19 พฤษภาคม 2567, 18:19:14
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน [สมาชิกเก่าลืมรหัส โทร 081-7611760]
A A A A  ระเบียบปฎิบัติ
   
Languages    
  หน้า: 1 ... 26 27 [28] 29 30 31  ทั้งหมด   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ยินดีต้อนรับพี่ๆ รุ่น 2510 ครับ  (อ่าน 287457 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,071

« ตอบ #675 เมื่อ: 29 พฤษภาคม 2553, 10:47:45 »

ความกร่าง ใหญ่คับเมืองของคนเสื้อแดง
บ้านเมืองนี้ เป็นของพวกมันคนเดียว


<a href="http://www.youtube.com/watch?v=NIErEEGt07E" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=NIErEEGt07E</a>
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=vBDm-jA3N80" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=vBDm-jA3N80</a>
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=ngja888Uj50" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=ngja888Uj50</a>
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=99RhLC0Wv3E" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=99RhLC0Wv3E</a>
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=CER9Z81G-vQ" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=CER9Z81G-vQ</a>
      บันทึกการเข้า

เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,533

« ตอบ #676 เมื่อ: 01 มิถุนายน 2553, 11:14:32 »

คอลัมม์ "คนปลายซอย" บอกถึงสถานการณ์วันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2553 เป็นรายชั่วโมง ให้เด่นชัดขึ้น

