Cmadong Chula

เรือนประจำรุ่น อบอุ่นทุกสมัย => รุ่น 2539 => ข้อความที่เริ่มโดย: Aj.O ที่ 20 ธันวาคม 2549, 21:40:24



หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 20 ธันวาคม 2549, 21:40:24
เชิญคุณ ppornson คุณMax หรือท่านใดก็ได้ที่สนใจครับ :D

ที่นี่...


http://www.cmadong.com/community/board/viewforum.php?f=10&sid=ddfb2a9c8ac782477c27f9e9803b5cde


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 21 ธันวาคม 2549, 12:28:51
8)

ตาแคม


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 23 ธันวาคม 2549, 12:26:13
โห...สร้างห้องอย่างนี้ได้ด้วยเหรอ

 :wink:

เราไม่ค่อยได้เข้ามาเท่าไหร่นะจารโอ  แต่ว่างก็เข้ามาอ่านนะ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 23 ธันวาคม 2549, 13:34:26
อ้างจาก: "Max"
โห...สร้างห้องอย่างนี้ได้ด้วยเหรอ

 :wink:

เราไม่ค่อยได้เข้ามาเท่าไหร่นะจารโอ  แต่ว่างก็เข้ามาอ่านนะ


ผมไม่ได้สร้างเองครับ เวบมาสเตอร์เขาทำไว้ก่อนแล้ว แต่พอดีไม่ค่อยมีใครเข้าไปโพส เลยกลายเป็นว่าผมโพสอยู่คนเดียว 8)


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 26 ธันวาคม 2549, 16:16:30
พวกรัฐบาลใหม่ ภายใต้กำกับของ คมช.กำลังเบิกงบลับหลายล้าน :shock:
มั่นใจมั้ยว่าพวกนี้บริสุทธิ์ใจ???
มีใครตรวจสอบได้มั้ย???


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 27 ธันวาคม 2549, 22:16:27
ใจเย็นจารย์โอ..ไว้เจอกัน..(ช่วงนี้ยุ่งกับชีวิตเหลือเกิน)


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 28 ธันวาคม 2549, 14:39:12
ตอนที่เพิ่งทำรัฐประหารใหม่ๆ ผมจำได้ว่า เวลาออกแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ พวกคณะรัฐประหารชอบเน้นย้ำคำว่า ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
...ไม่ทราบว่าจะตอกย้ำคำนั้นทำไม?
ผมไม่ฟันธงหรอกนะว่าพระมหากษัตริย์ทรงคิดอย่างไร? แต่ถ้าพวกคณะรัฐประหารคิดจะเอาคำๆนั้นมาขู่หรือสร้างความยำเกรงให้กับมวลชนน่ะ ขอบอกว่าคิดผิดแล้ว
มิหนำซ้ำยังทำให้เกิดภาพพจน์ในแง่ลบต่อสถาบันฯมากขึ้นไปอีก

หลายคนที่ออกมาวิจารณ์ คมช.ไม่จำเป็นต้องชอบทักษิณนะครับ  เพียงแต่พวกเขาเกลียดการฉีกรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะโดยใครก็ตาม :roll:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 02 มกราคม 2550, 15:02:31
แนวคิดสองขั้ว ของอดีตคนเดือนตุลาฯสองคน :shock:

ธงชัย วินิจจะกุล
(http://web.uvic.ca/~anp/Area_1_images/Winichakul001.jpg)
Pragmatism แปลอย่างง่ายๆคือ ความคิดที่ถือเอาสัมฤทธิผลหรือความสำเร็จตามต้องการเป็นหลักใหญ่ที่สุดในการตัดสินใจหรือเลือกกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ความถูกผิดตามหลักการใดๆแม้แต่หลักกฎหมายย่อมเป็นเรื่องรอง  
บางคนเรียกแนวคิดนี้ว่าแมวสีอะไรก็ได้ถ้าจับหนูสำเร็จ แต่สีของแมวไม่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์ความถูกต้องทางการเมือง กฎหมาย หรือจริยธรรม คุณธรรมใดๆ หากเราแคร์ต่อความถูกต้องมีคุณธรรมอย่างที่เรียกร้องกันจริง เราต้องระวังว่า สีของแมวอาจเป็นแค่ข้ออ้างปิดบังการใช้วิธีเยี่ยงโจรไปจับโจร ซึ่งจะส่งผลให้ทั้งสังคมตกต่ำกลายเป็นสังคมโจร
http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=5735&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai

ประพันธ์ คูณมี
(http://www.bangkokbiznews.com/images/13508.jpg)
"สำหรับผม กับคนชั่วไม่ต้องเลือกรูปแบบ นี่เป็นสไตล์ของผมและผมไม่เคยปิดบังเลย .. "ถ้าคุณสามารถกำจัดคนเลวคนชั่วออกไปได้ คุณไม่ต้องจำกัดรูปแบบ เพราะถ้าคุณไปจำกัดรูปแบบตัวเอง คุณก็จะเป็นเหยื่อของคนชั่ว "
http://www.bangkokbiznews.com/viewOpinionNews.jsp?newsid=137782
___________________________________________________________

วิเคราะห์ > บางที คนเดือนตุลาฯอาจจะมีจุดมุ่งหมายต่างกันแต่ทีแรกแล้ว...
พวกที่หนึ่ง ต้องการแค่เพียงขับไล่ผู้นำที่มีปัญหา แต่ไม่ได้ต้องการระบบประชาธิปไตย
พวกที่สอง ต้องการขับไล่ระบบเผด็จการ ต้องการนายกฯจากการเลือกตั้ง
*บังเอิญว่าตอนนั้น จอมพลถนอม&ประภาส เป็นผู้นำที่มีปัญหาในการบริหารประเทศ และในขณะเดียวกัน ก็เป็นผู้นำจากระบอบเผด็จการทหารด้วย 8)
ดังนั้น คนเดือนตุลาฯทั้งสองกลุ่ม จึงรวมตัวกันได้ เพราะมี Target ร่วมกัน :idea:
..แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป...ทักษิณอาจจะเป็นผู้นำที่มีปัญหา แต่เขามาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย
ความขัดแย้งจึงบังเกิดในหมู่คนเดือนตุลาฯทั้งสองฝ่าย
พวกที่หนึ่งต้องการผลักดันระบบต่อไป แม้ว่าผู้นำจะแย่แค่ไหนก็ตาม
พวกที่สองต้องการขับไล่ผู้นำที่มีปัญหา โดยไม่แคร์ว่าระบบการเมืองจะเป็นอย่างไรก็ตาม


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 07 เมษายน 2550, 15:13:53
หมายเหตุ > ถามเพิ่มเติมครับ :twisted: อยากรู้จริงๆว่าหลายๆคนที่นี่ มีมุมมองยังไงกับม็อบของสนธิ(ลิ้ม)ก่อนจะเกิดรัฐประหารล่ะ? ถ้าใครมองว่าการเดินขบวนของกลุ่มต่อต้าน คมช.(เช่นกลุ่มพีทีวี,กลุ่มคนวันเสาร์ฯลฯ)ดูเหมือนการ"ป่วนเมือง"...แล้วม็อบของสนธิกับจำลอง(ที่ออกมาไล่ทักษิณ) จนลามปามไปขอนายกฯพระราชทาน นี่ไม่เรียกว่าป่วนหรือครับ?!?
มองด้วยมาตรฐานเดียวกันนะครับ :twisted:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 09 เมษายน 2550, 13:31:01
ไม่เอาทั้งคู่ครับ..

มันเป็นการสร้างบรรทัดฐานห่วยๆขึ้นมา..ว่าต้องมีม๊อบ..ต้องประท้วง..ต้องกดดัน..

ผมเคยบอกไว้แล้ว..ต่อจากนี้ไป..ประเทศไทยจะมีแต่ม๊อบ..แล้วก็กรูจะเอาอย่างโน้น..กรูจะเอาอย่างนี้..

เมื่อใช้กำลังเข้าสลาย..ก็เข้าทางอีก..รังแกอีก..

บัณฑิตย่อมมีหนทางแก้ปัญหา..

ถ้าเราจะไล่โจร..แต่เราเองก็เป็นโจร..ใช้วิธีโจร..จะมีหน้าที่ไหนมาพูดกับคนอื่นเล่าครับ..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 09 เมษายน 2550, 17:23:56
ไม่รู้ดิครับ

ไม่ชอบม๊อบเหมือนกัน

แล้วก็ไม่ชอบการยึดอำนาจครับ แม้ว่าจะมาเพื่อกู้ประเทศชาติ

ผมไม่ได้ชอบทักษิณ  ไม่ได้ชอบสนธิ  แล้วก็ไม่ได้ชอบ คนที่มีปืนด้วยด้วย

เหมือนมันล้างออกจากประเทศไม่ได้สักกะทีครับว่า

คือผมมองว่า ถ้าเราเป็นทหาร  เราได้คุมทหารม้า (ปัจจุบันคือรถถัง)

 เรามีพวกพ้อง  เราก็ปฏิวัติได้ครับ  แค่ความเห็นของผมนะ

พอดีภาพนายทหารที่เดินเหยียบคนมาประท้วง แล้วเดินถือปืนไปถือปืนมา

เดินย่ำลงบนตัวคนที่นอนหมอบกับพื้น (อารมรณ์ตอนรับน้อง)

พอใครเงยหัวขึ้นมาก็เอาคอมแบท เตะเอาที่หัว มันติดอยู่ในสมองผมอยู่น่ะ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 09 เมษายน 2550, 20:07:31
ตอนนี้เกลียดทั้งสองฝ่ายพอๆกันเลย

จะมีไหมใครที่รักชาติด้วยใจบริสุทธิ์

ผมรู้ว่ามีท่านหนึ่ง ที่คุณๆก็รู้

อยากให้ทุกๆคน หยุดความหลงระเริง แก่งแย่ง มัวเมาในบทบาทและอำนาจ ที่แท้จริงแล้ว มิได้เป็นของผู้ใดเลย แล้วคิดถึงประเทศชาติ คิดถึง พ่อแม่พี่น้องเพื่อนพ้องลูกหลานกันบ้าง

ประเทศไทย รวมเลือดเนื้อ เป็นชาติเชื้อไทย

คนไทยคนหนึ่ง


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 09 เมษายน 2550, 20:48:58
อ้างจาก: "ppornson"
ไม่เอาทั้งคู่ครับ..

มันเป็นการสร้างบรรทัดฐานห่วยๆขึ้นมา..ว่าต้องมีม๊อบ..ต้องประท้วง..ต้องกดดัน..

ผมเคยบอกไว้แล้ว..ต่อจากนี้ไป..ประเทศไทยจะมีแต่ม๊อบ..แล้วก็กรูจะเอาอย่างโน้น..กรูจะเอาอย่างนี้..

เมื่อใช้กำลังเข้าสลาย..ก็เข้าทางอีก..รังแกอีก..

บัณฑิตย่อมมีหนทางแก้ปัญหา..

ถ้าเราจะไล่โจร..แต่เราเองก็เป็นโจร..ใช้วิธีโจร..จะมีหน้าที่ไหนมาพูดกับคนอื่นเล่าครับ..


แนวคิดแบบนี้แหละครับ ที่ผมยอมรับได้ 8)
Single standard...ไม่ใช่พวกดับเบิ้ลแสตนดาร์ด
คือถ้าจะไม่เห็นด้วย ก็ควรจะไม่เห็นด้วยในการกระทำแบบเดียวกันทั้งคู่ :twisted:
หรือถ้ายอมรับม็อบได้ ก็ควรจะยอมรับได้ทั้งคู่
แต่ผมไม่เห็นด้วยกับแนวคิดแบบดับเบิ้ลแสตนดาร์ด พวกที่บอกว่าการไล่กดดันทักษิณน่ะถูกต้องแล้ว แต่การประท้วงรัฐบาลปัจจุบันถือว่าผิด...

ผมกำลังคิดว่า ทำไมรัฐบาลไทย(ไม่ว่ายุคไหนก็ตาม)น่าจะมีนโยบายสั่งซื้อแก๊สน้ำตามาใช้บ้างนะครับ :wink:
คือกรณีที่ม็อบมันควบคุมไม่ได้ หรือเกิดคลั่งขึ้นมา จะได้จัดการได้อย่างไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ
รัฐบาลเกาหลี หรือใต้หวัน เค้าก็เคยใช้วิธีแบบนี้กัน
ถึงม็อบบางกลุ่มจะบ้าคลั่งยังไง ผมว่าการเอาปืนไปยิงมันก็เกินไปครับ
:x


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 09 เมษายน 2550, 21:18:23
อ้างจาก: "Max"
คือผมมองว่า ถ้าเราเป็นทหาร  เราได้คุมทหารม้า (ปัจจุบันคือรถถัง)

 เรามีพวกพ้อง  เราก็ปฏิวัติได้ครับ  แค่ความเห็นของผมนะ

พอดีภาพนายทหารที่เดินเหยียบคนมาประท้วง แล้วเดินถือปืนไปถือปืนมา

เดินย่ำลงบนตัวคนที่นอนหมอบกับพื้น (อารมรณ์ตอนรับน้อง)

พอใครเงยหัวขึ้นมาก็เอาคอมแบท เตะเอาที่หัว มันติดอยู่ในสมองผมอยู่น่ะ


แต่สุดท้าย รัฐบาลทหารพวกนั้นก็อยู่ไม่ได้ครับ... :twisted:
ดูอย่าง ถนอม(ปี16) กับไอ้สุจินดา เป็นตัวอย่าง
ถ้าคุณเริ่มต้นตั้งตัวเป็นศัตรู ใช้อาวุธกับมวลชน(โดยเฉพาะมวลชนหมู่มาก)
คุณก็แพ้แล้ว
อย่าลืมว่าที่รัฐบาลปัจจุบันยังอยู่ได้(แม้จะมาจากรัฐประหาร) เพราะยังไม่ได้ลงมือทำร้ายใคร(สุจินดากับถนอมที่เจ๊งไปก็เพราะปล่อยให้เกิดการยิงปะทะนั่นแหละ)

ปล.แต่ปัจจุบันมันมีม็อบและมวลชนหลากหลายอุดมการณ์มาก ดังนั้นทฤษฎีนี้จึงอาจไม่สมบูรณ์แล้ว แต่ที่แน่ๆ ไม่มีใครยอมรับการใช้ปืนยิงกราดแล้ว ฝ่ายไหนเริ่มยิงเมื่อไหร่ ขาดความชอบธรรมทันที แล้วโอกาสพ่ายแพ้ก็มากด้วย


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 19 เมษายน 2550, 20:58:03
คราวนี้ขอตั้งประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องทางชายแดนใต้...

คุณว่าเป็นไปได้มั้ยว่า ไอ้ที่ฆ่ากันรุนแรงขึ้นในช่วงหลังๆน่ะ มันอาจจะไม่ใช่การกระทำจากโจรฝ่ายเดียว แต่อาจจะมาจากการแก้แค้นกันเองระหว่างชาวบ้านกับโจรก็ได้? :shock: แบบว่าชาวบ้านที่เคยถูกโจรฆ่า หันมาจับอาวุธแก้แค้นโจรเอง เพราะหวังการคุ้มครองจากตำรวจหรือทหารไม่ได้มากนัก...พอเจอการฆาตกรรมหลายๆอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้ สื่อมวลชนก็เลยออกความเห็นว่าเป็นโจรใต้แบบเหมารวมไปเลย เพราะมันสรุปง่ายดี 8)

สังเกตุว่าช่วงหลังๆกลุ่มครูสอนศาสนาชาวมุสลิมก็โดนยิงบ่อยขึ้น คนที่ถูกยิง ถูกฆ่า ดูจะมีหลากหลายพวกมากๆ เป็นไปได้หรือว่าโจรกลุ่มเดียวจะฆ่าสะเปะสะปะแบบนั้น?
อีกมุมหนึ่งผมมองว่า ปกติการที่คนเราจะฆ่าใครสักคนแบบโหดๆ โดยทั่วไปจะต้องมีความแค้นหรือศรัทธาอะไรบางอย่างชี้นำก่อน  เป็นเรื่องยากที่คนจะฆ่าคนอื่นโดยขาดเหตุจูงใจ เพราะมันเสี่ยงายเหมือนกัน ทั้งจากการตอบโต้ของเหยื่อ และจากการตามล่าของตำรวจหรือทหาร


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 20 เมษายน 2550, 07:55:05
คำถามอีกคำถามหนึ่ง คือ เหล่าคนทำผิดพวกนี้เค้าดำรงชีวิตกันอยู่ได้อย่างไง
พอฆ่าคนเสร็จแล้วไปอยู่ที่ไหนกัน เอาอะไรกิน เอาตังค์ที่ไหนใช้
ไปเอาอาวุธมาจากไหนกันไม่มีวันหมด
รัฐบาลคงจะมีคำตอบอยู่แล้ว เพียงแต่พูดไม่ได้

แต่ที่เบื่อที่สุดเวลา ผู้ต้องสงสัยโดนจับ
แล้วมีม๊อบผู้หญิงปิดหน้า ปิดตา มาประท้วง
ไม่เข้าใจว่า พวกเค้ามีสาเหตุจูงใจอะไร
ทำไมต้องมาประท้วงเฉพาะเวลาที่ผู้ต้องสงสัยโดนจับ
ตอนคนโดนฆ่า ไม่เห็นไปประท้วงให้คนฆ่าออกมารับผิดชอบ

แล้วก็ต้องมีเฉพาะผู้หญิงออกมา
ผู้ชายไปไหนหมด
เบื่ออ

ตาแคม :arrow:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 20 เมษายน 2550, 08:53:20
เรื่องความเชื่ออ่ะครับ..

ความจริงของแต่ละคน..ก็ขึ้นกับปัญญาของแต่ละคน..

การเข้าถึงพระเจ้าในแบบของเค้า..มันไม่เหมือนกับอริยสัจแบบของเรา

คริสต์..อิสลาม..ยิว..นับถือพระเจ้าองค์เดียวกัน..แต่มันก็ยังฆ่ากันไม่ได้หยุด..

คนในพื้นที่เราปล่อยเค้ามานาน..

ปัญหานี้ไม่ต่ำกว่า 10 ปีครับผม..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 01 พฤษภาคม 2550, 22:21:20
รู้ไหม?...สิ่งนึงที่ผมไม่ชอบเลย คือการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ มาสร้างความชอบธรรมให้พวกตัวเอง หรือดิสเครดิตฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง

ผมพบบ่อยๆตามฟอร์เวิร์ดเมลล์! โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ้างสถาบันฯ เพื่อเอามาด่าทักษิณและพวกพ้อง! ผมจะลบทิ้งทันที หรือถ้าเป็นเพื่อนที่คุ้นเคยฟอร์เวิร์ดมา ผมจะตอกกลับ แล้วบอกเหตุผลให้เขาหยุดทำ!

เหตุผลคือ การเมืองเป็นเรื่องความขัดแย้ง แต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน ลองคิดดูง่ายๆ ถ้าคุณเกิดชอบทักษิณหรือชอบพรรคไทยรักไทย(ไม่ว่าจะถูกหรือผิด) แล้วมีคนเขียนด่าว่าทักษิณคิดทรยศต่อสถาบันฯ คนที่ชอบทักษิณอาจจะมองสถาบันฯในแง่ลบไปเลยก็ได้
:!:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 02 พฤษภาคม 2550, 08:02:32
ถูกต้องนาคร้าบบบ จารย์โอ
ผมว่าเพื่อนๆ ทุกคนร่วมช่วยกัน scan mail กันก่อน forward ด้วยทุกครั้ง
หากข้อความที่คุณได้รับ คุณไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ ผมไม่สนับสนุนให้ forward ต่อ
เพราะมันจะกลายเป็นว่า เราตกเป็นเครื่องมือของคนบางกลุ่ม
ที่ชอบใช้ forward mail ก่อให้เกิด chain reaction ในทางที่เขาต้องการ

ผมคนหนึ่งแหละที่ได้รับ e-mail จำพวกนี้ ก้อจาลบทิ้ง
แต่ถ้าเป้น mail วาบหวิวล่ะก้อ อิอิ :lol:

ตาแคม


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 03 พฤษภาคม 2550, 17:57:28
เรื่องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มันเป็นอย่างนี้ครับ

ตอนนี้สถานะการณ์เลวร้ายลงสุดๆ ทุกหัวระแหงเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ทุกๆคนถูกทำให้คิดว่าผุที่ต้องการแบ่งแยกดินแดนเป็นชาวมุสลิม โดยพยายามอาศัยศาสนา และความเชื่อเรื่องรัฐปัตตานีมาเป็นตัวปลุกปั่น ซึ่งเมื่อก่อนด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้ยังไม่สามารถทำให้เหตุการณ์เลวร้ายลงอย่างที่เห็นหรอก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ พวกมันทำให้ประชาชนในพื้นที่รู้สึกว่าอำนาจรัฐไม่สามารถช่วยอะไรได้ต่างหาก ตั้งแต่การปล้นปืนเป็นต้นมา และเมื่อทำให้ประชาชนเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจในอำนาจรัฐแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็มาถึง

คือการพยายามดึงประชาชนมาเป็นแนวร่วม ทำให้คนรู้สึกว่าถ้าเข้าร่วมแล้วจะไม่ตาย ตรงนี้แหละที่พวกเขาใช้ศาสนามาแบ่งแยก โดยจะทำร้ายไทยพุทธ และคนที่ไม่เข้าร่วม ยิ่งนานวันผู้คนก็เริ่มเห็นว่าพวกเขาดูน่าเชื่อถือกว่ารัฐ แนวร่วมก็เลยมากมาย

จากเดิมแถบนั้นมีไทยพุทธอาศัยอยู่ประมาณ 30% แต่ปัจจุบันลดลงกว่าครึ่ง เพราะไม่กล้าอยู่ ก็หนีถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น พวกเขาก็เอาแนวร่วมนี่แหละ เข้ามาทำมาหากินต่อในพื้นที่ ที่นี้ก็ยิ่งทำให้เห็นว่า การเป็นแนวร่วมมีประโยชน์มากกว่า

ถึงตอนนี้ผมมองว่าการประนีประนอมมันสายเกินไปที่จะชิงมวลชนกลับมา พวกเค้าเปลี่ยนไปแล้ว ทางเดียวในความคิดผมคือ ทำยังไงก็ได้ให้ประชาชนกลับมาเชื่อมั่นในอำนาจของรัฐ กฏหมายกลับมามีประสิทธิภาพ มิใช่กฏอัยการศึก

ตอนนี้ไทยพุทธ ก็พยายามรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น ดังเช่นการประท้วงไม่เผาศพนักศึกษาที่ถูกเผา เชื่อไหมว่าเหตุการณ์นี้เกิดกลางวันแสกๆ มีคนเห้นแต่ไม่มีใครช่วย เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ของคนมุสลิม และยังมีอีกหลายเรื่องที่คล้ายแบบนี้

อย่าคิดว่าเศรษฐกิจที่นั่นหยุดชะงักทั้งหมด มันไม่ใช่ ยังมีกลุ่มคนบางกลุ่ม ที่เราเชื่อว่าเป็นแนวร่วมยังคงดำเนินกิจกรรมต่างตามปกติ เห้นไหมครับ ใครล่ะจะไม่อยากเป็นแนวร่วม

ที่ฆ่ากันเองก็มี อย่างที่สงสัยก็มีแน่นอนครับ เพราะบ้านเมื่องที่นั่นไม่มีกฏหมาย คนทุกคนพกปืน คนทุกคนพร้อมที่จะใช้ปืนนั้นยิงผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งผมว่ามันไม่น่าจะถูก แม้ว่าเหตผลคือการป้องกันตัวเอง

แล้วคุณคิดว่า คนพวกนั้นจะหยุดแค่ 3จังหวัดหรือครับ เป็นไปไม่ได้ ถ้ารัฐ ยังอ่อนแออยู่อย่างนี้ วันๆเอาแต่นั่งระวังผลประโยชน์ พวกลัทธิแบบนี้จะค่อยๆคลืบคลานเข้ามา แล้ววันนึงจะเป็นอย่างไรคิดเอาเอง

ลองดูสิ ถ้าวันนี้มีการเลือกตั้ง คุณว่า สส. จะด้รับการเลือกจากใครล่ะ ถ้าไม่ใช่แนวร่วม แล้ววันนึงพวกเค้าก็จะสามารถ ยึดประเทศได้อย่างชอบธรรม

ประเทศเค้าก็มีกันครับไอ้พวกนี้นะ มันมีของมันตลอดนั่นแหละ มันขึ้นอยู่กับว่าใครแย่งชิงมวลชนได้ดีกว่ากัน เพราะนี่คือข้อด้อยของระบบอประชาธิปไตยไง ใครชิงมวลชนได้ก็ชนะ แม้ว่าหลักการและเหตุผลจะไม่ชอบธรรมก็ตาม

เป็นประชารัฐ ผไทผองไทยทุกส่วน


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 03 พฤษภาคม 2550, 19:19:55
ถูกต้องๆ ..เห็นด้วยๆ..

แต่ต้องระวัง..ถ้าปัญหานี้เป็นระดับโลกขึ้นมา..องค์กรมุสลิมโลก..(ตัวย่ออะไรนะ..จำไม่ได้) เข้ามายุ่ง..สหประชาชาติเข้ามายุ่ง..ตอนนั้นล่ะ..จะเป็นปัญหา..

รัฐบาลนั่งมองตาปริบๆ..แล้วมันจะเหมือนติมอร์..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 03 พฤษภาคม 2550, 20:30:29
คุณ Eggman ผมเห็นด้วยในบางกรณี

แต่หากจะมองว่า ประชาธิปไตยเป็นสาเหตุของตรงนี้ทั้งหมด ผมว่าไม่ใช่(อาจเป็นแค่ส่วนหนึ่ง)
ถ้าใครศึกษาประวัติศาสตร์ดีๆ จะพบว่า ก่อนหน้านี้ พวก ป.พิบูลย์สงคราม หรือ จอมพลสฤษดิ์ นี่แหละ ที่เคยไปใช้อำนาจ"เผด็จการ"กดดันชาวบ้านในพื้นที่ไว้มาก...

ตอนนี้ นโยบายเผด็จการแบบนั้นไม่มีแล้ว  แต่เงื่อนไขในอดีต ถูกพวกผู้ก่อการใหม่นำมาปลุกระดมอีก(คราวนี้เลวร้ายกว่าผู้ก่อการสมัยปี 2490-2520 มากนัก)...ประจวบกับโลกกล็อบบูไหล(เชื่อว่าคุณ eggman แปลออก 8) ) ทำให้พวกมันส่งแนวรบไปเรียนวิชาก่อการจากเมืองนอกได้อีก


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 04 พฤษภาคม 2550, 08:35:33
อันนี้ ยืนยันครับ พี่น้องว่า ปัจจุบัน ลัทธิการก่อการร้าย เป็นเครือข่ายครับ

เค้าทำงานกันเป็นระบบ มีกลยุทธที่น่าทึ่ง รวมทั้งมีการเผยแพร่ และถ่ายทอดไปยังที่ต่างๆด้วย

ถ้าคุณๆทั้งหลายได้ลองศึกษาปัญหาแบบนี้ ในแต่ละประเทศก็จะพบว่ารูปแบบ จะเป็นสูตรสำเร็จครับ ราวกับว่ามีการเปิดสอน Terroristology กันเลยที่เดียว

แต่ความสำเร็จนั้นของการก่อการร้ายนั้น ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของรัฐ และนอกจากความเข้มแข็งแล้ว อธิปไตยและความอยู่ดีกินดีของพลเมือง จะเป็นภูมิต้านทานสำคัญต่อลัทธิก่อการร้ายเหล่านี้

อันดับแรกที่เค้าทำคือ ทำลายระบบการศึกษา ปิดหูปิดตาประชาชน แล้วเข้ามาแสดงอำนาจเหนือรัฐ ประกอบกับที่สำคัญคือ พวกเค้าแฝงเข้ามากับศาสนา ที่ประกอบไปด้วยศรัทธาแรงกล้า ซึ่งเมื่อถูกนำมาเป็นเครื่องแล้วจะทรงอนุภาพมากๆ

แต่ผมก็อยากให้ตระหนักให้ดีว่า นี่มิใช่สงครามศาสนาแต่ แค่ถูกนำมาเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่ง ผมได้คุยกับเพื่อนชาวมุสลิมคนหนึ่ง จากปากีสถาน เค้าก็บอกว่า นี่ไมใช่ปัญหาของศาสนา แต่เป็นเรื่องของความไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ เขาบอกว่าการฆ่าตัวตายในศาสนาของเค้าเนี่ย ถือเป็บบาปสูงสุด เพราะฉะนั้นพวกระเบิดพลีชีพเนี่ย ก็ไม่ได้ถือว่าดีอะไร แต่กลับถูกนำมาเชื่อมโยงและปลุกปั่นให้กลายเป็นศรัทธาอันแรงกล้า

ซึ่งเหตุผลเหล่านี้กำลัง จะทำให้โลกเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ในแต่ละผู้คนที่มีเป็นอยู่ที่แตกต่างกันเข้าไปอีก โดยเฉพาะในสังคมของอเมริกา ผู้ที่ได้ชื่อว่าเจริญทางวัตถุอย่างสูงที่สุด แต่กลับถูกสื่อต่างๆของตนเองเข้าครอบงำ ให้เกิดความรู้สึกเกลียดชังต่อความแตกต่างทางวัฒนธรรม เหมือนในการณีล่าสุด ของนักศึกษาเกาหลีที่ Verginia Tech

ความแตกต่าง มิใช่ต้นเหตุของความแตกแยก ความเข้าใจคือตัวประสานความแตกต่างเหล่านี้เข้าด้วยกัน

อยากให้โลกสงบสุข


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 04 พฤษภาคม 2550, 23:04:01
:o .... เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ....  :o

this is rule of thumb ... :o


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 09 พฤษภาคม 2550, 11:51:36
เริ่มปิดถนน..ล้อมค่ายทหาร..ชาวเบตงเริ่มเดือดร้อน..น้ำมันหมด..ไม่มีอาหาร..

กลยุทธ์ที่ฉลาดมากๆ..เหมือนเราต้องตามหลังเค้า 1 ก้าวเสมอ..

ใกล้เค้าไปทุกทีแล้วครับ..แบ่งแยกดินแดน..หรือเป็นเขตปกครองพิเศษ..

แล้วคราวนี้ก็จะมามีปัญหาที่รัฐธรรมนูญอีก..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 09 พฤษภาคม 2550, 19:33:27
รัฐต้องเป็นฝ่ายเดินเกมส์บ้างครับ

มิใช่ปล่อยให้ถูกจูงไปมาอย่างนี้

ทำอย่างนี้เหมือน รอวันที่จะแพ้

อย่าหวังว่าทำแบบนี้แล้วจะชิงมวลชนกับมาได้

ต้องอ่อนกับคนที่ควรอ่อน และต้องเด็ดขาดกับคนที่ควรเด็ดขาดครับ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 10 พฤษภาคม 2550, 15:50:36
สงสัยว่าทำไมจับคนร้ายได้กี่คนๆกลับเงียบหมด..

นึกไม่ออกเลยว่ามีเหตุผลอะไร..

ตอนนี้ชอบระเบิดรถเป็นคันๆ..ขุดระเบิดสอดไว้ใต้พื้นถนน..เมื่อถนนมีแรงอัดกดทับเกิดระเบิด..มันก็สามารถดันรถฮัมวีทั้งคันหงายท้อง..ตายเรียบ..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Tritti_83 ที่ 10 พฤษภาคม 2550, 16:41:50
ผมอยากให้คนไทยให้กำลังใจครับ...
ปัญหาประเทศตอนนี้มันเกิดจากการสะสมมานานหลายปีตั้งแต่สมัยนู้นจอมพล ป. หรือจอมพลถนอม หรืออาจจะรวมถึงก่อนหน้านั้นต้องยอมรับว่าเมื่อก่อนเจ้าหน้าที่รัฐกระทำสิ่งไม่ดีกับชาวบ้านไว้มากดังนั้นผมว่าเราไม่ควรบีบคั้นผู้ที่กำลังแก้ปัญหามากนักขอให้เค้าคิดดีทำดีเพื่อประเทศชาติจะฝ่ายไหนผมไม่สนจะอำนาจเก่าหรือใหม่ก็แล้วแต่ถ้ายังเป็นอย่างทุกวันนี้ที่มีแต่การแย่งอำนาจกันผมว่าจะใครเข้ามาประเทศก็แย่ เบื่อครับ ผมว่าปัญหาอยู่ที่คนมากกว่าระบบถึงระบบจะไม่รัดกุมนักแต่ถ้าคนบริสุทธิ์ใจก็จะไม่ฉวยโอกาสเอาประโยชน์ใส่ตัว(ความฝัน)  อยากให้ทุกคนเตือนตัวเองให้เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญเลิกบั่นทอนกำลังใจกันเอง ที่เห็นจะถูกใจผมที่สุดตอนนี้คือเรื่อง CL ผมขอชมเชยคุณหมอมงคลที่ยอมทำเพื่อประเทศชาติ(ถ้าเรื่องนี้ไม่มีเบื้อหลัง) การกระทำแบบนี้สิครับที่ผมคิดว่าจะนำ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาเป็นด้ามขวานของไทยสืบไป :P


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 01 มิถุนายน 2550, 22:53:56
ถ้าใครศึกษาที่มาของตุลาการชุดนี้ จะพบว่า จริงๆไม่เกี่ยวกับ คมช.เท่าไหร่นัก
พวกนี้เคยดำรงตำแหน่งมาก่อน คมช.จะทำรัฐประหาร
และการตัดสินก็เป็นการทำต่อหน้าสาธารณะ ตรวจสอบได้...

ผมไม่คัดค้านกรณีคำสั่งยุบไทยรักไทย แต่...คำสั่งแบนกรรมการพรรค 111 คนเนี่ย?
ต้องทบทวนดูให้รอบคอบ :!:
แม้มันจะไม่ผิดหลักนิติศาสตร์  แต่ถ้าวิเคราะห์ทางรัฐศาสตร์แล้วถือว่าอันตรายและล่อแหลมมาก :!:
มันเหมือนต้อนฝูงหมูป่าให้จนตรอก ทั้งๆที่หมูป่าอาจจะกำลังแตกฝูงอยู่แล้ว :?
แต่พอถูกต้อนให้ไร้ทางไป ระวังพวกมันจะรวมตัวกันฮึดสู้ขึ้นมา แล้วจะน่ากลัว!

การผลักดันให้ฝ่ายการเมืองต่างๆต้องไร้ทางเลือกนั้น อันตรายแค่ไหน...ช่วงปี 2519-2523 ไทยเคยมีบทเรียนมาแล้ว! จากการที่ออกนโยบายรุนแรง จนประชาชนจำนวนหนึ่งไม่พอใจ ต้องกลายไปเป็นคอมมิวนิสต์ต่อสู้ในป่า(ทั้งๆที่หลายคนไม่ชอบระบอบคอมมิวนิสต์ด้วยซ้ำ)

แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ผมไม่อาจให้ความชื่นชม ป๋าเปรม ได้อีกแล้ว  เพราะการที่แกออกมาเชียร์สนธิ(บุณยรัตน์กลิน)หลังทำรัฐประหาร อย่างออกหน้าออกตา  ก็เท่ากับว่า แกยังไม่สามารถปล่อยวางทางการเมืองได้! จนต้องออกมา"เลือกข้าง"
...ถ้าเค้ายอมเป็นรัฐบุรุษ&องคมนตรี ที่อยู่เหนือการเมือง  เค้าอาจจะได้รับความเคารพอย่างกว้างขวางต่อไป  ทั้งฝ่ายคนเชียร์ทักษิณ  คนเชียร์อภิสิทธิ์ และอื่นๆ
เฉกเช่นที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะทรงเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร ก็ไม่เคยมาก้าวก่ายกลไกทางการเมือง  และก็ทรงได้รับความเคารพอย่างกว้างขวางจากประชาชนของแต่ละฝ่าย

...แต่พอเค้า(ป๋าเปรม)ออกมาเลือกข้างเช่นนี้แล้ว แน่นอนว่า ป๋าต้องถูกเกลียดชังจากฝ่ายตรงข้ามเป็นแน่


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 02 มิถุนายน 2550, 08:10:48
ไม่ต้องเป็นห่วงครับ

แพลมๆออกมาแล้วว่าจะมีกฎหมาย นิรโทษกรรม

แต่สำหรับบางคนนะจ๊ะ(จาก ช่อง11 เมื่อคืนนี้)

รู้สึกดี ได้ความคล่องตัวทางเศรษฐกิจกลับมา แม้ว่าจะในระยะสั้นๆ ก่อนเลือกตั้งก็ตาม

แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ สถานะการณ์ใต้

เมื่อคืน คืนเดียวตาย 20กว่าศพแล้วพยายามโยนให้ทหาร

ลำบากแน่ เมื่อวันนี้มวลชนกับโจรแยกกันไม่ออก

3 จังหวัดนั้น คล้ายมะเร็งที่กำลังจะเข้ากระแสเลือด

พร้อมที่จะลุกลามแล้ว เป็นห่วงสงขลาจริงๆ

หวังว่ารัฐ จะไม่ดำเนินนโยบายผิดพลาดอย่างที่แล้วมา จนทำให้สงขลากลาย

เป็น 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้

"ยังไงก็เรือ ลำเดียวกัน.....คนไทย"


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 03 มิถุนายน 2550, 09:17:28
คือตอนนี้อะไรก็ได้อยากให้สงบสุข

แล้วให้เมืองไทยไปเรื่อยๆ ไม่ต้องหวือหวาก็ได้  อยากให้ประชาชนมีกินมีใช้

ไม่ขัดสนเงินทอง ก็พอครับ

       เมื่อวานอาจารย์เล่าให้ฟังเรื่อง FTA ที่ทำกับญี่ปุ่น อันนี้น่ากลัวจังครับ

เผลอๆ น่ากลัวกว่าอเมริกาอีก  คือแฝง แบบเนียนๆ เลย ไม่โผงผางแบบ เมกาว่า

จะเอานั่น เอานี่ แต่แบบ เนียนๆ มาให้ wording ในการทำ FTA อย่างเช่น

ปนรายการขยะซึ่งที่ญี่ปุ่นมีมากๆ เข้ามาในรูปแบบสินค้าซึ่งที่ญึ่ปุ่นมามากๆ

เข้ามาในประทศเรา โดยไม่เสียภาษี(ถ้าผมจำไม่ผิด) ซึ่งไอ้พวกนี้ต่อไปก็จะเข้า

มาในประเทศเราได้มากขึ้นแบบเนียนๆ เลยครับ  แล้วก็ตอนเซ็นต์ไปก็ไม่ได้เช้ค

รายละเอียดกันเลย   อาจารย์บอกได้อย่างเดียวคือ ทำใจ...  แล้วก็ค่อยแก้ไขทีหลัง

สงสารประเทศว่ะ...  มีทั้งศึกภายใน แล้วก็ภายนอก...

         บางทีความคิดแบบรุนแรงมันก็ผุดในหัวนะ  แบบว่า ไม่รู้มันจะแบ่งแยกดินแดน

ทำแมวอะไรวะ แบ่งแยกแล้วมันอยู่กันได้เหรอ   อยากแบบสมัยก่อน มีพวกคอยช่วยประเทศ

แบบแนวใต้ดินที่รัฐบาล ออกหน้าไม่ได้ ก็ให้พวกเสรีไทยทำ  ช่วยภารกิจที่ให้ประเทศชาติรอด

อยากให้มีกลุ่มแบบนี้เกิดขึ้นจังครับ  บางอย่างทำทางตรงไม่ได้  ทางอ้อมๆ ก็อาจจะช่วยได้บ้าง


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 05 มิถุนายน 2550, 08:38:37
ขอ post ผลการเดาที่ผมได้คาดเดาไว้ก่อนที่ศาลจะตัดสินเรื่องคดียุบพรรค
ถูกบางส่วน ผิดบางส่วน

ผมเดาว่าประชาธิปัตย์ไม่โดนยุบ
ส่วนไทยรักไทยโดนยุบ

แต่ที่ผิดคาด คือ ผมเดาว่าเค้าไม่น่าจะตัดสิทธิ์พวกนักการเมือง
เพราะผมไม่คิดว่าเค้าจะกล้าต้อนคนพวกนี้ให้จนมุม
มันอาจจะเกิดผลร้ายมากกว่าผลดี

ตาแคม  :?


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 05 มิถุนายน 2550, 13:35:03
"ใช้ขันติเพียงนิด พายุพลันสงบ คลื่นราบเรียบ ถอยหลังเพียงก้าว ทะเลดูกว้าง นภางค์ดูสดใส "

สุภาษิตจีน (แปลมาแล้ว) จาก คน post ไว้ใน Thaivi.com

 :o


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 13 มิถุนายน 2550, 16:50:39
เพื่อนๆ พี่ ๆ น้องๆ ครับ

วันนี้ได้ข่าวอะไรเกี่ยวกับทหาร หรือการปฏิวัติ บ้างเปล่าครับ

พอดีเห็นมีพี่ ๆ ที่ออฟฟิศคุยกับเรื่องนี้ครับ

 :?


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: นายป้อ ที่ 13 มิถุนายน 2550, 23:03:05
:shock:  :shock:  :shock:

....พี่ที่เรียนด้วยเป็นทหารชั้นผู้ใหญ่.แง้มๆบอกว่า...ทหารพร้อมเรียบร้อยแล้วรอสั่งการอย่างเดียวครับ.....


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 14 มิถุนายน 2550, 02:38:59
เข้าใจว่า ทหาร นี้เขาพร้อมเสมออยู่แล้ว ... รอแค่คำสั่งเท่านั้นเอง ...

เพราะ เวลาเกิดสงคราม เขาต้องเตรียมพล ให้เรียบร้อยใน 24 ชั่วโมง

พอเทียบกับเรื่องนี้ มันก็จิ๊บจ้อย น่ะ ...


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: mmwindoo_79 ที่ 14 มิถุนายน 2550, 10:44:26
ใครจะชิงอำนาจสากกะเบืออะไรก็ช่างมันครับ
ตื่นเช้ามาเราก็ล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำได้ตามปกติ
เปลี่ยนนายกมาทุกรูปแบบ จนกระทั่งมาถึงยึดทรัพย์
ผมก็ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิมครับ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 14 มิถุนายน 2550, 11:53:05
แต่ว่าตังค์ในกระเป๋ามันลดลงน่ะครับ  :cry:

คาดว่ากลางปีนี้โบนัสจะไม่ได้อ่ะ

ปีที่แล้วก็ลดลงกว่าเดิมมากน่ะ  ทำงานไปแล้วก็เงินได้ลด

มันก้ไม่รู้สึกดีเท่าไหร่น่ะ   :wink:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 14 มิถุนายน 2550, 12:26:11
ขออย่างเดียว
อย่าอ้างสิทธิ์ในสิ่งที่ไม่มีสิทธิ์
ชอบอ้างคนส่วนใหญ่ -> มีกันอยู่แค่หลักแสน ทั้งประเทศมีกันหลักสิบล้าน
ชอบอ้างสิทธิ์ในการชุมนุม -> แต่ชอบใช้กำลังให้ได้มา
ชอบอ้างศาสนา -> แก่นในอ่ะคืออะไรรู้กันบ้าง

ตาแคม  :x


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: telek78 ที่ 14 มิถุนายน 2550, 12:28:20
เหมือนเล่นหมากรุกอ่ะ

รักษาตัวขุนให้เหลือให้ได้

เบี้ย เม็ด โคน จะเป็นยังไงก็ช่าง

แบบนี้มั้ง เรียกว่าการเมือง


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 14 มิถุนายน 2550, 13:07:16
สงสารพวกเบี้ยอ่ะครับ

เวลาดูข่าวแล้ว พวกแก่ๆ ไปนั่ง เย้วๆ ประท้วงนั้นประท้วงนี่

ถ้าเป็นญาติ ๆ เรา แล้วมีเหตุการณ์ยิงกันขึ้น

มันคงรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ครับ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 14 มิถุนายน 2550, 14:27:03
อดข้าวประท้วง..ทำลายข้าวของ..ด่าทอ..

นี่หรือ..ม๊อบต้องการบรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ..

วิธีการที่แสดงออกมา..มันไม่ได้เข้าใจในหลักแก่นของศาสนาพุทธเลย..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 14 มิถุนายน 2550, 16:57:28
ผมอยากให้การเมืองเข้าที่เข้าทางครับ อยากให้สภาพเศรษฐกิจเข้าทางของมันครับ

อยากเห็นภาพแบบนี้ จังครับ ในประเทศไทย  จะมีไหมน๊อออ  :wink:

(http://img523.imageshack.us/img523/5986/87963818nv4.jpg)


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 15 มิถุนายน 2550, 15:38:32
ได้ข่าวว่า....

วันนี้น่าจะประกาศ เคอร์ฟิว นะครับ พี่น้อง

แหล่งข่าวไม่ได้บอกว่ากี่โมงครับ :?


