทไม่ใช่เบิกถอนภายในวัน เดียวแต่เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน ที่เบิกมาจัดงานวันเกิดและบริจาคสร้างโรงพยาบาล ซื้อคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียน ซึ่งมีใบอนุโมทนาบัตรแต่ต้องใช้เวลาในการจัดเตรียมเอกสารและสอบถามไปยัง ธนาคารถึงรายละเอียดค่าใช้จ่าย เพราะไม่มีใครจำได้ว่าเมื่อ 9 เดือนที่ผ่านมาใช้จ่ายเงินไปอย่างไร

 

      จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐาน ทางที่เชื่อมโยงได้ว่าการทำธุรกรรมทางการเงินของบุคคลทั้งสองเกี่ยวข้องกับ ท่อน้ำเลี้ยงขกลุ่มคนเสื้อแดง

 

      กระนั้นถ้าดูบัญชีแสดงรายการ ทรัพย์สินและหนี้สินที่ทั้งสองคนยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  จะพบข้อมูลที่น่าสนใจ

     

     นายสันติ ตอนพ้นตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ครบ 1 ปี วันที่ 25 กันยายน 2552 แจ้ง ป.ป.ช.มีทรัพย์สิน 7,331,278 บาท ในจำนวนเป็นเงินฝาก 2 บัญชี  1,451,278 บาท  หนี้สิน 9,277 บาท  ส่วนนางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ คู่สมรส มีทรัพย์สิน 14,077,391 บาท ในจำนวนนี้เป็นเงินฝาก 3  บัญชี 4,943,066 บาท หนี้สิน 220,979 บาท

     ก่อนหน้านี้ ตอนรับตำแหน่ง ส.ส.วันที่ 22 มกราคม 2551 นายสันติแจ้งต่อ ป.ป.ช.มีทรัพย์สิน 7,583,115 บาท    หนี้สิน 121,504,765  บาท  มีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน 113,921,650  บาท  ในจำนวนนี้แจ้งว่ามีเงินฝากธนาคารเพียง 603,115 บาท ไม่มีคู่สมรส (แจ้งว่าหย่า นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ อดีตภรรยา)

       ตอน รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยุครัฐบาล วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2551 แจ้งว่ามีทรัพย์สิน 7 ล้านบาทเศษ หนี้สิน 121.6 ล้านบาท มีเงินฝาก 2 บัญชีเพียง 114,079  บาท  (แจ้งว่าหย่า-นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์อดีตภรรยา)

       แสดงว่าขณะยื่นบัญชีฯต่อ ป.ป.ช.แต่ละครั้ง นายสันติมีเงินฝากเพียง  1 แสนบาทเศษ , 6 แสนบาทเศษ และ 1.4 ล้านบาทเศษตามลำดับ

       

      ขณะที่นายไชยาตอนพ้นตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ครบ 1 ปี วันที่ 25 กันยายน 2552  ระบุมีเงินฝาก 5 บัญชีรวม 3,226,644 บาท จากทรัพย์สิน 5,711,901 บาท นางจุไรภรรยามีเงินฝาก 9 บัญชีรวม  4,553,410 บาท จากทรัพย์สินรวม 75,209,410 บาท  นาง จุไรมีหนี้สิน 1,511,530 บาท

      ก่อนหน้านี้ตอนพ้นตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขครบ 1 ปี วันที่ 7 มีนาคม 2552 ระบุ มีเงินฝาก 6 บัญชี  1,086,730 บาท  ไม่ มีหนี้สิน นางจุไรมีเงินฝาก 9 บัญชี 4,878,895 บาท จากทรัพย์สิน 76,034,895 บาท หนี้สิน 2,043,396 บาท

      แสดงว่าขณะยื่นบัญชีฯต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช.แต่ละครั้งนายไชยามีเงินฝาก  1 ล้านบาท และ 3.2 ล้าน บาทตามลำดับ

     

      และถ้าย้อนไปดูคำสั่ง "แช่แข็ง" ทางการเงินต่อบุคคลทั้งสองคนจะพบว่า

      กรณีนายสันติ มีข้อมูลระบุว่าดีเอสไอได้ตรวจสอบพบว่าในช่วงเดือนกันยายน 2552 –พฤษภาคม 2553 มีการโอนเงินเข้าใน บัญชีธนาคารของนายสันติประมาณ 21.5 ล้านบาท และถอนเงินออกจากบัญชีภายใน  9  วัน

       กรณีนายไชยา ในช่วงเวลาเดียวกัน มีการทำธุรกรรมกับสถาบันการเงิน โดยมียอดเงินหมุนเวียนประมาณ  40 ล้านบาท (ฝากประมาณ 18  ล้านบาท ถอนประมาณ  19 ล้านบาท) ซึ่งมีการฝากถอนเงินเกือบทุกวัน

     

        ในการยื่นบัญชีฯต่อ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2552 (ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับ ที่ ดีเอสไอตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงิน) นายสันติแจ้งว่ามีรายได้ "เงินเดือน" ส.ส.จากเดือนมกราคม-ตุลาคม 2552 จำนวน 1,076,954 บาท  ส่วน นางวันเพ็ญมีรายได้ ในช่วงเดียวกัน 1,251,960 บาท

        ไม่มีรายได้อื่น

        ขณะที่นายไชยาในการยื่นบัญชีฯ เดือนมีนาคม 2552 แจ้งว่ามีรายได้เงินเดือนจากเอกชน 2,400,000 บาท

       

        เงื่อนปมที่น่าสนใจก็คือ นายสันติแจ้ง ป.ป.ช.ว่ามีรายได้จากเงินเดือน ส.ส. ประมาณเดือนละ 1 แสนบาท  ไม่มีธุรกิจอื่น กลับมีเงินโอนเข้าในบัญชีเงินฝาก 21.5  ล้านบาท

        ขณะที่นายไชยา แจ้ง ป.ป.ช.ว่ามีเงินลงทุนเพียงไม่กี่แสนบาท  มีรายได้ เงินเดือนจากเอกชน 2.4 ล้านบาท  แต่ บัญชีเงินฝากธนาคารมีกระแสเงินหมุนเวียนมากถึง 40 ล้าน บาท

 

        นอกจากถูกดีเอสไอตรวจสอบความเชื่อมโยงกับท่อน้ำ เลี้ยงแดงหรือไม่แล้ว

        อีกด้านหนึ่งอาจถูกตั้ง คำถามด้วยว่า ยื่นบัญชีฯต่อ ป.ป.ช.  ครบถ้วนหรือไม่?
[/color]

               ..............


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 06 กรกฎาคม 2553, 19:27:07
วันที่ 05 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 17:20:30 น.   มติชนออนไลน์

วิเคราะห์ปัญหาเรื่องสัญชาติ กรณีการขอตัว "พ.ต.ท.ทักษิณ"เป็นผู้ร้ายข้ามแดน

โดย ... วิชัย ศรีรัตน์ ศูนย์กฎหมายสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช




ดู เหมือนว่าปัญหา "สัญชาติ" ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลายเป็นประเด็นปัญหากฎหมายที่ "ชี้เป็นชี้ตาย" ในเรื่องว่าจะนำ พ.ต.ท.ทักษิณมาดำเนินคดีอาญาหรือไม่

บทความนี้ผู้เขียนต้องการแสดง ให้เห็นว่าเรากำลังหลงประเด็น สามเรื่องใหญ่ๆ

หนึ่ง การเข้าใจว่าการที่ พ.ต.ท.ไม่มีสัญชาติไทยแล้วทำให้ศาลไทยไม่มีอำนาจพิจารณาคดี

สอง การเข้าใจว่า "ประเด็นสัญชาติ" เป็นประเด็นหลักในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งจริงๆ มิใช่ทั้งหมด

สาม เข้าใจว่าถ้าไม่มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณจะไม่ถูกไต่สวนความผิด

และไม่ต้องรับผิดใดๆ "ถ้า" เขาทำผิด

ความเสียหายเกิดในไทย : ทักษิณจะมีสัญชาติไทยหรือไม่-ไม่ใช่ปัญหา

ประเทศไทยมีอธิปไตยทางศาล มาร้อยกว่าปี การที่บุคคลหนึ่ง (ไม่ว่าจะสัญชาติใดๆ) กระทำความผิดในดินแดนไทย หรือทำความผิดต่อประเทศไทย ศาลไทยย่อมมีอำนาจในการพิพากษาลงโทษต่อบุคคลนั้น

ถ้าเราไปพิจารณา เงื่อนไขสัญชาติก่อน กล่าวคือ ให้ศาลของรัฐผู้ที่บุคคลนั้นมีสัญชาติพิจารณาความผิด (ที่ทำลงในประเทศไทย) เท่ากับว่าเราถอยหลังไปใช้หลักสิทธิสภาพนอกอาณาเขตซึ่งไม่มีประเทศไหนใช้ หลักนี้แล้ว

กรณีเช่น คดี ป เป็ด ยืนยันได้เป็นอย่างดี ป เป็ด ซึ่งเป็นคนสัญชาติไทยแต่ทำความผิดในอเมริกา ถือว่ารัฐอเมริกันเสียหาย ศาลอเมริกาย่อมมีอำนาจพิจารณาลงโทษ ป เป็ด โดยไม่ต้องคำนึงว่า ป เป็ด มีกี่สัญชาติ

ดังนั้น ในกรณีนี้ การที่เรากลับไปพิจารณาว่าบุคคลนั้นมีสัญชาติไทย หรือเสียสัญชาติไทย หรือมีกี่สัญชาติ จึง "ผิดประเด็น และไม่มีประโยชน์ใดๆ"

แต่ประเด็น ที่ควรพิจารณาอยู่ที่ว่า (1) ประเทศไทย (รัฐ หรือบุคคล) ได้รับความเสียหายหรือไม่ หรือ (2) ความผิดนั้นกระทำลงในแผ่นดินไทยหรือไม่ หรือ (3) เป็นความผิดสากลหรือไม่

ดังนั้น ถ้าเข้าอย่างหนึ่งอย่างใดในสามข้อข้างต้น ศาลไทยมีอำนาจพิจารณาคดี "ส่วนทักษิณจะมีกี่สัญชาติ ไม่ใช่ปัญหา"

ประเด็นจึงมีเพียงว่า จะนำตัวมาขึ้นศาลได้อย่างไร เพราะเขาอยู่ในอธิปไตยของอีกประเทศ เราจะบุกไปจับตัวมาขึ้นศาลไทยไม่ได้ เมื่อไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน จะให้มอนเตเนโกรส่งตัวให้เฉยๆ ก็ไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นศักดิ์ศรีของรัฐที่จะไม่ทำคำบงการของรัฐอื่น

ดังนั้น ทางปฏิบัติจึงมีหลักถ้อยที่ถ้อยอาศัย "เราจะส่งให้ท่าน ถ้าท่านจะส่งให้เรา" (ซึ่งปัจจุบันหลักนี้ได้แปลงมาเป็นข้อสัญญาหมดแล้ว)

สัญชาติ มอนเตเนโกรหรือไม่ : ปัญหาของการส่งผู้ร้ายข้ามแดน

คดีนี้ อัยการคงไม่ต้องเสียเวลากับการหาข้อมูลเพื่อพิสูจน์สัญชาติไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่น่าจะใช้เวลาในการหาข้อมูลว่าทักษิณ "มีสัญชาติมอนเตเนโกรหรือไม่" เนื่องจากรัฐธรรมนูญมอนเตเนโกร มาตรา 12 บัญญัติว่า

"พลเมืองมอนเตเนโกร (Montenegrin citizen) จะไม่ถูกขับไล่ออกนอกประเทศหรือถูกส่งตัวฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศใด เว้นแต่จะเป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศ"

ประเด็นนี้ต่างจากการ พิจารณาเรื่อง "การมีหรือเสียสัญชาติไทย" ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเป็นประเด็นกฎหมายเรื่อง "การส่งผู้ร้ายข้ามแดน" (ไม่ใช่ประเด็นอำนาจศาลไทยในการพิจารณาคดีอาญา)

นั่นก็คือ รัฐบาลไทยต้องต่อสู้ให้ได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ "ไม่ได้เป็นพลเมืองมอนเตเนโกร" ดังนั้น สิ่งที่อัยการไทยต้องทำคือ พิสูจน์สัญชาติมอนเตเนโกรของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะถ้ารัฐบาลไทยพิสูจน์ได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้มีสัญชาติมอนเตเนโกร เขาก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญ

นั่นคือ มอนเตเนโกรสามารถที่จะส่งตัวให้รัฐอื่นได้ เนื่องจากเขาไม่เป็นพลเมือง (ส่วนข้ออ้างไม่ส่งเนื่องจากสาเหตุด้านสิทธิมนุษยชนก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง)

สัญชาติ มอนเตเนโกร : บนความคลุมเครือ

สัญชาติมอนเตเนโกรของทักษิณ มีความคลุมเครืออยู่พอสมควร ทั้งในแง่ข้อเท็จจริงและแง่กฎหมาย

ใน เรื่องข้อเท็จ ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปใด ว่าทักษิณได้สัญชาติมอนเตเนโกรหรือยัง เพราะมีเพียงคำอ้างของรัฐมนตรีว่าการการต่างประเทศมอนเตเนโกรออกมาชี้แจง ผ่านสื่อว่าทักษิณเป็นพลเมืองของมอนเตเนโกร ซึ่งเป็นแต่เพียงข้อมูลจาก "แหล่งข่าว"

ซึ่งเราจะได้ข้อสรุปข้อเท็จจริงก็ต่อเมื่อรัฐบาลมอนเตเน โกรได้ทำจดหมายแจ้งอย่างเป็นทางการต่อรัฐบาลไทยหรือองค์การตำรวจสากลว่าจะ ไม่ส่งตัวให้ เนื่องจากทักษิณเป็น "พลเมือง" และการส่งพลเมืองขัดรัฐธรรมนูญมอนเตเนโกร (จนถึงวันที่เขียนบทความนี้ ผู้เขียนไม่ทราบว่ากระทรวงการต่างประเทศได้รับการปฏิเสธหรือยัง)

ใน เรื่องข้อกฎหมาย จากการพิจารณากฎหมายสัญชาติมอนเตเนโกร พบว่ายังมีความคลางแคลงใจในประเด็นนี้ กล่าวคือ ตาม "รัฐบัญญัติแห่งมอนเตเนโกรว่าด้วยสัญชาติ" ค.ศ.1999 (montenegro Citizenship Law, Decree No. 01-1982/2) มาตรา 2 ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการได้สัญชาติมอนเตเนโกรไว้ 4 กรณี คือ

(1) โดยสายเลือด (พ่อหรือแม่เป็นคนมอนเต)

หรือ (2) โดยการเกิดในดินแดนของมอนเตเนโกร

หรือ (3) โดยการจดทะเบียน (โดยการขอสัญชาติ)

หรือ (4) โดยสนธิสัญญาพันธไมตรี

จะเห็นได้ ว่าข้ออื่นๆ คงไม่เข้าเงื่อนไขกรณีสัญชาติมอนเตเนโกรของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ข้อที่น่าพิจารณาคือ ข้อ (3) อย่างไรก็ตาม ตามมาตรา 9 รัฐบัญญัติฉบับนี้เองได้ตั้งเงื่อนไขด้านระยะเวลาในกรณีการได้สัญชาติโดยการ จดทะเบียน ซึ่งมีสาระสำคัญว่า

"การได้สัญชาติโดยการจดทะเบียนนั้น บุคคลนั้นจะต้องมีอายุกว่า 18 ปี และพำนักอยู่ในดินแดนมอนเตเนโกรไม่น้อยกว่า 10 ปี ก่อนการขอจดทะเบียน (have rosiding in the Republic of Montenegro not earlier than 10 years prior to applying for citizenship)"

ประเด็นที่สงสัยคือว่า "ทักษิณได้พำนักในมอนเตเนโกรมาครบ 10 ปีแล้วหรือไม่ และมีหลักฐานการขอจดทะเบียนเมื่อใด"

นอกจากนั้น ปัญหาอาจมีว่าทางปฏิบัติมีการให้สัญชาติเฉพาะกรณีแก่บุคคลที่ทำคุณประโยชน์ อย่างยิ่งต่อประเทศ หรือให้เป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ ยังมีความคลุมเครือทางกฎหมายว่า พลเมืองเหล่านี้ถือว่ามีสัญชาติและได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเช่น เดียวกับการได้มาตามมาตรา 2 หรือไม่

ซึ่งเรื่องนี้คงต้องเป็นการบ้าน ของอัยการฝ่ายไทยในการหาข้อมูลพิสูจน์

สัญญาผู้ร้ายข้ามแดน?

