28 กุมภาพันธ์ 2564, 05:39:40
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน [สมาชิกเก่าลืมรหัส โทร 081-7611760]
A A A A  ระเบียบปฎิบัติ
   
Languages    
  หน้า: 1 2 3 ... 26 [ทั้งหมด]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ช่วยกันถาม..ช่วยกันตอบ  (อ่าน 190803 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« เมื่อ: 18 กันยายน 2550, 19:07:45 »

ขออนุญาตตั้งกระทู้ใหม่..จะได้ไม่ซ้ำซาก..

เพราะผมเห็นว่า..บางครั้ง..มีหลายคนอยากถามเรื่องโน้น..เรื่องนี้..แต่ไม่รู้จะไป post ไว้ที่ไหน..

เราชาวหอ..หลายอาชีพ..หลายความรู้..น่าจะช่วยๆกันหาคำตอบให้ได้..

ขออนุญาตแต่งตั้งตัวเองดูแลกระทู้นี้เรื่องการถามและตอบนะ..อย่าถามเรื่อยๆแล้วไม่มีใครตอบล่ะ..

อ้อ..ถามแบบข้อมูลจริงๆนะ..ถ้าจะถามกวนตรีน..ไปกระทู้ซ้อมมุกแล้วกันเด้อ..
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #1 เมื่อ: 18 กันยายน 2550, 19:09:35 »

เอาข้อแรกครับ..สงสัยมานานจริงๆ..

ทำไมไฟถอยหลังรถ altis ถึงมีข้างซ้ายข้างเดียว..แล้วข้างขวาเป็นสีแดงๆแปะไว้อ่ะ..เวลาติด..มันก็ติดข้างเดียวด้วยอีก..อันนี้อยากรู้มานานแล้ว..ใครรู้วานบอก..
บันทึกการเข้า
Joker_rcu79
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 332

« ตอบ #2 เมื่อ: 19 กันยายน 2550, 11:34:12 »

ผมไม่รู้.........อ้าว มีเรื่องแล้ว...
ในความเห็น...ผมว่ามันเป็นดีไซด์มากกว่านะเพื่อนโต้ง :twisted:
บันทึกการเข้า
Mr.EggMan
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826

« ตอบ #3 เมื่อ: 19 กันยายน 2550, 12:48:17 »

เห็นใคร เค้าว่า เกี่ยวกับกฏหมายในยุโรป ที่เกี่ยวๆกับไฟตัดหมอกหลังเนี่ยแหละ พวก volk ก็เป็นนิ

ช่างหาคำตอบ แต่ไม่รู้จะถูกไหม
บันทึกการเข้า

jakkreepan@hotmail.com
Love is in the A...I...R......H
หลิม 81
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,840

« ตอบ #4 เมื่อ: 19 กันยายน 2550, 18:33:17 »

พี่ไข่ถูกต้องครับ... และเป็นเรื่อง design ด้วย สังเกตให้ดีจะสว่างเป็นพิเศษ เพื่อความปลอดภัยด้วยคับ

คนรู้เยอะ รู้จริง
บันทึกการเข้า

@ ปีนี้ปีของผม @
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #5 เมื่อ: 19 กันยายน 2550, 20:01:44 »

เฮ้ย..มันไฟถอยหลังไม่ใช่เหรอ..ไม่ใช่ไฟตัดหมอก..แล้วมันก็ผลิตในประเทศด้วยนิ..

แล้วทำไมยี่ห้ออื่นเค้าถึงไม่ทำกันน่ะ..ถ้าเรื่องกฎหมาย..มันก็ต้องกฎหมายในประเทศไม่ใช่เหรอ..

ช่างสงสัย..
บันทึกการเข้า
ชาร์ป
Global Moderator
Hero Cmadong Member
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,119

« ตอบ #6 เมื่อ: 20 กันยายน 2550, 01:15:11 »

มั่วเปล่า หลิม ไม่เห็น Ford Focus เป็นเลย  :lol:  ... แต่ถ้าไฟถอยหลัง สว่าง ๆ นี้ ยิ่งดีนะ
ถอยหลังจะได้เห็นชัด ๆ หน่อย

ส่วนไฟตัดหมอกหลังน่าจะเป็น ไอ้ไฟ แดง ๆ แถว ๆ กันชนหลังน่ะ ขับตามทีไร แสบตาทุกที (ฝนก็ไม่ตก หมอกก้ไม่ลง ดันเปิดอยู่ได้  :evil:  )
บันทึกการเข้า
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #7 เมื่อ: 20 กันยายน 2550, 10:23:28 »

Yaris ก็เป็นด้วยเปล่า
บันทึกการเข้า
Mr.EggMan
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826

« ตอบ #8 เมื่อ: 20 กันยายน 2550, 17:15:25 »

อ้างจาก: "ชาร์ป"
มั่วเปล่า หลิม ไม่เห็น Ford Focus เป็นเลย  :lol:  ... แต่ถ้าไฟถอยหลัง สว่าง ๆ นี้ ยิ่งดีนะ
ถอยหลังจะได้เห็นชัด ๆ หน่อย

ส่วนไฟตัดหมอกหลังน่าจะเป็น ไอ้ไฟ แดง ๆ แถว ๆ กันชนหลังน่ะ ขับตามทีไร แสบตาทุกที (ฝนก็ไม่ตก หมอกก้ไม่ลง ดันเปิดอยู่ได้  :evil:  )


เนื่องจากคันที่ ชาร์ป ขับเป็นรถ แถบ อีสาน ตอนบน มิใช่ยุโรป เลยไม่มี

อิอิอิ

 :lol:
บันทึกการเข้า

jakkreepan@hotmail.com
Love is in the A...I...R......H
หลิม 81
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,840

« ตอบ #9 เมื่อ: 20 กันยายน 2550, 17:52:58 »

อ้างจาก: "Mr.EggMan"
อ้างจาก: "ชาร์ป"
มั่วเปล่า หลิม ไม่เห็น Ford Focus เป็นเลย  :lol:  ... แต่ถ้าไฟถอยหลัง สว่าง ๆ นี้ ยิ่งดีนะ
ถอยหลังจะได้เห็นชัด ๆ หน่อย

ส่วนไฟตัดหมอกหลังน่าจะเป็น ไอ้ไฟ แดง ๆ แถว ๆ กันชนหลังน่ะ ขับตามทีไร แสบตาทุกที (ฝนก็ไม่ตก หมอกก้ไม่ลง ดันเปิดอยู่ได้  :evil:  )


เนื่องจากคันที่ ชาร์ป ขับเป็นรถ แถบ อีสาน ตอนบน มิใช่ยุโรป เลยไม่มี

อิอิอิ

 :lol:


ถ้าหาว่ากรูมั่ว วันหลังอย่าทะลึงโทรถามร้านอาหารกรูละ...กรูไม่บอก
บันทึกการเข้า

@ ปีนี้ปีของผม @
ชาร์ป
Global Moderator
Hero Cmadong Member
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,119

« ตอบ #10 เมื่อ: 21 กันยายน 2550, 01:22:01 »

โอ๋  ... อย่าน้อยใจ ... เป็นแมว เชื่อง ๆ ยังขี้น้อยใจอีก หุ หุ

... ว่าง ๆ ไปหาร้านอะไรอร่อย กินกันอีกนะ ...
บันทึกการเข้า
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #11 เมื่อ: 21 กันยายน 2550, 10:31:07 »

โต้งๆ พวกข้างบน มัน นอกประเด็นอ่ะ หุๆๆ  Cool


เออ...แต่น้องซ๊าป  พาสาวผู้ใด ไปทานข้าวด้วยล่ะครับหุๆๆ  Cheesy
บันทึกการเข้า
dol (81)
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 540

« ตอบ #12 เมื่อ: 21 กันยายน 2550, 18:52:41 »

อ้างจาก: "ชาร์ป"
โอ๋  ... อย่าน้อยใจ ... เป็นแมว เชื่อง ๆ ยังขี้น้อยใจอีก หุ หุ

... ว่าง ๆ ไปหาร้านอะไรอร่อย กินกันอีกนะ ...

กรูไปด้วย  :oops:
บันทึกการเข้า

ความรักไม่มีวันหมดอายุ ถ้ามันจะหมดอายุแสดงว่าคุณหมดรัก
por-sim
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,123

« ตอบ #13 เมื่อ: 21 กันยายน 2550, 19:10:03 »

ถาม: พี่ ๆ คะ แวะเข้าไปโพสต์ในห้อง 43 บ้างได้มั้ยคะ
บันทึกการเข้า
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #14 เมื่อ: 24 กันยายน 2550, 09:06:00 »

อ้างจาก: "por-sim"
ถาม: พี่ ๆ คะ แวะเข้าไปโพสต์ในห้อง 43 บ้างได้มั้ยคะ


ไปห้อง 43 แล้ว ก็ขับเลยไปอีกนิด ห้อง 45 ด้วยนะค่ะ :lol:  :lol:
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #15 เมื่อ: 24 กันยายน 2550, 09:08:54 »

ถามค่ะ  อันนี้อยากรู้จริงๆ  ว่าทำไมสัญญาณไปจราจร ต้องมี 3 สี คือ สีเขียว เหลือง แดง

คิดว่าจะมีมากกว่า 3 สีได้ไมค่ะ แล้วเป็นสีอื่นได้ป่าว
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
หลิม 81
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,840

« ตอบ #16 เมื่อ: 24 กันยายน 2550, 17:13:56 »

อ้างจาก: "yungying"
ถามค่ะ  อันนี้อยากรู้จริงๆ  ว่าทำไมสัญญาณไปจราจร ต้องมี 3 สี คือ สีเขียว เหลือง แดง

คิดว่าจะมีมากกว่า 3 สีได้ไมค่ะ แล้วเป็นสีอื่นได้ป่าว


เรื่องสัญญาณไฟจราจรเนี่ยะรู้จริงครับ

ประวัติคืองี้...มีกรรมการที่จะขับรถไปตัดสินฟุตบอลทึ่ประเทศอังกฤษ..แต่ว่ารถติดมากเค้าก็เลยคิดสัญญาณไฟจราจรขึ้นมาเป็นไฟเขียว แดง ครับ

สรุปต้นกำเนิดไฟจราจรอยู่ที่ประเทศอังกฤษ เป็นกรรมการตัดสินฟุตบอลครับ
บันทึกการเข้า

@ ปีนี้ปีของผม @
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #17 เมื่อ: 24 กันยายน 2550, 20:05:23 »

โอ้..ในที่สุด..กระทู้นี้ก็ให้ประโยชน์กับสังคมซะที..

ตกลงไฟเกียร์ถอยหลังกรูไม่มีใครรู้ใช่ป่ะ..ไปสังเกตุ LIMO น่ะ..ไฟข้างขวามันเป็นสีเหลืองน่ะ..ไม่รู้ว่าเวลาถอยมันจะติดรึเปล่า..

เอาไปซักคำถาม..อันนี้ข้องใจมานาน..

ทำไมเรียก ไหปลาร้า..ครับ..ใครรู้บ้าง..ทำไมต้องไหปลาร้า..เอาตรรกะอะไรมาจับก็ไม่เข้าใจอยู่ดี..(ไอ้ที่อยู่ข้างๆหัวไหล่น่ะ..)
บันทึกการเข้า
ชาร์ป
Global Moderator
Hero Cmadong Member
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,119

« ตอบ #18 เมื่อ: 24 กันยายน 2550, 20:31:22 »

อ้างจาก: "ppornson"
โอ้..ในที่สุด..กระทู้นี้ก็ให้ประโยชน์กับสังคมซะที..

ตกลงไฟเกียร์ถอยหลังกรูไม่มีใครรู้ใช่ป่ะ..ไปสังเกตุ LIMO น่ะ..ไฟข้างขวามันเป็นสีเหลืองน่ะ..ไม่รู้ว่าเวลาถอยมันจะติดรึเปล่า..

เอาไปซักคำถาม..อันนี้ข้องใจมานาน..

ทำไมเรียก ไหปลาร้า..ครับ..ใครรู้บ้าง..ทำไมต้องไหปลาร้า..เอาตรรกะอะไรมาจับก็ไม่เข้าใจอยู่ดี..(ไอ้ที่อยู่ข้างๆหัวไหล่น่ะ..)


เอ่อ ... หวังว่าทุกคนคงไม่นึกถึงผมเป้นอันดับแรกนะ ...

พอดีที่บ้านผมเรียก ปลาแดก น่ะ ... ก็เลยไม่รู้จะตอบอย่าง

แต่ถ้าจะให้มั่ว ๆ ปลาแดก น่ะ พอไหว

ปลาแดก น่าจะมาจาก ปลาเก็บเอาไว้ แดก (กิน) น่ะ ... เรียก สั้น ๆ ก็เลยเป็น ปลาแดก คับ  Cool

...

หุ หุ
บันทึกการเข้า
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #19 เมื่อ: 24 กันยายน 2550, 21:47:26 »

อ้างจาก: "หลิม 81"
อ้างจาก: "yungying"
ถามค่ะ  อันนี้อยากรู้จริงๆ  ว่าทำไมสัญญาณไปจราจร ต้องมี 3 สี คือ สีเขียว เหลือง แดง

คิดว่าจะมีมากกว่า 3 สีได้ไมค่ะ แล้วเป็นสีอื่นได้ป่าว


เรื่องสัญญาณไฟจราจรเนี่ยะรู้จริงครับ

ประวัติคืองี้...มีกรรมการที่จะขับรถไปตัดสินฟุตบอลทึ่ประเทศอังกฤษ..แต่ว่ารถติดมากเค้าก็เลยคิดสัญญาณไฟจราจรขึ้นมาเป็นไฟเขียว แดง ครับ

สรุปต้นกำเนิดไฟจราจรอยู่ที่ประเทศอังกฤษ เป็นกรรมการตัดสินฟุตบอลครับ


เอ๋..... ถ้าไฟเหลืองไฟแดงนะพอว่า เพราะกรรมการตัดสินฟุตบอลเขาใช้ใบเหลืองใบแดง
แต่ใบเขียวไม่เคยเห็นนิพี่หลิม...มั่วป่าวเนี้ย
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #20 เมื่อ: 24 กันยายน 2550, 21:58:11 »

อ้างจาก: "ppornson"
โอ้..ในที่สุด..กระทู้นี้ก็ให้ประโยชน์กับสังคมซะที..

ตกลงไฟเกียร์ถอยหลังกรูไม่มีใครรู้ใช่ป่ะ..ไปสังเกตุ LIMO น่ะ..ไฟข้างขวามันเป็นสีเหลืองน่ะ..ไม่รู้ว่าเวลาถอยมันจะติดรึเปล่า..

เอาไปซักคำถาม..อันนี้ข้องใจมานาน..

ทำไมเรียก ไหปลาร้า..ครับ..ใครรู้บ้าง..ทำไมต้องไหปลาร้า..เอาตรรกะอะไรมาจับก็ไม่เข้าใจอยู่ดี..(ไอ้ที่อยู่ข้างๆหัวไหล่น่ะ..)


ให้คนใต้วิเคราะห์นะค่ะ...  เนื่องจากว่าสมัยก่อนคนอีสานทำปลาร้ากันเยอะ  เวลาขนย้ายก็ต้องใช้การแบกขึ้นบ่า/ไหล่  เวลาจะแบกก็จะบอกว่า "เอาไหปลาร้าขึ้นบ่า" "เอาไหปลาร้าขึ้นไหล่"
พอแบกเยอะๆเลยขี้เกียจพูด  กลายเป็น "เอาไหปลาร้า"  พูดกันบ่อยๆจนเป็นความเคยชิน กลายเป็นว่าเรียกบ่าว่าไหปลาร้า.........เหอะๆๆๆๆ  อันนี้วิเคราะห์จากประสบการณ์ของคนที่อยู่ห่างไกลไหปลาร้านะค่ะ
:lol:  :lol:  :lol:
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
หลิม 81
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,840

« ตอบ #21 เมื่อ: 25 กันยายน 2550, 10:29:58 »

อ้างจาก: "yungying"
อ้างจาก: "หลิม 81"
อ้างจาก: "yungying"
ถามค่ะ  อันนี้อยากรู้จริงๆ  ว่าทำไมสัญญาณไปจราจร ต้องมี 3 สี คือ สีเขียว เหลือง แดง

คิดว่าจะมีมากกว่า 3 สีได้ไมค่ะ แล้วเป็นสีอื่นได้ป่าว


เรื่องสัญญาณไฟจราจรเนี่ยะรู้จริงครับ

ประวัติคืองี้...มีกรรมการที่จะขับรถไปตัดสินฟุตบอลทึ่ประเทศอังกฤษ..แต่ว่ารถติดมากเค้าก็เลยคิดสัญญาณไฟจราจรขึ้นมาเป็นไฟเขียว แดง ครับ

สรุปต้นกำเนิดไฟจราจรอยู่ที่ประเทศอังกฤษ เป็นกรรมการตัดสินฟุตบอลครับ


เอ๋..... ถ้าไฟเหลืองไฟแดงนะพอว่า เพราะกรรมการตัดสินฟุตบอลเขาใช้ใบเหลืองใบแดง
แต่ใบเขียวไม่เคยเห็นนิพี่หลิม...มั่วป่าวเนี้ย


ต่อละกัน ไม่มีมั่วเด็ดขาดครับ...

เพราะว่าเหลืองกับแดงใกล้เคียงกัน เขียวนี่แหละ ปลอดภัยสบายตัว
บันทึกการเข้า

@ ปีนี้ปีของผม @
Apirat T.
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,357

« ตอบ #22 เมื่อ: 25 กันยายน 2550, 11:40:01 »

งี๊แสดงว่า ถ้าไฟเหลืองสองทีแล้วค่อยแดงเนี่ย
หมายความว่า ให้ไปได้ก่อนหนึ่งคัน แล้วค่อยหยุด
แต่ถ้าแดงทันที ไม่มีเหลือง
ต้องหยุดทันที

ตาแคม  :lol:
บันทึกการเข้า
ชาร์ป
Global Moderator
Hero Cmadong Member
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,119

« ตอบ #23 เมื่อ: 25 กันยายน 2550, 13:42:48 »

อ้างจาก: "apirat"
งี๊แสดงว่า ถ้าไฟเหลืองสองทีแล้วค่อยแดงเนี่ย
หมายความว่า ให้ไปได้ก่อนหนึ่งคัน แล้วค่อยหยุด
แต่ถ้าแดงทันที ไม่มีเหลือง
ต้องหยุดทันที

ตาแคม  :lol:


แสดงว่า ตาแคมชอบ ผ่าไฟเหลือง  :twisted:
บันทึกการเข้า
หลิม 81
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,840

« ตอบ #24 เมื่อ: 25 กันยายน 2550, 15:00:36 »

กรุณาอย่าแตกประเด็น..
บันทึกการเข้า

@ ปีนี้ปีของผม @
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #25 เมื่อ: 25 กันยายน 2550, 19:38:29 »

อ้างจาก: "หลิม 81"
อ้างจาก: "yungying"
อ้างจาก: "หลิม 81"
อ้างจาก: "yungying"
ถามค่ะ  อันนี้อยากรู้จริงๆ  ว่าทำไมสัญญาณไปจราจร ต้องมี 3 สี คือ สีเขียว เหลือง แดง

คิดว่าจะมีมากกว่า 3 สีได้ไมค่ะ แล้วเป็นสีอื่นได้ป่าว


เรื่องสัญญาณไฟจราจรเนี่ยะรู้จริงครับ

ประวัติคืองี้...มีกรรมการที่จะขับรถไปตัดสินฟุตบอลทึ่ประเทศอังกฤษ..แต่ว่ารถติดมากเค้าก็เลยคิดสัญญาณไฟจราจรขึ้นมาเป็นไฟเขียว แดง ครับ

สรุปต้นกำเนิดไฟจราจรอยู่ที่ประเทศอังกฤษ เป็นกรรมการตัดสินฟุตบอลครับ


เอ๋..... ถ้าไฟเหลืองไฟแดงนะพอว่า เพราะกรรมการตัดสินฟุตบอลเขาใช้ใบเหลืองใบแดง
แต่ใบเขียวไม่เคยเห็นนิพี่หลิม...มั่วป่าวเนี้ย


ต่อละกัน ไม่มีมั่วเด็ดขาดครับ...

เพราะว่าเหลืองกับแดงใกล้เคียงกัน เขียวนี่แหละ ปลอดภัยสบายตัว


แล้วสรุปว่ายังไงอะ  งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง :?:  :?:  :shock:
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #26 เมื่อ: 25 กันยายน 2550, 19:53:36 »

มันมีอะไรเกี่ยวกับเรื่องแม่สีมั๊ย..

เพราะว่ามันกลายเป็นสัญลักษณ์ไปว่า..แดงคือห้าม เหลืองคือเตือน..มีอันตราย

แล้วก็เขียวมันก็ให้ความรู้สึกว่าปลอดภัยน่ะ..
บันทึกการเข้า
Mr.EggMan
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826

« ตอบ #27 เมื่อ: 26 กันยายน 2550, 00:24:42 »

ว่างๆเลยหามาฝาก เรื่อง ของ ไฟจราจร or traffic light

มีครั้งแรกในปี 1868 ที่ลอนดอน,ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ก่อนสมัยที่จะมีรถยนต์ซะอีก เริ่มต้นมีแค่สองสีคือ แดง=หยุด , เขียว=ระวัง โดยใช้โคมไฟเป็นสัญลักษณ์

อ้างอิง www.ideafinder.com/history/inventions/trafficlight

เท่าทีหาดู เรื่องสีของมัน คงเป็น เรื่องของการใช้สีเชิงสัญลักษณ์ ลองหาอ่านดูสนุกดี เลือกการเลือกใช้สัญลักษณ์น่ะ มันเป็นพื้นฐานของการทำสื่อโฆษณาด้วย

ชอบๆ หามาเยอะเลย คำถาม

จาก คนชอบตอบ (ถูกไม่ถูก ไม่รู้ แต่ขอตอบ)
บันทึกการเข้า

jakkreepan@hotmail.com
Love is in the A...I...R......H
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #28 เมื่อ: 26 กันยายน 2550, 17:58:33 »

โอ้..ผ่านไปได้ 1 ข้อ..แต่รถอัลติสกับไหปลาร้ากรูเนี่ยะ..ท่าทางจะยาก..

งั้นเอาไปอีกคำถาม..แบบว่าข้องใจมากๆๆ

คือเดินทางรถไฟฟ้าทุกวันครับ..ก็จะเห็นสาวๆแต่งตัวหลายๆแบบ..แต่ผมสงสัยมากๆ คือคนเดิมๆที่เดินสวนกันไปเนี่ยะ..อายุประมาณ 25 ปี..หน้าตาก็พอสมควร..แต่งตัวเป็นสาวออฟฟิตเนี่ยะ..

แต่ติดตรงเสื้อเนี่ยะ..เค้าจะใส่แบบให้ดันหน้าอกขึ้นมาเห็นเนินสูงๆทุกวันเลยอ่ะ..ทุกชุด concept เดียวกันหมด ดันอกสูงๆ..ให้เห็นเยอะๆเนี่ยะ..

อยากถามความเห็น..ว่าคิดยังไงที่เค้าถึงแต่งตัวแบบนี้ไปทำงานทุกวัน..ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าผู้ชายก็จะมอง..อยากเด่น..หรือว่า อยากโชว์ซะเฉยๆ..

ถามความเห็นทั้งผู้หญิงและผู้ชายนี่ล่ะ..

อ้อ..ในบอร์ดนี้มีใครไม่ใส่กางเกงในไปทำงานมั๊ยครับ..
บันทึกการเข้า
ชาร์ป
Global Moderator
Hero Cmadong Member
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,119

« ตอบ #29 เมื่อ: 26 กันยายน 2550, 20:52:33 »

พี่โต้ง แสดงว่าที่ผมตอบ ไม่ใช่คำตอบที่ต้องการล่ะสิเนี่ย ... :?
บันทึกการเข้า
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #30 เมื่อ: 26 กันยายน 2550, 22:02:14 »

คนเราแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ความชอบก็แตกต่างกัน  การแต่งตัวก็เป็นการแสดงออกถึงความเป็นตัวเรา  แต่ละคนชอบแบบไหนก็จะแสดงออกมาแบบนั้น  ผู้หญิงคนนั้นเขาก็คงชอบแบบนั้น  เปิดนิดๆหน่อยๆ ให้คนอื่นได้มอง....หรือผู้ชายไม่ชอบมองละค่ะ
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
audit
มือใหม่หัดเมาท์
*


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 136

« ตอบ #31 เมื่อ: 27 กันยายน 2550, 11:13:43 »

อ้างจาก: "ppornson"

งั้นเอาไปอีกคำถาม..แบบว่าข้องใจมากๆๆ

คือเดินทางรถไฟฟ้าทุกวันครับ..ก็จะเห็นสาวๆแต่งตัวหลายๆแบบ..แต่ผมสงสัยมากๆ คือคนเดิมๆที่เดินสวนกันไปเนี่ยะ..อายุประมาณ 25 ปี..หน้าตาก็พอสมควร..แต่งตัวเป็นสาวออฟฟิตเนี่ยะ..

แต่ติดตรงเสื้อเนี่ยะ..เค้าจะใส่แบบให้ดันหน้าอกขึ้นมาเห็นเนินสูงๆทุกวันเลยอ่ะ..ทุกชุด concept เดียวกันหมด ดันอกสูงๆ..ให้เห็นเยอะๆเนี่ยะ..


มิน่าพักหลังๆนี้ พี่โต้งมองไม่ค่อยเห็นแอนน์ก่อน เพราะมัวไปมองแบบนี้นี่เอง หุหุ

 :wink:
บันทึกการเข้า
หลิม 81
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,840

« ตอบ #32 เมื่อ: 27 กันยายน 2550, 17:00:56 »

อ้างจาก: "audit"
อ้างจาก: "ppornson"

งั้นเอาไปอีกคำถาม..แบบว่าข้องใจมากๆๆ

คือเดินทางรถไฟฟ้าทุกวันครับ..ก็จะเห็นสาวๆแต่งตัวหลายๆแบบ..แต่ผมสงสัยมากๆ คือคนเดิมๆที่เดินสวนกันไปเนี่ยะ..อายุประมาณ 25 ปี..หน้าตาก็พอสมควร..แต่งตัวเป็นสาวออฟฟิตเนี่ยะ..

แต่ติดตรงเสื้อเนี่ยะ..เค้าจะใส่แบบให้ดันหน้าอกขึ้นมาเห็นเนินสูงๆทุกวันเลยอ่ะ..ทุกชุด concept เดียวกันหมด ดันอกสูงๆ..ให้เห็นเยอะๆเนี่ยะ..


มิน่าพักหลังๆนี้ พี่โต้งมองไม่ค่อยเห็นแอนน์ก่อน เพราะมัวไปมองแบบนี้นี่เอง หุหุ

 :wink:


งั้นก็สรุปว่าน้องแอน...ไม่อยู่ในขอบเขตที่เราพูดถึงกันอยู่
บันทึกการเข้า

@ ปีนี้ปีของผม @
ชาร์ป
Global Moderator
Hero Cmadong Member
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,119

« ตอบ #33 เมื่อ: 27 กันยายน 2550, 23:37:27 »

^
^
^

ไม่ Get ว่ะหลิม ... ขอให้ช่วยขยายความหน่อยสิ  :lol:
บันทึกการเข้า
นายป้อ
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,124

« ตอบ #34 เมื่อ: 28 กันยายน 2550, 00:58:47 »

yungying ตอบเมื่อ: Wed Sep 26, 2007 10:02 pm    เรื่อง:  

--------------------------------------------------------------------------------
 
คนเราแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ความชอบก็แตกต่างกัน การแต่งตัวก็เป็นการแสดงออกถึงความเป็นตัวเรา แต่ละคนชอบแบบไหนก็จะแสดงออกมาแบบนั้น ผู้หญิงคนนั้นเขาก็คงชอบแบบนั้น เปิดนิดๆหน่อยๆ ให้คนอื่นได้มอง....หรือผู้ชายไม่ชอบมองละค่ะ

 

 :oops: ช๊อบชอบ.....เป็นที่สู๊ด......ซี๊ด...มองแล้วรู้สึกดีนะ....

....แต่ถ้าแฟนตัวเองนะ...ห้าม...หุๆๆ...ไม่ได้...เด็ดขาด....

...ส่วนคนอื่นไม่ว่าอะไรตามสบาย.....อิๆๆ
บันทึกการเข้า
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #35 เมื่อ: 28 กันยายน 2550, 11:09:23 »

ถ้าแต่งตัวดูดี  ก็ชอบมองนะครับ มองว่าแต่งตัวดีจัง

พอดีชอบผู้หญิงแต่งตัวเนี๊ยบๆ ครับ

แต่ถ้าแต่งแบบ x ขาดใจ แบบชวนให้มองอันนี้กลัวอ่ะครับ ไม่กล้ามองอ่ะ

บางทีไม่แน่ใจว่าเค้าเป็นผู้หญิง หรือว่า ชายอ่ะ เหอๆๆ  กล้าเกิน Cheesy


** โต้งเจอคนนี้บ่อยเหรอ
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #36 เมื่อ: 28 กันยายน 2550, 12:49:50 »

ถึงน้องชาร์ป..แบบว่าคำตอบข้อไหนอ่ะ..เพราะรู้สึกคำตอบทั้งไฟรถกับไหปลาร้า..มันยังดูขัดๆ..

ส่วนเรื่องแต่งตัวน่ะ..คือผมชอบคิดเป็นประเด็นต่อนิดๆหน่อยๆแค่นั้นเอง..

แบบว่า..เออ..เค้าทำงานอะไร..มีแฟนรึยัง..อะไรทำนองเนี่ยะ..

เพราะว่า..เค้าก็รู้อยู่แล้วใช่ป่ะ..ว่าแต่งแบบนี้ผู้ชายจะมอง..แบบว่าถ้ามีชุดแบบนี้บ้าง..ก็คงจะไม่แปลกใจ..แต่มันเป็นทุกชุดนี่สิ..มันก็เลยอดคิดไม่ได้นิดหน่อย..ว่าเค้าก็ต้องรู้ไง..ถึงแต่งตัวแบบนี้..

ก็เลยคิดต่อ..ว่ารู้..แล้วยังไง..แต่งทุกชุด..ดันเยอะๆเพราะอะไร..แค่นั้นล่ะ..ถามความเห็นเฉยๆ..

ส่วนน้องออดิท..ไม่อยู่ในประเด็นนี้อยู่แล้ว..เพราะคุณสมบัติไม่ผ่าน...หุ หุ หุ
บันทึกการเข้า
นายป้อ
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,124

« ตอบ #37 เมื่อ: 28 กันยายน 2550, 13:24:42 »

:oops: ข้าเจ้าแนะนำทุกท่าน.....ไปที่....รพ.ยันฮี..แล้วจะรู้ว่าสั้นๆ...สวยๆ..ขาวๆ....เอ็กซ์ๆ

...เป็นฉันใด......ไปมาแล้ว......หุๆๆๆ.....ดีมากๆๆๆ..........
บันทึกการเข้า
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #38 เมื่อ: 28 กันยายน 2550, 13:52:21 »

อารายสั้นๆ อ่ะ  น้องป้อ  Cheesy
บันทึกการเข้า
ลูกพิ้ง
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,287

« ตอบ #39 เมื่อ: 28 กันยายน 2550, 14:13:57 »

อ้างจาก: "นายป้อ"
:oops: ข้าเจ้าแนะนำทุกท่าน.....ไปที่....รพ.ยันฮี..แล้วจะรู้ว่าสั้นๆ...สวยๆ..ขาวๆ....เอ็กซ์ๆ

...เป็นฉันใด......ไปมาแล้ว......หุๆๆๆ.....ดีมากๆๆๆ..........



