16 กรกฎาคม 2563, 23:30:09
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน [สมาชิกเก่าลืมรหัส โทร 081-7611760]
A A A A  ระเบียบปฎิบัติ
   
Languages    
  หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องรกสมอง  (อ่าน 3406 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Kittigon
มือใหม่หัดเมาท์
*


บักกิ่ง
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 162

« เมื่อ: 09 ธันวาคม 2550, 23:57:54 »

อิอิ
 :lol:
นำเสนอเรื่องแรกคับ
โลกร้อน กระเทือนถึงพืชผักและสรรพสัตว์บนโต๊ะอาหาร

นักวิทยาศาสตร์ระบุผัก-ผลไม้และเนื้อสัตว์บนโต๊ะอาหารที่เรารับประทานในแต่ละวันล้วนได้รับผลกระทบจากภาวะ "โลกร้อน" เพราะสภาพอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

เมื่อกระแสภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Global warming) กำลังได้รับความสนใจ นักวิจัยต่างพยายามที่จะประเมินผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่มีต่อปศุสัตว์ ผักและธัญพืชอย่างข้าว เพื่อหาทางเสริมความต้านทานโรคและความหลากหลายของสายพันธุ์ที่แข็งแรง ซึ่งคนยากจนทั่วโลกนับพันล้านที่เป็นทั้งผู้ผลิตและบริโภคผลิตภัณฑ์ต่างๆ เหล่านี้จะต้องแบกรับผลกระทบรุนแรงที่จะตามมา

ถือเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนนักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายในที่ประชุมเกี่ยวเกษตรกรรมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจบลงไปแล้วเมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ณ เมืองไฮเดอราบัดทางตอนใต้ของอินเดีย

"เวลาที่จะแก้ปัญหาได้ผ่านไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว" จอห์น แมคเดอร์มอตต์ (John McDermott) ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันวิจัยปศุสัตว์นานาชาติในฐานวิจัยกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา กล่าวถึงสถานการณ์ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

พร้อมยกตัวอย่างว่าไข้ริฟท์ วัลเลย์ (Rift Valley Fever) หรืออาร์วีเอฟ (RVF) ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสมรณะที่แพร่ไปยังแกะ อูฐ วัวควายและคนโดยการถูกยุงกัดนั้นก็โหมเชื้อจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศด้วย

แมคเดอร์มอตต์กล่าวอีกว่า ไวรัสไข้อาร์วีเอฟพบในแอฟริกาตะวันออกและเอเชียกลางเพราะมีความหลากหลายทางภูมิอากาศในอาณาเขตที่แห้งแล้งซึ่งช่วยให้พาหะนำโรคอย่างยุง แมลงดูดเลือด เห็บและหมัดนั้นแพร่พันธุ์ได้ดี โดยชี้ให้เห็นว่าหากเราพบโรคต่างๆ ได้เกิดขึ้นในพื้นที่ซึ่งไม่เคยพบโรคดังกล่าวอุบติขึ้นก็สันนิษฐานได้ว่าสัตว์บางชนิดได้กระจายไปยังพื้นที่ซึ่งสัตว์เหล่านั้นไม่เคยอาศัยอยู่

สำหรับคนยากจนแล้วปศุสัตว์ก็เปรียบเสมือนธนาคารเงินฝาก ที่เขาเหล่านั้นสามารถใช้แตะเบาๆ ก็สามารถดำรงชีวิตได้จากการขายสัตว์ที่เลี้ยงไว้ ซึ่งแมคเดอร์มอตต์แจงว่าคนจนเหล่านั้นไม่ได้สร้างรอยเท้าทางนิเวศน์ (ecological footprint) หรือผลกระทบจากการใช้ประโยชน์ของระบบนิเวศโลกมากนัก แต่ก็เป็นคนกลุ่มใหญ่ที่ต้องเสี่ยงจากความเสียหายเนื่องจากโรคที่เกิดกับปศุสัตว์ซึ่งเลวร้ายยิ่งขึ้นเนื่องจากการปรากฏการ์ณทางภูมิอากาศ

