กวีการเมือง

(1/4) > >>

seree_60:
  กวีการเมือง เป็น สิ่งสวยงาม ที่สะท้อนถึงสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง
การต่อสู้ทางชนชั้น การต่อสู้ เพื่อแย่งชิงผลประโยชน์ ทางการเมือง
การบอกเล่าถึงความคับแค้น ของผู้ด้อยโอกาสทางสังคม
เรื่องราวของ เยาวชน คนหนุ่มสาว อุดมก่รณ์ การเสียสละ เพื่อประเทศชาติ
การสูญเสีย จากการต่อสู้ เพื่อให้ได้ซึ่ง สิทธิ และเสรีภาพ
การปลุกระดม การให้กำลังใจ การปลอบประโลม ความสิ้นหวัง และความตาย

กวีการเมือง จะบันทึกเรื่องราว เหล่านี้ ในบทกวี รูปแบบต่าง ที่น่า สนใจ
มีความไพเราะ กินใจ มีหลายบท ที่ยังอยู่ในใจของทุกคน จวบจนทุกวันนี้
ผมจะค่อยเสาะหา รวบรวมมาให้เสพกัน เพื่อความเข้าใจ และดื่มดำ่ กับกวีที่แสนไพเราะกินใจ

seree_60:
  กวีบทแรก ภูมิใจเสนอ ผลงาน ของชาวจุฬา
เธอ เป็นถึง ดาวจุฬา รุ่น 2515
เธอได้รางวัลซีไรท์

         เธอ คือ จีรนันท์ พิตรปรีชา
กวีนิพนธื์ ของเธอ ชื่อว่า ดอกไม้


ดอกไม้ ดอกไม้ ​จะบาน...​...​...​บริสุทธิ์ กล้าหาญ ​จะบานในใจ
สีขาว หนุ่มสาว​จะไฝ่...​...​...​...​.แน่วแน่แก้ไข จุดไฟศรัทธา

เรียนรู้ ต่อสู้มายา...​...​...​...​...​..ก้าว​ไปข้างหน้า เข้าหามวลชน
ชีวิต อุทิศยอมตน...​...​...​...​...​.ฝ่า​ความสับสน​เพื่อผลประชา

ดอกไม้บานให้คุณค่า...​...​...​...​จงบานช้าๆ​​ทว่ายั่งยืน
​ที่นี่​และ​ที่อื่นๆ​...​...​...​...​...​...​...​.ดอกไม้สดชื่น...​ยื่นให้มวลชน

   บทกวีนี้ ได้ถูก ใส่ทำนองเพลง โดย นิสิต คณะวิศวจุฬา ตอนนั้น เอาเพลงนี้มาเล่น ในนาม ของ วงรุ่งอรุณ ซึ่งดังพอสมควร ในยุค 14 ตุลา
          (เขาเคยเข้าป่า หลังจากนั้น ได้กลับมาเรียนจนจบ ป.ตรี ได้ทุน จากรัฐบาล ญี่ปุ่น
   ไปเรียน จนจบ ปริญญาเอก กลับมา ทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญ ให้คำปรึกษา ในด้าน การจัดงาน ระบบงานฯลฯ)

seree_60:
จิระนันท์ พิตรปรีชา เกิด ​เมื่อวัน​ที่ 25 เดือนกุมภาพันธ์ 2498 ​ที่ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ​เป็นบุตรสาวคนเดียวในจำนวนพี่น้อง 3 คน บิดาชื่อ นิรันดร์ มารดาชื่อจิระเคย​เป็นครูแล้ว​ลาออกมาเปิดร้านขาย เครื่องเขียน แบบเรียน ​และหนังสือ ชื่อ ร้านสิริบรรณ

เรียนชั้นประถม​และมัธยม​ที่จังหวัดตรัง ​และมาเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี​ที่สาม ​ที่โรงเรียนสาธิตวิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ ​ที่กรุงเทพฯ เรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปี​ที่ 4-5 ​ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

พ.ศ. 2515 -- 2518 เรียนคณะวิทยาศาสตร์ (แผนกเตรียมเภสัชศาสตร์) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พ.ศ 2524 ศึกษาต่อ​ที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ สหรัฐอเมริกา สำเร็จปริญญาตรีเกียรตินิยม สาขารัฐศาสตร์ ​และศึกษาต่อจนจบในระดับปริญญาเอก ในสาขาประวัติศาสตร์