: ทางออกถ้า พ.ต.ท.ทักษิณมีสัญชาติมอนเตเนโกร

แม้ว่ารัฐธรรมนูญมอนเต เนโกรมีข้อยกเว้นให้ส่งพลเมืองฐานะผู้ร้ายข้ามแดนได้ภายใต้พันธกรณีระหว่าง ประเทศ ดังนั้น ถ้าประเทศไทยทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับมอนเตเนโกร ก็สามารถขอให้มอนเตเนโกรส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนได้

ซึ่ง ผู้เขียนมีความเห็นว่าไม่น่าเข้าข่ายการใช้กฎหมายอาญาย้อนหลัง ซึ่งเป็นหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เพราะความผิดนั้นได้กระทำลง ขณะที่กฎหมายได้บัญญัติไว้แจ้งชัดว่าเป็นความผิด

แต่การทำสัญญาส่ง ผู้ร้ายข้ามแดนหาใช่ทางออกกรณีนี้ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณสามารถคัดค้านการส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ตามหลักกฎหมายสิทธิมนุษย ชน

(นั่นคือ ข้ออ้างว่าคดีมีเหตุจูงใจทางการเมือง เสี่ยงต่อการถูกทรมาน และสภาพเรือนจำที่เลวร้าย และเสี่ยงต่อโทษประหารชีวิต)

ความเป็นไปได้ : พิจารณาในศาลมอนเตเนโกร

ผู้เขียนเห็นว่าข้อสรุปนี้ "มีความเป็นไปได้มากที่สุด" ด้วยเหตุผลทางกฎหมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัญชาติ หรือเรื่องสิทธิมนุษยชน

คำถามก็คือว่า คดีนี้ศาลมอนเตเนโกรมีอำนาจพิจารณาคดีก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในประเทศไทยหรือ ไม่

คำตอบก็คือ ขึ้นอยู่กับกฎหมายมอนเตเนโกรเรื่องอำนาจศาลเหนือคดีอาญา (Montenegro Criminal Code) และความผิดนั้นต้องเป็นความผิดตามกฎหมายอาญาของมอนเตเนโกรด้วย หรือที่เรียกว่ามีฐานความผิดเหมือนกัน

ซึ่งเท่าที่ผู้เขียนได้ตรวจ สอบ Montenegro Criminal Code มีความสอดคล้องกับประมวลกฎหมายอาญาของไทยหลายประการ ไม่ว่าหลักเรื่องอำนาจศาล เหนือดินแดน เหนือตัวบุคคล หรือเหนือความผิดสากล (มาตรา 134-136) หลักในเรื่องเจตนา และองค์ประกอบความผิด ที่สำคัญคือ "การยุยง ใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิด" (มาตรา 24-25) เป็นความผิดเช่นเดียวกันกับกฎหมายไทย

แต่ที่แตกต่างกันชัดเจนคือ

หนึ่ง อัตราโทษ โทษร้ายแรงสูงสุดในคดีอาญา คือ จำคุกไม่เกิน 30 ปี (ของไทย ความผิดฐานก่อการร้าย ประหารชีวิต)

สอง ความผิดฐานก่อการร้ายไม่มีในประมวลกฎหมายของมอนเตเนโกร แต่ความผิดที่เป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่กฎหมายไทยเรียกว่า "การก่อการร้าย" บัญญัติอยู่ในมาตราต่างๆ เช่น ฐาน การก่อภยันตรายต่อสาธารณะ โดยการวางเพลิง ฯลฯ หรือความผิดฐานฆ่า หรือทำร้ายร่างกาย

(ข้อแตกต่างทางกฎหมายคือ ไม่ต้องมีเจตนาพิเศษเพื่อข่มขู่รัฐบาล ผลคือ คดีง่ายขึ้น แต่ไทยต้องเปลี่ยนข้อหาเป็นความผิดพื้นฐาน)

ประเด็นสุดท้าย

เมื่อ ดูเหตุผลที่ยกมาแล้วจะเห็นได้ว่ามิใช่เรื่องง่ายในการที่จะนำ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นบุคคลที่รัฐบาลเชื่อว่าต้องรับผิดชอบในคดีอาญามาพิสูจน์ความ บริสุทธิ์ และลงโทษในกรณีที่เขากระทำผิด

และถ้านำเหตุผลทั้งหมดมา ผนวกกับการที่ พ.ต.ท.ทักษิณจ้าง GJ Alexander Knoops ซึ่งใครๆ บอกว่าจ้างมาเพื่อฟ้องรัฐบาลไทยฐานละเมิดสิทธิมนุษยชนก็ตาม แต่ถ้าเราได้รู้ว่า Knoops ผู้นี้คือผู้เชี่ยวชาญฝ่าย "จำเลย" ในคดีอาญาระหว่างประเทศ (หนังสือสร้างชื่อของ Knoops คือ Defenses in Contemporary International Criminal Law พิมพ์โดย Martinus Nishoff สำนักพิมพ์ตำรากฎหมายระหว่างประเทศที่ดีที่สุด) ทำให้ผู้เขียนเชื่อว่า ทักษิณเตรียมตัวเป็น "จำเลย" ในศาลมอนเตเนโกรเป็นอย่างดี

นี่คงเป็น คำตอบว่า ทำไมทักษิณเลือกมีสัญชาติมอนเตเนโกร พ.ต.ท.ทักษิณมองเกมได้อย่างทะลุปรุโปร่งและทำการบ้านดี

งาน นี้ "ลากยาว"


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 07 กรกฎาคม 2553, 10:16:05
เบื้องหลังครม.เลิกพรก.ฉุกเฉิน5จังหวัด
ประเด็น:เสื้อแดงจัดชุมนุมใหญ่ , เสื้อแดงจัดชุมนุมใหญ่ , 06 กรกฎาคม 2553 เวลา 22:22 น.
การก่อตัวของคนเสื้อ แดงเมื่อเดือนเม.ย.ปี 52 และยุติลงได้ ก็ทิ้งช่วงเป็นปีถึงมารวมตัวเคลื่อนไหว แต่สำหรับสถานการณ์ขณะนี้ เมื่อเหตุการณ์ยุติลงแล้ว ก็จะมารวมตัวกันใหม่และจะเร็วกว่าเดิม

โดย ทีมข่าวการเมืองposttoday online

แม้ผลการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน( ศอฉ.) จะมีมติให้คงประกาศ พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินต่อไปอีก 3 เดือนใน 24 จังหวัด แต่เมื่อมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วานนี้ ปรากฎว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แหกมติศอฉ. เล็กน้อย ด้วยการขอให้ยกเลิก พรก.ฉุกเฉินใน 5 จังหวัด

เบื้องหลังการหารือในที่ประชุม ครม. เป็นไปความตึงเครียดและนานกว่าหนึ่งชั่วโมง โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงในฐานะผอ.ศอฉ. เปิดฉาก หยิบเอกสารริมแดงของศอฉ. รายงานซึ่งศอฉ.ได้อธิบายสถานการณ์ทั่วไป บทวิเคราะห์  เหตุผลและความจำเป็นในการคงพรก.ฉุกเฉิน 

อย่างไรก็ตามเอกสารศอฉ. มีการแนบข้อเสนอหน่วยงานความมั่นคงหน่วยงานหนึ่ง เห็นควรยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน ใน 4 จังหวัด แต่เมื่อศอฉ.ประชุมแล้วมีมติให้คงพรก.ฉุกเฉินต่อไปทั้ง 24 จังหวัด

นาย สุเทพ กล่าวต่อที่ประชุมว่า  มีหลักฐานค่อนข้าง ชัดเจนมีกลุ่มคนที่ต้องการโค่นล้มรัฐบาลต่อไป มวลชนกลุ่มนี้รู้สึกว่าพ่ายแพ้หลังจากเจ้าหน้าที่รัฐเข้ากระชับพื้นที่การ ชุมนุม พร้อมออกมาก่อการได้ทุกเมื่อ กรณีดังกล่าวสร้างความกังวลต่อฝ่ายรัฐบาลมาก

“ปฏิกิริยาของกลุ่มคนดังกล่าว รู้สึกถึงความพ่ายแพ้  เกลียดชัง ไม่ยอมแพ้รัฐบาล พร้อมก่อการ ขณะเดียวกันมีสถานการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆโดยตลอด นี่คือเหตุผลต้องคงพรก.ฉุกเฉิน 24 จังหวัด ต่อไปอีก 3 เดือน ” นายสุเทพ กล่าว



นายสุเทพ รายงานต่อไปว่า  มวลชนเหล่านี้พร้อมลุกฮือ โดยสื่อเป็นปัจจัยสำคัญ "อีก 1-2 สัปดาห์ คนเสื้อแดงเตรียมเปิดทีวีดาวเทียม เอเชียอัพเดต  เราก็จะเห็นคนหน้าเดิมปรากฎบนจอ โทรทัศน์อีก"

ทั้งนี้ รายงานศอฉ.ระบุว่า ศอฉ.เข้าใจแรงกดดันรัฐบาลเป็นอย่างดี แต่ขณะเดียวกัน คนส่วนใหญ่ของประเทศเห็นด้วยให้คงประกาศพรก.ฉุกเฉิน

นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า  หากจำกันได้ การก่อตัวของคนเสื้อ แดงเมื่อเดือนเม.ย.ปี 52 และยุติลงได้ ก็ทิ้งช่วงเป็นปีถึงมารวมตัวเคลื่อนไหว แต่สำหรับสถานการณ์ขณะนี้ เมื่อเหตุการณ์ยุติลงแล้ว ก็จะมารวมตัวกันใหม่และจะเร็วกว่าเดิมไม่ใช่ปีชนปีเหมือนคราวก่อนแน่นอน

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเองฟังทุกความเห็น แม้แต่ทีมแพทย์ก็รับฟังว่าควรหรือไม่ควรยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน จึงอยากฟังความเห็นครม.ด้วย

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า หากยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน ก็อาจเป็นความสงบเพียงชั่วคราว เห็นด้วยให้คงพรก.ฉุกเฉิน  เพราะผู้ชุมนุมรู้สึกว่า สูญเสีย ตอนนี้กระทรวงมหาดไทยกำลังให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเช็คข้อมูลแต่ละพื้นที่มี ใครร่วมชุมนุมบ้าง จากนั้นทางราชการจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทำความเข้าใจ แก้ไขเยียวยา  ขณะที่นายกรณ์ จติกวณิช รมว.คลัง ตั้งข้อสังเกตว่าถ้ายืดเวลาออกไปอีก 3 เดือน รัฐบาลนจะถูกมองว่าซื้อเวลาหรือไม่

ถึงตอนนี้  นายสุเทพ กล่าวแทรกว่า  เหตุผลการคง พรก.ฉุกเฉินมีข้อดีหลายประการ  คือสามารถบูรณาการ เจ้าหน้าที่ทำงานร่วมกัน และ พรก.ฉุกเฉิน ได้สร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ ในยามปฏิบัติงานไม่ถูกฟ้องร้อง    อย่างไรก็ตามนับแต่วันพรุ่งนี้( 7 ก.ค.) เป็นต้นไป จะเริ่มมีเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.เป็นวิทยากรออกไปปฏิบัติการมวลชนเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องในพื้นที่

ขณะที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ กล่าวว่าตนเองก็เห็นด้วยให้ขยายประกาศพรก.ฉุกเฉิน แต่สิ่งที่อยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการคือทำความเข้าใจประชาชน เอาคนที่ต่างสีมาอยู่ร่วมกันเหมือนเช่น  เลยโมเดล ที่ตนเองจะลงพื้นที่สัปดาห์หน้า

ด้านนายอิสระ สมชัย รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวเห็นด้วยในการคงพรก. ฉุกเฉิน พร้อมเสนอว่า ระหว่างนี้รัฐบาลควรชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับที่มาที่ไปถึงการตัดท่อน้ำ เลี้ยงกลุ่มคนต่างๆให้ชัดเจน

"การทำความเข้าในพื้นที่สำคัญมาก  กรณีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยได้เยอะ เพราะคนเหล่านี้สามารถทำความเข้าใจประชาชนในพื้นที่ได้มาก ความรุนแรงจะลดลง อย่างตอนนี้ที่จ.อุบลบราชธานี  ผม ทราบว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท่านยินดีจะให้ขึ้นแผ่นป้ายยืนคู่กับท่านนายกฯ แล้วก็ไม่ถูกทำลาย"นายอิสระ กล่าว

เมื่อครม.อภิปรายไปได้สักระยะ  นายกฯ กล่าวขึ้นมาว่า ตนเองเห็นด้วยกับการประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ในเมืองหลักโดยเฉพาะจังหวัดที่มีสถานการณ์รุนแรงเคยเกิดเหตุเผาศาลากลาง แต่ตนเองอยากให้ข้อคิดครม.ว่า  หน้าที่หลักของครม.คือฟื้นฟูเยียวยาให้กับพี่น้เองประชาชน   การฟื้นฟูดังกล่าวต้องร่วมมือกับบุคลากรท้องถิ่นมากขึ้น

“ผมไม่อยากให้ตัวเราเสพติดกับ พรก.ฉุกเฉิน ตัวอย่างเช่น พื้นที่ 3 จังหวัด ภาคใต้  ประกาศมา 4-5 ปี  ไม่รู้แล้วว่าจะหาทางออกอย่างไร  เหมือน คิดอะไรไม่ออกก็ประกาศพรก. ขณะเดียวกัน การประกาศพรก.ก็ทำให้กลุ่มต่อต้านใช้เป็นเงื่อนไขนำมากล่าวอ้างเคลื่อนไหว ได้  ผมขอเป็นเสียงส่วนน้อยในที่ประชุมแห่งนี้บ้าง  แต่อยากชี้แจงให้ครม.รับทราบ จากข้อมูลของผม มีหลายจังหวัดสถานการณ์ค่อนข้างคืนสู่ความสงบ  ผม เสนอว่า ควรยกเลิกไปก่อนในบางจังหวัด แต่ถ้ามีเหตุร้าย ก็สามารถประกาศใหม่ได้อีก และจะเป็นความชอบธรรมในการประกาศด้วย” นายกฯกล่าว

ในที่สุด ครม.เห็นชอบตามนายกฯ ให้ยกเลิก พรก. ฉุกเฉินโดยเปรียบเหมือนโครงการนำร่อง ใน  5  จังหวัด ประกอบด้วย จ.ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ น่าน นครสวรรค์ และนครปฐม 

อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอแนะจากนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ระบุว่า ก่อนหน้านี้การประกาศพรก.ฉุกเฉินแต่ละจังหวัดจะไม่ตรงกัน เช่นประกาศเมื่อวันที่ 7 ก.ค. ,13 ส.ค., 16 ส.ค. และ 19 ส.ค. และถ้าจะประกาศยกเลิกจะมีผลกระทบถึงคำสั่ง ประกาศย่อยต่างๆด้วย  ทั้งนี้คุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฏีกา ชี้แจงว่า ในส่วนของ  5 จังหวัดก็สามารถประกาศยกเลิกได้เลย  ส่วน ประกาศพรก.ฉุกเฉิน ในวันที่ 7 ก.ค. ,13 ส.ค. และ 16 ส.ค. ให้ขยายต่อไปถึงวันที่ 19 ส.ค.และประกาศขยายเวลาออกไปอีก 3 เดือน นับจากวันที่ 19 ส.ค.                 



หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 09 กรกฎาคม 2553, 10:28:38
วันที่ 08 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 14:37:08 น.   มติชนออนไลน์

เปิดชื่อ สมัชชา-กก.ปฏิรูปชุด "ประเวศ-อานันท์" 46คน มีทั้งสีเหลือง-แดง "นิธิ -เสกสรรค์-ชัยอนันต์"ร่วม

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม  ศ.นพ.ประเวศ วะสี   ประธานกรรมการสมัชชาปฏิรูป ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปจำนวน 27 คน ประกอบด้วย  1. นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย  2. ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย  3. ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  4. ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
5. ประธานสมาคมธนาคารไทย

 

6. เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ    7. นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์  ปลัดกระทรวงยุติธรรม  หนึ่งในกรรมการชุดดร.คณิต ณ นคร  8. นายชัยวัฒน์ ถิระพันธ์  นักวิชาการอิสระ  9. ผศ.ชิดชนก ราฮิมมูลา อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 

 

10. นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ  11. นายต่อพงษ์ เสลานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ  ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์มูลนิธิของคนตาบอดไทย  12. นางเตือนใจ ดีเทศน์  อดีตวุฒิสมาชิก   13. รศ.นิพนธ์ พัวพงศกร  ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย  14. นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์  ศิลปินแห่งชาติ  15. นางปรีดา คงแป้น  ผู้ประสานงาน เวทีขับเคลื่อนสภาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย   

 

16. นายปรีดา เตียสุวรรณ  ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ผู้บริจาคเงินให้พรรคการเมืองใหม่  17. นางเปรมฤดี ชามภูนท  นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก 18. นายพลเดช ปิ่นประทีป กรรมการบริหาร องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.)และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สมัย รัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ 19. นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม  อดีตรองนายกฯ รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์

 

 20. นายมานิจ สุขสมจิตร  อดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ  21. นายรัชฏะ ศรีบุญรัตน์  ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย  22. นางเรวดี ประเสริฐเจริญสุข  สภาพัฒนาการเมือง  และกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน   23.  นพ. วิชัย โชควิวัฒน รองประธานคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)  24. นายสน รูปสูง  ปราชญ์ชาวบ้าน รองประธานสภาพัฒนาการเมือง 25. นายสมพร ใช้บางยาง อดีตอธิบดีกรมการปกครองท้องถิ่น 26. นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค  27. นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.)

 

 

วันเดียวกัน  นายอานันท์ ปันยารชุน  ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศไทย ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูป จำนวน 19 คน ประกอบด้วย  1. นายกฤษณพงษ์ กีรติกร  อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา  2. คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา  อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. นายชัยอนันต์ สมุทรวณิช อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คอลัมน์นิสต์หนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการ   4. นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ  อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ 5. นายนิธิ เอียวศรีวงศ์   นักวิชาการอิสระ คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์"มติชน"

 

6. นายบัณฑร อ่อนดำ ที่ปรึกษาสถาบันพัฒนาองค์กรประชาชน (พอช.)  7. นางปราณี ทินกร   อดีตคณบดี คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์   8. นายพงศ์โพยม วาศภูติ  อดีตนายกสมาคมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย  9. นายเพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์   สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ   10. พระไพศาล วิสาโล  พระนักกิจกรรม วัดป่าสุคะโต อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ 

 

11. นางรัชนี ธงไชย (แม่แอ๊ว) ครูใหญ่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ภริยานายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย  12. นพ. วิชัย โชควิวัฒน  ประธานมูลนิธิ 14 ตุลาคม กรรมการสมัชชาปฏิรูป ชุด นพ.ประเวศ วะสี   13. นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธ์  อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประธานฝ่ายกฎหมายและสิทธิเสรีภาพมนุษยชน สภาคนพิการแห่งประเทศไทย 14. นายศรีศักร วัลลิโภดม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร 15. นายสมชัย ฤชุพันธุ์  กรรมการกฤษฎีกา อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

 

16. นางสมปอง เวียงจันทร์ แกนนำผู้ชุมนุมชาวปากมูลและตัวแทนคณะกรรมการชาวบ้านเพื่อฟื้นฟูชีวิตและ ชุมชนลุ่มน้ำมูล17. นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา อดีตผู้อำนวยการ พอช.  18. นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล  อดีตผู้นำนักศึกษาสมัย 14 ตุลาคม 2516 และอดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ 19. ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ อดีตผู้อำนวยการโครงการสร้างสรรค์และพัฒนาชุมชน สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
[/color]


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 13 กรกฎาคม 2553, 10:24:32
วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 21:51:39 น.   มติชนออนไลน์

"อธิบดีคุก"เคลียร์ปมร้อน ละเมิดสิทธิฯผู้ต้องขัง"นปช." โต้กก.สิทธิมนุษยชน ยันทำตามขั้นตอนกม.

.

