24 กันยายน 2561, 12:40:29
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน [สมาชิกเก่าลืมรหัส โทร 081-7611760]
A A A A  ระเบียบปฎิบัติ
   
Languages    
  หน้า: 1 2 3 [4]  ทั้งหมด   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: อนุสรณ์อาลัย รำลึกการจากไปของ พี่พงษ์ จิรโสภณ  (อ่าน 64457 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Manop Klabdee
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง พอเพียง
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2513 วศ. รุ่นที่ 54
คณะ: วิศวกรรมศาสตร์ แผนกวิชาวิศวกรรมโยธา
กระทู้: 11,570

« ตอบ #75 เมื่อ: 03 กันยายน 2557, 21:02:27 »



มะเร็งเป็นโรคใกล้ตัว !

ผมพยายามหาสาเหตุของพี่พงษ์   จิรโสภณ  จู่ ๆ ไปตรวจปอดก็พบกับความโชคร้าย เป็นมะเร็งปอดและลุกลามกระจายไปในกระดูกเสียแล้ว

พี่พงษ์  มีทัศนคติที่ดี คิดในทางบวก ไม่น่าจะเป็นสาเหตุ

พี่พงษ์  ชอบดูข่าว เป็นอย่างมาก อาจจะเครียดไม่รู้ตัวจากการเสพข่าวจำนวนมาก เป็นไปได้

พี่พงษ์  เป็นคนโสด ย่อมมีปัญหาเรื่องอาหาร กินอาหารจานเดียว และชอบของทอด เป็นไปได้สูง น้ำมันที่ทอดหลายครั้งเป็นตัวก่อมะเร็ง ข้อนี้ เป็นสาเหตุหลักแน่ ๆ

พี่พงษ์  ไม่ออกกำลังกาย  ไม่เล่นกีฬา  ข้อนี้ก็มีโอกาสมาก

พี่พงษ์  เอาจริงเอาจังกับการทำงาน กับสิ่งที่รับผิดชอบ  ข้อนี้อาจเกิดความเครียดโดยไม่รู้ตัว ก็เป็นไปได้

พี่พงษ์   ชอบนอนดึก  ข้อนี้ก็เป็นไปได้

ผมก็ขอสรุป เอาเองว่า สาเหตุที่พี่พงษ์  เป็นมะเร็งแบบไม่รู้ตัวมาก่อนเลย คือ อาหารที่พี่พงษ์ รับประทานนี่ละครับ ใช่แน่นอนเลย

ดังนั้น ขอทุกท่านจงระวังเรื่องอาหารจงหนัก คือ

- อาหารถุง มีสารก่อมะเร็งปะปนอยู่มาก
- อาหารขยะ อาหารจานเดียว ตามร้านค้าทั่วไป
- ของทอดจากน้ำมัน เพราะน้ำมันทอดหลายครั้ง
- อาหารที่เก็บในตู้เย็นหลาย ๆ วัน จะเต็มไปด้วยเชื้อรา ควรเก็บได้ไม่เกินสองวัน เท่านั่น อย่าเสียดาย เททิ้งดีกว่า
- เนื้อสัตว์ของชอบ
- ความเครียดที่มันเกิดขึ้นเองโดยไม่รู้ตัว
- ไม่ออกกำลังกาย นอนดึก

ถ้าท่านไม่อยากเป็นมะเร็ง  ก็จงห่างไกลในสิ่งเหล่านั้นเสีย

สวััสดี
      บันทึกการเข้า
suriya2513
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,432

« ตอบ #76 เมื่อ: 04 กันยายน 2557, 13:13:50 »

อ้างถึง
ข้อความของ Keartipong07 เมื่อ 04 กันยายน 2557, 11:35:13
สวัสดี สิงห์ น้องรัก

   พี่ปิ้ง ไม่ได้เข้าเว็บซีมะโด่ง นานมากแล้ว..ติดภารกิจ สอน นศ.ป.โท ป.เอก ที่ จ.ขอนแก่น...
 
           เลยเข้าไม่ค่อยถูกแล้ว...

               - ได้อ่านธรรมะ ที่สิงห์ได้แสดงไว้ให้อ่าน ดีมากเลย..ขออนุโมทนาบุญด้วย..