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Ton(Poodle) ที่ 15 มิถุนายน 2550, 16:26:42
สงสัยจัง อยากรู้ว่ามีใครเห็นด้วยกับการชุมนุมครั้งนี้บ้าง
และ เพราะอะไรถึงเห็นด้วย พบดีมีเพื่อนบางคนมันเห็นด้วย

มันก็ให้เหตูผลของมัน เราฟังแล้วบางเรื่องก็ใช่ บางเรื่องก็ไม่ใช่

ช่วยแชร์หน่อย


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 21 มิถุนายน 2550, 18:43:21
เอามาจากเมลล์อีกทีครับ

ผมไปเกณฑ์มาแล้วครับ และรู้จิงเชื่อได้
โจรใต้ผมเคยเอาปืนM-16a1  ดวลแลกชีวิตมันมาแล้ว
นี่เป็นเรื่องจริงของพลทหาร และชีวิต  เพื่อชาติ
ครั้งนึง ผมก็เหมือนคุณๆนี่ละ เข้าร้านเนต เล่นวินนิ่ง กินเบียร์  นอน
แต่ ผมสมัครไปเป็นทหาร และ  มีคำสั่งลงใต้
ความคิดผมเลยเปลี่ยนไปตลอดกาล
อยากให้ทุกท่านที่อ่าน  รับถึงส่วนหนึ่ง ที่ผมไปมาแล้ว
 
++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
เริ่มแรก จะถูกส่งไปที่ค่ายอิงคยุทธิ์ จ.ปัตตานีก่อนครับ  ไม่ว่ามาจากไหน
เหนือ กลาง อิสาน ใต้ ผมเป็น 1  ในจำนวนนั้นที่ถูกส่งไป
เมื่อถึงค่าย อิงคยุทธ์ จ.ปัตตานี  เขาจะพาคนที่ลงจากรถบัสทั้งหมดไปรวมที่ศาลาแดงแล้วเขาจะแบ่งเป็นอีก  3กลุ่มทันที
กลุ่มที่ 1.อยู่ จว.ปัตตานี กลุ่ม2. อยู่ จ.ยะลา และ กลุ่ม3.  นราธิวาส
 
++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
ถ้าอยู่ จ.ปัตตานีจะอยู่ค่าย อิงคยุทธ์บริหาร
ถ้าอยู่ จ.ยะลา  จะอยู่ค่ายสิรินธร
ถ้าอยู่ จ.นราธิวาส จะอยู่ค่าย พันพัฒนาที่4  (ค่ายปล้นปืนที่เป็นข่าว)
 
 
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
ผมไปอยู่ค่ายพันพัฒนาที่ 4 ตั้งที่ ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง  จ.นราธิวาส
เพื่อนๆผมก็กระจายกันไป พบชะตาที่ต่างกันไป วันแรกผมทั้งกล้า  ทั้งกังวล ปนกันหมด อย่างที่ผมบอก ชายวัยรุ่นคนนึงจากเคยเล่ยวินนิ่ง  ค่ำมาก็เมาด่าแม่เพื่อนขำๆ
วันนี้มาอยู่ในที่ๆพร้อมจะเป็นตาย
 
ผมขอเล่าเรื่องประวัติค่ายนะครับ ยังไม่เล่าอื่นๆ
 
ที่นี่ฝึกหนักมากๆครับ ทีค่ายนี้ เขาจะทำให้พลเรือนที่ไม่รู้จักปืน เป็นทหาร  ยิงปืนให้ได้ภายใน 13วัน โดยฝึก HK33 และ M16 A-1
 
ภายนอกค่ายปล้นปืนที่ผมอยู่ ค่ายนี้เหมือนอยู่กลางป่าครับ แล้วมีหมู่บ้านแขก  ล้อมอยู่ 3 หมู่บ้าน ไอ่สารเลวพวกนี้ละครับ วันที่ปล้นปืนมันก็มาร่วมปล้น
 
ท่านรู้หรือไม่ วันปล้นปืน มันได้ไปทั้งหมด 300กว่ากระบอก M16  A-1
โจรที่มันมาปล้น มีประมาณ300คน 300คนจิงๆครับ ทั้งเด็กวัยรุ่น  ยันไอ้แก่
ใครมีปืนก็ลูกซอง M-16 อาก้า ใครไม่มีปืน ก็พกสปาต้า
 
สิบเวรวันนั้น ไม่มีปืนครับ มีแต่กุญแจคลัง ทหารใหม่เพิ่งฝึกเสร็จ  ปล่อยกลับ
บ้านวันที่ 1 มค.46 เกิดเหตุ 4 มค. 46 สงสัยไหมครับ
 
เพราะไอ่สัดสันดานที่มาฝึกทหารใหม่ทั้งหมดเป็นแขก มันฝึกปืนเป็น  กลับบ้านแล้วก็กลับมาปล้นค่ายพันพฒนา4 มันกลับมาปล้นชาติตัวเอง
 
รุ่นพี่ของผมเล่าว่า มันค่าสิบเวรด้วยมีด(ไม่ขอเล่าครับ)  ตายทารุณทุกคน
จ่าที่พร้อมสู้ มีอาวุธ การรวมกลุ่ม และสถานที่กำบังพร้อมสู้  ทั้งค่าย มีราวๆแค่7คน
 
+++++++++++++++++++++
 
มันเอาทหารบนกองร้อย เอาลวดราวตากผ้าที่หลังกองร้อยมัดมือเท้าไว้  แล้วรวมกันหน้าคลัง
รุ่นพี่บอกว่ามีคนนึงเป็นไทยพุทธ ถูกมัดข้างๆ  แล้วพระที่แขวนไว้ออกมานอกเสื้อ  หนึ่งในโจรที่คลุมหน้ามันเดินเข้ามาเอาพระนั่นจุกเข้าไปในเสื้อใหม่ พร้อมกับพูดว่า  
" ถ้าหัวหน้าถามบอกว่าเปนอิสลามจากจังหวัด  "เพราะไอ้โจรที่เดินบอกบอกก็คือเพื่อนตอนเกณฑ์ทหารนั่นเอง
 
" เมิงก้มหน้าไว้พอ อย่าเอาพระออกมา เด่วกุจะช่วยเมิงไม่ได้ "  มันพูดไทยไม่ชัดเท่าไร  แล้วมันก็เดินไปคุยกับหัวหน้ามันเป็นภาษายาวี
แนวๆว่าอย่าสนใจพวกนี้  เสียเวลาเปล่าๆ
อย่างน้อยๆมันทำเพื่อช่วยรุ่นพี่ผม  หากไอ้หัวหน้ามันเห็น
ก็จะโดนสปาต้าปาดเข้าที่คอ(โดนมัดอยู่)
 
จะสู้ได้ไงวะไอ้พวกเลวนั่นมันอยู่บนกองร้อยหมดแล้ว กองร้อยนึงมันอยู่กันราวๆ  40กว่าคน จ่า7คนที่ว่าอยู่บนตึกบังคับการ ลงไปมันยิงพรุน มันมาปล้นตี2กลางดึกครับ  จ่า7คนยิงกันกระสุนเหลือคนละ3แม็คได้ ถ้ากระสุนหมด มันก็บุกขึ้นมาฆ่าแน่นอนครับ  คนเล่น Counter มาก่อนคงรู้
แต่นี้ชีวิตจริงครับ... ท่านรู้ไหมว่า
1.  ตอนนั้น อ.เจาะไอร้อง สัญญาณมือถือไม่มีครับ
2. โจรราวๆ300 กับจ่า 7คน  เทียบปริมาณสิครับ
3. มันเอาปืนยิงสายไฟดับทั้งค่าย สายไฟที่หน้าค่าย  ก็เหมือนหน้าบ้านท่านๆนี่ละเอาปืนอาก้ายิง ก็ขาด ไฟดับ มันบุก300  กลียุคครับ
4.อาวุธปืนสงคราม M16 อาก้า ยิงโดนขา หรือแขน ถ้าโดนกระดูกจิงๆ  ขาดครับ คือพิการไปตลอดชีวิต
5. กระสอบทรายต้องหนา3ชั้นครับถึงจะอยู่
 
วีรบุรษวันนั้น เป็นพลทหาร ที่เฝ้าหน้ากองรักษาการณ์  โดนยิงจนขาลากแต่ยังถ่อสังขารไปที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ ทั้งวิ่งทั้งคลาน  ทั้งแอบฝูงโจร โทรไปที่แม่ทัพภาค4 ตอนที่โทรศัพท์ไปถึงที่บ้านแม่ทัพภาค4  คุณนายภรรยาท่านรับครับ
แล้วท่านก็รีบวิ่งไปปลุกท่านแม่ทัพที่ชั้น2ของบ้าน  ทีนี้ได้เรื่องครับ....
 
ท่านรีบสั่งการกลางดึก จัดชุดไปช่วย แต่ ชุดที่มาจากค่าย จ.ปัตตานี  กว่าจะ
มาถึงก็ตี 5ครับมันปล้นตี2 มันเชือดคอสิบเวรเอาปืนไปหมดแล้ว  หน่วยเขาก็มาเร็วที่สุดแล้วครับ ชุดที่มาช่วยมี ทหาร1รสบัส รถฮัมวี่ 1 คัน  ตำรวจไทยเราขับแอบตามๆมาครับ
ถามว่าทำไมไม่มาให้เร็วกว่านี้
1.จิงๆหน่วยอาจมาถึงใน1ชม.ครับ  แต่เข้าไปไม่ได้ มีการขวางถนน เรือใบ
และเผายาง มันก็เฝ้ารออยู่แล้วครับ  ประมาณ100กว่าคนวงนอก เป็นชุดตัดกำลัง
2. จากข้อ1 ถ้าไม่สว่าง เข้าไปช่วย คือ  ไปตายครับ จริงๆ.. มันรออยู่รอฆ่าชุดที่มาช่วย มันวางแผนมาแล้วครับ..
 
นี่แค่เกร็ดส่วนหนึ่งนะครับ ถือว่าผมเล่า  นี่คือความจิงไม่ใช่แบบที่ท่านๆอ่านหนังสือพิมม์เล่มละ 8บาท  หากมีโอกาสผมจะมาโพสอีกเกี่ยวกับรายละเอียด
 
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ใครมีญาติหรือ  กำลังจะลงชายแดน ผมจะเล่าให้ว่า ใคร ไปจังหวัดไหน อยู่หน่วยอะไร ทำอะไร  และเหตุการณ์จิงที่ผมพบมา เสียดายวันนี้ผมต้องไปทำงานก่อน  แล้วผมจะมาโพสอีกนะครับ
 
สุดท้ายนี้ผมจะบอกว่า
หากคุณ ญาติ หรือ คนที่คุณรักจะลง3ชายแดนใต้  หากเขาไปไปอยู่หน่วยเฉพาะกิจ หรือ หน่วยฐานปฏิบัติการ
ผมถามคุณสักคำ  ตอนที่เขาอยู่บ้าน  คุณเคยบอกว่ารักเขาคนนั้นไหม....
บอกและรักเขาให้เต็มหัวใจทุกวินาที
 
ดีกว่าที่ว่า......
มีโทรศัพท์มาที่บ้าน  พร้อมกับเสียงชายแปลกหน้า
ถ้าถามว่า " บ้านของ พลทหาร......  ใช่ไหมครับ
กระผม....เป็นผู้บังคับบัญชา  เราขอแสดงควมเสียใจอย่างสุดซึ้งที่......."
 
ตอนที่เขาอยู่บ้าน ก็จงรัก และแสดงออกมาให้เต็มหัวใจ
 
ถ้ามีสายนี้โทรมา ต่อให้คุณร้องไห้น้ำตาเป็นทราย
 
เขาก็จะกลับบ้าน พร้อมธงชาติคลุมกายแล้วครับ
 
แล้วจะมาโพสใหม่ ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ.........


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 21 มิถุนายน 2550, 18:46:16
อยากถามพี่น้องชาวจัน ครับว่า

พอทราบไหมว่าที่แก่งหางแมว นี่มีหมู่บ้านชาวอิสลามไหมครับ

ผมส่งสัยบางประเด็นจากที่อ่านเมลล์บางอันมาครับ :?

ถ้ามีจริงผมจะเอามาลงให้อ่านกันอ่ะ แต่มันตั้ง 14 หน้า A4 แน่ะ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: dto80 ที่ 21 มิถุนายน 2550, 20:46:43
อ้างจาก: "Ton(Poodle)"
สงสัยจัง อยากรู้ว่ามีใครเห็นด้วยกับการชุมนุมครั้งนี้บ้าง
และ เพราะอะไรถึงเห็นด้วย พบดีมีเพื่อนบางคนมันเห็นด้วย

มันก็ให้เหตูผลของมัน เราฟังแล้วบางเรื่องก็ใช่ บางเรื่องก็ไม่ใช่

ช่วยแชร์หน่อย


ผมเห็นด้วย ขอมาแจมหน่อยละกันนะครับ
(ช้าไปหน่อยเพิ่งได้เข้ามา)

หลัก ๆ คือไม่เห็นด้วยกับการเอากำลังทหารเข้ามาแล้วอ้างว่าเป็นปฏิรูประบอบประชาธิปไตยฯ ครับ
เพราะการเข้ามาอย่างนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยแน่นอน

ถ้าเข้ามาแล้วบอกว่าตัวเองเป็นเผด็จการผมจะไม่เถียงซักคำ

แต่อย่างว่าอ่ะครับ เป็นเผด็จการประหลาด ดันปล่อยให้คนชุมนุม (บทเรียนเก่ามันสอนเขากระมัง)

แล้วสิ่งที่ทำให้ไม่พอใจ คือ นอกจากการยกเลิกนโยบายเก่า ๆ ที่ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ (คนอื่นเห็นต่างคงไม่ต้องลงรายละเอียดกระมังครับ) โดยไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า หรือเท่ากัน ? นี่คือการบริหารประเทศเพื่อประชาชน ?

ประกอบกับองคาพยพ แวดล้อมที่แสดงออกถึงความไม่เท่าเทียมกัน (พูดอีกนัยหนึ่งคือ เอาเรื่องข้างเดียว ข้อเปรียบเทียบที่ชัดเจนคือการพิจารณายุบพรรค ซึ่ง ถ้าวิเคราะห์ตามเนื้อผ้า คณะ ตลก. บอกว่าพรรคเล็กผิดแน่นอน ซึ่งโดยการพิจารณา จะอ้างอิงว่า คนทำผิด มีความเกี่ยวเนื่อง กับผู้บริหารพรรคใหญ่ทั้งสองพรรคหรือไม่ ซึ่งการอ้างอิงนี้ ผมสงสัยว่าถ้าถือมาตราฐานเดียวกันแล้ว น่าจะถึงเหมือนกัน หรือ ไม่ถึงเหมือนกันได้
ป.ล. อันนี้คงไม่โต้แย้งในรายละเอียด เพราะจะผิดวัตถุประสงค์ของคำถาม)

ทำให้ผมรู้สึกเห็นด้วยและอยากออกไปประท้วงด้วย ?

จริงๆ ส่วนอื่นที่ปลีกย่อยก็มีอีกนะครับ
- ผมเห็นว่ากติกาเก่าดีอยู่แล้ว ถ้าไม่ดีก็ต้องเปลี่ยนตามกฎ ที่เขาอนุญาติให้เปลี่ยน (เราจะให้สมาคมบาสเก็ตบอล ไปเปลี่ยนกฎฟุตบอลก็คงดูแปลก ๆ)
- เขาจะมาปิดข่าวทำไมนักหนา ว่ามากี่คน แถมมีพูดทุกวัน (ผ่านหน้าสื่อ) ว่าแจกเงิน ผมก็เลยอยากรู้ว่า มันประท้วงกันจริงกี่คน + หารายได้ด้วย
- ตรรกะของเขาบอกว่า คนที่เงียบคือคนที่เห็นด้วยกะเขา (ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วย จึงไม่มีการต่อต้าน) เหมารวมอย่างนี้ พอมีช่องทางให้ผมจะแสดงออกให้เขาเห็นว่า ผมไม่เห็นด้วย ผมก็เลยต้องออกมาโวยวาย
- งานการที่ควรทำก็ดันไม่มาทำ มาใช้ลูกน้องโบกรถทำไม ?

สรุป
ผมว่าในสิ่งมีชีวิต เหตุผลไม่ใช่สิ่งที่ตัดสินการกระทำครับ มันคือความรู้สึกครับ
ดังนั้นผมเห็นด้วยตามความรู้สึกผมพาไปครับ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ป.ปลา ที่ 21 มิถุนายน 2550, 21:37:13
ไปถามทหาร คนนึงมา เค้าอยู่หน่วยที่คอยคุมเหตุการณ์ความวุ่นวาย

เค้าบอกว่า
ม๊อบสนธิ ไล่ทักษิณ 60 เปอร์เซ็น มาด้วยใจ ที่เหลืออยากรู้ อยากเห็น ผ่านมา เลยอยากดู
กับอีกนิดหน่อยที่มาสอดแนม

ม๊อบ(อดีต) พีทีวี 60 เปอร์เซ็น มีการจัดจ้าง 20 อยากรู้อยากเห็น
20 มาด้วยใจ

..........................................................................................

ฟังรายการ อ.วีระ (ในรถแท็กซี่)

มีชายคนหนึ่งบอกว่ามีคนมาจ้างให้ไปที่ม๊อบพีทีวี
เค้าบอกทั้งชื่อ นามสกุล และเลขที่บัตรประชาชน

..........................................................................................

ฟังจากทหารที่เคยลงใต้

เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นตอนนี้
ส่วนหนึ่งเป็นงานทำงานของ "กลุ่มวาดะ" ซึ่งได้ทุนมาจากคนที่อยู่ "อังกฤษ"


..........................................................................................

ส่วนตัวไม่ชอบการรัฐประหาร
และก็ไม่พอใจผลงานของรัฐบาลชุดนี้หลายผลงาน

แต่ก็ไม่ชอบทักษิณสุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เอาแค่ข้อมูลที่หุ้นของบริษัทต่างๆ เรื่องเดียว ก็เกลียดสุดๆๆๆๆ ไปเลย


ไม่รู้จะทำยังไง
ก็ได้แต่ขอให้สถานการณ์ผ่านไปด้วยดี
เลือกตั้งให้เร็วๆ ประเทศกลับเป็นประชาธิปไตย (อย่างแท้จริง) เร็วๆ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: dto80 ที่ 21 มิถุนายน 2550, 21:54:30
ไม่รู้จะเป็นการต่อความยาว สาวความยืดของ ป.ปลารึเปล่า
แต่ข้อหนึ่งที่ว่า จำนวนเปอร์เซ็น.. มาด้วยใจ จ้างมา...
มีคนเคยทำวิจัยหรือเปล่า ? คือ เคยเดินไปถาม นับหัวรึเปล่า
ตอนเราเรียนโท เราให้ความสำคัญกับแหล่งข้อมูลถึงระดับนี้มิใช่เหรอ ??
(เดาเอา เพราะทำสายวิทย์ ไม่ต้องเก็บตัวอย่างขนาดนั้น)

ส่วนข้อมูลอื่น ๆ ก็เหมือนกับที่เคยลงท้ายความเห็นก่อน
มันก็เรื่องความรู้สึก ที่เถียงไปก็เปลี่ยนความรู้สึกของคนไม่ได้อยู่ดี  :D

ป.ล. ถ้าสถานการณ์ตอนนี้ถึงเลือกตั้งไปก้ไม่จบอ่ะครับ
ส่วนตัว
เพราะว่าตอนนี้สภาพ ขั้วทางการเมืองมันเป็นสองขั้วจริง ๆ แล้วคือ ฝ่ายอนุรักษ์นิยม (ปชป. และทีมงาน) กะฝ่ายปฏิรูป (ขั้ว ทรท. เดิม)
เราจะสามารถยอมรับกันได้ถ้าเกิดการแข่งขัน (ที่อย่างน้อยก็ดูเหมือนจะเท่าเทียมกัน) แล้วมีการแพ้ชนะขึ้น

ถ้าสมมุติว่าพรุ่งนี้เลือกตั้งเลย คนที่เห็นด้วยกับการบริหารในเชิงปฏิรูป ไม่มีโอกาสให้เขาแสดงออกว่ามีตัวเลือกที่เขาต้องการ (เพราะเกิดความรู้สึก ว่าไม่เป็นธรรม) ก็ต้องหาทางออกด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ซึ่งก็คงไม่มีวิธีอื่นอีกแล้วนอกจากประท้วงอีก

มันต้องมีจุดเปลี่ยนครับ ไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม แต่ไม่น่าจะใช่การไหล ไปเรื่อย ๆ ให้ถึงวันเลือกตั้ง  :roll:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 21 มิถุนายน 2550, 22:43:38
ผมอ่านของ พี่ Max แล้ว เศร้าครับ ...

เพราะ คนทำก็ได้สัญญชาติ ไทย และ เป็นคนไทย คนหนึ่ง

แต่แนวคิด ที่ปลูกฝังในหัวใจ นี้สิครับ เห็น คนไทย เป็นศัตรู


... ผมเคยได้ยิน คนพูดถึงประโยคหนึ่ง ที่ในหลวงท่าน เคยทรงตรัสไว้ ... (อ่านจจะ จำเพี้ยนไปบ้าง) ..

ท่านตรัสว่า  "เราไม่ได้สู้กับคนเลว แต่เราสู้กับความเลวที่อยู่ในตัวคน" ....

 :cry:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 21 มิถุนายน 2550, 23:07:40
วันอาทิตย์ก่อนมีเฉลียงมาออกรายการ

พี่ดี้พูดถึงเรื่องนี้ว่า  มันเหนือนกับการแข่งบอลครับ

คือเตะกันเสร็จแล้ว ก็จับมือกัน  ก็เหมือนนักการเมืองที่ไม่มีมิตรหรือศัตรูที่ถาวร

ส่วนคนที่ไปร่วมประท้วง ไม่ว่าเหตุใดก็แล้วแต่

ก็เหมือนกองเชียร์ครับ  สังเกตุไหมครับเวลาเชียร์มากๆ มีอารมร์ร่วมมากๆ

นักบอลจับมือกันแล้ว แต่กองเชียร์รับไม่ได ก็แทงกัน  ตีกัน

อันนี้ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับชาวบ้าน ที่เป็นเหมือนเบี้ยน่ะ

ส่วนพวกที่เหลือคือคนดูครับ



** เห็นด้วยกับโตนะ

** ส่วนชาร์ปเคยดูรายการของช่องเก้าเปล่า มีช่วงนึงที่นำเสนอ คนไทย

ที่ยังดำรงชีวิตแบบแนวคนไทยพุทธที่มาเลเซีย แต่ด้วยต้องมีการแบ่งแยกตินแดนสมัยก่อน

ทำให้ไปติดอยู่ที่นั่น  อยากให้แลกกับไอ้พวกที่มันไม่สำนึกบุญคุณประเทศจัง


คือที่เห็นด้วยกับโตเนี่ย  มันหลายครั้งแล้วน่ะครับ ใครมีปืน ก็มีอำนาจครับ ใครคุมทหารได้

ก็ยึดอำนาจได้ครับ  ใครคุมทหารม้าได้ (ปัจจุบันมันคือรถถัง) ยึดได้แล้วครับ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: นายป้อ ที่ 22 มิถุนายน 2550, 11:08:51
จิตใต้สำนึก



มีข่าวต่างประเทศข่าวหนึ่ง ซึ่งเมื่ออ่านแล้วอาจจะทำให้คนขวัญอ่อนเกิดหัวใจวายขึ้นมาได้ โดย "วอร์เรน บัฟเฟตต์"มหาเศรษฐีอเมริกัน วัย 75 ปี ซึ่งร่ำรวยเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจาก "บิล เกตส์"เจ้าของบริษัทไมโครซอฟท์ ประกาศว่าจะบริจาคเงิน 37,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.407 ล้านล้านบาท) หรือคิดเป็น 85% ของสินทรัพย์ที่มีอยู่ทั้งหมด 44,000 ล้านดอลลาร์ ให้แก่มูลนิธิเพื่อการกุศล 5 แห่ง
เมื่อศึกษาชีวิตของ "วอร์เรน บัฟเฟตต์" ก็ยิ่งน่าทึ่งเข้าไปอีก เพราะแม้จะร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีของโลก แต่เขากลับยังใช้ชีวิตแบบสมถะและอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดิมในเมืองโอมาฮา เนบราสกา ซึ่งเป็นบ้านที่เขาซื้อเมื่อปี 2500 หรือตั้งแต่ 49 ปีที่แล้ว
คนอย่าง "วอร์เรน บัฟเฟตต์" ถือเป็นแบบอย่างของคนที่รู้จักความพอดีในการใช้ชีวิต รู้และสำนึกได้ด้วยตัวเองว่า จุดความพอดีของตัวเองนั้นอยู่ที่ไหน และเมื่อไหร่ที่จะปล่อยวางจากทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะมีอายุถึง 75 ปี เมื่อตายไปแล้วก็เอาอะไรติดตัวไปไม่ได้
 กลับมาดูเหตุการณ์ที่เมืองไทยกันบ้าง วันดีๆ วันชื่นคืนสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ จากนั้นคนไทยก็ต้องกลับมาซีเรียสกับปัญหาการเมืองที่ยังวุ่นวายเป็นวัวพันหลัก หาทางออกไม่เจอ ยิ่งแก้ก็ยิ่งยุ่งไม่ผิดอะไรกับลิงแก้แห
ต้องยอมรับกันอย่างหนึ่งก่อนว่า ไม่ว่าการเมืองประเทศไหนในโลกนี้ต่างก็ไม่มีวันนิ่งด้วยกันทั้งนั้น เพราะเมื่อมีผู้ครองอำนาจ ก็ต้องต้องมีผู้โค่นเพื่อหวังจะครองตำแหน่งแทน มีผลประโยชน์ก็ต้องมีการช่วงชิง
การเมืองของประเทศเพื่อนบ้านเรือนเคียงกับเราก็มีการเปลี่ยนแปลง อย่างลาวก็มีการปรับครม.ชุดใหม่ พร้อมๆกับเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี ขณะที่เวียดนามก็เพิ่งจะเปลี่ยนตัวผู้นำประเทศไปหมาดๆ หรือแม้แต่ที่ฟิลิปปินส์ ประธานาธิบดีกลอเรีย อาร์โรโย ก็กำลังถูกฝ่ายค้านยื่นเรื่องขอถอดถอนออกจากตำแหน่ง
แต่ปัญหาของเพื่อนบ้านก็ยังไม่หนักเท่ากับเรา เพราะระบบกลไกของเขาเดินไปได้ ไม่ได้ติดล็อก พิกลพิการเหมือนบ้านเรา ทั้งๆ ที่เรามีปัญหาอยู่กับคนเพียงคนเดียวเท่านั้น และคนคนนี้ก็ดันเป็นคนที่ไล่แล้วไม่ไปเสียด้วย
ผมเกิดความรู้สึกที่เซ็งในอารมณ์แบบสุดๆ เมื่อได้ยินคุณทักษิณ ชินวัตร พูดออกมาเต็มปาก แบบไม่เคอะเขิน หรืออายผีสางเทวดานางไม้ว่า"วันนี้ต้องทำอย่างไรให้บ้านเมืองไปได้ โดยนำกระแสพระราชดำรัสวันที่ 9 มิถุนายน มาปฏิบัติ ให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ตามที่กฎหมายหรือที่ตัวเองมีความรับผิดชอบอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม"
ลองถ้า คุณทักษิณ พูดเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม อย่างหน้าตาเฉยแบบไม่กระดากปากเช่นนี้ ก็หมดแล้วประเทศไทย หมดแล้วจริงๆ
ผมจะไม่ฟื้นฝอยหาตะเข็บว่า 4-5 ปีที่ผ่านมา คุณทักษิณและรัฐบาลไทยรักไทยทำอะไรลงไปบ้าง แต่เอาเหตุที่เป็นชนวนสำคัญจนทำให้ประชาชนต้องลุกฮือกันขึ้นมาขับไล่คุณทักษิณก็คือ การขายหุ้นชินคอร์ป ได้เงินมาถึง 7หมื่น 3 พันล้านบาท ซึ่งทำให้คุณทักษิณ ถูกกล่าวหาว่า ไม่มีจริยธรรม เพราะได้เงินมาแบบเพียวๆ ไม่ต้องเสียภาษี แม้จะอ้างว่าทำถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่างก็ตามทีเถอะ
คำตอบมันชัดเจนอยู่ในตัวเองแล้วว่า คนไทยรับไม่ได้กับผู้นำที่ไร้จริยธรรม
วันนี้ ผมว่า คนที่ต้องกลายเป็นคนที่ไม่มีความสุขมากที่สุดในประเทศไทยก็คือ คุณทักษิณ แม้จะมีทั้งอำนาจและเงิน แต่การที่ยังไม่รู้จักละวาง หาความพอดีไม่ได้นั่นเองที่ทำให้เกิดทุกข์
ทำไมไม่เอาอย่าง "วอร์เรน บัฟเฟตต์"ล่ะ เงิน 7 หมื่น 3 พันล้าน จะไร้ค่าไปทันที เหลือแต่จิตสำนึกของตัวเองเท่านั้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!!

....ถ้าได้มาอย่างสุจริตจะกลัวทำไม...."บิล เกตส์"กับ "วอร์เรน บัฟเฟตต์"...ไม่เห็นกลัวอะไร....แค่นี้ก็น่าจะเห็นแล้ว....


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ป.ปลา ที่ 23 มิถุนายน 2550, 01:53:23
เรื่องข้อมูลตัวเลข นี่ป.ปลา บอกไม่ได้หรอกค่ะว่าถูกต้องแค่ไหน
แต่ทหารคนนั้น เป็นคนที่ป.ปลา เชื่อถือได้ระดับหนึ่ง
อันนี้ก็แค่เอามาเล่า เท่านั้น ไม่ได้รู้สึกหรือมีความคิดเห็นอะไร


ส่วนตัว เห็นด้วยกับเรื่องจิตใต้สำนึกที่พี่ป้อพิมพ์

ไม่เคยเห็นนายกคนไหน โกงไทยได้มากเท่านี้
โกงถึงขนาดเปลี่ยนแปลงกฎหมายเพื่อให้ตัวเองถูก
การซุกหุ้น เล่นแร่แปรธาตุ ขายหุ้นโน้น ให้บริษัทที่ตัวเองก็ถืออยู่
ทุกอย่างแอบแฝงผลประโยชน์ทั้งทางการเมือง และการเงิน ให้ตัวเองและพวกพ้องได้ขนาดนี้


และไม่เคยเห็น นายก และ พรรคการเมือง พรรคไหน ทำให้คนไทยต้องแยกกันเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจนอย่างนี้


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 23 มิถุนายน 2550, 20:09:35
อย่างที่ อ.วีระว่า..

กรรม..มีกรรมดำ..กับกรรมขาว..

ไม่มีกรรมสีเทา..

ดังนั้น..

การแยกแยะ..มิใช่เหมารวม..ไม่มีคนดีหมด..ไม่มีคนเลวหมด..

อย่าทำให้สังคมเกิดสีเทา..

สิ่งไหนดี..สนับสนุน..สิ่งไหนเลว..ก็กำจัด..

เข้าใจกันมี๊ยเนี่ยะ..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: นายป้อ ที่ 23 มิถุนายน 2550, 21:11:25
:lol: ....กรรมมุนาวะตะตีโลโก....."สัตว์โลกยอมเป็นไปตามกรรม"....


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: dto80 ที่ 23 มิถุนายน 2550, 21:43:53
อ้างจาก: "ป.ปลา (Miss)"
เรื่องข้อมูลตัวเลข นี่ป.ปลา บอกไม่ได้หรอกค่ะว่าถูกต้องแค่ไหน
แต่ทหารคนนั้น เป็นคนที่ป.ปลา เชื่อถือได้ระดับหนึ่ง
อันนี้ก็แค่เอามาเล่า เท่านั้น ไม่ได้รู้สึกหรือมีความคิดเห็นอะไร


ส่วนตัว เห็นด้วยกับเรื่องจิตใต้สำนึกที่พี่ป้อพิมพ์

ไม่เคยเห็นนายกคนไหน โกงไทยได้มากเท่านี้
โกงถึงขนาดเปลี่ยนแปลงกฎหมายเพื่อให้ตัวเองถูก
การซุกหุ้น เล่นแร่แปรธาตุ ขายหุ้นโน้น ให้บริษัทที่ตัวเองก็ถืออยู่
ทุกอย่างแอบแฝงผลประโยชน์ทั้งทางการเมือง และการเงิน ให้ตัวเองและพวกพ้องได้ขนาดนี้


และไม่เคยเห็น นายก และ พรรคการเมือง พรรคไหน ทำให้คนไทยต้องแยกกันเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจนอย่างนี้


ไม่เคยเห็น กะไม่รู้นี่เหมือนกันไหมครับ ??

ส่วนบันทัดข้างล่าง
สาเหตุมีสาเหตุเดียวเหรอครับ ??

ลองใช้ความรู้สึก กันหน่อยนะครับ

ส่วนเรื่องเหตุผล ถ้าจะคุยกันก็ได้แต่ไม่รู้ว่าจะน่าคุยรึเปล่านะครับ :)

(ถ้าจะเอาข้อมูลคงต้องถกกันหนัก ซึ่งก็คงเกินขอบเขตกระทู้นี้ไปหน่อย เด๋วเขาจะหาว่าทำให้กระทู้กลายพันธ์ คุยกันหลังไมค์ได้ครับ ยินดีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น (ในที่ ที่เหมาะสม  ) :D

ป.ล. (มาแก้ไขข้อความ) น้องปลาครับ ไม่เอาไม่ถกกันดีกว่า เปลี่ยนความรู้สึกคนมันยากแหะๆ
ลองมาหลายคนล่ะ อิ อิ   :twisted:

ป.ล. 2 (มาเพิ่มอีกแล้ว) เห็นข้อความชาร์ป เรื่องของภาคใต้ ลองอ่านข้อมูลที่นี่นะครบ (ถ้าว่างนะครับ เพราะยาว) http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K5537452/K5537452.html

อย่างน้อยก็เป็นข้อมูลที่น่ารับฟัง เพราะว่าคนเขียนเปิดเผยตัว ไม่ใช่จดหมายสนเท่ห์ (มันเท่ตรงไหนบักสนเนี้ยะ) แต่จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละท่านนะครับ แต่ก็เป็นข้อมูลที่สนุกดี :)


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 24 มิถุนายน 2550, 14:03:47
ปัญหาภาคใต้ตอนนี้ ผมเบื่อจะวิจารณ์
เพราะเมื่อก่อนเคยเขียนด่าไอ่พวกนั้นไปหลายรอบแล้ว(ตามเวบผู้จัดการ) จนรู้สึกว่าไม่มีประโยชน์อะไร นอกจากแค่พ่นไปวันๆ  มันจะบึ้มตรงไหน ผมขี้เกียจอ่าน เพราะอ่านไปก็เซ็ง ทำไรไม่ได้ :x

แต่มีข้อสังเกตแค่ว่า มันไม่เหมือนพวกติมอร์ หรือปาเลสไตน์เลย...เพราะพวกนั้นเค้าประกาศตัวต่อหน้าสาธารณะชนว่า ต้องการแยกดินแดนปกครองตัวเอง  แต่ไอ้พวกนี้ไม่พูดอะไร ไม่แสดงตัว  คอยจ้องป่วนลูกเดียว :!:

บทความของวสิษฐ์ เดชกุญชร จากหนังสือพิมพ์มติชน :shock:
 
อ้างถึง   
คราวนี้ บรรยากาศก็ไม่ต่างกัน ขณะที่ชาวบ้าน ทหาร และตำรวจกำลังเจ็บและตายกันเป็นรายวันอยู่ ในส่วนอื่นๆของเมืองไทยก็ยังรื่นเริง สนุกสนานไม่เชื่อก็ขอให้ดูเทศกาลสงกรานต์ที่เพิ่งผ่านไปก็ได้ หรือจะออกไปดูสถานบันเทิงทั้งหลายในคืนนี้ในจังหวัดใดก็ได้
ไม่มีใครรู้ หรือถึงรู้ก็ไม่เดือดร้อนว่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังมีสงครามอยู่แม่เมื่อไม่กี่วันมานี้ ศัตรูจะเพิ่งแสดงให้เห็นว่าสามารถจะตัดอำเภอเบตงออกไปจากประเทศไทยก็ได้ ด้วยการปิดถนนมิให้ใครเดินทางไปที่อำเภอนั้นถ้ายอมรับว่าเป็นสงคราม เราจะต้องทำอะไรที่ห้สอดคล้องกับภาวะสงครามยิ่งกว่านี้


ไอ้วสิษฐ์???
ไม่ทราบว่า เมิง ต้องการให้ กู(คนนอกพื้นที่) ทำอะไรเหรอครับ?
จะให้พวกกูนั่งไว้ทุกข์ทั้งวันทั้งคืนเลยเหรอ?
จะให้กูเดินขบวนด่าโจรให้มากขึ้นเหรอ? หรืออยากให้คนต่างจังหวัดไปร่วมรบกับโจร?
ก็ก่อนหน้านี้ เค้ามีมีคนหลายกลุ่มทั้งพับนก เดินขบวน ด่าโจร สารพัดแล้ว ก็ไม่เห็นจะช่วยอะไรได้
แต่ละคนก็มีชีวิตส่วนตัวโว้ย! ถ้างั้นเวลาอิรัก หรือยูโกสลาเวีย หรือดินแดนอื่นๆมีสงคราม เมิง จะนั่งไว้ทุกข์หรือประท้วง ตลอดเวลา ไม่ต้องกินข้าวกินน้ำ ไม่ต้องมีกิจกรรมคลายเครียด อะไรสักอย่าง เลยใช่มั้ย?

อ้างจาก: "นายป้อ"
แต่เอาเหตุที่เป็นชนวนสำคัญจนทำให้ประชาชนต้องลุกฮือกันขึ้นมาขับไล่คุณทักษิณก็คือ การขายหุ้นชินคอร์ป ได้เงินมาถึง 7หมื่น 3 พันล้านบาท ซึ่งทำให้คุณทักษิณ ถูกกล่าวหาว่า ไม่มีจริยธรรม เพราะได้เงินมาแบบเพียวๆ ไม่ต้องเสียภาษี แม้จะอ้างว่าทำถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่างก็ตามทีเถอะ


กฏหมายมันผิดเองครับ ที่ยกเว้นภาษีจากกำไรหุ้น...แล้วทักษิณใช้ประโยชน์จากกฎหมายที่ไม่แฟร์อันนั้น อย่างอุกอาจต่อสาธารณชน ก็เท่านั้นเอง
สส.ฝ่ายค้าน หรือ สว.บางคน(ที่ด่าทักษิณอยู่ปาวๆ) ก็มีกำไรจากหุ้นที่ไม่เสียภาษี เพียงแต่ทำกันแบบแอบๆก็เท่านั้น :twisted:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 24 มิถุนายน 2550, 15:32:43
อ้างจาก: "dto80"

ป.ล. 2 (มาเพิ่มอีกแล้ว) เห็นข้อความชาร์ป เรื่องของภาคใต้ ลองอ่านข้อมูลที่นี่นะครบ (ถ้าว่างนะครับ เพราะยาว) http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K5537452/K5537452.html



ต้องใช้ความพยายามอย่าสูงมากครับพี่โต ... คือ มันจะเศร้าซะจนไม่อยากจะอ่านน่ะ
ผมอ่านได้ไม่ก็ช่องที่เขา post เอง ...

เรื่องภาคใต้ ผมให้ความสำคัญกับมันมากว่า การเมืองซะอีก ...

การแก้ปัญหาภาคใต้ ต้องการการเมืองที่นิ่ง เพื่อให้ทุกคนไม่ต้องพะวง กับการทำงาน ให้มุ่งไปที่ภาคใต้ เป็นหลัก ...

... ผมมองการช่วยเหลือถาคใต้เป็นการช่วยเหลือ เพื่อนคนไทยด้วยกัน ช่วยชีวิตคน เลยนะครับ

ถ้าหยุดการ ฆ่ารายวันได้ ได้ นี้นคือ หยุดการ ฆ่า และ เอาชีวิตกันได้ ... เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ๆ ๆ

จนไอ้เรื่องการเมือง มันเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่าขี้ผง เลยล่ะ ...

... ผมจึงแนะนำว่า การเมือง เอาใจช่วยให้มีการเลือกตั้งได้โดยเร็ว และ สงบ ... ผมเชื่อมั่นใน พลเอกสุรยุทธ ว่าจะช่วยให้ผ่านไปได้ด้วยดี ....  

    เพื่อให้ทุกคน มองภาคใต้ เป็นปัญหา อันดับต้น ๆ ของประเทศ และ ของเราเอง ...

 :o


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: dto80 ที่ 24 มิถุนายน 2550, 20:00:04
อ้างจาก: "ชาร์ป"
อ้างจาก: "dto80"

ป.ล. 2 (มาเพิ่มอีกแล้ว) เห็นข้อความชาร์ป เรื่องของภาคใต้ ลองอ่านข้อมูลที่นี่นะครบ (ถ้าว่างนะครับ เพราะยาว) http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K5537452/K5537452.html



ต้องใช้ความพยายามอย่าสูงมากครับพี่โต ... คือ มันจะเศร้าซะจนไม่อยากจะอ่านน่ะ
ผมอ่านได้ไม่ก็ช่องที่เขา post เอง ...

เรื่องภาคใต้ ผมให้ความสำคัญกับมันมากว่า การเมืองซะอีก ...

การแก้ปัญหาภาคใต้ ต้องการการเมืองที่นิ่ง เพื่อให้ทุกคนไม่ต้องพะวง กับการทำงาน ให้มุ่งไปที่ภาคใต้ เป็นหลัก ...

... ผมมองการช่วยเหลือถาคใต้เป็นการช่วยเหลือ เพื่อนคนไทยด้วยกัน ช่วยชีวิตคน เลยนะครับ

ถ้าหยุดการ ฆ่ารายวันได้ ได้ นี้นคือ หยุดการ ฆ่า และ เอาชีวิตกันได้ ... เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ๆ ๆ

จนไอ้เรื่องการเมือง มันเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่าขี้ผง เลยล่ะ ...

... ผมจึงแนะนำว่า การเมือง เอาใจช่วยให้มีการเลือกตั้งได้โดยเร็ว และ สงบ ... ผมเชื่อมั่นใน พลเอกสุรยุทธ ว่าจะช่วยให้ผ่านไปได้ด้วยดี ....  

    เพื่อให้ทุกคน มองภาคใต้ เป็นปัญหา อันดับต้น ๆ ของประเทศ และ ของเราเอง ...

 :o


ถ้าเปรียบกะคนเรา ไม่ได้จะอยากเปรียบเทียบ แต่ตอนนี้สมองประเทศมันตื้อ ไม่โปร่งใส (ความคิดสองฝ่ายมันตีกันเอง) หัวใจก็ไม่ค่อยดี (ตุ้มๆ ต่อม ๆ จะรุ่นแรงแถวหัวใจขนาด หัวใจวายรึเปล่า) มือเราก็ต้องกุมหัว กุมหัวใจก่อนใช่ป่ะ มือมันไม่ไปปัดกวาดแมลงที่อยู่ทำให้รำคาญได้อ่ะคับ

ตอนนี้ เรารบโดยไร้ Strategy อ่ะคับ เล่น war craft เดินไปตีดุ่มๆ ทีละคน ยังแพ้เลยครับ
เราเลือกยุทธวิธีที่ผิดรึเปล่า ??
เลือกผิดก็แก้ให้เลือกถูกได้ครับ อยู๋ที่ว่าจะกล้าพูดหรือเปล่าว่าเราทำผิด ตรงนี้ยากมากที่เราจะยอมรับว่าเราตัดสินใจผิดมาก่อนครับ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 25 มิถุนายน 2550, 09:34:37
อ้างจาก: "Aj.O"

กฏหมายมันผิดเองครับ ที่ยกเว้นภาษีจากกำไรหุ้น...แล้วทักษิณใช้ประโยชน์จากกฎหมายที่ไม่แฟร์อันนั้น อย่างอุกอาจต่อสาธารณชน ก็เท่านั้นเอง
สส.ฝ่ายค้าน หรือ สว.บางคน(ที่ด่าทักษิณอยู่ปาวๆ) ก็มีกำไรจากหุ้นที่ไม่เสียภาษี เพียงแต่ทำกันแบบแอบๆก็เท่านั้น :twisted:



อืมมีคนเห็นด้วยกับผมประเด็นนี้นะครับ

คือทุกๆ คนได้รับสิทธิ์ตรงนี้เท่าเทียมกันทุกคนในการได้รับยกเว้นภาษีจากำไรหุ้น

ถ้าทักษิณต้องเสียผมว่าทุกคนก็ต้องเสียด้วยนะครับ  ไม่งั้น ก็ไประบุในกฎหมายซิครับว่า

rate เท่าไหร่ถึงต้องเสียตังค์  แล้วที่ขายๆ กับแบบ lot ใหญ่ ๆ กันทุกๆ วัน

ไม่หลายพันล้านแล้วเหรอครับ


สมมุติเป็นผมแค่แบบมีหุ้นรายใหญ่ในบริษัทแล้ว แค่ไม่มีชื่อเสียง

แล้วต้องให้ผมมาเสียภาษีจากการขายหุ้น ผมก็ไม่ยอมนะ  ถ้าเก็บผม ก็ต้องเก็บทุกคนด้วยซิ

ไม่งั้นมันจะเสมอภาคเหรอครับ  อยู่ๆ จะมาบอกว่า เฮ้ย ....คุณต้องเสียนะ

มันใช้กฎหมู่มากกว่า กฎหมายแล้วครับ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 25 มิถุนายน 2550, 10:06:16
ไม่ผิดกฏหมายแน่นอน เรื่องภาษีหุ้น ถึงแม้จะผิดจริยธรรมอันดีงาม ก็ตาม

แต่ก็ไม่สามารถใช้กฏหมายลงโทษได้ ตอนนี้ต่างชาติกำลังมองว่าเราใช้กฏหมู่ปกครองประเทศอยู่

คือถ้าคิดว่าใครเลวก็เล่นงาน โดยอาศัยบรรทัดฐานที่มิใช่กฏหมาย

อันนี้แหละที่จะทำให้มีผลกับการความไม่มั่นใจในการลงทุน

เหมือนกับว่าถ้าผมทำถูกกฏหมายทุกอย่าง แต่คิดว่าผมไม่ดี ก็จะหาทางเอาผิด

อันนี้ต้องระวังนะครับ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 27 มิถุนายน 2550, 01:50:36
กำไรจากการขายหุ้นในตลาดนั้น ไม่เสียภาษีครับ

แต่ คตส. ไปตรวจสอบเส้นทางของ หุ้นนั้นได้มาโดย ถูกกฏหมายไทย หรือเปล่า ... สมมติได้มาโดยผิดกฎหมายไทย ...

ธุรกรรมการขายหุ้นนั้น ก็เป็นธุรกรรมที่ผิดกฎหมายไทย ... แต่ไม่รู้ว่าเข้าข่าย ซื้อขายของผิดกฎหมายหรือเปล่า  :o

(จะบอกว่า คตส. หาเรื่องก็ได้นะ ... มีหลายคนให้ตรวจสอบ เยอะเลย เรื่องเส้นทางการได้มาของหุ้น แต่เขาดันมาเน้น เฉพาะ หุ้น shin นี้ล่ะ .. )

แต่ถ้ามองอีกแง่ เราได้ หุ้นมาขายโดย ถูกกฎหมาย ไม่น่ากลัวเรื่องการชี้แจง นะ ...

