........ อ่านรายละเอียด.หอใหญ่ใหญ่ คลิ๊ก ได้ทุกวัน.......
23 พฤษภาคม 2556, 20:42:50
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
A A A A  ระเบียบปฎิบัติ
   
Languages    
  หน้า: 1 2 3 ... 33 [ทั้งหมด]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน  (อ่าน 68806 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2553, 13:31:56 »

"ป๋าเปรม" สอน "ผู้นำกองทัพ" แยกแยะดีชั่ว เป็นที่พึ่งปชช.   
 


 
 
"ป๋าเปรม" ปาฐกถาแนะผู้นำทหารที่ดีต้องเข้าใจแยกแยะความดีชั่วได้
 ทั้งต้องซื่อสัตย์สุจริต เป็นตัวอย่างที่ดี เป็นที่พึ่งของประชาชนนำพาประเทศ
       
       
 วันนี้(6 ม.ค.) พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง การพัฒนาผู้นำเพื่อสร้างสังคมธรรมาธิปไตย ซึ่งจัดขึ้นโดยวิทยาลัยนวัตกรรมทางสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต
       
       โดยพล.อ.เปรม กล่าวถึงผู้นำที่เหมาะสมกับสังคมไทย ซึ่งเป็นสังคมธรรมาธิปไตยว่า ผู้นำที่ดีควรมีลักษณะดังนี้ ต้องเข้าใจและสามารถแยกแยะความดีกับความชั่วได้ ตลอดจนมีความซื่อสัตย์สุจริต และประพฤติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้นำด้านทหาร ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนจำนวนมาก จะต้องใช้คุณสมบัติผู้นำที่ดี นำพาให้ชาติบ้านเมืองให้มีความสงบสุข สมดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชปณิธาน อีกด้วย

 
 
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2553, 13:37:55 »

เอแบคโพลล์ ระบุปชช.เทใจยกให้ "มาร์ค" นั่งนายกฯอีก 
 
เอแบคโพลล์ เปิดผลสำรวจความเห็นปชช.ทั่วประเทศ กว่า 5 พันราย ถึงความนิยมต่อพรรคการเมืองกับคนที่อยู่ตรงกลาง ร้อยละ 29 ระบุจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์อีก ทั้งยังเทใจให้ "นายกฯมาร์ค" กว่าร้อยละ 35.8 ส่วนร้อยละ 87.5 รู้สึกเบื่อหน่ายการเมืองหลังไม่จบเสียที
       
       วันนี้(6 ม.ค.) นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพล มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่องสถานการณ์การเลือกข้างความนิยมของประชาชนกับความในใจของคนที่ขออยู่ตรงกลาง กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนผู้ที่พักอาศัยอยู่ใน 28 จังหวัดของประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 5,470 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 20 มกราคม - 5 กุมภาพันธ์ 2553 พบว่า หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ประชาชนร้อยละ 29.5 ตัดสินใจเลือกพรรคประชาธิปัตย์ และประชาชนภาคเหนือ ร้อยละ 35.8 เลือกพรรคการเมืองอื่นๆ ขณะที่ ร้อยละ 36.9 ยังไม่ตัดสินใจเลือกข้าง
       
       นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังพบว่า ประชาชนร้อยละ 28.6 นิยมชมชอบและสนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขณะที่ ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 87.5 รู้สึกเบื่อหน่ายปัญหาการเมือง โดยไม่รู้ว่า เมื่อไหร่จะจบเสียที

 
 
 
 
 
 
 
 
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
บ่าวหน่อ เมืองพลาญ
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 489


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2553, 13:52:56 »

เพิ่งประกาศภาวะฉุกเฉินมา หาทางโผล่จนได้นะครับ
      บันทึกการเข้า

RCU80 จงเจริญ
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2553, 14:21:57 »

อ้างถึง
ข้อความของ norh_rcu80 เมื่อ 06 กุมภาพันธ์ 2553, 13:52:56
เพิ่งประกาศภาวะฉุกเฉินมา หาทางโผล่จนได้นะครับ
ตื่นเถิด เสรีชน อย่ามัวทนก้มหน้าฝืน
ดาบหอก กระบอกปืน ฤาทนคลื่น กระแสเรา

ประกาศคณะปฏิวัติ เราไม่ยอมรับ ต้องต่อสู้ต่อไป
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
demagogue
มือใหม่หัดเมาท์
*


ไม้ซีก งัด อำนาจเงิน
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2553, 16:08:20 »


ขอเปลี่ยนรูปหน่อยครับ
      บันทึกการเข้า
demagogue
มือใหม่หัดเมาท์
*


ไม้ซีก งัด อำนาจเงิน
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2553, 16:25:27 »


อันความคิดอิสระใคร่ผละโผน

กระเจิงโจนจากกรอบและขอบขัณฑ์

สู่ทุ่งกว้างกลางแจ้งแสงตะวัน

บ่มความฝันเฟื่องฟ่องละล่องไกล

กลอนเก่า ๆ ของ อุชเชนี
      บันทึกการเข้า
yc
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 537


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2553, 16:38:27 »

น้องมะกอก เจ็บมากไหมครับเย็บหลายเข็มขนาดนั้น

ผมใจไม่เด็ดพอ..กลัวเจ็บ ปกติชอบใช้ตัวหนังสือสีน้ำเงิน

แต่ต่อนี้ไป ขอใช้แต่สีดำอย่างเดียว
จนกว่าบ้านเมืองเราจะเป็นประชาธิปไตยมากกว่านี้ครับ
....................................

ผมขอยก หนึ่งในหลักนโยบายของพรรคไทยทันทุนมาให้อ่านสักหน่อย
เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นกับเว็บหอในวันนี้ ก็คล้ายกับข้อกฎหมายในบ้านเมืองเราอีกมากมาย
เพียงแต่ คนส่วนใหญ่ที่ถูกกฎหมายกระทำโดยไม่สมควรนั้น เป็นคนไร้โอกาส จึงไม่มีเสียงใดๆ

"3.   การนิติบัญญัติ   โดยที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประชาคมโลกที่ไม่อาจหลีกพ้นกระแสโลกาภิวัฒน์ และด้วยการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงในสังคมอย่างมาก  แต่ในหลายกรณีกฎหมายที่มีอยู่ไม่สามารถเป็นกลไกส่งผลให้เกิดความสงบสุขในสังคม และในบางครั้งกฎหมายที่มีอยู่กลับสร้างความยุ่งยากโดยไม่เกิดผลดีต่อสังคม  ยิ่งกว่านั้นบางครั้งกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ กลับสร้างภาระให้กับผู้เกี่ยวข้อง โดยรัฐต้องสูญเสียทรัพยากรเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งที่สังคมโดยรวมไม่ได้รับผลดีใดๆ ต่อการดำเนินการตามกฎหมายนั้น พรรคไทยทันทุนมีความปรารถนาที่จะเห็นกฏหมายเป็นเครื่องมือยังความพัฒนาผาสุกมาสู่ประเทศและสังคมโดยรวม จึงมีแนวการออกกฎหมายภายใต้กรอบแนวคิดที่ว่า กฎหมายควรมีความยืดหยุ่นไม่หยุมหยิม แต่ควรกำหนดเป็นหลักการเพื่อการพัฒนาผาสุกของประเทศและสังคมโดยรวมไว้ในรัฐธรรมนูญ และกรอบแนวคิดอีกประการหนึ่งคือ การใช้อำนาจรัฐที่สร้างความรู้รักสามัคคีและความเจริญก้าวหน้าให้กับสังคมนั้น ต้องเป็นอำนาจรัฐที่มีการคานกันและตรวจสอบได้ การคานอำนาจและการตรวจสอบนั้นควรเป็นสิทธิของประชาชน"

ชุมชนออนไลน์แห่งนี้ เป็นแหล่งของคนบ้านเดียวกันและมีสติปัญญา ปากยังต้องถูกเย็บ
เราจะหวังอนาคตใดได้อีกครับ
      บันทึกการเข้า
demagogue
มือใหม่หัดเมาท์
*


ไม้ซีก งัด อำนาจเงิน
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2553, 16:48:32 »


เสรีหายไปในซีมะโด่ง

สมองโล่งสมองลีบตีบตื้น

รอวันรอฝันนั้นคืน

กู้ฟื้นเสรีชาวชน
      บันทึกการเข้า
demagogue
มือใหม่หัดเมาท์
*


ไม้ซีก งัด อำนาจเงิน
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2553, 16:52:40 »


ขอบคุณครับ ท่านพี่ยังชิน

รัฐประหารครั้งนี้ มีใครเอาดอกไม้ไปใส่ปากกระบอกปืน บ้างครับ

ฝากถามชาวซีมะโด่งหน่อย

      บันทึกการเข้า
yc
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 537


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2553, 17:29:46 »

เหตุการณ์ที่เกิดกับห้องการเมือง
เพราะกระทู้จำนวนหนึ่งอาจมีปัญหาต่อกฎหมายของเมืองไทยซึ่งชอบร่างแบบเหวี่ยงแห
เหวี่ยงแหเหมือนกับกฎหมายอีกหลายๆฉบับ
(เหวี่ยงแห หมายถึง แล้วแต่ผู้มีอำนาจจะใช้ไปในทางใดแล้วแต่อารมณ์)
ประเทศไทยของเรา ไปดูเถอะ ทุกกิจกรรมที่ทุกคนทำ มีข้อกฎหมายให้อ้างเอาความผิดทั้งนั้น

สิ่งที่ต้องร่วมใจทำ ไม่ใช่การตำหนิผู้บริหารเว็บ
แต่ปัญหาอยู่ที่ข้อกฎหมายครับ

เขียนมาถึงตรงนี้ ก็อยากขอร้องพี่น้องๆ หยุดการเมืองแบบมันมือไว้สักพักนะครับ
เห็นใจพี่น้องเราที่อาสาเข้ามาทำหน้าที่เพื่อพวกเราครับ
      บันทึกการเข้า
swsm
Cmadong Member
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
****


@@ ยาหยี @@
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: Rcu2523
คณะ: Comm Arts
กระทู้: 27,657


ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2553, 18:43:36 »

พี่น้องที่รักและเคารพทุกท่าน


อย่าเพิ่งตำหนิ web master กันเลยค่ะ 
เพราะเป็นสถานการณ์  ที่บีบบังคับให้ต้องตัดสินใจเช่นนั้น
โดยไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่น
(อ่านได้จากแถลงการณ์ฉบับที่ 3 ของ ณ บ้านครู)


หยีเชื่อว่า เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง และหาบ้านอยู่ใหม่ได้แล้ว
เราก็จะมีห้องการเมืองกลับมาเหมือนเดิม



Keep My Fingers Crossed ค่ะ     สะใจจัง



      บันทึกการเข้า

.. don't play with me, cos I know how to play it too .. may be better than you do ..
newstar
Cmadong พันธุ์แท้
****


Normal Man
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2532
คณะ: บัญชี'ถิติ
กระทู้: 2,978


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2553, 19:04:39 »

มือสาวคนนี้สวยจัง อิอิอิ
      บันทึกการเข้า
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2553, 21:01:26 »


  ไว้อาลัย...แด่ ห้องการเมือง และ...บางอย่าง


เพลง  นกสีเหลือง

ศิลปิน  คาราวาน



              กางปีก หลีกบิน จากเมือง.
               เจ้านก สีเหลือง จากไป.
                 เจ้าบิน ไปสู่ เสรี.
                     บัดนี้ เจ้าชี วาวาย


               เจ้าเหิร ไปสู่ ดวงดาว.
                  เมฆขาว ถามเจ้า คือใคร.
                     อาบปีก ด้วยแสง ตะวัน.
                        เจ้าฝัน ถึงโลก สีใด

                 ..จงบิน ไปเถิด คนกล้า
                       ความฝัน สูงค่า กว่าใด
                          เจ้าบิน ไปจาก รวงรัง
                             ข้างหลัง เขายัง อาลัย.

                     เจ้าบิน ไปสู่ เสรี.
                          บัดนี้ เจ้าชี วาวาย

      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
swsm
Cmadong Member
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
****


@@ ยาหยี @@
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: Rcu2523
คณะ: Comm Arts
กระทู้: 27,657


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2553, 21:28:09 »

..    
      บันทึกการเข้า

.. don't play with me, cos I know how to play it too .. may be better than you do ..
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2553, 21:37:09 »


      เป็นกำลังใจแก่ ทุกๆคน         

                                  เพลง : แสงดาวแห่งศรัทธา
 



พร่าง พราย แสงดวงดาว น้อยสกาว
ส่องฟากฟ้าเด่นพราวไกลแสนไกล
ดั่งโคมทองส่องเรืองรุ้งในหทัย
เหมือนธงชัยส่องนำจากห้วงทุกข์ทน

พายุฟ้าครืนข่มคุกคาม
เดือนลับยามแผ่นดินมืดมน
ดาวศรัทธายังส่องแสงเบื้องบน
ปลุกหัวใจปลุกคนอยู่มิวาย


ขอเยาะเย้ยทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ
คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย
แม้นผืนฟ้ามืดดับเดือนลับมลาย
ดาวยังพรายศรัทธาเย้ยฟ้าดิน
ดาวยังพรายอยู่จนฟ้ารุ่งราง

      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
khesorn mueller
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 57,637


ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2553, 22:45:09 »

ใครจะเข้าป่าเหรอพี่?
เข้ารกเข้าพงก็พอแร้ะ
      บันทึกการเข้า
demagogue
มือใหม่หัดเมาท์
*


ไม้ซีก งัด อำนาจเงิน
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2553, 23:46:49 »

เข้าใจ และ เป็นกำลังใจให้ Web Master ครับ

ไอ้ผมก็บ่นปอดแปด ตามประสาไวไฟ ไวแม็กซ์ ไปตามเรื่อง

อย่าไปถือสาเลยครับ

ด้วยจิตคารวะ

พล.ต.อ.รศ.ม.ร.ว.นพ.ดร.มีตรน ล้นถ้วยชา
      บันทึกการเข้า
Witty Jump
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 281


ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: 07 กุมภาพันธ์ 2553, 09:50:28 »

Wimax นี่เร็วจริง  เร็วกว่า Adsl อีก


เร็วจน Server ล่ม 5 5 5
      บันทึกการเข้า
swsm
Cmadong Member
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
****


@@ ยาหยี @@
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: Rcu2523
คณะ: Comm Arts
กระทู้: 27,657


ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: 07 กุมภาพันธ์ 2553, 10:27:40 »

 เหอๆๆ    เหอๆๆ    เหอๆๆ     หวัดดีค่ะเหลิม  
      บันทึกการเข้า

.. don't play with me, cos I know how to play it too .. may be better than you do ..
Soponเท่านั้น
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,397


ดูรายละเอียด
« ตอบ #19 เมื่อ: 07 กุมภาพันธ์ 2553, 13:00:50 »

อ้างถึง
ข้อความของ demagogue เมื่อ 06 กุมภาพันธ์ 2553, 16:25:27

อันความคิดอิสระใคร่ผละโผน

กระเจิงโจนจากกรอบและขอบขัณฑ์

สู่ทุ่งกว้างกลางแจ้งแสงตะวัน

บ่มความฝันเฟื่องฟ่องละล่องไกล

กลอนเก่า ๆ ของ อุชเชนี
ชอบกลอนบทนี้ครับ

ยินดีต้อนรับเพื่อนพ้องน้องพี่ทุกท่านสู่ห้อง15 ครับ หวังว่าห้องนี้คงคึกคัก และอบอุ่นขึ้น(จนถึงอาจจะร้อนบ้างในบางครั้ง)จากกระทู้ใหม่นี้

พักหลังผมไม่ค่อยได็โพสต์ เพราะเริ่มรู้สึกว่ามีกระทู้มาก บางเรื่อง บางกระทู้วนๆอยู่แต่แนวเดิม กระทู้การเมืองก็ค่อนข้างแรง ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับแนวคิดของเพื่อนตะวัน เพราะรู้จักเพื่อนคนนี้ดี แต่ก็อยากจะแนะนำเพื่อนว่าใจเย็นๆ อย่าไปคาดหวังอะไรให้มากนัก นานาจิตตัง ป่วยการไปโต้แย้งกัน บางครั้งอาจต้องปลงว่า ขอให้โชคดี สัตว์โลกทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรม(การกระทำ)ของตน

ผมทำอย่างนี้จริงๆกับคนที่คุยกันไม่รู้เรื่อง ไม่ต้องปวดหัว
      บันทึกการเข้า
demagogue
มือใหม่หัดเมาท์
*


ไม้ซีก งัด อำนาจเงิน
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: 07 กุมภาพันธ์ 2553, 23:09:34 »

ในนี้ ใครจะพูดจะจาอะไรก็ดูตาม้าตาเรือบ้างก็แล้วกัน

ผมว่านะ...ไอ้พรบ.คอมพ์ น่ะ ไม่เท่าไรหรอก

เอาเป็นว่า .... ถ้าอยากอยู่รอดปลอดภัยละก็...

อย่าไปขัดหู ขวางตาผู้อุปถัมภ์รายการเขานักก็แล้วกัน....

ด้วยจิตคารวะ

พล.ต.อ.รศ.ม.ร.ว.นพ.ดร.มีตรน ล้นถ้วยชา
      บันทึกการเข้า
yc
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 537


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2553, 07:22:10 »

อ้างถึง
ข้อความของ Soponเท่านั้น เมื่อ 07 กุมภาพันธ์ 2553, 13:00:50
อ้างถึง
ข้อความของ demagogue เมื่อ 06 กุมภาพันธ์ 2553, 16:25:27

อันความคิดอิสระใคร่ผละโผน

กระเจิงโจนจากกรอบและขอบขัณฑ์

สู่ทุ่งกว้างกลางแจ้งแสงตะวัน

บ่มความฝันเฟื่องฟ่องละล่องไกล

กลอนเก่า ๆ ของ อุชเชนี
ชอบกลอนบทนี้ครับ

ยินดีต้อนรับเพื่อนพ้องน้องพี่ทุกท่านสู่ห้อง15 ครับ หวังว่าห้องนี้คงคึกคัก และอบอุ่นขึ้น(จนถึงอาจจะร้อนบ้างในบางครั้ง)จากกระทู้ใหม่นี้

พักหลังผมไม่ค่อยได็โพสต์ เพราะเริ่มรู้สึกว่ามีกระทู้มาก บางเรื่อง บางกระทู้วนๆอยู่แต่แนวเดิม กระทู้การเมืองก็ค่อนข้างแรง ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับแนวคิดของเพื่อนตะวัน เพราะรู้จักเพื่อนคนนี้ดี แต่ก็อยากจะแนะนำเพื่อนว่าใจเย็นๆ อย่าไปคาดหวังอะไรให้มากนัก นานาจิตตัง ป่วยการไปโต้แย้งกัน บางครั้งอาจต้องปลงว่า ขอให้โชคดี สัตว์โลกทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรม(การกระทำ)ของตน

ผมทำอย่างนี้จริงๆกับคนที่คุยกันไม่รู้เรื่อง ไม่ต้องปวดหัว

ขอบคุณพี่เปี๊ยกที่บอกกล่่าวถึงวิธีจัดการกับสิ่งเร้า

และผมก็ชอบ กลอนของอุชเชนีบทนี้เช่นกันครับ


อ้างถึง
ข้อความของ demagogue เมื่อ 07 กุมภาพันธ์ 2553, 23:09:34
ในนี้ ใครจะพูดจะจาอะไรก็ดูตาม้าตาเรือบ้างก็แล้วกัน

ผมว่านะ...ไอ้พรบ.คอมพ์ น่ะ ไม่เท่าไรหรอก

เอาเป็นว่า .... ถ้าอยากอยู่รอดปลอดภัยละก็...

อย่าไปขัดหู ขวางตาผู้อุปถัมภ์รายการเขานักก็แล้วกัน....

ด้วยจิตคารวะ

พล.ต.อ.รศ.ม.ร.ว.นพ.ดร.มีตรน ล้นถ้วยชา

เรียนท่านน้องมะกอก ผู้มากบรรดาศักดิ์

กระผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับท่าน
และกระผมใคร่ขอเสนอมุมมองในส่วนของกระผมเพิ่มเติมว่า
กฎหมายในบ้านเมืองเรา มักเขียนขึ้นด้วยอกคติของผู้เขียน
โดยผู้เขียนมักเขียนบนฐานความคิดเสมือนคนในสังคมนี้พยายามกระทำแต่สิ่งไม่ดี
ดังนั้นต้องเขียนเอาไว้ให้หาเหตุจับมาลงโทษให้ได้

ทั้งที่ความเป็นจริงในสังคม คนส่วนใหญ่พยายามทำดี (มิฉะนั้นสังคมเราคงเละๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ......ไปแล้ว)
และคนที่ทำไม่ดีนั้นมีเพียงเศษเสี่ยว
แต่แล้ว...กฎหมายของเรา ก็ทำให้คนดีต้องนิ่ง
ขณะที่ คนไม่ดี สามารถใช้ความไม่ดีรอดการลงโทษไปได้เสมอ

แล้วในที่สุด
สังคมเรา ก็ถูกขับเคลื่อนไปด้วยพลังของคนไม่ดี

หากคำใดก่อความไม่พอใจต่อท่าน กระผมใคร่ขออภัยไว้ล่วงหน้าขอรับ

นายยังชิน

(ผมชอบใจบรรดาศักดิ์ของท่านนะขอรับ สีสันสวยงามทีเดียว)
      บันทึกการเข้า
opas
Hero Cmadong Member
***


โอภาส 3211 สิง1207 1212 2813
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu 2534
คณะ: Architecture
กระทู้: 1,735


ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2553, 07:48:42 »

ส  วั  ส  ดี  ค  รั  บ    มาดูลาดเลาครับ
      บันทึกการเข้า

ฉันคิดไปเป็นชาวเกาะ...มีชีวิตกลางแดดและคลื่นลม
จะจูบอำลาสังคม........แสงสีในเมืองนภา
เบื่อชีวิตในเมือ.ง........งึม งำ  งึม งำ........................
.........................ตามฉันมาเป็นชาวเกาะเอย ย  ย   ย
demagogue
มือใหม่หัดเมาท์
*


ไม้ซีก งัด อำนาจเงิน
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2553, 09:37:59 »

ขอบคุณทั่นพี่ยังชิน...แหลมคมมากครับ

อ้อ...เพิ่งสังเกตเห็นน้องหะยี กระทู้มีถึงหมื่นกว่า....

อู้ฮู....นับถือ..นับถือ....

แต่ระวัง...อย่าให้ถึงสี่หมื่นนะครับ

ผมว่า...พวกใกล้ๆสี่หมื่นนี่..คงต้องไปฉีดยารอบสะดือแน่

ด้วยจิตคารวะ

พล.ต.อ.รศ.ม.ร.ว.นพ.ดร.มีตรน ล้นถ้วยชา
      บันทึกการเข้า
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2553, 10:07:53 »

อ้างถึง
ข้อความของ Soponเท่านั้น เมื่อ 07 กุมภาพันธ์ 2553, 13:00:50
อ้างถึง
ข้อความของ demagogue เมื่อ 06 กุมภาพันธ์ 2553, 16:25:27

อันความคิดอิสระใคร่ผละโผน

กระเจิงโจนจากกรอบและขอบขัณฑ์

สู่ทุ่งกว้างกลางแจ้งแสงตะวัน

บ่มความฝันเฟื่องฟ่องละล่องไกล

กลอนเก่า ๆ ของ อุชเชนี
ชอบกลอนบทนี้ครับ

ยินดีต้อนรับเพื่อนพ้องน้องพี่ทุกท่านสู่ห้อง15 ครับ หวังว่าห้องนี้คงคึกคัก และอบอุ่นขึ้น(จนถึงอาจจะร้อนบ้างในบางครั้ง)จากกระทู้ใหม่นี้

พักหลังผมไม่ค่อยได็โพสต์ เพราะเริ่มรู้สึกว่ามีกระทู้มาก บางเรื่อง บางกระทู้วนๆอยู่แต่แนวเดิม กระทู้การเมืองก็ค่อนข้างแรง ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับแนวคิดของเพื่อนตะวัน เพราะรู้จักเพื่อนคนนี้ดี แต่ก็อยากจะแนะนำเพื่อนว่าใจเย็นๆ อย่าไปคาดหวังอะไรให้มากนัก นานาจิตตัง ป่วยการไปโต้แย้งกัน บางครั้งอาจต้องปลงว่า ขอให้โชคดี สัตว์โลกทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรม(การกระทำ)ของตน

ผมทำอย่างนี้จริงๆกับคนที่คุยกันไม่รู้เรื่อง ไม่ต้องปวดหัว
ขอบใจโว้ยเพื่อน ที่เข้าใจ และให้กำลังใจ
คงไม่ว่าข้า ชักศึกเข้าบ้านนะโว้ย
เอ็งเรียกร้องให้ข้าเปิด หัวข้อ ที่มัน แร็งซซซๆๆๆๆ..คราวนี้ สมใจอยากแน่ๆ


รื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ที่สนุกมาก ข้าว่า เอ็งคาดเดาได้ เอ็งมันระดับ จีเนียจ อยู่แล้ว
ที่เขาว่า ผลไม้ เป็นพิษ มัน มาจากต้น ที่มันเป็นพิษ นั่นแหละ โยงๆ กับที่เอ็งเคยเล่าอะไรๆ นิดหน่อย ให้ข้าฟังนั่นแหละ


อย่างที่ข้าเคยเขียนชี้แจงไป ความจริง มันไม่ใช่เรื่องที่ข้า มีส่วนได้เสียเป็นหลัก( ข้าไม่ได้หยาบคายอะไรเลย
 นอกจากเปิดโปงตักขี้เท่านั้น จิ๊งๆๆ)
แต่ทนไม่ได้ ที่เห็นการกระทำ ที่มันไม่ แมน ( แต่ภาพ และเรื่องที่ปรากฏ มันโคตร แมน เลย)


ข้าจึงแปลงร่างเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน เพื่อ เตะหมู เข้าปากสุนัข เอ๊ย ม่ายช่าย
เขาเรียกว่า เด็ดดอกไม้ ให้กระเทือนถึง ดวงดาว

พูดไปแล้ว ข้า เปรียบ เสมือน เทียนไข ที่ยอม หลอมละลายตัวเอง เพื่อให้เกิดแสงสว่าง นำสู่หนทางที่ถูกต้อง

ไม่เป็นไร หรอกเพื่อน ข้าผ่านมาเยอะแล้ว ทั้งห่า กระสุน ระเบิด
ดวงยังแข็งอยู่ อยู่คุยในเวบไปได้อีกนาน จนกว่า ...

เมื่อท้องฟ้า สีทอง ผ่องอำไพ...

คุณโสภณ จะเป็นใหญ่ ใน ชไนเดอร์...เด้อ..ครับ..เด้อ  5555555( หัวเราะได้ แม้มีภัยมา)
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
เจตน์
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ใครๆเรียกผมว่า "กุ๊ปปิ๊"
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2534
คณะ: ครุฯ พลศึกษา
กระทู้: 6,417


ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2553, 13:23:55 »

ผมเพิ่งกลับมา....

ยังงงๆเลยครับพี่ตะวัน...

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับเนี้ย
  เค้าไม่ยอม
      บันทึกการเข้า

ปากหมา แต่จริงใจ ตอแหลใส่ใครไม่ค่อยเป็น....มันคือตัวตนของผม
ตุ๋ย 22
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2522
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 20,141


ดูรายละเอียด
« ตอบ #26 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2553, 14:28:38 »

ผมไม่รู้เหมือนกันครับ
      บันทึกการเข้า

น้ำใจน้องพี่สีชมพู ไม่เสื่อมคลายหายไปจากหัวใจ
swsm
Cmadong Member
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
****


@@ ยาหยี @@
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: Rcu2523
คณะ: Comm Arts
กระทู้: 27,657


ดูรายละเอียด
« ตอบ #27 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2553, 14:56:29 »

อ้างถึง
ข้อความของ ตุ๋ย 22 เมื่อ 08 กุมภาพันธ์ 2553, 14:28:38
ผมไม่รู้เหมือนกันครับ

ไร้คำบรรยายจริง ๆ .. สำหรับพี่ชายสุดหล่อของเราคนนี้ .. เอิ้ก เอิ้ก     เหอๆๆ    เหอๆๆ
      บันทึกการเข้า

.. don't play with me, cos I know how to play it too .. may be better than you do ..
Corse
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #28 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2553, 15:18:08 »

Link กระทู้นี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองครับ

เพียงแต่ อยากถามว่า ถูกกฏหมายและเหมาะสมแล้วหรือครับ กับการแนะนำอัตราต่อรอง และชี้นำให้มีการเล่นการพนันฟุตบอลใน Cmadong.com

http://www.cmadong.com/board/index.php/topic,4015.msg335670.html#msg335670

ขอบคุณครับ
      บันทึกการเข้า
Witty Jump
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 281


ดูรายละเอียด
« ตอบ #29 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2553, 15:43:54 »

ระเบียบปฏิบัติของ Cmadong.com มีเพียงข้อเดียว คือ ห้ามใช้คำว่า "หน้าตาดี "

เพราะฉะนั้นควรเพิ่มระเบียบที่ควรทราบอีก

 ปิ๊งๆ

      บันทึกการเข้า
Soponเท่านั้น
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,397


ดูรายละเอียด
« ตอบ #30 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2553, 20:32:25 »

อ้างถึง
ข้อความของ Corse เมื่อ 08 กุมภาพันธ์ 2553, 15:18:08
Link กระทู้นี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองครับ

เพียงแต่ อยากถามว่า ถูกกฏหมายและเหมาะสมแล้วหรือครับ กับการแนะนำอัตราต่อรอง และชี้นำให้มีการเล่นการพนันฟุตบอลใน Cmadong.com

http://www.cmadong.com/board/index.php/topic,4015.msg335670.html#msg335670

ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เพิ่งทราบว่ามีอะไรแย่ๆอย่างนี้ในcmadong.comด้วย
ดีใจที่ถูกลบไปแล้ว
      บันทึกการเข้า
khesorn mueller
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 57,637


ดูรายละเอียด
« ตอบ #31 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2553, 22:35:45 »

กระทู้ไหนพี่?
มีอยู่กระทู้นึง...หนูแฮพทัน!
ยกทั้งยวงนะ
อยากให้แปะ เอามา 20!
      บันทึกการเข้า
demagogue
มือใหม่หัดเมาท์
*


ไม้ซีก งัด อำนาจเงิน
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


ดูรายละเอียด
« ตอบ #32 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2553, 23:08:52 »


เคยเข้าเวบนี้หรือยังครับ

http://www.uthaisak.com/

เป็นเวบของคนสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจToT

คนงานใจถึงตัวเล็กๆ ที่รวมตัวกันมองเห็นปัญหาของบ้านเมือง

ต่อสู้-เสียสละ เสี่ยงภัย ไม่ประจบประแจงใคร

เป็นตัวอย่างที่ดีแก่คนที่ทำงานบนหอคอยงาช้างแต่ใจปลาซิว

แค่เห็นลูกมะพร้าวร่วงก็คิดว่าแผ่นดินไหว

(ลองคิดดูก็แล้วกัน....ถ้านายใหญ่กลับมาใหญ่ สื่อจะมีเสรีภาพขนาดไหนกันเชียว)



ด้วยจิตคารวะ

พล.ต.อ.รศ.ม.ร.ว.นพ.ดร.มีตรน ล้นถ้วยชา

      บันทึกการเข้า
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #33 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2553, 10:09:45 »

อ้างถึง
ข้อความของ demagogue เมื่อ 08 กุมภาพันธ์ 2553, 23:08:52

เคยเข้าเวบนี้หรือยังครับ

http://www.uthaisak.com/

เป็นเวบของคนสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจToT

คนงานใจถึงตัวเล็กๆ ที่รวมตัวกันมองเห็นปัญหาของบ้านเมือง

ต่อสู้-เสียสละ เสี่ยงภัย ไม่ประจบประแจงใคร

เป็นตัวอย่างที่ดีแก่คนที่ทำงานบนหอคอยงาช้างแต่ใจปลาซิว

แค่เห็นลูกมะพร้าวร่วงก็คิดว่าแผ่นดินไหว

(ลองคิดดูก็แล้วกัน....ถ้านายใหญ่กลับมาใหญ่ สื่อจะมีเสรีภาพขนาดไหนกันเชียว)



ด้วยจิตคารวะ

พล.ต.อ.รศ.ม.ร.ว.นพ.ดร.มีตรน ล้นถ้วยชา


ชื่นชมคนงาน เหล่านั้นครับ
อยากบอกบางคน ที่เสนอแนะว่า อยากคุยการเมืองให้ไป ที่เวบการ เมือง
แล้วชาวจุฬา(หอ) จะอยู่กันเงียบ ภายใต้กลา ที่ครอบไว้หรือ
ขนาด รากหญ้า เขายังออกมา ยุ่งเกี่ยวการเมือง ทั้งเหลือง และแดง
ใครจะผิด หรือ ถูก เราไม่ว่ากัน แต่การที่เขามาแสดงออก ก็น่าชื่นชม
ไม่่เหมือนพวกที่อยู่บน หอคอยงาช้าง เราไม่ยุ่งการเมืองๆๆๆ เพราะเราสบายแล้ว
น่าขำนะครับ( ไม่กล้าพูดว่า สมเพช เดี๋ยว ผิด พรบ.)
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
สมชาย17
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,090


ดูรายละเอียด
« ตอบ #34 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2553, 20:04:13 »

เกิดอะไรขึ้น กับ เวบซีมะโด่ง หรือครับ
เพิ่งกับมาถึงวันนี้  เห็นเขียนว่าถูก ปฏิวัติ เลย งง งง งง งง งง
      บันทึกการเข้า
demagogue
มือใหม่หัดเมาท์
*


ไม้ซีก งัด อำนาจเงิน
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


ดูรายละเอียด
« ตอบ #35 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2553, 21:48:33 »

อ้างถึง
ข้อความของ สมชาย17 เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2553, 20:04:13
เกิดอะไรขึ้น กับ เวบซีมะโด่ง หรือครับ
เพิ่งกับมาถึงวันนี้  เห็นเขียนว่าถูก ปฏิวัติ เลย งง งง งง งง งง


อย่าเอ็ดไปครับ ตอนนี้หลายคนกำลังวางแผนขับแท๊กซี่ชนรถถังกันอยู่

      บันทึกการเข้า
swsm
Cmadong Member
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
****


@@ ยาหยี @@
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: Rcu2523
คณะ: Comm Arts
กระทู้: 27,657


ดูรายละเอียด
« ตอบ #36 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2553, 21:54:15 »

อ้าว .. พี่มะกอกได้แท็กซี่  แล้วทำไมหะยีได้จักรยานล่ะคะ ??   งง งง

      บันทึกการเข้า

.. don't play with me, cos I know how to play it too .. may be better than you do ..
demagogue
มือใหม่หัดเมาท์
*


ไม้ซีก งัด อำนาจเงิน
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


ดูรายละเอียด
« ตอบ #37 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2553, 22:53:32 »

อ้างถึง
ข้อความของ swsm เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2553, 21:54:15
อ้าว .. พี่มะกอกได้แท็กซี่  แล้วทำไมหะยีได้จักรยานล่ะคะ ??   งง งง



พี่เป็นห่วงจริงๆ นะครับ

(เป็นห่วงยางจักรยานน่ะ)
      บันทึกการเข้า
Witty Jump
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 281


ดูรายละเอียด
« ตอบ #38 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2553, 23:10:57 »

อ้างถึง
ข้อความของ demagogue เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2553, 21:48:33
อ้างถึง
ข้อความของ สมชาย17 เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2553, 20:04:13
เกิดอะไรขึ้น กับ เวบซีมะโด่ง หรือครับ
เพิ่งกับมาถึงวันนี้  เห็นเขียนว่าถูก ปฏิวัติ เลย งง งง งง งง งง


อย่าเอ็ดไปครับ ตอนนี้หลายคนกำลังวางแผนขับแท๊กซี่ชนรถถังกันอยู่



นึกว่าจะไปชนตึกจัสมิน 5 5 5 ยิ่ง Server กำลังร้อน ๆ อยู่ด้วย
      บันทึกการเข้า
Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #39 เมื่อ: 12 กุมภาพันธ์ 2553, 09:36:26 »

อ้างถึง
ข้อความของ tang16 เมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2553, 08:54:16
สวัสดีพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ชาวซีมะโด่งทุกท่าน

   ตามที่คณะกรรมการชมรมนิสิตเก่าหอพักนิสิตจุฬาฯ ได้มีการประชุมไปแล้วเมื่อวันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งอาจกระชั้นชิดไปหน่อย ก็ต้องขออภัยด้วยที่ทางฝ่ายเลขาฯ อาจจะแจ้งไปไม่ทั่วถึง ในการประชุมวันนั้น ประเด็นที่สำคัญที่มีการพิจารณาและมีมติมี 4 เรื่องด้วยกันดังนี้

1.   ให้มีการจัดงานกอล์ฟซีมะโด่งสัมพันธ์ ซึ่งจะจัดในวันที่ 31 มีนาคม 2553 ที่สนามเพรสซิเด๊นท์ กอล์ฟคลับ

2.   ให้จัดสรรทุนการศึกษาให้แก่นิสิตหอพักปัจจุบัน เทอมละ 20 ทุนๆ ละ 4,000 บาท รวมเป็นเงิน 80,000 บาท ซึ่งจะมีการมอบทุนประมาณปลายเดือนพฤษภาคมนี้

3.   ให้จัดสรรงบประมาณในการโยกย้ายและดูแล Server ที่ IDC CAT TELECOM ปีละประมาณ 42,000 บาท (รวม VAT)

4.   ที่ประชุมมมีมติให้ยังคงมีห้องปรัชญาและการเมือง แต่ให้มีการกำหนดกฏเกณฑ์และกติกาการใช้เว็บบอร์ดให้เป็นที่เรียบร้อยก่อน โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน


จึงเรียนมาเพื่อทราบ



คณะกรรมการชมรมฯ



http://www.cmadong.com/board/index.php/topic,4793.0.html

ที่ประชุมมมีมติให้ยังคงมีห้องปรัชญาและการเมือง แต่ให้มีการกำหนดกฏเกณฑ์และกติกาการใช้เว็บบอร์ดให้เป็นที่เรียบร้อยก่อน โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน


&



      บันทึกการเข้า

opas
Hero Cmadong Member
***


โอภาส 3211 สิง1207 1212 2813
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu 2534
คณะ: Architecture
กระทู้: 1,735


ดูรายละเอียด
« ตอบ #40 เมื่อ: 22 กุมภาพันธ์ 2553, 16:24:07 »

วอสองวอแปด
      บันทึกการเข้า

ฉันคิดไปเป็นชาวเกาะ...มีชีวิตกลางแดดและคลื่นลม
จะจูบอำลาสังคม........แสงสีในเมืองนภา
เบื่อชีวิตในเมือ.ง........งึม งำ  งึม งำ........................
.........................ตามฉันมาเป็นชาวเกาะเอย ย  ย   ย
ตุ๋ย 22
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2522
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 20,141