หมายเหตุ - พ.อ.เฟื่องวิชช์ อนิรุธเทวา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่วมกันแถลงข่าวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่กระทรวงยุติธรรม กรณีกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวถึงผลการลงพื้นที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ที่มีการควบคุมตัวผู้ต้องขังกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่ง ชาติ (นปช.) ผู้กระทำผิดตาม พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ยังมีการปฏิบัติลักษณะละเมิดสิทธิมนุษยชน

1.ประเด็นข่าว
หนังสือพิมพ์หลายฉบับ ได้เสนอข่าวกรณี นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงผลการลงพื้นที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ที่มีการควบคุมตัวผู้กระทำผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พบว่า ยังมีการปฏิบัติในลักษณะละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนี้
1.1 ผู้ถูกควบคุมตัว 28 ราย ไม่มีทนายความคอยให้คำแนะนำในการสู้คดี
1.2 บางรายไม่รู้ว่าถูกควบคุมตัวด้วยข้อหาอะไร
1.3 ไม่สามารถติดต่อกับครอบครัวที่อยู่ในต่างจังหวัดอะไร
1.4 ไม่ได้รับการรักษาพยาบาล


2. ข้อเท็จจริง
2.1 ข้อมูลผู้ต้องขัง
ปัจจุบันมีผู้ต้องขับ กลุ่ม นปช.ที่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จำนวนรวม 59 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 12 ก.ค.53)
2.2 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เดินทางไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และได้พบกับผู้ต้องขังกลุ่ม นปช.บางส่วน และได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนปรากฏเป็นประเด็นข่าวตามข้อ 1


3. การชี้แจงประเด็นข่าว
ประเด็น 1.1 ผู้ถูกควบคุมตัว 28 ราย ไม่มีทนายความคอยให้คำแนะนำในการสู้คดี
กรมราชทัณฑ์ไม่มีอำนาจหน้าที่ใน การจัดการหรือแต่งตั้งทนายความให้แก่ผู้ต้องหา หรือผู้ถูกควบคุมตัวที่มีความผิดตามพระราชกฤษฎีกาบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือคดีอาญาใดๆ ได้ แต่หากผู้ต้องหาดังกล่าวได้ถูกฟ้องเป็นจำเลยในชั้นพิจารณาของศาลในคดีที่มี อัตราโทษจำคุก ศาลต้องถามจำเลยว่ามีทนายความหรือไม่ หากไม่มีศาลต้องถามความต้องการ และถ้าจำเลยต้องการทนายความ ศาลจะต้องตั้งทนายความให้เสมอ (ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 วรรค 2)


นอกจากการตั้งทนายความให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ดังกล่าวแล้ว กระทรวงยุติธรรมได้มีระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยกองทุนยุติธรรม พ.ศ.2549 ที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนเงิน หรือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านกฎหมาย การฟ้องร้อง การดำเนินคดี หรือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม เป็นต้น ผู้ต้องหาหรือทายาทสามารถขอสนับสนุนเงินหรือค่าใช้จ่ายในการวางเงินประกัน การปล่อยตัวชั่วคราว หรือในการจ้างทนายความว่าความในคดีอาญา รวมถึงการสนับสนุนเงินหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนยุติธรรมได้อีกทางหนึ่ง


สำหรับกรณีนี้ จากการตรวจสอบทราบว่า เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2553 มีทนายความ ชื่อ นายจีระศักดิ์ บุณณะ เลขหมายใบอนุญาตให้เป็นทนายความ 1672/2529 ได้มาติดต่อที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครพร้อมหนังสือลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2553 ขอคัดรายชื่อผู้ต้องขับในคดีดังกล่าวทั้งหมดที่ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษ กรุงเทพมหานครและเรือนจำกลางคลองเปรม โดยอ้างว่าเพื่อประโยชน์ในการติดตามสอบข้อเท็จจริง และลงนามในใบแต่งทนายความ ซึ่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการให้ตามความประสงค์แล้วส่วนจะไป เป็นทนายความให้กับทุกคนหรือไม่นั้น กรมราชทัณฑ์ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการเข้าไปตรวจสอบ

ประเด็น 1.2 บางรายไม่รู้ว่าถูกควบคุมตัวด้วยข้อหาอะไร


การถูกจับกุมตัวผู้ต้องหาในการกระทำความผิดทางอาญา เจ้าพนักงานผู้จับกุม จะต้องแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับกุมทราบในโอกาสแรก พร้อมทั้งจะต้องแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาหรือผู้ถูกจับกุมให้ทราบด้วย ซึ่งเป็นเป็นไปตามมาตรา 7/1 และมาตรา 83 ประกอบกับมาตรา 2 (16) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กล่าวคือ เมื่อพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกจับกุมหรือผู้ต้องหาแล้ว จะเป็นสิทธิของผู้ถูกจับกุมจะรับหรือปฏิเสธ และสามารถแต่งตั้งทนายความ หรือผู้ที่ตนเองไว้วางใจ เข้าร่วมรับฟังการสอบสวนได้ เมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนก็จะให้ผู้ถูกจับกุม ลงลายมือชื่อรับทราบตามข้อกล่าวหาตามที่พนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อกล่าวหาไว้ ซึ่งในการนี้ ผู้ถูกจับกุมสามารถคัดค้านการจับกุมหากเห็นว่าตนถูกจับกุมหรือควบคุมตัวโดย มิชอบด้วยกฎหมาย

กรณีนี้ แม้ว่าตอนที่ผู้ต้องขังจะถูกจับกุมตาม พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินฯ และไม่ได้ดำเนินการขั้นตอนปกติของ ป.วิฯ อาญา เนื่องจาก พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินฯ มิได้กำหนดไว้ก็ตาม แต่เมื่อมีการส่งตัวไปให้พนักงานสอบสวนนำตัวไปฟ้องและฝากขังต่อศาลพนักงาน สอบสวนก็จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิฯ อาญา ซึ่งจะต้องมีการแจ้งข้อหาให้ผู้ถูกจับกุมทราบ ดังนั้น จากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่อ้างถึง จึงเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ถูกจับกุมหรือผู้ต้องขังดังกล่าว จะอ้างว่าไม่ทราบข้อกล่าวหาว่าตนกระทำความผิดอะไร


ประเด็น 1.3 ไม่สามารถติดต่อกับครอบครัวที่อยู่ในต่างจังหวัดได้


กรมราชทัณฑ์ไม่เคยปิดกั้นไม่ให้ผู้ถูกควบคุมหรือผู้ต้องขังติดต่อกับ ญาติแต่อย่างใด ซึ่งในเรื่องดังกล่าวกรมราชทัณฑ์ได้มี ข้อบังคับกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการเยี่ยม การติดต่อของบุคคลภายนอกต่อผู้ต้องขังและการเข้าดูกิจการหรือติดต่อการงาน กับเรือนจำ พ.ศ.2547 ได้กำหนดไว้ให้ ผู้ถูกควบคุมสามารถติดต่อกับญาติได้อยู่แล้ว ทั้งนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 มาตรา 7 มาตรา 33 และมาตรา 45 ประกอบกับมาตรา 7/1 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ก็ได้กำหนดให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาซึ่งถูกควบคุมสามารถให้เจ้าพนักงานแจ้ง ให้ญาติหรือผู้ซึ่งผู้ถูกหรือผู้ต้องหาไว้วางใจทราบถึงการถูกจับกุมและสถาน ที่ถูกควบคุมในโอกาสแรก และมีสิทธิได้รับการเยี่ยมหรือติดต่อกับญาติได้ตามสมควร


สำหรับกรณีนี้ ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีผู้ต้องขังกลุ่ม นปช.ได้มีการติดต่อทางจดหมายหรือทางครอบครัว ซึ่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครก็ได้ดำเนินการให้ตามระเบียบดังปรากฏตามบัญชี ข้อมูลจดหมายที่ผู้ต้องขังติดต่อญาติจำนวน 7 รายที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้จัดทำไว้


ประเด็น 1.4 ไม่ได้รับการรักษาพยาบาล


การรักษาพยาบาลเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องขังที่มีสิทธิที่จะได้ รับ โดยทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครจะมีสถานพยาบาลในเรือนจำ และมีแพทย์จากภายนอกเข้ามาทำการตรวจรักษาในช่วงเช้าทุกวัน ซึ่งในแต่ละวันจะมีผู้ต้องขังขอรับการบำบัดรักษาโรคต่างๆ ประมาณวันละ 40 คน ผู้ต้องขังในเรือนจำที่ป่วยสามารถแจ้งความประสงค์ไปสถานพยาบาลได้โดยตรง โดยการนำบัตรประจำตัวใส่ลงในกล่องที่ทางแดนจัดไว้ให้ ทั้งนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 มาตรา 29 และมาตรา 30 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 7/1 (4) ก็ได้กำหนดให้สิทธิผู้ถูกจับกุมหรือผู้ต้องหามีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาล โดยเร็วเมื่อเกิดการเจ็บป่วย


สำหรับในกรณีของผู้ต้องขังกลุ่ม นปช.นั้น จากข้อมูลของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้มีผู้ต้องขังจำนวน 24 คน ที่มาติดต่อขอรับการรักษาพยาบาล ดังปรากฏเอกสารหลักฐานตามสำเนาบัตรประจำตัวผู้ป่วยของผู้ต้องขัง (Opd card) ที่แนบมาพร้อมนี้


------------------------------------------------------

24 ผู้ต้องขัง"นปช."ขอรักษาพยาบาล


1. เอกชัย มูลเกษ เลขหมาย 1009/53 แดน 2
2. ณัทกร ชยธรดำรงสุข แดน 4
3. บัณฑิต สิทธิทุม เลขหมาย 1653/53 แดน 4
4. ศุภณัฐ หุลเวช เลขหมาย 1654/53 แดน 6
5. ธเนตร อนันตวงษ์ เลขหมาย 1871/53 แดน 2
6. สมพล แวงประเสริฐ เลขหมาย 1887/53 แดน 4
7. โกวิทย์ แย้มประเสริฐ เลขหมาย 1945/53 แดน 5
8. ประพฤทธิ์ พิพิธารมย์ เลขหมาย 2038/53 แดน2
9. เพชร แสงมณี เลขหมาย 2039/53 แดน 4
10.ธาดา เปี่ยมฤทัย เลขหมาย 2044/53 แดน 4
11.นคร สังสุวรรณ์ เลขหมาย 2045/53 แดน 5
12.แก่น คำโคตร เลขหมาย 2046/53 แดน 5
13.วีระยุทธ สุภาพ เลขหมาย 2048/53 แดน 5
14.วิชัย แสงแพง เลขหมาย 2050/53 แดน 6
15.ธนพงษ์ บุตรดี เลขหมาย 2187/53 แดน 8
16.นพรัตน์ ศรีเข้ม เลขหมาย 2212/53 แดน 4
17.เพอร์เซลล์ คอนเนอร์ เลขหมาย 2204/53 แดน 8
18.ซาเวจ เจฟฟีย์ ฮัก เลขหมาย 2203/53 แดน 8
19.ซยุต ไหลเจริญ เลขหมาย 2243/53 แดน 8
20.สายชล แพบัว เลขหมาย 2447/53 แดน 4
21.วีระ มุสิกพงศ์ เลขหมาย 2524/53 แดน 4
22.เฉลิมพงษ์ กลิ่นจำปา เลขหมาย 2575/53 แดน 4
23.เดชพล พุทธจง เลขหมาย 2747/53 แดน 5
24.จักรกริช จอมทอง เลขหมาย 1183/53 แดน




หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 14 กรกฎาคม 2553, 10:59:49
“วีระ” มอบตัวคดีถอน “หมุดจีพีเอส” ทหารฉาว - ยันสู้คดีถึงที่สุด พ้อป้องแผ่นดินไทยกลับถูกจับ
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 กรกฎาคม 2553 19:31 น.
 
 
บุรีรัมย์- “วีระ สมความคิด” เข้ามอบตัวตามหมายเรียกที่ สภ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ หลังกรมแผนที่ทหารแจ้งความดำเนินคดีทำให้เสียทรัพย์ กรณีถอนหมุดหลักโครงข่ายจีพีเอสทหารฉาว ลึกเข้ามาเขตไทย 12.5 กม.พร้อมยืนยันต่อสู้คดีถึงที่สุด ตัดพ้อทำเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยกลับถูกจับ แต่พวกโกงกินบ้านเมืองไม่จับมาดำเนินคดี ท่ามกลางเครือข่ายทวงคืนแผ่นดินแม่ให้กำลังใจแน่นโรงพัก
       
       วันนี้ (13 ก.ค.) นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ได้เดินทางเข้ามอบกับ พ.ต.อ.เอกชัย ปรัชญาวุฒิรัตน์ ผู้กำกับการ (ผกก.) สภ.บ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน หลังกรมแผนที่ทหาร ได้เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ นายวีระ ในข้อหา “ทำให้เสียทรัพย์ หรือทำให้เสื่อมค่า และไร้ประโยชน์”
       
       ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 เม.ย.53 ที่ผ่านมา นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ได้นำสมาชิกประมาณ 100 คน ขึ้นไปรื้อถอนหมุดหลักโครงข่ายจีพีเอส ที่ทางคณะกรรมการปักปันเขตแดน กรมแผนที่ทหาร ได้ทำการปักขึ้น ออกมาจากสันเขื่อนห้วยเมฆา อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ลึกจากชายแดนไทย-กัมพูชา เข้ามาในเขตแดนไทยกว่า 12.5 กิโลเมตร (กม.) แล้วนำหมุดไปเก็บไว้ที่เมฆาอโศก
       
       นายวีระ เข้าใจว่า หลักหมุดดังกล่าวเป็นหลักปักปันเขตแดนระหว่างไทย-กัมพูชา แต่หลักหมุดดังกล่าวเป็นหลักโครงข่ายจีพีเอส ของกรมแผนที่ทหาร ได้ทำการปักขึ้น ต่อมาวันที่ 2 มิ.ย.53 พล.ท.อมรเทพ โรจนสโรช เจ้ากรมแผนที่ทหาร ได้มอบหมายให้ พ.อ.ปรัชญา นครเก่า ผู้อำนวยการกองเขตแดนระหว่างประเทศ กรมแผนที่ทหาร เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายกับ นายวีระ และกลุ่มมวลชนทั้งหมด ในข้อหา ทำให้เสียทรัพย์ หรือทำให้เสื่อมค่าและไร้ประโยชน์
       
       เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา นายวีระ ฐาน “ทำให้เสียทรัพย์หรือทำให้เสื่อมค่า และไร้ประโยชน์ของหมุดหลักที่ถูกเคลื่อนย้าย” ท่ามกลางกลุ่มเครือข่ายทวงคืนแผ่นดินแม่ และเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่นจากหลายจังหวัด กว่า 100 คน เดินทางมาให้กำลังใจเต็มโรงพัก
       
       นายวีระ สมความคิด กล่าวว่า ตนพร้อมจะต่อสู้คดีจนถึงที่สุด เพราะไม่มีจุดประสงค์ที่จะทำลายทรัพย์สินของทางราชการตามที่ถูกกล่าวหา แต่ตนกระทำไปก็เพื่อต้องการจะปกป้องผืนแผ่นดินไทย ไม่ให้เสียดินแดนให้กับกัมพูชา แต่กลับถูกจับดำเนินคดี ส่วนคนที่โกงกินบ้านเมือง ไม่เห็นไปจับมาดำเนินคดีสักรายเดียว
       
       อย่างไรก็ตาม หากศาลพิพากษาว่า ตนกระทำผิดจริง ก็พร้อมที่จะยอมรับโทษตามคำสั่งศาล แต่หากศาลตัดสินว่าตนไม่ผิด ตนจะแจ้งความดำเนินคดีกับทุกคนที่แจ้งความกล่าวหาตนจนถึงที่สุดเช่นกัน เพราะถือว่าทำให้ตนเองเสียหาย
       
       ทางด้าน พ.ต.อ.เอกชัย ปรัชญาวุฒิรัตน์ ผกก.สภ.บ้านกรวด กล่าวว่า คดีดังกล่าว ไม่ต้องใช้ลักทรัพย์ประกันตัว เพราะ นายวีระ ได้เข้ามามอบตัวตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนจะได้ทำการสอบปากคำ พิมพ์ลายนิ้วมือ และปล่อยตัวไปชั่วคราว สำหรับคดีดังกล่าวมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท และ นายวีระ มีความประสงค์ ที่จะมามอบตัวให้ดำเนินคดี
       
       ทางฝ่ายทหาร ยืนยันว่า หมุดหลักดังกล่าวเป็นหมุดหลักโครงข่าย จีพีเอส ที่ทางคณะกรรมการปักปันเขตแดน กรมแผนที่ทหาร ได้ทำการปักขึ้น ซึ่งก็จะมีทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชา โดยฝ่ายไทย มีอยู่ 2 แห่ง คือ ที่ จ.สระแก้ว และ ที่สันเขื่อนเมฆา อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์
       
       ส่วนฝ่ายกัมพูชา จะอยู่ที่บ้านนำปึน และบันเตียเมียนเจย ซึ่งหมุดหลักจีพีเอส ทั้ง 4 จุด คือ ในฝ่ายไทย 2 จุด และฝ่ายกัมพูชา 2 จุด เป็นหมุดหลัก จีพีเอส ที่ใช้สำหรับการขยายงานโครงข่ายงานแผนที่ของทั้ง 2 ประเทศ เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาเชื่อมโยงไปยังแนวเขตแดนไทย-กัมพูชา ที่กำลังมีปัญหาพิพาทกันอยู่ เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาตกลงเกี่ยวกับการปักปันเขตแดนที่ชัดเจนต่อไปในอนาคต
       
       หมุดหลักทั้งหมดจะเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มีความชัดเจนเรื่องเขตแดนของทั้ง 2 ประเทศ ไม่ได้ปักเข้ามาในพื้นที่พิพาทแต่อย่างใด และไม่ได้มีการยึดถือหมุด จีพีเอส เป็นหมุดหลักในการปักปันแนวเขตแดน แต่เป็นเพียงหมุดที่ใช้ในการประกอบการพิจารณาปักปันเขตแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ต่อไปเท่านั้น

 
 



หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 14 กรกฎาคม 2553, 11:21:17
เสื้อแดง-พท.ขยับ ปลุกรากหญ้าพาแม้วกลับ
14 กรกฎาคม 2553 เวลา 07:53 น.posttoday online
บอลโลกจบ การเมืองไทยกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงที่ยังคุกรุ่นด้วยความขัดแย้ง


“ทักษิณ ชินวัตร” โหมโรงหลังเสร็จศึกบอลโลก ทวีตข้อความตอนหนึ่ง “Road Map ชื่อเพราะๆ ประดิษฐ์คำเสียสวยงาม ตั้งกรรมการสวยหรูไม่ช่วยอะไรถ้าขาดหัวใจที่มีเมตตาธรรมไม่มองโลกแบบคนพุทธ ก็คงจบยากคนและชาติก็ช้ำต่อไป

การรักษาอำนาจเผด็จการแบบนี้หลอกตัวเองได้หลอกพวกตัวเองได้ แต่หลอกคนอื่นและชาวโลกไม่ได้หรอก ปิดทั้งสื่อ ใช้ทั้งทหาร ศาล องค์กรที่สมมติว่าอิสระ” เช่นเดียวกับ แกนนำเสื้อแดง และเพื่อไทย ใช้โอกาสนี้ ค่อยๆ ฟื้นกระแสเพราะหากอยู่ในสภาพตั้งรับต่อไปก็อาจเป็นภัยกับตัวเอง

“จตุพร พรหมพันธุ์” ประกาศว่า จากนี้เสื้อแดงจะมีกิจกรรม จัดคอนเสิร์ตระดมทุนประเดิม วันที่ 1 ส.ค. ที่ตลาดใกล้วัดอ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร รูปแบบจะให้ ศิลปินเสื้อแดง ทั้งที่เคยขึ้นเวทีผ่านฟ้า ราชประสงค์ ขับกล่อมร้องเพลงคนละเพลงเพื่อให้แฟนเสื้อแดง