... เรื่องต่างประเทศ นี้ คตส. จึงน่าจะชี้แจงรายละเอียดเหตุผล ให้ชัดเจน (อย่างน้อย ต่างชาติจะได้ เข้าใจมากขึ้น แต่คงจะให้มองในแง่บวกคงยาก )

------

ส่วนเรื่องภาคใต้ นั้นผมเองก็ไม่รู้ว่า เราดำเนินกลยุทธ์ ผิด หรือถูก ...
รู้แต่ว่า ไม่น่าเป็นเรื่องที่มาหาคนทำผิดทำถูก เพราะ เป็นการหาคนรับผิดชอบ ที่อาจไม่เหมาะ กับสถานการณ์ ที่ต้องแก้ปัญหาร่วมกัน... แต่เป็นเรื่องที่ทำอย่างไร เรา ๆ จะช่วยเขาได้ ช่วยประชาชนในภาคใต้ นั่นล่ะครับ ... คนบางคน เป็นอาสาสมัคร คนบางคนบริจาคเงิน คนบางคนเอาใจช่วย ... ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งดี  ... ทำได้ในสิ่งที่เราเองว่าทำได้ ไปก่อน

 :o


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: (n_n)Cellkrub ที่ 27 มิถุนายน 2550, 08:37:28
เอ  ในการขายทรัพย์สิน ที่ได้จากการสัมปทานมาจากรัฐให้บริษัทต่างประเทศ ในขณะที่ตัวเองดำรงตำแหน่งบริหารสูงสุดของประเทศ นี่ก็ไม่เหมาะไม่ควรแล้วนะ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: dto80 ที่ 27 มิถุนายน 2550, 20:52:48
เรื่องหุ้น ตัดปัญหาเรื่องเหมาะ ไม่เหมาะ ไปก่อน เส้นทางอธิบายได้ครับ
เพียงแต่คนตีความผิด (ในที่นี้คือศาล) จะต้องวิเคราะห์อีก ว่าผิดไม่ผิด เพราะทางเดินของหุ้นถูกต้องตามกฎหมายหลัก (คือกฎหมายเรื่องการโอนย้ายหุ้น) แต่กฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องพวกให้นักการเมืองถือหุ้นได้ยังไงแบบไหน หรือว่าการนับนอมินี (ผู้มีสิทธิ ถือหุ้น) ซึ่งกฎหมายเขียนไว้ค่อนข้างหลวม ซึ่งต้องตีความ ก็อยุ่ที่คนตีความ

เรื่องเหมาะ ไม่เหมาะอยู่ที่บุคคลแต่ละคนเข้าใจ คงคิดแทนกันไม่ได้

ส่วนเรื่องภาคใต้ ที่บอกว่าผิด คือวิธีการที่เราใช้ผิด หรือไม่ ถ้า"วิธีการ" ผิดก้เปลี่ยนวิธีการครับ ไม่ใช่บอกว่า เราต้องมาดูว่า "ใคร" ทำ "คน" รับผิดชอบในข้อมูลการตัดสินใจนั้น  ๆ และ ตัดสินใจทำงานในสถานการณ์ัน้น ๆ ซึ่งนาทีนั้นอาจจะเหมาะสมที่สุด แต่ถ้าเวลาเปลี่ยน "วิธีการ" ก็ต้องเปลี่ยนคามครับ

ทุกวัน "คน" ที่เลือกใช้ "วิธีการ" ไม่กล้ายอมรับว่า "วิธีการ" ที่ตัวเองทำผิด เพราะว่ากลัวว่า "คน" จะเสียหน้า ทำให้ไม่กล้าเปลี่ยน "วิธีการ"

ไม่เกี่ยวว่าเมิงทำผิด เพราะเชื่อว่าทุกคนคิดโดยบริสุทธิ์ใจว่า "วิธีการ" ที่ตัวเองเลือกต้องดีที่สุด แต่ใช้งานได้ "จริง" รึเปล่าเป็นเรื่องรองลงมา

ดังนั้น กล้า "ยอมรับ" กันไหมครับ ว่าวิธีการนี้ "เหมาะสม" กับสถานการณ์ตอนนี้ ?
คนไทย ที่ "กล้า" ยอมรับว่าตัวเองผิดมันน้อยนะครับ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 27 มิถุนายน 2550, 22:18:35
เตะหมาเข้าปากหมู เตะจู๋เข้าปากเกย์ ...คำเปรียบเทียบที่ยังใช้ได้ดีกับการเมืองไทยหลายๆสมัย  :shock:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 29 มิถุนายน 2550, 18:20:08
บางทีปล่อยวางบ้างก็ดีครับ

หลังๆ มาไม่ค่อยอยากเปิดโทรทัศน์อ่ะ

เพราะผมไม่ค่อยชอบดูละครเท่าไหร่อ่ะ  ก็มักจะเผลอไปเปิดพวกวิเคราะห์ข่าวอ่ะ

ก็ยิ่งเพิ่มความเครียดอ่ะ  หลังๆ มาก็เลยเปิดเพลงฟังแทนครับ

เย็น ๆ สบายใจ  :D


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 04 กรกฎาคม 2550, 12:20:00
ก็ว่ากันไป..

สุดท้ายก็ต้องฟังศาลครับ..เพราะศาลตัดสินยังไงก็ต้องแบบนั้น..คตส. ทำหน้าที่แค่เหมือนอัยการแค่นั้นเอง..

เป็นสถาบันเดียวที่เราจะต้อง.."เชื่อ" ถึงแม้มันจะถูกใจหรือไม่ถูกใจก็ตาม..

เพราะเท่าที่ทำงาน..พูดคุยกับคนรู้จัก..ศาล..ยังเป็นสถาบันที่ไว้ใจได้ครับ..

ไม่ว่าจะเป็นงานก่อสร้างศาล..หรืออะไรก็ตามที่มีการวิ่งเต้น..ไม่สำเร็จครับ..

เพราะถ้าศาลพัง..ความศรัทธาหมด..ไม่อยากจะคิดครับ..ว่าบ้านเมืองที่ไม่มีหลักอะไรเลยจะเป็นยังไง


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: นายป้อ ที่ 05 กรกฎาคม 2550, 18:59:20
:lol:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 16 กรกฎาคม 2550, 19:30:49
เห็นด้วยที่คุณ ppornson ว่ามา เพราะถ้าศาลพัง..ความศรัทธาหมด..ไม่อยากจะคิดครับ..ว่าบ้านเมืองที่ไม่มีหลักอะไรเลยจะเป็นยังไง

ถึงผมจะเคยบอกว่าไม่เชียร์รัฐประหาร  แต่ยังๆก็ยังยอมรับกลไกตุลาการ เพราะมันเป็นการตัดสินต่อหน้าสาธารณชน และตรวจสอบได้...ใครไม่เห็นด้วยก็เอากฏหมายมาแย้งได้ ไม่เห็นว่าจะเป็นอำนาจเผด็จการตรงไหน(หมายถึงตุลาการน่ะ)


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 16 กรกฎาคม 2550, 20:57:20
อ้างจาก: "ชาร์ป"
คตส. ไปตรวจสอบเส้นทางของ หุ้นนั้นได้มาโดย ถูกกฏหมายไทย หรือเปล่า ... สมมติได้มาโดยผิดกฎหมายไทย ...
ธุรกรรมการขายหุ้นนั้น ก็เป็นธุรกรรมที่ผิดกฎหมายไทย ... แต่ไม่รู้ว่าเข้าข่าย ซื้อขายของผิดกฎหมายหรือเปล่า

ครับ ประเด็นนี้นี่แหละที่เอามาเล่นได้ เพราะเป็นประเด็นเรื่องกฏหมายโดยตรง...
ส่วนประเด็นเรื่องจริยธรรมนั้น เอามาตัดสินอะไรไม่ได้ นอกจากแค่ประนามเท่านั้น(แค่ โลกะวัชชะ)

อ้างจาก: "ป.ปลา"
ไปถามทหาร คนนึงมา เค้าอยู่หน่วยที่คอยคุมเหตุการณ์ความวุ่นวาย
เค้าบอกว่า
ม๊อบสนธิ ไล่ทักษิณ 60 เปอร์เซ็น มาด้วยใจ ที่เหลืออยากรู้ อยากเห็น ผ่านมา เลยอยากดู
กับอีกนิดหน่อยที่มาสอดแนม
ม๊อบ(อดีต) พีทีวี 60 เปอร์เซ็น มีการจัดจ้าง 20 อยากรู้อยากเห็น
20 มาด้วยใจ

ตอนแรกผมเคยเชื่อว่า เอ๊ะ? ทหารออกมาพูด ก็อาจจะเชียร์แต่พวกเดียวกัน แต่...ตอนนี้ เจอข้อมูลอีกอัน ที่น่าจะสนับสนุนความเห็นของคุณ ป.ปลา :twisted: จากลิงค์นี่
http://www.oknation.net/blog/kittinunn/2007/06/24/entry-1
ขนาด ไอ้สมศักดิ์ เจียมธีรสถุล ที่มันเชียร์ม็อบพีทีวี กับม็อบ นปก.มันยังยอมรับว่า
 
อ้างถึง   
น่าสังเกตว่าขบวนผู้ชุมนุมที่เคลื่อนพลจากท้องสนามหลวง มายังหน้ากองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก มีจำนวนน้อยกว่าม็อบสนามหลวงยุคพันธมิตร ปชต. (ขับไล่ทักษิณ)
(http://www.pantown.com/data/12542/board2/85-20060318000407.jpg)

อืมม์...ตอนนี้ผมต้องมาทบทวนใหม่ ว่าจริงๆแล้ว พวกที่มาไล่ คมช.นั่น มั่นคงในอุดมการณ์จริงหรือ? หรือแค่รับเงินจ้างมาอย่างที่ ป.ปลา กล่าวไว้?
เพราะเปรียบเทียบกับม็อบอ้ายทิกับจำลองแล้ว ดูเหมือนพวกนั้นจะอึดกว่าเยอะ?(แม้ผมจะไม่ได้ชอบพวกอ้ายทิ แต่ก็ยอมรับว่าพวกนั้นถึงกับยอมอดหลับอดนอนมานั่งประท้วง) แต่ม็อบพวกพีทีวีกับ นปก.พอมีฝนมาก็วิ่งแจ้นกลับบ้านเสียแล้ว? ดูเหมือนไม่ค่อยมีอุดมการณ์สักเท่าไหร่?


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ป.ปลา ที่ 16 กรกฎาคม 2550, 21:48:16
สำหรับป.ปลา ตอนนี้นอกจากจะคอยดูเรื่องลงมติร่างรัฐธรรมนูญ
ก็ต้องมาคอยจับตามอง พล.อ สนธิ ว่าจะแกจบแบบไหนต่อ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 23 กรกฎาคม 2550, 13:23:31
อ้างจาก: "ป.ปลา (Miss)"
สำหรับป.ปลา ตอนนี้นอกจากจะคอยดูเรื่องลงมติร่างรัฐธรรมนูญ
ก็ต้องมาคอยจับตามอง พล.อ สนธิ ว่าจะแกจบแบบไหนต่อ


ว่าแต่ว่า เค้าให้ออกไปลงมติวันไหนเหรอ? ผมจะไปร่วมลงแน่นอน... 8)
แต่ยังไม่บอกหรอก ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่?

แต่ดูสถานการณ์ตอนนี้แล้ว ใกล้จะเป็นหกตุลาฯเข้าไปทุกที :?
หกตุลานะ ไม่ใช่สิบสี่ตุลา...เพราะสิบสี่ตุลา เป็นการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน
แต่หกตุลาฯเป้นการปะทะระหว่าง ประชาชนเอียงซ้าย กับประชาชนเอียงขวา มีตำรวจหรือทหารนำแค่ไม่กี่คน
คือตอนนี้ ความขัดแย้งมันไม่ได้อยู่แค่รัฐกับมวลชน  แต่มวลชนมันขัดแย้งเป็นสองขั้วชัดเจน สังเกตได้จาก เริ่มมีม็อบออกมาปกป้อง คมช.และด่า นปก.   ส่วนฝ่าย นปก.ก็เริ่มเคลื่อนไหวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ... :?


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 23 กรกฎาคม 2550, 13:35:15
อ้างจาก: "Aj.O"

ว่าแต่ว่า เค้าให้ออกไปลงมติวันไหนเหรอ? ผมจะไปร่วมลงแน่นอน... 8)
แต่ยังไม่บอกหรอก ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่?



19 ส.ค. 2550 ครับ Aj.O

 :o


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 25 กรกฎาคม 2550, 18:58:28
พูดถึงเวทีการลงมติ รับ-ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ...
ผมว่านี่เป็นเวทีที่น่าจะดีที่สุดแล้วในการโต้แย้งกัน ระหว่างพวกที่เชียร์ คมช. กับพวกที่ชอบทักษิณ หรือแม้แต่พวกที่ไม่ชอบทักษิณแต่ไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร...
มันคล้ายๆการเลือกตั้งกลายๆ แต่ละคนมีสิทธิ์ที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ได้
แต่ทำไมม็อบ นปก.ยังคงดันทุรังเลือกจะไปเล่นเวทีเถื่อน? ทั้งที่..ถ้าพวกเค้าเกลียด คมช. หรือคนรักแม้ว...ก็มีสิทธิ์รวมหัวกันไม่รับรัฐธรรมนูญได้

ผมเคยไม่ชอบการกระทำของม็อบพันธมิตรสนธิ&จำลอง ส่วนหนึ่งเพราะไม่ยอมรับเวทีการเลือกตั้ง ที่กำลังจะจัดขึ้นในปลายเดือนตุลาคม แต่กลับใช้วิธีดันทุรังที่จะไล่...นี่แหละ
ผมเคยเชียร์ม็อบ นปก.(รวมทั้งพวกคนวันเสาร์)เพราะเห็นว่าตอนนั้น(ช่วงก่อนที่จะมีเวทีประชามติออกมา)พวกเค้ายังไม่มีเวทีที่จะแสดงออกอย่างเป็นทางการ

แต่ตอนนี้ ผมกำลังเห็นว่า นปก.ก็ไม่ต่างกับม็อบสนธิ&จำลอง เท่าไหร่...พวกนี้ยึดแนวทาง สัมฤทธิ์ผลนิยม(Pragmatism)อย่างที่ ธงชัย วินิจจะกุล เคยกล่าวไว้
ไม่ว่าจะใช้วิธีที่อันตรายแค่ไหนก็ตาม เพื่อให้แนวทางพวกตัวเองบรรลุผล

เค้าเปิดเวทีให้เล่นแล้วแท้ๆ ยังเลือกที่จะยึดถือเวทีเถื่อน?


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: iamfrommoon ที่ 26 กรกฎาคม 2550, 11:33:08
ที่อ่านมาทั้งหมดทั้งมวล...

สำหรับพี่ "ไปลงมติ รับ ร่างรัฐธรรมนูญ" แน่นอน


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: party ที่ 26 กรกฎาคม 2550, 13:10:52
อ้างจาก: "iamfrommoon"
ที่อ่านมาทั้งหมดทั้งมวล...

สำหรับพี่ "ไปลงมติ รับ ร่างรัฐธรรมนูญ" แน่นอน


ที่อ่านมาทั้งหมดทั้งมวล...

สำหรับปาร์ รักในหลวง สงสารพลเอก เปรม

ป.ล.ขออนุญาตใช้ข้อความพี่ปุ้กนะคะ  :wink:  


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 17 สิงหาคม 2550, 16:18:50
http://www.weopenmind.com/board/index.php?topic=5160.0

อ้างจาก: "ดร.โกวิทย์ วงศ์สุรวัฒน์"
ดร.โกวิท บอกว่า ถ้าอยากจะแก้ปัญหาวงจรการเมืองน้ำเน่า แก้เรื่องซื้อเสียง ทำไมไม่ลองออกแบบกฎกติกาการเลือกตั้งเสียใหม่

เลิกใช้กฎกติกาประชาธิปไตยแบบอุดมคติ หันมาใช้กฎกติกาประ- ชาธิปไตยในโลกของความเป็นจริง ที่สอดคล้องกับวิถีการเมืองแบบไทยๆ

เลิกใช้กฎกติกา...พื้นที่ไหนคนมามีตัวแทนได้มาก

ลองหันมาใช้กติกาประชาธิปไตยแบบดั้งเดิม...พื้นที่ไหนเสียภาษีมากมีตัวแทนได้มาก เพื่อแก้ปัญหาวัฒนธรรม เงินไม่มา กาไม่เป็น

ประเทศประชาธิปไตยที่เราไม่ลอกแบบมา แรกๆ ล้วนใช้กฎกติกาการเลือกตั้งแบบนี้ทั้งสิ้น ให้ผู้ชายที่เสียภาษีเท่านั้นมีสิทธิเลือกตั้ง จากนั้นค่อยขยายสิทธิมาเรื่อยให้ผู้หญิง แล้วถึงจะพัฒนาเป็นแบบวันแมนวันโหวต

ประเทศที่มีประชาธิปไตยแข็งแรงในตะวันตก ไม่มีประเทศไหนที่เป็นประชาธิปไตยปุ๊บก็ให้สิทธิเลือกตั้งเปรอะกันอย่างนี้

แม้แต่สวิตเซอร์แลนด์ ผู้หญิงพึ่งได้สิทธิเลือกตั้งเท่าเทียมผู้ชาย เมื่อ 20 กว่าปีมานี่เอง...ช้ากว่าเรา แต่ทำไมประเทศเขาเจริญดูดีกว่าเราหลายเท่า

เรื่องวันแมนวันโหวตก็เช่นกัน จุดเริ่มต้นมาจาก ให้ผู้ชายเสียภาษีมีสิทธิเลือกตั้งโดยแบ่งพื้นที่เลือกตั้งเป็นเขตๆ ตามพื้นที่เขตปกครองที่เรียกว่า เคาตี้ (county) แต่ละเขตมีผู้แทนได้ 1 คน

พอบ้านเมืองเจริญขึ้น ประชาชนที่มีความเข้าใจประชาธิปไตยมากขึ้น คนที่อยู่ในเมืองรู้สึกไม่เป็นธรรม ทั้งที่มีคนที่มีประชากรมากกว่า คนในชนบท มีประชากรน้อยกว่า แต่ทำไมถึงมีตัวแทนเข้าไปบริหารประเทศเท่ากัน.. .การเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งแบบวันแมนวันโหวตถึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา


แม้จะไม่เห็นด้วยกับบางเรื่องในรัฐธรรมนูญฉบับนี้(เช่น การอภิปรายนายกฯได้ด้วยเสียงเพียง 1 ใน 5 เท่านั้น ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลอ่อนแอจนทำงานยาก) แต่เรื่องกติกาการเลือกตั้งที่ อ.โกวิทย์ยกมานั้น ผมเห็นด้วยมากๆ

เมื่อหลายวันก่อน ผมได้มีโอกาสอ่านบทความของ อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล อดีตผู้นำนักศึกษา 14 ตุลาฯ ปัจจุบันอายุ 58 ปี ในนิตยสาร ฅ.ฅน ฉบับเมษายน 2550 อ่านแล้วรู้สึกว่ายอดเยี่ยมลึกซึ้งมาก มากกว่านักวิชาการที่มีแนวคิดขวาสุดขั้วบางคน(หมอประเวศ)หรือซ้ายตกโลกบางคน(ธงชัย วินิจจะกุล)

อ้างจาก: "อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล"
"ในการร่างรัฐธรรมนูญนั้นคุณจะปฏิเสธความจริงเกินไปก็ไม่ได้ ครั้นเอามาเฉพาะความจริงล้วนๆ ก็ซอยเท้าอยู่กับที่ ไม่ต้องไปถึงไหน มันจะต้องมีพอดีพองามระหว่างความเป็นจริงกับอุดมคติ"

"ถ้าเราจะร่างรัฐธรรมนูญใช้เอง เราจะทำอะไรที่เป็นการสร้างสันติสุขให้กับประเทศเรา อะไรที่มันตรงกับความเป็นจริงของเราก็ทำไปเถิด ไม่ต้องไปเสียเวลาคำนวณว่ามันจะถูกใจตะวันตกหรือไม่ พูดอย่างนี้ไม่ใช่ชาตินิยมหรอกนะ ชาตินิยมแบบคับแคบผมไม่ชอบ แต่พวกเพ้อเจ้อบ้าทฤษฎี ผมก็ไม่ชอบเหมือนกัน คือเราควรอยู่กับความเป็นจริง"

"สังคมไทยไม่ได้เปลี่ยนมากมายอะไร คุณเพียงแต่ยัดมันลงไปในหีบห่อที่เรียกว่าประชาธิปไตยบ้าง เผด็จการบ้าง มันเป็นเพียงชื่อที่เราตั้งขึ้นในแต่ละช่วงเวลา พอเอาสิ่งเหล่านี้มาครอบสังคมไทยลงตัวบ้างไม่ลงตัวบ้าง เราก็พาลโกรธว่ามันไม่เป็นอย่างนั้น ไม่เป็นอย่างนี้ อันที่จริงมันไม่เป็นอะไรสักอย่างนอกจากเป็นตัวมัน มันคลี่คลายไปเรื่อยๆ"


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 17 สิงหาคม 2550, 20:34:40
ปุจฉา : ทหารเผด็จการ กับ นักการเมืองขี้โกง อย่างไหนที่เราจะเอา ?

เฮ้อ เมืองไทย มีให้เลือกแค่ 2 ทางเลือกเท่านั้นเหรอ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: หลิม 81 ที่ 20 สิงหาคม 2550, 08:38:40
โอ้ยเครียด...อ่านกระทู้นี้แล้วเครียด ยังไงก็รับร่างไปแ้ล้ว ปลาย ธ.ค. ก็เตรียมเลือกตั้งละกัน


ผมฝากเนื้อฝากตัวด้วย...กะจะลงที่บ้าน

 :lol:  :lol:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: mmwindoo_79 ที่ 21 สิงหาคม 2550, 12:43:15
ตอนนี้ชัวร์อย่างนึงละ เลือกพ่อค้ามาเป็นนายกไม่เข้าท่าแน่ๆ
เพราะสุดท้ายเค้าก็เลือกเป็นพ่อค้า ไม่ใช่นายก
ถ้าเป็นพ่อค้า ก็คิดกำไรขาดทุนก็พอ เพราะไม่ผิดกฎหมาย
แต่เป็นนายก คนทั้งประเทศเขาดูอยู่

ส่วนทหารเผด็จการ ยังไม่มีความเห็น เพราะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ที่สำคัญ คำว่าเผด็จการ พบเห็นได้ทั่วไป ทั้งในที่ทำงานและที่บ้าน

ส่วนคำว่าประชาธิปไตยนั้น วันก่อนไปคุยกับอริสโตเติ้ล
ได้บอกลุงเค้าว่ามาจากประเทศไทย ซึ่งตามเอกสารบอกว่าเป็นประชาธิปไตยนะ
ลุงแกตกใจ บอกว่า"เฮ่ย อ่านผิดหรือเปล่า ประชาธิปไตยที่ชาวเอเธนส์คิดไว้ไม่ใช่แบบนี้"
"พวกเอ็งโดนฝรั่งมันหลอก หรือไม่ก็หลอกตัวเอง ว่าประชาธิปไตยมีความหมายเหมือนคำว่าอารยะ"
ก็เถียงลุงแกไปนะ "จริงๆนะลุง ประเทศเป็นแบบนี้มา60กว่าปีละ"
ลุงอริสโตเติ้ลบอกว่า "อย่างนี้หายยาก ต้องรีบรักษา ให้ประเทศไปหาหมอด่วน"

"คำว่าเลือกตั้ง ไม่ได้มีความหมายตรงกับ คำว่า ประชาธิปไตย นะพ่อหนุ่ม" อริสโตเติ้ลปิดท้าย


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 22 สิงหาคม 2550, 12:23:00
ถถถถถ...ถูกต้องนะคร้าบบบบบ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 31 สิงหาคม 2550, 20:54:56
....


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 06 กันยายน 2550, 09:11:57
สมัครบอก ถ้าได้เป็นรัฐบาล
จะดันเรื่อง นิรโทษกรรม 111 ทรท. ที่ถูกตัดสิทธิ์
จะไม่ให้ คตส. ทำการตรวจสอบต่อ จะให้ทีมอื่นทำแทน

ตกลงคุณเข้ามาทำไรเนี่ย

ตาแคม


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 06 กันยายน 2550, 09:52:15
เข้ามาล้างแค้น

เข้ามากอบโกย

เข้าตั้งรัฐบาล

เสร็จแล้วบริหารไม่ได้เรื่อง โกงกันมากๆ  คนมีปืน คนคุมทหารม้า  ก็จะเข้ามาปฎิวัติ

แล้วเราก็ไปถ่ายรูปกัน.... เสร็จแล้วก็จะมีรัฐบาลทหารชั่วคราว

แล้วก็เขียน รัฐธรรมนูญใหม่ แถมมีการอภัยโทษการปฏิวัติ แล้วก็มีเลือกตั้งใหม่

พวกหน้าเก่า ๆ ก็จะเข้ามาใหม่ให้เราเลือกเค้า + ตั้งชื่อใหม่ ว่าเป็น Brand ใหม่นะ

แล้วก็เข้าสู่วงจรเดิม

.
.
.


ไม่รู้แก่แล้ววงจรการเมืองบ้านเราจะยังเป็นอย่างนี้อยู่เปล่านะ

ป่ะ.. เราไปตั้งพรรคกัน 8)


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 07 กันยายน 2550, 19:54:39
ตอนพี่หมักบริหาร กทม. ตอนได้เป็นผู้ว่าน่ะ..มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมั่งพี่..ผมนึกไม่ออก..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 08 กันยายน 2550, 01:39:01
หุ หุ ...

ขำให้การเมืองไทย ...

ขำให้ชีวิต ...

ไม่อยากให้เป็นแบบ P' Max ว่าเลย ...

เพราะ มันบอกว่า เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ... ไม่ได้สอนอะไรเลย


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 10 กันยายน 2550, 17:47:14
ลองย้อนดูดีๆ ก็จะรู้ว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงแหละ

เราลองคิดดู ก็อยากเป็นนักการเมืองดูเหมือนกัน ว่า เราจะทำอะไรให้บ้านเมืองได้มั่ง (ไม่ได้ตอแหลน่ะ)

แต่คงไม่มีใครเลือกหรอก รู้ๆกันอยู่

คนดีไม่มีที่อยู่ ในวงการการเมืองว่ะ

 :x


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 11 กันยายน 2550, 08:37:30
เล่นการเมืองแล้วดีตรงที่สามารถเตะตำรวจได้โดยไม่มีคนเห็น
เหอๆๆๆๆๆๆๆ

ตาแคม  :lol:  :shock:  :x


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 12 กันยายน 2550, 00:04:15
:shock:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ป.ปลา ที่ 07 ตุลาคม 2550, 19:09:53
ตอนนี้อยากเป็นสมาชิกพรรค "ศิลปิน" ค่ะ
 :lol:  :lol:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: หลิม 81 ที่ 08 ตุลาคม 2550, 12:12:04
อ้างจาก: "ppornson"
ตอนพี่หมักบริหาร กทม. ตอนได้เป็นผู้ว่าน่ะ..มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมั่งพี่..ผมนึกไม่ออก..


เค้าเป็นคนจันท์ครับ...เลยไม่บริหาร กทม.

จากคนกรุงเทพ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 09 ตุลาคม 2550, 00:05:59
 
อ้างถึง   
ตอนนี้อยากเป็นสมาชิกพรรค "ศิลปิน" ค่ะ
 :lol:  :lol:
 

อืมม์ อยากเลือกเหมือนกัน...ถ้าพวกเค้าลงสมัครจริงๆนะ
แต่มีข้อแม้ว่า ต้องไม่มีพวกฝ่ายซ้าย(เช่นกลุ่มของไอ้ใจหมา เอ๋งพาขย้อน)มาปะปนอยู่นะ

 
อ้างถึง   
เค้าเป็นคนจันท์ครับ...เลยไม่บริหาร กทม.

จากคนกรุงเทพ


จันท์รวยหัวใคร หรือเปล่าคับ? :shock:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 16 ตุลาคม 2550, 08:15:26
อ้างจาก: "Aj.O"
จันท์รวยหัวใคร หรือเปล่าคับ? :shock:


ช่วงนี้ออกมาเต็มทีวีเลยครับ
เลือกตั้งคราวนี้คงมีซักประมาณ 100 พรรคให้เลือก

ตาแคม


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 16 ตุลาคม 2550, 22:39:23
อยากได้ สส. แบบ ดร.ผู้หญิง ที่คุยข่าวกับกนกที่ช่อง 9 ตอนค่ำๆน่ะ..เก่งมั่กๆ..ชื่ออะไรจำไม่ได้

ประเทศคงเจริญอีกเยอะ..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: nidnoi ที่ 16 ตุลาคม 2550, 22:43:53
ผึ้งจ๋า ขออยู่ด้วยคนละกันพรรคศิลปินน่ะ ชอบ :P


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 18 ตุลาคม 2550, 09:19:47
ยูโร ประกาศ บอยค็อท พม่า โดยการไม่นำเข้าสินค้าจากพม่าสารพัดอย่าง
ยกเว้น สินค้า ประเภทน้ำมัน เชื้อเพลิง

รัสเซีย ประกาศ ทุกประเทศ ไม่ควรกดดัน อิหร่าน กรณีของนิวเคลียร์มากนัก
พร้อม เข้าเจรจา เรื่องการแบ่งสรรปันส่วน แหล่งน้ำมันแหล่งใหญใต้ทะเลสาปแคริบเบี้ยน

เฮ้อออออ ทุกอย่างย่อมมีวาระแอบแฝง

ตาแคม  :x


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 18 ตุลาคม 2550, 17:30:47
ยุทธ ยายเที่ยง ปะทะ สงค์ ฟันดำ

แม้ว ซิตี้ รอ กิน

เบื่อจริงๆเลย บ้านนี้เมืองนี้


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 22 ตุลาคม 2550, 08:56:25
อ้างจาก: "Mr.EggMan"
ยุทธ ยายเที่ยง ปะทะ สงค์ ฟันดำ

แม้ว ซิตี้ รอ กิน

เบื่อจริงๆเลย บ้านนี้เมืองนี้


งั้นเอาข่าวต่างประเทศมาฝากล่ะกัน
ตุรกี เตรียม ทำสงครามกับชาวเคิร์บในอิรัก

ไม่ได้แช่งนะโว๊ย
อย่าอยากให้ระวังตัวเอาไว้

เพื่อนกูรักมรึงว่ะ
ตาแคม  :lol:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: mmwindoo_79 ที่ 24 ตุลาคม 2550, 15:48:20
อริสโตเติ้ล กล่าวว่า ความดีของมนุษย์หมดสิ้น เมื่อเข้าสู่การเมือง

พักนี้ เฮี่ยวิ่งพล่านเต็มทีวี
นึกถึงโลกหลังเลือกตั้ง ช่างวังเวง


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 27 ตุลาคม 2550, 19:06:05
สำหรับคอการเมือง นะ กรณีที่ไม่สามารถ ไปเลือกตั้งที่บ้านเกิด หรือ บ้านตามสำเนาทะเบียนบ้านได้

สามารถ นำบัตรประชาชน เท่านั้น ไปยื่นต่อสำนักงาน เขต ใด ๆ หรือ ที่ว่าการ อำเภอ ใด ๆ ที่อาศัย อยู่ หรือสะดวกจะลงคะแนน ไปทำเรื่อง ขอลงคะแนน นอกเขต ได้

แป๊บ เดียวครับ ผมเคยไปขอตอนทำประชามติ ... ตอนนั้นใช้เวลา ประมาณ 15-20 นาทีเอง

ทำเรื่องได้ตั้งแต่ 22 ต.ค. 2550 - 23-พ.ย. 2550

(เวลาน่าจะทำได้ถึง 1 ทุ่มนะ ... ถ้าเข้าใจไม่ผิด )

 :o


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: MahDee ที่ 31 ตุลาคม 2550, 09:05:06
http://www.ect.go.th/

(http://i175.photobucket.com/albums/w155/MahDee_2007/vote.jpg)


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 01 พฤศจิกายน 2550, 20:43:22
ใครยังไม่เคยอ่าน..ลองไปอ่านประชาธิปไตยบนเส้นขนาน..ของพี่วินทร์เค้าดู..

จะเห็นเลย..ว่าการเมืองบ้านเรา..มันวนไปวนมาจริงๆ..ไม่ได้ไปไหนกันเลย..หรือไปก็ไปแบบช้ามากๆ..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 03 พฤศจิกายน 2550, 11:56:21
http://www.artistparty.org
(http://www.artistparty.org/artistparty/mainfile/other/uppic1myet4gapqdz8.jpg)

อืมม์ พอจะเข้ากันได้กับแนวคิดประชาธิปไตยกรีกแบบคลาสสิค 8)  การเลือกผู้แทน ต้องไม่ใช่การเลือกผู้ปกครอง ผู้บงการ หรือกบเลือกนาย

ส่วนเรื่องที่อยากจะแสดงความเห็นเพิ่มเติม ขออภัยหากล่อแหลมไปนิด แต่รับรองว่าสิ่งที่ผมจะกล่าวต่อไปเป็นการแสดงความเห็นที่ไม่ผิดกฏหมายแน่นอน(เพราะผมกำลังวิพากษ์แนวคิด ไม่ใช่หมิ่นฯ  ขอความกรุณาอย่าลบ 8)

ประชาธิปไตย ไม่ใช่แค่เรื่องของการเลือกคนดีขึ้นมามีอำนาจ แล้วควบคุมคนไม่ดี เพียงข้างเดียว ไม่ใช่อย่างนั้น :? แต่สังคมต้องคอยควบคุมผู้นำหรือผู้แทนนั้นไปด้วยในตัว ไม่ให้หลงอำนาจ แล้วกลายเป็นคนไม่ดีไปในที่สุด...มันรวมไปถึงการต่อรอง ตรวจสอบ ถ่วงดุลย์ ไม่ให้เกิดอำนาจเบ็ดเสร็จด้วย
แค่คิดจะเลือกใครมาเป็น"เจ้านาย" หรือ"ผู้มาปกครอง"มันก็ผิดหลักปรัชญาของ Democracy แล้ว :idea: ไม่ว่าคนนั้นหรือกลุ่มนั้น(ที่เลือกมา)จะดีหรือเลวยังไง


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 03 พฤศจิกายน 2550, 19:20:06
วสันต์ สิทธิเขตต์ เขียนด่า ธงชัย วินิจจะกุล แสบสันต์จริงๆ :shock:
ชนิดที่ว่าพวกหัวเอียงซ้ายไม่กล้าเถียง
http://www.nocoup.org/autopage/show_page.php?h=7&s_id=42&d_id=42

ว่าด้วยประชาธิปไตยแบบไร้สติ

วสันต์  สิทธิเขตต์
(http://www.finearts.cmu.ac.th/cmu/augst45/storyofi/main/main.jpg)
ผมได้ติดตามอ่านข้อเขียนอันเร่าร้อนของ ดร.ธงชัย วินิจจะกูล มาหลายฉบับ ตั้งแต่มีการยึดอำนาจโดยคมช. เมื่อวันที่ 19 กันยายน เนื้อหาใจความของคุณธงชัยเวียนวนอยู่ที่ระบอบประชาธิปไตยอยู่ที่ประชาชน โดยมีประชาชนเป็นผู้ใช้สิทธิเลือกตัวแทนเข้าไปเป็นรัฐบาล เมื่อรัฐบาลกลายเป็นทรราช ประชาชนมีสิทธิที่จะต่อต้านโดยสันติวิธี ตามกระบวนการประชาธิปไตย และมุ่งโจมตีการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่าหยาบช้าป่าเถื่อน

ซ้ำยังฟาดหัวฟาดหางไปยังอีกหลายท่าน ที่แสดงท่าทีเหมือนเห็นด้วยกับการรัฐประหารครั้งนี้ ว่าเป็นพวกเชื่องโดยดุษฎี สยบยอมต่ออำนาจทหารที่ออกตัวมายึดอำนาจจากรัฐบาลโจรทักษิณ

ดร.ธงชัย ซึ่งเคยมีบทบาทในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และปวดร้าวลึกกับอำนาจเผด็จการทหาร ผมเองได้ตื่นตัวทางการเมืองเพราะเหตุการณ์ 6 ตุลาเช่นกัน และได้ร่วมเคลื่อนไหวกับภาคประชาชนต่อสู้เรียกร้อง-ปกป้องระบอบประชาธิปไตยในบ้านเมืองนี้มาตลอดระยะเวลา 30 ปี ร่วมกิจกรรมเคลื่อนไหวต่อต้าน ขับไล่ เปิดโปงรัฐบาลโกงกินมาทุกรัฐบาล อีกทั้งเข้าร่วมกับขบวนประชาชนผู้ด้อยโอกาส ที่ลุกขึ้นต่อสู้กับอำนาจรัฐ เพื่อปกป้องสิทธิ เอกราช อธิปไตย ความยุติธรรม และสิ่งแวดล้อมในหลายๆ กรณี ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย

ผมจึงขอแสดงความคิดเห็นในฐานะคนที่มีการศึกษาน้อย และเป็นสามัญชนคนหนึ่งที่มุ่งหวังสานสร้างสังคมดีงาม ผมเชื่อว่าคุณธงชัยเป็นผู้มีการศึกษาดี มีความรู้ปราดเปรื่องยิ่ง ก็มีจิตสำนึกรักชาติรักประชาธิปไตยมากมาย และเป็นห่วงใยชาติบ้านเมือง แม้ว่าจะไปเป็นอาจารย์สอนอยู่ในมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา ประสบการณ์สอนผมให้เรียนรู้โครงสร้างการเมืองประชาธิปไตยด้อยพัฒนาแบบไทยๆ ที่ประชาชนถูกกระทำให้กลายเป็นเพียงแรงงานและตลาด ซึ่งมีสิทธิเพียงเป็นคะแนนเสียง เพื่อเลือกผู้แทนเข้าไปปล้นสะดมข่มขืนประชาธิปไตยมาโดยตลอด

คุณธงชัยเองก็มิได้นิ่งนอนใจ ได้ใช้สติปัญญาความรู้ของตนเขียนงานอธิบายประวัติศาสตร์ไทยได้อย่างแหลมคมลึกซึ้ง แต่ไม่เคยแสดงบทบาทเข้าร่วมคลุกคลีวงในอย่างจริงจัง เพียงแต่นั่งชกลมอยู่ห่างๆ แบบที่เรียกว่าปัญญาชนขี้ขลาดตาขาว เฝ้าแต่เห่าหอนอยู่ข้างนอก อธิบายเป็นวรรคเป็นเวรหลังเกิดเหตุการณ์

ประมาณว่าข้ารู้ทะลุปรุโปร่งอยู่คนเดียว น่าสมเพชแท้ปัญญาชนไทย ไม่เคยได้รับรู้รสชาติของความทุกข์ยากของมวลชนคนชั้นล่าง โดยเฉพาะการประเมินว่าการต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของสื่อผู้จัดการที่ขยายแนวร่วมกว้างใหญ่กลายเป็นพันธมิตรร่วมขับไล่รัฐทรราช-ระบอบทักษิณอย่างยืดเยื้อนั้น คุณธงชัยมองว่าประชาธิปไตยต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ ประชาชน 19 ล้านเสียงที่เลือกทักษิณมาเป็นนายกฯ ทหารเอารถถังมายึดอำนาจไล่ตะเพิดโจรออกไปนั้นไม่ใช่วิถีประชาธิปไตย

ผมขอเรียนว่า บางทีการเรียนรู้มากนั้นก็ไร้ประโยชน์ หากว่าคุณไร้เดียงสาอ้างตำราบ้าบอคอแตกเอาแต่ความคิดของตน คือความถูกต้องไม่รู้กาลเทศะ ผมเองไม่ได้เรียกร้องให้เอาทหารมาปฏิวัติรัฐประหาร หรือเรียกร้องให้ใช้มาตราเจ็ด ผมเชื่อว่าพลังประชาชนสามารถผลักดันขับไล่ทรราชให้ออกไปได้โดยสันติวิธี และผมเองก็พร้อมที่จะตาย หากวันที่ชุมนุมใหญ่ 20 กันยา เกิดความรุนแรงโดยรัฐทักษิณ

แต่ดูเหมือนว่า คุณธงชัยได้จงใจละเลยหรือแกล้งหลงลืมไปว่า โครงสร้างอำนาจของระบอบทักษิณนั้นได้แผ่ขยายกลไกรัฐทมิฬเข้าบดขยี้ทำลายระบอบประชาธิปไตยไทยให้พังพินาศไปแล้วอย่างสิ้นเชิง ทำลายองค์กรประชาชนอย่างต่อเนื่องเป็นขั้นตอน รวมถึงการลอบสังหารผู้นำชุมชนไปกว่า 20 คน ไม่นับการฆ่าตัดตอนศัตรูการเมืองที่เหมารวมไปไม่น้อยในสงครามปราบปรามยาเสพติดที่มีผู้เสียชีวิต-สูญหายไปกว่า 3,000 คน การแทรกแซงรวบซื้อองค์กรอิสระ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ อัยการสูงสุด กกต. ทำให้กลายเป็นอัมพาต ไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบการทุจริตอย่างมโหฬารของรัฐทักษิณ

ตั้ง DSI เพื่อเป็นเครื่องมือกำจัดศัตรูการเมือง ใช้สรรพากรเป็นอาวุธคอยทำลายบุคคลที่ต่อต้านรัฐบาลโจรอย่างโหดเหี้ยม รวมถึงการรวบยึดสื่อ ข่มขู่แกมบังคับสื่อมวลชน ให้ปกปิดบิดเบือนมอมเมาประชาชนให้หลงใหลได้ปลื้มกับนโยบายประชานิยม

เล่นเกมการเมืองสกปรกสร้างข่าวเท็จกลบข่าวความชั่วร้ายของรัฐโจร ย้ายรัฐมนตรีทุจริตหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกครั้ง ตั้งตนเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากพรรคเดียว ดำเนินนโยบายปล้น-ขายชาติ(เซ็นสัญญา FTA โดยคนๆ เดียว คือนายกฯ ไม่ต้องผ่านสภา) หาประโยชน์โภชน์ผลมาแบ่งกันกับบรรดาพวกพ้องและญาติพี่น้องลูกเมียได้ตามอำเภอใจ ซ้ำยังวางแผนเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อโกงกินให้เต็มคราบ สร้างความเสียหายให้แผ่นดินอย่างรุนแรง

ความฉลาดเลือกใช้คนที่มีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะอดีตฝ่ายซ้ายจิ้งจกกลุ่มหนึ่งเข้ามารับใช้อำนาจชั่วร้ายโดยใช้เงินฟาดหัวให้กลายเป็นหมารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ กระทำการกดขี่ข่มเหงมอมเมาประชาชนให้กลายเป็นสังคมขอทานรอแบมือขอเศษเงินจากผู้ปกครองทรราช เอาเงินคนจนช่วยคนจน จากโครงการหวยบนดิน แล้วรัฐโจรก็ร่วมโกงกินจากอภิมหาโปรเจค

จริงอยู่ การได้มาซึ่งอำนาจของทักษิณนั้น มีปัญญาชนอาวุโสจำนวนไม่น้อยเคลื่อนไหวสนับสนุนปกป้องกรณีซุกหุ้นครั้งแรก (2544) เพราะหลงผิดคิดไปว่า คนรวยแล้วไม่โกง ให้โอกาสเลือดใหม่เข้ามาบริหารบ้านเมืองบ้าง เนื่องจากหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ การเมืองไทยล้มลุกคลุกคลานอำนาจรัฐกลายเป็นสมบัติผลัดกันชมของฝูงนักโกงเมืองไม่กี่ตัวจริงๆ ตอนแรกทักษิณสัญญาว่าจะไม่เอาพวกยี้มาร่วมรัฐบาล แต่ไม่นานลายก็ออก เอาสมศักดิ์ เนวิน เข้ามาร่วมโจรกรรมย่ำยีประชาชนเหมือนเดิม

การเมืองไทยที่มีการแบ่งเป็นก๊ก เป็นก๊วน เพื่อต่อรองเอาเก้าอี้รัฐมนตรีเข้าไปปล้นหาแดกจนแหลกลาญก็ได้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องรุนแรงยิ่งขึ้น เพราะไม่มีฝ่ายค้าน ขณะที่สื่อมวลชนไทยก็ไร้จุดยืน ไม่มีจรรยาบรรณ ทำงานตามใบสั่งผู้ลงโฆษณา เอาตัวรอดไปวันๆ ระบบเงินนิยมบริโภคเข้ามาครอบงำโพรงสมองของปัญญาชนไทยจนปัญญาอ่อนสิ้น โดยเฉพาะวิทยุและโทรทัศน์ที่เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของรัฐโจร มุ่งมอมเมาล้างสมองล้วงกระเป๋ามวลชนให้ไร้สติ

เด็กและเยาวชนบ้าเซ็กซ์ บ้ามือถือ ติดเกมคอมพิวเตอร์ ยาเสพติด มีปัญหาอาชญากรรมเกิดขึ้นมากทบทวีคูณ และที่เลวร้ายที่สุดคือทำให้ประเทศไทยเป็นรัฐตำรวจ ใช้อำนาจกวาดล้างศัตรูการเมืองจนราบคาบ โดยขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว รื้อระบบราชการไม่ใช่เพื่อรับใช้ประชาชน แต่เพื่อสนองตอบความโลภบ้าของนายกฯ ในนามของผู้ว่าฯ CEO ที่สนองอำนาจของผู้นำเท่านั้น

ข้าราชการที่แต่เดิมก็ขี้เกียจหลังยาว โกงกินตามน้ำ วางตัวเป็นนายเหยียบหัวประชาชนกินเงินเดือนจากภาษีราษฎรก็ย่ำแย่ยิ่งกว่าเก่า เพราะต้องทำงานเพื่อนายกฯ ด้วยจิตใจหวาดหวั่น กลัวถูกสั่งย้ายกลางอากาศ ถ้าไม่รับใช้ระบอบทักษิณ หลายคนต้องเป็นบ้าฆ่าตัวตายไป

ดูเหมือนว่าคนชั้นกลางส่วนน้อยกระมังที่พอเข้าใจเรื่องสิทธิหน้าที่พลเมืองตามระบอบประชาธิปไตย สำหรับประชาชนคนส่วนใหญ่นั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะสิทธิของประชาชนมีเพียงอย่างเดียว คือไปเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่ไม่มีคนดีพอที่ตนเองจะเลือก เนื่องจากบรรดานักการเมืองไทยในทุกระดับตั้งแต่หมู่บ้านจนถึงรัฐสภานั้น ล้วนมีเบื้องหลังที่มาจากความโฉดฉลแทบทั้งสิ้น อุดมการณ์ทางการเมือง จิตสำนึกรักชาติรับใช้ประชาชนไม่เคยมี ซ้ำโครงสร้างหัวคะแนนที่วางไว้อย่างแนบแน่นกับขนบอำนาจนิยมแบบไทยๆ ยังทำงานรับใช้นักการเมืองโจรได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่ง

การซื้อสิทธิขายเสียงจากการสัญญาว่าจะให้ โฉนด,วัวล้านตัว,เงินล้าน,กองทุนยืมเรียน ทำให้ประชาชนรากหญ้า ซึ่งจนตรอกไร้หนทางหลงใหลได้ปลื้มกับรัฐบาลเทวดาโจรไปโดยปริยาย แล้วการที่คุณธงชัยและชมรมคนเสื้อดำออกมาเคลื่อนไหวให้ยกเลิกกฎอัยการศึก (ทั้งๆ ที่ยังไม่มีการชำระล้างความเน่าเฟะของการเมืองไทย) และให้รีบคืนอำนาจให้ประชาชนจัดเลือกตั้งโดยเร็วนั้นมีความหมายอย่างไร

คุณจะอธิบายเรื่องนี้ได้อย่างไร เมื่อปัญหาของบ้านเมืองเรา คือความโฉดฉลของนักการเมืองบวกกับความไม่รู้ของประชาชนที่ถูกกระทำให้มองเห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องของผู้ปกครองที่มีอำนาจวาสนาเท่านั้น ทั้งๆ ที่อำนาจที่แท้จริงนั้น คือเราทุกคน-ประชาชน รัฐจะมีความหมายอะไร หากประชาชน "ต้องเลือก" ฝูงโจรกลับเข้ามาเวียนวนปล้นข่มขืนประเทศต่อไปเช่นนี้

(แม้ว่าคมช.และรัฐบาลชั่วคราวชุดนี้ เราไม่ได้เลือก แต่ภารกิจของเขา ก็คือเข้ามาจัดการปัญหาหลักๆ ของแผ่นดิน หากเขามั่วมัวเมาบ้าอำนาจทำระยำตำบอน ผมเองก็ต้องลงมือถล่มโค่นล้มมันอย่างแน่นอน)

นี่แหละของจริงว่ะ  ตอนนี้ผมเชื่อถือแกยิ่งกว่า ธงชัย วินิจจะกุล หลายเท่า(เมื่อก่อนผมเคยสนใจบทความของธงชัยอยู่มาก)  เพราะคนที่เคยลุยกับการเมืองมาอย่างโชกโชนอย่างวสันต์ย่อมมีเครดิตมากกว่านักวิชาการบนหอคอยแน่ๆ :)
ปล.ตัวหนังสือสีม่วง คนชุดดำ นั่นหมายถึงพวกของใจหมา อึ๊งภากรณ์ โดนวสันต์สวนกลับด้วยวาทะเด็ดสะใจจริงๆ :twisted:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: mmwindoo_79 ที่ 07 พฤศจิกายน 2550, 12:07:43
ชมรมคนเสื้อดำกำลังแพร่เชื้ออะไรบางอย่างที่น่าตกใจอยู่ในคณะเค้า
รายละเอียดถามแก๊งผู้ช่วยอนุสาสกได้ ในงานคืนสู่เหย้าครับ

แล้วคุณจะรักนายใจ อึงภากรณ์ ขึ้นอีก เต็มลูกสูบตีน


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: mmwindoo_79 ที่ 07 พฤศจิกายน 2550, 12:12:49
เมื่อเช้าตื่นมา ฮาแต่ไก่โห่เลยครับ
เปิดทีวี เจอเฮี่ยเล่นปาหี่เต็มไปหมด คล้องพวงมาลัยเหลืองรอบคอซะด้วย

หน้าเดิมๆ ลิ้นสองแฉกแผล่บๆเหมือนเดิม แต่มีการย้ายรูกันบ้าง ก็เท่านั้น
มีแต่ตัวกินไก่ลงสมัคร ทำไงดีเนี่ยครับพี่น้อง วังเวงอีกแล้ว


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 07 พฤศจิกายน 2550, 17:43:14
แต่แปลกเนอะ รู้ทั้งรู้ คนพวกนี้ ก็ยังถูกเลือกเป็น สส.อีก

คนไทยใช้อะไรเป็นเกณฑ์เวลาเลือก สส.น้า

แค่รู้จัก แค่เป็นคนดัง

 :oops:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 07 พฤศจิกายน 2550, 18:26:33
แล้วจะเรื่องใครดีนี่

นึกถึงการ์ตูน เรื่องแซง จูรี่เลยอ่ะ

เฮ้อ..  :(


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 08 พฤศจิกายน 2550, 20:31:46
ไม่รู้สินะ
ทุกวันนี้ไม่ค่อยเกลียดนักการเมือง(แม้จะเป็นพวกเคยคอรัปชั่น)เท่าไหร่ หรือบางทีอาจเกลียดน้อยลง
เพราะจากการท่องโลกไซเบอร์ ทำให้มีโอกาสได้เห็นบุคคลที่น่าขยะแขยงยิ่งกว่า(อยู่ในคราบนักวิชาการด้วย)
เช่น ไอ้สมศักดิ์ไม่เจียมกบาล  กับไอ้ใจหมาเอ๋งพาขย้อน

เมื่อผมได้มีโอกาสดม"กลิ่นของขี้" เลยรู้สึกว่า"กลิ่นของเยี่ยว"มันกลายเป็นกลิ่นธรรมดาไปเลยคับ :roll:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 09 พฤศจิกายน 2550, 13:44:14
ไปดูพี่ตู้กันวันที่ 2 ธค. กรูซื้อบัตรไปแล้ว..ฟังแกด่านักการเมืองสนุกดี..

