16 กรกฎาคม 2563, 23:23:51
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน [สมาชิกเก่าลืมรหัส โทร 081-7611760]
A A A A  ระเบียบปฎิบัติ
   
Languages    
  หน้า: 1 2 3 ... 9 [ทั้งหมด]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: คนไทยคนแรกที่ได้รับเกียรติเชิญเข้าร่วมการบรรยาย WiMAX Forum ณ ประเทศสิงคโปร์ '09  (อ่าน 351166 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2552, 11:27:12 »

วันก่อน...ได้รับเมล์เชิญเข้าร่วมการบรรยายอีกครั้ง ที่ ไทเป ประเทศไต้หวัน ช่วง เม.ย. 2010  ...


จึงนึกถึงการเข้าร่วมการบรรยาย เมื่อ 28-29 เมษายน 2009 ที่ผ่านมา โดยผมได้รับเกียรติเชิญให้เป็นผู้ร่วมบรรยายในงาน WiMAX Forum Congress ASIA09 ณ ประเทศสิงคโปร์

ทำให้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ และความรู้จากเพื่อนๆ ผู้บริหารจาก มากกว่า 20 ประเทศ อาทิ สหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส รัสเซีย ญี่ปุ่น จีน เกาหลี มาเลเซีย ฯลฯ

งานนี้จัดที่ Suntec, Singapore มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 4,000 คน จากหลากหลายประเทศทั่วโลก

มีเรื่องที่น่าจะเป็นประโยชน์กับพวกเรา  จึงเอามาเล่าให้ฟังนะครับ  ปิ๊งๆ


ปล.  

จั่วหัวกระทู้  ไว้ว่าเป็นคนไทยคนแรก ...

อย่าเพิ่งหมั่นใส้กันเลยนะครับ จั่วไว้ให้น่าสนใจแค่นั้นเอง ... แต่ก็เป็นคนแรกจริงๆ นี่นา  ^_^  

      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #1 เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2552, 11:35:51 »

ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จัก Singapore และ WiMAX Forum กันก่อน นะครับ ^_^


สิงคโปร์ ปิ๊งๆ

สิงคโปร์ประเทศเพื่อนบ้านของไทย ซึ่งเพิ่งได้รับเอกราชเมื่อ 33 ปีก่อนได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่า การปฏิรูปการศึกษา คือกลไกสำคัญที่จะสร้างศักยภาพของชาติให้สามารถก้าวขึ้นเป็นประเทศชั้นนำของโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี และเป็นประเทศเดียวที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคงในยุคเศรษฐกิจถดถอยของเอเชีย

จากประเทศเล็ก ๆ ที่มีทรัพยากรอย่างจำกัด แต่ด้วยความเชื่อมั่นว่าทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพคือกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ผู้นำของสิงคโปร์ได้ทุ่มเทงบประมาณ 1 ใน 4 ของประเทศมาใช้ในการพัฒนาการศึกษา และดำเนินการปฏิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันกับสังคมโลก

ผลจากการปฏิรูปการศึกษา ทำให้การศึกษาของสิงคโปร์เป็นที่ยอมรับว่ามีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับประเทศตะวันตก ในจำนวนประชากรที่มีอัตราการรู้หนังสือ 91.3 % นั้น ร้อยละ 47.2 จะรู้สองภาษาหรือมากกว่า ในด้านศักยภาพการแข่งขัน นักเรียนมัธยมศึกษาของสิงคโปร์สามารถทำคะแนนได้เป็นที่ 1 ของโลกในด้านวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์

ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางการเมือง และมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากสวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และเยอรมนี เป็นศูนย์กลางการพาณิชย์และอุตสาหกรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก มีแรงงานระดับกลางที่มีทักษะฝีมือดีที่สุดในเอเชีย ประชากรมีรายได้ต่อหัวปีละ 26,400 เหรียญสหรัฐ มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยร้อยละ 9 ต่อปี เป็น 1 ใน 10 ประเทศชั้นนำของโลกที่มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศทันสมัยมาใช้อย่างกว้างขวาง และเมื่อ เร็ว ๆ นี้ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีศักยภาพในการแข่งขันเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา

ยุทธศาสตร์และความสำเร็จในการปฏิรูปการศึกษาของสิงคโปร์

สิงคโปร์กำลังก้าวสู่การปฏิรูปการศึกษาที่มีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น โดยกำหนดวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ที่ก้าวหน้าท้าทาย มิติใหม่ในการปฏิรูปการศึกษาของสิงคโปร์ที่สำคัญมีดังนี้

1) การปฏิรูปเทคโนโลยีสารสนเทศ

ได้กำหนดวิสัยทัศน์ "เทคโนโลยีสารสนเทศ 2000 : วิสัยทัศน์การเป็นเกาะแห่งอัจฉริยะ" (IT 2000 : A Vision of an Intelligent Island) โดยกำหนดแผนยุทธศาสตร์ IT 2000 หรือ "IT 2000 Masterplan" ซึ่งกำหนดเป้าหมาย พัฒนาสิงคโปร์ให้เป็นศูนย์กลางระดับโลก ปรับปรุงคุณภาพชีวิต ส่งเสริมกลไกทางเศรษฐกิจ เชื่อมโยงสังคมทั้งในระดับชาติและระดับโลก และส่งเสริมศักยภาพของบุคคล โดยมีคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ (National IT Committee) และคณะกรรมการคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (National Computer Board) หรือ NCB เป็นองค์กรสำคัญในการปฏิรูปดังกล่าว

2) การปฏิรูปวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ได้กำหนดวิสัยทัศน์ให้สิงคโปร์ เป็นศูนย์แห่งความเป็นเลิศ (Center of Excellence) ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กำหนดแผนเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Technology Plan : NTP) เพื่อสร้าง "Singapore Technology Corridor" ให้เป็นที่ตั้งสถาบันและศูนย์การวิจัยและพัฒนา แหล่งอุตสาหกรรมที่มีความก้าวหน้าสูงทางเทคโนโลยี และสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ โดยสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบในการดำรงชีวิต จัดตั้ง Science Park เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดให้มี Technology Month เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมในการวิจัยและพัฒนา โดยมีการมอบรางวัลเกียรติยศระดับชาติด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้แก่บุคคลและภาคธุรกิจ เอกชน นอกจากนั้น ยังกำหนดแผนพัฒนาสังคม โดยเน้นการผลิตกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและสร้างความเชื่อมโยงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับนานาชาติ ในการปฏิรูปวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีคณะกรรมการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Science and Technology Board) หรือ NSTB เป็น องค์กรสำคัญ

3) การปฏิรูปนวัตกรรม

ได้ส่งเสริมนักนวัตกรรมเพื่อประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ กำหนดแผนพัฒนานวัตกรรม (Innovation Development Scheme) และแผนให้ความช่วยเหลือนักนวัตกรรม (Innovator’s Assistance Scheme : IAS) ในการจดทะเบียนลิขสิทธิ์ จัดตั้งสมาคมนักนวัตกรรม (Innovators’ s Club) และศูนย์นวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ (Center for Strategic Process Innovation : CSPI) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจัดฝึกอบรมโดยนำนวัตกรรมต่าง ๆ ไปใช้ เพื่อให้องค์กรปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงาน ในการส่งเสริมนวัตกรรมมี NSTB เป็นผู้วางแผนดำเนินงานและให้การสนับสนุน

4) การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน (Skill Development)

ได้กำหนดแผนสร้างแรงจูงใจต่าง ๆ เพื่อให้ภาคธุรกิจเอกชนจัดฝึกอบรมให้แก่กำลังแรงงาน เพื่อยกระดับทักษะฝีมือแรงงานโดยรัฐให้ความสนับสนุนและช่วยเหลือด้านงบประมาณ และให้สถาบันการศึกษาทางเทคนิค (Institute of Technical Education : ITE) ร่วมกับภาคธุรกิจจัดฝึกอบรมหลักสูตรต่าง ๆ แก่กำลังแรงงาน เพื่อยกระดับความรู้และทักษะฝีมือแรงงาน

5) การปฏิรูปอุดมศึกษา

เพื่อขานรับวิสัยทัศน์ IT 2000 มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore) หรือ NUS ได้พัฒนาเทคโนโลยี สารสนเทศ โดยเชื่อมโยงเครือข่ายการวิจัยทั่วโลก และได้ตั้งเป้าหมายว่า ในปี 2000 จะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพและมาตรฐานเทียบเท่ามหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก และเป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศด้านการวิจัย

NUS ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 มหาวิทยาลัยยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย และผลงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และแพทย์ศาสตร์ของมหาวิทยาลัย ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม 5% แรกของสถาบันยอดเยี่ยมของโลก สำหรับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (Nanyang Technological University) หรือ NTU ได้ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศทางการศึกษาระดับนานาชาติ และเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในระดับนานาชาติ เพื่อขานรับวิสัยทัศน์ IT 2000 NTU ได้พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศโดยเชื่อมโยงเครือข่ายการวิจัยทั่วโลก และเมื่อเร็ว ๆ นี้ NTU ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 สถาบันเทคโนโลยียอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ส่วนสถาบันการศึกษาแห่งชาติ (National Institute of Education : NIE) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ NTU ก็มุ่งสร้างความเป็นเลิศในการวิจัยการศึกษา โดยจัดตั้งศูนย์วิจัยที่เรียกว่า "NIE Center for Educational Research : NIECE" และศูนย์ผู้บริหารที่เรียกว่า "Principals’ Education Center" เพื่อให้เป็นศูนย์ความเป็นเลิศในการพัฒนาวิชาชีพครูและผู้บริหารโรงเรียนในระดับนานาชาติ

*** เงื่อนไขความสำเร็จ

วิสัยทัศน์ผู้นำ
   
นับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญลำดับแรกที่เป็นเงื่อนไขความสำเร็จในการปฏิรูปการศึกษาของสิงคโปร์ สิงคโปร์มีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล สามารถมองอนาคตได้อย่างถูกต้อง และแก้ปัญหาได้ตรงจุด

      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #2 เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2552, 11:38:14 »

เงื่อนไขความสำเร็จ(ต่อ)

เจตนารมณ์ทางการเมือง

ผู้นำสิงคโปร์ได้แสดงเจตนารมณ์ในการปฏิรูปการศึกษา ให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง เพื่อผลักดันการปฏิรูปการศึกษาให้ประสบผลสำเร็จ

เสถียรภาพทางการเมือง

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเมือง อันมีผลให้แนวนโยบายและการปฏิรูปการศึกษาของสิงคโปร์สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องเป็นขั้นตอน และก้าวสู่การพัฒนาในระดับที่สูงขึ้น

ประสิทธิภาพรัฐบาล

รัฐบาลสิงคโปร์มีการบริหารที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ไม่มีทุจริตคอรัปชั่น ทำให้การลงทุนต่าง ๆ ได้ประโยชน์อย่างแท้จริง โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ได้มีการดำเนินงานอย่างจริงจัง ทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว


ศักยภาพความเป็นผู้นำ

ได้กำหนดความคาดหวังจากการศึกษาทุกระดับหรือ "การศึกษาที่พึงประสงค์" เพื่อสร้างผู้นำที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ

สำหรับในระดับอุดมศึกษาได้กำหนดศักยภาพความเป็นผู้นำ กล่าวคือ จะต้องเป็นผู้นำที่มีคุณภาพ และคุณธรรม มีความมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงสังคม สามารถดำเนินงานได้อย่างฉับไว สามารถเอาชนะปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ มีความเข้าใจผู้อื่น สามารถสร้างแรงบันดาลใจ มีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ รู้จักการตัดสินปัญหาสำคัญ ๆ โดยมองภาพรวมของประเทศ และที่สำคัญคือเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล


>>>  สำหรับประเทศไทย...

         แม้ว่าได้มีแนวคิดและการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษามาทั้งในอดีตและปัจจุบัน แต่การปฏิรูปการศึกษาของไทยยังไม่สามารถสร้างพลังในการแก้ปัญหา และสร้างสรรค์การพัฒนาตามที่คาดหวัง จึงควรมีการทบทวนแนวคิดและยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ในการปฏิรูปการศึกษาไทย บทเรียนจากสภาวการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คงจะทำให้ประเทศไทยต้องตระหนักถึงการปฏิรูปการศึกษาที่คำนึงถึงพื้นฐานความเป็นไทยที่มุ่งเน้นสันติสุข แต่ประเทศไทยคงไม่สามารถละทิ้งความเป็นจริงของการแข่งขันในประชาคมโลก และการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง จึงควรเตรียมคนไทยให้รู้จักการเรียนรู้ เพื่อเผชิญสภาวการณ์ต่าง ๆ โดยมีการศึกษาเป็นอาวุธทางปัญญา ที่สามารถนำพาประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤตการณ์ในปัจจุบัน และสร้างสรรค์ความแข็งแกร่งในอนาคต

         ในขณะที่หลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะประเทศไทย กำลังประสบภาวะวิกฤตด้านเศรษฐกิจ สิงคโปร์นับเป็นประเทศที่มีผลกระทบน้อยที่สุด ยังคงรักษาความมั่นคงและมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และสามารถดำรงอยู่ในประชาคมโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี ในอนาคตอันใกล้ สิงคโปร์จะมีบทบาทโดดเด่นมากขึ้นในเอเชีย สิงคโปร์จึงเป็นประเทศที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งในขณะนี้ โดยเฉพาะการปฏิรูปการศึกษาของสิงคโปร์ซึ่งมุ่งเน้นการเสริมสร้างภูมิปัญญา เป็นการเปิดโลกทัศน์และมิติใหม่ในการปฏิรูปการศึกษาที่ท้าทาย บทเรียน ประสบการณ์ และความสำเร็จของสิงคโปร์ จึงเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การศึกษาและนำมาวิเคราะห์เป็นแนวทางในการปฏิรูปการศึกษาไทย

      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #3 เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2552, 11:42:37 »

คราวนี้มาทำความรู้จัก WIMAX Forum ( http://www.wimaxforum.org ) นะครับ

WiMAX Forum:  ปิ๊งๆ

คือ องค์กรที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยบริษัทสื่อสารชั้นนำทั่วโลก เพื่อร่วมกันพัฒนาและกำหนดมาตรฐานกลางสำหรับมาตรฐาน WiMAX โดยมีเป้าหมายจะพัฒนามาตรฐานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ IEEE 802.16 และทุกวันนี้ความเคลื่อนไหวระดับแนวหน้าของโลกในเรื่อง WiMAX จะอยู่ที่ WiMAX Forum


WiMAX (ไวแม็กซ์) ขุมทองแห่งอนาคต

เทคโนโลยี WiMAX กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ปลุกกระแสความสนใจ ในธุรกิจอินเทอร์เน็ตไร้สาย ในประเทศไทย เมื่อคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เริ่มวางระเบียบในการออกใบอนุญาตเพื่อการเปิดให้บริการในประเทศไทย

เหตุที่ได้รับความสนใจเช่นนี้ก็มิใช่เรื่องแปลก หากมองว่า WiMAX หรือ Worldwide interoperability for Microwave Access เป็นเทคโนโลยีสายพันธุ์ใหม่ที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกับเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงมากกว่า 40 Mbps ซึ่งเป็นความเร็วที่สูงกว่า 3G ....

ในหลายประเทศได้เปิดให้บริการ WiMAX เป็นเทคโนโลยียุค 4G (บ้านเรา 3G ยังไม่เกิดเลย  เหนื่อย)

จุดเด่นในเรื่องของการสื่อสารข้อมูลด้วยความเร็วสูงมาก ๆ ตั้งแต่ 8 Mbps ขึ้นไป มีพื้นที่ให้บริการ กว้าง แถมยังมีการผลักดันจากค่ายผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ทั่วโลก ที่สำคัญก็คือบริษัทอินเทลถึงกับออกตัวรับเป็น ผู้ผลิตชิบเซ็ต WiMAX สำหรับนำไปใช้ทั้งในอุปกรณ์เครือข่าย และอุปกรณ์เครื่องลูกข่ายทั่วไป เท่ากับเป็น การการันตีถึงการเปิดกว้างของตลาดผู้บริโภค ถึงขั้นที่ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คทุกเครื่องในอีก 2-3 ปีข้างหน้า นอกจากจะมีการติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐาน Bluetooth และ Wi-Fi แล้วก็ยังพลาดไม่ได้ที่จะมี WiMAX เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับการสื่อสารความเร็วสูงอีก

 เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นเล็ก ๆ เพราะตลาดคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คที่กำลังเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก รวมกับตลาดอุปกรณ์สื่อสารแบบ WiMAX คาดว่าหลังจากมาตรฐาน WiMAX เริ่มออกสู่ตลาดและมีการแพร่หลายมากขึ้นนั้น เราจะได้เห็นอุปกรณ์สื่อสาร WiMAX ที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งสองกลุ่มนี้จะสะท้อนถึงตลาดการบริโภคขนาดมหาศาลที่มีความคุ้มค่าต่อการลงทุน ถึงขั้นที่มาแรงแซงหน้าตลาดการสื่อสารไร้สายผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ อย่างน้อย ๆ เราคงไม่มีโอกาสได้เห็นการรวมอุปกรณ์สื่อสารแบบ 2.5G หรือ 3G เข้าไว้ในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คในระยะ 3-4 ปีนี้อย่างแน่นอน

ปัจจุบัน WiMAX ได้รับการพัฒนา ไปเป็นข้อกำหนด IEEE802.16e ที่สามารถใช้งานขณะเคลื่อนที่ได้

สำหรับประเทศไทย เรายังคงรอคอยการกำหนดนโยบายของหน่วยงานภาครัฐ อาทิเช่น กทช. ในการวางเงื่อนไขเพื่อเปิดให้ประมูล คลื่นความถี่ WiMAX เพื่อเปิดให้บริการ

สำหรับประเทศไทยในวันนี้เรายังไม่อาจตอบได้ชัดเจนนักว่าเทคโนโลยี WiMAX และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องจะเริ่มต้นนับหนึ่งเมื่อใด (คาดว่าหลังจาก จบการประมูลคลื่น 3G)  ฮือๆ
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #4 เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2552, 11:46:16 »

ขออนุญาตปูพื้นเรื่อง 3 G นิดนะครับ เผื่อพวกเราท่านอื่นๆเข้ามาอ่านจะได้เข้าใจไปพร้อมๆกัน

วิวัฒนาการของโทรศัพท์มือถือ เราจะแบ่งเป็นยุคๆ (G = Generation)  โดย


      เจเนอเรชันที่ศูนย์ (0G) เป็นยุคของโทรศัพท์เคลื่อนที่ก่อนระบบเซลลูลาร์ ซึ่งก็คือโทรศัพท์ที่ใช้คลื่นวิทยุในการสื่อสารยุคแรก

      เจเนอเรชันที่หนึ่ง (1G) นี่เป็นการเริ่มต้นการใช้ระบบสื่อสารแบบ เซลลูลาร์ โทรศัพท์มือถือในยุคนี้เป็นโทรศัพท์มือถือที่ใช้มารตรฐานการสื่อสารในระบบอนาล็อก และมีใช้กันในช่วง พ.ศ. 2523-2533

      เจเนอเรชันที่สอง (2G) มีการพัฒนานำระบบดิจิตอลเข้าสู่โลกการสื่อสารไร้สาย นั่นคือมีการส่งสัญญาณในระบบดิจิตอล ซึ่งช่วยเพิ่มคุณภาพของสัญญาณ รวมทั้งยังทำให้สามารถรองรับจำนวนผู้ใช้ได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีความต้องการสื่อสารข้อมูลที่ไม่ใช่เสียงเกิดขึ้นด้วย โทรศัพท์มือถือในยุคนี้สามารถใช้บริการ SMS ได้แล้ว

      เจเนอเรชันที่ 2.5 และ 2.75 (2G และ 2.75G) พื้นฐานของโทรศัพท์มือถือยุค นี้ยังคงเหมือนกับยุคที่สอง โดยเพิ่มความสามารถในการสื่อสารข้อมูลอื่นๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ทางบริการ WAP (Wireless Application Protocol) และ GPRS (General Packet Radio Service) ลักษณะของโทรศัพท์มือถือยุคนี้ที่เห็นได้อีกก็คือ จอสี และกล้องถ่ายรูป
     
       เจเนอเรชันที่ 3 (3G) โทรศัพท์ยุคที่สามนี้เป็นการใช้ระบบเครือข่ายรูปแบบใหม่ ด้วยจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความเร็วในการส่งข้อมูลให้มากขึ้นสำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต ข้อมูลด้านภาพ หรือธุรกรรมต่างๆ ซึ่งประเทศไทยของเรากำลังเดินเข้าสู่โทรศัพท์มือถือยุคนี้ นะครับ


โทรศัพท์ในยุคที่สาม (3G) นี้จะทำให้มี การเปิดบริการสื่อสารข้อมูลที่ไม่ใช่ เสียงมากขึ้น(Non Voice หรือ Data) โดยที่ผู้ใช้สามารถรับส่งอีเมล ทำงานเกี่ยวกับฐานข้อมูล ทำธุรกรรมและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สามารถติดตามข่าวความเคลื่อนไหวต่างๆ สามารถรับส่งไฟล์รูปภาพและเสียง สนทนาแบบเห็นหน้ากัน และรวมไปถึงการประชุมแบบเห็นหน้าด้วย


ปล.  ปัจจุบันแทบทุกประเทศทั่วโลก ได้เปิดให้บริการโทรศัพท์ในระบบ 3 G แล้ว  ยกเว้น "ประเทศไทย"

เพื่อนบ้านของเราเช่น ลาว และเวียดนาม ไม่เพียงแต่มี 3 G ยังมี WiMAX ใช้อีกต่างหาก ...  บรึ๋ยยย

      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #5 เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2552, 11:50:54 »

WiMAX เป็นเทคโนโลยีบรอดแบนด์ไร้สายความเร็วสูง  ที่จะพัฒนาไปเป็น 4 G...ปัจจุบัน ให้บริการแล้วกว่า 148 ประเทศทั่วโลก

รอบบ้านเราเปิดให้บริการครบแล้ว ไม่เว้นแม้แต่ ... ลาวและเขมร ...

ประเทศไทย ... เป็นประเทศเดียวในภูมิภาคนี้ ที่ยังไม่มีบริการ WiMAX   เหนื่อย

(สำหรับประเทศไทย ... ได้รับการบันทึกจาก WiMAX Forum ว่าเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก ที่ให้บริการไวแม็กซ์ ในโครงการนำร่องที่ ม.แม่ฟ้าหลวง โดย บมจ.ทีทีแอนด์ที... แต่ยังไม่ได้เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เนื่องจาก กทช. (NTC) ยังไม่ได้เปิดประมูลใบอนุญาต เช่นเดียวกับ 3G)

หากมองไปรอบๆบ้านเราพบว่า (ข้อมูลจาก WCIS: World Cellular Information Services)

มาเลเซีย เริ่มให้บริการเมื่อ มิ.ย.2548

กัมพูชา เริ่มให้บริการเมื่อ ก.พ.2549

พม่า เริ่มให้บริการเมื่อ พ.ย.2550

และ ...

ลาว เริ่มให้บริการเมื่อ ก.ย.2551





      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #6 เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2552, 11:53:47 »

สมาคมจีเอสเอ็ม เผยไทยหลุดแผนที่ บริการเครือข่ายไวแมกซ์อาเซียน จ๊าากกก

สมาคมจีเอสเอ็มเอ (GSMA) ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนของอุตสาหกรรมการสื่อสารไร้สายทั่วโลก ออกแถลงการณ์ว่า เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้บรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลเวียดนามบุกเบิกเครือข่ายโมบาย บรอดแบนด์ (ไวแมกซ์) ในเวียดนาม  และมีแผนเปิดให้บริการตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป

เพื่อรองรับความต้องการเครือข่ายบรอดแบนด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัว

นายริคาร์โด ทาวาเรส รองประธานอาวุโสฝ่ายนโยบายสาธารณะ สมาคมจีเอสเอ็มเอ กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นก้าวย่างสำคัญยิ่งของเวียดนาม ทั้งในแง่ของเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคม โดยถือเป็นการบุกเบิกบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในประเทศซึ่งประชากรกว่า 66% มีโทรศัพท์มือถือใช้ แต่มีเพียง 3% ที่สามารถใช้เครือข่ายบรอดแบนด์ที่บ้านได้

“ปัจจุบันไทยเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ยังไม่มีการให้บริการบรอดแบนด์บนอุปกรณ์มือถือ ในขณะที่การวิจัยหลายสำนักพบว่าเครือข่ายบรอดแบนด์ ช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้มากขึ้น ดังนั้นเราจึงหวังว่าไทยจะอ้าแขนรับเครือข่ายโมบายล์บรอดแบนด์เช่นเดียวกับที่เวียดนามทำ” นายทาวาเรสกล่าว

ทั้งนี้ บริษัท 4 แห่งที่ได้รับอนุญาตให้ให้บริการเครือข่ายโมบาย บรอดแบนด์ ในเวียดนาม ประกอบด้วย เวียดเทล, วินาโฟน, โมบิโฟน และบริษัทหุ้นส่วน อีวีเอ็น เทเลคอม กับฮานอย เทเลคอม

ขณะที่ รายงานข่าวระบุว่า นอกเหนือจากได้รับอนุญาตให้บริการไวแมกซ์แล้ว บริษัททั้ง 4 รายยังได้รับใบอนุญาตให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3จี ในเวียดนามด้วย

ก่อนหน้านี้ บริษัท อินเทล คอร์ปอเรชั่น ยังได้เปิดเผยผลการศึกษาถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจ ที่ประเทศในอาเซียนจะได้รับหากมีการจัดสรรคลื่นและให้ใบอนุญาตบริการไวแมกซ์ ซึ่งสะท้อนว่ายิ่งมีขนาดประชากรมาก ก็จะยิ่งกระตุ้นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มาก

ผลการศึกษาดังกล่าวครอบคลุม 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย คาดว่าจะเกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจซึ่งรวมถึงค่าใบอนุญาต 1,066 ล้านดอลลาร์, ฟิลิปปินส์ 407 ล้านดอลลาร์, เวียดนาม 387 ล้านดอลลาร์, มาเลเซีย 125 ล้านดอลลาร์ ส่วนประเทศไทยนั้น หากจัดสรรคลื่นและให้ใบอนุญาตในช่วงนี้ จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ 284 ล้านดอลลาร์ แต่หากยิ่งช้าตัวเลขนี้จะลดลงเรื่อยๆ แต่ละปี

นอกจากนี้ ใบอนุญาตใหม่ยังจะช่วยสร้างมูลค่าส่วนเกินที่เกิดจากการใช้งานของผู้บริโภค โดยอินโดนีเซีย คาดว่าตัวเลขจะอยู่ในระดับ 19,197 ล้านดอลลาร์, ฟิลิปปินส์ 7,330 ล้านดอลลาร์, เวียดนาม 6,966 ล้านดอลลาร์, มาเลเซีย 2,246 ล้านดอลลาร์ และไทย คาดว่าจะอยู่ที่ 5,106 ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ ผลการศึกษาดังกล่าวอ้างอิงจากข้อมูลที่อินเทล แคพปิตอล เข้าไปร่วมลงทุนไวแมกซ์ในประเทศต่างๆ และอยู่บนพื้นฐานของการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 2.3 กิกะเฮิรตซ์ เป็นใบอนุญาตแบบทั่วประเทศ และแต่ละรายได้รับการจัดสรรแถบความถี่รายละ 30 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่จะสอดคล้องกับการคืนทุนภายใน 6.5 ปี

      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #7 เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2552, 11:55:31 »

ผลกระทบที่เกิดจากความล่าช้าในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการสื่อสารไร้สาย


ปัจจุบันไม่อาจปฏิเสธได้ว่ากระแสความต้องการของการสื่อสารไร้สาย (Wireless Technology) ได้ส่งผลให้เทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 (หรือ 3G), WiMAX และ Wi-Fi มีความโดดเด่นที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการใช้งานของผู้ใช้ (Consumer Need) เนื่องด้วยโครงข่ายสื่อสารไร้สายเคลื่อนที่ทำให้ผู้ใช้มีความสะดวกในการใช้งานทางด้านการสื่อสารทางภาพ เสียง ข้อมูล รวมทั้งการเข้าถึงโครงข่ายอินเทอร์เน็ตด้วยความเร็วสูง โดยที่ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกสถานที่ใช้งาน (Ubiquitous) ในราคาที่ถูกลงและสามารถใช้งานเคลื่อนที่ได้ จึงทำให้โครงข่ายสื่อสารไร้สายเป็นที่ต้องการของคนทั่วไป



การออกใบอนุญาตการประกอบกิจการสื่อสารไร้สาย จะสามารถกระตุ้นการลงทุนในภาค อุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศ ทั้งในด้านการลงทุนจากภาคเอกชน (ทั้งในและต่างประเทศ) ทำให้เกิดการจ้างแรงงานในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ทำให้เกิดกระแสเงินหมุนเวียนเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง ซึ่งการออกใบอนุญาตประกอบกิจการสื่อสารไร้สายมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการส่งเสริมการแข่งขันในตลาด ทั้งนี้เนื่องจากใบอนุญาตเป็นเครื่องมือในการกำกับดูแลในยุคของการเปิดเสรีกิจการโทรคมนาคม ดังนั้นกระบวนการออกใบอนุญาตจึงต้องกระทำอย่างเปิดเผย โปร่งใส และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจและบรรยากาศที่น่าเชื่อถือให้กับนักลงทุน โดยที่ผู้บริโภคได้รับบริการอย่างเป็นธรรมและการจัดสรรทรัพยากรโทรคมนาคมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด



จากความสำคัญของผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความล่าช้าในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการสื่อสารไร้สาย อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศไทย ทั้งในด้านการลงทุน การจ้างแรงงาน เศรษฐกิจและสังคม และปิดกั้นทางเลือกของประชาชนผู้ใช้บริการในการเลือกใช้เทคโนโลยีและบริการที่ทันสมัยและเหมาะสมกับความต้องการ คณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา ได้เสนอความเห็นในเรื่องของ ผลกระทบที่เกิดจากความล่าช้าในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการสื่อสารไร้สาย ต่อนายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2551 แล้ว โดยมีข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะดังนี้



 1) ผู้มีอำนาจสามารถให้มีใบอนุญาตประกอบกิจการสื่อสารไร้สาย (3G และ WiMax) ได้เร็วมากเท่าใด ก็จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการพัฒนาด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ สังคมและเพื่อการพัฒนาประเทศ เพื่อการแข่งขันในระดับสากล



 2) ควรมีการดำเนินการเร่งรัด ผลักดัน ให้มีการออกใบอนุญาตประกอบกิจการสื่อสารไร้สาย (3G และ WiMax) โดยเร็ว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ในด้านการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศไทยและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในหลาย ๆ ด้าน เช่น สามารถขยายบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปยังประชาชนได้โดยเร็ว อีกทั้งจะเป็นตัวเลือกหนึ่งให้กับประชาชนได้เลือกใช้บริการ



 3) หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) บริษัท ทรู มูฟ จำกัด หรือหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้างระบบเครือข่ายเพื่อให้บริการ ต่างมีความพร้อมในการให้บริการเทคโนโลยี 3G และ WiMax ย่อมไม่มีเหตุผลใดที่ผู้รับผิดชอบจะไม่ดำเนินการโดยรวดเร็วและชัดเจน เพื่อให้มีการให้ใบอนุญาตเพื่อประกอบการโดยเร็ว



 4) ถ้ามีใบอนุญาต 3G และ WiMax เกิดขึ้น ก็ต้องมีลงทุนจากต่างประเทศ ลงทุนในประเทศ เป็นเม็ดเงินลงมา จะมีการจ้างงาน มีการซื้อของที่ผลิตในประเทศไม่ว่าจะเป็นสายเคเบิลเสาเพาเวอร์ ตู้เก็บคอนเทนเนอร์ จ้างการขนส่งอื่น ๆ ส่งผลให้มีกระแสเงินหมุนเวียนในสังคมทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งยังเป็นการสร้างธุรกิจต่อเนื่องได้ กล่าวคือถ้ามีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่กระจายไปหลายที่ได้ ก็มีการสร้างธุรกิจต่อเนื่อง มีการสร้างแอปพลิเคชั่น (Application) และจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ให้ต่างประเทศใช้ในการตัดสินใจมาลงทุนในประเทศไทย รวมถึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานให้กับรัฐบาล หน่วยงานของรัฐ ที่จะนำมาให้บริการกับประชาชนในแง่ของบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐหรือ E-government



ที่มา : senate.go.th

      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #8 เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2552, 11:56:22 »

ของแถมให้ผู้สนใจ นะครับ ... ว่างแล้วจะมาโพสต่อ ^_^


10 เว็บเรียนฟรีที่ดีที่สุดจากมหาวิทยาลัยดัง

10 เว็บไซต์สำหรับผู้ที่อยากเพิ่มพูนความรู้ครับ :)

1. Massachusetts Institute of Technology (mit.edu)
Free MIT Courses Online
http://ocw.mit.edu/OcwWeb/web/home/home/index.htm
เว็บนี้มีมากกว่า 1,800 คอร์ส ผมแนะนำให้เข้าไปดูตรงส่วน Audio/Video Courses ครับ จะเป็นหน้ารวบรวมคอร์สที่มีภาพหรือเสียงประกอบ นอกจากนี้ยังมีการแปลคอร์สบางคอร์สเป็นภาษาอื่นๆด้วย ที่สำคัญคือมันมีภาษาไทย แปลโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครับ :) เข้าไปดูได้ที่ http://ocw.mit.edu/OcwWeb/web/courses/lang/th/th.htm

2. Open University (open.ac.uk)
Free Open University Courses Online
http://openlearn.open.ac.uk/
คอร์สจาก Open University สถาบันการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ มีเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ศิลปะ ประวัติศาสตร์ ธุรกิจ การศึกษา สารสนเทศ การคำนวณ คณิตศาสตร์ สถิติ วิทยาศาสตร์ สุขภาพ และเทคโนโลยี

3. Carnegie Mellon University (cmu.edu)
Free Carnegie Mellon CoursesOnline
http://www.cmu.edu/oli/
เปิดให้เรียนผ่านโปรแกรมที่ชื่อว่า Open Learning Initiative ซึ่งมุ่งเน้นให้ทุกคนได้เรียนในระดับคำแนะนำเกี่ยวกับวิชาที่สนใจ มีคอร์สครอบคลุมหลาบวิชาได้แก่ สถิติ ชีววิทยา เคมี เศรษฐศาสตร์ ภาษาฝรั่งเศส และฟิสิกส์

4. Tufts University (tufts.edu)
Free Tufts University Courses Online
http://ocw.tufts.edu/
ใช้โปรแกรม OpenCourseWare เช่นเดียวกับ MIT เรียงเนื้อหาตามโรงเรียน เช่น โรงเรียนวิทยาศาสตร์และศิลปะ โรงเรียนการแพทย์ มีเล็กเชอร์ การบ้าน และเนื้อหาต่างๆ ให้ดาวน์โหลด

5. Stanford (stanford.edu)
Stanford Courses on iTunes U
http://itunes.stanford.edu/
เปิดให้ดาวน์โหลดเนื้อหาผ่านโปรแกรม iTunes (ดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่ http://www.apple.com/itunes/download/ ) โดยสามารถดาวน์โหลดไปฟังใน iPod ได้ทันทีครับ

6. University of California, Berkeley (berkeley.edu)
Free UC Berkley Courses Online
http://webcast.berkeley.edu/courses.php
มีการถ่ายทอดสดผ่านเว็บ และวิดีโอออนดีแมนด์ตั้งแต่ปี 2001 มีคอร์สหลายร้อยคอร์ส เปิดให้ดาวน์โหลดในรูปแบบ podcast และ webcast มีวิชาที่น่าสนใจต่างๆได้แก่ ดาราศาสตร์ ชีววิทยา เคมี การเขียนโปรแกรม วิศวกรรมศาสตร์ จิตวิทยา กฎหมาย และปรัชญา

7. Utah State University (usu.edu)
Free Utah State University Courses Online
http://ocw.usu.edu/
ครอบคลุมแทบทุกวิชาตั้งแต่มานุษยวิทยาจนถึงฟิสิกส์ สามารถดาวน์โหลดเนื้อหาในรูปไฟล์ zip ได้

8. Kutztown University of Pennsylvania (kutztownsbdc.org)
Free Kutztown University Courses Online
http://www.kutztownsbdc.org/course_listing.asp
เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมเนื้อหาด้านธุรกิจไว้มากที่สุดบนอินเทอร์เน็ต มีคอร์สตั้งแต่การบัญชี การเงิน การปกครอง กฎหมายธุรกิจ การตลาดและการขาย มีข้อความ รูปภาพ เสียง และกรณีศึกษาแบบอินเตอร์แอคทีฟ

9. University of Southern Queensland (usq.edu.au)
Free USQ Courses Online
http://ocw.usq.edu.au/
มหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย มีคอร์สต่างๆจากห้าคณะ ครอบคลุมตั้งแต่การสื่อสาร วิทยาศาสตร์ การวางแผนอาชีพ เทคโนโลยี และการสร้างสื่อการเรียนการสอน

10. University of California, Irvine (uci.edu)
Free UC Irvine Courses Online
http://ocw.uci.edu/
ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนการเงิน ทรัพยากรมนุษย์ ตลาดทุน และ e-marketing มีให้ดาวน์โหลดหลักสูตร เล็กเชอร์ การบ้าน และข้อสอบ

ที่มา http://education-portal.com/articles/Universities_with_the_Best_Free_Online_Courses.html


*เพิ่มเติม

Thailand Cyber University Project
http://www.thaicyberu.go.th/
มหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย มีคอร์สต่างๆน่าสนใจที่เป็นภาษาไทยให้เลือกเรียนเยอะแยะเลยทีเดียวครับ

      บันทึกการเข้า
yc
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 557

เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 07 ธันวาคม 2552, 08:14:34 »

สวัสดีครับ ดร.มนตรี

ได้เคยอ่านข้อเขียนของคุณบ่อยๆ โดยเฉพาะเรื่่องการสื่อสาร
รู้สึกดีใจและภูมิใจ ที่มีสายสัมพันธ์กับผู้มีความรู้ที่มีความคิด

ประเทศไทยยุคประชาธิปไตย(นับแต่2475)
ถูกนำโดยเอกชน
คือเอกชนนำเสนอผู้มีอำนาจ
รอผู้มีอำนาจเห็นชอบจึงยอมให้ทำ
ผู้มีอำนาจยุคประชาธิปไตยของไทย ไม่เก่งพอที่จะรับรู้เรื่องข้างหน้า
เพื่อวางแผนให้คนไทย

ต่่างกับยุคก่อนหน้า ร.1-ร.7
กษัตริย์คือผู้มีอำนาจ ซึ่งได้มองไปข้างหน้าและเตรียมการให้คนไทยล่วงหน้าเสมอ
แม้แต่เรื่องประชาธิปไตย ซึ่งต้องกระทบกับอำนาจของกษัตริย์ ก็ยังถูกเตรียมไว้

ยุคปัจจุบัน ร.9 พระองค์มองไปข้างหน้านับสิบๆปี
ดังหลายเรื่องราวที่พวกเราได้สัมผัส

แต่ผู้มีอำนาจยุคประชาธิปไตยขาดความสามารถ(ขาดความจริงใจด้วยหรือไม่ไม่ทราบครับ)
จึงไม่อาจรับรู้โลกข้่างหน้า

ช่วยกันสู้ต่อครับ





      บันทึกการเข้า
yc
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 557

เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 07 ธันวาคม 2552, 08:50:59 »

อ้างถึง
ข้อความของ ดร.มนตรี เมื่อ 25 พฤศจิกายน 2552, 11:35:51
ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จัก Singapore และ WiMAX Forum กันก่อน นะครับ ^_^


สิงคโปร์ ปิ๊งๆ



สิงคโปร์ประเทศเพื่อนบ้านของไทย ซึ่งเพิ่งได้รับเอกราชเมื่อ 33 ปีก่อนได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่า การปฏิรูปการศึกษา คือกลไกสำคัญที่จะสร้างศักยภาพของชาติให้สามารถก้าวขึ้นเป็นประเทศชั้นนำของโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี และเป็นประเทศเดียวที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคงในยุคเศรษฐกิจถดถอยของเอเชีย

จากประเทศเล็ก ๆ ที่มีทรัพยากรอย่างจำกัด แต่ด้วยความเชื่อมั่นว่าทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพคือกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ผู้นำของสิงคโปร์ได้ทุ่มเทงบประมาณ 1 ใน 4 ของประเทศมาใช้ในการพัฒนาการศึกษา และดำเนินการปฏิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันกับสังคมโลก

ผลจากการปฏิรูปการศึกษา ทำให้การศึกษาของสิงคโปร์เป็นที่ยอมรับว่ามีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับประเทศตะวันตก ในจำนวนประชากรที่มีอัตราการรู้หนังสือ 91.3 % นั้น ร้อยละ 47.2 จะรู้สองภาษาหรือมากกว่า ในด้านศักยภาพการแข่งขัน นักเรียนมัธยมศึกษาของสิงคโปร์สามารถทำคะแนนได้เป็นที่ 1 ของโลกในด้านวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์

ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางการเมือง และมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากสวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และเยอรมนี เป็นศูนย์กลางการพาณิชย์และอุตสาหกรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก มีแรงงานระดับกลางที่มีทักษะฝีมือดีที่สุดในเอเชีย ประชากรมีรายได้ต่อหัวปีละ 26,400 เหรียญสหรัฐ มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยร้อยละ 9 ต่อปี เป็น 1 ใน 10 ประเทศชั้นนำของโลกที่มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศทันสมัยมาใช้อย่างกว้างขวาง และเมื่อ เร็ว ๆ นี้ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีศักยภาพในการแข่งขันเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา

ยุทธศาสตร์และความสำเร็จในการปฏิรูปการศึกษาของสิงคโปร์

สิงคโปร์กำลังก้าวสู่การปฏิรูปการศึกษาที่มีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น โดยกำหนดวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ที่ก้าวหน้าท้าทาย มิติใหม่ในการปฏิรูปการศึกษาของสิงคโปร์ที่สำคัญมีดังนี้

1) การปฏิรูปเทคโนโลยีสารสนเทศ

ได้กำหนดวิสัยทัศน์ "เทคโนโลยีสารสนเทศ 2000 : วิสัยทัศน์การเป็นเกาะแห่งอัจฉริยะ" (IT 2000 : A Vision of an Intelligent Island) โดยกำหนดแผนยุทธศาสตร์ IT 2000 หรือ "IT 2000 Masterplan" ซึ่งกำหนดเป้าหมาย พัฒนาสิงคโปร์ให้เป็นศูนย์กลางระดับโลก ปรับปรุงคุณภาพชีวิต ส่งเสริมกลไกทางเศรษฐกิจ เชื่อมโยงสังคมทั้งในระดับชาติและระดับโลก และส่งเสริมศักยภาพของบุคคล โดยมีคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ (National IT Committee) และคณะกรรมการคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (National Computer Board) หรือ NCB เป็นองค์กรสำคัญในการปฏิรูปดังกล่าว

2) การปฏิรูปวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ได้กำหนดวิสัยทัศน์ให้สิงคโปร์ เป็นศูนย์แห่งความเป็นเลิศ (Center of Excellence) ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กำหนดแผนเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Technology Plan : NTP) เพื่อสร้าง "Singapore Technology Corridor" ให้เป็นที่ตั้งสถาบันและศูนย์การวิจัยและพัฒนา แหล่งอุตสาหกรรมที่มีความก้าวหน้าสูงทางเทคโนโลยี และสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ โดยสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบในการดำรงชีวิต จัดตั้ง Science Park เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดให้มี Technology Month เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมในการวิจัยและพัฒนา โดยมีการมอบรางวัลเกียรติยศระดับชาติด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้แก่บุคคลและภาคธุรกิจ เอกชน นอกจากนั้น ยังกำหนดแผนพัฒนาสังคม โดยเน้นการผลิตกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและสร้างความเชื่อมโยงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับนานาชาติ ในการปฏิรูปวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีคณะกรรมการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Science and Technology Board) หรือ NSTB เป็น องค์กรสำคัญ

3) การปฏิรูปนวัตกรรม

ได้ส่งเสริมนักนวัตกรรมเพื่อประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ กำหนดแผนพัฒนานวัตกรรม (Innovation Development Scheme) และแผนให้ความช่วยเหลือนักนวัตกรรม (Innovator’s Assistance Scheme : IAS) ในการจดทะเบียนลิขสิทธิ์ จัดตั้งสมาคมนักนวัตกรรม (Innovators’ s Club) และศูนย์นวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ (Center for Strategic Process Innovation : CSPI) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจัดฝึกอบรมโดยนำนวัตกรรมต่าง ๆ ไปใช้ เพื่อให้องค์กรปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงาน ในการส่งเสริมนวัตกรรมมี NSTB เป็นผู้วางแผนดำเนินงานและให้การสนับสนุน

4) การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน (Skill Development)

ได้กำหนดแผนสร้างแรงจูงใจต่าง ๆ เพื่อให้ภาคธุรกิจเอกชนจัดฝึกอบรมให้แก่กำลังแรงงาน เพื่อยกระดับทักษะฝีมือแรงงานโดยรัฐให้ความสนับสนุนและช่วยเหลือด้านงบประมาณ และให้สถาบันการศึกษาทางเทคนิค (Institute of Technical Education : ITE) ร่วมกับภาคธุรกิจจัดฝึกอบรมหลักสูตรต่าง ๆ แก่กำลังแรงงาน เพื่อยกระดับความรู้และทักษะฝีมือแรงงาน

5) การปฏิรูปอุดมศึกษา

เพื่อขานรับวิสัยทัศน์ IT 2000 มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore) หรือ NUS ได้พัฒนาเทคโนโลยี สารสนเทศ โดยเชื่อมโยงเครือข่ายการวิจัยทั่วโลก และได้ตั้งเป้าหมายว่า ในปี 2000 จะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพและมาตรฐานเทียบเท่ามหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก และเป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศด้านการวิจัย

NUS ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 มหาวิทยาลัยยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย และผลงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และแพทย์ศาสตร์ของมหาวิทยาลัย ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม 5% แรกของสถาบันยอดเยี่ยมของโลก สำหรับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (Nanyang Technological University) หรือ NTU ได้ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศทางการศึกษาระดับนานาชาติ และเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในระดับนานาชาติ เพื่อขานรับวิสัยทัศน์ IT 2000 NTU ได้พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศโดยเชื่อมโยงเครือข่ายการวิจัยทั่วโลก และเมื่อเร็ว ๆ นี้ NTU ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 สถาบันเทคโนโลยียอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ส่วนสถาบันการศึกษาแห่งชาติ (National Institute of Education : NIE) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ NTU ก็มุ่งสร้างความเป็นเลิศในการวิจัยการศึกษา โดยจัดตั้งศูนย์วิจัยที่เรียกว่า "NIE Center for Educational Research : NIECE" และศูนย์ผู้บริหารที่เรียกว่า "Principals’ Education Center" เพื่อให้เป็นศูนย์ความเป็นเลิศในการพัฒนาวิชาชีพครูและผู้บริหารโรงเรียนในระดับนานาชาติ

*** เงื่อนไขความสำเร็จ

วิสัยทัศน์ผู้นำ
   
นับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญลำดับแรกที่เป็นเงื่อนไขความสำเร็จในการปฏิรูปการศึกษาของสิงคโปร์ สิงคโปร์มีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล สามารถมองอนาคตได้อย่างถูกต้อง และแก้ปัญหาได้ตรงจุด


ถ้าสิงคโปร์ได้เอกราชเมื่อ33 ปีก่อน ก็ตรงกัีบ ค.ศ.1976  ซึ่งเป็นเวลาที่สหรัฐยกเลิกการผูกติดค่าเงินกับทองคำ
ได้ 5 ปี (1971 สหรัฐยกเลิกข้อตกลงการแลกดอลลาร์กับทองคำ ทำให้ราคาทองต่อดอลลาร์เป็นไปตามกลไกตลาด)
นับเ้ป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับสิงคโปร์

การเติบโตในยุคเริ่มต้นของดอลลาร์ภิวัฒน์
การเป็นเมืองท่าค้าขาย
การขาดแคลนทรัพยากรพื้นฐาน
การไ้ด้ผู้นำที่เก่ง(เก่งอย่างนี้ ใช้คำว่าผู้นำได้ครับ)
เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้สิงคโปร์มีวันนี้

......................................
การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ

การศึกษาให้ความรู้
ความรู้จะมีค่าเมื่อได้นำไปก่อประโยชน์

ผมยอมรับว่า ประเทศเราให้ความสำคัญกับการศึกษาไม่มาก
แต่ผมก็มีคำถามว่า เราได้ใช้ความรู้จากคนที่ได้รับการศึกษาอย่างสมศักยภาพหรือยัง

การขยายการศึกษาทั้งแง่คุณภาพและปริมาณ
ต้องทำควบคู่กับการเพิ่มโอกาสในการใช้ความรู้

วันนี้หากเปรียบเทียบกันระหว่าง 2 สิ่ง คือ
การศึกษา และ การให้โอกาสใช้ความรู้

ผมสรุปให้ตัวเองว่า ประเทศเรา การศึกษา นำ การให้โอกาสใช้ความรู้ อยู่หลายช่วงตัว

มันเหมือนขั้นบันไดแหละครับ
แต่ละขั้นต้องส่งเสริมคู่กันไป




      บันทึกการเข้า
EdDy_Smart81
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 654

« ตอบ #11 เมื่อ: 07 ธันวาคม 2552, 10:17:13 »

ขอบคุณพี่ ดร.มนตรี สำหรับความรู้ด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร ผมว่าเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาว C-madong แน่นอนครับ
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #12 เมื่อ: 09 ธันวาคม 2552, 20:26:06 »

มาอ่านมุมมองพี่ yc  ... น่าสนใจครับพี่  ขอบคุณครับ ...



สวัสดีครับน้อง EdDy_Smart81  ขอบคุณครับ  ^_^
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #13 เมื่อ: 14 มกราคม 2553, 18:33:02 »

สงกรานต์ปีนี้มีใครไปเที่ยว ไทเป มั๊ยครับ ...  ช่วงสงกรานต์ ผมได้รับเชิญไปพูดที่นั่น  ...

พี่น้อง หากมาเที่ยว ก็แวะมาเยี่ยมกันนะครับ เดี๋ยวเลี้ยงหนม และจะพาเยี่ยมชมเทคโนโลยี  4G  ^_^  


ปล.

บ้านเรา 3G ยังไม่ไปไหนเลย ต้องไปพูดเรื่อง 4G ให้ต่างชาติฟังแทน ...  เอิ่มม

เพราะชาวโลกเขาไป 4G กันแล้ว... เสียดายโอกาสของประเทศจริงๆ   สะใจจัง



http://asia.wimax-vision.com/

      บันทึกการเข้า
demagogue
มือใหม่หัดเมาท์
*


ไม้ซีก งัด อำนาจเงิน
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108

« ตอบ #14 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 02:02:56 »

ทานโทษครับ ท่านผู้อ่าน ไม่ทราบแรงบันดาลใจอะไรทำให้กระผมหลุดเข้าไปค้นพบบทความเกี่ยวกับสิงคโปร์ ของ รศ.ดร.วินัย   รังสินันท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัย นานาชาติแสตมฟอร์ด จาก url นี้
http://74.125.155.132/search?q=cache:0fqOKhKqqQEJ:www.cpu.ac.th/2008/File/ppt/Education%2520Singapore.ppt+%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2+%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%8C&cd=1&hl=en&ct=clnk&gl=us
เหมือนกันเปี๊ยบกับที่ ท่าน ดร.มนตรี กรุณาเขียนลงในเวบนี้
เลยไม่รู้ว่าใครเอาของใครมาโดยลืมให้เครดิตกัน(ทางวิชาการถือว่า "สำคัญมาก" นะครับ)
หรือถ้ามองในแง่ดี ก็อาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้มามีไอเดียเหมือนกัน(เปี๊ยบ)

ถ้า ดร.วินัย เป็นเจ้าของบทความ ผมก็ขอถือโอกาสขอบคุณแทนชาวเวบที่ได้รับความรู้จากท่าน และ ขอขอบคุณ ดร.มนตรี ที่เป็น "ผู้นำสาร" มาแจกจ่าย

ขณะเดียวกัน....

ถ้า ดร.มนตรี เป็นเจ้าของบทความ ผมก็ขอถือโอกาสขอบคุณแทนชาวเวบที่ได้รับความรู้จากท่าน และ ขอติเตียน ดร.วินัย ที่เอาความคิด ดร.มนตรี ของเราไปใช้ โดยมิได้ให้เครดิตแม้แต่น้อยครับ....
      บันทึกการเข้า
demagogue
มือใหม่หัดเมาท์
*


ไม้ซีก งัด อำนาจเงิน
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108

« ตอบ #15 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 02:21:38 »

เรื่องนี้สำคัญมาก และ อันตรายมาก นะครับ ในการอ้างอิงทางวิชาการ
เพราะถ้าใครไป search ใน google หาข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาของสิงคโปร์ แล้วพบเจอว่าเป็นผลงานของ ดร.วินัย แล้วเอาไปอ้างอิงต่อโดยให้เครดิตต่อ ดร.วินัย  ท่าน ดร.มนตรี จะรู้สึกอย่างไร  งานนี้ ดร.มนตรี ต้องฟ้อง ดร.วินัย นะครับ เพื่อรักษาเกียรติภูมิ และปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของท่าน และศักดิ์ศรีของบอร์ดซีมะโด่งของเรา ที่เป็นต้นทางของบทความ
แต่.......

ในทางกลับกัน..... ในทางกลับกัน..... ในทางกลับกัน..... ในทางกลับกัน..... ในทางกลับกัน..... ในทางกลับกัน..... ในทางกลับกัน..... ในทางกลับกัน.....

(ผมเองก็สงกะสัย ตะหงิดๆ ว่า มันจะ ในทางกลับกัน..... เสียละมากกว่านะครับ)

พล.อ.ท.ผศ.ดร.นพ.มรว.มีตรน  ล้นถ้วยชา (เจ้าเก่า)
      บันทึกการเข้า
demagogue
มือใหม่หัดเมาท์
*


ไม้ซีก งัด อำนาจเงิน
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108

« ตอบ #16 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 02:47:15 »

ผมขอออกมาดักคอไว้ก่อนเลยนะครับว่า ดร.วินัย จะต้องออกมาแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่า

"ก็เห็นเป็นเวบบอร์ดเล็กๆ เฉพาะกลุ่มสมาชิกชุมชน เลยพลั้งเผลอไม่ได้ให้เครดิตแก่เจ้าของบทความ" อะไรทำนองนี้


แต่พวกเราชาวซีมะโด่งต้องยืนหยัด สนับสนุน ดร.มนตรี ของเราให้เอาเรื่องให้ได้นะครับ 


อะไรกัน วิชาการก็ยังปล้น....ทำไปด๊ายยยยยย

พล.อ.ท.ผศ.ดร.นพ.มรว.มีตรน  ล้นถ้วยชา (เจ้าเก่า)
      บันทึกการเข้า
suriya2513
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,450

« ตอบ #17 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 03:07:01 »

เท่าที่พิจารณาดูจากหลักฐานวันเวลาต่างๆ บทความนี้ก็คงเป็นของดร.วินัยแหละครับ
และเท่าที่ตรวจสอบโดยละเอียด ดร.มนตรี ก็ไม่ได้อ้างว่าตัวเองเป็นผู้เขียนแต่อย่างใด
ดร.มนตรีคงจะเผลอไป หลงลืมในอันที่จะอ้างแหล่งที่มาของเอกสาร
...
ผมก็อยากจะให้ ดร.มนตรี รีบออกมาโพสท์ขอโทษดร.วินัย ที่ไม่ได้อ้างว่าเป็นผลงานของดร.วินัย
พร้อมทั้งขอโทษชาวซีมะโด่งดอทคอม ที่ความพลั้งเผลอครั้งนี้ของดร.มนตรี อาจทำให้พวกเราเข้าใจผิด
...
และผมก็อยากขอร้องให้คุณ demagogue ได้เห็นแก่สิ่งที่พวกเรามีอยู่ร่วมกัน
คือการมีรากมาจากแหล่งเดียวกัน...สิ่งที่เราควรจะมอบให้แก่กัน ควรจะเป็นความรัก เมตตา และการให้อภัย
      บันทึกการเข้า

[โบราณคดี]จุดกำเนิดเริ่มต้นของ cmadong.com by : มานพ กลับดี  คลิ๊ก->
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #18 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 07:42:26 »

อ้างถึง
ข้อความของ demagogue เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 02:47:15
ผมขอออกมาดักคอไว้ก่อนเลยนะครับว่า ดร.วินัย จะต้องออกมาแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่า

"ก็เห็นเป็นเวบบอร์ดเล็กๆ เฉพาะกลุ่มสมาชิกชุมชน เลยพลั้งเผลอไม่ได้ให้เครดิตแก่เจ้าของบทความ" อะไรทำนองนี้


แต่พวกเราชาวซีมะโด่งต้องยืนหยัด สนับสนุน ดร.มนตรี ของเราให้เอาเรื่องให้ได้นะครับ 


อะไรกัน วิชาการก็ยังปล้น....ทำไปด๊ายยยยยย

พล.อ.ท.ผศ.ดร.นพ.มรว.มีตรน  ล้นถ้วยชา (เจ้าเก่า)


อ้างถึง
ข้อความของ suriya2513 เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 03:07:01
เท่าที่พิจารณาดูจากหลักฐานวันเวลาต่างๆ บทความนี้ก็คงเป็นของดร.วินัยแหละครับ
และเท่าที่ตรวจสอบโดยละเอียด ดร.มนตรี ก็ไม่ได้อ้างว่าตัวเองเป็นผู้เขียนแต่อย่างใด
ดร.มนตรีคงจะเผลอไป หลงลืมในอันที่จะอ้างแหล่งที่มาของเอกสาร
...
ผมก็อยากจะให้ ดร.มนตรี รีบออกมาโพสท์ขอโทษดร.วินัย ที่ไม่ได้อ้างว่าเป็นผลงานของดร.วินัย
พร้อมทั้งขอโทษชาวซีมะโด่งดอทคอม ที่ความพลั้งเผลอครั้งนี้ของดร.มนตรี อาจทำให้พวกเราเข้าใจผิด
...
และผมก็อยากขอร้องให้คุณ demagogue ได้เห็นแก่สิ่งที่พวกเรามีอยู่ร่วมกัน
คือการมีรากมาจากแหล่งเดียวกัน...สิ่งที่เราควรจะมอบให้แก่กัน ควรจะเป็นความรัก เมตตา และการให้อภัย


ข้อมูลที่เอามาแชร์ ตัดมาจากบางส่วนของไฟล์ Word ที่มีอยู่ครับ และถ้าเจ้าของบทความเป็น ดร.วินัย ขออนุญาตให้เครดิต ท่านนะครับ
      บันทึกการเข้า
swsm
Cmadong Member
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
****


@@ ยาหยี @@
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: Rcu2523
คณะ: Comm Arts
กระทู้: 28,369

« ตอบ #19 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 09:03:25 »

อะอ้าว .. แล้วกัน !?!       งง งง

      บันทึกการเข้า

.. don't play with me, cos I know how to play it too .. may be better than you do ..
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #20 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 10:01:33 »

ผมก็อยากจะให้ ดร.มนตรี รีบออกมาโพสท์ขอโทษดร.วินัย ที่ไม่ได้อ้างว่าเป็นผลงานของดร.วินัย
พร้อมทั้งขอโทษชาวซีมะโด่งดอทคอม ที่ความพลั้งเผลอครั้งนี้ของดร.มนตรี อาจทำให้พวกเราเข้าใจผิด
...(ดร.สุริยา)

ข้อมูลที่เอามาแชร์ ตัดมาจากบางส่วนของไฟล์ Word ที่มีอยู่ครับ และถ้าเจ้าของบทความเป็น ดร.วินัย ขออนุญาตให้เครดิต ท่านนะครับ( ดร.มนตรี )



งงงง...... งง งง งง งง งง งง งง งง
ใครขอโทษใคร แล้วยังหว่า..Huh?Huh??
เหอๆๆ เหอๆๆ
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #21 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 10:16:17 »

อ้างถึง
ข้อความของ seree_60 เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 10:01:33
ผมก็อยากจะให้ ดร.มนตรี รีบออกมาโพสท์ขอโทษดร.วินัย ที่ไม่ได้อ้างว่าเป็นผลงานของดร.วินัย
พร้อมทั้งขอโทษชาวซีมะโด่งดอทคอม ที่ความพลั้งเผลอครั้งนี้ของดร.มนตรี อาจทำให้พวกเราเข้าใจผิด
...(ดร.สุริยา)

ข้อมูลที่เอามาแชร์ ตัดมาจากบางส่วนของไฟล์ Word ที่มีอยู่ครับ และถ้าเจ้าของบทความเป็น ดร.วินัย ขออนุญาตให้เครดิต ท่านนะครับ( ดร.มนตรี )



งงงง...... งง งง งง งง งง งง งง งง
ใครขอโทษใคร แล้วยังหว่า..Huh?Huh??
เหอๆๆ เหอๆๆ


ไม่ได้ขอโทษด้วยเหตุผล 2 ประการครับ

1. ยังไม่แน่ใจว่า Original ของบทความจริงๆ คือท่านใด เนื่องจาก เข้าไปดูตามลิงค์ มีอ้างอิง ไปที่: http://www.onec.go.th/publication/4210045/summary.htm  (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา)


2. ไฟล์ Word ที่ผมมีอยู่ ไม่ได้ระบุที่มาของผู้เขียนครับ และการนำเสนอเพียงต้องการแชร์ข้อมูลที่มีอยู่และเห็นว่าเป็นประโยชน์เท่านั้น ไม่ได้นำไปหาผลประโยชน์ทางวิชาการใดๆ จึงมั่นใจว่าไม่ได้กระทำผิด ถึงขั้นต้องขอโทษ


      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #22 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 10:41:11 »

อย่างไรก็ดี ขอบคุณพี่ป๋อง มากนะครับ สำหรับ ข้อแนะนำ ...