เสร็จจาก จ.สมุทรสาคร จะมีคิวเดินสายไปจังหวัดอื่นอีก ยกเว้น 19 จังหวัดที่มีการประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน
เป็นมาตรการเชิงรุกครั้งแรก ไม่นับการตั้งเวทีหาเสียงเลือกตั้งซ่อม เขต 6 ชานเมืองกรุง หลังจากแกนนำเสื้อแดงบอกว่า พวกเขาโดนรัฐบาลไล่ล่า ถูกดำเนินคดีสารพัด ปิดสื่อพีเพิลแชนแนล ถูกแช่แข็งธุรกรรมการเงิน ทุกลมหายใจทำอะไรก็ผิดไปหมด

ครั้งนี้ แทนที่จะเป็นการปราศรัยเหมือนเคย แต่เสื้อแดงต้องเลียบๆ เคียงๆ เป็น จัดคอนเสิร์ต แทน แม้จะเป็นงานดนตรี ร้องรำทำเพลง แต่เชื่อว่าจะมีเนื้อหาโจมตีรัฐบาลผสมโรงไปด้วย พร้อมด้วยการปลุกของจตุพรและแกนนำ นปช.ที่มาถูกจับกุม

รัฐบาลซึ่งพยายามควบคุมสถานการณ์ให้เกิดความสงบกับประเทศ ไม่ให้มีการยั่วยุ ปลุกระดมด้วยข้อมูลเท็จ ตอกลิ่มความแตกแยก ก็คงทำอะไรไม่ได้มาก นี่จึงไม่ต่างจากการเดินสายชุมนุม ปลุกคนเสื้อแดงที่ยังตกอยู่ในห้วงอารมณ์ของความเสียใจ พ่ายแพ้ สิ้นหวังที่พี่น้องเสื้อแดงซึ่งเดินทางไปสู้ถึงเมืองหลวง แต่กลับต้องได้ลูกปืนเสียชีวิตถึง 70 กว่าราย คอนเสิร์ตเสื้อแดงที่จะเดินสายจากนี้ เชื่อว่าจะมี “พลังแดง” ตอบรับคึกคัก เพราะจะเป็นครั้งแรกที่มีการจัดชุมนุมกึ่งคอนเสิร์ตหลังเกิดเหตุการณ์พฤษภาวิปโยคมาได้เกือบ 2 เดือน

อีกด้านเครื่องจักรสีแดงอีกตัว คือ พรรคเพื่อไทย จะยืดเส้นยืดสายไปพร้อมๆ กัน หลังจากผ่านการสัมมนา สส.พรรค ที่พัทยา เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยมีมติว่าจะเดินหน้า “นโยบายจัดนิทรรศการชุมนุม ปราศรัยตรวจสอบ”แต่กลยุทธ์ที่จะดึงมวลชน เรียกคะแนนให้มีพลังมากที่สุด คือ การเดินสายปราศรัย เบื้องต้นพรรคระบุว่า จะไปภาคอีสานเป็นภาคแรก เริ่มจาก จ.สุรินทร์ อำนาจเจริญ หนองคาย ส่วนจะไปจังหวัดไหนต่อไป อยู่ที่ความพร้อมของ สส.และมวลชนและการคุมเข้มของฝ่ายรัฐ การลงพื้นที่จะยาวนานต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปิดสมัยประชุมสภา ยาวไปเปิดสภา ถึงสิ้นปี โดยจะใช้ช่วงเสาร์อาทิตย์ ยกพลไปปราศรัย สัมมนา จัดนิทรรศการเบื้องลึกเบื้องหลัง

“เหตุการณ์ชุมนุมพฤษภาคม 2553” โจมตีรัฐบาลและทหารว่า ฆ่าประชาชน และทุจริต ใช้อำนาจมิชอบเอื้อกับพวกพ้อง การพุ่งที่ภาคอีสาน ภาคเหนือ หรือภาคกลาง นำโดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ล้วนเป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทยทั้งนั้น หากดูบรรยากาศหลังเหตุการณ์ “พฤษภามหาทมิฬ” คนเสื้อแดงอาจดูเก็บตัวเงียบ แต่ลึกๆ แล้ว คนที่มาชุมนุมที่สมรภูมิ “ผ่านฟ้า–ราชประสงค์” รวมแล้วร่วมหลายแสน ถือเป็นหัวคะแนนอย่างดีให้กับพรรคเพื่อไทย

แกนนำแดงธรรมชาติเหล่านี้ต่างเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช.ลงพื้นที่มาพบปะกับพี่น้องประชาชน เพื่อปลุกขวัญกำลังใจ เนื่องจากทีวีเสื้อแดง “พีเพิลแชนแนล” ที่เป็นเพื่อนหลายวัน ถูกปิดตายจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

เมื่อสถานการณ์การเมืองเริ่มผ่อนคลาย รัฐบาลยอมยกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในบางจังหวัด จึงเป็นจังหวะที่พรรคเพื่อไทย เสื้อแดงจะได้ปูพรมแดงเรียกคะแนนกลับรองรับ “การเปลี่ยนแปลง” ทางการเมืองที่อาจขึ้นจากคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ หรือการเลือกตั้งในอันใกล้

การหาเสียง ปราศรัย ลงพื้นที่ จัดคอนเสิร์ต ถือเป็นกลยุทธ์ที่สื่อสารตรงกับมวลชนเสื้อแดงรากหญ้าได้ดีที่สุด นี่จึงเป็นสิ่งที่ทักษิณเน้นย้ำให้ขุนพลเร่ง “ขึ้นรูป” เสื้อแดงอีกครั้ง ไม่เพียงเท่านั้น นายใหญ่ยังสั่งฟื้นทีวีเสื้อแดงภาค 3 ทุ่มทุนเปลี่ยนชื่อใหม่ จากพีเพิลแชนแนล เป็น “เอเชียอัพเดท” กลับมาออกอากาศได้เหมือนเดิม ทุกกลไก แขนขาของทักษิณขยับ “เสื้อแดงเพื่อไทย” แยกกันเดิน รวมกันตีรวมพลังเป็นแม่น้ำสายเดียวกัน สิ่งที่กำลังทำ จึงเหมือนช่วงฟื้นเสื้อแดงภาค 2 หลังเหตุการณ์ “สงกรานต์เลือด” ที่เสื้อแดง พรรคเพื่อไทย ตายเกือบสนิท จนที่สุดค่อยๆ ตื่นขึ้นทีละนิดจนแข็งแกร่ง เบ่งกล้ามคับประเทศ

ที่ต้องจับตาคือ เดือน ก.ค.นี้ จะเป็นเดือนแห่งการโหมโรงของทักษิณ เพราะมีวันสำคัญหลายวัน เริ่มจาก 14 ก.ค. เป็นวันก่อกำเกิดของพรรคต้นตำรับ “ไทยรักไทย” 25 ก.ค. เป็นวันเลือกตั้งซ่อม แกนนำพรรคประกาศว่า จะระดมพลช่วย “ก่อแก้ว พิกุลทอง” ผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายเอาชนะพรรคประชาธิปัตย์เป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ 61 ปีให้ทักษิณ ในวันที่ 26 ก.ค. ให้ได้

แต่ก่อนถึงวันเลือกตั้ง จะมีปราศรัยใหญ่ช่วย ก่อแก้ว ในวันที่ 23 ก.ค. โดยขุนพลเฉลิม และ จตุพร ที่สวนสยาม ตั้งเป้าว่าจะมีคนเข้าร่วมฟัง 1 แสนคน ถัดมา หลังทราบผลเลือกตั้งเป็นวันเกิดทักษิณศูนย์รวมใจคนเสื้อแดง งานนี้จะเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ที่ จ.ลำพูน โดยมีพิธีกรรมทางศาสนาวัดพระธาตุหริภุญไชย จากนั้น “บิ๊กเหลิม” กับ จตุพร ปราศรัยใหญ่ที่ตลาดจตุจักร จ.ลำพูน

ไม่พลาดที่ทักษิณเตรียมวิดีโอลิงก์ปลุกให้คนสู้ ยึดอำนาจรัฐกลับคืนรอเลือกตั้งใหญ่ไม่ปีนี้ก็ปีหน้า ย้ำจะกลับประเทศไทยแน่ เหมือนที่ลั่นวาจากับลูกพรรคเพื่อไทย “ผมจะกลับมาปีนี้”

 



หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 15 กรกฎาคม 2553, 22:52:43
“หญิงเหล็กกัมพูชา” ยอมเข้าคุก ไม่ก้มหัวให้ "ฮุนเซน" 
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 กรกฎาคม 2553 21:38 น.
 
 
 

ยอมเข้าคุก-- ภาพรอยเตอร์วันที่ 15 ก.ค.2553 นางมัว สุจัว สส.ฝ่ายค้าน ที่ถูกเสนอชื่อชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปีนี้ ประกาศไม่ก้มหัวให้ระบอบฮุนเซน ยอมติดคุก แทนการจ่ายค่าปรับตามคำสั่งศาล หลังสู้มาแล้วถึง 4 ศาล ท่ามกลางการสนับสนุนจากองค์กรสิทธิมนุษยชนและสิทธิสตรีระหว่างประเทศ 
 

 
       
ASTVผู้จัดการรายวัน-- นางมู สุจัว (Mu Suchua) รองหัวหน้าพรรคสมรังสี เปิดแถลงตอนเช้าวันพฤหัสบดี (15 ก.ค.) ว่า เธอได้ตัดสินใจที่จะไม่จ่ายเงินค่าปรับให้แก่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาฮุนเซน หลังจากศาลฎีกา ได้พิพากษาให้เธอมีความผิดฐานหมิ่นประมาท
       
       นางสุจัว ถูกศาลสั่งให้จ่ายเป็นค่าเสียหายแก่นายกรัฐมนตรีเป็นเงิน 8 ล้านเรียล (65,500 เศษ) กับอีก 8.5 ล้านเรียลเป็นค่าศาล แต่รองหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านกล่าวว่า เธอตกเป็นเหยื่อของกระบวนการยุติธรรม และจะไม่ยอมจ่ายเงินใดๆ ตามคำสั่งศาล และขอเลือกที่จะติดคุก
       
       นางสุจัวมีเวลาจนถึงวันศุกร์ (16 ก.ค.) นี้ สำหรับการจ่ายเงินตามคำสั่งศาล ไม่เช่นนั้นก็จะถูกบังคับคดีและนำตัวเข้าสู่การคุมขัง
       
       พรรคสม รังสี ประกาศก่อนหน้านี้จะรับผิดชอบและจ่ายเงินค่าปรับให้แก่รองหัวหน้าพรรค ชาวเขมรในต่างแดนหลายกลุ่มก็ได้ร่วมรณรงค์เคลื่อนไหว ขอบริจาคเพื่อช่วยเหลือนักการเมืองหญิง แต่ถูกนางสุจัวคัดค้าน
       
       มัว สุจัว ซึ่งปัจจุบันเป็น สส.จาก จ.กัมโป้ต (Kampot) เป็นนักสิทธิมนุษยชนที่ต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีและเด็กในกัมพูชามานานกว่า 10 ปี เป็นที่รู้จักทั่วโลก และปีนี้เป็นบุคคลหนึ่งที่ถูกเสนอเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เธอได้กลายเป็นสัญลักษณ์นักการเมืองสตรีที่ต่อสู้กับอำนาจอธรรมในระบบของกัมพูชา
       
       หลายฝ่ายเรียกนางสุจัวเป็น "อองซานซูจีแห่งกัมพูชา"
       
       นางสุจัว สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ สามารถพูดได้หลายภาษา ที่ผ่านมาได้เดินทางไปทั่วโลก เพื่อร่วมรณรงค์ เรื่องสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยเสรีนิยม เมื่อต้นเดือนนี้ได้มาแวะประเทศไทย และไปเยี่ยมอดีต สส.พรรคสมรังสีตกยาก ซึ่งนอนป่านอนาถาอยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี
       
       รองหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านกับนายกรัฐมนตรีได้กลายเป็นกรคู่กรณีกันเมื่อปีที่แล้ว เธอเป็นฝ่ายฟ้องร้องผู้นำรัฐบาลฐานหมิ่นประมาท แต่ศาลพิพากษาเข้าข้างคู่ความ ทำให้ฮุนเซนเป็นฝ่ายฟ้องกลับ และ เธอแพ้คดีความตั้งแต่ศาลชั้นต้นจนถึงศาลฎีกา
       
       กลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนได้ตั้งข้อวิจารณ์มาเป็นเวลานานแล้วว่า ระบบศาลของกัมพูชามีแนวโน้มในการพิจารณาความเข้าข้างรัฐบาล และผู้นำระดับสูงของภาครัฐมาโดยตลอด
       
       แตกต่างไปจากระบบในประเทศอื่นๆ สำหรับกัมพูชา นายกรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งหรือถอดถอนผู้พิพากษาในทุกระดับ
       
       ชาวเขมรที่อาศัยทำกินในต่างแดน องค์กรสิทธิมนุษยชนจำนวนหนึ่งได้เริ่มเคลื่อนไหวขอประชามติ และล่ารายชื่อ เพื่อถวายฎีกาต่อสมเด็จพระบรมนาถนโรมดมสีหนมุนีกษัตริย์แห่งกัมพูชา ขออภัยให้แก่นักการเมืองหญิง
       
       อย่างไรก็ตามผู้ที่จะยื่นขอพระราชทานอภัยโทษแก่บุคคลใด ก็ยังเป็นผู้นำรัฐบาลอยู่ดี.
 
 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 16 กรกฎาคม 2553, 21:11:34
วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 13:38:20 น.   มติชนออนไลน์

เปิดสำนวนคดีป.ช.ช.ฟัน"แม้ว"ทุจริตปล่อย ก.คลังเข้าฮุบบริหารบอร์ด"ทีพีไอ"


ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ช.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 กรกฎาคม   ได้มีการแถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.  เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมาว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง เรื่องกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เห็นชอบให้  ร้อยเอก สุชาติ  เชาว์วิศิษฐ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยินยอมให้กระทรวงการคลัง เป็นผู้บริหารแผนของบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน)

 

ทั้งนี้ นายกล้านรงค์ จันทิก โฆษก ป.ป.ช. ได้แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะอนุกรรมการไต่สวนแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2543 ให้ฟื้นฟูกิจการของบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทีพีไอ โดยมี บริษัท เอ็ฟแฟ๊คทีฟ แพลนเนอร์ จำกัด เป็นผู้บริหารแผน  ภายหลังศาลล้มละลายกลาง ได้มีคำสั่งลงวันที่ 21 เมษายน 2546 ให้บริษัท เอ็ฟแฟ๊คทีฟ แพลนเนอร์ จำกัด  พ้นจากการเป็นผู้บริหารแผน และตั้งให้คณะผู้บริหารลูกหนี้เป็นผู้บริหารแผนชั่วคราวร่วมกับเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์


หลังจากนั้นศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งลงวันที่ 13 มิถุนายน 2546 ว่า ศาลล้มละลายกลาง เห็นว่า ภายใต้สถานการณ์ที่มีความขัดแย้ง และไม่ไว้วางใจกันอย่างรุนแรง เชื่อว่าคงเป็นการยากที่จะบริหารจัดการกิจการและทรัพย์สินของบริษัทให้เป็น ไปด้วยความราบรื่น  เนื่องจากผู้บริหารแผนคนใหม่ที่มาจากการประชุมของเจ้าหนี้ขาดการยอมรับจาก ลูกหนี้ และพนักงานของลูกหนี้เป็นส่วนใหญ่ ในเมื่อมีความชัดเจนแล้วว่า
รัฐบาล มีดำริที่จะร่วมมือกับศาลยุติธรรมในการแก้ไขปัญหาของลูกหนี้อย่างบูรณาการ เบ็ดเสร็จโดยกระทรวงการคลังได้เสนอเข้ามามีบทบาทในการเป็นผู้บริหารแผนคน ใหม่


จึงเห็นเป็นการสมควร ที่จะขอให้กระทรวงการคลังเข้ามาเป็นผู้บริหารแผนคนใหม่ตามมติที่ประชุมเจ้า หนี้  จึงมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แจ้งต่อกระทรวงการคลังเพื่อขอหนังสือยินยอมเป็นผู้บริหารแผนคนใหม่สำนัก ฟื้นฟูกิจการจึงได้มีหนังสือสอบถามกระทรวงการคลัง  เพื่อขอหนังสือยินยอมการเป็นผู้บริหารแผนคนใหม่ กระทรวงการคลัง โดยร.อ.สุชาติ  เชาว์วิศิษฐ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มีหนังสือแจ้งว่ายินยอมเข้าเป็นผู้บริหารแผนคนใหม่ และขอเสนอรายชื่อ พล.อ.มงคล  อัมพรพิสิฏฐ์  นายพละ สุขเวช  นายปกรณ์  มาลากุล ณ อยุธยา  นายทนง  พิทยะ และนายอารีย์  วงศ์อารยะ เป็นตัวแทนของกระทรวงการคลังในการบริหารแผน  ซึ่งศาลล้มละลายกลาง ก็ได้มีคำสั่งลงวันที่ 11  กรกฎาคม 2546 ว่า เมื่อที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติเลือกกระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารแผนคนใหม่ จึงเห็น สมควรตั้งกระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารแผนคนใหม่ตามมติที่ประชุมเจ้าหนี้ และสุดท้ายศาลล้มละลายกลาง ได้มีคำสั่งลงวันที่ 26 เมษายน 2549 ว่า ผู้บริหารแผนได้ดำเนินการตามแผนจนครบถ้วนแล้ว ประกอบกับกิจการของลูกหนี้มีสถานะมั่นคง  ผลประกอบการมีรายได้และกำไรสม่ำเสมอ สามารถประกอบกิจการด้วยตนเองได้แล้ว  ถือได้ว่าการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผนแล้ว  จึงมีคำสั่งให้ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้


อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า มีประเด็นที่จะต้องพิจารณา วินิจฉัยดังนี้
 

ประเด็นที่ 1   ร.อ.สุชาติ  เชาว์วิศิษฐ   เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรมว.คลัง ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต กรณียินยอมให้กระทรวงการคลังเข้าไปเป็นผู้บริหารแผนของบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือไม่  ข้อเท็จจริงปรากฏว่า กระทรวงการคลังเป็นส่วนราชการตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 มีหน้าที่ต่าง ๆ ตามที่กำหนด โดยไม่มีหน้าที่บริหารกิจการของเอกชน  การที่ ร.อ.สุชาติ   ยินยอมให้กระทรวงการคลังเข้าไปเป็นผู้บริหารแผนของบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ แต่ปรากฏว่า ในระหว่างการไต่สวน ร.อ.สุชาติ  ได้ถึงแก่กรรม  สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจึงย่อมระงับไปโดยความตายของผู้กระทำผิด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (1)จึงมีมติให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ


ประเด็นที่ 2   พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ได้รู้เห็นหรือทราบเรื่องที่กระทรวงการคลังยินยอมเข้าเป็นผู้บริหารแผนคน ใหม่ของบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) ตามที่ศาลล้มละลายกลางร้องขอ แต่ไม่คัดค้านหรือทักท้วงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิ ชอบหรือโดยทุจริตหรือไม่  อย่างไร


ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ  เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี  มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลการบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อร.อ.สุชาติ
ได้มาปรึกษาเรื่องที่จะให้กระทรวงการคลังเข้าไปเป็นผู้ บริหารแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท อุตสาหกรรม ปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็น
บริษัทเอกชน พ.ต.ท.ทักษิณ  ได้เห็นชอบและเสนอชื่อ พล.อ.มงคล  อัมพรพิสิฏฐ์ และนายทนง  พิทยะ  เป็นคณะผู้บริหารแผน  และภายหลังกระทรวงการคลังได้ยินยอมเข้าไปเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการอัน เป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของกระทรวงการคลัง  ตามมาตรา 10 แห่งพ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 เป็นเหตุให้เกิด ความเสียหายแก่ระบบราชการ  การกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงมีมูลความผิด
ฐาน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิด ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157


ส่วนนายสมคิด  ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า รู้เห็นหรือยินยอมในการที่กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนด้วย  ข้อกล่าวหาจึงไม่มีมูล  ให้ข้อกล่าวหาตกไป

 

ประเด็นที่ 3   ผู้แทนกระทรวงการคลังที่เข้าเป็นคณะผู้บริหารแผนได้กระทำการใดซึ่งเป็นการ สนับสนุน ร.อ.สุชาติ   ในการยินยอมให้กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือไม่ อย่างไร คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า คณะผู้บริหารแผนได้ร่วมกระทำความผิด  โดยยินยอมให้กระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารแผนแต่อย่างใด  คณะผู้บริหารแผนเพียงแต่ได้กระทำตามหน้าที่ตามที่ได้รับแต่งตั้งเท่านั้น ข้อกล่าวหานี้จึงไม่มีมูล  ให้ข้อกล่าวหาตกไป

 

ประเด็นที่ 4   ผู้แทนกระทรวงการคลังที่เข้าเป็นคณะผู้บริหารแผนได้กำหนดค่าตอบแทนให้แก่ตน เอง  ที่ปรึกษา  และการอนุมัติให้ว่าจ้างและจ่ายเงินค่าตอบแทน บริษัท ซินเนอจี โซลูชั่น จำกัด เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต หรือไม่ อย่างไร


ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้แทนกระทรวงการคลังที่เข้าเป็นผู้บริหารแผนได้รับเงินค่าตอบแทนจากบริษัท ทีพีไอ ตามที่ศาลล้มละลายกลางได้พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้วโดยค่าตอบแทนดังกล่าวต่ำ กว่าเงินค่าตอบแทนเมื่อครั้งที่ นายประชัย  เลี่ยวไพรัตน์  กับพวก เป็นผู้บริหารแผนชั่วคราวร่วมกับเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์  ส่วนการที่คณะผู้บริหารแผนได้อนุมัติให้ว่าจ้างและจ่ายเงินค่าตอบแทนให้แก่ บริษัท ซินเนอจีฯ นั้น  ศาลล้มละลายกลางได้พิจารณาแล้วว่า บริษัท ซินเนอจีฯ ได้มีการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ตั้งแต่กระทรวงการคลังมีหนังสือยินยอม
เป็น ผู้บริหารแผน จึงมีสิทธิเรียกเก็บเงินค่าบริการ  ข้อกล่าวหานี้จึงไม่มีมูล  ให้ข้อกล่าวหาตกไป


ประเด็นที่ 5   ผู้แทนกระทรวงการคลังที่เข้าเป็นคณะผู้บริหารแผน ได้กำหนดราคาการซื้อขายหุ้นเพิ่มทุนในราคาต่ำ อันเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสีย หายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือโดยทุจริตหรือไม่ อย่างไร


จากการไต่สวนข้อเท็จจริงฟังได้ว่า  ศาลล้มละลายกลาง ได้ให้สิทธิโดยเด็ดขาดกับกระทรวงการคลังในการจัดหาผู้ร่วมทุนตามแผนฟื้นฟู  การกำหนดราคาซื้อขายหุ้นเพิ่มทุน  ศาลล้มละลายกลางได้พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว  เงินที่ได้จากการขายหุ้นเพิ่มทุนมากกว่าจำนวนเงินขั้นต่ำที่บริษัทจะได้รับ จากการขายส่วนทุนที่กำหนดไว้ตามแผน  ดังนั้น ตามที่กล่าวหาว่าผู้บริหารแผนได้กำหนดราคาการซื้อขายหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท ทีพีไอ ในราคาต่ำ เป็นเหตุให้บริษัทฯ  และผู้ค้ำประกันหนี้ได้รับความเสียหาย จึงไม่มีมูล  ให้ข้อกล่าวหาตกไปเช่นกัน





หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 17 กรกฎาคม 2553, 10:11:09
ไอติมยึด"มาร์คโมเดล" ไม่หวาดกลัวลงสู่ถนนการเมือง
17 กรกฎาคม 2553 เวลา 09:10 น.
เดินตาม “มาร์คโมเดล” ปูทางเข้าสู่ถนนสายการเมืองแบบเต็มสูบสำหรับ “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ หลานชายแท้ๆ ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่แน่วแน่กับเส้นทางที่เลือกแล้วในวันนี้ แม้จะไม่รู้ว่าจะจบลงที่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีเหมือน “น้ามาร์ค” หรือไม่


กับหน้าตาหล่อขั้นเทพถอดแบบ “น้ามาร์ค” แถมพูดจาแบบตรงๆ แฝงอารมณ์ยียวนในบางลีลา ไปจนถึงสีหน้าท่าทาง มือไม้ประกอบการสนทนาท่าคิด...ท่าเขิน...ท่าขำ...

ยิ่งชวนให้รู้สึกว่าเหมือนได้ย้อนไปคุยกับนายกฯ มาร์ค เมื่อครั้งอายุ 17 ปี!!! ซึ่ง “ไอติม” วิเคราะห์ความเหมือนแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ว่าอาจจะมาจาก “กรรมพันธุ์”

“ไอติม” บอกว่า ถ้าถามว่าสนใจองค์กรทางการเมืองไหมก็สนใจ แต่ผมตอบไม่ได้ว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน

...ถามว่านายกฯ เป็นต้นแบบไหม ก็ไม่ได้เป็นต้นแบบ ไม่ใช่ผมจะทำทุกอย่างตามนายกฯ การที่มีญาติอยู่ในวงการการเมืองก็ช่วยให้เราเห็นว่าการเป็นนักการเมือง ต้องทำอะไรบ้าง ช่วยให้ความรู้มากกว่าอะไรที่จะไปลอกมา มันไม่ใช่อย่างนั้น

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ “ไอติม” ไม่ยึดอาชีพหมออย่างคุณพ่อคุณแม่ พร้อมก้าวสู่ถนนสายการเมืองตามน้าชาย เพราะไม่ชอบทางด้านสายวิทยาศาสตร์ ยิ่งหากเรียนหมอที่อังกฤษจะต้องใช้เวลาที่นั่น 10 ปี ซึ่งเขาอยากกลับมาเมืองไทยมากกว่า

ยิ่งได้ไปฝึกงานที่ทำเนียบรัฐบาล ต่อด้วยการเข้าอบรมอินเทิร์นชิปของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ฟังนักการเมือง รัฐมนตรีมาให้ความรู้สถานการณ์การเมือง ยิ่งจุดประกายความฝันให้เดินเข้าสู่ถนนการเมือง แม้จะเห็นความลำบากการทำงานหนัก และเสี่ยงอันตรายของน้ามาร์คก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ยังจะมีเสียงไม่เห็นด้วยจากคุณยาย ที่ไม่อยากให้หลานเข้ามาสู่การเมือง เพราะเห็นการกระทำของเสื้อแดง และปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ยิ่งบ้านนายกฯ ที่อยู่ใกล้ๆ ถูกปาทั้งเลือดทั้งอุจจาระ “ไอติม” ก็ต้องอธิบายกับคุณยายว่า จบ PPE มาทำงานได้หลายอย่าง ไม่ใช่แค่นักการเมือง


ที่สำคัญความรุนแรงที่เกิดขึ้น และตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับ “น้ามาร์ค” กลับไม่ได้ทำให้หลานไอติม หวาดกลัว จนไม่อยากมาทำงานการเมืองที่ตั้งใจ

“มันก็เป็นเรื่องยาก ทำให้ทำงานยาก มีคนขู่ฆ่า แต่ผมว่าเวลามันได้ มันก็ได้เยอะ เวลาคนชอบเรา โหวตให้เรา สนับสนุนเรา มีคนเกลียดก็เรื่องปกติ ไม่ใช่สิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน น้าผมตอนเข้าการเมืองก็คงรู้มาก่อน ก็คงรู้ว่าจะต้องมีคนเกลียด”

ปีสุดท้ายในรั้วอีตัน “ไอติม” จึงต้องเตรียมตัวอย่างหนักกับความฝันก้าวต่อไปในรั้วออกซฟอร์ด เพราะความเก่งระดับนักเรียนทุนจากโรงเรียนชั้นนำของโลกที่ผลิตนายกฯ มาแล้วนับ 20 คน ก็ไม่อาจนิ่งนอนใจกับการแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยครั้งนี้

แต่กระนั้น เขายังต้องแบ่งเวลามาติดตามข่าวสารที่เกิดขึ้นในเมืองไทย โดยเฉพาะตลอดช่วงเวลาการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ผ่านมา แถมต้องคอยทำหน้าที่ชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับนักเรียนและอาจารย์ที่โน่น

“มันไม่ได้เป็นอย่างที่ข่าวออก อย่างตอนเสื้อแดง ทางบีบีซี ซีเอ็นเอ็น ข่าวออกเหมือนกับฆ่าคน แย่มากๆ ผมก็อธิบายว่าเป็นยังไง และหลายคนก็ไม่เข้าใจว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร...เขาก็ไม่เข้าใจว่าเสื้อนี้ฝ่ายไหน ผมก็เหมือนกับต้องอธิบายเหมือนเล่าประวัติศาสตร์ประเทศไทยให้ฟัง ไม่ได้ใส่สีสัน”
ต้นเหตุขัดแย้ง “ไอติม” มองว่ามีสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อีกฝ่ายหนึ่งไม่ชอบ ความจริงแล้วสิ่งที่แตกต่างอยู่ที่คนคนเดียว ส่วนประเด็นเรื่องความเหลื่อมล้ำของสังคม เป็นเครื่องมือของเสื้อแดง ซึ่งเห็นชัดว่าเขาใช้อุดมการณ์ของมาร์กซิสม์ ที่เหมือนเอาเรื่องการเมืองมารวมกับเรื่องสังคม

“กลายเป็นว่า แทนที่จะเป็นเรื่องของสองฝ่ายที่มีความเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน กลายเป็นว่าฝั่งนี้เป็นชนชั้นล่างที่มีเยอะกว่า มาต่อสู้กับคนชั้นสูง และหาว่าเป็นอำมาตย์”

กับปฏิบัติการ “กระชับพื้นที่” หรือ “ขอพื้นที่คืน” จนถูกตีตราเป็น “นายกฯ มือเปื้อนเลือด”“ไอติม” มองว่ารัฐบาลไม่มีทางเลือกเท่าไหร่ การที่บุกเข้าไปที่ชุมนุมก็ช้ามาก เพราะรอมานานแล้ว การเจรจาปรองดองที่มีการถ่ายทอดสดเกือบสำเร็จ แต่พอคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ได้รับโทรศัพท์หรืออะไรสักอย่างเข้ามาก็ตัดสินใจยกเลิกหมด

ทั้งเงื่อนไขช่วงหนึ่งบอกจะยอมเลือกตั้งใน 6 เดือน แต่เสื้อแดงบอกว่าต้องบอกวันยุบสภา ซึ่งเป็นข้ออ้างที่แปลกมาก เพราะสามารถบวกลบเลขเอาว่ากี่เดือนทางกฎหมาย แต่พอให้เขาได้ เขาก็ขออีกให้คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปมอบตัว อย่างนี้ก็ดูออกว่าให้อะไรเขาไป เขาก็ขอต่อไม่มีวันจบ
กับสถานะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้มาตอนเข้าอบรมอินเทิร์นชิปเมื่อปีก่อน “ไอติม” ยืนยันว่าถึงจะไม่ใช่หลานนายกฯ มาร์ค เขาก็คงจะตัดสินใจเลือกร่วมงานทางการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์แน่นอน

แม้จะถูกมองว่าประชาธิปัตย์มีแต่คนจบนอก ไม่ติดดิน นักเรียนอีตันอย่างไอติม ชี้แจงแบบเอาจริงเอาจัง ว่าไม่เกี่ยวกัน จบนอกมาก็สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ ไปเรียนเมืองนอกยิ่งทำให้คิดถึงประเทศไทยมากขึ้น

“ทำไมการเรียนเมืองนอกกลายเป็นเรื่องไม่ดีไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน จะบอกว่าประชาธิปัตย์ไม่ติดดินก็ไม่ได้ การเลือกตั้งซ่อม คุณพนิช ก็เดินไปหาเสียงเคาะตามบ้านทุกวัน คุณก่อแก้ว (พิกุลทอง) ก็ไม่ได้ไปไหน ส่วนมากก็เพราะอยู่ในคุก แต่ว่าพรรคเลือกให้คนอยู่ในคุกมาหาเสียง ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า เขาจะไปรู้ปัญหาประชาชนได้อย่างไร ถ้าเขาอยู่ในคุก ปัญหาตัวเองเขายังไม่รอดเลย”

ในสถานการณ์แตกแยกของบ้านเมือง ซึ่งไม่รู้ว่าจะจบลงอย่างไร “ไอติม” วิเคราะห์ว่าปัจจัยสำคัญในการแก้ปัญหาต้องแยกแยะปัญหาการเมืองกับปัญหาสังคม เพราะตอนนี้ถ้าคุณมาเล่นสงครามการเมืองชนชั้น คุณก็ปลุกระดมคนได้

ทั้งที่การเมืองไม่ควรเกี่ยวกับชนชั้น แต่เขาเล่นอย่างนี้อยู่แล้ว เพราะคนจนมีมากกว่าคนรวย เพราะถ้านับหัวเขาก็ได้ แต่เขามองว่าพรรคการเมืองไม่ควรจะมีฐานเสียงจากชนชั้นหนึ่ง ในระบบที่มีหลายพรรคการเมือง พรรคการเมืองหนึ่งก็ควรจะสนับสนุนโดยทั้งคนรวยและคนจน เพราะเชื่อในอุดมคติ หรืออุดมการณ์ นโยบายนี้ไม่ใช่เพราะเราเป็นคนจนเหมือนกัน คนรวยเหมือนกัน

เส้นทางสู่ถนนการเมืองจากนี้จึงอยู่แค่เอื้อม ส่วนจะไปได้ไกลแค่ไหน หรือเริ่มต้นแบบจริงจังเมื่อไหร่นั้น “ไอติม” ตอบแบบไม่ผูกมัดตัวเองตามสไตล์นักการเมืองอาชีพว่า
“ยังตอบไม่ได้ครับ ตอนนี้ต้องตั้งใจเรียนก่อน”

หัวใจ"ไอติม"


ช่วงสายๆ ในวันฝนพรำ“ไอติม” ในเสื้อโปโลสีฟ้า(ที่ค่อนข้างยับ) กับกางเกงยีนส์หลวมๆ ออกมาต้อนรับทีมงานโพสต์ทูเดย์ หน้าบ้านพัก ซอยสุขุมวิท 31 ถัดจากบ้านนายกฯ ไปสองหลัง ในละแวกที่เรียกได้ว่าเป็นชุมชนย่อยๆ ของตระกูล “เวชชาชีวะ” ซึ่งมีด่านเฝ้ารักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ในห้องกึ่งรับแขก กึ่งทำงาน ที่ออกแนวรก ด้วยกระเป๋าสัมภาระกระจายตัวอยู่บนพื้นที่ห้อง ทีมงานซักซ้อมเรื่องการถ่ายรูปว่าจะเปลี่ยนเสื้อหรือไม่ เพื่อให้รูปออกมาดูดี ขณะที่เจ้าตัวตอบแบบลังเลว่า “เอาไงดีครับ สำหรับผมตัวนี้ก็ได้ ไม่เป็นไร” ก่อนจะเริ่มต้นเข้าสู่การสนทนา
 
“มีแฟนหรือยัง” คำถามที่ทำเอา “ไอติม” ออกอาการอึกอัก หลังจากตอบฉะฉานในทุกประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องการเมือง เรื่องเศรษฐกิจ ก่อนจะเก็บอาการไม่อยู่ มือไม้อยู่ไม่เป็นที่ คอยลูบหน้าลูบตา
 
“ไม่ขอตอบได้ไหมครับ” ไอติมหัวเราะกลบเกลื่อนอาการเขินหลังตอบเสร็จ
 “ไม่ตอบแบบนี้ แสดงว่ามีแฟนแล้ว” ทีมงานซักต่อ แต่ “ไอติม” ยังตอบแบบเขิน “ไม่ๆๆๆ ไม่ตอบครับ”
 “เจ้าชู้ไหม” เจ้าตัวจะตอบแต่เพียงว่า “ไม่ครับ”

ไอติม อธิบายสเปกของตัวเองว่า ชอบผู้หญิงเรียบร้อย เพราะถ้าห้าวๆ คงไม่ไหว และชอบคนไทยมากกว่าฝรั่ง เพราะคุยกันเข้าใจมากกว่า
 
“ผมเป็นคนง่ายๆ กินง่าย อยู่ง่าย สบายๆ แต่อาจจะเป็นคนพูดตรงบ้าง ซึ่งผมคิดว่าไม่น่าจะผิดอะไร ถ้าผมพูดตรงกับเรื่องที่ผมคิด และผมเป็นคนขี้เหนียว คือผมไม่ชอบซื้อของบ่อยนัก ส่วนมากคุณแม่ซื้อให้ แต่ก็ไม่บ่อย

...สไตล์การแต่งตัวก็อย่างที่เห็นล่ะครับ เสื้อคอโปโล กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ ไม่ค่อยติดยี่ห้อ ผมก็ตัดทรงนี้ตลอด ไม่บ้าแฟชั่นอะไร มีบีบีเครื่องเดียวแต่ก็ไม่ได้ติดอะไร เพราะที่โรงเรียนห้ามใช้โทรศัพท์ในห้องเรียน ส่วนมากเอาไว้ที่ห้องพักมากกว่า”