แนวคิดแจ๋ว..จะมีรัฐมนตรีไปทำไม..ในเมื่อมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอยู่แล้ว..

พวกมันแยกกันออกรึเปล่า..อันไหนคือ duty อันไหนคือ policy


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: mmwindoo_79 ที่ 09 พฤศจิกายน 2550, 15:30:01
เฮ้ย กรูไม่เห็นรู้เรื่องเลย
แต่มาได้เวลาอีกละ ก่อนเลือกตั้งซะด้วย


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: mmwindoo_79 ที่ 09 พฤศจิกายน 2550, 15:32:20
เหม็นมากเหม็นน้อย ก็อยู่ในถังส้วมเหมือนกันครับ
ไม่สมควรอยู่ในที่สาธารณะ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 12 พฤศจิกายน 2550, 22:27:29
เอาไงกับน้าหมักดี..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: mmwindoo_79 ที่ 15 พฤศจิกายน 2550, 11:53:46
เอาไปหมัก

แต่ถ้ารอได้ เดี๋ยวมันก็จนแต้มไปเอง
พักนี้คึกมาก ชวนทุกคนมาทะเลาะด้วย เหมาะกับบ้านเมืองเราจริงๆ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 15 พฤศจิกายน 2550, 12:33:48
ตอนเป็นผู้ว่า กทม. กรูไม่เห็นมันทำอะไรเลย..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 15 พฤศจิกายน 2550, 12:41:13
หอศิลป์

ข้างๆ มาบุญครอง ตอนหมักอยู่เค้าไม่ให้สร้างอ่ะ

พอแกไป อภิรักษ์มา ตอนนี้ใกล้เสร็จล่ะ  

ยืนดูทุกวันเลยเพราะมันอยู่ตรงกระจกหน้าโต๊ะทำงานอ่ะ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Tritti_83 ที่ 15 พฤศจิกายน 2550, 14:46:04
คนมันบ้าปล่อยมันบ้าไปเด๋วก็เหนื่อย.... :o
คนไม่บ้าตั้งสติเลือกคนดีเข้าสภากันดีกว่าคร๊าบ...


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: party ที่ 15 พฤศจิกายน 2550, 14:47:51
อ้างจาก: "Tritti_83"
คนมันบ้าปล่อยมันบ้าไปเด๋วก็เหนื่อย.... :o
คนไม่บ้าตั้งสติเลือกคนดีเข้าสภากันดีกว่าคร๊าบ...


งั้นแกก้อเหนื่อยแล้วสิ..... :lol:  :lol:  :lol:

แว่บบบบบบ.....หายตัวไปดีก่า อิอิ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 15 พฤศจิกายน 2550, 20:37:46
พี่หมัก ไม่ได้บ้าหริอโง่ อย่างดีเห็นหรอก

วิเคราะห์ตามเกมส์ คือ เค้าตั้งใจให้ออกมาเป็นแบบนี้แหละ แรงๆฉาวๆ เพื่อ กลบกระแส ที่ว่า เจ๊หน่อย กับ ไอ้ห้อย ไปร่วมจัดโผในพรรค พปช.ไง ได้ผลเลย เห็นป่ะ มีใครพูดถึงเรื่องนี้บ้าง เพราะกลัว กกต. เล่นเอาไง

แบบนี้เค้าเรียกว่า ทำทุกทาง ไม่เลือกวิธี เพื่อผลสำเร็จ

การเมือง เรื่อง เน่าเหม็น


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 16 พฤศจิกายน 2550, 09:36:25
http://www.thaioctober.com/forum/index.php?topic=550.msg18367 :shock:  :shock:  :shock:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 16 พฤศจิกายน 2550, 09:46:54
เมื่อคืนฟังเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ

จากทางรายการเจาะใจ  อืม....ทำไมพรรค ประชาธิปปัตย์

present ได้ห่วยมากๆ เลยอ่ะ  ฟังแล้วแบบไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาเลย

ไม่ได้มีความเป็นมืออาชีพเลย  แล้วอย่างนี้มันจะไปบริหารประเทศได้ไงวะ

ฟังแล้วหงุดหงิดมาก  แบบกะว่าฟัง มิ่งขวัญแล้ว กะจะฟังประชาธิปปัตย์

แบบมันจะเอานโยบายอะไรมาบ้างวะ   เอาอะไรมาสู้บ้าง

มีอะไรนำเสนอบ้าง  มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือมีนโยบายหาเงินเข้าประเทศอะไรบ้าง

ม่ายย มี เลยยย  

จะเลือกใครดีฟะ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: mmwindoo_79 ที่ 16 พฤศจิกายน 2550, 13:11:29
ไปกางดออกเสียงสิ กรูทำมาตลอดตั้งแต่มีสิทธิเลือกตั้ง
ให้เลือกเฮี่ย กับ ตะกวด แล้วก็แลน มีจิ้งเหลนอีก จะเลือกไปทำไมล่ะครับพี่น้อง
วังเวงครับ วังเวง


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 16 พฤศจิกายน 2550, 14:11:01
งดออกเสียงด้วยคน..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 16 พฤศจิกายน 2550, 16:54:22
วันนี้ผมนึกอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง
คิดว่า ค่านิยมเรื่อง ความกตัญญู หรือ การตอบแทนพระคุณ เนี่ย...เป็นสาเหตุนึงที่หล่อเลี้ยงวัฒนธรรมการซื้อขายเสียงหรือเปล่า?
คนบางคนรับเงินมา เพราะเห็นว่าเป็นลาภลอย?
แล้วพอรับเงินเค้ามา ก็อาจคิดว่าต้องเลือกนักการเมืองตัวนั้น เพราะคิดว่าต้องตอบแทน"พระคุณ"(อันนี้ไม่ฟันธงว่าพวกรากหญ้าคืดอย่างนี้จริงหรือไม่ แค่ตั้งประเด็นสงสัย)
 :!:  :?:  :?


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 21 พฤศจิกายน 2550, 13:45:37
ผมในฐานะต้องคลุกคลีอยู่กับคนงาน..

จะบอกว่า..ความคิดแบบเรามันใช้กับเค้าไม่ได้ครับ..เค้าคิดกันไม่เป็นจริงๆ..รู้อยู่แล้วว่าเป็นนรก..แมร่งงงมันก็จะไปกัน..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 22 พฤศจิกายน 2550, 00:23:22
ขอแสดงความเห็น ในฐานะรากหญ้าคนนึง

อิทธิพลสำคัญของรากหญ้า จริงๆไม่ใช่บุญคุณจากนักการเมืองนะ
ทางแถวบ้านผมเนี่ย หัวใจอยู่ที่หัวคะแนนน่ะ
คนต่างจังหวัดนับถือกันด้วยหัวใจ แต่เงินที่ให้เนี่ย
เพื่อสร้าง เงื่อนไขที่ผูกมัดได้แค่นั้น
ไอ้เงินแค่ไม่กี่บาทเนี่ย จริงๆไม่ได้มากมายเลย
ได้ประมาณ ร้อย สองร้อยเอง คือ
หัวคะแนนที่ส่วนมาก เป็นผู้มีอิทธีพลอ่ะนะ
เค้าจะเอาตังค์มาให้ แล้วบอกว่า
"เอาไว้เป็นค่าป่วยการ ค่ารถ ใช้จ่ายนะ
เวลาไปเลือกตั้ง แล้วช่วยผมหน่อยละกัน
ขอละกัน เบอร์.... "
ทำนองนี้แหละ ไม่ใช่ว่ารากหญ้าอยากได้เงิน ร้อยสองร้อยจนตัวสั่น
แต่เค้าจะรู้สึกว่า เอ้าเค้าอุตส่าห์มาแล้ว ช่วยเค้าหน่อยละกัน
ตังค์ก็ได้ด้วย ดีเหมือนกัน
หัวใจอยู่ที่หัวคะแนนน่ะ พวกนี้คือล็อบบี้ยิสต์แหละ
เงินไปจมกับพวกนี้ซะเยอะน่ะ แต่มันได้ผลกว่า การที่อยู่ดีดี เอาเงินไปไล่แจก
บางทีแมร่ง ยังไม่รู้จักเลย ว่าใครหว่า มาสมัคร เค้ามาขอให้ช่วยๆกาหน่อยก็กาให้ แบบว่าใจดีอ่ะ

วิธีการแก้ไขคือ การให้ความรู้ประชาชน และสร้างจิตสำนึกด้านประชาธิปไตย
เค้าก็พยายาม ทำทำกันอยู่อ่ะ แต่ก็ยังไม่เห็นดีเท่าไหร่

คือถ้าเป็นสายเก่า เค้าเรียก อมาตยธิปไตย จะเลือกคนแบบว่า
เป็นที่นับถือ ดูดี มีภาพลักษณ์หรูหรานิดๆ แต่แม่งอยูแบบอมาตย์อ่ะ ไม่ค่อยเข้าถึงประชาชน
แต่ถ้าสายใหม่ เรียก ประชานิยมธิปไตย แบบนี้เน้นพวกที่
แบบว่าวูบวาบ เก่งงานมวลชน เน้นทำไรก็ได้ ให้มวลชนรู้สึกดี (เก่งการตลาดน่ะ)

เฮ้อ พูดไปก็เท่านั้น แต่จะพูด นี่เป็นแบบที่แถวบ้านผมนะ ที่อื่นไม่รู้ เหมือนกันไหม


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 23 พฤศจิกายน 2550, 16:00:42
ผมเคยชอบ สส.อุบล คนนึง ที่ชื่อ ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลพ...(ปัจจุบันอยู่พรรคของชมพู่หมัก)
ไม่ใช่เพราะเป็นคนซื่อสัตย์ หรือมีนโยบายอะไรดีๆหรอก(จริงๆไม่ค่อยชอบพรรค พปช.นี้ด้วยซ้ำ) :?:

แต่ผมชอบสวนสัตว์เสือ ที่เค้าเป็นเจ้าของอยู่น่ะ เคยไปชมมาสองครั้ง 8) http://www.ubonzoo.com/index1.html
การจัดการดีมาก สามารถเพาะลูกเสือโคร่ง เสือดาว ได้ปีละหลายตัว
อ่านบทสัมภาษณ์ของเค้าเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรณ์สัตว์ป่าแล้ว ผมถูกใจแนวคิดของเขามากๆ  ถ้าสมมติว่าผมอยู่เขตนั้น บางทีผมอาจจะลงคะแนนเลือกเขา(แต่จริงๆเป็นไปไม่ได้ เพราะอยู่คนละพื้นที่กันเลย)

นี่อาจจะบอกได้ว่าเป็นความชอบส่วนตัว ที่ไม่เกี่ยวกับการเมืองเลย เค้าจะขี้โกงหรือไม่ผมก็ไม่รู้(เพราะไม่ใช่ระดับหัวแถวของพรรค)  แต่การเลือกเพราะความชอบแบบนี้จะเป็นอันตรายต่อระบบประชาธิปไตยหรือไม่ ผมตอบไม่ได้เหมือนกัน :?...


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 23 พฤศจิกายน 2550, 17:31:52
นี่แหละเพื่อนโอ หัวใจเลย อยากให้ รัฐบาลไทย บันทึกในหลักสูตรการศึกษาเลย เรื่อง ประชาธิปไตย และการเลือกตั้งนี่ เอาประวัติศาสตร์มาศึกษาไปด้วยก็ดี จะได้เข้าใจ
ประเด็น คือ สส. ที่ดีควรเป็นแบบไหนกันแน่
ยากจะตอบนะ บางคนเป็นคนดีมากๆ แต่ไม่สามารถเป็นนักการเมืองที่ดีได้ (เห็นอยู่)
เราเองก็ไม่รู้ว่า นักการเมืองที่ดี เป็นแบบไหนว่ะ ที่สำคัญคือ ต้องทำเพื่อประชาชน
แต่เราสับสนระหว่าง นักการเมืองอยู่ในสภา แล้วจะช่วยพี่น้องในพื้นที่ได้ไงว่ะ
เราว่าน่าแยกเป็นเลือกpartylıst ไปกำหนดนโยบาย แล้วก็บริหารประเทศ
ส่วน สส. มาดูแลพิ้นที่ ที่ตัวเองรับผิดชอบ เพราะมาจากประชาชน ต้องมาเป็นตัวแทนประชาชน ในพื้นที่นั้น ไม่ใช่ไปนั่งหลับในสภาอ่ะ

คิดเอง ทำเอง เพื่อตัวเอง
 :roll:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: wat ที่ 23 พฤศจิกายน 2550, 17:51:25
กลุ่มใจ การเมือง - เศรษฐกิจไทย หันซ้ายหันขวา มีแต่หน้าเก่าๆเดิมๆ เข้ามาเป็น สส. ประเทศไทยก็คง ไม่มีอะไรดีขึ้นเท่าไร (มั้ง)


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 24 พฤศจิกายน 2550, 18:34:11
ข่าวล่าสุด ได้ยินมาว่าซากศพ 111 ศพ...จะหาเรื่องไปฟ้องยูเอ็นฯ เรื่องคำตัดสินของตุลาการเหรอ? :shock:
ก็ไหนเจ้านายเก่า เคยบอกเองไงว่า ยูเอ็นไม่ใช่พ่อ! :shock: (วาทะเด็ดประจำปีเสียด้วย)

แล้วงัยตอนนี้ ยอมกลืนน้ำลายตัวเอง วิ่งโร่ไปหายูเอ็น(สหประชาชาติ)เล่า?หือ?


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 24 พฤศจิกายน 2550, 20:19:43
อย่าว่าแต่น้ำลายเลย ขี้พวกนี้ก็ยอมกลืน

อิอิ
 :twisted:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 25 พฤศจิกายน 2550, 13:19:59
โอ้...ไปฟังพี่ตู้กันเถอะ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 25 พฤศจิกายน 2550, 16:08:35
อ้างจาก: "Mr.EggMan"
อย่าว่าแต่น้ำลายเลย ขี้พวกนี้ก็ยอมกลืน
อิอิ
 :twisted:

they have no taste!!
p.nn


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 25 พฤศจิกายน 2550, 16:09:15
อ้างจาก: "ppornson"
โอ้...ไปฟังพี่ตู้กันเถอะ


Who??
a politician??or RCU commentare giver??
p.nn


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 25 พฤศจิกายน 2550, 20:23:45
อ้างจาก: "Mr.EggMan"
อย่าว่าแต่น้ำลายเลย ขี้พวกนี้ก็ยอมกลืน

อิอิ
 :twisted:


กรูว่านักการเมืองรุ่นโบราณอย่าง เสธ.หนั่น ยังมีความเป็นลูกผู้ชายมากกว่าไอ้พวกนี้เลยว่ะ
เวลาศาลตัดสินว่าแกผิด  แกก็ยังไม่บิดพริ้ว วิ่งโร่ไปหาคนนั้นคนนี้ 8)


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 25 พฤศจิกายน 2550, 20:25:34
We call it"lobby" ka nong aj.o
they need to survive..so they also need a lobbyist!!
p.commentare


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 26 พฤศจิกายน 2550, 01:52:31
อ้างจาก: "khesorn mueller"
อ้างจาก: "ppornson"
โอ้...ไปฟังพี่ตู้กันเถอะ


Who??
a politician??or RCU commentare giver??
p.nn


พี่ตู้ คือ ซูโม่ตู้ หรือ จรัสพงษ์ สุรัสวดี ครับ
เป็นศิษย์เก่า ถาปัตย์ จุฬา ครับ
แกชอบวิพากษ์วิจารณ์ การเมือง แบบว่ามันส์ดีครับ
ผมก็ชอบ

 :wink:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 26 พฤศจิกายน 2550, 01:57:25
But not the one ,who is quite heavy weight naka...the one who marry pol.sci CU...I don't know his name...he is quite fat!!has one son or so...
pardon me!! :lol:
p.nn


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 26 พฤศจิกายน 2550, 18:38:07
เพิ่มเติมอะไรบางอย่าง 8)
เรื่องบางเรื่อง มันตัดสินยากว่า ใครผิดใครถูก เพราะมันไม่ดำหรือขาวอย่างชัดเจน :?
เช่น หวยควรจะทำให้หมดสิ้นไป หรือควรเอามาจัดการบนดิน ให้ถูกต้องตรวจสอบได้(รวมทั้งสิ่งอื่นๆที่ขัดกับวัฒนธรรมดั้งเดิม)

แน่นอนมันมีทั้งคนที่คิดแบบแรก และคิดแบบที่สอง ซึ่งอันนี้ฟันธงไม่ได้ว่าคนไหนดีคนไหนเลว :? ต่างกับเรื่องการคอรัปชั่น หรือการละเมิดทำร้ายร่างกายและทรัพย์สิน ซึ่งอันนั้นมันมองเห็นดำเห็นขาวง่ายกว่า :!:

หรือกรณี อดีต สส.อุบล(คนที่ผมกล่าวถึง) ครอบครองสัตว์ป่าอย่างเสือหลายตัว  พวกอนุรักษ์นิยมขวาจัดไม่ชอบ อ้างว่าสัตว์ป่าควรอยู่ในป่าไม่ควรเลี้ยง  แต่คนอีกจำนวนหนึ่ง(รวมทั้งผม)เห็นด้วยว่าเค้ามีสิทธิ์ครอบครอง! เพราะเค้าขยายพันธุ์ได้ด้วยพ่อแม่พันธุ์ที่เค้าเลี้ยงไว้เอง  ไม่ได้ไปขโมยจับจากป่ามาเพิ่มแต่อย่างใด :!:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 26 พฤศจิกายน 2550, 19:22:09
Lotto and gamble on the ground??
right,make it legal!!
support your idea...
p.gamble in blood


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 28 พฤศจิกายน 2550, 20:14:03
ที่ถูกคือ..เลิกหวย..แล้วจับหวยใต้ดินให้ได้ครับ..

ซีดีเถื่อน..หวยใต้ดิน..บ่อน..ตำรวจแมร่งงงงก็รู้ทั้งนั้นว่าอยู่ที่ไหน..ทำไมไม่จับ..

มันก็อิงกับการเมืองล่ะครับ..ตำรวจไทยเป็นผู้บังคับใช้กฏหมาย.. สส. เป็นผู้ออกกฏหมาย รัฐมนตรีมีนโยบายบริหารบ้านเมือง..มันกินกันทั้งหมด..แล้วมันจะเหลือเหรอครับพี่น้อง


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: party ที่ 29 พฤศจิกายน 2550, 08:20:44
สงสารพรรค มัชฌิมาธิปไตยจัง วุ่นวายไม่เลิก ขนาดเรื่องภายในยังควบคุมกันไม่ได้ แล้วจะมาปกครองประเทศได้งัยอะ  :x  :x  :x


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 29 พฤศจิกายน 2550, 16:56:13
เท่าที่สังเกต มีแต่ประชานิยมทั้งนั้น...แต่จะมีพรรคไหนกล้าออกมาบอกว่าจะหมุนเวียนรายได้ภาครัฐอย่างไร จะเอางบตรงไหนมาทำสวัสดิการ(ที่ตัวเองได้โฆษณาไว้)

แน่จริง เสนอนโยบายเรื่องภาษีที่ดิน ภาษีมรดกสิ...ถ้าพรรคไหนกล้าเสนอประเด็นนี้ผมเลือกแน่ :P

ยืนยันว่ารัฐที่จะมีสวัสดิการก้าวหน้าจริงๆนั้น ต้องมีภาษีสองอย่างนี้อยู่ด้วย  แล้วรายได้จากภาษีสองอย่างนี้แหละที่เค้าจะเอามาเป็นค่าใช้จ่ายด้าน"ประชานิยม"(หมายถึงเมืองนอกนะ)  ไม่ใช่เล่นบทฮั้ว เอาอัฐยายซื้อขนมยาย(แบบ ทรท.)

แต่จริงๆแล้วปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากภาษีสองประเภทนี้ก็มีอยู่บ้าง(เท่าที่ผมเคยอ่านมา) เมืองไทยยังไม่เคยจัดระบบนี้อย่างเป็นทางการ
1) ภาษีที่ดินตรวจสอบง่าย แต่ปัญหาอยู่ที่เกษตรกรรายย่อยที่ถือครองที่ดินอยู่นั้น หลายรายมีหนี้สิน(และมีรายได้ไม่มาก) ถ้าเอาระบบภาษีที่ดินแบบยุโรปมาใช้ทันทีทันใด อ้วกแน่!
2) ภาษีมรดก ค่อนข้างตรวจสอบยากกว่า เพราะมันซุกได้ โอนได้(เหมือนซุกหุ้น) และค่านิยมคนไทยยังไม่ค่อยยอมรับภาษีตัวนี้ เพราะกลัวลูกหลานจะลำบาก? (แต่ความจริงถ้ากลไกสวัสดิการรัฐสมบูรณ์แบบจริง เราก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งการเก็บออมไว้หลายชั่วโคตรอีก)


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 29 พฤศจิกายน 2550, 17:29:18
Nong Aj.O,
I support your opinion... but for heritage tax and land owner tax there is a bit problem in Germany:
1.the people ,who has land for build(not land for agricultural) gets a higher tax rate...yearly...so they try to sale it or build any immobilian on it so that they can avoid this cost
2.yes,of cause...parents try to move their มรดก to their children before they die..so that they can avoid this tax...move under "present from parent to child"..it is possible.
p.nn


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 30 พฤศจิกายน 2550, 16:58:32
อืม...เราก็มองอยู่เหมือนกัน

ว่าที่เสนอนั่นนี่ให้ประชาชนเนี่ย จะเอาเงินจากตรงไหน

วันโน้นนนน  รอฟังประชาธิปปัตย์  นำเสนอ ผืดหวังโคดๆ

จะมานั่งฟังนโยบายว่าทำไง แต่พี่แก เถียงกับพิธีกรอย่างเดียวเลย

เหมือนเตรียมตัวมาไม่ดีเลย  แย่จังเค้าใช้ชื่อว่าเป็นตัวแทนฝ่ายเศรษฐกิจของประชาธิปปัตย์

อืม แต่ฟังแล้วไม่ได้อะไรเลย


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Prince of river ที่ 01 ธันวาคม 2550, 08:26:23
สังเกตจากปป้ายหาเสียงที่ติดตามถนน ส่วนใหญ่ทำหน้าเด้งทั้งนั้น ขาวผ่องเป็นยองใย หน้าตาแย่

ขนาดไหนก็ทำให้ดูดีให้ได้ บางทีโฟโต้ชอบซะเกือบจำไม่ได้  (คิดว่าผู้สมัครเดี๋ยวนี้เน้น

ภาพลักษณ์มากกว่าเนื้อใน)

.....เคยคิดว่าถ้าความดีความเลว(เนื้อใน)ของผู้สมัครเท่ากันหมด แล้วเราจะพิจารณาตรงไหน

เลือกเขาเหล่านั้น   คิ้วดก  ตาโต  มีไฝ(ภาพลักษณ์)???

......สงสัยคงต้องงดอย่างที่อาจารย์ป้อมว่าไว้ซะแล้วปีนี้


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 01 ธันวาคม 2550, 21:03:43
No,Nong S....not give up your vote...if you puzzle them...make it extreme case...you choose any no name,no money,no one from nowhere...I am sure...there always be anyone who not fit to those category!!
but do not let your voice unuse...
p.useful


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ป.ปลา ที่ 02 ธันวาคม 2550, 13:17:36
อ้างจาก: "Aj.O"
เท่าที่สังเกต มีแต่ประชานิยมทั้งนั้น...แต่จะมีพรรคไหนกล้าออกมาบอกว่าจะหมุนเวียนรายได้ภาครัฐอย่างไร จะเอางบตรงไหนมาทำสวัสดิการ(ที่ตัวเองได้โฆษณาไว้)

แน่จริง เสนอนโยบายเรื่องภาษีที่ดิน ภาษีมรดกสิ...ถ้าพรรคไหนกล้าเสนอประเด็นนี้ผมเลือกแน่ :P

ยืนยันว่ารัฐที่จะมีสวัสดิการก้าวหน้าจริงๆนั้น ต้องมีภาษีสองอย่างนี้อยู่ด้วย  แล้วรายได้จากภาษีสองอย่างนี้แหละที่เค้าจะเอามาเป็นค่าใช้จ่ายด้าน"ประชานิยม"(หมายถึงเมืองนอกนะ)  ไม่ใช่เล่นบทฮั้ว เอาอัฐยายซื้อขนมยาย(แบบ ทรท.)

แต่จริงๆแล้วปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากภาษีสองประเภทนี้ก็มีอยู่บ้าง(เท่าที่ผมเคยอ่านมา) เมืองไทยยังไม่เคยจัดระบบนี้อย่างเป็นทางการ
1) ภาษีที่ดินตรวจสอบง่าย แต่ปัญหาอยู่ที่เกษตรกรรายย่อยที่ถือครองที่ดินอยู่นั้น หลายรายมีหนี้สิน(และมีรายได้ไม่มาก) ถ้าเอาระบบภาษีที่ดินแบบยุโรปมาใช้ทันทีทันใด อ้วกแน่!
2) ภาษีมรดก ค่อนข้างตรวจสอบยากกว่า เพราะมันซุกได้ โอนได้(เหมือนซุกหุ้น) และค่านิยมคนไทยยังไม่ค่อยยอมรับภาษีตัวนี้ เพราะกลัวลูกหลานจะลำบาก? (แต่ความจริงถ้ากลไกสวัสดิการรัฐสมบูรณ์แบบจริง เราก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งการเก็บออมไว้หลายชั่วโคตรอีก)




เห็นด้วยกับความเห็นอันนี้ของพี่ Aj. O อย่างมากค่ะ
ป.ปลา คิดมานานแล้ว ทำไมเมืองไทยไม่ทำสักที

ไอ้พวก นักการเมืองหัว.... มันโกงเอาที่ดินบนเขา บนป่า มาเป็นร้อยๆ ไร่ มาหมกเก็บไว้
แต่ไม่มีใครทำอะไรได้ ชาวนา ชาวบ้านยากจนที่มีอยู่เยอะแยะ ไม่มีที่ดินทำกิน  :evil:

ภาษีมรดกที่ยังไม่มี ก็ทำให้สังคมไทย ที่มีเงินมีทอง สอนให้ลูกหลายขี้เกียจ
ไม่รู้จักพัฒนาตัวเอง และทำมาหากิน (เพราะมีกองเงินกองทองไว้ให้ผลาญอยู่แล้ว)
หรือมันจะทำอะไร ก็ได้เปรียบมากกว่าคนจน เพราะมีเงินทุน(จากพ่อแม่) เยอะกว่า  :evil:

แล้วอย่างนี้ชนชั้นกรรมาชีพ ชาวนา กรรมกร เค้าจะได้โงหัวขึ้นเมื่อไหร่กันหนอ  :roll:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 02 ธันวาคม 2550, 14:57:34
เพิ่มเติมอีก...ไอ้การศึกษาที่ว่าฟรี เอาเข้าจริงมันไม่ได้ฟรีเลย มิหนำซ้ำยังเลวร้ายกว่าเก่า!
เพราะไอ้พวกค่าอุปกรณ์ ค่าคอมพิวเตอร์ ค่าบำรุงฯลฯ สารพัด แม่งเก็บโหดยิ่งกว่าค่าเล่าเรียน(ที่จัดเก็บอย่างเป็นระบบ)เมื่อก่อนเสียอีก :!:  ผมทราบมาจากคนใกล้ตัวหลายคนที่มีลูกกำลังเรียนอยู่

ค่าใช้จ่ายพวกนี้ ตรวจสอบก็ไม่ได้ด้วย การจัดเก็บก็ไม่เป็นระบบ(มันจะโกงหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้)  ไม่รู้ว่าภาครัฐจะมีนโยบายจัดการไอ้พวกนี้ไหม?  ถ้าจัดการไม่ได้ก็ไม่ต้องมาโฆษณาว่าเรียนฟรีหรอก เฮอะ! :twisted:

(http://www.thaiticketmaster.com/events/images/too07/bbanner.gif)
Talk Show พี่ตู้  ตอน
จะสุดสิ้นแผ่นดินไทย เพราะ ดักดานธิปไตย
ที่มีแต่ อำมาตยาธิปไตย กับ กุ๊ยยาธิปไตย ถึงเวลาของ พอเพียงธิปไตย ที่ไม่ต้อง หนี ทหาร ปะ จรเห้
...อยากดูว่ะ แต่เสียดายไม่ได้ดู :cry:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ป.ปลา ที่ 03 ธันวาคม 2550, 12:55:32
อ้างจาก: "Aj.O"
เพิ่มเติมอีก...ไอ้การศึกษาที่ว่าฟรี เอาเข้าจริงมันไม่ได้ฟรีเลย มิหนำซ้ำยังเลวร้ายกว่าเก่า!
เพราะไอ้พวกค่าอุปกรณ์ ค่าคอมพิวเตอร์ ค่าบำรุงฯลฯ สารพัด แม่งเก็บโหดยิ่งกว่าค่าเล่าเรียน(ที่จัดเก็บอย่างเป็นระบบ)เมื่อก่อนเสียอีก :!:  ผมทราบมาจากคนใกล้ตัวหลายคนที่มีลูกกำลังเรียนอยู่

ค่าใช้จ่ายพวกนี้ ตรวจสอบก็ไม่ได้ด้วย การจัดเก็บก็ไม่เป็นระบบ(มันจะโกงหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้)  ไม่รู้ว่าภาครัฐจะมีนโยบายจัดการไอ้พวกนี้ไหม?  ถ้าจัดการไม่ได้ก็ไม่ต้องมาโฆษณาว่าเรียนฟรีหรอก เฮอะ! :twisted:




ลูกพี่ลูกน้องของ อยู่ชั้นม. 4 เสียค่าจิปาถะรวมๆ แล้ว เทอมละหมื่น
แพงกว่ามหา'ลัยของรัฐหลายแห่งเสียด้วยซ้ำ (ถ้าไม่รวมจุฬาฯ)


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: mmwindoo_79 ที่ 04 ธันวาคม 2550, 00:17:05
จุฬาฯที่ว่านี่ คือมหาวิทยาลัยที่กว่า15ปีมานี้มีอธิการบดีมาจาก2นามสกุลเท่านั้นใช่ป่ะ?

อันนี้เป็นอำมาตยาธิปไตยหรือเปล่าง่ะ?


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: หลิม 81 ที่ 04 ธันวาคม 2550, 09:36:22
ไม่รู้แสดงความรู้ยังไงดี..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 04 ธันวาคม 2550, 12:50:04
ไปดูมาแระ..ผิดหวังพอสมควร..แบบว่าไหลไปหน่อย..คนข้างๆเค้าก็บ่นเหมือนกัน..พี่แกเล่นสดๆเยอะไปหน่อยคนคุมไม่อยู่..เลยไม่ค่อยมีเกร็ดเท่าไหร่..

มันมีบ้าง..แต่พิมพ์ลงในนี้ลำบาก..ค่อนข้างล่อแหลมหลายเรื่องอ่ะ..


ลีน่า จัง...ลีน่า จัง....ลีน่า จัง..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 04 ธันวาคม 2550, 14:16:07
ประชัย ติดคุก

 :cry:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 04 ธันวาคม 2550, 14:25:50
เมื่อเช้าดูสรุปข่าวไอทีวี

โหร คมช. ทำนายว่า  รัฐบาลชุดใหม่จะไม่สามารถจัดตั้งได้

เพราะเรื่องผลประโยชน์  จะมีรัฐบาลแห่งชาติขึ้น

แต่มีแต่สีเขียวอ่ะ  มารอดูกันว่าจะไปแนวนั้นเปล่าอ่ะ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: mmwindoo_79 ที่ 07 ธันวาคม 2550, 12:57:31
ไอ้โหรซุ่นตีนพวกนี้ มักถูกยกย่องเวลามันเดาถูก
ผมสงสัยว่า เคยมีใครบันทึกสถิติ เรื่องที่มันเดา ทั้งถกและผิดมาเปรียบเทียบกันบ้างครับ?


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 07 ธันวาคม 2550, 15:26:26
นั่นดิ

น่าจะลองทำสถิติดูอ่ะว่ากี่ %


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 07 ธันวาคม 2550, 16:38:47
เออดิ...ในไทยรัฐ ก็มี"โหน"อีกคน ทำนายว่า  ชมภู่จะได้เป็นนายกฯ :?
ตกลงแมร่งใครแน่กว่ากัน? :?


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 07 ธันวาคม 2550, 17:01:31
ชมภู่??
oh,no!!
he is quite old!!
p.nn


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 08 ธันวาคม 2550, 16:30:16
ดูข่าวคุณประชัย แล้วขำขำดี

เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เดี๋ยวลาออก เดี๋ยวไม่ลาออก

คนแบบนี้จะเป็นนายก(ที่ดี)ได้ไหมหนอ

ป.ล. ถ้าคุณประชัย ใส่กางเกงเอวสูงๆ จะดูคล้ายสายัณ ดอกสะเดามากๆ

ปาหี่ การเมือง

 :wink:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: yungying ที่ 09 ธันวาคม 2550, 18:17:13
ตกลงเลือกพรรคไหนดีค่ะ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 09 ธันวาคม 2550, 18:24:05
Nong Eggman,
who is"จะดูคล้ายสายัณ ดอกสะเดา"??
a joke showman?
an actor??
p.nn


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 10 ธันวาคม 2550, 14:08:38
He is downsydrome but he is very funny.

I'll try to find his picture to shown you later.

Sayan Sanya
 :lol:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 12 ธันวาคม 2550, 08:21:00
ตกลงปีนี้ เลือกสายันเป็น สส. ล่ะกัน

ตาแคม  :x


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 13 ธันวาคม 2550, 13:55:03
no vote...


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 13 ธันวาคม 2550, 20:22:34
อ้างจาก: "ป.ปลา (Miss)"
ลูกพี่ลูกน้องของ อยู่ชั้นม. 4 เสียค่าจิปาถะรวมๆ แล้ว เทอมละหมื่น
แพงกว่ามหา'ลัยของรัฐหลายแห่งเสียด้วยซ้ำ (ถ้าไม่รวมจุฬาฯ)


ยังไง ก็ไม่มีทางเห็นด้วยกับการเอาสถาบันการศึกษาออกนอกระบบ
ถ้าอ้างว่าเสียงบประมาณรัฐมาก? ก็ให้นักศึกษาทำงานใช้ทุนภายหลังก็ได้ จะกี่ปี ก็ตามแต่สถาบันนั้นจะใช้งบไป
แต่ไม่ใช่แม่ง...เอาออกไปเป็นระบบการตลาด :x  ไม่งั้นคนส่วนใหญ่ที่ไม่มีทุนตายห่าแน่!
แล้วมันก็จะเกิดช่องว่างทางความรู้และโอกาสในหน้าที่การงาน(ซึ่งอันตรายกว่าช่องว่างทางเศรษฐกิจเสียอีก)

พอดีก็อปปี้มาจากเวบนึง  เห็นด้วยกับเค้ามากๆ :twisted:
http://www.thaioctober.com/forum/index.php?topic=686.msg25243;topicseen
 
อ้างถึง   
ทุนนายหน้าฯ มันไม่ทำเรื่องการศึกษาเลย...มันให้ทุนเป็นรายบุคคลเป็นรายครอบครัวมันก็เพื่อหาเสียง.....แต่ที่จะยั่งยืนมันไม่ทำมันบอกทำไม่ได้ไม่มีงบประมาณ......และจะเอาสถาบันการศึกษาออกนอกระบบเพื่อที่พวกมันจะได้ไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่าย ไอ้จางไลแล้วเก็บภาษีไปทำไม..สำหรับเอาไว้เสียดอกเงินกู้ต่างชาติที่ไปกู้ๆๆๆ มาถลุงเล่นเรอะ.ไอ้จาง ฯโคล้านตัว บ้านเอื้ออาทร.....ฯลฯ โทษทีขอชกลมชกแล้ง.....


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 13 ธันวาคม 2550, 20:30:36
From a sight of the people,who can show their best effort but have less money standby...there always be any donator..the one ,who donate money just for the best effort,intelligent student...to find this way...have to fight ka..
If I rich and have a lot of money extra..I won't hesitate to donate to university,school and any other public place for study...give a chance to the one who have will(to learn)but no capital.
p.nn


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 14 ธันวาคม 2550, 08:33:19
ผมไม่ได้เสียภาษี ไปให้พวกมันโกงกิน
ผมไม่ได้เสียประกันสังคม ไปให้พวกมันร่ำรวย

แต่จะทำอะไรได้ล่ะ

ตาแคม


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกพิ้ง ที่ 14 ธันวาคม 2550, 10:06:46
อ้างจาก: "ppornson"
no vote...


 :x เปิดทีวีดูก็เห็นแล้ว...ไปตามท้องถนนก็เห็นอีก...

ไม่รู้จะเลือกใครดี....หรือ...ไม่มีคนดีดี....จะให้เลือกอีกแล้ว....เฮ้อออออออ  :evil:  :cry:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: wat ที่ 14 ธันวาคม 2550, 11:14:50
เลือก พรรค ซีมะโด่ง  5 5 5


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 14 ธันวาคม 2550, 12:39:28
แต่ฟังมิ่งขวัญพูดเมื่อคืนแล้ว...อืม..จริงๆอยากให้บ้านเราเป็นอย่างนั้นล่ะ..ทำได้ล่ะแจ่มเลย..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 14 ธันวาคม 2550, 20:52:03
ทีแรกผมเองกะจะเลือกพรรคศิลปิน ของคุณคนนี้
(http://www.finearts.cmu.ac.th/cmu/augst45/storyofi/main/main.jpg)
แต่เค้าไม่ลงสมัครเลือกตั้ง  แค่เป็นการก่อตั้งพรรคขึ้นมาเฉยๆ
คงต้องกาโนโหวตอย่างที่คุณ mmwindoo บอกไว้แล้วล่ะ 8)

เอ?..รึจะลงคะแนนให้เบอร์ 3(พรรคชาวนาไทย) ดีหว่า :P

 
อ้างถึง   
From a sight of the people,who can show their best effort but have less money standby...there always be any donator..the one ,who donate money just for the best effort,intelligent student...to find this way...have to fight ka..

ไม่ใช่แค่คนจนหรือคนไม่มีทุนหรอกครับ  คิดดูว่าถ้าคนจำนวนมากกลายเป็นคนด้อยโอกาสทางการศึกษา+เสียเปรียบทางสังคม มากขึ้นเรื่อยๆ  มันจะกลายเป็นแรงกดดัน เป็นภัยเงียบที่พร้อมจะระเบิดกลับเมื่อไหร่ก็ได้...ถึงตอนนั้นไม่ว่าคนรวย หรือคนมีฐานะ ก็มีโอกาสเดือดร้อนได้

เคยได้ยินบทความหนึ่ง กล่าวไว้ว่า ถ้าปล่อยให้คนจำนวนหนึ่ง รู้สึกว่าเขาถูก punishment โดยไม่ได้ก่อ crime > สักวัน เราจะได้เห็น crime ที่ไม่กลัว punishment :x


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 17 ธันวาคม 2550, 10:17:00
วันก่อน

ฟังรายการหาเสียงของพรรคต่างๆ ที่ให้โอกาศทางโทศทัศน์

พี่พรรคนึง พูดน้ำเสียงขึงขังบอกว่าจะทำให้ประชาชนมีรายได้ไม่ขาดมือ

โอ้...น่าฟัง  เลยฟังต่อ

บอกว่า จะเปลี่ยนจากการจ่ายระบบจ่ายเดือนละครั้ง จะจ่ายเงินเดือนสัปดาห์ละครั้ง

ซึ่งถ้าทำอย่างนี้แล้วประชาชนจะมีรายได้ไม่ขาดมือ มีเงินใช้ทุกอาทิตย์  :shock:


แม่ม...ควานหารีโมตเปลี่ยนช่องไม่ทันเลยตู


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: mmwindoo_79 ที่ 18 ธันวาคม 2550, 10:43:25
ป้ายหาเสียงเค้าว่า....
"เลือกผิด หนี้สินครัวเรือนเพิ่ม"
"เลือกถูก รายได้เพิ่ม"
"พรรค.....ถนัดสร้างรายได้"(เข้ากระเป๋าตัวเอง)

ก๊ากก๊าก
ปวดหัวกับคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เสียภาษีเลี้ยงประเทศ
แต่มีเสียงเท่าเราไว้เลือกไอ้นักการเมืองจังไรแบบนี้จริงครับ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: หลิม 81 ที่ 18 ธันวาคม 2550, 16:45:31
ผมไปเลือกตั้งล่วงหน้ามาแล้ว...ไม่บอกว่าเลือกใคร..

แต่ไม่รู้จะเลือกใครดี...ความเห็นส่วนตัวของผม

่1. เอาพรรคที่เพ้อเจ้อน้อยที่สุด
2. เอาพรรคที่เลวน้อยที่สุด
3. เอาคนที่ทำดีให้บ้านผมมากที่สุด...

สุดท้ายผมหาไม่เจอครับ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 18 ธันวาคม 2550, 22:07:07
อ้างจาก: "mmwindoo_79"
ป้ายหาเสียงเค้าว่า....
"เลือกผิด หนี้สินครัวเรือนเพิ่ม"
"เลือกถูก รายได้เพิ่ม"
"พรรค.....ถนัดสร้างรายได้"(เข้ากระเป๋าตัวเอง)

ก๊ากก๊าก
ปวดหัวกับคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เสียภาษีเลี้ยงประเทศ
แต่มีเสียงเท่าเราไว้เลือกไอ้นักการเมืองจังไรแบบนี้จริงครับ


บอกตรงๆว่ายังนึกไม่ออกว่าจะทำไงดี กับกลุ่มคนที่ว่ามา
จริงๆก็ไม่อยากดูถูกพวกเขาเลยอ่ะนะ เพราะพวกเค้าเหล่านี้หลายคนก็ทำการทำงานที่มีประโยชน์ต่อสังคมมากมาย
เพียงแต่รายได้ไม่พอจะเสียภาษี เช่นชาวไร่ชาวนา, จับกังฯลฯ

ผมก็ยังเห็นว่าพวกนี้(รากหญ้า)ก็ควรมีสิทธิทั่วๆไป ถูกคุ้มครองตามกฏหมายเท่าๆกันกับคนกลุ่มอื่นๆ
แต่สิทธิในการเลือกผู้แทนเนี่ย? สมควรมั้ย? ยังสับสนอยู่
เพราะผู้แทนที่ได้มาจากคนกลุ่มนี้  ก็ไม่เคยเป็นกระบอกเสียงที่แท้จริงของคนกลุ่มนี้เลย
แล้วก็ไม่มีรัฐบาลไหน เคยคิดจะช่วยให้คนกลุ่มนี้ยืนได้ด้วยตัวเอง
นอกจากหลอกใช้เพื่อเป็นฐานเสียง... :?