หรือหากผมใช้วิจารณญาณ ผิดพลาดประการใด ยินดีรับคำชี้แนะนะครับ พี่ ^_^





ด้วยความเคารพ ครับ
      บันทึกการเข้า
BU_MEE
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #23 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 11:00:28 »

ขออนุญาต พี่ ๆ  รวมทั้งพี่ demagogue  และพี่โอ๊ะ ที่เคารพนับถือ ทุกท่าน

หากล่วงเกินก็ขออภัยเป็นอย่างยิ่ง มา ณ ที่นี้ค่ะ  sorry


---------------------------------------------------------------------------------

หนูเคยมีหนังสือเล่มนี้ค่ะ  น่าจะใช่เล่มเดียวกัน
นับตั้งแต่ สกศ. ลงเนื้อหาออนไลน์แล้ว เล่มนี้จึงถูกย่อยสลายไปในทันที

เนื้อหาไม่ใช่ของ รศ.ดร.วินัย   รังสินันท์  อย่างแน่นอนค่ะ

เป็นของคณะนักวิจัยจาก สกศ. จำชื่อไม่ได้แล้วค่ะ ตีพิมพ์ปี 2541

---------------------------------------------------------


เมื่อดูจาก บทสรุปที่พี่ให้ลิ้งค์มา ก็น่าจะเป็นเล่มเดียวกัน

"สิงคโปร์ประเทศเพื่อนบ้านของไทย ซึ่งเพิ่งได้รับเอกราชเมื่อ 33 ปีก่อนได้"



ด้วยความเคารพนับถือทุกท่านค่ะ    sorry




--------------------------------------------

ถ้าไม่ใช่โปรดชี้แนะหนูด้วยนะคะ  อาจให้ข้อมูลผิดค่ะ  sorry
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #24 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 11:14:18 »

อ้างถึง
ข้อความของ BU_MEE เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 11:00:28
ขออนุญาต พี่ ๆ  รวมทั้งพี่ demagogue  และพี่โอ๊ะ ที่เคารพนับถือ ทุกท่าน

หากล่วงเกินก็ขออภัยเป็นอย่างยิ่ง มา ณ ที่นี้ค่ะ  sorry


---------------------------------------------------------------------------------

หนูเคยมีหนังสือเล่มนี้ค่ะ  น่าจะใช่เล่มเดียวกัน
นับตั้งแต่ สกศ. ลงเนื้อหาออนไลน์แล้ว เล่มนี้จึงถูกย่อยสลายไปในทันที

เนื้อหาไม่ใช่ของ รศ.ดร.วินัย   รังสินันท์  อย่างแน่นอนค่ะ

เป็นของคณะนักวิจัยจาก สกศ. จำชื่อไม่ได้แล้วค่ะ ตีพิมพ์ปี 2541

---------------------------------------------------------


เมื่อดูจาก บทสรุปที่พี่ให้ลิ้งค์มา ก็น่าจะเป็นเล่มเดียวกัน

"สิงคโปร์ประเทศเพื่อนบ้านของไทย ซึ่งเพิ่งได้รับเอกราชเมื่อ 33 ปีก่อนได้"



ด้วยความเคารพนับถือทุกท่านค่ะ    sorry




--------------------------------------------

ถ้าไม่ใช่โปรดชี้แนะหนูด้วยนะคะ  อาจให้ข้อมูลผิดค่ะ  sorry


ขอบคุณครับ น้อง BU_MEE ^_^

ปล.

พี่น้องท่านใดมีข้อเสนอแนะยินดีนะครับ ต้องขออนุญาตทำงานต่อหล่ะ ว่างแล้วจะเข้ามาดูใหม่ ^_^
      บันทึกการเข้า
suriya2513
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,450

« ตอบ #25 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 11:41:29 »

ก็ไม่มีอะไรมากกว่าที่จะย้ำ ให้ทุกคนคิดว่าการเข้ามาในซีมะโด่งดอทคอม ก็เพื่อจะมาหามิตร
ใครที่ไม่ถูกจริตกับเรา ซึ่งก็ย่อมต้องมีแน่นอน เราก็อย่าไปสมจรกับเขาเสีย ก็หมดเรื่อง
อย่าไปต่อความยาวสาวความยืด อย่าไปขุดคุ้ยกัน ราวกับว่ากำลังจ้องทำลายล้างกัน
อย่าพยายามเอาชนะกันเลยครับ ไม่เป็นผลดีกับส่วนรวมแน่นอน
...
ในสังคมพี่ๆ น้องๆ ของเรานี้ ใครยอมแพ้ก่อน ก็ย่อมได้ความสบายใจไปเก็บไว้ก่อนนะครับ

      บันทึกการเข้า

[โบราณคดี]จุดกำเนิดเริ่มต้นของ cmadong.com by : มานพ กลับดี  คลิ๊ก->
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #26 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 12:03:18 »

ส่วนตัวแล้วไม่ค่อยซีเรียส นะครับ พี่ป๋อง ...


ออกจะขำขำ นิดๆ  ประมาณว่าเข้าใจ นะครับ ^_^
      บันทึกการเข้า
newstar
Cmadong พันธุ์แท้
****


Normal Man
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2532
คณะ: บัญชี'ถิติ
กระทู้: 2,978

« ตอบ #27 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 12:03:19 »

+100 สำหรับความเห็นพี่ป๋องครับ
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #28 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 12:08:59 »

อ้างถึง
ข้อความของ newstar เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 12:03:19
+100 สำหรับความเห็นพี่ป๋องครับ

ให้อีก +600


รวมเป็น +700  (กันไว้ก่อนเผื่อใครเผลอให้ +400 จะกลายเป็น 500 ไปซะ  เหอๆๆ )




ปล.  ทานข้าวหล่ะครับ โชคดีมีสุขครับทุกท่าน  ^_^
      บันทึกการเข้า
newstar
Cmadong พันธุ์แท้
****


Normal Man
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2532
คณะ: บัญชี'ถิติ
กระทู้: 2,978

« ตอบ #29 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 12:37:05 »

ขออนุญาตเปลี่ยนบรรยากาศนิ๊ดนึงครับ

"ยายไฮ" รับพระราชทานปริญญา http://goo.gl/UOzw
      บันทึกการเข้า
suriya2513
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,450

« ตอบ #30 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 12:45:57 »

ขอบคุณน้อง BU_MEE ที่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของเอกสาร
...ผมก็ต้องขอโทษ ดร.มนตรีละสินะคราวนี้ ที่ด่วนสรุปว่าบทความเป็นของ ดร.วินัย
กลายเป็นว่าเป็นบทความที่จัดทำโดยกลุ่มนักวิชาการของ onec (สนง.เลขาฯ สภาการศึกษาแห่งชาติ)
ซึ่งพิมพ์เผยแพร่มานานแล้ว จนยากที่จะหาต้นตอผู้เขียน เพื่อที่จะอ้างอิงได้อย่างถูกต้อง...

อยากให้เลิกแล้วต่อกันไปจังเลยครับ...
      บันทึกการเข้า

[โบราณคดี]จุดกำเนิดเริ่มต้นของ cmadong.com by : มานพ กลับดี  คลิ๊ก->
mek
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2540
คณะ: Vet 61
กระทู้: 627

« ตอบ #31 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 12:49:00 »

ขอเรียนถามเกี่ยวกับ wimax กับ 3G ครับ เท่าที่พอจะทราบ wimax น่าจะมีประสิทธิภาพดีกว่า แต่ในด้านต้นทุนไม่ทราบว่าตัวไหนถูกกว่ากันครับ ถ้า wimax ถูกกว่าหรือแพงกว่าไม่มาก ทำไมประเทศไทยไม่ประมูล wimax ไปเลยไม่ต้องประมูล 3G อยากทราบเป็นความรู้ครับเผื่อจะได้รู้ทิศทางในการซื้ออุปกรณ์สื่อสารชิ้นใหม่ในอนาคตว่าควรต้องรอนานแค่ไหน ขอบคุณครับ

ปล.เห็นด้วยกับความคิดเห็นของพี่ป๋องครับ
      บันทึกการเข้า

ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #32 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 12:56:36 »

อ้างถึง
ข้อความของ suriya2513 เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 12:45:57
ขอบคุณน้อง BU_MEE ที่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของเอกสาร
...ผมก็ต้องขอโทษ ดร.มนตรีละสินะคราวนี้ ที่ด่วนสรุปว่าบทความเป็นของ ดร.วินัย
กลายเป็นว่าเป็นบทความที่จัดทำโดยกลุ่มนักวิชาการของ onec (สนง.เลขาฯ สภาการศึกษาแห่งชาติ)
ซึ่งพิมพ์เผยแพร่มานานแล้ว จนยากที่จะหาต้นตอผู้เขียน เพื่อที่จะอ้างอิงได้อย่างถูกต้อง...

อยากให้เลิกแล้วต่อกันไปจังเลยครับ...



เรื่องด่วนสรุป ... เป็นเรื่องปกติของพวกเรา หลายๆท่านครับ  ผมเข้าใจ


ขอบคุณ  ขอโทษ ให้อภัย ... เป็นสิ่งดีที่ช่วยจรรโลงสังคมเราครับ


เพียงแต่ บางกรณี ... ผมไม่อยากให้เราใช้คำว่าขอโทษ หรือกล่าวโทษ กันง่ายเกินไป ...


โดยยังไม่มีความชัดเจนในเหตุและผล หน่ะครับ พี่ป๋อง   ^_^


ทำงานต่อหล่ะครับ ใคร คิดมาก ฉี่เหลือง ช่วยไม่ได้ นะ ...   ปิ๊งๆ




รักและเคารพ นะครับ  ...  ^_^
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #33 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 12:58:19 »

อ้างถึง
ข้อความของ mek เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 12:49:00
ขอเรียนถามเกี่ยวกับ wimax กับ 3G ครับ เท่าที่พอจะทราบ wimax น่าจะมีประสิทธิภาพดีกว่า แต่ในด้านต้นทุนไม่ทราบว่าตัวไหนถูกกว่ากันครับ ถ้า wimax ถูกกว่าหรือแพงกว่าไม่มาก ทำไมประเทศไทยไม่ประมูล wimax ไปเลยไม่ต้องประมูล 3G อยากทราบเป็นความรู้ครับเผื่อจะได้รู้ทิศทางในการซื้ออุปกรณ์สื่อสารชิ้นใหม่ในอนาคตว่าควรต้องรอนานแค่ไหน ขอบคุณครับ

ปล.ขอ +100 ให้ความคิดเห็นพี่ป๋องด้วยครับ


เดี๋ยวพี่ขออนุญาต ติดไว้ก่อนนะครับ เย็นๆเลิกงานแล้ว จะมาต่อให้ครับ น้อง ^_^
      บันทึกการเข้า
BU_MEE
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #34 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 13:10:34 »

อ้างถึง
ข้อความของ ดร.มนตรี เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 11:14:18

ขอบคุณครับ น้อง ^_^


เรียน ท่านพี่ ดร.มนตรี

ประทานโทษนะคะ   sorry
หนูขอซื้อคำว่า "น้อง" เฉย ๆ นะคะ
เปลี่ยนเป็น "น้อง BU_MEE" ฟังแล้วระรื่นหูกว่าค่ะ    บ่ฮู้บ่หัน


ขอบคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้ค่ะ  sorry


ปล. ชีวิตประจำวันของหนู ถ้าใครมาเรียกคำว่า "น้อง" เฉย ๆ ...หุหุ ....ถ้าไม่สนิทสนมขนาดหนักหรือเป็นผู้มีพระคุณอย่างสูง
       BU_MEE ต่อกลับทันทีค่ะsorry
      บันทึกการเข้า
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #35 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 13:11:52 »

อ้างถึง
ข้อความของ suriya2513 เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 11:41:29
ก็ไม่มีอะไรมากกว่าที่จะย้ำ ให้ทุกคนคิดว่าการเข้ามาในซีมะโด่งดอทคอม ก็เพื่อจะมาหามิตร
ใครที่ไม่ถูกจริตกับเรา ซึ่งก็ย่อมต้องมีแน่นอน เราก็อย่าไปสมจรกับเขาเสีย ก็หมดเรื่อง
อย่าไปต่อความยาวสาวความยืด อย่าไปขุดคุ้ยกัน ราวกับว่ากำลังจ้องทำลายล้างกัน
อย่าพยายามเอาชนะกันเลยครับ ไม่เป็นผลดีกับส่วนรวมแน่นอน
...
ในสังคมพี่ๆ น้องๆ ของเรานี้ ใครยอมแพ้ก่อน ก็ย่อมได้ความสบายใจไปเก็บไว้ก่อนนะครับ



ด้วยความเคารพพี่ป็อง ที่ออกมาประนีประนอม( และเด็กๆ ไม่ควรมาให้คะแนนพี่ป๋อง มันไม่งาม)
ประเด็นสำคัญที่ ควรเตือนสติ ทุกๆคน ที่ยกข้อเขียนมาโพสต์ในเวบ จำได้ว่า มีการเตือนว่า ให้ ทำลิ้งก์ ใส่ไว้ด้วย
( คิดว่า พี่ป๋องต้องเอา เรื่องนี้ ไปใส่ ในกฏกติกามารยาท ที่จะประกาศใช้ในเร็วๆนี้ด้วยครับ)
แม้ว่า จะไม่ชัดเจนว่า เป็น ผลงานของใคร หากเรายืมมาใช้ หรือนำมา เผยแพร่ ด้วยเจตนา อะไรก็แล้วแต่
ต้องบอกถึงที่มา ว่า มาจากไหน คนอ่านจะได้ไม่เข้าใจผิด ว่าเป็นผลงานของเรา
และถูกตั้งข้อสังเกต ทำให้ ชื่อเสียงมัวหมองไปโดยใช่เหตุ

ในฐานะรุ่นพี่ และเคยรับ มนตรี เข้าอบรม นักลงทุนรุ่นเยาว์ เมื่อหลายปีมาแล้ว และผมบอกเสมอว่า นักลงทุน ต้องมีคุณธรรม
จึงอยากบอกว่า  พี่น้องครับ ต้องขอโทษที่ไม่ได้ บอกถึงที่มาของบทความที่นำมาเผยแพร่ ด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ ทางวิชาการ
อาจทำให้เกิดการเข้าใจผิด ผมต้องขออภัย ทุกๆท่านมาณ ที่นี้
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
suriya2513
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,450

« ตอบ #36 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 13:40:03 »

อ้างถึง
ข้อความของ BU_MEE เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 13:10:34
อ้างถึง
ข้อความของ ดร.มนตรี เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 11:14:18

ขอบคุณครับ น้อง ^_^


เรียน ท่านพี่ ดร.มนตรี

ประทานโทษนะคะ   sorry
หนูขอซื้อคำว่า "น้อง" เฉย ๆ นะคะ
เปลี่ยนเป็น "น้อง BU_MEE" ฟังแล้วระรื่นหูกว่าค่ะ    บ่ฮู้บ่หัน


ขอบคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้ค่ะ  sorry


ปล. ชีวิตประจำวันของหนู ถ้าใครมาเรียกคำว่า "น้อง" เฉย ๆ ...หุหุ ....ถ้าไม่สนิทสนมขนาดหนักหรือเป็นผู้มีพระคุณอย่างสูง
       BU_MEE ต่อกลับทันทีค่ะท่านพี่ ดร.มนตรี ขา   sorry
แซวกันเล่นขำๆ นะครับน้อง BU_MEE

เรื่องนี้ต่างกับน้าจุลน้องสาวคุณนายทองเจือแม่พี่ป๋อง
ถ้าหลานคนไหนเรียกท่านว่าน้าจุล หลานคนนั้นจะเป็นหลานชังไปทันที
ถ้าใครเรียกน้าเฉยๆโดยไม่มีอะไรตามหลังท่านจะโปรดหลานคนนั้นมาก
คาดว่าคนสมัยก่อน คงถือว่าการเรียกศักดิ์แล้วมีชื่อตามหลังเป็นการเรียกแบบจิกหัวกัน

เดี๋ยวนี้น้าจุลท่านแก่มากแล้ว พวกหลานก็เริ่มแก่ เราก็ชักไม่เกรงใจท่านอย่างเคย
เพราะท่านยกมรดกให้เป็นที่เรียบร้อยหมดแล้ว จึงมักเรียกท่านอย่างล้อเลียนว่า "น้าเฉยๆ"

(นรกจะกินหัวพี่ป๋องไม๊เนี่ย)
      บันทึกการเข้า

[โบราณคดี]จุดกำเนิดเริ่มต้นของ cmadong.com by : มานพ กลับดี  คลิ๊ก->
เย่อ-ซีมะโด่ง70
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU70(2530)
คณะ: คณะหอฯ แผนกครุศาสตร์
กระทู้: 1,273

« ตอบ #37 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 13:48:14 »

อ้างถึง
ข้อความของ BU_MEE เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 13:10:34
อ้างถึง
ข้อความของ ดร.มนตรี เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 11:14:18

ขอบคุณครับ น้อง ^_^


เรียน ท่านพี่ ดร.มนตรี

ประทานโทษนะคะ   sorry
หนูขอซื้อคำว่า "น้อง" เฉย ๆ นะคะ
เปลี่ยนเป็น "น้อง BU_MEE" ฟังแล้วระรื่นหูกว่าค่ะ    บ่ฮู้บ่หัน


ขอบคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้ค่ะ  sorry


ปล. ชีวิตประจำวันของหนู ถ้าใครมาเรียกคำว่า "น้อง" เฉย ๆ ...หุหุ ....ถ้าไม่สนิทสนมขนาดหนักหรือเป็นผู้มีพระคุณอย่างสูง
       BU_MEE ต่อกลับทันทีค่ะsorry
  gek ขออนุญาตรับทราบด้วยคนนะครับ... เอิ่มม เอิ่มม เอิ่มม งง งง
      บันทึกการเข้า
BU_MEE
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #38 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 13:51:24 »

อ้างถึง
ข้อความของ suriya2513 เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 13:40:03
แซวกันเล่นขำๆ นะครับน้อง BU_MEE

เรื่องนี้ต่างกับน้าจุลน้องสาวคุณนายทองเจือแม่พี่ป๋อง
ถ้าหลานคนไหนเรียกท่านว่าน้าจุล หลานคนนั้นจะเป็นหลานชังไปทันที
ถ้าใครเรียกน้าเฉยๆโดยไม่มีอะไรตามหลังท่านจะโปรดหลานคนนั้นมาก
คาดว่าคนสมัยก่อน คงถือว่าการเรียกศักดิ์แล้วมีชื่อตามหลังเป็นการเรียกแบบจิกหัวกัน

เดี๋ยวนี้น้าจุลท่านแก่มากแล้ว พวกหลานก็เริ่มแก่ เราก็ชักไม่เกรงใจท่านอย่างเคย
เพราะท่านยกมรดกให้เป็นที่เรียบร้อยหมดแล้ว จึงมักเรียกท่านอย่างล้อเลียนว่า "น้าเฉยๆ"

(นรกจะกินหัวพี่ป๋องไม๊เนี่ย)


ขอบพระคุณค่ะ  sorry

แหะ ๆ ขึ้นอยู่กับว่า "ใครเรียก"  ค่ะ  sorry
ถ้าพี่ 24 ท่านหนึ่ง  เรียกว่า... I Bu_Mee ... ยิ่งรักเคารพมากขึ้นค่ะ  sorry
ถ้าพี่ อีก สองท่าน ที่หนูบอกว่า กลัว เรียก  I Bu_Mee ...ก็แสดงว่า ความรักและเคารพกันยังอยู่ค่ะ  sorry


รักค่ะ พี่เย่อ ปิ๊งๆ
      บันทึกการเข้า
mek
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2540
คณะ: Vet 61
กระทู้: 627

« ตอบ #39 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 13:52:37 »

อ้างถึง
ข้อความของ seree_60 เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 13:11:52
อ้างถึง
ข้อความของ suriya2513 เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 11:41:29
ก็ไม่มีอะไรมากกว่าที่จะย้ำ ให้ทุกคนคิดว่าการเข้ามาในซีมะโด่งดอทคอม ก็เพื่อจะมาหามิตร
ใครที่ไม่ถูกจริตกับเรา ซึ่งก็ย่อมต้องมีแน่นอน เราก็อย่าไปสมจรกับเขาเสีย ก็หมดเรื่อง
อย่าไปต่อความยาวสาวความยืด อย่าไปขุดคุ้ยกัน ราวกับว่ากำลังจ้องทำลายล้างกัน
อย่าพยายามเอาชนะกันเลยครับ ไม่เป็นผลดีกับส่วนรวมแน่นอน
...
ในสังคมพี่ๆ น้องๆ ของเรานี้ ใครยอมแพ้ก่อน ก็ย่อมได้ความสบายใจไปเก็บไว้ก่อนนะครับ



ด้วยความเคารพพี่ป็อง ที่ออกมาประนีประนอม( และเด็กๆ ไม่ควรมาให้คะแนนพี่ป๋อง มันไม่งาม)
ประเด็นสำคัญที่ ควรเตือนสติ ทุกๆคน ที่ยกข้อเขียนมาโพสต์ในเวบ จำได้ว่า มีการเตือนว่า ให้ ทำลิ้งก์ ใส่ไว้ด้วย
( คิดว่า พี่ป๋องต้องเอา เรื่องนี้ ไปใส่ ในกฏกติกามารยาท ที่จะประกาศใช้ในเร็วๆนี้ด้วยครับ)
แม้ว่า จะไม่ชัดเจนว่า เป็น ผลงานของใคร หากเรายืมมาใช้ หรือนำมา เผยแพร่ ด้วยเจตนา อะไรก็แล้วแต่
ต้องบอกถึงที่มา ว่า มาจากไหน คนอ่านจะได้ไม่เข้าใจผิด ว่าเป็นผลงานของเรา
และถูกตั้งข้อสังเกต ทำให้ ชื่อเสียงมัวหมองไปโดยใช่เหตุ

ในฐานะรุ่นพี่ และเคยรับ มนตรี เข้าอบรม นักลงทุนรุ่นเยาว์ เมื่อหลายปีมาแล้ว และผมบอกเสมอว่า นักลงทุน ต้องมีคุณธรรม
จึงอยากบอกว่า  พี่น้องครับ ต้องขอโทษที่ไม่ได้ บอกถึงที่มาของบทความที่นำมาเผยแพร่ ด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ ทางวิชาการ
อาจทำให้เกิดการเข้าใจผิด ผมต้องขออภัย ทุกๆท่านมาณ ที่นี้


เรียนพี่ตะวัน ผมเห็นด้วยในเรื่องการให้เครดิตแก่เจ้าของบทความซึ่งเป็นสิ่งที่ควรทำ และยังช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดกับเว็บ cmadong  แต่ส่วนในเรื่องการ + ให้คะแนนความคิดเห็นโดยส่วนตัวผมไม่คิดว่าเป็นสิ่งไม่งามครับ คือผมแค่อยากแสดงความเห็นด้วยและสนับสนุน ความคิดเห็นของพี่ป๋อง แต่เป็นในรูปแบบอื่นซึ่งล้อตามความคิดเห็นก่อนหน้าซึ่งรูปแบบการบวกให้มีการใช้เป็นอุปกรณ์ (คือมีปุ่มให้กดบวกครับ) กันในเว็บบอร์ดอื่น ๆ หลายเว็บบอร์ด รวมถึงการพิมพ์บอก +คะแนนให้กัน ซึ่งส่วนตัวผมไม่คิดว่าน่าจะเสียหายอะไรครับแต่อย่างไรก็ตามหากมีท่านใดเห็นว่าไม่เหมาะสมก็ขอให้ให้ความเห็นและเหตุผลกันได้ครับเพราะตัวผมเองอาจมีมุมมองและความคิดที่ไม่กว้างพอ ด้วยความเคารพทุกท่านครับ

  
      บันทึกการเข้า

ชัยหลอ30
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #40 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 13:59:55 »

แวะมาติดตามอ่านกรณีของบทความ  แต่ไม่มีความคิดเห็นครับ


      บันทึกการเข้า
BU_MEE
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #41 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 14:00:14 »

 หึหึ หึหึ หึหึ
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #42 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 14:01:09 »

Coffee Break กันก่อนครับ  ^_^




อ้างอิง: http://api.ning.com/files/KDXu4vtJnMmS3mGEpE0Y6SZvgEPQX3ReE25u4WfYK*baKInsFoZ7z-moiVYOIRy-*7lB4oxjdAm50Eti3gOVZE1LmtmazFgZ/coffeebreak.jpg   บรึ๋ยยย

      บันทึกการเข้า
BU_MEE
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #43 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 14:02:33 »

 รักนะ
      บันทึกการเข้า
BU_MEE
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #44 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 14:03:12 »

ไปแหล่ว  หึหึ


แตกต่างแต่ ไม่แตกแยกค่ะ 










      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #45 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 14:03:47 »

อ้างถึง
ข้อความของ suriya2513 เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 13:40:03
อ้างถึง
ข้อความของ BU_MEE เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 13:10:34
อ้างถึง
ข้อความของ ดร.มนตรี เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 11:14:18

ขอบคุณครับ น้อง ^_^


เรียน ท่านพี่ ดร.มนตรี

ประทานโทษนะคะ   sorry
หนูขอซื้อคำว่า "น้อง" เฉย ๆ นะคะ
เปลี่ยนเป็น "น้อง BU_MEE" ฟังแล้วระรื่นหูกว่าค่ะ    บ่ฮู้บ่หัน


ขอบคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้ค่ะ  sorry


ปล. ชีวิตประจำวันของหนู ถ้าใครมาเรียกคำว่า "น้อง" เฉย ๆ ...หุหุ ....ถ้าไม่สนิทสนมขนาดหนักหรือเป็นผู้มีพระคุณอย่างสูง
       BU_MEE ต่อกลับทันทีค่ะท่านพี่ ดร.มนตรี ขา   sorry
แซวกันเล่นขำๆ นะครับน้อง BU_MEE

เรื่องนี้ต่างกับน้าจุลน้องสาวคุณนายทองเจือแม่พี่ป๋อง
ถ้าหลานคนไหนเรียกท่านว่าน้าจุล หลานคนนั้นจะเป็นหลานชังไปทันที
ถ้าใครเรียกน้าเฉยๆโดยไม่มีอะไรตามหลังท่านจะโปรดหลานคนนั้นมาก
คาดว่าคนสมัยก่อน คงถือว่าการเรียกศักดิ์แล้วมีชื่อตามหลังเป็นการเรียกแบบจิกหัวกัน

เดี๋ยวนี้น้าจุลท่านแก่มากแล้ว พวกหลานก็เริ่มแก่ เราก็ชักไม่เกรงใจท่านอย่างเคย
เพราะท่านยกมรดกให้เป็นที่เรียบร้อยหมดแล้ว จึงมักเรียกท่านอย่างล้อเลียนว่า "น้าเฉยๆ"

(นรกจะกินหัวพี่ป๋องไม๊เนี่ย)



ฮ่าๆๆ เหมือนกันเลยครับ พี่ป๋อง ... วัฒนธรรมแถวบ้านผมก็เรียกพี่ เรียกน้อง โดยไม่ตามด้วยชื่อเหมือนกัน  ^_^


ปล.