ดูรายละเอียด
« ตอบ #41 เมื่อ: 24 กุมภาพันธ์ 2553, 20:36:06 »

การเมืองเป้นเรื่องของคนทุกคน   เป็นแนวคิดที่ถูกต้องในสังคมประชาธิปไตย  ตามที่เรียนวิชาหลักรัฐศาสตร์มา   แต่ไหงมีคนตั้งเยอะยังไม่เข้าใจ
      บันทึกการเข้า

น้ำใจน้องพี่สีชมพู ไม่เสื่อมคลายหายไปจากหัวใจ
BU_MEE
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #42 เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์ 2553, 00:26:46 »

หนู เลยขาดที่พึ่งพา ข่าวสารการบ้านการเมือง   sorry sorry

สมอง ความกว้างขวางของความคิดเรื่องนี้ เลยหดหายไปด้วย 



เฮ้อ !! กลับไปเหมือนเดิมอีกแว้ว  ซื่อบื้อค่ะ ซื่อบื้อเรื่องการเมือง
      บันทึกการเข้า
Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #43 เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์ 2553, 06:12:09 »

พลาดไม่ได้ ต้องซื้อฉบับประวัติศาสตร์เก็บไว้ให้ลูกหลานดู


พลาดไม่ได้ ต้องซื้อฉบับประวัติศาสตร์เก็บไว้ให้ลูกหลานดู
      บันทึกการเข้า

Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #44 เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์ 2553, 08:01:16 »

      บันทึกการเข้า

เจตน์
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ใครๆเรียกผมว่า "กุ๊ปปิ๊"
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2534
คณะ: ครุฯ พลศึกษา
กระทู้: 6,417


ดูรายละเอียด
« ตอบ #45 เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์ 2553, 09:46:15 »



กร๊ากกกกกกกกกกกกกกๆ ชอบมากๆเลยครับพี่บ่าว...    เหอๆๆ
      บันทึกการเข้า

ปากหมา แต่จริงใจ ตอแหลใส่ใครไม่ค่อยเป็น....มันคือตัวตนของผม
Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #46 เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์ 2553, 09:49:47 »

8 ประเด็นพิพากษา ทักษิณ ซุกหุ้น มติเอกฉันท์
ประเด็นข้อกฎหมาย

1. วินิจฉัย ศาลมีอำนาจพิจารณาคดี
วินิจฉัยในประเด็นแรก คือ ศาลมีอำนาจในการพิจารณาคดีนี้ ตามที่ผู้คัดค้านคัดค้านหรือไม่ โดยวินิจฉัยว่า การตรวจสอบของ คตส.เป็นไปตามกฎหมาย และเป็นไปตามอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ ตามมาตรา 9 (1) และ (4) แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นมติเอกฉันท์
มติเอกฉันท์

2. วินิจฉัย คตส.มีอำนาจตรวจสอบโดยชอบ
ประเด็นวินิจฉัยต่อมา คตส.มีอำนาจถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ศาลวินิจฉัยว่า เป็นการดำเนินการภายใต้ขอบอำนาจตามประกาศ คปค. ฉบับที่ 30 ส่วนที่ คตส. แต่งตั้งอนุ คตส.นั้น เห็นว่า คตส.ใช้อำนาจตามประกาศ คปค. สามารถแต่งตั้งได้ และไม่ล่วงเลยระยะเวลาตามที่ผู้คัดค้าน ทำการคัดค้าน เพราะมีกรอบเวลาชัดเจน หากไม่เสร็จสิ้นต้องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อ ทั้งหมดเป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งประเด็นที่ คตส.บางคน เช่นนายกล้านรงค์ จันทิก นายบรรเจิด สิงคะเนติ และนายแก้วสรร อติโพธิ เป็นปฏิปักษ์ของผู้ถูกร้อง แต่งตั้งเป็นประธานอนุฯ คตส.นั้น ชอบแล้วด้วยกฎหมาย และ ป.ป.ช.จึงมีอำนาจดำเนินการแทน คตส.ได้ก็ชอบแล้วด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ คดีนี้ไม่เกี่ยวกับคดีอาญา แต่เป็นคดีแพ่ง จึงไม่จำเป็นต้องให้ผู้ถูกกล่าวหามา ศาลมีมติเอกฉันท์ ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องคดีนี้
มติเอกฉันท์

3. วินิจฉัย คำร้องของอัยการไม่เคลือบคลุม
วินิจฉัย คำร้องที่ให้ยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำนวน 76,621,603,061.05 บาท ของอัยการสูงสุดในฐานะผู้ร้อง แจ้งชัดและไม่เคลือบคลุม
มติเอกฉันท์

ประเด็นข้อเท็จจริง
1. ปกปิดอำพรางหุ้น โดยผ่านนอมินี

ประเด็นวินิจฉัยผู้ถูกกล่าวหาปกปิดอำพรางหุ้นหรือไม่ วินิจฉัยว่า ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 2 วาระ ยังถือหุ้นไว้ แต่ปี 2549 รวบรวมหุ้นทั้งหมดขายให้เทมาเส็ก โดยมีการโอนหุ้นให้กับผู้คัดค้านหลายคนจริง ผู้ถูกกล่าวหาแม้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2544 แล้ว ผู้ถูกกล่าวหามีอำนาจดำเนินนโยบายและแต่งตั้งกรรมการในบริษัทชินคอร์ปจริง การควบคุมนโยบายของผู้ถูกกล่าวหาผ่านทางคณะกรรมการบริษัทชินคอร์ปจริง มีมติเป็นเอกฉันท์ ผู้ถูกกล่าวหา และผู้คัดค้านที่ 1 มีหุ้นในเทมาเส็กจริง

การขายหุ้นให้พี่น้องมีพิรุธ ไม่มีใครจ่ายเป็นเงิน ทั้งที่จริงๆ มีเงินจ่ายได้ แต่กลับจ่ายเป็นตั๋วสัญญา อีกทั้งยังเป็นผู้รับเงินปันผลตามบัญชีบริษัทแอมเพิลริช ที่มีเงินปันผลเข้าบัญชีระหว่างปี 2546-2548 จำนวน 1,000 ล้านบาท ศาลจึงมีมติเอกฉันท์ว่าผู้ถูกกล่าวหาและผู้คัดค้านที่ 1 ถือหุ้นใหญ่กว่า 1,400 ล้านหุ้น ของบริษัทชินคอร์ป ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งทั้งสองสมัย
มติเอกฉันท์

2. การแปลงสัญญาสัมปทานฯ เอื้อประโยชน์ชินคอร์ป
วินิจฉัยว่า เป็นการเอื้อประโยชน์ชินคอร์ป และเป็นเหตุให้ชาติเสียหาย เพราะภาษีสรรพสามิตหายไป 6 หมื่นล้านเศษ มีมติด้วยเสียงข้างมาก ผู้ถูกกล่าวหา ใช้ตำแหน่งหน้าที่ ตราพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ ทำให้ชาติเสียหาย
มติเสียงข้างมาก

3. กรณีแก้ไขสัญญาโทรศัพท์มือถือ กรณีบัตรเติมเงิน และ โรมมิ่ง
การแก้ไขสัญญาโทรศัพท์เคลื่อนที่ ด้วยการปรับลดอัตราส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบบัตรเติมเงิน (PREPAID CARD) ส่งผลให้เอไอเอส จ่ายส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้า ให้แก่ บริษัท ทศท ในอัตรา 20 เปอร์เซ็นต์ คงที่ตลอดอายุสัญญาสัมปทานตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2544 จากเดิมที่ต้องจ่ายตามสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นแบบก้าวหน้าในอัตรา 25 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2543-30 กันยายน 2548 และในอัตรา 30 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2548-30 กันยายน 2548 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน

การแก้ไขสัญญาโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่ออนุญาตให้ใช้เครือข่ายร่วม (ROAMING) และให้หักค่าใช้จ่ายจากรายรับ และกรณีการปรับลดอัตราค่าใช้เครือข่ายร่วม เป็นการเอื้อประโยชน์แก่ ชินคอร์ป และเอไอเอส การแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาที่ให้บริษัท เอไอเอส เข้าไปใช้เครือข่ายร่วมผู้ให้บริการรายอื่นมีผลต่อการจ่ายเงินผลประโยชน์ที่บริษัท เอไอเอส ต้องจ่ายให้กับ บริษัท ทศท และบริษัท กสท ไม่น้อยกว่า 18,970,579,711 บาท กลายเป็น เอไอเอส จะได้รับผลประโยชน์ที่ไม่ต้องจ่ายเงินจำนวนดังกล่าว ซึ่งบริษัท ชินคอร์ป ที่ผู้ถูกกล่าวหาถือหุ้นเป็นผู้ถือหุ้นใน ดังนั้นผลประโยชน์ที่ เอไอเอส ได้รับดังกล่าวจึงตกกับหุ้นบริษัท ชินคอร์ป ที่ผู้ถูกกล่าวหาถือในระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นเหตุให้หุ้นมีมูลค่าสูงขึ้น จนกระทั่งได้มีการขายหุ้นให้แก่กลุ่มเทมาเส็ก ของประเทศสิงคโปร์

วินิจฉัยว่า ภาระเอไอเอสลดน้อยลง แต่มีรายได้เพิ่มขึ้น ตั้งแต่ปี 44-49 โดยลำดับ ตั้งแต่ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี องค์คณะผู้พิพากษาจึงมีมติด้วยเสียงข้างมาก ว่าผู้ถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้องในการแก้ไขสัญญาดังกล่าว และผู้ถูกกล่าวหามีหุ้นในชินคอร์ป ผลประโยชน์จึงตกแก่ผู้ถูกกล่าวหา เงินที่ขายหุ้นให้เทมาเส็ก จึงได้มาโดยไม่สมควร
มติเสียงข้างมาก

4. กรณีการใช้โครงข่ายร่วม (โรมมิ่ง)
วินิจฉัยว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีส่วนในการแก้ไขสัญญาโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่ออนุญาตให้ใช้โครงข่ายร่วม (โรมมิ่ง) และปรับลดอัตราการใช้เครือข่ายร่วมระหว่าง กสท กับ DPC เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับชินคอร์ป และเอไอเอส แต่เนื่องจากมีการขายหุ้นให้เทมาเส็กไปเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2549 ทำให้ผู้ได้รับประโยชน์จากการลดอัตราการใช้เครือข่ายร่วมไม่ใช่ผู้ถูกกล่าวหา แต่เป็นเทมาเส็ก

5. กรณีแก้ไขสัญญาสัมปทานดาวเทียมโดยมิชอบ
กรณีการละเว้น อนุมัติ ส่งเสริม สนับสนุนธุรกิจดาวเทียมตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศโดยมิชอบหลายกรณี ได้แก่ การอนุมัติโครงการดาวเทียมไอพี สตาร์, การอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทาน ครั้งที่ 5 วันที่ 27 ตุลาคม 2547 รวมถึงการลดสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทชินคอร์ป

ในบริษัท ชินแซทเทลไลท์ ที่เป็นผู้ขออนุมัติสร้างและส่งดาวเทียมไทยคม และการอนุมัติให้ใช้เงินค่าสินไหมทดแทนของดาวเทียมไทยคม 3 จำนวน 6.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปเช่าช่องสัญญาณต่างประเทศ ล้วนเป็นการเอื้อประโยชน์กับบริษัท ชินคอร์ป และ ชินแซทฯ

วินิจฉัยว่า เป็นการกระทำที่ลัดขั้นตอน รีบเร่ง ผิดปกติวิสัย ทั้งนี้ ดาวเทียม IP STAR ไม่ได้เป็นดาวเทียมหลัก แทนไทยคม 3 เป็นดาวเทียมใช้สื่อสารต่างประเทศ ผิดสัญญาตามที่ระบุว่า ใช้สื่อสารในประเทศ จึงอยู่นอกกรอบสัญญา เป็นการอนุมัติให้บริษัทผู้ถูกกล่าวหา ได้รับสัมปทานไปโดยไม่มีคู่แข่ง ทำให้รัฐเสียหายกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท องค์คณะจึงมีมติด้วยคะแนนเสียงข้างมาก เป็นการเอื้อประโยชน์ให้ชินคอร์ป และบริษัทไทยคม
มติเสียงข้างมาก

6. กรณีอนุมัติเงินกู้เอ็กซิมแบงก์ให้พม่า
การขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมให้แก่ประเทศพม่า เพิ่งเกิดขึ้นภายหลังจากประชุมร่วมกับพม่า-กัมพูชา และในการประชุมครั้งนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ของไทยคมและไอเอเอส ไปสาธิตระบบให้บริการมือถือผ่านดาวเทียมในการประชุมด้วย จึงย่อมแสดงให้เห็นว่าการขอวงเงินเพิ่มเติมมีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อสินค้าและบริการจากไทยคมนั่นเอง

ส่วนที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่าได้อนุมัติเงินไปซื้อสินค้าอื่นนั้น ก็ไม่อาจรับฟังหักล้างข้อที่ว่าไทยคมจะได้รับประโยชน์จากการดำเนินการในเรื่องนี้ได้ และที่อ้างว่าการอนุมัติวงเงินสินเชื่อนั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของธนาคารนั้น เห็นว่าธนาคารเอ็กซิมแบงก์ ตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.เอ็กซิมแบงก์ ปี 2536 และอยู่ในการกำกับของ รมว.คลัง จัดเป็นหน่วยงานของรัฐที่ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งในการอนุมัติวงเงินให้รัฐบาลพม่าในครั้งนี้ ก็ได้ความจากพยานซึ่งเป็นอดีตกรรมการเอ็กซิมแบงก์ ว่าเป็นการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล และโดยการให้สินเชื่อดังกล่าวได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำ จึงต้องขอให้กระทรวงการคลังจัดสรรเงินของคลังมาชดเชย กรณีนี้จึงส่งผลเสียต่องบประมาณของประเทศโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะเอ็กซิมแบงก์ก็ไม่ได้รับการชดเชยค่าใช้จ่ายในการดำเนินการนี้อีกด้วย

ส่วนที่อ้างว่าการดำเนินการในครั้งนี้พิจารณาผลประโยชน์ของประเทศ โดยทำให้ปตท.สผ.ได้รับสัมปทานบ่อแก๊สที่พม่านั้น เห็นว่าบริษัทชินคอร์ปเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของไทยคม จึงได้ประโยชน์จากการถือหุ้น ย่อมเป็นการไม่สมควรที่จะอนุมัติวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมให้กับพม่า องค์คณะจึงมีมติเสียงข้างมากว่าการดำเนินการกรณีนี้เอื้อประโยชน์ให้แก่ไทยคมและชินคอร์ป
มติเสียงข้างมาก

7. การดำเนินการทั้ง 5 กรณีเป็นผลจากการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
ใน 5 กรณีพบว่ามีการสั่งการอยู่ 2 กรณีคือการแปลงภาษีสรรพสามิตฯ โดยเป็นการสั่งการและมอบนโยบายให้ปฏิบัติเป็นลำดับชั้น ตั้งแต่รมว.คลัง รมว.ไอซีที ขรก.และกรรมการในชุดต่างๆ อีกกรณีคือการอนุมัติของเอ็กซิมแบงก์ในการให้วงเงินสินเชื่อแก่พม่า โดยผู้ถูกกล่าวหาได้สั่งการและมอบนโยบายผ่าน รมว.ต่างประเทศ

ส่วนอีก 3 กรณีคือบัตรเติมเงิน การใช้โรมมิ่ง และละเว้นอนุมัติส่งเสริมธุรกิจดาวเทียมในประเทศ ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาล้วนเป็นผู้กำกับดูแลในฐานะนายกฯ มีการไล่เป็นลำดับชั้นได้แก่ รมว.คลัง รมว.คมนาคม รมว.ไอซีที และหน่วยงานของรัฐต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ถูกกล่าวหาเป็นนายกฯ และเป็นประธานบีโอไอ สำหรับคณะกรรมการประสานงานดาวเทียมสื่อสารของประเทศ ข้อ 39 กำหนดให้ปลัดคมนาคม และจนท. ซึ่งเป็นผู้แทนรวม 4 คน ร่วมเป็นคณะกรรมการดังกล่าว ส่วน กสท และ ทศท แม้จะแปลงเป็นบริษัทแล้วแต่ทั้งสองหน่วยงานแต่ก็ยังคงมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ อยู่ในกำกับของกระทรวงไอซีที

อีกทั้งผู้ที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ก็เป็นสมาชิกพรรค ทรท. โดยที่มีผู้ถูกกล่าวหาเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ในขณะนั้น ประกอบกับทั้งสามกรณีเป็นการเริ่มต้นร้องขอมาจากชินคอร์ป และบริษัทเกี่ยวข้องทั้ง 3 กรณี ฟังจากคำเบิกความจากผู้จัดการผลประโยชน์ ทศท ฯลฯ ได้ความว่าคณะกรรมการกลั่นกรองได้พิจารณาหลักการตามที่เอไอเอสเสนอต่อ ทศท ในวันที่ 21 และ 28 สิงหาคม และเป็นวาระจรทั้งสองครั้ง ไม่ได้เสนอโดยฝ่ายบริหารผลประโยชน์ดังที่ได้ปฏิบัติมา

ส่วนกรณีการใช้เครือข่ายร่วมนั้นก็ไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่ปฏิบัติ และมีการตอบสนองเอไอเอสอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับกรณีดาวเทียมสื่อสารในประเทศ ก็มีวิธีการทำนองเดียวกัน คือให้ รมว.คมนาคมอนุมัติไปก่อนที่คณะกรรมการจะรับรายงานการประชุม ปรากฏจากบันทึกของบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ว่า เป็นเรื่องที่ไม่สมควร เนื่องจากสัญญาสัมปทาน มีผู้ถูกกล่าวหาเป็นนายกฯ จึงให้ถอนเรื่องออกไป ขณะที่ผู้อำนวยการส่วนวางแผนการเงินก็เบิกความประกอบว่า การดำเนินการเรื่องนี้ค่อนข้างรวดเร็ว และพยายามเสนอให้ทัน 12 เมษายน 2544 ที่มีการประชุมคณะกรรมการ ทศท เป็นการเอื้อประโยชน์แก่ผู้ถูกกล่าวหา ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าทั้ง 5 กรณีเป็นผลจากการปฏิบัติหน้าที่ ใช้อำนาจรัฐเอื้อธุรกิจชินคอร์ป
มติเสียงข้างมาก

8. กรณีให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินหรือไม่

เมื่อผลเป็นการเอื้อประโยชน์โดยตรงต่อชินคอร์ป และเป็นการแสดงให้ปรากฏแกคนทั่วไปของกิจการ ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้มูลค่าหุ้นในชินคอร์ปเพิ่มขึ้น ดังนั้นเงินปันผลค่าหุ้น และเงินขายหุ้นชินคอร์ปให้กับเทมาเส็กจึงเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่สมควร ในฐานะนายกฯ ซึ่งศาลมีอำนาจสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินได้ ตามประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 ประกอบพ.ร.บ.รธน.ว่า ป.ป.ช. แต่โดยที่ผู้กล่าวหา และผู้คัดค้าน 1 จึงเห็นวินิจฉัยเสียก่อนว่าศาลจะให้เงินในส่วนของผู้คัดค้านที่ 1 ตกเป็นของแผ่นดินได้หรือไม่

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งยึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 46,373,687,454.70 บาทพร้อมดอกผล และคืน 30,247 ล้านบาท

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com/specialreport/taksin-judge/specialreportnews.php?id=98
      บันทึกการเข้า

BU_MEE
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #47 เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์ 2553, 21:44:38 »

ขอบพระคุณค่ะ พี่ Intania๑๖

ที่มาให้ข้อมูลทุนความรู้ด้านการเมือง
เช่นเดียวกับสิ่งแวดล้อม







.
หนูเป็นแฟนคลับที่ไม่เปิดเผยตัวในสองหัวข้อนี้ค่ะ
 บ่ฮู้บ่หัน
      บันทึกการเข้า
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #48 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2553, 08:03:30 »

รายงานข่าว จาก นสพ.ไทยโพสต์
ข่าววงในจากแจ้งว่า
เมื่อศาลพิจารณาคดียึดทรัพย์ 76000 ล้าน
มีการพิจารณา เรื่องใหญ่ 2 ประเด็น คือ
1.ควรยึดทรัพย์ หรือไม่
  ลงมติ ด้วยคะแนน 8:1(ยึด 8คน ไม่ยึด1 คน)
2.ยึดหมด หรือ ยึด บางส่วน
  ลงมติ 7:2 ( ยึดบางส่วน 7 คน ยึด หมด 2 คน)

และมติอื่นๆ ที่เผยแพร่ไปแล้ว ว่า ลงมติด้วยเสียงข้างมาก
นั่นคือ 8:1
และ 1 เสียง ที่ว่า ทักษิณไม่ผิดเลย คือ คนๆเดียวกัน
ชื่ออะไร ไปหาเอาเองคร้าบ?Huh?
อยากรู้ก็ พีเอ็ม มาจ้า
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
ตุ๋ย 22
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2522
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 20,141


ดูรายละเอียด
« ตอบ #49 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2553, 21:04:28 »

สงัสยเงินใครบางคนได้ผล  กับ 1 เสียง
      บันทึกการเข้า

น้ำใจน้องพี่สีชมพู ไม่เสื่อมคลายหายไปจากหัวใจ
BU_MEE
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #50 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2553, 23:01:47 »

เพิ่งทราบว่าเป็นใครค่ะ 

ควานหาทั้งวัน  มาเจอเมื่อเย็นที่เว็บอะไร จำไม่ได้แล้วค่ะ เฮ้อ!!
      บันทึกการเข้า
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #51 เมื่อ: 01 มีนาคม 2553, 21:11:41 »

หวัดดีน้อง หมี ( ขอเรียกตามหลานๆของป้าแล้วกันนะครับ)
และน้องตุ๋ย น้องยศวิน น้องยังชิน และ หลายๆๆๆๆคน
มาเชิญชวนให้ติดตามละครดี ที่ช่อง Thai TBS หรือ ITV เก่านั่นแหละ)

เป็นเรื่องราวของหมอ คนหนึ่ง ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นแพทย์ชนบทดีเด่น
ละครนี้ ออกอากาศ เวลา 20.20 น ทุกวันจันทร์-อังคาร.
เริ่มตอนแรกวันนี้เอง ชื้อ " แสงดาวแห่งศรัทธา...หมอหงวน "


ประวัติ นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์

เกิดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2495 ที่กรุงเทพมหานคร
จบการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทย์ศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ในปี 2520
 เริ่มรับราชการที่รพ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ในปี2521 จนกระทั่งปี 2526 เป็นผู้อำนวยการรพ.ราษีไศล
 และย้ายมาเป็นผู้อำนวยการรพ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา
 ซึ่งการทำงานทั้งสองแห่งได้บุกเบิกการสร้างสุขภาพชุมชน จนเป็นที่รักของชาวบ้านอย่างมาก
 และที่รพ.บัวใหญ่ นพ.สงวน ได้รับคัดเลือกเป็นแพทย์ดีเด่นประจำปี 2528
 ด้วยผลงานขยายเตียงรองรับผู้ป่วยจาก 30 เตียงเป็น 60 เตียง ในเวลา 3 ปี
 จัดทีมบริหารให้คล่องตัวมีประสิทธิภาพ วางแผนงานใช้สาธารณสุขมูลฐานเป็นกลยุทธ์แก้ปัญหา
 ตั้งกองทุนยา กองทุนโภชนาการหมู่บ้านและชุมชน ฯลฯ


ในปี 2538 เป็นผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข
เป็นรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขในปี 2544-2546
 ก่อนที่จะมาเป็นเลขาธิการสปสช.สองสมัย

ก่อนเสียชีวิต นพ.สงวน ป่วยด้วยโรคมะเร็งปอด
 และมีอาการทรุดหนักด้วยอาการน้ำท่วมปอดและไตไม่ทำงานหนึ่งสัปดาห์ก่อนเสียชีวิต
 ก่อนจะเสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 16.15 น. ของวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2551 ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี ด้วยอายุ 56 ปี

      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #52 เมื่อ: 01 มีนาคม 2553, 21:17:45 »

สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ (18 มีนาคม พ.ศ. 2495 - 18 มกราคม พ.ศ. 2551)
 เป็นนายแพทย์ที่มีผลงานดีเด่นในการบุกเบิกและผลักดันหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จนรัฐไทยรับไปเป็นนโยบายใช้จริง
 โดยพรรคไทยรักไทยได้นำไปใช้เป็นนโยบายที่เรียกว่า "30 บาทรักษาทุกโรค" ในสมัยรัฐบาลทักษิณ 1
(แท้จริงแล้วตามหลักคิดนี้มีอยู่ในรับธรรมนูญปี พ.ศ. 2540 และไม่ต้องเสียเงินแม้สักบาทเดียว)[1]
 นายแพทย์สงวนเป็นเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) คนแรกและดำรงตำแหน่ง 2 สมัยติดกัน
 จนกระทั่งเสียชีวิต และเป็นประธานชมรมแพทย์ชนบท รุ่นที่ 8 (พ.ศ. 2528-2529)

กลุ่มแพทย์ชนบทและผู้เคยร่วมงานกับนพ.สงวน เช่น นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบทรุ่นที่ 22
และ นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยสังคมและสุขภาพ (สวสส.) ยกย่องนพ.สงวนว่าเป็น
 "รัฐบุรุษแห่งวงการสาธารณสุขไทย"[2][3]
นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2495
 เป็นลูกคนสุดท้องจากพี่น้องทั้งหมด 6 คนในครอบครัวชาวจีนในกรุงเทพมหานคร
 ศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
 จากนั้นศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทย
าลัยมหิดล

ระหว่างที่เรียนมหาวิทยาลัย หมอสงวนเป็นนักกิจกรรม
ได้ออกค่ายในช่วงก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลา พ.ศ. 2516 ซึ่งทำให้ได้พบประสบการณ์ที่ไม่เคยประสบมาก่อน
 นอกจากกิจกรรมออกค่ายแล้ว จากนิสัยรักการอ่าน เขายังเป็นบรรณาธิการหนังสือ "มหิดลสาร" ของมหาวิทยาลัยอีกด้วย
 หนังสือที่เขาชอบอ่านคือ วารสารสังคมปริทัศน์ เศรษฐศาสตร์ชาวบ้าน และ หนังสือพิมพ์มหาราช

หลังจากเขาเรียนจบในปี พ.ศ. 2520 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา พ.ศ. 2519
 บรรยากาศความตื่นตัวของนักศึกษามีอยู่ทั่วไป นักศึกษาด้านการแพทย์จบใหม่ล้วนมีความสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม
 และอยากไปทำงานชนบท หมอสงวนก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เขาเข้าทำงานที่โรงพยาบาลวชิระ กรุงเทพมหานคร อยู่ 1 ปี
 ก่อนจะออกไปเป็นแพทย์ชนบท ที่ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ 5 ปี

[/b][/color]
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #53 เมื่อ: 01 มีนาคม 2553, 21:25:57 »


คุณพ่อเป็นวีรบุรุษ:นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ 
 


 โดย มติชน วัน พฤหัสบดี ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2551 04:16 น.
 
 โดย นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

คุณพ่อเป็นวีรบุรุษ ผมพูดกับลูกสาวของคุณหมอสงวนในเย็นวันหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว

คุณหมอสงวน หรือ นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ คือ
เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ คนแรกและคนปัจจุบัน

คนไทย 46 ล้านคน เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพก็เพราะงานของคุณหมอสงวนและทีม

ก่อนหน้าที่ประเทศไทยจะมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
 พวกเรามีสิ่งที่เรียกว่า บัตรสงเคราะห์ และ บัตรสุขภาพ บัตรสงเคราะห์สำหรับชาวบ้านที่ยากจน
 บัตรสุขภาพขายในราคา 500 บาทสำหรับรักษาผู้ป่วยและครอบครัว
 ปัญหาคือผู้มีฐานะจำนวนหนึ่งได้ครอบครองบัตรสงเคราะห์หรือบัตรสุขภาพได้รับการปฏิบัติหรือรักษาพยาบาลเยี่ยงพลเมืองชั้นสอง

แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือเรื่องโรคภัยไข้เจ็บไม่ควรเป็นเรื่องสงเคราะห์หรือไม่สงเคราะห์
แต่เป็นสิทธิที่คนไทยทุกคนควรมีตั้งแต่แรกเกิดจนถึงเชิงตะกอน
 นั่นคือไม่ว่ายากดีมีจนเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยก็ควรได้รับการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน
 ไม่สมควรถูกทิ้งขว้างเพียงเพราะไม่มีเงิน

ก่อนหน้าที่ประเทศไทยจะมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
 คนจนจำนวนหนึ่งไม่กล้าไปโรงพยาบาลเพราะกลัวเงินไม่พอ
 คนรวยจำนวนหนึ่งต้องจนเฉียบพลันทันทีเมื่อล้มป่วยโรคมะเร็งหรือโรคร้ายแรงใดๆ
 คุณหมดสงวนและทีมช่วยให้คนจนกล้าไปโรงพยาบาล
และช่วยให้คนรวยซึ่งทำงานหนักมาทั้งชีวิตไม่ต้องสิ้นเนื้อประดาตัวไปกับค่ารักษาพยาบาล

จึงว่าคนไทย 46 ล้านคนเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพก็เพราะงานของคุณหมอสงวนและทีม

เมื่อครั้งหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเริ่มต้นใหม่ๆ ในปี พ.ศ.2546
 หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าถูกโจมตีว่าเป็นหลักประกันชั้นสอง
 ได้รับการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพเป็นรองข้าราชการและครอบครัวรวมทั้งลูกจ้างประกันสังคม

เมื่อถึงปัจจุบันคนไทยทุกคนไม่ว่าจะใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
หรือข้าราชการ หรือลูกจ้างประกันสังคมล้วนได้รับการรักษาด้วยคุณภาพและมาตรฐานค่อนข้างเท่าเทียมกัน

ทั้งนี้ก็ด้วยความเพียรพยายามของคุณหมอสงวนและทีมงานที่ได้ประสานประโยชน์ของผู้ป่วยในกองทุนทั้งสามให้ใกล้เคียงกัน

คุณหมอสงวนและทีมไม่ได้เริ่มต้นงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอย่างเลื่อนลอย
ท่านได้เดินทางไปศึกษาเรื่องนี้ในหลายประเทศ ทำวิจัยและทดลองทำระบบหลักประกันสุขภาพในพื้นที่นำร่องบางจังหวัดของประเทศ
 ก่อนที่จะขับเคลื่อนเป็นนโยบายระดับชาติภายใต้แนวคิดสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขาของ ศ.นพ.ประเวศ วะสี

กล่าวคืองานยากๆ หรืองานใหญ่ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนต้องเคลื่อนด้วยกันทั้งสามฝ่าย คือ
 ฝ่ายวิชาการ ภาคประชาชน และฝ่ายการเมือง จึงจะสัมฤทธิผล

คุณหมอสงวนและทีมเคลื่อนย้ายภูเขาได้สำเร็จในที่สุด

ผู้เขียนพบคุณหมอสงวนครั้งแรกที่ชายหาดหัวหินเมื่อปี พ.ศ.2548
 ท่านเสร็จจากการวิ่งออกกำลังกายที่ชายหาดยามเช้า ผู้เขียนเสร็จจากการว่ายน้ำออกกำลังยามเช้าเช่นกัน
 ก่อนหน้าที่จะได้พบท่านครั้งแรกได้แต่ตามอ่านบทความเกี่ยวกับหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของท่านในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน
 และนึกนิยมอยู่ในใจว่าใครหนอที่คิดค้นวิธีช่วยเหลือผู้ป่วยครั้งใหญ่เช่นนี้ออกมาได้

เป็นโชคดีมหาศาลของคนไทยที่ในที่สุดก็มีคนเก่งและดีเช่นคุณหมอสงวนและทีม
 สามารถใช้คุณธรรมนำความรู้หาญกล้าปฏิรูประบบสุขภาพ เพื่อให้คนป่วยทุกคนเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพด้วยความเท่าเทียม

คุณหมอสงวนเขียนหนังสือ บนเส้นทางสู่หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ของสำนักพิมพ์มติชน
 ความตอนหนึ่งเล่าเรื่องที่ท่านรับแม่ลูกคู่หนึ่งขึ้นรถพยาบาลไปส่งที่โรงพยาบาล ท่านเขียน
ว่า

เมื่อรถแล่นไปถึงโรงพยาบาลผมก็พบกับสิ่งที่คาดไม่ถึง คือแทนที่จะได้เห็นเธออุ้มลูกมาให้หมอตรวจ เธอกลับอุ้มลูกเดินออกจากโรงพยาบาลโดยไม่ยอมเข้ามารับบริการ ผมจึงเดินตามไปถามว่ามาถึงโรงพยาบาลแล้วทำไมไม่พาลูกไปให้หมอตรวจ เธออ้ำอึ้งไม่ตอบอยู่พักใหญ่ สุดท้ายคนขับรถของผมซึ่งเป็นคนท้องถิ่นได้สอบถามแทน จึงได้ความว่าเธอมีเงินพกติดตัวมาเพียง 30 บาท ตั้งใจจะนำเด็กไปฉีดยากับหมอเสนารักษ์ที่อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลเท่าใดนัก ซึ่งโดยปกติเขาจะคิดค่ารักษาเพียง 20 บาท อีก 10 บาทที่เหลือนั้นจะเก็บไว้เป็นค่าโดยสารกลับบ้าน

คุณหมอสงวนและทีมทำงานที่ยากยิ่ง ท่านพูดเสมอว่าการจะทำงานยากๆ ให้สำเร็จนั้นต้อง กัดไม่ปล่อยอย่างอุเบกขา
 ท่านได้พิสูจน์ด้วยชีวิตตนเองว่าท่านมีอุเบกขามากเพียงใดกับการจัดการอุปสรรคของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

เสียดายเวลาที่ไม่มีบุญได้พบคุณหมอสงวนเร็วกว่านี้

คุณหมอสงวนถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2550

อาจเป็นได้ที่ในยุคต่อไปจะไม่มีใครอยากเชื่อว่า บุคคลเช่นนี้ก็เคยมีชีวิตชีวาเดินเหินอยู่บนพื้นโลกนี้

 
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #54 เมื่อ: 01 มีนาคม 2553, 21:35:40 »



อาลัยรัก แสงดาวแห่งศรัทธาดวงนั้น

.
วิทยุจีนแดงเครื่องเล็กๆส่งเสียงบอกสัญญาณเวลาเคารพธงชาติยามเย็น


ฉันกำลังจะจัดการปลุกวิญญาณกองไฟให้คืนชีวิตอีกหน ยามหนาวเหน็บในเวลาค่ำคืน กองไฟเท่านั้นที่เป็นเพื่อนเราได้อย่างแท้จริง
 หาใช่ดวงดาวที่พราวแสงอยู่ไกลลิ่บนั่นไม่ แม้แต่แสงจันทราที่เจิดจ้าปานเย้ยหยันคนจรนอนไพรให้สะเทือนในหัวใจ
 ก็ไม่เคยให้ความอบุอ่นใดๆได้

"คนอย่างฉัน ไม่สนใจแสงดาว ไม่ต้องการแสงจันทร์ เพราะฉันอยู่กับผืนดิน" ชาวไร่อหังการณ์อย่างฉัน ประกาศชัดเจนอย่างนี้ทุกค่ำคืน
แต่แล้วเสียงทุ้มห้าวของผู้อ่านข่าว ในยามเย็น ก็บอกว่า



มะเร็งปอดคร่าชีวิต "นายแพทย์ สงวน นิตยารัมภ์พงศ์" เลขาธิการ สปสช. ด้วยวัย 55 ปี


.ฉันนิ่งอึ้ง งงงันไปชั่วครู่ ทำไมเร็วหนักหนา ทำไมเร่งรีบที่จะจากไปนักเล่าคะหมอ

ฉันเห็นภาพในทีวี หมอยังมีหน้าตาสดใส แม้จะมีข่าวแว่วๆมาถึงแล้วว่าหมอเป็นมะเร็ง
 แต่ฉันก็ยังหวังว่าหมอน่าจะอายุยืนกว่าคนที่ไม่ได้เป็นหมอ...มะเร็งไม่เคยให้เวลาใครยาวนานจริงๆ


คืนนี้..ดาวล้านดวงที่พร่างพราวบนท้องฟ้า ยิ่งไร้ความหมาย

ฉันนั่งนิ่งๆ ริมหน้าต่าง มองหาร่องรอยของดาวดวงหนึ่งทางทิศเหนือ

ดาวบางดวง แม้ดับแสงลงแล้ว แต่ยังคงมีไออุ่นอวลไออยู่ในใจฉันเสมอ


มันกลายเป็นสายน้ำอุ่น ที่หลั่งล้นลงสู่ร่องแก้มอย่างเงียบๆ

..........