ทั้งนี้ เมื่อแซวว่านิสัยขี้เหนียวเหมือนนายกฯ “ไอติม” ทำหน้างงๆ ก่อนออกตัวว่า มีฐานะก็ไม่ได้แปลว่าประหยัดไม่ได้ เพราะเรื่องฐานะไม่เกี่ยวกับการใช้เงิน คนที่รวยไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะ บางทีคนเขารวยเพราะใช้เงินน้อยก็ได้

พยายามวกกลับมาเรื่องความรักต่อ ด้วยการถามถึง “ความหล่อ” ถึงขั้นสาวๆ หลายคนแอบกรี๊ด แต่ไอติม ตอบแต่ว่า “ไม่ได้รู้สึกอะไร และไม่รู้ว่าเราหล่อมั้ย ผมไม่ได้มองตัวเองแบบนั้น เพราะผมไม่ใช่คนบ้าตัวเอง”
 
“ไม่ได้คิดว่าตัวเองดังอะไร ก็ดีใจในระดับหนึ่งที่มีคนจำได้ แต่ไม่รู้ว่าเขาจำเราได้เพราะอะไร แต่อยากให้ถูกจำได้เพราะเป็นตัวของตัวเองมากกว่า ไม่ใช่จำได้เพราะเป็นหลานนายกฯ เพราะหากเป็นแบบนั้นมันก็อึดอัดเหมือนกัน คือตอนนี้อาจจะโอเค เพราะผมเป็นเด็ก แต่สมมติโตขึ้นไปและคุณน้ายังอยู่ในวงการก็คงอึดอัดเหมือนกัน”

กลับมาที่คำถามเดิม “สรุปว่ามีแฟนหรือยัง สาวๆ หลายคนอยากรู้”
 “ไม่เป็นไรครับ ให้เขาเดาดูก็สนุกดี” ไอติม ยังไม่ยอมเฉลยปริศนาในเรื่องนี้ พร้อมกับหัวเราะกรุ้มกริ่ม

ไอติม เดอะค็อป

ถอดแบบมาแทบทุกกระเบียดนิ้ว ระหว่าง “หลานไอติม” และ “น้ามาร์ค” จะมีก็แค่ทีมฟุตบอลเท่านั้นที่อาจจะชื่นชอบกันไปคนละทีม เมื่อเป็นที่รู้กันว่า “น้ามาร์ค” เป็นสาวกสาลิกาดง “นิวคาสเซิล” ขณะที่ “ไอติม” ประกาศตัวเป็นเดอะค็อป ลิเวอร์พูลแฟนคลับตัวยง

ที่มาที่ไปอย่าง “น้ามาร์ค” เชียร์ “นิวคาสเซิล” เพราะเกิดที่นั่น แต่สำหรับเขาไม่รู้ว่าเชียร์ลิเวอร์พูลเพราะอะไร แต่หลังจากเริ่มได้ดูบอลสมัยเรียนที่อังกฤษ ก็เทใจให้กับลิเวอร์พูลไม่คิดเปลี่ยนใจไปเชียร์ทีมอื่น

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะความโดดเด่นในฝีเท้าของสตีเวน เจอร์ราร์ด และไมเคิล โอเวน ที่ทำให้ต้องหันมาเชียร์ลิเวอร์พูลจนถึงทุกวันนี้ แม้จะมีโอกาสได้ไปดูฟุตบอลบางนัดในช่วงที่เรียนอยู่อีตัน แต่ยังไม่มีโอกาสจะไปดูถึงถิ่นแอนฟิลด์เนื่องจากอยู่ไกลจากโรงเรียนมาก ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ “ไอติม” สอบเสร็จพอดีจึงได้จังหวะร่วมเชียร์บอลโลกติดขอบจอแทบทุกนัด โดยเฉพาะการร่วมเชียร์ “อังกฤษ” ร่วมกับเพื่อนๆ ที่อีตัน

“แต่เชียร์ไม่ขึ้นจริงๆ เพราะเล่น 4 นัดเล่นไม่ดีแม้แต่นัดเดียว แต่แทนที่จะโทษทีมว่าเล่นได้ไม่ดี แต่กลับมาโทษกรรมการกำกับเส้นที่ไม่ให้ประตู ถือว่าเป็นโชคของเขาไปที่สามารถหาเรื่องอื่นมาโทษความผิดของตัวเองได้”


จากนั้น “ไอติม” จึงผันตัวเองมาเชียร์ทีม “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ซึ่งไม่รู้ว่าเพราะฝีเท้าหรือคำพยากรณ์จากปลาหมึกพอล ทำให้ทำได้แค่ที่ 3 ในครั้งนี้ ไม่น่าแปลกที่วันว่างของ “ไอติม” จะชักชวนเพื่อนฝูงไปเตะบอลเป็นประจำ เมื่อสนามที่อังกฤษมีอยู่เป็นจำนวนมาก สมกับเป็นกีฬาประจำชาติ เรื่อง “ฝีเท้า” กองหน้า และกองกลาง อย่าง “ไอติม” ชี้แจงว่าไม่ใช่ย่อย เมื่อการแข่งขันภายใน Eton College ทีมของเขาจะรั้งตำแหน่งที่ 5 จากทั้งหมด 25 ทีม ที่สำคัญในทีมของเขาทั้งหมดเรียกได้ว่าเป็นนักเรียนหัวกะทิได้รับทุนการศึกษากันทั้งนั้น งานนี้การันตีได้ว่านักเรียนทุนไม่จำเป็นต้องเรียนเก่งอย่างเดียว   เรื่องฟุตบอลจึงกลายเป็นอีกหัวข้อสนทนาของ “น้าหลาน” คู่นี้ที่กระชับความสัมพันธ์ในวัยห่างกันนับ 30 ปีแม้จะรู้ว่าฟอร์มการเล่นของทั้งนิวคาสเซิลและลิเวอร์พูล จะย่ำแย่ด้วยกันทั้งคู่

“ตอนที่นิวคาสเซิลตกชั้นไม่เจอน้ามาร์คก็เลยไม่ได้แซว แต่ตอนนี้ลิเวอร์พูลก็เริ่มตกต่ำแล้ว เพราะฉะนั้นไม่คุยเรื่องบอลดีกว่า” ไอติม เล่าพร้อมหัวเราะอย่างอารมณ์ดี แต่เป็นเรื่องของจังหวะและโอกาส ที่ทำให้น้าหลานคู่นี้ไม่เคยได้ลงสนามวัดฝีเท้ากันสักแมตช์ แต่เมื่อถูกถามว่าระหว่างน้ามาร์คกับหลานไอติม ใครเล่นเก่งกว่ากัน ไอติม ตอบแบบติดตลกว่า “ผมเด็กกว่า 30 ปีก็หวังว่า อันนี้ก็ตอบไม่ได้” เห็นลีลาอย่างนี้ต้องบอกว่า “ฝีปาก” และ “ฝีเท้า” “น้าหลาน” คู่นี้คงเฉือนกันลำบาก




หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 17 กรกฎาคม 2553, 15:53:02
9พธม.ปฏิเสธหมายเรียกตำรวจ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันเดียวกัน ที่ร้านอาหารมัลลิกา ถนนเกษตร-นวมินทร์ กรุงเทพฯ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) นำโดย พล.อ.ปานเทพ ภูวนาทนุรักษ์ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตหัวหน้าพรรคพลังธรรม นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) นายการุณ ใสงาม อดีต ส.ส. และ ส.ว.บุรีรัมย์ นายไทกร พลสุวรรณ และคณะรวม 9 คน แถลงข่าวกรณีถูกออกหมายเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหาก่อการร้าย และเตรียมฟ้องดำเนินคดี นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีดังกล่าว

นายการุณกล่าวว่า พวกเราถูกออกหมายเรียกครั้งที่ 1 เป็นผู้ต้องหาแล้ว เป็นความอาญา ผู้กล่าวหาคือสำนักงานเลขานายกรัฐมนตรี ส่วนข้อหาที่ทุกคนได้รับเป็นข้อหาร้ายแรงที่สุดคือผู้ก่อการร้าย ข้อหากบฏเป็นลำดับถัดมา ทั้งสองข้อหาอัตราโทษสูงสุดคือประหารชีวิต พวกเราทั้ง 9 คนจึงปรึกษาหารือกันว่าเมื่อตกเป็นผู้ต้องหาแล้วและมีข้อเสนอที่เห็นด้วย ร่วมกันคือหมายเรียกของแต่ละคนที่ออกมานั้นไม่ตรงกัน จากการปรึกษากัน พวกเราจะไม่ไปพบพนักงานสอบสวน ด้วยเหตุผลคือพวกเรามีความเห็นว่าไม่ได้กระทำความผิด ตามข้อกล่าวหา และความมั่นใจว่าการกระทำของเราไม่ได้เป็นความผิด แม้จะมีความผิด ก็เป็นโทษเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

"เพราะฉะนั้นจะสู้ทุกรูปแบบ ตามขั้นตอนที่มีอยู่ในกฎหมายบัญญัติไว้ ซึ่งจะสู้โดยไม่  ไปให้การในชั้นพนักงานสอบสวนที่ออกหมายมา เพราะเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ พวกเราจะฟ้องในทุกข้อหาตั้งแต่ตั้งข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จเพื่อให้พวกเรารับ โทษทางอาญา ในขณะเดียวกันการกระทำของเจ้าพนักงานล้วนเป็นกระทำในนามของเจ้าหน้าที่ของ รัฐ" นาย

การุณกล่าว และว่า พวกเราจะรวบรวมหลักฐานยื่นฟ้องบุคคลที่เกี่ยวข้องในการทำคดี โดยยื่นฟ้องก่อนวันนัดของพนักงานสอบสวน เช่นนัดในวันที่ 28 กรกฎาคม จะไปยื่นฟ้องในวันที่ 26-27 กรกฎาคม ส่วนกรณีที่จะฟ้องนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี จะตรวจสอบก่อนว่าบุคคลใดมีส่วนในการกระทำผิดก่อน




   




   
   
   
   


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 19 กรกฎาคม 2553, 09:05:15
นที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 02:20:06 น.   มติชนออนไลน์

2 มุ้งอีสานพท.ยุล่าชื่อปรับโครงสร้างพรรค จี้เร่งสกัดไหลออก เหนือ"อ้างแค่เรื่องบางคนเข้าใจผิด


2 มุ้งอีสานพท.ยุปรับโครงสร้าง


สำหรับปัญหาความไม่ลงรอยกันของ ส.ส.ภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย (พท.) ถึงขั้นมีการเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาค โดยเปลี่ยนตัวนายพายัพ ชินวัตร น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่คุมภาคนี้อยู่นั้น ส.ส.ภาคอีสาน พท.ที่เคลื่อนไหวเรื่องนี้แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มอีสานพัฒนา นำโดยนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม ที่ต้องการผลักดันนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล แกนนำกลุ่มพิจิตรใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาคุมภาคอีสานแทน และกลุ่มของว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย ที่สนับสนุนให้นายพายัพ เป็นประธานภาคอีสานต่อไปแล้วให้นายพายัพ ผลักดันนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค


 


อีสานพัฒนาจี้เร่งสกัดไหลออก


นายไพจิตกล่าวว่า ทางกลุ่มนำเสนอปัญหาและเสนอแนะการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาคอีสานให้กับแกนนำ พรรคไปแล้วในช่วงการสัมมนาใหญ่พรรค ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างที่ผู้ใหญ่กำลังตัดสินใจ เนื่องจากผู้ใหญ่ยังมีความเกรงอกเกรงใจแกนนำพรรคคนอื่นๆ ว่าจะเสียใจ กลัวว่าจะต้องผิดหวังและต้องให้เกียรติ จึงทำให้เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการดำเนินการ เรื่องจึงยังค้างอยู่ที่การรอมติพรรคและมติภาคเพื่อให้แกนนำพรรคไปจัดการ เปลี่ยนแปลงโครงสร้าง
 

"เรื่องนี้ต้องเร่งทำให้แล้วเสร็จก่อนที่จะมีการเปิดสมัยประชุมสภา และเข้าสู่ช่วงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ วาระ 2 และ 3 ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม เพื่อหยุดการไหลออกของ ส.ส.เพื่อไทย ขณะนี้เรารับรู้ท่าทีและมีข้อมูลการเคลื่อนไหวของพรรครัฐบาลที่จะต้องผลัก ดันร่าง พ.ร.บ.งบฯ และต้องผ่านวิกฤตยุบพรรคประชาธิปัตย์ที่อาจจะทำให้เสียงของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลลดลง จึงมีการทาบทาม ส.ส.เพื่อไทย ไปเสริมความแข็งแกร่งให้กับฝ่ายรัฐบาล แต่หากแกนนำพรรคยังไม่ดำเนินการตามข้อเสนอของกลุ่มอีสานพัฒนา พวกเราก็จะรวบรวมรายชื่อ ส.ส.เสนอญัตติเข้าที่ประชุมพรรคเพื่อให้มีการลงมติให้แกนนำพรรคได้ไปดำเนิน การทำให้เลือดหยุดไห” นายไพจิตกล่าว และว่า อยากให้พรรคเดินไปในแนวทางของประชาธิปไตย ที่มีหัวหน้าพรรคและประธานภาคเป็น ส.ส. รายชื่อที่จะเสนอให้พรรคพิจารณาเป็นประธานภาคอีสาน อาทิ นายสมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา นายพีระพันธ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ส.ส.ขอนแก่น


"เหนือ"อ้างแค่เรื่องบางคนเข้าใจผิด


นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พท. กล่าวว่า กระแสข่าว ส.ส.อีสาน พท.กดดันนายพายัพลาออกจากประธานภาคนั้น คิดว่าเป็นการเข้าใจผิดและความไม่เข้าใจของ ส.ส.บางคน เพราะที่ผ่านมา ส.ส.พท.ที่ยึดผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้งมากกว่าการอยู่ด้วยใจกับพรรคนั้น ย้ายพรรคไปหมดแล้ว ส.ส.ที่เหลืออยู่คือกลุ่มที่อยู่ด้วยใจที่เชื่อมั่นต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และมุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง กระแสข่าวการผลักดันนายพงษ์ศักดิ์ขึ้นเป็นประธานภาคอีสานแทนนั้นยิ่งเป็นไป ไม่ได้ เพราะโดยส่วนตัวมีความคุ้นเคยกับนายพงษ์ศักดิ์ ได้รับการยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ต้องการรับตำแหน่งใดๆ ในพรรคหรือในรัฐบาล ต้องการเพียงทำมาหากินตามปกติ เพราะนายพงษ์ศักดิ์ให้เหตุผลว่าการเมืองทำให้เปลืองตัว โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่มีความเข้าใจกันแล้วให้นายพงษ์ศักดิ์เข้าไปมี ตำแหน่งด้วยแล้ว ไม่ใช่ความต้องการแม้แต่น้อย


"ใครจะเป็นประธานภาคไหน ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผู้ทำหน้าที่ประธานภาคต้องเป็นที่ยอมรับของ ส.ส.ในภาคนั้นๆ ที่สำคัญต้องประสานงานและตามนโยบายต่างได้ทันเหตุการณ์ เพราะ ส.ส.จะประชุมพรรคทุกสัปดาห์ พร้อม ส.ส.ทุกภาคจะจี้งานจากประธานภาค ซึ่งประธานทำงานไม่ใช่เรื่องง่ายเลยยิ่งกว่านั้น ส.ส.ทุกคนในพรรคคิดเสมอว่าจะไม่สร้างความเดือดร้อนไม่สบายใจให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ" นายวิสุทธิ์กล่าว

 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 20 กรกฎาคม 2553, 09:35:15
วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 23:59:36 น.   มติชนออนไลน์

"หรั่ง" คนสนิทเสธ.แดง ปิดปากไม่ให้ข้อมูลดีเอสไอต่อ หลังไม่ได้ถูกกันไว้เป็นพยานตามข้อตกลงเดิม

 

รายงานข่าวจากดีเอสไอเปิดเผยเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ว่า หลังจากศาลอนุญาตให้ฝากขังนายสุรชัย หรือหรั่ง  เทวรัตน์  ผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายและคนสนิท พล.ต.ขัตติยะ  หรือ เสธ.แดง  สวัสดิผล  อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก นั้น  นายสุรชัยยื่นเงื่อนไขเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับการเปิดเผยข้อมูลถึงขบวนการก่อ การร้าย และผู้อยู่เบื้องหลังการสั่งการทั้งหมด โดยขอให้ดีเอสไอ ยอมกันตัวเองเป็นพยานในคดี และขอให้รับภรรยา แม่และลูกสาวของตนเข้าสู่การคุ้มครองพยาน  ซึ่งดีเอสไอตกลงจะคุ้มครองแม่ ลูกและภรรยาตามมาตรการคุ้มครองพยาน ให้อยู่ที่ดีและมีความปลอดภัยในชีวิต  แต่ไม่สามารถกันตัวนายสุรชัยเป็นพยานคดีได้เพราะมีส่วนเกี่ยวกับคดีก่อการ ร้ายหลักๆถึง 8 คดี และเป็นหนึ่งในขบวนการค้าอาวุธสงครามด้วย  นายสุรชัยจึงยังไม่ยอมให้การเพิ่มเติมแก่ดีเอสไอ
 

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าทันทีที่นายสุรชัยเข้าไปถูกควบคุมในเรือนจำ กลุ่มนปช.ได้เข้าเยี่ยมและติดต่อจะให้ความช่วยเหลือและดูแลครอบครัวให้


ด้าน พล.อ.อภิชาต  เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่โรงแรมรอยัล ริเวอร์ ถึงกรณีมีข่าวนายสุรชัยให้การว่า มีนายทหาร ตท.16 เข้าไปสนับสนุนการก่อการร้าย ว่า ถ้าหากเข้าไปเกี่ยวข้องทางเจ้าหน้าที่คงจะพิจารณาดำเนินการ


เมื่อถามว่าแสดงว่าการก่อเหตุที่ผ่านมามีทั้งกลุ่มสีเขียวและสีกากี เข้าไปเกี่ยวข้องกับ พล.อ.อภิชาต กล่าว่า ความจริงตามหลักฐานที่ปรากฏตั้งแต่ต้นมีเครือข่ายโยงใยกันอยู่ แต่ต้องติดตามกันต่อไป




หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 20 กรกฎาคม 2553, 09:41:04
“เป็ดเหลิม” คิดเป็นใหญ่ เสียไม่เป็น จะเอาแต่ได้! 
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 กรกฎาคม 2553 23:51 น.
 