กลับไปแก้ให้ น้อง BU_MEE แล้วนะครับ
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #46 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 14:06:18 »

อ้างถึง
ข้อความของ เย่อ-ซีมะโด่ง70 เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 13:48:14
อ้างถึง
ข้อความของ BU_MEE เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 13:10:34
อ้างถึง
ข้อความของ ดร.มนตรี เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 11:14:18

ขอบคุณครับ น้อง ^_^


เรียน ท่านพี่ ดร.มนตรี

ประทานโทษนะคะ   sorry
หนูขอซื้อคำว่า "น้อง" เฉย ๆ นะคะ
เปลี่ยนเป็น "น้อง BU_MEE" ฟังแล้วระรื่นหูกว่าค่ะ    บ่ฮู้บ่หัน


ขอบคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้ค่ะ  sorry


ปล. ชีวิตประจำวันของหนู ถ้าใครมาเรียกคำว่า "น้อง" เฉย ๆ ...หุหุ ....ถ้าไม่สนิทสนมขนาดหนักหรือเป็นผู้มีพระคุณอย่างสูง
       BU_MEE ต่อกลับทันทีค่ะsorry
  gek ขออนุญาตรับทราบด้วยคนนะครับ... เอิ่มม เอิ่มม เอิ่มม งง งง

ต่อแถว น้องเย่อ รับทราบด้วย ^_^
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #47 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 14:08:41 »

อ้างถึง
ข้อความของ ดร.มนตรี เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 12:58:19
อ้างถึง
ข้อความของ mek เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 12:49:00
ขอเรียนถามเกี่ยวกับ wimax กับ 3G ครับ เท่าที่พอจะทราบ wimax น่าจะมีประสิทธิภาพดีกว่า แต่ในด้านต้นทุนไม่ทราบว่าตัวไหนถูกกว่ากันครับ ถ้า wimax ถูกกว่าหรือแพงกว่าไม่มาก ทำไมประเทศไทยไม่ประมูล wimax ไปเลยไม่ต้องประมูล 3G อยากทราบเป็นความรู้ครับเผื่อจะได้รู้ทิศทางในการซื้ออุปกรณ์สื่อสารชิ้นใหม่ในอนาคตว่าควรต้องรอนานแค่ไหน ขอบคุณครับ

ปล.ขอ +100 ให้ความคิดเห็นพี่ป๋องด้วยครับ


เดี๋ยวพี่ขออนุญาต ติดไว้ก่อนนะครับ เย็นๆเลิกงานแล้ว จะมาต่อให้ครับ น้อง ^_^



น้องmek ทานกาแฟ ก่อนนะครับใจเย็นๆ เพราะคำถามของน้อง พี่ต้องอธิบายยาวเลยครับ  ^_^
      บันทึกการเข้า
BU_MEE
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #48 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 14:09:24 »

อ้างถึง
ข้อความของ ดร.มนตรี เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 14:06:18
อ้างถึง
ข้อความของ เย่อ-ซีมะโด่ง70 เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 13:48:14
อ้างถึง
ข้อความของ BU_MEE เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 13:10:34
อ้างถึง
ข้อความของ ดร.มนตรี เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 11:14:18
ขอบคุณครับ น้อง ^_^
เรียน ท่านพี่ ดร.มนตรี
ประทานโทษนะคะ   sorry
หนูขอซื้อคำว่า "น้อง" เฉย ๆ นะคะ
เปลี่ยนเป็น "น้อง BU_MEE" ฟังแล้วระรื่นหูกว่าค่ะ    บ่ฮู้บ่หัน

ขอบคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้ค่ะ  sorry

ปล. ชีวิตประจำวันของหนู ถ้าใครมาเรียกคำว่า "น้อง" เฉย ๆ ...หุหุ ....ถ้าไม่สนิทสนมขนาดหนักหรือเป็นผู้มีพระคุณอย่างสูง
       BU_MEE ต่อกลับทันทีค่ะsorry
  gek ขออนุญาตรับทราบด้วยคนนะครับ... เอิ่มม เอิ่มม เอิ่มม งง งง

ต่อแถว น้องเย่อ รับทราบด้วย ^_^

ขอบคุณค่ะ sorry


ขอย้ำว่า ขึ้นกับ "ผู้พูด" และ "ผู้รับสาร" รวมทั้ง "เวลา" และสถานที่ ด้วยค่ะ
      บันทึกการเข้า
ชัยหลอ30
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #49 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 14:09:51 »

อ้างถึง
ข้อความของ ดร.มนตรี เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 14:01:09
Coffee Break กันก่อนครับ  ^_^




อ้างอิง: http://api.ning.com/files/KDXu4vtJnMmS3mGEpE0Y6SZvgEPQX3ReE25u4WfYK*baKInsFoZ7z-moiVYOIRy-*7lB4oxjdAm50Eti3gOVZE1LmtmazFgZ/coffeebreak.jpg   บรึ๋ยยย




Huh?    งง งง 

เสียดาย...ที่กาแฟนี้ผมกินไม่ได้
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #50 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 14:10:14 »

อ้างถึง
ข้อความของ ชัยหลอ30 เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 13:59:55
แวะมาติดตามอ่านกรณีของบทความ  แต่ไม่มีความคิดเห็นครับ




.....
.....

"Bu_Mee"


 gek


มีความเห็นหน่อย น่า ... นิดเดียวก็ยังดี  ^_^

ปล.

ไปหล่ะปั่นงานต่อ  ... เทกแคร์ครับ
      บันทึกการเข้า
mek
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2540
คณะ: Vet 61
กระทู้: 627

« ตอบ #51 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 14:13:44 »

อ้างถึง
ข้อความของ ดร.มนตรี เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 14:08:41
อ้างถึง
ข้อความของ ดร.มนตรี เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 12:58:19
อ้างถึง
ข้อความของ mek เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 12:49:00
ขอเรียนถามเกี่ยวกับ wimax กับ 3G ครับ เท่าที่พอจะทราบ wimax น่าจะมีประสิทธิภาพดีกว่า แต่ในด้านต้นทุนไม่ทราบว่าตัวไหนถูกกว่ากันครับ ถ้า wimax ถูกกว่าหรือแพงกว่าไม่มาก ทำไมประเทศไทยไม่ประมูล wimax ไปเลยไม่ต้องประมูล 3G อยากทราบเป็นความรู้ครับเผื่อจะได้รู้ทิศทางในการซื้ออุปกรณ์สื่อสารชิ้นใหม่ในอนาคตว่าควรต้องรอนานแค่ไหน ขอบคุณครับ

ปล.ขอ +100 ให้ความคิดเห็นพี่ป๋องด้วยครับ


เดี๋ยวพี่ขออนุญาต ติดไว้ก่อนนะครับ เย็นๆเลิกงานแล้ว จะมาต่อให้ครับ น้อง ^_^



น้องmek ทานกาแฟ ก่อนนะครับใจเย็นๆ เพราะคำถามของน้อง พี่ต้องอธิบายยาวเลยครับ  ^_^

อย่ายาวมากนะครับ เอาแค่พอเข้าใจก็พอผมเป็นพวกสมาธิสั้นขอบคุณล่วงหน้าเลยครับ
      บันทึกการเข้า

newstar
Cmadong พันธุ์แท้
****


Normal Man
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2532
คณะ: บัญชี'ถิติ
กระทู้: 2,978

« ตอบ #52 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 14:25:15 »

อ้างถึง
ข้อความของ mek เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 13:52:37
อ้างถึง
ข้อความของ seree_60 เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 13:11:52
อ้างถึง
ข้อความของ suriya2513 เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 11:41:29
ก็ไม่มีอะไรมากกว่าที่จะย้ำ ให้ทุกคนคิดว่าการเข้ามาในซีมะโด่งดอทคอม ก็เพื่อจะมาหามิตร
ใครที่ไม่ถูกจริตกับเรา ซึ่งก็ย่อมต้องมีแน่นอน เราก็อย่าไปสมจรกับเขาเสีย ก็หมดเรื่อง
อย่าไปต่อความยาวสาวความยืด อย่าไปขุดคุ้ยกัน ราวกับว่ากำลังจ้องทำลายล้างกัน
อย่าพยายามเอาชนะกันเลยครับ ไม่เป็นผลดีกับส่วนรวมแน่นอน
...
ในสังคมพี่ๆ น้องๆ ของเรานี้ ใครยอมแพ้ก่อน ก็ย่อมได้ความสบายใจไปเก็บไว้ก่อนนะครับ



ด้วยความเคารพพี่ป็อง ที่ออกมาประนีประนอม( และเด็กๆ ไม่ควรมาให้คะแนนพี่ป๋อง มันไม่งาม)
ประเด็นสำคัญที่ ควรเตือนสติ ทุกๆคน ที่ยกข้อเขียนมาโพสต์ในเวบ จำได้ว่า มีการเตือนว่า ให้ ทำลิ้งก์ ใส่ไว้ด้วย
( คิดว่า พี่ป๋องต้องเอา เรื่องนี้ ไปใส่ ในกฏกติกามารยาท ที่จะประกาศใช้ในเร็วๆนี้ด้วยครับ)
แม้ว่า จะไม่ชัดเจนว่า เป็น ผลงานของใคร หากเรายืมมาใช้ หรือนำมา เผยแพร่ ด้วยเจตนา อะไรก็แล้วแต่
ต้องบอกถึงที่มา ว่า มาจากไหน คนอ่านจะได้ไม่เข้าใจผิด ว่าเป็นผลงานของเรา
และถูกตั้งข้อสังเกต ทำให้ ชื่อเสียงมัวหมองไปโดยใช่เหตุ

ในฐานะรุ่นพี่ และเคยรับ มนตรี เข้าอบรม นักลงทุนรุ่นเยาว์ เมื่อหลายปีมาแล้ว และผมบอกเสมอว่า นักลงทุน ต้องมีคุณธรรม
จึงอยากบอกว่า  พี่น้องครับ ต้องขอโทษที่ไม่ได้ บอกถึงที่มาของบทความที่นำมาเผยแพร่ ด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ ทางวิชาการ
อาจทำให้เกิดการเข้าใจผิด ผมต้องขออภัย ทุกๆท่านมาณ ที่นี้


เรียนพี่ตะวัน ผมเห็นด้วยในเรื่องการให้เครดิตแก่เจ้าของบทความซึ่งเป็นสิ่งที่ควรทำ และยังช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดกับเว็บ cmadong  แต่ส่วนในเรื่องการ + ให้คะแนนความคิดเห็นโดยส่วนตัวผมไม่คิดว่าเป็นสิ่งไม่งามครับ คือผมแค่อยากแสดงความเห็นด้วยและสนับสนุน ความคิดเห็นของพี่ป๋อง แต่เป็นในรูปแบบอื่นซึ่งล้อตามความคิดเห็นก่อนหน้าซึ่งรูปแบบการบวกให้มีการใช้เป็นอุปกรณ์ (คือมีปุ่มให้กดบวกครับ) กันในเว็บบอร์ดอื่น ๆ หลายเว็บบอร์ด รวมถึงการพิมพ์บอก +คะแนนให้กัน ซึ่งส่วนตัวผมไม่คิดว่าน่าจะเสียหายอะไรครับแต่อย่างไรก็ตามหากมีท่านใดเห็นว่าไม่เหมาะสมก็ขอให้ให้ความเห็นและเหตุผลกันได้ครับเพราะตัวผมเองอาจมีมุมมองและความคิดที่ไม่กว้างพอ ด้วยความเคารพทุกท่านครับ

   
ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงเช่นเดียวกับน้อง Mek ครับ
การกด + ให้คะแนนก็อย่างที่น้อง Mek อธิบายไปแล้วครับเป็นไปตามนั้นจริง ๆ วัฒนธรรมการให้คะแนนแบบนี้ก็มาจากเว็บต่างประเทศ เว็บเมืองไทยก็เอามาใช้บ้าง แล้วแต่การประยุกต์ใช้ บางเว็บก็เป็นในลักษณะถูกใจให้ Gift  ผมว่าไม่น่าจะเสียหายอะไรครับ
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #53 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 14:31:42 »

อ้างถึง
ข้อความของ newstar เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 14:25:15
อ้างถึง
ข้อความของ mek เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 13:52:37
อ้างถึง
ข้อความของ seree_60 เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 13:11:52
อ้างถึง
ข้อความของ suriya2513 เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 11:41:29
ก็ไม่มีอะไรมากกว่าที่จะย้ำ ให้ทุกคนคิดว่าการเข้ามาในซีมะโด่งดอทคอม ก็เพื่อจะมาหามิตร
ใครที่ไม่ถูกจริตกับเรา ซึ่งก็ย่อมต้องมีแน่นอน เราก็อย่าไปสมจรกับเขาเสีย ก็หมดเรื่อง
อย่าไปต่อความยาวสาวความยืด อย่าไปขุดคุ้ยกัน ราวกับว่ากำลังจ้องทำลายล้างกัน
อย่าพยายามเอาชนะกันเลยครับ ไม่เป็นผลดีกับส่วนรวมแน่นอน
...
ในสังคมพี่ๆ น้องๆ ของเรานี้ ใครยอมแพ้ก่อน ก็ย่อมได้ความสบายใจไปเก็บไว้ก่อนนะครับ



ด้วยความเคารพพี่ป็อง ที่ออกมาประนีประนอม( และเด็กๆ ไม่ควรมาให้คะแนนพี่ป๋อง มันไม่งาม)
ประเด็นสำคัญที่ ควรเตือนสติ ทุกๆคน ที่ยกข้อเขียนมาโพสต์ในเวบ จำได้ว่า มีการเตือนว่า ให้ ทำลิ้งก์ ใส่ไว้ด้วย
( คิดว่า พี่ป๋องต้องเอา เรื่องนี้ ไปใส่ ในกฏกติกามารยาท ที่จะประกาศใช้ในเร็วๆนี้ด้วยครับ)
แม้ว่า จะไม่ชัดเจนว่า เป็น ผลงานของใคร หากเรายืมมาใช้ หรือนำมา เผยแพร่ ด้วยเจตนา อะไรก็แล้วแต่
ต้องบอกถึงที่มา ว่า มาจากไหน คนอ่านจะได้ไม่เข้าใจผิด ว่าเป็นผลงานของเรา
และถูกตั้งข้อสังเกต ทำให้ ชื่อเสียงมัวหมองไปโดยใช่เหตุ

ในฐานะรุ่นพี่ และเคยรับ มนตรี เข้าอบรม นักลงทุนรุ่นเยาว์ เมื่อหลายปีมาแล้ว และผมบอกเสมอว่า นักลงทุน ต้องมีคุณธรรม
จึงอยากบอกว่า  พี่น้องครับ ต้องขอโทษที่ไม่ได้ บอกถึงที่มาของบทความที่นำมาเผยแพร่ ด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ ทางวิชาการ
อาจทำให้เกิดการเข้าใจผิด ผมต้องขออภัย ทุกๆท่านมาณ ที่นี้


เรียนพี่ตะวัน ผมเห็นด้วยในเรื่องการให้เครดิตแก่เจ้าของบทความซึ่งเป็นสิ่งที่ควรทำ และยังช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดกับเว็บ cmadong  แต่ส่วนในเรื่องการ + ให้คะแนนความคิดเห็นโดยส่วนตัวผมไม่คิดว่าเป็นสิ่งไม่งามครับ คือผมแค่อยากแสดงความเห็นด้วยและสนับสนุน ความคิดเห็นของพี่ป๋อง แต่เป็นในรูปแบบอื่นซึ่งล้อตามความคิดเห็นก่อนหน้าซึ่งรูปแบบการบวกให้มีการใช้เป็นอุปกรณ์ (คือมีปุ่มให้กดบวกครับ) กันในเว็บบอร์ดอื่น ๆ หลายเว็บบอร์ด รวมถึงการพิมพ์บอก +คะแนนให้กัน ซึ่งส่วนตัวผมไม่คิดว่าน่าจะเสียหายอะไรครับแต่อย่างไรก็ตามหากมีท่านใดเห็นว่าไม่เหมาะสมก็ขอให้ให้ความเห็นและเหตุผลกันได้ครับเพราะตัวผมเองอาจมีมุมมองและความคิดที่ไม่กว้างพอ ด้วยความเคารพทุกท่านครับ

   
ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงเช่นเดียวกับน้อง Mek ครับ
การกด + ให้คะแนนก็อย่างที่น้อง Mek อธิบายไปแล้วครับเป็นไปตามนั้นจริง ๆ วัฒนธรรมการให้คะแนนแบบนี้ก็มาจากเว็บต่างประเทศ เว็บเมืองไทยก็เอามาใช้บ้าง แล้วแต่การประยุกต์ใช้ บางเว็บก็เป็นในลักษณะถูกใจให้ Gift  ผมว่าไม่น่าจะเสียหายอะไรครับ


กดไปตั้ง +600   เหอๆๆ เหอๆๆ เหอๆๆ
      บันทึกการเข้า
suriya2513
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,450

« ตอบ #54 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 17:16:11 »


วันหลัง PM บอก password ไปให้พี่ป๋องโพสท์แทนก็ได้นะครับ ชัยหล่อ
ไอเดียบรรเจิดๆ พี่ป๋องมีมากมาย
      บันทึกการเข้า

[โบราณคดี]จุดกำเนิดเริ่มต้นของ cmadong.com by : มานพ กลับดี  คลิ๊ก->
ชัยหลอ30
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #55 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 17:54:19 »

อ้างถึง
ข้อความของ suriya2513 เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 17:16:11

วันหลัง PM บอก password ไปให้พี่ป๋องโพสท์แทนก็ได้นะครับ ชัยหล่อ
ไอเดียบรรเจิดๆ พี่ป๋องมีมากมาย


รู้สึกเกรงอกเกรงใจเป็นอย่างยิ่งครับ พี่ป๋อง

ผมกลัวไอเดียบรรเจิดๆ ของพี่นี่แหละครับ    เหอๆๆ

ขอผมโพสต์แบบ สมองมึนงง ของผมแบบเดิมดีกว่า  





 เอิ่มม

ปล. โห!...พี่ป๋องถ่ายภาพไว้เลยเหรอครับเนี่ย  

      กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย กรณี พี่พธูเหรอครับ  เหอๆๆ
      บันทึกการเข้า
suriya2513
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,450

« ตอบ #56 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 18:09:12 »

ไม่เอาไม่เล่นด้วยแล้วครับชัยหล่อ
เดี๋ยวกระทู้WiMAXของดร.มนตรีเขาป่วนหมดกันพอดี


      บันทึกการเข้า

[โบราณคดี]จุดกำเนิดเริ่มต้นของ cmadong.com by : มานพ กลับดี  คลิ๊ก->
BU_MEE
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #57 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 18:15:44 »

ขอบคุณค่ะ
ที่ไม่เอามาล้อเล่น  







บางอย่างไม่ขำเลยนะคะ


และจะขอบคุณอีกครั้ง ถ้าจะกรุณาลบค่ะ  

      บันทึกการเข้า
BU_MEE
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #58 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 18:23:09 »

อ้างถึง
ข้อความของ suriya2513 เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 11:41:29
ก็ไม่มีอะไรมากกว่าที่จะย้ำ ให้ทุกคนคิดว่าการเข้ามาในซีมะโด่งดอทคอม ก็เพื่อจะมาหามิตร
ใครที่ไม่ถูกจริตกับเรา ซึ่งก็ย่อมต้องมีแน่นอน เราก็อย่าไปสมจรกับเขาเสีย ก็หมดเรื่อง
อย่าไปต่อความยาวสาวความยืด อย่าไปขุดคุ้ยกัน ราวกับว่ากำลังจ้องทำลายล้างกัน
อย่าพยายามเอาชนะกันเลยครับ ไม่เป็นผลดีกับส่วนรวมแน่นอน
...
ในสังคมพี่ๆ น้องๆ ของเรานี้ ใครยอมแพ้ก่อน ก็ย่อมได้ความสบายใจไปเก็บไว้ก่อนนะครับ




แล้วจะจำบันทึกนี้ไว้ค่ะ

http://www.cmadong.com/board/index.php/topic,4149.1150.html
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #59 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 18:24:56 »

กระทู้นี้ฟรีสไตล์เลยครับ .... พี่น้อง 


จริงๆ เพิ่งปูพื้น เองครับ ประกอบกับงานยุ่งนิดๆ เลยปล่อยกระทู้ร้างมานาน


พอดีเจอคำถามที่ดี ของน้อง mek เลยจะหาเวลามาเขียนเพิ่มอีกหน่อย


แต่กำลังนึกว่าจะเขียนอย่างไรให้เข้าใจง่ายๆ ... เขียนแบบคุยกันสบายๆดีกว่านะครับ ^_^



ปล.

นั่งเขียนก่อน เสร็จแล้วค่อยมาโพส ^_^





      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #60 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 18:31:04 »

ปูพื้นต่ออีกนิด ^_^

ที่มา:

- ไทยรัฐออนไลน์


ขณะนี้ การใช้งานอินเทอร์เน็ตของประเทศไทยได้เติบโตขึ้นจากหลายปีก่อน จากเดิมเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว เคยพูดถึงบรอดแบนด์ 1 ล้านพอร์ต แต่ปัจจุบันเมื่อจำนวนการใช้งานเพิ่มสูงขึ้น สิ่งที่เป็นเป้าหมายต่อไปคือ การทำให้พื้นที่บริการครอบคลุมไปยังทุกส่วนของประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สาย หรือไวแมกซ์ ที่ล่าสุดได้ทดลองให้บริการนำร่องในพื้นที่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดเชียงราย โดยบริษัททีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีไวแมกซ์ใช้งาน แต่ส่วนหนึ่งยังไม่ทราบว่าไวแมกซ์นำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง ประเทศไทยพร้อมให้บริการหรือไม่ แล้วเมื่อผู้ให้บริการได้รับอนุญาตจาก กทช.ให้ดำเนินการให้บริการเชิงพาณิชย์ จะพร้อมเปิดให้บริการได้เมื่อใด

ผู้ที่ตอบคำถามนี้ได้ คงหนีไม่พ้น ดร.มนตรี เจริญศรี ผู้อำนวยการโครงการไวแมกซ์ บริษัททีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) ผู้รับผิดชอบโครงการ และเป็นแกนหลักคนหนึ่งของไทยในไวแมกซ์ฟอรัม ส่วนมุมมองต่อภาพรวมโครงสร้างอินเทอร์เน็ตเมืองไทย และการนำไวแมกซ์ไปใช้งานจะเป็นอย่างไร เชิญติดตามได้ ณ บัดนี้...

IT Digest: มุมมองภาพรวมของโครงสร้างเครือข่ายบรอดแบนด์เมืองไทย

ดร.มนตรี: ขณะนี้ ตลาดอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยมีศักยภาพ (Potential Market) เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีอัตราส่วนประชากรต่อจํานวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในปี 2551 อยู่ที่ 20.5% และจํานวนผู้ใช้บริการมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2551 มีจํานวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งสิ้น 13,416,000 ราย เพิ่มสูงขึ้นถึง 483.3% เทียบกับปี 2543 สําหรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ บรอดแบนด์ มีแนวโน้มขยายตัวแบบก้าวกระโดด ด้วยอัตราส่วนประชากรต่อจํานวนผู้ลงทะเบียนใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในปี 2551 อยู่ที่ 1.6% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 17.3% ในปี 2556 ในขณะที่ตลาดอินเทอร์เน็ตความเร็วต่ำ มีจํานวนผู้ใช้งานลดลงอย่างชัดเจนนับจากปี 2548 เป็นต้นมา

เนื่องจากผู้ให้บริการโทรศัพท์ประจําที่ หรือ ฟิกซ์ไลน์ เช่น ทีทีแอนด์ทีเห็นว่า โทรศัพท์ประจำที่มีศักยภาพตลาดที่ลดลง จึงหันมาให้ความสนใจ และเตรียมที่จะส่งเสริมกิจกรรมการตลาดในบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมากขึ้น และต้องการขยายไปสู่การให้บริการ IP-based transit แก่ผู้ให้บริการรายย่อย รวมไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อให้บริการไวแมกซ์ (WiMAX) ในอนาคต เพื่อกระตุ้นความต้องการใช้บริการอินเทอร์เน็ต ความเร็วสูง และขยายจํานวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตให้เพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มดังกล่าว ชัดเจนในเขตพื้นที่เมืองใหญ่ หรือ พื้นที่เชิงพาณิชย์มากกว่าในระดับภูมิภาคที่ การใช้งานอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ ยังคงขยายตัวเข้าแทนที่อินเทอร์เน็ตความเร็วต่ำได้ช้ากว่า เนื่องจากข้อจํากัดด้านโครงข่ายและเทคโนโลยี

IT Digest: ปัญหาและอุปสรรคในการขยายโครงข่าย และการให้บริการรอดแบนด์

ดร.มนตรี: สำหรับในประเทศไทย รูปแบบการให้บริการบรอดแบนด์ ยังเป็นการให้บริการที่เน้นในเขตชุมชนอยู่ เนื่องจากพิจารณาในเชิงความคุ้มค่าต่อการลงทุน (Return on Investment) และปัญหาหลักๆ คือ สายเคเบิลทองแดงของไทยนั้น มีประสิทธิภาพที่ไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด โดยจุดนี้แก้ปัญหาได้โดยการเปลี่ยนจากสายทองแดง เป็นเคเบิลไยแก้วนำแสง หรือ ไฟเบอร์ออปติคแทน แต่ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในขณะนี้ WIMAX เป็นคำตอบของทางเลือกที่ดีที่สุด สำหรับการขยายการบริการ และโครงข่ายที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

IT Digest: ไวแมกซ์ เหมาะสมกับเมืองไทยมากน้อยแค่ไหนและอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้คนไทยได้ใช้ไวแมกซ์ช้ากว่าเพื่อนบ้าน

ดร.มนตรี: จากเหตุผลที่เล่าไปแล้ว ด้วยข้อจำกัดของการใช้งานระบบ ADSL ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจำกัดชุมสาย ระยะทางระหว่างผู้ใช้กับชุมสาย รวมถึงจำนวนของโอเปอเรเตอร์ที่ให้บริการได้ ทำให้กลุ่มผู้ใช้ตามที่อยู่อาศัยถูกจำกัด ไม่สามารถให้บริการได้เพียงพอกับความต้องการ รวมถึงการพยายามทำให้สัญญาณอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์เข้าถึงพื้นที่ในชนบท

ดังนั้น การนำ WiMAX มาใช้จะตอบโจทย์ดังกล่าว และเกิดบริการต่างๆ ที่เรียกกันว่า ทริปเปิ้ลเพลย์ คือ บริการเสียง บริการภาพ และบริการเนื้อหา ในเครือข่ายเดียวได้มากขึ้นด้วย เช่น การพูดคุยผ่านทางอินเทอร์เน็ต (VoIP) เป็นต้น ซึ่งก้าวต่อไปของการพัฒนาคือการทำให้เป็น Home Gateway ขณะนี้ ในกลุ่มยุโรป และสหรัฐอเมริกา รวมถึงประเทศที่เจริญแล้วในเอเชีย อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือไต้หวัน ได้มีการเปิดให้บริการแล้ว สำหรับไวแมกซ์แล้วจำเป็นต้องได้รับไลเซนต์ หรือ ใบอนุญาตการให้บริการ หากยังไม่มีไลเซนต์ ก็ยังไม่สามารถให้บริการไวแมกซ์ได้ นั่นคือสาเหตุที่คนไทยได้ใช้งานไวแมกซ์ช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน

IT Digest: จากการลองใช้งานจริงที่ ม.แม่ฟ้าหลวง ตอบสนองความต้องการได้อย่างไรบ้าง

ดร.มนตรี: โครงการที่ ม.แม่ฟ้าหลวงมีชี่อว่า “โครงการต้นแบบศูนย์ทางไกลเพื่อการศึกษาและพัฒนาชนบท เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550” เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ กทช. โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อให้เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา อีกทั้งยังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง สู่โรงเรียนมัธยมศึกษาในพื้นที่ชนบท ส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายครู ในการพัฒนาการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี และ เพื่อพัฒนารูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัย โรงเรียน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน เพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาอาชีพของชุมชนในชนบท

จากโครงการฯ นี้เยาวชนไทยในชนบทจะได้รับการยกระดับคุณภาพทางการศึกษา โดยสาระสำคัญคือการสร้างเครือข่ายทางการศึกษา โดยโครงการต้นแบบนี้ เริ่มจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยเทคโนโลยีหลักที่ใช้ คือ ไวแมกซ์ ที่เป็นเทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารบรอดแบนด์ไร้สายความเร็วสูงที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบันนี้ ซึ่งจะช่วยให้เด็กนักเรียนจำนวนหลายหมื่นคน บริเวณพื้นที่รัศมีโดยรอบมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จำนวนทั้งสิ้น 21 โรงเรียนจะเป็นเยาวชนกลุ่มแรกที่ได้ใช้งานไวแมกซ์

การนำไวแมกซ์ มาใช้ในด้านการศึกษา จะช่วยเติมเต็ม และต่อยอดด้านการศึกษาให้กับเยาวชนไทย ช่วยลดช่องว่างด้านการเรียนรู้ เนื่องด้วย ไวแม็กซ์ เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารบรอดแบนด์ไร้สายความเร็วสูงที่มีรัศมีการรับส่งสัญญาณกว้างไกล สามารถครอบคลุมพื้นที่ให้บริการได้หลายตารางกิโลเมตร และยังมีความเร็วสื่อสารข้อมูลสูงกว่าเทคโนโลยีไร้สายในปัจจุบันหลายเท่า ทั้งนี้ ไวแมกซ์ สามารถรองรับการให้้บริการระบบงานต่างๆ ได้เป็นอย่างดี อาทิ การสื่อสารข้อมูลอินเทอร์เน็ต (Internet) ข้อมูลภาพ (Video) และข้อมูลเสียง (VoIP) อีกทั้ง ไวแม็กซ์ ยังสามารถติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการบริการแบบมีสายเช่นในอดีต

ไวแม็กซ์ในโครงการฯ นี้ใช้เพื่อการสื่อสารและประยุกต์ ใช้ร่วมกับการเรียนการสอนแบบออนไลน์ อาทิเช่น การใช้งานระบบห้องสมุดดิจิตอล (E-Libraries) ระบบห้องเรียนเสมือนจริง (Virtual Classroom) ซึ่งเป็นการจำลองห้องเรียน บทเรียน องค์ความรู้ตลอดจนรูปแบบการเรียนการสอนในปัจจุบันมาเรียนกันผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์และเครือข่ายสื่อสารไร้สายไวแม็กซ์ ซึ่งจะส่งผลให้ลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ก่อให้เกิดการเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere-Anytime) ในลักษณะปฏิสัมพันธ์จริงระหว่างคุณครู และนักเรียนด้วยสื่อผสม (Multimedia-Edutainment) ทั้งภาพ เสียงและเนื้อหา ก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนไปในคราวเดียวกัน เป็นการส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายครู อาจารย์และนักเรียนในการพัฒนาการเรียนการสอน การพัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพของครู อาจารย์และนักเรียน เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษา ไปพร้อมๆ กับการพัฒนาชุมชนในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย

โครงการนี้ อาศัยรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โรงเรียน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน ร่วมมือกันพัฒนาการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนในชุมชนทั้ง 21 โรงเรียน ด้วยการสนับสนุนจาก กทช.ทั้งนี้นอกเหนือจากจะเป็นการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาที่ เด็กจะไม่เป็นเพียงผู้เรียนแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถที่จะนำความรู้ที่ได้เรียนรู้จากคุณครู (Supply-Side Learning) มาทำการแลกเปลี่ยนแบ่งปันกับคุณครูผู้สอน และระหว่างเพื่อนนักเรียนด้วยกัน แบบไม่จำกัดแต่เพียงในห้องเรียนเท่านั้น แต่ยังแลกเปลี่ยนแบ่งปันระหว่างเพื่อนต่างห้องเรียน และแลกเปลี่ยนแบ่งปันกันระหว่างโรงเรียน (Collaboration) ได้อีกด้วย

สิ่งที่กล่าวมาก่อให้เกิดการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ระหว่างเด็กนักเรียนด้วยกันเอง (Demand-Side Learning) นำไปสู่กระบวนการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Development) ในที่สุด ในอนาคตยังขยายรูปแบบและหลักการ ปฏิบัติในลักษณะของสังคมแห่งการเรียนรู้และการแบ่งปัน เช่นนี้ เพื่อการสร้างความรู้ การสร้างงาน การพัฒนาอาชีพของชุมชน โดยหลักการที่กล่าวมาแล้วข้างต้นทั้งหมดนี้ ได้อิงตามแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนม์มายุครบ 80 พรรษา

IT Digest: ทิศทางของทีทีแอนด์ที กับการใช้บรอดแบนด์ ผ่านไวแมกซ์

ดร.มนตรี: หาก กทช. ได้รับอนุญาตให้สามารถใช้เทคโนโลยี WiMAX ในเชิงพาณิชย์ได้แล้ว ทีทีแอนด์ที จะดำเนินการต่อยอดโครงข่าย WiMAX ให้ครอบคลุมพื้นที่อย่างครบถ้วนพัฒนาเป็นโซลูชั่นด้านการศึกษา คือ สมมุติว่า กทช.ออกใบอนุญาตภายใน ก.ค.2552 ทีทีแอนด์ทีจะให้บริการไวแมกซ์ได้ภายใน 6 เดือน หรือปลายปี 2552 หลังจากปรับปรุงโครงข่ายเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้แล้ว ยังจะสร้างโซลูชั่นเพื่อนำไปต่อยอดทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการตั้งแต่รายเล็กจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ได้ โดยจะนำประโยชน์จาก WiMAX มาพัฒนาเป็นโซลูชั่น ที่จะยังประโยชน์ให้แก่ลูกค้าในเชิงธุรกิจอีกด้วยโดยยึดหลัก 3 ประการสำหรับลูกค้าคือ 1.ลดค่าใช้จ่าย 2.สะดวกสบาย และ3.เพิ่มรายได้ เช่น ห้างสรรพสินค้า เมื่อลูกค้าของห้างเดินเข้ามาในห้างสรรพสินค้าจะมี Pop-up โฆษณาสินค้า ประชาสัมพันธ์โปรโมชั่นของทางห้าง ตลอดจนสามารถเลือกซื้อสินค้าผ่านแคตตาล็อคออนไลน์ ที่ปรากฏบนหน้าจออุปกรณ์เคลื่อนที่ อาทิ เน็ตบุ๊คหรือ โทรศัพท์มือถือที่รองรรับไวแม็กซ์ ได้ทันที

นอกจากนี้ สามารถนำประโยชน์จากไวแมกซ์ มาช่วยการในการติดต่อสื่อสารขององค์กรที่มีสำนักงานสาขาจำนวนมากได้ด้วย โดยใช้การสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ VoIP ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนค่าโทรศัพท์ขององค์กร รวมถึงการพัฒนาโซลูชั่นด้านความปลอดภัยเช่นระบบกล้องวงจรปิดไร้สาย ซึ่งจะทำให้ระบบการรักษาความปลอดภัยมีประหยัดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ เป็นต้น

IT Digest: กลยุทธ์ของทีทีแอนด์ที ต่อการผลักดันสังคมไทยสู่องค์ความรู้เป็นอย่างไร

ดร.มนตรี: การผลักดันสังคมไทยสู่สังคมแห่งความรู้ หรือ Knowledgebase Society นั้นจำเป็นต้องร่วมมือกันจากหลายภาคส่วน สำหรับทีทีแอนด์ที มองแนวคิดในเชิงของสังคมแห่งการเรียนรู้และการแบ่งปัน โดยพื้นฐานนั้นสอดคล้องกับแนวคิดและการดำเนินการในโครงการต้นแบบฯ ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และกทช. โดยการเริ่มจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT การพัฒนาทรัพยากรบุคคล การพัฒนาสื่อและองค์ความรู้ การสนับสนุนจากเครือข่ายทางสังคม ผลผลิต (Productivities) และคุณภาพการศึกษาและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชุมชนตลอดจนความยั่งยืนของโครงการฯ

IT Digest: หาก กทช.ไม่ออกใบอนุญาตไวแมกซ์ในปีนี้ ยังมีเทคโนโลยีทางเลือกอื่นๆ เพื่อให้บริการลูกค้าอีกหรือไม่

ดร.มนตรี: ขณะนื้ ระหว่างรอใบอนุญาตไวแมกซ์ ทีทีแอนด์ทีได้จับมือกับพันธมิตรคือ อินเทลและเบนคิว จัดทำโครงการ “MAX IQ โน๊ตบุ๊คอัจฉริยะ” “Max IQ โน๊ตบุ๊กอัจฉริยะ – ใช้เน็ตไม่อั้น” ผ่านบริการ Maxnet บรอดแบนด์และไวไฟ “Max IQ โน๊ตบุ๊กอัจฉริยะ – โทรหากันฟรี” บนบริการ VoIP และ “MAX IQ โน๊ตบุ๊คอัจฉริยะ – ความรู้ดีๆจาก E-Book Online” เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพใน การสอบเข้ามหาวิทยาลัย การเรียน และความรู้ทั่วไป ที่น่าสนใจอีกมากมาย เพื่อการสร้างสรรค์สังคมแห่งความรู้

จากประสบการณ์ที่เราได้ร่วมทำโครงการศูนย์ต้นแบบทางไกลเพื่อการศึกษาและพัฒนาชนบทเฉลิมพระเกียรติ โดยมีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและกทช. เป็นผู้ริเริ่ม นั้น เราพบว่าการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตในโครงการฯ เพื่อการเข้าถึง หนังสือหรือบทเรียนออนไลน์ เยาวชนจะได้รับการยกระดับคุณภาพทางการศึกษา โดยสาระสำคัญ คือ การสร้างเครือข่ายทางการศึกษา การแลกเปลี่ยนและแบ่งปันความรู้ซึ่งกันและกัน

สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้ลดข้อจำกัดด้านเวลา และสถานที่ก่อให้เกิดการเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere-Anytime) ในลักษณะปฏิสัมพันธ์จริงระหว่างครู และนักเรียนด้วยสื่อผสม (Multimedia-Edutainment) ทั้งภาพ เสียงและเนื้อหา ก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนไปในคราวเดียวกัน ถือเป็นการเตรียมบริการและคอนเทนท์ต่างๆ ให้พร้อมรอรับการให้บริการ เพื่อที่เมื่อมีการให้บริการจริง จะได้ไม่ต้องเริ่มต้นนับ 1 ใหม่

IT Digest: มองการทำงานของกระทรวงไอซีที และกทช.ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร และอยากให้เร่งดำเนินการด้านใดบ้าง

ดร.มนตรี: อยากให้กำลังใจคนทำงานทุกคนทั้งภาครัฐบาล เอกชน หรือ กทช. เวลานี้สังคมไทยของเรา ต้องให้กำลังใจกัน เหมือนกับเราเชียร์นักกีฬาไทย ที่ต้องออกไปแข่งขันกับต่างประเทศ เพื่อนำชัยชนะมาสู่ประเทศของเรา เมื่อ 28-29 เม.ย.2552 ที่ผ่านมา ส่วนตัวได้รับเกียรติเชิญ เข้าร่วมการบรรยายในงาน WiMAX Forum Congress ASIA ณ ประเทศสิงคโปร์ ร่วมกับอีกหลายประเทศทั่วโลก สิ่งที่พบคือความตื่นตัวในการประยุกต์ใช้ ICT เพื่อการพัฒนาประเทศของหลายๆประเทศ อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของไวแมกซ์หากมองไปรอบๆบ้านเราพบว่า (ข้อมูลจาก WCIS: World Cellular Information Services) มาเลเซีย เริ่มให้บริการเมื่อ มิ.ย.2548 กัมพูชา เริ่มให้บริการเมื่อ ก.พ.2549 พม่า เริ่มให้บริการเมื่อ พ.ย.2550 และ ลาว เริ่มให้บริการเมื่อ ก.ย.2551

ในเมื่อประเทศไทยต้องแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในเวทีโลก จึงต้องพยายามรู้เขารู้เรา พิจารณาดูว่าเพื่อนบ้านเขาไปถึงไหน แล้วเราอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่ ทั้งภาครัฐและเอกชน อะไรที่ช่วยเหลือเสริมกันได้ควรจะลงมือทำ โดยทุกประเทศที่อยู่ในไวแมกซ์ฟอรัม ต่างมีนโยบายการใช้ไอซีทีพัฒนาประเทศเป็นวาระแห่งชาติ เมืองไทยอาจจะนำเอาตัวอย่างเหล่านี้ มาปรับใช้ ตรงไหนทำได้ หรือไม่ได้ต้องมาช่วยกัน ดังนั้นที่กล่าวมานี้จึงมองว่าเป็นเวลาที่คนไทยต้องให้กำลังใจกัน และช่วยกันมากกว่า

IT Digest: อยากฝากอะไรถึงผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์บ้าง

ดร.มนตรี: ผมมีแนวคิดว่าอยากจะมอบ ซอฟแวร์ห้องเรียนเสมือนจริง และการสนับสนุนที่เกี่ยวข้องให้กับ โรงเรียนต่างๆ ที่ต้องการ นำไปใช้ในการเรียนการสอน เพราะเชื่อว่าสิ่งที่ทำขึ้นมานี้ จะมีประโยชน์มากพอสมควร อีกทั้งยังเป็นการขยายโอกาสทางการศึกษา สร้างการเรียนการสอนแนวใหม่ ไม่น่าเบื่อเด็กๆ ไม่ต้องมาอ่านตำราเพียงอย่างเดียว แต่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตร่วมด้วยได้ ขณะเดียวกันเมื่อกลับมาที่การใช้อินเทอร์เน็ต ต้องใช้ให้คุ้มค่ากับประโยชน์ที่มีอยู่ เวลานี้การนำไวแมกซ์มาใช้งานยังไม่ช้าเกินไป เพราะเทคโนโลยีนี้ยังใหม่อยู่ได้อีกหลายปี

ขณะที่ การแข่งขันที่มากขึ้นของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจากนี้ไป ก็เป็นโอกาสของผู้บริโภค ที่จะเลือกสินค้าที่คุ้มค่า และบริการที่มีคุณภาพมากขึ้น ไม่เป็นการผูกขาด อย่างไรก็ตามอยากให้ทุกคนในสังคมอยู่ในโลกความเป็นจริง เปิดใจมองว่าสังคมกำลังก้าวไปทางไหน แล้วเราเดินไปร่วมกัน เพราะหากคนในประเทศทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน ก็จะเกิดแนวทางการพัฒนาประเทศที่ชัดเจน และการที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นอย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้ จะไม่ใช่เรื่องยากที่จะไปให้ถึง...

      บันทึกการเข้า
Kittiwit Pk
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 281

« ตอบ #61 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 20:38:43 »

@@@ Oh wimax @@@

Why ADSL ?

Why GPRS ?

Why Wi Fi ?

Why Wireless ?

Why 5 G.

But I love mobilelife most
 
thank you na.

 
      บันทึกการเข้า
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #62 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 20:59:37 »

ตอบน้องเมก

พี่อาจหัวโบราณไปหน่อย
พี่คิดว่า พี่ป๋องเขา ซีเนียร์ มากๆ การที่พี่มาเล่นหัวกับเราก็เป็นการไม่ถือตัว
แต่พี่คิดว่า การที่ป๋อง เขาออกไอเดีย ที่ดีๆออกมา (ซึ่งไม่ใช่เรื่องเล่นๆกัน)
 แล้วน้องมาทำเป็นสนุก ให้คะแนนแก พี่รู้สึกว่า มันไม่งาม
( เพราะการให้คะแนน พี่คิดว่า คนที่อาวุโสกว่า เขาให้กับคน ที่อ่อนกว่า)
แต่ถ้าเป็นการตอบคำถามสนุกๆ ล้อกันมันก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ที่ใคร จะให้คะแนนใครก็ได้

อย่างไรก็ตาม ที่พูดไป มันเป็นเพราะพี่ หัวโบราณ คิดถึงซีเนียริตี้มากไปหน่อย
ก็ขอโทษน้อง MEK แล้วกันนะครับ ที่ล่วงเกิน
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
suriya2513
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,450

« ตอบ #63 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 21:17:47 »

ตะวันเอ๋ยตะวัน เราทะเลาะกันทีเล่นทีจริงจนน้อง BU_MEE เธอเข้าใจผิด
โกรธพี่ป๋องจน delete (erase) ตัวเองออกไปจากซีมะโด่งดอทคอมแล้วรู้ไหมน่ะ

      บันทึกการเข้า

[โบราณคดี]จุดกำเนิดเริ่มต้นของ cmadong.com by : มานพ กลับดี  คลิ๊ก->
demagogue
มือใหม่หัดเมาท์
*


ไม้ซีก งัด อำนาจเงิน
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108

« ตอบ #64 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 21:40:38 »

ชักเบื่ออีตา Intania๑๖ จริงๆ โพสต์อะไรทีอ้างอิงลิงค์กระจายเลอะเทอะบอร์ดไปหมด ทำให้สงสัยว่าจะมีผลประโยชน์แอบแฝงมาขายระบบบำบัดน้ำชัวร์ เพราะถ้าไม่มีผลประโยชน์อะไรก็ไม่เห็นต้องอ้างอิงอะไรให้มันเลอะเทอะบอร์ดนะ ครับ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องขอโทษอะไรด้วยต่างหาก (นี่เป็นนวตกรรมใหม่ทางด้านวิชาการครับ เป็นนโยบายลดโลกร้อน เพราะไม่เปลืองกระดาษเขียนบรรณานุกรม เวลาพิมพ์ตำราขาย)

 ขอให้ เวบมาสเตอร์ตรวจสอบด้วย ถ้ามีผลประโยชน์ก็ให้เก็บค่าต๋งบำรุงบอร์ดด้วยครับ

พล.อ.ท .ผศ.ดร.นพ.มรว.มีตรน  ล้นถ้วยชา (ผู้เชื่ยวชาญ C&P)

หมายเหตุ :- อย่างง.....หมายถึง copy & paste
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #65 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 21:56:38 »

อ้างถึง
ข้อความของ suriya2513 เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 21:17:47
ตะวันเอ๋ยตะวัน เราทะเลาะกันทีเล่นทีจริงจนน้อง BU_MEE เธอเข้าใจผิด
โกรธพี่ป๋องจน delete (erase) ตัวเองออกไปจากซีมะโด่งดอทคอมแล้วรู้ไหมน่ะ




เป็นเรื่องเข้าใจผิดธรรมดา ๆ นะครับ พี่ป๋อง ...


ไม่ต้องกังวลนะครับ ผมตามไปอ่านคำอธิบายแล้ว ก็ OK นะครับ


จริงๆ เผลอๆ  เธอโกรธผมต่างหาก พอดีผมขำมุข "คุณน้าเฉยๆ" ของพี่ป๋อง หน่ะครับ


เธออาจคิดว่าผม หัวเราะเยาะเธอหรือเปล่า ?


การอยู่รวมกันหมู่มาก ... เข้าใจกันผิดก็เป็นเรื่องธรรมดา  อธิบายแล้วก็ น่าจะจบ นะครับ


ใครไม่จบ เราจบ สบายใจ คนเดียว ^_^
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #66 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 22:00:18 »

อ้างถึง
ข้อความของ kitty-wit เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 20:38:43
@@@ Oh wimax @@@

Why ADSL ?

Why GPRS ?

Why Wi Fi ?

Why Wireless ?

Why 5 G.

But I love mobilelife most
 
thank you na.

 


สวัสดีครับพี่ kitty-wit ที่เคารพ

แปะโป้งไว้ก่อนนะครับ ^_^
      บันทึกการเข้า
demagogue
มือใหม่หัดเมาท์
*


ไม้ซีก งัด อำนาจเงิน
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108

« ตอบ #67 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 22:02:41 »

 ผลงานของ ดร.วินัย ชัวร์ครับ ตามลิงค์นี้เลยครับ www.cpu.ac.th/2008/File/ppt/Education%20Singapore.ppt
      บันทึกการเข้า
mek
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2540
คณะ: Vet 61
กระทู้: 627

« ตอบ #68 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 22:11:12 »

อ้างถึง
ข้อความของ seree_60 เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 20:59:37
ตอบน้องเมก

พี่อาจหัวโบราณไปหน่อย
พี่คิดว่า พี่ป๋องเขา ซีเนียร์ มากๆ การที่พี่มาเล่นหัวกับเราก็เป็นการไม่ถือตัว
แต่พี่คิดว่า การที่ป๋อง เขาออกไอเดีย ที่ดีๆออกมา (ซึ่งไม่ใช่เรื่องเล่นๆกัน)
 แล้วน้องมาทำเป็นสนุก ให้คะแนนแก พี่รู้สึกว่า มันไม่งาม
( เพราะการให้คะแนน พี่คิดว่า คนที่อาวุโสกว่า เขาให้กับคน ที่อ่อนกว่า)
แต่ถ้าเป็นการตอบคำถามสนุกๆ ล้อกันมันก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ที่ใคร จะให้คะแนนใครก็ได้

อย่างไรก็ตาม ที่พูดไป มันเป็นเพราะพี่ หัวโบราณ คิดถึงซีเนียริตี้มากไปหน่อย
ก็ขอโทษน้อง MEK แล้วกันนะครับ ที่ล่วงเกิน


เรียนพี่ตะวัน ขอบคุณมากครับที่มาช่วยให้ความเห็นและมุมมองเพิ่มเิติม รู้สึกเกรงใจมากครับที่พี่ตะวันขอโทษที่ล่วงเกินผม เพราะผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่เป็นการล่วงเกินผมแม้แต่น้อย เป็นการเตือนหรือบอกน้องมากกว่าและ เรื่องนี้ไม่น่าจะมีใครผิดขึ้นกับมุมมองของแต่ละคนมากกว่า ผมอาจจะไม่ทันคิดในเรื่องที่พี่ตะวันได้ให้ความเห็นมา อาจจะเพราะพี่ป๋องค่อนข้างเป็นกันเองในการโต้ตอบในเว็บและรู้สึกว่าพี่ป๋องเป็นคนที่มีึความคิดสมัยใหม่ จึงนึกไปเองว่าไม่น่าจะถือเรื่องนี้ ประกอบกับผมอยากให้บรรยากาศดูเบาลงซึ่งโดยส่วนตัวผมไม่มีความคิดในลักษณะไม่เคารพหรือไม่ให้เกียรติพี่ป๋องแม้แต่น้อยครับ อย่างไรก็ดีเพื่อความสบายใจผมขอแก้ไขข้อความเป็น  "ปล.เห็นด้วยกับความคิดเห็นพี่ป๋องครับ "  ขอบคุณพี่ตะวันอีกครั้งครับ ด้วยความเคารพ

และอีกเรื่องที่เกี่ยวพันกันส่วนของพี่ Bu_mee ครับ ผมอยากบอกว่าในส่วนที่ผมแสดงความเห็นด้วยกับความคิดของพี่ป๋อง ผมก็ไม่ได้มีความคิดในการตำหนิพี่ Bu_mee เช่นกันครับถ้าไม่ได้ไปอ่านที่พี่ป๋องจับประเด็นมาให้ดูก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าอาจชวนให้คิดไปได้ เพราะที่พี่ Bu_mee โพสต์เกี่ยวกับข้อมูลแหล่งที่มาของข้อความผมก็ไม่คิดว่าเป็นเรื่องไม่ดีอย่างไรเพราะเป็นการนำข้อมูลมาให้แก่กันทำให้เราได้รู้ข้อมูลที่ถูกต้องไม่ได้มีข้อความที่แสดงเจตนาไม่ดีอย่างไร และคิดว่าพี่ท่านอื่นที่สนับสนุนความคิดพี่ป๋องก็ไม่ได้คิดตำหนิพี่ Bu_mee เช่นกัน และส่วนความแตกต่างทางวัฒนธรรมด้านภาษาส่วนตัวผมก็เห็นว่าทุกคนก็เข้าใจว่ามีสิ่งที่แตกต่างกันและไม่มีใครคิดเยาะเย้ย พี่ Bu_mee นะครับแต่จากการพูดคุยกันผ่านเว็บบอร์ดอาจทำให้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนกันไปได้ถ้าอย่างไรมีข้อคับข้องใจอย่างไรก็คุยกันเพิ่มขึ้น น่าจะทำให้เข้าใจกันมากขึ้นนะครับ ด้วยความเคารพทุกท่านครับ
      บันทึกการเข้า

suriya2513
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,450

« ตอบ #69 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 22:19:55 »

ขอบคุณหมอเมฆมากครับ ข้อคิดของหมอเมฆ ทำให้พี่ป๋องสบายใจขึ้นมาก
คิดว่าน้อง BU_MEE คงได้ผ่านมาอ่านเช่นกันนะครับ
...
พี่ป๋อง ก็ว่า จะโพสท์แต่ละทีก็คิดแล้วคิดอีก ทุกคำ ทุกวลี ทุกประโยค
ก็ยังพลาดจนได้...
      บันทึกการเข้า

[โบราณคดี]จุดกำเนิดเริ่มต้นของ cmadong.com by : มานพ กลับดี  คลิ๊ก->
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #70 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 22:26:43 »

อืมม จริง ครับ ... น้องเมฆเขียน อ่านแล้วซอฟท์ดี

ผมนี่แย่จริงๆ ต้องปรับปรุงตัวซะแล้ว แข็งทื่อๆ จริงๆ ^_^
      บันทึกการเข้า
suriya2513
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,450

« ตอบ #71 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 22:43:04 »

อ้างถึง
ข้อความของ demagogue เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 22:02:41
ผลงานของ ดร.วินัย ชัวร์ครับ ตามลิงค์นี้เลยครับ www.cpu.ac.th/2008/File/ppt/Education%20Singapore.ppt
ลองไปที่นี่ดูสิครับ เป็นอย่างที่น้อง BU_MEE เล่าให้ฟังเลยครับ

http://www.onec.go.th/publication/4210045/

ความจริงดร.วินัยท่านก็อ้างให้เครดิตไว้ใน powerpoint หน้าแรกของท่าน แต่ตัวมันเล็กไปหน่อย
ผมขอร้องให้คุณ demagogue ยุติเรื่องนี้เถอะครับ
      บันทึกการเข้า

[โบราณคดี]จุดกำเนิดเริ่มต้นของ cmadong.com by : มานพ กลับดี  คลิ๊ก->
newstar
Cmadong พันธุ์แท้
****


Normal Man
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2532
คณะ: บัญชี'ถิติ
กระทู้: 2,978

« ตอบ #72 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 00:03:56 »

อ้างถึง
ข้อความของ suriya2513 เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 21:17:47
ตะวันเอ๋ยตะวัน เราทะเลาะกันทีเล่นทีจริงจนน้อง BU_MEE เธอเข้าใจผิด
โกรธพี่ป๋องจน delete (erase) ตัวเองออกไปจากซีมะโด่งดอทคอมแล้วรู้ไหมน่ะ



ิเรียน พี่ป๋อง และพี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคน

เผอิญมาอ่านกระทู้นี้อีกครั้งและเห็นมีประเด็น BU_MEE เพื่อนของผม เลยต้องพยายามอ่านที่ไปที่มาสักพักก่อนครับ ว่าเพราะอะไร อย่างไร ถึงมีประเด็นเกี่ยวกับเืพื่อนผมครับ หลังจากนั้น อดรนทนไม่ได้ จำเ็ป็นต้องคุยกับเืพื่อนให้ได้ครับ เลยโทรไปคุยกับเพื่อน BU_MEE เพื่อนผมเค้าฝากเรียนชี้แจงมาว่า เค้าไ่ม่ได้โกรธเคืองพี่ป๋องเลยสักนิดครับ ให้พี่ป๋องสบายใจได้ ท่านอื่น ๆ เพื่อนผมเค้าก็ไ่ม่ได้โกรธเคืองอะไรครับ เืพื่อนผมเค้าไม่อยากให้พี่น้องซีมะโด่งต้องทะเลาะกัน ห่วงว่าสมาชิกจะหาย ๆ ไป อยากให้สมาชิกมาคุยกันมาก ๆ และอยากให้คุยกันในบรรยากาศพี่น้อง ไม่ถึงกับต้องเอาเป็นเอาตายขนาดนั้นครับ แตกต่างแต่ไม่แตกแยก

BU_MEE บอกผมว่าว่าง ๆ ก็จะเข้ามาคุยกับพี่ ๆ น้อง ๆ ใหม่ครับ

      บันทึกการเข้า
swsm
Cmadong Member
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
****


@@ ยาหยี @@
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: Rcu2523
คณะ: Comm Arts
กระทู้: 28,369

« ตอบ #73 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 00:13:51 »

ดีใจที่ได้ยินเช่นนี้ค่ะ .. ขอบคุณน้องพอล    รักนะ
      บันทึกการเข้า

.. don't play with me, cos I know how to play it too .. may be better than you do ..
newstar
Cmadong พันธุ์แท้
****


Normal Man
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2532
คณะ: บัญชี'ถิติ
กระทู้: 2,978

« ตอบ #74 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 00:17:49 »

สวัสดีตอนดึกครับพี่หยี คืนนี้ไม่ได้ไปเยี่ยมชาวเมียงูเลยครับ
      บันทึกการเข้า
swsm
Cmadong Member
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
****