                     คิดถึง พงษ์ (ไม่มีเกียรติ) เพื่อนรัก จากปักษ์ใต้บ้านเกิด ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเรียนจุฬาฯ ด้วยกัน.....ได้จากไปแล้ว

                          ( พี่ปิ้ง07 จากเกาะสมุย สุราษฎร์ธานี พงษ์ จาก จ.กระบี่ และ พงษ์ ปริญญโรจน์ คณะวิทยาฯจากบ้านดอน สุราษฎร์ )

                          ......... รู้สึกใจหาย.. ได้ช่วยทำกิจกรรมบันเทิง ซีมะโด่งทัวร์ ให้ พี่ๆ เพื่อนๆ และน้องๆในคณะทัวร์ มีความสุข สนุกสนาน

                          ...........มายาวนาน...อ่าน ธรรมะ ของสิงห์แล้ว..ก็ช่วยให้ คลายความเศร้าใจลงได้ ..ว่า เป็น อนิจจัง...

                              พี่ปิ้ง ขอฝากรูป พงษ์ เพื่่อนรัก มาให้พวกเราชาวซีมะโด่ง ได้ดู แทนความคิดถึง..เป็นภาพถ่ายในห้องประชุมซีมะโด่ง

                                    หลายปีแล้ว..หลังที่ พี่ปิ้ง ไปผ่าตัดตามา และใส่แว่นดำ มาประชุมด้วย..ข้างหลังเป็น น้องเกร๊ท (ณัฏฐพงศ์ มีเพียร)

                                      บุตรชายคนเล็กของ พี่ปิ้ง ขับรถมาให้..

                             
                               


                                 ลำนำกลอน 2 บท

                        อาลัยรัก และคิดถึงเพื่อน " พงษ์ จิรโสภณ "

   1.  พอ ทรา บ ข่า ว   เ พื่อ น รั ก จา ก ไป .... ใ จ แ ส น เ ศ ร้า

            ทุ ก ค น เ ฝ้า    ติ ด ตา ม เ พื่ อ น ....... ไ ม่ เ ลื อ น หา ย

                 ทำ กิ จ ก รร ม ดีๆ ให้ ชา ว ค่า ย    และ ชา ว ห อ ไ ว้....ไ ม่ เ สื่ อ ม ค ลา ย

                     แ ส น เ สี ย ดา ย         เ พื่ อ  น  รั ก  " พ ง ษ์ " ...... ดำ ร ง นา ม



         2.  โ อ้  เ พื่ อ น เ อ๋ ย       ...   เ พื่ อ น รั ก......  จา ก  ไ ป  แ ล้ ว


                      ข อ เ พื่ อ  น  แ ก้ ว.... ไ ป สู่ ที่ ดีๆ ที่ ยิ่ ง ใ ห ญ่..... ใ น โ ล ก  สา  ม


                               จา ก คุ ณ ธ รร ม ค วา ม ดี....ที่ " พ ง ษ์ " สร้า ง ไ ว้ ใ ห้ จุ ฬาฯ.... ส ง่า  งา ม


                                   ใ ห้ น้ อ งๆ ชา ว ห อ แ ละ ชา ว ค่า ย ฯ.... ไ ด้ เ ดิ น ร อ ย ตา ม ค วา ม ยิ่ ง ใ ห ญ่....ซึ้ ง ใ จ เ อ ย ฯฯฯ


                                             .. จา ก เ พื่อ น รั ก  ....จ า ก ปั ก ษ์ ใ ต้


                                                    " ด ว ง จำ ป า " ป ระ พั น ธ์ 


                                                   (ใน น า ม เ พื่ อ น ก ลุ่ม " พ ง ษ์ มี เ กี ย ร ติ และ ไม่ มี เ กี ย ร ติ 07 " )

                                                (  ศ. พล.ต.ต.ดร.เ กี ย ร ติ พ ง ษ์  มี เ พี ยร )
                               
      บันทึกการเข้า

[โบราณคดี]จุดกำเนิดเริ่มต้นของ cmadong.com by : มานพ กลับดี  คลิ๊ก->
suriya2513
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,432

« ตอบ #77 เมื่อ: 19 กันยายน 2557, 08:00:17 »

  
ย้อนยุคหอจุฬา ... ยุคโซตัสเข้มเต็มล้น...(2501-2510)  