 
  ในความปั่นป่วนวุ่นวาย แกนนำพรรค-ส.ส.หลายกลุ่มหลายก๊วนในพรรคเพื่อไทย เปิดศึกคว้ามีด คว้าดาบไล่แทงทั้งต่อหน้าและลับหลังกันอย่างหนัก แบบไม่มีใครกลัวใคร
       
       
       ขนาด พายัพ ชินวัตร น้องชาย“ผู้มีพระคุณ” ทักษิณ ชินวัตร ของส.ส.เพื่อไทย ยังโดนส.ส.อีสาน เลื่อยขาเก้าอี้ วางแผนหักหน้า เพื่อกดดันออกจากตำแหน่งประธานภาค ส.ส.อีสาน จากความไม่พอใจหลายเรื่อง แต่หลักๆ คงหนีไม่พ้น
       
       เรื่อง “ท่อน้ำเลี้ยง”
       
       
       ที่พายัพเล่นยึกยัก ปล่อยเงินไม่ตรงเวลาไม่พอ ยังมีลูกหักลูกดึงสารพัด ทำให้ส.ส.อีสานอิดหนาระอาใจ บอกให้แก้ไขหลายรอบ ก็อ้างสารพัด
       
       ยิ่งพอโดน “ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน” (ศอฉ.) ขึ้นบัญชีดำแช่แข็งห้ามทำธุรกรรมทางการเงิน เลยยิ่งสบโอกาส อ้างว่าขยับลำบาก เงินเข้าออกไม่ได้ ทำให้ส.ส.อีสานเกิดอาการเหนื่อยหน่ายหัวใจ ไม่ไหวจะทวงแล้ว กระทุ้งหลายรอบก็ทำเป็นหูตึง ไม่ได้ยิน
       
       แต่ตอนนี้คงค่อยยังชั่วเมื่อได้ “เจ๊ตุ๋ย” วิยดี สุตะวงศ์ ที่มีข่าวว่ามีธุรกิจใหญ่โตในแวดวงธุรกิจคมนาคม และเข้ามาช่วยเพื่อไทย เพราะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ กับคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร เลยมาช่วยแบ่งเบาภาระให้พายัพแบบ “จ่ายหนัก-จ่ายจริง” ตั้งแต่พนักงานเปิดประตูพรรค-พนักงานกดลิฟท์เข้าห้องประชุมพรรค จนถึงพวกส.ส.-ว่าที่ผู้สมัครส.ส.อีสานเพื่อไทย
       
       โดย “เจ๊ตุ๋ย”หวังแลกกับการมีชื่อเป็นผู้สมัครส.ส.สัดส่วน อันดับต้นๆ ในโซนอีสานของเพื่อไทย
       
       เลยทำให้พายัพยิ้มออก ไม่ต้องควักกระเป๋า แต่เชื่อเถอะปัญหาในเพื่อไทยยังไม่จบแค่นี้ และไม่ได้มีแค่ในอีสาน แต่มีเกือบทุกภาค ทุกกลุ่ม ทุกมุ้ง ต้องทำทักษิณเวียนหัว เครียดจนลูกหมากบวม มะเร็งกำเริบแน่
       
       ยามนี้ ส.ส.ลูกพรรคเพื่อโจรเผาไทย จึงว้าเหว่อย่างพูดไม่ออก บอกไม่ถูก ครั้นจะพึ่งพาแกนนำพรรครุ่นใหญ่แต่ละคนให้ช่วยประคับประคองพรรค เหลือบมองก็เห็นแต่พวก คิดจะเอาแต่ได้ กอบโกย หากินกับซากศพของทักษิณ ชินวัตร แบบไม่จบไม่สิ้น
       
       ยิ่งขุนพลนามอุโฆษอย่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ทำตัวไม่ให้เป็นที่พึ่งในยามยาก เมื่อพรรคพบวิบากกรรม
       
       
       ตอนนี้ ข่าวล่ามาเร็วส่งมาจากดูไบ บอกว่า ทักษิณไม่สบอารมณ์ท่าทีของเฉลิมอย่างยิ่ง เพราะคำประกาศหลายครั้งของ เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งแสดงธาตุแท้สันดานเอาแต่ได้ หากต้องเสี่ยงหรือไม่ชัวร์ ก็กระโดดหนี ยิ่งกว่ารักตัวกลัวตายเสียอีก
       
       จนประกาศแบบมั่นใจว่า ไม่ขอเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หรือแม้แต่มีตำแหน่งใดๆ ในกรรมการบริหารพรรค แต่พร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรี 6 เดือน หลังเลือกตั้งหากเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แล้วค่อยออกกฎหมายนิรโทษกรรม เอาทักษิณ ชินวัตร กลับเมืองไทย จากนั้นจะลาออกเพื่อให้ทักษิณ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่สาม
       
       เมื่อถอดรหัสออกมาก็พบเหตุผลง่ายๆ เบื้องหลังการออกมาโพนทะนาแบบนี้คือ กลัวว่าหากพรรคเพื่อไทยถูกส่งเรื่องให้ยุบพรรค โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งที่เฉลิมประกาศหลายครั้งว่า มีคนจ้องจะหาเรื่องยุบพรรคเพื่อไทย เป็นครั้งที่สาม
       
       ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย พร้อมจะรับทุกตำแหน่งทางการเมือง หากเพื่อไทยได้เป็นแกนนำรัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ขอเป็นหัวหน้าพรรค หรือแม้แต่กรรมการบริหารพรรค
       
       นี่คือ สันดานที่แท้จริงของคนๆนี้ รับแต่ชอบ แต่ไม่เอาผิด
       
       
       ซึ่งไม่ใช่แค่คนในเพื่อไทยจะไม่ค่อยพอใจเท่านั้น แต่สังคมควรต้องตั้งคำถามกับนักการเมืองคนนี้ด้วยว่า ถ้าเล่นการเมืองแบบนี้แล้วจะเข้ามาเป็น “ผู้นำประเทศ” ที่ต้องรับผิดชอบกับชีวิตความเป็นอยู่ ความเป็นความตายของคนเกือบ 70 ล้านคน ได้อย่างไร
       
       ก็ขนาดแค่โทษคดีเว้นวรรคการเมือง 5 ปี ที่เป็นเรื่องอนาคต แล้วเป็นเรื่องที่ใครก็ไปวางแผนสร้างสถานการณ์เพื่อกลั่นแกล้งเพื่อไทยไม่ได้ หากคนของเพื่อไทยไม่ไปคิดชั่ว โกงการเลือกตั้ง เล่นการเมืองแบบตรงไปตรงมา ไม่ไปเปิดโรงแรม เซฟเฮ้าส์วางแผนโกงการเลือกตั้งแบบที่เกิดขึ้นกับพรรคพลังประชาชน
       
       แล้วทำไมเฉลิมต้องกลัว ถึงขนาดยอมแก้ผ้าล่อนจ้อน เปลือยกายทางการเมืองให้ผู้คนเห็นเช่นนี้
       ท่าทีทางการเมืองของเฉลิม นอกจากสังคมยังไม่ให้การยอมรับ เพราะขาดภาวะความเป็นผู้นำและเล่นการเมืองแบบเอาแต่ได้แล้ว ยังทำให้เฉลิมไม่ได้ใจทั้งทักษิณ ชินวัตร และคนเพื่อไทย
       
       การที่เฉลิมจะมาอ้างบุญคุณกับพรรคทุกครั้งตอนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า เป็นคนทำให้พรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้งซ่อมที่สกลนคร และศรีสะเกษ ทำให้พรรคภูมิใจไทย และเนวิน ชิดชอบ เสียศูนย์ และหมดเงินไปจำนวนมากแต่แพ้ให้กับเพื่อไทยนั้น เป็นการอ้างที่แรกๆทักษิณ ก็คงไม่คิดอะไร แต่เมื่อเฉลิมอ้างบ่อยๆ ก็ทำให้ทักษิณ และแกนนำพรรคคนอื่นๆ รวมถึงส.ส.อีสาน ของเพื่อไทย ชักรำคาญแล้ว

       
       เพราะก็รู้กันอยู่ว่า ชัยชนะทั้งสองสนามเกิดขึ้นบนกระแสทักษิณในอีสาน และแรงหนุนจากเสื้อแดงในสกลนคร และศรีสะเกษทั้งสิ้น ไม่เกี่ยวอะไรกับเฉลิม ที่แค่ไปขึ้นเวทีปราศรัย แต่ยังให้ทักษิณโฟนอินมาช่วยเป็นไฮไลต์ จนเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งซ่อมทิ้งห่างคู่แข่ง แบบถล่มทลาย
       
       รวมถึงการอ้างเรื่องความเก่งกาจของตัวเองว่าเป็นขุนพลอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2 ครั้ง จนทำให้ประชาธิปัตย์กำลังจะถูกยุบพรรค ทั้งที่การอภิปรายของเฉลิมทั้ง 2 นัด คือเมื่อปี 2552 และ 2553 ผู้คนที่ได้ยินได้ฟังก็เห็นตรงกันว่า
       
       มีแต่ราคาคุย ที่โหมโรงล่วงหน้าว่าอภิปรายแล้วรัฐบาลอยู่ไม่ได้ ต้องยุบสภาทันที เพราะหลักฐานมันชัด ผู้คนก็เห็นแล้วว่าข้อมูลการอภิปรายของเฉลิมส่วนใหญ่เป็นการตัดแปะข่าวของสื่อมวลชนและทีมงานในพรรคเพื่อไทย ทำมาให้เกือบทั้งสิ้น
       
       เช่น เรื่องการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ของซิโน-ไทย และ ช.การช่าง หรือเรื่องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ เฉลิมก็ได้ข้อมูลมาจากนายตำรวจในกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ตั้งเรื่องมาให้เพื่อชงให้มีการยุบประชาธิปัตย์ ตามใบสั่งของทักษิณ ชินวัตร ที่มีไปถึงนายตำรวจบางคนในกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อแลกกับเก้าอี้ใหญ่โตเป็นการตอบแทน แล้วแบบนี้ เฉลิมจะมาอ้างความดีความชอบของตัวเองได้อย่างไร
       
       ยิ่งตอนนี้มีคู่แข่งในพรรคพร้อมเปิดตัวชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแข่งกับเฉลิม อย่าง มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ เฉลิมก็รีบออกมาสกัดทันทีว่า ไม่เหมาะกับการชูให้ขึ้นมาเป็นผู้นำพรรค เพราะเหลิม รู้ดีว่า มิ่งขวัญได้รับการโปรโมตจากฝ่ายเครือญาติทักษิณ ทั้งพายัพ และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รวมถึงพวกนักโทษการเมืองคดียุบพรรค ที่ประจำการอยู่ที่ ตึกชินวัตร 3
       
       ถือว่าเป็นการเล่นการเมืองแบบเก่าๆ ที่ไม่สร้างสรรค์ของเหลิม ที่ทำท่าว่ายากจะแก้ไขได้ เพราะนี่คือธาตุแท้ของเขา
       
       เฉลิมเลิกหากินกับทักษิณ ชินวัตรไม่ได้ เพราะใครๆก็รู้ว่า นักการเมืองรุ่นเก่าคนนี้ จะเกาะทักษิณเพื่อไปให้ถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี 
 
 

 
 
 
 
 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 22 กรกฎาคม 2553, 13:45:46
โยกย้ายทหาร คลื่นใต้น้ำที่ยังไม่สงบ
22 กรกฎาคม 2553 เวลา 03:23 น.posttoday
ออกอาการสะดุดเล็กน้อย กับเส้นทางสู่เก้าอี้ ผบ.ทบ. ของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. เมื่อปรากฏชื่อ พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก เข้ามาเสียบขัดตาทัพก่อนหนึ่งปี

โดย...ทีมข่าวการเมือง


ทั้งในฐานะเพื่อน ตท.10 ของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. บวกกับแรงหนุนจาก “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ในฐานะนายทหารม้า “ลูกป๋า” ทำให้ พล.อ.พิรุณ มาแรงในช่วงโค้งสุดท้าย แซงหน้า พล.อ.ประยุทธ์ (ตท.12) ที่ยังมีเวลาเหลือเฟือเมื่อต้องเกษียณอายุราชการในปี 2557

ทว่าหลายฝ่ายยังปักใจเชื่อว่า “บิ๊กตู่” ซึ่งได้รับการปูทางจนมา “จ่อคิว” รอขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของกองทัพบก ดูจะได้เปรียบ พล.อ.พิรุณ ทั้งในแง่การครองอัตราจอมพลที่อาวุโสกว่า พล.อ.พิรุณ ที่แม้จะเป็นรุ่นพี่ก็ตาม

ยิ่งในยุคที่ “บูรพาพยัคฆ์” กำลังเรืองอำนาจ “3 ป” ทั้ง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ และ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งในกองทัพและการเมือง

โอกาสที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเข้ามาสืบทอดอำนาจ “บูรพาพยัคฆ์” จึงเป็นไปได้สูง โดยเฉพาะท่ามกลางบรรยากาศสถานการณ์บ้านเมืองที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ จนไม่อาจไว้วางใจในอนาคตที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

การมี “มือไม้” ไว้สานต่อภารกิจให้สำเร็จไปตลอดรอดฝั่ง หรือเป็น “ไม้กันหมา” ป้องกันการไล่เช็กบิลย้อนหลัง หากฝ่ายตรงข้ามสามารถพลิกสถานการณ์กลับเข้ามาเป็นฝ่ายได้เปรียบ จึงเป็นเรื่องสำคัญ และจำเป็นที่ต้องการคนไว้ใจได้ รู้ตื้นลึกหนาบางมาสานต่อภารกิจให้ลุล่วง

ที่ผ่านมายังเคยมีเสียงเรียกร้องให้ดัน “บิ๊กตู่” ขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ. แทน “บิ๊กป๊อก” กลางศึก หวังอาศัยความเด็ดขาด เด็ดเดี่ยวของ “บิ๊กตู่” มารับมือกับสถานการณ์การชุมนุม เมื่อเกิดเสียงครหาว่า “บิ๊กป๊อก” พยายามเซฟตัวเองเพื่อรอวันเกษียณแบบไม่เจ็บตัว

แม้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ออกมาจะเป็นไปในทำนองเรื่องการ “สมนาคุณ” ตอบแทนการปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันช่วงกว่า 2 เดือน กับการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง

การพิจารณาโยกย้ายปรับ “ขุมกำลัง” ในกองทัพเที่ยวนี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามว่ารูปร่างหน้าตาออกมาอย่างไร โดยเฉพาะแนวคิดที่จะ “จำกัด” บทบาท “ทหารแตงโม” ไม่ให้รบกวนการทำงานของทัพ หรือทำให้ข้อมูลรั่วไหวไปสู่ฝ่ายตรงข้ามอย่างที่ผ่านมา

สำหรับรายชื่อที่ติดโผ 5 เสือ ทบ. เที่ยวนี้ นอกจากจะมี พล.อ.ประยุทธ์ เป็น ผบ.ทบ. แล้ว ยังมี พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นรอง ผบ.ทบ. พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รอง เสธ.ทบ. เป็น เสธ.ทบ. พล.ท.ชลวิชญ์ เพิ่มทรัพย์ ปลัดบัญชี ทบ. เป็น ผช.ผบ.ทบ. และ พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 เป็น ผช.ผบ.ทบ.

อีกตำแหน่งสำคัญที่มีบทบาทอย่างมากในกองทัพ อย่างปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่ง พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ จะเกษียณปีนี้ พบว่า พล.อ.ประวิตร เตรียมดัน พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท รอง ผบ.สส. ข้ามมาคุมตำแหน่งนี้

ทั้งสถานะที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.8 กับ พล.อ.อภิชาต แล้ว ยังถือเป็นสายตรง “บูรพาพยัคฆ์” เป็นอีกคนสนิทของ “บิ๊กป้อม” ที่เติบโตมาจากกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) เคยเป็นนายทหารฝ่ายเสนาธิการติดตาม พล.อ.ประวิตร ก่อนข้ามไปเป็นรอง ผบ.สส.

ทว่า ในวันที่ “บูรพาพยัคฆ์” กำลังเรืองอำนาจต่อเนื่อง ย่อมสะเทือนไปถึง “วงศ์เทวัญ” อีกสายอำนาจในกองทัพที่เคยเรืองเฟื่องฟูมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องการที่จะแทรกตัวให้กลับเข้ามาในขั้วอำนาจ ไม่ถูกกลืนหายไปในยุคนี้

การจัดความสมดุลให้เกิดขึ้นในกองทัพ จึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะช่วยประสาน “รอยร้าว” อุดช่องโหว่ และไม่ให้เกิด “คลื่นใต้น้ำ” มาคอยปั่นป่วนภายในจนอาจลุกลามส่งผลกระทบรุนแรงต่อกองทัพ และความเป็นทหารมืออาชีพ

ยิ่งทุกวันนี้สารพัดโครงการจัดซื้ออาวุธยุทธภัณฑ์ กำลังถูกตรวจสอบจากทั้งพรรคฝ่ายค้าน และสังคมกำลังจับตาเป็นอย่างมาก ตั้งแต่เครื่องจีที 200 มาจนถึงการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพน รถหุ้มเกราะยูเครน บอลลูนสังเกตการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้

รวมแล้วงบประมาณจำนวนมหาศาลที่จัดสรรไปให้กับกองทัพ กลับถูกนำไปใช้ในโครงการที่ชัดเจนว่ามีเงื่อนงำความไม่ชอบมาพากล และเป็นจุดอ่อนที่จะกลายเป็นปัญหาในระยะยาวต่อกองทัพ

ตามหลักการแล้ว การจัดทัพโยกย้ายทหารภายใต้ พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม 2551 ถือเป็นหน้าที่การพิจารณาของคณะกรรมการ ซึ่งประกอบไปด้วย 6 คน ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.สส. และ ผบ.เหล่าทัพ

ดูหน้าค่าตาแล้วจึงค่อนข้างชัดเจนว่า อำนาจการตัดสินใจที่จะชี้นำบอร์ดชุดนี้ น่าจะอยู่ที่ฝั่ง “บูรพาพยัคฆ์” ทั้ง พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ ที่จะมีส่วนสำคัญในการวางโครงสร้างและรูปร่างหน้าตาของกองทัพหลังจากนี้

แม้บอร์ดชุดนี้จะตั้งขึ้นมาเพื่อป้องกันการเข้ามาล้วงลูกของฝ่ายการเมืองกับการจัดขุมกำลังของกองทัพ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทั้ง พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ ต่างแสดงออกชัดเจนว่า ลงเรือลำเดียวกับรัฐบาลประชาธิปัตย์ไปแล้ว

เสียงวิจารณ์ระยะหลังจึงออกมาเป็นห่วงเรื่องการเลือกข้างของ “กองทัพ” ซึ่งจะสะท้อนผ่านการจัดโผโยกย้ายรอบนี้ ที่จะต้องการจะดัน พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นมากุมอำนาจกองทัพ ล้างภาพทหารแตงโมจนน่าเป็นห่วงเสถียรภาพภายในกองทัพ

สุดท้ายการจัดโผกองทัพเที่ยวนี้ จึงเป็นเรื่อง “เปราะบาง” ท่ามกลางสัญญาณป่วนจากคลื่นใต้น้ำที่กดดันอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ได้แต่รอจับตาดูว่า “สมดุล” จากการปรับขบวนภายในกองทัพเที่ยวนี้จะออกมาอย่างไร และจะส่งผลอย่างไรต่อไปในระยะยาว



หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 22 กรกฎาคม 2553, 18:04:40
เปลว สีเงิน” จวก “นวยนิ่ม” ทำคดี “อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์” ไม่ดูข้อเท็จจริง ซัดอันตรายต่อสังคม
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2553 13:40 น.
 