 :shock: แล้วน้องป้อ....ไปทำอาราย....ที่รพ.นั่นละค๊า...คุณพี่สงสัย...อิ๊อิ :lol:  :lol:
บันทึกการเข้า
ลูกพิ้ง
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,287

« ตอบ #40 เมื่อ: 28 กันยายน 2550, 14:25:26 »

Cool ที่ ppornson ตั้งประเด็นเกี่ยวกับการแต่งตัวของสาวคนนั้น....ดูเข้าที..ดีทีเทียว..เอ๊ะยังไง

ขนาดเราเป็นผู้หญิง...เวลาขึ้นรถไฟฟ้าหรือไปเดินสวนกับผู้หญิงคนอื่น...ที่แต่งตัวดูดี...มีสไตล์

นี่เราก็มองเหมือนกัน...บางทีก็คิดต่อเหมือนกันว่าแต่งตัวแบบนี้.ทำงานแบบไหนหว่า...ดูดีจัง

มีฟงมีแฟนนี่ยังไม่ค่อยจะคิดต่อนะ...555


 Cool เรื่องการแต่งตัวของผู้หญิงนี่...มันเป็นรสนิยมส่วนตัวล่ะ...

แล้วแต่อารมณ์ด้วยว่าจะแต่งแบบไหน...แฟชั่นหรือกระแส...สำหรับบางคนก็มีส่วน....


แต่ที่สำคัญคือ...กาละเทศะและการให้เกียรติต่อสถานที่และบุคคล

ที่จะไปพบปะด้วย...นี่คือสิ่งที่น่าจะยึดถือและนำปฏิบัติ....ในการแต่งกาย


เรื่องสาวคนนั้น...จะบอกว่าไงดี...เธออาจจะต้องการแสดงออกถึงความเป็นตัวตน..ของเธอ..

ก็ได้...ใครจะไปรู้...นอกจากตัวเธอเอง :roll:
บันทึกการเข้า
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #41 เมื่อ: 28 กันยายน 2550, 18:07:53 »

อ้างจาก: "นายป้อ"
:oops: ข้าเจ้าแนะนำทุกท่าน.....ไปที่....รพ.ยันฮี..แล้วจะรู้ว่าสั้นๆ...สวยๆ..ขาวๆ....เอ็กซ์ๆ

...เป็นฉันใด......ไปมาแล้ว......หุๆๆๆ.....ดีมากๆๆๆ..........


แล้วแถวนั้นจะมียาวๆ หล่อๆ เข้มๆ บึกๆ ให้ดูมั้งป่าวพี่...หุหุหุ Cheesy  Cheesy  Cheesy
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
dol (81)
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 540

« ตอบ #42 เมื่อ: 28 กันยายน 2550, 20:03:37 »

อ้างจาก: "yungying"
อ้างจาก: "นายป้อ"
:oops: ข้าเจ้าแนะนำทุกท่าน.....ไปที่....รพ.ยันฮี..แล้วจะรู้ว่าสั้นๆ...สวยๆ..ขาวๆ....เอ็กซ์ๆ

...เป็นฉันใด......ไปมาแล้ว......หุๆๆๆ.....ดีมากๆๆๆ..........


แล้วแถวนั้นจะมียาวๆ หล่อๆ เข้มๆ บึกๆ ให้ดูมั้งป่าวพี่...หุหุหุ Cheesy  Cheesy  Cheesy

พี่แนะนำให้ ไปตามค่ายมวย น่าจะเจอ  :lol:
บันทึกการเข้า

ความรักไม่มีวันหมดอายุ ถ้ามันจะหมดอายุแสดงว่าคุณหมดรัก
นายป้อ
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,124

« ตอบ #43 เมื่อ: 29 กันยายน 2550, 13:23:27 »

แล้วน้องป้อ....ไปทำอาราย....ที่รพ.นั่นละค๊า...คุณพี่สงสัย...อิ๊อิ  

.. :oops: พี่แอน....เป็นความลับเค้าไม่บอกกัน...แต่แนะนำได้......หุๆๆ...

....ได้แต่ผู้ชายนะ...อิๆๆๆ
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #44 เมื่อ: 29 กันยายน 2550, 18:29:33 »

คิดยังไงกับน้องๆไม่ใส่กกน..

..ปัญหาหนักของสังคม..

..เรื่องของเค้า..ใส่หรือไม่ใส่เราก็ไม่รู้ เกี่ยวอะไรด้วย..

..เดี๋ยวมันก็หายไปเอง..เป็นแฟชั่น..

..กรูชอบว่ะ..หุ หุ  :lol:

เอายังไงดี..สำหรับผม..ผมว่าเดี๋ยวมันก็คงหายไปเอง..ไม่ถึงกับปัญหาหนักสังคม..แต่ก็บอกถึงสติปัญญาของเด็กไทยที่น่าจะมีวุฒิภาวะแย่ลงทุกที..
บันทึกการเข้า
ชาร์ป
Global Moderator
Hero Cmadong Member
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,119

« ตอบ #45 เมื่อ: 29 กันยายน 2550, 22:17:37 »

พี่โต้งนี้ช่างขี้สงสัยจริง ๆ เลย ... หุ หุ

แถมสงสัย แต่เรื่องของผู้หญิง ซะด้วย (ดีแล้วล่ะครับ ที่ไม่สงสัยเรื่องผู้ชาย )

...

สองเรื่องที่พี่โต้งสงสัยจนกลายเป็นประเด็นทางสังคมนั้น อาจจะบอกได้ว่า ...
จริง ๆ แล้ว บางครั้ง ผู้หญิง ก็กล้ามากกว่าผู้ชาย .. เพราะ โดยสัญชาตญาณ แล้ว เขาต้องเด่น ดูดี
(กว่า คนอื่น ๆ ) ถึงจะรู้สึกดี

การกระทำบางอย่าง มันก็ดูรุนแรง เกิน กว่าระดับสังคมในขณะนั้นยอมรับได้
แต่ ผู้หญิงคนั้น ๆ เขาคงให้น้ำหนัก เรื่อง ความเด่นของตัวเอง ความน่าสนใจของตัวเอง มากกว่า สังคมเท่านั้นเอง ...

(ไม่แน่ อีก 20 ปี อาจจะ ฮิต จนเป็น แฟชั่น ที่ผู้หญิงทุกคนต้องทำก็ได้ ใครเล่าจะรู้ )

หุ หุ  ไปเรื่องอื่นดีกว่าครับ เดี๋ยวตาแคมมาตอบ จะแตกประเด็นไปใหญ่  :lol:
บันทึกการเข้า
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #46 เมื่อ: 30 กันยายน 2550, 01:41:18 »

อ้างจาก: "dol (81)"
อ้างจาก: "yungying"
อ้างจาก: "นายป้อ"
:oops: ข้าเจ้าแนะนำทุกท่าน.....ไปที่....รพ.ยันฮี..แล้วจะรู้ว่าสั้นๆ...สวยๆ..ขาวๆ....เอ็กซ์ๆ

...เป็นฉันใด......ไปมาแล้ว......หุๆๆๆ.....ดีมากๆๆๆ..........


แล้วแถวนั้นจะมียาวๆ หล่อๆ เข้มๆ บึกๆ ให้ดูมั้งป่าวพี่...หุหุหุ Cheesy  Cheesy  Cheesy

พี่แนะนำให้ ไปตามค่ายมวย น่าจะเจอ  :lol:


อืม..น่าสนใจค่ะ  แต่เปลี่ยนจากค่ายมวยเป็นค่ายทหารน่าจะดีกว่าไมพี่...หุหุหุ Cheesy  Cheesy
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #47 เมื่อ: 30 กันยายน 2550, 01:58:58 »

เรื่องที่น้องๆไม่ใส่ กกน.นี้ หญิงเห็นว่า...

อาจเป็นเพราะอากาศที่ร้อนมากๆก้ได้ น้องๆขาคงอึดอัดที่จะใส่  เลยปล่อยให้ลมเย็นๆพัดผ่านซะเลย..เหอะๆๆๆ

ส่วนเรื่องที่ว่าจะเป็นแฟชั่นแบบนี้ไปอีกนานรึป่าว หญิงคิดว่าน่าจะเป็นไปอีกสักพัก เพราะยิ่งได้รับความสนใจจากสังคมมากเท่าไหร่ คนที่ทำก็ยิ่งอยากทำมากเท่านั้นนะหญิงว่า  การจะตรวจสอบก็คงยาก จะให้ครูไปเปิดกระโปรงเด็กดูก็ไม่ได้  

ไม่แน่ อีกไม่นานอาจระบาดขึ้นมาแถวภาคกลาง และเลยไปภาคอีสานกับภาคเหนือก้ได้นะค่ะ
Cheesy  Cheesy
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
นายป้อ
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,124

« ตอบ #48 เมื่อ: 30 กันยายน 2550, 11:58:48 »

:oops: กับไอ้เรื่องใส่ไม่ใส่ กกน....นี้ไม่มีความคิดเห็นครับ....แต่...

....ลองอ่านนี่ดูนะครับ.....

self-esteem

คำนี้ยังไม่มีคำแปลสำหรับภาษาไทย หรืออาจจะมีแต่ผู้เขียนไม่ทราบ นักการศึกษา ผู้ปกครอง นักธุรกิจ ตลอดจนรัฐบาลกำลังมุ่งสร้างประชาชนให้มี self-esteemสูง ซึ่งหมายถึง บุคคลที่มีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง มีความซื่อสัตย์ มีความภูมิใจในผลสำเร็จของงาน บุคคลซึ่งมีความคิดริเริ่มและมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาและรับผิดชอบปัญหาที่จะเกิดตามมา เป็นคนที่คนอื่นรักและรักคนอื่น เป็นบุคคลที่สามารถควบคุมตัวเองเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของงานโดยสรุปแล้วคนที่มี  self-esteem สูงจะหมายถึงคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีความรับผิดชอบสูงและซื่อสัตย์


ตรงกันข้ามกับคนที่มี  self-esteem ต่ำหรือพฤติกรรมป้องกัน (defensive)คนกลุ่มนี้มักจะต้องการพิสูจญ์ตัวเองหรือวิจารณ์คนอื่น ใช้คนอื่นเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง บางคนอาจจะหยิ่งหรือดูถูกผู้อื่น มักจะไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะมีคุณค่าหรือความสามารถหรือการยอมรับ ทำให้คนกลุ่มนี้ไม่กล้าที่จะทำอะไรเนื่องจากกลัวความล้มเหลว คนกลุ่มนี้มักจะวิจารณ์คนอื่นมมากกว่าที่จะกระทำด้วยตัวเอง และยังพบอีกว่าคนกลุ่มนี้มักจะชอบความรุนแรง ติดสุรา ยาเสพติด มีเพศสัมพันธุ์ก่อนวัย

คนที่มี self-esteem จะต้องมีความสมดุลของความต้องการผลสำเร็จหรืออำนาจ และความรู้จักคุณค่า ความมีเกียรติและความซื่อสัตย์  ซึ่งอาจจะหมายถึงจิตใต้สำนึกและพฤติกรรมนั่นเอง จิตใต้สำนึกของคนที่มี self-esteem จะต้องรู้จักบาป บุญคุณโทษ รู้สิ่งใดดี สิ่งใดไม่ดี ความสื่อสัตย์ ความมีเกียรติ ส่วนพฤติกรรมของ self-esteem มีความสามารถที่จะคิดแก้ปัญหา เชื่อมั่นในความคิดและความสามารถของตัวเอง สามารถเลือกวิธีการตัดสินใจที่ถูกต้อง หากสูญเสียความสมดุลก็จะทำให้เกิดปัญหา เช่นหากจิตใต้สำนึกไม่แข็งแรงหรือสมบูรณ์พอก็จะทำให้คนเกิดพฤติกรรมเชื่อมั่นตัวเองมากเกินไป หยิ่งยโส ดูถูกคนอื่น หากแต่มีแต่จิตใต้สำนึกที่ดีแต่ไม่มีความมุ่งมั่นที่จะประสบผลสำเร็จชีวิตก็อาจจะไม่ถึงเป้าหมาย ดังนั้นบุคคลที่ชอบพูดถึงแต่ตัวเอง อวดดี ดูถูกคนอื่น คนพาล ชอบเอาเปรียบคนอื่นคนที่กล่าวโทษคนอื่นไม่ถือว่ามี self-esteem

คนที่มี self-esteem มักจะประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้

มองโลกในแง่ดีเสมอ มองวิกฤตให้เป็นโอกาส เมื่อมีมืดต้องมีสว่าง มีร้ายต้องมีดี ขาวคู่กับดำ
ประเมินตัวเราให้มีคุณค่าอยู่เสมอ
เชื่อมั่นในความสามารถตัวเอง
มองว่าตัวเราเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและเราสามารถเปลี่ยนแปลงตามที่เราต้องการ
ผู้ที่ไม่รู้คุณค่าตัวเองไม่มีความมั่นใจจะไม่มีความหวัง ไม่มีพลังในการต่อสู้ในที่สุดจะเป็นคนที่ซึมเศร้า

การสร้างความมั่นใจในตัวเอง self-esteem

ความเชื่อมั่นตนเองและรู้คุณค่าตัวเองเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิต ลำพังความคิดอย่างเดียวไม่สามารถสร้างความมั่นใจในตัวเองได้ ความมั่นใจจะเริ่มสร้างตั้งแต่เด็กจนกระทั่งเราตาย ความมั่นใจจะกระทบต่อการตัดสินใจดังนั้นทุกคนความสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่างของความมั่นใจเช่นหากคนจะเปลี่ยนอาชีพเขาจะต้องมั่นใจในตัวเองหรือมีคนอื่นเห็นถึงความสามารถของเขาที่จะทำให้ให้สำเร็จ เมื่อมีความผิดหวังหรือความเครียดความมั่นใจหรือเชื่อมั่นในตัวเองจะช่วยให้แก้ไขสถานการณ์ให้ผ่านไปด้วยดี

ครอบครัวซึ่งมีความมั่นใจหรือเชื่อมั่นในตัวเองสูงความมั่นใจของลูกก็จะสูง
การพัฒนาความมั่นใจของเด็กจะเกิดขึ้นได้เมื่อเด็กได้เล่นกับเพื่อน
ผู้ที่มีความมั่นใจสูงมักจะไม่ทำร้ายตัวเอง ไม่ดื่มสุราหรือติดยาเสพติด
เด็กหญิงวัยรุ่นที่มีความมั่นใจสูงมักจะไม่ประพฤติผิดประเพณี
ความมั่นใจเป็นลักษณะของแต่ละคนไม่สามารถที่จะให้กันได้แต่สามารถฝึกฝนได้
ในสังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงเร็ว ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ คนที่มีความมั่นใจและมีความสามารถในการตัดสินใจ ความคิดริเริ่มใหม่ๆการปฏิบัติงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์  ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการสื่อสารกับผู้อื่นเพื่อให้เข้าใจเหมือนกัน คนเช่นนี้จึงจะอยู่รอดในสังคม

เรามาเสริมสร้าง self-esteem เพื่อที่จะเป็นคนที่มีประสิทธิภาพสูง Peak Performance

หาเวลาสักหนึ่งชั่วโมงในตอนเช้าเพื่อพัฒนาตัวเอง อาจจะเป็นการนั่งสมาธิ หรือการพิจารณาตัวเอง หรือ่านหนังสือที่สร้างความเชื่อมั่น หรือฟังเทปคำสอนต่างๆ การเริ่มต้นที่ดีจะทำให้เกิดความมั่นในและประสบผลสำเร็จ

มองปัญหาและมองโลกในแง่ดี เลิกบ่นสิ่งที่ไม่ดีเกี่ยวกับตัวเอง ลองหากระดาษสักแผ่นจดความคิดที่ดีๆเกี่ยวกับตัวเองไว้ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งจดสิ่งที่ไม่ดีแล้วมาวิเคราะห์ ว่ามีสิ่งไม่ดีหรือสิ่งที่ดีมากว่ากัน หานามบัตรจดสิ่งที่ดีหรือคำขวัญที่ดีไว้กระตุ้นเตือนตัวเองอยู่ตลอดเวลา

ทำบ้านให้ปราศจากความวุ่นวาย ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือคุยกับเพื่อนที่สนิท

หาวันละ 10 นาทีเพื่อพิจารณาจุดยืนของตัวเอง สิ่งที่สำคัญของชีวิตคืออะไร เราบรรลุหรือยัง เราเดินผิดแนวทางหรือไม่

คนกับคนที่มองโลกในแง่ดีหรือคนที่มี self-esteem เพราะเพื่อนจะกระตุ้นให้เรามีความมั่นใจและความมุ่งมั่นเพิ่มขึ้น ตรงกันข้ามหากคบคนที่มองโลกในแง่ร้ายจะทำให้เรามองโลกในแง่ร้าย ความมั่นใจก็จะสูญเสียไปด้วยดังนั้นเลิกคบกับคนที่มองโลกแง่ร้าย

ให้เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น เพราะเราต้องยอมรับว่าคนเราไม่สมบูรณ์ 100%ทุกคน หากเราเปรียบเทียบกับคนอื่นจะทำให้เกิดปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างมากมาย

ให้หาคนที่จะเป็นต้นแบบเพื่อเป็นแนวทางการดำเนินชีวิต

ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้และมุ่งสู่ความสำเร็จนั้น

หาผู้ที่คอยช่วยเหลือด้านทักษะและทัศนะคติในการดำรงชีวิตหรือการงาน

หากมีคนชมหรือกล่าวโทษให้กล่าวคำว่าขอบคุณ

อย่าดูถูกตัวเองหรืออย่ามองว่าตัวเองไม่มีความสามารถ หากเราคอยตอกย้ำถึงจุดด้อยของเรา เราจะไม่มีทางประสบผลสำเร็จ

ให้เพิ่มทักษะหรือคุณภาพชีวิตจากการทำงาน การอ่านหนังสือ หรือจากสื่ออื่นๆ

ให้จดสิ่งที่ดีเกี่ยวกับตัวคุณ เช่นความซื่อสัตย์ ความคิดริเริ่ม ความมุ่งมั่น ความเอื้ออาธร เป็นต้น ให้อ่านสิ่งเหล่านี้บ่อยๆ

จดผลงานที่คุณชื่นชมหรือประสบผลสำเร็จสัก 10 อย่าง เช่นการศึกษา ผลการศึกษา การได้รับรางวัล การช่วยเหลือผู้อื่น


ในสังคมไทยจะมีซักเท่าไหร่ที่เข้าใจเรื่องนี้ได้ถูกต้อง.....เฮ้อๆๆๆๆ........
บันทึกการเข้า
too
ตู้ rcu85
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

คณะ: วิศวกรรมศาสตร์
กระทู้: 1,281

เว็บไซต์
« ตอบ #49 เมื่อ: 30 กันยายน 2550, 22:10:10 »

อ้างจาก: "ppornson"
โอ้..ในที่สุด..กระทู้นี้ก็ให้ประโยชน์กับสังคมซะที..

ตกลงไฟเกียร์ถอยหลังกรูไม่มีใครรู้ใช่ป่ะ..ไปสังเกตุ LIMO น่ะ..ไฟข้างขวามันเป็นสีเหลืองน่ะ..ไม่รู้ว่าเวลาถอยมันจะติดรึเปล่า..

เอาไปซักคำถาม..อันนี้ข้องใจมานาน..

ทำไมเรียก ไหปลาร้า..ครับ..ใครรู้บ้าง..ทำไมต้องไหปลาร้า..เอาตรรกะอะไรมาจับก็ไม่เข้าใจอยู่ดี..(ไอ้ที่อยู่ข้างๆหัวไหล่น่ะ..)


ไหปลาร้า-เป็นคำเรียกส่วนที่บุ๋มลงไปตรงคอด้านหน้า เป็นกระดูกอยู่ระหว่างโคนของคอกับกระดูก ซึ่งสังเกตเห็นได้ในคนที่ผอม กระดูกไหปลาร้า คือ กระดูกส่วนที่เชื่อมต่อส่วนกระดูกอกส่วนบนไปยังหัวไหล่อยู่ระหว่าง คนโบราณคงเทียบส่วนบุ๋มของร่างกายดังกล่าวว่าคล้ายกับแอ่งที่อยู่ระหว่าง ปากไหปลาร้ากับฝาปิดปากไหปลาร้า แอ่งนี้จะหล่อน้ำไว้กันแมลงวัน

ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย" ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๙กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

http://www.royin.go.th/th/knowledge/detail.php?ID=1404
บันทึกการเข้า
Apirat T.
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,357

« ตอบ #50 เมื่อ: 01 ตุลาคม 2550, 08:16:27 »

พูดถึงเรื่อง กกน. ก้อถามกันเลยดีกว่า
ทำไมต้องใส่ กกน. กันด้วย มันมีประโยชน์อะไรเหรอ
เมื่อก่อน แยกประเด็นมาที่ชายหนุ่มก่อน
ต้องใส่เพราะกลัวเป็นใส้เลื่อน
ปัจจุบัน สาเหตุการเกิดใส้เลื่อนไม่เกี่ยวกับการใส่เกงใน
และคนก้อนุ่งบ๊อกเซอร์กันเยอะแยะ

ผู้หญิง โอเค ในวันนั้นๆ ของเดือนต้องใส่
เพราะเด๋วไม่มีอะไรให้ยึด
แต่ถ้าไม่ใช่วันนั้น จะใส่ทำไม
กลัวใส้เลื่อนเหรอ หรือกลัวโป๊
แต่ถ้าใส่กางเกง ก้อไม่มีทางเห็นหรอก

ตกลง ทำไมต้องใส่เกงใน

ตาแคม
บันทึกการเข้า
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #51 เมื่อ: 01 ตุลาคม 2550, 11:29:25 »

ใส่เพราะกลัวซิป

มันกินน้องชายอ่ะ  Cheesy
บันทึกการเข้า
ลูกพิ้ง
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,287

« ตอบ #52 เมื่อ: 02 ตุลาคม 2550, 09:21:48 »

อ้างจาก: "นายป้อ"
:oops: กับไอ้เรื่องใส่ไม่ใส่ กกน....นี้ไม่มีความคิดเห็นครับ....แต่...

....ลองอ่านนี่ดูนะครับ.....

self-esteem

คำนี้ยังไม่มีคำแปลสำหรับภาษาไทย หรืออาจจะมีแต่ผู้เขียนไม่ทราบ นักการศึกษา ผู้ปกครอง นักธุรกิจ ตลอดจนรัฐบาลกำลังมุ่งสร้างประชาชนให้มี self-esteemสูง ซึ่งหมายถึง บุคคลที่มีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง มีความซื่อสัตย์ มีความภูมิใจในผลสำเร็จของงาน บุคคลซึ่งมีความคิดริเริ่มและมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาและรับผิดชอบปัญหาที่จะเกิดตามมา เป็นคนที่คนอื่นรักและรักคนอื่น เป็นบุคคลที่สามารถควบคุมตัวเองเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของงานโดยสรุปแล้วคนที่มี  self-esteem สูงจะหมายถึงคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีความรับผิดชอบสูงและซื่อสัตย์


ตรงกันข้ามกับคนที่มี  self-esteem ต่ำหรือพฤติกรรมป้องกัน (defensive)คนกลุ่มนี้มักจะต้องการพิสูจญ์ตัวเองหรือวิจารณ์คนอื่น ใช้คนอื่นเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง บางคนอาจจะหยิ่งหรือดูถูกผู้อื่น มักจะไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะมีคุณค่าหรือความสามารถหรือการยอมรับ ทำให้คนกลุ่มนี้ไม่กล้าที่จะทำอะไรเนื่องจากกลัวความล้มเหลว คนกลุ่มนี้มักจะวิจารณ์คนอื่นมมากกว่าที่จะกระทำด้วยตัวเอง และยังพบอีกว่าคนกลุ่มนี้มักจะชอบความรุนแรง ติดสุรา ยาเสพติด มีเพศสัมพันธุ์ก่อนวัย

คนที่มี self-esteem จะต้องมีความสมดุลของความต้องการผลสำเร็จหรืออำนาจ และความรู้จักคุณค่า ความมีเกียรติและความซื่อสัตย์  ซึ่งอาจจะหมายถึงจิตใต้สำนึกและพฤติกรรมนั่นเอง จิตใต้สำนึกของคนที่มี self-esteem จะต้องรู้จักบาป บุญคุณโทษ รู้สิ่งใดดี สิ่งใดไม่ดี ความสื่อสัตย์ ความมีเกียรติ ส่วนพฤติกรรมของ self-esteem มีความสามารถที่จะคิดแก้ปัญหา เชื่อมั่นในความคิดและความสามารถของตัวเอง สามารถเลือกวิธีการตัดสินใจที่ถูกต้อง หากสูญเสียความสมดุลก็จะทำให้เกิดปัญหา เช่นหากจิตใต้สำนึกไม่แข็งแรงหรือสมบูรณ์พอก็จะทำให้คนเกิดพฤติกรรมเชื่อมั่นตัวเองมากเกินไป หยิ่งยโส ดูถูกคนอื่น หากแต่มีแต่จิตใต้สำนึกที่ดีแต่ไม่มีความมุ่งมั่นที่จะประสบผลสำเร็จชีวิตก็อาจจะไม่ถึงเป้าหมาย ดังนั้นบุคคลที่ชอบพูดถึงแต่ตัวเอง อวดดี ดูถูกคนอื่น คนพาล ชอบเอาเปรียบคนอื่นคนที่กล่าวโทษคนอื่นไม่ถือว่ามี self-esteem

คนที่มี self-esteem มักจะประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้

มองโลกในแง่ดีเสมอ มองวิกฤตให้เป็นโอกาส เมื่อมีมืดต้องมีสว่าง มีร้ายต้องมีดี ขาวคู่กับดำ
ประเมินตัวเราให้มีคุณค่าอยู่เสมอ
เชื่อมั่นในความสามารถตัวเอง
มองว่าตัวเราเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและเราสามารถเปลี่ยนแปลงตามที่เราต้องการ
ผู้ที่ไม่รู้คุณค่าตัวเองไม่มีความมั่นใจจะไม่มีความหวัง ไม่มีพลังในการต่อสู้ในที่สุดจะเป็นคนที่ซึมเศร้า

การสร้างความมั่นใจในตัวเอง self-esteem

ความเชื่อมั่นตนเองและรู้คุณค่าตัวเองเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิต ลำพังความคิดอย่างเดียวไม่สามารถสร้างความมั่นใจในตัวเองได้ ความมั่นใจจะเริ่มสร้างตั้งแต่เด็กจนกระทั่งเราตาย ความมั่นใจจะกระทบต่อการตัดสินใจดังนั้นทุกคนความสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่างของความมั่นใจเช่นหากคนจะเปลี่ยนอาชีพเขาจะต้องมั่นใจในตัวเองหรือมีคนอื่นเห็นถึงความสามารถของเขาที่จะทำให้ให้สำเร็จ เมื่อมีความผิดหวังหรือความเครียดความมั่นใจหรือเชื่อมั่นในตัวเองจะช่วยให้แก้ไขสถานการณ์ให้ผ่านไปด้วยดี

ครอบครัวซึ่งมีความมั่นใจหรือเชื่อมั่นในตัวเองสูงความมั่นใจของลูกก็จะสูง
การพัฒนาความมั่นใจของเด็กจะเกิดขึ้นได้เมื่อเด็กได้เล่นกับเพื่อน
ผู้ที่มีความมั่นใจสูงมักจะไม่ทำร้ายตัวเอง ไม่ดื่มสุราหรือติดยาเสพติด
เด็กหญิงวัยรุ่นที่มีความมั่นใจสูงมักจะไม่ประพฤติผิดประเพณี
ความมั่นใจเป็นลักษณะของแต่ละคนไม่สามารถที่จะให้กันได้แต่สามารถฝึกฝนได้
ในสังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงเร็ว ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ คนที่มีความมั่นใจและมีความสามารถในการตัดสินใจ ความคิดริเริ่มใหม่ๆการปฏิบัติงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์  ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการสื่อสารกับผู้อื่นเพื่อให้เข้าใจเหมือนกัน คนเช่นนี้จึงจะอยู่รอดในสังคม

เรามาเสริมสร้าง self-esteem เพื่อที่จะเป็นคนที่มีประสิทธิภาพสูง Peak Performance

หาเวลาสักหนึ่งชั่วโมงในตอนเช้าเพื่อพัฒนาตัวเอง อาจจะเป็นการนั่งสมาธิ หรือการพิจารณาตัวเอง หรือ่านหนังสือที่สร้างความเชื่อมั่น หรือฟังเทปคำสอนต่างๆ การเริ่มต้นที่ดีจะทำให้เกิดความมั่นในและประสบผลสำเร็จ

มองปัญหาและมองโลกในแง่ดี เลิกบ่นสิ่งที่ไม่ดีเกี่ยวกับตัวเอง ลองหากระดาษสักแผ่นจดความคิดที่ดีๆเกี่ยวกับตัวเองไว้ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งจดสิ่งที่ไม่ดีแล้วมาวิเคราะห์ ว่ามีสิ่งไม่ดีหรือสิ่งที่ดีมากว่ากัน หานามบัตรจดสิ่งที่ดีหรือคำขวัญที่ดีไว้กระตุ้นเตือนตัวเองอยู่ตลอดเวลา

ทำบ้านให้ปราศจากความวุ่นวาย ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือคุยกับเพื่อนที่สนิท

หาวันละ 10 นาทีเพื่อพิจารณาจุดยืนของตัวเอง สิ่งที่สำคัญของชีวิตคืออะไร เราบรรลุหรือยัง เราเดินผิดแนวทางหรือไม่

คนกับคนที่มองโลกในแง่ดีหรือคนที่มี self-esteem เพราะเพื่อนจะกระตุ้นให้เรามีความมั่นใจและความมุ่งมั่นเพิ่มขึ้น ตรงกันข้ามหากคบคนที่มองโลกในแง่ร้ายจะทำให้เรามองโลกในแง่ร้าย ความมั่นใจก็จะสูญเสียไปด้วยดังนั้นเลิกคบกับคนที่มองโลกแง่ร้าย

ให้เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น เพราะเราต้องยอมรับว่าคนเราไม่สมบูรณ์ 100%ทุกคน หากเราเปรียบเทียบกับคนอื่นจะทำให้เกิดปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างมากมาย

ให้หาคนที่จะเป็นต้นแบบเพื่อเป็นแนวทางการดำเนินชีวิต

ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้และมุ่งสู่ความสำเร็จนั้น

หาผู้ที่คอยช่วยเหลือด้านทักษะและทัศนะคติในการดำรงชีวิตหรือการงาน

หากมีคนชมหรือกล่าวโทษให้กล่าวคำว่าขอบคุณ

อย่าดูถูกตัวเองหรืออย่ามองว่าตัวเองไม่มีความสามารถ หากเราคอยตอกย้ำถึงจุดด้อยของเรา เราจะไม่มีทางประสบผลสำเร็จ

ให้เพิ่มทักษะหรือคุณภาพชีวิตจากการทำงาน การอ่านหนังสือ หรือจากสื่ออื่นๆ

ให้จดสิ่งที่ดีเกี่ยวกับตัวคุณ เช่นความซื่อสัตย์ ความคิดริเริ่ม ความมุ่งมั่น ความเอื้ออาธร เป็นต้น ให้อ่านสิ่งเหล่านี้บ่อยๆ

จดผลงานที่คุณชื่นชมหรือประสบผลสำเร็จสัก 10 อย่าง เช่นการศึกษา ผลการศึกษา การได้รับรางวัล การช่วยเหลือผู้อื่น


ในสังคมไทยจะมีซักเท่าไหร่ที่เข้าใจเรื่องนี้ได้ถูกต้อง.....เฮ้อๆๆๆๆ........