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: mmwindoo_79 ที่ 19 ธันวาคม 2550, 12:01:19
มันต้องค่อยๆปรับนะ จานโอ
คือโดยพื้นฐานเนี่ย มนุษย์มีสิทธิเท่าเทียมกัน
แต่ในช่วงการปฏิรูปบางอย่าง เราว่ามันปฏิเสธไม่ได้ว่า มันมีบางอย่างที่คนเรามันมีไม่เท่ากัน

ประชาธิปไตยแท้แบบกรีก มันต้องฟังเสียงทุกคน
แต่สังคมกรีกโบราณมันไม่ซับซ้อนไง มันมีผู้รู้ กับคนธรรมดา โดยประมาณเท่านั้นแหละ
จำนวนคนมันก็ไม่มาก ผู้รู้มันก็เป็นผู้รู้เอาซะจริงๆ มันพอจะรับผิดชอบสังคมได้ เพราะคนส่วนใหญ่มันแสวงหาสังคมที่ดีตามอุดมคติ
ที่นี้ ปัจจุบัน คนมันซับซ้อน มันมีทั้งผู้รู้ ผู้รู้มั่งไม่รู้มั่ง พ่อค้าคนกลาง นายทุน ข้าราชการ พนักงานบริษัท มนุษย์รากหญ้า ฯลฯ
และสิ่งที่คนส่วนใหญ่ในทั้งหมดนี้ แสวงหา คือ เงิน ชื่อเสียง เท่าเนี้ยแหละ
ส่วน"ความสุข"น่ะ ไม่ค่อยมีใครหาหรอก เพราะอ้างว่า หาเงินก่อน กรูก็ด้วย เหอะเหอะ
ถ้ามัวมาถามทุกคนว่า "เฮ้ย เลี้ยวซ้ายหรือขวา หรือไปข้างหน้าดีวะ? แล้วจะไปด้วยสปีดเท่าไหร่ พาหนะอะไร? " คำถามร้อยแปด กว่าจะได้คำตอบตามแบบอุดมคติ ตายห่านพอดี
พอใช้ระบบผู้แทน มันก็ดีนะ คำตอบมันได้เร็ว
แต่อุแม่เจ้า ภายใต้สังคมที่"คนส่วนใหญ่"หรือกลุ่มรากเหง้าอะไรนั่นน่ะ ล่อลวงได้ด้วยผลประโยชน์ที่เรียกว่า"ประชานิยม"
แม่มทางเดินประเทศมันมืดเลยล่ะ เค้าไม่สนแล้วว่าผู้แทนมันโกงหรือไม่โกง ขอให้มันแบ่งเรากิน
มันแย่กว่า "รู้ไม่ทันว่ามันโกง" เยอะเลยว่ะ

แต่จะว่าไป ทำไงได้ คนมันลำบากจนไม่ได้ลืมตาอ้าปากมาตั้งแต่เริ่มมีประชาธิปไตยในประเทศเราแล้ว
ถ้าเขาจะอยากกินดีอยู่ดีขึ้น มันก็ไม่แปลก
เพราะความคิดพวกนี้สำหรับชาว"รากหญ้า" มันไม่น่าแปลกใจเนี่ยแหละ
มันถึงควรเริ่มคิดแล้วว่า "เอางี้ดีมั้ย ถ้าจะปฏิรูปอะไรบางอย่าง อย่าเพิ่งให้สิทธิ์พวกเค้า ไม่งั้นมันก็ได้เฮี่ยมาเป็นผู้แทนเหมือนเดิม"

แต่แม่มโคตรยาก เพราะไอ้ที่ไม่ใช่รากหญ้า ก็ใช่ว่าจะต่างกัน แถมคนที่จะมาให้เลือก ก็มีแต่เฮี่ย
วังเวงจริงๆ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 20 ธันวาคม 2550, 19:12:21
ตอนนี้บ้านเรา..คนไม่มีความรู้ ครองประเทศครับ เช่น คนงานก่อสร้าง..สาวโรงงาน..

พอมันยกมือทีไร..มันชนะทุกที..บัณฑิตหลบเงียบเข้ามุม..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 22 ธันวาคม 2550, 19:49:29
อ้างจาก: "ppornson"
ตอนนี้บ้านเรา..คนไม่มีความรู้ ครองประเทศครับ เช่น คนงานก่อสร้าง..สาวโรงงาน..

พอมันยกมือทีไร..มันชนะทุกที..บัณฑิตหลบเงียบเข้ามุม..


เอาเข้าจริงก็ไม่ชนะหรอก เมื่อเวลาผ่านพ้นไป แพ้ทั้งคู่(ทั้งชนชั้นกลาง และรากหญ้า)...
(คนชนะคือฝ่ายการเมืองเท่านั้น)
คนพวกนี้ไม่รู้ตัวว่าต้องจ่ายภาษีทางอ้อม ผ่านราคาเครื่องอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้น
แต่ปัญหาเรื่องรายได้ของพวกตัวเอง ไม่ได้ถูกแก้ไขอย่างบูรณาการ
นอกจากถูกแจกทุนเพื่อเอาอกเอาใจ ผ่านนโยบายรัฐเท่านั้น :x

อ้างจาก: "mmwindoo_79"
เอ่อ แต่ถ้าเรื่องการเมืองของหมา(แบบพวกแม่ง) พี่วินทร์แกเขียนไว้แล้วเน้อ
"หลังอานบุรี" ประชาธิปตวย-ข้ออ้างของสุนัข ฮาแต่เจ็บปวด ไปหามาอ่านได้

ตอนนี้แค่ดูข่าวหมารวมฝูงในทีวีก็โคตรฮาแล้วครับ
รอเมื่อไหร่ กกต.จะออกมาฟัน เพราะศาลเค้าสั่งห้ามหมา111ตัวออกมาเห่า
อันนี้เห่ากันขรม   กกต.ก็เอาแต่เห่า ไม่กัดซักที ฮ่วย
มวยล้มต้มหมู ไม่รู้จะพึ่งอะไรนอกจากจตุคามกับตัวเองแล้วครับ


อีกเรื่อง ที่คล้ายๆกัน เป็นการ์ตูนแนวชัยราชวัตร ชื่อเรื่อง กบธิปไตย เขียนโดย ทองธัช เทพารักษ์ :P


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: MiA_แม่แย้มเจ้าค่ะ ที่ 23 ธันวาคม 2550, 03:16:15
พี่ๆคร้าบ....
อ่านแล้วเหนื่อยใจจังเลยคร้าบ (แต่ก็อ่านจนจบนะครับ....)
แยมเองเป็นคนหนึ่งที่เป็นลูกครึ่งอ่าคร้าบพี่....คือ....บ้านอยู่ในชนบท (ซึ่งมีชนชั้นรากหญ้าที่โดนบังตาด้วยนโยบายนิยมแบบสุดๆ   ไม่ลืมหูลืมตา)   แต่ตัวแยมต้องมาเรียนอยู่ในดงคอนกรีตซึ่งได้ชื่อว่าเต็มไปด้วยชนชั้นกลางผู้ศิวิไลซ์และเชื่อว่าตัวเองไม่ถูกหลอกด้วยนโยบายประชานิยม
พอเป็นแบบนี้แล้ว....ทำตัวยากจังเลยฮับ

มีช่วงหนึ่งที่เบื่อข่าวการเมืองมากมาย....ถึงขั้นเลิกอ่านหนังสือพิมพ์ไปเลย (ส่วนทีวี....ไม่ดูอยู่แล้วฮับ...)   แต่ตอนนี้...ช่วงเลือกตั้ง....เปลี่ยนมาเอือมป้ายหาเสียงเพิ่มอีกอย่างแล้วฮับ....


แยมไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ามาแล้วฮับ....แบบไม่ค่อยได้อย่างใจตัวเองเท่าไหร่   เพราะไม่รู้ว่าไอ้ที่ตัดสินใจกาไปในใบลงคะแนนน่ะ....มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกไหม

ตอนแรก....แยมตัดสินใจว่าจะ โนโหวต ครับพี่ๆ    แต่พอดูกระแสความมาแรงของ "พรรคนอมินีของคนที่คุณก็รู้ว่าใคร"แถวบ้านแล้ว....ถึงขั้นโนโหวตตามใจตัวเองไม่ได้เลยทีเดียว   ต้องเอาคะแนนไปให้พรรคอื่นมาต้านกะเขา...   แต่พอไปลงคะแนน....มันเกิดอารมณ์แบบ...แล้วกรูจะเลือกใครดี....   เหมือนกับการ์ตูนในไทยรัฐเลยฮับ....ที่บอกว่าเลือกตั้งครั้งนี้...จะเลือกใคร   คำตอบคือ เลือกคนเลว   เพราะคนดีมันไม่มีให้เลือกแล้ว....

ถึงวันนี้....สังคมของชนชั้นรากหญ้าแถวบ้านแยม....ขับเคลื่อนด้วยแนวความคิดทางการเมืองแค่ 2 แบบครับ....
แบบแรก....คือคนที่ไม่เอาทักษิณ   ก็เลยต้องเอาคะแนนไปให้ประชาธิปัตย์โดยจำใจ   เพราะในสายตาเขาแล้ว...ไม่มีตัวเลือกไหนดีกว่านี้แล้ว

แบบที่สอง....คือคนที่ยังปิดหูปิดตาไม่ยอมรับว่า   ทักษิณใช้กลวิธีแบบ "อัฐยายซื้อขนมยาย" เอาเงินประชาชนมาซื้อคะแนนนิยมจากประชาชน   นโยบายกองทุนเงินล้านของทักษิณยังซื้อใจคนกลุ่มนี้ได้อยู่ครับ....

เมื่อเร็วๆนี้....   คุณป้าของแยมไปสัมมนาอาสาสมัคร (อสม.) มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังคุยกันเรื่องเลือกตั้งนี่ล่ะ   เขาพูดกันว่า   "ยังไงก็ต้องเลือกพรรคของป๋าหมักนี่ล่ะ   เพราะทักษิณจะได้กลับมา   เงินทองที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้...ก็เงินทักษิณทั้งนั้นล่ะ"   (ฟังแล้วก็ให้เหนื่อยใจเนาะ??)   คุณป้าแยมก็เลยพุ่งปรี๊ดดดดดด.....เข้าไปวีน    ประมาณว่า"มันเงินทักษิณที่ไหนล่ะ   คนที่อยู่บนแบงค์น่ะใคร   คิดถึงหัวอกประมุขของประเทศที่ต้องโดนคนแบบนั้นโกงบ้างไหม..."  อะไรประมาณนี้   แล้วคุณป้าแยมก็โดนคนกลุ่มนั้นจัดให้เป็นพวก "Well educated" ไปทันทีครับ

ในขณะที่เรามองคนที่ถูกครอบงำด้วยนโยบายประชานิยมของทักษิณว่าเขาเป็นชนชั้นรากหญ้า
ในทางกลับกัน   เขาก็มองคนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของทักษิณว่าเป็นพวก "คนมีการศึกษา" หรือ "คนกรุงเทพ" เหมือนกันครับ
เขามองว่าคนที่ไม่ชอบทักษิณคือพวกอวดฉลาดครับ....
เรื่องนี้....เด็กที่มาเรียนกรุงเทพฯอย่างแยมโดนไปเต็มๆเลยครับ....
ถ้ากลับบ้านนี่....แสดงความคิดเห็นทางการเมืองไม่ได้เลย....เดี๋ยวบรรยากาศมาคุ....


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: too ที่ 23 ธันวาคม 2550, 23:44:22
เรื่องการเมืองก็พูดยากเหมือนกันนะ ตราบใดที่เราๆที่เรียกตัวเองว่าชนชั้นกลางของสังคม ไม่ได้ไปอยู่ในสภาพที่ยากจนแร้นแค้นแบบนั้น แล้วได้รับความช่วยเหลือแบบจับต้องได้(สมัยรัฐบาลทักกี้) ก็คงเข้าใจความรู้สึกของคนที่เลือกพรรคพปช.ลำบาก

แต่อย่างไรก็ตาม ตู้ก็ยังเคารพผลการแสดงความเห็นของคนทั้งประเทศครั้งนี้อยู่ดี เพราะผลครั้งนี้ไม่ได้แปลว่า คนทำผิดจะไม่ถูกลงโทษซักหน่อย  :roll:


ป.ล. เพิ่งอ่านกระทู้นี้มา มีอะไรให้คิดนิดหน่อย
ชุมชนเล็กๆ ในกรุงเทพฯ
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,11856.0.html


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 24 ธันวาคม 2550, 02:29:31
Nong จานโอ ,
I heard that the People Party(Chompoo party??)win 230 seats of 400 something...how is it develope next?? need a company party?? when will we get a new form(the ministers of each authority)parliament??
Please brief!
p.nn


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 24 ธันวาคม 2550, 09:45:50
ให้มาบริหารดูสักตั้ง กันเป็นอย่างไร
...

พรรคที่ได้คะแนนน้อย ๆ มีความสำคัญขึ้นมาจริง ๆ เพราะ บ่งบอกว่า จะเป็น รัฐบาล ฝ่ายเสียงข้างมาก หรือ รัฐบาลฝ่ายเสียงข้างน้อย

...

แนวทางการบริหารจะเปลี่ยนไป ... ตามเสียง สส. ของ พรรคเล็ก ๆ ได้

....


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 24 ธันวาคม 2550, 11:25:27
อ่านๆ เรื่องชนชั้นแล้ว  

แล้วนึกถึงพวกวรรณะของอินเดียเลยอ่ะ

ถ้าเทียบพวกที่ถูกแบ่งว่าเป็นรากหญ้า

มันก็คล้ายๆ กับพวก "จัณฑาล" ที่อยู่ต่ำสุดในวรรณะของอินเดียเลยดิ

ถ้าคนเรามันเลือกเกิดได้ก็ดีอยู่หรอก  เฮ้อ... :?


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 24 ธันวาคม 2550, 12:01:23
ผลออกมาแล้วครับ ก้ออย่างที่ทุกๆ คนเห็น ไม่ต้องมีคำบรรยายอะไรมากนัก

ทุกคนมีหนึ่งสิทธิ์ หนี่งเสียงเท่าๆ กันหมด
ขึ้นอยุ่กับว่า จะให้ใครด้วยเหตุผลอันใด

สิ่งที่ทุกคนทำได้ในตอนนี้ และอยากให้ยึดมั่นถือมั่นทำกันไป คือ

ทุกสิ่งที่เห็นว่าเป็นสิ่งเลวร้าย ไม่ดี
ก้ออย่าตกลงไปในหลุมพรางดังกล่าวต่อไปในอนาคต

อดีต เคยด่ากร่น ว่าทอ เผด็จการ หรือ ทุจริต
อนาคต ได้นั่งเก้าอี้ มีอำนาจ กลับโกงกินเสียเอง
สำรอกเอาสิ่งที่ดีงาม ที่เคยคิดไว้ ทิ้งออกไปเสียหมด
เผื่อจะได้เคลียร์ท้องให้ว่าง จะได้กินได้เย๊อะๆ

ขอเถอะ ความดี ที่อยากให้คงไว้
ซักวันหนึ่ง แต่ไม่รู้เมื่อไหร่

ตาแคม  :arrow:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: นายป้อ ที่ 24 ธันวาคม 2550, 12:23:36
:oops: พลังประชาชนสู้ๆๆ...(แมร่งได้ไงวะ...ไอ้..ม...เป็น..นายก...)...เฮ้อ...

....สาธุ..พระเสื้อเมืองพระป้องเมือง...ขอให้มันตั้งพรรคการเมืองไม่ได้....สาธุๆๆๆ........


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: MiA_แม่แย้มเจ้าค่ะ ที่ 24 ธันวาคม 2550, 13:46:58
อ้างจาก: "นายป้อ"
:oops: พลังประชาชนสู้ๆๆ...(แมร่งได้ไงวะ...ไอ้..ม...เป็น..นายก...)...เฮ้อ...

....สาธุ..พระเสื้อเมืองพระป้องเมือง...ขอให้มันตั้งพรรคการเมืองไม่ได้....สาธุๆๆๆ........



สาธุด้วยคนได้ไหมคะ...พี่ป้อ
เมื่อคืนนี้...ฟังข่าวไป....กินข้าวไป.....แทบกินไม่ลง


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: นายป้อ ที่ 24 ธันวาคม 2550, 15:10:55
:oops: เป็นครั้งแรกในชีวตที่ลุ้นคะแนนแล้ว....โค..ตะ..ระ....เครียด...จัด...


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: หลิม 81 ที่ 24 ธันวาคม 2550, 16:49:03
วันนี้ได้คุยกับเพื่อนที่ทำงาน...."เค้าบอกว่า คิดในทางที่ดี ก็อย่าให้มันทำอะไรมากนัก"
ใ้ห้บ้านเมืองชลอตัวดี่กว่าถอยหลัง...


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Surachai Chantosakun ที่ 25 ธันวาคม 2550, 13:58:43
หลายคน หลายความคิด ฟังแล้วก็เครียดครับ
แล้วอะไรที่มันจะดีสำหรับบ้านเมืองเรา
เฮอ! กลับไปบวชดีกว่า


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 25 ธันวาคม 2550, 15:14:18
ไม่ซีเรียสเท่าไหร่ครับ ที่ชมภู่จะได้เป็นนายกฯ
เพราะแกไม่สามารถจะครอบงำรัฐสภาแบบเบ็ดเสร็จ แบบทักษิณได้หรอก
เพราะฝ่ายตรงข้ามก็มีคะแนนสูสี
อาศัยให้รัฐสภาคานอำนาจกันเองไปก่อน แม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่การคานอำนาจที่บริสุทธิ์นักก็ตาม
แต่ก็ยังไม่เลวร้ายเท่ากับการโดนผูกขาดโดยพรรคเดียว

แต่ถ้าคนนั้นคนนี้ไม่พอใจ แล้วเอะอะก็จะก่อม็อบไล่ :?
ผมว่าสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายขึ้น
(แต่ถ้าก่อม็อบเพื่อต่อรองด้านนโยบายเฉยๆ แบบพวกม็อบ กฟผ. อันนี้ผมเห็นด้วย แต่ต้องไม่ใช่การชูธงไล่รัฐบาล)


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: MiA_แม่แย้มเจ้าค่ะ ที่ 25 ธันวาคม 2550, 18:05:24
ตอนนี้มาภาวนาให้ฝ่ายค้านสายแข็ง....
อย่างน้อยก็จะได้ขัดแข้งขัดขาเวลาคนจะทำชั่ว....
จะได้ทำชั่วได้ลำบากนิดนึง...


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: นายป้อ ที่ 25 ธันวาคม 2550, 21:34:02
:oops: เห็นด้วยกับ อ. โอ...นะครับ....ใจเย็นๆๆไว้ก่อน....


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: too ที่ 26 ธันวาคม 2550, 09:54:16
เพิ่งอ่านบทความนี้มา

สัมภาษณ์ ‘ธเนศวร์ เจริญเมือง’: มอง ‘การเลือกตั้ง’ จากมุม ‘ท้องถิ่น’
http://www.prachatai.com/05web/th/home/10689


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: party ที่ 26 ธันวาคม 2550, 10:08:34
อ้างจาก: "myfavchansons"
อ้างจาก: "นายป้อ"
:oops: พลังประชาชนสู้ๆๆ...(แมร่งได้ไงวะ...ไอ้..ม...เป็น..นายก...)...เฮ้อ...

....สาธุ..พระเสื้อเมืองพระป้องเมือง...ขอให้มันตั้งพรรคการเมืองไม่ได้....สาธุๆๆๆ........



สาธุด้วยคนได้ไหมคะ...พี่ป้อ
เมื่อคืนนี้...ฟังข่าวไป....กินข้าวไป.....แทบกินไม่ลง


อาการเดียวกันเลย เหอ เหอ เซ็งเครียดเลย บุคคลิกเค้าไม่เหมาะสำหรับเป็นนายกอะ คำพูดคำจาไมสามารถทำให้คนปรองดองกันได้ ขนาดทำกับข้าวยังขี้บ่นเลย นับประสาอะไรกับบ้านเมือง เหอ เหอ

ภาวนาขอให้จัดตั้งไม่ได้  :lol:  :lol:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 26 ธันวาคม 2550, 10:29:37
น้องปาร์เค้าเรียกรายการนี้กันว่า

"แหลกไป หล่าไป" อ่ะครับ  :D


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 26 ธันวาคม 2550, 10:37:12
ลุ้นช่วยไม่ให้ น้าชมพู่เป็นนายก ..

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9500000153520

 
อ้างถึง   

"หมัก"ส่อแห้วเก้าอี้นายกฯ เหตุขาดคุณสมบัติ เคยถูกศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา คดีหมิ่นฯรองผู้ว่าฯ กทม. ผิดรัฐธรรมนูญ ม.174(5) เทียบเคียง"สมหมาย ภาษี"อดีต รมช.คลังที่ตกเก้าอี้หลังศาลสั่งจำคุกคดีสั่งพักงานผู้บริหาร บทด.
       
       นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น เปิดเผยในรายการ"รู้ทันประเทศไทย" ทาง เอเอสทีวี เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.ว่า นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนไม่มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน เนื่องจากขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ
       
       ทั้งนี้ มาตรา 174 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ได้กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนที่จะเป็นรัฐมนตรี โดยใน (5) ของมาตราดังกล่าวได้ระบุว่า ต้องไม่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีก่อนได้รับแต่งตั้ง เว้นแต่ ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
       
       นายวีระกล่าวต่อว่า นายสมัครนั้น เคยถูกคำพิพากษาจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในคดีหมิ่นประมาทนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 12 เม.ย.2550 ที่ผ่านมา (อ่านรายละเอียดข่าว “สมัคร-ดุสิต” ติดคุก 24 เดือน! ไม่รอลงอาญา)
       
       การถูกคำพิพากษาจำคุกดังกล่าวถือว่านายสมัครขาดคุณสมบัติแล้ว จะอ้างว่าคดียังไม่ถึงที่สุดไม่ได้ เพราะถ้าให้คดีถึงที่สุดจึงจะขาดคุณสมับติ ก็จะต้องะบุให้ชัดเจน เหมือนกับกรณีคุณสมบัติ ส.ส.ในมาตรา 106 (11) ที่ว่า สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง เมื่อต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แม้จะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่เป็นการรอการ ลงโทษในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท
       
       นอกจากนี้ คดีที่นายสมัครถูกสั่งจำคุกนั้น ก็ไม่ใช่ความผิดโดยประมาท เพราะเป็นการจงใจพูดให้คนอื่นเสียหาย รวมทั้งไม่ใช่ความผิดลหุโทษซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
       
       นายวีระกล่าวต่อว่า คดีของนายสมัครสามารถเทียบเคียงได้กับคดีนายสมหมาย ภาษี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ถูกศาลพิพากษาจำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา ในความผิดฐานใช้อำนาจสั่งพักงานอดีตรองผู้อำนวยการบริษัทไทยเดินเรือทะเล จำกัด(บทด.) โดยมิชอบ ทำให้ขาดจากความเป็นรัฐมนตรีทันที (อ่านข่าว“สมหมาย ภาษี” ติดคุก 2 ปี พ้นสภาพรัฐมนตรี-ลั่นอุทธรณ์สู้)
       
       "เพราะฉะนั้น คุณสมัครเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ และก็เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้เช่นกัน เพราะคำว่ารัฐมนตรีรวมความถึงนายกฯด้วย ซึ่งเรื่องนี้คุณสมัครไม่ต้องมาโกรธผม ถ้าไม่เป็นายกฯ เพราะแกทำตัวเอง ที่ไปหมิ่นประมาทเขา"
       
       นอกจากนี้ นายวีระกล่าวอีกว่า หากนายสมัครรู้อยู่แก่ใจแล้วว่า ตนเองไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ยังไปหาเสียงบอกกับประชาชนว่าให้เลือกตัวเองมาเป็นนายกรัฐมนตรี นายสมัครก็จะมีความผิดตามมตรา 53 (3) ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ฐานหลอกลวงให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครด้วย


... :o


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: mmwindoo_79 ที่ 26 ธันวาคม 2550, 11:50:48
ก็มันโดนสั่งคุกไปแล้ว ทำไมลอยหน้าลอยตาอยู่ได้เนี่ย
หรือมันอยู่ในระหว่างอุธรณ์?

ว่าแต่ เห็นด้วยกะอาจานโอ หากไอ้หมักจะเป็นนายก ก็ช่างแม่ม
ในอีกด้านนึง เดี๋ยวพี่แกก็แพ้ภัยตัวเอง
เพราะเรื่องที่ถนัดของพรรคพลังประชาชวย คือสร้างรายได้(เข้ากระเป๋าตัวเอง)
แต่เรื่องที่หมักถนัด คือ ทะเลาะกับชาวบ้านครับ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 26 ธันวาคม 2550, 18:39:02
Democracy is from Fr. démocratie, via late L. from Gk dUmokratia, from dUmos ‘the people’ + -kratia ‘power, rule’.

Democracy = The People + Power = พลังประชาชน

ตอนแรกๆที่รู้ข่าว ก็รู้สึกแบบเดียวกับพ่อแม่พี่น้องแหละครับ เบื่อและท้อแท้มากๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็เลยนั่งคิด นั่งหาว่า ไอ้ประชาธิปไตย เนี่ย มันดีจริงๆหรือ เพราะกับสิ่งที่เกิดขึ้น วันนี้มันไม่เป็นไปอย่างที่คิด และเฝ้าหวัง แล้วไอ้คำว่า เผด็จการเนี่ย มันเลวร้ายจริงๆหรือไม่ ยิ่งคิดยิ่งค้น ผมเองกลับยิ่งเข้าใจว่า จะดีหรือชั่ว นั้น มันไม่ได้อยู่ที่ระบบ หรือวิธีการ แต่มันขึ้นอยู่กับความเหมาะสมมากกว่า ไม่ได้เป็น สัจนิรันดร์ว่าแบบไหน จะดีจะเลว เสมอไป

แต่ที่แน่ๆคือ ประชาธิปไตย คือ พลังและสิทธิของประชาชน แต่ไม่ใช่ของทุกคน เป็นของประชาชนส่วนใหญ่ นานมาแล้วที่ตัวผมเอง และเพื่อนหลายๆคน ยืนอยู่ในข้างที่เรียกว่า ส่วนใหญ่ หรือเสียงข้างมาก เราเลยไม่ค่อยรู้สึก ถึงด้านมืดของประชาธิปไตย

พอมาวันนี้สังคมไทยมีการจัดเรียงตัวซะใหม่ แล้วก็มีคนพยายามเพิ่มเส้นแดนแห่ง ความแตกต่างของคนในสังคมของเรา ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยคำว่า รากหญ้า (คาดว่า มาแทนที่คำว่าบ้านนอก นี่เอง แต่ได้ผลมากกว่า เพราะรวมถึงพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกท่านด้วย) โดยเค้ายิ่งพยายามเน้นเสมอว่า นี่คือรากหญ้า นี่คนกรุง จนวันนี้พี่น้องของเราแตกออกเป็น สองกลุ่มอย่างชัดเจน (คล้าย 16ตุลา เนอะ มีฝั่งนักศึกษา กะ ฝั่งประชาชน)

ซึ่งคนทั้งสองกลุ่มนี้ ถูกสร้างให้มี อุดมการณ์และทัศนคติในการดำเนินชีวิต ต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยสิทธิเสรีภาพทางการคิด และ ในการดำเนินชีวิต ถือเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญของคนที่เรียกตัวเองว่า คนมีการศึกษา ส่วนคนที่เรียกว่ารากหญ้านั้น ปากท้องคือ เรื่องที่สำคัญที่สุด

นานเท่าไหร่แล้วที่พ่อแม่พี่น้องในชนบท ต้องอยู่แบบอดๆอยากๆ แล้วนานเท่าไหร่แล้วที่คนที่เรียกว่า คนมีการศึกษาอยู่กันแบบสบาย มีคุณภาพชีวิตที่สูงกว่า ต้องยอมรับครับว่า นี่คือผลพวงของอมาตยธิปไตย ที่ยาวนาน พอวันนี้มีคนเห็นช่องว่าง เลยโดนเจาะเข้าอย่างจัง ต้องยอมรับครับว่าคนส่วนใหญ่ ในประเทศ กำลังลำบาก ต้องการคนมาดูแลเรื่องปากท้อง เค้าก็เลยแสดงพลังให้เห็นแล้วว่า พวกเค้าก็มีตัวตนนะ มีพลัง มีสิทธิในประเทศนี้ เหมือนกับเราทุกคน ประเทศนี้ไม่ได้เป็นของคนมีการศึกษา อย่างเดียวและที่สำคัญ คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ คือคนจน คนรากหญ้า ไม่ใช่คนมีการศึกษา

เอาน่าลองดูซะที ว่าคนส่วนใหญ่เค้าจะเอาไงต่อ

จากเสียงส่วนน้อย

ป.ล. เมื่อวานนั่งดูข่าวBBC ท่านอดีตนายก ทักษิณ ออกมาให้สัมภาษณ์ที่อังกฤษ แล้วว่า นี่คือชัยชนะของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศไทย และบอกว่าจะกลับไทย วันวาเลนไทน์ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 27 ธันวาคม 2550, 01:18:20
บางทีบทความที่นักเขียนเขาวิเคราะห์ ตีความเอง ก็อาจจะอธิบายได้ว่า ทำไม น้าชมพู่จึงไม่มี คุณสมบัติ

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9500000153830

เรื่องการตีความ การวิเคาระห์ ถ้า ศาล ไม่ตีความจนถึงที่สุด ก็ยังเชื่อไม่ได้นัก

แต่ที่น่าจะเชื่อได้ คือ การยกเอาข้อความของมาตรากฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้ามา  ให้อ่านกัน

 :o


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: MiA_แม่แย้มเจ้าค่ะ ที่ 27 ธันวาคม 2550, 01:35:18
ขอบคุณพี่ๆทุกคนเลยนะคะที่ขยันเข้ามาแสดงทัศนะและก็เอาบทความมาแปะให้อ่าน
ช่วยเด็กหลังเขาอย่างแยมได้เยอะเลยค่ะ....
เพราะหนังสือพิมพ์แยมก็ไม่ค่อยมีเวลาอ่าน (เพราะช่วงนี้สอบ)
แล้วดันเป็นคนไม่ดูทีวีอีก....

พี่ๆหมั่นมาแสดงทัศนะกันบ่อยๆนะคะ....   แยมจะได้ออกจากกะลาได้บ้าง  :o


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 27 ธันวาคม 2550, 15:37:57
จริงๆต้องให้การศึกษากับประชาชนก่อนให้ประชาธิปไตยครับ..

ผมไม่ค่อยเห็นด้วยซักเท่าไหร่ เรื่องการเท่าเทียมกันของสิทธิ์ในสังคม ผมเสียภาษีปีละเท่าไหร่..ทำงานงกๆ..เรียนมากว่าจะจบ แต่บ้านเราให้คนเมาเข้าไปกาเลือกผู้แทนได้ โดยมีสิทธิ์ 1 เสียงเท่ากับผม..

บางทีมันดูเหมือนเป็นความคิดที่โหดร้ายว่าเป็นการแบ่งชั้นวรรณะ แต่พวกเรียนสูง มีความสามารถ..แมร่งงงก็ทำงาน แต่งงานช้า แถมไม่มีลูก..พวกลูกน้องผม ไม่มีเงิน กู้เงิน ขอทำเรื่องยกหนี้ ธกส. แบมือขออย่างเดียว..มันทำลูกกันเก่งอิ๋บอ๋าย...

พอยกมือทีไร..พวกมันก็ชนะ..ทีนี้พอโดนนโยบายที่ถูกใจ..ไปกันใหญ่ครับพี่น้อง..

บัณฑิตทำอะไรกันอยู่ครับ..นอกจากพิมพ์กันอยู่ตามเวปพันธุ์ทิป..

ต้องช่วยกันครับพี่น้อง เริ่มจากคนใกล้ตัว..อย่าให้กุลีครองเมืองครับ..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 27 ธันวาคม 2550, 15:59:21
อ้างจาก: "ppornson"
จริงๆต้องให้การศึกษากับประชาชนก่อนให้ประชาธิปไตยครับ..

ผมไม่ค่อยเห็นด้วยซักเท่าไหร่ เรื่องการเท่าเทียมกันของสิทธิ์ในสังคม ผมเสียภาษีปีละเท่าไหร่..ทำงานงกๆ..เรียนมากว่าจะจบ แต่บ้านเราให้คนเมาเข้าไปกาเลือกผู้แทนได้ โดยมีสิทธิ์ 1 เสียงเท่ากับผม..

บางทีมันดูเหมือนเป็นความคิดที่โหดร้ายว่าเป็นการแบ่งชั้นวรรณะ แต่พวกเรียนสูง มีความสามารถ..แมร่งงงก็ทำงาน แต่งงานช้า แถมไม่มีลูก..พวกลูกน้องผม ไม่มีเงิน กู้เงิน ขอทำเรื่องยกหนี้ ธกส. แบมือขออย่างเดียว..มันทำลูกกันเก่งอิ๋บอ๋าย...

พอยกมือทีไร..พวกมันก็ชนะ..ทีนี้พอโดนนโยบายที่ถูกใจ..ไปกันใหญ่ครับพี่น้อง..


บัณฑิตทำอะไรกันอยู่ครับ..นอกจากพิมพ์กันอยู่ตามเวปพันธุ์ทิป..

ต้องช่วยกันครับพี่น้อง เริ่มจากคนใกล้ตัว..อย่าให้กุลีครองเมืองครับ..


สิทธิในชีวิตด้านอื่นๆ ผมเห็นด้วยว่าทุกคนควรเท่ากัน...ยกเว้นสิทธิในการเลือกตั้ง
มันมีแนวคิดนึงกล่าวว่า หากให้ที่ไหนเสียภาษีเยอะ ที่นั่นสมควรมีผู้แทนได้มาก
เพราะคนเสียภาษี เค้าจะรู้ถึงสิทธิในการตรวจสอบผู้แทนไปด้วยในตัว(นอกจากสิทธิการเลือกผู้แทน)  และผู้แทนจากคนกลุ่มนี้มักจะเป็นผู้แทนของกลุ่มจริงๆ
ต่างกับพวกระดับล่างที่ส่วนมากสักแต่ว่าเลือกเข้าไป ผู้แทนที่มาจากคนกลุ่มนี้จึงไม่ค่อยเป็นผู้แทนของกลุ่มหรือชนชั้นเท่าไหร่  สังเกตมั้ยเวลามีการคุกคามชุมชนหรือท้องถิ่นของชนกลุ่มรากหญ้าจากนโยบายรัฐ(เช่นกรณีตัดถนนหรือสร้างโรงงานผ่านที่ดินชาวบ้าน โดยไม่ทำประชาพิจารณ์) ไม่เคยมีผู้แทนคนไหนในท้องที่นั้นๆ มาช่วยเป็นปากเป็นเสียงให้คนท้องที่เลย? :!:

แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องไปจำกัดสิทธิด้านอื่นๆ
เพราะถ้าเราเป็นพวกรากหญ้า เราคงไม่อยากให้คนชั้นกลางหรือชั้นสูงที่ไหนมาเอาเปรียบหรอก  แบบกรณีไอ้หมาแฮม ไอ้ดวงฉลวย หรือกรณียายไฮ ฯลฯ น่ะ :roll:

ขณะที่ชนชั้นรากหญ้ากลุ่มนึงกำลังมีพฤติกรรมที่ก่อปัญหา(แบบที่คุณ ppornson ว่ามา)
คนรากหญ้าอีกจำนวนหนึ่งต้องเผชิญกับการถูกคุกคามวิถีชีวิต โดยกลุ่มทุนหรือกลุ่มราชการบางพวก เช่น การคุกคามแบบPassive(เช่นการโฆษณาสินค้าหรือเงินกู้เพื่อหลอกให้เขาเป็นหนี้) หรือการคุกคามแบบActive เช่นกรณีที่ภาครัฐจะไปก่อตั้งอะไรในเขตที่อยู่พวกเขา โดยที่พวกเขาไม่เห็นด้วยกับโครงการนั้นๆ :x
คนกลุ่มหลังก็โดนชนชั้นนำ ด่าทอว่า ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม แล้วชนชั้นกลาง(บางพวก) ก็ไปผสมโรงด่าทอด้วย(ซึ่งมันเป็นคำกล่าวหาที่ไม่แฟร์นัก)  และผมเชื่อว่ามาจากการศึกษาที่ปลูกฝังจริยธรรมแบบคับแคบเกินไป
อย่าลืมว่าตามหลักกฏหมายที่พัฒนาแล้ว > ผลประโยชน์ส่วนรวม จะมาคุกคามสิทธิในปัจจัยจำเป็น(ของบุคคล) ไม่ได้  เช่น คนในเมืองมีไฟฟ้าใช้มากขึ้น แต่คนกลุ่มนึงถูกไล่ที่(เพื่อสร้างโรงไฟฟ้า)จนบ้านแตก มันก็ไม่แฟร์เหมือนกัน :?

ทีนี้บางคนอาจเอากรณีที่ทหาร ตำรวจ ต้องสละชีพเพื่อชาติ หรือเพื่อสังคม มาอ้าง
แต่อย่าลืมว่า เรามีสิทธิ์เลือกที่จะเป็นหรือไม่เป็นทหารตำรวจก็ได้ อาชีพแบบนี้มันอยู่ที่ใจด้วย
ไม่ใช่เอาค่านิยมไปบังคับว่า ให้คนทุกคนต้องมีอุดมการณ์อย่างในอุดมคติแบบนั้น


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกพิ้ง ที่ 27 ธันวาคม 2550, 16:39:49
อ้างจาก: "ppornson"
จริงๆต้องให้การศึกษากับประชาชนก่อนให้ประชาธิปไตยครับ..

..


 8) เห็นด้วยกับเรื่องของการให้การศึกษา....คนเรา...หากมีความรู้และนำความรู้นั้น...

มาใช้ประโยชน์ในทางที่ถูกต้อง...ก็จะช่วยในการพัฒนาบ้านเมืองให้ดีขึ้นมาได้....


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 27 ธันวาคม 2550, 18:15:00
อ้างจาก: "ppornson"
จริงๆต้องให้การศึกษากับประชาชนก่อนให้ประชาธิปไตยครับ..


read for too long just searching for this sentence!
thank you ka Nong Pornson...the education is the most needed thing in democracy...how to make people dare to express out their right.
p.nn


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 27 ธันวาคม 2550, 18:46:33
อ่านแล้วเครียดจัง

แล้วพวกมาร์กซิส นี่ ก็ก่อมาจากระดับรากหญ้าใช่ไหม


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 27 ธันวาคม 2550, 19:16:31
ลองอ่านนี่ดูสักนิด :wink: เป็นเวบของเพื่อนผมคนหนึ่ง
เงินที่ลอยมาจากสวรรค์
http://nutmaemo.spaces.live.com/?_c11_BlogPart_BlogPart=blogview&_c=BlogPart&partqs=amonth%3d5%26ayear%3d2007

จะทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่า คนมีการศึกษา มีรายได้ ก็ยังพยายามเอาเปรียบงบประมาณชาติ จากภาษีของชนชั้นกลางด้วยกันเองด้วย :?:

อ้างจาก: "nutmaemo"
เพิ่งรับสายตรงจากแดนผู้ดีของรุ่นพี่ที่สนิทชิดเชื้อคนหนึ่ง บอกข่าวว่า ในที่สุดทางผู้มีส่วนรับผิดชอบในการจัดสรรเงินทุนให้นักเรียนรัฐบาล ก็ยอมโอนอ่อนผ่อนตาม ความประสงค์ของบรรดานักเรียนทุนหลายคน

ยอมให้ระยะเวลาการชดใช้ทุนโดยการทำงานในภาครัฐหดลงเหลือแค่เพียงเท่าเดียว จากที่เคยกำหนดไว้สองเท่า ... ตัวอย่างเช่น ถ้าไปเรียนเมืองนอกเมืองนาด้วยทุนของรัฐบาล 4 ปี ให้กลับมาใช้ทุน 4 ปี จากเดิมที่เคยกำหนดไว้ 8 ปี ... ทั้งนี้ แหล่งข่าว กระซิบมาว่า เพื่อลดปัญหานทร. (นักเรียนทุนรัฐบาล) หนีการชดใช้ทุน ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยๆในระยะหลังๆ อีกนัยหนึ่งก็คือเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจสำหรับนักเรียนทุน

ถามถึงปฏิกิริยาของเพื่อนนักเรียนทุนด้วยกัน แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวว่า เต็มไปด้วยเสียงสรรเสริญ หลายคนที่คิดจะหนีทุนอยู่รอมร่อ เปิดใจด้วยความโล่งใจว่า มาตรการใหม่นี้ราวกับพระเจ้ามาโปรด

ชั่วโมงกว่าๆ ของการสนทนาประเด็นที่ร้อนฉ่าเรื่องนี้ จบลงที่ความอนาถใจของสองสาวทั้งต้นสายและปลายสาย

สำหรับตัวคนเขียนเอง เหตุผลของผู้มีส่วนรับผิดชอบ สะท้อนให้เห็นว่า จำนวนคนที่หนีทุน (โดยการชดใช้เงินแทนการทำงานในภาครัฐ) คงจะเพิ่มขึ้นมาก และคงเป็นปัญหาที่น่าหนักใจไม่น้อย จนบีบให้มาตรการนี้ต้องถูกเข็นออกมา ทั้งๆที่ภาครัฐก็คงจะไม่ค่อยเต็มใจนัก

แม้จะรู้ซึ้งดีถึงความจำเป็นเบื้องหลัง แต่ก็อดเศร้าใจแทนประชาชนผู้เสียภาษีเงินได้ให้กับสยามประเทศแห่งนี้ไม่ได้

เงินทุนปีละเป็นล้านสำหรับนักเรียนคนหนึ่ง  มาจากเงินของคนไทย 60 กว่าล้านคน ซึ่งบางคนมีเงินเดือนต่ำกว่าเส้นเกณฑ์มาตรฐาน

หลายคนอาจจะเถียงว่า ก็ในเมื่อเงินเดือนต่ำกว่าเส้นมาตรฐาน แล้วทำไมต้องเสียภาษี ...อันนี้ก็อย่าลืมว่า ในโลกนี้ไม่ได้มีแต่ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากแต่มีทั้งภาษีที่ดิน ภาษีโรงเรือน ภาษีสรรพสามิตของร้านค้า ไปจนถึงราคาสินค้าก็มีการบวกภาษีอยู่ในนั้นเสร็จสรรพ

หรือก็คือ รวมเงินจากทั้งกรรมกร ชาวนา ชาวไร่ ในประเทศสารขันธ์แห่งนี้ ลงเงินคนละนิดคนละหน่อย บวกกับของชนชั้นกลางผู้มีเงินได้มากบ้างน้อยบ้าง ... เป็นจำนวนเงินที่นักเรียนทุนได้นำไปใช้

พูดอีกทีก็คือ เงินทุนที่ว่านี้ เป็นเงินที่เขาอุทิศมาให้ โดยผ่านการ “ขอ” ทุนของนักเรียนทุน แนวคิดแบบนี้อาจจะกลับกันกับของนทร.บางส่วนที่มองว่า เงินทุนเป็นเงินได้ตอบแทนมันสมองอันชาญฉลาด เพื่อใช้ในการแสวงหาโอกาสในภายภาคหน้า

การแสวงหาโอกาสไม่ใช่เรื่องผิด ...สมองจะชาญฉลาดกว่าคนอื่นก็ไม่ใช่เรื่องผิด ...แต่ขอให้รู้ว่าเงินก้อนนั้นไม่ได้หล่นลงมาจากสวรรค์ชั้นฟ้า

เป็นเงินที่รัฐคาดหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่า นทร.จะได้ศึกษาหาความรู้และประสบการณ์อย่างสุดจิตสุดใจ เพื่อนำความรู้นั้นกลับมาพัฒนาประเทศ และคำว่า “ประเทศ” นั้นก็ไม่ได้มีความหมายแคบๆเพียงแค่ว่า กลับมาทำงานในภาครัฐก็จบกัน

 แต่หมายถึงการ “พัฒนา” คนรุ่นหลัง (อาจจะโดยการให้ความรู้) “พัฒนา” คุณภาพชีวิต ชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่เป็นเจ้าของหยาดเหงื่อแรงงานที่กลั่นออกมาเป็นภาษี “พัฒนา” องค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ทั้งเชิงรูปธรรมและนามธรรมกับบ้านนี้เมืองนี้


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: too ที่ 28 ธันวาคม 2550, 01:49:24
พูดถึงให้การศึกษา แล้วพอมาดูความเห็นพี่โอ ทำให้ต้องกลับมาคิดว่า

การศึกษาที่เราๆ ท่านๆ ได้รับมานั้น มันช่วยให้เรามีจิตสำนึกสาธารณะด้วยหรือไม่

มีหลายกรณี ที่คนการศึกษาสูง กลับมาเอารัดเอาเปรียบชาวบ้านที่จ่ายภาษีให้เขาเล่าเรียน

แล้วมันผิดพลาดมาตั้งแต่ตรงไหนเนี่ย  :(


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 28 ธันวาคม 2550, 10:09:33
อ้างจาก: "Mr.EggMan"
Democracy is from Fr. démocratie, via late L. from Gk dUmokratia, from dUmos ‘the people’ + -kratia ‘power, rule’.

Democracy = The People + Power = พลังประชาชน

ตอนแรกๆที่รู้ข่าว ก็รู้สึกแบบเดียวกับพ่อแม่พี่น้องแหละครับ เบื่อและท้อแท้มากๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็เลยนั่งคิด นั่งหาว่า ไอ้ประชาธิปไตย เนี่ย มันดีจริงๆหรือ เพราะกับสิ่งที่เกิดขึ้น วันนี้มันไม่เป็นไปอย่างที่คิด และเฝ้าหวัง แล้วไอ้คำว่า เผด็จการเนี่ย มันเลวร้ายจริงๆหรือไม่ ยิ่งคิดยิ่งค้น ผมเองกลับยิ่งเข้าใจว่า จะดีหรือชั่ว นั้น มันไม่ได้อยู่ที่ระบบ หรือวิธีการ แต่มันขึ้นอยู่กับความเหมาะสมมากกว่า ไม่ได้เป็น สัจนิรันดร์ว่าแบบไหน จะดีจะเลว เสมอไป

แต่ที่แน่ๆคือ ประชาธิปไตย คือ พลังและสิทธิของประชาชน แต่ไม่ใช่ของทุกคน เป็นของประชาชนส่วนใหญ่ นานมาแล้วที่ตัวผมเอง และเพื่อนหลายๆคน ยืนอยู่ในข้างที่เรียกว่า ส่วนใหญ่ หรือเสียงข้างมาก เราเลยไม่ค่อยรู้สึก ถึงด้านมืดของประชาธิปไตย

พอมาวันนี้สังคมไทยมีการจัดเรียงตัวซะใหม่ แล้วก็มีคนพยายามเพิ่มเส้นแดนแห่ง ความแตกต่างของคนในสังคมของเรา ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยคำว่า รากหญ้า (คาดว่า มาแทนที่คำว่าบ้านนอก นี่เอง แต่ได้ผลมากกว่า เพราะรวมถึงพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกท่านด้วย) โดยเค้ายิ่งพยายามเน้นเสมอว่า นี่คือรากหญ้า นี่คนกรุง จนวันนี้พี่น้องของเราแตกออกเป็น สองกลุ่มอย่างชัดเจน (คล้าย 16ตุลา เนอะ มีฝั่งนักศึกษา กะ ฝั่งประชาชน)

ซึ่งคนทั้งสองกลุ่มนี้ ถูกสร้างให้มี อุดมการณ์และทัศนคติในการดำเนินชีวิต ต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยสิทธิเสรีภาพทางการคิด และ ในการดำเนินชีวิต ถือเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญของคนที่เรียกตัวเองว่า คนมีการศึกษา ส่วนคนที่เรียกว่ารากหญ้านั้น ปากท้องคือ เรื่องที่สำคัญที่สุด

นานเท่าไหร่แล้วที่พ่อแม่พี่น้องในชนบท ต้องอยู่แบบอดๆอยากๆ แล้วนานเท่าไหร่แล้วที่คนที่เรียกว่า คนมีการศึกษาอยู่กันแบบสบาย มีคุณภาพชีวิตที่สูงกว่า ต้องยอมรับครับว่า นี่คือผลพวงของอมาตยธิปไตย ที่ยาวนาน พอวันนี้มีคนเห็นช่องว่าง เลยโดนเจาะเข้าอย่างจัง ต้องยอมรับครับว่าคนส่วนใหญ่ ในประเทศ กำลังลำบาก ต้องการคนมาดูแลเรื่องปากท้อง เค้าก็เลยแสดงพลังให้เห็นแล้วว่า พวกเค้าก็มีตัวตนนะ มีพลัง มีสิทธิในประเทศนี้ เหมือนกับเราทุกคน ประเทศนี้ไม่ได้เป็นของคนมีการศึกษา อย่างเดียวและที่สำคัญ คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ คือคนจน คนรากหญ้า ไม่ใช่คนมีการศึกษา

เอาน่าลองดูซะที ว่าคนส่วนใหญ่เค้าจะเอาไงต่อ

จากเสียงส่วนน้อย

ป.ล. เมื่อวานนั่งดูข่าวBBC ท่านอดีตนายก ทักษิณ ออกมาให้สัมภาษณ์ที่อังกฤษ แล้วว่า นี่คือชัยชนะของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศไทย และบอกว่าจะกลับไทย วันวาเลนไทน์ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด



เรื่องพวกนี้นะครับ เถียงกันไม่จบ

ผมก็ชาวอิสาน ทำนามาแต่เด็ก

คนใต้ก็จน เช่นกัน ...

ที่รู้สึกแย่คือ ไอ้เห้พวกนี้ ไม่ว่าฝ่ายไหน ไม่เคยเข้าใจ พื้นฐานคนไทย แต่ละภาคเลยสักนิด

ไม่เคยมาศึกษา หาทางแก้ไข

ถ้าในหลวงท่าน ไม่ทำโครงการพระราชดำริต่าง ๆ ป่านนี้ บ้านเมือง แย่กว่านี้เยอะ

แต่ไอ้ เห้ พวกนี้ อาศัยแต่ อ้างชื่อ แล้วเรียกคะแนนเสียง ...
ได้เสียงมาจากความไม่รู้ + ความกลัว + ความรัก + ความเกลียด ของคน ที่ไม่ค่อยรู้ เท่าไรนัก
แล้วมากอบโกย ...
ถ้าดูดี ๆ แล้ว ไอ้ประชานิยมนี้ละ ทำให้คนไทยจนลง ... หนี้สินเพิ่ม

และยิ่งมีความรู้สึกแย่ ๆ อีก ... พอหนี้สินเพิ่ม แล้วไม่จ่าย ก็กลายเป็นหนี้เสีย พอหนี้เสีย ก็เอาเงินภาษีมาโปะ
แล้วภาษีที่มามาจากใคร ...  ผมว่า ก็รู้ ๆ กันอยู่
ดูสัดส่วนการจ่ายภาษีก็ได้ ว่า โซนไหนจ่ายภาษีเยอะ  จากส่วนไหนจ่ายภาษีเยอะ

...

คนที่เรียกร้อง ก็ควรเรียกร้องในสิ่งที่ควร ไม่ใช้อะไร ๆ ก็อ้างว่า ไม่เห็นหัว ไม่ช่วยเหลือ ทั้ง ๆ ที่ ไม่คิดที่จะช่วยตัวเองก่อนเลย
คนที่ดูแล ก็ต้องเข้าไปศึกษาให้เข้าใจจะได้ รู้ว่าต้องให้ยาอย่างไร ..


อย่างข่าวนี้นะ
http://www.bangkokbiznews.com/2007/12/28/WW10_WW10_news.php?newsid=215936
ถ้าจริงขึ้นมา ก็พิสูจน์ได้เลยว่า สุดท้ายไอ้พวกนี้ก็เข้ามาทางป้องกันตัวเองก่อนเลย  ... ไม่คิดถึงคนที่เลือก ๆ มันมาเลย
และที่ผมเป็นห่วงที่สุดคือ ภาคใต้ และการเงิน ...


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: wat ที่ 28 ธันวาคม 2550, 11:47:56
เคยอ่าน Chaos Theory ผ่านๆนะครับ ถ้านำหลักการนี้มา ประยุกต์กับการเมือง ก็น่าจะประมาณ

--- การเมืองมีระเบียบรูปแบบเก่าอิ่มตัว > สู่ความไร้ระเบียบโกลาหล(Chaos) > เปลี่ยนเป็นระเบียบการเมืองรูปแบบใหม่(ที่เป็นระเบียบ) ---

ถ้าพูดภาษาวรรณกรรมจีนก็ประมาณ

"บ้านเมืองเมื่อยามสงบ ก็เป็นศึก เมื่อเป็นศึก ก็กลับสงบ หมุนเวียนเป็นวัฏจักร"

พวกเราอาจจะอยุ่ในช่วงของ ความไร้ระเบียบโกลาหล(หรือเปล่า) ยังไงก็ต้องอดทดฝ่าฟันให้พ้นผ่าน เพื่อเข้าสู่ระเบียบใหม่ (New Order) หรือ ไร้ระเบียบจนสิ้นชาติ  :shock:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: mmwindoo_79 ที่ 28 ธันวาคม 2550, 12:14:09
นั่นเป็นประโยคแรกที่หลอกว้านจงเขียนในเรื่องสามก๊กเลย 700กว่าปีละ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: นายป้อ ที่ 29 ธันวาคม 2550, 00:02:00
:oops: ทุกสิ่งทุกอย่างเป็น...อนัตตา...

.....มีสูงสุด...รุ่งเรืองขีดสุด....ก็มีตกต่ำสุด....เหมือน...กรุงสุโขทัย....

....และกรุงศรีอยุธยา.....หรืออีกหลายๆที่......ทำใจให้สบายดีกว่า....

....ธรรมเป็นบั้นปลายของชีวิต......


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 29 ธันวาคม 2550, 11:26:42
แจ่มมากๆเลยเพื่อน wat ไม่ได้ยินประโยคนี้มานานแล้ว..

รู้มั๊ยครับ..ว่าทำไมคนงานถึงต้องกลับไปเลือกตั้งที่บ้าน ทั้งๆที่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าได้..

ถ้าคิดแค่รับเงินซื้อเสียง..คิดน้อยไปครับ..มันไม่คุ้มค่ารถเดินทางหรอกครับ..

ประเด็นคือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นหัวคะแนน ต้องกลับไปให้ท่านเหล่านี้เห็นหน้า ถ้าพรรคที่ท่านๆเป็นหัวคะแนนได้รับเลือก..พวกนี้ก็จะมีโอกาสกู้เงินได้..ขอทำโน้นทำนี่ได้..เนื่องจากต้องให้กำนัน ผู้ใหญ่เซ็นต์ค้ำประกัน..

ถ้าไม่โผล่ไปให้เห็นหน้า แล้วพรรคนั้นๆไม่ได้..อดครับ..กู้ก็ไม่ได้..ทำอะไรก็ไม่ได้..

ต่างจังหวัดเป็นอย่างนั้นกันจริงๆ..

แก้นที่ระบบราชการบ้านเราทั้งนั้นครับ..เช้าชามเย็นชาม..เงินแมร่งงงก็จะเอา..ปีใหม่ก็จะเอาเหล้า..งานก็ไม่ทำ..

ราชการที่ดีก็มีนะ..แต่ 7 ปีที่ผมเกี่ยวข้องกับราชการมาตลอด..ผมยังไม่เคยเจอ..

ปฏิวัติระบบราชการ..หมายถึงระบบครูด้วย..การให้การศึกษากับคนในประเทศ ไม่ใช่เอาคนที่ไม่รู้จะเรียนอะไรดีมาเป็นครู..

สมัยเรียนไม่ชอบเรียนวิชาวิทยาศาสตร์บางวิชามั๊ยครับ..ส่วนใหญ่เพราะครูในโรงเรียนสอนไม่รู้เรื่อง..แมร่งงงงจะสอนพิเศษแล้วเอาข้อสอบทีตัวเองจะออกในเทอมนั้นมาสอนเด็กเรียนพิเศษ..

แล้วมันเป็นยังไงกันละครับ..

เจ็บใจมั๊ยครับ..คนเมา..ฉีกบัตรทิ้ง..แต่มีสิทธิ์ 1 เสียงเท่าเราๆท่านๆ..

จารย์โอพูดถูก..สิทธิ์ในการใช้ชีวิตเท่ากัน..แต่สิทธิ์ในการเลือกตั้ง..ควรไม่เท่ากัน..ให้คนดีได้ปกครองประเทศ

เพราะคนดีหน้าไม่ด้านครับ..ทนแรงเสียดทานไม่ได้..พวกหน้าด้านมันอยู่กันได้ครับ..พันธุกรรมถูกออกแบบมาให้อดทนเหมือนแมลงสาบ

ถ้ามีสงครามโลก..สิ่งมีชีวิตที่จะเหลือคือแมลงสาบกับนักการเมืองเลวๆของไทยครับ..มันปรับตัวเก่ง

ตอนนี้มันยังไม่รู้กันเลย..จะเลือกฝ่ายไหนดี..เลือกทางนี้ก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่ เลือกอีกทางก็อาย..ตอบชาวบ้านชาวช่องไม่ได้..มันก็อ้าง สังคมต้องการสมานฉันท์ กรูร่วมรัฐบาลดีกว่า  (เกี่ยวกันตรงไหน..)

เบื่อเต็มทีครับ..ศึกนี้อีกยาวนาน..ผมเป็นส่วนหนึ่งของพลรบด้วย..ช่วยๆกันครับ เผยแพร่ความคิดแบบนี้ไปเยอะๆ..ปากต่อปาก..(ผมคุยกับคนขับแท๊กซี่หลายคนก็เห็นด้วย..)

ทำยังไงให้คนมีปัญญา มีโอกาสเลือกคนมีปัญญาเข้ามาทำงาน..

ช่วยกันเป็นพลศึกครั้งนี้กันด้วยนะครับ..ตราบใดยังไม่ตาย..คงหวังว่าจะได้เห็นนักการเมืองไทยที่ดี..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 29 ธันวาคม 2550, 22:22:29
Nong Aj.O,
write it down here...
what you feel,what you think.---
we think with you!
I follow close after what next...
keep running!
p.nn


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 30 ธันวาคม 2550, 17:51:00
ระบบราชการ มันก็มีส่วนคล้ายระบบการเมืองเหมือนกันแหละครับ

คนที่ขยัน แต่ไม่สอพลอนาย ก็อยู่ลำบาก...แม้ไม่ถึงกับถูกไล่ แต่ก็เหนื่อยใจ เพราะไม่ได้มีรางวัลตอบแทนอะไร
ผมคุยกับพยาบาลรุ่นพี่คนนึงในที่ทำงาน  เค้าบ่นให้ผมฟังว่า มีแพทย์คนนึงที่นัดคนไข้(ในโครงการหนึ่ง)มาตรวจไม่เป็นเวลาแน่นอน  แล้วเค้าต้องเสียเวลาเช็คการนัดผู้ป่วยบ่อยๆ(คนที่เขียน Order นัด เป็นแพทย์  แต่คนที่ต้องตามเคสเป็นพยาบาลที่รับผิดชอบโครงการนี้)
(ปกติจะนัดเดือนละสองครั้ง โดยแยกบุคคลเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกนัดสัปดาห์ที่ 2 อีกกลุ่มนัดสัปดาห์ที่ 4 แต่แพทย์รายนี้มันนัดสะเปะสะปะ ไม่ตรงตามที่เคย)
เค้าบอกว่าแจ้ง ผอ.เข้าที่ประชุมไปแล้ว  ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า :?  ไอ้แพทย์รายนี้ก็ยังดันทุรังจะนัดตามใจตัวเองเหมือนเดิม   ไม่สนใจว่าฝ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องจะยุ่งยากยังไง(ไม่อธิบายเหตุผลด้วย > แต่ก็เชื่อว่าเหตุผลลึกๆของมันก็คือขี้เกียจตรวจคนไข้เยอะๆในแต่ละครั้ง)

ผมเคยแนะนำเค้า(พี่พยาบาล)คนนี้ไปว่า  งั้นก็ลองประชด ไม่นัดผู้ป่วยตามที่เค้าสั่งดูสักหนล่ะ! ให้รู้บ้างว่าจะเป็นไง :twisted: ใครต้องรับผิดชอบมากสุด(จริงๆแพทย์จะต้องโดนหนักสุดอยู่แล้ว ถ้ามีเรื่องฟ้องร้อง)
แต่เค้า(พยาบาลคนนั้น)ก็ไม่กล้าทำ  เพราะไม่อยากให้ผู้ป่วยเดือดร้อน  :!:
คิดดูสิครับ เราจะต้องบ้าจิตสำนึกไปถึงเมื่อไหร่! เพื่อแลกกับการโดนเอาเปรียบ!

คนตั้งใจทำงานโดนเอาเปรียบ  คนหน้าด้านอย่างหนา ลอยนวล  :!:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 30 ธันวาคม 2550, 23:06:35
Nong Aj.O,
may I see it from the sight of the patient??
how can the patient make an appointment in advance??this and that day in the future I will be sick!!so the nurse ,who responeses for this matter needs a really flexibility to arrange the best time for the best available of the docter...am I right??

The same case I met it in the clinic in Germany...and you can imagine that I won't keep my mouth!!the nurse at the counter told me"you call us today and come today,so you need to wait longer"..a silly..a bad argument to let me wait longer....I told her"can I know in advance I will be sick and get sick to make a date two weeks before???"

p.nn :twisted:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 31 ธันวาคม 2550, 01:18:43
ทางเดียวที่เราพอจะทำได้คือ ทำตัวเองให้ดี คิดให้ดี พูดให้ดี ทำให้ดีไว้ ไม่อย่างนั้นก็จะกลายเป็น คนแบบทั่วไปที่เค้าเป็นกันน่ะ

แต่การเมือง ไม่ได้มีความหมายว่าไม่ดี หรือไม่ใช่อะไรที่ไม่ดีหรอกนะ เพียงแต่ การเมืองไม่ว่าจะในแวดวงไหน ก็มักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์ของมนุษย์ เรียกได้ว่า ที่ไหนมีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับคนหมู่มาก ก็จะมีการเมืองตามไปโดยปริยาย

การเมือง คือ กระบวนการและวิธีการ ที่จะได้มาและรักษาการสนับสนุนกิจกรรมที่ทำในนามสาธารณะ หรือกิจกรรมที่มีผลกระทบต่อส่วนรวม

ฮาโรลด์ ลาสเวลล์ นักทฤษฎีการเมืองคนหนึ่ง ได้นิยามการเมืองว่า เป็นการตัดสินว่า "ใครจะได้อะไร เมื่อใด และอย่างไร"

อริสโตเติล (Aristotle) ปรัชญาเมธีชาวกรีกโบราณ ซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งวิชารัฐศาสตร์” ผู้กล่าวไว้ว่า มนุษย์ตามธรรมชาติเป็นสัตว์การเมืองต้องอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มหรือชุมชน อันแตกต่างไปจากสัตว์โลกอื่น ๆ ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ด้วยสัญชาตญาณเป็นหลัก หากแต่มนุษย์ นอกจากจะอยู่ด้วยสัญชาตญาณแล้ว ยังมีเป้าหมายอยู่ร่วมกันอีกด้วย ดังนั้นการอยู่ร่วมกันของมนุษย์จึงมิใช่มีชีวิตอยู่ไปเพียงวันหนึ่ง ๆ เท่านั้น หากแต่เป็นการอยู่ร่วมกันเพื่อจะให้มีชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย เราก็จะมองเห็นภาพของการเมืองในแง่หนึ่งว่าการเมืองนั้นก็คือ การอยู่ร่วมกันของมนุษย์ในชุมชนหรือสังคมเพื่อให้มีความสงบสุข

ดังพระราชดำรัสของ ในหลวงที่ว่า
"การทำให้บ้านเมืองเป็นปกติสุข ต้องส่งเสริมคนดีให้ปกครองบริหารบ้านเมือง และคอยควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจและไม่ให่ก่อความเดือดร้อนวุ่นวาย"

ถ้าคนไทยทำความเข้าใจกับบทความนี้มากๆ ประเทศชาติคงไม่เป็นแบบนี้ จริงๆแล้ว การเมือง คือเรื่องของการปกครองและสร้างการบริหารคนหมู่มาก โดยไม่จำเป็นต้องมีผลประโยชน์นำหน้าเสมอไป แต่ปัจจุบันมีคนนำการเมือง มาบวกกับผลประโยชน์ แล้วเอาหลักการทางการตลาด มาใช้เป็นเครื่องแสวงหา และตักตวงผลประโยชน์ที่น่าจะเป็นของส่วนรวม มาเป็นของตน มันก็เลยทำให้บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ วิธีแก้ที่ดีและได้ผลที่สุดนั้น เชื่อว่าเราทุกท่านนั้นรู้และเคยได้ยินผ่านหูมาแล้วทั้งนั้น หากแต่น้อยคนนักที่จะเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงแก่น ของการเมืองดีดี ที่มนุษย์พึงจะมี

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mouy (Again) ที่ 01 มกราคม 2551, 22:02:03
โอ๊ะ... ม่ายน่าเชื่อ...ว่าน้องไข่เราก็มีสาระกะเค้าด้วย.... ว่าได้ดีครับน้องชาย....นานๆ ได้อ่านที ประทับใจหว่ะ... :wink:

อาจารย์โอ...สู้ๆ.. เข้าใจระบบราชการ เพราะก็เคยไปสัมผัสมาบ้างเหมือนกัน แต่ก็ช่วยหวังว่า วันข้างหน้าจะดีกว่านี้... จากการที่มีคนพูดถึงเรื่องของจริยธรรม และคุณธรรมเพิ่มมากขึ้น ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่ใช่เป็นเพียงลม แล้วผ่านไป.....

การศึกษาของบ้านเราจะพัฒนาขึ้นบ้างไหม... เพื่อที่เด็กยุคใหม่ที่กำลังเรียนอยู่จะได้รับการปลูกฝังในเรื่องที่มีประโยชน์และสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ไม่เสื่อมไปตามกระแสสังคมทุนนิยมที่เล่นในแง่ของการยั่วยุกิเลสของคน ที่กำลังจะพาไปในทางย่ำแย่ อันเนื่องจากเรายังไม่มีความพร้อม...และกำลังสงสัยว่า.... ผลงานที่เราพูดถึงกันบ่อยๆ ในเรื่องของ เศรษฐกิจพอเพียง หรือ ทางสายกลางนั้น จะหมด และจบไปพร้อมกับงานฉลองของในหลวงในปีที่ผ่านมาหรือไม่... ดังนั้น เรามาเริ่มต้นที่ตัวเรากันก่อนไหม... ร่วมกันถ่ายทอดไปยังคนรุ่นต่อไป... :D


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: wat ที่ 02 มกราคม 2551, 11:07:56
ต้องทำใจจริงๆครับ ทุกวงการย่อมมีทั้งคนดีและคนชั่วเห็นแก่ตัว ปะปนกันไป การศึกษาสูง ก็ชั่วได้!!

พวกเราในฐานะมีการศึกษาและเข้าถึงข่าวสาร อย่าอยู่เฉยนะครับ ร่วมกันขับเคลื่อนเท่าที่กำลังจะเอื้ออำนวย คอยสอดส่อง พวกนักการเมือง-ข้าราชการ ที่ปฏิบัติมิดีมิชอบ ตีแผ่ให้สังคมได้รับรู้ ควบคุมอย่าให้มีอำนาจ :shock:  :shock:  :shock:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 02 มกราคม 2551, 12:23:49
อ้างจาก: "Mr.EggMan"

ดังพระราชดำรัสของ ในหลวงที่ว่า
"การทำให้บ้านเมืองเป็นปกติสุข ต้องส่งเสริมคนดีให้ปกครองบริหารบ้านเมือง และคอยควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจและไม่ให่ก่อความเดือดร้อนวุ่นวาย"

ถ้าคนไทยทำความเข้าใจกับบทความนี้มากๆ ประเทศชาติคงไม่เป็นแบบนี้ จริงๆแล้ว การเมือง คือเรื่องของการปกครองและสร้างการบริหารคนหมู่มาก โดยไม่จำเป็นต้องมีผลประโยชน์นำหน้าเสมอไป แต่ปัจจุบันมีคนนำการเมือง มาบวกกับผลประโยชน์ แล้วเอาหลักการทางการตลาด มาใช้เป็นเครื่องแสวงหา และตักตวงผลประโยชน์ที่น่าจะเป็นของส่วนรวม มาเป็นของตน มันก็เลยทำให้บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ วิธีแก้ที่ดีและได้ผลที่สุดนั้น เชื่อว่าเราทุกท่านนั้นรู้และเคยได้ยินผ่านหูมาแล้วทั้งนั้น หากแต่น้อยคนนักที่จะเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงแก่น ของการเมืองดีดี ที่มนุษย์พึงจะมี

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน


โดยส่วนตัว  ผมว่า  ถ้าผมได้เลือกใครเป็นตัวแทนแล้ว...
เลือกคนดีน่ะจำเป็นครับ  เห็นด้วย > แต่ที่มากกว่านั้นคือ ต้องเป็นคนที่เรามีส่วนร่วมกับการตัดสินใจได้
ไม่ใช่เอาใครมาเป็นผู้นำ แล้วก็ปล่อยให้ควบคุมคนอื่นแต่ฝ่ายเดียว  เพราะมันอันตรายครับ ต่อให้คนนั้นจะเคยมีประวัติบริสุทธิ์แค่ไหนก็ตาม
พวกดีแตก  ประวัติศาสตร์มีมาเยอะแล้วครับ  ไม่ว่าจะเป็นนายพลสตาลิน พอลพต เติ้งเสี่ยวผิง จอมพลสฤษดิ์ จอมพลถนอมฯลฯ พวกนี้เคยเป็นคนซื่อสัตย์มีอุดมการณ์(ก่อนจะมีอำนาจ)มาแล้วทั้งนั้น  แต่อยู่ในอำนาจนานเกินไปโดยไม่มีกลไกสังคมควบคุม  ตอนหลังเลยใช้อำนาจอย่างผิดๆบ่อย


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 03 มกราคม 2551, 15:17:05
ช่วงนี้งดกิจกรรมทางการเมืองครับ  :wink:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 16 มกราคม 2551, 19:09:04
พอดีเจอบทความน่าสนใจของ อ.นิธิ เลยเอามาลง 8)

 
อ้างถึง   
รัฐบาลชั่วคราว (รวมไปถึงรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในภายหน้าด้วย) จะสู้กับ "ประชานิยม" แบบของคุณทักษิณอย่างไร อันจะเป็นการ "ปลดอาวุธ" คุณทักษิณ
และบริวารอย่างถาวร

ประการแรก ต้องไม่ด่วนสรุปก่อนว่า ผู้ที่สนับสนุน "ประชานิยม" ของคุณทักษิณคือ
คนโง่-จน-เจ็บ แม้ว่าส่วนใหญ่อยู่ในชนบท แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนประเภท
เดียวกัน แท้จริงแล้ว อาจแบ่งออกได้หยาบๆ เป็นสองกลุ่มด้วยกันคือ

กลุ่มที่อยู่ในเครือข่ายของนักการเมืองทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น ส่วนใหญ่ของกลุ่มนี้
ไม่ใช่คนจนของหมู่บ้าน ตรงกันข้ามกลับเป็นผู้ได้เปรียบด้วยซ้ำ เพราะร่วมอยู่ในเครือข่าย
ทั้งทางธุรกิจและการเมืองกับผู้มีอำนาจระดับต่างๆ เขาทำหน้าที่เป็นหัวคะแนนเสียงใน
การเลือกตั้งมานานก่อนจะมีพรรค ทรท.เสียอีก และเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากโครงการ
"ประชานิยม" ของคุณทักษิณมากที่สุด

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง แม้เป็นคนจนและไร้กำลังทางเศรษฐกิจและการเมือง แต่ก็ไม่ได้รับ
ประโยชน์โดยตรงจากโครงการ "ประชานิยม" นัก หากทะว่ามีชีวิตในเครือข่ายอุปถัมภ์
ของกลุ่มแรก หรือมิฉะนั้นก็มีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นกับกลุ่มแรกซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในหมู่บ้าน
จึงอาจ "ขอกันกิน" ได้บ้าง เช่น หากให้ค่าตอบแทนที่ไม่ทำให้สูญเสียเกินไป ก็พร้อมจะ
ร่วมชุมนุมทางการเมืองตามที่กลุ่มแรกร้องขอ และนี่คือพลัง "มวลชน" ที่แท้จริงของผู้ที่
สนับสนุนคุณทักษิณ(อันนี้ตรงกับสิ่งที่คุณ Eggman เคยนำเสนอมา)

แต่เขาไม่ใช่คนโง่ เขารู้ว่าโครงการ "ประชานิยม" ทั้งหลายนั้น ไม่ได้มุ่งจะถ่ายโอน
ทรัพยากรกลางมาแบ่งปันให้เขา หากเอามาหล่อเลี้ยงบริษัทบริวารซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้
ได้เปรียบอยู่แล้วในชนบทต่างหาก แต่เขาก็ไม่ได้สูญเสียอะไรเช่นกัน เพราะรัฐบาลอื่น
ก็ไม่เคยถ่ายโอนทรัพยากรกลางมาแบ่งปันให้เขาอยู่แล้ว เป็นหน้าที่ของนักการเมือง
ต้องทุจริตคดโกงงบประมาณมาปรนเปรอหัวคะแนนเองต่างหาก

และด้วยเหตุดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลชั่วคราวจะต้องทำในประการที่สองก็คือ การทำโครงการ
ประชานิยมที่ทำให้คนกลุ่มนี้ได้รับส่วนแบ่งอย่างเท่าเทียมหรือดีกว่ากลุ่มคนที่ได้เปรียบ
อยู่แล้ว ประชานิยมที่แท้จริงเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจแต่อย่างใด เพราะไม่ได้มุ่งหมาย
เพียงกวาดคะแนนเสียงในการเลือกตั้งเท่านั้น

แต่จุดมุ่งหมายใหญ่คือทำให้คนระดับล่างมีกำลังจะพัฒนาตนเอง โดยการเพิ่มขีดความ
สามารถของเขาในการพัฒนา

นโยบายประชานิยมที่แท้จริงสำหรับเมืองไทย จึงต้องประกอบด้วย

1. การปฏิรูปที่ดิน เพื่อกระจายทรัพยากรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดนี้ให้ถึงมือผู้ที่มี
    ความสามารถจะใช้ประโยชน์ การเก็งกำไรที่ดินจะไม่มีวันได้ผลตอบแทนคุ้ม เพราะ
    จะต้องเสียภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า และเสียภาษีรายได้ในรูปกำไรจากที่ดินในการ
    ซื้อขายอย่างหนัก

2. การกระจายอำนาจต้องหมายถึง การให้อำนาจแก่ประชาชนหรือองค์กรประชาชนมี
    ส่วนในการตัดสินใจอนุรักษ์, ใช้ประโยชน์ และจัดการทรัพยากรในท้องถิ่น

3. การเปิดโอกาสทางการศึกษาที่ฟรีจริงๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเรียกว่า
    บำรุงการศึกษา, ห้องสมุด, สมาคมศิษย์เก่า, วัสดุอุปกรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น

4. ทำนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้ครบวงจร มีการบริหารจัดการเพื่อให้
   โรงพยาบาลสามารถให้บริการที่ดีและเท่าเทียมกันได้จริง ในขณะที่ทำให้ในโรงงาน,
   ชุมชน, เมือง, และประเทศของเราทั้งประเทศเป็นทำเลที่มีสุขภาพอย่างแท้จริง
   หรือประกาศและบังคับใช้นโยบายสังคมสุขภาพแก่ทุกฝ่ายในประเทศไทย

5. ต้องให้ความคุ้มครองแรงงานแก่แรงงานทุกประเภท เพราะงานจ้างกลายเป็นแหล่ง
    รายได้หลักของประชาชนทั่วไปเสียแล้ว

ฯลฯ

สรุปก็คือ "ประชานิยม" จอมปลอมของคุณทักษิณต้องถูกตอบโต้ด้วยประชานิยมแท้จริง
นั่นคือมาตรการทางกฎหมาย, ทางสังคม และทางการเมืองที่จะสร้างความเป็นธรรมขึ้น
ในสังคม เพื่อให้คนเสียเปรียบซึ่งเป็นเหยื่อของ "ประชานิยม" จอมปลอมได้มีโอกาส
เงยหน้าอ้าปากในสังคมนี้

การปิดกั้นสิทธิเสรีภาพประชาชนด้วยความระแวงต่อการท้าทายอำนาจ เป็นมาตรการที่
ให้ผลเพียงชั่วคราวเท่านั้น หากความอึดอัดปะทุขึ้นมาเมื่อไร จะกลายเป็นเหตุนองเลือด
ที่น่าเศร้าสลด และเปิดโอกาสให้นักการเมืองแบบคุณทักษิณกลับเข้ามารวบอำนาจใหม่
เพราะประชาชนไม่มีโอกาสได้เรียนรู้และร่วมกำกับนโยบาย "ประชานิยม" ที่จะมีผลดีต่อ
ตนโดยตรง จึงง่ายที่จะหลงไปกับการโป้ปดมดเท็จของนักการเมืองแบบนั้น


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: นายป้อ ที่ 16 มกราคม 2551, 20:24:08
:roll:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 16 มกราคม 2551, 22:56:36
อ้างจาก: "Max"
ช่วงนี้งดกิจกรรมทางการเมืองครับ  :wink:


why??
pause??
p.nn


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 17 มกราคม 2551, 00:04:26
อ่านบทความโอแล้ว ได้อะไรอย่างนึง

การจะเอาชนะต้องเอาชนะ ด้วยนโยบาย ไม่ใช่เอาทหารไปยึดอำนาจมา
ที่ผ่านมา มันเหมือนเกาไม่ถูกที่คัน

ถ้าเราว่าเค้าเลว แล้วไปใช้วิธีเลวๆ เพื่อเอาชนะเค้า เราก็คงจะเลวไม่ต่างกะเค้า

แย่เนอะ ผลประโยชน์มันบดบังตากันหมดแล้ว แต่ขออย่าให้มันมีอะไรรุนแรงเลย แบบปากีสถาน ศรีลังกา เคนย่า แบบนี้ก็ไม่ไหว ตายกับเป็นเบือ

ไทยนี้รักสงบ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 22 มกราคม 2551, 17:42:13
หายไป 1 ปีกว่า..ถอยหลังกลับไป..พร้อมกับ พี่หมัก บรรหาร ป๋าเหลิม เสนาะ..

เจริญพร


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 22 มกราคม 2551, 17:49:18
อยากดู List รายการ กฎหมายที่ รัฐบาล 1 ปีนี้ทำออกมาน่ะ

ว่าผ่านอะไรออกมาบ้าง

แล้วมีผลกระทบไรบ้างน่ะ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 22 มกราคม 2551, 18:37:16
อดทนเวลาที่ฝนพรำ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง
เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ

อดทนต่อไป ประเทศไทย ของเรา (เอ๊ะ รึ ของใครหว่า)


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 22 มกราคม 2551, 19:52:36
ขุมทรัพย์ประกันสังคม [8 พ.ย. 50 - 18:23]
 
 

ท่านผู้อ่านจะรู้สึกอย่างไร หากมีใครสักคนมาว่าจ้างให้ท่านไปนั่งบริหารเงิน 450,000 กว่าล้านบาท หรือในทางกลับกันหากท่านเป็นเจ้าของเงิน ท่านจะพิจารณาคัดเลือกคนที่มีคุณสมบัติเช่นใดมาบริหารเงินก้อนนี้
 
ที่ผมตั้งคำถามนี้กับท่านผู้อ่านเพราะรู้สึกไม่สบายใจ เมื่ออ่านข่าวพบว่าเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) สำนักงานประกันสังคม ใช้งบฯบริหาร 10% หรือเฉลี่ยปีละ 30 ล้านบาท ไปกับการดูงานต่างประเทศ
ส่วนใหญ่จะเป็นการเดินทางไปยุโรปและอเมริกาปีละหลายๆครั้ง โดยใช้งบฯ เฉลี่ยครั้งละ 3 ล้านบาท สำหรับคณะ 20-30 คน
โดยที่ไม่เคยชี้แจงต่อผู้เอาประกันตนหรือสาธารณชนว่า ได้รับประสบการณ์ความรู้อะไรบ้าง จากการเดินทางไปดูงาน หรือได้สารประโยชน์ใดมาปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น
 
มิหนำซ้ำข่าวที่ออกมากลับกลายเป็นตรงกันข้าม เช่น เมื่อวันที่ 20-29 ก.ย. ที่ผ่านมา บอร์ดประกันสังคมเดินทางไปดูงานที่สหรัฐอเมริกา แต่ในกำหนดการกลับเป็นการท่องเที่ยว เสียส่วนใหญ่ ทั้งหาความสำราญในเมืองกาสิโนอย่างลาสเวกัส เยี่ยมชมโรงถ่ายภาพยนตร์ยูนิเวอร์แซล ล่องเรือชมภูมิทัศน์อ่าวซานฟรานซิสโก สะพานโกลเดนเกทและคุกอัลคาทราส ช็อปปิ้งและรับประทานอาหารในภัตตาคารหรูหรา
จนรู้สึกเหมือนว่า ผมให้เขาหักเงินเดือนละ 5% เพื่อให้บางคนไปเสพสุข ในต่างประเทศ แทนที่จะเอาไปผ่อนเบาภาระความทุกข์ยาก ของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน
 
ผมไม่ได้นึกเสียดายเงินก้อนนี้ แต่รู้สึกเสียใจบ้างก็คือเงินที่เสียไป ไม่ได้ทำให้บอร์ด ประกันสังคมรู้สึกตระหนักว่า ควรจะตอบแทนบุญคุณคนที่ให้ส่งเงินสมทบกองทุนฯ หรืออย่างน้อยก็ควรที่จะดูแลผลประโยชน์ของผู้ประกันตนให้มากกว่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้มีการรุมทึ้งเหมือนในอดีต
 
เพราะในหลายๆปีที่ผ่านมา ข่าวคราวที่ออกมาจากสำนักงานประกันสังคม ส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องทุจริตคอรัปชัน ไม่ว่าจะเป็นโครงการจัดหาและ ดำเนินการระบบงานสารสนเทศแรงงาน หรือโครงการอี-เลเบอร์ มูลค่า 2,800 ล้านบาท โครงการจัดซื้อที่ดินและอาคารวัฏจักร มูลค่า 500 ล้านบาท
หรือความไม่ชอบมาพากลในการลงทุนในหุ้นไทยธนาคาร 63 ล้านหุ้น มูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท ที่ทำให้กองทุนฯต้องขาดทุนไปกว่า 200 ล้านบาท
ซึ่งล้วนเกี่ยวพันไปถึงนักการเมือง นายทุนพรรค หรือไม่ก็ลูกหลาน อดีตผู้บริหารกระทรวง
 
ในขณะที่นักการเมืองและผู้บริหารกำลังเสวยสุข ใช้จ่ายเงินกองทุนฯกันอย่างสนุกมือ แต่ผลประโยชน์ตอบแทนที่ผู้ประกันตนควรจะได้รับกลับลดลง
 
ต้องไม่ลืมว่าเงิน 450,000 กว่าล้านบาท แม้จะดูเยอะ แต่เมื่อเทียบกับภาระที่กองทุนฯ ต้องจ่ายคืนผู้ประกันตนในอนาคต โดยเฉพาะในปี 2557 ที่ผู้ประกันรุ่นแรกเกษียณอายุและ จะได้รับเงินบำนาญ เงินกองทุนฯก็จะเริ่มไหลออกและไหลออกเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้กองทุนฯที่ดูเหมือนจะมากในวันนี้หดเล็กลง จนต้องเพิ่มเปอร์เซ็นต์การหักเงินสมทบ เพื่อที่กองทุนฯจะได้ไม่ต้องติดลบ
 
ดังนั้น หน้าที่สำคัญของบอร์ดประกันสังคม จึงจำเป็นที่ต้องรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกันตน และพยายามสร้างผลกำไรให้กับกองทุนฯให้มากที่สุด ไม่ใช่การถลุงเงินกองทุนฯ เพื่อบำรุงบำเรอความสุขตัวเอง
 
น่าเสียดายที่บอร์ดประกันสังคม แม้จะมาจากภาครัฐ นายจ้างและลูกจ้าง แต่อำนาจการบริหารมักตกอยู่ในมือนักการเมืองและข้าราชการประจำ ทำให้กองทุนฯกลายเป็นขุมทรัพย์ให้คนเลวได้กอบโกยอย่างไม่สิ้นสุด
 
หากเราปล่อยให้เป็นอย่างนี้อีกต่อไป กองทุนประกันสังคมก็ไม่ ต่างอะไรกับต้นไม้ใหญ่ ที่ถูกปลวกมอดกัดกินแกนในจนเป็นรูพรุน รอวันโค่นล้มลงมาทับผู้ใช้แรงงาน ที่เหมือนหญ้าแพรกให้แหลกลาญ.
 


“ลมสลาตัน”
 

 


“เราจะทำเช่นไร หากเงินที่เราจ่ายไป ไม่ได้กลับคืนมา โปรดช่วยส่งต่อ เพื่อประจานความชั่วของคนกลุ่มนี้ ให้ได้สำนึก”


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 26 มกราคม 2551, 13:12:14
กรูอยู่ในวงการราชการ..เห็นงบดูงานมานานแล้วล่ะ...แมร่ง..เที่ยวทั้งนั้น..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 26 มกราคม 2551, 13:45:40
อ้างจาก: "ppornson"
กรูอยู่ในวงการราชการ..เห็นงบดูงานมานานแล้วล่ะ...แมร่ง..เที่ยวทั้งนั้น..


เออ...จริงอย่างที่นายว่าว่ะ :twisted:
เอ๊ะ นายบอกว่า"อยู่ในวงราชการ"...หมายถึงอยู่ใกล้ชิด แต่ไม่ได้หมายถึงรับราชการใช่มั้ย
หรือว่าเคยทำงานราชการมาเหมือนกัน?


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 27 มกราคม 2551, 23:42:10
ก็อปบทสนทนามาลง...วันนี้ผมไปสนทนาทาง msn กับอดีตคนเดือนตุลาคนนึง(เค้าใช้ชื่อว่า แคนไทเมือง) ที่เป็นสมาชิกพันทิปราชดำเนิน

 
อ้างถึง   
ผมเคยได้ยินเรื่องความกร่างแบบฉาวๆของนายยุทธอยู่บ้างเหมือนกัน ที่ให้เจ้าหน้าที่ในโรงเรียนมากราบขอโทษลูกตัวเอง(ที่กำลังจะหนีเรียน)
Songklod says:
แต่ทำไมพวกชาวบ้าน ชั้นล่าง  ยังคงเลือกเค้าเข้ามาล่ะครับ?
lungcan says:
เงิน
lungcan says:
http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P6274727/P6274727.html#128
lungcan says:
เค้าซื้อเสียง ซื้อประเทศก้แค่นั้น
Songklod says:
โฮ่ เงินตัวเดียวจริงๆ
ถ้างั้น http://blogazine.prachatai.com/user/saengdao/post/84
ไอ้ที่ดีแต่ด่านักการเมืองหรือชนชั้นนำอย่างเดียว ก็คงไม่ถูกสิครับ ต้องด่าค่านิยมของชาวบ้านเองด้วย
Songklod says:
ที่เลือกตัวเงินตัวทอง มาข่มเหงพวกเดียวกันเอง
lungcan says:
ธรรมดา ใครเอาเงินมาให้ชาวบ้านก็ชอบทั้งนั้น
เค้าคิดแค่วันต่อวัน
lungcan says:
ไม่ได้คิดถึงบ้านเมือง มันรู้สึกใกลตัว
lungcan says:
หัวคะแนนได้เงินใช้ กำนันผู้ใหญ่บ้านมีงบลงไปให้ ใครบ้างไม่ชอบ
Songklod says:
ผมเป็น ขรก.โรงบาล นั่งทำแต่งานในห้อง เลยไม่ค่อยได้รู้ว่ามีอะไรในหมู่บ้านบ้าง เวลาเลือกตั้ง
lungcan says:
ก็ระบบอุปถัมป์ ธรรมดาๆ

.......................................................................................

ผมเคยอ่านบทความข้างล่างนี้ แล้วคล้อยตาม(เป็นบทความของ NGO คนนึง)  แต่แล้วก็เกิดคำถามบ้าๆบอๆที่มีมากมายตามมา???

 
อ้างถึง   
ในยุคสังคมปัจจุบัน เราวัดค่ากันที่เงิน แม้กระทั่งราคาของความเป็นคนก็วัดกันที่เิงิน แต่ดิฉันอยากถามว่าใครเป็นผู้กำหนดอัตราค่าแลกเปลี่ยนเหล่านี้ คนจนมีส่วนร่วมไหม ถ้าคนจนมีส่วนร่วม ทำไมข้าวเปลือกถึงถูก ข้าวสารถึงแพง ทำไมค่าแรงถึงต่ำ แต่สินค้าสำเร็จรูปถึงได้มีราคาแพง เพราะว่าคนยากจนซึ่งเป็นผู้ผลิตสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีโอกาสกำหนดมูลค่าของสิ่งของที่มีอยู่ในสังคมปัจจุบันนี้ เขาถูกเอาเปรียบพอสมควร

เพราะฉะนั้น ดิฉันคิดว่าความยากจนเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากเวรกรรม แต่เกิดขึ้นจากความไม่เป็นธรรม


แล้วไม่ใช่"คนจน หรือ คนชั้นล่าง"(ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่)หรือ?  ที่เลือกนักการเมืองกลุ่มเดิมๆเข้ามาบริหาร?
เพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ชั่วคราวของพวกตัวเอง? จากระบบอุปถัมภ์?
แล้วเงื่อนไขเดิมๆของสังคม(เช่นความเหลื่อมล้ำของรายได้) ก็ไม่เคยถูกแก้ไข?
ถามว่า คนชั้นล่างมีโอกาสได้มีส่วนร่วมไหม? จริงอยู่ด้านนึงมันก็น่าเห็นใจ?
แต่อีกด้านนึงก็น่าสมน้ำหน้า! ถ้าไม่มีคนพวกนี้(ที่คุณ ppornson เรียกว่า กุลีครองเมือง)เลือกผู้บริหารกลุ่มเดิมๆเข้ามา  พวกนี้จะกลับมาวนเวียนกับผลประโยชน์ได้หรือ?

ปล.อยากมีโอกาสได้สนทนากับพี่ Prapasri เหมือนกัน  อยากรู้ว่าเค้ามีมุมมองยังไงกับเหตุการณ์เหล่านี้???


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2551, 10:44:16
ลองอ่านดูครับ เกี่ยวกับทางใต้  :(


http://pchutchawan.spaces.live.com/?_c11_BlogPart_BlogPart=blogview&_c=BlogPart&partqs=amonth%3d11%26ayear%3d2007


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2551, 16:11:20
ยังคิดอยู่ว่า ไอ่เฮี้ยเหลิม มันจะบ้าพอจะแต่งตั้งลูกตัวเองมาเป็นผู้ช่วยหรือเปล่าวะ? :x
แต่ยังไงคนอื่นๆในพรรค ก็คงต้องรักษาภาพพจน์เหมือนกันอ่ะ  เพราะได้ข่าวมาว่ากลุ่มอื่นๆในรัฐบาลเองก็ไม่เห็นด้วยกะเหลิม

 
อ้างถึง   
ลองอ่านดูครับ เกี่ยวกับทางใต้  :cry:

ได้ยินว่า แม้แต่มุสลิมด้วยกัน ถ้าไม่ใช่พวกมัน มันก็ทำลายไม่เว้น :x


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Tritti_83 ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2551, 12:36:16
ในที่สุดความบ้าบอก็ชนะ...เฮ้อ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2551, 22:24:39
อ้างจาก: "Mr.EggMan"
Democracy is from Fr. démocratie, via late L. from Gk dUmokratia, from dUmos ‘the people’ + -kratia ‘power, rule’.