"นายแพทย์ สงวน นิตยารัมภ์พงศ์"



มีผู้คนมากมายหลายล้านคนบนโลกนี้ แต่ทำไมเราต้องมาพบกัน มาร่วมทำกิจกรรม หรือมาทำงานด้วยกัน


เช่นฉันกับหมอหงวน



หมอหงวนคือพี่ คือครูบาอาจารย์ ที่พร้อมจะสอนงานให้น้องๆที่ร่วมงานตลอดเวลา




"เฟืองตัวใหญ่หมุนเร็ว เฟืองตัวเล็กจะยิ่งหมุนเร็วขึ้น"
 นี่คือคำพูดของนายแพทย์หนุ่มที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตแห่งการสร้างสรรค์งานเพื่อคนด้อยโอกาส





ในขณะนั้น โรงพยาบาลสูงเนิน โรงพยาบาลบัวใหญ่ โรงพยาบาลประทาย และโรงพยาบาลชุมพวง ในจังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมทีมกันทำงานด้านสาธารณสุขมูลฐานเพื่อชุมชน เนื่องจากผู้อำนวยการทั้งหลายล้วนอยู่ในชมรมแพทย์ชนบท มีอุดมการณ์แรงกล้าในการทำงาน




พี่ใหญ่ของกลุ่ม คือนายแพทย์สำเริง (หมอแหยง) รองลงมาคือหมอหงวน ที่ต่างเป็นตัวแทนของกันและกันได้ราวกับมีสมองแบบคู่แฝด เช่น ในขณะที่หมอแหยงกำลังบรรยายเนื้อหาการทำงานหรือหลักการทำงานให้เด็กๆอย่างเราเข้าใจ แต่เมื่อมีเหตุให้ต้องออกจากห้องประชุมไปทำอย่างอื่น คนที่เดินเข้ามาใหม่ คือหมอหงวน (โดยที่ไม่ได้นั่งอยู่ในห้องนั้นมาก่อน) ก็จะบรรยายต่อได้ทันที ในประเด็นนั้นๆ และเกิดเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆ จนกลายเป็นเรื่องเฮฮาหาทางจับผิดคุณหมอทั้งคู่ แต่เราก็ไม่เคยพบความผิดพลาด




นั่นแสดงว่า สิ่งที่พูดคือสิ่งที่ออกมาจากข้างใน หลอมรวมมาเป็นหลักการร่วมในการทำงาน



โครงการต่างๆที่เกิดขึ้น จึงเป็นโครงการพิเศษนอกเหนือการรักษาคนไข้ การประชุมงาน จะเป็นเวลานอกราชการ หากไม่ใช่เวลากลางคืนก็ต้องเป็นเสาร์อาทิตย์ จนเรียกได้ว่า "ไม่มีเวลาส่วนตัว" หมอทั้งหลายไม่เคยมีวันหยุด แม้เวลานอนก็ต้องใช้วิธีงีบหลับบนรถ ในเวลาเดินทาง

การทำงานมากและหนัก แต่คุณหมอทั้งหลายที่ร่วมโครงการไม่เคยมีอารมณ์เครียดให้พวกเราได้เห็น ยิ่งมีอุปสรรคยิ่งสนุก โดยเฉพาะหมอหงวน ที่มีความเฮฮาอารมณ์ดี ยิ้มแก้มปุ๋ม มีเขี้ยวเสน่ห์ คือความทรงจำที่ฉันเก็บไว้ หมอไม่เคยดูแก่ชราลงไปเลย แม้ภาระหน้าที่จะเพิ่มมากขึ้น

แต่แล้วข่าวว่าหมอเป็นมะเร็ง ก็ถูกส่งต่อมาถึงฉัน จากกลุ่มเพื่อนที่เคยทำงานร่วมกันในทีม 4 โรงพยาบาล เมื่อปีที่แล้ว
ฉันไม่ได้เจอหมอหงวนนานเกือบสิบปี และสองปีที่ทำงานภายใต้การดูแลของหมอ ฉันได้ความฝัน ได้พลังชีวิต ได้ความมุ่งมั่น ที่ส่งผ่านมาจากหมอ แม้เราจะไม่ได้ร่วมงานกัน แต่ในเส้นทางเดิน ฉันเชื่อว่าฉันกำลังเดินตามรอยเท้าของหมอผู้รักงานคนนี้เสมอ


ในวันก่อนนั้น...โครงการที่เราทำร่วมกับชุมชน จึงกลายมาเป็นแม่แบบของงานพัฒนาสาธารณสุขทั่วประเทศ เช่น โครงการ จปฐ. (ความจำเป็นพื้นฐาน) หรือในส่วนของโรงพยาบาลบัวใหญ่เอง ที่เริ่มสำรวจและทำงานกับกลุ่มคนพิการ จนกระทั่งงานฟื้นฟูคนพิการได้รับการยอมรับในเชิงนโยบาย กลายเป็นงานหนึ่งที่มีสำคัญในการพัฒนาบุคลากรของประเทศในปัจจุบัน




และต้องไม่ลืมที่จะรวมเรื่อง การเป็นหัวขบวนปฏิรูประบบสุขภาพไทยครั้งใหญ่
 ในการสร้างความเป็นธรรมทางด้านสุขภาพให้กับประชาชน
 ในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือที่รู้จักกันว่าโครงการ 30 บาท
 ซึ่งมีการวางแผนนำเสนอต่อรัฐบาลก่อนหน้ารัฐบาลทักษิณ แล้วด้วย
 หาใช่เกิดจากความคิดของอดีตนายกคนนั้นไม่

[/color]


........

.




      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
ตุ๋ย 22
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2522
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 20,141


ดูรายละเอียด
« ตอบ #55 เมื่อ: 02 มีนาคม 2553, 21:24:00 »

นายแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่  ควรได้รับการสรรเสริญ
      บันทึกการเข้า

น้ำใจน้องพี่สีชมพู ไม่เสื่อมคลายหายไปจากหัวใจ
prapasri AH
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,250


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #56 เมื่อ: 04 มีนาคม 2553, 06:55:20 »

ขออนุญาต นำเรื่องที่พี่แอ๊ะเขียนถึงหมอหงวนมาไว้ในกระทู้นี้ด้วยนะคะ น้องตะวัน ฉายเสรี


น้องๆคะ

พีแอ๊ะขออนุญาตนำบทความที่พี่แอ๊ะเขียน ในblog พี่แอ๊ะมาให้อ่านนะคะ

วันจันทร์ ที่ 21 มกราคม 2551

แด่คุณหมอสงวนด้วยดวงใจ

Posted by prapasri , ผู้อ่าน : 871 , 08:36:57 น.   
หมวด : ไดอารี่
   

                                                                       แด่คุณหมอสงวนด้วยดวงใจ

     
 เมื่อวันศุกร์ที่ 18มกราคม 2551 ขณะที่ดิฉันและคณะกรรมการสมาคมโรงพยาบาล

โรงพยาบาลเอกชน ประชุมกันอยู่เราก็ได้รับแจ้งจาก นายแพทย์เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์

ท่านนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชนและนายกแพทยสมาคมว่า  คุณหมอสงวน นิตยารัมพงษ์

ได้เสียชีวิตแล้ว   ดิฉันรู้สึกตกใจมาก เพราะเพิ่งเห็นคุณหมอในโทรทัศน์เมื่อเดือนที่แล้วนี้เอง

 และคิดว่าอาการคุณหมอดีขึ้นแล้ว เพราะคุณหมอได้ให้สัมภาษณ์ เรื่องโครงการของ สสปช.

อย่างเป็นปกติดี  ดิฉันยังคุยกับสามีว่า คุณหมอสงวน คงอาการดีขึ้น จากมะเร็งที่ปอดแล้ว

คงเป็นบุญที่คุณหมอได้ช่วยเหลือประชาชนในเรื่องโครงการสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศ

ทำให้หายจากโรคร้ายได้ 

    ดิฉันรีบโทรแจ้งให้คุณหมอกวี ไชยศิริ ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์

(ต่อ)
 
 
 
 
 
      บันทึกการเข้า

ชาวหอ ชาวหอจุฬา สดใสเริ่งรา เมื่อมาร่วม สามัคคี
prapasri AH
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,250


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #57 เมื่อ: 04 มีนาคม 2553, 06:56:20 »

และคุณหมอชูชัย ศุภวงศ์  เพื่อนรักของดิฉันได้ทราบ

และโทรแจ้งคุณหมอหาญ สามีของดิฉัน เราได้แต่เสียดายคุณหมอในดวงใจของเรา

สำหรับคุณหมอสงวนและดิฉันไม่ได้สนิทสนมกันโดยส่วนตัว เพราะดิฉันไม่ใช่แพทย์

 และท่านไม่ได้เป็นรุ่นน้องจุฬา แม้ว่าเราผ่านกระบวนการ

ปฎิวัติโดยนักศึกษาและประชาชนมาด้วยกันทั้ง 14 ตุลา16 และ 6ตุลา19

 แต่ ดิฉัน รู้สึกสนิทสนมกับท่านและชื่นชมในผลงาน

และการทำงานที่ท่านที่มีความตั้งใจทำงาน  มีการทำงานที่ความประนีประนอมสูง

 และไม่ได้รังเกียจหรือเกี่ยงว่าดิฉันทำงานในสาธารณสุขภาคเอกชน

ดิฉันมีโอกาสสัมผัสตัวตนของคุณหมอสงวนแบบใกล้ชิดสามสี่ครั้งในฐานะ

ที่ดิฉันทำงานในองค์กรภาคประชาชน  แม้ว่าหลายคนอาจจะมองว่า

ดิฉันเป็นผู้หญิงไฮโซ เป็นคนรวย แต่งตัวสวย แต่ถ้าคนที่รู้จักดิฉันจริงๆจะพบว่า

 คนรวยก็สามารถติดดินได้ รักประชาชนได้เหมือนกัน อยู่กับคนจนได้เหมือนกัน

รักความยุติธรรม และไม่เอาเปรียบใคร  แต่พอเรามาทำกิจการโรงพยาบาลเอกชน

 แพทย์บางท่านที่คิดว่าตัวเองมีอุดมการณ์ก็จะมองว่าเรา

ไม่มีอุดมการณ์ แต่คุณหมอสงวน ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย ค่ะ
     
    ดิฉันทำงานเป็นเอ็นจีโอสายผู้หญิงมากว่า20กว่า ปี

 สร้าง อาชีพ สร้างงาน สร้างศักดิ์ศรี ให้ผู้หญิงอิสาน และประชาชนจากราษีไศล

 ก็มาหาคุณหมอหาญ ให้คุณหมอหาญรักษามากพอสมควร
 
 
 
 
      บันทึกการเข้า

ชาวหอ ชาวหอจุฬา สดใสเริ่งรา เมื่อมาร่วม สามัคคี
prapasri AH
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,250


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #58 เมื่อ: 04 มีนาคม 2553, 06:57:13 »

เรียกว่าเราได้ช่วยเหลือประชาชนด้วยกันตลอดมา

   เมื่อ รัฐบาลเริ่มโครงการ สามสิบบาทรักษาทุกโรคใหม่ๆ

 ดิฉันได้สมัครเข้าไปเป็นกรรมการในโครงการนี้ในสาย เครือข่ายด้านสตรีด้วย

 คุณหมอสงวนเห็นผู้หญิงอิสานไปเชียร์ดิฉันเยอะมาก

 ดิฉันทราบด้วยสายตาของคุณหมอว่าท่านเอาใจช่วยดิฉันเพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ไป

  มีส่วนร่วมในงานนี้

 แต่ดิฉันไม่สามารถเข้าไปนั่งในตำแหน่งตรงนั้นได้ ซึ่งดิฉันก็ไม่ได้เสียใจแต่อย่างใด

แต่ก็ได้ นำโรงพยาบาลนายแพทย์หาญที่ยโสธรเข้าโครงการสามสิบบาท

  เพื่อสนับสนุนโครงการดีๆอย่างนี้ด้วยค่ะ
      บันทึกการเข้า

ชาวหอ ชาวหอจุฬา สดใสเริ่งรา เมื่อมาร่วม สามัคคี
prapasri AH
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,250


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #59 เมื่อ: 04 มีนาคม 2553, 06:58:22 »

ดิฉัน ได้พบกับคุณหมอสงวนอีกครั้ง

เมื่อดิฉันดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

 คณะทำงานสาธารณสุขและพัฒนาคุณภาพชีวิต

ที่ดิฉันทำงานอยู่ได้เชิญคุณหมอ สงวน มาบรรยาย

เรื่องการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชนระดับล่าง

 คุณหมออารมณ์ดี และยิ้มแย้มกับดิฉันอีกเช่นเคย

และแสดงอาการดีใจที่ได้พบดิฉันอีกครั้ง

ดิฉันแนะนำตัวเองว่าเป็นภรรยาคุณหมอหาญจากยโสธร

ในวงการแพทย์ เราจะดีใจที่ได้พบกับครอบครัวแพทย์กันอยู่แล้ว

 และเราได้พบกันในงานสัมมนาอีกหลายๆครั้ง
 
ที่คุณหมอเป็นผู้นำการสัมนา คุณหมอมีความอดทนสูงที่ต้องตอบคำถามต่างๆ

 เพราะช่วงหลังๆนี้ระบบสาธารณสุขของ

ไทยเปลียนไปอย่างชนิดที่แทบจะตามกันไม่ทัน 
 
 
 
      บันทึกการเข้า

ชาวหอ ชาวหอจุฬา สดใสเริ่งรา เมื่อมาร่วม สามัคคี
prapasri AH
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,250


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #60 เมื่อ: 04 มีนาคม 2553, 06:59:14 »

ดิฉันได้ทราบว่าคุณหมอเป็นมะเร็งที่ปอดมาสองสามปีที่แล้ว

แต่ก็คิดว่าต้องดีขึ้น เพราะสมัยนี้ยามะเร็งใหม่ๆดีขึ้นมาก

และคุณหมอเป็นคนอารมณ์ดี

มีความคิดเชิงบวกตลอด ทำแต่ความดี คงจะหายได้

หรือยืดอายุไปได้นานกว่านี้อีกมากนัก

 จึงดีใจมากเมื่อเห็นคุณหมอในโทรทัศน์เมื่อเดือนที่แล้ว

 เห็นคุณหมออ้วนขึ้นด้วย ไม่คิดว่าคุณหมอจะจากไปในวันนี้

 สิ่งดีๆ ที่คุณหมอทำไว้ให้กับประเทศชาติ

คงเป็นผลบุญให้คุณหมอได้มีความสุขในสัมปรายภพ

 ขอบคุณคุณหมอที่ทำงานให้กับประชาชนคนไทยจนวินาทีสุดท้าย

   ของชีวิตคุณหมอ



    แด่คุณหมอสงวนด้วยดวงใจ
  
     จาก


  นายแพทย์หาญ และ ประภาศรีสุฉันทบุตร
กลุ่ม ร.พ หาญ อินเตอร์เนชั่นแนล ยโสธร มุกดาหาร แหลมฉบัง
  นายแพทย์ต้นกล้า สุฉันทบุตร  ฝ่ายศัลยกรรมร.พ ตำรวจ
นักศึกษาแพทย์ ฉายตะวัน สุฉันทบุตร     ร.พ ราชวิถี
 นักศึกษาแพทย์หญิง กลางดาว  สุฉันทบุตร    ร.พ ราชวิถี
 นายก้องไกล สุฉันทบุตร  university of Leeds,UK.


      บันทึกการเข้า

ชาวหอ ชาวหอจุฬา สดใสเริ่งรา เมื่อมาร่วม สามัคคี
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #61 เมื่อ: 04 มีนาคม 2553, 10:55:59 »

หวัดดีครับพี่แอ๊ะ
ยินดีครับ ที่เราได้มาเชิดชู คุณงามความดีของคนที่เสียสละเพื่อคนจนอย่าแท้จริง

วันงาน(27กพ) พี่แอ๊ะสวยมากครับ
ทั้งลูกชาย ลูกสะใภ้ ก็ดูดีมากเลยครับ
ชาวหอเราพลอยปลาบปลื้ม ในความสุข ของครอบครัวพี่แอ๊ะด้วยครับ
และขอให้พี่แอ๊ะ ได้เป็นคุณย่า ในเร็ววันนะครับ
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #62 เมื่อ: 04 มีนาคม 2553, 13:22:50 »



ยึดเงินโอ๊ค-เอมไว้ก่อนให้พ่อมาถอนไป...


ทุบโต๊ะไปเลยว่า “โอ๊ค-เอม” จะยังต้องรับผิดในฐานะ “ตัวแทน” พ.ต.ท.ทักษิณ ตามกฎหมาย จนกว่า “พ่อ” จะถอนเงินที่ซุกไว้มาจ่ายภาษีให้

โดย...ทีมข่าวการเงิน Post today :04 มีนาคม 2553 เวลา 09:55 น.

คําตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่พิพากษาให้ยึดทรัพย์
 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 4.63 หมื่นล้านบาท โดยองค์คณะผู้พิพากษามีมติเป็นเอกฉันท์ว่า...
 “พ.ต.ท.ทักษิณยังคงเป็นเจ้าของหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำนวน 1,449 ล้านหุ้น
แต่อำพรางหรือซุกไว้ในชื่อลูกและเครือญาติก่อนที่จะขายให้แก่บริษัท เทมาเซก โฮลดิ้ง”


ก่อให้เกิดข้อถกเถียงกันหนักว่า กรมสรรพากรจะยังมีอำนาจในการบังคับให้บุตรชายและบุตรสาวต้องเสียภาษี 1.2-1.4 หมื่นล้านบาท อีกหรือไม่

ฝ่ายหนึ่งเห็นว่า เมื่อทุกอย่างเป็นนิติกรรมอำพราง ดังนั้นจึงเป็น “โมฆะ”

 


ข้อคิดเห็นของอีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นนิติกรรมอำพรางหรือไม่ เมื่อมีการทำธุรกรรม มีรายได้ มีการโอน มีการทำการขาย
 คนผู้นั้นก็ต้อง “เสียภาษีให้รัฐ”


ส่วนใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง ก็ไปว่ากันในเรื่องของกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่แท้จริง

เรื่องนี้หากพิเคราะห์เจาะลึกกันแล้วจะสามารถเห็นภาพที่ซุกซ่อนไว้ 2-3 ประเด็น

*********************

ประเด็นแรก กรมสรรพากรมีอำนาจในการยึดทรัพย์และเรียกเก็บภาษีจาก “เอม-พินทองทา โอ๊ค-พานทองแท้ ชินวัตร” จากการซื้อขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ป 329.2 ล้านหุ้น จากบริษัท แอมเพิลริช อินเวสเมนต์ ในราคาหุ้นละ 1 บาท เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2549 ทำให้ได้ผลประโยชน์จากส่วนต่างราคาหุ้นละ 48.26 บาท จนต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 1.2 หมื่นล้านบาท อยู่หรือไม่

ประเด็นนี้ ฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้หยิบยกขึ้นมาต่อสู้ในศาลฎีกาแล้ว โดยระบุว่า คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ดำเนินการสองมาตรฐาน นอกจากให้กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีจากโอ๊คเอมแล้ว กลับกล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงถือหุ้นบริษัท ชินคอร์ป อีกคดี

แต่ศาลฎีกาก็วินิจฉัยชัดเจนว่า “การให้เรียกเก็บภาษีอากรจากพานทองแท้และพินทองทาที่ซื้อหุ้นบริษัท ชินคอร์ป จากบริษัท แอมเพิลริช เป็นการดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร อันเป็นกฎหมายพิเศษที่กำหนดให้ผู้มีเงินได้พึงประเมิน มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด”

นอกจากนี้ มาตรา 61 แห่งประมวลรัษฎากร ก็บัญญัติหลักเกณฑ์ในการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไว้ว่า บุคคลใดมีชื่อในหนังสือสำคัญใดๆ แสดงว่า

(1) เป็นเจ้าของทรัพย์สิน อันจะระบุไว้ในหนังสือสำคัญ และทรัพย์สินก่อให้เกิดเงินได้พึงประเมิน หรือ

(2) เป็นผู้ได้รับเงินได้ถึงประเมิน โดยหนังสือสำคัญเช่นว่านั้น

เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเรียกเก็บภาษีทั้งหมดจากผู้มีชื่อในหนังสือสำคัญนั้นก็ได้


การดำเนินการทางภาษีอากรกับพานทองแท้และพินทองทา จึงเป็นการดำเนินการตามหลักการแห่งประมวลรัษฎากร

การกล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ร่ำรวยผิดปกติในคดีนี้ เป็นการดำเนินการกับเจ้าของที่แท้จริงในหุ้นบริษัท ชินคอร์ป
 เป็นคนละเรื่องกับความรับผิดทางภาษีอากร เพราะมีหลักกฎหมายในการพิจารณาที่แตกต่างกัน

ข้อต่อสู้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และผู้คัดค้านที่ 1-3 จึง “ฟังไม่ขึ้น”

เมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมหมายถึงว่า ฝ่ายน้ำเงินคือ กรมสรรพากร มีสิทธิเรียกเก็บภาษีจาก “โอ๊ค-เอม”

*********************

แม้กระนั้นฝ่ายแดงที่เห็นว่าไม่ต้องเสียภาษี ก็ยังเถียงคอขึ้นเอ็นว่า ถ้าพิจารณารายละเอียดคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดียึดทรัพย์แล้ว จะเห็นได้ชัดว่า ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พานทองแท้ พินทองทา ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บรรณพจน์ ดามาพงศ์ และบริษัท แอมเพิลริช ล้วนแล้วแต่เป็น “ผู้ถือหุ้นบริษัท ชินคอร์ป แทน” หรือเป็น “นอมินี” ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ จนกระทั่งมีการขายหุ้นแก่บริษัท เทมาเซก

เมื่อเป็นเช่นนั้น ไม่ว่าจะมีการโอนหุ้นกันระหว่างบุคคลดังกล่าวจะเป็นกี่ทอด บุคคลดังกล่าวก็ยังคงเป็น “ผู้ถือหุ้นแทน” พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมานอยู่ดี

เมื่อทั้ง พานทองแท้ พินทองทา และบริษัท แอมเพิลริช ล้วนเป็นผู้ถือหุ้นแทนของ พ.ต.ท.ทักษิณ การโอนทรัพย์สินไปมาระหว่างตัวแทนกับตัวแทน หรือการโอนทรัพย์สินจากตัวแทนกลับไปยังตัวการ ซึ่งก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือคุณหญิงพจมาน ย่อมไม่เกิดผลประโยชน์ใดๆ กับ “ตัวแทน” เมื่อไม่เกิดผลประโยชน์ จึงไม่เป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 39

จากหลักการดังกล่าว เมื่อบริษัท แอมเพิลริช ซึ่งเป็นตัวแทนของ พ.ต.ท.ทักษิณ โอนหุ้นให้กับพานทองแท้และพินทองทา ซึ่งเป็นตัวแทน พ.ต.ท.ทักษิณ เช่นกัน บุคคลทั้งสองจึงไม่ได้ผลประโยชน์จากการโอนหุ้นดังกล่าว จึงไม่มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39

ในพฤตินัยเป็นเช่นนั้นจริงตามหลักการของประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายมหาชน

*********************

แต่ช้าก่อน ฝ่ายแดงอย่าเพ่อด่วนดีใจ เพราะในประเด็นนี้นั้นมีความนัยที่สามารถลากไส้ใครต่อใครออกมากองให้กากินกันได้ง่าย

“โอ๊ค-เอม” และทนายความของฝ่ายแดงยังจำกัดได้หรือไม่ว่า ได้ยื่นฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลางให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

ในคำฟ้องและข้อต่อสู้ของ “โอ๊ค-เอม” ในชั้นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์นั่งยัน นอนยันว่า ทั้งสองคนเป็นผู้ถือหุ้นเป็นเจ้าของตัวจริงเสียงจริงในบริษัท แอมเพิลริช และเป็นเจ้าของหุ้นที่แท้จริงของบริษัท ชินคอร์ป ที่ถืออยู่ก่อน

“เอม” จะมาพร่ำบนว่า งง สงสัย และมึนไม่ได้ เพราะความจำเธออาจจะสั้น แต่ความจำของประชาชนผู้เสียภาษีนั้นยาว...

ดังนั้น ในกรณีที่ทีมทนายความ รวมถึง “บิดา-มารดา” ของ “โอ๊ค-เอม” ต้องการใช้สิทธิประโยชน์จากผลของคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดียึดทรัพย์ ก็ต้องยอมรับข้อเท็จจริงเสียก่อนว่า ทั้งโอ๊คและเอมเป็นเพียงผู้ถือหุ้นแทน พ.ต.ท.ทักษิณ

หากยอมรับในคำตัดสินดังกล่าว “โอ๊ค-เอม” จึงจะสามารถใช้ทนายความพันล้านให้นำคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดียึดทรัพย์มาใช้เป็นพยานหลักฐานในการต่อสู้คดีภาษีอากร 1.2 หมื่นล้านบาท

ประเด็นนี้สำคัญและเป็นการสาวไส้กันจริงๆ เพราะเมื่อยอมรับข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาของศาลฎีกาเพื่อประโยชน์ในคดีภาษี ก็จะขัดแย้งอย่างรุนแรงกับหลักการและข้อต่อสู้ของคนในครอบครัวชินวัตรทั้งหมด ที่ยกมาอ้างในคำร้องที่ต้องยื่นอุทธรณ์คดียึดทรัพย์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา

เพราะในห้วงนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน รวมถึง “โอ๊ค-เอม” ต่างยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ได้โอนหุ้นให้กับลูกไปแล้วจริง ก่อนที่จะขายให้แก่บริษัท เทมาเซก

ประเด็นหนี้ไม่ต้องใช้สมองพิเคราะห์ก็เดาได้ว่า หาก “ทักษิณ-คุณหญิงพจมาน-โอ๊ค-เอม” ยอมรับในหลักการนี้ ก็เท่ากับยอมให้มัดตราสังทันทีว่า “ผมซุกหุ้นไว้ และได้ยอมรับว่าแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จอีกแล้วครับทั่น” โทษ คือ ห้ามเล่นการเมือง 5 ปี

*********************

ไม้ตายไม่ได้อยู่ที่ 2 ประเด็นที่นำเสนอมา หากแต่อยู่ในประเด็นนี้

ถ้าบริษัท แอมเพิลริช เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หุ้นชินคอร์ป 329.2 ล้านหุ้น และต่อมาได้โอนหุ้นให้แก่กรรมการบริษัท คือ พานทองแท้ และพินทองทา ในราคาเพียงหุ้นละ 1 บาท บุคคลทั้งสองย่อมได้รับผลประโยชน์ส่วนต่างราคาหุ้นตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรที่ 28/2538 จึงเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากรในมาตรา 39

แต่ว่าเมื่อศาลบอกว่า บุคคลทั้งสองเป็นตัวแทนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ได้รับผลประโยชน์จากส่วนต่างของราคาหุ้นที่แท้จริงคือ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อได้ประโยชน์ก็ต้องเสียภาษี...นี่คือไม้ตาย

ที่จะตายหนักไปกว่านั้น คือ ในมาตรา 824 ของกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ระบุชัดๆ ที่หนีอย่างไรก็ไม่ออกคือ

“ตัวแทน” คนใดทำสัญญาแทน “ตัวการ” ซึ่งอยู่ต่างประเทศ ท่านว่า “ตัวแทน” คนนั้นต้องรับผิดตามสัญญานั้นตามลำพังตัวเอง แม้ทั้งชื่อของตัวการจะได้เปิดเผยแล้ว


ทุบโต๊ะไปเลยว่า “โอ๊ค-เอม” จะยังต้องรับผิดในฐานะ “ตัวแทน” พ.ต.ท.ทักษิณ ตามกฎหมาย จนกว่า “พ่อ” จะถอนเงินที่ซุกไว้มาจ่ายภาษีให้

ไม่เช่นนั้นอาจถึงล้มละลายได้ เพราะถึงตอนนี้ทรัพย์สินในชื่อของ “โอ๊ค-เอม” ถูกอายัดให้นำไปจ่ายในส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ร่ำรวยผิดปกติ 4.63 หมื่นล้านบาท เกือบ 90% เหลือเงินที่จะนำมาจ่ายภาษีได้ไม่ถึง 2,000 ล้านบาท

สรรพากรจึงปักธงลุยยึดทุกอย่าง สืบทรัพย์ทุกอย่าง เพื่อดึงเงินทักษิณออกมาจ่ายภาษี


      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #63 เมื่อ: 04 มีนาคม 2553, 13:31:27 »

รายงานพิเศษ:แกะรอยแดงฮาร์ดคอร์ ต่างคนต่างเดินแต่บรรจบเป้าหมายเดียวกัน
ประเด็น:ท่านจัดชุมนุมใหญ่


ถ้าเกาะติดความเคลื่อนไหว พบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างแกนนำที่อ้างว่าสันติวิธียังเชื่อมต่อกับสายฮาร์ดคอร์วันยันค่ำ
  เรียกว่า  “เดินคู่ขนานแต่มาบรรจบด้วยเป้าหมายเดียวกัน”


โดย ทีมข่าวการเมือง:POSTTODAY  04 มีนาคม 2553 เวลา 10:40 น.



พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
แม้คำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะจบลงด้วยคำพิพากษาให้ยึดทรัพย์บางส่วนของพ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร
  อดีตนายกรัฐมนตรี ทำให้คนส่วนใหญ่กระจ่างแจ้งต่อคำพิพากษา ชี้ให้เห็นถึงการกระทำโดยมิชอบของอดีตนายกฯ

แต่ทว่า สถานการณ์บ้านเมืองกลับอึมครึม ขยับใกล้จุดเดือดทางการเมืองอีกครั้ง  เมื่อเจ้าของทรัพย์สินไม่ยอมรับผลคำตัดสิน
 หาช่องทางทวงคืนหีบสมบัติตัวเองให้ได้

คำแถลงผ่านวิดีโอลิงก์ วันตัดสินคดียึดทรัพย์ ต่อหน้ามวลชนท่านและอีกหลายวันต่อมา
 ด้วยการย้ำให้ มวลชนคนท่านลุกขึ้นสู้ เดินทางเข้าร่วมชุมนุมเยอะๆในวันที่  14 มี.ค. ภายใต้ความเชื่อว่า
 สักวันหนึ่งชัยชนะจะเป็นของเรา  ประจวบเหมาะกับเหตุระเบิดพื้นที่กทม. และปริมณฑล 4 จุด
 ยิ่งทำให้สถานการณ์บ้านเมืองตึงเครียดจะเกิดการเปลี่ยนแปลงตามที่พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการหรือไม่

แม้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ  จะพยายามบอกมวลชนให้ต่อสู้ด้วยสันติ อหิงสา
 แต่ในจังหวะของการเคลื่อนมวลชนหลายต่อหลายครั้ง มักจะมาพร้อมการปลุกระดมยุยงสู่ความรุนแรงก่อนเสมอ
ดังเหตุการณ์ช่วงเดือนเมษายนปีที่แล้วเป็นเครื่องการันตี       

ทางหนึ่งแกนนำออกมาย้ำว่าจะใช้สันติวิธี  แต่ทางหนึ่ง มีแกนนำอีกส่วนพยายามนำวิธีรุนแรงมาใช้

ก่อนหน้านี้ จตุพร พรหมพันธ์  ออกมาปฏิเสธ  พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือเสธ.แดง
 ไม่ได้อยู่ร่วมขบวนการท่าน   หรือพยายามสร้างภาพให้เห็นว่าถอยห่างแนวคิด  พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี
 ซึ่งเคยเปิดประเด็นจะตั้งกองทัพประชาชนส่อไปทางรุนแรง   แต่ถ้าเกาะติดความเคลื่อนไหว พบว่า
 ความสัมพันธ์ระหว่างแกนนำที่อ้างว่าสันติวิธียังเชื่อมต่อกับสายฮาร์ดคอร์วันยันค่ำ 
 เรียกว่า  “เดินคู่ขนานแต่มาบรรจบด้วยเป้าหมายเดียวกัน”

 


ตั๋วเครื่องบินไปกลับดูไป เป็นคำตอบถึงการเคลื่อนไหวที่มีความผสมผสานระหว่างพฤติกรรมนุ่มนวลกับหยาบกระด้าง
 หลายครั้งปรากฎชื่อ แกนนำสายใกล้ชิดไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ หลายครั้งปรากฎชื่อ อดีตส.ส.ไทยรักไทย ส.ส.เพื่อไทย
 และหลายครั้งเช่นกัน ปรากฎชื่อ กลุ่มของพล.ต.ขัตติยะ  อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง  สุพร  อัตถาวงศ์
 บวกกับแกนนำสายใกล้ชิดไปพร้อมกัน

ยิ่งใกล้วันชุมนุมใหญ่   สายการบินไทยดูจะได้รับการใช้บริการถี่มากขึ้น
ข้อมูลการเดินทางเข้า-ออก  วันที่ 2 มี.ค. 53  ปรากฎชื่อ   พล.ต.ขัตติยะ    มานิตย์  จิตร์จันทร์กลับ   อุดม มั่งมีดี 
 นางกนกพร ศิริพรรณภิรัตน์   เดินทางไปดูไบ เที่ยวบิน ทีจี 517  เวลา 17.30 น.
 และแจ้งเดินทางกลับจากดูไบเที่ยวบิน ทีจี 518 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วันนี้ ( 4 มี.ค. ) เวลา 08.35 น. 

เป็นที่ทราบกันดี  กรณีของเสธ.แดง กลายเป็นสัญลักษณ์ของความรุนแรงตามที่แกนนำสายใกล้ชิดอ้างว่าไม่ได้อยู่ในพวก    แต่กลับรายชื่อ  มานิตย์ จิตร์จันทร์กลับ   อุดม มั่งมีดี    สองอดีตผู้พิพากษา ที่หันเหทำงานด้านให้คำปรึกษากฎหมายพรรคเพื่อไทย และขึ้นเวทีท่านเคียงบ่าเคียงไหล่แกนนำแดงสายใกล้ชิด  ก็ล็อคที่นั่งไปพร้อมกับเสธ.แดง

เหมือนกับครั้งที่ เสธ.แดง  เกี่ยวก้อย พรวัฒน์ ทองธนบูรณ์ หรือ "เคทอง" คนสนิทเสธ.แดง ที่กำลังถูกหมายจับขู่บึ้มกรุงขณะนี้
 เดินทางไปพร้อมกับแดงสายใกล้ชิดอย่าง  วีระ มุกสิกพงษ์   จรัลดิษฐาอภิชัย   และเหวง โตจิรการ     

   
การเดินทางครั้งนี้  ในทางการเมืองไม่อาจมองเป็นอย่าอื่นได้นอกจาก “ เตรียมไปรับงาน” 
  ส่วนจะเป็นงานประเภทไหน สุดแล้วแต่จะคาดการณ์ 

 


เพราะระดับเสธ.แดง เป็นที่รับรู้ถึงความแม่นยำในการทำนายเหตุรุนแรงในบ้านเมือง
  ยิ่งกรณีคนสนิท  “ เคทอง” ก็ได้สำแดงความตื่นวิตกให้กับคนกรุงไปแล้วจากกรณีออกวิทยุ
เสนอข้อมูลผ่านเวปไซต์ เตือนคนกรุง ระวังระเบิดหลังวันตัดสินคดี
 รวมถึงกระบวนการจัดยุทธวิธี ในฐานะที่เสธ.แดงเองก็ยอมรับเป็นผู้ฝึกฝนหน่วยรบพระเจ้าตาก นักรบนินจาโรนนิน อะไรทำนองนั้น 

ขณะที่อดีตสองผู้พิพิพากษาที่เกี่ยวก้อยไปพร้อมกันกับเสธ.แดง  ก็น่าเป็นการให้คำปรึกษาหาช่องต่อสู้ทางกฎหมาย
 และล่าสุดหลังการเดินทางกลับมาถึงเมืองไทย เมื่อเช้าวันนี้ มานิตย์
 ก็ออกมายอมรับได้ไปให้คำปรึกษากฎหมายกับพ.ต.ท.ทักษิณจริงทำนองให้พ.ต.ท.ทักษิณ ร้องเรียนผู้นำนานาชาติ   

บรรดาความเคลื่อนไหวเหล่านี้  สอดรับขับประสานกันไปหมด   ล้วนเป็นเรื่องที่รัฐบาล ต้องแกะรอยหาคำตอบ โดยมิอาจนิ่งนอนใจ 

 

      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
YOTSAWIN
Hero Cmadong Member
***


หอพักรักของข้า...
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU27
คณะ: ศิลปกรรมศาสตร์
กระทู้: 1,159


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #64 เมื่อ: 04 มีนาคม 2553, 14:33:13 »

สวัสดีครับพี่ตะวัน พี่แอ๊ะ พี่ตุ๋ย
ขอบคุณพี่ตะวัน พี่แอ๊ะ ที่เอาเรื่องดีๆ ที่พวกเราควรจะรู้มาให้อ่าน
หมอหงวน เป็นคนที่มีคุณค่ายิ่งต่อคนไทยทุกคนครับ
ขอให้ผู้สืบทอด ได้รับการปรบมือให้ด้วย จิตคารวะครับ
 sorry
      บันทึกการเข้า
BU_MEE
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #65 เมื่อ: 04 มีนาคม 2553, 16:37:01 »

ขอบพระคุณ พี่แอ๊ะ และพี่ตะวันเช่นกันค่ะ

 sorry
      บันทึกการเข้า
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #66 เมื่อ: 04 มีนาคม 2553, 23:15:02 »

อ้างถึง
ข้อความของ YOTSAWIN เมื่อ 04 มีนาคม 2553, 14:33:13
สวัสดีครับพี่ตะวัน พี่แอ๊ะ พี่ตุ๋ย
ขอบคุณพี่ตะวัน พี่แอ๊ะ ที่เอาเรื่องดีๆ ที่พวกเราควรจะรู้มาให้อ่าน
หมอหงวน เป็นคนที่มีคุณค่ายิ่งต่อคนไทยทุกคนครับ
ขอให้ผู้สืบทอด ได้รับการปรบมือให้ด้วย จิตคารวะครับ
 sorry
หวัดดีน้องเจี๊ยบ สบายดีหรือเปล่า หายไปนานเลยนะ ว่างก็เข้ามาคุยกันนะครับ(เชิงวิชาการ...??)
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #67 เมื่อ: 04 มีนาคม 2553, 23:16:06 »

อ้างถึง
ข้อความของ BU_MEE เมื่อ 04 มีนาคม 2553, 16:37:01
ขอบพระคุณ พี่แอ๊ะ และพี่ตะวันเช่นกันค่ะ

 sorry

น้องหมี อย่าลืม ดูละครนะครับ  ว่างๆจะร้องเพลง แสงดาวแห่งศรัทธาให้ฟัง
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #68 เมื่อ: 05 มีนาคม 2553, 06:00:19 »

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=b8_uqp3sblI" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=b8_uqp3sblI</a>
      บันทึกการเข้า

YOTSAWIN
Hero Cmadong Member
***


หอพักรักของข้า...
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU27
คณะ: ศิลปกรรมศาสตร์
กระทู้: 1,159


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #69 เมื่อ: 05 มีนาคม 2553, 08:28:01 »

อ้างถึง
ข้อความของ seree_60 เมื่อ 04 มีนาคม 2553, 23:15:02
อ้างถึง
ข้อความของ YOTSAWIN เมื่อ 04 มีนาคม 2553, 14:33:13
สวัสดีครับพี่ตะวัน พี่แอ๊ะ พี่ตุ๋ย
ขอบคุณพี่ตะวัน พี่แอ๊ะ ที่เอาเรื่องดีๆ ที่พวกเราควรจะรู้มาให้อ่าน
หมอหงวน เป็นคนที่มีคุณค่ายิ่งต่อคนไทยทุกคนครับ
ขอให้ผู้สืบทอด ได้รับการปรบมือให้ด้วย จิตคารวะครับ
 sorry
หวัดดีน้องเจี๊ยบ สบายดีหรือเปล่า หายไปนานเลยนะ ว่างก็เข้ามาคุยกันนะครับ(เชิงวิชาการ...??)
ครับพี่  ผมประเภท low tech ครับ เว็ปเข้ายากก็ไม่เข้า
พอดีงานยุ่งด้วยครับ แต่ก็คิดถึงพี่ๆ น้องๆ ทุกคนครับพี่
โทรคุยกับพี่ยังชินอยู่ว่าการเมืองเปิดหรือยัง เพราะคิดถึงครับ
คิดถึงพี่วณิชย์ กับ AJO ด้วย
พอไม่มีมุมมองจากพี่น้อง ก็ได้แต่เสพย์ข่าวจากสื่อครับ
      บันทึกการเข้า
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #70 เมื่อ: 05 มีนาคม 2553, 14:31:49 »

ชาว กทม.ทั้งหลาย อย่าตั้งอยู่ในความประมาท เตรียมรับ ความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นในบ้านเราให้ดีนะครับ..ด้วยความเป็นห่วง


เจาะข่าวกรองวิเคราะห์!เงื่อนไขปลุกแดงป่วนกรุง

ประเด็น:ท่านจัดชุมนุมใหญ่ ,

โดย...ธรรมสถิตย์  ผลแก้ว
 Posttoday: 04 มีนาคม 2553 เวลา 15:05 น.