Cool น้องป้อค่ะ.....

อืมม...เรื่อง Self-esteem  ที่น้องป้อมาบอกกล่าวไว้....นี่ล่ะค่ะ...ใช่เลย...

ว่าแต่ว่า....บทความที่เขียนนี่(ที่พิมพ์ตัวเขียว)...มาจากไหน...ใครเป็นผู้เขียนค่ะ....

พี่ขอทราบแหล่งอ้างอิงหน่อยนะค่ะ :wink:


ปล.ขอโทษ....ข้อความด้านบนด้วยนะจ้ะ...ที่ขัดจังหวะเรื่อง(ใต้)...ในกระโปรง/กางเกง..

ชั่วคราว :roll:  :roll:  :roll:
บันทึกการเข้า
audit
มือใหม่หัดเมาท์
*


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 136

« ตอบ #53 เมื่อ: 02 ตุลาคม 2550, 16:39:52 »

อ้างจาก: "apirat"

ตกลง ทำไมต้องใส่เกงใน

ตาแคม


วันก่อนนู้นฟังข่าว เค้าว่าควรใส่เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่อาจเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายอ่ะ

 :wink:
บันทึกการเข้า
นายป้อ
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,124

« ตอบ #54 เมื่อ: 02 ตุลาคม 2550, 22:34:14 »

:oops: เป็นชีสที่เรียนอาจารย์แจกมาครับพี่แอน.....ไม่รู้ว่ามาจากไหนเหมือนกัน...
บันทึกการเข้า
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #55 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2550, 01:54:55 »

ถ้าถามว่าทำไมต้องใส่กกน.

บอกได้เลยว่าเพราะการโดนปลูกฝังให้ใส่มาตั้งแต่เด็ก

เป็นความเคยชินที่ทำเป็นปกติ  ไม่เคยรู้คำตอบเหมือนกันว่าทำไมต้องใส่

เออ...แล้วพี่ๆจะสงสัยกันทำไมว่า....ทำไมต้องใส่
:wink:  :)
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
Apirat T.
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,357

« ตอบ #56 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2550, 08:04:23 »

อ้าว ก็ต้องสงสัยสิ
เสื้อผ้าที่ใส่ก้อมีเหตุผลเรื่องให้ความอบอุ่น
ป้องกันแสงแดด อะไรทำนองเนี๊ยะ

เปลี่ยนเรื่องก้อได้
ทำไมต้นกล้วย ถึงมีใบเป็นใบตอง
แล้วออกดอกเป็นหัวปลี

ทำไมไม่เป็นใบกล้วยกับดอกกล้วยอ่ะ

ตาแคม  :shock:
บันทึกการเข้า
party
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,875

« ตอบ #57 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2550, 10:13:56 »

By the way,

พี่ไข่ไป Turkey ยังอะคะ


สงสัย  :?  :?
บันทึกการเข้า

http://happinessparty.multiply.com/
<embed src=\\\"http://images.multiply.com/multiply/horizontal-headshot-badge.swf\\\" type=\\\"application/x-shockwave-flash\\\" wmode=\\\"transparent\\\" FLASHVARS=\\\"user_id=happinessparty&enc=U2FsdGVkX1.XgxV7rEZX6q1u2Jyr2y9bKY8Amx,Hc,GTybsHCwE8.8sOCJWnoHQj
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #58 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2550, 12:02:36 »

โอ้..ขอบคุณพี่ too มากครับ..คำตอบแบบนี้แหละครับที่ต้องการ..มันดูแล้วมีเหตุมีผลหน่อย..เป็นความรู้ดีครับ..ข้องใจมานานแล้ว..

ส่วนเรื่อง กกน. ก็ไม่รู้จริงๆเหมือนกัน..ว่าทำไมต้องใส่..รู้แต่ว่า..ตอนนอนน่ะ..เค้าให้ถอดนะจ๊ะ..สาวๆด้วย..เค้าว่าทั้งข้างบนข้างล่างเลย..ไม่ต้องใส่ตอนนอน..(เคยอ่านเจอจริงๆนะ..ไม่ได้ทะลึ่ง)

ส่วนใบตองไอ้แครมมม..เอาให้งงอีกแล้ว..กรูก็ไม่เคยคิดเลยแฮะ..คงต้องค้นก่อน..ว่าในอดีตคำว่า ตอง หมายถึงอะไร..(อย่ามามุกสเตรท เด้ง..อะไรนะวุ้ย..)
บันทึกการเข้า
Apirat T.
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,357

« ตอบ #59 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2550, 13:01:28 »

อ้างจาก: "ppornson"
ส่วนเรื่อง กกน. ก็ไม่รู้จริงๆเหมือนกัน..ว่าทำไมต้องใส่..รู้แต่ว่า..ตอนนอนน่ะ..เค้าให้ถอดนะจ๊ะ..สาวๆด้วย..เค้าว่าทั้งข้างบนข้างล่างเลย..ไม่ต้องใส่ตอนนอน..(เคยอ่านเจอจริงๆนะ..ไม่ได้ทะลึ่ง)


อันนี้เคยอ่านบทความมา แต่เค้าบอกไม่เหมือนกันนะ สำหรับส่วนบนของสาวๆ

เค้าบอกว่า ถ้าเป็นผู้หญิงที่อกเล็ก ควรจะไม่ใส่เสื้อในนอน
เพราะมันจะไปดึงรั้ง ให้แบนเข้าไปใหญ่

แต่ถ้าเป็นผู้หญิงอกใหญ่ ควรใส่เสื้อในนอน
เพราะจะทำให้รักษารูป ให้สวยงามขึ้น

ส่วนท่อนล่างไม่รู้ บทความไม่ได้บอก

ตาแคม  Cool
บันทึกการเข้า
ป๋าบอล
มือใหม่หัดเมาท์
*


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 196

« ตอบ #60 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2550, 13:37:43 »

อ้างจาก: "apirat"
อ้างจาก: "ppornson"
ส่วนเรื่อง กกน. ก็ไม่รู้จริงๆเหมือนกัน..ว่าทำไมต้องใส่..รู้แต่ว่า..ตอนนอนน่ะ..เค้าให้ถอดนะจ๊ะ..สาวๆด้วย..เค้าว่าทั้งข้างบนข้างล่างเลย..ไม่ต้องใส่ตอนนอน..(เคยอ่านเจอจริงๆนะ..ไม่ได้ทะลึ่ง)


อันนี้เคยอ่านบทความมา แต่เค้าบอกไม่เหมือนกันนะ สำหรับส่วนบนของสาวๆ

เค้าบอกว่า ถ้าเป็นผู้หญิงที่อกเล็ก ควรจะไม่ใส่เสื้อในนอน
เพราะมันจะไปดึงรั้ง ให้แบนเข้าไปใหญ่

แต่ถ้าเป็นผู้หญิงอกใหญ่ ควรใส่เสื้อในนอน
เพราะจะทำให้รักษารูป ให้สวยงามขึ้น

ส่วนท่อนล่างไม่รู้ บทความไม่ได้บอก

ตาแคม  Cool

อย่างนี้เพื่อนแครม ต้องใส่กางเกงในนอนซะแล้ว
บันทึกการเข้า
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #61 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2550, 14:06:28 »

อ้างจาก: "ป๋าบอล"
อ้างจาก: "apirat"
อ้างจาก: "ppornson"
ส่วนเรื่อง กกน. ก็ไม่รู้จริงๆเหมือนกัน..ว่าทำไมต้องใส่..รู้แต่ว่า..ตอนนอนน่ะ..เค้าให้ถอดนะจ๊ะ..สาวๆด้วย..เค้าว่าทั้งข้างบนข้างล่างเลย..ไม่ต้องใส่ตอนนอน..(เคยอ่านเจอจริงๆนะ..ไม่ได้ทะลึ่ง)


อันนี้เคยอ่านบทความมา แต่เค้าบอกไม่เหมือนกันนะ สำหรับส่วนบนของสาวๆ

เค้าบอกว่า ถ้าเป็นผู้หญิงที่อกเล็ก ควรจะไม่ใส่เสื้อในนอน
เพราะมันจะไปดึงรั้ง ให้แบนเข้าไปใหญ่

แต่ถ้าเป็นผู้หญิงอกใหญ่ ควรใส่เสื้อในนอน
เพราะจะทำให้รักษารูป ให้สวยงามขึ้น

ส่วนท่อนล่างไม่รู้ บทความไม่ได้บอก

ตาแคม  Cool

อย่างนี้เพื่อนแครม ต้องใส่กางเกงในนอนซะแล้ว


5555.... :lol:  :lol:  :lol:  :lol:  :lol:  :lol:
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
Apirat T.
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,357

« ตอบ #62 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2550, 08:51:46 »

อ้างจาก: "ป๋าบอล"
อย่างนี้เพื่อนแครม ต้องใส่กางเกงในนอนซะแล้ว


อ้าว ตรูจะบอกว่า ไม่ได้ใส่ตอนนอนก้อไม่กล้าบอกเลย
เด๋วเสียเชิง

จาก
น้องชายอะนาคอนด้า  :twisted:
บันทึกการเข้า
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #63 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2550, 10:43:35 »

แล้วตกลงเรื่องของต้นกล้วย ได้คำตอบรึยังค่ะ  หญิงก้อยากรู้คำตอบเหมือนกันนะเนี้ย
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #64 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2550, 12:54:59 »

ข้อนี้ท่าจะยาก..
บันทึกการเข้า
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #65 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2550, 16:00:48 »

งั้นเอาคำถามนี้นะค่ะ เป็นคำถามระดับภูมิภาค...หุหุ

หญิงคิดว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า "อ้อร้อ" ซึ่งมันเป็นภาษาใต้นะ (หญิงคิดว่า)

เลยอยากรู้ว่า
1.) แต่ละคนเข้าใจความหมายของคำนี้ว่ายังไง

2.) ภาคอื่นใช้คำนี้ด้วยรึป่าว ถ้าใช้ความหมายจะเป็นประมาณไหนค่ะ

3.) ถ้าไม่มีคำนี้จะมีคำไหนที่ใกล้เคียงกับคำนี้มะ
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
ชาร์ป
Global Moderator
Hero Cmadong Member
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,119

« ตอบ #66 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2550, 16:18:24 »

สงสัย อีก อย่างครับ ว่าทำไม เมืองจันทบุรี นี้ ถึงเรียก น้ำปลาพริก กัน ที่อื่น ๆ เขาเรียก พริกน้ำปลา กันหมด

ใครมีหลักการเรียกที่ถูกต้องบ้าง  :evil:
บันทึกการเข้า
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #67 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2550, 18:00:56 »

เหรอ....เพิ่งรู้นะเนี่ย

แต่ที่จันทบุรี มีน้ำจิ้มปาท่องโก๋ ไม่เหมือนใครน่ะ

ตอนเด็กๆ อยู่สัตหีบ พอย้ายมาจัน กินครั้งแรกที่บ้านลุง แปลกดี

ลุงบอกว่านี่ล่ะไม่เหมือนใคร

แล้วก็เจอคนพูดลงท้ายแต่คำว่า "ฮิ..."

หมาข้างถนน ก็มีขนแปลกๆ ที่มันเป็นลายกลางหลัง  ต่อมาจึงรู้ว่ามันคือหลังอาน

ไม่มีที่จังหวัดแถบอื่น  Cheesy
บันทึกการเข้า
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #68 เมื่อ: 06 ตุลาคม 2550, 10:01:02 »

จังหวัดจันทบุรีนี้นอกจากมีของแปลกๆหลายอย่างแล้ว  

ก็ยังมีคนแปลกๆด้วยรึป่าวค่ะ
Cheesy  Cheesy  Cheesy
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #69 เมื่อ: 06 ตุลาคม 2550, 16:34:08 »

เอ้า..คนใต้มาช่วยคลายสงสัย..

ในความรู้สึกผมนะ..อ้อล้อ..น่ะ คงเป็นภาษาใต้อย่างเดียว ความหมายมันขึ้นอยู่กับอารมณ์และผู้ที่เราพูดด้วยน่ะ เช่น..

1. ไอ้เซฟกับ บ. โบ มันเป็นเต้นวินาศสันตะโรอยู่ในงาน..เราก็อาจพูดได้ว่า 2 คนโน้นเต้นอ้อล้อจริงๆ... อันนี้ความหมายก็จะเชิงน่ารักๆ หยิกแกมหยอก

2. เราเล่นกับเด็กหญิง 4 ขวบ แล้วมันซนๆ แก่นๆ เราก็พูดได้ว่า..เด็กนี่อ้อล้อจริงๆ...อันนี้ก็แบบชมแบบเอ็นดูมากกว่า..

3. ถ้า นส. หลิม มีแฟนหลายคนในเวลาเดียวกัน คนอื่นรู้กันหมด..แล้วทำตัว แต่งตัวแย่ๆ..พูดจาแย่ๆ..อันนี้เราจะนินทาได้ว่า นส..หลิม..แมร่มมม..อ้อล้อจริงๆ....อันนี้ก็ความหมายประมาณ
 แ...ด  มากๆน่ะ..อันนี้ก็จะแรงมากๆ..

ก็ขึ้นอยู่กับการพูด ท่าทาง น้ำเสียง ผู้ที่เราพูดด้วยน่ะ..

คนใต้ใครมีความเห็นต่างวานบอก..
บันทึกการเข้า
Mr.EggMan
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826

« ตอบ #70 เมื่อ: 06 ตุลาคม 2550, 17:37:14 »

สำหรับ พี่คำว่า อ้อร้อเนี่ย หมายถึง แบบว่า อ้อนๆน่ะ

ข้อสุดท้าย เรื่องกางเกงใน ข้อนี้คิดว่าหลายคนไม่เคยถามตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมต้องใสกางเกงใน เหตุผลอาจมีหลายประการ เช่น
ช่วยซับเหงื่อ
ช่วยปกป้องอวัยวะเพศ
ช่วยซับปัสสาวะ อุจจาระ ที่อาจเล็ดออกมาไม่ให้เปื้อนกางเกง
ช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย
ช่วยควบคุมอวัยวะเพศ เวลาเกิดการแข็งตัวในบางครั้ง
กางเกงในฟิตหรือยานดีกว่ากัน ข้อนี้ไม่มีคำตอบตายตัวขึ้นอยู่กับความชอบ คุณใส่อย่างไรก็ได้ มีรายงานการศึกษาในต่างประเทศบางชิ้น สนับสนุนให้ใส่กางเกงในแบบหย่อน เพราะเชื่อว่า กางเกงในแบบฟิตจะอบมากไป ทำให้อัณฑะมีอุณหภูมิสูงขึ้น อาจเกิดภาวะเป็นหมันได้
ในบางสถานการณ์ กางเกงในแบบฟิตดีกว่าแบบหย่อน เช่น เวลาเล่นกีฬา หรือใส่กางเกงขาสั้น

คิดๆกันไป
 :roll:
บันทึกการเข้า

jakkreepan@hotmail.com
Love is in the A...I...R......H
ลูกพิ้ง
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,287

« ตอบ #71 เมื่อ: 07 ตุลาคม 2550, 15:14:05 »

Cool เรื่องกางเกง...ใน...จะกลายเป็นวาระ..เอ๊ย...กระทู้...เอ๊ย...ประเด็นต่อไปหรือไม่..

ต้องติดตามตอนต่อไป....ว่าจะมาแนะนำให้ไปอ่านข้อเขียนของคุณวิรัตน์  โตนิมิตร

หรือ ปลาอ้วน...ในเนชั่น..สุดสัปดาห์..ฉบับสุดสัปดาห์นี้...เค้าเขียนเกี่ยวกับ

ปรากฏการณ์...ใส่..หรือ..ไม่ใส่...กางเกงใน...ไว้...น่าสนใจดี....

  :shock: ส่วนเรื่อง....ภาษาใต้...วันละคำนี่...คำว่า..อ้อร้อ...นั่น

ppornson คนใต้..มาตอบแล้ว...ก็เห็นด้วยค่ะ..

การสื่อสารนี่...ต้องดูน้ำเสียง...การแสดงสีหน้าประกอบด้วย...ถึงจะตีความได้ชัดขึ้น... :roll:
บันทึกการเข้า
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #72 เมื่อ: 08 ตุลาคม 2550, 01:29:49 »

มัน "อ้อร้อ"  หรือ "อ้อล้อ"  กันแน่ค่ะ  คนใต้เองยังงง
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
หลิม 81
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,840

« ตอบ #73 เมื่อ: 08 ตุลาคม 2550, 12:15:24 »

อ้างจาก: "ชาร์ป"
สงสัย อีก อย่างครับ ว่าทำไม เมืองจันทบุรี นี้ ถึงเรียก น้ำปลาพริก กัน ที่อื่น ๆ เขาเรียก พริกน้ำปลา กันหมด

ใครมีหลักการเรียกที่ถูกต้องบ้าง  :evil:


ถ้าตามหลักแล้ว "น้ำปลาพริก" ถูกต้องคับ

เพราะมีน้ำปลาเป็นตัวทำละลาย พริกลอยอยู่ (จำนวนน้อยกว่า) ถึงเรียกว่าน้ำปลาำพริกครับ

ปล. ปาทองโก๋ เมืองจันท์ มีน้ำจิ้มอร่อยมากนะครับ ไม่เชื่อไปลองกันซะ

แล้วก็มีหมูย่างด้วย ไม่ใช่หมูปิ้ง
บันทึกการเข้า

@ ปีนี้ปีของผม @
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #74 เมื่อ: 08 ตุลาคม 2550, 12:33:17 »

บ้านกรูเรียกพริกน้ำปลา..เพราะแปลมาจากภาษาอังกฤษ
บันทึกการเข้า
ป๋าบอล
มือใหม่หัดเมาท์
*


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 196

« ตอบ #75 เมื่อ: 09 ตุลาคม 2550, 01:31:09 »

อ้างจาก: "ppornson"
บ้านกรูเรียกพริกน้ำปลา..เพราะแปลมาจากภาษาอังกฤษ


ถ้ามาจากภาษาอังกิดจิงๆ พี่จะแดรกไม่ลงนะครับ
เพราะพริกเนี่ย มันอยู่ในกางในผู้ชาย
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #76 เมื่อ: 09 ตุลาคม 2550, 17:24:59 »

ขยายๆหน่อยโว้ย..ไม่เข้าจาย...
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #77 เมื่อ: 11 ตุลาคม 2550, 09:06:25 »

สงสัยอีกเรื่อง..ว่า GPRS น่ะ..มันทำงานยังไง..กับพวก wireless ต่างๆน่ะ..ข้อมูลมันมาจากแหล่งส่งมาในอากาศ แล้วแปลงเป็นข้อมูลเยอะแยะในคอมฯ หรือมือถือได้ยังไงน่ะ..ใครรู้เอาสั้นๆก็พอนะ..เอาแค่หลักการ
บันทึกการเข้า
Mr.EggMan
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826

« ตอบ #78 เมื่อ: 11 ตุลาคม 2550, 12:55:52 »

ขอบคุณ โต้ง ที่คอยตั้งคำถามดีๆ ให้เราได้ขบคิดและค้นหา มันทำให้รู้สึกสนุกกับการเรียนรู้มากๆเลย

หน้าที่ 1 - What is Wi-Fi?

การรับส่งข้อมูลไร้สายนั้นมีอยู่หลายแบบ แบบที่เราเริ่มได้ยินชื่อกันมากในระยะหลัง คือ บลูทูธ (Bluetooth) ที่หลายคนใช้กับเครื่องโทรศัพท์มือถือหรือพีดีเอ แต่ Wireless LAN ที่จะกล่าวถึงในที่นี้ เป็นอีกเทคโนโลยีที่ใช้เป็นมาตรฐานสำหรับคอมพิวเตอร์ โดยได้พัฒนากันมาพอสมควร แต่ในระยะแรกยังมีราคาค่อนข้างแพง จนเริ่มถูกลงและแพร่หลายมากขึ้นในระยะหลัง เรียกว่า มาตรฐานเครือข่ายไร้สาย IEEE 802.11 หรือชื่อที่เรียกกันง่ายๆ เรียกว่า Wi-Fi เป็นการพัฒนาจากสถาบันวิศวกรไฟฟ้า และ อิเลคโทรนิค หรือ Institute of Electrical and Electronics Engineering (IEEE)


WHAT IS Wi-Fi?
Wi-Fi ย่อมาจากคำว่า Wireless Fidelity เป็นเทคโนโลยีสื่อสารแบบไร้สายซึ่งขณะนี้ได้รับความนิยมอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน มหาวิทยาลัย อพาร์ตเมนท์ คอนโดมิเนียม สนามบิน โรงแรม โรงพยาบาล หรือแม้แต่ร้านกาแฟ ร้านอาหารบางแห่งก็นิยมที่จะติดตั้งคอมพิวเตอร์แม่ข่ายพร้อม Wireless Access Point หรือที่เรียกว่า hot spot ไว้ให้บริการแก่ลูกค้า โดยเครื่องลูกก็คือเครื่องของลูกค้านั่นเอง ซึ่งเทคโนโลยีนี้ประหยัดกว่าอินเตอร์เน็ทคาเฟ่ที่ใช้ Lan แบบเดิม เพราะไม่ต้องลงทุนในการซื้อและบำรุงรักษาหรืออัพเกรดเครื่องลูกเป็นจำนวนมาก

Wi-Fi ทำงานในรูปแบบเดียวกับบรอดแบนด์ คือเปิดเครื่องปุ๊บ จะลิงค์เข้าอินเตอร์เน็ตโดยอัตโนมัติ แต่ทำงานได้เร็วกว่า และไม่ต้องมีสายโยงเข้าโมเด็ม ใช้คลื่นเชื่อมแทน


สร้างเครือข่ายส่วนตัว (Wi-Fi ในบ้าน)
สมัยนี้เรื่องการสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์กำลังเป็นที่นิยม การติดตั้งคอมพิวเตอร์ในบ้านเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งบางบ้านอาจจะมีคอมพิวเตอร์มากกว่า 1 เครื่อง ดังนั้นการนำคอมพิวเตอร์ในบ้านทั้งหมด มาต่อเชื่อมกันเพื่อแชร์ทรัพยากรร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น Internet หรือ Printer จะได้ช่วยให้เกิดการประหยัด แต่ถ้าหากจะสร้างเครือข่ายในบ้านแบบมีสาย ก็ดูจะไม่ค่อยจะสะดวกนัก ดังนั้นหากใช้ Wi-Fi ก็จะทำให้การสร้างเครือข่ายนั้นง่ายขึ้น คล่องตัวขึ้น เราอาจจะเอา Notebook ไปนั่งเล่น อินเตอร์เน็ต กลางสวนหลังบ้านก็ยังได้ สำหรับงบประมาณการสร้างเครือข่ายไร้สายแบบ Wi-Fi นี้ก็จะตกอยู่ที่ประมาณ 6,500-9,000 บาท อุปกรณ์ที่จำเป็นก็มี Access Point 1 ตัว + USB wireless lan card อีก 2 ตัว


Hot spot คืออะไร? (Wi-Fi นอกบ้าน)
ในระยะนี้เรามักจะได้ยินคำว่า Hot spot มากขึ้น ในยุคสมัยนี้การที่เราจะเล่นอินเตอร์เน็ตขณะอยู่นอกบ้านนั้นเราสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบอาทิเช่น

1. Internet Cafe เป็นวิธีที่ประหยัดที่สุด ค่าใช้จ่ายตกประมาณชั่วโมงละ 30-50 บาทโดยเฉลี่ย แต่มีข้อดีที่ว่าสะดวกง่ายดาย อยากใช้เมื่อไรวิ่งหาร้านจ่ายเงินใช้งานได้เลย แต่ข้อเสียก็มี คือเราไม่สามารถใช้ข้อมูลส่วนตัวที่เราทำงานบนเครื่อง PC ที่บ้านได้ ส่วนมากจะใช้หาข้อมูลจาก www , เช็ค email หรือ chat เสียมากกว่า และเรื่องของความปลอดภัยในข้อมูลที่เรากรอกไว้ที่เครื่อง PC ในร้านก็ค่อนข้างเสี่ยง และความเร็วของ อินเตอร์เน็ตในแต่ละร้านก็ค่อนข้างจะไม่แน่นอน

2. ใช้ GPRS โดยนำ Notebook หรือ PDA ต่อ อินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือผ่านระบบ GPRS โดยสามารถใช้งานได้ทุกที่ที่มีคลื่นโทรศัพท์ เรื่องของค่าใช้จ่ายจะคิดตามปริมาณข้อมูลรับส่ง และแบบไม่จำกัดปริมาณการใช้งาน แต่เรื่องความเร็วยังมี speed ที่ประมาณ 40 Kbps

3. Hotspot เป็นบริการ อินเตอร์เน็ตสาธารณะไร้สายความเร็วสูง ด้วยเทคโนโลยีของ Wireless Lan หรือที่เรียกกันติดปากว่า Wi-Fi ซึ่งในปัจจุบันก็มีให้บริการกันมากขึ้นเรื่อยตามแหล่งชุมชน ต่างๆ การใช้บริการ Hotspot นี้ อาจจะต้องลงทุนสูงสักนิด เพราะสองสิ่งหลักที่เราต้องมีก็คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook หรือ PDA และ Wireless Lan card ( ราคาประมาณ 1,500-2,000 บาท ) แต่หาก Notebook หรือ PDA บางรุ่นมี Wi-Fi ในตัวก็ไม่ต้องไปหาซื้ออุปกรณ์เพิ่ม ข้อดีของการใช้ Wi-Fi ก็คือ สถานที่ที่บริการ อินเตอร์เน็ตสาธารณะที่เรียกกันว่า Hot Spot มักจะบริการด้วย อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ค่อนข้างทันใจ และเราสามารถนั่งทำงานตามร้านกาแฟได้สบายๆ เพราะ ข้อมูลต่างๆ ก็เก็บไว้ใน Notebook ของเราอยู่แล้ว
บันทึกการเข้า

jakkreepan@hotmail.com
Love is in the A...I...R......H
ชาร์ป
Global Moderator
Hero Cmadong Member
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,119

« ตอบ #79 เมื่อ: 11 ตุลาคม 2550, 13:25:40 »

มีใครรู้ว่า Gen Y คือ อะไร ? :?
บันทึกการเข้า
iamfrommoon
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2535
คณะ: พาณิชยศาสตร์และการบัญชี
กระทู้: 8,396

เว็บไซต์
« ตอบ #80 เมื่อ: 11 ตุลาคม 2550, 13:31:50 »

อ้างจาก: "ชาร์ป"
มีใครรู้ว่า Gen Y คือ อะไร ? :?


ทันสมัยนะเนี่ย...งั้นเอาคำตอบไปเลยค่ะ...ให้อ่านเองเลย จะได้ไม่ต้องอธิบายมากไป...อิอิ

http://www.knowledgestorm.co.th/Gen-Y1-_Nation.jpg

เป็นศัพท์ที่ใช้ในการ management พนักงานในปัจจุบันอย่างแพร่หลาย...

ปล.คุณเสาวคนธ์เขียนการบริหารการจัดการได้ดีค่ะ ติดตามผลงานได้ในนสพ.กรุงเทพธุรกิจ, BIZWEEK หรือที่นี่เลย

http://www.knowledgestorm.co.th/




 :lol:  Cool  :lol:
บันทึกการเข้า

@@ธรรมชาติสร้างความขัดแย้ง เพื่อให้คนเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ดียิ่งขึ้น@@@

Mr.EggMan
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826

« ตอบ #81 เมื่อ: 11 ตุลาคม 2550, 13:45:09 »

หน้าที่ 3 - What is GPRS?

ในปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ว่าอินเตอร์เน็ตเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้เราเปิดโลกทัศน์ได้อย่างกว้างไกลไร้ขีดจำกัด แต่ด้วยความจริงที่ว่ามนุษย์ไม่เคยหยุดนิ่งทำให้เกิดความคิดที่ว่า ทำอย่างไรจะให้สามารถเข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ตได้ในทุกที่ สิ่งแรกที่ต้องนึกถึงก็คือเราจะใช้อุปกรณ์ใดมาเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ตได้ โดยไม่ต้องยกเครื่องคอมพิวเตอร์ตามเราไปทุกที่ และอุปกรณ์ที่ถูกเลือกมาใช้ก็คือโทรศัพท์เคลื่อนที่ และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของเราอย่างมากมาย จึงได้มีการผลิตโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีคุณสมบัติในการเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ตได้ แต่เนื่องจากข้อจำกัดในเทคโนโลยีในการส่งข้อมูลทำให้เกิดปัญหาความล้าช้าไม่ว่าจะเป็นการใช้บริการเวบไซต์ การตรวจเช็คอีเมล์ ผู้ให้บริการเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจก็ได้สร้างบริการต่างๆเพื่อรองรับความสามารถที่โทรศัพท์ในยุคใหม่ที่มีอยู่ จึงเกิดเทคโนโลยี GPRS ขึ้น

WHAT IS GPRS?
GPRS ย่อมาจากคำว่า General Packet Radio Service เป็นวิวัฒนาการของการสื่อสารข้อมูลไร้สายแบบ Packet Switching คือ การแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนเล็กๆ ที่เรียกว่า Packet ซึ่งมีความสามารถในการส่งผ่านข้อมูลโครงข่ายได้ดีกว่าแบบเดิม ทำให้สามารถตรวจสอบความผิดพลาดในการส่ง และยังช่วยเพิ่มอัตราการส่งข้อมูลสูงขึ้นอีกด้วย เทคโนโลยี GPRS นี้ สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยให้สามารถทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ง่ายและสะดวกขึ้น จุดเด่นของระบบนี้คือ มีการเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตตลอดเวลา (Always On) โดยไม่เสียค่าบริการและยังสามารถโทรออกและรับสายเข้าได้ในขณะที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตอยู่ การเสียค่าบริการจะคิดต่อเมื่อมีการรับหรือส่งข้อมูล (Download หรือ Upload) เท่านั้น โดยคิดตามขนาดข้อมูลไม่ได้คิดตามเวลาการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต (Airtime) เหมือนเมื่อก่อน จึงทำให้ประหยัดค่าบริการได้มาก นอกจากนี้ยังสามารถใช้โทรศัพท์มือถือที่มีระบบ GPRS เชื่อมต่อกับกับ PDA หรือ Computer Notebook ก็จะสามารถเข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย และยังสามารถรับข้อมูลข่าวสารในรูปแบบของ Video ไม่ว่าจะเป็นรายการข่าว ละคร กีฬา ข้อมูลการจราจร ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้ทันต่อเหตุการณ์ในโลกปัจจุบันอยู่เสมอ กล่าวโดยสรุปแบบง่ายๆ GPRS เป็นระบบที่ช่วยให้เราใช้อินเตอร์เน็ตแบบออนไลน์บนมือถือได้ตลอดเวลา

GPSR คืออะไร?
- เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นบนเครือข่ายเดิมเพื่อให้การส่งข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว และสะดวกยิ่งขึ้น - เทคโนโลยีการส่งข้อมูลแบบรวดเร็ว ซึ่งใช้ได้กับเครือข่ายระบบ GSM ช่วยเพิ่มความรวดเร็วให้กับการติดตั้ง และทำให้ระยะเวลาในการส่งข้อมูลรววดเร็วยิ่งขึ้น
- เทคโนโลยีที่สร้างขึ้นมาเพื่อการใช้ Mobile Internet ด้วยความสะดวกยิ่งขึ้น ทำให้สามารถทำธุรกรรมต่างๆได้อย่างสะดวกและง่ายดายผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่
- นวัตกรรมใหม่ที่ทำให้การส่งข้อมูลมีประสิทธิภาพด้วยความเร็วจากเดิมเพียงแค่ 9.6 Kbps เป็น 40 Kbps ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อทางอินเตอร์เน็ตได้ภายในเวลาอันสั้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่
- การส่งข้อมูลแบบใหม่ในรูปแบบของมัลติมีเดีย ซึ่งจะประกอบไปด้วยรูปภาพที่เป็นกราฟฟิค เสียงและวีดีโอ เช่น การใช้ Video Conference
อย่างไรก็ดี GPRS ไม่ได้เป็นลักษณะที่จะสามารถให้บริการได้ด้วยตัวของระบบเอง แต่ตัวมันเองเป็นเพียงแค่ Bearer ให้กับ Application ต่างๆ ที่ต้องการใช้ความเร็วที่เพิ่มมากกว่าปกติในระบบ GSM ที่เคยรองรับอยู่เดิมมาก่อน และระบบ GPRS จะต้องต่อไปยัง Packet Data Network ที่เป็น IP Network อีกต่อหนึ่งดั้งนั้นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่จะเปิดให้ใช้ในระบบ GPRS ได้นั้นจะต้องทำการติดตั้งระบบเครือข่าย ที่ประกอบด้วยหน่วยหลักๆ 2 หน่วยด้วยกันคือ
1. SGSN (Serving GPRS Supports Node)
2. GGSN (Gateway GPRS Support Node)
โดยทั้งสองหน่วยหลักขององค์ประกอบนี้จะถูกเชื่อมต่อเข้าด้วยกันโดยมีอุปกรณ์อื่นๆ เป็นตัวช่วยเพื่อไปร่วมใช้ Radio Interface จาก Base Station โดยผ่านตัวควบคุมที่เรียกว่า PCU (Packet Control Unit ) ที่ติดตั้งไว้ที่ BSC (Base Station Controller) ทั้งนี้อาจมองได้ว่า GPRS Network เป็นอีก Network หนึ่งซึ่งเข้าถึง Mobile Phone ผ่านทาง Radio Interface
ของระบบ GSM Network เดิม โดยเป็นบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการรับส่งข้อมูลเป็น Packet โดยตรง



. . . .




http://www.vcharkarn.com/include/article/showarticle.php?Aid=32749&page=3

หาอ่านได้ตามlink นี้ครับ



.


.......
บันทึกการเข้า

jakkreepan@hotmail.com
Love is in the A...I...R......H
Mr.EggMan
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826

« ตอบ #82 เมื่อ: 11 ตุลาคม 2550, 13:50:04 »

ย่อๆง่าย

GPRS ทำงานบนช่องคลื่นสัญญาน ของโทรศัพท์มือถือ

Wi Fi ทำงานบนสัญญาน ที่ส่งออกมาเอง

เป็นเรื่องของช่วงคลื่นสัญญานน่ะ

 :wink:

อยากตอบ แต่ไม่อยากถาม

กู รัก เพื่อน มึงว่ะ
บันทึกการเข้า

jakkreepan@hotmail.com
Love is in the A...I...R......H
Mr.EggMan
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826

« ตอบ #83 เมื่อ: 11 ตุลาคม 2550, 13:58:03 »

ยาวหน่อย แต่ละเอียดดี เข้าใจไม่ยาก...

ผลพวงของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในโลกปัจจุบันทำให้เกิดมิติใหม่ทางการตลาด ซึ่งเป็นข้อกังขาของนักการตลาด นิตยสาร BrandAge และบริษัทชูโอ เซ็นโก (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน จึงได้ทำโครงการวิจัยร่วมกันในปลายปี 2547 เพื่อศึกษาค้นคว้าผู้บริโภคที่มีบทบาทโลดแล่นอยู่ในตลาดทุกวันนี้

เป้าหมาย ก็คือ การศึกษาและทำความเข้าใจผู้บริโภคที่เป็นผู้ตัดสินใจซื้อสินค้า และมีบทบาทสำคัญในการซื้อสินค้าอายุตั้งแต่ 18-63 ปี เพื่อทำความเข้าใจและหาคำอธิบายถึงผู้บริโภคเหล่านั้นในเชิงจิตวิทยาให้ลึกซึ้งและชัดเจน ว่า ตัวตน (The Self) ของคนเหล่านั้นเป็นใคร ?!?

จากแนวคิดแบบสากลที่แบ่งกลุ่มผู้บริโภคออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

1 กลุ่ม Gen-B หรือ Boomer Generation ซึ่งหมายถึงผู้บริโภคที่อายุระหว่าง 40-63 ปี

2 กลุ่ม Gen-X ซึ่งหมายถึงผู้บริโภคที่อายุระหว่าง 34-39 ปี

3 กลุ่ม Gen-Y ซึ่งหมายถึงผู้บริโภคที่อายุระหว่าง 25-33 ปี

4 กลุ่ม Gen-M หรือ Millennial Generation ซึ่งหมายถึงผู้บริโภคที่อายุระหว่าง 18-24 ปี

ซึ่งกำลังจะเติบโตเป็นผู้บริโภคคลื่นลูกใหม่ที่จะทำหน้าที่กำหนดเทรนด์การบริโภคสินค้าและบริการต่างๆ ให้แก่สังคม

 


งานวิจัยชิ้นนี้จึงได้แบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อทำการศึกษาตัวตนของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่ม ว่าลึก ๆ แล้ว เขาคิดอย่างไร นักการตลาดควรจะวางแผนกลยุทธ์อย่างไร จึงสามารถตอบสนองความต้องการของเขาเหล่านั้น


Definition of The Gens


Gen-B หมายถึงกลุ่ม Generation Boomer หรือ Baby Boomer Generation ซึ่งมีอายุปัจจุบันในช่วง 40-63 ปี เป็นผู้บริโภคที่เกิดภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง หรือมีชีวิตในวัยเด็กเล็กขณะเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ประเมินกันว่าในอเมริกามีจำนวนเด็กที่เกิดในช่วงระยะเวลาดังกล่าวสูงถึง 78 ล้านคน

ผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้ชื่อว่าเป็น Boomer เพราะถือกำเนิดขึ้นพร้อมๆ กันในปริมาณมากภายหลังสงครามสงบแล้ว ปัจจุบัน นักการตลาดในหลายๆ ประเทศพุ่งเป้าเน้นทำการตลาดกับกลุ่ม Gen-B เนื่องจากเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีขนาดใหญ่, มีกำลังซื้อ มีศักยภาพในการบริโภคสินค้า

อีกทั้งเป็นผู้บริโภคที่มีทัศนคติที่ดีต่อการซื้อจับจ่ายใช้สอยสินค้าเพื่อตัวเอง และบุคคลใกล้ชิด ผู้บริโภคกลุ่มนี้หากกำลังทำงานอยู่ก็กำลังสะสมเงินเพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างมีความสุข สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตามใจปรารถนา หากเลิกทำงานแล้ว ก็เป็นผู้บริโภคที่พร้อมจะซื้อสินค้าตามความต้องการของตน

อย่างไรก็ตาม คนรุ่นนี้จึงเป็นคนที่รู้คุณค่าของเงิน บ้างาน มุมานะเพื่อสร้างฐานะให้กับครอบครัว แต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อยมีลูกเร็ว มักนิยมรับราชการ เพราะเชื่อว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี

แบรนด์ที่คนกลุ่มนี้คุ้นเคย ก็จะเป็นแบรนด์ดั้งเดิมอย่างธนาคารออมสิน, ธนาคารกรุงไทย, ตู้เย็นยีอี, จักรซิงเกอร์, รถโฟล์กเต่า, นมตราหมี, เบียร์สิงห์ หรือผงซักฟอกแฟ๊บ เป็นต้น



Gen-X หมายถึง Generation X หรือ X Generation ซึ่งมีอายุปัจจุบันในช่วง 34-39 ปี บางตำราอาจจะกำหนดช่วงอายุของ Gen-X ไว้ต่ำถึงผู้ที่มีอายุ 26 ปี ในประเทศไทยเองก็เคยแบ่งกลุ่ม Generation X ออกมาเป็นกลุ่มย่อย แล้วเรียกว่า Yuppies

Yuppies เป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวสมัยนั้นที่มีรายได้สูง มีกำลังซื้อสินค้าแบรนด์เนมดัง ๆ เป็นห่วงเป็นใยในเรื่องของภาพลักษณ์ กล้าที่จะใช้จ่ายฟุ่มเฟือย หลายคนนิยมใช้บัตรเครดิต ใช้นาฬิกาโรเล็กซ์ แว่นเรย์แบน รถบีเอ็มดับบิว เครื่องใช้ไฟฟ้าโซนี่ หรือกระทั่งดื่ม Johnnie Walker Black Label

อย่างไรก็ดี Gen-X เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่อาจจะเป็นลูกหรือหลานของ Gen-B เป็นผู้ที่เกิดมาพร้อมๆ กับความสับสนในชีวิต หลายๆ คนที่เป็น Gen-X เคยผ่านชีวิตวัยบุปผาชน เคยมีอิสระในการดำรงชีวิต แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปก็เริ่มทำงานอย่างจริงจัง แต่มีอิสระ เนื่องจากสภาพโดยรวมของเศรษฐกิจดีกว่าสมัยที่ Gen-B อยู่ในวัยทำงาน จึงทำให้ Gen-X สามารถเลือกงานได้มากกว่า สามารถตั้งเงื่อนไขให้แก่ที่ทำงานได้ว่าตนเองต้องการทำงานแบบไหน เมื่อไร และอย่างไร

สภาพความเป็นอยู่ของ Gen-X เมื่อเปรียบกับ Gen-B ในขณะที่มีอายุเท่ากันจึงต่างกันมาก Gen-B ทำงานในลักษณะดิ้นรน ใช้แรงงาน รายได้น้อย และมักจะทำงานคนเดียว ในขณะที่ Gen-X ทำงานในลักษณะใช้ความคิด สมาชิกหลักในครอบครัวทำงานทั้งสองคน รายได้ดีทั้งคู่ ใช้ชีวิตแบบคนทันสมัย และหลายๆ คนเป็นหัวหน้างานของ Gen-B ที่อายุมากกว่า ประสบการณ์มากกว่า แต่การศึกษาต่ำกว่า

Gen-Y หมายถึง Y-Generation หรือ Why Generation เป็นผู้ที่เกิดมาพร้อมกับความสงสัยในความต่างทางความคิดของ Gen-B ที่อาจจะเป็นญาติผู้ใหญ่ในครอบครัว และ Gen-X ซึ่งอาจจะเป็นผู้ให้กำเนิด ในขณะที่สมาชิก Gen-B ในบ้านอาจจะเรียกร้องให้ Gen-Y ทำตัวอยู่ในกรอบ แต่สมาชิกที่เป็น Gen-X กลับกระตุ้นให้ Gen-Y เป็นตัวของตัวเอง และท้าทายสิ่งที่เป็นอยู่เดิม Gen-Y จึงมักจะสับสน แต่ก็มีความต้องการที่จะสำเร็จในทุกอย่างที่สนใจอย่างรวดเร็วกว่า Gen-B และ Gen-X

โดยทั่วไปแล้ว Gen-Y เป็นผู้บริโภคที่ใจร้อน ต้องการเห็นผลสำเร็จทุกอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเชื่อในศักยภาพของตนเอง และเชื่อว่ามีความพร้อมด้านฐานะทางการเงินที่มักจะได้รับการสนับสนุนจาก Gen-X ซึ่งมีรายได้ดี

คน Gen-Y เชื่อว่าการประสบความสำเร็จในชีวิตจะเกิดขึ้นต้องทำงานหนัก ทำให้มีการแต่งงานช้าลง ไม่ถึง 30 ไม่แต่ง ถ้ามีแฟนแล้วแฟนมีอุปสรรคกับงาน ก็เลิกกับแฟน เลือกงาน คนกลุ่มนี้มักเปลี่ยนงานบ่อย มีการบริหารเงินจากเครื่องมือต่าง ๆ คนกลุ่มนี้จึงมีเครดิตการ์ดมากกว่า 1 ใบ มีการใช้บริการประเภท Personal Credit มากขึ้น

Gen-M หรือ Millennial Generation หมายถึงกลุ่มผู้บริโภครุ่นเยาว์ ซึ่งมีอายุปัจจุบันในช่วง 18-24 ปี บางตำราอาจจะครอบคลุมอายุต่ำกว่า 18 ปี บ้างก็เรียกคนกลุ่มนี้ว่า”เด็กแนว”

ผู้บริโภคกลุ่มนี้ เป็นผู้บริโภคที่เกิดมาและได้รับการดูแลเสมือนเป็น ไข่ในหิน (The Precious) ผู้ปกครองทุกคนในครอบครัวซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มอื่นๆ ได้แต่พร่ำสอนและดูแลเพื่อไม่ให้สมาชิกในกลุ่มนี้ต้องตกอยู่อำนาจของสิ่งยั่วยุ และยั่วยวนซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในอดีต อาทิ ยาเสพติด รายการทีวีมอมเมา บุหรี่ สุรา รายการบันเทิงยั่วยุอารมณ์ พฤติกรรมก้าวร้าว การติดเชื้อเอดส์ การตั้งครรภํในวัยไม่สมควร เป็นต้น

Gen-M จัดได้ว่าเป็นผู้บริโภคแห่งความหวัง (Generation of Hope) ที่ผู้ใหญ่ในหวังว่าจะมีชีวิตอยู่และแก้ไขความผิดพลาดที่ตนเคยทำในอดีต คนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับคอมพิวเตอร์ ภาษาอังกฤษ ไม่ชอบเป็นลูกจ้าง มีความต้องการเป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็ก มีความอิสระในตัวเองค่อนข้างสูง มีแนวทางเป็นของตัวเองชัดเจน ไม่เหมือนใคร และไม่อยากให้ใครเหมือน ชอบดู Channel V, MTV

 
ความไม่รู้ ทำให้ คนฉลาดขึ้น ถ้าอยากที่จะรู้
บันทึกการเข้า

jakkreepan@hotmail.com
Love is in the A...I...R......H
ชาร์ป
Global Moderator
Hero Cmadong Member
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,119

« ตอบ #84 เมื่อ: 11 ตุลาคม 2550, 14:15:10 »

หุ หุ

งั้น คิดว่า เราอยู่ในกลุ่ม Gen อะไร ?  :lol:
บันทึกการเข้า
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #85 เมื่อ: 11 ตุลาคม 2550, 16:11:19 »

อ้างจาก: "ชาร์ป"
หุ หุ

งั้น คิดว่า เราอยู่ในกลุ่ม Gen อะไร ?  :lol:


Gen-M Cheesy  Cheesy  Cheesy
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
Mr.EggMan
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826

« ตอบ #86 เมื่อ: 11 ตุลาคม 2550, 18:29:44 »

ใครรู้ บอกที

ผมต้องการทราบ DNS(Domain Name Server) address ของเครื่องตัวเอง จะไปหาได้ตรงไหนครับ เค้าบอกว่ามันอยู่ที่ TCP/IP property

ก็ลองดูแล้วหาไม่เจอ มันคืออะไร สำคัญอย่างไร ใครรู้บอกที

ถามบ้าง :?
บันทึกการเข้า

jakkreepan@hotmail.com
Love is in the A...I...R......H
Surachai Chantosakun
มือใหม่หัดเมาท์
*


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114

« ตอบ #87 เมื่อ: 11 ตุลาคม 2550, 18:50:04 »

ไอ้ไข่

ตั้งแต่ย้ายงานใหม่ดูว่างจังเลยนะ

ตอบยาวๆ
บันทึกการเข้า
นายป้อ
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,124

« ตอบ #88 เมื่อ: 11 ตุลาคม 2550, 20:13:08 »

:oops: จากแนวคิดแบบสากลที่แบ่งกลุ่มผู้บริโภคออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

1 กลุ่ม Gen-B หรือ Boomer Generation ซึ่งหมายถึงผู้บริโภคที่อายุระหว่าง 40-63 ปี

2 กลุ่ม Gen-X ซึ่งหมายถึงผู้บริโภคที่อายุระหว่าง 34-39 ปี

3 กลุ่ม Gen-Y ซึ่งหมายถึงผู้บริโภคที่อายุระหว่าง 25-33 ปี

4 กลุ่ม Gen-M หรือ Millennial Generation ซึ่งหมายถึงผู้บริโภคที่อายุระหว่าง 18-24 ปี


..........ขอเสริมนะครับ........

...ข้อมูลนี้เป็นของต่างประเทศ(ทางโซนอเมริกา)ซึ่งลักษณะของการจำแนกตาม generation

นั้นไม่แน่ว่าจะนำมาใช้ได้ในทุกประเทศนะครับ ซึ่งมันติดตรงที่ประเพณีและวัฒนธรรมของ

ประเทศนั้นๆ และเกี่ยวโยงกับองค์การการทำงานของแต่ละองค์การจะมีวัฒนธรรมเป็นของตนเอง

ซึ่งลักษณะการทำงาน  นิสัยการทำงาน  รวมถึงการบริโภคของคน ในแต่ล่ะ generation ของแต่

ละประเทศย่อมมีความแตกต่างกัน  แต่ ณ ที่นี้ไม่ได้หมายความว่าไม่มีสิ่งเหมือนกันนะครับ

บางอย่างก็มีความเหมือนกัน คนไทยเราไปเอาของฝรั่งมาใช้โดยไม่ได้วิจัยก่อนว่าใช้ในไทยได้จริง

หรือเปล่านะครับ



....เผอิญกำลังทำ  Thesis  เรื่องนี้อยู่พอดีอะครับ.....
บันทึกการเข้า
ป๋าบอล
มือใหม่หัดเมาท์
*


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 196

« ตอบ #89 เมื่อ: 11 ตุลาคม 2550, 20:18:28 »

อ้างจาก: "ppornson"
ขยายๆหน่อยโว้ย..ไม่เข้าจาย...

prick อ่านว่า พริค แปลว่า กระเจี๊ยว ตรงๆเลยครับพี่โต้ง

อ้างจาก: "Mr.EggMan"
ใครรู้ บอกที

ผมต้องการทราบ DNS(Domain Name Server) address ของเครื่องตัวเอง จะไปหาได้ตรงไหนครับ เค้าบอกว่ามันอยู่ที่ TCP/IP property

ก็ลองดูแล้วหาไม่เจอ มันคืออะไร สำคัญอย่างไร ใครรู้บอกที

ถามบ้าง :?

อยุ่ใน properties ของ Internet Protocol (TCP/IP)

ไปที่ใน My Network Places
คลิ๊กขวาที่ Local Area Connection เลือก Properties
เลือกที่ Internet Protocol (TCP/IP) ใน list แล้วกดปุ่ม Properties
ก็จะเห็นช่องสำหรับ set DNS ข้างล่าง

DNS เป็นเครื่องที่ใช้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับ domain name ง่ะ
สมมติจะทำ intranet บนเครื่อง ip = 123.456.789.001 แล้วกลัวคนอื่นในบริษัทจำไม่ได้
เราก็ไปตั้งชื่อ Domain ไว้ที่ DNS ของของบริษัท ว่า
123.456.789.001 = www.test.com

คราวนี้พอคนเข้าเน็ตบอกว่าจะไปที่ www.test.com มันก็จะไปดูที่ DNS
แล้วก็เจอว่า www.test.com ก็คือ 123.456.789.001
แล้วมันก็แปลงเป็นค่า ip ให้เราอัตโนมัติ
บันทึกการเข้า
Apirat T.
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,357

« ตอบ #90 เมื่อ: 12 ตุลาคม 2550, 08:05:50 »

แล้วทำไมเครื่องคุณไข่ ต้องทำเป็น DNS Server ด้วยฟะ มะเข้าใจ
คุณจะเปิด server เองเหรอ  :lol:

ท่าทางเรื่องใบตองของผมจะยากเกิน
งั้นถามเรื่อง(ท่าทาง)ไม่ยากข้ออื่นกันบ้าง

ทำไมคนคิดจักรยาน ต้องทำให้จักรยานมี 2 ล้อ
เนื่องจากด้วยความคิดของตัวผมเอง
ถ้าครั้งแรกเนี่ย ประดิษฐ์ออกมา 4 ล้อ หรือ 3 ล้อ
มันไม่ขี่ง่ายกว่าเหรอ
ดันทำมา 2 ล้อ ไม่กลัวคนที่เพิ่งเคยเห็นจักรยานครั้งแรก
ก้อไม่กล้าขี่ เพราะต้องหัดก่อนหรือเปล่า
สู้ทำ 3 หรือ 4 ล้อ ให้คนขึ้นปุ๊บ ก้อสามารถขี่ได้เลยทันทีไม่ดีกว่าเหรอ??

ตาแคม
บันทึกการเข้า
Mr.EggMan
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826

« ตอบ #91 เมื่อ: 12 ตุลาคม 2550, 08:26:40 »

ซาบซึ้ง โอ เค เลย เพื่อนบอล

ไม่เสียแรงที่จบ คอมพ์ ไม่เหมือน บางคน ที่ ไปขายแก๊ส

555

เพื่อนต้น ตอนนี้ว่างครับ อยู่ในสถานะว่างงาน
บันทึกการเข้า

jakkreepan@hotmail.com
Love is in the A...I...R......H
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #92 เมื่อ: 15 ตุลาคม 2550, 13:05:36 »

กรูว่าจักรยานแรกๆก็คงมี 4 ล้อ หรือ 3 ล้อนะ..เห็นจักรยานโบราณๆก็เคยเห็น 3 ล้อ แต่มันคงเกะกะ และอีกอย่าง ค่าแรงเสียดทานระหว่างยางกับถนนคงจะเยอะ..(เพราะซัดตั้ง 4 ล้อ) การเหลือ 2 ล้อจะทำให้ผ่อนแรงได้มากกว่ามั้ง..

ส่วนเรื่อง GPRS ยาวมั่ก.ไว้ค่อยอ่าน..
บันทึกการเข้า
หลิม 81
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,840

« ตอบ #93 เมื่อ: 15 ตุลาคม 2550, 17:02:59 »

ป๋าบอลชั่งปราดเปรื่อง...
บันทึกการเข้า

@ ปีนี้ปีของผม @
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #94 เมื่อ: 22 ตุลาคม 2550, 13:36:47 »

สงสัยอีกเรื่องครับ..

ทำไมในละคร..หัวกระแทกอะไรที่ไร..ความจำเสื่อมทุกที..แต่ไหงมันยังพูดภาษานั้นๆได้..

สมองมันน่าจะเหมือนคอมพ์นะ..เวลาความจำเสื่อม..มันน่าจะเสื่อมหมดเลย..แบบช่วยเหลือตัวเองไม่ได้..ทำไมมันลืมเฉพาะชื่อคนกับเหตุการณ์เฉยๆน่ะ..

อีกอย่าง..ทำไมหัวกระแทกอีกทีทีไร...แมร่งงงงง..หายทุกทีเลย..จำได้เฉยเลย..

ถ้ามันมีความเป็นไปได้ทางการแพทย์..จะได้ระวังไว้
บันทึกการเข้า
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #95 เมื่อ: 23 ตุลาคม 2550, 00:02:48 »

มันเป็นเพียงแค่ละครค่ะ  อะไรก็เกิดขึ้นได้ Cheesy  Cheesy  Cheesy

แต่ความจริงทางการแพทย์ก็ไม่รู้เหมือนกันนะค่ะ
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
khesorn mueller
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2527
คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 71,855

« ตอบ #96 เมื่อ: 23 ตุลาคม 2550, 00:14:30 »

Amnesia??
p.nn
บันทึกการเข้า


Mr.EggMan
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826

« ตอบ #97 เมื่อ: 31 ตุลาคม 2550, 12:35:01 »

มีคำถามมาถามครับ

ตอนนี้เรารู้แล้วว่าในโรงงานของเรา มีprocessและmachine อะไรบ้าง แต่เราต้องการรู้ว่าจำเป็นจะต้องใช้ facility เท่าไหร่(specification) เช่น hot oil, cooling water และ air pump แบบนี้เราควรจะอ่านหนังสือเล่มไหนครับ

unit operation? แนะนำหน่อย intania ทั้งหลาย
บันทึกการเข้า

jakkreepan@hotmail.com
Love is in the A...I...R......H
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #98 เมื่อ: 31 ตุลาคม 2550, 16:56:10 »

อันนี้เราถามเพื่อนเรามาให้อ่ะ

แต่เราว่าน่าจะเป็นพวก IE น่ะไข่  ที่พอจะช่วยได้อ่ะ

"โอ้ ไม่แน่ใจนะว่าหนังสืออะไร ตอนเรียนเคยเรียนเรื่อง Air นะ แต่ตัวอื่นไม่เคย โดยเราดูที่เครื่องจักรเราที่ต้องการใช้ Facility เท่าไหร เสร็จแล้วต้องหัก loss ที่เกิดจากพวกท่อ หรือข้อต่อ

ส่วนใหญ่ในโรงงานมันจะเอาให้ Over จากที่ใช้งาน เวลาเพิ่มอุปกรณ์ หรือ เกิดการใช้ Facility พร้อมกันจะได้ไม่มีปัญหา แล้วก็ไม่ค่อยคำนวณกันหรอก มักให้ Supplier แนะนำว่าต้องเท่าไหร"
บันทึกการเข้า
Mr.EggMan
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826

« ตอบ #99 เมื่อ: 31 ตุลาคม 2550, 18:40:52 »

Thank Max

But the big problem ıs the machıne that bought from Chına. They saıd ıf we need more ınformatıon must be addıtıonal paıd.

OK I'll try

 :lol:
บันทึกการเข้า

jakkreepan@hotmail.com
Love is in the A...I...R......H
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #100 เมื่อ: 09 พฤศจิกายน 2550, 13:53:00 »

กรูรู้แล้วเรื่องไฟถอยหลังรถอัลติส..แฮ่ๆ..อุตส่าห์ถามวิศวกรของโตโยต้าเลยนะโว้ย..

จริงๆมันเป็นไฟตัดหมอกน่ะ..ข้างนึงเป็นถอยหลัง..ข้างนึงเป็นตัดหมอก..ส่วน LIMO เป็นไฟใส่หลอกเฉยๆ..

ได้ข้อมูลเพิ่มด้วยว่าต้นปีหน้าจะมีเปลี่ยนโฉมอัลติสนะครับ..ใครทำท่าจะซื้อให้รอก่อน..เพราะราคาจะไม่แพงกว่าเดิม..เนื่องจากได้ลดหย่อนอะไรซักอย่างนี้ล่ะ..
บันทึกการเข้า
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #101 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2550, 11:13:22 »

ลดหย่อน พวกระบบเบรคเปล่าอ่ะ แบบ ฟอร์จูนเนอร์เปล่าอ่ะ  Cheesy
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #102 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2550, 22:42:54 »

ม่ายช่าย..รู้สึกว่าจะเกี่ยวกับเรื่องภาษี..

สงสัยอีกเรื่องครับ..อย่าหาว่าทะลึ่งนะ..

วันก่อนนั่งดูกบนอกกะลา มีเรื่องตัว sperm ด้วย เลยนึกได้ว่า..เอ..sperm คงไม่จัดว่าเป็นสัตว์

แต่มันว่ายน้ำได้..มันตายได้..มันรู้หน้าที่ตัวเองว่าต้องทำอะไร เมื่อไหร่ ตอนที่มันอยู่ในต้นกำเนิดมันไม่เห็นจะเจาะโน่นเจาะนี่เลย..แต่พอมันได้เวลา มันก็รู้หน้าที่ของมันทันที..

ถ้าไม่จัดว่า sperm เป็นสัตว์ แล้วเค้าได้จัดว่ามันเป็นอะไร มันสั่งการยังไงเพราะมันคงไม่มีสมอง..มันรู้ได้ยังไงว่าไอ้นี่คือสิ่งที่มันต้องเจาะ..มันไม่มีตา ไม่มีสมอง..

ไอ้ที่คุยๆกันในบอร์ดตอนนี้ เมื่อก่อนก็เป็นไอ้ตัวนี้กันมาก่อนนะ..อย่าหาว่าผมทะลึ่งล่ะ..
บันทึกการเข้า
mmwindoo_79
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 254

« ตอบ #103 เมื่อ: 15 พฤศจิกายน 2550, 12:07:16 »

ตัวของมันเอง ให้กำเนิดไอ้ตัวแบบเดียวกันยังไม่ได้ไง ถึงยังไม่จัดเป็นสิ่งมีชีวิต
เพราะมันยังไม่สมบูรณ์ ต้องรอให้มันรวมกับอีกภาคหนึงก่อนถึงจะสมบูรณ์
บันทึกการเข้า
Mr.EggMan
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826

« ตอบ #104 เมื่อ: 15 พฤศจิกายน 2550, 19:56:50 »

ขอความรู้อีกแล้วครับ

ระหว่าง Electrical heating boiler กับ Natural Gas heating boiler

แบบไหนดีกว่ากัน มีข้อดีข้อเสีย อย่างไร?