ตะกอนที่ได้จาก Central World ๑๙/๕/๕๓
เปลว สีเงิน 1 มิถุนายน 2553 - 00:00

     คิดว่าทุกท่านคงมีความสุขกับการได้ติดตามชม-ติดตามฟังการ "อภิปรายไม่ไว้วางใจ" ของฝ่ายค้านเมื่อวานนี้นะครับ และวันนี้ (๑ มิ.ย.๕๓) ยังมีต่ออีกวัน ขอบอกว่าลืมได้ แต่พลาดไม่ได้ ถ้า (ทน) ฟังจบทั้ง ๒ วันแล้วได้ความว่าอย่างไร และท่านรู้สึกตอบสนองอย่างไร อย่าลืมเล่าให้ฟังบ้างละกัน หะแรกผมก็ตั้งท่าจะดูให้ครบทุกเม็ดอยู่หรอก แต่ "ใจไม่ด้านพอ" ลงท้ายต้องปิดเสียง แช่แต่ภาพไว้ชำเลือง
     เฮ้อ....ดูแล้ว ฟังแล้วก็ต้องปลง พวกฝ่ายค้านนี่เขาเก่ง เมืองไทยแทบเหลือแต่ซาก แต่เขาก็ยังสามารถขุดซากแห่งความอัปยศขึ้นมาเลือกแทะหน้าจอได้หน้าตาเฉย ก็ต้องยอมเขาละ...แบบนี้!
     ผมมองไม่เห็นประโยชน์อันใดจากประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา ถ้าระบบยังไม่สามารถคัดกรอง "คนคุณภาพ" ด้วยคุณธรรมเข้ามาทำหน้าที่ และถ้าจะยึดตามคำกล่าวอ้างของบาง ส.ส.ที่อภิปรายว่า "ผมเป็นตัวแทนประชาชน...ประชาชนเลือกผมมา" ในเชิงตรรกะมันก็สะท้อนความจริงสังคมชาติวันนี้ว่า
     คุณภาพสังคมไทย เท่ากับคุณภาพ ส.ส.!?
     มันเป็นความจริงที่เจ็บปวดมากทีเดียว ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ก็คิดอย่างนั้น แต่ก็คนส่วนใหญ่อีกนั่นแหละ ในทางปฏิบัติ จะพูด-จะทำ "ตรงข้าม" กับสิ่งที่คิด
     จะว่าไปแล้ว ประเทศไทยวันนี้ "ตกหล่ม-จมปลัก" ประชาธิปไตยรูปแบบ จนกลายเป็น "เหยื่อ" ถาวรของนักเลือกตั้งอาชีพไปแล้ว!
     พักเรื่องตัวเงิน-ตัวทอง มาคุยเรื่องเป็นเงิน-เป็นทองของผมดีกว่า มีแฟกซ์ค้างอยู่ในตะกร้าตั้งแต่วันเสาร์ อ่านเดาๆ ลายเซ็นเพรียวลมตอนท้ายของข้อความ ๒-๓ บรรทัดว่า น่าจะเป็น "คุณอรทัย"
     บอกว่าดีใจที่คนไทยโพสต์ "หนีไปตั้งหลัก" จากเหตุการณ์ ๑๙ พฤษภา ปลอดภัยกลับมาทุกคน ก็เลยโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทสารสู่อนาคตมา ๓,๐๐๐ บาท เป็นการสนับสนุน "เว็บไซต์ไทยโพสต์" ที่อ่านฟรีทุกวัน แล้วอย่างนี้จะให้ผมพูดอะไรได้นอกจาก "ขอบคุณ" และ "ขอบคุณ"
 และไม่อิดออดใดๆ รับไว้ทันทีเลย!
     คุณอรทัยบอกว่า "ดีใจ" ผมก็พลอยโล่งอก-โล่งใจไปด้วย เพราะยังขวัญผวา นอนละเมอยังไม่หายกับรหัสลับ "ตกใจ" ของคุณณัฐวุฒิเขา ที่ว่า คนเสื้อแดงตกใจวิ่งเข้าร้านเพชร ร้านขายกระเป๋า ขายนาฬิกา-แว่นตา ในห้างเซ็นทรัล และ..
    ตกใจ เผาเลย!!!!
     อันที่จริง ที่พวกกบฏทักษิณ "เผาบ้าน-เผาเมือง" ครั้งนี้ มันก็มีอานิสงส์เป็นสิ่งดีอยู่เหมือนกัน เท่าที่เห็นชัดเจนคือ ทำให้คนไทย "รักบ้าน-รักเมือง" มากขึ้น และที่น่าดีใจคือ ทำให้หันมารัก-สามัคคีกันเหนียวแน่น ซึ่งเห็นได้จากภาพที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
     ร่วมแรง-ร่วมใจ ออกไปกวาดถนน และ...ช็อปกระจาย!!
     ที่ต้องแอบดีใจสุดๆ คือ ทำให้หนุ่ม-สาว-เยาวชน "คนรุ่นใหม่" ตื่นตัว หันมาสนใจเรื่องบ้าน-เรื่องเมืองในรอบ ๓๐ ปีเลยก็ว่าได้ และไม่เพียงตื่นตัวเฉยๆ ยังแสดงออกซึ่งความรักหวงแหนบ้านเมืองและสถาบันด้วย "ปฏิบัติการร่วม" เป็นงานเป็นการกันไปเลย
     เมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว ในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา และ ๖ ตุลา ประชาชน คนหนุ่มสาว "เกลียดทหาร" ชนิดว่า ทหารออกจากบ้านไปทำงานต้องแต่ง "นอกเครื่องแบบ" ถึงที่ทำงานแล้วค่อยเอาเครื่องแบบมาสวม
     แต่ครบ ๓๐ ปีรอบนี้ตรงกันข้าม ประชาชน คนหนุ่มสาวกลับ "รักทหาร" เต็มหัวใจ เพราะครั้งก่อน ทหารเป็นผู้กระทำ แต่ครั้งนี้ ทหารตกเป็นผู้ถูกกระทำ และใช้ความอดทน-อดกลั้น กอบกู้รักษาประเทศชาติ-สถาบัน ให้รอดจากพวกกบฏทักษิณ ยอมตาย ยอมขายขี้หน้า และยอมให้ ส.ส.บางคนใช้สภาเป็นฐานโจร
     ก่น-กล่าวโทษ!?
     บทสรุปที่ได้จาก ๑๙ พฤษภา ก็คือ ไม่ว่าการบ้าน-การเมือง-การทหาร "ทุกการ" แหละ ใครจะทำอะไร ถ้าเอาหลังอิงมหาประชาชนไว้ แคล้วคลาดปลอดภัย แถมมีโชค-มีชัยทุกรายไป...บอกไม่เชื่อ!
     พูดถึงแต่ทหาร ลืมตำรวจไป ความจริงมีข้อความหนึ่งถูกส่งเข้าอีเมล์ผมต่อเนื่องเป็นสัปดาห์แล้ว เป็นบันทึกภาคสนามของ "นักข่าวเนชั่นทีวี" ผมอ่านแล้ว เป็นคำตอบถึงบทบาท-หน้าที่ตำรวจได้อย่างดี อ่านดูนะครับ
      นภพัฒน์จักร อัตตนนท์ **Nation Channel*
      ที่เห็นและเป็นอยู่* *: บันทึกเหตุการณ์ 19 พฤษภา '53**
     เราถือเป็น 48 ชั่วโมงที่ประเทศไทยพบกับความเปลี่ยนแปลงทั้งในหน้าประวัติศาสตร์การเมือง  และแน่นอนในเรื่องผลกระทบกับชีวิตของประชาชน ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 19 พฤษภาคม จนถึงตกเย็นของวันที่ 20 พฤษภาคม ผมได้ลงไปเกาะติดรายงานข่าวจากภาคสนาม ซึ่งหลายอย่างผมได้นำเสนอผ่านหน้าจอโทรทัศน์ แต่อีกหลายสิ่งอย่างที่ไม่สามารถพูดออกไป...
 บันทึก 'ที่เห็นและเป็นอยู่' มีเจตนาเพื่อเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แน่นอนด้วยวิกฤติทางการเมืองตอนนี้ หลายสิ่งอย่างไม่ใช่เรื่องดีนัก และบันทึกนี้อาจสร้างอารมณ์โกรธแค้นไม่พอใจคนบางคน หรือองค์กรบางองค์กรได้ แต่เจตนาที่เขียนบันทึกนี้ไว้เพื่อให้ได้ถ่ายทอดความจริงให้เราได้จดจำและเรียนรู้ต่อไป
     19/05/53 ราวเที่ยงคืนกว่าๆ: ผมได้รับโทรศัพท์ บอกว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีความพยายามของทหาร ในการเข้ามากดดันการชุมนุมที่เวทีราชประสงค์ แหล่งข่าวที่รายงานผมน่าเชื่อถือพอสมควร แต่สิ่งที่ผมทำได้ก็เพียงแค่การเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมโทรศัพท์ไปบอกทีมงานออกอากาศให้เตรียมพร้อม และเข้านอนไปตอน 01.00 น. พิเศษหน่อยคือคืนนั้นผมเปิดเสียงโทรศัพท์ทิ้งไว้ตอนนอน
     03.30 น.: โทรศัพท์ดังระหว่างผมนอนหลับไปได้ไม่ถึง 3 ชั่วโมง แหล่งข่าวคนเดิมโทรมารายงานความคืบหน้าว่าปฏิบัติการทางทหารกำลังจะเริ่มแล้ว ผมโทรไปย้ำกับทีมออกอากาศโทรไปรายงานให้ บก.ที่โต๊ะ ตอนแรกเตรียมตัวออกจากบ้านทันที แต่ บก.ที่โต๊ะเตือนสติไว้ว่าให้ออกจากบ้านหลังพระอาทิตย์ขึ้นดีกว่าเพื่อความปลอดภัย
     07.00 น.: ออกจากบ้าน มุ่งหน้าราชประสงค์ ตั้งใจไปที่จุดไข่แดงของการชุมนุมของกลุ่ม นปช.แต่มาตรการอันรัดกุมของทางทหารทำให้ต้องจอดรถอยู่ที่หน้าจามจุรีสแควร์ ไม่สามารถเข้าไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเหมือนทุกครั้งได้ บวกกับเหตุการณ์การปะทะกันระหว่าง นปช.กับทหารที่บริเวณสามย่าน ทำให้ตัดสินใจลงไปทำข่าวตรงจุดนี้ และทิ้งการทำข่าวการสลายการชุมนุมที่บริเวณแยกศาลาแดงไป
     12.00 น.: หลังการปะทะกันรวม 3 รอบ มีทั้งระเบิด M79 ประสุนจริงและกระสุนยาง มีคนเจ็บอย่างน้อย 2 ราย เมื่อสงบลงผมจึงตัดสินใจเดินเท้าจากสามย่านมุ่งหน้าอังรีดูนังต์ เพื่อไปติดตามสถานการณ์ที่เวทีราชประสงค์ ซึ่งบรรยากาศการเดินเท้า ณ จุดนั้น ระยะทางอย่างมาก 3 กิโลเมตร แต่สำหรับผม มันเป็น 3 กม.ที่วังเวงที่สุดในชีวิต เพราะบรรยากาศการปะทะกันเกิดขึ้นตลอดทั้งเช้าช่างดูรุนแรงจริงๆ
     13.00 น.: รายงานสดรอบ 12.30 น. เสร็จ ก็ได้รับข่าวการประกาศมอบตัวของแกนนำ นปช. ซึ่ง ณ นาทีนั้นผมประหลาดใจ ระคนดีใจเพราะการมอบตัวของแกนนำ นปช.เท่ากับการยุติการชุมนุม และนั่นก็จะหยุดการเข้ามาสลายที่จุดไข่แดงของทหาร ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงคนนับสิบนับร้อยอาจต้องสูญชีวิตลง รวมถึงหลายคนที่ผมเกาะติดสัมภาษณ์มาตลอดเวลา ซึ่งในขณะนั้น การประกาศยุติการชุมนุมของคุณณัฐวุฒิและคุณจตุพร เกือบทำให้ผมรู้สึกว่า นปช.นี่แหละคือผู้ชนะในการประลองศึกการเมืองครั้งนี้แล้ว
     14.00 น.: ไม่กี่นาทีหลังจากการมอบตัวของ 6 แกนนำ นปช. จากความรู้สึกที่ดีที่ ณ นาทีนั้นผมมอบให้กับเหล่าแกนนำ ที่แม้ว่าหลายอย่างที่ผ่านมาผมไม่เห็นด้วย แต่การปักหลักอยู่กับผู้ชุมนุมจนนาทีสุดท้ายก็ทำให้รู้ว่าแกนนำกลุ่มนี้ไม่ทิ้งคนของตัวเอง และ เมื่อถึงวินาทีสุดท้ายก็รักษาชีวิตของผู้ชุมนุม ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี ความรู้สึกที่ดีเหล่านั้นก็หมดลงด้วยเหตุการณ์ต่อไปนี้
     14.20 น.: ท่ามกลางควันดำที่ก่อตัวขึ้นหลังเวที นปช. นาทีนั้นผมยังเข้าใจว่าเกิดจากความคึกคะนองของผู้ชุมนุมไม่กี่คน (ในทีวียังรายงานไปเช่นนั้น) ไม่ได้มีความคิดเรื่องการเจตนาวางเพลิงห้าง Central World แม้แต่น้อย แต่ทันใดนั้นก็เกิดเหตุการณ์ที่น่าตกใจ ผมเห็นคนพยายามจุดไฟเผาสวนรอบๆ ตัวอาคาร จากนั้นก็ขว้างยางรถยนต์สลับกับระเบิดขวดเข้าใส่เพื่อให้ไฟลุกมากขึ้น และภาพสุดท้ายที่จะได้เห็นจากในวิดีโอนี้ คือ ผมเห็นคนขว้าง 'ถังแก๊ส' เข้าใส่กองเพลิง ย้ำชัดเจนถึงเจตนา ที่จะเผาอาคาร Central World ให้เสียหายได้มากที่สุด
     15.30 น.: กว่าชั่วโมงที่ผมเป็นสักขีพยานกับความพยายามของ *กลุ่มก่อการร้าย *(ก่อนหน้านี้ไม่เคยเรียก แต่ครั้งนี้ผมว่าคำเรียกนี้เหมาะสมแล้ว) ที่ตั้งใจแผดเผาอาคาร Central World ให้ราบคาบแบบที่ผมขอใช้คำว่า 'พยายามแล้ว พยายามอีก' เพราะหลายครั้ง ไฟก็มอดก็ดับไป แต่คนกลุ่มนี้ก็จะใช้วิธีการเดิม คือจุดไฟเผา-ขว้างระเบิดขวด-ปาถังแก๊สเพื่อบรรลุเป้าหมายให้ได้ จนถึงจุดหนึ่งผมก็เห็นควันไฟเหล่านี้ออกมาจากตัวอาคาร Central World ซึ่งเป็นจุดที่ผมเริ่มเศร้าใจกับความจริงที่ว่าอาคารแห่งนี้อาจจะกลายเป็นอดีตในอีกไม่นาน
     16.00 น.: เมื่อเริ่มตั้งสติได้ ผมก็เริ่มเดินสำรวจความพยายามของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในรอบรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตรงข้าม Central World) ที่น่าเศร้าคือ ตำรวจกว่า 300-400 คน ไม่มีใครแสดงถึงความพยายามในการหยุดยั้งการกระทำของกลุ่มก่อการร้าย หนำซ้ำผมเห็นหลายคน 'ซี้ดปาก' ด้วยความสะใจ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงระเบิดดังๆ ตำรวจหลายคนควักกระเป๋าล้วงกล้องดิจิตอลเก็บภาพตัวเองกับควันโขมงเหนืออาคาร Central World ไว้เป็นที่ระลึก ราวกับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าจดจำแห่งหนึ่ง
     16.30 น.: หลังประสบความสำเร็จกับเป้าหมายเผาผลาญห้าง Central World กลุ่มก่อการร้ายเริ่มหันมาให้ความสนใจกับสื่อมวลชน รถถ่ายทอดสดของช่อง 3 หลังได้ยินข่าว นปช.กลุ่มหนึ่งไปบุกที่อาคารสำนักงานที่พระราม 4 ถึงกับต้องถอยรถมาจอดหลบ และแกะป้ายสติกเกอร์โลโก้ช่อง 3 ออก
     16.45 น.: ความรุนแรงลุกลามขึ้น กลุ่มก่อการร้ายบางคนชี้นิ้วเข้ามาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการชักปืนขึ้นยิงสาดกระสุนเข้ามาข้างใน ช่างภาพหลายสำนักพยายามเก็บภาพสำคัญนี้ไว้ นักข่าวหลายคนวิ่งหลบหนีแต่ก็ยังพยายามทำหน้าที่ในการรายงานข่าวของตัวเองอยู่ ผมหันไปสำรวจบรรยากาศโดยรอบที่น่าตกใจ (หรือไม่น่าตกใจ?) คือผมเห็นตำรวจก้มหลบหลังตัวอาคารแทบทุกคน เรียกได้ว่าหลบก่อนช่างภาพบันทึกข่าวซะอีก
     17.00 น.: ผมเดินเท้าออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้เส้นทางถนนอังรีดูนังต์ ครั้งนี้แค่เดินไม่ได้ครับ ผมวิ่งจ้ำอ้าว มุ่งหน้าจุดออกอากาศให้ได้เร็วที่สุด สาเหตุที่กลัวมากกว่าปกติ เพราะได้แวะสอบถาม อปพร.ที่พยายามเข้าไปดับไฟที่สยามสแควร์แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากกลุ่มก่อการร้ายระดมยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ อปพร. ทั้งคำพูดนี้ไว้กับผมว่า "ไอ้น้องเดินออกไประวังละกัน กระสุนมันก็วิ่งไปทุกทิศแหละ"
     18.00 น.: ออกอากาศรอบสุดท้ายสำเร็จ ผมเดินทางออกจากถนนอังรีดูนังต์ทันทีพร้อมกับถอดปลอกแขนนักข่าวสีเขียวออก หลังทราบข่าวว่าแกนนำ นปช.ที่ดินแดง ปราศรัยมุ่งหมายทำร้ายสื่อมวลชน ระหว่างนั่งรถกลับมาที่บ้าน สิ่งที่อยู่ในสมองผมคือพระบรมราโชวาทขององค์ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" เรื่องของ 'หน้าที่' อย่างที่ผมทำหน้าที่นักข่าวของผมเกาะติดรายงานสถานการณ์ หลบกระสุน-หลบระเบิดเพื่อได้รายงานความคืบหน้าให้กับประชาชนได้รับทราบ
     ทำให้ผมสงสัยว่าตำรวจ 300-400 คนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ นาทีนั้น นาทีที่คุณมีกำลังคนและอาวุธมากกว่ากลุ่มก่อการร้ายหลายเท่า พวกคุณไม่ได้มี 'หน้าที่' ที่ต้องออกปกป้องคุ้มครองชีวิตของประชาชนหรือ?
     ครับ..จบลงแค่นี้ "คุณนภพัฒน์จักร" กลั่นออกมาได้ใส..บริสุทธิ์ ไม่จำเป็นที่ผมจะไปแตะต้องอะไรให้ของเขาหมอง.

http://www.thaipost.net/news/010610/22868
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,533

« ตอบ #677 เมื่อ: 01 มิถุนายน 2553, 18:26:06 »

CNN โพสต์ให้เห็นหน้า-เห็นตา กลุ่มคนผู้ถืออาวุธของเสื้อแดงซะที ทั้งปืนลูกซองสั้น ปืน M-16 และอื่นๆ