ฝ่ายรัฐอาจจำเป็นต้องปรับแนวทาง ไม่ควรโหมให้ข่าวจะเอาผิดทั้งแพ่งและอาญากับพ.ต.ท.ทักษิณ เพิ่มเติม
เพราะจะเรียกคะแนนสงสารและสร้างอารมณ์ร่วมในการชุมนุมใหญ่



มีคำถามปนความสงสัย กรณีแกนนำคนท่านออกมาโหมกระพือจะมีมวลชนล้านคนมาพร้อมรถบิ๊กอัพ รถอีแต๊นแสนคันไหลเป็นลาวาเข้ากรุงเทพเพื่อโค่นล้มรัฐบาล  เป็นไปได้มากน้อยขนาดไหน และใช้ช่องทางใด

ก่อนหน้านี้ในการประชุมคณะรัฐมนตรี( ครม.) เมื่อวันที่ 2 มีนาคม  ข้อมูลการจากศูนย์ปฏิบัติการร่วม (ศปร.) ของหน่วยงานความมั่นคง  ได้ประเมินความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.)  ถึงเส้นทางการเคลื่อนเข้ากรุงเทพฯ  ซึ่งจะเป็นลักษณะทยอยๆ กันมา มิใช่ยกทัพใหญ่เข้ามาพร้อมกันในวันเดียวกัน 

 การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อเเดง
เส้นทางในการเคลื่อน  ก็พอจะเห็นภาพเบื้องต้น จากการเซ็ทกำลังพลดูแลความสงบเรียบร้อยพร้อมกับการจัดระเบียบจราจร ในพื้นที่  3 ส่วน กว่า 14 จุด   คือ ส่วนนอก ได้แก่ ศาลากลางจังหวัด ถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์เชื่อมโยงกับเส้นทางถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า   ส่วนกลาง  อนุสาวรีย์หลักสี่  ถนนบางนา-ตราด   ทุ่งสองห้อง สนามกีฬา ไทย- ญี่ปุ่น ดินแดน  ส่วนใน ได้แก่  วงเวียนใหญ่ สนามหลวง  อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  สถานีรถไฟหัวลำโพง  อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ    สวนลุมพินี  และ ท่าเรือบางส่วน 

นั่น เป็นการประเมินเบื้องต้น เพื่อเป็นข้อมูลให้ฝ่ายความมั่นคงเตรียมแผนรับมือ

ส่วนการระดมไพร่พลมามากมายขนาดนั้น ทำอย่างไร   ประเด็นนี้ดูจะมีคำตอบจากหน่วยข่าวกรองที่ลงไปเกาะติดความเคลื่อนไหวของแกนนำ  นักการเมือง ฝ่ายสนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  โดยนำมาวิเคราะห์เชิงลึกส่งผ่านขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า 

บทวิเคราะห์ล่าสุด ชี้ให้เห็นการเคลื่อนไหวที่กำลังดำเนินไปด้วยความเข้มข้น นับจากนี้

ข่าวกรองวิเคราะห์ว่า   นปช. เร่งรณรงค์ระดมมวลชน รถยนต์ เงินทุนเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ใน กทม. อย่งเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยใช้รูปแบบหลากหลาย อาทิ  ในภาคเหนือจัดกิจกรรมย่อยในจังหวัดหลัก ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลาปาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในจังหวัด นครราชสีมา อุดรธานี ขอนแก่น ทั้งนี้ นปช.ส่วนกลางตั้งเป้าอยากได้รถยนต์จังหวัดใหญ่ จังหวัดละ 1,000 คน  มวลชนคันละ 12 – 14 คน แต่จนถึงขณะนี้ การสำรวจขั้นต้นอยู่ที่จังหวัดละประมาณ 400 – 500 คัน  ทั้งนี้ปัจจัยที่จะมีส่วนส่งเสริมให้ได้จำนวนมวลชนและรถยนต์สูงขึ้นคือ เงิน  กับการสนับสนุนของ ส.ส.พรรคเพื่อไทยในพื้นที่ ซึ่งยังไม่มีเต็มที่และปัจจัยสถานการณ์จากนี้ไป   อย่างไรก็ดี  ในด้านความรู้สึกของมวลชน มีความต้องการไปชุมนุมที่ กทม. ค่อนข้างสูงแนวโน้มด้านอารมณ์อาจสูงกว่าเมษายน 52
เพราะอยากไปช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ 


ถามว่า การปลุกมวลชนมาชุมนุมใหญ่ได้ผลขนาดไหน  ประเด็นนี้ข่าวกรองวิเคราะห์ว่า   การสร้างกระแสและสร้างภาพการชุมนุมใหญ่ตั้งแต่วันที 12 มี.ค. 53 ค่อนข้างได้ผล เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่กำลังวิตกกังวลเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันดังกล่าว ประกอบกับมีเหตุระเบิดธนาคารกรุงเทพด้วย  กระแสที่เกิดในสังคมคนไทย รวมทั้งต่างชาติ จึงเป็นไปในทางวิตกค่อนข้างมาก การรุกด้านข้อมูลข่าวสารของ นปช.และผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ หลังวันพิพากษาคดี ตีกลับคืนและมีประสิทธิภาพ ฝ่ายรัฐอาจจำเป็นต้องปรับแนวทาง ไม่ควรโหมให้ข่าวจะเอาผิดทั้งแพ่งและอาญากับ พ.ต.ท.ทักษิณเพิ่มเติมเพราะจะเรียกคะแนนสงสารและสร้างอารมณ์ร่วมในการชุมนุมใหญ่ได้เป็นอย่างดีแต่น่าจะมุ่งเน้นการตอบโต้การบิดเบือนของพ.ต.ท.ทักษิณกับพวก เหมือนอย่างที่หนังสือพิมพ์บางฉบับทำได้ดี รวมทั้งทำให้เห็นการเตรียมการป้องกันการก่อเหตุรุนแรง

การรณรงค์ของแกนนำ นปช.บางคนทางวิทยุชุมชน หรือ การปราศรัยโดยเฉพาะนายชูพงษ์ ถี่ถ้วน วิทยุชุมชนคนรู้ใจ คลื่น 87.75 เมกกะเฮิรทซ์ รายการทางออกประเทศไทย กับ นายเพชรวรรต วัฒนพงษ์ศิริกุล กลุ่มรักษ์เชียงใหม่ 51 บางวันได้พาดพิงหรือดูหมิ่นสถาบันฯ อย่างบิดเบือน จาบจ้วง ท้าทาย ไม่ยำเกรงกฎหมาย และมีลักษณะปลุกเร้าให้คนฟังเชื่อตาม ทั้งสองนำสถาบันฯไปเชื่อมโยงกับคำพิพากษาของศาล รวมทั้งจาบจ้วงว่าใช้  2  มาตรฐานเพราะไม่ช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ

ผลการวิเคราะห์เหล่านี้  ดูจะสอดคล้องกับท่าทีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ออกมาแถลงหลังประชุม ครม. ถึงการดำเนินคดีแพ่ง และอาญา กับพ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยการย้ำแล้วย้ำอีกว่า “ รัฐบาลไม่ใช่คู่กรณีเพื่อไปกดดันกลุ่มใด แต่เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารต้องดำเนินการ เพราะถ้าไม่ดำเนินการก็จะถูกกล่าวหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่”   เหมือนนายกฯอภิสิทธิ์ รู้สัญญาณดีว่า เมื่อรัฐบาลขยับลงดาบสองกับพ.ต.ท.ทักษิณ ย่อมมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของแฟนคลับพ.ต.ท.ทักษิณ 

ดังนั้น นายกฯอภิสิทธิ์จึงต้องพยายามบริหารสถานการณ์อย่างรัดกุมโดยเฉพาะการให้ข่าวเกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณ  คือ นอกจากจะไม่เลือกวิธีเติมเชื้อใส่กองเพลิง ก็ต้องหาทางสกัดไฟไม่ให้ลามไปมากกว่านี้ด้วย   เพราะถ้าถลำเกินไป ย่อมเข้าแผนเร่งเร้าแดงทะลักตามที่แกนนำท่านวาดฝัน

 

      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #71 เมื่อ: 06 มีนาคม 2553, 05:53:33 »


      บันทึกการเข้า

seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #72 เมื่อ: 06 มีนาคม 2553, 14:23:08 »



      ความหวัง...ในยามที่บ้านเมืองกำลังปั่นป่วน
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #73 เมื่อ: 08 มีนาคม 2553, 10:24:06 »

เนื่องจากวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้เป็นวันสตรีสากล
จึงจะนำความเป็นมา ของวันสำคัญ ของสตรี มาเล่าสู่กันฟัง


วันสตรีสากล
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
 
คลาร่า เซทคิน.วันสตรีสากล เป็นวันที่มีการประท้วงของแรงงานหญิง ณ เมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา กรรมกรสตรีในโรงงานทอผ้าได้ลุกฮือขึ้นเดินขบวนประท้วงการเอาเปรียบกดขี่ขูดรีด ทารุณ จากนายจ้างที่เห็นผลผลิตสำคัญกว่าชีวิตคน
ความสำคัญ
วันสตรีสากล มิเพียงแค่การเฉลิมฉลองเหมือนงานประเพณีที่มักทำติดต่อกันทุกปี หากจะเป็นการตระหนักร่วมและให้คุณค่าทางประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ของผู้ใช้ แรงงานหญิง และสืบทอดเจตนารมย์ที่ต้องการให้ผู้หญิงได้รับการปกป้องคุ้มครองให้ปลอดภัย จากความรุนแรง และยกระดับคุณภาพชีวิตในด้านต่างๆ ผู้ใช้แรงงานต้องได้รับการดูแลในด้านสวัสดิการ สุขภาพความปลอดภัยในการทำงาน รวมทั้งผู้หญิงต้องได้รับการปฏิบัติอย่างให้กียรติและเท่าเทียมในฐานะที่ ผู้หญิงก็เป็นสมาชิกหนึ่งในสังคม


    ประวัติความเป็นมา

  ณ เมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา กรรมกรสตรีในโรงงานทอผ้าได้ลุกฮือขึ้นเดินขบวนประท้วงการเอาเปรียบ กดขี่ ขูดรีด ทารุณ จากนายจ้างที่เห็นผลผลิตสำคัญกว่าชีวิตคน ความเป็นอยู่ของแรงงานสตรีในเมืองชิคาโก ว่ากันว่าไม่ต่างอะไรจากทาสนิโกรในเงื้อมมือคนผิวขาว เพราะต้องทำงานวันละ 12-15 ชั่วโมง แต่ได้รับค่าแรงานเพียงน้อยนิดส่วนสตรีตั้งครรภ์มักถูกไล่ออก  ในที่สุดภายใต้การนำของ คลาร่า เซทคิน ผู้นำกรรมกรสตรีโรงงานทอผ้าชาวเยอรมันลุกฮือขึ้นสู้ด้วยการเดินขบวนนัดหยุดงานในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1907 โดยเรียกร้องให้นายจ้างลดเวลาการทำงานจากวันละ 12-15 ชั่วโมง ให้เหลือวันละ 8 ชัวโมงพร้อมทั้งให้ปรับปรุงสวัสดิการภายในโรงงาน และให้สตรีมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งด้วย ในการเรียกร้องครั้งนี้ แม้จะมีหลายร้อยคนถูกจับกุม แต่ก็ได้รับการสนับสนุนจากสตรีทั้งโลก และส่งผลให้วิถีการผลิตแบบทุนนิยมเริ่มสั่นคลอน
 
แต่อย่างไรก็ตามอีก 3 ปีต่อมา คือ ในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1910 ข้อเรียกร้องของเหล่าบรรดากรรมกรสตรีก็ประสบความสำเร็จ เมื่อตัวแทนสตรีจาก 18 ประเทศ เข้าร่วมประชุมสมัชชาสตรีสังคมนิยม ครั้งที่ 2 ณ เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ที่ประชุมได้ประกาศรับรองข้อเรียกร้องของบรรดากรรมกรสตรี โดยให้ลดเวลาทำงานให้เหลือเพียงวันละ 8 ชั่วโมง ศึกษาหาความรู้ 8 ชั่วโมง พักผ่อน 8 ชั่วโมง และกำหนดให้ค่าแรงงานสตรีเท่าเทียมกับค่าแรงงานชาย อีกทั้งยังมีการคุ้มครองสวัสดิการสตรีและแรงงานเด็กอีกด้วย  นอกจากนั้นในการประชุมครั้งนั้น ยังได้มีการรับรองข้อเสนอของ คลาร่า เซทคิน ด้วยการประกาศให้วันที่ 8 มีนาคม เป็นวันสตรีสากล

           วันสตรีสากลไม่ได้เป็นเพียงวันที่กลุ่มสตรีทั่วโลกร่วมฉลองกันท่านั้น แต่เป็นวันที่องค์กรสหประชาชาติได้ร่วมเฉลิมฉลองด้วย และอีกหลายประเทศได้กำหนดให้วันดังกล่าวเป็นวันหยุดประจำชาติของตน กลุ่มสตรีจากทุกทวีปไม่ว่าจะแตกต่างกันโดยเชื้อชาติ ภาษา วัฒนธรรม เศรษฐกิจ หรือ การเมืองก็ตาม ได้รวมตัวกันเพื่อฉลองวันสำคัญนี้ เพื่อรำลึกถึงความเป็นมาแห่งการต่อสู้อันยาวนาน เพื่อให้ได้มาซึ่งความเสมอภาคความยุติธรรม สันติภาพ และการพัฒนา

          ผลจากการตัดสินใจของที่ประชุม ณ กรุงโคเปนเฮเกน ทำให้มีการจัดกิจกรรมวันสตรีสากลขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1911 ในประเทศออสเตรีย เดนมาร์ก เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ มีประชาชนทั้งหญิงชายมากกว่า 1 ล้านคน เข้าร่วมการชุมนุมเรียกร้องสิทธิในการทำงาน การเข้ารับการอบรมในวิชาชีพ และให้ยุติการแบ่งแยกในการทำงานในปีถัดมาได้มีการจัดกิจกรรมวันสตรีสากลเพิ่มขึ้นในประเทศฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และสวีเดน และในปี ค.ศ. 1913 มีการจัดชุมนุมวันสตรีสากลในรัสเซียเป็นครั้งแรก ที่นครเซนต์ปีเตอร์เบอร์ก แม้ว่าจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจขัดขวางก็ตาม วันสตรีสากลได้จัดขึ้นโดยเชิดชูคำขวัญของขบวนการสันติภาพ ทั้งนี้เพื่อต่อต้านสงครามที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในยุโรปนับตั้งแต่ปีแรกๆ เป็นต้นมา ความสำคัญของการฉลองวันสตรีสากลได้ทวีมากขึ้น โดยมีสตรีในทวีปแอฟริกา เอเชียและละตินอเมริกา เริ่มร่วมมือกันเพื่อทบทวนความก้าวหน้าของการต่อสู้เพื่อสิทธิที่เท่าเทียมกัน และเพื่อความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งพยายามผลักดันให้มีการตระหนักในเรื่องสิทธิมนุษยชนของสตรีอย่างสมบูรณ์


          ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะปฏิบัติตามพันธสัญญาต่อเวทีโลกที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับบทบาทและสถานภาพสตรีโดยได้มีการดำเนินการทั้งในแง่กฏหมาย นโยบาย มาตรการและกิจกรรมต่างๆ ในการส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชาย คือ เจตนารมณ์ให้มีความเป็นธรรมเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างหญิงชายในทุกรูปแบบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการใช้ การควบคุมทรัพยากร เพื่อให้หลุดจากการกีดกันต่างๆ ให้สตรีได้มีโอกาสรับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเท่าเทียม

 

บรรณานุกรม 

วรนุช อุษณกร. ประวัติวันสำคัญที่ควรรู้จัก. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2543.
แผ่นพับประชาสัมพันธ์วันสตรีสากล สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
"สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว" http://www.women-family.go.th/home.htm

ข้อมูลโดย : กลุ่มนักศึกษาฝึกงาน งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด

                   
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #74 เมื่อ: 08 มีนาคม 2553, 10:32:15 »

ผู้ให้กําเนิดวันสตรีสากล

คลาร่า เซทกิ้น (CLARA ZETKIN)  ค.ศ.1857-1933          

          คลาร่า เซทกิ้น ได้รับการขนานนามว่า มารดาแห่งการเคลื่อนไหวสตรีสากล เป็นผู้ให้กําเนิดวันสตรีสากล

          นักการเมืองหญิงสายมาร์คซิสต์ ชาวเยอรมัน เป็นผู้ริเริ่มวันสตรีสากล ชื่อเดิมชื่อ คลาร่า ไอนส์เนอร์ เกิดที่เมืองไวเดอรูว์ แคว้นแซกโซนี่ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม  จบการศึกษาจากวิทยาลัยครูเมืองไลป์ซิก และพบรักกับเพื่อนนักศึกษาชาวรัสเซียนามว่า ออพซิป เซทกิ้น ต่อมา มีบุตร 2 คน และเป็นหม้ายในปี ค.ศ.1889

          ในปี ค.ศ.1884 ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคสังคมประชาธิปไตย (Social Democratic party) ต่อมาพรรคโดนยุบ และคลาร่าได้ถูกเนรเทศไปอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์

          ค.ศ.1907 คลาร่าได้กลับสู่เยอรมันดินแดนมาตุภูมิ พร้อมกับการก่อตั้ง กลุ่มนักสังคมนิยมหญิง และได้ริเริ่มในการเสนอให้กําหนดวันที่ 8 มีนาคม ของทุกปีให้เป็นวันสตรีสากล

          ค.ศ.1914 ในขณะที่ประเทศเยอรมันกําลังทําสงครามโลกครั้งที่ 1 คลาร่า ได้ร่วมมือกับ โรซ่า ลัมเซมเบอรค์ ร่วมกันรณรงค์ต่อต้านสงครามโลกครั้งที่ 1 ในนามกลุ่ม สปาร์ตาซิสต์  ( *กลุ่มสปาร์ตาซิสต์ (spatarcist) เป็นกลุ่มกรรมกรในเยอรมันที่ประท้วงรัฐบาลเยอรมันสมัยนั้น ในการทําสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยความคิดที่ว่า ทหารที่ส่งไปรบก็คือ ประชาชน  สงครามเป็นการกระทําที่สนองตัณหาของรัฐบาล  แต่ประชาชนมีแต่ต้องสูญเสีย)

          ค.ศ.1918 ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกคนหนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์เยอรมัน และได้เป็นผู้แทนในสภาไรซ์สตัก (สภาผู้แทนของเยอรมันยุคนั้น)

          ค.ศ.1920-1932 สุนทรพจน์ครั้งสุดท้ายของคลาร่าในสภาเยอรมัน คลาร่าได้กล่าวโจมตี อดอฟ ฮิตเลอร์อย่างรุนแรง และเรียกร้องหาแนวร่วมที่จะช่วยกันต่อต้านพรรคนาซีเยอรมัน ซึ่งกําลังมีบทบาทอย่างสูงในการเมืองเยอรมัน

          ค.ศ.1933 พรรคนาซีเยอรมันได้ ประสบความสําเร็จในการยึดอํานาจทางการเมืองอย่างเบ็ดเสร็จ และให้อํานาจทุกอย่างขึ้นอยู่กับท่านฟูเร่อร์ (ผู้นํา) คลาร่าจึงเป็นหนึ่งในนักการเมืองสายความคิดสังคมนิยม ที่ถูกกวาดล้าง จนต้อง
ลี้ภัยการเมืองไปใช้ชีวิตที่รัสเซีย และถึงแก่กรรมในปีเดียวกันนี้

 
 
องค์กรในสหประชาชาติที่ทําหน้าที่พิทักษ์สิทธิสตรี

          (1) คณะกรรมาธิการว่าด้วยสถานภาพสตรี (UNCSW) มีหน้าที่กําหนดแนวทางการยกระดับสถานภาพสตรี ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคมวัฒนธรรม และด้านการศึกษา

          (2) คณะกรรมการว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี (CEDAW) มีหน้าที่ตรวจสอบว่าประเทศภาคีอนุสัญญาฯปฏิบัติตามข้อกําหนดของอนุสัญญาฯ หรือไม่

          - แผนกเพื่อความก้าวหน้าของสตรี  ทําหน้าที่เป็นสํานักงานเลขานุการ ดําเนินการวิจัยและทํางานสนับสนุนองค์กรทั้งสองข้างต้น

          - กองทุนพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNIFEM) ทําหน้าที่สนับสนุนโครงการต่างๆ ที่มีวัตถุประสงค์ในการผสานสตรีในกระบวนการพัฒนา ด้วยวิธีการส่งเสริมกิจกรรมสร้างเสริมรายได้ขนาดย่อม

           - สถาบันวิจัยและฝึกอบรมระหว่างประเทศเพื่อความก้าวหน้าของสตรี(INSTRAW) เป็นแหล่งให้เงินทุนอุดหนุน และมีหน้าที่ทําวิจัยเพื่อยกระดับวิธีการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับสตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับการพัฒนา

ที่มา  http://www.women-family.go.th/scan/women_day1.pdf

 

 
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #75 เมื่อ: 08 มีนาคม 2553, 10:38:25 »



  สตรี สู้ๆๆ
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #76 เมื่อ: 08 มีนาคม 2553, 10:40:40 »



  ผู้ชาย บางคนก็ใจดำ
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #77 เมื่อ: 08 มีนาคม 2553, 10:42:20 »



  โตขึ้นมา..สู้ๆนะหนู
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #78 เมื่อ: 08 มีนาคม 2553, 10:44:16 »



  ทุกวันนี้  สตรียังถูกกดขี่
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #79 เมื่อ: 08 มีนาคม 2553, 10:45:56 »



  สู้ต่อไปนะตัวเอง
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #80 เมื่อ: 08 มีนาคม 2553, 10:59:20 »

      บันทึกการเข้า

seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #81 เมื่อ: 09 มีนาคม 2553, 10:22:06 »

งัด กม.ความมั่นคงคุมพระนคร 13 วัน-เกมยื้อโต้ “แม้ว” 
 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 มีนาคม 2553 00:44 น.
 
 
 
 งานนี้แสดงให้เห็นว่าฝ่ายรัฐบาลน่าจะอ่านเกมออกแล้วว่าฝ่ายทักษิณ ก็มีความกดดัน เนื่องจากต้องเผด็จศึกให้ได้ภายในเวลาอันสั้น แต่ขณะเดียวกันหากจะใช้ความรุนแรงเพื่อสร้างความปั่นป่วน ภาพโดยรวมก็ออกมาว่าต้องเป็นฝีมือของคนท่านแน่ ก็จะยิ่งเสียหาย และหากมีการลงมือจริงไม้เด็ดอีกอย่างหนึ่งที่คาดว่าจะต้องนำมาใช้นั่นคือ การขอถอนประกันบรรดาแกนนำให้กลายเป็นคนนอกกฎหมาย ทุกอย่างก็จะเข้าทางมากขึ้นไปอีก
       
       ในที่สุดก็เป็นไปตามความคาดหมายสำหรับการประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในกรุงเทพมหานคร และบางพื้นที่เขตปริมณฑล ตั้งแต่วันที่ 11-23 มี.ค.โดยคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง (คตม.)จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติในวันอังคารที่ 9 มี.ค.นี้
       
       หากติดตามสถานการณ์และความเคลื่อนไหวของ ทักษิณ ชินวัตร จะพบว่ากำลังดิ้นรนอย่างสุดชีวิตเพื่อให้ลบล้างความผิดและได้ทรัพย์สิน อำนาจกลับคืนมาโดยเร็ว
       
       ความเคลื่อนไหวของ ทักษิณ เกิดขึ้นอย่างเข้มข้นทันทีหลังจากถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษายึดทรัพย์จำนวน 4.63 หมื่นล้านบาทจากการทุจริตหลายกระทง และศาลยังได้ชี้ให้เห็นความผิดอื่นๆ ซึ่งจะต้องถูกดำเนินคดีอีกมากมายตามมาทั้งทางแพ่งและอาญา
       
       คราวนี้คาดว่าเป็นการทุ่มเทสรรพกำลังมากกว่าทุกครั้ง สังเกตได้จากการรวบรวมทุกกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวพร้อมๆ กัน และหลากหลายรูปแบบ อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มว่าต้องการใช้ “ความรุนแรง” เพื่อบีบคั้นให้ฝ่ายรัฐบาลทำตามเงื่อนไขให้ได้ นั่นคือเป้าหมายเฉพาะหน้าต้อง “ยุบสภา” โดยหวังว่าพรรคเพื่อไทยที่ตัวเองเป็นเจ้าของต้องชนะการเลือกตั้งแล้วกลับมาออกกฎหมายนิรโทษกรรมความผิดทั้งหมดและฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันแล้วนำฉบับปี 2540 กลับมาใช้ใหม่
       
       อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ การชุมนุมครั้งนี้อาจมีการคาดหวังลึกๆว่าหากมีจำนวนคนเข้าร่วมมากพอก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่ ซึ่งเป้าหมายคงไม่ใช่หยุดอยู่ที่ “อำมาตย์” ดังที่ ทักษิณ และคนท่านพยามสร้างสัญลักษณ์ในการต่อสู้อย่างแน่นอน เพราะในช่วงไม่กี่วันมานี้ในกลุ่มเครือข่ายโดยเฉพาะ “สื่อท่าน” ต่างออกมาเปิดเผยให้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการนั้นคืออะไร ดังกรณีลงภาพหน้าปกของนิตยสาร “VOCE OF TAKSIN” ฉบับล่าสุดที่ลงรูป ครุฑพ่าห์ ถูกปิดหน้าแล้วมีข้อความว่า “บ้านที่ดีต้องเริ่มที่พ่อ” ว่าต้องการสื่อให้เห็นอะไรและสื่อถึงใคร!!
       
       นาทีนี้เรียกได้ว่าเปิดหน้ากันเต็มตัว ไม่มีอำพรางกันอีกต่อไป ขณะที่ ทักษิณ ก็ได้วิดีโอลิงก์ตามเวทีคนท่านที่มีการโหมโรงกันก่อนถึงวันชุมนุมใหญ่ไปทั่วประเทศ “ปลุกระดม” กันเต็มที่ ทำทุกวิถีทางเพื่อปลุกเร้าให้ชาวบ้านเข้าร่วมให้มากที่สุด
       
       
       อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นก็ได้เห็นความเคลื่อนไหวของกลุ่ม “ฮาร์ดคอร์” รวมไปถึงกลุ่มที่ติดอาวุธและนิยมความรุนแรงเข้ามาพร้อมๆกัน ซึ่งก็มีทั้งใช้คำพูดข่มขู่ว่าจะเกิดเหตุร้ายที่นั่นที่นี่รวมไปถึงการลงมือก่อเหตุจริง ซึ่งต่อมาก็มีการจับกุม “เสธ.แดง” พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล “เคทอง” หรือ พรวัฒน์ ทองธนบูรณ์ กับพวกรวม
       8 คนพร้อมอาวุธอีกจำนวนหนึ่ง โดยคัดค้านการประกันตัว
       นอกจากนี้ยังมีการจับกุมคนที่ก่อเหตุขว้างปาระเบิดเข้าใส่ธนาคารกรุงเทพสาขาสีลมเมื่อหลายวันก่อน จำนวน 2 คน ซึ่งยอมรับว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มคนท่านอีก
       
       ความเคลื่อนไหวทั้งสองเหตุการณ์ย่อมเป็นการชี้ให้เห็นว่าการชุมนุมของคนท่านตั้งแต่วันที่ 12-14 มีนาคมล้วนส่อไปในทางรุนแรง และแม้ว่าจะสามารถจับกุมคนที่ก่อเหตุขว้างระเบิดและกลุ่มที่ชอบเคลื่อนไหวในแนวทางรุนแรงอย่างกลุ่ม “เสธ.แดง” แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์ร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นจะบรรเทาเบาบางลงไป
       
       ขณะเดียวกัน หากมองอีกด้านหนึ่ง การประกาศใช้พระราชบัญญัติความมั่นคงของรัฐบาลตั้งแต่วันที 11-23 มี.ค.ในพื้นที่กรุงเทพฯและบางพื้นที่ในเขตปริมณฑล รวมทั้งการเลื่อนเดินทางไปเยือนประเทศออสเตรเลียของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในช่วงวันที่ 13-17 มี.ค.อย่างไม่มีกำหนดแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลได้เตรียมมาตรการรับมืออย่างเข้มข้นเช่นเดียวกัน
       
       เชื่อว่านายกรัฐมนตรีคงประเมินสถานการณ์แล้วว่าบรรยากาศน่าจะตึงเครียดจึงได้งดกำหนดการเดินทางไปต่างประเทศดังกล่าว
       
       หากพิจารณาจากจำนวนวันที่ประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงในราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 11-23 มี.ค.เป็นเวลาถึง 13 วัน ขณะที่ ฝ่าย ทักษิณ ประกาศว่าจะชุมนุมแบบ “ม้วนเดียวจบ” 12-14 มี.ค. แค่ 3 วัน ซึ่งนั่นก็หมายความว่าฝ่ายรัฐบาลได้เตรียมการตั้งรับแบบยืดเยื้อ และอ่านเกมออกว่ายิ่งคนท่านชุมนุมนานเท่าไหร่และหากยังไม่อาจล้มรัฐบาลลงได้ ความเบื่อหน่ายของผู้ชุมนุมเองรวมไปถึงคนกรุงเทพฯที่จะเดือดร้อนรำคาญก็จะยิ่งเป็นตัวบั่นทอนกำลังไปโดยปริยาย
       
       ประกอบกับในช่วงนี้เป็นช่วงอากาศร้อนจัด การอยู่กลางแดดเป็นเวลานานก็ยิ่งทำให้เกิดอาการอ่อนล้าลงไปเรื่อยๆ
       
       งานนี้แสดงให้เห็นว่าฝ่ายรัฐบาลน่าจะอ่านเกมออกแล้วว่าฝ่ายทักษิณก็มีความกดดัน เนื่องจากต้องเผด็จศึกให้ได้ภายในเวลาอันสั้น แต่ขณะเดียวกันหากจะใช้ความรุนแรงเพื่อสร้างความปั่นป่วน ภาพโดยรวมก็ออกมาว่าต้องเป็นฝีมือของคนท่านแน่ ก็จะยิ่งเสียหาย และหากมีการลงมือจริงไม้เด็ดอีกอย่างหนึ่งที่คาดว่าจะต้องนำมาใช้นั่นคือ การขอถอนประกันบรรดาแกนนำให้กลายเป็นคนนอกกฎหมาย ทุกอย่างก็จะเข้าทางมากขึ้นไปอีก
       
       การงัดกฎหมายความมั่นคงขึ้นมาใช้ควบคุมก็ยิ่งเป็นการเพิ่มอำนาจให้ฝ่ายความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ที่สำคัญยังได้ “เบี้ยเลี้ยง” เป็นกอบเป็นกำ เป็นกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังด้วย
       
       ดังนั้น เมื่อประเมินสถานการณ์รอบด้านแล้วเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มคนในสังกัดทักษิณที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่นาน แม้จะมีความเสี่ยงสูง แต่เชื่อว่าฝ่ายรัฐบาลยังได้เปรียบอยู่หลายขุม เพราะคราวนี้ฝ่าย “บิ๊ก”กองทัพจำเป็นต้องกอดคอกับ อภิสิทธิ์ ต่อไป อย่างน้อยก็ชั่วระยะหนึ่ง เพราะถ้าชิ่งไปก่อนก็ไม่รู้ว่าจะไปทางไหน!!
       

 
 
 
 
 
 
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #82 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 05:03:42 »




การเมือง ไม่ใช่เรื่องของทุกคน เพราะเมียลูกทักษิณ บินเผ่นหนีไปแล้ว

    สะพัด "โอ๊ค-เอม-อุ๊งอิ๊ง" เตรียมเผ่นออกนอกประเทศ พรุ่งนี้ ก่อนปฎิบัติการ "แดงนรก" ถล่มเมือง พีอาร์ฮาวคัม ยอมรับ ไปร่วมงานไอทีวีเบอร์ลิน 2010 ที่เยอรมัน โดยสายการบินสวิสแอร์ไลน์ "มาร์ค" ถามท่านสู้เพื่อใคร หลัง "โอ๊ค-เอม-อุ๊งอิ๊ง" เดินทางหนีออกนอกประเทศ
       
    มีรายงานข่าวแจ้งว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร , นางสาวพิณทองทา ชินวัตร และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกตัดสินยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ได้เตรียมเดินทางไปต่างประเทศ ในวันพรุ่งนี้ (10 มีนาคม 2553) โดยสายการบินสวิสแอร์ไลน์ ซึ่งคาดว่าจะไปลงที่เมืองซูริค (Zurich) ก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศสาธารณะรัฐเยอรมนี
       
       ทั้งนี้ นางสาวแพทองธาร มีแผนที่จะอยู่ที่ฝรั่งเศส และกลับมาเมืองไทยในวันที่ 18 มีนาคม 2553 ส่วนนางสาวพิณทองทา จะเดินทางไปเที่ยวฮ่องกงต่อ และจะกลับมาเมืองไทยวันที่ 21 มีนาคม 2553
       
       รายงานข่าวยังระบุว่า ฝ่ายประชาสัมพันธ์บริษัท ฮาวคัม เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ได้ยอมรับกับสื่อมวลชนว่า นายพานทองแท้ และนางสาวพิณทองทา เตรียมเดินทางออกไปต่างประเทศจริง โดยจะไปร่วมงานไอทีวีเบอร์ลิน 2010 ที่เยอรมนี

ที่มา: http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9530000033433


บทพิสูจน์ "ไม่มีใครจ้าง กูมาเอง?"








     
"หญิงอ้อ" หอบลูกแผ่นไปฮ่องกงแล้ว

    "มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยว่า นายพายัพ ชินวัตร น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะประธาน ส.ส.ภาคอีสาน ร่วมหารือกับ ส.ส.อีสานและแกนนำคนท่านสายอีสาน ช่วงหนึ่งได้หารือเตรียมความพร้อมการชุมนุมใหญ่คนท่านวันที่ 14 มีนาคม โดย ส.ส.แต่ละคนได้รายงานความเคลื่อนไหวให้ที่ประชุมทราบ ส่วนใหญ่บอกว่ามีความพร้อมอย่างเต็มที่ แต่ปัญหาตอนนี้คือเงินสนับสนุนค่าใช้จ่าย ที่ต้องอยู่ชุมนุมอย่างน้อย 3 วัน
พร้อมกับขอเงินสนับสนุนนายพายัพจำนวน 30 ล้านบาท ทำให้นายพายัพถึงกับตกใจและสอบถามว่าจะเอาไปทำอะไร

    นายนิสิต สินธุไพร หนึ่งในแกนนำคนท่านสายอีสาน บอกว่า จะใช้เป็นค่าน้ำมันในการขนคน ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าอาหาร ค่าอำนวยความสะดวก เพราะแต่ละจังหวัดมีค่าน้ำมันแตกต่างกัน เช่น อีสานตอนบน
ค่าน้ำมันไป-กลับอยู่ที่ 6,000 บาท แต่ถ้า จ.นครราชสีมา สกลนคร เดินทางมาไม่ไกลมากนัก ค่าน้ำมันไป-กลับต่อคันอยู่ประมาณ 3-4 พันบาท

ขณะที่แกนนำระดับนายทุน ตกลงจะช่วยเหลือเพียง 2,000 บาท ส่วนนายพายัพกล่าวเสริมว่า ขอให้ ส.ส.สำรองจ่าย เหมือนเป็นการวัดใจแล้วกัน     สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า ทำให้แกนนำท่านสายอีสานไม่พอใจ พร้อมบอกว่าจะมาเหมาจ่ายไม่ได้ ค่าใช้จ่ายไม่ได้มีแค่ค่าน้ำมัน แต่มีทั้งค่าอาหารและค่ายา นายพายัพยังสอบถามถึงเงินกองกลางของคนท่านว่าหายไปไหน เหตุใดไม่นำมาใช้จ่ายในศึกครั้งนี้

ที่มา: http://www.thaipost.net/news/100310/19122
      บันทึกการเข้า

Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #83 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 06:05:19 »

      บันทึกการเข้า

demagogue
มือใหม่หัดเมาท์
*


ไม้ซีก งัด อำนาจเงิน
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


ดูรายละเอียด
« ตอบ #84 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 10:14:35 »

อำมาตย์ - ทักษิณ ภาพมายาที่ถูกสร้างขึ้นในสงครามกลางเมือง     

ผมเห็นว่า ทั้งอำมาตย์ และ ทักษิณ ต่างก็มีผลประโยชน์ ต่างก็เป็นตัวขัดขวางประชาธิปไตยที่แท้จริง

ต่างก็เป็นสิ่งที่ผู้รักประชาธิปไตยจะต้องกำจัด หรือ จำกัด ให้อยู่ในแนวประชาธิปไตยให้ได้

ในความเห็นของผม ทักษิณใช้เงินในการสร้างข้อมูลเท็จขึ้นอย่างมหาศาล

อำมาตย์อาจจะไม่ดีสัก ๓ แต่ถูกปั่นข้อมูลให้ไม่ดีเป็น ๑๐

ทักษิณ ไม่ดี ๑๑ แต่ถูกปั่นข้อมูลให้ดูไม่ดีเพียง ๑ (เช่นสร้างวาทกรรมว่า ใครๆ ก็โกง แต่โกงแล้วยังแบ่งให้ประชาชน)

จะกำจัดใครก่อนดี

จากโครงสร้างอำนาจและแนวทางทำธุรกิจ

อำมาตย์จะค่อยๆเสื่อมอำนาจไปตามยุค และตามเทคโนโลยีข่าวสารที่ทันสมัยขึ้น

ส่วนที่อยู่ได้ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับระบบอบประชาธิปไตยเสรีนิยมมากขึ้น

(ซึ่งทุกวันก็เป็นเช่นนี้อยู่)

การใช้อำนาจตามอำเภอใจอย่างในอดีตทุกวันนี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

(อันนี้ก็เป็นคุโณปการจากคนท่านเป็นสำคัญ)

ส่วนทักษิณ

ถ้ากลับมาได้ก็จะใช้บทเรียนที่ผ่านมากระชับอำนาจเบ็ดเสร็จมากขึ้น

จะมีการผูกขาดมากขึ้นทั้งทางธุรกิจ และเส้นสายในวงราชการ วงการสื่อ

ผู้ที่เห็นต่าง จะไม่มีช่องให้หายใจและต่อสู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้รัฐตำรวจกำจัดฝ่ายตรงข้าม

ทักษิณจะผูกขาดทรัพยากรทุกอย่างไปอีกเป็นชั่วอายุคน

.........

พอจะคิดออกหรือยังครับ ว่าสังคมไทยควรจะกำจัดใครก่อน - หลัง
      บันทึกการเข้า
demagogue
มือใหม่หัดเมาท์
*


ไม้ซีก งัด อำนาจเงิน
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


ดูรายละเอียด
« ตอบ #85 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 10:20:32 »

แต่คนไทยยังมีรสนิยมทางการเมืองแบบละครน้ำเน่าอยู่

คือเชียร์ฝ่ายใดก็จะเห็นว่าฝ่ายนั้นเหมือนนางเองละครที่ตนชื่นชอบ

บริสุทธิ์ผุดผ่องไม่มีที่ติ คนดูก็น้ำตาไหลไปกับการตกระกำลำบากของนางเอก

ฝ่ายตรงข้ามก็เป็นนังตัวอิจฉา ไม่ดีไปซะทั้งหมด

(เคยได้ยินแม่ค้าตลาดสดไล่ชี้หน้าด่า-ขู่เอาเปลือกทุเรียนตบนักแสดงตัวอิจฉาที่ไปซื้อของในตลาดไหมครับ คนท่านก็อย่างไหนอย่างนั้นเลย)

ไม่ได้วิเคราะห์จากความเป็นจริง

ภาพมันก็เลยออกมาแบบนี้ คุยกันไม่รู้เรื่องเสียที
      บันทึกการเข้า
demagogue
มือใหม่หัดเมาท์
*


ไม้ซีก งัด อำนาจเงิน
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


ดูรายละเอียด
« ตอบ #86 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 10:29:21 »

ทักษิณ เริ่มรู้สึกรักพี่น้องคนยากคนจนตั้งแต่เมื่อไร     


คนที่มีจิตใจสาธารณะ สนใจปัญหาสังคม

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาความยากจน ความไม่เป็นธรรมในสังคม

ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นักวิชาการ คนเอ็นจีโอ ศิลปินเพื่อชีวิต

การแสดงออกก็มักจะมีแต่ในวัยหนุ่มสาว
ออกมาเป็นผมงานด้านงานเขียน, ปาฐกถา, ดนตรี, การเข้าร่วมต่อสู้ผลักดันทางนโยบาย(ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใด)

แต่ช่วงนั้น ไม่ว่าจะเป็น ๑๔ ตุลา ๑๖, ๖ ตุลา ๑๙, พถษภาทมิฬ ๓๕

บทบาททักษิณอยู่ตรงไหนครับ (อ้อว่าไม่ได้ เห็นไปซบบิ๊กจ๊อดอยู่หลังเกิด รสช.)

ขณะที่ปัญญาชนต่อสู้ล้มตายกันไปนับร้อยนับพันมาตลอดยุคสมัย

คุณทักษิณมาเริ่มรักประชาชนคนยากคนจนเอาก็อีตอนต้องการคะแนนเสียงนี่เอง เพราะคะแนนเสียงนำมาซึ่งอำนาจ แล้วก็พัฒนาเป็นอำนาจเบ็ดเสร็จ

Warren Buffet เศรษฐีอันดับ ๒ ของโลก บริจาคทรัพย์สิน ๘๐ เปอร์เซนต์ของตนเอง ให้มูลนิธิบิลเกท เพื่อนำไปช่วยคนด้อยโอกาสทั่วโลก แล้วก็ใช้ชีวิตอย่างสงบและพอเพียง

ลองคิด ลองเทียบกันดูก็แล้วกันครับ
      บันทึกการเข้า
ตุ๋ย 22
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2522
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 20,141


ดูรายละเอียด
« ตอบ #87 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 20:53:46 »

ยังมีคนโง่ให้เค้าหลอก  แล้วก็มีคนฉลาดที่ได้ประโยชน์
      บันทึกการเข้า

น้ำใจน้องพี่สีชมพู ไม่เสื่อมคลายหายไปจากหัวใจ
swsm
Cmadong Member
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
****


@@ ยาหยี @@
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: Rcu2523
คณะ: Comm Arts
กระทู้: 27,657


ดูรายละเอียด
« ตอบ #88 เมื่อ: 10 มีนาคม 2553, 21:45:19 »

ศาลให้ครอบครัวเดินทางออกนอกประเทศแล้วจ้า .. จุดหมายปลายทางอยู่ที่สวิสเซอร์แลนด์และฮ่องกง     บ่ฮู้บ่หัน
      บันทึกการเข้า

.. don't play with me, cos I know how to play it too .. may be better than you do ..
demagogue
มือใหม่หัดเมาท์
*


ไม้ซีก งัด อำนาจเงิน
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


ดูรายละเอียด
« ตอบ #89 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 00:34:37 »


ไม่ไหวหรอกค่ะ...

จะให้ไปตากแดดหน้าดำ อึสว้มตู้ ยัดข้าวกล่อง น้ำไม่ได้อาบ แล้วก็ใส่เสื้ออยูี่่สีเดียว

แล้วยังให้แค่วันละ ๕๐๐

หลบร้อนไปยุโรปแล้วฮ่ะ....จะเที่ยวให้ทั่วยกเว้นอังกฤษ

ยึดเงินพ่อตู ห้ามพ่อตูเข้าเมือง ยังไม่พอ

หนำซ้ำยังให้ทูตมาฉีกหน้าถึงพรรคพ่อตูอีก..จำไว้เลย

ยังไงก็ขอให้คนท่าน สู้ ๆๆๆๆๆๆๆ สู้ตายค่ะ ช่วยกันเอาป๊ะกลับเมืองไทยให้ได้นะคะ

จะเที่ยวเผื่อค่ะ

อ๊งเอ๊ง วิตตอง


 
      บันทึกการเข้า
Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #90 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 10:11:30 »


เจ้าภาพบินหนีไปหมดแล้ว  ปล่อยให้ผู้มาร่วมงาน ตายแทน

ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ นกรู้ ยังเผ่นหนีไปสิงคโปร์

"มาร์ค" เย้ย "แม้ว"  ทิ้งแดงรับเคราะห์




      บันทึกการเข้า

Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #91 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 11:15:23 »



ที่มา: นสพ.แนวหน้า
      บันทึกการเข้า

Witty Jump
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 281


ดูรายละเอียด
« ตอบ #92 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 11:21:17 »

ท่านสู้ ๆ สู้เพื่อทักษิณและบริวาร

แต่ท่านตายหมด 5 5 5
      บันทึกการเข้า
เจตน์
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ใครๆเรียกผมว่า "กุ๊ปปิ๊"
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2534
คณะ: ครุฯ พลศึกษา
กระทู้: 6,417


ดูรายละเอียด
« ตอบ #93 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 11:26:12 »

วันเสาร์ที่ผ่านมามีคนมาชวนชาวบ้านแถวบ้านผม....เขาบอกว่า เขาสู้เพื่อประชาธิปไตยหรอกครับ ไม่ใช่เพื่อทักกี้สักหน่อย....


แต่น่าสงสารนะครับ ขับรถออกจากหมู่บ้านแทบไม่ทัน..... 
      บันทึกการเข้า

ปากหมา แต่จริงใจ ตอแหลใส่ใครไม่ค่อยเป็น....มันคือตัวตนของผม
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #94 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 11:36:20 »

จ่ายกันสุดๆ หลายพันล้านบาทปลุกม็อบ แฉ “ทักษิณ” ใช้ 3 ช่องทาง! ส่งท่อน้ำเลี้ยงคนท่าน
โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 11 มีนาคม 2553 09:21 น.
 
 
 

 
       - เปิดเส้นทาง “ทุน” หลายพันล้านหนุนม็อบท่านชุมนุมครั้งนี้
       - “ทักษิณ” ใช้ 3 ช่องทางแจกจ่ายเงินถึงมือม็อบจริงๆ
       - สั่งห้ามหักหัวคิว หวังดึงคนชุมนุมนับแสนนับล้าน
       - เมื่อ “เงินถึง” ก็ต้อง “ใจถึง” ใครสามารถวินาศกรรมรับรางวัลตอบแทน
       - ฟันธง รัฐประหารเมื่อใดฉุดเศรษฐกิจประเทศถอยหลังไปอีก 3 ปี?
       
       คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่พิพากษาเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2553 โดยให้ยึดทรัพย์ทรัพย์พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 46,373.69 ล้านบาท ขณะที่เม็ดเงินที่เหลืออีก 3 หมื่นล้านบาท ยังคงอยู่ในกระบวนการของการดำเนินการทางภาษีและตรวจสอบรายการต่างๆ
       
       แม้ว่าในวันดังกล่าวเดิมเคยคาดการณ์กันว่าน่าจะมีกลุ่มคนท่านเดินทางมาชุมนุมกันครั้ง
ใหญ่ เนื่องจากคดีดังกล่าวมีความสำคัญมาก เนื่องจากวงเงินที่ถูกอายัดไว้เมื่อครั้งขายหุ้นชินคอร์ปให้เทมาเส็กจากสิงคโปร์มีมูลค่ากว่า 7.6 หมื่นล้านบาท แต่ทางกลุ่มคนท่านได้เลื่อนชุมนุมและกำหนดวันชุมนุมใหญ่ระหว่าง 12-14 มีนาคม 2553 แทน
       
       คดียึดทรัพย์ในช่วงที่ผ่านมาถูกยกระดับให้เป็นคดีที่มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นคดีที่มีวงเงินที่พิพากษาให้มีการยึดทรัพย์นักการเมืองที่สูงที่สุด ขณะที่เจ้าของเงินได้แสดงความไม่เห็นด้วยในเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด กระแสข่าวก่อนหน้านี้ได้มีข่าวลือกันว่าหากใครช่วยให้คดีดังกล่าวรอดพ้นจากการถูกยึดทรัพย์ผู้ที่ช่วยเหลือจะได้รับผลตอบแทนอย่างงาม
       
       การตีความในครั้งนั้นทำให้หลายฝ่ายมองกันว่าหากเกิดการยึดทรัพย์ก้อนนี้แล้ว ทักษิณ ชินวัตร จะถึงขั้นหมดตัว
       
       แต่หากพิจารณาอย่างถ่องแท้แล้วจะพบว่าเงินก้อนดังกล่าวถูกอายัดไว้หลังจากที่มีการยึดอำนาจเมื่อ 19 กันยายน 2549 ช่วงระยะเวลา 3 ปีเศษที่เงินถูกแช่แข็ง ทักษิณ ชินวัตร ต้องอาศัยอยู่ในต่างประเทศ การใช้ชีวิตของทักษิณและครอบครัวก็ยังคงมีความสะดวกสบายไม่แตกต่างไปจากเดิม
       
       นอกจากนี้ยังมีการทุ่มเงินก้อนใหญ่ซื้อสโมสรฟุตบอลในประเทศอังกฤษอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจากนั้นก็ได้ขายออกไป รวมถึงการซื้อเครื่องบินส่วนตัวเพื่อใช้เดินทางไปประเทศต่างๆ ซื้ออสังหาริมทรัพย์สุดหรูในดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ แม้ว่าในช่วงนั้นจะมีข่าวออกมาว่าประเทศอังกฤษได้อายัดเงินราว 1.4 แสนล้านบาทของทักษิณไว้ แต่ข้อมูลดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน
       
       ขณะที่ภายในประเทศกลุ่มคนท่านที่เดินเกมด้วยการชุมนุมครั้งแล้วครั้งเล่า ภายใต้แกนนำชาวปักษ์ใต้ทั้ง 3 คนอย่างวีระ มุสิกพงศ์ จตุพร พรหมพันธุ์ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่สามารถดึงเอาคนจากภาคเหนือและอีสานซึ่งเป็นฐานเสียงหลักของพรรคเพื่อไทยและจังหวัดอื่นๆ เข้ามาร่วมชุมนุมได้ทุกครั้ง มีการจัดตั้งสถานีดาวเทียมดีทีวี ภายหลังเปลี่ยนเป็นพีเพิลแชลแนล หรือการประกาศว่าจะมีการตั้งสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม 100 ช่อง แต่สุดท้ายก็นำไปฝากไว้กับช่องของคนท่านในบางรายการ รวมถึงสถานีโทรทัศน์ Voice TV ของพานทองแท้ ชินวัตร
       
       เม็ดเงินที่ต้องส่งไปช่วยเหลือทีมงานในประเทศเพื่อให้ช่วยขับเคลื่อน เรียกร้องให้ทักษิณกลับเข้าสู่เส้นทางการเมืองอีกครั้งย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายไม่น้อย ดังนั้นเงินที่ถูกยึด 4.6 หมื่นล้านบาทสำหรับทักษิณดูจะเป็นเรื่องเล็กมาก เพราะเงินที่ต้องใช้ขับเคลื่อนเพื่อสร้างแรงกดดันทางการเมืองให้กับรัฐบาลก็ยังคงส่งเข้ามาในประเทศอย่างต่อเนื่อง
       
       แม้จะมีคำปฏิเสธอย่างแข็งกร้าวของแกนนำคนท่านว่าไม่ได้รับเงินสนับสนุน แต่หากพิจารณาจากการจัดกิจกรรมของคนท่าน ในการระดมทุนเพื่อนำมาใช้จ่ายสำหรับการชุมนุมด้วยวิธีจัดโต๊ะจีนเพียงอย่างเดียวนั้นคงไม่เพียงพอต่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองในหลายครั้งที่ผ่านมา
       
       “เงินมหาศาล”
       ขับเคลื่อนการชุมนุม

       
       
       ผู้ที่คร่ำหวอดกับการชุมนุมกล่าวว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าการชุมนุมแต่ละครั้งต้องมีเรื่องของค่าใช้จ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง เพียงแต่ว่าเงินที่จะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายนั้นมาด้วยวิธีใด หากเป็นการหามาอย่างเปิดเผยมีการประกาศถึงยอดบริจาคทุกครั้ง รวมถึงการสรุปยอดในแต่ละวัน ย่อมช่วยขจัดข้อสงสัยของผู้คนได้ แต่หากมียอดบริจาคน้อยแต่ยังสามารถจัดการชุมนุมได้อย่างต่อเนื่องนั้นย่อมจะต้องมีผู้สนับสนุนจากส่วนอื่นเข้ามาให้ความช่วยเหลือ
       
       หากเทียบการชุมนุมของกลุ่มท่านและท่าน จะพบความแตกต่างกันตั้งแต่กลุ่มของคนที่เข้าร่วมชุมนุม ท่านเป็นของกลุ่มชนชั้นกลาง มีกำลังทรัพย์พร้อมที่จะบริจาคให้ค่อนข้างสูง ขณะที่กลุ่มท่านเป็นกลุ่มของผู้มีรายได้ไม่สูงนัก เงินบริจาคจึงมีค่อนข้างน้อย ดังนั้นต้องใช้การหารายได้จากส่วนอื่นเข้ามาสนับสนุนการชุมนุม
       
       วิธีการที่ง่ายและรวดเร็วคือต้องมีคนที่มีกำลังทรัพย์มากเข้ามาสนับสนุน เมื่อพิจารณาจากเงินบริจาคให้พรรคการเมืองของพรรคเพื่อไทยจะพบว่า ในแต่ละเดือนนั้นจะมีผู้บริจาคเงินให้พรรคในจำนวนน้อยรายแต่ยอดบริจาคค่อนข้างสูง อีกทั้งรายชื่อผู้บริจาคไม่พบว่าเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรคเพื่อไทย ขณะที่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นการหักเงินเดือนของ ส.ส. และผู้บริหารพรรครวมถึงรัฐมนตรี
       
       ดังนั้น เงินที่ใช้ในการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนท่าน จึงน่าจะได้แรงสนับสนุนทางการเงินจากส.ส.ภายในพรรคไม่มากนัก ตรงนี้จึงตีความกันว่าน่าจะเป็นการอุดหนุนมาจากอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แน่นอนว่าเรื่องดังกล่าวยากต่อการหาหลักฐาน เพราะคงไม่มีใครอยากให้กระบวนการใต้ดินอย่างนี้ถูกเปิดเผยออกมา
       
       “ไม่มีลูกจ้างคนใดที่พร้อมจะทุ่มเท นำเอาเงินส่วนตัวของตัวเองมาใช้เพื่อการต่อสู้ให้กับคนคนหนึ่งกลับมามีอำนาจอีกครั้ง โดยที่หนทางในการต่อสู้นั้นยาวนานและยากต่อการได้รับชัยชนะ ดังนั้นการทำหน้าที่เป็นลูกจ้างรับค่าแรงเหมือนเดิมหรือมากกว่าเดิม ย่อมเป็นสิ่งที่ปลอดภัยที่สุด”
       
   
    แม้ว่าในช่วงนี้จะมีเยาวเรศ ชินวัตร น้องสาวทักษิณ ชินวัตร เข้ามาช่วยระดมทุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเรื่องน้ำมันในการเดินทางมาร่วมชุมนุม โดยตั้งเป้าให้ได้ 10 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้มียอดบริจาคจากผู้มีฐานะทางภาคเหนือเข้ามา 6 ล้านบาทแล้ว แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดนั่นคือเงินที่เข้ามาสนับสนุนจะมาจากรายใหญ่ไม่กี่ราย แม้ว่าทางกลุ่มท่านจะใช้วิธีการทอดผ้าป่า จัดคอนเสิร์ตหรือให้ชาวบ้านบริจาคเงินกันเองนั้นถือว่าเป็นเงินเพียงส่วนน้อยไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการชุมนุม
       
 
 
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #95 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 11:38:31 »

ระดมคนมากจ่ายมาก   
   
       เงินที่ใช้ในการชุมนุมแต่ละครั้งว่าเป็นจำนวนเท่าใดนั้น ต้องขึ้นอยู่กับอารมณ์ร่วมและกระแสที่เกิดขึ้นในขณะนั้น หากฐานของผู้ร่วมชุมนุมเป็นคนมีฐานะปานกลางขึ้นไป การดึงให้คนเหล่านี้มาชุมนุมด้วยวิธีการเกณฑ์มาคงทำได้ยาก เรื่องเงินไม่ต้องพูดถึง เพราะคนกลุ่มนี้ติดตามข้อมูลข่าวสารรอบด้านแล้วจึงตัดสินใจ ส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมชุมนุมมักจะมาร่วมบริจาคเหมือนกับการซื้อตั๋วดูคอนเสิร์ต
       
       แต่กลุ่มที่มีฐานะไม่ดีนัก การที่จะให้พวกเขามาร่วมชุมนุมถือว่าเป็นการเสียโอกาสในการทำมาหากินจึงต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งให้กับเขาเพื่อเป็นการชดเชยรายได้ที่หายไป หากเป็นกลุ่มนี้แกนนำในการชุมนุมจะต้องมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมหากต้องใช้คนจำนวนมากค่าใช้จ่ายก็ต้องสูงตามไปด้วยการเช่ารถเพื่อขนคนเข้าร่วมชุมนุม ต้องมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไป หากเป็นรถบัสติดแอร์จะต้องมี 12,000 บาทต่อวัน (รวมค่าน้ำมัน) ถ้าเป็นรถตู้ต้อง 1,800 บาทไม่รวมค่าน้ำมันหรือแก๊ส ใช้กี่คัน กี่วันก็ต้องคูณค่าใช้จ่ายเข้าไป นอกจากนี้ยังมีเรื่องของค่าอาหารอีกว่าจะเป็นกี่มื้อ รวมถึงค่าเสียโอกาสในการทำงานอีกต่อคนขึ้นอยู่กับหัวหน้าสายว่าจะจ่ายเท่าไหร่ต่อวัน ไม่นับรวมค่าใช้จ่ายของบรรดาหัวหน้าสายที่รับหน้าที่ระดมคนย่อมต้องมีค่าแรงสูงกว่าหลายเท่า
       
       ดังนั้น ค่าใช้จ่ายในการชุมนุมหากต้องการได้คนเข้าร่วมหลักแสนคน คงต้องเตรียมเงินไว้ไม่น้อยกว่าหลักร้อยล้านบาท ยิ่งถ้าหลายวันค่าใช้จ่ายอาจสูงเฉียดพันล้านบาท หลายคนอาจรักทักษิณ แต่จะให้คนต่างจังหวัดที่มีรายได้น้อย คงเป็นเรื่องยากที่จะให้พวกเขาควักเงินออกมาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการชุมนุมทางการเมือง เว้นแต่มีเจ้าภาพรับผิดชอบเรื่องค่าแรงและโอกาสของการได้เข้ามาเที่ยวกรุงเทพ
       
       3 ช่องทางหาเงินจ่ายม็อบ
       
       เมื่อพิจารณาจากการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มคนท่าน รวมถึงวิถีชีวิตของทักษิณ ชินวัตรและครอบครัวที่ยังคงใช้ชีวิตหรูหราเหมือนปกติ ขณะที่เงิน 4.6 หมื่นล้านบาทถูกยึด ยังสามารถเดินเกมทางการเมืองด้วยการหนุนกลุ่มคนท่านให้ออกมาชุมนุมได้ แสดงว่าเงินของทักษิณยังมีอยู่อีกมหาศาล
       
       หากไล่เส้นทางการเงินของทักษิณแม้เงินที่ได้จากการขายหุ้นชินคอร์ปจะไม่สามารถนำมาใช้ได้ แต่เงินส่วนที่เหลือที่ใช้เพื่อการดำรงชีวิตหรือใช้เพื่อการเคลื่อนไหวทางการเมือง นับได้ว่ายังคงมีอย่างต่อเนื่อง เพราะถ้าเงินของทักษิณเหลือน้อยจริงเขาคงไม่กล้าเดินเกมอย่างนี้
       
       ประเมินกันว่าทรัพย์สมบัติของทักษิณ ชินวัตร ยังมีอยู่อีกมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ การที่ต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อนำมาใช้เคลื่อนไหวในทางการเมือง น่าจะแบ่งได้ออกเป็น 3 ช่องทางคือเงินที่มาจากตลาดหุ้น จากนักธุรกิจที่ให้การสนับสนุนและจากกลุ่มทุนของพรรค
       
       ตลาดหุ้นหาเงินง่าย
       ไร้หลักฐาน
       
       เริ่มจากเงินที่มาจากตลาดหุ้น หลังจากการขายหุ้นชินคอร์ปออกไป คนในครอบครัวของทักษิณยังคงเหลือหุ้นในบริษัท เอสซีแอสเซท จำกัด (มหาชน) ที่ถือหุ้นในนามบุตรชาย บุตรสาวและพจมาน ชินวัตร เท่านั้น ซึ่งในการจ่ายเงินปันผลของบริษัทนี้ไม่มีนัยยะใดในทางการเมือง เนื่องจากเป็นการจ่ายปันผลตามปกติ
       
       แต่ถ้าใครที่ติดตามคดีซุกหุ้นก่อนหน้านี้จะทราบดีว่าทักษิณ ชินวัตร มักจะใช้วิธีหาตัวแทนจากต่างประเทศเข้าถือหุ้นแทนในนามนอมินี ทำให้ไม่มีใครทราบว่าทักษิณใช้นอมินีถือหุ้นในบริษัทใดบ้าง แต่เป็นที่รู้กันของคนในวงการหุ้นว่าเขายังคงถือหุ้นในบริษัทขนาดใหญ่โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานที่เขาเป็นคนแปรรูปเอาเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และน่าจะมีการถือหุ้นอยู่ในบริษัทมือถือของตัวเองอีกไม่น้อย
       
       หุ้นประเภทนี้จะเป็นหุ้นที่มีรายได้เป็นเงินสด กึ่งผูกขาดมีคู่แข่งน้อย ที่สำคัญคือมีการจ่ายเงินปันผลสูง อย่างกรณีการจ่ายเงินปันผลพิเศษของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เพิ่มอีก 5 บาทต่อหุ้น จากปันผลปกติ 3.30 บาทต่อหุ้น รวมแล้วมีการจ่ายปันผล 8.30 บาทต่อหุ้น โดยเป็นการอนุมัติเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2553 ทำให้กลุ่มเทมาเส็กทั้งเครือได้เงินได้ราว 1.52 หมื่นล้านบาท ที่เหลืออีก 9.41 พันล้านบาทเป็นของผู้ถือหุ้นรายอื่น ซึ่งอาจจะรวมถึงนอมินีที่ถือหุ้นแทนทักษิณอยู่อีกจำนวนหนึ่ง หากยอดถืออยู่แค่ 120 ล้านหุ้นเขาก็รับเงินไป 1 พันล้านบาท
       
       ยิ่งถ้าถือในหุ้นตัวอื่นๆ เช่น ปตท.ที่จ่ายปันผลครึ่งหลัง 4.50 บาทต่อหุ้นรวมทั้งปีจ่าย 8.50 บาทต่อหุ้นและยังมีบริษัทอื่น ๆ ที่มีการจ่ายเงินปันผลดี เงินที่ถูกอายัดไปก็ไม่มีผลทำให้ครอบครัวของเขาเดือดร้อน ไม่เพียงแค่การถือหุ้นแล้วรอรับเงินปันผลนั้นถือว่าเป็นธุรกรรมที่ธรรมดาสำหรับมือบริหารอย่างทักษิณ แต่การหาเงินจากตลาดหุ้นยังสามารถทำได้ในหลายรูปแบบ เงินปันผลหลัก 1 พันล้านบาทอาจต้องรอถึง 6 เดือน แต่การหาเงินแบบรวดเร็ว 1-3 วันได้ 1 พันล้านบาทก็ทำได้ง่ายดายเช่นกัน
       
       สิ่งที่โจษขานกันของคนในวงการหุ้นนั่นคือเมื่อ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยตกไป 10.73 จุด มูลค่าการซื้อขายสูงถึง 2.19 หมื่นล้านบาท ทั้งๆ ที่ตลาดหุ้นทั่วโลกและย่านเอเชียปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากในวันดังกล่าว แม้ว่าประเทศไทยจะมีเรื่องความกังวลทางการเมือง หรือเรื่องผลกระทบที่จะตามมาหลังคำพิพากษา แต่ก็ไม่น่าจะปรับลดลงรุนแรง
       
       สิ่งที่สะท้อนความผิดปกตินั่นคือยอดซื้อขายสุทธิของนักลงทุน วันดังกล่าวนักลงทุนต่างประเทศเข้าซื้อสุทธิสูงถึง 2.29 พันล้านบาท ซึ่งตามปกติหากต่างชาติมีความกังวลในเรื่องเหล่านี้จริงคงมียอดของการขายสุทธิออกมา แต่วันนั้นกลับมีแรงขายออกมาจากนักลงทุนในประเทศ
       
       การขายหุ้นของนักลงทุนในประเทศออกมาเท่ากับผู้ขายจะได้รับเงินออกมาไม่เกินวันที่ 10 มีนาคม หากเงินจำนวนดังกล่าวมีการวางแผนเพื่อนำไปใช้สนับสนุนการชุมนุมก็ถือว่าทันต่อสถานการณ์ที่จะใช้ระหว่าง 12-14 มีนาคม
       
       วิธีการนี้จะต้องเป็นความร่วมมือระหว่างกันของผู้ซื้อและผู้ขาย โดยเป็นการนำเอาส่วนต่างของราคาหุ้นออกมา หลังจากนั้นก็รีบซื้อคืนจนราคาปรับตัวขึ้นทุกอย่างก็อยู่ในสถานะเดิม วิธีการนี้เลือกใช้ได้ทั้งกับหุ้นทุกตัวที่มีสภาพคล่องสูง
       
       นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการลงทุนที่ยากต่อการติดตามตรวจสอบอีกนั่นคือการลงทุนผ่านกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลโดยอาศัยชื่อบุคคลอื่นแทน การใช้กองทุนรวมทำหน้าที่ถือเงินแทนแล้วให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ทำหน้าที่บริหารนั้นจะมีความคล่องตัวสูง เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นกองทุนเปิดที่สามารถทำการซื้อขายได้ทุกวัน หากจำเป็นต้องใช้เงินก็ขายหน่วยลงทุนออกมาได้
       
       ที่ผ่านมามีกลุ่มทุนรายใหญ่ที่ตั้งกองทุนแล้วถือหุ้นใหญ่ โดยอาจทำหน้าที่ในการบริหารพอร์ตการลงทุนเอง เพียงแค่อาศัยชื่อของ บลจ.ว่าเป็นผู้บริหารเท่านั้น วิธีการดังกล่าวถือว่าได้รับความนิยมจากกลุ่มนักการเมือง เนื่องจากสามารถบริหารเงินได้เองหรืออาจมอบหมายให้ทีมบริหารจากบลจ.ช่วยสร้างดอกผลให้ ส่วนนี้ฝ่ายบลจ.ก็ชอบเนื่องจากได้ค่าธรรมเนียมจากการบริหาร
       
       ส่วนกองทุนรวมบุคคลตรงนี้ลักษณะการบริหารเงินลงทุนไม่แตกต่างกัน แต่การตรวจสอบจากฝ่ายต่างๆ จะทำได้ง่ายกว่าการหาเงินจากตลาดหุ้นถือว่าเป็นวิธีการที่แนบเนียนที่สุด เนื่องจากภายใต้เงื่อนไขของการลงทุนรูปแบบนี้ยากต่อการตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ดำเนินการ เพราะถือว่าเป็นความลับของลูกค้า หากมีการตรวจสอบหรือเปิดเผยรายชื่อก็จะกระทบกับบรรยายกาศของการลงทุน จึงไม่แปลกที่นักการเมืองส่วนใหญ่มักจะมีฐานของเงินมาจากตลาดหุ้นเกือบทุกพรรคการเมือง ขึ้นอยู่กับสไตล์ของการลงทุนว่าจะเลือกใช้รูปแบบใด
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #96 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 11:40:35 »

เครือข่ายธุรกิจลงขัน [/b] 
     
       อีกช่องทางหนึ่งในการหาเงินของทักษิณคือบรรดานักธุรกิจที่ให้การสนับสนุน เนื่องจากหลังคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ย่อมทำให้นักธุรกิจบางรายได้รับผลกระทบตามไปด้วย การสู้ของทักษิณย่อมเป็นทางออกให้ธุรกิจของพวกเขามีโอกาสได้รับผลกระทบน้อยลงหากเป็นฝ่ายชนะ ดังนั้นการสนับสนุนในการเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วยรูปแบบต่างๆ ด้วยช่องทางธุรกิจที่เปิดอยู่
       
       วิธีที่แนบเนียนและใช้กันทั่วไปคือการทั่วไปคือการซื้อหรือขายสินค้ากับคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศที่ไม่มีการส่งมอบสินค้ากันจริง ส่วนใหญ่จะเลือกทำธุรกรรมประเภทนี้กับคู่ค้าต่างชาติเนื่องจากการตรวจสอบทำได้ยากกว่าคู่ค้าในประเทศ
       
       ยิ่งเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนคลายระเบียบการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อช่วยลดปัญหาค่าเงินบาทแข็งและเพื่อช่องทางในการบริหารเงินของผู้ประกอบการไทย จึงทำให้ช่องว่างในการส่งเงินออกนอกประเทศทำได้สะดวกขึ้น เช่น ลงทุนโดยตรงและให้กู้ยืมแก่นิติบุคคลในต่างประเทศจากเดิมไม่เกิน 200 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปีเป็นไม่จำกัดจำนวน หรือให้กู้ยืมแก่บริษัทที่ไม่ใช่บริษัทในเครือโดยไม่ต้องขออนุญาตวงเงินไม่เกิน 50 ล้านเหรีญต่อปี
       
       ช่องทางเหล่านี้บรรดานักธุรกิจทราบดีว่า หากต้องการนำเงินไปช่วยเหลือคุณทักษิณแล้ว ขณะนี้สามารถทำได้สะดวกขึ้น
       
       รีดจากทุนพรรค-ญาติ

       
       ช่องทางการสนับสนุนทางการเงินในการเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกรูปแบบหนึ่งคือ บรรดานายทุนของพรรค ในส่วนนี้อาจเชื่อมโยงกับนักธุรกิจที่ให้การสนับสนุน ทุนส่วนนี้ประกอบด้วยเครือญาติที่พี่น้องของทักษิณหลายคนเป็นเจ้าของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งกลุ่มวงศ์สวัสดิ์ของเยาวภาและสมชายวงศ์สวัสดิ์ ที่มีหุ้นทั้ง MLINK,WIN และอีกหลายตัวที่มีผู้ร่วมถือหุ้น และยังมีบริษัท
จดทะเบียนบางแห่งที่ได้รับประโยชน์ในช่วงที่ทักษิณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้งานประมูลจากภาครัฐไปหลายงาน รวมถึงเซียนหุ้นอย่างพายัพ ชินวัตร ที่เชี่ยวชาญในด้านการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์
       
       กรณีนี้อาจไม่ใช่การนำเอาเงินปันผลของบริษัทมาสนับสนุนโดยตรง เพราะการสั่งจ่ายเงินปันผลที่สูงกว่ากำไรที่ทำได้จริงย่อมตรวจสอบได้ง่าย การหาส่วนต่างจากราคาหุ้นและการใช้ช่องทางการสั่งซื้อสินค้าหรือนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศแล้วค่อยนำเงินย้อนกลับมาจะยากต่อการติดตามตรวจสอบของจากฝ่ายตรงข้าม ส่วนการนำเงินกลับเข้ามาภายในประเทศนั้นมีวิธีการต่าง ๆ มากมายทั้งการนำเข้ามาตามชายแดนหรือว่าจ้างผู้ให้บริการมืออาชีพจากย่านเยาวราชก็สามารถทำได้
       
       แม้ว่ากลุ่มที่ให้การสนับสนุนของทักษิณทั้งจากนักธุรกิจและนายทุนพรรครวมถึงญาติอาจจะมีข้อจำกัดทั้งในเรื่องการหวั่นเกรงที่จะถูกตรวจสอบ หรืออาจไม่เต็มใจลงเงินช่วย เนื่องจากเกรงว่าเงินที่ลงไปจะสูญเปล่า แต่เพียงแค่วิธีการแรกที่ทักษิณหาจากตลาดหุ้นก็ทำได้มากพอที่จะนำมาใช้เคลื่อนไหวทางการเมืองได้ ไม่นับรวมเงินจำนวนมหาศาลที่ถูกผ่องถ่ายออกไปในช่วงที่เป็นทั้งนักธุรกิจและช่วงที่โดดลงมาเล่นการเมือง
       
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #97 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 11:42:21 »

หวั่น 'ม็อบแดง'เผาเมือง'!
       ศก.ซึมยาว3ปี- '5ด้าน'ทรุดหนัก
       
   

   'สภาอุตฯ-นักวิชาการ' หวั่นแดงเดือน กระทบเศรษฐกิจทุกด้าน ระบุหากนำไปสู่รัฐประหาร จะทำให้เศรษฐกิจซึมยาวอย่างน้อย 3 ปี ฟากตลาดหุ้น แนะถือหุ้นยาวรอฝุ่นจางค่อยลงทุน...
       
       ช่วงวันที่ 12-14 มี.ค.นี้กับการชุมนุมของกลุ่มคนท่าน ที่หมายเผด็จศึกรัฐบาล ซึ่งการชุมนุมใหญ่นี้ย่อมส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ การค้าและการลงทุนอย่างสูง ซึ่งแกนนำคนท่านได้ประกาศระดมมวลชนหลักล้าน และรถปิกอัพในหลักพันคันนั้นย่อมส่งผลกระทบต่อภาพรวมของประเทศอย่างสูง ซึ่งบาดแผลความเสียหายทางเศรษฐกิจจากวีรกรรมคนท่านในช่วงเดือนเม.ย.ปี52ที่ได้สร้างภาวะชะงักงันขึ้นต่อภาคเศรษฐกิจมาแล้ว
       
       ดังนั้น ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์ จึงสะท้อนมุมมองของบุคคลที่เกี่ยวข้องในแวดวงการเศรษบกิจ และการลงทุน ให้ได้รับทราบดังนี้

 
 
ดร.ธนิต โสรัตน์ 
 
 
       หวั่นปฏิวัติ อุตฯ ซึมยาว 3 ปี
       ดร.ธนิต โสรัตน์
       รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.)
       
       ภาคอุตสาหกรรมมีความกังวลกับสถานการณ์การชุมนุมของคนท่านค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกับกระแสข่าวการใช้ความรุนแรงหรือมือที่ 3 ที่เข้ามาสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย แต่จุดหนึ่งนั้น ยังเชื่อมั่นในพื้นฐานของสังคมไทยที่ไม่ต้องการความรุนแรงอาจทำให้ผ่านพ้นเหตุการณ์ร้ายไปได้ แต่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังพร้อมที่จะอดทนและรอให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติทางการเมืองครั้งนี้ เพราะหากสังคมสามารถผ่านพ้นไปได้จะทำให้ปัจจัยลบทางด้านการลงทุนลดน้อยลงอย่างมาก
       
       อย่างไรก็ตาม หากสถานกาณ์มีแนวแนวโน้มไปในทิศทางลบจากเหตุการณ์ปะทะและบานปลายและนำไปสู่ความรุนแรงแล้ว จุดยุติทางการเมืองที่เฝ้ารอนั้น อาจนำไปสู่วิกฤติรอบใหม่ที่ส่งผลต่อภาคการลงทุนอย่างหนัก อาทิ การทำรัฐประหารเพื่อยุติการใช้ความรุนแรง ซี่งจะทำให้นักลงทุนต่างประเทศไม่กล้าที่จะมาลงทุนในไทยและภาคอุตสาหกรรมจะถอยหลังไปอย่างน้อย 3 ปี
       
       โดยเฉพาะโครงการต่างๆที่ภาคเอกชนรอให้รัฐบาลเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันทั้งงบประมาณไทยเข้มแข็ง 2 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาด้วยวงเงินกว่า 4 แสนล้านบาท รวมถึงร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาเช่นกัน ซึ่งมีความสำคัญต่อปัญหาการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด หากโครงการเหล่านี้ยุติลงจะส่งผลให้ความพร้อมของภาคอุตสาหกรรมต้องสะดุดไปเป็นระยะเวลานาน
       
       “เทียบกับช่วงเดือน เม.ย.ปีที่แล้วไม่ได้เนื่องจากเหตุยังไม่เกิด แต่ถ้าหากมีการใช้ความจนนำไปสู่การทำปฏิวัติ จะค่อนข้างน่ากลัวมาก จุดนี้เองจะทำให้ภาคการค้าการลงทุนถอยหลังไปอย่างน้อย 3 ปี”
       
       นอกจากนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างได้รับผลกระทบโดยตรงคงหนีไม่พ้นภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและภาคบริการที่ค่อนข้างเปราะอยู่แล้ว และเพิ่งจะฟื้นตัวได้ไม่นาน ซึงเดิมมีการตั้งเป้ายอดนักเที่ยวอยู่ที่ปีละ 1.7 ล้านคนต่อเดือน หรือ 16 ล้านคนในปี 53 ขณะนี้สถานทูตของหลายประเทศก็จัดอันดับให้ไทยเป็นประเทศที่ต้องเฝ้าระวังในระดับ 3 (เต็ม 5) หากเกิดเหตุรุนแรงขึ้นหรือแม้ว่าจะสถานการณ์จะยุติแต่แผนการท่องเที่ยวก็จะกระทบอย่างน้อยที่สุดนักท่องเที่ยวจะหายไปราวๆ 3 เดือน รวมถึงภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้างที่รองบประมาณในการกระตุ้นจากโครงการไทยเข้มแข็งก็ไม่อาจที่จะเดินหน้าโครงการได้ซึ่งจะทำให้ภาคอุตสาหกรรมกระเทือนไปหมดทั้งวงจร...

 
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #98 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 11:43:59 »

กระทบ 5ด้าน- ศก.ชะงัก
       รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์
       นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ การเงินการคลัง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
       


       โครงสร้างเศรษฐกิจไทยพึ่งพาต่างประเทศเป็นหลัก คือ ถ้าเทียบกับ GDP 100% ไทยพึ่งพาต่างประเทศมากถึง 73% ที่สำคัญคือการส่งออกสินค้าไปขายต่างประเทศ และนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาเที่ยวในเมืองไทย ฉะนั้นหากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศ โดยเฉพาะปัญหาทางการเมือง แน่นอนว่าจะเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยแน่นอน
       
       “ถ้าการเมืองไม่แน่นอน ไม่แน่ใจรุนแรงหรือไม่ หรือแค่ไม่แน่ใจว่าจะเกิดความรุนแรงหรือไม่ เหมือนในขณะนี้ ก็ถือว่ากระทบกับเศรษฐกิจไทยแล้ว เพราะนักลงทุนต่างชาติ และนักท่องเที่ยวต่างชาติ กลัวความไม่ชัดเจนมากกว่า ว่าจะออกหัวหรือก้อยไปเลย” โดยในระยะสั้นจะกระทบ 5 ส่วนด้วยกัน ดังนี้
       
       1.กระทบการท่องเที่ยว ปัจจุบันไทยมีนักท่องเที่ยวเข้าไทยจำนวน 15 ล้านคนต่อปี โดยส่วนใหญ่เป็นคนยุโรป และเอเชีย แต่เมื่อมีการชุมนุม ธรรมชาติของนักท่องเที่ยวจึงมักจะไม่มาเที่ยวในช่วงนี้ แต่จะรอให้สถานการณ์สงบก่อนค่อยกลับมาเที่ยว หรือไปเที่ยวประเทศอื่นๆแทน
       
       “เราเรียกความไม่ปลอดภัยเป็นภาษาวิชาการว่ามีความเสี่ยง ความเสี่ยงในที่นี้จะทำให้ไม่มีใครต้องการเสื่ยงกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด”
       
       การชุมนุมที่ยืดเยื้อจึงจะส่งผลต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวของไทย รวมทั้งเกี่ยวโยงไปกระทบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทยทั้งหมดด้วย ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว บริษัทท่องเที่ยว และสายการบินต่างๆ
       
       2.กระทบบรรยากาศการลงทุน ต้องยอมรับว่ากรณีมาบตาพุด ทำให้ต่างประเทศเกิดความไม่แน่ใจในเรื่องกฎระเบียบการลงทุนของประเทศไทย ซึ่งกระทบบรรยากาศการลงทุนของไทยขณะนี้อยู่แล้ว หากเกิดเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองขึ้นมาอีก ก็คาดว่านักลงทุนต่างชาติบางส่วนน่าจะหยุดรอดูสถานการณ์ก่อน และบางส่วนน่าจะมีการตัดสินใจไปลงทุนประเทศอื่นแทน เช่นเดิม นักลงทุนต่างชาติสนใจไปลงทุนที่เวียดนามกันมาก แต่ตอนนี้สนใจไปลงทุนที่ประเทศอินโดนีเซียด้วย
       
       3.กระทบต่อการลงทุนของภาคธุรกิจในประเทศเอง โดยเฉพาะภาคเอกชนที่กำลังจะขยายการลงทุน ขยายกิจการ อาจมีการรอดูสถานการณ์ก่อนในช่วงนี้
       
       4.กระทบต่อการใช้จ่ายของภาคประชาชน โดยการใช้จ่ายภาคประชาชนเป็นอีก
ส่วนสำคัญที่มีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย ถ้ามีความไม่ปลอดภัย หรือมีความรุนแรงขึ้น แน่นอนว่าจะมีผลต่อการระมัดระวังการใช้จ่ายของประชาชน ซึ่งสุดท้ายก็จะกระทบต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วย
       
       5.กระทบตลาดหุ้นไทย เพราะตลาดหุ้นไทยค่อนข้างอ่อนไหว นักลงทุนระยะสั้นมีจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเก็งกำไร เมื่อไม่แน่ใจว่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงหรือไม่ อาจจะมีการเทขายหุ้นที่อยู่ในมือออกไป แล้วมีการถือเงินสดแทน รอสถานการณ์สงบค่อยมาลงทุนเพิ่ม ซึ่งการที่ตลาดหุ้นอาจมีการปรับตัวในระยะสั้นนี้ จะมีผลต่อดัชนีปรับตัวลดลงด้วย ถ้าการชุมนุมนำไปสู่การขยายผล อาจจะส่งผลต่อดัชนีที่อาจปรับตัวลดลง 10% ซึ่งเท่ากับราคาหุ้นตก 10% ด้วย ประชาชนที่ถือหุ้น มูลค่าหุ้นก็จะหายไป 10% ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้จ่ายเงินภาคประชาชนอีกทางหนึ่ง เพราะกำลังซื้อหายไปส่วนหนึ่ง
       
       อย่างไรก็ดี ประเมินว่าต้องรอดูสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นจริงด้วย ว่าหากมีการชุมนุมอย่างสงบ คาดว่าจะเป็นสิ่งที่นักลงทุนต่างชาติรับได้มากที่สุด เพราะการประท้วงเป็นวิถีทางประชาธิปไตยที่ประเทศต่างๆ ก็มีการประท้วงกันเป็นปกติ แต่ต้องมีการชุมนุมที่อยู่ในกรอบในกติกา เชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงักในระยะเวลาสั้นๆ คือประมาณ 2 สัปดาห์ก็น่าจะเดินหน้าต่อไปได้
       
       แต่หากสถานการณ์การชุมนุมมีการขยายผลไปสู่ความรุนแรง เมื่อรวมกับปัญหามาบตาพุดด้วยแล้ว จะทำให้ต่างชาติไม่มั่นใจในการเข้ามาลงทุนในระยะยาว ซึ่งอย่างเร็วเมื่อเหตุการณ์ความไม่สงบจบลง เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้ใน 6เดือน แต่ต้องอาศัยภาครัฐที่ต้องเร่งทำความเข้าใจกับนักลงทุนต่างชาติอย่างหนักด้วย
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #99 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 11:45:36 »

แนะถือหุ้น รอเหตุการณ์คลี่คลาย
       อาภาภรณ์ แสวงพรรค
       รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส

     
       ภาพรวมดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยในช่วงนี้ถือว่าสอดคล้องกับทิศทางของตลาดหุ้นในแถบภูมิภาคเอเชีย ส่วนภาวะความกดดันของนักลงทุนต่อการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในวันที่ 12-14 มี.ค.นี้ รวมทั้งการประกาศพระราชบัญญัติ (พรบ.)ความมั่นคงในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลเพื่อดูแลสถานการณ์ในระยะนี้ เชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนมากนักเช่นเดียวกับที่ผ่านมา
       
       เนื่องจากประกาศดังกล่าวเป็นเพียงเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง แต่ตลาดหุ้นมักจะตอบรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงแล้วมากกว่า นอกจากนี้จะเห็นได้ว่ามีแรงซื้อสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแรงซื้อสุทธิจากต่างชาตินี้มีเข้ามาตั้งแต่ก่อนการตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี (26 ก.พ.) และตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้จะมีข่าวว่าจะเกิดความรุนแรงของการชุมนุมต่างๆ แต่ก็พบว่าแรงซื้อสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติยังมีอย่างต่อเนื่อง
       
       ส่วนจะส่งผลกระทบเชื่อมโยงถึงภาวะเศรษฐกิจไทยหรือไม่นั้นคาดว่าเศรษฐกิจจะยังคงเดินหน้าต่อไปได้เห็นได้จากตัวเลขล่าสุด ชี้ว่าเศรษฐกิจไทยยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่หากปัญหาทางการเมืองไม่มีความชัดเจนต่อไปเรื่อยๆ ก็อาจกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว
       
       อย่างไรก็ดี ยังถือว่าปัจจัยภายในประเทศไม่มีอะไรกระทบตลาดหุ้นไทยได้มากนัก ไม่เหมือนปัจจัยภายนอกประเทศ โดยเฉพาะกรณีแผนลดการขาดดุลงบประมาณของกรีซ ที่จะมีในวันที่ 16 มีนาคมนี้ โดยก่อนหน้านี้กรีซได้ออกพันธบัตรรัฐบาล และมีนักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนจำนวนมากนั้น ขณะนี้มีแนวโน้มที่กรีซจะผิดนัดชำระหนี้กับผู้ซื้อพันธบัตร ซึ่งผู้ซื้อพันธบัตรอาจจะต้องเทขายหุ้นที่มีอยู่ในมือ รวมทั้งในตลาดหุ้นไทยด้วย เพื่อนำมาทดแทนการขาดทุนดังกล่าว ซึ่งนักลงทุนในตลาดหุ้นต่างๆ ต่างจับตากับกรณีนี้มากกว่า และจะส่งผลกระทบกับตลาดหุ้นไทยมากกว่ากรณีการชุมนุมของ นปช.
       
       สำหรับนักลงทุนตลาดหุ้นไทย ในการลงทุน แนะนำว่า หากมีหุ้นอยู่ในมือขณะนี้ แนะนำให้ถือ หากจะซื้อเพิ่มก็ต้องรอประเมินสถานการณ์การเมืองก่อน และหากนักลงทุนต้องการเก็งกำไร ก็สามารถเล่นได้ในกรอบ โดยมีแนวรับอยู่ที่ 716 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 725-730 จุด....
       
       อย่างไรก็ตาม แม้บรรยากาศทางการเมืองจะมีแนวโน้มส่อไปในทางความรุนแรง แต่ผู้เกี่ยวข้องในภาคเศรษฐกิจและการลงทุนส่วนใหญ่ส่วนใหญ่ ยังคงให้โอกาสคนท่านในการชุมนุมเพื่อแสดงออกทางการเมือง ขอเพียงมิให้การชุมนุมครั้งนี้เกิดความรุนแรงและนำพาประเทศไปสู่จุดวิกฤติอย่างการรัฐประหาร พวกเขาก็พร้อมที่จะรอให้เหตุการณ์ผ่านพ้นไปแม้ว่าจะได้รับผลกระทบบ้างก็ตาม...
       
       ************
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #100 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 11:47:12 »

แจกแจงค่าใช้จ่ายม็อบท่าน
       “แม้ว” ควักวันละ 300 ล้านบาท!?
     

 
       อิจฉาแกนนำ “ท่าน” หลังทักษิณทุ่มไม่อั้นกับการ “จัดขบวนม็อบ” บุกกรุง นักเคลื่อนไหวระบุค่าใช้จ่ายทะลุวันละ 300 ล้านบาท ขณะที่ระดับแกนนำรับแบบเนื้อๆ ด้วยการชักหัวคิว 50:50 “ชาวบ้าน-พระสงฆ์จีวรแดง” รับทรัพย์วันละ 1,000 บาท ชี้ให้จับตากลุ่มที่มีหน้าที่ก่อวินาศกรรม - ปั่นเหตุการณ์ความรุนแรง ระบุกลุ่มนี้ใช้เงินมาก ครั้งเดียวสามารถ “ตั้งตัวได้” แถมรับโดยตรงจาก “”นายใหญ่”
       
       
       การจัดม็อบป่วนประเทศของกลุ่มคนท่านในเที่ยวนี้ถูกจับตามองมากเป็นพิเศษในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะการ “ว่าจ้าง” จากเจ้าของเงินซึ่งหลายๆ ฝ่ายได้ออกมามาวิเคราะห์ค่อนข้างจะเป็นไปในแนวทางเดียวกันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทุ่มงบประมาณในครั้งนี้ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวนี้จะกลายเป็น “ขนมหวาน” ให้กลุ่มคนท่านออกมาสู้เพื่อเขาอีกครั้งหนึ่ง
       
       ค่าหัวพุ่ง 1,000 บาท/คน/วัน
       
       ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เลขาธิการเครือข่ายประชาชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในการจัดม็อบป่วนกรุงของกลุ่มคนท่านในครั้งนี้นับได้ว่า "นายใหญ่"ลงทุนค่อนข้างมหาศาลเพราะเขาคาดหวังว่าการป่วนครั้งนี้ จะทำให้เกมการเมืองพลิกไปเข้าฝ่ายของเขาเพราะจากการข่าวจากหลายๆสายเชื่อว่าครั้งนี้น่าจะใช้งบประมาณในการจัดม็อบวันละไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท โดยกลุ่มระดับแกนนำทั้งบรรดา ส.ส.กลุ่ม นปช.ในต่างจังหวัดและแกนนำกลุ่มต่างๆได้จัดระบบการจ่ายค่าแรงไว้วันละ 1,000 บาทต่อคนต่อวัน
       
       “กลุ่มคนท่านในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะคนในอำเภอ อาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ดได้รวบรวมรายชื่อผู้ที่จะเข้าร่วมการชุมนุมไว้แล้ว และมีการสัญญาว่าจะจ่ายค่าตอบแทนในอัตราที่เท่าๆกันคือชาวบ้านกับพระสงฆ์หัวละ 1,000 บาทต่อคนต่อวัน ซึ่งจากเดิมนั้นจะจ่ายเพียงวันละ 300 -500 บาทต่อคนต่อวัน โดยเงินจะผ่านมา ส.ส.ในพื้นที่ผ่านต่อไปยังหัวคะแนนในระดับต่างๆ โดยมีการกำชับกันว่าครั้งนี้ห้ามมีการชักหัวคิวเด็ดขาด”
       
       จากการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนท่านครั้งนี้ ได้มีการจัดกำลังคนไว้ตามสถานที่ต่างๆ นั้นเขาคงจะไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้นแต่น่าจะมีการเคลื่อนขบวนไปตามสถานที่ต่างๆต่อเนื่องฉะนั้นค่าหัววันละ 300-500 บาทจึงไม่คุ้มกับค่าเหนื่อยซึ่งเมื่อคนที่มาร่วมไม่รู้สึกว่าคุ้มก็จะมีกลุ่มคนบางกลุ่มมาในช่วงเช้าและกลับในช่วงบ่ายทำให้คนลดน้อยลงไปฉะนั้นการใช้จำนวนเงินหลักพันบาทเข้าล่อไว้น่าจะเป็นการบริหารจัดการที่เขาจะใช้
       
       อย่างไรก็ตาม การจัดม็อบในครั้งนี้จะแตกต่างไปจากครั้งที่ผ่านมา คือจะมีการแยกค่าใช้จ่ายออกจากกันอย่างชัดเจนนั่นคือกลุ่มแกนนำที่มีหน้าที่บริหารคนก็จะได้รับเงินส่วนหนึ่ง ซึ่งอาจจะผ่านมาทาง ส.ส.โดยแกนนำที่เข้าถึงทักษิณโดยเฉพาะกลุ่มคนที่อยู่บ้านเลขที่ 111 เป็นผู้กุมเงินไว้อีกทอดหนึ่ง ส่วนเงินส่วนหนึ่งจะถูกจ่ายผ่าน “คนสนิท” ทักษิณ วึ่งจะมีทั้งแกนนำและคนในครอบครัว เพื่อจ่ายแก่กลุ่มผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ก่อวินาศกรรมและกลุ่มที่จะเป็นหัวหอกในการสร้างความรุนแรง
       
       “กลุ่มนี้ไม่รู้ว่ามีเม็ดเงินเข้ากระเป๋าเท่าไหร่แต่รู้ๆ กันว่า เงินจะขึ้นอยู่กับความยากง่ายของงาน เช่นหากให้ไปจุดไฟเผาสถานที่ราชการ จะมีราคาหนึ่ง ให้ไปเผาป้องตำรวจจะมีราคาหนึ่ง ซึ่งถ้าใครอยู่ในกลุ่มนี้รับรองได้ว่าเลิกม็อบเขาจะสามารารถตั้งตัวได้อย่างแน่นอน”
       
       “ทักษิณ-นายทุน”
       แยกกันจ่ายแต่รวมกันตี
       
       ส่วนแหล่งข่าวที่เคยร่วมจัดม็อบให้พรรคเพื่อไทย ระบุว่า ไม่มีใครที่รู้ว่าจริงๆ แล้ว ทักษิณ ชินวัตร หว่านเงินไปกับม็อบครั้งนี้เป็นจำนวนเท่าใดกันแน่ แต่ความจริงที่ปรากฏจาก “สายข่าว"หลายๆฝ่ายมีข้อมูลตรงกันว่าได้มีการแยกจ่ายเงินในสามรูปแบบคือ
       
       1.จ่ายผ่านบรรดาแกนนำซึ่งทั่วประเทศมีอยู่ประมาณ 100 คน คนละ 200,000-1,000-000 ล้านบาทแล้วแต่ความสำคัญของแกนนำ
       
       2.จ่ายผ่าน ส.ส.ในสังกัดพรรคเพื่อไทย โดยใช้จำนวน ส.ส.กำหนดอัตราการจ่ายโดยมีราคาไม่ต่ำกว่าคนละ 10 ล้านบาท และ ส.ส.เหล่านี้จะกระจายเงินผ่านหัวคะแนนตั้งแต่ระดับจังหวัดไปจนถึงระดับหมู่บ้าน
       
       3.จ่ายผ่านอดีต ส.ส.และผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 111 เพื่อกระจายสู่หัวคะแนนของตัวเอง
       
       “ส่วนที่ 3 นี้หลายฝ่ายรู้อยู่แล้วแต่ส่วนที่น่ากลัวที่สุดคือตอนนี้มีผู้ร่วมลงขันช่วยทักษิณแล้ว ซึ่งก็คือกลุ่มคนที่คาดว่าจะเสียประโยชน์จากคำพิพากษาของศาลเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเม็ดเงินส่วนนี้จะกระจายไปยังหัวคะแนนของแต่ละคนและเม็ดเงินจากคนกลุ่มนี้ก็มีไม่น้อย”
       
       ดังนั้น หากนำเงินส่วนแรก บวกเข้ากับส่วนที่เสียประโยชน์จากคดียึดทรัพย์ จะทำให้อัตราการจ่ายเงินสำหรับม็อบครั้งนี้เพิ่มขึ้นไปอีก
       
       อย่างไรก็ตาม การดำเนินการจัดขบวนม็อบในครั้งนี้ถือว่าทักษิณได้ใช้กลยุทธ์ “แยกกันจ่ายรวมกันตี” กล่าวคือเขาได้เปิดโอกาสให้กลุ่มก๊วนต่างๆเข้าถึงตัวได้ง่ายขึ้นเพื่อเป็นการ “สกรีน” ของจริง ของปลอมไปในตัวและสามารถจำกัดอัตราการจ่ายได้ด้วยตัวเองเพราะเดิมนั้นการใช้วิธีแบบเหมาจ่ายทำให้เม็ดเงินที่ลงไปถึงม็อบจริงๆเหลือน้อยทำให้การดึงคนเป็นไปด้วยความลำบากมากขึ้น
       
       “เป็นที่รู้กันว่าเดิมนั้นการจัดกระบวนม็อบแต่ละครั้งแกนนำจะหักเป็นค่า “เสี่ยง” เข้ากระเป๋าตัวเองมากน้อยตามความเห็นชอบของแกนนำกลุ่มต่างๆโดยสูงสุดจะมีการหักหัวคิวมากถึง 50:50 ทำให้สังคมได้เห็นความแตกแยกกันเองของแกนนำอันเนื่องมาจากการจัดสรรผลประโยชน์ไม่ลงตัวอยู่บ่อยๆ”
       
       ขณะเดียวกัน การชุมนุมครั้งนี้คาดว่าจะใช้เงินประมาณวันละ 300 ล้านบาท หากชุมนุมกี่วันก็คูณด้วยจำนวนวันก็จะเป็นเงินที่นายใหญ่และพรรคพวกต้องจ่ายให้กับม็อบท่านครั้งนี้
       
       3 วันเงินสะพัดทั่วประเทศ
       
       ด้าน อวยชัย วะทา นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และประธานสมาพันครูในภาคอีสาน กล่าวว่า จากการติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มม๊อบท่านที่จะระดมเข้ากรุงเทพฯในวันที่ 12-14 มีนาคมนั้น คาดว่าจะมีเข้ามามากที่สุดไม่เกิน 1.2 แสนคน จากที่ตั้งเป้าไว้ 1 ล้านคน เนื่องจากรัฐบาลมีการสื่อสารถึงข้อมูลข้อเท็จจริงผ่านสื่อต่างๆ ได้ดีขึ้น รวมทั้งทีมงานของ เนวิน ชิดชอบ ก็เข้ามาช่วยเรื่องการยับยั้งมวลชนได้มาก รวมทั้งคำพิพากษาของศาลในคดียึดทรัพย์ ก็มีส่วนทำให้ชาวบ้านได้เข้าใจถึงความผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และบางส่วนก็กลัวความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น ทำให้ไม้เดินทางขึ้นมาแสดงพลังที่กรุงเทพฯมากตามที่แกนนำกลุ่มท่านคาดการณ์ไว้
       
       การจัดม็อบในครั้งนี้คาดว่าจะใช้เงินมหาศาล โดยจะจัดงบให้กับจังหวัดต่างๆของพื้นที่พรรคเพื่อไทยจังหวัดละ 10-15 ล้านบาท เงินจำนวนนี้จะแบ่งเป็นค่าจ้างให้กับชาวบ้านที่เข้าร่วมชุมนุมซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นพวกฮาร์ดคอร์ ที่เป็นกลุ่มชาวบ้านที่เคยผ่านการอบรมจากโรงเรียนการเมืองที่ตั้งโดยกลุ่มท่าน ตระเวนไปยังตำบลต่างๆ ปลุกระดมให้ลุกขึ้นมาต่อต้านอำนาจรัฐ ซึ่งพวกนี้จะได้หัวละ 1,000 บาทต่อวัน คาดว่าจะมีประมาณ 2 หมื่นคน กลุ่มที่ 2 จะเป็นชาวบ้านธรรมดา ได้ค่าหัวประมาณ 300-500 บาท ต่อวัน แต่ก็จะถูกหักหัวคิดถึงชาวบ้านไม่เกิน 200 บาท ซึ่งจะเป็นการจ่ายให้ก่อนวันละ 100 บาท ที่เหลือจะให้หลังจากเสร็จงานแล้ว กลุ่มนี้จะมีประมาณ 1 แสนคน โดยเงินในการจ้างคนส่วนนี้ตกวันละไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท
       
       นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าพาหนะเดินทาง การเครื่องเสียงจิปาถะต่างๆ โดยในส่วนของค่าอาหารจะให้หัวละ 100 บาทต่อวัน ซึ่งจะต้องใช้เงินอีก 12 ล้านบาทต่อวัน ค่าเครื่องเสียง ค่าบริหารจัดการต่างๆอีกวันละประมาณ 3-5 ล้านบาทต่อวัน ส่วนค่ารถจะให้ค่าน้ำมันกับรถปิคอัพคันละ 3,000 บาทต่อวัน ค่ารถ 6 ล้อ วันละ 5,000 บาทต่อวัน รวมแล้วคาดว่าจะมีรถปิคอัพเข้ากรุงเทพประมาณ 1 หมื่นคัน และรถ 6 ล้ออีกประมาณ 2 พันคัน ซึ่งค่าใช้จ่ายตรงนี้จะมีประมาณ 40 ล้านบาทต่อวัน รวมแล้วจะมีค่าใช้จ่ายวันละ 127 ล้านบาท ซึ่งถ้ามาชุมนุม 7 วันตามที่คาดไว้ ก็จะใช้เงินเฉียด 1,000 ล้านบาท
       
       อย่างไรก็ตาม คาดว่าการชุมนุมครั้งนี้รัฐบาลจะรับมือใหว และจะไม่ยืดเยื้อนานสุดจะไม่เกิน 7 วัน ซึ่งถ้าเกินจากนี้จะไม่สามารถควบคุมมวลชนได้จะเหลือผู้ที่อยู่ชุมนุมยืดเยื้อไม่เกิน 3 หมื่นคน ที่มาด้วยใจอย่างแท้จริง คาดว่าในจำนวนนี้จะมาจากภาคเหนือประมาณ 1 หมื่นคน อีสาน 1 หมื่นคน ที่เหลือมาจากภาคต่างๆอีก 1 หมื่นคน

      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #101 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 11:51:41 »

หยุดคิดเถอะคนท่าน ก่อนเข้าร่วมเกมเผาเมือง 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มีนาคม 2553 01:21 น.
 
 
  เรื่องมันฟ้อง   
    โดย...กรงเล็บ
       
       วันนี้ไม่มีใครเป็นศัตรูกับทักษิณ แต่ทักษิณต่างหากที่ทำตัวเป็นศัตรูของชาติจากพฤติกรรมเห็นแก่ตัวที่ยอมทำทุกวิถีทาง เพียงเพื่อให้ตัวเองได้รับชัยชนะบนความย่อยยับของชาติบ้านเมือง
       
       ในภาวะที่บ้านเมืองกำลังจมอยู่กับวังวนความขัดแย้งทางความคิด ที่ถูกขยายผลให้กลายเป็นความแตกแยกของคนในชาติ เพียงเพื่อประโยชน์เฉพาะของคนบางกลุ่มอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ คำถามที่เรามักจะได้ยินอยู่เสมอคือ ประเทศจะไปรอดไหม หรือไม่ก็จะทำอย่างไรให้ชาติผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ โดยไม่เกิดความสูญเสีย
       
       เป็นความกังวลที่อยู่ในใจคนไทยส่วนใหญ่ เป็นความวิตกที่ไม่เกินเลยจากความเป็นจริง แต่สภาพการณ์เช่นนี้คนไทยต้องก้าวข้ามความหวาดกลัวไปสู่การมีสติ และใช้ปัญญาไตร่ตรองถึงต้นเหตุแห่งปัญหาเพื่อจะได้ดับทุกข์ให้ถูกที่
       
       ขบวนการเสื้อสีต่างมิใช่จุดเปลี่ยนที่สร้างความแตกแยกในสังคม อย่างที่หลายคนพยายามยัดเยียดให้เป็นเช่นนั้น เพราะสังคมไทยอยู่เย็นเป็นสุขบนพื้นฐานความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันมาช้านานแล้ว เพิ่งจะถูกจุดชนวนแยกบ้านเมืองออกเป็นฝักเป็นฝ่าย
       
       ก็เมื่อคนไม่ดีขึ้นครองอำนาจ และเริ่มแบ่งแยกประชาชนจากนโยบายขาดจิตสำนึกที่ว่า
       
       “...คนนครสวรรค์ให้ความไว้วางใจรัฐบาล เลือกส.ส.รัฐบาลทั้งจังหวัดต้องได้รับสิทธิ์ดูแลเป็นพิเศษก่อน รัฐบาลต้องดูแลคนทั้งประเทศ แต่เนื่องจากเวลาจำกัดต้องเอาเวลาไปให้จังหวัดที่ไว้วางใจเราก่อนเป็นพิเศษ จังหวัดไหนให้ความไว้วางใจน้อยเราก็จะไปทีหลัง จังหวัดไหนให้เราทั้งจังหวัดเราก็จะช่วยพัฒนาเต็มที่”
       
       วาทะนี้ไม่เพียงแบ่งแยกประชาชน แต่ยังแฝงไปด้วยการข่มขู่ประชาชนที่อยู่ในปกครองของตัวเองและแอบซ่อนการใช้ภาษีคนทั้งประเทศไปติดสินบนให้คนเลือกตัวเองอีกด้วย
       
       ผู้ปกครองที่มีวิธีคิดสองมาตรฐานเช่นนี้หรือ ที่คนท่านใฝ่ฝันอยากให้กลับมาปกครองประเทศหรือ ?
       
       ลองนั่งนิ่ง ๆ แล้วตั้งสติคิดทบทวนดูให้ดีว่า คุ้มค่ากันหรือไม่ที่จะเอาชาติบ้านเมืองไปแลกกับผู้นำที่ขาดธรรมาภิบาลอย่างนช.ทักษิณ ชินวัตร
       
       วันนี้ไม่มีใครเป็นศัตรูกับทักษิณ แต่ทักษิณต่างหากที่ทำตัวเป็นศัตรูของชาติจากพฤติกรรมเห็นแก่ตัวที่ยอมทำทุกวิถีทาง เพียงเพื่อให้ตัวเองได้รับชัยชนะบนความย่อยยับของชาติบ้านเมือง
       
       คนท่านเองก็มิใช่ไร้ซึ่งสติปัญญา หากลดทอนทิฐิลงและมองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยเหตุและผล จะเห็นข้อเท็จจริงว่า ความตกต่ำในชีวิตที่ทักษิณกำลังเผชิญอยู่นั้น เป็นกงล้อแห่งกรรมที่ตามไล่ล่าเขา หาใช่มีใครถาโถมความคั่งแค้นใส่เขาไม่
       
       ลองพิจารณาพัฒนาการความเคลื่อนไหวของ ทักษิณ ผ่านแกนนำท่าน จะยิ่งเห็นชัดเจนว่าคนกลุ่มนี้ไม่เคยมีพี่น้องท่าน และชาติบ้านเมืองอยู่ในหัวสมอง มีแต่ผลประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง
       
       แกนนำท่านสมุนทักษิณ ปลุกระดมเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา มาวันนี้ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หางโผล่ บอกว่าถ้ารัฐบาลยุบสภาก็เป็นแค่หลักกิโลเมตรแรก แต่การต่อสู้จะยังไม่จบ และไม่ใช่สงครามครั้งสุดท้ายจนกว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศ
       
       ความเคลื่อนไหวที่ไต่ระดับจากข้ออ้างล้มอำนาจรัฐ ไปสู่การแบไต๋เผยธาตุแท้ถึงความพยายามจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของประเทศ มิใช่เพิ่งปรากฏให้เห็นจากคำพูดของณัฐวุฒิเท่านั้น แต่ขบวนการส่งต่อชุดความคิดล้มล้างสถาบันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
       
       ทั้งการส่งสัญญาณสร้างความเปลี่ยนแปลงประเทศให้เหมือน เนปาล
       
       เปลี่ยนแปลงประเทศเหมือนประเทศจีนในสมัยของซุนยัดเซน
       
       หรือแม้กระทั่งเปลี่ยนแปลงประเทศเหมือนช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส
       
       ทุกการเปลี่ยนแปลงที่ถูกอ้างถึง ล้วนแต่เป็นการโค่นล้มระบอบพระมหากษัตริย์ทั้งสิ้น เช่นนี้แล้วจะแก้ตัวว่าไม่คิดหมิ่นหรือล้มล้างเบื้องสูงได้อย่างไร?
       
       ถ้ามองกันอย่างเปิดใจกว้าง ความคิด ความเชื่อทางการเมืองของแต่ละคน ไม่ใช่สิ่งที่จะมาตัดสินผิด ถูก เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล
       
       แต่การใช้ความรุนแรงและอิงแอบคนไม่ดีเพื่อไปสู่เป้าหมายทางความเชื่อของตัวเองต่างหาก เป็นเรื่องที่มิอาจให้อภัย
       
       อุดมการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้นเพราะต้องการให้เกิดประโยชน์สุขต่อคนทั้งชาติ มิใช่เพียงเพื่อสานฝันตกค้างให้กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือแอบอ้างเอาประชาธิปไตยมาฉาบหน้าแล้วใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือเพียงเพื่อให้ตัวเองพ้นผิดกลับสู่อำนาจ โดยใช้ชีวิตประชาชนเป็นเครื่องเซ่นสังเวยไปสู่ความสำเร็จ
       
       พี่น้องท่านแสนซื่อลองตรองดูหน่อยว่า หากวันนี้รัฐบาลต้องล้มครืนลงแล้วพรรคเพื่อไทยเข้ามากุมอำนาจเป็นนอมินีให้ทักษิณอะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย
       
       ระบบของประเทศจะถูกทำลายด้วยการออกกฎหมายนิรโทษกรรม
       
       กัมพูชาจะได้ปราสาทพระวิหารและพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรโดยรอบ เราคนไทยยอมที่จะสูญเสียอธิปไตยเหนือดินแดนนั้นได้หรือ
       
       ฯลฯ
       
       แต่ถ้าสถานการณ์ไม่ดีร้ายถึงขีดสุดเกิดการเปลี่ยนแปลงชนิดพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย
       
       ทักษิณกลับประเทศคืนสู่อำนาจโดยไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใดที่คนไทยเคยรู้จักรองรับ เพราะเมื่อถึงวันนั้นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็จะถูกร่างขึ้น เพื่อเอื้อให้ทักษิณกลับสู่เส้นทางการเมืองอีกครั้งหนึ่งแม้จะเป็นผู้ที่เคยถูกตัดสินให้ยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินก็ตาม
       
       บ้านดีที่เคยมีพ่อจะอยู่ในสภาพใดยังยากที่จะจินตนาการ แต่สิ่งที่พี่น้องท่านควรถามตัวเองให้จงหนัก คือ
       
       จริงหรือที่พวกคุณจะมีความสุขกับวัตถุนิยมที่ ทักษิณ มอมเมาไปได้ตลอดรอดฝั่ง
       
       จริงหรือที่ประเทศชาติจะอยู่รอดได้ภายใต้การบริหารราชการที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนยอมเอาผลประโยชน์ชาติไปแลกอย่างที่ทักษิณทำ
       
       จริงหรือที่บ้านเมืองจะมีมาตรฐานเดียวและได้รับความเป็นธรรมจากคนอย่าง ทักษิณ ที่มีความคิดผิดไม่เป็น แพ้ไม่ได้ ไร้ความละอายต่อบาป
       
       จริงหรือว่าชาติจะมีระบบปกครองที่ทันสมัยเป็นสากล เพราะเราปฏิเสธรากเหง้าของบรรพบุรุษที่มีกษัตริย์เป็นนักรบรวบรวมแผ่นดินให้ได้ชี่อว่าเป็น “ชาติ”
       
       จริงหรือที่พลังแห่งทศพิศราชธรรมกว่า 60 ปี แห่งการครองราชย์ขององค์พ่อหลวง จะมีคุณค่าน้อยกว่ามายาภาพ 6 ปีของ ทักษิณ
       
       วันนี้พี่น้องท่านลองทบทวนดูด้วยสติทั้งหมดที่มี แล้วตัดสินใจเดินออกจากเกมเผาบ้านเผาเมืองนี้เสีย หากมีอุดมการณ์ความเชื่อทางการเมืองใดที่ต้องการต่อสู้ ก็ขอให้อยู่บนหนทางที่ถูกต้องชอบธรรม ไม่ใช่ใช้ความรุนแรงและกฎหมู่มาบังคับให้คนทั้งประเทศต้องยอมรับ
       
       เพราะเชื่อเถอะว่าคนไทยไม่มีวันยอม! ไม่ว่าการปกครองจะเปลี่ยนแปลงเป็นระบอบใด คนไทยต้องการผู้ปกครองที่มีความเสียสละ และหัวใจเป็นธรรม ซึ่งทักษิณไม่ใช่

 
 
 
 
 
 
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #102 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 15:57:11 »


จาก นสพ. แนวหน้า ขอบคุณครับ
      บันทึกการเข้า

Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #103 เมื่อ: 12 มีนาคม 2553, 02:25:10 »

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=Feo3HQ-6_jA" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=Feo3HQ-6_jA</a>

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ล่าสุดวิดีโอลิงค์มายังเวทีคนท่าน ที่ชุมนุมอยู่ที่หน้าอนุสาวรีย์ย่าโม จ.นครราชสีมา เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 6 มี.ค.53 ว่า "มีคนป่วยที่มารักษา 30 บาทรักษาทุกโรค ติดต่อขออาสาที่จะติดระเบิดพลีชีพเพื่อช่วยผม (พ.ต.ท.ทักษิณ)"

นี่คือกลยุทธ์ในการต่อสู้ของทักษิณ คือใช้ความเท็จมาเสนอ เพื่อสร้างภาพสร้างสถานการณ์ให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง แต่โครงเรื่องนี้มันโกหกไม่เนียน แค่ป่วยก็รีบไปหาหมอก็เพราะกลัวตาย พอหายป่วยแล้วยังจะวิ่งไปหาความตายด้วยการพลีชีพอีก มันน่าขัน

นายอดิศร เพียงเกษ ประกาศว่า "ถ้าการชุมนุมครั้งนี้ชนะ ก็จะจับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มาแขวนคอที่สนามหลวง"

คุณอดิศรต้องการพิพากษาลงโทษ พล.อ.เปรม โดยไม่ตั้งข้อหาว่า พล.อ.เปรมมีความผิดสถานใด และไม่ให้โอกาส พล.อ.เปรมต่อสู้ข้อกล่าวหาเลยแม้แต่น้อย มันเป็นประชาธิปไตยตรงไหน ที่พวกท่านเรียกร้องหาประชาธิปไตย เขาก็จัดให้อยู่แล้ว

การจะลงโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ในทุกข้อหาเขาก็เอาไปฟ้องศาล มีคณะผู้พิพากษามีทนายความแก้ต่าง แล้วคุณก็บอกว่าไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยที่คุณต้องการ คุณต้องการให้มีการจับคนมาแขวนคอได้ตามใจชอบ มันเป็นระบอบเผด็จการที่โหดวรนุชม


จม. ส่วนหนึ่งของคุณ พินิจนันท์ พนม  ที่มีมายังคุณสามวา สองศอก  นสพ. ไทยโพสท์
http://www.thaipost.net/news/120310/19221
      บันทึกการเข้า

Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #104 เมื่อ: 12 มีนาคม 2553, 16:01:52 »


คนปลายซอย โดยเปลว สีเงิน

ครับ...ผมรับรู้ได้ถึง "ความตื่นตัว" แทนการ "ตื่นกลัว" ของประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานคร ต่อความเหิมเกริม-ย่ามใจของทักษิณที่สั่งสมุนแดงปฏิบัติการ "ยกทัพยึดกรุง" ที่เริ่มตั้งแต่วันนี้ (๑๒ มี.ค.๕๓) เป็นต้นไป เมื่อประเมินขั้นแรกเห็นชัดว่า "ทักษิณแพ้" ด้านมวลชนตั้งแต่ยกแรก ไม่ต้องดูอะไรมากครั้งนี้ "พื้นที่ข่าว" ฝ่ายรัฐบาลเป็นผู้ยึด ไม่ใช่ทักษิณเป็นฝ่ายยึดเหมือนครั้งก่อนๆ

และนั่นสะท้อนถึงอะไร?

สะท้อนถึงแก่นลึกจากใจประชาชนว่า "กูไม่เอามึงแล้ว...ทักษิณ" เพราะทั้งสิ้น-ทั้งปวงในความเป็นตัวมึง พฤติกรรม-สันดานของมึง และความร่ำรวยของมึง ประชาชนทั้งหลาย "รู้เช่นเห็นชาติ" หมดแล้วว่า ส่วนใหญ่มันได้ไปจากการปล้นชาติ-ปล้นประชาชน!

และไม่เพียงเท่านั้น เมื่อปล้นได้ไป แทนที่จะสำนึก อย่างน้อยก็ในบุญคุณชาติ แต่ตรงกันข้าม กลับได้กระทำตนเหมือนลูกกล้วยที่ฆ่าต้นกล้วย ใช้เงินที่ได้ไปนั้นหว่านโปรย หลอกล่อ-หลอกใช้ประชาชนให้สวมท่านมาล้มบ้าน-ล้มเมือง ด้วยอ้างโง่ๆ ว่า...นี่คือการทวงหาประชาธิปไตย!?

ประชาธิปไตยไม่ได้หายไปไหน เมื่อเช้าวานผมดูโทรทัศน์ยังเห็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย (นอมินีทักษิณ) ตั้งกระทู้รุกไล่ไต่ถามนายกฯ อภิสิทธิ์เหยงๆ

ก็นี่ไง "ระบบรัฐสภา" อันเป็นรูปธรรมอย่างหนึ่งของระบอบประชาธิปไตยที่ประเทศไทยเราก็มีอยู่ เป็นความเสมอภาคทางสังคมที่ให้ตัวแทนประชาชนเข้าไปทำหน้าที่ "ร่วมบริหารประเทศ" ในฐานะฝ่ายค้าน คอยคาน คอยตรวจสอบการบริหารฝ่ายรัฐบาล เพื่อยังประโยชน์สูงสุดให้เกิดกับประเทศชาติ และประชาชน

ชัดว่าประเทศไทยวันนี้ "ประชาธิปไตย" ยังมีอยู่ แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือ "ความกตัญญูรู้คุณ" ต่อชาติบ้านเมือง และประชาชนของทักษิณ "แดงตัวพ่อ" คนเดียวเท่านั้น!

วันนี้...คนไทยหน่ายระอา ไม่เอากะท่านแล้ว ทักษิณเอ๋ย นี่...อ่านนี่ดู ท่านทันสมัยเล่นทวิตเตอร์ ส่วนผมยังโลว์เทคทางอี-เมล์อยู่ เช้าวานเปิดหน้าจอขึ้นมา ก็มีข้อความเด้งผึงเรียงแถวรอท่า อย่างเช่น....

"ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค.ทุกวัน เวลา 6 โมงเย็นหลังเพลงชาติในวิทยุกระจายเสียงจบลง ชาว กทม.บนท้องถนนจะร่วมกันบีบแตรยาวเป็นเวลา 1 นาที เพื่อไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของท่านในครั้งนี้ รถยนต์หลายแสนคันทั่ว กทม.จะดังขึ้นพร้อมกัน ให้สำนักข่าวทั่วโลกได้เห็นการทำอารยะขัดขืนของชาว กทม.เป็นครั้งแรกของโลก

ใครเห็นด้วยโปรดปฏิบัติตามโดยการบีบแตร และส่งต่อแนวคิดนี้ ไม่ว่าจะเป็นทางบีบี facebook twitter hi5 หรือเมล์ต่างๆ เดี๋ยวจะไม่ทัน"

ผมเป็นคนบ้านนอก แต่อยู่กรุงเทพฯ มา ๕๐ ปี พอจะอนุโลมเรียกเป็น "ชาว กทม." ได้อยู่ ก็พร้อมจะบีบแตรยาว ๑ นาที เป็นการร่วมแสดงพลังต่อต้านการชุมนุมแบบอันธพาล แต่ติดอยู่ตรงว่า "ขับรถไม่เป็น" อย่างหนึ่ง และตอนเย็นไม่ค่อยได้ออกไปทางไหนอีกอย่างหนึ่ง ฉะนั้น ขอบีบอยู่ในใจและในที่ตั้งก็แล้วกัน

ยังมีอีกหลายข้อความที่ไหลเข้ามา ล้วนเป็นข้อความแสดงทัศนะต่อต้านขบวนการแดงของทักษิณ และมีข้อความหนึ่งที่ผมอยากนำมาให้รับทราบกัน "ด้วยสติ" เพื่อความไม่ประมาทและระมัดระวัง ไม่ใช่ให้ตื่นกลัว ดังนี้ครับ

เตือนระวังเหตุป่วนเมือง ระวังระเบิด ปืน บริเวณรถไฟฟ้า และรถไฟใต้ดิน รวมถึง 33 จุดอันตราย 1.ศาลฎีกา 2.ศาลอาญา 3.ธนาคารกรุงเทพ สีลม 4.ธนาคารกรุงเทพ นานา 5.ธนาคารกสิกรไทย นานา 6.ธนาคารไทยพาณิชย์ สนง.ใหญ่ 7.พระบรมหาราชวัง 8.รพ.ศิริราช 9.เมเจอร์ฯ รัชโยธิน 10.บิ๊กซี ราษฎร์บูรณะ 11.เซ็นทรัลเวิลด์ 12.เซ็นทรัล ลาดพร้าว 13.ตลาดพรานนก 14.ตลาดมีนบุรี 15.ตลาดดาวคะนอง

16.ตลาดปัฐวิกรณ์ 17.แยกอรุณอัมรินทร์ 18.แยกร่มเกล้า (สี่แยก) 19.แยกเกษตรนวมินทร์ 20.แยกเกษตรนวมินทร์ ตัดลาดปลาเค้า 21.แยกเกษตรนวมินทร์ ตัดวัดประดิษฐ์มนูธรรม 22.แยกนวมินทร์ 23.แยกนราธิวาสฯ ตัดสีลม 24.แยกสีลมตัดพระรามสี่ (รพ.จุฬาฯ) 25.สี่แยกสะพานควาย

26.สี่แยกคลองเตย 27.ถนนรามคำแหง 28.ถนนรามอินทรา ตัดสุวินทวงศ์ 29.ที่ว่าการ กทม. 30.สวนลุมพินี 31.รร.ปทุมวัน ปริ๊นเซส 32.ช่างกลปทุมวัน และ 33.ช่างกลอุเทนถวาย

ครับ...นี่เป็นการแสดงถึง "ความร่วมมือ-ร่วมใจ" ในภาคประชาชนที่ "ทนต่อไปไม่ไหว" กับการกระทำระยำเมืองของคณะทักษิณ และได้ส่งสัญญาณเป็น "สื่อใจ" เชื่อมโยงจากประชาชนถึงประชาชนด้วยกันในสถานการณ์จาก ๑๒ มีนานี้เป็นต้นไป

ในภาครัฐ ครั้งนี้รู้สึกว่าได้รับความเข้าใจและร่วมมือจากประชาชนด้วยดี โดยเฉพาะจากการที่รัฐบาลประกาศใช้ "พ.ร.บ.ความมั่นคง" ให้ทหารออกมาร่วมทำหน้าที่ดูแลบ้านเมืองในฐานะ "เจ้าพนักงาน" เหมือนตำรวจ นอกจากไม่มีเสียงคัดค้านแล้ว ตรงกันข้าม กลับมีเสียงสนับสนุนจากทุกฝ่าย

แม้กระทั่งฝ่ายสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งปกติการท่องเที่ยวจะอ่อนไหวกับคำว่า "สถานการณ์ไม่ปกติ" เป็นพิเศษ แต่ครั้งนี้ตัวนายกสมาคมเองซึ่งเป็นสุภาพสตรี ท่านออกมาพูดชัดเจน...สนับสนุนรัฐบาลใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่าย "ชุมนุมได้" แต่ให้อยู่ในกรอบกฎหมาย และต้องไม่ใช้ความรุนแรง!

ท่านชื่ออะไรผมจำไม่ได้ น่าจะเป็น "คุณมัยรัตน์ พีระญาณโกเศส" ถ้าผิด-อภัยด้วย ผมขอชมเชยท่านที่มี "ภาวะผู้นำ" ชัดเจนสมกับที่เป็นผู้นำขององค์กรหนึ่ง ในยามที่ผู้ตามสับสน แต่ผู้นำแสดงท่าทีไปซ้าย-ไปขวาชัดแจ้ง อย่างนี้ไปรอด ไปรุ่งแน่ และไม่เพียงแค่พูด ท่านทำด้วย เท่าที่ผมติดตามดู ท่านเป็นทูตสันติ ยกคณะไปหาทุกฝ่าย รวมทั้งฝ่ายท่าน

"ชุมนุมได้ แต่อย่าให้เกิดความรุนแรงนอกกรอบกฎหมาย"!

ผู้หญิงเดี๋ยวนี้ นับวันจะเก่ง แสดง "ภาวะผู้นำ" ยามวิกฤติให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ผมว่าดีนะครับ ถ้าสังคมไทยก้าวผ่านคำว่า "พลังเงียบ" ไปสู่การ "กล้าคิด-กล้าทำ-กล้าแสดงออก" มากขึ้นเท่าไหร่ แทนที่เอะอะก็อ้าง..ธุระไม่ใช่บ้าง..ไม่อยากยุ่งบ้าง...สังคมบ้านเมืองก็จะออกจากวังวนแห่งดินแดน "คนดีหดหัว" สู่จุดหมาย ในความหมาย

มิติใหม่ของ "สังคมรวม" ได้ในไม่ช้า!?

แต่ก็ใช่ว่าผู้ชายจะไร้เสียซึ่ง "ภาวะผู้นำ" ผมว่านายกฯ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เหมือนคนเล่นของนะ ประเภทสักยันต์เสือเผ่น "หลวงพ่อเปิ่น" วัดบางพระ นครปฐม หรือสักเสือเผ่น สักหนุมาน ยันต์ ๕ แถวอาจารย์หนู อะไรประมาณนั้น คือผมสังเกตเห็นว่า ในภาวะปกติ ท่านก็เนวินลากไป สุเทพลากมา

แต่พอมีปัญหาท้าทายภาวะผู้นำ อย่างตอนเมษาเดือดก็ดี และตอนนี้ก็ดี ท่านอภิสิทธิ์แสดงภาวะผู้นำได้สมกับที่เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งการตัดสินใจ ทั้งการตอบโต้ ทั้งการแสดงท่าที ไม่มีกลัว ไม่มีหงอ "เป็นตัวของตัวเอง" ไม่เป็นหนุ่มอีตัน แต่เป็น "ไอ้หนุ่มยางตัน" ใครฟันมา...เด้งผึง แถมเดินหน้าใส่ทั้งในสภาฯ และนอกสภาฯ!

นับว่า "ใจถึง" และขลังพอควร ผ่านพิธีปลุกเสกถึง ๒ สมัย ทั้งเสี่ยงเป็น-เสี่ยงตายมาแล้ว ก็ยังบ่ยั่น แต่ครั้งนี้ "อย่าประมาท" ดวงยังไม่ถึงฆาตก็จริง แต่ไม่ควรให้แมลงวันได้ลิ้มเลือด แม้สักหยด!

เป็นนิมิตหมายดีอีกอย่าง ผมสังเกตว่า ฝ่ายข้าราชการบ้านเมือง โดยเฉพาะ "ตำรวจ-ทหาร" ทำงาน "ด้วยใจ" เกิน ๖๐% มีการยอมรับในรัฐบาล และศรัทธาในภาวะผู้นำฝ่ายบริหารของนายกฯ อภิสิทธิ์ "ทั้งปากและใจ" มากขึ้น

สรุปในภาพรวม คือ ครั้งนี้ประสานงาน เรียกว่า "ทำงานเป็นทีม" กันได้ดี และดูจะเป็นครั้งแรกที่ประชาชนมั่นใจโดยอัตโนมัติว่า "ทหารจะไม่มักใหญ่" แอบคิดการณ์ไกลไปถึงขั้น ฉวยจังหวะก่อการปฏิวัติ-รัฐประหาร!?

สงครามครั้งสุดท้ายของพม่าที่ยกมาตีไทย คือสงคราม ๙ ทัพ เอาเข้าจริงยกมาตีไทยไม่กี่ทัพหรอก เพราะยกมาก็ถูกทัพที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช" ทรงส่งไปรับมือ ไล่ตีหนีพ่าย บ้างตัดหัวเสียบประจานไว้ ที่เหลือ-เดนตาย กลับพม่าไปแทบไม่ทัน ทัพอื่นๆ ก็คร้ามเขี้ยวไทย หัวหด-ตดไม่ออก ถอนทัพกลับไป ตราบ ๒๒๘ ปี ไม่กล้ามาราวีอีกเลย

แล้วนี่...ทักษิณจะทำสงคราม ๑๐ ทัพ "พังบ้าน-พังเมืองตัวเอง" ในยามที่ฝ่ายรัฐ-ฝ่ายราษฎร์ รวมทั้งทหาร-ตำรวจ "ผนึกเป็นหนึ่ง"

คิดผิด-คิดใหม่ ก็ยังไม่สายนะ...ทักษิณ!
โดย เปลว สีเงิน  นสพ. ไทยโพสท์
ที่มา : http://www.thaipost.net/news/120310/19225
      บันทึกการเข้า

seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #105 เมื่อ: 12 มีนาคม 2553, 16:28:34 »

ไหน ท่านบอกว่า ชุมนุมโดยสันติไงครับ

แดงปทุมใช้โทร โข่งตบหัวชาวบ้านกลางถนน หน้าศาลากลาง
Pic_70261

กลุ่มท่านปทุมฯ ใช้โทรโข่งตบหัวชาวบ้าน หน้าศาลากลาง เหตุไม่พอใจที่ให้เลื่อนรถไฮปาร์ค หลังทำรถติดยาว เผย ไร้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือ ทั้งที่อยู่ในพื้นที่จำนวนมาก...

เมื่อ เวลา 12.10 น.วันที่ 12 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดปทุมธานี ได้เกินเหตุชุลมุนขึ้น ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากคอยดูแลรักษาความสงบอยู่นั้น ได้มีกลุ่มคนท่านขับรถกระจายเสียงและมีคนขึ้นไฮปาร์คเชิญชวนชาวบ้านออก มาร่วมชุมนุม ระหว่างนั้นได้มีนายธานินทร์ บุญเกษม อายุ 50 ปี อาชีพรับตกแต่งภายในได้ขับรถยี่ห้ออีซูซุ รุ่นมิวเซเว่น สีดำ หมายเลขทะเบียน ชล 9769 กทม. ขับผ่านซึ่งระหว่างนั้นการจราจรติดขัด ทำให้เกิดการโต้เถียงและมีปากเสียงกับนายสันต์ชัย เพชรประเสริฐ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 221 หมู่บ้านปทุมวิลเลจ ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งกำลังไฮปาร์คอยู่บนรถ ที่จอดอยู่ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดปทุมธานี ก่อนที่นายสันต์ชัย เพชรประเสริฐ ได้ลงจากรถวิ่งปรี่เข้าไปชกต่อยพร้อมทั้งใช้โทรโข่งที่ใช้พูดฟาดเข้าใส่ร่าง ของนายธานินทร์ ก่อนจะเกิดการปลุกปล้ำชกต่อยกันอยู่ประมาณ 2 นาที ทำให้นายธานินทร์ ถูกตีด้วยโทรโข่งหน้าผากแตกเลือดอาบหน้า จึงได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาห้ามปรามแยกคู่กรณีออกจากกัน

นาย ธานินทร์ กล่าวว่า ตนขับรถมาจากจังหวัดนนทบุรี เพื่อไปทำธุระที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดปทุมธานี ซึ่งการจราจรติดขัดอย่างมากเพราะมีคนท่านจอดรถไฮปาร์คอยู่ริมถนน ตนเองจึงได้บอกให้ขยับรถเพราะรถติดมาก จนคนท่านไม่พอใจพร้อมทั้งตะโกนด่าตนเองและตรงเข้าทำร้ายร่างกายของตนจน ได้รับบาดเจ็บหน้าผากแตก เลือดไหลอาบ ซึ่งตนคงไม่ยอมความเพราะเป็นการทำร้ายประชาชน อีกทั้งตำรวจที่มีอยู่เป็นจำนวนมากหลายร้อยคน กลับไม่มีตำรวจคนใดเข้ามาช่วยเหลือตนเองแต่อย่างใด

ด้าน พ.ต.ท.บัญชา มีเลิศ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุและนำตัวคู่กรณีไปสอบสวนที่ สภ.เมืองปทุม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ไทยรัฐออนไลน์

    * โดย ทีมข่าวภูมิภาค
    * 12 มีนาคม 2553, 15:05 น.


      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #106 เมื่อ: 12 มีนาคม 2553, 16:41:54 »

บทพิสูจน์ "ไม่มีใครจ้าง กูมาเอง?"

 








แฉจ่าย 400-500 ค่าหัวแดงถ่อยโคราช 2,700 คน ร่วมฝูงป่วนชาติยึดกรุง 14 มี.ค.
ศูนย์ข่าวนครราชสีมา – แฉจ่ายหัวละ 400-500 บาท เกณฑ์กลุ่มแดงถ่อยโคราช 2,700 คน ร่วมม็อบป่วนชาติยึดกรุง 14 มี.ค. พร้อมกระบะ 162 คัน-รถบรรทุก 6 ล้อ 20 คัน-อีแต๋น 25 คัน และเสบียงอาหาร สัมภาระอยู่ได้ 4 วัน นัดเข้ารวมฝูง ที่ อ.ปากช่อง พรุ่งนี้ (12 มี.ค.) ก่อนบุกยึดกรุง เผยแดงถ่อยภาคอีสาน 19 จังหวัด แบ่งเป็น 6 กลุ่ม 4 เส้นทางนรก เคลื่อนฝูงสู่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ล่าสุด กำหนดจุดรวมพลบริเวณหน้า “เอ้าท์เลท วิลเลจ เขาใหญ่”

วันนี้ (11 มี.ค.) แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ คนท่าน จ.นครราชสีมา มีความเคลื่อนไหวระดมมวลชนของกลุ่มตนเองเพื่อเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ที่ กรุงเทพฯ 14 มี.ค.นี้ รวมทั้งสิ้นประมาณ 24 กลุ่ม ทั้งที่เป็นกลุ่มของนักการเมือง ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) และ แกนนำกลุ่มท่านในแต่ละพื้นที่อำเภอ

ประเมินสถานการณ์ล่าสุด พบว่า ทั้ง 24 กลุ่มดังกล่าว จะมียอดรวมผู้เข้าร่วมชุมนุมทั้งสิ้นประมาณ 2,710 คน จำนวนรถยนต์กระบะ 162 คัน, รถบรรทุก 6 ล้อ 20 คัน, รถตู้ 10 คัน, รถเก๋ง 5 คัน และรถยนต์เพื่อการเกษตร หรือ รถอีแต๋น 25 คัน

โดยมีกำหนดเดินทางเป็นหมู่คณะไปรวมตัวกันยังจุดนัดหมายที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ในวันพรุ่งนี้ (12 มี.ค.) ก่อนเดินทางเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ 14 มี.ค.ที่กรุงเทพฯ ส่วนค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนไหว ผู้เข้าร่วมชุมนุมจะได้ค่าตอบแทน 400-500 บาท/คน/วัน หากนำรถยนต์มาด้วยจะได้ 1,500 บาท/วัน/คัน และพบว่า ได้มีการเตรียมเสบียง สัมภาระสำหรับค้างคืนอยู่ได้ประมาณ 4 วัน

สำหรับแนวโน้มการใช้ความรุนแรงนั้น ควรจับตามกลุ่มนักรบทุ่งสัมฤทธิ์ และ การ์ด นปช.ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ที่เคยได้รับการฝึกมาแล้วมีความชำนาญในการใช้อาวุธ น่าจะมีแนวโน้มใช้ความรุนแรง

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ส่วนการเดินทางของกลุ่มท่านภาคอีสานในภาพรวมทั้ง 19 จังหวัดนั้น จะแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม 4 สาย โดยกำหนดเดินทางจากพื้นที่ตั้งมุ่งหน้าสู่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พร้อมกันในวันที่ 12 มี.ค.

ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 จ.อุดรธานี, หนองคาย และ จ.หนองบัวลำภู กลุ่มที่ 2 จ.สกลนคร, นครพนม, มุกดาหาร กลุ่มที่ 3 จ.ขอนแก่น, กาฬสินธุ์ และ จ.มหาสารคาม ทั้ง 3 กลุ่มนี้ ร่วมกันเดินทางเป็นสายที่ 1 ไปตาม ถ.มิตรภาพ มุ่งหน้าสู่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

กลุ่มที่ 4 จ.ยโสธร, ร้อยเอ็ด และ จ.อำนาจเจริญ เดินทางเป็นสายที่ 2 ตามถนนสายหลักจาก จ.ยโสธร- อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด-อ.พยัฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม-อ.ประทาย จ.นครราชสีมา-ถ.มิตรภาพ ไปยัง อ.ปากช่อง

กลุ่มที่ 5 จ.อุบลราชธานี , ศรีสะเกษ และ จ.สุรินทร์ เดินทางเป็นสายที่ 3 ตามถนนทางหลวงหมายเลข 24 (สายโชคชัย-เดชอุดม)-อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา-ถ.มิตรภาพ ไปยัง อ.ปากช่อง

กลุ่มที่ 6 จ.เลย, ชัยภูมิ จ.นครราชสีมา เดินทางเป็นสายที่ 4 ตามถนนสายหลักจาก จ.เลย-จ.ชัยภูมิ-อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา-ถ.มิตรภาพ ไปยัง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ทั้งนี้ ทุกกลุ่มจะมีธงแดงผืนใหญ่กลุ่มละ 3 ผืน ส่วนแต่ละจังหวัดมีธงแดงผืนเล็กเป็นสัญลักษณ์ พร้อมย้ำให้ทุกจังหวัดทำอย่างไรก็ได้ให้เป็นข่าวก่อนออกเดินทาง ไม่เช่นนั้นถือว่าล้มเหลว

“จุดนัดรวมพลหรือสถานที่ชุมนุมกลุ่มท่านภาคอีสาน ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมาระหว่างวันที่ 12-13 มี.ค.นี้ ล่าสุด ได้ข้อยุติอยู่ที่บริเวณหน้าศูนย์จำหน่ายสินค้าส่งออก เอ้าท์เลท วิลเลจ เขาใหญ่ (OUTLET VILLAGE KJAO-YAI) ริม ถ.มิตรภาพ กม.57 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง ซึ่งจะมีการตั้งเวทีปราศรัยถ่ายทอดสดไปยังเวทีกลางในกรุงเทพฯ บริเวณสะพานผ่านฟ้าด้วย โดยมี พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ และ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เขต 2 และ เขต 3 พรรคเพื่อไทย รับเป็นผู้ดูแลให้การสนับสนุน และอำนวยความสะดวกในพื้นที่เป็นหลัก” แหล่งข่าวคนเดิม กล่าว

ที่มา : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000034727


      บันทึกการเข้า

Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #107 เมื่อ: 13 มีนาคม 2553, 04:58:44 »

บทพิสูจน์ "ไม่มีใครจ้าง กูมาเอง?"

แจกกันจะจะ ท่านนครพนมรับหัวละสองพันก่อนล่องกรุง

นี่คือ ประชาธิปไตย แบบ ทักษิณ ชินวัตร ซื้อกันด้วยเงินครับ

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=izNHIDiBTT8" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=izNHIDiBTT8</a>
      บันทึกการเข้า

Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #108 เมื่อ: 13 มีนาคม 2553, 06:16:45 »

      บันทึกการเข้า

seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #109 เมื่อ: 13 มีนาคม 2553, 08:26:25 »



    ใช่แล้ว..ประเทศไทย ไม่ใช่ของ ทักษิณ/ 3เกลอหัวขวด/อริสมันต์/...และพวกไม่ดีๆอีกหลายคน
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
YA
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,036


ดูรายละเอียด
« ตอบ #110 เมื่อ: 13 มีนาคม 2553, 08:31:33 »

อ้างถึง
ข้อความของ ตุ๋ย 22 เมื่อ 10 มีนาคม 2553, 20:53:46
ยังมีคนโง่ให้เค้าหลอก  แล้วก็มีคนฉลาดที่ได้ประโยชน์

คม ชัด จริงๆ... ครับพี่ตุ๋ย
      บันทึกการเข้า
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #111 เมื่อ: 13 มีนาคม 2553, 14:21:58 »

พ่อจ๋า...ลูกยังจำภาพนั้นได้ติดตา
คืนนั้น....ดึกแล้ว....พ่อนอนไม่หลับ
พ่อให้คนพาพ่อไปนั่งริมแม่น้ำ...
พ่อทอดสายตาไปยังสายน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก
ในแววตาของพ่อ..เรียบเฉย..นิ่งดุษฎี
แต่ดูเหมือนมีร่องรอยกังวล..ปรากฎอยู่บนใบหน้าของพ่อ

ลูกรู้ได้ในใจทันทีว่า..พ่อคงคิดอะไรบางอย่างอยู่
ลูกเคยได้ยินหลวงตาบอกลูกว่า..พ่อของลูกนั้น
ไม่ใช่คนธรรมดา...พ่อของลูกมีธรรม 10 ประการ
พ่อบำเพ็ญเพียรในศีล ในธรรมตลอดมา..หลวงตายัง..
บอกอีกว่า...ให้ลูกๆทุกคน...จงเป็นคนดี เชื่อฟังพ่อ
ลูกคนใดทำได้...ชีวิต..จะประสบแต่..ความสุขความเจริญ
หากลูกคนใด..ทำให้พ่อต้องเสียใจ..จงระวังไว้
เพราะนั่น..จะเป็นกรรม..และลูกคนนั้น..จะต้องชดใช้

พ่อเคยย้ำอยู่เสมอว่า..พ่อไม่อาจให้ลูกเป็นคนดีได้ทุกคน
แต่ลูกคนไหนที่ไม่ดี..พ่อขอร้องว่า..อย่าให้ลูกคนนั้นดูแลบ้าน
เพราะคนไม่ดี...ย่อมปกครองบ้านไม่ได้..เหตุเพราะไร้คุณธรรม

ลูกไม่รู้หรอก..ว่าพ่อมีอนาคตังสญาณที่หยั่งรู้อนาคตได้หรือไม่
แต่ลูกมั่นใจในตัวพ่อเสมอมา...ว่า..หากพ่อของลูกคนนี้ยังอยู่
ไม่ว่าใคร..คนไหน..ที่พูดไม่ดี คิดไม่ดี ทำไม่ดี...
ไม่ว่า..จะทำต่อตัวพ่อ..หรือลูกคนอื่นที่เขาเคารพพ่อ
ลูกคนนั้น..จะพ่ายแพ้ภัยตัวเอง..เสมือนหนึ่งขว้างลูกบอล
เข้ากำแพง...ยิ่งแรงเท่าไหร่..มันจะสะท้อนเข้าหาตัวเอง
แรงมากเท่านั้น

คืนนั้น..หลังจากพ่อกลับจากนั่งเล่นริมแม่น้ำ
ลูกนอนหลับ..และฝันดี
ฝันว่ามีทวยเทพเทวดา..นับร้อยนับพันมาหาพ่อ
พร้อมอวยชัยให้พรพ่อ..ขอให้มีอายุยืนนาน
ในฝัน...ลูกยังเห็นแสงฉัพพรรณทรังสีบนตัวพ่อ
เปล่งประกาย...เทียบเท่าเหล่าเทวดานั้นทีเดียว

พ่อจ๋า...ลูกๆทุกคน ขอบอกพ่อว่า........
บ้านหลังนี้..ตราบที่มีพ่อคนนี้อยู่.......
จะไม่มีเภทภัยพาลใดๆมาทำร้ายพ่อหรือคนในบ้านได้
ด้วยเดช..และบุญบารมีของพ่อ..คุ้มครอง

ไม่ว่าวันนี้..วันไหน...ชาตินี้..หรือ..ชาติไหน
ลูกทุกคน..ขอเกิดเป็นลูกของพ่อทุกชาติไป..
ลูกทุกคนจะรักภักดีต่อพ่อ..เหมือนที่พ่อรักลูกทุกคน
ขอพ่อจงเป็นสุขชั่วนิจนิรันดร์ด้วยเถิด..สาธุ


กระทู้ การเมือง : ผู้จัดการ ออนไลน์
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #112 เมื่อ: 13 มีนาคม 2553, 14:28:48 »



รูปนี้ copyมา แต่ไม่รู้เจ้าของครับ ขออนุญาตนำเสนอนะครับ รวมรูปข้างอีกหลายรูปนะครับ
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #113 เมื่อ: 13 มีนาคม 2553, 14:29:36 »

      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #114 เมื่อ: 13 มีนาคม 2553, 14:32:40 »

      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #115 เมื่อ: 13 มีนาคม 2553, 14:33:41 »

      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #116 เมื่อ: 13 มีนาคม 2553, 14:34:36 »

      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
Aj.O
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,205


ดูรายละเอียด
« ตอบ #117 เมื่อ: 13 มีนาคม 2553, 22:35:07 »

เศร้าใจ ที่กำลังจะมีคนโดนหลอกอีก...เดี๋ยวนี้มันเล่นกันทาง H5 หรือเฟศบุ๊ค กันแล้ว

 
อ้างถึง   
http://www.facebook.com/event.php?eid=3 ... 091&ref=mf

ร่วมลงชื่อ จดหมายเปิดผนึกรัฐต้องหยุดการข่มขู่ ปราบปราม คืนอำนาจอธิปไตยให้กับประชาชนโดยการยุบสภา
สามารถลงชื่อ ได้ที่ nfn2000n@hotmail.com

จดหมายเปิดผนึกถึงสังคมไทย
สนับสนุนการชุมนุมอย่างสันติวิธี
รัฐต้องหยุดการข่มขู่ ปราบปราม
คืนอำนาจอธิปไตยให้กับประชาชนโดยการยุบสภา

การชุมนุมของประชาชนโดยสันติวิธี เพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ความยุติธรรม ความเสมอภาค และระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้องและก้าวหน้านั้น ถือเป็นสิทธิเสรีภาพอันสมบูรณ์ของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยทั่วโลก ซึ่งผู้ปกครอง ผู้บริหารประเทศและผู้มีอำนาจรัฐ ต้องไม่ใช้อำนาจ และกลอุบายใดๆในทุกวิธีการหรือทุกรูปแบบ เพื่อทำการลิดรอนสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน หรือเพื่อบิดเบือนทำลายความชอบธรรมของประชาชนที่ชุมนุมกันอย่างสันติและเปิดเผย

ตราบใดก็ตามที่ ผู้ปกครอง ผู้บริหารประเทศ และผู้มีอำนาจรัฐ กระทำในทางตรงกันข้าม โดยการกดขี่ริดรอนสิทธิเสรีภาพชองประชาชน ให้ถือได้ว่า พวกเขาเหล่านั้นเป็นพวกเผด็จการ เป็นพวกอำนาจนิยม และเป็นทรราชย์ต่อแผ่นดิน แม้ปากของพวกเขาจะเอ่ยอ้างว่าเป็นนักประชาธิปไตยก็ตาม

ขณะที่ สื่อมวลชนทั้งของรัฐและเอกชน ที่ปัจจุบันนับวันจะมีอิทธิพลในโลกยุคข่าวสารข้อมูล มากยิ่งขึ้นก็เช่นเดียวกัน ควรต้องทำหน้าที่เสนอข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริง พินิจพิเคราะห์ข้อมูล อย่างสร้างสรรค์ เสนอข่าวอย่างรอบด้าน และที่สำคัญต้องเปิดโอกาสให้คู่ขัดแย้งได้เสนอข้อมูลและเหตุผลของตนเองผ่านสื่อมวลชนได้อย่างเต็มที่ ไม่ใช่ด้วยการโน้มเอียง บิดเบือน ปิดบังอำพราง และสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นระหว่างประชาชนในสังคม

ภายใต้ภาวะวิกฤตการเมืองและความขัดแย้งในสังคมไทยปัจจุบัน การประกาศการชุมนุมเคลื่อนไหวของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) อย่างสันติวิธี เปิดเผยและปราศจากอาวุธ ที่จะมีขึ้นในช่วงวันที่ 14 มีนาคม 2553 ในครั้งนี้ ก็เช่นกันที่รัฐบาล และสังคมไทยต้องเคารพ สิทธิเสรีภาพอันสมบูรณ์ของประชาชนโดยแท้จริง

ดังนั้น เรา ผู้มีรายชื่อและองค์กรตามท้ายเอกสารนี้ มีความคิดเห็นและข้อเสนอดังนี้

1. รัฐบาลต้องไม่กระทำการข่มขู่ คุกคามต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน เช่น การตั้งด่านสกัด การจดทะเบียนรถ ฯลฯ และรัฐบาลต้องไม่ใช้ พรบ.ความมั่นคงภายใน พรบ.สถานการณ์ฉุกเฉิน รวมทั้งการประกาศใช้กฎอัยการศึก ซึ่งกฎหมายดังกล่าวสมควรยกเลิกด้วย

2. รัฐบาลต้องหยุดการใช้กลอุบายใส่ร้ายป้ายสี สื่อสารกล่าวหาล่วงหน้า และสร้างสถานการณ์บิดเบือนว่า กลุ่มผู้ชุมนุมต้องการสร้างความรุนแรง เพื่อทำลายความชอบธรรมของการชุมนุมของประชาชน เช่น การกล่าวหาว่า ผู้ชุมนุมพกพาอาวุธ หรือกล่าวหาว่ามีการขนแรงงานด่างด้าวร่วมชุมนุมด้วย

3. กองทัพทหารซึ่งเป็นสมบัติของประชาชน ต้องไม่ทำร้ายหรือปราบปรามประชาชนผู้ชุมนุม โดยเด็ดขาด ต้องไม่ก้าวก่ายแทรกแซงกระบวนทางการเมืองอย่างสิ้นเชิง และพึงตระหนักว่า การยึดอำนาจรัฐประหารจะต้องถูกลงโทษประหารชีวิตโดยไม่มีการนิรโทษกรรมอีกต่อไป ทหารผู้ใต้บังคับบัญชามีสิทธิอันชอบธรรมที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ไม่ชอบธรรมหรือที่เป็นปฏิปักษ์ต่อระบบประชาธิปไตยของประชาชน

4. สื่อมวลชน ต้องไม่ตกเป็นเครื่องมือของรัฐที่นิยมเผด็จการ หรือผู้มีอิทธิพลที่มีอุดมการณ์ และการกระทำอันไม่เป็นประชาธิปไตย สื่อมวลชนต้องคำนึงถึงจริยธรรมและจิตวิญญาณของ ความเป็นสื่อมวลชนในสังคมประชาธิปไตย ที่ต้องสนับสนุนระบบการเมืองแบบประชาธิปไตย และนำเสนอข่าวต่อประชาชนอย่างรอบด้าน

5. ทางออกต่อวิกฤตความขัดแย้งในสังคมการเมืองปัจจุบัน ต้องมีการจัดการเงื่อนไขต่างๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งดังกล่าวในหลายประเด็น เช่น เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย เรื่องปัญหาความไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม เรื่องปัญหาสองมาตรฐานในการใช้กฎหมาย ฯลฯ ดังนั้น นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงต้องประกาศยุบสภา จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพื่อคืนอำนาจอธิปไตยให้กับประชาชนในการตัดสินใจและมีส่วนร่วมในการแก้ไขวิกฤตการณ์ดังกล่าว

6. ขอเรียกร้องให้ประชาชนทุกคน เคารพหลักการกติกาประชาธิปไตย ระบบหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงของประชาชนในการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรว่าเป็นหัวใจของประชาธิปไตย ระบบรัฐสภาที่อำนาจอธิปไตยมาจากประชาชน มีวาระการเลือกตั้งผู้บริหารประเทศที่แน่นอน ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพตรวจสอบ ถ่วงดุลอำนาจรัฐ และร่วมกันพัฒนาประชาธิปไตยในสังคมไทยให้ก้าวหน้าสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ลงชื่อองค์กร

กลุ่มแนวร่วมเกษตรกรภาคเหนือ(นกน)
สำนักกระจายอำนาจและปกครองตนเอง(กอ-ปอ)
กลุ่มสร้างสรรค์ชีวิตและสังคมภาคอีสาน(กสส.)
ชมรมส่งเสริมการเรียนรู้ภาคเหนือตอนล่าง
กลุ่มนักศึกษาภาคเหนือเพื่อประชาธิปไตย
กลุ่มประชาธิปไตยเพื่อรัฐสวัสดิการ

หลักการฟังดูเหมือนดี แต่ความจริงหลอกด่ารัฐบาลข้างเดียว พร้อมสนับสนุนให้ไอ้เหลี่ยมและพวกควายแดงบ่อนทำลายสังคม กลายๆ  
พี่เจี๊ยบ วรรธนา วีรยวรรธนะ นักร้องคนโปรดคนนึงของผม และแฟนเพลงของเค้าหลายๆคน กำลังจะกลายเป็นเหยื่อ...ไปร่วมลงชื่อให้พวกจิ้งจอกห่มหนังแกะ
จากที่เคยคุยกับเค้าทางเฟศบุ๊ค(ในฐานะแฟนเพลง) ค่อนข้างมั่นใจว่าเจ๊เค้าไม่ใช่ท่านแน่นอน แต่ออกแนวอินโนเซนต์ทางการเมืองมากกว่า(แบบพวกริบบิ้นขาวทั่วไป)
แม้ผมจะนับถือว่าเค้าเป็นอัจฉริยะด้านดนตรีก็ตาม

ปล. ถึงพี่วณิชย์  ปกติคนในห้องผมไม่ค่อยชอบม็อบทั้งสองสีครับ เลยไม่อยากเล่นแรงนัก เอาแค่พอรับทราบ...อีกอย่างคือ ไม่มีใครเป็นเครือข่ายมวลชนอะไรด้วย เขียนเชิงลึกไปก็ไม่มีประโยชน์
คุณโต้ง(ppornson) มีความรู้เรื่องการเมืองปัจจุบันดีมากครับ แต่เท่าที่สังเกต เค้าจะไม่ค่อยสนใจประวัติศาสตร์การเมืองเท่าไหร่
แต่จะว่าไป ไอ้ประวัติศาสตร์นี่แหละบ่อยครั้งมันคือวิชาที่ไม่ดีร้ายที่สุด! เพราะมันคือสิ่งที่ถูกบิดเบือนได้ง่ายกว่าปัจจุบันนัก ใครใคร่อยากล้างสมองคนก็เอาไอ้วิชานี้แหละมาใช้ เช่นไอ้สุธาควาย จิ๋มประเสริฐ...ที่ผมค้นคว้ามาทางนี้บ้าง เพื่อที่จะไปตอบโต้ประวัติศาสตร์บิดเบือนของพวกควายแดงโดยเฉพาะ
      บันทึกการเข้า

...
sugarcane
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2531
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 441


ดูรายละเอียด
« ตอบ #118 เมื่อ: 13 มีนาคม 2553, 23:20:05 »

          เรื่องเล่าของแม่ค้า

   มีคนรู้จักไปซื้อของที่ตลาดแห่งหนึ่งในโคราช
เล่าให้ฟังว่า  ได้ยินเสียงคนท่านกลุ่มหนึ่ง
ไปเดินสุ่มถามแม่ค้าและคนที่ไปซื้อของว่า 
"รักทักษิณไหม"  แม่ค้าคนหนึ่งตอบกลับทันทีว่า
"ไม่รักใครหรอก  รักในหลวงพระองค์เดียว"
คนท่านกลุ่มนั้นก็ยังไม่ยอมแพ้
ถามใหม่ว่า"อยากไปกินข้าวฟรีที่กรุงเทพฯไหม"
คราวนี้แม่ค้าตอบไปว่า"ฉันกินแต่ข้าวที่บ้าน
ไม่ไปกินขี้ของใครหรอก" 

ฟังแล้วสะท้อนใจแทนคนท่านจริงๆ

หมายเหตุ  จริงๆแล้วมีข้อความที่มากกว่านี้ 
                แต่ขอเล่าเพียงย่อๆค่ะ
      บันทึกการเข้า

ความสุข : สำคัญที่คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ครอบครอง
ตุ๋ย 22
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2522
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 20,141


ดูรายละเอียด
« ตอบ #119 เมื่อ: 14 มีนาคม 2553, 23:48:27 »

ก็มีคนที่งมงายกะทักษิณจริงก็มีไม่น้อยหรอกครับ  เป็นเพราะเงินก้เยอะ
      บันทึกการเข้า

น้ำใจน้องพี่สีชมพู ไม่เสื่อมคลายหายไปจากหัวใจ
TAE2540
Full Member
**


ไม่มีคำว่าสายเสียแล้ว สำหรับความรักที่แท้จริง
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2540
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 507


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #120 เมื่อ: 15 มีนาคม 2553, 10:22:32 »

อ้างถึง
ข้อความของ sugarcane เมื่อ 13 มีนาคม 2553, 23:20:05
          เรื่องเล่าของแม่ค้า

   มีคนรู้จักไปซื้อของที่ตลาดแห่งหนึ่งในโคราช
เล่าให้ฟังว่า  ได้ยินเสียงคนท่านกลุ่มหนึ่ง
ไปเดินสุ่มถามแม่ค้าและคนที่ไปซื้อของว่า 
"รักทักษิณไหม"  แม่ค้าคนหนึ่งตอบกลับทันทีว่า
"ไม่รักใครหรอก  รักในหลวงพระองค์เดียว"
คนท่านกลุ่มนั้นก็ยังไม่ยอมแพ้
ถามใหม่ว่า"อยากไปกินข้าวฟรีที่กรุงเทพฯไหม"
คราวนี้แม่ค้าตอบไปว่า"ฉันกินแต่ข้าวที่บ้าน
ไม่ไปกินขี้ของใครหรอก" 

ฟังแล้วสะท้อนใจแทนคนท่านจริงๆ

หมายเหตุ  จริงๆแล้วมีข้อความที่มากกว่านี้ 
                แต่ขอเล่าเพียงย่อๆค่ะ

อ่านไปอมยิ้มไป กับแม่ค้าครับ

"รักในหลวงพระองค์เดียว"

ไม่มีใครเทียบได้ และไม่ควรเทียบพระองค์ท่าน

      บันทึกการเข้า
TAE2540
Full Member
**


ไม่มีคำว่าสายเสียแล้ว สำหรับความรักที่แท้จริง
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2540
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 507


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #121 เมื่อ: 15 มีนาคม 2553, 10:23:19 »

                       


เพลง อยากเห็นคนไทย รักกันได้อย่างเดิม

ลืมรสชาติของความพ่ายแพ้
จดจำรอยแผล วันที่คนไทยหัวใจสลาย
บนทางที่แตกต่างสีที่ทุกคนทำใจไม่ได้
น่าเศร้า ใจที่เห็นคนไทยไม่รักกัน

กลับมาทบทวนกันดูสักครั้ง
บทเรียนเบื้อง หลังได้สอนอะไรเรามากกว่านั้ น
เราลองวางปมปัญหาหันหน้ามาแล้วพูดจากัน
หน ทางเดียวจะช่วยให้ผ่านให้พ้นไป

*สู่ความสงบสันติสามัคคี
ร่วมใจ กันทำความดีถวายพ่อหลวงของไทย
หล่อหลอมเป็นใจเดียวกันมาสร้างสรรค์ทางเลื อกกันใหม่
อยากเห็นคนไทยรักกันได้อย่างเดิม

เมื่อยามหยาดฝนซาฟ้า ก็จะใส
แต่เราจะเห็นสายรุ้งพร่างพรายประกายหลากสี
เป็นความแตกต่าง สร้างสรรค์ที่ลงเอยกันด้วย ดีดี
เพราะเรามีความรักยึดเหนี่ยวในหัวใจ

*,*

ผ่าน พ้นมันไปยิ่งรักกันมากกว่าเดิม


ที่มา : http://www.weloveking.org/home.php
      บันทึกการเข้า
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #122 เมื่อ: 15 มีนาคม 2553, 10:34:27 »

รับม็อบแดง
รายงานข่าวโดย: ณ กาฬ 10 มีนาคม 2553 เวลา 23:32 น:นสพ. Posttofay.

เทือกเถาเหล่ากอ ตระกูลชินวัตร ต่างเผ่นออกต่างประเทศไปเรียบร้อยแล้ว
 เป็นการจากลาก่อนวันแดงเดือด คำอ้างที่เกิดขึ้นก็คือ
 เทือกเถาตระกูลนี้จะไปดูงานที่เยอรมนี เป็นกำหนดการที่วางไว้อยู่แล้ว ไม่ได้หายไปไหน

แหม ช่างบังเอิญได้ทุกคราว

ใครจะเชื่อก็เชื่อไป ให้เลือกเอาระหว่างจะเป็นคนกินข้าว หรือเป็นควายกินหญ้า

ลองย้อนกลับไปดูในอดีต ทุกครั้งที่ท่านชุมนุม หรือเกิดเหตุที่ส่อเค้าจะวุ่นวาย คนตระกูลชินวัตร เป็นต้องเผ่นไปต่างประเทศทุกคราว

ก็ไม่เป็นไร ท่านจะสู้ จะตายก็ว่าไป แต่ญาติโกโหติกาสปอนเซอร์ใหญ่ไปเรียบร้อย

คนโง่ย่อมตกเป็นเหยื่อคนฉลาด ยิ่งคนฉลาดแล้วคด ยิ่งอันตราย

และศึกแดงครั้งนี้ มันน่าสงสารประเทศเสียจริง

เป้าหมายม็อบเพียงเพื่อเงินและอำนาจ บ้านเมืองฉิบหายไม่คิดถึง

และคำถามที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ก็คือ เราจะทำอย่างไรดี

คำตอบที่ไม่ยากนักก็คือ ไม่ต้องกลัวม็อบแดง

อย่ากลัวจนหยุดใช้จ่าย หยุดลงทุน ฯลฯ ทำทุกอย่างเหมือนเดิม

เจอหน้าท่าน อย่าด่า อย่าต่อว่า เพราะเป็นคนไทยเหมือนกัน

อาจจะแตกต่างความคิด อาจมาเพราะเงินหรือถูกหลอก แต่ยิ้มเข้าไว้ ด้วยเมตตา สงสาร และเห็นใจ

พวกเขาไม่ได้ผิดหรอก แต่คนผิดคือผู้ที่ทำให้พวกเขามามากกว่า

ทำใจให้ปกติ นี่แหละ คือการช่วยชาติ

แม้จะเกิดเหตุความวุ่นวาย แม้จะมีการป่วนเมือง แต่ให้ตั้งสติ อย่าโกรธแค้น

เพราะเมื่อมีความเสื่อม สุดท้ายความเสื่อมก็ต้องหายไป หากทุกคนตั้งสติ มองเห็นถึงพิษภัยที่เป็นอยู่ ก็ย่อมกลับไปสู่การฟื้นฟูได้อีก

ตบท้ายวันนี้อยากจะพูดถึงภิกษุผู้ทรงศีล ท่านเป็นพระที่มีลูกศิษย์ทั้งประเทศ วาจาเป็นหนึ่ง ไม่มีสอง พูดทีไรไม่เคยพลาด

มีเสียงพูดต่อกันมาว่า ท่านเคยพูดถึงนักการเมืองใหญ่คนหนึ่งว่า ไม่ดีกว่าเทวทัต

แม้นักการเมืองคนที่ว่าจะร่ำรวยล้นฟ้า แต่บรรดาทรัพย์สินที่ฉ้อฉลเอาไป สุดท้ายต้องคืนแผ่นดินหมด

และนักการเมืองคนนี้จะไม่ได้ตายที่แผ่นดินเกิด โดยกลับมาได้เพียงผ้าขาวห่อเดียวเท่านั้น

จริงไม่จริง ชีวิตนี้ ได้เห็นแน่นอน


      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #123 เมื่อ: 15 มีนาคม 2553, 10:43:51 »

ก่อนถึงเที่ยงวัน ท่านแกว่งภายใน บีบพื้นที่นายใหญ่ บล็อกแกนนำ

15 มีนาคม 2553 เวลา 08:50 น.จาก นสพ.POSTTODAY

ถึงแม้ฉากหน้าของแกนนำจะแสดงพฤติกรรมให้เห็นถึงความฮึกเหิมมั่นใจล้มรัฐบาลได้สามวันเจ็ดวัน   แต่ฉากหลังรับรู้กันแล้วว่า เมื่อนายใหญ่ยังไร้ถิ่นย่อมมีผลต่อการเรียกความมั่นใจในการเดินเกมรุก

โดย ทีมข่าวการเมือง

วาทะโหมกระพือของแกนนำกลุ่มคนท่านตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.จนถึงวันนี้ ด้วยการบีบรัฐบาลยุบสภา  ถ้าหากไม่ยอมตามข้อเรียกร้องภายในเที่ยงของวันที่ 15 มี.ค.  จะยกระดับการเคลื่อนไหวเข้มข้นขึ้น  ทำเอาหลายฝ่ายวาดภาพ ถ้ารัฐบาลยืนกรานไม่สนเสียงเรียกร้อง ขณะที่ฝ่ายท่านเดินเกมยื้อยาว  มีหวังประเทศไทยตกอยู่ในอาณาจักรแห่งความกลัวต่อไป



ยิ่งยื้อ ยิ่งลากยาว  ไม่ใช่เฉพาะประเทศอยู่ในความอึมครึม แต่ลึกๆแล้ว กระบวนการเคลื่อนไหวภายในแกนนำก็มีความอึมครึมยิ่งกว่า

อาการแกว่งภายในหมู่แกนนำ ส่งสัญญาณมานับแต่ก่อนตัดสินใจชุมนุมใหญ่  หลายคนเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับวันเวลาชุมนุมใหญ่  หลายคนรวนเรการบุกครั้งนี้จะชนะหรือไม่  หลายคนหวั่นวิตกว่าการต่อสู้ครั้งสุดท้าย จะเป็นการปิดฉากอนาคตทางการเคลื่อนไหว  แต่ในที่สุดจำต้องตัดสินใจเพราะคำสั่งนายใหญ่สั่งปิดเกม 

ปฏิบัติการ ตั้งแต่การโหมโรงวันแรกมีสัญญาณไม่สู้ดีส่งถ่ายออกมา ผลการชุมนุมจุดต่างๆในกทม. แม้แกนนำท่านจะออกมาโพทนาประสบความสำเร็จ   แต่ลึกๆแล้วไม่ใช่ซุ่มเสียงในคีย์เดียวกัน   บนข้อเท็จจริง แกนนำบางราย มองว่า มีผู้คนมาร่วมแสดงพลังน้อยกว่าที่คิด   แกนนำบางรายออกอาการผวาตกใจกับปฏิกิริยาคนกรุงเทพส่วนใหญ่ปฏิเสธการเคลื่อนไหว  ยิ่งเจอสภาพแดงทำร้ายคนเสื้อชมพูที่จ.ปทุมธานี    ขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์หราสะเทือนใจผู้พบเห็น   ประจานกับแนวทางเคลื่อนไหวที่พร่ำบ่นเสมอต้องการยึดสันติวิธี ไม่เน้นความรุนแรง  แม้แต่  จตุพร พรหมพันธ์   ยังยอมรับเหตุการณ์คนท่านชกต่อยคนใส่เสื้อชมพู   กระทบภาพใหญ่คนท่านเสียหายได้

แค่การเริ่มต้นไม่สวยหรูอย่างที่คิด

อีกประการของความไม่ปกติ  โดยหลักของวันตีฆ้องออกศึก ก่อนแกนนำจะประกาศให้ทัพแดงสลายกลับไปพักผ่อน ควรจะโหมปลุกเร้าอารมณ์เล็กน้อย  ทว่าผิดคาด ไม่มีเสียงจากนายใหญ่ออกมาปลุกขวัญกำลังใจ     ท่ามกลางความฉงนสงสัย ไฉนคลื่นดาวเทียมถึงไม่ถ่ายทอดกลับมาเมืองไทย     

ไม่แปลกที่จู่ๆมีข่าวจากกระทรวงต่างประเทศ เปิดเผย รัฐบาลยูเออี อัญเชิญ พ.ต.ท.ทักษิณ  พ้นประเทศ เพราะผิดข้อตกลงที่เคยรับรู้กันว่า ให้อยู่ได้แต่ห้ามใช้เป็นฐานการเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่เมื่อประจักษ์ชัด พ.ต.ท.ทักษิณกำลังปลุกระดมป่วนเมือง จึงเข้าล็อคต้องออกนอกประเทศ  เจอเกมนี้ทักษิณตั้งตัวไม่ติด ตระเวนหาฐานที่มั่นชั่วคราว เพื่อเตรียมส่งคลื่นปลุกเร้าเผด็จศึกรัฐบาล แต่ในเมื่อไม่พร้อมก็ต้องล้มแผน   

ไม่น่าเชื่อสถานการณ์กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม แต่การติดต่อจากทักษิณทุลักทุเล   

แม้แต่วันที่  13 มี.ค. เมื่อมวลชนเข้ายึดราชดำเนิน  ควรจะมีความยิ่งใหญ่ผ่านวีดีโอลิงก์แต่ในที่สุดกลายเป็นรายการโฟนอินและเนื้อหาส่วนใหญ่ก็เป็นการโต้ข่าวรัฐบาลยังอยู่ในยูเออี  “ ผมไม่ได้โดนยูเออีให้ออกประเทศ  แค่กำลังเตรียมตัวไปยุโรปหาบุตรสาว “

คำชี้แจงที่ออกมา สะท้อนถึงความปั่นป่วนในจิตใจ  หวั่นไหวต่อการหาถิ่นที่อยู่ มีผลบกระทบต่อการปลุกระดม ถึงแม้ว่าคืนวันที่ 14 มี.ค. จะสามารถตั้งหลักถ่ายทอดวีดีโอลิงก์มาได้แต่ ถ้าพิเคราะห์ถึงการถ่ายทอด พบว่า ติดๆขัดๆ ห้องถ่ายทอดเหมือนอยู่ในโรงแรมเล็กๆ ไม่ใช่สถานที่ในประเทศยูเออี ท่ามกลางกระแสข่าวหลบเข้ามาอยู่แถวชายแดนกัมพูชา 

ซึ่งยิ่งใกล้ประเทศไทยมากเท่าไหร่ ก็ไม่ได้เป็นผลดีต่อทักษิณเท่านั้น   



ถึงแม้ฉากหน้าของแกนนำจะแสดงพฤติกรรมให้เห็นถึงความฮึกเหิมมั่นใจล้มรัฐบาลได้สามวัน เจ็ดวัน   แต่ฉากหลังรับรู้กันแล้วว่า  เมื่อนายใหญ่พะวงต่อการตั่งศูนย์บัญชาการ ไร้ถิ่น   ย่อมมีผลต่อการเรียกความมั่นใจในการเดินเกมรุกต่อ   อย่าลืมจะล้มรัฐบาลวันเดียวหรือยืดเยื้อ นายใหญ่คนเดียวเท่านั้นที่จะชี้ทิศทางมวลชน   

สภาพกรุงเทพ กลายเป็นลาวาสีแดงเต็มท้องถนนช่างเป็นภาพตื่นตายิ่ง แต่เหนืออื่นใดท่ามกลางปริมาณมวลชนทำให้บางฝ่ายมองว่าเป็นเพียงสีสันต์ทางการเมือง  ไม่ได้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง 

หากใครมองว่านี่คือการต่อสู้ทางการเมือง อาจถูกครึ่งเดียว  เพราะอีกด้านหนึ่งจากฝ่ายรัฐ มองว่า นี่คือการต่อสู้ภัยความมั่นคง ไม่แปลกใจ ที่รัฐงัดแผนความมั่นคงมากมายออกมาดำเนินการ   ปฏิบัติการจิตวิทยามวลชนถูกนำมาใช้ ทั้งมอบความปรารถนาดีเอาน้ำเย็นเข้าลูบคนอีสาน อำนวยความสะดวกหาพื้นที่จอดรถ บริการรถรับส่งผู้ชุมุนม อลุ้มอล่วยไม่ใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ปล่อยให้แหกด่านเข้าประชิดถึงพื้นที่ภายในกทม. 

จัดหา น้ำดื่ม ยารักษาโรคดูแลอย่างดี           

Huh? เหตุทำเช่นนี้เพราะอะไร คำตอบมาจากหลักการต่อสู้ภัยความมั่นคง ไม่ใช่เล็งแต่วิธีสลายการชุมนุมแต่ต้องตัดชนวนใหญ่การเคลื่อนไหวเสียก่อน 

ปริมาณอาจเป็นปัจจัยสำคัญตามสายตามุมมองต่างประเทศที่จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่ปริมาณอาจไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในมุมมองของการแก้ไขปัญหาความมั่นคง  สิ่งที่ฝ่ายมั่นคงวางหลักไว้   เมื่อเป้าหมายใหญ่ถูกสกัดการขับเคลื่อนพลังมวลชนจะเสียศูนย์     

ไม่แปลก จึงมีหมายศาลตามจับ “กีร์ ระเบิดขวด” อริสมันต์  พงษ์เรืองรอง ไม่แปลกพ.ต.ท.ทักษิณถูกบีบพื้นที่ให้เหลือน้อยลง นานาชาติแหยงที่จะให้ถิ่นพำนักตั้งจานดาวเทียมมาหามวลชน  แม้แต่ทูตเยอรมันก็ออกมายืนยันเพื่อสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศไทย หากพบอดีตนายกฯติดคดี  จะตะเพิดทันที  ยิ่งส่งสัญญาณถึงประเทศอื่นที่มีความสัมพันธ์อันดีกับไทยบีบพื้นที่พ.ต.ท.ทักษิณไปในตัว   

ตัวชูโรงถูกบล็อก  ลูกน้องถูกดำเนินคดี  ยิ่งโอกาสบีบยุบสภาไม่เป็นผล โมเมนตัมย้อนกลับไปกดดันอารมณ์ท่านให้พลุ้งพล่าง      เป็นโอกาสให้รัฐโหมจิตวิทยามวลชน ยึดพื้นที่สื่อ สร้างความเข้าใจอันดีให้สังคม สร้างความชอบธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

(ข้อวิจารณ์ว่ารัฐบาลรับเกินไป แต่แท้ที่จริงเป็นการตั้งรับให้มวลชนอ่อนแรงก่อนขยับเกมรุก ใช้ความได้เปรียบทลายความไม่ปกติของท่าน  เพื่อหาทางสร้างความปกติให้บ้านเมือง




 

      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,835


ดูรายละเอียด
« ตอบ #124 เมื่อ: 15 มีนาคม 2553, 10:54:48 »

ท่านผู้หญิงวิระยาโผล่่เวทีท่านเมื่อคืนนี้

 เมื่อคืนที่ผ่านมาเวลา 24.00 น. ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล กรรมการมูลนิธิสายใจไทย ได้เดินทางมาให้กำลังใจผู้ชุมนุมที่เวทีปราศรัยสะพานผ่านฟ้าลีลาศ โดยมีนายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช.ให้การต้อนรับ โดยใช้เวลาไม่นานก็เดินทางกลับ



จากนั้น นายวีระ เปิดเผยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ท่านประกาศตัวเป็นท่านสนับสนุนการเคลื่อนไหวของ นปช.มานานแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มาที่ชุมนุมด้วยตัวเอง ก่อนหน้านี้มีการโทรศัพท์สอบถามกันเป็นระยะ โดยท่านประสงค์จะช่วยเหลือค่าอาหารแต่ไม่เปิดเผยจำนวนเงิน สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มคนท่านไม่ได้มีแต่ไพร่ แต่มีหลากหลายชนชั้น

จาก นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ 15 มีค.53

หมายเหตุ: วิริยา ถูกสนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวหาว่า อยู่เบื้องหลัง การลอบสังหาร สนธิ เมือปีที่แล้ว
และถูกเปิดโปง กรณีการอมเงิน ขายเสื้อที่อ้างว่า นำรายได้ถวายในวัง แต่ไม่มีเงินถวาย
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #125 เมื่อ: 16 มีนาคม 2553, 05:24:22 »



<a href="http://www.youtube.com/watch?v=OaoVydBD2uU" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=OaoVydBD2uU</a>

นี่คือคำพูดของ วิระยา ชวกุล "สีแดงโง่   พี่ว่าเค๊าโง่.....   พี่ไม่เป็นสีแดง...  เพราะสีแดงโง่  สิ่งที่ผ่านๆมาเขาไม่ฉลาด  ใช่ม๊ะ  เขา get into the trouble ....  เท่าที่พี่สัมผัสมา...  เขาไม่ฉลาด.."

แล้วยัยป้าฉะลาดๆ อย่าง วิระยา ชวกุล  ไปขึ้นเวทีคนท่าน-คนโง่ ทำไม หรือว่ากลัวตกกระแส หรือว่า ก็ไม่ฉลาด ตามพวกท่าน
      บันทึกการเข้า

Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #126 เมื่อ: 16 มีนาคม 2553, 09:42:03 »



สหรัฐอเมริกา ให้เกียรติ ยกระดับ "ทักษิณ ชินวัตร" เป็นผู้ก่อการร้ายสากล


สะพัด! สหรัฐแจ้งเตือนไทย หลังดักฟัง น.ช.ทักษิณสั่งเตรียมก่อวินาศกรรมกรุงเทพฯ ขณะเดินทางไปมอนเตเนโกร เล็งขึ้นแบล็กลิสต์เป็นบุคคลไม่พึงประสงค์ ชี้ถือเป็นพฤติกรรมก่อการร้ายแล้ว

แหล่งข่าวด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า ทางการประเทศสหรัฐอเมริกามีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการก่อการร้ายให้แก่ประเทศสมาชิกที่เป็นภาคีแลกเปลี่ยนข่าวกรององค์การสหประชาชาติ จำนวน 190 ประเทศ พบว่า มีการดักฟังโทรศัพท์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะเดินทางไปยังประเทศมอนเตเนโกร ว่ามีการสั่งการเตรียมวางแผนการก่อวินาศกรรมในกรุงเทพฯ ตามการอ้างอิงของเครือข่ายภาคีข่าวกรององค์การสหประชาชาติ แต่ในกรณีนี้อาจจะเป็นเพียงการแจ้งเตือนมายังไทย และขึ้นแบล็กลิสต์เป็นบุคคลไม่พึงประสงค์สำหรับประเทศเขา

แหล่งข่าวระบุว่า ตามหลักแล้วไทยมีความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย มีกฎหมายที่เรียกว่า แพทริออต แอคต์ (The USA Patriot Act) หรือ กฎหมายโฮมแลนด์ (Homeland Security) ซึ่งระบุชัดเจนว่า พฤติกรรมใดที่เข้าข่ายการก่อการร้ายตามความเห็นชอบของสภาสูงสหรัฐอเมริกา ภายหลังเกิดเหตุการณ์ 911 หรือเหตุการณ์วินาศกรรมวันที่ 11 กันยายน ซึ่งมีเหตุการณ์คล้ายกับที่เกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้

"การเข้าข่ายการก่อการร้ายนั้นมีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น ให้ถือว่าการวางแผนเตรียมการ หรือโทรศัพท์พูดคุย ส่งอีเมล ก็ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายการก่อการร้ายแล้ว ซึ่งในกฎหมายดังกล่าวมีการระบุคำจำกัดความ"

แหล่งข่าวเผยอีกว่า ทางสหรัฐอเมริกามีหน่วยงานด้านข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพในการดักฟังวิเคราะห์ข่าวกรองต่างๆ และแบ่งปันให้มิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดี และครั้งนี้ถือเป็นการแจ้งเตือนเหตุ ซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการข่าวเป็นการต่างตอบแทน อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่ยืนยันได้ยากว่ามีภาวการณ์ดังนั้นหรือไม่ แต่ถือเป็นมารยาทของประเทศที่ได้รับข้อมูลด้านการข่าวที่ต้องรับฟังไว้

"ในทางปฏิบัติหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจริง การที่เขาแจ้งเตือนมานั้นก็เป็นการให้เราระวังตัว ถ้าเราไม่รับฟัง เขาก็จะไม่มีการแจ้งเตือนมาอีก และถ้าเกิดเหตุขึ้นจริงก็จะทำให้สถานการณ์อยู่ในภาวะควบคุมได้ยาก ทั้งนี้ เป็นไปในลักษณะปฏิเสธ หรือยืนยัน (ดีไนน์ ออร์ คอนเฟิร์ม)" แหล่งข่าวชี้แจงลักษณะการพึ่งพิงด้านข่าวกรองระดับนานาชาติ.

ที่มา: http://www.thaipost.net/news/160310/19408
      บันทึกการเข้า

Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #127 เมื่อ: 17 มีนาคม 2553, 06:50:04 »

มะกันเตือน "แม้ว" ก่อวินาศกรรม-สัญญาณไร้แผ่นดินซุกหัว!!



บอกแล้วว่างานนี้มี “เดิมพันสูง” จึงต้องทุ่มเทกันสุดกำลัง ทำทุกวิถีทางเพื่อให้เป้าหมายภายในที่ตัวเองต้องการให้ได้ ส่วนจะได้ผลประการใด หรือจบลงอย่างไรนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
       
       จะว่าไปแล้วการชุมนุมของกลุ่มท่านในสังกัด ทักษิณ ชินวัตร เริ่มมาปักหลักอยู่ในใจกลางพระนครมาตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมาถือว่าได้ก้าวมาถึงจุดสำคัญ เริ่มมีความตึงเครียดขึ้นมาทั้งสองฝ่าย คือทั้งฝ่าย ทักษิณ ที่เป็นเจ้าของม็อบกับฝ่ายรัฐบาล
       
       อย่างไรก็ดีหลังจากที่มีการสังเกตการชุมนุมผ่านมาจนถึงวันนี้( 17 มี.ค.) สิ่งที่น่าเป็นห่วงกลับกลายเป็นว่าจำนวนคนที่เข้าร่วม “หลุดเป้า” จากที่คุยโม้เอาไว้ว่าจะมากันเป็น “เรือนล้าน” แต่เท่าที่ประมาณหัวได้สูงสุดเพียงแค่ “หลักหมื่น” และนานไปยิ่งร่อยหรอลงเรื่อยๆ
       
       ขนาด ทักษิณ ลงทุนปลุกระดมด้วยตัวเอง ทำทุกทางไม่ว่าจะเป็น วีดิโอลิงก์ โฟนอิน ทวิตเตอร์ ส่งข้อความสั้น ฯลฯ แต่มาได้แค่นี้ ถือว่าล้มเหลว ที่สำคัญขณะที่ตัวเองกำลังร้องบอกให้ชาวบ้านออกมาให้มากๆ สู้เข้าไป บุกเข้าไป อยู่นั้นกลับสั่งให้ ลูก-เมีย ญาติพี่น้องใกล้ชิดเผ่นหนีไปต่างประเทศเพื่อเอาตัวรอด ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที
       
       ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งมาตรการรับมือของฝ่ายรัฐบาลถือว่าเตรียมการได้พร้อมพอสมควร ใช้วิธี “อ่อนสยบแข็ง” อดทนต่อแรงยั่วยุ ไม่ยอมออกมาปะทะ เพียงแต่รักษาพื้นที่เอาไว้อย่างมั่นคง ประกอบการออกทีวีของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชี้แจงประชาชนได้อย่างมีเหตุผล จนสร้างความชอบธรรม อีกทั้งบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลก็มีการประเมินสถานการณ์แล้วยังเห็นว่าสมควรผนึกกำลังกับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป
       
       ตรงกันข้ามกับฝ่าย ทักษิณ ที่นับวันความชอบธรรมกลับลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุม นอกจากนี้ยังต้องเจอกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด จนทำให้มวลชนเกิดอาการอ่อนล้าลงไป และล่าสุดเมื่อเวลาผ่านไปก็ยิ่งทำให้จำนวนคนลดเหลือแค่ 1-2 หมื่นคนเศษเท่านั้น
       
       แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือเมื่อจำนวนคนยิ่งน้อย และการชุมนุมที่ประกาศว่ายึดวิธีสันติก็มีแนวโน้มไม่บรรลุผล ไม่สามารถกดดันให้ นายกฯยุบสภา ได้เป็นผลสำเร็จ ก็อาจได้เห็นสัญญาณความรุนแรงตามมา เพราะหากสังเกตให้ดีจะพบว่าในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาได้เริ่มรับทราบเหตุการณ์ที่น่าวิตกบางอย่างเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น การยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าไปภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ จำนวน 3-4 นัดทำให้มีทหารบาดเจ็บสองนาย เมื่อวันที่ 15 มี.ค.ซึ่งเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มคนท่านยกขบวนกดดันนายกฯที่ตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบแห่งชาติ(ศอ.รส.) อยู่ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ถนนพหลโยธินพอดี
       
       จากนั้นในวันถัดมากลางดึก ได้เกิดเหตุคนร้ายยิ่งเอ็ม 79 เข้าไปใกล้กับบ้านพักของ ประธานศาลปกครองสูงสุด อักขราทร จุฬารัตน์ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ และก่อนหน้านั้นในวันที่ 11-12 มี.ค.ตำรวจก็ได้ทลายโรงงานผลิตชิ้นส่วนเครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 ทั้งที่ วังน้อยและบางพลีสมุทรปราการ ยึดชิ้นส่วนอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก สิ่งที่เกิดขึ้นได้สร้างความหวาดวิตกให้กับสังคมเป็นอย่างมาก เพราะจากการวีดิโอลิงก์เข้ามาล่าสุดของ ทักษิณ ก็ได้ปลุกระดมให้ประชาชนไปชุมนุมที่หน้าศาลากลางทั่วประเทศ แม้จะไม่ได้พูดตรงๆ แต่ความหมายก็คือให้ “ยึด” ศาลากลางและสถานที่ราชการสำคัญ
       
       ที่น่าสนใจก็คือมีรายงานข่าวจากหน่วยข่าวกรองของสหรัฐที่อ้างว่าได้มาจากการ “ดักฟัง” โทรศัพท์ของทักษิณ ที่สั่งการให้ลูกน้อง “ฮาร์ตคอร์” ก่อวินาศกรรมในเมืองกรุง เพื่อสร้างสถานการณ์ก่อจลาจล เพื่อกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่ตัวเองต้องการคือ นิรโทรกรรม ได้เงินที่ถูกยึดไปกลับคืนมา และได้กลับมามีอำนาจอีกรอบ
       
       ข่าวการก่อวินาศกรรมดังกล่าวต่อมาได้รับการยืนยันจาก สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและในฐานะ ผอ.ศอ.รส. อย่างไรก็ดีหากพิจารณาอีกด้านหนึ่งอาจข้อโต้แย้งจากฝ่ายตรงข้ามว่านี่คือแผนใส่ร้ายเพื่อทำลายความชอบธรรมฝ่ายตรงกันข้ามก็อาจจะมองได้
       
       แต่สิ่งที่ไม่มองข้ามไปได้เลยก็คือ ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่าท่าทีของบรรดาประเทศมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ต่าง “แอ๊กชั่น” ล้ำหน้าผิดสังเกต เริ่มตั้งแต่เอกอัครทูตอังกฤษประจำประเทศไทยที่เดินทางไปเตือนห้ามใช้ความรุนแรงถึงพรรคเพื่อไทย ต่อมาก็มีผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศพร้อมเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำไทยเข้าพบ นายกฯที่ทำเนียบฯก่อนการชุมนุมไม่กี่ชั่วโมง และล่าสุดเมื่อมีการอ้างว่า ทักษิณ ไปพบลูกที่เยอรมันก็มีเสียงตอบโต้จากทูตเยอรมันย้ำว่า “ห้ามเข้า”มาตั้งแต่ปีที่แล้ว หากฝ่าฝืนก็จะถูกดำเนินคดี
       
       สัญญาณอีกอย่างหนึ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นก็คือสหรัฐอาหรับเอมิเรตก็สั่งให้ ทักษิณ เดินทางออกนอกประเทศแล้ว จนต้องระเหเร่ร่อนไปอยู่ประเทศมอนเตเนโกร ประเทศเกิดใหม่เล็กๆในยุโรปตะวันออก หรือแม้แต่กัมพูชาก็เริ่มมีท่าที่แปลกๆออกมาจาก “ฮุนเซน” ที่สั่งห้ามคนงานกัมพูชาเข้าร่วมม็อบแดง
       
       ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจากบรรดาประเทศมหาอำนาจดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ทักษิณ ไม่ได้รับการสนับสนุน ซึ่งจะทำลายความชอบธรรมในการชุมนุมที่เชื่อว่าเขาอยู่เบื้องหลัง สั่งการให้เกิดความวุ่นวายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ สหรัฐ อังกฤษ เยอรมัน ผนึกกำลังออกโรงพร้อมกันบอยขอตแบบนี้มันก็ยิ่งทำให้เขาไม่มีที่ยืน และในที่สุดโอกาสไม่มีแผ่นดินอยู่เริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ
       
       แต่ขณะเดียวกันเมื่อรูปการณ์ออกมาแบบนี้ก็ต้องย้ำว่าน่าเป็นห่วง เพราะอาจทำให้ “บางคน” เกิดอาการคลุ้มคลั่งทำอะไรที่ขาดสติได้ตลอดเวลา ทำนองเมื่อข้าไม่สมหวังเอ็งก็อย่าอยู่อย่างสงบกันอีกเลย ระวังจะออกมาในทำนองนี้ อย่ามองข้ามเป็นอันขาด !!

ที่มา http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9530000037203&#Comment
      บันทึกการเข้า

Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #128 เมื่อ: 17 มีนาคม 2553, 08:02:43 »



ทักษิณชินวัตร,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตร,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณชินวัตรทักษิ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณชินวั,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณชินวัตรทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณชินวัตรทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวั,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทัก,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณชินวัตรทัก,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทัก,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณชินวัตรทักษิณ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณ,,,,,,,,ทักษิณ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทักษิณ,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,ทักษิณ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณ,,,,,,,,ทักษิณช,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตร,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทัก,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชินวัตรทัก,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,ทักษิณชิน,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,กินหัว
      บันทึกการเข้า

Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #129 เมื่อ: 17 มีนาคม 2553, 08:37:13 »

      บันทึกการเข้า

Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #130 เมื่อ: 17 มีนาคม 2553, 09:27:08 »

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=vgUCUFJ-QxI" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=vgUCUFJ-QxI</a>
      บันทึกการเข้า

Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,069


ดูรายละเอียด
« ตอบ #131 เมื่อ: 17 มีนาคม 2553, 14:29:10 »



สื่อนอกกล่าว เป็นนิยายและเป็นยุทธวิธีทางการเมือง ที่น่าขยะแขยง ของนักประท้วงท่าน ในประเทศไทย


Here's a novel (and disgusting) political tactic from Thailand's "red-shirt" protesters:

Organizers of the demonstrations in the Thai capital said they're requesting that each protester donate between two and 20 teaspoons of blood - 10 to 100 cubic centimeters - to meet their goal of more than 2,000 pints (1 million cubic centimeters). That would require between 10,000 and 100,000 people - roughly the crowd's peak size - to donate.

"The blood will be taken from the body and democratic soul of the Red Shirts," said a protest leader, Natthawut Saikua, referring to the popular name for the protesters. He said they would start recruiting medical staff for the blood drive Tuesday morning.

They threatened to pour the blood on Government House if their renewed demand was rejected by 6 p.m. Tuesday (7 a.m. EDT, 1100 GMT).

I thought it was going to be hard to top the great Latvian cow head protest of 2009 in stomach-turning outrageousness, but this literal blodbath might do it. The red cross is also complaining about the waste of perfectly good blood.

The protesters -- supporters of ousted Thai Prime Minsiter Thaksin Shinawatra -- want current leader Abhisit Vejjajiva to dissolve parliament and hold new elections. 

Even grosser update: Al Jazeera's Wayne Hay reports that blood isn't the only vile substance the red shirts have turned into a political weapon (HT: Boing Boing):

The red shirted supporters of former Prime Minister Thaksin Shinawatra have been busy mixing up a disgusting and smelly concoction of faeces and fermented fish to throw at anyone who might get in their way.
What this has to do with reforming the Thai political system, I'm not sure


ที่มา : http://blog.foreignpolicy.com/posts/2010/03/15/thailand_there_might_be_blood
      บันทึกการเข้า

ตุ๋ย 22
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2522
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 20,141


ดูรายละเอียด
« ตอบ #132 เมื่อ: 17 มีนาคม 2553, 21:43:42 »

ผมเห็นแล้วขยะแขยงเลือดจัง  ไร้อารยะสิ้นดี
      บันทึกการเข้า

น้ำใจน้องพี่สีชมพู ไม่เสื่อมคลายหายไปจากหัวใจ
seree_60