ในการจัดงานคืนสู่เหย้าปีนี้ (2546) ตั้งชื่อว่า "หอจุฬาฯ 86ปี คืนสู่เหย้า ชาวซีมะโด่ง" ตรงกันกับครบรอบ 86 ปี ของหอพักจุฬาฯ ซึ่งนับว่ายาวนานพอสมควร ทางคณะกรรมการนิสิตเก่าหอพักจึงจัดรูปแบบของงาน โดยแบ่งประวัติหอพักในรอบ 86 ปี ที่ผ่านมาเป็น 5 ยุค ตามวิวัฒนาการของโลกดังนี้
 ยุคแรก : ก่อน พ.ศ.2500 เรียกว่ายุคคุณหลวงกระทรวงใด ไม่แน่ชัด
 ยุค 2 : พ.ศ. 2501 - 2510 ยุค SOTUS เข้ม เต็มล้น
 ยุค 3 : พ.ศ. 2511 -2525 ยุควีรชน ประชาธิปไตย
 ยุค 4 : พ.ศ. 2526- 2535 ยุคเมืองไทยโชติช่วงชัชวาลย์
 ยุค 5 : พ.ศ. 2536 ยุคไอที หนี้สินบาน

ผมได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการให้ช่วยเขียนบันทึกความทรงจำยุค 2 ความจริงผมเข้าจุฬาปี 2507 ซึ่งห่างจาก 2501 ถึง 6 ปี แต่วันนั้นที่ประชุมกรรมการหอ ไม่มีชาวหอเก่าที่ใช้ชีวิตช่วง 2501 - 2506 ที่พอจะเล่าเรื่องยุคต้นๆ ได้ ผมจึงต้องมารับหน้าที่เขียนตอนปลายๆ ยุค คือ 2507 - 2510 แต่บางเรื่องอาจจะล้ำเส้นไปถึง พ.ศ. 2511 - 2512 บ้างเพราะผมเรียนอยู่จุฬาฯ หลายปี ส่วนเหตุการณ์ 2501-2506 จะพยายามไปถามจากรุ่นพี่ๆ เพื่อมาเล่าในโอกาสต่อไป

เรื่องราวของปี 2507 - 2510 พอจะแบ่งเรื่องเล่าได้ดังนี้
1)SOTUS ของหอยุคนั้น
2) สภาพทั่วไปของหอ หอชาย-หอหญิง ยังแยกบริเวณกันอยู่ มีเรือนไม้ หอชวนชม หอเจ้าจอม(หอหญิง) การแวะเยี่ยมหอหญิง โรงอาหาร ของกินตอนดึก การทัศนาจรหอชาย-หญิง
3) Technology ในยุคนั้นกับชาวหอ
4) กิจกรรมชาวหอที่ช่วยจุฬาฯ
5) กิจกรรมชาวหอที่ช่วยประเทศชาติ

SOTUS ของหอ
ถึงแม้ยุคนั้น SOTUS ในรั้วมหาวิทยาลัยจะเข้มข้น แต่บรรยากาศในหอก็เป็นไปด้วยดี มีความอบอุ่นของสัมพันธภาพระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง การรับน้องใหม่ก็ไม่รุ่นแรง พวกเราก็มีการลอดซุ้ม ทาแป้งและร้องเพลงสนุกสนาน จะไม่มีข้อห้ามหรือกฎเกณฑ์สำหรับน้องใหม่จนอึดอัด ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าพวกเราต่างเป็นเด็กต่างจังหวัดเหมือนกัน ต้องจากบ้านมาเรียนหนังสือ ก็เห็นออกเห็นใจกัน สรุปว่าเรื่อง SOTUS ในยุคนั้นของชาวหอ ไม่มีเรื่องเล่ามากนัก จะขอเล่าเรื่องอื่นต่อไป