@@ ยาหยี @@
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: Rcu2523
คณะ: Comm Arts
กระทู้: 28,369

« ตอบ #75 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 00:20:13 »

พี่ก็แวะเข้าไปแป้บเดียวมา 2 วันแล้วค่ะ ..
ตระเวนคุยบ้านพี่ ๆ แทน .. คริคริ
      บันทึกการเข้า

.. don't play with me, cos I know how to play it too .. may be better than you do ..
newstar
Cmadong พันธุ์แท้
****


Normal Man
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2532
คณะ: บัญชี'ถิติ
กระทู้: 2,978

« ตอบ #76 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 00:24:15 »

ราตรีสวัสดิ์ครับพี่หยี
      บันทึกการเข้า
suriya2513
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,450

« ตอบ #77 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 01:33:29 »

ขอบคุณพอล นิวสตาร์ ที่ช่วยไปปรับความเข้าใจกับน้อง BU_MEE ให้
พวกหอชายก็อย่างนี้แหละครับ บางทีก็เห็นอะไรเป็นเล่นไปหมด จนเกินความพอดี
หวังว่าน้อง BU_MEE คงอภัยให้พวกพี่ และกลับมาเป็นเหมือนเดิมนะครับ
      บันทึกการเข้า

[โบราณคดี]จุดกำเนิดเริ่มต้นของ cmadong.com by : มานพ กลับดี  คลิ๊ก->
ชัยหลอ30
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #78 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 02:13:55 »

อ้างถึง
ข้อความของ suriya2513 เมื่อ 10 มีนาคม 2553, 01:33:29
ขอบคุณพอล นิวสตาร์ ที่ช่วยไปปรับความเข้าใจกับน้อง BU_MEE ให้
พวกหอชายก็อย่างนี้แหละครับ บางทีก็เห็นอะไรเป็นเล่นไปหมด จนเกินความพอดี
หวังว่าน้อง BU_MEE คงอภัยให้พวกพี่ และกลับมาเป็นเหมือนเดิมนะครับ


ขอโทษพี่ป๋องครับ   sorry


สิ่งที่เห็น  อาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น
      บันทึกการเข้า
ภาณุ ปาตานี
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,254

« ตอบ #79 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 06:54:25 »

อ้าว! ชัยหลอ ก็หายไปอีกคนแล้ว เหนื่อย

น้องหมีครับ

น้องชัยหลอครับ

Please come back
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #80 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 15:30:59 »

อ้างถึง
ข้อความของ mek เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 14:13:44
อ้างถึง
ข้อความของ ดร.มนตรี เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 14:08:41
อ้างถึง
ข้อความของ ดร.มนตรี เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 12:58:19
อ้างถึง
ข้อความของ mek เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 12:49:00
ขอเรียนถามเกี่ยวกับ wimax กับ 3G ครับ เท่าที่พอจะทราบ wimax น่าจะมีประสิทธิภาพดีกว่า แต่ในด้านต้นทุนไม่ทราบว่าตัวไหนถูกกว่ากันครับ ถ้า wimax ถูกกว่าหรือแพงกว่าไม่มาก ทำไมประเทศไทยไม่ประมูล wimax ไปเลยไม่ต้องประมูล 3G อยากทราบเป็นความรู้ครับเผื่อจะได้รู้ทิศทางในการซื้ออุปกรณ์สื่อสารชิ้นใหม่ในอนาคตว่าควรต้องรอนานแค่ไหน ขอบคุณครับ

ปล.ขอ +100 ให้ความคิดเห็นพี่ป๋องด้วยครับ


เดี๋ยวพี่ขออนุญาต ติดไว้ก่อนนะครับ เย็นๆเลิกงานแล้ว จะมาต่อให้ครับ น้อง ^_^



น้องmek ทานกาแฟ ก่อนนะครับใจเย็นๆ เพราะคำถามของน้อง พี่ต้องอธิบายยาวเลยครับ  ^_^

อย่ายาวมากนะครับ เอาแค่พอเข้าใจก็พอผมเป็นพวกสมาธิสั้นขอบคุณล่วงหน้าเลยครับ

คำถามแรก: wimax กับ 3G ครับ เท่าที่พอจะทราบ wimax น่าจะมีประสิทธิภาพดีกว่า แต่ในด้านต้นทุนไม่ทราบว่าตัวไหนถูกกว่ากันครับ

หากเราจะเปรียบเทียบ WiMAX (มาตรฐาน IEEE 802.16e) กับเทคโนโลยี 3G ซึ่งในที่นี้ 3G จะหมายถึงมาตรฐาน HSDPA และ CDMA2000 นั้น เทคโนโลยี WiMAX มีข้อได้เปรียบในเชิงของเงินลงทุนด้านอุปกรณ์เครือข่าย ครับ น้อง mek


เพราะ WiMAX มีสถาปัตยกรรมเครือข่ายที่ไม่ซับซ้อน และอัตราเร็วในการสื่อสารข้อมูลที่เหนือกว่าเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G




แต่ ณ ปัจจุบัน WiMAX จะเสียเปรียบ 3G ในประเด็น

- เสถียรภาพในการรักษาคุณภาพของข้อมูล
- ความหลากหลายของเครื่องลูกข่าย
- ฐานลูกค้า (จำนวน) ผู้ใช้บริการ


ซึ่งประเด็น เสถียรภาพในการรักษาคุณภาพของข้อมูลกำลังถูกพัฒนา ในมาตรฐาน IEEE 802.16m (ปัจจุบันอยู่ที่มาตรฐาน IEEE 802.16e)

แต่ถ้าพิจารณาถึงต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการให้บริการสื่อสารข้อมูลมัลติมีเดียอัตราเร็วสูงของผู้ใช้บริการ (ลูกค้า) แต่ละรายแล้ว จะพบว่าเทคโนโลยี WiMAX มีต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก พูดง่ายๆ คือ WiMAX จะมีอัตราการ รับ-ส่ง ข้อมูลที่สูงกว่า 3 G ในค่าใช้จ่ายที่เท่ากัน

      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #81 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 15:51:39 »

คำถามที่ 2: ถ้า wimax ถูกกว่าหรือแพงกว่าไม่มาก ทำไมประเทศไทยไม่ประมูล wimax ไปเลยไม่ต้องประมูล 3G อยากทราบเป็นความรู้ครับเผื่อจะได้รู้ทิศทางในการซื้ออุปกรณ์สื่อสารชิ้นใหม่ในอนาคตว่าควรต้องรอนานแค่ไหน ขอบคุณครับ


ณ วันนี้ เตรียมเปิดประมูลคลื่นความถี่ 3G และ WiMAX ในเวลาที่ใกล้เคียงกันครับ ... เพิ่ง ประกาศในราชกิจจาฯ เมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2553 อุ่นๆเลย  หรือ พูดง่ายๆ คือเราจะมีทั้ง 3G และ WiMAX ใช้งานในช่วงเวลาเดียวกัน ...

ส่วนอุปกรณ์สื่อสาร จะสามารถใช้งานได้ทั้ง 2 ระบบครับ คือใช้ได้ทั้ง 3G และ WiMAX ในอุปกรณ์เดียวกัน (Dual Mode)








ปล.

ถ้ากลับจากไต้หวันแล้วจะมาเล่าเรื่อง Roadmap ของ 4G ต่อนะครับ WiMAX ณ มาตรฐานปัจจุบัน ยังไม่สามารถนับเป็น 4G ได้สมบูรณ์ ครับ


เดี๋ยวตอนนี้จะลองดูว่ามีอะไรที่พอจะมาแชร์ได้อีกบ้าง ...

...



      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #82 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 15:58:21 »

ตัวอย่าง: “Entertainment at your fingertips”






      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #83 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 16:06:48 »

เด็กนักเรียน ของเราในชนบท 21 โรงเรียน ใน จ.เชียงราย ได้ใช้งาน WiMAX ก่อนใครใน ASIA Pacific  ^_^

http://www.wimax.com/commentary/blog/blog-2008/august/Thailands-TTT-deploys-Cisco-WiMAX-0827









      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #84 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 16:11:17 »

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=tJagfc4O590" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=tJagfc4O590</a>


          TT&T is deploying the first Cisco (NASDAQ: CSCO) WiMAX network in Asia Pacific at Mae Fah Luang University. Expected to help bridge the digital divide, this will also be the first production WiMAX network in Thailand once the rollout is completed in September.

          Located in Chiang Rai province in north Thailand, Mae Fah Luang University selected TT&T to deploy the network after it obtained a WiMAX license as part of the Pilot Tele-Center for Rural Area Education and Development Project in commemoration of the 80th birthday of the king of Thailand. TT&T is deploying the Cisco(R) Mobile WiMAX suite of solutions, which feature innovations that will help TT&T reduce capital and operating expenses while increasing overall network capacity.




      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #85 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 17:04:01 »

ผลิตผล ^_^

เครดิต: ม.แม่ฟ้าหลวง และ 21 โรงเรียนในโครงการฯ





      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #86 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 17:07:16 »

เรียนผ่านระบบ Video Conference



      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #87 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 17:11:07 »

สารคดีผลงานนักเรียน (Demand Side Learning)



      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #88 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 17:15:37 »

นักเรียนบนดอย ... เข้าเรียนผ่านระบบ Video Conference



      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #89 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 17:23:06 »

บางส่วนของผลงาน จากโรงเรียนในโครงการฯ











      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #90 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 17:24:24 »

ปล.

ว่างแล้วเดี๋ยวมาต่อนะครับ มีเรื่องสนุกๆ  ดีๆ อีกมากมาย  ^_^
      บันทึกการเข้า
mek
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2540
คณะ: Vet 61
กระทู้: 627

« ตอบ #91 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 09:16:44 »

ขอบคุณพี่ ดร.มนตรีมากครับสำหรับข้อมูล แต่ปัจจุบันผมไม่ค่อยเห็นโฆษณาเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่รองรับ wimax มากซักเท่าไหร่ส่วนใหญ่จะรองรับ 3G หรือเค้าอาจจะรอให้ชัดเจนกว่านี้ก่อนแล้วจึงเริ่มโฆษณา และผมมีข้อสงสัยเพิ่มเติมดังนี้ครับ
     1.แล้วถ้าเป็นเรื่องต้นทุนต่อหน่วยพื้นที่ที่ต้องลงทุนเพิ่มจากเดิม wimax ยังถูกกว่ามั้ยครับ (ผมหมายความว่าจากของที่มีอยู่แล้วที่ดัดแปลงมาใช้เช่นเสา แล้วต่อพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตรที่ครอบคลุมเท่ากันการลงทุน wimax ยังถูกกว่ามั้ยครับ ไม่คิดเรื่องของความเร็วการรับส่งข้อมูลครับ)
     2.ตัว 3G พวก HSPDA CDMA รับส่งสัญญาณจากเสาเครือข่ายของโทรศัทพ์ หรือจากดาวเทียมครับผมเหมือนจะจำว่าของ Hutch มาจากดาวเทียมเลยไม่แน่ใจ แต่ของ Wimax ส่งจากเสาเครือข่ายใช่มั้ยครับ
ถ้าพอมีเวลาว่างแล้วค่อยมาตอบก็ได้นะครับขอบคุณมากครับ
      บันทึกการเข้า

ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #92 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 10:37:37 »

อ้างถึง
ข้อความของ mek เมื่อ 11 มีนาคม 2553, 09:16:44
ขอบคุณพี่ ดร.มนตรีมากครับสำหรับข้อมูล แต่ปัจจุบันผมไม่ค่อยเห็นโฆษณาเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่รองรับ wimax มากซักเท่าไหร่ส่วนใหญ่จะรองรับ 3G หรือเค้าอาจจะรอให้ชัดเจนกว่านี้ก่อนแล้วจึงเริ่มโฆษณา และผมมีข้อสงสัยเพิ่มเติมดังนี้ครับ
     1.แล้วถ้าเป็นเรื่องต้นทุนต่อหน่วยพื้นที่ที่ต้องลงทุนเพิ่มจากเดิม wimax ยังถูกกว่ามั้ยครับ (ผมหมายความว่าจากของที่มีอยู่แล้วที่ดัดแปลงมาใช้เช่นเสา แล้วต่อพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตรที่ครอบคลุมเท่ากันการลงทุน wimax ยังถูกกว่ามั้ยครับ ไม่คิดเรื่องของความเร็วการรับส่งข้อมูลครับ)
     2.ตัว 3G พวก HSPDA CDMA รับส่งสัญญาณจากเสาเครือข่ายของโทรศัทพ์ หรือจากดาวเทียมครับผมเหมือนจะจำว่าของ Hutch มาจากดาวเทียมเลยไม่แน่ใจ แต่ของ Wimax ส่งจากเสาเครือข่ายใช่มั้ยครับ
ถ้าพอมีเวลาว่างแล้วค่อยมาตอบก็ได้นะครับขอบคุณมากครับ



เป็นคำถามที่ดีอีกแล้ว ...  ^_^

เหมือนเดิมครับ จะมาเล่าทีหลังนะครับ ตอนนี้ เบรคกาแฟ กับพี่ก่อน นะ ...  ปิ๊งๆ


สำหรับอุปกรณ์ไวแมกซ์ ในโลกนี้มีมากมาย ใช้อยู่ใน ประมาณ 150 ประเทศทั่วโลก

แต่ ในเมืองไทย บ้านเรา ต้องรอ เรื่อง Commercial License จาก กทช. ให้เรียบร้อยก่อนครับ ...


ตัวอย่างอุปกรณ์ที่รองรับไวแมกซ์ ตามนี้เลย ...








http://images.google.co.th/images?um=1&hl=th&ndsp=20&tbs=isch%3A1&sa=3&q=WIMAX+Device&btnG=%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E



      บันทึกการเข้า
mek
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2540
คณะ: Vet 61
กระทู้: 627

« ตอบ #93 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 11:12:22 »

อ้างถึง
ข้อความของ ชัยหลอ30 เมื่อ 10 มีนาคม 2553, 02:13:55
อ้างถึง
ข้อความของ suriya2513 เมื่อ 10 มีนาคม 2553, 01:33:29
ขอบคุณพอล นิวสตาร์ ที่ช่วยไปปรับความเข้าใจกับน้อง BU_MEE ให้
พวกหอชายก็อย่างนี้แหละครับ บางทีก็เห็นอะไรเป็นเล่นไปหมด จนเกินความพอดี
หวังว่าน้อง BU_MEE คงอภัยให้พวกพี่ และกลับมาเป็นเหมือนเดิมนะครับ


ขอโทษพี่ป๋องครับ   sorry


สิ่งที่เห็น  อาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น

เรียนพี่ชัยหลอ 30 และ พี่ Bu_mee รวมถึงทุกท่านที่ผ่านมาเห็นข้อความของผมครับ  ผมไม่ทราบว่าเหมาะสมหรือไม่ซึ่งถ้าหากไม่เหมาะสมขอให้แนะนำผมได้เลยครับ แต่ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการโพสต์ความเห็นของพี่ป๋องในกระทู้นี้นะครับซึ่งดูเหมือนเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้สมาชิกมีการถอด Log in ของตัวเองออก (ตรงนี้ผมคิดเอาเองนะครับ) คือผมอยากเรียนว่าการตีความหมายความคิดเห็นจากการโพสต์ข้อความในเว็บบอร์ด 1 ข้อความ แต่ละคนจะตีความหมายและเจตนาไม่เหมือนกันครับเพราะเราไม่สามารถรับทราบอารมณ์ของกันและกัน และหากไม่เข้าใจก็ไม่สามารถซักถามตอบโต้กันได้โดยทันที เราจะตีความหมายตัวอักษรจากประสบการณ์ ความรู้สึก(ความรู้สึกของผู้ตีความรวมถึงอคติ)  สิ่งแวดล้อม(วัฒนธรรมของแต่ละคน บริบทของกระทู้) ซึ่งผมคิดว่าเรามักจะมองจากตัวเราเป็นหลัก ทำให้บางครั้งคน 2 คนตีความหมายและเจตนาไปคนละอย่างกันอย่างสิ้นเชิง เช่นในข้อความที่พี่ป๋องเขียนว่า "พวกหอชายก็อย่างนี้แหละครับ บางทีก็เห็นอะไรเป็นเล่นไปหมด จนเกินความพอดี" ผมไม่คิดว่าพี่ป๋องหมายถึงใครคนใดคนหนึ่งนะครับแต่หมายถึงหอชายรวม ๆ ซึ่งรวมทั้งตัวพี่ป๋องเองด้วย และเจตนาของพี่ป๋องก็ไม่ได้หมายความจะตำหนิร้ายแรงเพียงแต่อยากให้ทราบว่าบางครั้งไม่ได้มีเจตนาจะให้เข้าใจหรือเกิดเรื่องไม่ดี ไม่สบายใจเช่นนั้น ทั้งที่หวังว่าจะเป็นสิ่งที่ดี ที่ทำให้คนมีความสุข แต่การตีความหมายที่แตกต่างกันทำให้เข้าใจไปคนละขั้วได้เลย เท่าที่ผมเห็นความคิดเห็นของพี่ป๋องในกระทู้นี้ทั้งหมดพี่ป๋องไม่ได้อยากจะตำหนิใคร และไม่ได้อยากจะสร้างความขุ่นมัวในจิดใจให้แก่ใครเลยครับ เพียงแต่ท่านอยากให้มีการพูดคุยกัีนอย่างปรองดอง มีเมตตา มีเหตุผล ต่อกันเพียงเท่านั้น สิ่งที่ผมเขียนมาทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดของผมเท่านั้นนะครับแต่ผมเชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ เหตุการนี้เชื่อว่าหลาย ๆ คนไม่สบายใจผมก็ไม่สบายใจและคนที่ไม่สบายใจมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นพี่ป๋องครับ ผมจึงอยากขอร้องให้พี่ ๆ ทั้งสองท่านกลับมาร่วมกันสร้างสรรค์และพัฒนาเว็บบอร์ดต่อไปครับ สิ่งใดที่ไม่เข้าใจ คับข้องใจก็น่าจะพูดคุยกันมากขึ้นครับ จะได้เข้าใจกันมากขึ้นอาจใช้วิธี pm คุยกันก็ได้จะได้เป็นการส่วนตัวกัน การกระทำครั้งนี้หากท่านใดเห็นว่าไม่เหมาะสมก็โพสต์แนะนำผมได้เลยครับผมน้อมรับทุกความคิดเห็นครับ ด้วยความเคารพทุกท่านครับ    
      บันทึกการเข้า

newstar
Cmadong พันธุ์แท้
****


Normal Man
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2532
คณะ: บัญชี'ถิติ
กระทู้: 2,978

« ตอบ #94 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 14:29:30 »

ขอบคุณน้อง Mek มากครับ น้ำใจน้องพี่สีชมพูจริง ๆ ครับ
      บันทึกการเข้า
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #95 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 16:35:18 »

น้องสน ขออนุญาต สื่อสารถึง ผู้ที่ส่ง พีเอ็ม ถึงพี่ ( หากไม่เหมาะ อนุญาตให้ลบได้ทันที)

      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
suriya2513
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,450

« ตอบ #96 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 17:16:29 »

ก็ไม่ถึงกับไม่เหมาะสมมากนักหรอกครับตะวัน

แต่ถ้าเขาคนนั้นใช้วิธีพี.เอ็ม. ตะวันก็ควรจะตอบเขาด้วยพี.เอ็ม.เช่นกัน

ไม่ควรโพสท์อย่างเปิดเผยบนบอร์ด เพราะจะทำให้เกิดความร้าวฉานเป็นวงกว้างขึ้น

ก็อย่างที่พี่ป๋องเคยแนะนำ ถ้าไม่มีความสุขที่จะคบกับใครอย่างมิตร ก็อย่าเป็นศัตรูกันเลยครับ

สำหรับพวกเราชาวหอฯจุฬาฯ
      บันทึกการเข้า

[โบราณคดี]จุดกำเนิดเริ่มต้นของ cmadong.com by : มานพ กลับดี  คลิ๊ก->
manopkd
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #97 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 19:38:05 »

อ้างถึง
ข้อความของ suriya2513 เมื่อ 11 มีนาคม 2553, 17:16:29
ก็ไม่ถึงกับไม่เหมาะสมมากนักหรอกครับตะวัน

แต่ถ้าเขาคนนั้นใช้วิธีพี.เอ็ม. ตะวันก็ควรจะตอบเขาด้วยพี.เอ็ม.เช่นกัน

ไม่ควรโพสท์อย่างเปิดเผยบนบอร์ด เพราะจะทำให้เกิดความร้าวฉานเป็นวงกว้างขึ้น

ก็อย่างที่พี่ป๋องเคยแนะนำ ถ้าไม่มีความสุขที่จะคบกับใครอย่างมิตร ก็อย่าเป็นศัตรูกันเลยครับ

สำหรับพวกเราชาวหอฯจุฬาฯ


พี่สิงห์ขอสนับสนุนความคิดนี้ครับ
      บันทึกการเข้า
too
ตู้ rcu85
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

คณะ: วิศวกรรมศาสตร์
กระทู้: 1,281

เว็บไซต์
« ตอบ #98 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 19:38:50 »

สวัสดีครับ ผมตู้ 45 นะครับ พอดีเพิ่งเข้ามากระทู้นี้ เป็นกระทู้ที่มีเนื้อหาที่ผมสนใจพอดีเลยครับ

ผมอยากจะถามพี่มนตรีครับ ตามความเข้าใจของผม ดูเหมือนว่าปัจจุบันนี้ การเล่นอินเตอร์เน็ต มันพอจะแบ่งได้เป็น 2 พวก คือ

1. มีสาย
คนทั่วไปที่ใช้หลักๆ ก็คือ พวกที่ใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะปกติ (ซึ่งก็ใช้เทคโนโลยี ADSL ในบ้านเรา หรือถ้าล้ำหน้าหน่อย ก็เป็นเส้นใยแก้วนำแสง พวก Fiber To The Home)

2.ไร้สาย
ซึ่งน่าจะแบ่งตามอุปกรณ์การใช้งานได้คร่าวๆ อีก 2 พวก คือ

2.1 คนที่เล่นอินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ

2.2 คนที่เล่นอินเตอร์เน็ตผ่านโน็ตบุ๊ค

คำถามในใจผมก็เลยเป็น มันจะมีคนประเภทในบ้าง ที่เป็นกลุ่มที่น่าจะต้องพึ่งพา WiMAX?

เพราะดูเหมือนคนที่เล่นผ่านมือถือ ก็มักจะเล่นผ่านระบบโทรศัพท์ไร้สายแบบเซลลูลาร์ (ตั้งแต่ยุค 2G อย่าง GPRS, EDGE ไปจนถึง 3G หรือ 4G ในอนาคต) หรือบางเครื่องที่เล่นผ่าน Wifi ได้ เมื่อเข้าไปเขตที่มีสัญญาณWifi ก็มักจะเปลี่ยนไปเล่นผ่าน Wifi แทน เพราะถูกกว่า เร็วกว่าเซลลูลาร์

ในขณะที่คนที่เล่นผ่านโน็ตบุ๊ค ก็มักจากเล่นผ่าน Wifi เป็นหลักก่อน ถ้าไม่มี Wifi ค่อยไปใช้ Air Card ซึ่งก็ต้องใส่ซิมที่เป็นระบบเซลลูลาร์

ผมเล่นมองว่า Wimax ค่อนข้างจะมีที่ทางน้อย
ถ้าจะแข่งกับ Wifi ก็ต้องดูว่าสู้ด้านค่าบริการได้รึเปล่า
ถ้าจะแข่งกับเซลลูลาร์ (3G) ก็เหมือนจะยาก เพราะระบบโทรศัพท์มือถือมันแพร่หลายไปทั่วเลย

ไม่ทราบว่าผมเข้าใจผิดถูกประการใด รบกวนพี่มนตรีช่วยชี้แนะด้วยครับ :)
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #99 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 20:13:19 »

อ้างถึง
ข้อความของ too เมื่อ 11 มีนาคม 2553, 19:38:50
สวัสดีครับ ผมตู้ 45 นะครับ พอดีเพิ่งเข้ามากระทู้นี้ เป็นกระทู้ที่มีเนื้อหาที่ผมสนใจพอดีเลยครับ

ผมอยากจะถามพี่มนตรีครับ ตามความเข้าใจของผม ดูเหมือนว่าปัจจุบันนี้ การเล่นอินเตอร์เน็ต มันพอจะแบ่งได้เป็น 2 พวก คือ

1. มีสาย
คนทั่วไปที่ใช้หลักๆ ก็คือ พวกที่ใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะปกติ (ซึ่งก็ใช้เทคโนโลยี ADSL ในบ้านเรา หรือถ้าล้ำหน้าหน่อย ก็เป็นเส้นใยแก้วนำแสง พวก Fiber To The Home)

2.ไร้สาย
ซึ่งน่าจะแบ่งตามอุปกรณ์การใช้งานได้คร่าวๆ อีก 2 พวก คือ

2.1 คนที่เล่นอินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ

2.2 คนที่เล่นอินเตอร์เน็ตผ่านโน็ตบุ๊ค

คำถามในใจผมก็เลยเป็น มันจะมีคนประเภทในบ้าง ที่เป็นกลุ่มที่น่าจะต้องพึ่งพา WiMAX?

เพราะดูเหมือนคนที่เล่นผ่านมือถือ ก็มักจะเล่นผ่านระบบโทรศัพท์ไร้สายแบบเซลลูลาร์ (ตั้งแต่ยุค 2G อย่าง GPRS, EDGE ไปจนถึง 3G หรือ 4G ในอนาคต) หรือบางเครื่องที่เล่นผ่าน Wifi ได้ เมื่อเข้าไปเขตที่มีสัญญาณWifi ก็มักจะเปลี่ยนไปเล่นผ่าน Wifi แทน เพราะถูกกว่า เร็วกว่าเซลลูลาร์

ในขณะที่คนที่เล่นผ่านโน็ตบุ๊ค ก็มักจากเล่นผ่าน Wifi เป็นหลักก่อน ถ้าไม่มี Wifi ค่อยไปใช้ Air Card ซึ่งก็ต้องใส่ซิมที่เป็นระบบเซลลูลาร์

ผมเล่นมองว่า Wimax ค่อนข้างจะมีที่ทางน้อย
ถ้าจะแข่งกับ Wifi ก็ต้องดูว่าสู้ด้านค่าบริการได้รึเปล่า
ถ้าจะแข่งกับเซลลูลาร์ (3G) ก็เหมือนจะยาก เพราะระบบโทรศัพท์มือถือมันแพร่หลายไปทั่วเลย

ไม่ทราบว่าผมเข้าใจผิดถูกประการใด รบกวนพี่มนตรีช่วยชี้แนะด้วยครับ :)


น้องเราเจ๋ง (ว่ะ) ... เป็นอีกคำถามที่ดีมากครับ ... แต่ขอแปะโป้งไว้ก่อน (อย่างเคย) ขอเป็นสักวันอาทิตย์นะครับ จะมาตอบ^_^


ถามกันมาได้เรื่อยๆ นะครับ  พี่จะพยายาม รวบรวมแล้วตอบทีเดียวเลยแล้วกันนะ จะได้เห็นภาพรวมทั้งภาพ ...
      บันทึกการเข้า
too
ตู้ rcu85
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

คณะ: วิศวกรรมศาสตร์
กระทู้: 1,281

เว็บไซต์
« ตอบ #100 เมื่อ: 12 มีนาคม 2553, 12:35:13 »

ขอบคุณครับ  sorry
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #101 เมื่อ: 12 มีนาคม 2553, 13:05:39 »

Diagram นี้จะตอบคำถาม ของ ทั้งพี่ Kitty - wit และ น้อง too นะครับ  

แล้วจะมาอธิบายรายละเอียดทีหลัง ครับ  ^_^




อ้างถึง
ข้อความของ kitty-wit เมื่อ 09 มีนาคม 2553, 20:38:43
@@@ Oh wimax @@@

Why ADSL ?

Why GPRS ?

Why Wi Fi ?

Why Wireless ?

Why 5 G.

But I love mobilelife most
 
thank you na.

 

อ้างถึง
ข้อความของ ดร.มนตรี เมื่อ 11 มีนาคม 2553, 20:13:19
อ้างถึง
ข้อความของ too เมื่อ 11 มีนาคม 2553, 19:38:50
สวัสดีครับ ผมตู้ 45 นะครับ พอดีเพิ่งเข้ามากระทู้นี้ เป็นกระทู้ที่มีเนื้อหาที่ผมสนใจพอดีเลยครับ

ผมอยากจะถามพี่มนตรีครับ ตามความเข้าใจของผม ดูเหมือนว่าปัจจุบันนี้ การเล่นอินเตอร์เน็ต มันพอจะแบ่งได้เป็น 2 พวก คือ

1. มีสาย
คนทั่วไปที่ใช้หลักๆ ก็คือ พวกที่ใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะปกติ (ซึ่งก็ใช้เทคโนโลยี ADSL ในบ้านเรา หรือถ้าล้ำหน้าหน่อย ก็เป็นเส้นใยแก้วนำแสง พวก Fiber To The Home)

2.ไร้สาย
ซึ่งน่าจะแบ่งตามอุปกรณ์การใช้งานได้คร่าวๆ อีก 2 พวก คือ

2.1 คนที่เล่นอินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ

2.2 คนที่เล่นอินเตอร์เน็ตผ่านโน็ตบุ๊ค

คำถามในใจผมก็เลยเป็น มันจะมีคนประเภทในบ้าง ที่เป็นกลุ่มที่น่าจะต้องพึ่งพา WiMAX?