นักวิทยาศาสตร์ยังศึกษารูปแบบการเพาะปลูกและการเกิดโรคในพืชผักตั้งแต่หัวมันฝรั่ง มะเขือเทศ หัวหอม กระเทียม ไปจนถึงผักใบเขียวจำพวกกะหล่ำและผักโขม เพื่อดูว่าจะสามารถเพาะปลูกท่ามกลางความกดดันซึ่งเกิดจากภาวะโลกร้อนและผลข้างเคียงได้อย่างไร ซึ่งแจกกี ฮิวส์ (Jackie Hughes) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฐานวิจัยศูนย์พืชผักโลก (World Vegetable Centre) ในเมืองซั่นหัว ไต้หวัน กล่าวว่า อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นจะก่อให้เกิดปัญหาด้านน้ำ

"คุณกำลังจะประสบกับพายุไต้ฝุ่น ไซโคลนและเฮอร์ริเคน" ฮิวส์กล่าวพร้อมเพิ่มเติมว่าผู้เพาะปลูกจำเป็นต้องเพาะปลูกในรูปแบบที่แตกต่างกัน เช่น ใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อจัดการกับปัญหาน้องท่วม ใช้ฝนเทียมและระบบป้องกันแมลงกับพืชผลของพวกเขา และอาจต้องเปลี่ยนแปลงพื้นที่เพาะปลูก เช่น ย้ายหัวหอมไปยังอีกทีหนึ่ง และย้ายมะเขือเทศกับกะหล่ำปลีไปยังบริเวณที่แห้งมากๆ เป็นต้น

ฮิวส์แจงอีกว่าความสำเร็จในการติดตามผลกะทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่มีต่อพืชผลทางการเกษตรนั้นมีความสำคัญต่อโลกซึ่งมีประชากรนับพันล้านที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์และอยู่ในภาวะทุพโภชนาการ โดยเธอได้ให้ข้อมูลอีกว่าโดยเฉลี่ยในผู้ใหญ่จะต้องการบริโภคผักประมาณปีละ 74 กิโลกรัมแต่ส่วนใหญ่ก็บริโภคไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าว

นักวิทยาศาสตร์ยังกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่สร้างความเสียหายต่อมะเขือเทศจากโรคอันเนื่องจากสภาพอากาศซึ่งสร้างความเสียหายใหญ่หลวงแก่การเพาะปลูกมะเขือเทศ
บันทึกการเข้า

สุขี สุขัง...
Kittigon
มือใหม่หัดเมาท์
*


บักกิ่ง
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 162

« ตอบ #1 เมื่อ: 09 ธันวาคม 2550, 23:59:06 »

น้ำ กับ โค้ก

ถ้าท่านรู้เรื่องนี้ ท่านจะดื่มน้ำมากขึ้น เพราะน้ำเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย 75%

มีงานวิจัยพบว่าในคน 100 คน ที่ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว จะช่วยให้คน 80 คนลดอาการปวดหลังปวดข้อลงได้

ดื่มน้ำวันละ 5 แก้วลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่ได้ถึง 45 % มะเร็งเต้านมได้ 79% และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้เกือบ 50%

ทีนี้มาลองรู้จักน้ำ "โค้ก" กันหน่อย

แน่นอนโค้กรสชาดยอดเยี่ยม แต่ตำรวจทางหลวงจะบรรทุกโค้ก 2 แกลลอนในช่องท้ายรถเพื่อเวลามีรถชนกันสามารถเอา 'น้ำโค้ก' ล้างเลือดบนถนนได้เกลี้ยงเกลา

ถ้าเอา T-bone steak ใส่ในชามกะละมังที่มีน้ำโค้กเต็ม จะพบว่าจะถูกละลายไปหมดใน 2 วัน

รินโค้ก 1 กระป๋องลงในโถส้วมทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงแล้วชักโครกกรดซิตริกในโค้กจะล้างคราบสกปรกในโถส้วมได้สะอาด

ถ้าต้องการกัดสนิมที่กันชน ชุมโครเมี่ยมของรถ ให้เอาที่ขัดที่ทำด้วย foil ชุบโค้ก ขัดสนิมจะออกหมด