ใครรู้ช่วยแนะนำหน่อยนะครับ ว่าจะไปหาอ่านได้ที่ไหน

แต่ก็มาตอบคุณเซียนโต้งด้วย

นิยามของสิ่งมีชีวิตอย่างที่เรารู้จักบนโลก

สิ่งมีชีวิตคืออะไร สิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตมีความแตกต่างกันอย่างไร สิ่งมีชีวิตบนโลกมีหลายรูปแบบ (life form) นับตั้งแต่ แบคทีเรีย ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวมีโครงสร้างอย่างง่ายๆ จนกระทั่งสิ่งมีชีวิตชั้นสูง เช่น มนุษย์ เป็นสัตว์หลายเซลล์มีโครงสร้างที่สลับซับซ้อน อย่างไรก็ดีสิ่งมีชีวิตทุกอย่างบนโลกย่อมมีคุณสมบัติที่แตกต่างไปจากสิ่งไม่มีชีวิต ดังนี้
        1.ข้อจำกัดทางอายุขัย สิ่งมีชีวิตดำรงอยู่เป็นวัฏจักร มีวัย อายุขัย และวงรอบชีวิตที่แน่นอน เช่น ยุงมีอายุขัย 7 วัน มนุษย์มีอายุขัยประมาณ 80 ปี ส่วนสิ่งไม่มีชีวิต เช่น ก้อนหินจะสิ้นอายุขัยตราบเมื่อผุพังหรือสึกกร่อน เปลวไฟมีอายุตราบเท่าที่มีเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยง สิ่งไม่มีชีวิตไม่มีกำหนดอายุขัยเป็นคาบเวลาที่แน่นอน
          2.การสืบพันธุ์ เนื่องจากสิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีอายุขัยจำกัดเป็นคาบเวลา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสืบพันธุ์เพื่อจะดำรงเผ่าพันธุ์ของตัวเองไว้ การสืบพันธุ์จำเป็นต้องมีความสามารถในการคัดลอกคุณสมบัติของตัวเอง เช่น ลูกคนก็ต้องเป็นคน ลูกสุนัขก็ต้องเป็นสุนัข
          3.วิวัฒนาการ สิ่งมีชีวิตมีความประสงค์ที่จะคงเผ่าพันธุ์ของตัวเองไว้ ดังนั้นจึงต้องมีความสามารถในการปรับตัวเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป โดยที่การคัดลอกตัวเองในการสืบพันธุ์นั้น จะมีการกลายพันธุ์ทีละเล็กน้อยอย่างช้าๆ ในระยะเวลาที่ยาวนาน เช่น นกวิวัฒนาการมาจากไดโนเสาร์
           4.โครงสร้างร่างกาย ในการดำรงชีวิตและสืบพันธุ์ สิ่งมีชีวิตจำเป็นจะต้องมี ร่างกาย พลังงาน และชุดคำสั่งทางพันธุกรรม เพื่อสั่งให้เซลล์แต่ละเซลล์ทำงาน นั่นหมายความว่า ชีวิตเป็นทั้งสสาร พลังงาน และข่าวสาร
             5.กระบวนการเผาผลาญอาหาร สิ่งมีชีวิตไม่สามารถดำรงอยู่ได้โดยปราศจากการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมภายนอก ร่างกายต้องการวัตถุดิบเพื่อสร้างโครงสร้างและพลังงาน โดยอาศัยกระบวนการเผาผลาญอาหาร (Metabolic process) ซึ่งปลดปล่อยผลผลิตและสิ่งเหลือใช้ กลับคืนสู่สิ่งแวดล้อม

ผิดถูกยังไง comment มานะ

 :roll:
บันทึกการเข้า

jakkreepan@hotmail.com
Love is in the A...I...R......H
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #105 เมื่อ: 16 พฤศจิกายน 2550, 13:47:20 »

นั่นล่ะ..ทีนี้เราคงพอจำแนกได้ว่า..มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต..คราวนี้มันรู้หน้าที่ตัวเองได้ยังไง..และมันต้องกินอาหารด้วยใช่มั๊ย..ที่เป็นน้ำตาลฟรุกโตสอะไรนั่นน่ะ..แสดงว่ามันต้องมีระบบขับถ่ายระบายของเสียรึเปล่า..

ถามลึกไปมั๊ยเนี่ยะ..
บันทึกการเข้า
Mr.EggMan
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826

« ตอบ #106 เมื่อ: 19 พฤศจิกายน 2550, 17:19:55 »

จริง มันไม่รู้หน้าที่หรอก แต่ที่มันคลื่อนที่ของมันตลอดเวลา เพราะส่วนหางมันจะขยับไปมาเองเหมือนใบพัดน่ะ มันไม่เลือกหรอกว่าจะวิ่งไปไหน บางทีวิ่งไปเจอขี้ ยังไม่รู้เร่ืองเลย(สำหรับบางกลุ่ม)
มันก็วิ่งไปเลย หลังจาก กรรมการยิงปืนปล่อยตัวนักกีฬาแล้ว ก็วิ่งไป ด้วยความเร็วของตัวเองบวกความเร็วในการปลดปล่อย (อิอิ) พอไปเจอกับไข่  ที่ผนังชั้นแรก (cumulus cell)พอทะลุเข้าไปเจอชั้นที่สอง (zona pellucida) มันจะจับกันได้เพราะมีคู่โปรตีนเหมือนกัน(อันนี้ธรรมชาติออกแบบมา ป้องกันการผสมข้ามพันธุ์) พอจับกันได้ก็ปล่อยเอนไซม์ เพื่อเข้าไป ผสมพันธุ์

มันใช้น้ำตาลฟรุคโตส เป็นแหล่งพลังงานแหละเราว่า ส่วนของเสีย ไม่ได้อยู่ในรูปกาก น่าจะขับถ่ายผ่านผนังเซลล์ได้ เลยไม่ต้องมีรูตูด

ปล. อ่านๆของเค้ามาเหมือนกัน แต่ลองทบทวนแล้วน่าจะใช่ แก้ไขตรงไหนบอกด้วย
ปล. ถ้ามันคิดได้จริง ไม่คงไม่วิ่งทางรูทวารหนักให้เหนื่อยเล่นหรอก
บันทึกการเข้า

jakkreepan@hotmail.com
Love is in the A...I...R......H
ชาร์ป
Global Moderator
Hero Cmadong Member
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,119

« ตอบ #107 เมื่อ: 19 พฤศจิกายน 2550, 17:31:01 »

เอ่อ ...

สมมติ มันอาศัย การจับคู่โปรตีนที่เหมือนกัน ถึงจะผสมกันได้

สมมติมีคน สามารถ หลอก ตัววิ่ง ของเรา ว่า ไข่ที่มันกำลังผสมพันธ์ กันนั้น เป็นไข่ของสิ่งมีชีวิต สายพันธ์เดียวกัน โดยการตัดแต่งโปรตีน (เหมือนกับการตัดต่อ DNA พวกนั้น)

...

มันจะเกิดการผสมข้าม Species หรือเปล่าครับ .. :shock:

...

ยิ่ง สมัยนี้ทำ โคลนนิ่งได้ด้วย ...

 :?
บันทึกการเข้า
นายป้อ
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,124

« ตอบ #108 เมื่อ: 20 พฤศจิกายน 2550, 17:04:20 »

:oops: คำถามสุดยอดเลย...ชาร์ป.....
บันทึกการเข้า
หลิม 81
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,840

« ตอบ #109 เมื่อ: 20 พฤศจิกายน 2550, 17:10:20 »

ไม่เข้าใจครับ

เด็กไร้เดียงสา....
บันทึกการเข้า

@ ปีนี้ปีของผม @
Mr.EggMan
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826

« ตอบ #110 เมื่อ: 20 พฤศจิกายน 2550, 18:36:46 »

โดยหลักการ อ่ะ มันใช่

แต่นี่ เค้าบอกว่า มันเหมือนกุญแจของพระเจ้าน่ะ ที่มอบให้แก่สิ่งมีชีวิต
แต่ละชนิด เพื่อใช้แยกสายพันธุ์ ออกจากกัน
แต่ถ้า มีใครสามรถออกคำสั่ง ให้ cell ทำงานให้ได้ตามที่ตัวเองต้องการได้
มันก็จะกลายเป็นพระเจ้า

ยังไง รอจารย์โอ มาช่วยชี้แนะครับ

 Cool
บันทึกการเข้า

jakkreepan@hotmail.com
Love is in the A...I...R......H
Aj.O
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,241

« ตอบ #111 เมื่อ: 20 พฤศจิกายน 2550, 22:07:11 »

อ้างจาก: "mmwindoo_79"
ตัวของมันเอง ให้กำเนิดไอ้ตัวแบบเดียวกันยังไม่ได้ไง ถึงยังไม่จัดเป็นสิ่งมีชีวิต
เพราะมันยังไม่สมบูรณ์ ต้องรอให้มันรวมกับอีกภาคหนึงก่อนถึงจะสมบูรณ์


ถ้างั้นไวรัสก็ไม่สมควรเป็นสิ่งมีชีวิตด้วย(จริงๆนักชีววิทยาบางท่านก็กล่าวเช่นนี้จริงๆ ว่าไวรัสไม่สมควรจัดเป็นสิ่งมีชีวิต) เพราะออร์แกนเนลล์ก็ไม่มี เคลื่อนไหวเองก็ไม่ได้ ให้กำเนิดพวกเดียวกันโดยตรงก็ไม่ได้ด้วย(ต้องอาศัยกลไกของเซลล์Host ในการสร้างตัวมันขึ้นมา)

อ้างจาก: "ชาร์ป"
เอ่อ ...
สมมติ มันอาศัย การจับคู่โปรตีนที่เหมือนกัน ถึงจะผสมกันได้
สมมติมีคน สามารถ หลอก ตัววิ่ง ของเรา ว่า ไข่ที่มันกำลังผสมพันธ์ กันนั้น เป็นไข่ของสิ่งมีชีวิต สายพันธ์เดียวกัน โดยการตัดแต่งโปรตีน (เหมือนกับการตัดต่อ DNA พวกนั้น)
...
มันจะเกิดการผสมข้าม Species หรือเปล่าครับ ..  
...
ยิ่ง สมัยนี้ทำ โคลนนิ่งได้ด้วย ...


หลอกได้หรือเปล่าไม่รู้?(ถ้ามันห่างกันมากน่ะนะ) แต่ถ้าโครงสร้างโปรตีนที่ว่านั่นมันใกล้เคียงกัน มันก็เจาะข้ามสายพันธุ์กันได้ เอาง่ายๆ สเปิร์มลา ยังเจาะไข่แดงม้าได้เลย Tongue

และทุกวันนี้ผมก็ยังสงสัยว่า คนกับชิมแปนซีหรือกอริลล่า สามารถผสมข้ามพันธุ์กันได้ไหม? :shock: ผมเชื่อว่าต้องเคยมีคนทดลอง(ในหลอดทดลอง)แล้วแน่ๆ(เพราะจะว่าไปแล้ว องค์ประกอบในดีเอ็นเอของคนกับชิมแปนซีคล้ายกันมากๆ)
ไม่ว่าจะเป็นเอาตัวอสุจิลิงผสมไข่คน หรือสลับเอาอสุจิคนผสมไข่ลิง แต่ผลการทดลองที่ได้  คงไม่สามารถเผยแพร่ได้  เพราะผิดจริยธรรมอย่างรุนเเรงที่สุด :shock: (แต่ผมเชื่อว่า ผสมได้!)
ลองอ่านจากสองกระทู้นี้ดู
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X5944474/X5944474.html
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X5977410/X5977410.html
หมายเหตุ > กระทู้อันแรกคนอื่นตั้งไว้ก่อน แต่อันที่สองผมเป็นคนตั้งเอง(ในพันทิปอ่ะนะ)
บันทึกการเข้า

...
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #112 เมื่อ: 21 พฤศจิกายน 2550, 13:56:59 »

แล้วตกลงไอ้ sperm มันเป็นตัวอะไร..
บันทึกการเข้า
Aj.O
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,241

« ตอบ #113 เมื่อ: 21 พฤศจิกายน 2550, 14:41:09 »

อ้างจาก: "ppornson"
แล้วตกลงไอ้ sperm มันเป็นตัวอะไร..


ผมว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตครับ แต่มันยังไม่สมบูรณ์ก็เท่านั้น  มันไม่อาจจัดเป็นสัตว์ เพราะสัตว์ต้องมีหลายเซลล์ มีอวัยวะฯลฯ  แต่น่าจะจัดเป็น"เซลล์ของสัตว์"ได้  ในสถานะเดียวกับพวกแบคทีเรีย หรืออมีบา อะไรประมาณนั้น :?
อ้อ ผมว่าเซลล์ไข่ ก็น่าจัดเป็นสิ่งมีชีวิตได้เช่นกันครับ(ระดับเดียวกับอมีบา) แต่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตระดับเดียวกับสัตว์
บันทึกการเข้า

...
นายป้อ
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,124

« ตอบ #114 เมื่อ: 21 พฤศจิกายน 2550, 16:25:19 »

:oops: ข้าเจ้าคิดว่า....สิ่งมีชีวิตทุกอย่าง....มีวัฒนาการของความอยู่รอด..อนาคตข้างหน้า..

อาจมีการวิวัฒนาการ ....การกำเนิดข้ามสายพันธุ์ก็เป็นไปได้....แต่จะนานแค่ไหนเท่านั้นเอง....

สังเกตได้จาก..บรรพบุรษของมนุษย์...(โครมันยอง..หรือ..โฮโมเซเปี้ยน)..ก็คล้ายๆลิงมาก่อน...
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #115 เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2550, 13:04:26 »

ต้องรอผู้รู้จริงมาเฉลย..
บันทึกการเข้า
khesorn mueller
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2527
คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 71,855

« ตอบ #116 เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2550, 16:17:48 »

I also don't know...just follow your text...keep going on...Nong Aj.O..what is spermian exactly??
p.nn
บันทึกการเข้า


ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #117 เมื่อ: 28 พฤศจิกายน 2550, 20:06:02 »

จริงๆไอ้แครมมมันน่าจะตอบได้นะ..เห็นมันเชี่ยวชาญเรื่องทำนองนี้..
บันทึกการเข้า
ชาร์ป
Global Moderator
Hero Cmadong Member
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,119

« ตอบ #118 เมื่อ: 28 พฤศจิกายน 2550, 23:21:47 »

http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9500000140753

 
อ้างถึง   

หนึ่งในล้าน! สาวแอบกิ๊กได้ลูกแฝดคนละพ่อ
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤศจิกายน 2550 14:09 น.
 
 
       ซินหัวเน็ต / หนังสือพิมพ์สากล – เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ภรรยาของหลิวหยวน(นามสมมุติ) ได้คลอดลูกฝาแฝดคู่หนึ่ง แต่หลังจากผ่านการพิสูจน์ทางการแพทย์กลับพบว่า ดีเอ็นเอของลูกคนที่ 2 ไม่ตรงกับพ่อ เมื่อความลับถูกเปิดเผยว่าตัวเองถูกสวมเขา หลิวหยวนรู้สึกไม่สามารถยกโทษให้ได้จนในที่สุดต้องขอหย่ากับภรรยา
       
       หลิวหยวนเล่าว่าภรรยาได้คลอดลูกฝาแฝดเมื่อตรุษจีนปีที่ผ่านมา แต่หลังคลอดแฝดน้องมีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงป่วยเป็นหวัดและไอมาโดยตลอด ตรงกันข้ามแฝดพี่มีร่างกายแข็งแรงปกติดี เดิมทีหลิวหยวนคิดว่าลูกคนนี้อ่อนแอแต่กำเนิด จึงให้ความเอ็นดูและห่วงใยเป็นพิเศษ จนกระทั่งครึ่งปีให้หลังแฝดน้องก็ไม่สบายอีกจนต้องเข้าโรงพยาบาล
       
       ในช่วงที่แฝดคนน้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล หลิวหยวนก็รู้สึกผิดสังเกต ยิ่งมองยิ่งรู้สึกว่าลูกไม่มีเค้าโครงหน้าเหมือนตัวเอง นอกจากนั้นเมื่อมีการพิสูจน์เลือด ผลตรวจชี้ว่าแฝดน้องมีเลือดกรุ๊ปโอ ขณะที่พ่อมีเลือดกรุ๊ปเอ
       
       เมื่อเหตุการณ์กลับตาลปัตร จึงตัดสินใจให้แพทย์ยืนยันด้วยการตรวจเลือดของภรรยาและแฝดพี่ จึงได้ผลสรุปว่าเด็กทั้ง 2 เป็นลูกของภรรยาจริง แต่มีเพียงแฝดคนโตเท่านั้นที่เป็นลูกของหลิวหยวน ส่วนแฝดน้องนั้นไม่ใช่ลูกของตัวเอง เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ฝ่ายภรรยาจึงยอมสารภาพว่าได้มีความสัมพันธ์กับชายอื่นจริง
       
       ในแง่ของกฏหมาย หากหลิวหยวนขอหย่าจากภรรยาเขาต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูแฝดพี่ ส่วนแฝดคนน้องนั้นหากสามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่สายเลือดของตัวเอง เมื่อหย่าจากภรรยาแล้วก็ไม่จำเป็นต้องเลี้ยงดู
       
       ทั้งนี้การตั้งครรภ์ฝาแฝดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ฝาแฝดที่เกิดจากไข่ใบเดียวกัน และฝาแฝดจากไข่คนละใบ สำหรับลูกแฝดของหลิวหยวนถือว่าเป็นฝาแฝดประเภทที่ 2 ที่เกิดจากการตกไข่ 2 ใบ และถูกผสมโดยอสุจิ 2 ตัว ซึ่งโดยทั่วไป เชื้ออสุจิจะสามารถอยู่ได้ 72 ชั่วโมง
       
       ในขณะที่ไข่สามารถอยู่ในร่างกายได้ 48 ชั่วโมง ดังนั้นในช่วงที่สตรีมีการตกไข่ หากภายใน 72 ชั่วโมง มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายคนละคน และประจวบเหมาะกับมีการตกไข่ 2 ใบ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีการปฏิสนธิ 2 ครั้ง ในไข่ 2 ใบ
       
       อย่างไรก็ตาม กรณีการตั้งครรภ์ของภรรยาหลิวหยวนแพทย์ระบุว่าเป็นการตั้งครรภ์ซ้อน มีโอกาสเกิดขึ้นได้เพียง 1 ในล้าน
 
 


เอามาฝาก น่าจะเกี่ยวข้องกัน ...  :lol:
บันทึกการเข้า
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #119 เมื่อ: 30 พฤศจิกายน 2550, 13:19:48 »

อ้างจาก: "ชาร์ป"
http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9500000140753

 
อ้างถึง   

หนึ่งในล้าน! สาวแอบกิ๊กได้ลูกแฝดคนละพ่อ
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤศจิกายน 2550 14:09 น.
 
 
       ซินหัวเน็ต / หนังสือพิมพ์สากล – เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ภรรยาของหลิวหยวน(นามสมมุติ) ได้คลอดลูกฝาแฝดคู่หนึ่ง แต่หลังจากผ่านการพิสูจน์ทางการแพทย์กลับพบว่า ดีเอ็นเอของลูกคนที่ 2 ไม่ตรงกับพ่อ เมื่อความลับถูกเปิดเผยว่าตัวเองถูกสวมเขา หลิวหยวนรู้สึกไม่สามารถยกโทษให้ได้จนในที่สุดต้องขอหย่ากับภรรยา
       
       หลิวหยวนเล่าว่าภรรยาได้คลอดลูกฝาแฝดเมื่อตรุษจีนปีที่ผ่านมา แต่หลังคลอดแฝดน้องมีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงป่วยเป็นหวัดและไอมาโดยตลอด ตรงกันข้ามแฝดพี่มีร่างกายแข็งแรงปกติดี เดิมทีหลิวหยวนคิดว่าลูกคนนี้อ่อนแอแต่กำเนิด จึงให้ความเอ็นดูและห่วงใยเป็นพิเศษ จนกระทั่งครึ่งปีให้หลังแฝดน้องก็ไม่สบายอีกจนต้องเข้าโรงพยาบาล
       
       ในช่วงที่แฝดคนน้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล หลิวหยวนก็รู้สึกผิดสังเกต ยิ่งมองยิ่งรู้สึกว่าลูกไม่มีเค้าโครงหน้าเหมือนตัวเอง นอกจากนั้นเมื่อมีการพิสูจน์เลือด ผลตรวจชี้ว่าแฝดน้องมีเลือดกรุ๊ปโอ ขณะที่พ่อมีเลือดกรุ๊ปเอ
       
       เมื่อเหตุการณ์กลับตาลปัตร จึงตัดสินใจให้แพทย์ยืนยันด้วยการตรวจเลือดของภรรยาและแฝดพี่ จึงได้ผลสรุปว่าเด็กทั้ง 2 เป็นลูกของภรรยาจริง แต่มีเพียงแฝดคนโตเท่านั้นที่เป็นลูกของหลิวหยวน ส่วนแฝดน้องนั้นไม่ใช่ลูกของตัวเอง เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ฝ่ายภรรยาจึงยอมสารภาพว่าได้มีความสัมพันธ์กับชายอื่นจริง
       
       ในแง่ของกฏหมาย หากหลิวหยวนขอหย่าจากภรรยาเขาต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูแฝดพี่ ส่วนแฝดคนน้องนั้นหากสามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่สายเลือดของตัวเอง เมื่อหย่าจากภรรยาแล้วก็ไม่จำเป็นต้องเลี้ยงดู
       
       ทั้งนี้การตั้งครรภ์ฝาแฝดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ฝาแฝดที่เกิดจากไข่ใบเดียวกัน และฝาแฝดจากไข่คนละใบ สำหรับลูกแฝดของหลิวหยวนถือว่าเป็นฝาแฝดประเภทที่ 2 ที่เกิดจากการตกไข่ 2 ใบ และถูกผสมโดยอสุจิ 2 ตัว ซึ่งโดยทั่วไป เชื้ออสุจิจะสามารถอยู่ได้ 72 ชั่วโมง
       
       ในขณะที่ไข่สามารถอยู่ในร่างกายได้ 48 ชั่วโมง ดังนั้นในช่วงที่สตรีมีการตกไข่ หากภายใน 72 ชั่วโมง มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายคนละคน และประจวบเหมาะกับมีการตกไข่ 2 ใบ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีการปฏิสนธิ 2 ครั้ง ในไข่ 2 ใบ
       
       อย่างไรก็ตาม กรณีการตั้งครรภ์ของภรรยาหลิวหยวนแพทย์ระบุว่าเป็นการตั้งครรภ์ซ้อน มีโอกาสเกิดขึ้นได้เพียง 1 ในล้าน
 
 


เอามาฝาก น่าจะเกี่ยวข้องกัน ...  :lol:


เรื่องจริงหรือเนี้ย :shock:  :shock:
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
Aj.O
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,241

« ตอบ #120 เมื่อ: 03 ธันวาคม 2550, 22:15:00 »

คำว่า ภาพยนตร์แนวY นี่คืออะไรครับ? ใช่ภาพยนตร์แนวพวกนิยมถั่วดำหรือเปล่า?
แล้วทำไมเค้าเรียกว่า Y ล่ะครับ?  มีที่มายังไง? :?
บันทึกการเข้า

...
mmwindoo_79
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 254

« ตอบ #121 เมื่อ: 03 ธันวาคม 2550, 23:44:16 »

มาจากคำภาษาญี่ปุ่นอะไรซักอย่างเนี่ยแหละ yori หรืออะไรก็ไม่รู้
แต่หมายถึง รสนิยมประเภท ชอบเพศเดียวกัน
ชายกับชาย หรือ หญิงกับหญิง
ประมาณนั้น

นอกจากนี้ ยังมีตัวย่อต่างๆมากมาย ซึ่งนิยมใช้กำหนดแนวของการ์ตูนหรือหนัง
H = Hentai = ลามก
L = Lolicon = นิยมเด็กวัยก่อนเจริญพันธุ์
K = Kenshiro = การ์ตูนกล้าม เดียวนี้ก็มีเรื่องบากิเป็นหัวหอก

มีอีกแยะ ไปหาเอาในพันทิพย์ก็ได้เน้อ
บันทึกการเข้า
Aj.O
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,241

« ตอบ #122 เมื่อ: 06 ธันวาคม 2550, 19:37:42 »

อ้างจาก: "mmwindoo_79"
มาจากคำภาษาญี่ปุ่นอะไรซักอย่างเนี่ยแหละ yori หรืออะไรก็ไม่รู้
แต่หมายถึง รสนิยมประเภท ชอบเพศเดียวกัน
ชายกับชาย หรือ หญิงกับหญิง
ประมาณนั้น

นอกจากนี้ ยังมีตัวย่อต่างๆมากมาย ซึ่งนิยมใช้กำหนดแนวของการ์ตูนหรือหนัง
H = Hentai = ลามก
L = Lolicon = นิยมเด็กวัยก่อนเจริญพันธุ์
K = Kenshiro = การ์ตูนกล้าม เดียวนี้ก็มีเรื่องบากิเป็นหัวหอก

มีอีกแยะ ไปหาเอาในพันทิพย์ก็ได้เน้อ


K มาจากคำว่า Kiniku(แปลว่ากล้ามเนื้อ)ไม่ใช่เหรอ? :shock:

ตัวอย่าง Hentai
http://r-comic.com/akpro/www/doujin/SLAVE_HUNTER/index.html
 :shock:
บันทึกการเข้า

...
too
ตู้ rcu85
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

คณะ: วิศวกรรมศาสตร์
กระทู้: 1,281

เว็บไซต์
« ตอบ #123 เมื่อ: 07 ธันวาคม 2550, 02:00:52 »

อ้างจาก: "Aj.O"
คำว่า ภาพยนตร์แนวY นี่คืออะไรครับ? ใช่ภาพยนตร์แนวพวกนิยมถั่วดำหรือเปล่า?
แล้วทำไมเค้าเรียกว่า Y ล่ะครับ?  มีที่มายังไง? :?


ลองอ่านนี่ดูครับพี่โอ
http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/A3506166/A3506166.html

จริงๆ คำว่า Y มาจาก Yaoi (ช+ช) และ Yuri (ญ+ญ) แต่ส่วนใหญ่จะหมายถึงกลุ่มแรกมากกว่า (คาดว่าเป็นเพราะมีกระแสนิยมมากกว่า)
บันทึกการเข้า
Aj.O
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,241

« ตอบ #124 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2550, 00:58:42 »

อยากทราบว่า สมมติถ้าเราโพสข้อความ หรือวิจารณ์รูปภาพดารา ว่าเค้าน่า XXX มาก  หรือว่าเห็นแล้วหงี่ อะไรทำนองนี้... จะเข้าข่ายหมิ่นประมาทตามกฏหมายหรือเปล่า?
...เพราะกรณีแบบนี้ไม่ใช่เป็นการวิจารณ์หรือด่าทอบุคคลผู้นั้น  แต่เป็นการบอกความรู้สึกที่เรามีต่อบุคคลผู้นั้น ต่ะหาก?  เราไม่ได้บอกว่าเค้าเลวทรามอย่างนั้นอย่างนี้ หรือไปทำอะไรไม่ดี  แต่เราบอกว่าเห็นแล้วหงี่ อยากXXX  :shock:
บันทึกการเข้า

...
khesorn mueller
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2527
คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 71,855

« ตอบ #125 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2550, 01:22:40 »

you have right to"feel"...no one can sue you for that private feeling...
p.nn
บันทึกการเข้า


หลิม 81
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,840

« ตอบ #126 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2550, 10:58:56 »

อ้างจาก: "Aj.O"
อยากทราบว่า สมมติถ้าเราโพสข้อความ หรือวิจารณ์รูปภาพดารา ว่าเค้าน่า XXX มาก  หรือว่าเห็นแล้วหงี่ อะไรทำนองนี้... จะเข้าข่ายหมิ่นประมาทตามกฏหมายหรือเปล่า?
...เพราะกรณีแบบนี้ไม่ใช่เป็นการวิจารณ์หรือด่าทอบุคคลผู้นั้น  แต่เป็นการบอกความรู้สึกที่เรามีต่อบุคคลผู้นั้น ต่ะหาก?  เราไม่ได้บอกว่าเค้าเลวทรามอย่างนั้นอย่างนี้ หรือไปทำอะไรไม่ดี  แต่เราบอกว่าเห็นแล้วหงี่ อยากXXX  :shock:


ต้องให้น้าแครมมาตอบ
บันทึกการเข้า

@ ปีนี้ปีของผม @
Apirat T.
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,357

« ตอบ #127 เมื่อ: 12 ธันวาคม 2550, 08:19:38 »

อ้างจาก: "หลิม 81"
ต้องให้น้าแครมมาตอบ


แล้วทำไมต้องตูด้วยวะ
เคยมีเรื่องดีๆ แล้วโยนให้ตูบ้างไหม๊

ตามความคิดส่วนตัวนะ
ถ้าไปพูดต่อหน้าเค้า หรือป่าวประกาศ ก้อน่าจะหมิ่นนะ
เพราะ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับความอับอาย

ตาแคม
บันทึกการเข้า
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #128 เมื่อ: 12 ธันวาคม 2550, 09:58:03 »

น่าจะเป็นการประจาร ในที่สารธารณะอ่ะ

ต้องดูพวกประมวลกฎหมายอาญาอ่ะ

คือมันจะนับว่ามีคนรับรู้กี่คนถึงจะเป็นสารธารณะ

แต่ถ้าเป็นพวกบัตรสนเทศ (ถูกเปล่าหว่า) มันก็จะมองอีกแบบอ่ะ

แต่ถ้าพูดต่อหน้าเค้าตรงๆ ก็จะเป็นหมิ่นประมาทซึ่งหน้าครับ
บันทึกการเข้า
too
ตู้ rcu85
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

คณะ: วิศวกรรมศาสตร์
กระทู้: 1,281

เว็บไซต์
« ตอบ #129 เมื่อ: 12 ธันวาคม 2550, 11:37:42 »

อ้างจาก: "Max"
น่าจะเป็นการประจาร ในที่สารธารณะอ่ะ

ต้องดูพวกประมวลกฎหมายอาญาอ่ะ

คือมันจะนับว่ามีคนรับรู้กี่คนถึงจะเป็นสารธารณะ

แต่ถ้าเป็นพวกบัตรสนเทศ (ถูกเปล่าหว่า) มันก็จะมองอีกแบบอ่ะ

แต่ถ้าพูดต่อหน้าเค้าตรงๆ ก็จะเป็นหมิ่นประมาทซึ่งหน้าครับ


น่าจะเป็น "บัตรสนเท่ห์" นะครับ  :wink:
บันทึกการเข้า
mmwindoo_79
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 254

« ตอบ #130 เมื่อ: 12 ธันวาคม 2550, 12:00:56 »

ว่าแต่ ทำไมต้อง สนเท่ห์ ด้วย?
มันเท่ห์ยังไง? มันมาจากไหนคำนี้?
บันทึกการเข้า
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #131 เมื่อ: 12 ธันวาคม 2550, 12:39:23 »

ประมาณว่าส่งจดหมายไปด่า

แบบไม่ลงชื่อผู้ส่งน่ะ
บันทึกการเข้า
Apirat T.
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,357

« ตอบ #132 เมื่อ: 12 ธันวาคม 2550, 13:11:20 »

อ้างจาก: "mmwindoo_79"
ว่าแต่ ทำไมต้อง สนเท่ห์ ด้วย?
มันเท่ห์ยังไง? มันมาจากไหนคำนี้?