นักข่าว CNN ลงรูปชุดดำแก้ตัวตีข่าวไทย

คมชัดลึก :แดน ริเวอร์ส นักข่าวสำนักข่าว CNN ประจำประเทศไทยลงภาพชายชุดดำ แก้ตัวการรายงานข่าวสถานการณ์ความรุนแรงในกรุงเทพฯ 

สำนักข่าว CNN บรรยายว่า ในสัปดาห์นี้ ฉากแห่งความรุนแรงในกรุงเทพฯ ได้รับความสนใจอีกครั้ง เมื่อพรรคการเมืองในทั้งสองฝ่ายของปัญหาได้มาถกกันเรื่องที่ว่าเกิดอะไรขึ้น

ในความรุนแรงเมื่อไม่นานมานี้ ข้อมูลของทางการบอกว่า มีผู้เสียชีวิต 88 ราย ส่วนมากเป็นผู้ประท้วง แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารรวมอยู่ด้วย 11 ราย บางคนเป็นอาสาสมัครการแพทย์ ราว 1 พัน 500 คนบาดเจ็บ ซึ่งก็มีทั้งผู้ประท้วง อาสาสมัคร และผู้สื่อข่าว รวมทั้งทหาร รัฐบาลกล่าวหากลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงในหมู่ผู้ประท้วงเสื้อแดงที่ทางการเรียกว่าผู้ก่อการร้ายว่าเป็นคนเปิดฉากยิงก่อน

ปัจจุบันนายกรัฐมนตรีกำลังถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่ในรัฐสภา โดยพรรคฝ่ายค้านอ้างว่าฝ่ายทหารใช้กำลังรุนแรง ฝ่ายค้านใช้วีดีโอคลิปในการพิสูจน์ข้อกล่าวหา ที่บอกว่าทหารยิงปืนใส่ผู้ประท้วงที่กำลังวิ่งหนี ฝ่ายรัฐบาลยืนยันว่าในกลุ่มคนเหล่านี้มีกลุ่มติดอาวุธแฝงอยู่ และยืนยันว่าทหารเล็งเป้าไปยังเฉพาะผู้ที่มีอาวุธเท่านั้น พร้อมกันนั้นก็ยังให้มีการสอบสวนการเสียชีวิตของผู้ประท้วงที่ไม่มีอาวุธด้วย

วีดีโอที่ทาง CNN ได้มาชุดนี้ จนถึงปัจจุบันเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดเกี่ยวกับกลุ่มติดอาวุธที่เป็นปริศนา ที่ถูกรัฐบาลกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุการปะทะ มีการบอกให้ผู้ชมสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ถึงปืนเอ็ม 16 ที่เอวของผู้ชายในภาพ และก็เป็นครั้งแรกที่สามารถมองเห็นใบหน้าของชายคนนี้อย่างชัดเจน โดยคนหนึ่งใส่ชุดพรางแบบทหาร ส่วนอีกคนใส่ชุดดำ

ผู้ชายคนนี้ยืนยันให้ช่างภาพถอยออกไป โดยไม่รู้ว่าพวกเขาถูกบันทึกภาพวีดีโอเอาไว้แล้ว ใบหน้าของชายคนนี้อาจจะเป็นหลักฐานสำคัญว่าจริงๆแล้วใครอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ความรุนแรง

นายกรัฐมนตรีบอกว่า พวกอันธพาลเหล่านี้ไม่ใช่ส่วนปกติของขบวนการเสื้อแดง " ผมเชื่อมั่นหนักแน่นว่า คนที่ต้องการเข้ามายุ่งเกี่ยวกับความรุนแรง เป็นเพียงส่วนเล็กๆของขบวนการ ผมไม่เชื่อว่าคนที่มาร่วมกับขบวนการเสื้อแดง ต้องการสนับสนุนขบวนการที่ต้องการความรุนแรง"

แต่การที่เขายอมรับว่าส่วนมากของขบวนการเป็นไปอย่างสันติ ก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวัด ที่ผู้ประท้วงหลายร้อยเข้าไปหลบภัย ตอนที่ทหารรุกเข้ามา พวกเสื้อแดงบอกว่าพวกเขาถูกยิงมาจากเส้นทางรถไฟฟ้าที่อยู่ข้างบน ภาพที่ถูกตีพิมพ์ในเว็บไซต์แห่งหนึ่งเผยให้เห็นทหารอยู่บนทางรถไฟที่อยู่ใกล้ๆ กัน แต่รัฐบาลบอกว่าทหารไม่ได้อยู่ที่นี่ในวันที่เกิดการยิงกัน  และตอนนี้เว็บไซต์ดังกล่าวก็ถูกบล็อกไปแล้วในประเทศไทย

มีผู้เสียชีวิต 6 รายในวัด ซึ่งก็รวมถึงผู้หญิงคนนี้ ที่มาช่วยดูแลบผู้บาดเจ็บ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือแอนดรู บันคอมพ์ นักข่าวอังกฤษ " มีคนบาดเจ็บหนักกว่าผมอีก ผมถูกยิงบริเวณประมาณ 20 หลาจากหน้าวัด" คนที่รัฐบาลกล่าวว่าสำหรับเรื่องเหล่านี้ทั้งหมดก็คือ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร  ปัจจุบันเขาอยู่ระหว่างการลี้ภัย และปฏิเสธข้อกล่าวหา รวมทั้งมีสัญญาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่รัฐบาลอื่นๆจะส่งตัวเขากลับมายังประเทศไทย รัฐบาลไทยกล่าวหาว่าทักษิณจ่ายเงินให้กับกลุ่มคนติดอาวุธอย่างชายคนนี้ เพื่อให้ก่อสงครามกลางเมือง ปัจจุบันชายคนนี้ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ขณะที่ความรุนแรง ก็ยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย
ชมคลิ๊ป คลิกที่นี่

http://edition.cnn.com/video/#/video/world/2010/06/01/rivers.thai.crisis.cnn

http://www.komchadluek.net/detail/20100601/61356/นักข่าวCNNลงรูปชุดดำแก้ตัวตีข่าวไทย.html
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,533

« ตอบ #678 เมื่อ: 02 มิถุนายน 2553, 13:00:34 »

โหวตซักฟอก “มาร์ค” ฉลุย “โสภณ” กระอัก “ปู่จิ้น” รองบ๊วย
2 มิถุนายน 2553 12:43 น.

 
       โหวตซักฟอก “มาร์ค” ได้เสียงสนับสนุนให้ทำหน้าที่นายกฯ ต่อไปโดยได้มากสุด 246 เสียง ขณะที่ “สุเทพ” ได้ 245 “กรณ์” 244 ตามด้วย “กษิต” 239 ขณะที่ “โสภณ” คะแนนต่ำสุด 234 ส่วน “ชวรัตน์” รองบ๊วย 236
     
       การลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังจากพรรคร่วมฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.ถึง วันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดประชุมสภาฯ เพื่อลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในเวลา 10.00 น.วันนี้ (2 มิ.ย.) ซึ่งรัฐมนตรีจะต้องได้รับเสียงในการลงมติไม่น้อยกว่า 238 เสียง จากจำนวน ส.ส.475 เสียง โดยมี ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาล 275 เสียง ประกอบด้วย 6 พรรคการเมือง ได้แก่ ประชาธิปัตย์ 172 เสียง ภูมิใจไทย 32 เสียง เพื่อแผ่นดิน 32 เสียง ชาติไทยพัฒนา 25 เสียง รวมชาติพัฒนา 9 เสียง กิจสังคม 5 เสียง ขณะที่ฝ่ายค้านมี 200 เสียงประกอบด้วย 3 พรรคการเมืองได้แก่ พรรคเพื่อไทย 189 เสียง ประชาราช 8 เสียง และมาตุภูมิ 3 เสียง
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเปิดประชุมสภา นายชัย ชิดชอบ ได้ขอนับองค์ประชุม ปรากฎว่ามีส.ส.เข้าร่วมประชุม 456 คน ครบองค์ประชุม จากนั้นจึงมีการลงมติผลการลงมติ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้รับความไว้วางใจ 246 ไม่ไว้วางใจ 186 งดออกเสียง 11 ไม่ลงคะแนน 21 นายสุเทพ เทือกสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับความไว้วางใจ 245 ไม่ไว้วางใจ..187 ลดออกเสียง11 ไม่ลงคะแนน 21
       
       นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้รับความไว้วางใจ 244 ไม่ได้รับความไว้วางใจ 187 งดอกเสียง 12 ไม่ลงคะแนน 22 นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ได้รับความไว้วางใจ 239 ไม่ได้รับความไว้วางใจ 190 งดออกเสียง 15 ไม่ลงคะแนน 21
       
       นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ได้รับความไว้วางใจ 236 ไม่ได้รับความไว้วางใจ 194 งดออกเสียง 14 ไม่ลงคะแนน 22 นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ได้รับความไว้วางใจ 234 ไม่ได้รับความไว้วางใจ 196 งดออกเสียง 13 ไม่ลงคะแนน 22
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในจำนวนรัฐมนตรีที่ได้รับความไว้วางใจ ปรากฏว่ารัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย 2 คนที่ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อแผ่นดินมีท่าทีไม่สนับสนุน ได้รับเสียงความไว้วางใจน้อยกว่ารัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย โดยนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ได้เสียงไว้วางใจเพียง 236 เสียง ขณะที่นายโสภณได้รับเสียงสนับสนุนน้อยสุด 234 เสียง สร้างความฮือฮาอย่างมากในห้องประชุมหลังประธานสภาฯ ขานมติ
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจแลัว นายพิฑูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อ่านพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญทันที จากนั้นประธานสภาจึงสั่งปิดประชุม

 
 
จาก http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9530000075770
 
      บันทึกการเข้า
Preecha2510
Cmadong Member
Full Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2510
กระทู้: 788

« ตอบ #679 เมื่อ: 02 มิถุนายน 2553, 14:42:19 »


    สวัสดีครับ แอ๊ะ,เหยง,วณิชย์,น้องหะยี

         ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา คนไทยที่สนใจเรื่องการเมืองคงได้เฝ้าดู TV,หรือฟังวิทยุการอภิปรายในรัฐสภาฯ

         และคงได้ทราบผลการลงมติฯหลังการอภิปรายกันไปแล้ว หลายคนคงมีความคิดเหมือนๆกันว่าอันสันดาน

         ของ สส.ที่ไม่มีศีลธรรมดีงามอยู่ในจิตใจนั้น  ต่อให้มีการศึกษาสูงหรือไม่สูง,ผ่านการฝึกอบรมมากน้อยเพียงใด

         ก็ตาม และทั้งๆที่ยังอยู่ในตำแหน่งหน้าที่อันมีเกียรติ  มันและพวกพ้องก็ไม่เคยสำเหนียกตัวเองว่าได้เคยทำความ

         เลวร้ายและทำความเสียหายให้กับประเทศชาติขนาดใหน  คนไทยทั้งประเทศตลอดทั้งคนต่างชาติทั่วโลก

         ต่างก็รู้ข้อเท็จจริงในสิ่งที่พวกนี้ได้กระทำลงไป  แต่พวกนี้กลับหน้าด้านยืนขึ้นมาพูดอภิปรายโกหกคำโต เอาความ

          ดีใส่ตัวเอาความชั่วให้คนอื่น โดยไม่อายคนทั้งประเทศหรือแม้แต่อายตัวเอง  มันเลวสุดๆจริงๆจนไม่รู้จะสรรหา

          คำด่าอะไรที่หยาบที่สุดมาด่ามันอีกแล้ว(ด่าไปก็อายปากตัวเอง) ผมอยากจะประนามและเหยียดหยามความเป็น

          สส.ที่ชั่วช้า  ที่แม้แต่ความเป็นคนก็ไม่มีหลงเหลืออยู่ในตัวตนของคนพวกเหล่านี้เลย

         

         

   

     

   

 

   
      บันทึกการเข้า
Preecha2510
Cmadong Member
Full Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2510
กระทู้: 788

« ตอบ #680 เมื่อ: 02 มิถุนายน 2553, 22:01:18 »


   
                      เบื้องหลังกองกำลังติดอาวุธของ นปช. ที่เปิดเผยโดยผู้สื่อข่าว เอเชียไทม์ออนไลน์


                 http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9530000074544



                 http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9530000074543
      บันทึกการเข้า
prapasri AH
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,256

เว็บไซต์
« ตอบ #681 เมื่อ: 03 มิถุนายน 2553, 22:18:09 »

พี่ปรีชาคะ
อันว่า การอภิปรายในสภา นั้นเป็นการเอาเรื่องโกหกมาพูดกัน ค่ะ
เป็นอย่างนั้นตลอดมา

หลายเรื่องแอ๊ะรู้ว่า ไม่ใช่ แต่มันก็พูดให้ว่าใช่

อย่างหน้าด้านๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ค่า
      บันทึกการเข้า

ชาวหอ ชาวหอจุฬา สดใสเริ่งรา เมื่อมาร่วม สามัคคี
prapasri AH
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,256

เว็บไซต์
« ตอบ #682 เมื่อ: 03 มิถุนายน 2553, 22:23:46 »

แต่พี่แก้วคะ ที่ดีใจที่สุด คือแอ๊ะไปประชุมสุราษฎร์ นักวิชาการกลุ่มใหญ่โตทั้งหลาย

ที่อาจจะเเคยชียร์แดงๆ และ รำคาญเหลืองบ้าง

ตอนนี้มาด่าเเดงเผาเมืองกันหมดเลยยยยยยยยยย

ดีเอ๊ยดีใจจัง

ในที่สุด ก็พิสูจน์ได้ว่า ใคร คือคนชั่ววววววววววววววว

มัน ไม่รักประเทศไทยจริงนี่หว่า
      บันทึกการเข้า

ชาวหอ ชาวหอจุฬา สดใสเริ่งรา เมื่อมาร่วม สามัคคี
prapasri AH
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,256

เว็บไซต์
« ตอบ #683 เมื่อ: 03 มิถุนายน 2553, 22:25:29 »

แต่แอ๊ะก็คิดว่า คนมักจะเข้าข้างคนชนะ ลองรัฐบาลแพ้ ซิ

รับรองถูกเหยียบแบนนนนนนนนนนนนนนนนแต๊ดแต๋
      บันทึกการเข้า

ชาวหอ ชาวหอจุฬา สดใสเริ่งรา เมื่อมาร่วม สามัคคี
Preecha2510
Cmadong Member
Full Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2510
กระทู้: 788

« ตอบ #684 เมื่อ: 03 มิถุนายน 2553, 22:51:20 »

     
   
        สวัสดีครับแอ๊ะ


          ภายหลังจากที่เหตุการณ์ร้ายแรงที่แทบจะทำให้ชาติล่มจมจบลง  รวมทั้งการอภิปรายในรัฐสภาที่น่าสมเพชจบลง

   แล้ว  แทนที่คณะ รมต.จะได้ใช้เวลาที่เหลือก่อนอายุรัฐบาลจะครบวาระ   รีบมาฟื้นฟููประเทศที่เสียหายอย่างย่อยยับโดย

   ด่วน  แต่ก็ยังคงมามีเรื่องมาทะเลาะกันเองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล  จากปัญหาการแบ่งผลประโยชน์(คอรัปชั่น)  

   ในงบประมาณที่ไม่ลงตัวกันอีก   สรุปแล้วนักการเมืองไม่ว่าฝ่ายรัฐบาล,ฝ่ายค้านและฝ่ายแทงกั๊ก  ทุกคนไม่ได้มาทำงาน

   เพื่อประชาชนคนไทยและเพื่อประเทศชาติกันเลย พวกเราก็คงจะหวังอะไรไม่ได้คงได้แต่นั่งมองตาปริบๆ  ร้องไห้ไม่ได้

   หัวเราะไม่ออกกันเท่านั้น

    
      บันทึกการเข้า
prapasri AH
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,256

เว็บไซต์
« ตอบ #685 เมื่อ: 04 มิถุนายน 2553, 09:59:14 »

ผลประโยชน์ทั้งน้านค่ะ

แต่บางที ก็ขาดทุนนะ บางคนลงไปมากแล้วยังไม่ได้คืนหมด เลยต้องต่ออายุไปเรื่อยๆ

แต่พี่แก้วสบายใจได้  นักการเมืองเกือบทุกคน เวรกรรมใดใครก่อคนนั้นต้องได้รับกรรมเสมอ

สุดท้ายพวกเขาจะไม่เหลืออะไรเลย ยกเว้นลูกกับเมียหลวงงง

เงินก็เก็บซ่อนไว้กับเมียคนหลังๆๆเมียคนหลังเอาหมดเรียบ

การเมืองคืการเล่นการพนันดีๆๆนี่เอง

การพนันไม่เคยทำให้ใครรวย

คือพอรวยแล้วย่ามใจ ไปเล่นอีก ก้หมดตัว

เห็นมานักต่อนักแล้วค่ะ

อย่าเครียดเลยพี่แก้ว กรรมตามเขาทันชาตินี้กันทุกคนนนนนนนนน


      บันทึกการเข้า

ชาวหอ ชาวหอจุฬา สดใสเริ่งรา เมื่อมาร่วม สามัคคี
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,533

« ตอบ #686 เมื่อ: 04 มิถุนายน 2553, 12:14:16 »

คอลัมม์ "คนปลายซอย" วันนี้ (4 มิถุนายน 2553) ท่ามกลางวิกฤติพรรคร่วมรัฐบาลโหวตส่วนไม่ไว้วางใจ รมต. พร้อมระบุว่า นอกจากการปเลี่ยนตัว ครม.แล้ว ดวงดาวก็เปลี่ยนตำแหน่งไปด้วย เชิญอ่านครับ

ปรับ ครม.ไม่เท่าดวงดาวจะปรับแทน
เปลว สีเงิน 4 มิถุนายน 2553 - 00:00

     เอ้า...จะปรับพรรค-ปรับ ครม.ก็รีบปรับๆ เข้า เดี๋ยวอีกไม่กี่วันสื่อและชาวบ้านเขาก็จะไม่แลรัฐบาลแล้วละ เพราะจะไปแลการถ่ายทอดสด "ฟุตบอลโลก" กันหมด แต่ผมอยากบอกว่า ถึงแม้เพื่อแผ่นดิน หรือภูมิใจไทยน้ำลายหกออกไปจากการร่วมรัฐบาล ก็ไม่ต้องกลัวรัฐบาลจะล่ม  เพราะไปแต่โครงคือพรรค ส่วนไส้ในคือ ส.ส.ในพรรคส่วนใหญ่ไม่ไปด้วย แถมยังมีพรรคและแก๊งอะไหล่รอเสียบอยู่อีก ประเด็นสำคัญอยู่ที่การ "ปรับ ครม." มากกว่า คนอยากให้ปรับเข้าน่ะเยอะ  แต่คนไม่อยากให้ปรับออกเยอะกว่า...ตรงนี้แหละปัญหาปวดใจ-ปวดกะโหลก!
     ถามว่า ปรับคนโน้น-ปรับคนนี้ แล้วกล้าปรับตำแหน่งที่ควรปรับอย่าง นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม และนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์มั้ย?
     นายกฯ ก็ร้อง ไอ๊หยา..เค้าเป๋ ไปเท่านั้นเอง!
     ที่ผมพูดถึง ๓ ตำแหน่ง ๓ คนนี้ ไม่ใช่เพราะเขาไม่ดี ไม่เก่ง แต่เพราะว่า "วางตัวคนไม่เหมาะกับตำแหน่งงาน" นั่นแหละเป็นหลักใหญ่ อย่างกระทรวงมหาดไทยอันเกิดขึ้นมาพร้อมกับประเทศไทยในความหมายเป็น "แกนระบบบริหารประเทศ" เป็นทั้งแขน ทั้งขา ทั้งหู ทั้งตา กระจายอยู่ทั่วขอบเขตขัณฑสีมา ที่เรียกว่าทำงาน "ต่างพระเนตร-พระกรรณ" ของระบบราชการ ปรัชญาอันเป็นที่มา ก็น่าจะมาจากตรงนี้แหละ ตรงงานมหาดไทยนี่!
     แล้วลองหลับตานึกงานกระทรวงมหาดไทยที่โบราณเรียกว่า "กระทรวงเจ้าขุนมูลนาย" เทียบกับบุคลิกภาพ และพื้นฐานความเป็นมาของนายชวรัตน์ดูซิ พ่อค้า-อาแป๊ะมาเป็นผู้บังคับบัญชา "เจ้าเมือง" ตลอดถึงนายอำเภอ และหน่วยงานในความเป็น "ฝ่ายปกครอง" ทั้งหมด เหมือนสวมชุดไทย ใช้ชฎา แล้วไปเล่นงิ้ว!
     มาถึงนายโสภณ ซารัมย์ บ้าง เขาเก่ง มีความสามารถ ไม่งั้นนายเนวินไม่ให้ขับรถประจำตัวให้นั่งหรอก แต่กับงานคมนาคมในยุคสมัยที่เขามองไปถึงขั้นเส้นทางเชื่อมดาวเคราะห์กันแล้ว เรียกว่าไปไกลกว่าวิสัยทัศน์ถนนปลอดฝุ่น หรือแค่ตัดต้นไม้บนเขาใหญ่อันเป็นทั้งอุทยานแห่งชาติและมรดกโลกด้วยความคิดแค่ "ขยายถนน" ในพื้นที่ที่มนุษย์ต้องการต้นไม้มากกว่าต้องการถนนให้คนไปซิ่ง หลับตานึกถึงภาพนายโสภณ แล้วเอาวิสัยทัศน์งานคมนาคมที่ควรเป็นในอีก ๑๐-๒๐ ปีข้างหน้ามาเทียบ เห็นความลงตัวระหว่างคนกับงานตรงไหน นอกจาก "นายเนวิน" ต้องการ!?
     นางพรทิวา นาคาศัย ก็เหมือนกัน ในฐานะรัฐมนตรีพาณิชย์ ชอบไปเมืองนอกบ่อยๆ น่าจะเปลี่ยนชื่อเสียก่อนนะ เพราะเวลาไปแนะนำตัวกับฝรั่งว่า "พรทิวา" เขาจะอมยิ้มเอา หรือบางคนอาจเข้าใจไขว้เขวว่าพาณิชย์มาขายอะไร ความจริงเธอเป็นคนเก่ง สามารถบริหารสถานบริการอาบอบนวดของตระกูลพบความสำเร็จโด่งดังเช่นโพไซดอน ที่นักข่าวและนักการเมืองรู้จักดี แต่นั่นจะใช้เป็นเครื่องการันตีว่าเธอคลุกคลีอยู่กับการค้า จึงคู่ควรกับตำแหน่งรัฐมนตรีพาณิชย์หาได้ไม่!
     พูดกันตรงๆ ประเทศไทยทั้งอดีตและปัจจุบัน ที่ว่า GDP โตได้เท่านั้น-เท่านี้ กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่เป็นผลงานอย่างเดียวคือ หน้าที่เก็บตัวเลขมา "เอาหน้า-เอางบ" ในแต่ละไตรมาส บรรดาพ่อค้า นักธุรกิจ นักลงทุน อันเป็นภาคเอกชนเขาทำของเขาเอง ช่วยตัวของเขาเอง เกือบทั้งนั้น โดยเฉพาะในภาคส่งออก ถ้าภาครัฐไม่อ้างสิทธิตามอำนาจรัฐเข้าไปเป็นแมงดาเกาะหลัง ไม่ใช้อำนาจเป็นลูกตุ้มถ่วงเขามากนัก รับประทานแต่พอคำ เพียงคอยอำนวยความสะดวก และใช้ฐานะประเทศคอยปกป้อง-ดูแลเขาในฐานะพี่เลี้ยงที่ดีแค่นั้น ป่านนี้การค้าภาคเอกชนจะทำให้ประเทศไทยรวยไม่รู้เรื่อง!
 เป็นความตกต่ำ และโชคร้ายสุดๆ ของไทย ในขณะที่เรามีอุตสาหกรรมการส่งออกและศักยภาพพ่อค้าไทยเป็นจุดแข็งเหนือกว่าหลายๆ ประเทศ แต่กลับมีจุดอ่อนมาละลายจุดแข็งจนทำให้ด้อยกว่าเกือบทุกประเทศ เพราะได้คนที่มีคุณสมบัติแค่แจ๋วเดินตามเมียหัวหน้า "ก๊วนผสมพรรค" มาเป็นรัฐมนตรีพาณิชย์!
     นี่ผมยกตัวอย่างให้ดูถึง "ความยาก" ในการปรับ ครม.ให้ถูกคน ถูกงาน และถูกใจประชาชนเท่านั้น  เพราะด้วยการเมือง เรื่องถูกใจประชาชนมาทีหลัง การ "ถูกใจ" พรรคและก๊วนต้องมาก่อนอยู่แล้ว ในเมื่ออยากให้รัฐบาลอยู่ นายกฯ อภิสิทธิ์อยู่ บรรดาแฟนคลับอภิสิทธิ์ทั้งหลายก็ต้องพร้อม "ทำใจ" ประกาศโฉมหน้า ครม.มาร์ค ๒ เมื่อไหร่ ยี้...ค่อยๆ อยู่ในใจแล้วกัน!

 
     เอาละ..มีอะไรมาให้ท่านศึกษาต่อท้าย ท่านอาจารย์ "กรหริศ บัวสรวง" คงเห็นผมนั่งทางในคุยเปะปะในเชิงคาดการณ์บ้านเมืองล่วงหน้า ท่านเลยคำนวณเส้นทางโคจรของดวงดาวที่เป็นจริงบนท้องฟ้าขณะนี้มาให้อ่านกัน รู้-ดีกว่าไม่รู้ ฉะนั้น อ่านเพื่อศึกษาตามศาสตร์สถิติแห่งดวงดาวกันได้เลยนะครับ
       จับตาดาวเคราะห์ 3 ดวง
            กรหริศ บัวสรวง
     ...มีประเด็นที่ผมต้องขออนุญาตใช้พื้นที่ของคุณเปลว สีเงิน อีกครั้งเพื่อนำเสนอเรื่องของดาราศาสตร์และโหราศาสตร์ ในเดือนมิถุนายน ที่มีข่าวลือหนาหูว่าจะเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหวรุนแรง เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์จากข้อมูลของสมาคมดาราศาสตร์ไทยระบุว่า ดาวเคราะห์ 3 ดวง คือ ดาวศุกร์ ดาวอังคารและดาวเสาร์ กำลังโคจรเข้าใกล้มากขึ้นและจะใกล้กันมากที่สุดในเดือนสิงหาคม ขณะนี้ดาวศุกร์อยู่ในกลุ่มดาวปู (ราศีกรกฎ) ดาวอังคารอยู่ในกลุ่มดาวสิงโต (ราศีสิงห์) และจะมีความสว่างมากขึ้น ดาวเสาร์อยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว (ราศีกันย์) ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตรงกับการคำนวณของคัมภีร์สุริยาตร์ของไทยอย่างไม่ผิดเพี้ยน แสดงให้เห็นว่าส่วนหนึ่งของวิชาโหราศาสตร์นั้นก็คือวิชาดาราศาสตร์ที่เป็นวิทยาศาสตร์แขนงหนึ่ง สำหรับวิธีการพยากรณ์เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่มาจากสถิติและประสบการณ์ของนักโหราศาสตร์ เราได้ผ่านเดือน “พฤษภากาลี” ไปแล้ว แต่ก็ยังมีการบิดเบือนความจริงในสภาผู้แทนราษฎรตามมาหลอกหลอนผู้คนให้เกิดความสับสนเข้าใจผิด และเป็นการสร้างความแตกแยกโดยเจตนา ภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นสิ่งที่น่ากลัวไม่ต่างไปจากการก่อการร้ายที่เผาบ้านเผาเมือง แต่ความกาลีเลวร้ายที่เกิดขึ้นจากคนนั้นป้องกันและกำจัดได้ด้วยกฎหมาย ส่วนเรื่องของธรรมชาติสามารถรู้ล่วงหน้าได้จากดาวเคราะห์ที่กล่าวถึงทั้ง 3 ดวง เริ่มจากดาวศุกร์ ธาตุน้ำโคจรเข้าสู่ราศีกรกฎธาตุน้ำเช่นเดียวกัน ราศีนี้มีดาวจันทร์ครองราศีอยู่ ดาวจันทร์ก็เป็นดาวกึ่งธาตุน้ำและธาตุดินคือดินเหลว ดาวศุกร์ในภพที่ 4 ของดวงเมืองหมายถึงที่อยู่อาศัย ที่ดิน ดินฟ้าอากาศ เกษตรกรรม และในทางการเมืองหมายถึงพรรคฝ่ายค้าน ดาวอังคารธาตุลมโคจรในราศีธาตุไฟภพที่ 5 ของดวงเมืองที่มีดาวอาทิตย์ครองราศี ส่วนดาวเสาร์ธาตุไฟอยู่ในราศีธาตุดินภพอริที่มีดาวพุธครองราศี
     จะเห็นได้ชัดเจนว่าทั้งน้ำ ทั้งลม ทั้งไฟ ทั้งดิน รวมกันอยู่ในดาวที่โคจรในแต่ละราศี ดังนั้นภัยพิบัติย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นได้จากอิทธิพลของธรรมชาติและฤทธิ์เดชของผู้สูญเสียอำนาจ จึงขอเตือนว่าอย่าได้วางใจเป็นอันขาด ตั้งแต่บัดนี้ถึงเดือนสิงหาคม ดินฟ้าอากาศจะวิปริต สังคมเกิดอาเพศขัดแย้งกันรุนแรงอีกรอบหนึ่ง ในขณะเดียวกันดาวพฤหัสบดีอยู่ในบริเวณกลุ่มดาวปลา (ราศีมีน) ค่อนไปทางกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ (ราศีกุมภ์) เดือนนี้ดาวพฤหัสบดีจะโคจรเข้าใกล้ดาวยูเรนัส (ดาวมฤตยู) มากที่สุดในช่วงเช้าของวันที่ 8 มิถุนายน นับเป็นครั้งแรกในจำนวน 3 ครั้งที่เกิดขึ้นในปีนี้ถึงต้นปี 2554 เมื่อเอ่ยถึงดาวมฤตยู นักโหราศาสตร์จะนึกเรื่องของการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงเป็นอันดับแรก แต่ดาวนี้อยู่ในภพที่ 12 (ภพวินาศ) ของดวงเมือง ที่หมายถึงอาชญากรรม คุกตะราง ใครคิดก่อกบฏทรยศชาติมีสิทธิ์รับชะตากรรมต้องโทษทัณฑ์ตามกฎหมายด้วยผลของดาวพฤหัสบดีที่ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม เมื่อดาวศุกร์จรอยู่ในภพที่ 4 ซึ่งหมายถึงพรรคฝ่ายค้าน มาจากภพวินาศ จะส่งผลให้บางคนต้องย้ายที่อยู่จากบ้านไปสู่คุกตะรางหรือหลบหนีคดีไปต่างแดน
     รัฐบาลจะต้องเร่งปฏิรูปประเทศและระบบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อความมั่นคงอย่างรวดเร็ว เพราะดาวกำลังเอื้ออำนวยความโชคดีอย่างไม่คาดฝัน แต่จะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีว่าจะสามารถรวมร้อยใจคนไทยให้เกิดความเชื่อมั่นได้อย่างไร ก็จบเท่านี้ ต่อจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของเราทั้งหลายคอย "ตรวจหวย" แต่ผมขอแทรกเป็นยาดำไว้นิดว่า ไม่ต้องเสียเวลาไปพึ่ง "อินเตอร์โพล" ให้ล่าตัวใครกลับมาเข้าคุกไทยหรอก ใครหนีไปอยู่ที่ไหน ก็ให้เขาอยู่ "ในที่ชอบๆ" ไปเถอะ ผมเคยบอกว่า "อีก ๕ เดือน" นี่ก็จะครบ ๕ เดือนในเดือนหน้า-เดือนโน้นแล้ว
     คุกจัดสรร ไม่สู้กรรมจัดสรรหรอก...คุณเอ๊ย!