 คอลัมน์ คนปลายซอย นสพ.ไทยโพสต์ ฉบับวันนี้ (22 ก.ค.)
 

 ASTVผู้จัดการ - “ป๋าเปลว” แปลกใจคำพูด “อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์” พูดกลางงานประกาศรางวัลนาฏราช คนฟังกินใจแต่กลับถูก ดีเจลูกทุ่ง แจ้งความหมิ่นสถาบัน จวกตำรวจเอาตัวรอด ไม่สนใจข้อเท็จจริง ชี้เป็นอันตรายต่อสังคม กลายเป็นเครื่องมือเอื้อประโยชน์โจร ถามใจ “นวยนิ่ม” เป็นถึงนายตำรวจรู้กฎหมายแต่ยังไร้เดียงสา ดูเจตนาไม่ออกว่าเป็นคุณหรือโทษ แต่เพื่อไม่ให้ถูกครหาแนะฟังความให้ครบด้าน
       
       วันนี้ (22 ก.ค.) คอลัมน์คนปลายซอย ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ “เปลว สีเงิน” ผู้บริหารและคอลัมนิสต์อาวุโสของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ เขียนบทความเรื่อง ตำรวจ กับ “วิสามัญสำนึก” โดยวิพากษ์วิจารณ์ถึงการที่ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จะเรียกตัวนายพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง หรือ “อ๊อฟ พงษ์พัฒน์” ดารานักแสดงชื่อดังที่ถูก นายภูมิพัฒน์ วงศ์ยาชวลิต หรือ “แน็ต พีรกร” ศิลปินลูกทุ่งและผู้จัดรายการวิทยุลูกทุ่ง เข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากการกล่าวแสดงความรู้สึกในงานประกาศผลรางวัลนาฏราช ซึ่งจัดขึ้นที่หอประชุมกองทัพเรือเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา และถ่ายทอดสดผ่านไทยทีวีสีช่อง 3
       
       เปลว สีเงิน ระบุว่า คำที่นายพงษ์พัฒน์พูดบนเวทีถึงเรื่อง “พ่อ” และได้รับเสียงปรบมือยาวนานในงานที่จัดโดยโทรทัศน์ช่อง 3 และเป็นคำกล่าวที่ผู้ฟังทั่วไปชื่นชอบด้วยรู้สึกกินใจอย่างกว้างขวางนั้น นายภูมิพัฒน์กลับไปแจ้งตำรวจให้จับนายพงษ์พัฒน์ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ตามมาตรา 112 ซึ่งตอนนี้ พล.ต.ต.อำนวยและทีมงานประชุมลงมติกันแล้วว่า เมื่อมีผู้มาแจ้งความตำรวจก็ต้องทำหน้าที่
       
       คอลัมนิสต์อาวุโสยังชี้ให้เห็นว่า ตำรวจก็ทำงานอยู่ระหว่างเขาควาย จึงต้องรู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี โดยไม่คำนึงว่า ข้อเท็จจริงและเจตนาเป็นอย่างไร เข้าข่ายตามกฎหมายหรือไม่ และผู้แจ้งหวังยืมมือตำรวจสร้างเงื่อนไขทำลายล้างผู้อื่นหรือไม่ แต่กลับมองว่าใครมาแจ้งก่อนเป็นโจทก์ ใครถูกแจ้งเป็นจำเลย ตามกระบวนการพิจารณาความของไทยที่ใช้ระบบกล่าวหา ซึ่งการที่ตำรวจไม่สนใจว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาได้รับผลกระทบ
       
       “การรับคดีโดยไม่ดูข้อเท็จจริงและเจตนานี่ ‘อันตราย’ ต่อสังคมมาก ยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสถาบันและมีการถูกนำมาใช้เป็น ‘เกม’ เพื่อการให้คุณ-ให้โทษอีกกับอีกฝ่ายด้วยแล้ว ถ้ากระบวนการยุติธรรมขั้นต้นคือ ‘ตำรวจ’ ทำหน้าที่ด้วยกลัว ด้วยหวั่นไหว มุ่งเอาตัวเองรอด ขาดความอาจหาญบนจิตวินิจฉัย ‘เสียสละ-คุณธรรม-ความถูกต้อง’ แล้วละก็ ตำรวจจะเป็นเครื่องมือเอื้อประโยชน์โจรมากกว่าเป็น ‘ผู้อภิบาลคนดี-ย่ำยีคนร้าย’ ขืนเป็นอย่างนี้บ่อยๆ ประชาชนผู้แบกภาระชาติจะเกิดความรู้สึก ทำดีเพื่อสถาบัน "มีแต่ตาย กับเสมอตัว" แล้วจะทำทำไม!?”
       
       นอกจากนี้ เปลว สีเงิน ยังแสดงความแปลกใจต่อ พล.ต.ต.อำนวย ถึงการสอบถามนายพงษ์พัฒน์ว่า เหตุใดจึงมีอากัปกิริยาเช่นนั้นขณะรับรางวัล เจตนาล่วงเกินสถาบันหรือไม่ และทำไมจึงเรียก ‘พ่อ’ เฉยๆ โดยเห็นว่าควรจะเรียกคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น หรือบุคคลทั่วไปที่ได้รับฟัง ทั้งนักกฎหมาย ทั้งอาจารย์ภาษาไทย มาให้ปากคำ มาให้ความเห็นว่าที่นายพงษ์พัฒน์ พูดบนเวทีในงานรับรางวัลนาฏราชนั่นหมายถึงใคร
       
       และคนฟังเมื่อฟังแล้วเข้าใจอย่างไร มีความรู้สึกตอบสนองอย่างไร เมื่อสอบเสร็จ ฟังรอบด้านแล้ว จึงจะมาสรุปกันว่าที่นายพงษ์พัฒน์พูดนั้นหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือไม่ ซึ่ง พล.ต.ต.อำนวยบอกว่า ไม่เกิน 1 เดือนก็สามารถสรุปได้ ซึ่ง พล.ต.ต.อำนวย เป็นถึงนายตำรวจมือกฎหมาย น่าจะรู้ว่าคำพูดของนายพงษ์พัฒน์หมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือไม่ พูดเป็นคุณ หรือเป็นโทษ พูดด้วยเจตนาดี หรือเจตนาร้าย แต่เพื่อไม่ให้แต่ละฝ่ายยกเป็นข้อครหายามไม่ถูกใจ จึงเห็นว่าควรฟังความให้ครบด้าน หยั่งกระแสแล้วค่อยสรุปว่าเข้าข่ายหรือไม่เข้าข่ายที่หลัง
       
       สำหรับ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เคยสร้างวีรกรรมในระหว่างเหตุการณ์สลายการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ชุมนุมหน้ารัฐสภาด้วยระเบิดแก๊สน้ำตาและอาวุธเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 จนทำให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่งมักจะออกมาทำหน้าที่แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อแก้ต่างให้กับตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในทำนองว่าได้ใช้แก๊สน้ำตาเป็นเครื่องมือควบคุมฝูงชนตามหลักสากลที่ใช้กันทั่วโลก ไม่ได้ใช้กระสุนยาง ส่วนผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บนั้น อาจเกิดจากการวิ่งและลื่นหกล้ม นอกจากนี้ยังปฏิเสธภาพที่ตำรวจขว้างปาวัตถุคล้ายระเบิดใส่ผู้ชุมนุมที่สื่อมวลชนนำเสนอ และยังยืนยันว่าตำรวจมีอำนาจโดยชอบที่จะดำเนินการสลายการชุมนุม
       
       นอกจากนี้ ด้วยความที่ พล.ต.ต.อำนวยเป็นนายตำรวจมือกฎหมาย ครั้งหนึ่งภายหลังเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551 ก็มีนายสิทธิพร โพธิโสดา ซึ่งอ้างว่าเป็นทนายความ ได้ฟ้องร้องต่อศาลอาญาเพื่อให้ดำเนินการเอาผิดต่อนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผบ.ตร. พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. และพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.รวม 5 คน ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่านายสิทธิพรไม่ใช่ผู้เสียหาย และมีรายงานว่านายสิทธิพรเป็นเพื่อนสนิท และเป็นคน จ.สงขลา บ้านเดียวกันกับ พล.ต.ต.อำนวย
       
       ภายหลังพบว่า พล.ต.ต.อำนวยอาศัยกรณีที่นายสิทธิพรฟ้องร้องนำไปยื่นฟ้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้หยุดไต่สวนเอาผิด โดยอ้างถึง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 86 บัญญัติ ห้ามไม่ให้ ป.ป.ช.รับคำกล่าวหาที่เกี่ยวกับเรื่องที่ศาลรับฟ้องในประเด็นเดียวกัน ภายหลังเมื่อศาลนำคำฟ้องมาตรวจพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีไม่ครบองค์ประกอบความผิด จึงมีคำสั่งไม่รับฟ้องและงดการไต่สวนมูลฟ้องดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.อำนวยยังมีความพยายามที่จะขัดขวางการไต่สวนเอาผิดกับตำรวจที่สลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ โดยมรายงานว่า พล.ต.ต.อำนวยได้ส่งหนังสือถึง พล.ต.อ.วิสุทธิ์ กิตติวัฒน์ นายกสมาคมตำรวจ และอดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ขอล่ารายชื่อตำรวจ ยื่นถอดถอนกรรมการ ป.ป.ช.พ้นตำแหน่งอีกทางหนึ่งด้วย
       
 
 
 
 
 
 
 


หัวข้อ: Re: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ทุกคน มีสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 และ29
เริ่มหัวข้อโดย: seree_60 ที่ 23 กรกฎาคม 2553, 09:46:49
 
ชะตากรรมของทักษิณ และคอร์โดคอฟสกี้ ความล้มเหลวของโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม 
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 กรกฎาคม 2553 00:07 น.
 
 
 
  ในเว็บไซต์ robertamsterdam.com ของนายโรเบิร์ต แอมสเตอร์ดัม มือปืนรับจ้างสร้างภาพ ให้ นช. ทักษิณ ชินวัตร เป็นนักประชาธิปไตย มีสมุดปกขาวอยู่หลายเล่ม เล่มหนึ่งเป็นเรื่อง การปิดกั้น สิทธิเสรีภาพทางการเมืองในสิงคโปร์ โดยยกเอากรณีของนายจีซุนจวน เลขาธิการพรรคประชาธิปไตยสิงคโปร์ พรรคฝ่ายค้าน ที่ถูกจำคุก ในข้อหาหมิ่นประมาท เพราะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล เล่มหนึ่งเป็นเรื่องของอำนาจเผด็จการของรัฐบาลรัสเซีย ที่จับนายมิคาอิล โคดอร์คอฟสกี้ อดีตมหาเศรษฐี และนักธุรกิจมาเฟียเข้าคุก
       
       ยังมีสมุดปกขาว พูดถึงนักการเมืองฝ่ายค้านในไนจีเรีย และนายธนาคารในเวเนซุเอลา ที่ถูกรัฐบาลรังแก ตั้งข้อหา คอร์รัปชั่น ทำผิดกฎหมายเงินตราต่างประเทศ จนต้องหนีไปอยู่ในต่างประเทศ
       ทุกคนที่เป็นตัวละครในสมุดปกขาวเหล่านี้ ล้วนเป็นลูกค้าของนายอัมสเตอร์ดัม ที่จ้างให้เขาเคลื่อนไหว สร้างภาพ สร้างข่าวให้ปรากฏในสื่อต่างประเทศ เพื่อหวังจะสร้างแรงสนับสนุนจากประชาคมนานาชาติ เป็นอาวุธในการต่อสุ้ของตัวเอง
       
       จึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องแปลกใจ ที่สมุดปกขาวเล่มล่าสุดของนายอัมสเตอร์ดัม จะเป็นเรื่อง The Bangkok Massacres : A Call For Accountability การสังหารหมู่ที่กรุงเทพ เสียงเรียกร้องหาความรับผิดชอบ ที่เขียนคำนิยม โดย นช. ทักษิณ ชินวัตร เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของ แพ็คเก็จ การใส่ร้าย ป้ายสีประเทศไทย การสร้างภาพ นช. ทักษิณ ว่าเป็นนักประชาธิปไตย ที่ถูกล้มล้างด้วยการรัฐประหาร ที่นช.ทักษิณ จ้างให้นายอัมสเตอร์ดัมดำเนินการ
       
       นายอัมสเตอร์ดัมมีชื่อเสียงขึ้นมา จากการรับจ้างสร้างภาพให้ นายโคดอร์ดอฟสกี้ ว่า เป็นผู้ที่มีความคิดแบบเสรีนิยม สนับสนุนระบบประชาธิปไตย และระบบทุนนิยมเสรี เป็นผู้มีวิสัยทัศน์ ในการสร้างรัสเซียใหม่ หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 1991 ซึ่งตกเป็นเหยื่อของ ระบบการปกครองที่เผด็จการของรัสเซีย ที่มีนายลาดิเมียร์ ปูติน เป็นผู้นำ
       
       กลยุทธ์การสร้างภาพเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ “ ขายได้” ในโลกตะวันตก ที่บูชาคาถา “ ตลาดเสรี - ประชาธิปไตย-สิทิมุนษยชน- ต่อต้านปูติน “ เว็บไซต์ และบล็อกของนายอัมสเตอร์ดัม จึงมีแต่เรื่องที่ใส่สี ตีไข่ สร้างเป็นภาพปูติน และรัสเซีย ให้เป็นยักษ์มาร และเชิดชูนายโคดอร์คอฟสกี ให้เป็นนักเสรีนิยม ผู้สนับสนุนการค้าเสรี
       
       แต่ความจริงแล้ว นายโคดอร์ดอฟสกี้ เป็นคนหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญ ในการสร้างระบบทุนนิยมมาเฟีย หลังโซเวียตล่มสลาย ยูคอส ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของรัสเซีย ที่เกิดขึ้นจากการ แปรรูปรัฐวิสาหกิจ หลังการล่มสลายของระบบคอมมิวนิสต์ เป็นกิจการที่โคดอร์ดอฟสกี้ และกลุ่มคณาธิปไตยหรือ oligarch ของรัสเซีย “ ปล้น”มาจากรัฐ ด้วยวิธีการอันฉ้อฉล ในยุคที่บอรีส เยลต์ซินเป็นประธานาธิบดี
       
       เมื่อปูตินขึ้นมามีอำนาจ ยูคอสถูกกล่าวหาว่า เลี่ยงภาษี และมีพฤติกรรมทุจริต ปี 2003 นายอัมสเตอร์ดัมมีโอกาสพบกับนายโคดอร์คอฟสกี้ ที่วอชิงตัน โดยการแนะนำของเพื่อนคนหนึ่ง และต่อมากลายเป็นที่ปรึกษากฎหมายของนายโคดอร์คอฟสกี้ แต่ไม่ใช่ทนายความ เพราะนายอัมสเตอร์ดัม ไม่มีสิทธิว่าความในรัสเซีย และไม่มีความรู้เรื่องรัสเซีย
       
       นายอัมสเตอร์ดัม เป็นล้อบบี้ยิสต์ และนักสร้างภาพ ป้ายสี ใส่ไข่มากกว่า เขาสร้างภาพว่านายโคดอร์ดอฟสกี้ถูกรังแกจากระบอบเผด็จการของนายปูติน ด้วยการจัดแถลงข่าว เขียนบทความ ทำเว็บบล็อก จัดสัมมนา เรื่องที่เป็นด้านลบของรัสเซีย
       
       แต่สุดท้ายแล้ว ยูคอส ถูกพิพากษาให้ล้มละลาย นายโคดอร์คอฟสกี้ ถูกจำคุกที่ไซบีเรีย เป็นเวลา 8 ปี ส่วนนายโคดอร์คอฟสกี้ ถูกขับออกจากรัสเซีย แต่ว่า มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาจากเรื่องนี้ ทุกวันนี้ เขายังหากินกับนายโคดอร์คอฟสกี้อยู่
       
       กลยุทธ์ของนายอัมสเตอร์ดัม คือ การสร้างข่าว ใช้ความจริงส่วนเดียว ผสมความเท็จ หลายส่วน สร้างโจรให้เปน็น็น็นฮีโร่ ภาพ และข่าว-บทวิเคราะห์ที่ปรากฏในเว็บบล็อประเทศไทย ในเว็บไซต์โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมนั้น เป็นภาพ และเป็นเรื่องเดียวกับ ที่กลุ่มคนเสื้อแดงนำเสนอผ่านสื่อภาษาไทย และมุมมองของนักวิชาการเสื้อแดง เช่น กรณี 6 ศพ ที่วัดปทุมวนาราม , ภาพคนห่มเหลืองโดนทหารจับมัดมือไพล่หลัง , ภาพทหารเล็งปืนเข้าใส่ผู้ชุมนุม , การบิดเบือน การสลายการชุมนุมว่า เป็นการสังหารหมู่ การใช้ พรก. ฉุกเฉิน คือ การใช้อำนาจเผด็จการไล่ล่าคนเสื้อแดง การชุมนุมของคนเสื้องแดง คือ การเรียกร้องประชาธิปไตย ฯลฯ
       
       ตรรกะ และวาทกรรมเหล่านี้ คือ เหตุผลซ้ำซาก ที่กลุ่มคนเสื้อแดงบิดเบือนเพื่อหาคำอธิบายกับความพ่ายแพ้ของตนเอง ไม่มีเรื่องไหนใหม่เลย ไม่มีประเด็นไหน เป็นประเด็นใหม่ ที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ และสื่อไทยบางค่าย ไม่เคยกุขึ้นมาก่อน นายอัมสเตอร์ดัมทำงานง่ายไปหน่อย เขาหวังว่า เรื่องโกหก ที่แปลมาจากภาษาไทยเหล่านี้ จะได้รับความสนใจจากต่างชาติ แต่กลับกลายเป็น สื่อไทย ที่ไปเอาเรื่องแปลของฝรั่ง มาเสนอเป็นภาษาไทยอีกรอบหนึ่งไปเสียฉิบ
       
       
       เป้าหมายของนช.ทักษิ