สภาพความเป็นอยู่ทั่วๆ ไป
เห็นได้ชัดเจนคือ หอชายและหอหญิง แยกบริเวณกันอยู่ หอชายอยู่ที่ปัจจุบััน ส่วนหอหญิงเดิมถูกรื้อลงมาหมดแล้ว ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้ามาบุญครอง หอไม้ตอนนั้นเหลือแต่หอใต้ ส่วนหอตึกคือชวนชม หลังจากผมออกจากหอไปแล้ว ได้รื้อหอไม้และสร้างหอพุดตานขึ้นมาแทน และใช้เป็นหอหญิง มีตึกจำปีเป็นหอชาย หอชวนชมก็กลายเป็นหอหญิง โรงอาหารปัจจุบันยังไม่มี โรงอาหารเดิมอยู่ติดกับโรงยิมออกมาทางด้านถนน ปัจจุบันรื้อไปแล้ว กลายเป็นสนามหญ้า ผมเคยอยู่ทั้งหอไม้และหอชวนชม หอไม้สภาพทั่วไปค่อนข้างแย่ อาจจะเป็นเพราะจุฬาฯ มีงบประมาณน้อย นอนเตียง 2 ชั้น ห้องละ 3 คน มุ้งลวดขาด มีอยู่ครั้งหนึ่งผมรับนักศึกษาฮ่องกงซึ่งมาเยี่ยมจุฬาฯ มาพักด้วย ระหว่างนอนเกือบหลับ เขาถูกยุงกัด ร้องดังเหมือนถูกชกต่อย เป็นเพราะยุงกรุงเทพฯ กัดเจ็กว่ายุงฮ่องกงหรือเปล่าไม่ทราบ

ของกินตอนดึก
โรงอาหารก็ปิดเป็นเวลาเหมือนปัจจุบัน ยุคนั้นยังไม่มีบะหมี่สำเร็จรูป พอดึกๆ ก็มีชายหนุ่มปั่นจักรยาน 3 ล้อมาขายบะหมี่เกี๊ยว ประมาณ 4-5 ทุ่ม พอเคาะไม้ดังก๊อกๆ ชาวหอก็รู้สึกหิวทันที เสียงประตูห้องเปิดออกแทบพร้อมกัน ตอนหลังได้ข่าวว่าคนขายบะหมี่เกี๊ยวคนนี้ สามารถเก็บเงินเปิดร้านได้ ส่วนหนึ่งคงมาจากเงินอุดหนุนจากชาวหอ ขอแสดงความยินดีด้วย
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนกันยายน 2498 ปีนั้นคุณประยุทธ์ วงศ์ประทุม เป็นหัวหน้าหอพวกเราเรียกชื่อสั้น ๆว่า "ลูกพี่" ลูกพี่เป็นคนใจดี ใจกว้างและเป็นห่วงลูกน้องในหอ (บางทีก็ลืมเป็นห่วงตัวเอง) ช่วงนี้ใกล้จะสอบกลางปี มีชาวจุฬาฯ ที่มีเพื่อนอยู่ในหอคงหิว ลูพี่ก้ได้เตรียมไข่ไก่ น้ำตาลทราย เตาน้ำมันก๊าซ(เตาฟู่) หม้อน้ำ พร้้อมกล่องใส่เงิน แล้วจัดตั้งโต๊ะไว้ที่ใกล้ตุ่มน้ำ เมื่อใครหิวก็ติดเตาฟู่ต้มน้ำ และทำไข่หวานรับประทานเอง เมื่อทานแล้วก็เอาเงินใส่กล่องครั้งละห้าสิบสตางค์ กิจการก็ดำเนินมาด้วยดี พอถึงวันสุดท้ายใกล้จะสอบเสร็จ ประมาณ 10-15 ตุลาคม 2498 (ประมาณนั้น) ลูกพี่ก็ตรวจเก็บของ ไข่ไก่หมด น้ำตาลหมด เงินในกล่องก็ไม่มี คงเหลือแต่น้ำในตุ่ม และลูกพี่ก็ได้แต่เตาฟู่คืนไปเท่านั้น (ก็ถือว่าได้ทุนคืนแล้ว)

Technology ที่เปลี่ยนไป
ยุคนั้นยังไม่มีโทรศัพท์มือถือ พวกเราก็อาศัยตู้โทรศัพทื์สาธารณะที่หอ เมื่อมีโทรศัพท์เข้ามา ยามจะเรียกทาง microphone ให้มารับสายข้างล่าง เครื่องซักผ้าไฟฟ้าก็ยังไม่มีต้องใช้มือพวกเรา แช่ผ้าซักกันในวันเสาร์-อาทิตย์ น้ำดื่มสำเร็จรูปใส่ขวดก็ยังไม่มี ก็ใช้วิธีต้มน้ำร้อนไ้ว้ดื่มตอนกลางคืน