ถ้าจำไม่ผิด คำว่า "เท่" ที่แปลว่า หล่อดูดีอะไรทำนองเนี๊ยะ
มันไม่มี "ห์" นะ
เพียงแค่มีนักร้องคนนึง เขียนให้มี "ห์" เลยกลายเป็นให้คิดว่า ต้องสะกดว่า "เท่ห์" กันไป

ใครรู้ยืนยันด้วย ไม่แน่ใจเหมือนกัน

ตาแคม
บันทึกการเข้า
mmwindoo_79
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 254

« ตอบ #133 เมื่อ: 12 ธันวาคม 2550, 13:56:56 »

อันนั้นกรูพอเข้าใจ
แต่ไอ้บัตรสนเท่ห์เนี่ย ทำไมต้องสน? ทำไมต้องเท่ห์?
ถ้าใครโดนทิ้งบัตรสนเท่ห์แล้วมันเทห์ตรงไหนวะ?
บันทึกการเข้า
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #134 เมื่อ: 12 ธันวาคม 2550, 14:45:44 »

ป้อม กรูว่ามันมาจาก ฉงนสนเท่ ว่ะ

ประมาณว่า คงงง ว่าใครส่งมาด่ากรูว่ะ ประมาณนี้เปล่า
บันทึกการเข้า
mmwindoo_79
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 254

« ตอบ #135 เมื่อ: 12 ธันวาคม 2550, 14:52:45 »

แสดงว่า เดิม มาจากคำว่า "บัตรฉงนสนเท่"
บันทึกการเข้า
หลิม 81
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,840

« ตอบ #136 เมื่อ: 13 ธันวาคม 2550, 09:02:33 »

อ้างจาก: "Max"
ป้อม กรูว่ามันมาจาก ฉงนสนเท่ ว่ะ

ประมาณว่า คงงง ว่าใครส่งมาด่ากรูว่ะ ประมาณนี้เปล่า


อันนี้ดูใกล้เคียงและมีความรู้มากที่สุดครับ...
บันทึกการเข้า

@ ปีนี้ปีของผม @
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #137 เมื่อ: 13 ธันวาคม 2550, 14:06:07 »

เป็นประเด็นซะงั้น..ไอ้สนเท่
บันทึกการเข้า
Aj.O
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,241

« ตอบ #138 เมื่อ: 15 ธันวาคม 2550, 21:21:10 »

ก๊อปมาแปะไว้เล่นๆเป็นเกร็ดความรู้

จะมีใครรู้บ้างว่า พริก พริกไทย มะเขือเทศ มะขาม กระถิน  จามจุรี(สัญลักษณ์ของมหาลัยฯ) บัวตอง(ดอกไม้ขึ้นชื่อทางภาคเหนือ)  แท้จริงแล้วไม่ใช่พืชดั้งเดิมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
บางชนิดมีที่มาจากแดนใกล้ๆ คืออินเดีย  แต่บางชนิดก็มาจากแดนไกลโพ้น คืออเมริกากลางและอเมริกาใต้(เพราะมีสภาพอากาศร้อนชื้นคล้ายกัน พืชที่มาจากอเมริกาใต้จึงเจริญได้ดีในเมืองไทย)

http://eduarea.bkk2ict.net/bio_variety/7result/result06.html
ประเทศไทยนำเข้าชนิดพันธุ์ต่างถิ่นใดบ้างโดยจงใจ?
          ประเทศไทยได้มีการนำเข้าชนิดพันธุ์ต่างถิ่นทั้งพืชและสัตว์มาเป็นเวลานานจนลืมไปแล้วว่าเป็นชนิดพันธุ์นำเข้า ชนิดพันธุ์และพันธุกรรมต่างถิ่นที่นำเข้ามาเพื่อการเกษตรและการประมง นับได้ว่าเป็นหัวใจในการผลิตและพัฒนาอาหารให้กับโลกโดยรวม อาจกล่าวได้ว่าการนำเข้าขนิดพันธุ์ต่างถิ่นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงมิได้ แต่เดิมได้ถือว่าชนิดพันธุ์และพันธุกรรมเป็นสมบัติของโลกที่ประเทศต่างๆ สามารถนำไปพัฒนาได้โดยเสรี พันธุ์ข้าวป่าของหลายประเทศรวมทั้งของประเทศไทยได้ถูกนำไปเก็บไว้ที่สถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (IRRI) และประเทศต่างๆ สามารถขอไปปรับปรุงพันธุ์ข้าวในประเทศของตนได้
          การผลิตยางพารา 90 เปอร์เซ็นต์ของโลกเป็นการผลิตในประเทศไทย มาเลเซียและ อินโดนีเซีย ซึ่งได้มาจากเมล็ดของยางป่าจากประเทศบราซิล การผลิตยาควินิน 95 เปอร์เซ็นต์จากต้นควินิน (Cinchona calisaya) ซึ่งเป็นพืชพื้นเมืองในประเทศเอกวาดอร์ เปรู และโบลิเวีย เป็นการผลิตในเกาะชวาของประเทศอินโดนีเซีย หรือฝ้ายอียิปต์ (Egyptian cotton) ซึ่งเป็นฝ้ายคุณภาพที่มีเส้นใยยาวเป็นฝ้ายพันธุ์ที่ได้มาจากทวีปอเมริกากลาง ประเทศไทยส่งมันสำปะหลังออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก และสับปะรดเป็นอันดับสองของโลก แต่ทั้งมันสำปะหลังและสับปะรดมิใช่พืชชนิดพันธุ์ท้องถิ่นของประเทศไทย แต่มีกำเนิดในประเทศบราซิล
          ประเทศไทยได้นำเข้าสัตว์เลี้ยงพื้นบ้านจากต่างประเทศ เช่น สุนัข หมู เป็ดเทศ ไก่อู วัว แพะ และแกะ สัตว์เหล่านี้เป็นแหล่งอาหารและสินค้าที่สำคัญของประเทศ ปัจจุบันมีการปรับปรุงพันธุ์และได้นำพันธุกรรมใหม่ๆ เข้ามาอีกมาก ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของการผสมพันธุ์ ทำให้มีการสั่งน้ำเชื้อและไข่เข้ามาแทนการนำตัวสัตว์เข้าประเทศ และทำการผสมให้กับพันธุ์พื้นเมืองเพื่อการเพิ่มผลผลิต
          มีการนำปลาต่างถิ่นเข้ามามากมาย ทั้งเพื่อการเลี้ยงเพื่อเป็นอาหารและปลาสวยงาม กรมประมงได้ทำการเพาะพันธุ์ปลาต่างถิ่นปล่อยลงสู่แหล่งน้ำปีละมากๆ โดยเฉพาะปลานิล ปลายี่สก ปลาดุกยักษ์ ปลาเหล่านี้ถูกปล่อยลงแม่น้ำด้วยความจงใจเพื่อเพิ่มอาหารและรายได้แก่ชาวประมง บางชนิดมีการเลี้ยงเป็นกิจการขนาดใหญ่และในบางกรณีมีการเล็ดลอดออกสู่ธรรมชาติ
          มีการนำเข้าไม้ดอกไม้ประดับค่อนข้างมาก บางชนิดสามารถทำรายได้เข้าประเทศปีละมากๆ เช่น กุหลาบ เฟื่องฟ้า หน้าวัว และไม้ตัดดอกอื่นๆ พืชบางชนิดนำเข้ามาแล้วแพร่กระจายสู่ป่า โดยตรง เช่น บัวตอง และหญ้าขจรจบ เป็นต้น
          มีการนำเข้าพืชต่างถิ่นมาเป็นสมุนไพรเข้ามามากมาย บางชนิดกระจายเป็นไม้ป่าผสมกับไม้พื้นเมืองจนยากที่จะแยกออก ทั้งนี้เนื่องจากสมัยโบราณเมื่อมีการเดินทางไปที่ใดและพบเห็นมีการใช้พืชสมุนไพรใด หมอยาก็มักจะนำต้นหรือเมล็ดเข้ามาปลูกเพื่อใช้รักษาคนป่วย สมุนไพรพวกนี้สืบพันธุ์ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น ชุมเห็ดเทศ ขี้เหล็กบ้าน เป็นต้น
          ในสวนสัตว์ และสวนพฤกษศาสตร์ ได้เก็บรวบรวมชนิดพันธุ์ต่างถิ่นจากต่างประเทศ ไว้มากมาย เมื่อแหล่งดั้งเดิมสูญหายไปหรือมีปัญหา ก็มีการนำคืนสู่ถิ่นเดิมได้ ดังเช่นประเทศไทยได้เป็ดก่า และนกกระเรียนมาจากต่างประเทศเพื่อฟื้นฟูประชากรใหม่
บันทึกการเข้า

...
Aj.O
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,241

« ตอบ #139 เมื่อ: 15 ธันวาคม 2550, 21:58:28 »

http://61.19.145.8/student/web42106/501/501-0410/chili.html

พริกกับอาหารไทย
 
         พริกจะเข้ามาถึงเมืองไทยเมื่อไรโดยใครนั้น  ยากที่จะบอกให้แน่ชัดลงไปบางแห่งบอกว่า  เข่ามาพร้อมกับนักเดินเรือและพ่อค้าชาวโปรตุเกส  ในสมัยอยุธยาตอนต้น  ราวปี  ค.ศ. 1511  ประมาณกลางพุทธศตวรรษที่  21  ช่วงรัชสมัยสมเด็จพระชัยราชาและต่อถึงสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ  ก่อนเสียกรุงครั้งแรกแก่พม่าในปี  พ.ศ.  2112
        หากพริกไม่ได้เข้ามาในช่วงนี้ก็คงเป็นช่วงพระเจ้าทรงธรรมต่อถึงสมเด็จพระนารายณ์  ซึ่งมีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศสูงมาก  ทั้งจีน  อินเดีย  แขก  มลายู  และฝรั่ง  ในพุทธศตวรรษต่อมา
        เมื่อแรกที่พริกเข้าเป็นประเด็นหนึ่ง  แต่อีกนานเท่าไรกว่าวัฒนธรรมการทำอาหารของไทยจะรับและดัดแปลงพริกเข้าเป็นส่วนสำคัญ  เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ไม่อาจรู้ได้แน่ชัด  เช่น  เราไม่ทราบว่าแกงเผ็ดของไทยซึ่งมีรสชาติเฉพาะตัว  และเผ็ดด้วยพริกชี้ฟ้าแห้งในเครื่องแกง  พัฒนาจนสมบูรณ์แต่เมื่อไร  ข้อเขียนของฝรั่งเกี่ยวกับเมืองไทยที่เอ่ยถึง  “แกงใส่พริกและเครื่องเทศ”  ว่าเป็นอาหารของคนไทย  ที่เก่าสุดเป็นของนายแฟรงค์  วินเซนต์  ในสมัยรัชกาลที่  5  ( ช่วง  พ.ศ.2414 – 2415 )  แต่หากกล่าวถึง  “น้ำพริกกะปิ”  กลับมีฝรั่งเอ่ยเล่าไว้ตั้งแต่สมัยพระนารายณ์  ( พ.ศ.2228 )  พอมาถึงสมัยกรุงเทพฯ  เป็นเมืองหลวงก็มีฝรั่งเล่าถึงน้ำพริกกะปิเป็นการสอดคล้องอีก  ทั้งหมดนี้อาจสรุปเป็นคร่าว ๆ    ได้ว่า  คงใช้เวลานานหลายร้อยปีกว่าพริกจะซึมไปทั่วอาหารไทยอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้  Cool
  ทุกวันนี้พริกปรากฏเป็นเครื่องประกอบอาหารไทยอทบทุกรูปแบบทั้งแกง  ต้ม  หมก  ยำ  ผัด  ก็ล้วนแต่ต้องใส่พริก  น้ำพริกที่มีมากมายหลายชิดก็อร่อยและเผ็ดร้อน  มีชื่อเสียง  นอกจากนั้นอาหารไทยยังขึ้นชื่อว่ามีน้ำจิ้มปรุงด้วยพริกตามประเภทอาหาร  หลากหลายชนิดอย่างน่าอัศจรรย์ตั้งแต่ง่าย ๆ  แบบน้ำปลาใส่พริก  จนถึงที่ซับซ้อนแบบมีสมุนไพรและเครื่องเทศอื่น ๆ  ผสม  เช่น  ที่ใช้จิ้มอาหารทะเล  เป็นต้น
        เหตุเพราะอาหารไทยมีชื่อเสียงในด้านเผ็ด  พริกของไทยจึงโด่งดังเป็นที่รู้จักของชาวต่างประเทศอย่างกว้างขวาง  พริกที่ปลูกในไทยมีอาทิ  พริกชี้ฟ้า  พริกชี้หนู  พริกหยวก  พริกเหลือง  พริกเดือยไก่  พริกตุ้ม  แต่ยังไม่ปรากฏชัดเจนว่าในเมืองเทยเริ่มเพาะปลูกพริกพันธุ์เหล่านี้กันตั้งแต่เมื่อไร
บันทึกการเข้า

...
too
ตู้ rcu85
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

คณะ: วิศวกรรมศาสตร์
กระทู้: 1,281

เว็บไซต์
« ตอบ #140 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2550, 19:53:23 »

เมื่อพูดถึงอาหารที่คิดว่าเป็นของไทย แต่จริงๆ แล้วมาจากต่างชาติ อดคิดถึงอาหารที่ชื่อ ปลานิล ไม่ได้ทุกที เพราะตอนเด็กกินบ่อยมาก พอๆกับปลาทู เลยนึกว่าคนไทยกินมันมานานแล้ว

แต่...

"ปลานิลเข้าสู่ประเทศไทยครั้งแรกโดยสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทรงจัดส่งเข้ามาทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2508 จำนวน 50 ตัว ครั้งนั้นได้ทรงโปรดเกล้า ให้ทดลองเลี้ยงปลานิลในบ่อสวนจิตรลดา เป็นหนึ่งโครงการในโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา"

 :shock:  :shock:
บันทึกการเข้า
khesorn mueller
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2527
คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 71,855

« ตอบ #141 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2550, 19:57:08 »

Oh,I like Plaa nil tord-grorb!!
p.nn
บันทึกการเข้า


too
ตู้ rcu85
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

คณะ: วิศวกรรมศาสตร์
กระทู้: 1,281

เว็บไซต์
« ตอบ #142 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2550, 20:02:35 »

อ้างจาก: "apirat"
อ้างจาก: "mmwindoo_79"
ว่าแต่ ทำไมต้อง สนเท่ห์ ด้วย?
มันเท่ห์ยังไง? มันมาจากไหนคำนี้?


ถ้าจำไม่ผิด คำว่า "เท่" ที่แปลว่า หล่อดูดีอะไรทำนองเนี๊ยะ
มันไม่มี "ห์" นะ
เพียงแค่มีนักร้องคนนึง เขียนให้มี "ห์" เลยกลายเป็นให้คิดว่า ต้องสะกดว่า "เท่ห์" กันไป

ใครรู้ยืนยันด้วย ไม่แน่ใจเหมือนกัน

ตาแคม


ที่สะกดถูกต้องคือแบบนี้ครับ

เท่ ถูก เท่ห์ ผิด
สนเท่ห์ ถูก สนเท่ ผิด

อ้างอิงจาก http://rirs3.royin.go.th/dictionary.asp
บันทึกการเข้า
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #143 เมื่อ: 17 ธันวาคม 2550, 10:10:55 »

วันก่อนดูรายการของเกษตรโครงการหลวง

ที่เลี้ยงปลาเทราซ์ น่ะ

เลยคิดแว๊บๆ มาว่าที่ อ.สอยดาวที่จันทบุรี

จะเลี้ยงปลาพันธุ์นี้ได้บ้างเปล่าอ่ะเพราะอากาศเย็น

แล้วก็ต้นนางพญาเสือโคร่งอีกอ่ะ  ถ้าปลูกได้ จะเจ๋งเลยอ่ะ
บันทึกการเข้า
Apirat T.
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,357

« ตอบ #144 เมื่อ: 22 มกราคม 2551, 12:53:37 »

ไม่รู้จะเอาไปไว้กระทู้ไหนดี
มาไว้กระทู้นี้ล่ะกัน

----------------------------------

คือของเราเป็นอ่ะ ไม่รู้คนอื่นเป็นหรือเปล่า
ในกระทู้เรื่อง "กระทู้เพลงหายไป" อ่ะ
เวลาจะ post หรือ เข้าไปดูในบางหน้า IE จะเกิดอาการค้าง และ แฮ็งค์ไปเลย

สาเหตุหนึ่ง คาดว่า น่าจะมีการวาง object พวก เครื่องเล่นเพลง หรือ หน้าจอวิดีโอลงไป
ที่คิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะ เรา post ลงไป แล้ว เหมือนมันเอ๋อๆ ไปเลย
จะเข้าก้อเข้าไม่ได้ จะลบก้อได้ จะ edit ก้อ edit ไม่ได้

ถ้ามันมาสาเหตุจากอันนี้จริง (อันนี้ต้องให้หลายๆ คนมายืนยัน)
รบกวนช่วยไป edit เหล่า object นั้น ให้กลายเป็น link URL แทนได้ป๊ะ

ถ้าเข้าไม่ได้เพราะว่ามันเอ๋อตลอด
ให้ log in เป็นชื่อเราก่อน
แล้วพิมพ์ http://www.cmadong.com/community/board/posting.php?mode=editpost&p=แล้วตามด้วยเลขที่ของข้อความของเราที่ต้องการ edit
ลงไปในกล่อง address ของ IE อ่ะ

ซึ่งเราจะรู้ได้จากการใช้การ search หาข้อความนั้นๆ จะได้เลขออกมา เช่นได้เลยว่า 79530

กอ้พิมพ์ว่า http://www.cmadong.com/community/board/posting.php?mode=editpost&p=79530

เท่านี้เราก้อจะเข้าไป edit ข้อความของตัวเราเองได้แล้ว
แต่ถ้าใคร edit ไม่ได้ก้อบอกมานะว่าจะให้ edit ข้อความไหนให้ (เฉพาะห้อง 39 นะ เพราะเค้ามีสิทธิ์ edit ได้ เฉพาะห้องนี้

จาก moderator จำเป็น  Cool
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #145 เมื่อ: 22 มกราคม 2551, 18:11:06 »

ทำไมสมัครจะได้เป็นนายกฯครับ..
บันทึกการเข้า
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #146 เมื่อ: 29 มกราคม 2551, 20:35:59 »

อ้างจาก: "ppornson"
ทำไมสมัครจะได้เป็นนายกฯครับ..


ทำไงสมัครจะได้ไม่เป็นนายกค่ะ :roll:  :roll:  :roll:
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
Mr.EggMan
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826

« ตอบ #147 เมื่อ: 29 มกราคม 2551, 22:24:46 »

ตอนนี้ แต่งตั้งไปแล้วครับ สำหรับนายกฯ สมัคร หรือเรียกแบบน่ารักว่า น้าหมี (หน้าหัก)

ไม่ทันแล้ว ถ้าจะไม่ได้เป็นนายก เหลือแค่สองทาง คือ ตาย กับ ติดคุกครับ ทันทีที่ศาลตัดสิน ว่านายสมัครมีความผิด เรื่องรถดับเพลิง ก็คงจะต้องลาออก แต่ทำใจ ง่ายกว่าครับ
บันทึกการเข้า

jakkreepan@hotmail.com
Love is in the A...I...R......H
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #148 เมื่อ: 30 มกราคม 2551, 11:41:27 »

อ้างจาก: "Mr.EggMan"
ตอนนี้ แต่งตั้งไปแล้วครับ สำหรับนายกฯ สมัคร หรือเรียกแบบน่ารักว่า น้าหมี (หน้าหัก)

ไม่ทันแล้ว ถ้าจะไม่ได้เป็นนายก เหลือแค่สองทาง คือ ตาย กับ ติดคุกครับ ทันทีที่ศาลตัดสิน ว่านายสมัครมีความผิด เรื่องรถดับเพลิง ก็คงจะต้องลาออก แต่ทำใจ ง่ายกว่าครับ


งั้นเลือกทางแรกดีกว่า (ตาย...โหดไปป่าว) ไม่อยากทำใจเลย ประเทศชาติจะเป็นยังไงหน่อ
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
ลูกพิ้ง
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,287

« ตอบ #149 เมื่อ: 30 มกราคม 2551, 15:15:05 »

Cool ขอถามบ้างนะค่ะ...มีใครรู้เรื่องปีชง.....บ้างค่ะ...

เห็นว่าปีนี้...ปีชวด...ชงกับ...ปีมะเมีย (หลายคนในรุ่นเราน่าจะเกิดปีนี้ใช่มั้ยค่ะ)

แล้วมีวิธีการแก้เคล็ดได้อย่างไรบ้างค่ะ...เช่น..ไปไหว้พระ..ทำบุญได้ที่ไหนบ้าง....

มีใครพอมีความรู้เรื่องนี้ไหมค่ะ  ใครแนะนำด้วยค่ะ:wink:
บันทึกการเข้า
หลิม 81
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,840

« ตอบ #150 เมื่อ: 30 มกราคม 2551, 16:10:34 »

อ้างจาก: "ลูกพิ้ง"
Cool ขอถามบ้างนะค่ะ...มีใครรู้เรื่องปีชง.....บ้างค่ะ...

เห็นว่าปีนี้...ปีชวด...ชงกับ...ปีมะเมีย (หลายคนในรุ่นเราน่าจะเกิดปีนี้ใช่มั้ยค่ะ)

แล้วมีวิธีการแก้เคล็ดได้อย่างไรบ้างค่ะ...เช่น..ไปไหว้พระ..ทำบุญได้ที่ไหนบ้าง....

มีใครพอมีความรู้เรื่องนี้ไหมค่ะ  ใครแนะนำด้วยค่ะ:wink:


เห็นเค้าเ่ล่าว่าวัดมังกร หรือ วัดนาจา ที่บางแสน ชลบุรีครับ ได้ทั้ง 2 ที่ แต่ไม่ทราบขั้นตอนว่าต้องทำไง...ฮิ ๆ


ลูกหลานหมอ
บันทึกการเข้า

@ ปีนี้ปีของผม @
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #151 เมื่อ: 30 มกราคม 2551, 22:05:53 »

ใครเป็นปีชง ก็ไปทำบุญที่วัดมังกร หรือวัดเล็งเน้อยี่ (ไม่รู้พิมพ์ถูกรึป่าว) ที่เยาวราชสิค่ะ

เข้าไปในวัด เขาก็มีขั้นตอนการสะเดาะห์เคราะห์บอกไว้เรียบร้อยเลยค่ะ

ซื้อ(ใบอะไรสักอย่าง)เพื่อสะเดาะเคราะห์ 100 บาท เขียนชื่อ-สกุล วัน เดือน ปี และเวลาที่เกิด แค่นั้นเองค่ะ  

แล้วก็ไปไหว้เทพเจ้า.....(จำชื่อไม่ได้)  ก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีค่ะ

 อันนี้สามารถทำแทนคนอื่นได้ด้วยนะค่ะ
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
นายป้อ
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,124

« ตอบ #152 เมื่อ: 30 มกราคม 2551, 22:10:49 »

:oops: เสียแน่ๆ.....เสียตังค์ให้เจ้าที่..... :oops:
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #153 เมื่อ: 31 มกราคม 2551, 11:24:33 »

ทำบุญเยอะๆ..ระวังอุบัติเหตุ..มันก็ควรเป็นเรื่องปกตืที่ต้องทำอยู่แล้วนะ..ชงไม่ชงดีทั้งนั้น..
บันทึกการเข้า
mmwindoo_79
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 254

« ตอบ #154 เมื่อ: 31 มกราคม 2551, 11:51:20 »

เห็นด้วยกับโต้ง
อย่าตื่นกับเรื่องพวกนี้เกิน เขาเตือนให้มีสติตลอดเวลา ไม่ใช่เฉพาะปีชง
บันทึกการเข้า
ลูกพิ้ง
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,287

« ตอบ #155 เมื่อ: 31 มกราคม 2551, 15:33:57 »

Cheesy ขอบคุณสำหรับทุกคำตอบที่มาช่วยกันให้ข้อมูลเจ้าค่ะ....

อันที่จริงไม่ได้ตื่นตะหนก...กับปีชง...อะไรมากมายนักหรอก...
เพียงแค่อยากได้ข้อมูลไปประดับความรู้เอาไว้...เหตุมาจากเพราะเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา..
ไปร่วมนั่งโต๊ะจีน..กับหนุ่มสาวคู่หนึ่ง...เรารู้จักกับหญิงสาวคนนั้นมาบ้างพอสมควร...
แต่ชายหนุ่ม..ที่เธอพามาเปิดตัว..คุยเยอะมาก...ท่าทางจะรอบรู้ซะหมด...
ที่อยู่ตอนนึงของการสนทนา..คนในโต๊ะ..ถามคนคู่นี้ว่า..เมื่อไหร่จะมีข่าวดี(หมายถึงแต่งงาน)
ชายหนุ่มผู้นั้นตอบว่า...ปีนี้ยังแต่งไม่ได้...ปีนี้เป็นปีชง...หญิงสาวข้างๆ ก็ขานรับพร้อมกัน
ว่า...ปีนี้..ปีชวด..ชงกับ..คนเกิดปีมะเมีย..ไม่ค่อยดีหรอกค่ะ...
อิชั้น..(ซึ่งนั่งสงบปากสงบคำ)..อยู่นาน..เลย...โพล่ง..ถามไปว่า..แล้วแก้...ปีชง...ยังไงล่ะค่ะ...
ชายหนุ่ม..ผู้นั้น...(ซึ่งแสดงท่าทางว่ารอบรู้ไปหมด)..กลับตอบคำถามนี้ไม่ได้...แกล้งเส..
ชวนคนในโต๊ะ..คุยเรื่องอื่นไป...คำถามนี้...เลยคาใจ..อิชั้นมาหลายวันแล้วล่ะค่ะ...


กลับมาเรื่องปีชงกันต่อ....ขอบคุณข้อมูลที่น้องหลิม&น้องหญิงให้มาด้วยค่ะ...
วัดมังกร..นี่น่าจะเป็น...วัดมังกรกมลาวาส..หรือ...วัดเล่งเน่ยยี่..ที่อยู่แถวเยาวราช..ใช่มั้ยค่ะ...
เคยไปไหว้..ขอพร..ที่วัดนี้อยู่ค่ะ...อันที่จริง...ปีใหม่ทุกปี...ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ไทยหรือปีใหม่จีน..
จะมีประเพณีสำหรับตัวเอง...คือ..การไปไหว้พระทำบุญ...ตามวัดที่อยู่ในเกาะรัตนโกสินทร์..
ถ้าเป็นปีใหม่จีน..จะไปไหว้พระที่วัดไตรมิตร...และที่สำคัญอีก 1 วัน คือ วันจักรี (6 เมษา)
ทุกปีจะไปสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 1-8 ที่ปราสาทพระเทพบิดร ภายในวัดพระแก้ว
ที่จะเปิดให้เข้าในวันนี้....

หาโอกาส..ไปเข้าวัด...ทำบุญกันดู...และก้อมีสติอยู่กับตัวทุกลมหายใจด้วยค่ะ :
:wink:
บันทึกการเข้า
Apirat T.
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,357

« ตอบ #156 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2551, 14:14:41 »

วัดเล้งฮกยี่ หรือ วัดจีนสโมสรครับ
เป็นวัดฝาแฝดกับวัด เล้งเน่ยยี่ ครับ

อยู่ที่ฉะเชิงเทรา
สองเด้งเลย ไปวัดหลวงพ่อโสธร ต่อด้วยวัดเล้งฮกยี่

พี่ที่ office ไปมาแล้วครับ
แค่เข้าโบถส์เท่านั้นแหละ น้ำตาไหลพรากเลย
ควันธูป เข้าตาคับ  :lol:  :lol:

ขอให้ทุกท่านที่ทำบุญ จงมีความสุข

จากคนไกลวัด  Cool
บันทึกการเข้า
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #157 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2551, 15:07:08 »

ไปมาเหมือนกันครับ

วัดนี้เมื่อปีที่แล้ว โอ้...น่ารักเพียบ  Cheesy

อะม่ายช่าย ...ควันธูปเพียบเลยอ่ะ ระวังโดนธูป จิ้มเอาด้วยนะครับ

แต่ละคนถือกำเบ่อเร่อ

แล้วก็มีให้เสียตังค์ นั่นๆ นี่ๆ เยอะมากอ่ะครับ
บันทึกการเข้า
Aj.O
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,241

« ตอบ #158 เมื่อ: 07 กุมภาพันธ์ 2551, 21:43:11 »

ก็อปมาจากเวปนึง(ที่ผมไปท่องบ่อยๆ) เป็นคำถามและข้อสังเกตที่สุดยอดมาก :lol:
http://www.siamensis.org/board/9186.html

 
อ้างถึง   
ทำไมหมาถึงข้ามสะพานลอย :shock:  :shock:  :shock:


วันนี้เพิ่งเจอะคำถามนี้แลว่าทำไมหมาถึงข้ามสะพานลอย

หากมองในแง่มุมของวิวัฒนาการ หมาตัวที่ไม่ข้ามสะพานลอยถูกรถชนตายไปหมดแล้ว เหลื่อแต่หมาที่ข้ามสะพานลอยที่ยังรอดชีวิต และสามารถสืบทอดเผ่าพันธุ์ของตนได้.... (-_-")

หากมองในแง่มุมของทางด้านพฤติกรรม หมามีการเรียนรู้ว่าถ้ามันไม่ปรับตัวในการข้ามสะพานลอย มันก็จะต้องตาย

หากมองในแง่นิเวศวิทยา บนสะพานลอยอาจจะมีคนเอาขยะไปทิ้งบนสะพานลอย หมามันอาจจะไปหาอะไรกินบนนั้น

วันนี้มาชวนชาว siamensis ช่วยตอบคำถามหน่อยเถิดว่าทำไมหมาถึงข้ามสะพานลอย ประเดี๋ยวจะมาเล่าต่อว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร  และบทสรุปของการตั้งคำถามนี้คืออะไร หึหึหึ

ampelisciphotis
บันทึกการเข้า

...
mmwindoo_79
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 254

« ตอบ #159 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2551, 12:42:16 »

หมามันขึ้นไปนอน เพราะสงบ
สะพานลอยสงบ เพราะคนไม่ค่อยใช้
คนไม่ข้ามสะพานลอย รถชนตาย สูญพันธุ์ เหลือแต่พวกที่ข้ามสะพานลอย

ประมาณนี้ดีมะ?
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #160 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2551, 18:58:56 »

และถ้างั้น..ทำไมงูถึงต้องข้ามถนนร้อนๆอยู่เรื่อย..แล้วมันก็โดนรถทับตายทุกที..