​เนื่องจากชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก ​เพราะ​ที่บ้านขายหนังสือ จึงสนใจงานเขียนมาตั้งแต่ชั้นประถม เริ่มเขียนกลอนในช่วงเรียนอยู่​ชั้นมัธยมศึกษาปี​ที่ 2 โรงเรียนสตรีประจำจังหวัด ​และประสบ​ความสำเร็จเบื้องต้น​ได้รับรางวัล ในการประกวดกลอนเรื่อยมา ส่งงานกลอน​ไปลงตามนิตยสาร ชัยพฤกษ์ ​และ วิทยาสาร

seree_60:
เมื่อปี 2515 ถูกเลือกให้​เป็นดาวจุฬา​และวุ่นวาย​กับกิจกรรมชมรมต่างๆ​อยู่​พักหนึ่ง​ ก็เกิดสงสัยในคุณค่าของระบบการศึกษา​และสังคมมหาวิทยาลัย จึงผันตัวเองมาร่วมกิจกรรมการเมืองแบบกลุ่มอิสระ​ที่เริ่มต่อตัวในยุคนั้น​ จึง​ได้มีโอกาสรู้จัก​กับ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ผู้นำนักศึกษาในยุคนั้น​ จนกลาย​เป็น​ความรักใน​ที่สุด

หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 บทบาท​​และชื่อเสียงของจิระนันท์​เป็น​ที่รับรู้​ไปทั่ว งานเขียนในรูปของบทกวีบางชิ้น​ได้กลาย​เป็นหนึ่ง​ในวรรคทองของยุค ประชาธิปไตย ​แต่สภาพการณ์ทางการเมือง​ที่เริ่มพลิกกลับในปีถัดมา มี​ส่วนผลักดันให้จิระนันท์​ต้องตัดสินใจ "เข้าป่าจับอาวุธ" ​พร้อมๆ​​กับคู่ชีวิตเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ​และ​ได้เขียนผลงานฉันทลักษณ์ภายตามประพันธ์ "บินหลา นาตรัง" ช่วงชีวิต​ที่อยู่​ในป่ามีบุตรชายคนแรกชื่อ แทนไท ​เขา​ทั้งสองตัดสินใจออกจากป่าเข้ามาสู่เมือง​และยุติบทบาท​ทางการเมือง​ เมื่อปี พ.ศ.2523 ​และเดินทาง​ไปศึกษาต่อ​ที่สหรัฐอเมริกา มีบุตรคน​ที่สองชื่อ วรรณสิงห์

seree_60:
ผลงาน​ที่ตีพิมพ์​และรางวัล​ที่​ได้รับ

-พ.ศ. 2532 ​ได้นำบทกวีมารวมเล่ม ชื่อ ใบไม้​ที่หาย​ไป ​ซึ่ง​ได้รับรางวัลซีไรท์ ประเภทกวีนิพนธ์ ​เมื่อ ปี 2532
-แปลบทกวีของ คิม ซีฮาร์
-งานเรียบเรียง ลูกผู้ชายชื่อ นายหลุยส์
-เรื่อง​แปล โจรร้าย​ทั้งห้า ห้องสีเหลือง​กับผู้หญิงคนนั้น​ ​และบทบรรยายภาพยนตร์ต่างประเทศ จำนวนมาก
-สารคดี โลก​ที่สี่ อีกหนึ่ง​ฟางฝัน
-รวมบท​ความเกี่ยว​กับภาพยนตร์ หม้อแกงลิงชะโงกดูเรา
-อีกหนึ่ง​ฟางฝัน...​บทบันทึกแรมทาง จาก จิระนันท์ พิตรปรีชา

นามปากกา จิระนันท์ พิตรปรีชา ​และ บินหลา นาตรัง
ปัจจุบัน​เป็นนักเขียน ​และผู้จัดทำบทบรรยายภาพยนตร์

ข้อมูลจากหนังสืิอ 100 นักประพันธ์ไทย ของ ผศ. ประทีป เหมือนนิล

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป