........ อ่านรายละเอียด.หอใหญ่ใหญ่ คลิ๊ก ได้ทุกวัน.......
25 พฤษภาคม 2556, 14:41:34
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
A A A A  ระเบียบปฎิบัติ
   
Languages    
  หน้า: 1 ... 49 50 [51]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: หอพักรักของข้า 15 (หนึ่งห้า) ระดมพล  (อ่าน 111134 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 18,085


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1250 เมื่อ: 03 มีนาคม 2556, 21:02:36 »

สรุปผลการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. หลังเสร็จสิ้นการนับคะแนนเมื่อ 20.08 น.

“สุขุมพันธุ์” คว้าเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย ควง “พงศพัศ” ทุบสถิติยุค “สมัคร”
3 มีนาคม 2556 15:54 น.

 
       นับเสร็จแล้ว 100% ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. “สุขุมพันธุ์” คว้า 1.2 ล้านเสียง “พงศพัศ” ได้ 1 ล้านเศษ "คุณชาย"ทิ้งห่าง 1.7 แสน แต่ทุบสถิติยุค “สมัคร” ทั้งคู่ ด้าน “เสรีพิศุทธ์” อันดับ 3 ได้ 1.6 แสน “สุหฤท” 7.8 หมื่น “โฆสิต” 2.8 หมื่น พบผู้มาใช้สิทธิ์ร้อยละ 63.98
       
       วันนี้ (3 มี.ค.) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร มีรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างไม่เป็นทางการ ทั้ง 50 เขต

       
       
     
       ผลการนับคะแนน เมื่อเวลา 20.08 น.
       
       
       ณ เวลา 20.08 น. นับคะแนนแล้ว 6,548 หน่วย คิดเป็น 100% สรุปได้ดังนี้
       
       อันดับ 1 หมายเลข 16 หม่อมราชวงศ์ สุขุมพันธุ์ บริพัตร ประชาธิปัตย์ 1,256,231
       อันดับ 2 หมายเลข 9 พลตำรวจเอก พงศ์พัศ พงษ์เจริญ เพื่อไทย 1,077,899
       อันดับ 3 หมายเลข 11 พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้สมัครอิสระ 166,582
       อันดับ 4 หมายเลข 17 นายสุหฤท สยามวาลา ผู้สมัครอิสระ 78,825
       อันดับ 5 หมายเลข 10 นายโฆสิต สุวินิจจิต ผู้สมัครอิสระ 28,640
       อันดับ 6 หมายเลข 19 นายสุขุม วงประสิทธิ ยางพาราไทย 2,730
       อันดับ 7 หมายเลข 15 นายจำรัส อินทุมาร ไทยพอเพียง 2,594
       อันดับ 8 หมายเลข 8 นายสุเมธ ตันธนาศิริกุล กรุงเทพพัฒนาฯ 2,531
       อันดับ 9 หมายเลข 6 นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง กลุ่มเพื่อนสัณหพจน์ สามมหาลัยดัง 2,089
       อันดับ 10 หมายเลข 14 นายประทีป วัชรโชคเกษม ผู้สมัครอิสระ 1,368
       
       อันดับ 11 หมายเลข 7 นายณัฏฐ์ดนัย ภูเบศอรรถวิชญ์ ผู้สมัครอิสระ 1,341
       อันดับ 12 หมายเลข 1 นายวิละ อุดม ผู้สมัครอิสระ 1,314
       อันดับ 13 หมายเลข 3 ร้อยเอก เมตตา เต็มชำนาญ เมตตาธรรม 1,301
       อันดับ 14 หมายเลข 12 นางสาวจงจิตร์ หิรัญลาภ ผู้สมัครอิสระ 1,194
       อันดับ 15 หมายเลข 4 นายโสภณ พรโชคชัย ผู้สมัครอิสระ 1,128
       อันดับ 16 หมายเลข 21 นางธรณี ฤทธีธรรมรงค์ ผู้สมัครอิสระ 922
       อันดับ 17 หมายเลข 5 นายสมิตร สมิทธินันท์ ผู้สมัครอิสระ 697
       อันดับ 18 หมายเลข 13 นายวศิน ภิรมย์ ผู้สมัครอิสระ 650
       อันดับ 19 หมายเลข 2 นายวรัญชัย โชคชนะ กรุงเทพก้าวหน้า 638
       อันดับ 20 หมายเลข 18 นางนันท์นภัส โกไศยกานนท์ ผู้สมัครอิสระ 634
       
       อันดับ 21 หมายเลข 22 นายศุภชัย เขษมวงศ์ ผู้สมัครอิสระ 464
       อันดับ 22 หมายเลข 25 พันตำรวจเอกขจรศักดิ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครอิสระ 461
       อันดับ 23 หมายเลข 20 นายกฤษณ์ สุริยผลผู้สมัครอิสระ 273
       อันดับ 24 หมายเลข 24 นายวิทยา จังกอบพัฒนา ผู้สมัครอิสระ 266
       อันดับ 25 หมายเลข 23 นางสาวรวิวรรณ สุทธิวีรสรรค์ ผู้สมัครอิสระ 112
       
       สำหรับผู้มาใช้สิทธิมีจำนวน 2,715,640 คน จากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 4,244,465 คน คิดเป็น 63.98% ทั้งนี้ เขตทวีวัฒนามีประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุด 72% ส่วนเขตดุสิตมีประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยสุด 56.85% อย่างไรก็ตาม เขตที่ส่งผลการนับคะแนนเลือกตั้งเป็นเขตสุดท้าย คือ เขตลาดกระบัง 2 หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งมาถึงศาลาว่าการกรุงเทพมหานครเมื่อประมาณ 20.00 น.ที่ผ่านมา
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ และ พล.ต.อ.พงศพัศ ได้ทำลายสถิติคะแนนเลือกตั้งเกิน 1 ล้านคะแนนที่มีอยู่เดิม โดยในปี 2543 นายสมัคร สุนทรเวช ผู้สมัครจากพรรคประชากรไทย ได้รับคะแนนเสียง 1,016,096 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 45.85 ทิ้งห่าง น.ส.สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (ในขณะนั้น) ผู้สมัครจากพรรคไทยรักไทย ได้รับคะแนนเสียงเพียง 521,184 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 23.52 ซึ่งถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่การจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เป็นต้นมา

 
 
จาก http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9560000026515
เวลา 3 มีนาคม 2556 20:54 น.
 


      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 18,085


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1251 เมื่อ: 24 มีนาคม 2556, 20:40:24 »

คุณโสภณ และน้องนก

พี่ปิ้ง จะจัดมอบทุนให้นักเรียนและโรงเรียน โดย "มูลนิธิเพื่อการศึกษาตระกูลมีเพียร"
โดยปีนี้จะมอบทุนรวม 50,000 บาท
ให้โรงเรียน บ้านหนองกุงน้อย ตั้งอยูู่หมู่บ้านหนองกุงน้อย ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น..
อยู่ห่างตัวเมือง ประมาณ  40 กิโลเมตร กำหนดจะมอบให้ในช่วงวันที่ 15-16 เมษายน 2556 ที่จะถึงนี้
ทุนส่วนหนึ่ง จัดหาด้วยการขายหนังสือ ซึ่งพี่ปิ้ง ได้เขียน "ประมวลลำนำกลอน ของดวงจำปา" เอาไว้
หนังสือเล่มละ 300 บาท รวม 100 เล่ม รวมเป็นเงิน 30,000 บาท
ขอเชิญชาวซีมะโด่ง ร่วมบุญด้วยกัน
เงินเข้าบัญชี มูลนิธิเพื่อการศึกษาตระกูลมีเพียร
                   ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา ถนนพัฒนาการ
                   ออมทรัพย์เลขที่  123- 2315- 942
หนังสือจะจัดส่งให้ตามที่อยู่ที่แจ้ง สั่งจองและแจ้งที่อยู่ พร้อมแจ้งการโอนเงินได้ที่
 "ห้องคุยกับเหยง 16 -พิเชษฐ์ เชื่อมฯ......."

http://www.cmadong.com/board/index.php/topic,5699.msg628781/boardseen.html#new

รายละเอียดปรากฎอยู่ข้างล่างนี้แล้วครับ............

                           

                           

อ้างถึง
ข้อความของ Keartipong07 เมื่อ 24 มีนาคม 2556, 16:54:43
  หึหึ ปิ๊งๆ gekสวัสดีครับ น้องเหยง๑๖

       - พี่ปิ้ง ขอรบกวนมาใช้บริการในห้องนี้ สักครั้งนะครับ

           เพื่อให้น้องเหยง ช่วยแจ้งข่าวไปยัง เพื่อนๆพี่ๆ น้องๆ ซีมะโด่ง ทั้งหลาย ให้ทราบทั่วกัน

            เพราะพี่ปิ้ง ติดสอน นศ.ป.โท ป.เอก ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ที่ จ.ขอนแก่น ด้วย

        - พี่ปิ้ง  ขอใช้ บริการของน้องเหยง ให้ช่วยประชาสัมพันธ์ ไปยังน้องๆ รุ่นดังๆ ทั้งหลาย

             เช่นรุ่นมหาอำนาจ ๑๔      รุ่นกำลังดัง  รุ่น๑๖      รุ่นขยัน รุ่น๑๗  รุ่นน่ารัก รุ่น๒๐ 
 
              และรุ่นสดใส รุ่น๒๒ เป็นต้น


            และรุ่นอื่นๆ  ดังนี้ คือ....


             - พี่ปิ้ง มีโครงการไปมอบทุนการศึกษา ให้แก่โรงเรียนที่อยู่ห่างไกล ในถิ่นทุรกันดาร ที่ขาดแคลนไปทุกอย่าง

                 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นประจำทุกปี ..โดย มูลนิธิเพื่อการศึกษาตระกูลมีเพียร ซึ่งพี่ปิ้งเป็นประธาน


                    กรรมการฯ   ...อย่างน้อยปีละหนึ่งโรงเรียน...ปีนี้ ได้คัดเลือก แล้ว ๑ โรงเรียน ชื่อ...


                       โรงเรียน บ้านหนองกุงน้อย ตั้งอยูู่หมู่บ้านหนองกุงน้อย ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น..

                           ห่างตัวเมือง ประมาณ  ๔๐ กิโลเมตร


                        เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก  มีนักเรียนทั้งหมด ๒๔ คน เป็นหญิง ๑๔ คน เป็นชาย ๑๐ คน

                          ทำการเรียนการสอน ตั้งแต่ชั้นอนุบาล ๑ ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖..มี ผอ.โรงเรียน ( ครูใหญ่)

                         ชื่อ นายอนันค์พร  บุญพงษ์.. ทางโรงเรียนต้องการ เครื่องคอมพิวเตอร์ ..อุปกรณ์กีฬา จำพวก


                          ลูกวอลเลย์บอล ลูกตะกร้อ และลูกเปตอง เพื่อให้เด็กได้เล่นออกกำลังกาย... พี่ปิ้งได้ออกไปเก็บ

                        ข้อมูลด้วยตนเอง..โดยให้ลูกศิษย์ที่เรียน ปริญญาเอกทางการศึกษา..พาไป...บริเวณโรงเรียน

                       อาคารเรียนมีหลังเเีดียว..มีสนามตะกร้อ ที่ทาง อบต.ให้งบมาสร้างให้ เมื่อเร็วๆนี้ เป็นสนามปูนต์

                         ( ตามภาพ )...

              - พี่ปิ้ง ตั้งงบประมาณรายรับ ไว้ ๕๐,๐๐๐ บาท  จำแนกได้กังนี้ จาก

                   ๑. งบประมาณของมูลนิธิฯ          ๒๐,๐๐๐  บาท

                     ๒.. งบประมาณรายรับ จากการจำหน่ายหนังสือ " ลำนำกลอน ของ ดวงจำปา " ๒๘๓ หน้า

                      เล่มละ ๓๐๐ บาท

                           ๑๐๐  เล่ม  รวม                 ๓๐,๐๐๐   บาท

                                  รวมงบประมาณรายรับ   ๕๐,๐๐๐  บาท

                     - ภาพ หน้าปกหนังสือ ( เสร็จแล้ว สามารถส่งได้เลย ) ตาม ภาพที่แนบ

                      ให้ โอนเงิน เข้าบัญชี มูลนิธิเพื่อการศึกษาตระกูลมีเพียร..ดังนี้

                          ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา ถนนพัฒนาการ

                           ออมทรัพย์เลขที่  123- 2315- 942

              - รบกวน น้องเหยง๑๖ ช่วยประชาสัมพันธ์ ให้พี่ปิ้ง๐๗ ให้ด้วย นะครับ

                   และ ขออนุโมทนาบุญ มายัง พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ซีมะโ่ด่ง ทุกคน ที่ให้การสนับสนุน

                     ให้ทุกคนได้รับ บุญกุศล ในกิจกรรม ครั้งนี้อย่างทั่วถึง ทุกคน..ประสบแต่ความโชคดี


                        มีสุขภาพกาย สุขภาพใจ ดี่เยี่ยม

                            หนุ่มสาว ขึ้นทุกๆคน...ไม่เจ็บ ไม่ป่วย..และไม่จน ..รวยๆทุกคน นะครับ


                                      ด้วยความระลึกถึงและขอบคุณ น้องเหยง๑๖ มากๆ

                                            คงจะได้ไปร่วมทริปซีมะโด่งสัญจร อีกนะครับ


                                                       พี่ปิ้ง๐๗


                       

                         
                       


                         

                                    - บริเวณ หน้าโรงเรียนบ้านหนองกุงน้อย จ้า

                             

                                   บริเวณทางเข้า ไปใน ต้วโรงเรียน จ้า

                             
                               

                                       ถ่าย เป็นที่ระลึก กับครูส่วนใหญ่ของโรงเรียน คือมี ครูทั้งหมด ๓ คน

                                       ครูอัตราจ้างชั่วคราว ๑ คน นักการภารโรง อัตราจ้าง ๑ คน รวมทั้งหมด ๕ คน จ้า


                                 

                                           พี่ปิ้ง ถ่ายกับครู สอนอนุบาล ที่หน้าห้องเรียน มีนักเรียนอนุบาลทั้งโรงเรียน เจ็ดคน จ้า

                               
                               -

                               

                                          ห้องเรียน ประถม อยู่ชั้นสองของโรงเรียน เอาไม้อัดไปกั้นเป็นห้องเรียน ประดับด้วยกระดาษโปสเตอร์

                                 
                                       

                                             ภาพนี้ ถ่ายจากในห้องเรียออกไปข้างนอก เห็นทิวทัศน์ข้างนอก..เป็นไร่อ้อย

                                               ..อาชีพของชาวบ้านที่นี่ จ้า...


                             

                               
                               

                                    - เป็นสนามกีฬาของโรงเรียน ที อบต.ให้งบ มาสร้าง เป็นสนามปูนต์ ..จึงร้องขอลูกตะกร้อ

                                          ลูกวอลเลย์ และลูกเปตอง จ้า


                               

                               

                                      พี่ปิ้ง๐๗ ถ่ายร่วมกับครู ก่อนที่จำอำลาจากไป...ลาก่อน แล้วจะกลับมาพร้อมสิ่งที่ต้องการจ้า..



                                                       - ขอขอบคุณน้องเหยง๑๖ อีกครั้งนะครับ

                                                           ยังไง ช่วยแจ้งข่าว ความคืบหน้าให้พี่ปิ้ง ทราบด้วยนะครับ

                                                       ( ตามโครงการ จะนำไปมอบ ระหว่าง ๑๕-๑๖  เมษายน  ๒๕๕๖ )

                                          - พี่ปิ้ง แนบไฟล์ โครงการ ไม่ได้ มันเออเร่อร์ จ้า...


                                                          จาก พี่ปิ้ง๐๗  จ้า

             ป.ล. ในหนังสือประมวลลำนำกลอน พี่ปิ้งได้รวบรวมมา ตั้งปี พ.ศ.๒๕๕๐ - ๒๕๕๔ บางส่วน

                        พร้อม รูปภาพประกอบ ..มีพวกเรา ปรากฏ อยู่หลายๆ คนมากเลย   จ้า...
                         

         
      บันทึกการเข้า
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,837


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1252 เมื่อ: 26 มีนาคม 2556, 13:04:19 »

เนื่องในวันครบรอบ 96 ปี จุฬาของเรา




เรื่องน่ารู้ในรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn University)

1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย
2. เป็นมหาวิทยาลัยเดียวในประเทศ ที่ไม่ได้ขึ้นต้นด้วยคำว่า “มหาวิทยาลัย” มีตัวย่อว่า “จุฬาฯ” ไม่ใช่ “ม.จุฬาฯ” เหมือน ขสมก.ใช้
3. เป็นมหาวิทยาลัยเดียวที่ไม่มีป้ายชื่อมหาวิทยาลัย มีแต่เพียงป้ายบอกอาณาเขต
4. เป็นมหาวิทยาลัยที่สถาปนาโดยพระมหากษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ มาลงเสาเอกด้วยพระองค์เอง
5. จุฬาฯ เป็นสถานที่ที่เกิดขึ้นจากความรักของ 2 พระองค์ที่มีแก่กัน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระประสงค์อยากให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นอนุสรณ์ในพระราชบิดา ของพระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
6. เมื่อก่อนชื่อ “จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย” ไม่มีการันต์ เป็นคำสมาสที่ไม่ได้อ่าน กะ-ระ-นะ อ่านว่า “กอน” เฉย ๆ แต่มาสมัยจอมพล ป. รัฐบาลชุดนั้นก็ได้มาเปลี่ยนให้มีตัวการันต์ เพราะเขาบอกว่า ถ้าไม่อย่างนั้นก็ต้องอ่าน “กะ-ระ-นะ” ก็เลยต้องมีตัวการันต์จนถึงปัจจุบันนี้ -_-"
7. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บัญญัติว่า พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระบรมราชูปถัมภกแห่งโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ และเป็นพระราชปฏิบัติว่าพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีเป็นพระบรมราชูปถัมภกของสถาบันนี้ตลอดมาจนถึงปัจจุบันและตลอดไป (ด้วยเหตุนี้มหาวิทยาลัยแรกแห่งกรุงสยามได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบรมราชูปถัมภกแห่งจุฬาฯ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน 5 พระองค์)
8. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานที่ดินของพระคลังข้างที่ จำนวน 1,309 ไร่ ซึ่งอยู่ที่อำเภอปทุมวัน ให้เป็นสถานที่ตั้งของจุฬาฯ
9. เงินที่นำมาสร้างจุฬาฯ คือ เงินบริจาคของประชาชน เงินที่เหลือจากการบริจาคสร้างพระบรมรูปทรงม้า เรียกว่า “เงินหางม้า”
10. ถ้าจะนับเวลาที่จุฬาฯ เกิดขึ้นจริงๆ แล้ว โดยที่ไม่นับรวมว่าใช้ชื่อสถาบันว่าอะไรก็ตั้งแต่ปี พ.ศ.2442 ในขณะนั้นยังใช้ชื่อว่า “สำนักวิชาฝึกหัดข้าราชการฝ่ายพลเรือน” (ร้อยกว่าปีผ่านมา...)
11. คณะก่อตั้งจุฬาฯ 4 คณะแรก คือ รัฐประศาสนศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ และอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์
12. “พระเกี้ยว” พระพิจิตรเลขาประจำรัชกาลที่ 5 เป็นตราสัญลักษณ์ประจำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจของนิสิตจุฬาฯ ทุกคน
13. เข็มพระเกี้ยวต้องติดที่อกเบื้องขวา เพราะเป็นของพระราชทาน (ของพระราชทานจะติดที่เบื้องขวา)
14. เพลงพระราชนิพนธ์ มหาจุฬาลงกรณ์ เพลงประจำมหาวิทยาลัย แต่ก่อนเคยใช้เป็นเพลงมหาฤกษ์
15. สีประจำมหาวิทยาลัย คือ สีชมพู เป็นสีประจำวันพระราชสมภพของรัชกาลที่ 5 อัญเชิญมาใช้ครั้งตอนงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ – ธรรมศาสตร์
16. จามจุรี เป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย มีอยู่ 5 ต้นที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาปลูกด้วยพระองค์เอง โดยพระองค์ทรงนำต้นจามจุรีทั้ง 5 ต้นมาจากพระราชวังไกลกังวล หัวหินด้วยพระองค์เอง และมิได้แจ้งทางมหาวิทยาลัยล่วงหน้า นำความปลาบปลื้มมาสู่ชาวจุฬาฯทุกคน และยังได้พระราชทานพระราชดำรัสถึงความผูกพันระหว่างชาวจุฬาฯ กับจามจุรีว่ามีมานานตั้งแต่สร้างมหาวิทยาลัย ทรงเน้นว่า “ดอกสีชมพู” เป็นสัญลักษณ์สูงสุดอย่างหนึ่งของจุฬาฯ พระองค์ทรงเห็นว่าจามจุรีที่นำมานั้นโตขึ้น สมควรจะเข้ามหาวิทยาลัยเสียที และสถานที่นี้เหมาะสมที่สุด “จึงขอฝากต้นไม้ไว้ห้าต้นให้เป็นเครื่องเตือนใจตลอดกาล”
17. นิตยสารไทม์ได้เสนอผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก คือ จุฬาฯ ภาพรวมอยู่อันดับที่ 180 (เคยอยู่สูงสุดอันดับที่ 123) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของไทย และอันดับ 3 ของอาเซียนมาโดยตลอด

เครื่องแบบนิสิต
18. เครื่องแบบการแต่งกายของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเครื่องแบบแห่งแรกและเพียงแห่งเดียวของประเทศไทยที่ได้รับพระราชทานมาจากองค์พระมหากษัตริย์ และเป็นแห่งแรกที่มีการสวมใส่เครื่องแบบนิสิต นอกจากนี้เครื่องแบบนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเครื่องแบบของมหาวิทยาลัยเพียงแห่งเดียวของประเทศไทยที่ถูกตราไว้ในพระ ราชกฤษฎีกา พ.ศ.2498 (เป็นเกียรติ เป็นศรี เป็นศักดิ์ เป็นเอกลักษณ์งามสง่า สวมชุดนิสิตจุฬาฯ ประกาศค่า “จุฬาลงกรณ์”)
19. จีบด้านหลังของเสื้อนิสิตหญิง เป็นสัญลักษณ์แทนสไบแปลว่า ผ้าแถบ ผ้าห่มผู้หญิง ส่วนที่ตลบกลับตรงท้องแขนของเสื้อนิสิตหญิง เป็นสัญลักษณ์แทนพาหุรัด แปลว่า เครื่องประดับ กำไลแขน ทองต้นแขน ซึ่งเป็นเครื่องประดับชั้นสูง
20. รองเท้าหนังฟอกสีขาวสำหรับนิสิตหญิงน้องใหม่ฮิตใส่ยี่ห้อ peppermint
21. ตราพระเกี้ยวในเนคไทของนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์นั้นไม่ได้ใช้ตามแบบมหาวิทยาลัย
22. นิสิตหญิงคณะนิเทศศาสตร์ใส่พลีตสีดำตลอดชั้นปีที่ 1 ส่วนนิสิตชายชั้นปีที่ 1คณะวิศวกรรมศาสตร์และครุศาสตร์ให้ใส่กางเกงสีกรมท่า (แต่ถ้าปีอื่นๆ ใส่สีดำก็ไม่ว่ากัน)
23. นิสิตหญิงที่ใส่เสื้อฟิดติ้วตีเกล็ด ใส่กระโปรงทรงสอบสั้นจะถูกประณามหยามเหยียด
สถานที่
24. จุฬาฯ มี 5 ฝั่ง ได้แก่
- ฝั่งแรก คือ ฝั่งอนุสาวรีย์พระบรมรูปสองรัชกาล หน้าหอประชุมจุฬาฯ เป็นที่รวมของหลายๆ คณะ เด็กจุฬาฯ เรียกว่า “ฝั่งใหญ่”
- ฝั่งที่ 2 คือ ฝั่งหอสมุดกลาง เป็นที่ตั้งของคณะอีก 3 คณะ คือ ครุศาสตร์ นิเทศศาสตร์ และนิติศาสตร์ บางคนเรียกว่า “ฝั่งนอกเมือง” ทั้งๆ ที่เป็นฝั่งเดียวกัน MBK และสามย่านนะ
- ฝั่งที่ 3 คือ ฝั่งสยามสแควร์ เป็นที่ตั้งของคณะทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์
- ฝั่งที่ 4 คือ ฝั่งมาบุญครอง เป็นที่ตั้งของคณะสหเวชศาสตร์ พยาบาล จิตวิทยา และวิทยศาสตร์การกีฬา
- ฝั่งสุดท้าย คือ ฝั่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คือ ที่ตั้งของคณะแพทยศาสตร์
25. รู้ไหมว่าในจุฬาฯ (ฝั่งใหญ่) ถนนมีชื่อ NickName อยู่สองสาย คือ Art Street = ตั้งแต่คณะสถาปัตยศาสตร์มาศิลปกรรมศาสตร์จนถึงอักษรศาสตร์ (เกี่ยวกับศิลป์) ส่วนอีกถนนหนึ่งก็คือ Hi-So Street = ตั้งแต่รัฐศาสตร์ไปถึงเศรษฐศาสตร์ไปสุดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีไง ส่วนสามแยกปากห-ม-า ก็ต้องที่วิศวะเท่านั้น !!!
26. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ไม่ใช่ของจุฬาฯ แต่เป็นของสภากาชาดไทย ว่างๆ ก็ไปบริจาคเลือดที่สภากาชาดกันนะ
27. หอประชุมจุฬาฯ เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานทั้งแบบตะวันออกและตะวันตก ออกแบบโดย ศ.พระพรหมพิจิตร ได้แรงบันดาลใจจากพระอุโบสถวัดราชาธิวาสครับ ตึกเทวาลัยทั้ง2 ตึกต่างหากที่เป็นชาวต่างชาติออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากสุโขทัยครับ
28. อาคารหลังแรกของจุฬาฯ (อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ : เทวาลัย) ที่ต้องสร้างเป็นแบบไทยผสมตะวันตก ทั้งที่ขณะนั้นค่านิยมการสร้างอาคารต้องสร้างให้ทันสมัยแบบตะวันตก เพราะพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมิได้สร้างวัดประจำรัชกาลของพระองค์ จึงมีพระประสงค์สร้างอาคารมหาจุฬาลงกรณ์ เป็นสถาปัตยกรรมรูปแบบไทยผสมตะวันตก เพื่อแทนการสร้างวัดประจำรัชกาล(ดังเช่น โรงเรียนมหาวชิราวุธวิทยาลัย) และพระองค์มีพระประสงค์ให้ “เรียนศาสตร์ใหม่ การศึกษาก้าวหน้า รักษาภูมิปัญญาตะวันออก”
29. ตึกที่สูงที่สุดในจุฬาฯ คือ ตึกมหามกุฎ คณะวิทยาศาสตร์ ถ้ามองจากมุมสูง จะเห็นศาลาพระเกี้ยว เป็นรูปพระเกี้ยวจริงๆ และตึกจุลจักรพงษ์จะเป็นฐานพระเกี้ยว ไฮโซเวอร์
30. จุฬาฯ เป็นสถาบันเดียวที่มีสมเด็จเจ้าฟ้าอาจารย์ 4 พระองค์ ได้แก่
- 4 ตุลาคม 2461 สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย เสด็จมารับราชการที่จุฬาฯ นับเป็นเจ้าฟ้าอาจารย์พระองค์แรกของจุฬาฯ ในครั้งนั้นท่านทรงสอนวิชาภาษาอังกฤษที่คณะรัฏฐประศาสนศาสตร์
- พ.ศ.2467-2468 สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงสอนวิชา vertebrate anatomy แก่นิสิตคณะแพทยศาสตร์ ทรงริเริ่มและสอนวิชาอารยธรรมและประวัติศาสตร์แก่นิสิตทุกคณะที่ลงทะเบียน ทรงเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าอาจารย์องค์ที่ 2
- พ.ศ.2495-2501 สมเด็จพระพี่นางฯ ทรงเคยเป็นอาจารย์สอนนิสิตชั้นปีที่ 4 คณะอักษรศาสตร์ วิชาวรรณคดีฝรั่งเศส และ phone'tiquie สำหรับนิสิตปี 3 และ conversation ให้แก่นิสิตชั้นปีที่ 2 เมื่อพระองค์ท่านมีทรงงานเยอะขึ้น จึงต้องล้มเลิกการสอนไป (ถ้านิสิตคนไหนอยากดูพระฉายาลักษณ์ตอนที่ท่านเคยสอนนิสิตคณะอักษรศาสตร์ ลองไปดูที่หอประวัติจุฬาฯ ชั้นสองได้ มีรูปและคำบรรยายประกอบด้วย) พระองค์ท่านทรงเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าอาจารย์องค์ที่ 3
- พ.ศ.2522 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสอนวิชาอารยธรรมแก่นิสิตที่ลงทะเบียนเรียนตามโครงการการศึกษาทั่วไป ทรงเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าอาจารย์องค์ที่ 4
31. หอสมุดกลาง เรียกว่า “หอกลาง” เป็นที่สำหรับนอนหลับ อ่านหนังสือ เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนัง ฟังเพลงFacebook และจะกลายเป็นตลาดนัดในช่วง Midterm กับ Final ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องทำสงครามแย่งโต๊ะอ่านหนังสือจนเคยมีคดีชกต่อยกันมาแล้ว
32. จามจุรี 9 เป็นอีกสถานที่ที่ให้เด็กจุฬาฯ ไปอ่านหนังสือ ติวหนังสือ สอนพิเศษทั้งอาคาร รวมทั้งยังมีที่ทำการไปรษณีย์และศูนย์อนามัยของมหาวิทยาลัย
33. หอพักนิสิตจุฬาฯ มี 5 หอ คือ จำปี จำปา พุดตาน พุดซ้อน เฟื่องฟ้า ชวนชม ส่วนหอพักในกำกับ คือ หอพักพวงชมพู (ยูเซ็นเตอร์) ที่แอบไฮโซแต่แคบมาก
34. สนามกีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียกกันว่า “สนามจุ๊บ” โดยเรียกให้คล้องจองกับ “สนามศุภ” สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์ เดิมชื่อสนามกีฬาจารุเสถียร ตามชื่อจอมพลประภาส จึงเรียกให้คล้องกับสนามศุภชลาศัยฯ ว่าสนามจุ๊บครับ โดยในปัจจุบันเป็นสนามฟุตบอลหญ้าเทียมแห่งแรกของไทยครับ
35. สถานีรถไฟใต้ดินสถานีสามย่าน เขียนว่า “สิ่งปลูกสร้างนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”
36. การเดินจากฝั่งคณะวิทยาศาสตร์ไปฝั่งคณะนิเทศศาสตร์ไปง่ายๆ โดยไม่ต้องขึ้นสะพานลอย เพราะจุฬาฯหรูกว่านั้น คือ มีอุโมงค์เชื่อมสองฟากถนนด้วย
37. ถนนอังรีดูนังต์มีอาชญากรรมบ่อยๆ
38. ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จัดตั้งศูนย์หนังสือขึ้นมาร่วมกันด้วยทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

นิสิต – นิสิตา
39. จุฬาฯ เป็นมหาวิทยาลัยแรกที่ใช้คำว่า “นิสิต-นิสิตา”
40. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงเข้าศึกษาในคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ในปีการศึกษา 2548
41. หนุ่ม ที่สาวคณะต่างๆ หมายปองมักจะอยู่ฝั่งในเมือง เช่น สถาปัตยกรรมศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ หรือ แม้กระทั่งหนุ่มๆ สิงห์ดำ (รัฐศาสตร์) สาวๆ ก็ไม่แพ้กัน สาวสวยที่ขึ้นชื่อในจุฬาฯ ก็ต้องยกให้อักษรศาสตร์ รัฐศาสตร์ บัญชี...ทั้ง สวย รวย เก่ง...อืม!

42. สมัยก่อน รู้หรือไม่ว่า นิสิตชายคณะรัฐศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ไม่ถูกกัน ถึงขนาดยกพวกตีกันในวันไหว้ครูในปีพ.ศ.2504 รัฐศาสตร์เสียเปรียบตรงกำลังคนน้อยกว่า 4 ต่อ 1 จนร้อนไปถึงจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐศาสตร์ในสมัยนั้นต้องออกมาไกล่เกลี่ยด้วยตัวเอง มีคนว่ากันว่า “วิศวะชนะด้านยุทธวิธี แต่รัฐศาสตร์ชนะด้านยุทธศาสตร์”
43. นิสิตชายคณะอักษรศาสตร์ เรียกว่า Arts Men ซึ่งมีคิดว่าเป็น 1 ใน 10 ของนิสิตหญิง
44. เด็กอักษรชอบเด็กสถาปัตย์ แต่เด็กสถาปัตย์จะชอบกันเอง
45. นิสิตครุศาสตร์ สาขาวิชาศิลปศึกษา เรียกตนเองว่า “ครุอาร์ต” ซึ่งมีอาคารเรียนเป็นของตนเอง คือ อาคาร 8
46. จุฬาฯ มีคณะพยาบาลศาสตร์ แต่ไม่เปิดหลักสูตรปริญญาตรี เพราะโรงพยาบาลจุฬาฯ รองรับนักศึกษาพยาบาลจากสภากาชาดไทยแล้ว
47. หลักสูตรปริญญาตรีล่าสุดของจุฬาฯ คือ ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตร โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาวิจัยทรัพยากรการเกษตร เรียกนิสิตหลักสูตรนี้ว่า OCARE ซึ่งได้ไปศึกษาที่จุฬาฯ ศูนย์สระบุรีด้วย
48. คู่ รักคู่แค้นของเด็กจุฬาฯ คือ เด็กธรรมศาสตร์ งานบอลแต่ละครั้ง ต้องประชันกันให้เหนือกว่ากัน ซึ่งค่าใช้จ่ายจากงานบอล แต่ละครั้ง สามารถซื้อบ้านหรูๆได้มากกว่า 5 หลัง
49. เพลงที่จุฬาฯ กับธรรมศาสตร์มีเหมือนกัน คือ “เดินจุฬาฯ-เดินมธ.” (แต่ เนื้อเพลงไม่เหมือนกัน ชื่อเพลงเหมือนกัน) เพลง เดินจุฬาฯ เป็นเพลงปลุกใจให้ฮึกเหิม ในการต่อสู้ที่ดีที่สุด อ้าว...เดิน เดิน เถอะรา นิสิตมหาจุฬาลงกรณ์

50.ห้องสมุดคณะอักษรศาสตร์เป็นห้องสมุดที่เงียบมาก เพราะเด็กอักษรไม่นิยมอ่านกันที่นี่ แหมก็อยู่ในเทวาลัย บรรยากาศมันวังเวงซะขนาดนั้น
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
Pete15
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 7,574


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1253 เมื่อ: 27 มีนาคม 2556, 05:41:13 »

มา ครับ เรื่องน่ารู้ จริงๆ ครับ ตะวัน
      บันทึกการเข้า
เอมอร 2515
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu 2515
คณะ: รัฐศาสตร์(นิติศาสตร์)
กระทู้: 4,337


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1254 เมื่อ: 02 เมษายน 2556, 21:56:44 »

จริงค่ะน่ารู้มากมีหลายเรื่องที่ไม่เคยรู้
      บันทึกการเข้า
  หน้า: 1 ... 49 50 [51]   ขึ้นบน
  
กระโดดไป:  

  

........ อ่านรายละเอียด.หอใหญ่ใหญ่ คลิ๊ก ได้ทุกวัน.......