Democracy = The People + Power = พลังประชาชน

ตอนแรกๆที่รู้ข่าว ก็รู้สึกแบบเดียวกับพ่อแม่พี่น้องแหละครับ เบื่อและท้อแท้มากๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็เลยนั่งคิด นั่งหาว่า ไอ้ประชาธิปไตย เนี่ย มันดีจริงๆหรือ เพราะกับสิ่งที่เกิดขึ้น วันนี้มันไม่เป็นไปอย่างที่คิด และเฝ้าหวัง แล้วไอ้คำว่า เผด็จการเนี่ย มันเลวร้ายจริงๆหรือไม่ ยิ่งคิดยิ่งค้น ผมเองกลับยิ่งเข้าใจว่า จะดีหรือชั่ว นั้น มันไม่ได้อยู่ที่ระบบ หรือวิธีการ แต่มันขึ้นอยู่กับความเหมาะสมมากกว่า ไม่ได้เป็น สัจนิรันดร์ว่าแบบไหน จะดีจะเลว เสมอไป


ถึงตอนนี้ ผมมองเห็นอะไรๆคล้ายคุณ Eggman มากขึ้นเรื่อยๆ  จากที่ตอนแรกผมเคยมาตะแบงวิจารณ์คณะรัฐประหารเมื่อต้นปีที่แล้ว...ตอนนี้เหตุการณ์ผ่านไป ผมเห็นอะไรที่ไม่ตรงกับที่เคยคิดไว้
 พวก นปก.ที่เดินสายด่าคณะรัฐประหาร(ในตอนนั้น) ด่าป๋าเปรมฯลฯ  ก็ไม่ได้โดนทำร้ายปางตาย แบบสมัยพฤษภาทมิฬแต่อย่างใด? นอกจากโดนจับไปแค่บางคนเท่านั้น ด้วยข้อหาทางกฏหมายธรรมดาๆนี่เอง ไม่ใช่โดยอำนาจอัยการศึกแต่อย่างใด เพราะการไปรุมตะโกนด่าเขาหน้าบ้าน มันเท่ากับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเห็นๆ ต่อให้บุคคลที่โดนด่านั้นไม่ใช่องคมนตรี เป็นแค่ตาสีตาสา ก็ถือว่าผิดข้อหาหมิ่นประมาทอยู่ดี..
...อีกคำถาม ทำไม นปก.ทดลองใช้เครื่องปลุกระดมคล้ายๆพันธมิตรหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเหลือง สัญลักษณะเชิงชาตินิยม คำกล่าวหาที่รุนแรงต่อกลุ่มบุคคลที่เป็นเป้าหมาย แต่ทำไมปลุกม็อบไม่ขึ้น(ได้แค่หลักร้อย) เหมือนจุดไฟใส่ยางมะตอย? ...แต่ ทำไมพันธมิตรจึงสามารถระดมพลได้เป็นหลักพัน? ราวกับจุดไฟใส่แก๊สโซฮอล์?  สนธิปลุกม็อบเก่งกว่าทักษิณหรือ? สนธิมีสื่อในมือมากกว่าหรือ? ถึงตอนนี้ผมว่าไม่ใช่หรอก  เพราะพฤติกรรมของบุคคลที่เป็นเป้าหมายเอง ก็น่าจะมีส่วนไม่น้อย
นึกถึงบทความของ อ.เสกสรรค์ ในหนังสือ ค.คน (เมื่อต้นเมษาปีที่แล้ว ก่อนจะมีการเลือกตั้ง)เหมือนไอเดียของนาย Eggman มาก :idea:

บทความของ อ.เสกสรรค์
 
อ้างถึง   
ที่ผ่านมาเหตุการณ์อย่างรัฐประหาร 2549 ดูเหมือนเหลือเชื่อ นึกไม่ถึงว่าจะเกิด แต่ถ้าเราไปพิจารณาดูดีๆ จะเห็นว่าเหตุการณ์นำร่องคือความผิดพลาดล้ทเหลวของผู้นำที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งก็คือผู้นำที่มาจากภาคธุรกิจทำให้เกิดช่องโหว่ในเรื่องการนำ สุดท้ายผู้นำจากระบบราชการเขาก็กลับคืนมาใช้ประโยชน์จากช่องว่างตรงนั้น

ทีนี้จะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต มันมีสองทางเลือกเท่านั้น หนึ่ง คุณต้องทำให้นักการเมืองพลเรือนมีประสิทธิภาพ สถาปนาการนำได้อย่างถูกต้อง ลึกซึ้ง และยั่งยืน แก้ปัญหาให้กับบ้านเมืองได้สำเร็จ เพราะความชอบธรรมของผู้นำแบบนั้นจะนำไปสู่ความยั่งยืนของตัวระบอบประชาธิปไตยด้วย ถ้าเขาพลาด ระบอบก็ล้ม นั่นคือทางเลือกที่หนึ่งว่าทำอย่างไรให้ผู้นำจากการเลือกตั้งเป็นผู้นำที่เก่งกล้าสามารถและเป็นคนซื่อสัตย์ ซึ่งตรงนี้คิดกันจนหัวแทบผุแล้ว ลองมาหลายแบบแล้ว ก็ยังไม่สำเร็จเสียที
อีกทางหนึ่งก็คือว่า ถ้ายังไม่มั่นใจว่าจะทำแบบแรกได้สำเร็จ ก็ต้องเปิดพื้นที่ให้ผู้นำมาจากหลายทาง มาจากการเลือกตั้ง มาจากธุรกิจภาคเอกชนก็ได้ ผสมผสานกับผู้นำที่มาจากการแต่งตั้ง หรือมาจากกลไกรัฐที่มีอยู่ก็ได้ ฟังดูบางคนเขาอาจจะด่าผมว่า นี่บิดเบือนหลักการประชาธิปไตยแล้ว  ถ้าเป็นเช่นนั้นผมก็คงต้องขอบอกว่า หลักการประชาธิปไตยความจริงเราเขียนขึ้นเองทั้งนั้น อย่าไปยึดติดกับรูปกับนามมากเกินไป เพราะจริงๆแล้วเนื้อในของสังคมไทยโดยตัวมันเองไม่ได้เปลี่ยนมากมายอะไร คุณเพียงแต่ยัดมันเข้าไปในหีบห่อที่เรียกว่าประชาธิปไตยบ้าง เผด็จการบ้าง มันเป็นเพียงชื่อที่เราตั้งกันในแต่ละช่วงเวลา พอเอาสิ่งเหล่านี้มาครอบสังคมไทยอย่างลงตัวบ้างไม่ลงตัวบ้าง เราก็พานโกรธว่ามันไม่เป็นอย่างนั้น ไม่เป็นอย่างนี้  อันที่จริงมันไม่เป็นอะไรสักอย่างนอกจากเป็นตัวมัน มันคลี่คลายไปเรื่อยๆ

อย่างในเวลานี้ถามว่า เป็นระบอบเผด็จการเต็มรูปเหมือนอย่างที่เราเคยเห็นมาในอดีตหรือเปล่า? ก็ไม่ใช่...เช่นเดียวกับสภาพก่อนหน้ารัฐประหาร 19 กันยายน ถามว่ามันเป็นประชาธิปไตยตามอุดมคติที่ฝันถึงตอน 14 ตุลาคมหรือเปล่า? ก็ไม่ใช่อีก...แต่ถ้าถามต่อไปอีกว่าความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังรัฐประหารนั้นมากแค่ไหน? คำตอบคือไม่มากเท่าไหร่โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราพิจารณาจากความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับสังคม ระหว่างคนมีอำนาจกับคนไม่มีอำนาจ มันก็เหมือนเดิม แค่เปลี่ยนตัวบุคคลจำนวนหนึ่งเท่านั้น


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกพิ้ง ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2551, 17:23:55
อ้างจาก: "Max"
ลองอ่านดูครับ เกี่ยวกับทางใต้  :(


http://pchutchawan.spaces.live.com/?_c11_BlogPart_BlogPart=blogview&_c=BlogPart&partqs=amonth%3d11%26ayear%3d2007


 :shock: เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา...มีการวางระเบิดที่คณะวิทยาศาสตร์..
ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา...ซึ่งเป็นที่ทำงานของเพื่อนสาวรุ่นเรา-มูนีเร๊าะห์...
โชคดีที่เร๊าะห์..ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย... :D

ปล.เพิ่งได้อ่าน..นิตยสาร ค คน ที่กล่าวถึงจังหวัดปัตตานี...ที่ตั้งแต่มีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น...
ทำให้เมืองที่น่าอยู่...เมื่อสัก 10 ปีก่อน...เปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้....
ตอนเด็กๆ เราเคยไปเที่ยวแถบๆ 3 จังหวัดชายแดนใต้กับครอบครัวอยู่บ่อยๆ ทุกปิดเทอม..
เมืองปัตตานี..ยะลา...นราธิวาส...เป็นเมืองงาม...สุดชายแดน..จริงๆ นะ...
อยากไปป่าฮาลาบาลา...ที่นราธิวาส..ที่ว่ากันว่า..มีนกเงือกมาก...
แต่ปัจจุบันนี่สิ...แม้แต่จะคิดก็ไม่กล้าแล้ว....:?

 :x อย่างล่าสุด.ปลายปีก่อน..เราได้มีโอกาสไปอ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา...
เพื่อไปร่วมงานศพของคุณพ่อของเพื่อน...ที่นี่ก็จัดเป็นพื้นที่สีแดง..อีกที่หนึ่ง...
พอบอกใครว่าจะไปที่นี่...ทุกคนเตือนนักหนาว่าให้ระวังตัว..
และต้องออกจากพื้นที่นี้...ก่อนตะวันตกดิน..
พอไปถึงที่นั่น..ก็พบกับบรรยากาศที่..แบบว่า..ขับรถเข้าไปในชุมชน..ก็จะเจอด่านลวดหนาม
พร้อมบังเกอร์...เป็นจุดจุด..ให้ขับซิกแซก..ทำให้เพื่อนสาวที่ขับรถไปด้วยกัน..
นึกว่า..มา TEST DRIVE แต่สุดท้ายก็กลับมาอย่างปลอดภัย....

 :roll: และกำลังนึกว่า..ประเทศไทย..จะเป็นแบบนี้...อีกนานแค่ไหน..
เมื่อไหร่..จะสงบร่มเย็นเสียที :twisted:  :twisted:  :twisted:

 :twisted:  :twisted:  :twisted:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 03 เมษายน 2551, 08:10:02
รัฐสภา ไม่ใช่ สนามชนไก่ นะเฟ้ยยยยยยย
นอกจากไม่มี "ปัญญา" แล้ว "สติ" ก้อไม่มีด้วย

ไร้ซึ่ง สติปัญญา

ตาแคม


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: pandanong ที่ 03 เมษายน 2551, 08:32:05
ไก่ชน นี่มันเรื่องเดียวกับ โดดถีบ ป่ะคะพี่ ?


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: หลิม 81 ที่ 03 เมษายน 2551, 11:37:01
เหอะ ๆ เมื่อเ้ช้ามีข่าวว่านักการเมืองผู้ทรงเกียรติ มันโดดถีบกัน....

คิดยังไงครับ ว่ามีการศึกษา หรือว่าไร้...ลองเอาคนจน ๆ ไปถีบ หรือด่ามันซิ...มันจะบอกทันทีี่ว่ามันมีการศึกษาและทรงเีกียรติครับ


เลวได้ใจจริง ๆ  :cry:  :cry:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 03 เมษายน 2551, 12:35:28
อ้างจาก: "pandanong"
ไก่ชน นี่มันเรื่องเดียวกับ โดดถีบ ป่ะคะพี่ ?


เรื่องเดียวกันแหละ
มันคุมบ่อนไก่ชน อยู่แถวดอนเมืองครับ
อุ๊ย ขอโทษ ต้องเรียกว่า "ท่าน" สิ ไม่ใช่ "มัน"

ตาแคม


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 03 เมษายน 2551, 13:45:36
ย้อนรอย(ตีน) ขอเสนอ อัตชีวประวัติอัวสูงส่ง ของทั่น สส. ผู้ทรงเกลียด ( ผู้ที่คิดว่าตัวเองเป็นไอ้มดแดง และเห็น สส. ฝ่ายตรงข้ามเป็นสัตว์ประหลาดแปลงร่าง)

เริ่มจากปี 2549 ราวต้นเดือนสิงหาคม นายเจริญ สารไทสง อายุ 53 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัท อุดมสุข จำกัด เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ว่าถูก นายการุณ โหสกุล อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักไทย และอดีต ส.ก.เขตดอนเมืองในขณะนั้นกับพวก ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ และพูดจากข่มขู่จะทำร้ายอีก
       
       ทั้งนี้ นายเจริญให้การว่า บริษัทฯ ได้ให้ตนไปทำหน้าที่ดูแลโรงภาพยนตร์แอร์พอร์ตราม่า ตั้งอยู่เลขที่ 16/137 หมู่ 1 ถนนสรงประภา แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. ซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์ที่ปิดกิจการแล้ว ซึ่งขณะที่ตนกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น นายการุณพร้อมพวกอีก 5 คนได้เข้ามาที่โรงภาพยนตร์ดังกล่าวพร้อมกับสั่งให้ตนเปิดประตูโรงภาพยนตร์เพื่อที่จะเข้าไปดูด้านใน ตนจึงบอกไปว่าถ้าจะเข้าไปต้องขออนุญาตจากผู้จัดการเสียก่อนเพราะไม่มีอำนาจ หากเปิดเข้าไปโดยพลการจะมีความผิด เมื่อนายการุณได้ยินที่ตนพูดไปอย่างนั้น ทำให้ไม่พอใจจนโต้เถียงกันอย่างหนัก ก่อนที่นายการุณจะเตะเข้าที่กกหูข้างซ้ายของตน 2 ครั้ง จังหวะนั้นตนได้แต่เอามือมาป้องไว้ นอกจากนี้ พวกลูกน้องของนายการุณก็พยายามจะกรูกันเข้ามาทำร้ายตนอีกด้วย
       
       “เขายังพูดขู่ว่า กูจะกลับมาอีกครั้ง มึงไม่รู้หรือว่ากูเป็นใคร จำไม่ได้หรือไง ผมก็บอกไปว่าจำได้ และรู้จักด้วยว่าเป็นใครเพราะผมเคยลงคะแนนเสียงให้เขาเมื่อครั้งที่เขาลงสมัคร ส.ส.เขตดอนเมือง แล้วเขาก็กลับไป ส่วนผมก็เดินทางมาแจ้งความไว้เพราะเขาได้พูดขู่ว่าจะกลับมาอีก จึงกลัวว่าจะถูกพวกเขากลับมาทำร้ายอีก” นายเจริญกล่าว
       
       ก่อนหน้านั้นปี 2548 ต้นเดือนมีนาคม พ.ต.ท.ณฐกร คุ้มทรัพย์ สารวัตรเวร สน.ดอนเมือง รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทกันที่บริเวณหน่วยเลือกตั้ง ส.ก.เขตดอนเมือง ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงเรียนประชาอุทิศ ถนนประชาอุทิศ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบ นายการุณ โหสกุล สามีของนางรัชดาวรรณ โหสกุล ผู้สมัคร ส.ก.จากพรรคไทยรักไทย หมายเลข 1 และชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ว่า นายประสิทธิ์ ชื่นมัจฉา อายุ 52 ปี หนึ่งในทีมงานของตนที่ช่วยหาเสียงให้กับภรรยาของตนนั้นถูกชายฉกรรจ์คนหนึ่งใช้อาวุธข่มขู่
       
       ครั้งนั้น นายการุณระบุว่า ตนพร้อมด้วยทีมงานของพรรคไทยรักไทย ได้เดินทางมาดูแลความเรียบบร้อย รวมทั้งเดินทางมาให้กำลังใจกับภรรยาตนที่หน่วยเลือกตั้งดังกล่าว โดยบรรยากาศในหน่วยเลือกตั้งนั้น ทางกองเชียร์ทั้ง 2 ฝ่าย คือ พรรคไทยรักไทย และพรรคชาติไทย ต่างเชียร์กันอย่างเต็มที่จนกระทั่งมีเรื่องกระทบกระทั่งกัน จากนั้นมีชายคนหนึ่งมากับรถยนต์เปอโยต์ 405 สีเลือดหมู หมายเลขทะเบียน พบ-5367 กทม. เดินเข้ามาขู่นายประสิทธิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานของตนว่า มึงอยากตายหรือ ซึ่งนายประสิทธิ์ก็มองเห็นว่าชายคนดังกล่าวมีปืนอยู่ จึงเห็นท่าไม่ดีเลยเดินออกมา ตนจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว
       
       จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการสกัดจับรถคันดังกล่าวได้ พร้อมกับพบชายคนหนึ่ง ทราบชื่อต่อมาคือ นายสมปอง ชัยฤทธิ์ อายุ 45 ปี ท่าทางมีพิรุธอยู่ในรถ จึงได้ทำการตรวจค้นภายในรถพบ ซองกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 1 ซอง เครื่องกระสุน ขนาด 9 มม.จำนวน 13 นัด และตรวจค้นตามตัวพบมีปืนขนาด 9 มม.ยี่ห้อซีแซด จึงได้ยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมนำตัวมาดำเนินคดีที่ สน.ในข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยไม่มีเหตุอันควร
       
       แต่ในเวลาต่อมา ที่ สน.ดอนเมือง ได้มีนางสมศรี ด่าน หนึ่งในทีมงานของพรรคชาติไทย เขตดอนเมือง ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.อำนวย โพธิ์ทอง พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.ดอนเมือง ว่าถูกนายการุณ โหสกุล ทำร้ายร่างกาย โดยถูกเตะเข้าที่แขนซ้ายจนได้รับบาดเจ็บ
       
       นางสมศรี ให้การว่า ตนเป็นหนึ่งในทีมงานที่ดูแลความเรียบร้อยของการเลือกตั้ง ส.ก.ของพรรคชาติไทย ซึ่งก่อนเกิดเหตุในช่วงเช้านั้น ตนได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนมาเดินวนเวียนอยู่ในพื้นที่หน่วยเลือกตั้งโรงเรียนประชาอุทิศ และมีการข่มขู่คนมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งด้วย จึงได้ชักชวนนายเขี้ยว ซึ่งเป็นทีมงานของพรรคชาติไทย และเจ้าของรถยนต์เปอโยต์ 405 สีเลือดหมู หมายเลขทะเบียน พบ-5367 กทม.เดินทางมาตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ ซึ่งระหว่างนั้นเอง นายเขี้ยวได้ชักชวนนายสมปอง ซึ่งไม่ใช่คนของทางพรรคชาติไทยแต่อย่างใดขึ้นรถมาเป็นเพื่อนด้วย ซึ่งตนก็คิดว่านายสมปองน่าจะรู้จักกับนายเขี้ยว ตนจึงให้ติดรถมายังที่หน่วยเลือกตั้งด้วย
       
       เมื่อมาถึงที่หน่วยเลือกตั้งดังกล่าว พบว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนมากตามที่ได้รับแจ้งมา โดยตนเห็นว่ามีนายการุณรวมอยู่ในกลุ่มชายดังกล่าวด้วย ซึ่งขณะนั้นตนก็รู้สึกปวดปัสสาวะจึงได้เดินไปเข้าห้องน้ำ และเมื่อเดินกลับมาที่รถ ขณะที่ตนกำลังจะเปิดประตูรถนั้น นายการุณ พร้อมด้วยกลุ่มของชายฉกรรจ์ดังกล่าวก็เดินตรงมาล้อมรถของตนไว้ ก่อนที่นายการุณจะเตะเข้ามาที่แขนซ้ายของตนทันที พร้อมกับด่าว่าตนด้วยถ้อยคำหยาบคาย แต่หลังจากที่ตนรีบเข้ามาในรถได้นั้นก็ได้รีบโทรศัพท์แจ้งกลับไปทางที่ทำการพรรคให้แจ้งตำรวจทันที โดยที่ยังถูกกลุ่มของนายการุณยืนล้อมรถอยู่
       
       “ขณะนั้นดิฉันคิดว่าอาจจะโดนไข้โป้งแล้ว เพราะคนพวกนั้นบางคนก็ล้วงไปในกระเป๋าเสื้อ คาดว่าน่าจะมีปืนแน่นอน เลยโทร.ไปแจ้งทางพรรคให้แจ้งตำรวจ แต่ฉันขอยืนยันว่านายสมปองไม่ได้ชักปืนขึ้นมาขู่ใครตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้างแน่นอน นายการุณทำแบบนี้ไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเหลืออยู่แล้ว ซึ่งดิฉันขอยืนยันว่าจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับนายการุณให้ถึงที่สุด” นางสมศรี กล่าว
       
       ในปี 2548 นอกจาก ส.ส.ผู้นี้จะมีคดีความทำร้ายร่างกายกับบุคคลอื่นแล้ว ยังมีคดีความทำร้ายอดีตภรรยาตนเองด้วย โดยเหตุเกิดราวเดือน มิ.ย. เมื่อนางรัชดาวรรณ เกตุสะอาด อายุ 24 ปี ส.ก.เขตดอนเมือง อดีตภรรยานายการุณ พร้อมคณะเพิ่งกลับจากดูงานต่างประเทศ โดยในระหว่างรอรับกระเป๋าเดินทางที่อาคาร 1 อยู่นั้น นายการุณ โหสกุล พร้อมพวกอีก 2 คน คนหนึ่งแต่งเครื่องแบบตำรวจยศจ่าสิบตำรวจได้เข้าไปหานางรัชดาวรรณ โดยนายการุณได้เอ่ยปากบอกให้นางรัชดาวรรณกลับบ้านทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันแล้ว เนื่องจากศาลได้มีคำสั่งให้นางรัชดาวรรณกับนายการุณหย่าขาดกันตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา นางรัชดาวรรณจึงทำท่านิ่งเฉยไม่สนใจ ทำให้นายการุณโกรธมาก ตรงเข้าจิกผมนางรัชดาวรรณแล้วตบหน้า 1 ครั้ง ท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก ด้วยความตกใจกลัว นางรัชดาวรรณจึงรีบเดินหนี แต่นายการุณยังเดินตามและพยายามฉุดกระชาก กระทั่งไปถึงศูนย์รักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยานกรุงเทพ มีตำรวจและทหารประจำอยู่ นายการุณจึงเดินหนีไป
       
       ในต้นปี 2548 เช่นเดียวกัน นายการุณต้องเผชิญวิบากกรรม โดยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ปรับเงินนายการุณ หรือเก่ง โหสกุล อายุ 38 อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 14 ดอนเมือง พรรคไทยรักไทย จำเลยในความผิด ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2496 ม.27 ฐานลักลอบนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลบเลี่ยงภาษีศุลกากร เป็นเงินจำนวน 30,254,052 บาท หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 2 ปี และริบของกลาง ในคดีคดีลักลอบนำจักรเข้าประเทศ แต่ก็ได้รับการประกันตัวออกไป
       
       คดีนี้ นายการุณได้เดินทางมารายงานต่อตัวงานอุทธรณ์-ฎีกา หลังศาลออกหมายจับไปแล้วเมื่อวันที่ 8 ก.พ. เนื่องจากหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และถูกนำตัวไปควบคุมที่ห้องขังใต้ถุนศาลอาญา ต่อมาญาติของการุณได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินย่านดอนเมืองจำนวน 2 แปลงเนื่อที่ 1 ไร่ 84 ตารางวา ราคาประเมิน 4,800,000 บาท ขอประกันตัว ซึ่งหลังศาลพิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์แล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้นายการุณประกันตัวออกไปตีราคาประกัน 4.5 ล้านบาท
       
       หลังได้รับการปล่อยตัว นายการุณในชุดสูทสีดำ เสิ้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้า เนกไทสีแดง พร้อมผู้ติดตามและทนายความ ได้เดินหนีผู้สื่อข่าวและไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆ โดยนายการุณใช้เสื้อสูทคลุมศีรษะปิดบังใบหน้าไม่ยอมให้สื่อมวลชนถ่ายภาพทำข่าวและขึ้นแท็กซี่เดินทางกลับไปในทันที
       
       นอกจากนี้ ในปีเดียวกันนั้นเอง ศาลฎีกายังมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ของ “การุณ โหสกุล” จากพรรคไทยรักไทย เพราะมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ประกาศยกเลิกใบปริญญาบัตรของผู้สมัครฯ โดยคดีนี้สืบเนื่องจากนายชัยณรงค์ เทียนมงคล ผู้อำนวยการคณะกรรมการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.กทม.) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีการะบุว่า กกต.เขต 14 ได้ตรวจพบว่าคุณสมบัติของนายการุณไม่ต้องด้วย พ.ร.บ.เลือกตั้ง ประกอบรัฐธรรมนูญ ม.107 กล่าวคือ เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 48 กกต.เปิดรับสมัครรับเลือกตั้งที่อาคารกีฬาเวสน์ กทม. โดยนายการุณใช้หลักฐานประกอบการสมัครเป็นวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทของมหาวิทยาลัยรามคำแหง และเอกสารแสดงวุฒิการศึกษาอื่นๆ ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายเลือกตั้ง แต่เนื่องจาก กกต.ได้ประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัครแล้ว จึงขออาศัยเหตุดังกล่าวเพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งของนายการุณ และสุดท้าย ศาลก็มีคำสั่งเพิกถอนการเลือกตั้งดังกล่าวของนายการุณ
       
       ล่าสุด นายการุณ หรือเก่ง โหสกุล ตกเป็นผู้ต้องหาทำร้าย พ.ต.ท.บัญชา คล้ายน้อย รอง ผกก. 2 บก.ป. ขณะเข้าไปสืบสวนหาข่าวการเล่นพนันไก่ชน ภายในสนามชนไก่คลอง 5 หมู่ 14 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จนใต้ตาแตก ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหานายการุณ 4 ข้อหา คือ ร่วมกันทำร้ายร่างกาย ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เสียทรัพย์ และดูหมิ่นเจ้าพนักงาน แต่นายการุณรับสารภาพในข้อหาทำร้ายร่างกายเพียงข้อหาเดียว ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างพิจารณาในชั้นศาลธัญบุรี


เห็นมั้ยครับ คนแบบนี้ได้เป็น สส.เพราะ???????? (ประชาชนต้องการความปกป้องจากเหล่าร้าย จึงส่งไอ้มดแดงมาสภา)

ที่นี่รู้รึยังครับ ทำไมประเทศชาติเราถึงกำลังพัฒนา มาหลายสิบปีแล้ว   :roll:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 04 เมษายน 2551, 07:46:36
^
^
สรุป จากใจความข้างต้นได้ดังนี้
มันก็ยังได้รับเลือกเป็น สก. และมันก็ยังได้รับเลือกเป็น สส.
อันเนื่องมากจากประชาชนชาวไทย ไม่มีโทรทัศน์เอาไว้ดูข่าว

อ่านแล้วก้อเซ็ง
ไปกินอาหารฟรีที่เชียงใหม่ดีกว่า
งานวันเกิดคุณตู้เย็นเค้า เจ้าของสโมสรเค้าไป เลยต้องยิ่งใหญ่กันหน่อย
ไม่ให้คนรักได้อย่างไง คนร่วมงานเป็นพันๆ คน
ยังเลี้ยงฟรีได้เลย

ตาแคม


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 23 พฤษภาคม 2551, 17:02:16
ไอ่เกย์จักรภพ เพ็ญ มันเคยปราศรัยที่เมืองนอกว่ามันเกลียดระบบอุปถัมภ์ อมาตยาธิปไตย???

แต่ตัวมันตอนนี้ เที่ยวไปขอให้บิ๊กจิ๋วบ้างล่ะ ทักกี้บ้างล่ะ ช่วยเคลียร์เรื่องของตัวเอง(ที่เคยไปปากเสีย จนโดนกระแสรุมด่า) ให้
สิ่งที่มันทำอยู่นี่(วิ่งขอคำปรึกษาจากทักกี้) มันต่างกับระบบอุปถัมภ์ ตรงไหนฟะ?!?
 :x


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mouy (Again) ที่ 23 พฤษภาคม 2551, 17:59:55
ก็รอดูผลกรรมของพวกเค้าเหล่านั้นอยู่เหมือนกัน...แต่ทำไม..มันนานจัง.... แย่จริงๆ การเมืองไทย...  :(


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 23 พฤษภาคม 2551, 18:38:35
สงสัย บาปกรรม กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อเสนอ สำนักงานยมโลกสูงสุด
แต่ถูกตีกลับเพราะหลักฐานไม่พอ ไม่ก็มีคนเผากระดาษเงินกระดาษทอง
ไปล๊อบบี้แน่ๆเลยครับ

 :twisted:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 26 พฤษภาคม 2551, 12:15:53
รอฟังคำแปลของน้าเค้าครับ..ดูว่าจะแถไปยังไง..

อยากอ่านภาคก่อนแปลน่ะ..ใครมีบ้าง


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 26 พฤษภาคม 2551, 13:52:27
http://video.yahoo.com/watch/1063188

นี่เป็นคลิบครับเพื่อนโต้ง ที่เค้าให้สัมภาษณ์ไว้
แต่ระบบเสียงแย่หน่อยนะครับ รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง

 8)


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: iamfrommoon ที่ 26 พฤษภาคม 2551, 16:22:44
ได้รับมาจากรุ่นพี่จุฬาฯ ค่ะ...

ไขรหัส คำปาฐกถาจักรภพ เพ็ญแข (ขัดตาทัพ)
แนวหน้า 20 พ.ค. 51


ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา คำปาฐกถาเจ้าปัญหาของนายจักรภพ เพ็ญแข ที่ไปกล่าวไว้ต่อนักข่าวและผู้ฟังที่ ชมรมนักข่าวต่างประเทศ ( FCCT ) เมื่อต้นเดือนกันยายนปีที่แล้ว ( ก่อนการเลือกตั้งฯทั่วไปครั้งที่ผ่านมา) กำลังเป็นประเด็นร้อนที่ได้รับความสนใจอย่างยิ่ง เพราะเป็นประเด็นที่กำลังเป็นคดีพิจารณาว่า มีความผิดฐานหมิ่นฯหรือไม่หมิ่นฯ บางคนคิดถึงกับว่าเข้าลักษณะความผิดต่อความมั่นคงในราชอาณาจักรฐานกบฏด้วยหรือไม่

คำถอดความคำปาฐกถาเป็นภาษาอังกฤษมีอยู่ในมือสื่อหลายแห่ง พร้อมคำแปลเป็นภาษาไทยจากหลายสำนัก แต่ก็เป็นการนำเสนอในลักษณะลับๆล่อๆ คงเพราะเกรงว่าจะเฉียดเฉี่ยวเข้าไปใกล้คำว่า "บังควร"ทับซ้อนไปบนความ "บังอาจ" แต่ความเชื่อหนึ่งที่เกิดขึ้นแก่ผู้ได้พิจารณาข้อความอย่างละเอียดแล้ว คือเชื่อว่า น่าจะมีการ"ฆ่าตัดตอน" เกิดขึ้นในเร็วๆนี้ เป็นการตัดเนื้อร้ายและฆ่าตัดตอนของนายกรัฐมนตรีที่มักคุยอวดเลือดสีน้ำเงิน

การบรรยายรวมการตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษของนายจักรภพ เพ็ญแขไม่ทราบว่าใช้เวลาบนเวทีทั้งสิ้นเท่าไร แต่ถอดเป็นหนังสือออกมาได้ประมาณ 12-13 หน้ากระดาษ A 4 เมื่อพิจารณาโดยละเอียดแล้วจะพบว่า มีลักษณะ " ซ่อนรหัสไว้ในพลความ" นอกเหนือจากการ "ซ่อนความไว้ระหว่างบรรทัด"

คุณจักรภพ เพ็ญแขได้เปิดเผยตัวตนบุคคลที่ทักษิณ ชินวัตรเรียกว่า "ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ" อย่างชัดเจน ด้วยคำอารัมภบทเริ่มต้นว่า

" ผมเพิ่งออกจากคุกคุณเปรม ไม่ใช่คุกทั่วไป แต่เป็นคุกของคุณเปรม มันเป็นวิธีที่คุณเปรมสื่อสารโดยตรงกับสาธารณชนว่า เขาเป็นบุคคลที่ถูกแตะต้องไม่ได้" ( ความจริงจักรภพกับพวกเคยถูกจำขังอยู่ที่เรือนจำคลองเปรมประชากร)

มีคำพาดพิงต่อว่า " คุณเปรมเป็นใคร คุณเปรมเป็นตัวแทนของใคร คุณเปรมเป็นตัวแทนของคนๆนั้นจริงหรือ ? " (Who is Khun Prem, whom he represents, whether or not he represents him ?)

" คุณเปรมเป็นสัญลักษณ์ของอะไรหลายอย่าง เราได้เรียนรู้จากคุณเปรมว่า คนดีคนหนึ่งเมื่อแก่ตัวไป ซึ่งไม่เกี่ยวกับอายุ แต่เกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดที่ไม่กล้าได้กล้าเสียอีกต่อไป ความรู้สึกที่อยากถอยเวลากลับไปหาเวลาในอดีตที่เขารู้สึกพอใจ แต่คนแก่คนนี้ไม่เหมาะสมที่จะมีอิทธิพลต่อประเทศไทยอีกต่อไป"

จักรภพ เพ็ญแข ได้เปิดเผยชื่อคุณเปรม ไว้ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยคำกล่าวถึงในบางตอนว่า คุณเปรม หรือพลเอกเปรม( Khun Prem or General Prem ) แต่ส่วนเลยเถิดที่เป็นปริศนาต่อไปคือคำถามที่ว่า คุณเปรมเป็นตัวแทนของคนๆนั้นจริงหรือ ?

จักรภพ เพ็ญแข ได้วิเคราะห์ประเทศไทยต่อไปว่า

" วิกฤตการเมืองในปัจจุบันคือการต่อสู้ระหว่าง ประชาธิปไตยกับระบบอุปถัมภ์ เป็นการปะทะกันโดยตรง และจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยและรากฐานของประเทศ เป็นการเดิมพันที่สูงมากสำหรับทั้งสองฝ่าย ทั้งประชาธิปไตยและระบบอุปถัมภ์........ไม่เคยมีครั้งไหนที่ประชาชนออกมาเป็นจำนวนมาก และประกาศก้องว่า เราไม่ต้องการระบบอุปถัมภ์อีกต่อไป...... มันถึงเวลาแล้ว และเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของคนไทยที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว ผมเชื่อว่าเราจะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้เริ่มต้นนี้แล้ว ภายในชั่วชีวิตเรา"

อะไรคือระบบอุปถัมภ์ในความหมายของจักรภพ เพ็ญแข ?

มีคำอธิบายต่อว่า

" ประเทศเราเริ่มต้นจากระบบอุปถัมภ์.....ในรัชสมัยหนึ่งยุคสุโขทัย เราถูกชักนำให้เชื่อว่า กษัตริย์องค์หนึ่งในสมัยสุโขทัยคือ พ่อขุนรามคำแหง เป็น บิดาที่ยิ่งใหญ่...........กษัตริย์ในสมัยสุโขทัยจึงถูกมองว่าเป็นบิดาที่ยิ่งใหญ่ผู้มีความเมตตากรุณาต่อประชาชน และให้ในสิ่งที่ประชาชนต้องการได้.... เพราะฉะนั้นประชาชนจึงมีหน้าที่ต้องจงรักภักดี และต้องมีความศรัทธาในระบบซึ่งมีผู้มอบให้เขา ไม่มีระบบอื่นที่สามารถแข่งขันได้ ไม่มีความคิดในเรื่องระบบการปกครองที่ดีกว่านี้ในสมัยนั้น

ต่อมาในสมัยอยุธยา แนวคิดที่ว่ากษัตริย์เปรียบเสมือนเทพเจ้าถูกนำเข้ามาจากเขมร กษัตริย์เป็นกึ่งเทพเจ้า เป็นตัวแทนของเทพในศาสนาฮินดูและเทพที่อยู่เหนือเทพทั้งหลาย ดังนั้นระบบอุปถัมภ์จึงกลายมาเป็นระบบคุ้มครอง ถ้าคุณมีความจงรักภักดีต่อกษัตริย์โดยปราศจากข้อสงสัย คุณจะได้รับความคุ้มครอง ประชาชนที่ทำในทางอื่นต้องถูกลงโทษ ไม่ว่าจะถือว่าเป็นความก้าวหน้าหรือความถดถอยก็ตาม แต่มันเป็นการผสมผสานระหว่าง รูปแบบบิดาผู้ยิ่งใหญ่ ( The Great Fathers model ) และรูปแบบผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ( The Great Leaders model) สมัยอยุธยาได้ก่อให้เกิดความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ขึ้นในประเทศไทย คือความสัมพันธ์ระหว่างนายกับทาส ความสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นผู้ดีมียศฐาบรรดาศักดิ์กับสามัญชน

ขณะนี้เราอยู่ในรัชสมัยของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นการรวมทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา และเนื่องจากพระองค์ทรงครองราชย์มานานมากกว่า 60 ปีแล้ว ทำให้สถานภาพของพระองค์ถูกยกขึ้นเปรียบเสมือนเป็นตำนาน ประชาชนไม่รู้เลยว่าสิ่งที่พูดนั้นเป็นความจริง หรือเป็นความเชื่อเกี่ยวกับพระองค์"


จักรภพ เพ็ญแข มีความคิดอย่างไร

" การได้บางสิ่งบางอย่างในเวลาที่ผิด ย้ำเตือนเราว่าอาจมีความจำเป็นที่จะต้องมีผู้นำที่มาเปลี่ยนแปลงให้เราใหม่หมด...... ... เราถูกชักนำให้เชื่อว่ารูปแบบของการปกครองแบบประชาธิปไตย หรือการปกครองแบบประชาธิปไตยภายใต้การชี้นำอันสง่างามของกษัตริย์เป็นการพัฒนาแนวคิดและความเชื่ออย่างต่อเนื่องมาจนถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งผมมองว่า เป็นการปะทะกันระหว่างประชาธิปไตยกับระบบอุปถัมภ์"

" คนไทยถูกทำให้รู้สึกว่าสบายใจกับระบบอุปถัมภ์ .... เรายิ้มไว้ก่อนไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มันเป็นวิธีการแก้ปัญหาเพราะไม่มีวิธีอื่นแล้วในขณะนั้น และเราก็สร้างคำพูดและความเชื่อที่ว่า ค่าของคนคือคนของใคร"

" สาเหตุที่เรากำลังขัดแย้งกันอยู่ในขณะนี้เพราะมีประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาบอกว่า เราไม่ต้องการระบบอุปถัมภ์อัปรีย์ของพวกคุณต่อไป การติดป้ายโฆษณาใหญ่ทั่วกรุงเทพและอาจจะนอกกรุงเทพด้วย มีข้อความเช่น คนไทยต้องร่วมชะตา ลงเรือลำเดียวกัน แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ ท้ายข้อความบนป้ายเขียนว่า ประชาชนคนเสื้อเหลือง ................ ประเทศไทยกำลังใกล้ถึงจุดเปลี่ยนแปลงเต็มที่แล้ว สิ่งที่พวกเรากำลังพูดถึงระหว่างประชาธิปไตยและระบบอุปถัมภ์คือ ประชาชนเริ่มเติบโตและหลุดพ้นแล้ว"

" ระบบอุปถัมภ์เป็นตัวปัญหา เพราะมันส่งเสริมความไม่เท่าเทียมกันของปัจเจกบุคคล และนั่นคือความขัดแย้งโดยตรงกับประชาธิปไตย มันส่งเสริมให้คนคิดพึ่งพาคนอื่น มันก่อให้เกิดทาสจำนวนมาก แต่มีนายจำนวนเพียงไม่กี่คน มันขัดขวางมิให้ประเทศไทยหลุดพ้นหรือเติบโตขึ้น"

มีคำอธิบายต่อว่า

" การที่มีพี่เลี้ยงคอยช่วยเหลือนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องบาป ไม่ใช่ความชั่วร้าย แต่ทั้งหมดกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมตอนนี้เราต้องปะทะกัน เพราะมีประชาชนจำนวนมากพอสมควรที่ออกมา และบอกว่า เราไม่ต้องการระบบอุปถัมภ์เฮงซวยของท่านต่อไป ( We don't want anymore of your damn patronage !)"

จักรภพ เพ็ญแขคือตัวแทนความคิดของใคร ?

" นายกทักษิณ ชินวัตร ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง ได้กำจัดระบบอุปถัมภ์ไปจากผู้มีอำนาจ....ก่อให้เกิดความขัดแย้งกับระบบอุปถัมภ์ เพราะสิ่งที่ท่านทำได้ปลดเปลื้องระบบเดิมอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 5 ปี ประชาชนในระดับรากหญ้าเริ่มรู้สึกว่าเขามีสิทธิที่จะสามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ดีกว่าเดิมได้ กล่าวคือพวกเขามีทางเลือกใหม่"

" ทักษิณมิได้ทำไปเพื่อท้าทายใคร แต่มีคนรู้สึกว่าถูกท้าทายจากสิ่งที่เขาทำ ( Thaksin didn't do it to challenge anyone. But some people felt challenged by what he did and what he has done.)"

" ทักษิณ ชินวัตรไม่ใช่เผด็จการ ผมทำงานกับท่าน....ท่านดีกว่าผู้นำแก่ๆที่มีคนบอกให้ผมเคารพ ผมอยากทำงานภายใต้สามัญชนที่ดีเพียงครึ่งเดียวมากกว่าที่จะทำงานให้กับผู้สูงศักดิ์ที่ว่างเปล่า (I would rather work underneath a half good commoner than an empty noble)"

จักรภพ เพ็ญแขมุ่งมั่นอะไร

" ผมอยากจะบอกว่า ไม่ว่าผมจะอยู่ในคุกหรือนอกคุก ผมพบว่าประชาธิปไตยกับระบบอุปถัมภ์เป็นสิ่งที่ขัดแย้งกันโดยตรง..... ถ้าคุณไปที่สนามหลวง คุณจะมีความรู้สึกเหมือนผมว่า ประชาชนคนไทยไม่ใช่เด็กอีกต่อไป พวกเขาเป็นผู้ใหญ่ที่ถูกบังคับให้ใส่เสื้อผ้าเด็ก พวกเขารู้สึกหงุดหงิด อึดอัดทั้งใจทั้งกาย และพยายามดิ้นรนที่จะปลดปล่อยตัวเอง ผมไม่ทราบว่าเขาจะทำได้อย่างไร แต่พวกเขาจะต้องทำ"

ถ้อยวาจาทุกคำของจักรภพ เพ็ญแข เป็นตัวแทนของความคิดและพยายามของบุคคลน้อยนิดจำนวนหนึ่งในสังคมขณะนี้ แต่มีความพยายามขยายความคิดและแนวร่วมจากปัจเจกชนที่มีพลังมหาศาล จักรภพ เพ็ญแข ทำให้หมดกังขาที่เหตุใดภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับการล้มล้างสถาบันกษัตริย์ของอังกฤษ ฝรั่งเศส เนปาล และ....จึงได้นำมาเสนอซ้ำซากทางสถานีโทรทัศน์ช่อง NBT หน่วยงานในกำกับดูแลของนายจักรภพ เพ็ญแข ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เหตุใดจึงมีปรากฏการณ์ที่ผู้ร่วมรายการในบางรายการของสถานีโทรทัศน์ช่องนี้ ใส่เสื้อยืดพิมพ์ตัวหนังสือที่หน้าอกว่า ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม เพื่อสนับสนุนการกระทำของกลุ่มบุคคลที่ไม่ยอมลุกขึ้นยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี


คำปาฐกถานี้เปลือยตัวตนจักรภพ เพ็ญแข และ"นายใหญ่" ที่อยู่เบื้องหลังอย่างล่อนจ้อนจริงๆ

คำปาฐกถาคราวนี้ท้าทายเลือดสีน้ำเงินของนายกรัฐมนตรีคนนี้จริงๆ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 28 พฤษภาคม 2551, 07:48:15
สถานการณ์มันตึงเครียด อย่าไปเครียดตามกันมากนัก
เด๋วความดันขึ้น
ดูรูปแก้เครียดล่ะกานนน

(http://img.ihere.org/uploads/e0febaa1f8.gif)

ตาแคม  :lol:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: telek78 ที่ 28 พฤษภาคม 2551, 12:35:05
สงสัยจัง ว่าอยากจะทำร้ายประเทศกันไปถึงไหน


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 28 พฤษภาคม 2551, 20:33:38
ได้ภาคภาษาอังกฤษมาแย้ว...มาฝึกภาษาอังกฤษกัน..

แต่ที่อ่านดูคร่าวๆนะ..ทำไมเธอช่างกล้าเช่นนั้น..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 29 พฤษภาคม 2551, 20:22:17
เรื่องโจ๊คปี 51
เหลิมเคยโม้ว่า เหตุการณ์จลาจลเมื่อเดือนตุลา ปี 2519 เกิดจากตำรวจขี้เมาคนนึงเผลอทำปืนลั่น คนเลยตกใจเข้าตะลุมบอนกัน???

นายตำรวจผู้นั้น มันมีชื่อว่า ไอ้ปื๊ด ครับ :shock:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: หลิม 81 ที่ 29 พฤษภาคม 2551, 21:54:18
งานนี้ ไม่มีใครเอา e เจ๊เพ็ญ แล้วครับ ตำรวจสรุปเบื้องต้นแล้ว...!!!!!

รับรองเสร็จ โสะน๊ะหน้า


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 30 พฤษภาคม 2551, 10:55:29
กรูยังนึกไปถึงจักรภพเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ที่วิเคราะห์ข่าวน่ะ..

จริงๆเค้าเจ๋งมากๆนะ ตอนเหตุการ 9/11 เค้าเป็นคนแรกๆของไทย หรือ เผลอๆของโลกที่พูดถึงอัลไคด้า ซึ่งเหตุการณ์ตอนนั้นยังดูเหมือนเป็นอุบัติเหตุอยู่เลย..

ผ่านไป 10 ปี ไหงเป็นงี้..เลยอดสงสัยไม่ได้ว่า คนเราสามารถเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้โดยใช้เวลาแค่ 5-6 ปี หรือเค้ามีความคิดแบบนี้มานานแล้ว..เหตุการณ์อะไรทีทำให้เค้ามีแนวความคิดนี้


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 30 พฤษภาคม 2551, 12:19:47
ทักษิณเข้าไปคุยกับพลเอกเปรม กลางงานของ พลเอกอนุพงษ์
ผมว่า เหตุคราวนี้ มันมีนัย

ตาแคม  :?


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 30 พฤษภาคม 2551, 16:18:55
อ้างจาก: "apirat"
ทักษิณเข้าไปคุยกับพลเอกเปรม กลางงานของ พลเอกอนุพงษ์
ผมว่า เหตุคราวนี้ มันมีนัย

ตาแคม  :?