http://www.thaipost.net/news/040610/23042
      บันทึกการเข้า
Preecha2510
Cmadong Member
Full Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2510
กระทู้: 788

« ตอบ #687 เมื่อ: 07 มิถุนายน 2553, 13:46:51 »


  สวัสดีครับแอ๊ะ,อ้อย,เหยง,วณิชย์,น้องหะยี

             ตอนนี้มีเรื่องที่กำลังฮือฮากันมากคือเรื่องการตัดถนนทางขึ้นเขาใหญ่ ซึ่งทำความสับสนให้กับคนผู้รักธรรมชาติ

  กันมาก ผมได้ติดตามเรื่องนี้ทางสื่อต่างๆตั้งแต่มีข่าว  บัง่เอิญที่ได้เคยทำงานอยู่ในพื้นที่นี้มาเป็นเวลาหลายปี  พอจะรู้

  จักภูมิประเทศแถบนั้นบ้างพอสมควร ก็เลยอยากจะเล่าเรื่องนี้(ตามความเห็นส่วนตัว)มาให้ฟังกัน

      1) พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ตั้งคล่อมอยู่บนรอยต่อ 4 จังหวัดคือ นครนายก,ปราจีณบุรี,สระบุรี,และนครราชสีมา

   มีถนนทางขึ้นอุทยานฯ 2 ทาง  คือเส้นทางเดิมขึ้นทาง อ.ปากช่อง เป็นถนน 2 เลนรถวิ่งสวนกันชื่อถนนธนะรัตน์ (ยาว

   40 กม.จากทางแยก ถ.มิตรภาพถึงที่ทำการอุทยานฯ)  และอีกเส้นทางหนึ่งที่เพิ่งมาสร้างทีหลังขึ้นทาง จ.ปราจีณบุรี

      2) ถนนธนะรัตน์ตั้งแต่ จาก กม.ที่ 1-21 เป็นถนนบนพื้นราบ, ตั้งแต่กม.ที่ 22 (ด่านทางเข้าอุทยานฯ)ขึ้นไปจนถึง

  กม.ที่ 40 เป็นถนนในเขตพื้นที่อุทยานฯเป็นทางวิ่งขึ้นเขาโดยตลอด (เขตพื้นที่อุทยานฯมี พรบ.อุทยานฯคุ้มครอง)

      3) บริเวณสองข้างทางถนน กม.ที่ 1-4 แต่เดิมตอนตัดถนนเสร็จใหม่ๆเป็นพื้นที่มีโฉนด  แต่นับจาก กม.ที่ 5-21  เป็น

  พื้นที่ที่ชาวบ้านบุกรุกเข้ามาหักล้างถางพงจับจองกันทำไร่  ต่อมาทางการได้แปลงให้เป็นพื้นที่จับจอง(สค.)และทยอย

  เปลี่ยนเป็นโฉนด(นส .3)กันเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา(ในช่วงปี 2519 ยังจำได้ว่ากำนัน ต.หมูสี มาขอพบและอ้อนวอนเสนอ

  ขายที่ดินเกือบ100 ไร่บริเวณริมถนนธนะรัตน์ กม.ที่ 16 ให้ในราคา 200,000 บาท ทีแรกก็คิดอยากจะขอเงินแม่มาซื้อไว้  

  แต่ไม่กล้ากล้าซื้อเพราะเป็นที่ดินไม่มีโฉนด ตอนนั้นหากหลับหูหลับตาซื้อเก็บไว้แล้วนำมาขายตอนนี้ ซึ่งที่ดินราคาเฉลี่ย

  ไร่ละล้านกว่าบาท  ป่านนี้ก็เป็นอาเสี่ยแก้วไปแล้วไม่ต้องมานั่งลำบากทำงานอยู่จนถึงทุกวันนี้ )

      4) ที่กำลังขยายถนนเป็น 4 เลน และตัดต้นไม้ริมทางที่เป็นข่าวขณะนี้เป็นที่ริมทางถนนธนะรัตน์ จากปากทางมาถึง

   กม.ที่ 10 และมีแผนฯขยายไปจนถึงด่านทางเข้าอุทยานฯ( กม.ที่  21 )ตลอดเส้นทางนี้เป็นที่ดินนอกเขตอุทยานฯ อยู่ใน

  ความดูแลรับผิดชอบการซ่อมบำรุงของกรมทางหลวงกระทรวงคมนาคม โดยขยายเลนออกไปอีกข้างละสิบกว่าเมตรตามแนวที่

  กรมทางหลวงได้เวนคืนมาก่อน(คงได้มีการวางแผนขยายถนนและได้รับอนุมัตงบประมาณไว้ก่อนแล้ว)

     5) ปัญหาที่เกิดขึ้นคือพื้นที่ริมถนน(ที่เวนคืนแล้ว)มีความจำเป็นหรือไม่? ที่จะต้องไปขยายถนนขณะนี้จาก 2 เลนมา

   เป็น 4 เลน ทำให้ต้องตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ริมถนนทั้งหมดทิ้ง  เพราะตามข้อเท็จจริงถนนช่วงนี้ปกติไม่พลุกพล่านไม่มีปัญหารถ

   ติดเลย เพราะเป็นถนนย่อยไม่ใช่ถนนเมนเชื่อมต่อถนนใหญ่

     6) ผู้ได้รับผลประโยชน์จากการขยายถนนนี้คือ นักการเมืองและข้าราชการที่ร่วมมือกันโดยได้ผลประโยชน์แบ่งเปอร์เซ็นจาก

  งบก่อสร้าง,เจ้าของพื้นที่ดิน,บ้านพักและรีสอร์ต,ริมสองข้างถนนซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองและเศรษฐีชาวกรุง(ราคาที่

   ดินจะสูงขึ้นเมื่อถนนขยาย) จึงไม่ต้องแปลกใจที่ไม่มีเสียงโวยวายจากกลุ่มบุคคลเหล่านี้(พวกที่ออกมาคัดค้านบ้างคือพวก

  ที่มีที่ดินอยู่ลึกเข้าไปมาก,พวกนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามโสภณซาเล้งและยี๊ห้อยร้อยยีสิบ)และที่ออกมาคัดค้านโดยบริสุทธิ์ใจ

  คือประชาชนผู้รักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และบางคนที่เข้าใจผิดคิดว่ามีการตัดขยายถนนเข้าไปในเขตป่าอุทยานแห่งชาติเขา

  ใหญ่ตอนบนที่เลยด่านฯ กม.ที่ 21 ไปแล้ว



    7) ผมก็มีความเห็นเช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ว่าถนนเส้นนี้ไม่ควรขยายไม่ว่ากรณีใดๆ(แม้จะเวนคืนแนวพื้นที่สองข้างถนนไปแล้ว

  และไม่ได้อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแล้วก็ตาม) แต่ควรจะเก็บและปล่อยไว้ให้มีต้นไม้ขึ้นตามธรรมชาติมากที่สุด เพราะนับวันประเทศ

  ของเราพื้นที่ป่าและต้นไม้เหลือน้อยลงทุกที อากาศแห้งแล้งและร้อนขึ้นทุกปี

  

  

  

  

  
  



 

  
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,533

« ตอบ #688 เมื่อ: 07 มิถุนายน 2553, 16:25:13 »

สวัสดีครับพี่แก้ว

จะบอกข่าวครับ ผมเปิดห้องไว้ในห้องคุยกันประสาพี่น้อง ชื่อ คุยกับเหยง 16-พิเชษฐ์ เชื่อมวราศาสตร์..
คลิ๊กไปที่.. http://www.cmadong.com/board/index.php/topic,5699.msg390095/boardseen.html#new
      บันทึกการเข้า
Preecha2510
Cmadong Member
Full Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2510
กระทู้: 788

« ตอบ #689 เมื่อ: 07 มิถุนายน 2553, 16:51:10 »

อ้างถึง
ข้อความของ เหยง 16 เมื่อ 07 มิถุนายน 2553, 16:25:13
สวัสดีครับพี่แก้ว

จะบอกข่าวครับ ผมเปิดห้องไว้ในห้องคุยกันประสาพี่น้อง ชื่อ คุยกับเหยง 16-พิเชษฐ์ เชื่อมวราศาสตร์..
คลิ๊กไปที่.. http://www.cmadong.com/board/index.php/topic,5699.msg390095/boardseen.html#new

       สวัสดีครับเหยง

                               ผมได้เข้าไปแวะเยี่ยมและทักทายเหยงเป็นคนแรกแล้วครับ
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,533

« ตอบ #690 เมื่อ: 07 มิถุนายน 2553, 16:59:21 »

พี่แก้วครับ

ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ และผม PM ไปให้พี่แล้วครับ
      บันทึกการเข้า
prapasri AH
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,256

เว็บไซต์
« ตอบ #691 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2553, 00:04:23 »

พี่แก้ว

เขาใหญ่แอ๊ะไปเมื่อเดือนที่เเล้ว มีรุ่นน้องที่รักแอ๊ะมาก เขาอยากให้แอ๊ะไปปลุกบ้านใกล้กัน

เพราะลูกเขาเป็นเพื่อนรักกะลูกแอ๊ะตั้งแต่เรียนสาธิตปทุมวัน

แอ๊ะเห็นที่ดินแล้วแอ๊ะซื้อไม่ลงค่ะ อยู่ในป่า ราคาไร่ละ 7ล้าน ถ้าพี่แก้วได้ซื้อไว้ 200 ไร่

โอโฮ พี่แก้ว รวยเละ.. เหมือนเศรษฐีใหม่สมุยกันเลย

ใครจะคิดว่าที่ดินสมุยชายทะเล สมัยแอ๊ะเด็กๆ ไร่ละเป็นพัน เดียวนี้ไร่ละ40ล้าน

ยังไม่ขายกันเลยยยยยยยยย

รู้งี้แอ๊ะซื้อไว้ ทุกหาด ทุกหาด คงรวยตุ้มเป๊ะ
แต่ว่าถ้าพี่แก้ว รวยแล้วจะมีเวลา มาคุยกับน้องๆในห้องนี้หรือ