เพราะดูเหมือนคนที่เล่นผ่านมือถือ ก็มักจะเล่นผ่านระบบโทรศัพท์ไร้สายแบบเซลลูลาร์ (ตั้งแต่ยุค 2G อย่าง GPRS, EDGE ไปจนถึง 3G หรือ 4G ในอนาคต) หรือบางเครื่องที่เล่นผ่าน Wifi ได้ เมื่อเข้าไปเขตที่มีสัญญาณWifi ก็มักจะเปลี่ยนไปเล่นผ่าน Wifi แทน เพราะถูกกว่า เร็วกว่าเซลลูลาร์

ในขณะที่คนที่เล่นผ่านโน็ตบุ๊ค ก็มักจากเล่นผ่าน Wifi เป็นหลักก่อน ถ้าไม่มี Wifi ค่อยไปใช้ Air Card ซึ่งก็ต้องใส่ซิมที่เป็นระบบเซลลูลาร์

ผมเล่นมองว่า Wimax ค่อนข้างจะมีที่ทางน้อย
ถ้าจะแข่งกับ Wifi ก็ต้องดูว่าสู้ด้านค่าบริการได้รึเปล่า
ถ้าจะแข่งกับเซลลูลาร์ (3G) ก็เหมือนจะยาก เพราะระบบโทรศัพท์มือถือมันแพร่หลายไปทั่วเลย

ไม่ทราบว่าผมเข้าใจผิดถูกประการใด รบกวนพี่มนตรีช่วยชี้แนะด้วยครับ :)


น้องเราเจ๋ง (ว่ะ) ... เป็นอีกคำถามที่ดีมากครับ ... แต่ขอแปะโป้งไว้ก่อน (อย่างเคย) ขอเป็นสักวันอาทิตย์นะครับ จะมาตอบ^_^


ถามกันมาได้เรื่อยๆ นะครับ  พี่จะพยายาม รวบรวมแล้วตอบทีเดียวเลยแล้วกันนะ จะได้เห็นภาพรวมทั้งภาพ ...

      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #102 เมื่อ: 12 มีนาคม 2553, 13:12:27 »

Diagrame นี้จะตอบคำถามน้อง mek ครับ (จะมาอธิบายรายละเอียดภายในวันอาทิตย์นี้นะครับ)



อ้างถึง
ข้อความของ mek เมื่อ 11 มีนาคม 2553, 09:16:44
ขอบคุณพี่ ดร.มนตรีมากครับสำหรับข้อมูล แต่ปัจจุบันผมไม่ค่อยเห็นโฆษณาเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่รองรับ wimax มากซักเท่าไหร่ส่วนใหญ่จะรองรับ 3G หรือเค้าอาจจะรอให้ชัดเจนกว่านี้ก่อนแล้วจึงเริ่มโฆษณา และผมมีข้อสงสัยเพิ่มเติมดังนี้ครับ
     1.แล้วถ้าเป็นเรื่องต้นทุนต่อหน่วยพื้นที่ที่ต้องลงทุนเพิ่มจากเดิม wimax ยังถูกกว่ามั้ยครับ (ผมหมายความว่าจากของที่มีอยู่แล้วที่ดัดแปลงมาใช้เช่นเสา แล้วต่อพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตรที่ครอบคลุมเท่ากันการลงทุน wimax ยังถูกกว่ามั้ยครับ ไม่คิดเรื่องของความเร็วการรับส่งข้อมูลครับ)
     2.ตัว 3G พวก HSPDA CDMA รับส่งสัญญาณจากเสาเครือข่ายของโทรศัทพ์ หรือจากดาวเทียมครับผมเหมือนจะจำว่าของ Hutch มาจากดาวเทียมเลยไม่แน่ใจ แต่ของ Wimax ส่งจากเสาเครือข่ายใช่มั้ยครับ
ถ้าพอมีเวลาว่างแล้วค่อยมาตอบก็ได้นะครับขอบคุณมากครับ


      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #103 เมื่อ: 12 มีนาคม 2553, 13:19:54 »

สำหรับในภาพรวมของอนาคตอ่านได้จาก บทสัมภาษณ์ของพี่ ที่ให้สัมภาษณ์ไว้ใน นิตยสาร E-Commerce ที่นำมาแชร์ ตามข้างล่างนี้ ได้เลยครับ ..






      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #104 เมื่อ: 12 มีนาคม 2553, 13:20:35 »

      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #105 เมื่อ: 12 มีนาคม 2553, 13:21:23 »

      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #106 เมื่อ: 12 มีนาคม 2553, 13:21:58 »

      บันทึกการเข้า
mek
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2540
คณะ: Vet 61
กระทู้: 627

« ตอบ #107 เมื่อ: 12 มีนาคม 2553, 13:35:02 »

ขอบคุณพี่ดร.มนตรีมากครับ โอ้!  มี LTE อีกประเทศอื่นเค้าใช้กันหรือยังครับเทคโนโลยีนี้
      บันทึกการเข้า

ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #108 เมื่อ: 12 มีนาคม 2553, 13:39:20 »

โอว ...ทำไมปีที่แล้วหน้าตาพี่ดูแก่จัง ... แป๊บนึง ขอถ่ายภาพ ณ บัดนาว ... โชว์หน้าตาปัจจุบันก่อน ไม่แก่ขนาดนั้น   เหอๆๆ

      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #109 เมื่อ: 12 มีนาคม 2553, 13:40:45 »

อ้างถึง
ข้อความของ mek เมื่อ 12 มีนาคม 2553, 13:35:02
ขอบคุณพี่ดร.มนตรีมากครับ โอ้!  มี LTE อีกประเทศอื่นเค้าใช้กันหรือยังครับเทคโนโลยีนี้

เริ่มใช้ที่ สวีเดน แล้วครับ ...   แต่มาตรฐาน LTE ยังไม่นิ่ง ^_^


เทกแคร์ ครับ พี่ทำงานต่อหล่ะ ^_^
      บันทึกการเข้า
too
ตู้ rcu85
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

คณะ: วิศวกรรมศาสตร์
กระทู้: 1,281

เว็บไซต์
« ตอบ #110 เมื่อ: 14 มีนาคม 2553, 15:03:50 »

ขอบคุณครับ เท่าที่ดู diagram เมื่อว่า WiMAX จะมาแทนการใช้งาน Wifi เลยนะครับ

ต่อไป Wifi อาจจะไว้ใช้แค่เป็น LAN (เอาไว้เป็นโครงข่ายภายใน) อย่างเดียว รีเปล่าครับ Cheesy 
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #111 เมื่อ: 14 มีนาคม 2553, 20:56:24 »

อ้างถึง
ข้อความของ too เมื่อ 14 มีนาคม 2553, 15:03:50
ขอบคุณครับ เท่าที่ดู diagram เมื่อว่า WiMAX จะมาแทนการใช้งาน Wifi เลยนะครับ

ต่อไป Wifi อาจจะไว้ใช้แค่เป็น LAN (เอาไว้เป็นโครงข่ายภายใน) อย่างเดียว รีเปล่าครับ Cheesy  


ถูก ... ส่วนนึง ครับน้องtoo เดี๋ยว พี่เล่าให้ฟัง นะ ...


ทานปูฮอกไกโด กันก่อน ... วันนี้ Family Day เพิ่งกลับมาถึงบ้าน อิ่มตื้อ ^_^


      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #112 เมื่อ: 14 มีนาคม 2553, 21:22:08 »

อิ่มเก็บอาการ ^_^

      บันทึกการเข้า
mek
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2540
คณะ: Vet 61
กระทู้: 627

« ตอบ #113 เมื่อ: 14 มีนาคม 2553, 23:48:07 »

เรียนถามพี่ดร.มนตรีครับ ปูฮอกไกโดเป็นเนื้อปูจริง ๆ ใช่มั้ยครับเค้าให้ไปหยิบเอาเลย หรือเค้าให้เป็นเซ็ท(แบบเป็นหม้อไฟมีผักวุ้นเส้นรวมด้วย) ครับ ไม่ได้ไปโออิชิมานานแล้ว เผื่อจะได้ตัดสินไปบ้างครับ
      บันทึกการเข้า

ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #114 เมื่อ: 15 มีนาคม 2553, 09:12:18 »

อ้างถึง
ข้อความของ mek เมื่อ 14 มีนาคม 2553, 23:48:07
เรียนถามพี่ดร.มนตรีครับ ปูฮอกไกโดเป็นเนื้อปูจริง ๆ ใช่มั้ยครับเค้าให้ไปหยิบเอาเลย หรือเค้าให้เป็นเซ็ท(แบบเป็นหม้อไฟมีผักวุ้นเส้นรวมด้วย) ครับ ไม่ได้ไปโออิชิมานานแล้ว เผื่อจะได้ตัดสินไปบ้างครับ

ครับเป็นปูจริงๆมาพร้อมก้ามปู ประมาณเอาตัวหนีบไปใส่ชาม แล้วพ่อครัวก็จะทำเป็นซุปปูมาเสิร์ฟที่โต๊ะ หน่ะครับ น้อง mek

ก็เลยกลายเป็นหน้าที่พี่ (อีกตามเคย) แกะปูบริการ ท่านผบ. และ ท่านรองผบ. ^_^
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #115 เมื่อ: 15 มีนาคม 2553, 09:18:13 »

อ้างถึง
ข้อความของ too เมื่อ 14 มีนาคม 2553, 15:03:50
ขอบคุณครับ เท่าที่ดู diagram เมื่อว่า WiMAX จะมาแทนการใช้งาน Wifi เลยนะครับ

ต่อไป Wifi อาจจะไว้ใช้แค่เป็น LAN (เอาไว้เป็นโครงข่ายภายใน) อย่างเดียว รีเปล่าครับ Cheesy  

ถ้าพิจารณาจาก Diagram แล้ว WiFi จะหายไปครับ น้องตู้ ... จะถูกแทนที่โดยสมบูรณ์ด้วย 3G และ WiMAX
(แต่ในความเป็นจริง จะค่อยๆหายไปนะครับ) ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ... เดี๋ยวมาต่อ

(ลองมองพิจารณาในแนวแกน X และ แกน Y ซิครับ) ^_^
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #116 เมื่อ: 15 มีนาคม 2553, 17:55:28 »

จากแนวแกน X  >> จะแสดงถึงกลุ่มบริการด้านการสื่อสาร แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ 1. บริการด้านเสียง (Voice) และ 2. บริการด้านข้อมูล (Data) เช่นบริการ Internet Access เป็นต้น

จากแนวแกน Y >> จะแสดงลักษณะการให้บริการ แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ  คือ
1. บริการประจำที่ เคลื่อนที่ไม่ได้ (Fixed) เช่น โทรศัพท์บ้าน อินเตอร์เน็ตแบบใช้สาย (Wireline) เป็นต้น
2. บริการแบบไม่ประจำที่ พูดง่ายๆ พอจะเคลื่อนที่ได้บ้าง (Portable หรือ nomadic) เช่น อินเตอร์เน็ตแบบไร้สาย อาทิ WiFi เป็นต้น
3. บริการแบบเคลื่อนที่ (Full Mobilty) เช่น โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น

คราวนี้มาดูกันว่าปัจจุบัน
1. บริการแบบประจำที่ หรือ Fixed Line
- ถ้าเป็นบริการด้านเสียง ก็จะเป็นบริการประเภท โทรศัพท์บ้าน หรือ Analog line และ Digital ISDN (เช่นการทำ Voice Conference)
- ถ้าเป็นบริการด้านข้อมูล ก็จะเป็นบริการประเภท Cable Modem หรือ xDSL (ที่เรารู้จักกันในนามอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง นั่นเอง)

2. บริการแบบไม่ประจำที่ หรือ Portable
สามารถให้บริการได้ทั้ง Voiceและ Data บนบริการประเภท  WLAN เช่น WiFi ในปัจจุบัน

3. บริการแบบเคลื่อนที่ (Full Mobilty)
ขณะที่โทรศัพท์ยังไม่เข้าสู่ 3G เราใช้บริการมือถือ บนโทรศัพท์ยุค 2 G ส่วนใหญ่จะเป็นบริการด้าน Voice เป็นหลักนะครับ บริการด้าน Data ก็พอมีบ้าง เช่น การส่ง SMS  พอโทรศัพท์ยุค 2G พัฒนามาอีกหน่อยเข้าสู่ยุค 2.5G (ก่อน 3G) เราจะเริ่มเห็นบริการประเภท Data เช่นการให้บริการ WAP (Wireless Application Protocol) และ GPRS (General Packet Radio Service)
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #117 เมื่อ: 15 มีนาคม 2553, 17:58:11 »

เจเนอเรชันที่ 3 (3G) โทรศัพท์ยุคที่สามนี้เป็นการใช้ระบบเครือข่ายรูปแบบใหม่ ด้วยจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความเร็วในการส่งข้อมูลให้มากขึ้นสำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต ข้อมูลด้านภาพ หรือธุรกรรมต่างๆ ซึ่งประเทศไทยของเรากำลังเดินเข้าสู่โทรศัพท์มือถือยุคนี้ นะครับ


3G  ปิ๊งๆ

เมื่อปี 2542 สหพันธ์การสื่อสารสากล (International Telecommunication Union : ITU) ได้ผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับเครือข่ายการสื่อสารไร้สาย 3G มาตรฐานดังกล่าวได้ชื่อว่า IMT-2000 ซึ่งมีระบบตามมาตรฐานดังกล่าวห้าระบบด้วยกัน ได้แก่ UWC-136, DECT+, WCDMA (หรือ UMTS), CDMA2000 และ TD-SCDMA โดยที่ระบบ WCDMA และ CDMA2000 เป็นตัวเลือกหลักสำหรับโทรศัพท์มือถือ 3G
       
ข้อกำหนดความต้องการในมาตรฐาน IMT-2000 สำหรับโทรศัพท์มือถือ 3G ระบุไว้ว่า โทรศัพท์มือถือในยุคที่สามนั้นจะต้อง พัฒนาความจุของระบบ(รองรับจำนวนผู้ใช้จำนวนมาก), ต้องเข้ากันได้กับระบบของ 2G, รองรับระบบมัลติมีเดีย และต้องให้บริการสื่อสารข้อมูลด้วยความเร็วสูง คือระหว่าง 144 กิโลบิตต่อวินาที(ภายในอาคาร) จนถึง 2 เมกะบิตต่อวินาที(เมื่ออยู่ในที่โล่ง)


โทรศัพท์ในยุคที่สามนี้จะทำให้มี การเปิดบริการสื่อสารข้อมูลที่ไม่ใช่ เสียงมากขึ้น(Non Voice หรือ Data) โดยที่ผู้ใช้สามารถรับส่งอีเมล ทำงานเกี่ยวกับฐานข้อมูล ทำธุรกรรมและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สามารถติดตามข่าวความเคลื่อนไหวต่างๆ สามารถรับส่งไฟล์รูปภาพและเสียง สนทนาแบบเห็นหน้ากัน และรวมไปถึงการประชุมแบบเห็นหน้าด้วย


ก่อนที่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือจะ เข้าสู่ยุคที่สามนั้น เครือข่ายแบบจีเอสเอ็มสามารถนำร่องบริการในรูปแบบของ 3G ผ่านเทคโนโลยี EDGE (Enhance Data rates for Global Evolution) นอกจากนั้น เทคโนโลยีนี้ยังช่วยให้ผู้ให้บริการที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเครือข่ายแบบ 3G สามารถให้บริการในรูปแบบเดียวกันได้ด้วย
     
โดยเริ่มต้นแล้ว เทคโนโลยี EDGE นั้นพัฒนาขึ้นมาเพื่อเครือข่าย GSM ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเครือข่าย UMTS ซึ่งเป็นมาตรฐานของเครือข่าย 3G เครือข่าย GSM ที่มีเทคโนโลยี EDGE จึงสามารถให้บริการข้อมูลด้วยความเร็วสูงเหมือนเครือข่าย UMTS ได้ นอกจากนั้น เทคโนโลยีนี้ยังช่วยให้พัฒนาระบบจาก GPRS ไปสู่เครือข่าย 3G ด้วยการเพิ่มอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ EDGE เพียงชุดเดียวต่อหนึ่งเซลล์ของเครือข่าย และสามารถปรับปรุงซอฟต์แวร์ ได้จากระยะไกล


เทคโนโลยี EDGE ช่วยเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูล และช่วยให้ระบบรองรับผู้ใช้บริการในจำนวนที่มากขึ้น เครือข่าย GSM สามารถให้บริการมัลติมีเดียได้ เทคโนโลยี EDGE ช่วยให้สามารถจัดการอีเมล ดูเว็บ รับส่งไฟล์ทั้งภาพและเสียง ติดตามข่าว และสามารถดูภาพคู่สนทนา ซึ่งเป็นการให้บริการที่มีลูกเล่นมากขึ้น ค่าใช้จ่ายต่อหน่วยข้อมูลแล้วก็ลดลง


ที่มา: จากนิตยสาร UpDATE ฉบับ 216 กันยายน 2548
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #118 เมื่อ: 15 มีนาคม 2553, 18:06:51 »

คราวนี้พอมี WiMAX  นอกจากการที่

1.จะให้บริการสื่อสารไร้สายได้ระยะครอบคลุมที่กว้างไกล (WiFi ให้บริการไม่เกิน 100 เมตร จากจุดส่งสัญญาณ แต่ WiMAX ให้บริการได้ในระยะมากกว่า 5 กิโลเมตร จากจุดส่งสัญญาณ)

 และ

2. อัตราการรับส่งข้อมูลที่สูง (เร็ว)

คุณสมบัติอีกประการของ WiMAX คือการให้บริการแบบ Triple Play  (คือสามารถให้บริการได้ ทั้ง Voice, Data และ VDO บนโครงข่ายเดียวกัน) โดยการจัด QoS  >>  ถ้าน้องตู้ สนใจ ศึกษาเพิ่มเติมใน Area ของ  Data Communication: OSI 7 Layers นะครับ

นั่นคือเหตุผลเมื่อ WiMAX เกิดแล้วจะเห็นว่าใน Diagram จะเข้าไป Overlap ในบริการ อื่นๆ ด้วย นั่นเอง  ^_^
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #119 เมื่อ: 15 มีนาคม 2553, 18:18:09 »

สรุปเป็นรูปภาพให้เข้าใจง่ายๆ  ปิ๊งๆ

      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #120 เมื่อ: 15 มีนาคม 2553, 18:35:58 »

ต่อเนื่องคำถาม น้อง mek

 "2.ตัว 3G พวก HSPDA CDMA รับส่งสัญญาณจากเสาเครือข่ายของโทรศัทพ์ หรือจากดาวเทียมครับผมเหมือนจะจำว่าของ Hutch มาจากดาวเทียมเลยไม่แน่ใจ แต่ของ Wimax ส่งจากเสาเครือข่ายใช่มั้ยครับ"

ส่งมาจากเสาสัญญาณ ทั้งคู่ ครับ ถ้า Hutch จะอยู่บนมาตรฐาน CDMA  ตอนนี้น่าจะพัฒนามาที่ 1× Ev-Do (Evolution Data Optimised)

...


ปล.


ช่วงนี้พี่ อาจจะมาๆ ไปๆ นะครับ เล่าให้ฟัง ไม่ได้ต่อเนื่อง  เพราะ  งานเข้ามากมาย  ไว้หลังสงกรานต์ น่าจะเบาไปแยะ ^_^


หลังสงกรานต์ค่อยหาโอกาสมา เขียนเรียบเรียงให้อ่านง่ายๆ นิ๊ ...  ตอนนี้ขออนุญาตเบรคกระทู้นี้แค่นี้ก่อนนะครับ
      บันทึกการเข้า
mek
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2540
คณะ: Vet 61
กระทู้: 627

« ตอบ #121 เมื่อ: 15 มีนาคม 2553, 18:45:52 »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ
      บันทึกการเข้า

too
ตู้ rcu85
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

คณะ: วิศวกรรมศาสตร์
กระทู้: 1,281

เว็บไซต์
« ตอบ #122 เมื่อ: 16 มีนาคม 2553, 22:02:29 »

ขอบคุณพี่มนตรีมากๆ ครับ ได้ความรู้ไปมากมายเลยทีเดียว ไว้พี่ว่าง ค่อยมาเล่าให้น้องๆ ฟังทีหลังก็ได้ครับ

จริงๆ อีกเรื่องที่ตู้อยากรู้มาก คือ ประเทศอื่นๆ ระบบโครงข่ายทุกประเภท ตอนนี้เค้าไปถึงไหนกันแล้ว เอาตั้งแต่ประเทศที่พัฒนาสุดๆ อย่างพวกญี่ปุ่น เกาหลี สวีเดน อเมริกา ไปจนถึงประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆ เรา อย่างมาเลเซีย เวียดนาม ลาว

จะได้ลองเปรียบเทียบกับบ้านเราดู  บ่ฮู้บ่หัน
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #123 เมื่อ: 16 มีนาคม 2553, 22:15:29 »

สวัสดีครับน้องๆ

อ้างถึง
ข้อความของ too เมื่อ 16 มีนาคม 2553, 22:02:29
ขอบคุณพี่มนตรีมากๆ ครับ ได้ความรู้ไปมากมายเลยทีเดียว ไว้พี่ว่าง ค่อยมาเล่าให้น้องๆ ฟังทีหลังก็ได้ครับ

จริงๆ อีกเรื่องที่ตู้อยากรู้มาก คือ ประเทศอื่นๆ ระบบโครงข่ายทุกประเภท ตอนนี้เค้าไปถึงไหนกันแล้ว เอาตั้งแต่ประเทศที่พัฒนาสุดๆ อย่างพวกญี่ปุ่น เกาหลี สวีเดน อเมริกา ไปจนถึงประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆ เรา อย่างมาเลเซีย เวียดนาม ลาว

จะได้ลองเปรียบเทียบกับบ้านเราดู  บ่ฮู้บ่หัน

ได้ครับ ...  ก๊วนกอล์ฟ พี่เลย ผู้บริหารของ UQ ญี่ปุ่น  ( http://www.uqwimax.jp/english/ )

Clearwire อเมริกา ( http://www.clearwire.com/ )แล้วก็ Packet One มาเลเซีย ( http://www.p1.com.my/ )


เดี๋ยวพี่เมล์ไปขอ Update Status  แล้วจะหาเวลาว่างๆ มาแชร์นะครับ  ^_^

      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #124 เมื่อ: 16 มีนาคม 2553, 22:32:43 »

สำหรับบ้านเราระบบ Network หลังจากเปิดเสรี  แล้ว พัฒนาไปเยอะครับ

ในกลุ่มของบริษัทฯ พี่ตอนนี้ก็มองไปที่การเป็น Hub ของ ASIA  เรามีวงจร Gateway ออกต่างประเทศและ Services อื่นๆ

เกือบครบวงจร เหลือเพียงลงทุนด้าน Mobile แค่นั้น ^_^


หากติดตามข่าวจะทราบว่า ทีทีแอนด์ทีตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนปรับโครงสร้างหนี้ ... ที่เกิดจากการกู้เงินมาลงทุนแล้วประสบปัญหา ค่าเงินในอดีต ... ซึ่งตอนนี้เหลือเพียงขั้นตอนเจ้าหนี้อนุมัติแผนประมาณ 8 เม.ย. นี้

ดังนั้น หลังสงกรานต์โปรเจค ใหม่ๆ ก็จะสามารถดำเนินการได้เต็มไม้เต็มมือ คงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอีกแยะครับ  ^_^
      บันทึกการเข้า
เย่อ-ซีมะโด่ง70
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU70(2530)
คณะ: คณะหอฯ แผนกครุศาสตร์
กระทู้: 1,273

« ตอบ #125 เมื่อ: 17 มีนาคม 2553, 01:00:30 »

 gek สวัสดีครับ...มาครับ   หึหึ หึหึ หึหึ bye bye
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #126 เมื่อ: 19 มีนาคม 2553, 11:46:30 »

อ้างถึง
ข้อความของ เย่อ-ซีมะโด่ง70 เมื่อ 17 มีนาคม 2553, 01:00:30
gek สวัสดีครับ...มาครับ   หึหึ หึหึ หึหึ bye bye


สวัสดีครับน้องเย่อ ...



ปล.


วันนี้ได้รับเมล์เชิญไปเที่ยวดูไบ  หลังจากกกลับจากสงกรานต์ไทเป  ( 4-5 พ.ค. ตรงกับวันหยุดอีกแล้ว  so sad )  


http://www.wimaxforumglobalevents.com/mena


แต่ กินฟรี อยู่ฟรี ได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน รับรองไม่ปฏิเสธ  ^_^

      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #127 เมื่อ: 19 มีนาคม 2553, 12:07:10 »

 ปิ๊งๆ

      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #128 เมื่อ: 07 เมษายน 2553, 11:14:20 »

มือถือเวียดนามพร้อมพาสชั้นไป 4G เร็วจี๋ด้วย WiMAX

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   7 เมษายน 2553 01:03 น.

 
คมชัดสุดๆ และเร็วสุดๆ ด้วยเทคโนโลยี WiMAX กับความถี่ระดับ 2.3 กิกะเฮิรสท์ขึ้นไป เวียดนามได้ทดลองโทรศัพท์มือถือ "ยุคที่ 4" หรือ 4G แล้ว รอเพียงว่าผู้ให้บริการใดจะก้าวไปถึงยุคนั้นก่อน ขณะที่ 2 ค่ายเพิ่งจะเปิดให้บริการ 3G มาหมาดๆ

 
     
ASTVผู้จัดการรายวัน-- กระทรวงสารสนเทศและการสื่อสารได้รวบรวมความเห็นจากบริษัทโทรคมนาคมต่างๆ เพื่อออกแบบแผนแถบความถี่ระบบโทรศัพท์มือถือยุคที่ 4 หรือ 4G (Fourth Generation) นายเลดว่านเหิบ (Le Doan Hop) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศและการสื่อสาร ได้มอบหมายงานนี้ให้กับกรมคลื่นความถี่ไร้สายและโทรคมนาคมเป็นผู้ดำเนินการและยังได้กำหนดให้แล้วเสร็จภายในปี 2553 นี้ด้วย
      
       อย่างไรก็ตามกระทรวงสารสนเทศและการสื่อสารจะเป็นผู้ทำงานด้านการออกแบบความถี่ของระบบ 4G และให้ทางบริษัทโทรคมนาคมต่างๆ เป็นผู้ตัดสินใจเลือกว่าจะใช้เทคโนโลยีตัวใดมารองรับระหว่าง WiMax กับ LTE ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าวเวียดนามเน็ต
      
       ตามที่สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunications Union - ITU) ระบุไว้ ระบบรุ่นต่อไปของเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือที่เรียกว่า 4G นั้นสามารถให้การเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงสุดถึง 100MB ต่อวินาที ซึ่งเร็วกว่าระบบ 3G ในปัจจุบันหลายสิบเท่า
      
       ล่าสุดมีบริษัทโทรคมนาคมในเวียดนามจำนวน 5 บริษัท ที่ประกอบด้วย Vietnam Data Communications Company (VDC) บริษัท EVN Telecom บริษัท FPT Telecom บริษัท Viettel ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ที่สุดของประเทศ และบริษัท VTC ทำการทดสอบระบบ 4G ด้วยเทคโนโลยี WiMAX โดยบริษัท VDC ทดสอบสัญญาณบนคลื่นความถี่ 2.5GHz ในกรุงฮานอย นครโฮจิมินห์ และนครด่าหนัง
      
       ส่วน EVN Telecom ซึ่งเป็นบริษัทลูกของการไฟฟ้าเวียดนาม ได้ทดสอบประสิทธิภาพของเทคโนยีรุ่นใหม่ที่ความถี่ 2.3-2.4 GHz ในกรุงฮานอย และจ.ด่งนาย ส่วนบริษัท Viettel ได้ทดสอบระบบในคลื่นความถี่ 2.3-2.4 GHz ในกรุงฮานอยและ จ.ถาย-งเวียน และสุดท้าย FPT Telecom ทดสอบระบบในคลื่นความถี่ที่ 2.3-2.4 GHz ในกรุงฮานอยและนครหายฟ่อง
      
       อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีบริษัทใดเข้ามาทำการขอใบอนุญาตกับทางกระทรวงสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อขอใช้บริการระบบ 4G แต่อย่างใด เวียดนามเน็ตกล่าว
      
       ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่อันดับ 2 ของปีระเทศคือ วินาโฟน (VinaPhone) ได้เริ่มทดลองให้บริการโทรศัพท์ 3G มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เวียดเทล เปิดให้บริการในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และ โมบิโฟน (Mobifone) จะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้เป็นข่ายที่ 3 นอกจากนั้นยังมีอีก 1 รายจะติดตามมาในครึ่งหลังของปี
      
       ปัจจุบันผู้ให้บริการรายใหญ่ทั้งสองรายกำลังแข่งขันในตลอด 3G ด้วยการหั่นค่าบริการลงต่ำแบบติดดิน.
 

ในอนาคตอันไม่ใกล้ไม่ไกลนี้ เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายความเร็วสูงมาก อาจจะเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน ขณะที่การไหลบ่าของขอมูลข่าวสารต้องการความเร็วในการโหลดมากขึ้น เวียดนามพร้อมแล้วสำหรับยุคนั้น สื่อของทางการกล่าว



      บันทึกการเข้า
mek
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2540
คณะ: Vet 61
กระทู้: 627

« ตอบ #129 เมื่อ: 26 พฤษภาคม 2553, 16:46:40 »

กทช.เตรียมคลอดไลเซ่นส์ 3.9 จี ก.ย.นี้

26 พฤษภาคม 2553 เวลา 14:18 น.อ้างอิง : โพสต์ทูเดย์

กทช. คิดข้ามช็อต เตรียมคลอดไลเซ่นส์ 3.9 จี ก.ย.นี้  ดันไทยเป็นรายแรกในอาเซียนเทียบชั้นญี่ปุ่น

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการ 3.9 จี  เปิดเผยว่า   กทช.ได้ปรับแผนการออกใบนุญาตให้บริการ (ไลเซ่นส์) แบบที่ 3 ไอเอ็มที 2000 จากเดิมที่เป็นเทคโนโลยี 3 จี  เป็น เทคโนโลยี 3.9 จี  มั่นใจว่าจะออกไลเซ่นส์ได้ภายในเดือน ก.ย.นี้ และคนไทยจะได้ใช้บริการดังกล่าวภานในสิ้นปีอย่างแน่นอน

การก้าวกระโดดสู่ 3.9 จี ครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่าขณะนี้ประเทศไทย ล่าช้าเรื่อง 3 จีมากแล้ว หากยังเดินหน้าเรื่อง 3 จี ต่อไปอีก จะทำให้รั้งท้ายในอาเซียน แต่การก้าวสู่  3.9 จีครั้งนี้ จะทำให้ไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียน และเริ่มใช้งานได้พร้อมกับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกำลังพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวเช่นเดียวกัน ขั้นตอนการดำเนินการต่อจากนี้ คือ เปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์ข) ที่คาดว่าจะเสร็จในเดือน ก.ค. และเปิดให้ผู้ให้บริการยื่นประมูลเดือน ส.ค. ก่อนจะสรุปเรื่องการให้ไลเซ่นส์ในช่วงเดือน ก.ย.

สำหรับรูปแบบการให้ไลเซ่นส์จากโฟกัสกรุ๊ปเมื่อวันที่ 25 พ.ค. นั้นเปลี่ยนจาก 4 ใบ เหลือ 3 ใบ  ในช่วงคลื่นความถี่ที่ 15 เมกะเฮิร์ตซเท่ากัน จากเดิม  10 เมกะเฮิร์ตซ 3 ใบและ 15 เมกะเฮิร์ตซ 1 ใบ ทั้งนี้ อยู่บนเงื่อนไขที่ว่า การให้ไลเซ่นส์ 3 ใบ  จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีผู้เข้าประมูล  4 รายขึ้นไป แต่หากมีผู้เข้าร่วมประมูล 3 ราย จะให้ไลเซ่นส์แค่เพียง 2 ใบ

นอกจากนี้  ผู้ที่ได้รับไลเซ่นส์ 2.9 จี จะต้องเปิดให้ผู้ประกอบการมาเช่าใช้โครงข่าย (เอ็มวีเอ็นโอ) 40% โดยเอ็มวีเอ็นโอจะต้องไม่ใช่บริษัทลูกของผู้ที่ได้รับไลเซ่นส์  แต่มีสิทธิ์โรมมิ่งกับผู้ให้บริการ 2 จี  รวมทั้งผู้ที่ได้รับไลเซ่นส์จะต้องให้บริการ 3.9 จีอย่างเดียว เมื่อหมดอายุสัมปทาน

อย่างไรก็ตาม ทีโอทีไม่สามารถเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ได้ เนื่องจากได้รับการจัดสรรคลื่นไปแล้ว 15 เมกะเฮิร์ตซ  ที่สามารถพัฒนาไปสู่ 3.9 จีได้เช่นเดียวกัน ซึ่งทีโอทีควรจะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้ เกิดประโยชน์ สูงสุดเสียก่อน

ทั้งนี้ เทคโนโลยี 3.9 จี  มีความเร็วที่ 42 เมกะบิตต่อวินาที หรือ เร็วกกว่า 3 จี 20 เท่า ซึ่งจะช่วยสร้างสังคมแห่งข้อมูลข่าวสาร (Information Society)  และในอนาคตสามารถพัฒนาสู่ 4 จีได้เช่นเดียวกัน



เรียนถามพี่มนตรี ว่าจะเป็นไปได้ตามข่าวรึเปล่าครับ ที่จะได้เห็น 3.9 G ช่วงกันยายนนี้ครับ เห็นเลื่อนกันหลายทีเหลือเกิน
      บันทึกการเข้า

ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #130 เมื่อ: 26 พฤษภาคม 2553, 17:20:36 »

อ้างถึง
ข้อความของ mek เมื่อ 26 พฤษภาคม 2553, 16:46:40
กทช.เตรียมคลอดไลเซ่นส์ 3.9 จี ก.ย.นี้

26 พฤษภาคม 2553 เวลา 14:18 น.อ้างอิง : โพสต์ทูเดย์

กทช. คิดข้ามช็อต เตรียมคลอดไลเซ่นส์ 3.9 จี ก.ย.นี้  ดันไทยเป็นรายแรกในอาเซียนเทียบชั้นญี่ปุ่น

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการ 3.9 จี  เปิดเผยว่า   กทช.ได้ปรับแผนการออกใบนุญาตให้บริการ (ไลเซ่นส์) แบบที่ 3 ไอเอ็มที 2000 จากเดิมที่เป็นเทคโนโลยี 3 จี  เป็น เทคโนโลยี 3.9 จี  มั่นใจว่าจะออกไลเซ่นส์ได้ภายในเดือน ก.ย.นี้ และคนไทยจะได้ใช้บริการดังกล่าวภานในสิ้นปีอย่างแน่นอน

การก้าวกระโดดสู่ 3.9 จี ครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่าขณะนี้ประเทศไทย ล่าช้าเรื่อง 3 จีมากแล้ว หากยังเดินหน้าเรื่อง 3 จี ต่อไปอีก จะทำให้รั้งท้ายในอาเซียน แต่การก้าวสู่  3.9 จีครั้งนี้ จะทำให้ไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียน และเริ่มใช้งานได้พร้อมกับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกำลังพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวเช่นเดียวกัน ขั้นตอนการดำเนินการต่อจากนี้ คือ เปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์ข) ที่คาดว่าจะเสร็จในเดือน ก.ค. และเปิดให้ผู้ให้บริการยื่นประมูลเดือน ส.ค. ก่อนจะสรุปเรื่องการให้ไลเซ่นส์ในช่วงเดือน ก.ย.

สำหรับรูปแบบการให้ไลเซ่นส์จากโฟกัสกรุ๊ปเมื่อวันที่ 25 พ.ค. นั้นเปลี่ยนจาก 4 ใบ เหลือ 3 ใบ  ในช่วงคลื่นความถี่ที่ 15 เมกะเฮิร์ตซเท่ากัน จากเดิม  10 เมกะเฮิร์ตซ 3 ใบและ 15 เมกะเฮิร์ตซ 1 ใบ ทั้งนี้ อยู่บนเงื่อนไขที่ว่า การให้ไลเซ่นส์ 3 ใบ  จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีผู้เข้าประมูล  4 รายขึ้นไป แต่หากมีผู้เข้าร่วมประมูล 3 ราย จะให้ไลเซ่นส์แค่เพียง 2 ใบ

นอกจากนี้  ผู้ที่ได้รับไลเซ่นส์ 2.9 จี จะต้องเปิดให้ผู้ประกอบการมาเช่าใช้โครงข่าย (เอ็มวีเอ็นโอ) 40% โดยเอ็มวีเอ็นโอจะต้องไม่ใช่บริษัทลูกของผู้ที่ได้รับไลเซ่นส์  แต่มีสิทธิ์โรมมิ่งกับผู้ให้บริการ 2 จี  รวมทั้งผู้ที่ได้รับไลเซ่นส์จะต้องให้บริการ 3.9 จีอย่างเดียว เมื่อหมดอายุสัมปทาน

อย่างไรก็ตาม ทีโอทีไม่สามารถเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ได้ เนื่องจากได้รับการจัดสรรคลื่นไปแล้ว 15 เมกะเฮิร์ตซ  ที่สามารถพัฒนาไปสู่ 3.9 จีได้เช่นเดียวกัน ซึ่งทีโอทีควรจะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้ เกิดประโยชน์ สูงสุดเสียก่อน

ทั้งนี้ เทคโนโลยี 3.9 จี  มีความเร็วที่ 42 เมกะบิตต่อวินาที หรือ เร็วกกว่า 3 จี 20 เท่า ซึ่งจะช่วยสร้างสังคมแห่งข้อมูลข่าวสาร (Information Society)  และในอนาคตสามารถพัฒนาสู่ 4 จีได้เช่นเดียวกัน



เรียนถามพี่มนตรี ว่าจะเป็นไปได้ตามข่าวรึเปล่าครับ ที่จะได้เห็น 3.9 G ช่วงกันยายนนี้ครับ เห็นเลื่อนกันหลายทีเหลือเกิน

ไลเซนต์ 3.9 G  จริงตามนั้นครับ  แต่ ก.ย.นี้ พี่ไม่แน่ใจ กำลังช่วยกันๆ อยู่ ครับน้องเมฆ จะได้ทันชาวบ้านซะที ^_^

      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #131 เมื่อ: 26 พฤษภาคม 2553, 17:23:30 »

      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #132 เมื่อ: 05 มิถุนายน 2553, 11:32:29 »

วันนี้มีอีเมล์ เชิญร่วมประชุมที่ กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา  (ทวีปอาฟริกา)   

อาฟริกา ก็ยังมีไวแมกซ์ ใช้แล้ว  ...   เหนื่อย






      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #133 เมื่อ: 05 มิถุนายน 2553, 11:35:22 »

กรุงไนโรบี อาฟริกา  มีไวแมกซ์ใช้แล้ว แต่ตอนนี้ กรุงเทพฯ ยังไม่มีวี่แวว ของไวแมกซ์ เลยครับ ท่าน ผู้ว่าฯ สุขุมพันธ์  อายจัง

http://news.buddyjob.com/politic/show_news-23615-3.html

มาร์คช่วยสุขุมพันธุ์หาเสียงชูนครฯเรียนรู้ฯ

...เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม  ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครหมายเลข 2  พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียงที่ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ เขตทุ่งครุ พร้อมแถลงนโยบายสร้าง กทม.เป็นนครแห่งการเรียนรู้ ว่าหากได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. จะเพิ่มจำนวนห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้จากที่มีอยู่แล้ว 15 แห่ง  ให้มีครบทุกเขต (เดิมคือห้องสมุดเพื่อประชาชน)  เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ E-learning และอินเทอร์เน็ตมาช่วยสืบค้นข้อมูลและเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ไร้พรมแดน นอกจากนี้จะดำเนินการเชิงรุก เพิ่มประเภทและเพิ่มจำนวนช่องทางการเข้าถึงผู้อ่านมากขึ้น โดยเพิ่มจำนวนบ้านหนังสือให้กับชุมชนที่มีความพร้อม  เพิ่มห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ และขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตด้วยระบบไว-แม็กซ์ (WiMAX)"...   งง งง งง งง งง งง
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #134 เมื่อ: 05 มิถุนายน 2553, 12:09:10 »

เพื่อนบ้านรั้วติดกับเราเช่น  มาเลเซีย ... นำไวแมกซ์มาช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา ฯลฯ ...

ทิ้งห่างเราไปทุกที  เอิ่มม





      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #135 เมื่อ: 05 มิถุนายน 2553, 12:33:21 »

สงกรานต์ที่ผ่านมา ผมรับเชิญเข้าร่วมการบรรยาย เพื่อช่วยกันพัฒนาระบบ 4G บนเทคโนโลยี ไวแมกซ์ ที่ประเทศไต้หวัน ร่วมกับ อีกหลายประเทศทั่วโลก

โดยบินออกจากสุวรรณภูมิเมื่อวันเสาร์ที่ 10 เม.ย. ตอนค่ำดูทีวี ที่ไต้หวัน เห็นข่าว บ้านเราที่สี่แยกคอกวัว ... อธิบายเป็นความรู้สึกได้ค่อนข้างลำบาก .. ไม่น่าเลย -_-"



      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #136 เมื่อ: 22 มิถุนายน 2553, 10:41:36 »

4G - Lifestyle ...

ใกล้ความจริงแล้ว ประเทศไทย ^_^

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=xQDGH9JzZtA" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=xQDGH9JzZtA</a>
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #137 เมื่อ: 22 มิถุนายน 2553, 10:44:52 »

http://ndc.prd.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=449&directory=2003&contents=284774

อ้างถึง
ข้อความของ ดร.มนตรี เมื่อ 05 มิถุนายน 2553, 11:32:29
วันนี้มีอีเมล์ เชิญร่วมประชุมที่ กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา  (ทวีปอาฟริกา)   

อาฟริกา ก็ยังมีไวแมกซ์ ใช้แล้ว  ...   เหนื่อย









รัฐบาลไทยล่วงหน้าไปไนโรบี ก่อนซะแล้ว  ^_^

http://ndc.prd.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=449&directory=2003&contents=284774

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย-เคนยา ครั้งที่ 1 และการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยในภูมิภาคแอฟริกา 

รัฐบาลสาธารณรัฐเคนยาได้เสนอเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลสาธารณรัฐเคนยา ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายน 2553 ที่กรุงไนโรบี ในการนี้ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ ซึ่งจะประกอบด้วยผู้แทนทางการค้าไทย ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ในภาครัฐ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมสรรพากร สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา องค์กรเภสัชกรรม และผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย         

ความคิดริเริ่มของการมีคณะกรรมาธิการร่วมไทย-เคนยาเกิดขึ้นระหว่างการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนาย Mwai Kibaki ประธานาธิบดีเคนยาเมื่อปี 2547 ซึ่งต่อมา ในปี 2548 ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในความตกลงจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี เพื่อเป็นกลไกในการทบทวนประเด็นความร่วมมือในความสัมพันธ์ด้านต่างๆ และหารือร่วมกันในการส่งเสริมและขยายความร่วมมือในประเด็นเหล่านั้น อีกทั้งแสวงหาแนวทางและโอกาสในการริเริ่มความร่วมมืออื่นๆ ที่เป็นความสนใจร่วมกันและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาของทั้งสองประเทศ

ประเด็นที่จะมีการหารือกันในการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย-เคนยา ครั้งที่ 1 จะครอบคลุมมิติของความร่วมมือระดับทวิภาคี ระดับภูมิภาค และในเวทีระหว่างประเทศ ในระดับทวิภาคีนั้น ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันหารือเกี่ยวกับแนวทางในการขยายความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การเกษตร การเหมืองแร่และอุตสาหกรรมเครื่องประดับ การทำประมงและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง การสาธารณสุข การศึกษาระดับอุดมศึกษาและระดับอาชีวะศึกษา และการบริหารจัดการบริหารทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานทางเลือก สำหรับความร่วมมือในระดับภูมิภาคและเวทีระหว่างประเทศ ทั้งสองฝ่ายจะมีการแลกเปลี่ยนทัศนะและประสบการณ์ในประเด็นที่หลากหลาย เช่น ปัญหาความขัดแย้งในซูดานและบริเวณดาร์ฟูร์ ปัญหาโจรสลัดในน่านน้ำโซมาเลีย ในอ่าวเอเดน  และในมหาสมุทรอินเดีย การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียและในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก ความร่วมมือในกรอบ New Asian African Strategic Partnership (NAASP) การเจรจาการค้าพหุภาคีในองค์การการค้าโลก (World Trade Organization – WTO) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการฯ มีกำหนดการเข้าเยี่ยมคารวะนาย Mwai Kibaki ประธานาธิบดีเคนยา และบุคคลสำคัญอื่นๆ ในรัฐบาลเคนยา รวมทั้งเข้าพบนาย Achim Steiner ผู้อำนวยการบริหารของหน่วยงาน United Nations Environment Programme (UNEP) และเป็นผู้อำนวยการใหญ่ของทุกสำนักงานสหประชาชาติ ที่ตั้งอยู่ในกรุงไนโรบี รัฐมนตรีว่าการฯ จะเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อพบปะนักธุรกิจชั้นนำในเคนยา เพื่อการสร้างเครือข่ายและโอกาสต่อการเสริมสร้างความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างไทยกับเคนยา ในโอกาสนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบีจะจัดงานเลี้ยงรับรอง โดยเชิญเอกอัครราชทูตประเทศแอฟริกาและเอกอัครราชทูตอาเซียนในกรุงไนโรบี รวมทั้งผู้แทนสำนักงานองค์การระหว่างประเทศใน กรุงไนโรบีเข้าร่วม ซึ่งจะเป็นโอกาสในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินนโยบายของไทยต่อแอฟริกา และประชาสัมพันธ์ศักยภาพของไทยในการขยายความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในแอฟริกา 

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการฯ จะเป็นประธานการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ของไทยในภูมิภาคแอฟริกาในวันที่ 19 มิถุนายน 2553 ที่กรุงไนโรบีด้วย การประชุมนี้จะเป็นเวทีในการรับทราบการประเมินในเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับผลการดำเนินงานด้านการต่างประเทศในแอฟริกา และพัฒนาการต่างๆ ที่มีผลต่อการดำเนินความสัมพันธ์กับประเทศในแอฟริกา ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่สำคัญในการทบทวนและวางแผนทำงานเพื่อให้สนองตอบตามยุทธศาสตร์ไทยต่อแอฟริกาต่อไป

 ****************ที่มา   :    กองวิทยุกระจายเสียง กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศโทรศัพท์ 02-643-5000 ต่อ 2561โทรสาร 02-643-5093
      บันทึกการเข้า
mek
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2540
คณะ: Vet 61
กระทู้: 627

« ตอบ #138 เมื่อ: 07 กันยายน 2553, 17:17:21 »

สวัสดีครับพี่มนตรี เดือนกันยายนแล้วครับ ตกลงไม่รู้จะได้ประมูลกันหรือไม่ มีข่าวคอยขวางตลอด แล้วถ้าประมูลครั้งนี้มันจะรวม Wimax กับ LTE เข้าไปด้วยมั้ยครับ เท่าที่เห็นข่าวเหมือนจะไม่รวมเลยครับ
      บันทึกการเข้า

ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #139 เมื่อ: 08 กันยายน 2553, 08:11:52 »

อ้างถึง
ข้อความของ mek เมื่อ 07 กันยายน 2553, 17:17:21
สวัสดีครับพี่มนตรี เดือนกันยายนแล้วครับ ตกลงไม่รู้จะได้ประมูลกันหรือไม่ มีข่าวคอยขวางตลอด แล้วถ้าประมูลครั้งนี้มันจะรวม Wimax กับ LTE เข้าไปด้วยมั้ยครับ เท่าที่เห็นข่าวเหมือนจะไม่รวมเลยครับ

สวัสดีครับน้อง mek ...

เข้าโค้งสุดท้ายแล้วครับ ... ล่าสุด

เข้าประมูล 3 รายในเครือ AIS, DTAC และ TRUE ดังนั้น ใบอนุญาตในการประมูลครั้งนี้สูงสุด 2 ใบ จากใบอนุญาตทั้งหมด 3 ใบตามสูตร N-1 ...

โดยวางหลักประกันการประมูล รายละ 1,280 ล้านบาท ... (หลักประกันเท่ากับ 10% ของราคาเริ่มต้นประมูลที่ 12,800 ล้านบาท)

ถ้าไม่ีมีอุบัติเหตุเสียก่อน ... เริ่มเคาะราคาวันที่ 20 ก.ย. นี้ คาดว่าจะได้ผู้ชนะการประมูลภายใน 28 ก.ย. จำนวน 2 ราย

อีกรายที่เหลือรอประมูลในรอบที่ 2 เนื่องจากจะยังคงเหลือใบอนุญาตอีก 1 ใบ

---------------

เช่นกันครับถ้าไม่มีอุบัติเหตุ เสียก่อน BWA คือ WiMAX หรือ LTE จะทำการประมูลถัดจากรายการ IMT (3G) คาดว่าภายในปีนี้ (2553) เช่นกัน ... ครับ
      บันทึกการเข้า
mek
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2540
คณะ: Vet 61
กระทู้: 627

« ตอบ #140 เมื่อ: 08 กันยายน 2553, 08:40:43 »

ขอบคุณครับ
      บันทึกการเข้า

ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #141 เมื่อ: 01 พฤศจิกายน 2553, 11:50:33 »

อ้างถึง
ข้อความของ mek เมื่อ 08 กันยายน 2553, 08:40:43
ขอบคุณครับ

ครับ ^_^
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #142 เมื่อ: 01 พฤศจิกายน 2553, 11:54:56 »

4G มาเร็วกว่าที่คิดเล็กน้อย ... จากที่เคยคิดว่า ITU จะสามารถประกาศมาตรฐานได้ต้นปีหน้า แต่ เมื่อ 22 ต.ค. 53 นี้ ITU ได้ประกาศมาตฐาน 4G ออกมาเป็นที่เรียบร้อยโรงเรียน ITU แล้ว (บน เทคโนโลยี LTE-Advanced และ WiMAX2) ซึ่งจากการทดสอบ WiMAX2 (WiMAX มาตรฐาน 802.16m) ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ของเทคโนโลยี 4G พบว่าสามารถทำความเร็วได้สูงถึง 330 Mbps ซึ่งเร็วกว่า 3G หลายเท่า ... และคาดว่าจะสามารถพัฒนาความเร็วขึ้นไปได้ถึง 1 Gbps  (ประมาณ 1024 Mbps)

--------------------------------------

http://www.telecomasia.net/content/4g-officially-its-wimax2-lte-advanced

4G: Officially it's Wimax2, LTE-Advanced
Caroline Gabriel/Rethink Wireless  |   October 22, 2010
AT&T's SVP of network planning, Kristin Rinne, raised a cheer at the 4G World show when she ended a presentation on LTE strategy by looking ahead to LTE-Advanced, and saying the marketing folks would certainly be calling it “5G”.
 
With T-Mobile even marketing HSPA+ (officially 3.5G) as 4G, it is easy to forget that “true 4G” is still far away. The picture was clarified somewhat this week, though, by the ITU's Radiocomms sector (ITU-R0, which chose LTE-Advanced and Wimax2 (802.16m) as its official platforms for the “real” 4G standard, IMT-Advanced.
 
The two platforms - officially called 3GPP LTE Release 10 & Beyond, and WirelessMAN-Advanced - will need to achieve 100Mbps download with high mobility and wide area coverage; 1Gbps download when stationary; with low latency of under 10ms round-trip delay; and with wide spectrum bands of up to 100MHz.
 
Clearly this is a huge step forward from the current “4G” standards, though Clearwire's claim of realizing 100Mbps downloads on an LTE trial indicate that the current systems are progressing rapidly in performance terms.
 
Wimax2 will appear in commercial equipment from next year, with Samsung likely to be the first supplier, and LTE-Advanced is expected a year later.

      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #143 เมื่อ: 01 พฤศจิกายน 2553, 13:20:35 »

ภาคีเครือข่ายการวิจัยและพัฒนา 4G บน WiMAX2 - มาตรฐาน 802.16m เป็นอีกหนึ่ง TOPIC ที่พวกเราให้ความสนใจในการประชุม WiMAX Forum พ.ย. 53 นี้

------------------

WiMAX Forum Southeast Asia Regional Focus 2010 will be held on 22-25 November at Ritz-Carlton, Kuala Lumpur, Malaysia, under the theme of “WiMAX Innovation and Evolution to Accelerate the Growth of Wireless Broadband in Emerging Markets”. Endorsed by WiMAX Forum and fully supported by Malaysian government authorities – MCMC and MOSTI.




      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #144 เมื่อ: 02 พฤศจิกายน 2553, 08:13:17 »

I were invited to be speaker at the WiMAX Forum Southeast Asia Focus 2010, to be held at the Ritz-Carlton, Kuala Lumpur on 22-25 Nov. 2010.


Selected conference highlights include:

 

1) 4G - Launch Update!. With 802.16m equipment (WiMAX 2) coming onto the industry in 2011. WiMAX supplier will provide an update on the development of the next generation of WiMAX & their plans for launching the technology in 2011.

 

2) Indonesian operator, regulator and vendor speakers, including BRTI, PT Berca H., PT Broadband Broadcast Service, PT Firstmedia and Xirka. They will share their perspectives on the growth opportunities for WiMAX in Southeast Asia's largest market.

 

3) Wide international mix of operators and analysts from India, Malaysia, Philippines, Singapore, Taiwan, Thailand (me), Laos and US. They are providing first-hand updates from the cutting edge of the industry, highlighting WiMAX investment and development opportunities.
      บันทึกการเข้า
ดร.มนตรี
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,540

« ตอบ #145 เมื่อ: 03 พฤศจิกายน 2553, 09:09:00 »



ที่มา:ไทยรัฐออนไลน์

"วัดฝั่งหมิ่นวิทยา" สงฆ์กลุ่มแรกที่สัมผัสไวแมกซ์

สาเหตุที่ทำให้พระภิกษุและสามเณรในวัดฝั่งหมิ่นวิทยาเป็นคณะสงฆ์ไทยกลุ่มแรก ที่ได้ใช้งานระบบเครือข่ายไร้สายความเร็วสูง"ไวแมกซ์"อย่างจริงจัง คือการที่โรงเรียนวัดฝั่งหมิ่นวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญในจังหวัดเชียงราย ถูกเลือกให้เป็นสถานที่ติดตั้งไวแมกซ์ในโครงการต้นแบบศูนย์ศึกษาทางไกลเพื่อ การศึกษาและพัฒนาชนบทฯ ผลคือพระอาจารย์และสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมฯแห่งนี้จะได้ใช้ประโยชน์ จากไวแมกซ์ก่อนใครในประเทศไทย
       
       คำบอกเล่าของพระมหาวิสณุรักษ์ พระอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนวัดฝั่งหมิ่นวิทยาต่อไปนี้ จะทำให้คุณต้องเปลี่ยนความคิดที่ว่า การศึกษาในโรงเรียนปริยัติธรรมคงจะครอบคลุมเฉพาะเรื่องธรรมะอย่างเดียว โดยพระอาจารย์ยืนยันความตั้งใจว่า สามเณรที่จบจากโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญนี้ "ต้องเขียนเว็บเป็น"
       
       "โรงเรียนนี้มีสามเณรมาศึกษากว่า 200 รูป พระอาจารย์ 8 รูป และครูฆราวาส 7 คน พระภิกษุก็ต้องเรียน ต้องพัฒนาความรู้และอารมณ์ เราได้ครูจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมาสอนภาษาจีนด้วย มีทุนเรียนดี มีการทัศนศึกษา มีการทำกิจกรรมร่วมกับโรงเรียนฆราวาสในชุมชน จบมาได้วุฒิไปศึกษาต่อมหาวิทยาลัยได้ กระทรวงศึกษาให้การรับรองเหมือนโรงเรียนทั่วไป
       
       หลายคนมองว่าโรงเรียนในวัดน่าจะมีแค่นักธรรมบาลี แต่โรงเรียนนี้เป็นแผนกสามัญศึกษา อยู่ในความคุ้มครองของกระทรวงศึกษาธิการ มีการประเมินคุณภาพ แต่สิ่งที่แตกต่างคือเราไม่มีวิชาพละ ไม่มีลูกเสือเนตรนารีแต่เน้นเรื่องภาษาบาลีแทน จากเตะฟุตบอลก็เปลี่ยนมาเป็นบิณฑบาต จากพละก็เป็นโยคะและเดินจงกรม
       
       จุดมุ่งหมายของการใช้ไวแมกซ์ที่โรงเรียนวัดฝั่งหมิ่นวิทยา เกิดเพราะความต้องการพัฒนาครูและชุมชน ครูทั้งที่เป็นพระภิกษุและฆราวาสกว่า 15 คนของโรงเรียน ขณะนี้ทำสื่อการสอนอย่าง eBook เป็นแล้ว ทางม.แม่ฟ้าหลวงเข้ามาอบรมเรื่องการทำเว็บไซต์ให้ด้วย ร่วมกับการทำ 3D Animation และการจัดรายการวิทยุ ซึ่งตอนนี้ สามเณรของโรงเรียนก็เริ่มจัดรายการวิทยุเพื่อกระจายข่าวสารความรู้แก่ชาว บ้านแล้ว
       
       หลังได้รับไวแมกซ์มาใช้ ยอมรับว่าชุมชนยังขาดความรู้เรื่องโปรแกรมเบื้องต้น แต่ส่วนใหญ่ตื่นเต้น ซึ่งเป็นเรื่องดีที่กลุ่มชาวบ้านอายุ 40-50 ปีมีความตื่นตัว
       
       ไวแมกซ์ทำให้เด็กๆได้ค้นหาข้อมูล ก่อนนี้เน็ตช้าและจำกัดให้ใช้แค่ครู นร.จะใช้งานก็ต้องไปซื้อชั่วโมง 20 บาท มีอินเทอร์เน็ตหูตาก็เปิดกว้าง แค่พิมพ์ก็ค้นหาข้อมูลเจอแล้ว แต่ถ้าเป็น"เว็บต้องห้าม" เราก็ป้องกัน ซึ่งโดยรวมแล้ว เด็กได้เรียนรู้มากขึ้น
       
       อาตมามีความคิดว่า เด็กที่จบจากโรงเรียนนี้ไปจะต้องเขียนเว็บเป็น เด็กหรือสามเณรไม่ได้เป็นพระภิกษุตลอดไป ถ้าจะไม่เป็นพระภิกษุก็ต้องเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ถ้าจะเป็นพระภิกษุก็ต