ทำไมมันต้องสงสัยด้วย..ว่าฝั่งโน้นมีอะไรเหรอ..เหมือนหมาเลย..ทำไมมันต้องสงสัยด้วย..ว่าฝั่งโน้นมีอะไร..ขอไปดูหน่อย..
บันทึกการเข้า
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #161 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์ 2551, 20:14:33 »

มีคนจีนอยู่แถวนี้รึป่าวค่ะ

คือว่า  ตรุตจีนที่ผ่านมาทำให้หญิงสงสัยว่า  "อั่งเปา"  กับ  "แต๊ะเอีย" มันเหมือนกันหรือต่างกันยังไงค่ะ
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
Apirat T.
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,357

« ตอบ #162 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์ 2551, 07:54:07 »

ตอบเรื่องสะพานลอยครับ
คนมันขี้เกียจออกแรงต้านแรงโน้มถ่วงโลกครับ
ขึ้นบันได มันสูง มันเหนื่อย
แต่ไปเสียตังค์เดือนละเป็นหมื่นเข้าฟิตเนตครับ

ขอบ่นต่อเนื่องถึงการใช้ลิฟท์ด้วย
แค่ชั้นสองชั้น ก้อไม่เดินขึ้นกัน
ต้องกดลิฟท์ เฮ้ออ

ตาแคม
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #163 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์ 2551, 14:21:54 »

แต๊ะเอีย..เป็นช่อง 2 ของแต๊ะอั๋ง..

ส่วนเรื่องลิฟต์ เจอประจำครับ..5 6 7 8 แมร่ง..กดเรียงกันเลย..มันส์ดี.
บันทึกการเข้า
Aj.O
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,241

« ตอบ #164 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์ 2551, 21:20:08 »

ผมสงสัยมานานว่า คนเราแรกเริ่มในสมัยโบราณ สูบยาเส้นเพื่ออะไร?   มันน่าจะมีสาเหตุ คงไม่ได้เอาความเท่ห์หรือเป็นแฟชั่นอะไรแน่ๆ?
จะว่าเพื่อเอาอรรถรสก็ไม่น่าใช่ เพราะมันไม่เคลิ้มเมาเหมือนเหล้าหรือกัญชา?

เคยได้ยินข้อมูลจากหนังสือเล่มนึง กล่าวว่าสรรพคุณของยาสูบเมื่อรมควัน สามารถไล่แมลงบางชนิดได้?
เลยสงสัยต่อไปว่า เป็นไปได้ไหมที่จะสูบเพื่อไล่ยุงหรือแมงวัน  :shock:  :shock:  :shock:
บันทึกการเข้า

...
Lindsay_Lohan_[BBB]
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,018

« ตอบ #165 เมื่อ: 12 กุมภาพันธ์ 2551, 01:56:09 »

อ้างจาก: "ppornson"
แต๊ะเอีย..เป็นช่อง 2 ของแต๊ะอั๋ง..

ส่วนเรื่องลิฟต์ เจอประจำครับ..5 6 7 8 แมร่ง..กดเรียงกันเลย..มันส์ดี.


ใช่คร่ะ ตอนลินด์ไปฝึกงานที่ร.พ. กดกันทุกชั้น
กว่าจะถึงแต่ละชั้นก็นานมาก
บันทึกการเข้า


ลินด์ สวย เริ่ด เชิ่ด หยิ่ง แต่จริงๆ แล้ว ง่ายยยยยยย.....
Lindsay_Lohan_[BBB]
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,018

« ตอบ #166 เมื่อ: 12 กุมภาพันธ์ 2551, 02:03:28 »

อ้างจาก: "Aj.O"
ผมสงสัยมานานว่า คนเราแรกเริ่มในสมัยโบราณ สูบยาเส้นเพื่ออะไร?   มันน่าจะมีสาเหตุ คงไม่ได้เอาความเท่ห์หรือเป็นแฟชั่นอะไรแน่ๆ?
จะว่าเพื่อเอาอรรถรสก็ไม่น่าใช่ เพราะมันไม่เคลิ้มเมาเหมือนเหล้าหรือกัญชา?

เคยได้ยินข้อมูลจากหนังสือเล่มนึง กล่าวว่าสรรพคุณของยาสูบเมื่อรมควัน สามารถไล่แมลงบางชนิดได้?
เลยสงสัยต่อไปว่า เป็นไปได้ไหมที่จะสูบเพื่อไล่ยุงหรือแมงวัน  :shock:  :shock:  :shock:


ลินด์คิดว่ามันเป็นแฟชั่นโก้หรูคร่ะ เพราะตามที่ดูจากหนัง
พระนางอลิซาเบธที่ 1 ได้รับใบยาสูบมาจากอเมริกา และพระนางก็ลองสูบ และก็คงจะสูบตามๆ กัน
เพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่แปลกใหม่
บันทึกการเข้า


ลินด์ สวย เริ่ด เชิ่ด หยิ่ง แต่จริงๆ แล้ว ง่ายยยยยยย.....
หลิม 81
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,840

« ตอบ #167 เมื่อ: 12 กุมภาพันธ์ 2551, 10:13:53 »

ไม่มีเรื่องให้สงสัยครับ....

ทั้งเรื่องของหมาและของงู...มันคงอยากรู้อยากเห็นครับ เพราะว่ามันไม่เคยเห็น...แต่ไอ้ที่กดลิฟท์ทุกชั้นผมว่ารับได้...

แต่ลิฟท์ที่จอดชั้นคู่ คี่...ไม่เข้าใจครับ อย่างเช่นอาคารจอดรถสยาม...สุดท้ายมันก็ช้าเหมือนกันอยู่ดี



ปล. เวลาีมีตำรวจจราจร รถมักติดเสมอ...เห็นด้วยมั้ยครับ
บันทึกการเข้า

@ ปีนี้ปีของผม @
ชาร์ป
Global Moderator
Hero Cmadong Member
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,119

« ตอบ #168 เมื่อ: 12 กุมภาพันธ์ 2551, 10:40:13 »

เห็นไอ้หลิมแล้วนึกได้เลย ...

สงสัยอยู่อย่างหนึ่งครับ ... เมื่อไหร่ไอ้หลิม มันจะทำป้ายโลโก้ สโมสรฟุตบอล ซีมะโด่งเสร็จ ครับ พี่น้อง ....

 :twisted:
บันทึกการเข้า
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #169 เมื่อ: 12 กุมภาพันธ์ 2551, 11:53:21 »

อ้างจาก: "ชาร์ป"
เห็นไอ้หลิมแล้วนึกได้เลย ...

สงสัยอยู่อย่างหนึ่งครับ ... เมื่อไหร่ไอ้หลิม มันจะทำป้ายโลโก้ สโมสรฟุตบอล ซีมะโด่งเสร็จ ครับ พี่น้อง ....

 :twisted:


นั่นดิ  หญิงก็สงสัยว่าเมื่อไหร่จะเสร็จค่ะพี่หลิม Cheesy  Cheesy  Cheesy
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
หลิม 81
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,840

« ตอบ #170 เมื่อ: 12 กุมภาพันธ์ 2551, 15:39:57 »

อ้างจาก: "ชาร์ป"
เห็นไอ้หลิมแล้วนึกได้เลย ...

สงสัยอยู่อย่างหนึ่งครับ ... เมื่อไหร่ไอ้หลิม มันจะทำป้ายโลโก้ สโมสรฟุตบอล ซีมะโด่งเสร็จ ครับ พี่น้อง ....

 :twisted:



สาด...แทงข้างหน้าทะลุถึงข้างหลัง
บันทึกการเข้า

@ ปีนี้ปีของผม @
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #171 เมื่อ: 12 กุมภาพันธ์ 2551, 17:46:14 »

มารอฟัง  Cheesy
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #172 เมื่อ: 12 กุมภาพันธ์ 2551, 18:00:51 »

เลวสิ้นดี..มีเรื่องบัดซบเช่นนี้ด้วยหรือ..
บันทึกการเข้า
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #173 เมื่อ: 12 กุมภาพันธ์ 2551, 19:25:45 »

อ้างจาก: "Aj.O"
ผมสงสัยมานานว่า คนเราแรกเริ่มในสมัยโบราณ สูบยาเส้นเพื่ออะไร?   มันน่าจะมีสาเหตุ คงไม่ได้เอาความเท่ห์หรือเป็นแฟชั่นอะไรแน่ๆ?
จะว่าเพื่อเอาอรรถรสก็ไม่น่าใช่ เพราะมันไม่เคลิ้มเมาเหมือนเหล้าหรือกัญชา?

เคยได้ยินข้อมูลจากหนังสือเล่มนึง กล่าวว่าสรรพคุณของยาสูบเมื่อรมควัน สามารถไล่แมลงบางชนิดได้?
เลยสงสัยต่อไปว่า เป็นไปได้ไหมที่จะสูบเพื่อไล่ยุงหรือแมงวัน  :shock:  :shock:  :shock:


เคยยยย  ได้ยินว่า

อากาศหนาว เลยสูบยาเส้น เพราะจะทำให้โพรงจมูกอุ่นครับ

แต่จำไม่ได้ว่าได้ยินมาจากไหนครับ
บันทึกการเข้า
mmwindoo_79
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 254

« ตอบ #174 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2551, 14:20:07 »

สูบเพื่อให้เป็นมะเร็ง จะได้ตายอย่างทรมานครับ
บันทึกการเข้า
Lindsay_Lohan_[BBB]
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,018

« ตอบ #175 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์ 2551, 14:32:16 »

อ้างจาก: "mmwindoo_79"
สูบเพื่อให้เป็นมะเร็ง จะได้ตายอย่างทรมานครับ


เริ่ดคร่ะ
บันทึกการเข้า


ลินด์ สวย เริ่ด เชิ่ด หยิ่ง แต่จริงๆ แล้ว ง่ายยยยยยย.....
Apirat T.
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,357

« ตอบ #176 เมื่อ: 14 กุมภาพันธ์ 2551, 09:42:51 »

อ้างจาก: "ppornson"
ส่วนเรื่องลิฟต์ เจอประจำครับ..5 6 7 8 แมร่ง..กดเรียงกันเลย..มันส์ดี.


กดเรียง ให้อภัยได้คับ ไหนๆ เข้ามาแล้ว ก้อกดๆ ไปเถอะ
แต่ไอ้ที่อยากจะบ่นคือ ไอ้พวกจะขึ้นแค่ ชั้น สองชั้นอ่ะครับ
มันเหนื่อยขนาดนั้นเชียวเหรอ  :?  :x

สำหรับเรื่องยาสูบ
ผมว่า มันไม่น่าสงสัยแค่ยาสูบหรอก
มันมีอะไร อะไร หลายๆ อย่าง ที่มนุษย์สรรค์หาจะบริโภคเข้าไป
ทั้งๆ ที่บางอย่าง เริ่มต้นไม่น่าจะเอาเข้าปากได้เลย
(อาทิ เช่น ของหมัก ของดอง มันรู้ได้ไงกัน ว่าหมักดอง ให้ดูออกเน่าๆ แล้วจะกินได้)

มันคงเป็นความอยากรู้อยากลองล่ะมั้ง
พอลองแล้วก้อมึนๆ ดี
ก้อเลยติดใจ

ตาแคม
บันทึกการเข้า
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #177 เมื่อ: 14 กุมภาพันธ์ 2551, 12:02:50 »

อยากถามว่า  iphone นี่มันดียังไงอ่ะครับ

คือผมชอบหน้าจอที่มันเวลาเปลี่ยนหน้าแล้วมัน วืดๆ อ่ะสวยดี

แต่ไม่รู้อย่างอื่นน่ะมีใครใช้บ้างเปล่า  Cheesy
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #178 เมื่อ: 14 กุมภาพันธ์ 2551, 18:53:08 »

มันอันเดียวกันกับ i-pod อ่ะป่ะ..

เด็กหลังเขา
บันทึกการเข้า
นายป้อ
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,124

« ตอบ #179 เมื่อ: 14 กุมภาพันธ์ 2551, 23:59:56 »

:oops: รู้แค่ว่า ไอโฟน..โทรได้...ไอพอด...โทรไม่ได้.....ง่ะ
บันทึกการเข้า
หลิม 81
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,840

« ตอบ #180 เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์ 2551, 09:55:55 »

graphic มันสวยมาก ตามสโตล์ แอปเปิ้ลครับ...ผมว่ามันเหมาะกับคนที่ชอบท่องโลกอินเตอร์เน็ต และเรื่องฟังชัน อื่น ๆ ก็ไม่เลว เกมส์ก็สนุกครับ...


ผมฝากเจ๊จิ๊บซื้อ แล้วครับได้เครื่องเดือนมีนา
บันทึกการเข้า

@ ปีนี้ปีของผม @
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #181 เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์ 2551, 10:12:43 »

มันเป็นมือถือของค่ายแอปเปิ้ล อ่ะโต้ง

หลิมสั่งมาเท่าไหร่อ่ะ

แล้วต้องแก้อีมี่ อีกใช่เปล่า

ตอนไปประชุมเห็นคนอื่นใช้แล้ว  เออ..สวยดีว่ะ

กิเลส หนอ กิเลส  Cheesy
บันทึกการเข้า
Lindsay_Lohan_[BBB]
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,018

« ตอบ #182 เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์ 2551, 14:59:48 »

สรุปว่ามันดีมั้ยคระ
บันทึกการเข้า


ลินด์ สวย เริ่ด เชิ่ด หยิ่ง แต่จริงๆ แล้ว ง่ายยยยยยย.....
Apirat T.
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,357

« ตอบ #183 เมื่อ: 18 กุมภาพันธ์ 2551, 07:52:43 »

มีตังค์เหลือพอซื้อ มันก้อดีทุกอย่างแหละครับ
แต่ก้อต้องทำใจกับการลงทุนเรื่องเทคโนโลยีอย่างนึงว่า
มูลค่ามันลดลงอย่างรวดเร็ว จนน่าตกใจ

ตาแคม  :lol:
บันทึกการเข้า
mmwindoo_79
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 254

« ตอบ #184 เมื่อ: 18 กุมภาพันธ์ 2551, 15:59:33 »

หลิม ติดต่อจิ๊บไงดีล่ะ จะฝากซื้อมั้ง เอาแบบ16Gที่เพิ่งออกง่ะ
เอาเมลล์หล่อนมาก็ได้ ด่วน กำลังหิวไอโฟน มือถือที่ใช้ก็ใกล้พังละ

อีกเรื่องนึง เรียนถามพี่น้องหน่อยครับ ใครติดต่อน้องอิ๊กได้มั่ง?
เปลี่ยนเบอร์โทรซะละ ว่าจะไปตรวจสุภาพฟันหน่อย ไม่รู้ว่าย้ายไปไหนหรือยัง...
บันทึกการเข้า
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #185 เมื่อ: 18 กุมภาพันธ์ 2551, 16:41:32 »

น้องเค้ากลับมาจากอังกฤษ แล้วเหรอ  Cheesy
บันทึกการเข้า
mmwindoo_79
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 254

« ตอบ #186 เมื่อ: 19 กุมภาพันธ์ 2551, 10:42:35 »

อ่าว อิ๊กไปอังกฤษหรอกเรอะ มิน่า ติดต่อไม่ได้

หลิม ว่าไง เร็ว
บันทึกการเข้า
mmwindoo_79
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 254

« ตอบ #187 เมื่อ: 19 กุมภาพันธ์ 2551, 11:52:18 »

มีคำถามอีกละ อาจานโอ หรือใครที่รู้ช่วยตอบหน่อย

อยากรู้ว่า เวลาช้างเอเชียมันสู้กันเนี่ย มันชนกันตรงๆด้านหน้าหรือเปล่า ?
คือ ไปอ่านกระทู้ในพันธุ์ทิพย์มา มีคนบอกว่า ตามธรรมชาติ ช้างไม่ชนกันตรงๆ ดังนั้นการชนช้างในยุทธหัตถีจึงไม่น่าเป็นไปได้?
พี่น้องสัตวะ ใครเรียนเรื่องสัตว์ใหญ่บ้างเนี่ย...
บันทึกการเข้า
หลิม 81
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,840

« ตอบ #188 เมื่อ: 19 กุมภาพันธ์ 2551, 16:57:43 »

อ้างจาก: "mmwindoo_79"
หลิม ติดต่อจิ๊บไงดีล่ะ จะฝากซื้อมั้ง เอาแบบ16Gที่เพิ่งออกง่ะ
เอาเมลล์หล่อนมาก็ได้ ด่วน กำลังหิวไอโฟน มือถือที่ใช้ก็ใกล้พังละ

อีกเรื่องนึง เรียนถามพี่น้องหน่อยครับ ใครติดต่อน้องอิ๊กได้มั่ง?
เปลี่ยนเบอร์โทรซะละ ว่าจะไปตรวจสุภาพฟันหน่อย ไม่รู้ว่าย้ายไปไหนหรือยัง...


เรียนท่านจารย์ป้อม

เรื่อง iPhone นี่ติดต่อคุณเจ๊เค้าได้เลยครับ..แต่ผมไม่แน่ใจว่า 16 GB นั้นสามารถแก้ไขได้หรือไม่ คาดว่าน่าจะได้เพราะ firmware นั้นน่าจะเหมือนกัน....ล่าสุดที่ว่า Lock นัก Lock หนา ไม่สามารถแก้ได้มาบุญครองแก้ได้ทุกเวอร์ชั้นแล้ว แค่ 300 บาทเท่านั้นพี่น้อง

pnamprcahan @ med.wayne.edu

Namprach @ gmail.com

ส่วนเบอร์อิ๊กมี ไม่รู้่ว่าใช่หรือเปล่าเพราะ่ว่าโทรไปไม่รับ แนะำนำพี่เจี๊ยบแทนครับ เค้าเข้ากรุงมาแล้วและอยู่คลินิกแถวเมเจอร์รัชโยธินด้วยคับ
บันทึกการเข้า

@ ปีนี้ปีของผม @
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #189 เมื่อ: 19 กุมภาพันธ์ 2551, 17:04:06 »

หลืม...

ได้มาเท่าไหร่ บอกราคาได้เปล่า

อยากรู้ๆๆๆ

จอมันวืดๆ เท่ดี  Cheesy
บันทึกการเข้า
หลิม 81
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,840

« ตอบ #190 เมื่อ: 19 กุมภาพันธ์ 2551, 17:13:21 »

อ้างจาก: Max
หลืม...

ได้มาเท่าไหร่ บอกราคาได้เปล่า

อยากรู้ๆๆๆ

จอมันวืดๆ เท่ดี  Cheesy[/quote

ได้มาราคาทุนเลยครับเพราะว่าเจ๊เค้าไม่กล้าบวกผมหรอก ผมขู่เอาไว้ แต่เจ๊เค้าบอกว่าไม่สามารถหิ้วมาเยอะ ๆ้ ได้เพราะว่ามันไม่ผ่านศุลกากร
บันทึกการเข้า

@ ปีนี้ปีของผม @
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #191 เมื่อ: 19 กุมภาพันธ์ 2551, 20:12:43 »

เออ..น่าสนใจ..กรูยังไม่เคยเห็นช้างทะเลาะกันเลยว่ะ..
บันทึกการเข้า
mmwindoo_79
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 254

« ตอบ #192 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์ 2551, 10:28:49 »

แต๊งกิ้ว หลิม
พี่ก็เกรงใจอยู่ เพราะอยากได้2เครื่อง แบ่งคนละเครื่องกับภรรยา
เดี๋ยวพี่ลองเมลล์ไปละกัน เป็นภาษาไทยนะ มันคงอ่านได้

ช่วยกันนึกหน่อยเร็วว่าพี่น้องเราใครเรียนเรื่องสัตว์ใหญ่ อยากรู้เรื่องช้าง
บันทึกการเข้า
Apirat T.
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,357

« ตอบ #193 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์ 2551, 10:35:43 »

เรื่องช้างตูไม่รู้ว่ะ
แต่เท่าที่สังเกต ตั้งแต่ดูสารคดีของช้างตั้งแต่เด็กจนโต
ตูยังไม่เคยเห็นช้างมันทะเลาะกันเลยว่ะ

ไม่ว่าจะเป็นการตบตีกันธรรมดา
หรือการแย่งชิงการเป็นจ่าฝูง (มีเป่าหว่า)

หรือว่ามันเป็นสัตว์รักสงบ (แต่ถึงรบไม่ขลาดวะ)
แต่สำหรับการทำยุทธหัตถี ที่มันชนกันซึ่งๆ หน้า
ก้อคงเป็นไปได้แหละ
เพราะมันไม่ได้ชนกันเพราะอยากชน มันชนกันเพราะมีควาญบังคับอ่ะ

ตาแคม  :?
บันทึกการเข้า
mmwindoo_79
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 254

« ตอบ #194 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์ 2551, 10:47:06 »

เบอร์อิ๊กพี่ก็มี แต่มันกลายเป็นคนอื่นไปละว่ะ
บันทึกการเข้า
mmwindoo_79
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 254

« ตอบ #195 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์ 2551, 11:38:11 »

มันมีสู้กันแน่ๆประสาสัตว์ป่าล่ะ แต่ไม่รู้อีท่าไหนไง
บันทึกการเข้า
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #196 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์ 2551, 12:13:03 »

ไม่รู้นะว่าสู้กันซึ่งหน้าเปล่า

แต่วันก่อนนั้นดู TPBS

สิงโตสู้กับช้างอ่ะ  ตัวใหญ่ๆ สิงโตสู้ไม่ได้อ่ะ

แต่ลูกช้างนี่อาหารเลย  รุมกันทีเป็นสิบถึงเอาลง
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #197 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์ 2551, 23:44:08 »

แล้วช้างแมมมอธอีกล่ะ..งายาวๆ ขนยาวๆ สู้กันไงหว่า
บันทึกการเข้า
ลูกพิ้ง
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,287

« ตอบ #198 เมื่อ: 22 กุมภาพันธ์ 2551, 10:42:44 »

อ้างจาก: "mmwindoo_79"
อีกเรื่องนึง เรียนถามพี่น้องหน่อยครับ ใครติดต่อน้องอิ๊กได้มั่ง?
เปลี่ยนเบอร์โทรซะละ ว่าจะไปตรวจสุภาพฟันหน่อย ไม่รู้ว่าย้ายไปไหนหรือยัง...


Cool ท่านป้อมเจ้าค่ะ...
ตกลงว่าติดต่อน้องอิ๊กได้ยังค่ะ...หนูก็มีเบอร์ของน้องแต่คิดว่าเป็นเบอร์เดียวกัน
ที่ติดต่อไม่ได้นี่แหละค่ะ
:x

 Cool ที่คณะทันตะ จุฬาฯ เค้ามีบริการทันตกรรมพิเศษ  (นอกเวลาราชการ) ทำหลัง 6 โมง-เย็นและวันเสาร์-อาทิตย์ เช่นเดียวกันค่ะ...ถ้าสนใจลองโทรไปที่เบอร์นี้ดู 0-2218-8902-4
ปล.ไม่แน่ใจนะค่ะ..ว่าถ้าเป็นราชการก็(อาจ)เบิกค่ารักษาทำฟันได้บางส่วนค่ะ..

  :roll: แล้วมิทราบว่าสุขภาพฟันของท่านป้อมนี่...ถึงขั้นเจ็บขั้นปวดรึยังค่ะ...
รออีกสักเดือนสองเดือนไหวมั้ยค่ะ...กะว่าจะแนะนำให้ท่านป้อม B1 บินตรงไปเป็น..
คนไข้..แรกเริ่ม...ปฐมฤกษ์..ประเดิมร้าน...
ให้กับคุณยายหมอป้อม B2 ที่เกาะภูเก็ต..ซะหน่อย..คริคริ  :lol:  :lol:
บันทึกการเข้า
mmwindoo_79
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 254

« ตอบ #199 เมื่อ: 22 กุมภาพันธ์ 2551, 17:30:22 »

แค่ตรวจสุภาพฟันเฉยๆจ้ะ คงไม่ต้องบินไปตรวจที่ภูเก็ตม้างงงงงงงงง
บันทึกการเข้า
ชาร์ป
Global Moderator
Hero Cmadong Member
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,119

« ตอบ #200 เมื่อ: 22 กุมภาพันธ์ 2551, 22:25:40 »

นี่ไงครับ  พี่เจี๊ยบ ...

ตอนนี้ เห็นมารับ job อยู่ คลีนิค แถว เมจอร์รัชโยธิน น่ะครับ

...
บันทึกการเข้า
ลูกพิ้ง
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,287

« ตอบ #201 เมื่อ: 23 กุมภาพันธ์ 2551, 17:33:36 »

อ้างจาก: "mmwindoo_79"
แค่ตรวจสุภาพฟันเฉยๆจ้ะ คงไม่ต้องบินไปตรวจที่ภูเก็ตม้างงงงงงงงง


Cool แหม๋...แหม..ท่านป้อม.B1...ละก๊อ. :!: .
หนูว่าจะให้ทั่นและศรีภรรยาไปฉลองครบรอบแต่งงานที่ภูเก็ต...อุ๊บส์..ว๊าย..ไม่ช่ายค่ะ Cool
 Cool ไปประเดิมร้านให้คุณหมอป้อม B2 นะซีค่ะ...
คุณยายป้อมจะเปิดร้านทำฟันแล้นนนน....ไปเป็นคนไข้ให้เพื่อนเรากันหน่อยยย....
เผื่อว่าจะได้โปรโมชั่นทำฟันฟรี.....หักลบกับค่าตั๋วเครื่องบินไปเกาะภูเก็ต.....
พอจะไหวมั้ยค่ะ...คริคริ :lol:  :lol:  :lol:
บันทึกการเข้า
Aj.O
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,241

« ตอบ #202 เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2551, 21:28:17 »

ถึงคุณป้อม...
ไม่เคยเห็นช้างชนกันเลยครับ? แม้แต่ในสารคดี เลยไม่รู้อ่ะ? สงสัยเหมือนกัน

http://www.siamensis.org/board/9329.html
ปรัชญาสุดยอด(สำหรับผมมากเลยอ่ะ?)ดูจากรูป
คนเขียนคือ คิลลี่แมน ที่คุณ Max เคยรู้จัก
บันทึกการเข้า

...
mmwindoo_79
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 254

« ตอบ #203 เมื่อ: 03 มีนาคม 2551, 12:48:51 »

อาจานโอช่วยค้นคว้าหน่อยเน้อ เรื่องช้างเนี่ย
บันทึกการเข้า
Mr.EggMan
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826

« ตอบ #204 เมื่อ: 03 มีนาคม 2551, 21:15:49 »

http://www.nature-wildlife.com/eletxt.htm

เค้าว่ามันเอางาปล้ำกันครับ พี่น้องป้อม แต่อันนี้ช้างAfrica นะ แต่ไม่รู้ช้างไทยจะคิดเหมือนกันไหม อันนี้ตอบยาก เพราะบางทีคนไทยยังเลือก สัตว์ประหลาดเป็นนายกได้เลย ช้างก็เช่นเดียวกัน อาจจะมีความคิดแปลกๆก็ได้

 :wink:
บันทึกการเข้า

jakkreepan@hotmail.com
Love is in the A...I...R......H
Apirat T.
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,357

« ตอบ #205 เมื่อ: 04 มีนาคม 2551, 08:05:53 »

ช้างแอฟริกาใช้งาปล้ำกัน
ส่วนช้างน้อยใช้งวงปล้ำกัน อู้ววววว

ตาแคม  :lol:
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #206 เมื่อ: 04 มีนาคม 2551, 21:22:26 »

ช้างตัวผู้กับช้างตัวผู้ใช่ป่ะ..ใช้งวงปล้ำกันน่ะ..

อึ๋ย..
บันทึกการเข้า
Apirat T.
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,357

« ตอบ #207 เมื่อ: 05 มีนาคม 2551, 12:41:40 »

ใครรู้เว็บที่เปิดใหม่ล่าสุดบ้าง aol หรือ aor เป็น .org อะไรซักอย่าง
ที่รวบรวมข้อมูลสัตว์ในโลกมากที่สุด หลายล้านสปีชี่
เห็นบอกเปิดไม่กี่วัน server ล่ม เพราะคนเข้าไปใช้งานเยอะมาก
ตอนนี้น่าจะใช้งานได้แล้น
แต่ผมจำชื่อเว็บไม่ได้

ตาแคม  Cool
บันทึกการเข้า
Mr.EggMan
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826

« ตอบ #208 เมื่อ: 14 มีนาคม 2551, 15:07:35 »

เรียน เซียนโต้ง หรือ ผู้รู้ที่เมตตา

ผมกำลังจะสร้างห้องแลปเคมี แต่เจอปัญหาว่าระบบน้ำทิ้งเนี่ย ควรจะใช้ท่อเป็นวัสดุประเภทไหนดี เพราะคิดว่าจะสามารถใช้ท่อพลาสติคธรรมดาได้เนื่องจาก ของเสียที่จะทิ้งเป็นพวกตัวทำละลาย หรือ อาจจะมีพวกกรดหรือเบสแรงๆบ้างบางครั้ง เลยอยากทราบว่าปกติเค้ามีข้อกำหนดหรือไม่ ว่าควรเป็นวัสดุประเภทใด

รบกวนด้วย
เพื่อนไข่

 Cool
บันทึกการเข้า

jakkreepan@hotmail.com
Love is in the A...I...R......H
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #209 เมื่อ: 14 มีนาคม 2551, 18:07:04 »

ตอบเพื่อนไข่..

มันจะเป็นท่อเหล็ก..แต่ด้านในบุด้วยอะไรซักอย่าง..ประมาณ PB หรือ PE อะไรประมาณนี้..ลองดูพวกยี่ห้อ ไซเลอร์ แต่เร็วๆนี้มีมาใหม่อีกยี่ห้อจำไม่ได้..พวกตามโรงพยาบาลใช้เยอะ..
บันทึกการเข้า
Mr.EggMan
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826

« ตอบ #210 เมื่อ: 14 มีนาคม 2551, 20:39:15 »

ขอบเตียง เอ๊ย ขอบจาย มากมาย Cool
บันทึกการเข้า

jakkreepan@hotmail.com
Love is in the A...I...R......H
BeKamon
มือใหม่หัดเมาท์
*


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 235

« ตอบ #211 เมื่อ: 19 มีนาคม 2551, 14:55:01 »

ทุกท่านคะ มีเรื่องมาให้ช่วยตอบอีกแล้ว เป็นเรื่องเกี่ยวกับหนังสือค่ะ

ชื่อ "ความสุขของชีวิต" ไม่ทราบว่า มีใครเคยอ่านเหมือนกันมั้ยคะ

(เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กชายคนหนึ่งที่เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของชีวิต ทั้งของตนและของผู้อื่น

โดยเขาเริ่มอาชีพด้วยการเป็นเจ้าหน้าที่ส่งโทรเลข ซึ่งจากการที่ต้องเป็นคนส่งข้อความด่วนๆ

ทั้งข่าวดีและไม่ดีนี้ ทำให้เขาเห็นแง่มุมต่างๆ ของชีวิต น่าจะประมาณนี้นะคะ)

ถ้าใครเป็นเจ้าของหนังสือเล่มนี้ ฝากช่วยบอก ISBN หรือชื่อผู้แต่งหรือสำนักพิมพ์ให้หน่อยได้มั้ยคะ

คือต้องการซื้อเป็นของขวัญให้น้องที่ทำงานอะค่ะ แต่ว่าขณะนี้ยังหาซื้อไม่ได้เลย ขอบคุณมากค่ะ :)
บันทึกการเข้า

Something might change, but something never changes. (The Matrix Revolution)
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #212 เมื่อ: 19 มีนาคม 2551, 17:05:09 »

ขนาดผึ้งยังหาไม่ได้แล้วเราจะเหลือเหรอ  Cheesy
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #213 เมื่อ: 19 มีนาคม 2551, 18:40:15 »

ไม่คุ้นเลยท่าน..
บันทึกการเข้า
BeKamon
มือใหม่หัดเมาท์
*


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 235

« ตอบ #214 เมื่อ: 20 มีนาคม 2551, 08:49:43 »

^
^
ว้า....ไม่คุ้นกันบ้างเลยเหรอ Sad สงสัยคงต้องซื้อเล่มอื่นแล้วล่ะ หรือไม่ก็ไปเดินดูที่จตุจักร เหอๆ

ขอบคุณท่านๆ ที่มาช่วยตอบนะคะ :wink:
บันทึกการเข้า

Something might change, but something never changes. (The Matrix Revolution)
ลูกพิ้ง
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,287

« ตอบ #215 เมื่อ: 20 มีนาคม 2551, 11:47:48 »

^
^
Cool ผึ้งจ้ะ....มีข้อมูลแค่ชื่อหนังสือเองเหรอ.. :x ...