ที่ดินเขาใหญ่ ทีไกลจากที่แอ๊ะไปดูอีก เขาสร้างเป็นหมู่บ้านให้เศรษฐีอยู่

 บ้านตระกูลส. จึงรุ่งเรือง.. ราคา 100 ล้านอ่ะ

 มองไกลๆเหมือนบ้านตุ๊กกะตา
แอ๊ะไม่กล้าไปดูใกล้ๆ

กลัวค่ะ
      บันทึกการเข้า

ชาวหอ ชาวหอจุฬา สดใสเริ่งรา เมื่อมาร่วม สามัคคี
prapasri AH
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,256

เว็บไซต์
« ตอบ #692 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2553, 00:07:11 »

กลัว คือไม่มีตังค์ ซื้อ อิๆๆๆๆๆ

ตอนแรกคิดว่าอากาศจะเย็นทั้งปี อยากไปรับอากาศเย็นๆ โก้ๆๆๆๆ

ทีไหนได้หน้าร้อน ก็ร้อน เหมียนยโสธรเลย

ร้อนตับแตก
      บันทึกการเข้า

ชาวหอ ชาวหอจุฬา สดใสเริ่งรา เมื่อมาร่วม สามัคคี
Preecha2510
Cmadong Member
Full Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2510
กระทู้: 788

« ตอบ #693 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2553, 15:36:16 »



   สวัสดีครับแอ๊ะ 

               ช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้เศรษฐีชาวกรุงนิยมไปซื้อที่และปลูกบ้านพักตากอากาศ  บริเวณสองข้างทางก่อนขึ้น


   เขาใหญ่กันเป็นจำนวนมากจนกลายป็นแฟชั่นกัน  หมอโอภาสก็ยังทันสมัยกับเขาด้วยเหมือนกันมีที่ดินอยู่แถวนั้นหนึ่ง

   แปลง  แต่ดันไปสร้างกระต๊อบไว้ 1 หลัง(กระต๊อบไม้จริงๆ)ในที่แปลงนั้นท่ามกลางดงบ้านพักตากอากาศหรูๆของเศรษฐี

               

   
         

   
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,533

« ตอบ #694 เมื่อ: 09 มิถุนายน 2553, 09:14:17 »

วันนี้หมดศึกเสื้อแดงไป แบบยังอุ่นๆและตามด้วยเกมส์เรื้อรัง ยังมาเจอศึก รมต.เร่งถอนทุนกันอีก

น่าเสียดาย ที่เรื่องการตัดถนนขึ้นเขาใหญ่ทำหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจผ่านไปแล้ว

ไม่อย่างงั้น รมต.โสภณ ซาเล้ง คงจมดินมากกว่านี้แน่นอน (คะแนนไว้วางใจติดบ๊วย 234 จากที่ควรได้มากกว่า 238 เสียง)


ให้ผิดซ้ำซากจนป่าเหลือแต่ซากงั้นหรือ?
เปลว สีเงิน 9 มิถุนายน 2553 - 00:00

     ได้คนประเภท "จิตสำนึกต่ำ-ความละโมภสูง" มาทำงานก็อย่างนี้ เสียซับ-เสียซ้อนโดยใช่เหตุ ฉวยโอกาสตอนกบฏแดงชุมนุมเผาบ้าน-เผาเมือง ตัดต้นไม้ขยายถนนขึ้นเขาใหญ่กันโครมๆ  พอ ครม.สั่งยกเลิกโครงการทั้งหมด ก็ต้องมาเสียเงินปรับพื้นที่และปลูกต้นไม้ข้างทางคืนให้เหมือนเดิมอีก สรุปไม่มีใครผิด เพราะนายกฯ ท่านบอก "โครงการไม่เป็นปัญหา แต่ขั้นตอนปฏิบัติมีปัญหา" และไอ้คำครอบจักรวาลที่ว่า "ขั้นตอนปฏิบัติ" นั่นน่ะ หมายถึงใคร ตรงไหน...? โยนให้เป็นหน้าที่ "คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง" ปฏิบัติการดองไปจนกว่าจะลืมกันไปเอง หรือมีเรื่องใหม่หันเหความสนใจให้ชาวบ้านหันไปตอม!
     เรื่องเช่ารถเมล์ NGV เลี่ยมทองฝังเพชร ๔,๐๐๐ คัน กระทรวงคมนาคม บาย-โสภณ ซารัมย์ ก็ทำมาแล้ว เรื่องย้ายสนามบินดอนเมืองไปสุวรรณภูมิ ก็ตบหน้านายกฯ มาแล้ว เรื่องทะเลาะกับคนสหภาพฯ รถไฟจนไม่วิ่งบ้าง วิ่งแล้วแหกรางบ้าง ก็เกิดขึ้นแล้ว และนี่...โสภณโชว์อีกแล้ว โค่นต้นไม้ ขยายถนนในเขตอุทยานเขาใหญ่เป็นน้องๆ ไฮเวย์!
     หมดจากเรื่องนี้ รัฐมนตรีคนเก่งประจำรัฐบาลจะสร้างเรื่องอะไรใหม่ให้ประเทศไทยขายหน้า ชาวประชาขากถุยอีก ก็ต้องคอยจับตากันดู จับปูใส่กระด้งก็ไม่ปานจริงๆ เน้อะ
     ก่อนจะลงในรายละเอียดเรื่องนี้ ขอคั่นกลางซักนิด หลังเสร็จประชุม ครม.เมื่อวาน (๘ มิ.ย.๕๓) นายกฯ อภิสิทธิ์ท่านแถลงว่า ครม.อนุมัติให้ "นายคณิต ณ นคร" อดีตอัยการสูงสุด เป็นประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเหตุการณ์ทางการเมือง พูดชัดๆ คือ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์กบฏทักษิณเผาบ้าน-เผาเมืองตั้งแต่เดือนมีนา-เมษา-พฤษภานั่นแหละ
     ฝ่ายที่แหกปากโวยตามฟอร์มจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากพรรคเพื่อไทย ก็สารพัดจะอ้างแหละ  เป็นพวกรัฐบาลบ้าง ไม่มีอิสระจริงบ้าง ฝ่ายเขาจะไม่ยอมเข้ากระบวนการ โดยจะไม่ให้ความร่วมมือใดๆทั้งสิ้นบ้าง อย่าไปสนใจเลยครับ นึกว่าเสียงหมาหอนกลางวันก็แล้วกัน อย่างที่เปรียบเปรยกันนั่นแหละว่า "คนดีชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว" ฝ่ายที่มีหน้าที่ทำ ถ้ามั่นใจว่ายึดมั่นในสุจริตและเที่ยงธรรมล่ะก็ ไม่ต้องไปวอกแวก เดินหน้าไปเลย
     นี่ก็เป็นหนึ่งในแผนปรองดองของนายกฯ ความจริงนายคณิตนั้น ท่านเป็น ๑ ในจำนวนผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทยกับทักษิณ แต่มาถอยห่างออกไปเมื่อรู้เช่นเห็นชาติ ประเด็นนี้ไอ้ปลาจวดหน้าขาวเป็นตูดลิงแช่น้ำที่ออกมาโวยนั้นรู้หรือเปล่าก็ไม่ทราบ นี่เพียงตั้ง ยังไม่ทันได้เริ่มงาน กระทั่งว่าใครเป็นคณะกรรมการบ้างก็ยังไม่มีตัว
ฯลฯ

http://www.thaipost.net/news/090610/23287
      บันทึกการเข้า
Preecha2510
Cmadong Member
Full Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2510
กระทู้: 788

« ตอบ #695 เมื่อ: 09 มิถุนายน 2553, 09:29:21 »

อ้างถึง
ข้อความของ Preecha2510 เมื่อ 07 มิถุนายน 2553, 13:46:51

  สวัสดีครับแอ๊ะ,อ้อย,เหยง,วณิชย์,น้องหะยี

             ตอนนี้มีเรื่องที่กำลังฮือฮากันมากคือเรื่องการตัดถนนทางขึ้นเขาใหญ่ ซึ่งทำความสับสนให้กับคนผู้รักธรรมชาติ

  กันมาก ผมได้ติดตามเรื่องนี้ทางสื่อต่างๆตั้งแต่มีข่าว  บัง่เอิญที่ได้เคยทำงานอยู่ในพื้นที่นี้มาเป็นเวลาหลายปี  พอจะรู้

  จักภูมิประเทศแถบนั้นบ้างพอสมควร ก็เลยอยากจะเล่าเรื่องนี้(ตามความเห็นส่วนตัว)มาให้ฟังกัน

      1) พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ตั้งคล่อมอยู่บนรอยต่อ 4 จังหวัดคือ นครนายก,ปราจีณบุรี,สระบุรี,และนครราชสีมา

   มีถนนทางขึ้นอุทยานฯ 2 ทาง  คือเส้นทางเดิมขึ้นทาง อ.ปากช่อง เป็นถนน 2 เลนรถวิ่งสวนกันชื่อถนนธนะรัตน์ (ยาว

   40 กม.จากทางแยก ถ.มิตรภาพถึงที่ทำการอุทยานฯ)  และอีกเส้นทางหนึ่งที่เพิ่งมาสร้างทีหลังขึ้นทาง จ.ปราจีณบุรี

      2) ถนนธนะรัตน์ตั้งแต่ จาก กม.ที่ 1-21 เป็นถนนบนพื้นราบ, ตั้งแต่กม.ที่ 22 (ด่านทางเข้าอุทยานฯ)ขึ้นไปจนถึง

  กม.ที่ 40 เป็นถนนในเขตพื้นที่อุทยานฯเป็นทางวิ่งขึ้นเขาโดยตลอด (เขตพื้นที่อุทยานฯมี พรบ.อุทยานฯคุ้มครอง)

      3) บริเวณสองข้างทางถนน กม.ที่ 1-4 แต่เดิมตอนตัดถนนเสร็จใหม่ๆเป็นพื้นที่มีโฉนด  แต่นับจาก กม.ที่ 5-21  เป็น

  พื้นที่ที่ชาวบ้านบุกรุกเข้ามาหักล้างถางพงจับจองกันทำไร่  ต่อมาทางการได้แปลงให้เป็นพื้นที่จับจอง(สค.)และทยอย

  เปลี่ยนเป็นโฉนด(นส .3)กันเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา(ในช่วงปี 2519 ยังจำได้ว่ากำนัน ต.หมูสี มาขอพบและอ้อนวอนเสนอ

  ขายที่ดินเกือบ100 ไร่บริเวณริมถนนธนะรัตน์ กม.ที่ 16 ให้ในราคา 200,000 บาท ทีแรกก็คิดอยากจะขอเงินแม่มาซื้อไว้  

  แต่ไม่กล้ากล้าซื้อเพราะเป็นที่ดินไม่มีโฉนด ตอนนั้นหากหลับหูหลับตาซื้อเก็บไว้แล้วนำมาขายตอนนี้ ซึ่งที่ดินราคาเฉลี่ย

  ไร่ละล้านกว่าบาท  ป่านนี้ก็เป็นอาเสี่ยแก้วไปแล้วไม่ต้องมานั่งลำบากทำงานอยู่จนถึงทุกวันนี้ )

      4) ที่กำลังขยายถนนเป็น 4 เลน และตัดต้นไม้ริมทางที่เป็นข่าวขณะนี้เป็นที่ริมทางถนนธนะรัตน์ จากปากทางมาถึง

   กม.ที่ 10 และมีแผนฯขยายไปจนถึงด่านทางเข้าอุทยานฯ( กม.ที่  21 )ตลอดเส้นทางนี้เป็นที่ดินนอกเขตอุทยานฯ อยู่ใน

  ความดูแลรับผิดชอบการซ่อมบำรุงของกรมทางหลวงกระทรวงคมนาคม โดยขยายเลนออกไปอีกข้างละสิบกว่าเมตรตามแนวที่

  กรมทางหลวงได้เวนคืนมาก่อน(คงได้มีการวางแผนขยายถนนและได้รับอนุมัตงบประมาณไว้ก่อนแล้ว)

     5) ปัญหาที่เกิดขึ้นคือพื้นที่ริมถนน(ที่เวนคืนแล้ว)มีความจำเป็นหรือไม่? ที่จะต้องไปขยายถนนขณะนี้จาก 2 เลนมา

   เป็น 4 เลน ทำให้ต้องตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ริมถนนทั้งหมดทิ้ง  เพราะตามข้อเท็จจริงถนนช่วงนี้ปกติไม่พลุกพล่านไม่มีปัญหารถ

   ติดเลย เพราะเป็นถนนย่อยไม่ใช่ถนนเมนเชื่อมต่อถนนใหญ่

     6) ผู้ได้รับผลประโยชน์จากการขยายถนนนี้คือ นักการเมืองและข้าราชการที่ร่วมมือกันโดยได้ผลประโยชน์แบ่งเปอร์เซ็นจาก

  งบก่อสร้าง,เจ้าของพื้นที่ดิน,บ้านพักและรีสอร์ต,ริมสองข้างถนนซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองและเศรษฐีชาวกรุง(ราคาที่

   ดินจะสูงขึ้นเมื่อถนนขยาย) จึงไม่ต้องแปลกใจที่ไม่มีเสียงโวยวายจากกลุ่มบุคคลเหล่านี้(พวกที่ออกมาคัดค้านบ้างคือพวก

  ที่มีที่ดินอยู่ลึกเข้าไปมาก,พวกนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามโสภณซาเล้งและยี๊ห้อยร้อยยีสิบ)และที่ออกมาคัดค้านโดยบริสุทธิ์ใจ

  คือประชาชนผู้รักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และบางคนที่เข้าใจผิดคิดว่ามีการตัดขยายถนนเข้าไปในเขตป่าอุทยานแห่งชาติเขา

  ใหญ่ตอนบนที่เลยด่านฯ กม.ที่ 21 ไปแล้ว



    7) ผมก็มีความเห็นเช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ว่าถนนเส้นนี้ไม่ควรขยายไม่ว่ากรณีใดๆ(แม้จะเวนคืนแนวพื้นที่สองข้างถนนไปแล้ว

  และไม่ได้อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแล้วก็ตาม) แต่ควรจะเก็บและปล่อยไว้ให้มีต้นไม้ขึ้นตามธรรมชาติมากที่สุด เพราะนับวันประเทศ

  ของเราพื้นที่ป่าและต้นไม้เหลือน้อยลงทุกที อากาศแห้งแล้งและร้อนขึ้นทุกปี

  

  

  

  

  
  



 

  

                จากข่าวในนสพ.โพสต์ทูเดย์ รัฐมนตรีหลายคนสนับสนุนนายโสภณ  ถึงกับปรบมือเมื่อนายโสภณกล่าวชี้แจง

       เรื่องการขยายถนนทางขึ้นเขาใหญ่ใน ครม.จบลง

                  ผมจึงคิดว่าการขยายถนนทางขึ้นเขาใหญ่คงจะเป็นแค่หยุดก่อสร้างชั่วคราวเท่านั้น  พอเวลาผ่านไปเรื่องเงียบลง

     ก็คงจะแอบสร้างส่วนที่ทำไปบ้างแล้วให้เสร็จเพราะได้งบประมาณมาเรียบร้อยแล้ว  มิฉะนั้นการรับประทานเปอร์เซ็นต์

      งบก่อสร้างเพื่อเป็นคลังกระสุนการเลือกตั้งงวดหน้าของพรรคฯก็จะขาดไป



                   http:/www.posttoday.com/ข่าว/การเมือง/33117/โสภณซัดพวกต้านสร้างถนน


                          
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,533

« ตอบ #696 เมื่อ: 09 มิถุนายน 2553, 11:04:43 »

พี่แก้วครับ

เราคงไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ เป็นแน่  แม้เรื่องจะค่อยๆเงียบลงก็ตาม

เห็นว่า แต่ละองค์กรก็จะติดตามเรื่องนี้ต่อไป และพยายามให้รัฐบาลออกมาแก้ไขด้วยการยกเลิกโครงการขยายถนน

แม้ รมต.โสภณ ซาเล้ง จะกลบเกลื่อนและรอคอยเวลาต่อไปก็ตาม เพราะการก่อสร้างต่อจะเพิ่มร่องรอยให้สาธารณชนเห็น

ที่สำคัญ ฝ่ายค้านอย่าง"พรรคเพื่อแผ่นดิน" ซึ่งครองพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา คงไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ

เข้าทำนอง "ทีมึง-ข้าไม่ว่า, ทีข้า-มึงอย่าโวย ก็แล้วกัน" แน่นอน
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,533

« ตอบ #697 เมื่อ: 09 มิถุนายน 2553, 11:30:12 »

ไม่ขาดคำเรื่องเสื้อแดง เรื่องเลวๆ ฟากรัฐบาลก็ตามมาเป็นหางว่าว จากเรื่องตัดต้นไม้ขยายถนน ตามมาด้วยเรียกเงินจากผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบพวกเสื้อแดง รวมทั้งผู้ประกอบการที่ไม่ได้ผลกระทบแต่อยากได้พื้นที่ขายสินค้า ฯลฯ เรื่องเลวๆ ที่พรรคภูมิใจไทย ชอบทำ

'พาณิชย์' งานเข้า เรียกเก็บค่าบูท งานธงฟ้าซับน้ำตาเหยื่อจลาจล

“พาณิชย์” ฉาว ผู้ประกอบการเหยื่อม็อบแดงร้อง “พรทิวา” จัดการข้าราชการเรียกเก็บค่าหัวคิวเข้าร่วมงานธงฟ้า ด้านที่ปรึกษารมว.พาณิชย์ ปัดไม่มีนโยบายเก็บเงินผู้ประกอบการร่วมงานธงฟ้า และงานช่วยเหลือผู้ประกอบการ เชื่อเป็นการคิสเครดิตทางการเมือง...
ฯลฯ
โดยในหนังสือร้องเรียนระบุว่า งานแรกที่กระทรวงพาณิชย์จัดคือ งานธงฟ้ามหาชน ที่อิมแพค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 15-21 พ.ค.53 ซึ่งเป็นงานช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม แต่มีการนำผู้ประกอบการจากที่อื่นเข้ามาจำหน่ายสินค้า โดยมีข้าราชการบางคนเป็นผู้บริหารจัดการ

ส่วนงานปิดถนนคนเดินที่สีลม วันที่ 28-29 พ.ค.53 มีการนำผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับผลกระทบมาร่วมจำหน่ายสินค้าด้วยเช่นกัน ส่วนผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับผลกระทบ หากต้องการได้บูธจำหน่ายสินค้า ก็ต้องจ่ายเงินซื้อบูธ โดยมีข้าราชการที่รับผิดชอบการจัดโครงการธงฟ้าเป็นผู้ดำเนินการ นอกจากนี้การจัดงานแต่ละครั้ง ตั้งงบประมาณไว้สูงถึง 20 ล้านบาท ถือเป็นการตั้งงบประมาณเกินจริง เพราะผู้เข้ามารับบริหารจัดการงาน (ออร์กาไนเซอร์) ไม่ต้องเสียค่าเช่าสถานที่ จะเสียเพียงค่าจัดบูธเท่านั้น และบูธเหล่านั้น เมื่อจบจากงานแล้ว ก็ย้ายไปจัดที่อื่นต่อ ทำให้ประหยัดต้นทุน โดยผู้ที่เข้ามารับงานครั้งนี้มีความสนิทสนมกับกลุ่มบุคคลที่มีความใกล้ชิดกับผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงพาณิชย์
ฯลฯ

http://www.thairath.co.th/content/eco/88224
      บันทึกการเข้า
Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,071

« ตอบ #698 เมื่อ: 09 มิถุนายน 2553, 15:31:33 »

เธอชื่อ นางสาวทรงศิริ ฟุ้งสุข
พนักงานประชาสัมพันธ์  ศูนย์การแพทย์นวบุตร

อ่านข้อเขียน ที่เธอโพสท์บนเวป FB


             






      บันทึกการเข้า

เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,533

« ตอบ #699 เมื่อ: 09 มิถุนายน 2553, 18:04:13 »

เพิ่มผ่านเหตุการณ์มาหยกๆ อารมณ์คนเสื้อแดงยังคงคุกรุ่นอยู่

จริงๆแล้ว เราไม่ควรไปกวนใจเขาซะด้วยซ้ำ ลักษณะนี้เป็นไปตามคำโบราณ "ต่อความยาว สาวความยืด" ยังไงก็ไม่จบหรอกครับ

ปล่อยให้เวลาจะเป็นเครื่องรักษาใจดีกว่าครับ
      บันทึกการเข้า
  หน้า: 1 ... 26 27 [28] 29 30 31  ทั้งหมด   ขึ้นบน
  
กระโดดไป:  

     

สมาคมนิสิตเก่าหอพักนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มวลสมาชิกสมาคม คณาจารย์ และนิสิตเก่าทุกคน ขอน้อมเกล้าถวายความอาลัย  พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ <;))))><