การทัศนาจร
การไเที่ยวด้วยกันก็เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของชาวหอชาย-หญิง เพื่อใหรู้จักมักคุ้นกันมากขึ้น ผมยังจำภาพของชาวหอตอนไปเที่ยวภาคอีสาน ประสาทหินพิมาย ต้นไทรขนาดใหญ่ ยุคนั้นยังไม่มีค่ายหอพัก เพราะนิสิตจุฬาฯ ยังมีน้อย ทุกคนจึงไปค่าย ส.จ.ม. (ค่ายรวมจุฬาฯ) ผมไปค่าย ส.จ.ม. จึงได้มีโอกาสรู้จักชาวหอชาย-หญิงมากขึ้น จากการไปค่ายด้วยกัน

การเยี่ยมหอหญิง
เมื่อก่อนชาวหอชายไปเยี่ยมหอหญิง ต้องไปกันเป็นกลุ่ม ไม่กล้าไปคนเดียว เพระาอายนอกจากคนที่มีคู่หมายที่หอหญิง และต้องแต่งหล่อ ใส่เสื้อผ้า รองเท้าชุดเก่ง ซึ่งมีอยู่ไม่กี่ชุด เพื่อที่จะได้อวดชาวหอหญิงที่ระเบียงโล่ง ใต้ถุนหอหญิงจะมีโต๊ะให้นั่งคุยกันหลายโต๊ะเหมือนกับไปเที่ยวหอพักนักศึกษาพยาบาลหญิง ผมยังจำภาพผนังอิฐโปร่งใต้ถุนหอหญิงที่เป็นแผงกั้นด้านถนนพญาไทได้ดี

การรวมหอ
 หลายปีผ่านไป เมื่อผมกลับมาอยู่เมืองไทยปีแรกคือ ปี 2526 ผมได้กลับมางานคืนสู่เหย้าครั้งแรก รู้สึกดีใจที่ได้เห็นรุ่นน้องๆ หรือ รุ่นหลานๆ ชาวหอชาย-หญิง มาอยู่บริเวณเดียวกัน นับเป็นนโยบายที่ดีของมหาวิทยาลัย ทำให้ชาย-หญิง ได้มีโอกาสสนิทสนมกันมากขึ้น และเป็นเพื่อนกันไป ช่วยเหลือกันในภายภาคหน้า ซึ่งพวกเราชาวหอหลายคน ทั้งชาย-หญิงในอดีตขาดโอกาส

กิจกรรมชาวหอช่วยจุฬาฯ
 ชาวหอ เป็นกำลังสำคัญในการช่วยกิจกรรมของจุฬาฯ มานานแล้ว เพระาสถานที่อยู่ใกล้จุฬาฯ ระดมกำลังได้ง่าย เพียงแต่ขออนุญาตจากท่านอนุสาสกก็พอ เช่นการไปเข้าแถวรับเสด็จ หรืองานฟุตบอลประเพณี ก่อนถึงวัันแข่งขัน ประธานเชียร์ ส.จ.ม. จะขอกำลังจากหอชาย-หญิง มาจัดผ้าสำหรับแปรอักษร โดยชาวหอหญิงจะมาช่วยงานที่โรงยิมหอชาย เป็นโอกาสอันดีอันหนึ่งที่หอชายและหอหญิงได้สังสันทน์กันและช่วยงานจุฬาฯ ไปด้วย