เล่มนี้..ฉันก็ไม่เคยอ่านเลยจ้ะ....ยังไงถ้าได้ไปร้านหนังสือจะถามให้นะ Cool

 Cheesy ยังไงถ้าตอนเย็นๆ ค่ำๆ ว่างๆ แวะมาที่บ้านฉันสิ....มีหนังสือดีดีที่จะให้ลองอ่านดู....

เพื่อว่าจะได้ซื้อเป็นของขวัญให้น้องเค้าได้นะ....ว่าแต่ว่าน้องเค้าอ่านแนวไหนน๊า... :oops:

ปล.หนังสือ A day เดือนกุมภา  ก็ดีนะ..ฉบับเรื่องของต้นไม้....ฉันว่าฉันเคยพูดถึงไป

ในกระทู้ทีวี...แล้วล่ะ..ไปลองอ่านดูนะ :wink:
บันทึกการเข้า
iamfrommoon
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2535
คณะ: พาณิชยศาสตร์และการบัญชี
กระทู้: 8,396

เว็บไซต์
« ตอบ #216 เมื่อ: 20 มีนาคม 2551, 13:27:27 »

อ้างจาก: "BeKamon"
^
^
ว้า....ไม่คุ้นกันบ้างเลยเหรอ Sad สงสัยคงต้องซื้อเล่มอื่นแล้วล่ะ หรือไม่ก็ไปเดินดูที่จตุจักร เหอๆ

ขอบคุณท่านๆ ที่มาช่วยตอบนะคะ :wink:


ลอง search หาให้ คาดว่า ต้องใช่แน่ๆ ค่ะ...เขาเขียนไว้ในพันธุ์ทิพย์
******************************************************

หวัดดีค่า  พี่ๆทุกคน  แหะๆ  หายไปหลายวันกลับมาทีตามอ่านจนตาลาย

เริ่มเลยแล้วกันนะคะ  ที่ต๊ะไว้ว่าจะมารีวิว

เรื่องแรกนะคะ - - ความสุขแห่งชีวิต - - โดย วิลเลียม  ซาโรยัน
ส่วนอันนี้เป็นชื่อภาษาอังกฤษค่ะ   The  Human Comedy
แต่โก๊ะโกะอ่านเล่มแปลเอานะคะ  เป็นของ สนพ.อัมรินทร์  ได้มาจาก
งานหนังสือคราวล่านี้เอง  จากช็อคโซน  ลด 50% น่ะค่ะ  ประหยัดงบ
ไปได้โข

- - เป็นเรื่องราวของหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งในอเมริกาในช่วงสงคราม
พวกผู้ชายในบ้านจะถูกเกณฑ์ไปรบเพื่อชาติ   เหลือแต่ผู้หญิงและเด็ก
ตัวละครเอกที่ดำเนินเรื่อง  จะเป็นครอบครัวๆหนึ่ง  ที่ลูกชายคนโตถูก
เกณฑ์ไปรบด้วยเหมือนกัน  เหลือแต่แม่  น้องชายคนกลาง  น้องสาว
แล้วก็น้องชายคนเล็ก  ส่วนพ่อก็จากพวกเขาไปแล้ว

        น้องชายคนกลาง -โฮเมอร์- ยังเรียนหนังสืออยู่  แต่ต้องทำงาน
พิเศษเพื่อช่วยเหลือครอบครัวด้วยการเป็นเด็กส่งโทรเลข   ความเศร้า
อยู่ตรงที่ว่า    ทุกครั้งที่ขึ้นต้นประโยคด้วย     - -  กระทรวงกลาโหมมี
ความเสียใจที่จะแจ้งให้ท่านทราบว่า - - ก็หมายถึงมีใครสักคนในครอบ
ครัวนั้นเสียชีวิตจากสงคราม    ซึ่งโฮเมอร์จะต้องเป็นคนไปส่งข้อความ
เหล่านี้ให้กับครอบครัวต่างๆ

        จะมีบทนึงที่ชอบมาก (จริงๆก็ชอบหลายบทเลยล่ะค่ะ) เป็นตอน
ที่โฮเมอร์คุยกับแม่ว่าทำไมเค้าถึงร้องไห้    ขอยกมาให้อ่านกันสักพารา
กราฟนะคะ  เป็นพารากราฟที่ตัดมาแปะหลังปกด้วย

        "ย่อมจะมีความเจ็บปวดอยู่ในสิ่งต่างๆเสมอ" มิสซิสแมคคอลี่พูด
" แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนเราจะต้องสิ้นหวังไปเสียหมด  คนดีๆย่อม
จะทำให้ความเจ็บปวดหายไปได้เสมอ  คนโง่จะไม่สังเกตเห็นนอกจากใน
ตัวเอง  คนชั่วจะทำให้ความเจ็บปวดฝังลึก แล้วแพร่ไปยังทุกแห่งที่เขาไป
แต่ไม่ใช่ความผิดของใครเลย  คนชั่วก็ไม่ต่างอะไรจากคนโง่และคนดี
เขาไม่ได้ขอมาที่นี่  และไม่ได้มาเพียงลำพังจากความไม่มีอะไรเลย แต่มา
จากหลายๆโลก  หลายๆอย่างประสมให้เกิดขึ้น  คนชั่วไม่รู้หรอกว่าตัว
เองชั่วร้าย  เขายังเป็นคนบริสุทธิ์  ทุกๆวัน    เราจะต้องยกโทษให้คนที่
ชั่วร้าย  พวกเขาจะต้องมีคนรัก  เพราะมีบางอย่างในตัวเราทุกคนอยู่ใน
ตัวคนที่ชั่วร้ายที่สุดในโลก  และบางอย่างในตัวคนที่ชั่วร้ายที่สุดก็มีอยู่ใน
ตัวเราทุกคน  เขาเป็นของเราและเราก็เป็นของเขา...  เมื่อคืนนี้ลูกร้องไห้
ก็เพราะลูกเริ่มเรียนรู้ถึงสิ่งเหล่านี้"

         อยู่ในบท ชื่อเดียวกับประโยคขึ้นต้นน่ะค่ะ  เนื้อเรื่องก็ดำเนินไป
เรื่อยๆจนถึงตอนสงครามเลิก  ทหารทยอยกลับบ้านกัน...ให้ได้ลุ้นว่าพี่ชาย
คนโตของบ้านนี้จะเป็นยังไง  หยุดไว้แค่นี้ดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจะมีสปอยเลอร์

                         ----------------------------

         พล็อตเรื่องก็ไม่มีอะไรมาก  แต่จะได้อะไรระหว่างที่อ่านเก็บราย
ละเอียดไปมากกว่า  ได้มุมมองดีๆให้กับชีวิต  อ่านตอนที่ตัวเองจิตตก
แล้วรู้สึกดีขึ้นมากเลยค่ะ    ให้ความรู้สึกประมาณเดียวกับหนังเรื่อง Life is beautiful เลยค่ะ
ชอบมากๆเลย  ทั้งหนังสือแล้วก็หนัง

http://www.nongpangbook.com/product.detail_272275_th_1377941#
         
บันทึกการเข้า

@@ธรรมชาติสร้างความขัดแย้ง เพื่อให้คนเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ดียิ่งขึ้น@@@

ลูกพิ้ง
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,287

« ตอบ #217 เมื่อ: 20 มีนาคม 2551, 13:51:19 »

^
^
 Cheesy ขอบคุณพี่ปุ๊กกี้ ที่ไปหาข้อมูลหนังสือมาให้นะค่ะ....

 :shock: พูดถึงคนเขียนหนังสือเล่มนี้....วิลเลียม ซาโรยัน ...แล้วคุ้นๆ..คล้ายๆว่าเคยอ่าน...
บทกลอนหรือคำคมของเขา..แล้วเขียนโค้ดที่ประทับใจเก็บไว้เหมือนกันค่ะ...

 :oops: ผึ้งจ้ะ...
งั้น...อาทิตย์หน้า..ช่วงวันที่ 26 มีนา-7 เมษา...ไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
ที่ศูนย์สิริกิติ์เล้ยยย....น่าจะหาหนังสือเล่มนี้ได้นะ...ไปดูบู๊ทของอัมรินทร์...ดูนะ
หรือไม่ก็...ร้านหนังสือที่ออกร้านขายหนังสือฉบับที่พิมพ์เก่าๆ ดูนะ...
ฉันอาจว่าแกอาจจะเจอน๊า.... :wink:
บันทึกการเข้า
BeKamon
มือใหม่หัดเมาท์
*


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 235

« ตอบ #218 เมื่อ: 20 มีนาคม 2551, 13:57:31 »

แอน

จำอะไรไม่ได้นอกจากชื่ออะ ถ้าหาซื้อไม่ได้ ก็คิดเหมือนกันว่าจะซื้อ a day ให้อะ (ฉ. เดือนกุมภาฯ) หรือไม่ก็ไปงานสัปดาห์หนังสือนะน่าจะมีหลงเหลืออยู่บ้าง อิอิ ขอบใจมั่กมากที่แนะนำจ้า Cheesy

พี่ปุ๊ก

ใช่เลยค่ะ เล่มนี้ล่ะ พี่ปุ๊กเยี่ยมมากๆ หาเก่งจริงๆ เดี๋ยวจะลองไปหาดูในเว็บอัมรินทร์ค่ะ แต่ไม่รู้จะมีขายอีกหรือเปล่า เพราะพิมพ์มาหลายปีแล้ว ขอบคุณมากค่ะพี่ Cheesy
บันทึกการเข้า

Something might change, but something never changes. (The Matrix Revolution)
BeKamon
มือใหม่หัดเมาท์
*


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 235

« ตอบ #219 เมื่อ: 20 มีนาคม 2551, 14:39:23 »

อ้างจาก: "ลูกพิ้ง"

  :shock: พูดถึงคนเขียนหนังสือเล่มนี้....วิลเลียม ซาโรยัน ...แล้วคุ้นๆ..คล้ายๆว่าเคยอ่าน...
บทกลอนหรือคำคมของเขา..แล้วเขียนโค้ดที่ประทับใจเก็บไว้เหมือนกันค่ะ...


แอน

ฉันว่า แอนอาจจะเคยอ่านมาแล้วก็ได้นะ ฉันไปเห็นปกใหม่ พิมพ์โดยสำนักพิมพ์สาระ เหมือนคุ้นๆๆ เลย

ปกใหม่

http://www.toulo.com/product/ProductDetail.asp?ProductID=9368&CategoryID=3000

ปกเก่า

http://www.amarinpocketbook.com/books_detail.asp?book_id=392

เนื้อเรื่องภาษาอังกฤษ

http://www.olddreamz.com/bookshelf/human/human.html
บันทึกการเข้า

Something might change, but something never changes. (The Matrix Revolution)
Surachai Chantosakun
มือใหม่หัดเมาท์
*


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114

« ตอบ #220 เมื่อ: 27 มีนาคม 2551, 18:42:21 »

มีข้อสงสัยอยากถามเพื่อนๆหน่อย

ไอ้ซุปไก่สกัด มันดีต่อร่างกายยังไง ทำไม? มันมีสารอะไรเหรอที่ดีต่อร่างกาย

อยากรู้ พอดีมีเพื่อนบอกว่ากิน ซุปไก่สกัด ทุกวันทำให้อาการภูมิแพ้ดีขึ้น
บันทึกการเข้า
Mr.EggMan
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826

« ตอบ #221 เมื่อ: 27 มีนาคม 2551, 19:43:48 »

อ้างจาก: "Surachai Chantosakun"
มีข้อสงสัยอยากถามเพื่อนๆหน่อย

ไอ้ซุปไก่สกัด มันดีต่อร่างกายยังไง ทำไม? มันมีสารอะไรเหรอที่ดีต่อร่างกาย

อยากรู้ พอดีมีเพื่อนบอกว่ากิน ซุปไก่สกัด ทุกวันทำให้อาการภูมิแพ้ดีขึ้น


ก็ว่ากันไป ที่แน่ๆกินแล้วดีกว่ากินเหล้าครับ ถ้าอยากกินจริงๆ แนะนำให้งดเหล้า และเลิกดื่มน้ำอัดลม แล้วออกกำลังกายเยอะๆ อาจจะได้ประโยชน์กับร่างกายมากกว่า
อิ อิ :lol:  :lol:

ข้อมูลจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

http://www.consumerthai.org/behind_pro/notes/B2/b2-3.html

ซุปไก่สกัดที่เราเห็นขายกันอย่างมากมายนั้น แท้ที่จริงได้จากการนำไก่ไปนึ่งเป็น เวลานานๆ จนมีน้ำออกมาจากตัวไก่ แล้วนำน้ำที่ได้ไปเคี่ยวให้เข้มข้นแล้วเอาไขมันออก กลายมาเป็นซุปไก่สกัด
ซุปไก่สกัดนี้ มีการโฆษณาว่าเป็นอาหารเสริมบำรุงกำลังเหมาะกับทุกเพศทุกวัย มีการกล่าวอ้างถึงสถาบันในต่างประเทศเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของสินค้ารวมไปถึง การใช้กลยุทธ์ทางการโฆษณาโดยใช้ดารานักแสดงเพื่อดึงดูดความสนใจและโน้มน้าวให้เกิดความเชื่อถือในผลิตภัณฑ์ในคุณประโยชน์ในโฆษณานั้น ๆ

นอกจากนี้ยังได้มีความพยายามที่จะปรับปรุงสูตรโดยมีการเติมวิตามิน เกลือแร่และสมุนไพรลงไป อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาข้อมูลทั้งราคาและคุณค่าทางโภชนาการของซุปไก่เมื่อเทียบกับไข่ไก่และนมสด ซึ่งเป็นอาหารที่เราบริโภคกันเป็นปกติประจำวันหาง่ายและราคาไม่แพง จะเห็นได้ว่าเมื่อเทียบราคา ถ้าเรามีเงิน 30 บาท ซื้อซุปไก่ ได้ 1 ขวด

เราจะสามารถซื้อไข่ไก่ 15 ฟอง หรือ ซื้อนมสด (250มล.) 3 กล่อง
และเมื่อเทียบคุณค่าทางโภชนาการแล้วโปรตีนในซุปไก่ 1 ขวด เท่ากับโปรตีนใน ไข่ไก่ 1/2 ฟอง และโปรตีนในนมสด 1/3 กล่อง ยิ่งไปกว่านี้เมื่อพิจารณาสารอาหาร อื่นๆ โดยรวมแล้วในซุปไก่จะมีน้อยกว่าไข่ไก่ 1/2 ฟอง และนมสด 1/3 กล่องมากทีเดียว

ความเข้าใจผิด
การที่เรามักจะหอบหิ้วผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งที่นิยมมากที่สุดก็คือซุปไก่ไปเพื่อเยี่ยมผู้ป่วยหรือผู้พักฟื้นหรือญาติผู้ใหญ่นั้น หากถามว่าหาประโยชน์ได้หรือไม่ คงมีบ้างแต่ต้องคำนึงถึงเงินในกระเป๋าและความคุ้มด้วย

หากคิดว่าการซื้อให้กินเพื่อคนที่เรารักหรือญาติผู้ใหญ่กินอาหารได้ดีขึ้นก็ทำได้ แต่ถ้าเราทำซุปด้วยตัวเอง ใส่เครื่องเทศให้หอมกรุ่นไปพบคนที่เรารักหรือญาติผู้ใหญ่ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มเท่านี้ ท่านเหล่านั้นคงจะอิ่มอุ่นด้วยความรักแล้ว อาการไม่สบายก็อาจหายดีขึ้นทันตา


นอกจากนี้แล้วในด้านนักวิชาการ ยังไม่สามารถที่จะยืนยันได้ถึงพิษภัยที่แอบแฝง มากับสารในซุปไก่นี้ด้วย ไม่แน่ว่าการที่คุณจะหยิบยื่นความรักและความปรารถนาดีให้ คนที่คุณรักจะกลับกลายเป็นยาพิษก็เป็นได้


ดังนั้นเมื่อได้เปรียบเทียบกันให้เห็นและทราบเช่นนี้แล้ว ท่านยังคิดว่าการซื้อซุปไก่สกัดมารับประทานยังเป็นเรื่องที่คุ้มค่าและเหมาะสมแล้ว เราคงต้องบอกว่า....เราเตือน คุณแล้ว
บันทึกการเข้า

jakkreepan@hotmail.com
Love is in the A...I...R......H
Apirat T.
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,357

« ตอบ #222 เมื่อ: 28 มีนาคม 2551, 07:17:14 »

^
^
ไอ้ผมก้อไม่เคยค้นข้อมูลเหมือนกันนะ
แต่ผมเห็นด้วยกับข้อมูลของตาไข่มั่ก

ผมแค่คิดธรรมดาๆ ว่า ครูสอนเราตั้งแต่เด็กแล้วว่า
ให้ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ สุขภาพก้อจะแข็งแรง
ดังนั้น เมื่อเทียบกับราคาแล้ว ไปซื้อข้าวกินดีกว่าครับ

ทั้งนี้ ผมหมายความรวมไปถึง เหล่าวิตามินเสริมทั้งหลายด้วย
ถ้าทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ก้อไม่ต้องไม่กินเสริมหรอกครับ
มันได้ครบอยู่แล้วหนิ

ตาแคม  :wink:
บันทึกการเข้า
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #223 เมื่อ: 28 มีนาคม 2551, 09:51:02 »

ตอนเรียน Food For Health

อาจารย์บอกว่า กินไก่ทั้งตัวได้ประโยชน์กว่า

ที่ทำให้เรารู้สึกว่าดีขึ้น ณ ทันทีทันใดอาจจะเป็นว่าได้รับพวกน้ำตาล

หรืออะไรที่ผสมอยู่ในนั้นทำให้สามารถซึมซับได้เร็วขึ้นน่ะ


ตอนสอบจำได้ว่าอาหารเสริมที่ถูกและดีที่สุด น่าจะเป็นโยเกิตครับ

เพราะทำให้ไม่เป็นมะเร็งลำไส้ ได้รับวิตามิน แต่สิ่งที่ตามมาคืออ้วนครับ

เพราะน้ำตาลเยอะ   ในโฆษณามันจะทำให้คิดว่ากินโยเกิตแล้วหุ่นดี นี่...มันหลอกลวงอ่ะ


ผักใบเขียวที่ดีน่าจะเป็นคะน้านะครับวิตามินครบ  

อาหารที่ถูกและดีอีกอย่าง ถั่วเขียวต้มครับ

แต่ที่ชอบคือวิชานี้สอนให้กินเบียร์แบบต้องมีฟองฟ๊อตๆ ครับ กินเบียร์แล้วไม่มีฟองนี่ไม่ถูกหลักการครับ

เพราะว่าฟองมันจะรักษาคุณสมบัติของเบียร์ให้อยู่อย่างเดิม

เหล้าก็เช่นกัน V O ย่อมาจาก  Very Old

VSOP  ย่อมาจาก Very Special Old  จำต้ว P ไม่ได้อ่ะ

ชอบก็ไอ้ตรงเหล้านี่ล่ะ

วิชานี้ผม A นะ 555 จำได้ว่าไปต่อแถวเพื่อลงวิชานี้หน้า สทป  ตอนเที่ยงคืนมั้ง  Cheesy
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #224 เมื่อ: 28 มีนาคม 2551, 13:04:55 »

เขาว่าอย่างนั้นนะ..คือคุณค่าถ้าเทียบแบบนั้นมันจะน้อยกว่า..

แต่ได้ยินมาหลายคนแล้วเหมือนกันที่เข้าโรงพยาบาล..กินซุปไก่ กับนมตราหมี (ของ basic เวลาไปเยี่ยม) ดูเหมือนมันจะฟื้นเร็วขึ้นน่ะ..เหมือนมันเอามาใช้ได้เร็วขึ้นประมาณนั้น..แบบว่าเห็นผลเลย..(ฟังเค้ามาอีกที)
บันทึกการเข้า
Surachai Chantosakun
มือใหม่หัดเมาท์
*


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114

« ตอบ #225 เมื่อ: 31 มีนาคม 2551, 09:34:29 »

ขอบคุณครับเพื่อนๆ
เรากลับไปกิน ข้าวกับน้ำพริกปลาทู ดีกว่าเนอ

แต่อย่างไร กินอาหารดีครบ 5 หมู่แล้วก็อย่าลืมออกกำลังกายนะครับ
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #226 เมื่อ: 01 เมษายน 2551, 18:14:35 »

รูปหมาใครวะไอ้ต้น..
บันทึกการเข้า
yungying
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,987

« ตอบ #227 เมื่อ: 02 เมษายน 2551, 22:58:10 »

ถามหน่อยค่ะ

พี่ๆคงเคยได้ยินเสียงตุ๊กแกร้อง แล้วเคยสังเกตไมว่าในยกหนึ่ง มันร้องตุ๊กแกกี่ครั้ง

มีคนบอกว่ามันจะร้องคี่(5-7)ครั้ง แต่เคยลองสังเกตดูมันจะลงคู่ครั้งทุกที

มีใครเคยได้ยินทฤษฎีตุ๊กแกร้องคี่ครั้งไมค่ะ
Cheesy  Cheesy
บันทึกการเข้า

ttp://dekhorcu.multiply.com/
Aj.O
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,241

« ตอบ #228 เมื่อ: 03 เมษายน 2551, 00:15:08 »

อ้างจาก: "yungying"
ถามหน่อยค่ะ

พี่ๆคงเคยได้ยินเสียงตุ๊กแกร้อง แล้วเคยสังเกตไมว่าในยกหนึ่ง มันร้องตุ๊กแกกี่ครั้ง

มีคนบอกว่ามันจะร้องคี่(5-7)ครั้ง แต่เคยลองสังเกตดูมันจะลงคู่ครั้งทุกที

มีใครเคยได้ยินทฤษฎีตุ๊กแกร้องคี่ครั้งไมค่ะ
Cheesy  Cheesy


เอาเท่าที่สังเกตนะครับ เท่าที่เคยฟังมากับตัวเอง

4-9 ครั้ง ครับ Cool ไม่แน่ว่าคี่หรือคู่เสมอไป อาจะเป็น 4 หรือ 5 หรือ 7...เท่าที่เคยได้ยินนะ

และข้อเทจจริงทางวิชาการอย่างนึงคือ ตุ๊กแกตัวผู้เท่านั้นครับ ที่ส่งเสียงร้อง :idea:  

มีฝรั่งบางคน นิยมหาซื้อตุ๊กแกไทย ไปเลี้ยงที่บ้านเมืองเค้า(ตุ๊กแกชนิดของเราบ้านเมืองเค้าไม่มี จะพบเฉพาะแถบเอเชียอาคเนย์เท่านั้น) เพื่อจะฟังเสียงมันร้องเล่นๆ ด้วยราคาหลักพันครับ (ข้อมูลจากพวกที่ขายสัตว์แปลกๆในสวนจตุจักร)
บันทึกการเข้า

...
Apirat T.
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,357

« ตอบ #229 เมื่อ: 03 เมษายน 2551, 07:56:43 »

มันร้องได้ทั้งคู่และคี่แหละ
เคยนอนฟังอยู่เหมือนกัน
เพราะมีคนบอกว่า ถ้าได้ยินตุ๊กแกร้อง 7 ครั้ง จะโชคดี
แต่ส่วนใหญ่มันร้องไม่ค่อยถึงแฮะ จะอยู่ที่ประมาณ 5-6 ครั้งอ่ะ

ตาแคม  :lol:
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #230 เมื่อ: 23 มิถุนายน 2551, 17:15:48 »

ไม่ได้ถามมานาน..สังเกตุเห็น

ไอ้ที่เป็นยางพริ้วๆ ขอบยางรถสิบล้อที่วิ่งไปวิ่งมา เอาไว้ทำอะไรครับ ดูเหมือนตัดยางเป็นเส้นๆ แล้วมัดไว้ข้างๆล้อ พอรถวิ่ง เส้นนี้ก็พริ้วๆไปเรื่อยๆ เห็นเกือบทุกคันเลย

เพราะมันสวยดี..เรื่องประจุไฟฟ้า..เรื่องให้ล้อสะอาด..หรือแค่เท่ๆ..

ใครรู้บ้างครับ
บันทึกการเข้า
Max
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,435

« ตอบ #231 เมื่อ: 31 กรกฎาคม 2551, 13:24:59 »

ถ้าโดนมอง + โดนสงสัยว่า เป็น เกย์ เพื่อนๆ จะรู้สึกไง กัน บ้างครับ  :-)
บันทึกการเข้า
Apirat T.
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,357

« ตอบ #232 เมื่อ: 31 กรกฎาคม 2551, 15:52:52 »

เดินไปบีบตูดได้พวกขึ้สงสัย คนละหนึ่งที
เด๋วมันก็เลิกสงสัยกันไปเอง

ตอนเด็กๆ ผมเคยโดนล้อครับว่าเป็นตุ๊ดหรือเปล่า
ตอนนั้นก็โกรธนะ
ไม่รู้เหมือนกันว่าไปทำอีท่าไหน ถึงมีคนคิดว่าผมเป็น
(น่าจะเป็นเพราะความเรียบร้อยของผม หุหุ)

โตขึ้นมาอีกหน่อย สมัยมัธยม ก็ยังมีคนสงสัยอีก
ตอนนั้นเริ่มชินแล้ว ก็เลยเฉยๆ
แต่พอมันคบกับผมไปเรื่อยๆ ความสงสัยเรื่องนั้นก็หายไป
หุหุ

ตาแคม
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #233 เมื่อ: 07 สิงหาคม 2551, 11:14:31 »

ผี..ย่อมดูผีด้วยกันออก..

มิต้องเป็นกังวลไป..กรูชอบนะ..ให้คนอื่นคืดว่ากรูเป็นอีกอย่าง..สนุกดี..

ว่าแต่ไอ้แครม..มรึงคิดถูกแล้ว..ที่ไม่เป็นเกย์.อุบาทว์มาก
บันทึกการเข้า
Aj.O
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,241

« ตอบ #234 เมื่อ: 07 สิงหาคม 2551, 21:03:20 »

เขมร(ปัจจุบัน)กับขอม(เขมรโบราณ)เป็นเผ่าเดียวกันหรือเปล่า?
โดยส่วนตัวเราไม่คิดว่าใช่ว่ะ น่าจะเป็นคนละเผ่ากัน
ไม่ได้ดูถูกชาวเขมรในปัจจุบันหรอกนะ แต่คิดง่ายๆว่า วัฒนธรรมบูชาลัทธิพราหมณ์หรือศิวลึงค์เนี่ย มันไม่ใช่วัฒนธรรมของชาวบ้านแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มันจะเป็นไปได้เหรอ? ที่อยู่ดีๆมีคนเขมรจำนวนนึง ล่องเรือไปเจอพวกแขกในอินเดีย แล้วรับเอาอารยธรรมมาง่ายๆอย่างนั้น? หรือมีแขกอินเดียล่องเรือมาไม่กี่คน แล้วเอาวัฒนธรรมมาเผยแผ่(แบบครูสอนศาสนา)แล้วทำให้เกิดสิ่งก่อสร้างทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ได้?

ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นอย่างที่ตาป้อม(ถาปัตย์)เล่าให้ฟัง คือ มีกองทัพแขกอารยันยกพลเข้ามายึดครองอาณาเขตนี้ แล้วสถาปนาอารยธรรมแบบของตัวเอง ขึ้นมากกว่า
พอต่อมาแขกเหล่านั้นสูญพันธุ์ไป อารยธรรมเหล่านี้ก็เหลือตกทอดให้คนท้องถิ่น(คนไทย ลาว เขมร)เอาไปสานต่อ

เพราะปราสาทพวกนี้ ไม่ได้มีแต่ในเขมร แต่พบที่บางเกาะของอินโดนีเซียด้วย
บันทึกการเข้า

...
หลิม 81
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,840

« ตอบ #235 เมื่อ: 08 สิงหาคม 2551, 16:26:59 »

อ้างจาก: "ppornson"
ไม่ได้ถามมานาน..สังเกตุเห็น

ไอ้ที่เป็นยางพริ้วๆ ขอบยางรถสิบล้อที่วิ่งไปวิ่งมา เอาไว้ทำอะไรครับ ดูเหมือนตัดยางเป็นเส้นๆ แล้วมัดไว้ข้างๆล้อ พอรถวิ่ง เส้นนี้ก็พริ้วๆไปเรื่อยๆ เห็นเกือบทุกคันเลย

เพราะมันสวยดี..เรื่องประจุไฟฟ้า..เรื่องให้ล้อสะอาด..หรือแค่เท่ๆ..

ใครรู้บ้างครับ


เห็นเค้า่ว่าเอาไว้ทำความสะอาดล้อคับ..เพราะรถใหญ่พอล้อมันเลอะดินแล้วมันกระเด็นสูง ก็จะเลอะรถเ็้ล็กของชาวบ้าน เพราะล้อมันโตนั่นเอง..
บันทึกการเข้า

@ ปีนี้ปีของผม @
Aj.O
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,241

« ตอบ #236 เมื่อ: 02 ธันวาคม 2551, 21:37:50 »

สงสัยว่าผมถูกติดหัวใจฮีโรเมมเบอร์ตั้งกะเมื่อไหร่อ่ะ? งง งง
บันทึกการเข้า

...
khesorn mueller
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2527
คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 71,855

« ตอบ #237 เมื่อ: 02 ธันวาคม 2551, 21:41:42 »

เมื่อประเดี๋ยวนี้คะ...
ตอนเวบมีอาการประหลาด,
เดี๋ยวversionไทย,เดี๋ยว versionอังกฤษนั้นแล!
p.nn
บันทึกการเข้า


นายป้อ
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,124

« ตอบ #238 เมื่อ: 02 ธันวาคม 2551, 22:01:12 »

 หลั่นล้า หลั่นล้า หลั่นล้า
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #239 เมื่อ: 03 ธันวาคม 2551, 14:52:15 »</