ถ้าจะล้างทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่ที่มีคราบกรดเกลือเกาะขาวๆ ให้เทน้ำโค้ก ฟองจะกัดคราบขาวออกได้หมด

ถ้าจุดขวดติดแน่น งัดไม่ออก เอาผ้าชุบน้ำโค้กหุ้มไว้หลายๆ นาที จะบิดจุดขวดออกได้โดยง่าย

ถ้าจะปิ้ง moist ham ให้เทโค้ก 1 กระป๋อง เทลงในกระทะ ห่อแฮมด้วยอะลูมิเนียมฟอล์ยแล้วปิ้ง 30 นาที ก่อนแฮมจะสุก แกะฟอล์ยออก ปล่อยให้น้ำเนื้อหยดลงไปผสมกับน้ำโค้กในกระทะ ท่านจะได้น้ำเกรวี่สีน้ำตาล

การล้างคราบไขมันจากเสื้อผ้า ให้ใช้น้ำโค้ก 1 กระป๋อง ผสมกับผงซักฟอกในปริมาณที่จะใส่ในเครื่องซัก ปล่อยให้ซักด้วยเครื่องตามปกติ โค้กจะช่วยกำจัดคราบไขมันได้สะอาดหมดจด

ท่านสามารถผสมโค้ก ลงในน้ำล้างกระจกรถยนต์ ฟอสฟอริคแอซิดในโค้ก จะช่วยทำความสะอาดกระจกได้ดี

น้ำโค้กมี pH 2.8 ถ้าตัดเล็บแช่ในน้ำโค้ก 4 วัน จะละลายหมด

เวลาขนย้ายน้ำโค้กเข้มข้นเพื่อส่งตามโรงงานทั่วโลก ที่รถ truck จะต้องติดป้ายไว้ว่า "มีวัตถุที่มีกรดกัดกร่อนได้ เป็นอันตราย"

บริษัทขายน้ำโค้ก ใช้น้ำโค้กทำความสะอาดเครื่องยนต์ของรถ truck มานานประมาณ 20 ปีแล้ว

ท่านยังอยากดื่ม โค้ก หรือดื่มน้ำกัน เลือกเอาเอง

แปลโดย ศ.กิตติคุณ นพ.เสก อักษรานุเคราะห์
หน่วยงาน: ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู
วันที่ลงบทความ 21 เม.ย.45
บันทึกการเข้า

สุขี สุขัง...
khesorn mueller
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2527
คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 71,810

« ตอบ #2 เมื่อ: 10 ธันวาคม 2550, 04:22:06 »

Nong King ka,,,
p.ning needs time to read...
and this time she need for reply Gratoo too..
so I'll be back.
p.nn
บันทึกการเข้า


Kittigon
มือใหม่หัดเมาท์
*


บักกิ่ง
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 162

« ตอบ #3 เมื่อ: 10 ธันวาคม 2550, 18:07:43 »

จะว่าไป ผมก็ยังมะได้อ่านเหมือนกันแหละคับ  Cool  Cool
บันทึกการเข้า

สุขี สุขัง...
khesorn mueller
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2527
คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 71,810

« ตอบ #4 เมื่อ: 10 ธันวาคม 2550, 18:19:24 »

psst,Nong King...p.ning is coming back second round...it is still not worked out ka nong..ssshhh!
p.nn
บันทึกการเข้า


Lindsay_Lohan_[BBB]
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,018

« ตอบ #5 เมื่อ: 10 ธันวาคม 2550, 19:03:44 »

แต่ละเรื่องยาวๆ ทั้งนั้น
บันทึกการเข้า


ลินด์ สวย เริ่ด เชิ่ด หยิ่ง แต่จริงๆ แล้ว ง่ายยยยยยย.....
  หน้า: [1]   ขึ้นบน
  
กระโดดไป:  

     

ทำไมหอพักนิสิตจุฬาจึงเป็นดินแดนมหัศจรรย์            " ไม่ได้เป็นแค่หอให้นอนพัก  แต่เป็นบ้านอบอุ่นรักให้อาศัย  ไม่เป็นแค่ที่ซุกหัวยามหลบภัย  แต่สร้างใจให้เข้มแข็งแกร่งการงาน"  <))))><