กิจกรรมชาวหอช่วยประเทศชาติ
 เมื่อประมาณปีการศึกษา 2512 ผมได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมกับชาวหอ และชาวจุุฬาฯ อื่นๆ 2 ครั้ง สำคัญคือ ช่วยดูแลการเลือกตั้งซ่อมและช่วยเหลือชาวบ้านน้ำท่วมใหญ่ภาคกลาง ปีนั้นมีการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดสุโขทัย ทางราชการขาดกำลังคนที่จะช่วยดูแลความเรียบร้อยทั่วไป จึงมาชวนนิสิตจุฬาฯ รวมทั้งชาวหอด้วยประมาณ 2-3 คันรถบัส ไปช่วยดูแลเลือกตั้งตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ หน่วยละ 3-4 คน อีกงานคือ เกิดน้ำท่วมใหญ่ในภาคกลาง เดือนตุลาคม ปิดกลางเทอมพอดีพอดี น้ำท่วมที่สิงห์บุีรี อ่างทอง ชัยนาท อุทัยธานี ขณะนั้นหน่วยราชการมีกองบรรเทาสาธารณภัยขึ้นกับกรมตำรวจ เป็นหน่วยงานสำคัญ มีอุปกรณ์พร้อมแต่ขาดกำลังคน จึงมีคนเสนอว่าให้มาติดต่อที่จุฬาฯ เพราะมีหอพัก ระดมคนได้ง่าย รวดเร็ว พวกเราและชาวจุฬาฯ ทั่วไปจึงเริ่มต้นงานตั้งแต่แยกเสื้อผ้าที่มีคนบริจาคใส่กล่องตามประเภทของเสื้อผ้าที่ตึกจักรพงษ์ มีเสื้อชายใหญ่ ชายกลาง ชายเล็ก หญิงใหญ่ หญิงกลาง หญิงเล็ก เรียกชื่อตามนิยาย้านทรายทอง พวกเราทั้งหมด เดินทางโดยรถบัสของกองบรรเท่สาธารณภัย 4 คัน ใช้โรงเรียนเป็นที่พักและประชุมวางแผนงานช่วยอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ งานครั้งนั้นสนุกมากเพราะพวกเรายังอยู่ในวัยหนุ่มสาว มีพลัง และได้มีโอกาสรูู้้จักชาวหอและชาวจุฬาฯ อื่นๆ มากขึ้นรวมทั้งเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยด้วย

 งานครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงราษฎรและทรงทราบเรื่องงานบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งเรื่องนิสิตจุฬาฯด้วย จึงทรงรับสั่งให้ข้าราชการระดับสูง นายตำรวจจากสำนักพระราชวังซึ่งเป็นรุ่นพี่จุฬาฯ พวกเราเอง ไปร่วมประชุมกับพวกเรา และช่วยดูแลงานให้ลุล่วงไปด้วยดี เป็นที่ปลาบปลื้มของพวกเราชาวจุฬาฯ เป็นอย่างมาก น่าเสียดายว่าเวลาต่อมาหน่วยบรรเท่าสาธารณภัยไม่มีแล้ว มีแต่มูลนิธิอื่นๆ เข้ามาแทน

บทส่งท้าย
 ขอจบเพียงเท่านี้ ชาวหอรุ่นเก่าทุกคนก็เหลือแต่ความทรงจำอันหวานชื่น สดชื่อและประทับใจในชีวิตหอตลอดไป ตอนนี้พวกเราก็ขอชักชวนให้มาพบปะกันในงานคืนสู่เหย้าทุกๆ 2 ปี หรือแวะมาคุยกันที่หอ เวลากรรมการประชุมกัน เดือนละ 1 ครั้ง ทุกๆ วันพุธสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน มีอาหารเลี้ยงเวลา 18.30 น.ก่อนเข้าประชุม ที่ชั้นบนโรงอาหาร และอาจจะช่วยกันบริจาคเงินเพื่อนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์แก่รุ่นน้องหรือรุ่นลูกๆ หลานๆ ของพวกเรา เช่นซื้ออุปกรณ์กีฬา โทรทัศน์ เครื่องต้มน้ำร้อนใช้เป็นเครื่องปรุงอาหารว่าง เวลาดูหนังสือดึกๆ เพื่อเตรียมสอบ

สวัสดีครับ
พงษ์ จิรโสภณ (น้องใหม่ปี 2507 )


ref : โบราณคดีซีมะโด่ง



 
 
      บันทึกการเข้า

[โบราณคดี]จุดกำเนิดเริ่มต้นของ cmadong.com by : มานพ กลับดี  คลิ๊ก->
noon1234
Newbie
*

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1

เว็บไซต์
« ตอบ #78 เมื่อ: 22 พฤษภาคม 2561, 12:30:53 »

ขอแสดงความเสียใจด้วยน่ะค่ะ ไปสู่สุขคตินะค่ะ
      บันทึกการเข้า

การเล่นGclubไม่ได้ทำให้รวยมีแต่จนกับจน
  หน้า: 1 2 3 [4]  ทั้งหมด   ขึ้นบน
  
กระโดดไป:  

     

ทำไมหอพักนิสิตจุฬาจึงเป็นดินแดนมหัศจรรย์            " ไม่ได้เป็นแค่หอให้นอนพัก  แต่เป็นบ้านอบอุ่นรักให้อาศัย  ไม่เป็นแค่ที่ซุกหัวยามหลบภัย  แต่สร้างใจให้เข้มแข็งแกร่งการงาน"  <))))><