ไม่ได้มองในแง่ว่าใครผิดใครถูก ใครเริ่มก่อนหรอกนะ...
แต่ผมว่า ทักกี้ทำไมหน้าด้านแบบนี้วะ?
เคยไปด่าป๋าเปรมผ่านสื่อเมืองนอกมากมาย ตอนนี้เพื่อหวังผลทางการเมือง กลับมาทำทีเป็นยอมอ่อนข้อ?
ถ้าไม่พอใจแนวทางของป๋าเปรมจริงๆ(อย่างที่เคยพูดไว้) ก็อย่าสะเออะมาทำผูกมิตรในภายหลังสิวะ? ไม่ว่าป๋ากับทักกี้ ใครจะผิดจะถูก(ในแง่การเมือง) แต่ในแง่พฤติกรรม ทักกี้แสดงความเหลวไหลไร้จุดยืนออกมาชัดๆ :(


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: iamfrommoon ที่ 20 มิถุนายน 2551, 16:14:38
รู้ว่า ตอนนี้ตัวเองจ้อง ASTV....ฮี่ๆ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 20 มิถุนายน 2551, 16:38:57
อ้างจาก: "iamfrommoon"
รู้ว่า ตอนนี้ตัวเองจ้อง ASTV....ฮี่ๆ


จ้องอยู่เช่นกันครับ 555  รู้สึกคราวนี้จะมาเป็นฝูงใหญ่กว่าเมื่อก่อน 19 กันยา 49 ซะอีก :shock:
แหง๋ล่ะสิ นายนพดลนั่น ดันไปออกนโยบายท้าทายมวลชน เรื่องเขาพระวิหาร  :P
คราวนี้แกว่งปากหาเท้าชัดๆ  :lol:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 20 มิถุนายน 2551, 18:19:22
อยากฟังความเห็นเขาพระวิหารน่ะครับ

ทหารบอกอย่าง

นักวิชาการบอกอย่าง

ทนายที่เคยไปสู้ที่ศาลโลก ก็บอกว่ายังมีทางสู้อีก แต่ผมก็งง ว่า

ทำไมตั้งนานแล้วไม่สู้อีกครั้งล่ะ  :wink:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 20 มิถุนายน 2551, 20:09:15
ยาวหน่อยนะ แต่มีรายละเอียดดี

เหตุผลใดไทย จึงแพ้คดีปราสาทพระวิหาร

บทความโดย ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์



...คนไทยไม่ค่อยรู้ความเป็นมาเป็นไปในคดีปราสาทพระวิหารอาจเป็นเพราะว่า ประเทศไทยแพ้คดีนี้ให้กับประเทศเพื่อนบ้านคือกัมพูชา จนทำให้สังคมไทยไม่อยากกล่าวถึงคดีนี้มากนัก...

    ประเด็นเรื่องปราสาทพระวิหารกลายเป็นหัวข้อที่สาธารณชนให้ความสนใจอีกครั้ง เมื่อประเทศกัมพูชายื่นเรื่องการขอเสนอให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกตาม อนุสัญญา Convention Concerning the Protection of the World Cultural and Natural Heritage โดยที่ประเทศไทยคัดค้านการยื่นฝ่ายเดียวของกัมพูชา โดยอ้างเรื่องความสมบูรณ์ทางวิชาการด้านโบราณคดีและการที่ทั้งสองประเทศยัง ตกลงกันไม่ได้เกี่ยวกับเขตแดน

  แม้คดีนี้จะผ่านความรับรู้ของคนไทยมายาวนานแล้วก็ตามแต่ปรากฏว่ามีคนไทยน้อยมากที่รู้ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในเรื่องนี้

  เหตุผลที่คนไทยไม่ค่อยรู้ความเป็นมาเป็นไปในคดีปราสาทพระวิหารอาจเป็น เพราะว่าประเทศไทยแพ้คดีนี้ให้กับประเทศเพื่อนบ้านคือกัมพูชา จนทำให้สังคมไทยไม่อยากกล่าวถึงคดีนี้มากนัก

  และด้วยเหตุที่คนไทยรู้จักกับคดีนี้น้อย จึงอาจมีการบิดเบือนข้อมูลได้ง่าย เนื่องจากคดีนี้มีสองประเด็นใหญ่ที่ต้องพิจารณาคือ ประเด็นเรื่องการยอมรับเขตอำนาจศาลและการพิจารณาขั้นเนื้อหา จึงขอแยกอธิบาย ดังนี้

ประเด็นเรื่องเขตอำนาจศาลโลก

    ประชาชนคนไทยมักจะสงสัยอยู่เสมอว่า ทำไมประเทศไทยต้องไปขึ้นต่อสู้คดีต่อศาลโลกที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีอธิปไตย มีเอกราช การขึ้นต่อสู้คดีของประเทศไทยมิเท่ากับเป็นการเสียเอกราชหรือ

    ประเด็นนี้ เป็นประเด็นข้อกฎหมายที่สลับซับซ้อน หากใช้ความรู้สึกชาตินิยมหรือสามัญสำนึกย่อมไม่เข้าใจว่าทำไมประเทศไทยต้อง ขึ้นศาลโลก ผู้เขียนจะขออธิบายช่องทางการยอมรับเขตอำนาจศาลโลกเสียก่อนว่ามีวิธีการใด บ้าง การยอมรับเขตอำนาจศาลโลกนั้นทำได้อยู่สามประการคือ

    ประการแรก การยอมรับเขตอำนาจการพิจารณาคดีโดยการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาใดอนุสัญญาหนึ่ง ซึ่งกำหนดว่า หากมีปัญหาในการตีความสนธิสัญญา ให้ศาลโลกเป็นผู้พิจารณา

     ประการที่สอง ประเทศคู่พิพาทตกลงทำความตกลงยอมรับเขตอำนาจศาลโลกเป็นเฉพาะกรณีๆ ไป กล่าวคือ เมื่อเกิดข้อพิพาทขึ้นมาแล้ว รัฐคู่พิพาทได้ทำสนธิสัญญายอมรับเขตอำนาจศาลเฉพาะข้อพิพาทนั้น และ

     ประการที่สาม รัฐได้ทำคำประกาศฝ่ายเดียวยอมรับเขตอำนาจศาล ทั้งนี้ ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐกำหนดไว้

      ประเด็นเรื่องการยอมรับเขตอำนาจศาลโลก (ทั้งศาลโลกเก่าและใหม่) ของประเทศไทยนั้นเป็นประเด็นที่คนไทยไม่ใคร่ได้กล่าวถึง อาจเป็นเพราะว่าเป็นประเด็นข้อกฎหมายมากเกินไปประชาชนทั่วไปจึงไม่ค่อยได้ สนใจ

      อีกทั้งทางการก็มิได้ชี้แจงประเด็นนี้ต่อสาธารณชน มากนักทั้งๆ ที่ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างมาก และเป็นประเด็นที่หากมีการกล่าวถึงในวงกว้างแล้วก็อาจมีผลกระทบต่อผู้ เกี่ยวข้องได้ แต่เนื่องจากประเด็นนี้สำคัญ ผู้เขียนจึงมิอาจหลีกเลี่ยงที่จะข้ามไปได้จึงขอกล่าวถึง ดังนี้

      ประเทศไทยได้ทำคำประกาศยอมรับเขตอำนาจของศาลโลก ทั้งหมด 3 ฉบับ ดังนี้

     ฉบับแรกทำเมื่อวันที่ 20 กันยายน ค.ศ.1929 และเริ่มมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ในปี ค.ศ.1930 โดยคำประกาศยอมรับเขตอำนาจศาลโลกเก่าซึ่งชื่ออย่างเป็นทางการคือ "ศาลประจำยุติธรรมระหว่างประเทศ" (Permanent Court of International Justice : PCIJ) เป็นเวลา 10 ปี

     ฉบับที่สอง รัฐบาลไทยทำคำประกาศโดยมิวัตถุประสงค์เพื่อ "ต่ออายุ" (renew) เขตอำนาจศาลโลกเก่า โดยคำประกาศฉบับที่สองนี้ทำเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ.1940 โดยคำประกาศที่สองนี้เริ่มมีผลใช้บังคับวันที่ 9 พฤษภาคม ค.ศ.1940

     ฉบับที่สาม รัฐบาลไทยทำเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ.1950 ซึ่งหลังจากที่คำประกาศฉบับที่สอง (ที่ต่ออายุคำประกาศฉบับแรก) หมดอายุเป็นเวลา 14 วัน

     มีข้อสังเกตที่น่าสนใจและเป็นประเด็นข้อกฎหมายที่ฝ่ายไทยนำมาอ้างก็คือ ศาลโลกเก่านั้นได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 19 เมษายน ค.ศ.1946 และตามธรรมนูญของศาลโลกใหม่ที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ" (International Court of Justice : ICJ) นั้นมาตรา 36 วรรค 5 ได้กำหนดว่า ให้การยอมรับเขตอำนาจ "ศาลโลกเก่า" โอนถ่ายไปยัง "ศาลโลกใหม่" หากว่า คำประกาศนั้นยังมีผลใช้บังคับอยู่หรือกล่าวง่ายๆ คือ ยังไม่ขาดอายุนั่นเอง

     ข้อต่อสู้เกี่ยวกับการคัดค้านเขตอำนาจศาลโลกใหม่ที่ทนายความฝ่ายไทยต่อ สู้ในชั้นของการคัดค้านเขตอำนาจของศาลโลกใหม่นั้นมีว่า คำประกาศยอมรับเขตอำนาจศาลโลกเก่าได้ยุติลงอันเป็นผลมาจากการสิ้นสุดของศาล โลกเก่า ดังนั้น คำประกาศต่ออายุเขตอำนาจศาลโลกเก่าเมื่อวันที่ 20 เมษายน ค.ศ.1950 จึงไม่มีผลใช้บังคับอีกต่อไป

      อีกทั้งคำประกาศดังกล่าวมิใช่คำประกาศยอมรับเขตอำนาจศาลโลกใหม่ ดังนั้น ศาลโลกใหม่จึงไม่มีเขตอำนาจ

     แต่ข้อต่อสู้นี้อ่อนมาก ศาลโลกเห็นว่า คำประกาศยอมรับเขตอำนาจศาลฉบับที่สามที่รัฐบาลไทยทำเมื่อวันที่ 20 เมษายน ค.ศ.1950 นั้น ไม่สามารถใช้เป็นเหตุผลในการต่ออายุยอมรับเขตอำนาจศาลโลกเก่าได้ เพราะว่า คำประกาศฉบับที่สามนี้ ทำหลังจากที่คำประกาศฉบับที่สองหมดอายุแล้วสองอาทิตย์

    ศาลโลกเห็นว่า สิ่งที่จะต่ออายุได้นั้น สิ่งนั้นต้องเป็นสิ่งที่ยังมีอยู่ มิใช่เป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว อีกทั้งรัฐบาลไทยก็รู้ดีว่าขณะที่ทำคำประกาศฉบับที่สามนั้นทำหลังจากที่ศาล โลกเก่าได้สิ้นสุดลงแล้วกว่าสี่ปี (ศาลโลกเก่าสลายตัวเมื่อปี ค.ศ.1946 แต่คำประกาศฉบับที่สามทำเมื่อปี ค.ศ.1950) ข้ออ้างของประเทศไทยจึงฟังไม่ขึ้น

    ประเด็นต่อไปมีว่า ในเมื่อคำประกาศฉบับที่สามฟังไม่ได้ว่าเป็นคำประกาศต่ออายุยอมรับเขตอำนาจ ศาลโลกเก่าแล้ว ผลในทางกฎหมายของคำประกาศฉบับที่สามคืออะไร ศาลโลกเห็นว่า คำประกาศยอมรับเขตอำนาจศาลฉบับที่สามเป็นคำประกาศใหม่ ที่แยกเป็นเอกเทศออกจากคำประกาศฉบับแรกและฉบับที่สอง

    และหากพิจารณาเนื้อหาของคำประกาศที่สามแล้ว ศาลโลกเห็นว่า เป็นการประกาศยอมรับเขตอำนาจศาลโลกใหม่ โดยอิงเงื่อนไขจากคำประกาศฉบับแรก

    ดังนั้น ศาลโลกจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ศาลโลกมีเขตอำนาจพิจารณาข้อพิพาทที่รัฐบาลกัมพูชาฟ้องรัฐบาลไทย ข้อต่อสู้ทางกฎหมายของฝ่ายไทยฟังไม่ขึ้น

ประเด็นเรื่องเนื้อหาของข้อพิพาท

    คําร้องของกัมพูชาที่สำคัญที่ให้ศาลโลกวินิจฉัยคือประเด็นที่ว่า กัมพูชามีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนอันเป็นที่ตั้งของปราสาทพระวิหาร การนำเสนอพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายนั้นมีดังนี้

   ฝ่ายไทยเสนอว่า หากพิจารณาตามสนธิสัญญาที่สยามทำกับประเทศฝรั่งเศส (ขณะนั้นประเทศฝรั่งเศสปกครองกัมพูชา) เมื่อปี ค.ศ.1904 ซึ่งตามสนธิสัญญาจะใช้ "สันปันน้ำ" (watershed) ปราสาทพระวิหารจะอยู่ฝั่งไทย แต่หากพิจารณาตามแผนที่ ปราสาทพระวิหารจะอยู่ฝั่งกัมพูชา

  ขออธิบายตรงนี้เลยว่าหลังจากที่มีการทำสนธิสัญญาทวิภาคีในปี ค.ศ.1904 ทั้งสองฝ่ายได้ตั้งคณะกรรมการผสมขึ้น และไม่นานนัก คณะกรรมการชุดนี้ก็มิได้ทำงานอีกต่อไป ต่อมา ฝ่ายไทยได้ร้องขอให้ประเทศฝรั่งเศสจัดทำแผนที่ขึ้น ข้อสังเกตเกี่ยวกับแผนที่เจ้าปัญหาฉบับนี้ มีดังนี้

    ประการแรก แผนที่นี้เป็นการร้องขอจากฝ่ายไทยให้ประเทศฝรั่งเศสทำขึ้น แผนที่นี้ทำขึ้นที่กรุงปารีส การที่ประเทศร้องขอให้ประเทศฝรั่งเศสทำขึ้นนั้นเป็นเพราะว่าในขณะนั้น ประเทศไทยยังขาดผู้เชี่ยวชาญในการทำแผนที่

    ประการที่สอง การปักปันเขตแดนแล้วลงมาตราส่วนลงในแผนที่เป็นการกระทำฝ่ายเดียวของประเทศฝรั่งเศส โดยที่ฝ่ายไทยไม่มีส่วนร่วมเลย

    ประการที่สาม การทำแผนที่นี้ไม่เกี่ยวกับคณะกรรมการผสมแต่อย่างใด ในประเด็นนี้ผู้พิพากษาฟิสต์มอริสซึ่งเป็นหนึ่งในองค์คณะกล่าวว่า คณะกรรมการผสมไม่เคยแม้แต่จะ "เห็น" แผนที่นี้ อย่าว่าแต่ "รับรอง" เลย เป็นการร้องขอฝ่ายเดียวจากรัฐบาลไทย

   ประการที่สี่ เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดและเป็นเหตุผลสำคัญที่ศาลโลกวินิจฉัยให้ประเทศไทยแพ้ก็คือ แม้ประเทศไทยจะไม่มีส่วนในการทำแผนที่ แต่ประเทศไทยก็ไม่เคยคัดค้านหรือประท้วงเกี่ยวกับความถูกต้องของแผนที่ ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีโอกาสอยู่หลายครั้งที่จะทักท้วงหรือประท้วงถึงความคลาด เคลื่อนหรือความผิดพลาดของแผนที่

   โอกาสที่จะประท้วงความไม่ถูกต้องของแผนที่ เช่น กรณีการเจรจาทำสนธิสัญญาทางไมตรี พาณิชย์และการเดินเรือกับประเทศฝรั่งเศสที่ทำขึ้นในปี ค.ศ.1925-1937 แต่ไทยก็มิได้ทักท้วง

   ซึ่งศาลโลกเห็นว่า การนิ่งเฉยของประเทศไทยเป็นเวลานานเท่ากับเป็นการยอมรับความถูกต้องของแผนที่แล้ว จะมาปฏิเสธในภายหลังนั้น ไม่อาจกระทำได้ เป็นการปิดปากประเทศไทยว่าจะมาปฏิเสธความผิดพลาดของแผนที่ไม่ได้

   ยิ่งไปกว่านั้น ทางการของไทยเองยังได้ทำแผนที่ใช้ขึ้นเองอีกด้วยในปี ค.ศ.1937 โดยแผนที่ที่เจ้าหน้าที่ของไทยเป็นผู้จัดทำ ได้แสดงว่าปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในดินแดนของกัมพูชา ประเด็นนี้ไทยอ้างว่า แผนที่ที่ไทยทำขึ้นเองฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการทหารเป็นการภายในเท่านั้น แต่ศาลโลกไม่เห็นด้วยกับข้ออ้างของไทยในประเด็นนี้

    เหตุผลประการหนึ่งที่ศาลโลกเห็นว่า ประเทศไทยยอมรับอำนาจอธิปไตยของกัมพูชาเหนือที่ตั้งปราสาทพระวิหารก็คือ การที่กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ไปเยือนกึ่งเป็นทางการที่ปราสาทพระวิหาร ในครั้งนั้น กองทหารฝรั่งเศสได้ตั้งกองทหารเกียรติยศรับการเสด็จอย่างเต็มที่ และยังชักธงชาติของประเทศฝรั่งเศสด้วย

    ซึ่งศาลโลกเห็นว่า เท่ากับประเทศไทยยอมรับอำนาจอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหารว่าเป็นของกัมพูชา (ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส) อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ ผู้พิพากษาศาลโลกท่านหนึ่งคือ ท่านเวลลิงตัน คู ซึ่งเป็นตุลาการเสียงข้างน้อยได้ทำความเห็นแย้งว่า ในเวลานั้นกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยแล้ว แต่ดำรงตำแหน่งนายกราชบัณฑิตยสถานแห่งประเทศไทย อีกทั้งพระองค์ยังตรัสว่า การมาเยือนปราสาทพระวิหารนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง

   นอกจากนี้ สาเหตุอีกประการหนึ่งที่ไทยแพ้คดีอาจเป็นผลมาจากการตั้งรูปคดีที่ผิดพลาดมา ตั้งแต่ต้น แทนที่ประเทศไทยจะปฏิเสธความผิดพลาดของแผนที่ ควรรับประเด็นเรื่องแผนที่ แล้วยกข้อต่อสู้ว่า ในกรณีที่ข้อความในสนธิสัญญาที่ให้ใช้ "สันปันน้ำ" แย้งกับ "แผนที่" ในกรณีนี้ให้ถือว่าข้อความในสนธิสัญญามีค่าบังคับเหนือกว่า

    ซึ่งอนุสัญญาแวร์ซายส์ มาตรา 29 ก็มีข้อความทำนองนี้ อีกทั้งก็มีคดีที่ศาลตัดสินให้ความน่าเชื่อถือของสนธิสัญญายิ่งกว่าแผนที่

   จริงหรือที่ "การนิ่งเฉย" หรือ "กฎหมายปิดปาก" มิใช่เป็นหลักกฎหมาย

    หลังจากที่ไทยแพ้คดี นายถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเวลานั้นกล่าวทำนองว่าศาลโลกนำหลักกฎหมายที่ไม่ชัดเจนมาตัดสินคดี ที่น่าคิดก็คือ ทำไมทนายฝ่ายไทยไม่ทราบ หรือว่า "หลักกฎหมายปิดปาก" หรือ "การนิ่งเฉย" นั้น ศาลโลกหรืออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศเคยนำมาใช้หลายคดีแล้ว

    อีกทั้งนักกฎหมายระหว่างประเทศก็ยังได้เขียนบทความเรื่อง "หลักกฎหมายปิดปากที่ใช้ในศาลระหว่างประเทศและความสัมพันธ์ของหลักกฎหมาย ดังกล่าวกับการนิ่งเฉย" (Estoppel before Internationals and Its Relation to Acquiescence) เขียนโดยนักกฎหมายระหว่างประเทศชื่อ Bowett ลงในวารสาร British Yearbook of International Law ปี ค.ศ.1957 และบทความชื่อ "หลักกฎหมายปิดปากในกฎหมายระหว่างประเทศ" โดย Mcgibborn ในวารสาร International and Comparative Law Quarterly ปี 1958 ซึ่งตีพิมพ์ก่อนที่ศาลโลกจะตัดสินประมาณ 3-4 ปี

  ไม่อาจคาดการณ์ได้แน่ชัดว่าฝ่ายไทยได้เคยอ่านบทความนี้หรือไม่ แต่ไม่ว่าฝ่ายไทยจะได้เคยอ่านบทความนี้หรือไม่ก็ตาม ประเด็นที่น่าคิดก็คือ ทนายความของฝ่ายไทยน่าจะย่อมรู้ถึงหลักกฎหมายปิดปากเป็นอย่างดี

  เพราะหลักว่าด้วย "การถูกการตัดสิทธิ" (Preclusion) หรือ "การนิ่งเฉย" อาจเทียบได้หรือมีผลเท่ากันกับ "หลักกฎหมายปิดปาก" อันเป็นหลักกฎหมายอังกฤษ หรือแองโกลแซกซอน

  บทส่งท้าย

 สรุปเหตุผลที่แท้จริงที่ประเทศไทยเสียปราสาทพระวิหารคือ การยอมรับความคลาดเคลื่อนของแผนที่อันเป็นผลมาจากการทำแผนที่ฝ่ายเดียวของ เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศส ซึ่งศาลโลกเห็นว่า หลังจากที่ทำสนธิสัญญาประเทศสยามอยู่ในฐานะที่จะคัดค้านความไม่ถูกต้องของ แผนที่ได้หลายครั้ง แต่ก็มิได้คัดค้าน จึงปิดปากประเทศสยามว่าต่อมาจะปฏิเสธความไม่ถูกต้องของแผนที่ไม่ได้

   หากประเทศไทยจะเสียดินแดนอีกครั้งคงไม่ใช่เพราะนำข้อมูลการต่อสู้ทาง กฎหมายคดีความเอาไปขายให้กับประเทศเพื่อนบ้านหรือเกิดจากความไม่รักชาติ ไม่สามัคคีอย่างที่คนไทยหลายคนเข้าใจกัน (ซึ่งรวมถึง พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ด้วย) แต่เกิดจากความไม่รอบคอบ ความประมาท และไม่รู้จักหน้าที่ของตนเองมากกว่า เหมือนกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสามจังหวัดภาคใต้ของเรา


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 23 มิถุนายน 2551, 07:54:25
ได้เคยยินมาเหมือนกัน ในสมัยเด็กๆ
อ่านแล้วก้อรู้สึกว่า เป็นความบกพร่องของเราส่วนหนึ่ง
ที่ไม่ได้ศึกษาอะไรให้ชัดเจน
หรือ อาจจะรู้ แต่นิ่งเฉยด้วยความว่า ธุระไม่ใช่
อันนี้ก้อสุดจะรู้ได้

ตาแคม  :arrow:  :arrow:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 23 มิถุนายน 2551, 14:16:06
หลายคำถาม จากคนไกล

แล้วเค้าจะประท้วงแบบนี้ถึงเมื่อไหร่ครับ?

ถ้ารัฐบาลลาออก แล้วเลือกตั้งใหม่ แล้วพวกคนเดิมๆ กลับมาอีก จะประท้วงอีกไหมครับ?

ถ้า ปชป. ได้เป็นรัฐบาล แล้วอีกฝ่ายเค้าขนพวกออกมาประท้วงบ้าง จะทำยังไงต่อครับ?

ยิ่งรู้ ยิ่งไม่เข้าใจครับ

 :shock:  :shock:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 23 มิถุนายน 2551, 15:01:10
การประท้วงก็คงมีเรื่อย ๆ  เพราะ พอไม่พอใจอะไร ก็ประท้วง ๆ ๆ ๆ
ตราบใดที่ยังไม่ได้แก้ที่สาเหตุ

... ไม่ใช่การศึกษาหรอกที่เป็นสาเหตุหลัก ...

... จิตใจ ทัศนคติ ของคนต่างหาก ที่เป็นสาเหตุหลัก ...

...

คนไม่ได้เลว แต่จิตใจคนต่างห่างล่ะที่เลว ...

...


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 23 มิถุนายน 2551, 17:12:05
ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ..

เราต้องรักษาระบบเอาไว้..เอาการเมืองมาไล่กันข้างถนนไม่ได้..

โอเค..ถึงแม้ตอนนี้น้าหมัก..น้าเหลิม น้ามิ่ง..จะไม่ค่อยได้เรื่อง แต่เราต้องรักษาระบบและกติกาเอาไว้ ผมย้ำอยู่บ่อยๆ ว่าพวกเราที่เป็นบัณฑิตต้องช่วยกันเผยแพร่ความรู้ให้กับคนรอบข้าง พี่ ป้า น้าอา ลูกหลาน อย่าเลือกแบบนี้เข้ามา..และต้องให้ความรู้เรื่องระบบ

บัณฑิตหน้าไม่หนาพอครับ ทนแรงเสียดสีไม่ได้ เหลือแต่ไอ้พวกหน้าด้าน ดังนั้น พวกเราต้องช่วยกันแบบนี้

ห้ามเอาการเมืองไปไว้ข้างถนนเด็ดขาด คุณทั้ง 5 คนมาพูดแทนผมได้ยังไง และเค้าพูดแทนคนส่วนใหญ่ของประเทศได้ยังไง เพราะรับรองว่าถ้าให้เลือกตั้งใหม่..น้าเค้าก็เข้ามาอีก

เราต้องรักษาระบบเอาไว้อีก 10 ปีก็ไม่สายครับ ให้คนดีๆกล้าเข้ามาเล่นการเมือง ไม่ต้องซื้อเสียง ให้ระบบการตรวจสอบได้จากคนที่ไว้ใจได้..

ตอนนี้มีแต่คนวิจารณ์ ไม่มีคนทำ นักวิชาการก็ทำงานไม่เป็น ไอ้ที่ทำเป็นแมร่งงก็โกง..

ถ้าระบบพัง เรามาไล่กันข้างถนน..รับรองได้เลย ว่าคนดีๆไม่มีทางเข้ามาในระบบได้ โดนพวกมันต้งม๊อบไล่หมด เศรษฐีในประเทศที่มีเงินเกิน 500 ล้านมีกี่คนครับ จัดม๊อบมาไล่รัฐบาลได้ก็ไม่ต้องอยู่มันแล้วครับประเทศนี้..

ไม่มีทางจบ..

ประเทศอเมริกา เค้าเกลียดบุชเยอะแยะ..มาชุมนุมประท้วง แต่เค้าประท้วงนโยบายครับ ไม่มีใครไล่ให้บุชลาออก..ประเทศเค้าถึงมีการต่อเนื่องของนโยบาย..

สนธิปั้นมากี่เรื่องแล้วครับ เรื่องทักษิณจ้างคนทุบพระพรหม..ปฏิญาฟินแลนด์..ขนเงินสดออกนอกรประเทศ 20 กระเป๋า..เป่าเรื่องขึ้นมาแบบจับโน่น ชนนี่ แล้วตอนนี้มีอะไรบ้าง นอกจากความเกลียดชัง..และไม่มีหลักฐานอะไรต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าไม่ชอบสนธิ เพราะผมก็ติดตามเค้ามาตลอด แต่หลังๆเปลี่ยนไปเยอะ..

คุณบอกเค้าเป็นโจร..แต่คุณก็ใช้วิธีโจรเช่นกัน..มันไม่มีความชอบธรรมจะมาพูดแทนผมครับ..

เข้าถึงทำเนียบได้ ประกาศชัยชนะ..ถามว่าชนะใครครับ..บ้านเมืองแพ้

ต้องเรื่องใหญ่จริงๆครับ ถึงจะให้นายกฯ หรือผู้อยู่ในตำแหน่งลาออก และเสียงโดยชอบธรรมต้องมากกว่านี้..

ต้องช่วยกันครับ..พวกเราต้องช่วยกัน ผมเองก็ต้องพยายามบอกพ่อแม่พี่น้อง และเพื่อนๆในบอร์ด ถึงแม้จะเป็นจุดเล็กๆของสังคม และบัณฑิต ต้องช่วยกันครับ..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 24 มิถุนายน 2551, 16:07:43
ลุ้นคำตัดสินของศาลปกครองกันดีกว่า ...

 
อ้างถึง   

ศาลปกครองนัดไต่สวนเขาพระวิหาร26มิ.ย.

"ส.ว.คำนูณ-พันธมิตร-7ทนาย"ยื่นศาลปกครองกลางขอสั่งเพิกถอนการลงนามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชากรณีขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหาร ศาลนัดไต่สวน26มิ.ย. สั่งเรียกข้อมูลตรวจสอบ

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ศาลปกครองกลาง ถนนสาทรใต้ นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความเครือผู้จัดการ นายนิติธร ล้ำเหลือ กรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ นายนคร ชมพูชาติ ทนายความตัวแทนสภาทนายความ และนักสิทธิมนุษยชน นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.ระบบสรรหา นายคณิศร ฑปภูผา ทนายความ นายกิ่งแก้ว โยมเมือง ทนายความ  นายประภาส บุรีศรี ทนายความ และนางรัศมี ไวยเนตร ทนายความ  

ร่วมกันยื่นฟ้อง นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ และคณะรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1- 2 เรื่องกระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย กรณีนายนพดล ลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย -กัมพูชา การขอขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหาร เป็นมรดกโลก ที่จะมีการเสนอแถลงการณ์ต่อองค์การยูเนสโก ในวันที่ 5 กรกฎาคมนี้

ตามฟ้องระบุว่า ผู้ฟ้องทั้งหมด เป็นประชาชนไทย และเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยของชาติไทยโดยตรงตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 3 และใน มาตรา 71 บัญญัติให้บุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศรักษาผลประโยชน์ของชาติและปฏิบัติตามกฎหมาย โดยผู้ฟ้องทั้งหมดได้รับความเดือดร้อนเสียหาย จากการที่ผู้ถูกฟ้องทั้งสอง ใช้อำนาจหน้าที่กระทำการนอกเหนืออำนาจหน้าที่โดยไม่สุจริต ไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.บริหาราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 , พ.ศ.2545 รวมทั้งไม่ยึดถือในการปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 ไม่บริหาราชการแผ่นดินตามคำแถลงนโยบายของ ครม.ที่แถลงต่อรัฐสภา วันที่ 18 ก.พ.51 และกระทำการขัด รธน. โดยเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.51  ครม.ผู้ถูกฟ้องที่ 2 เห็นชอบร่างคำแถลงการณ์ร่วมรัฐบาลไทย - กัมพูชาที่จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ในการขอขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ต่อองค์การยูเนสโก ซึ่งมีนายนพดล ผู้ถูกฟ้องที่ 1 เป็นผู้ลงนามในแถลงการณ์นั้นเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. และจะมีการรายงานต่อองค์การยูเนสโก ในวันที่ 5 ก.ค.นี้

โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่า กระบวนการลงนามแถลงการณ์นั้น ไม่ได้เป็นไปตามขั้นตอน รธน. มาตรา 190 ที่ระบุว่า หนังสือสัญญาใดที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือ เขตอำนาจตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือมีผลกระทบต่อความมั่งคงเศรษฐกิจ สังคม หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ซึ่งรัฐสภาต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่อง และก่อนจะดำเนินการเพื่อทำหนังสือสัญญากับองค์การระหว่างประเทศ ครม. ต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนด้วย

นอกจากนี้เมื่อพิจารณาเนื้อหาที่ปรากฏในแถลงการณ์ร่วม ฯ แล้ว ระบุว่า ไทยสนับสนุนการขึ้นทะเบียนที่เสนอ ซึ่งเขตรอบพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหาร ปรากฏตามแผนที่แนบท้ายที่จัดทำขึ้นโดยรัฐบาลกัมพูชา ซึ่งแผนที่ดังกล่าวให้รวมถึงพื้นที่กันชนทิศตะวันออก และทิศใต้ของตัวปราสาท ทั้งนี้เมื่อพิจารณาแผนที่แนบท้ายแล้ว จะแสดงให้เห็นว่ากัมพูชา ยืนยันอย่างชัดเจนเป็นหลักฐานว่า พื้นที่กันชนทางทิศตะวันออก และทิศใต้ของตัวปราสาท เป็นอำนาจอธิปไตยของกัมพูชา ซึ่งพื้นที่นั้นอยู่เหนือคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ดังนั้นการลงนามในคำแถลงการณ์ร่วม ฯ จึงเท่ากับว่า ไทยได้สละสิทธิในข้อสงวนที่ไทยจะเอาปราสาทเขาพระวิหาร กลับคืนมาในอนาคต กรณีศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ได้พิพากษาเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2505 และยอมรับอธิปไตยของกัมพูชา เหนือซากปราสาทเขาพระวิหารอย่างถาวร ดังนั้นจึงต้องถือว่า ข้อตกลงในคำแถลงการณ์มีผลเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยอย่างชัดเจน

การกระทำที่ผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 ดำเนินการทั้งหมด จึงเป็นการปกปิด บิดเบือนข้อมูล ข้อเท็จจริงในสาระสำคัญของคำแถลงการณ์ร่วม ฯ ที่จะมีผลต่อกระบวนการ ขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายด้านอาณาเขตดินแดน และอำนาจอธิปไตยของประเทศไทย ซึ่งกระทบกระเทือนต่อพระราชอำนาจขององค์พระมหากษัตริย์ และสิทธิเสรีภาพของผู้ฟ้องทั้งเก้า และประชาชนชาวไทยทุกคน จึงขอให้ศาลปกครอง มีคำพิพากษา 1.ให้เพิกถอนการกระทำของ รมว.ต่างประเทศ ที่เสนอร่างคำแถลงการณ์ร่วม ต่อ ครม. เพื่อพิจารณาและมีมติ ครม. เห็นชอบ 2.เพิกถอนมติ ครม. ลงวันที่ 17 มิ.ย.51 ที่เห็นชอบร่างคำแถลง ฯ โดยมอบหมายให้ รมว. ต่างประเทศลงนาม 3.เพิกถอนการลงนาม รมว.ต่างประเทศ ในคำแถลงการณ์ร่วม ฯ ลงวันที่ 18 มิ.ย.51 และ4. มีคำสั่งให้ รมว.ต่างประเทศ ยุติความผูกพันตามคำแถลงการณ์ร่วม ฯ ต่อ กัมพูชา และองค์การยูเนสโกด้วย

ทั้งนี้ ผู้ฟ้องทั้งเก้า ยังยื่นคำขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ที่จะให้ 1.ศาลสั่งระงับการกระทำของ รมว.ต่างประเทศ ทั้งในเรื่องการเสนอเรื่องต่อ ครม. และการลงนามในคำแถลงการณ์ร่วม ฯ ให้สิ้นผลเป็นการชั่วคราว 2.ศาลสั่งระงับผล ครม.ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2551 ที่เห็นชอบร่างคำแถลง สิ้นผลเป็นการชั่วคราว และ 3.ศาลสั่ง รมว.ต่างประเทศ และ ครม. กระทำการใด ๆ เพื่อเป็นการแจ้งยุติความผูกพันตามคำแถลงการณ์ร่วม ฯ ต่อ กัมพูชา และองค์การยูเนสโกไว้เป็นการชั่วคราวด้วย

ศาลปกครองกลาง รับไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ 984/2551 เพื่อพิจารณาว่าจะประทับรับฟ้อง และจะมีคำสั่งไต่สวนฉุกเฉินเพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ โดยนายสุวัตร อภัยภักดิ์ และผู้ฟ้องทั้งหมด ยังคงรอฟังคำสั่งอยู่ที่ศาลปกครองกลาง ว่าศาลจะนัดไต่สวนฉุกเฉินหรือไม่

ศาลนัดไต่สวนคดีเขาพระวิหาร 26 มิ.ย.

ภายหลังยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ให้เพิกถอนการลงนามคำแถลงการณ์ร่วมรัฐบาลไทย -กัมพูชา การขอขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหาร เป็นมรดกโลกเมื่อช่วงเช้าแล้ว  

ต่อมาเวลา 15.00 น. นายชาชิวัฒน์ ศรีแก้ว ตุลาการศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวนมีคำสั่งนัดไต่สวนคู่ความสองฝ่าย เพื่อพิจารณาคำขอกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวคดีนี้ในวันที่ 26 มิ.ย. เวลา 10.00 น. โดยศาลมีหมายแจ้งผู้ถูกฟ้องทั้งสองทราบเพื่อเข้าชี้แจง พร้อมนำมติ ครม.คำแถลงการณ์ร่วม ฯ รวมทั้งแผนที่แนบท้ายคำแถลงการณ์ร่วม มาแสดงต่อศาลในวันไต่สวนด้วย

นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความผู้ฟ้องคดี ระบุว่า ในวันนัดไต่สวน ผู้ฟ้องทั้งหมดจะเดินทางมาศาลเพื่อพร้อมเป็นพยานให้ถ้อยคำ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ป.ปลา ที่ 27 มิถุนายน 2551, 03:23:49
ไม่ได้แวะเข้ามานาน
อยากถามความเห็นของพี่ๆ ค่ะ

คิดยังไงกับ  I คุณปลื้มที่จะลงสมัครผู้ว่า กทม. คะ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: too ที่ 27 มิถุนายน 2551, 09:44:43
อ้างจาก: "ป.ปลา (Miss)"
ไม่ได้แวะเข้ามานาน
อยากถามความเห็นของพี่ๆ ค่ะ

คิดยังไงกับ  I คุณปลื้มที่จะลงสมัครผู้ว่า กทม. คะ


 :shock:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 27 มิถุนายน 2551, 19:41:07
เคยสอบถามจากอดีตสมาชิกราชดำเนินคนนึง  เค้าเล่าให้ฟังว่า

lungcan says: การเอาไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก มันอาจจะเป็นสาเหตุให้เสียดินแดนเพิ่ม
lungcan says: อาจารย์สมปองบอกว่า ใน 3 ผู้พิพากษาที่เห็นว่าไทยไม่แพ้ เขียนไว้ในคำวินิจฉัยว่า พื้นที่ทับซ้อน คือ พื้นที่รองรับปราสาท ไม่ใช่บริเวณทับซ้อนตามแผนที่

ผมไม่ฟันธงว่าจะจริงหรือเปล่า?

อ้างจาก: "ppornson"
สนธิปั้นมากี่เรื่องแล้วครับ เรื่องทักษิณจ้างคนทุบพระพรหม..ปฏิญาฟินแลนด์..ขนเงินสดออกนอกรประเทศ 20 กระเป๋า..เป่าเรื่องขึ้นมาแบบจับโน่น ชนนี่ แล้วตอนนี้มีอะไรบ้าง นอกจากความเกลียดชัง..และไม่มีหลักฐานอะไรต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าไม่ชอบสนธิ เพราะผมก็ติดตามเค้ามาตลอด แต่หลังๆเปลี่ยนไปเยอะ..

คุณบอกเค้าเป็นโจร..แต่คุณก็ใช้วิธีโจรเช่นกัน..มันไม่มีความชอบธรรมจะมาพูดแทนผมครับ..

เข้าถึงทำเนียบได้ ประกาศชัยชนะ..ถามว่าชนะใครครับ..บ้านเมืองแพ้

ต้องเรื่องใหญ่จริงๆครับ ถึงจะให้นายกฯ หรือผู้อยู่ในตำแหน่งลาออก และเสียงโดยชอบธรรมต้องมากกว่านี้..

ต้องช่วยกันครับ..พวกเราต้องช่วยกัน ผมเองก็ต้องพยายามบอกพ่อแม่พี่น้อง และเพื่อนๆในบอร์ด ถึงแม้จะเป็นจุดเล็กๆของสังคม และบัณฑิต ต้องช่วยกันครับ..


ไม่ชอบสนธิ...แต่(ผม)ชอบวสันต์ สิทธิเขตต์, ประพันธ์ คูณมี 8)
ผมสังเกตอยู่เช่นกัน ตอนแรกพันธมิตรไม่ได้เคลื่อนไหวทันที หลังจากที่นายสมัครได้เป็นนายกฯ
เค้ามาเคลื่อนไหวเอาตอนที่จะแก้กฏหมาย(เพื่อฟอกใครหรือเปล่า?) แล้วก็เอาจักรภพ(ผู้พิศมัยถั่วดำ) มาปราศรัยด่าทอประธานองคมนตรี แถมยังมีนัยยะเพื่อกระทบถึงสถาบันบางอย่าง :twisted:
แม้ตอนนี้ตุ๋ยเพ็ญจะลาออกไปแล้ว แต่ไฟมันดูเหมือนดับยาก เพราะการแก้กฏหมายยังคงพยายามดำเนินต่อ เป็นเรื่องปกติที่ฝ่ายตรงข้ามเค้าจะหวาดระแวงกัน(ผมก็ระแวงนิดๆด้วยคน เพราะถ้ามันจริงใจ รอให้ตัดสินคดีเก่าเสร็จแล้วค่อยแก้ก้ได้นี่หว่า ถ้าถึงตอนนั้นแล้วแป๊ะลิ้มแกจะประท้วงอีก เดี๋ยวแกก็เสียมวลชนไปเอง)

ที่สำคัญ กรูไม่พอใจที่ไอ้เหี้ยปื๊ด มันได้กลับมามีตำแหน่งราชการด้วยโว้ย
ขรก.ทั่วไปทุกวันนี้ ต้องโดนระบบตรวจสอบสารพัด ทำผิดอะไรก็โดนฟ้องร้องง่ายขึ้น แต่ไอ้ปื๊ดกลับมีอภิสิทธิ์ได้ แถมยังโอหังประกาศตัวต่อหน้าสื่อ เพื่อโชว์ความบัดซบของตัวเอง(และพ่อมัน)


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 27 มิถุนายน 2551, 20:22:54
ก็อปมาลง...พอดีเห็นว่าน่าสนใจ :idea:

http://forum.serithai.net/index.php?topic=28300.50
อ้างจาก: "CanCan"
มรดกโลกที่อยู่ในเขตทับซ้อน มีหลายแห่งที่ขึ้นทะเบียนเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันของ 2 ประเทศ

ไทยเสียเปรียบที่ไปยอมรับให้เขมรขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียวในครั้งนี้

ทั้งที่เมื่อรัฐบาลที่แล้วก็ยังคัดค้านอยู่

ประเด็นทางประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ จะพูดยังไงก็พูดยังยากอยู่ เพราะมันก็มีอยู่ช่วงหนึ่งที่อาณาจักรฟูนันมาแบ่งพวก เจนละบก / เจนละน้ำ

การหยิบประเด็นประวัคิศาสตร์ รังแต่จะทะเลาะกัน เพราะหากจะว่าไป ชาวเจนละบก ก็อยู่ในฝั่งไทยนี่เอง

ประชาชนทั่วไปไม่ใช่คนในแวดวงประวัติศาสตร์หรือนักวิชาการที่จะยอมรับความแตกต่างทางความคิดแล้วอยู่ด้วยกันได้

ประชาชนมักจะเชื่อในสิ่งที่ตนอยากเชื่อ

ดังนั้นรัฐบาลนายสมัครจึงต้องตกอยู่ในวงล้อมของข้อกล่าวหาว่า "ขายชาติ" อย่างช่วยไม่ได้

เพราะคนไทยคิดว่า รัฐบาลนายสมัครทำให้ประเทศไทยเสีญประโยชน์


ปล.ไม่สนับสนุนแนวคิดคลั่งชาติ 8)


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 28 มิถุนายน 2551, 14:21:42
คำสั่งศาลปกครองให้คุ้มครองชั่วคราว ในกรณีเขาพระวิหาร ...


http://www.admincourt.go.th/attach/news_attach/2008/06/s51-0984-o01.pdf


 :o


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 30 มิถุนายน 2551, 12:15:46
กรณีคุณปลื้มนะ..บอกได้ว่า..เก่งแต่ปากน่ะ..ทำงานกับใครเค้าไม่ได้หรอก.


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 30 มิถุนายน 2551, 17:40:08
เรื่องเขาพระวิหาร

ไม่อยากให้บานปลาย ไปจนกลายเป็นการเกลียดกันของคนทั้งสองชาติ แบบที่ออกข่าวมา อยากให้หยุดดูถูก ประเทศอื่นๆรอบข้าง คำด่าว่า ไอ้ลาว ไอ้เขมร มันไม่ควรเอามาใช้ การรักชาติ รักได้แต่ไม่ได้รักแล้วไปมุ่งร้ายใคร ทำลายใคร อะไรถูกผิดก็ว่ากันไปตามกระบวนการจะดีกว่า อย่าใช้กระแสรักชาติมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเลย
ตอนนี้ไม่ค่อยชอบบรรยากาศในสังคมบ้านเราเลย มันแบ่งขั้วกันจนน่ากลัว เช่น ถ้าผมออกมาพูดแบบนี้ จะถูกฝ่ายนึงมองว่าเป็นพวกเลียไข่ ฝักใฝ่ทุนนิยม ไม่รักชาติ ไม่รักในหลวง ว่ากันไปใหญ่โต ผมแค่อยากให้สังคมบ้านเรา เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันบ้าง บนความแตกต่างทางความคิด

เรื่องคุณปลื้ม

ผมว่าให้แกไปเป็นดาราจะดีกว่า ไม่ได้ดูถูกนะ แต่ผมแค่รู้สึกว่าคนคนนี้ มีความคิดที่เป็นอุดมคติเกินไป ของบางอย่างต้องเข้าใจสถานะการณ์ที่แท้จริง จิึงจะแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ เป็นไปไม่ได้ที่จะมานั่งเปิดตำราแก้ปัญหา เพียงด้วยหลักการอย่างเดียว

เลือก น้าชูวิทย์ละกัน

 8)


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 01 กรกฎาคม 2551, 08:38:03
ผมไม่ปลื้มนักพูดฝีมือปากดีครับ
ผมไม่ปลืมพวกมั่นใจสูงครับ

ตาแคม


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 02 กรกฎาคม 2551, 10:13:22
อหังการ ไปหน่อย เราไม่ปลื้มว่ะ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 04 กรกฎาคม 2551, 22:38:46
ทำงานกับคนอื่นลำบาก..เพราะคำพูดมักจะแฝงไว้ด้วยการดูถูกคนอื่นเสมอ..

ใครได้ฟังประชาธิปไตยระบบใหม่ของพันธมิตรบ้าง..รับไม่ได้เลยว่ะ..ถ้าเอาระบบไปยึดกับคน..มีหวังพัง

ที่แท้ลึกๆพวกท่านก็คิดกันอย่างนั้นเอง..นี่ท่าทางจะเอาใหญ่..จะอารยะขัดขืนคำสั่งศาล ในเวปผู้จัดการก็เริ่มมีความคิด..มหาจำลองเริ่มท้าทายอำนาจศาล ท่าทางเหมือนจะท้าให้ถูกจับ..เด็กโรงเรียนราชวินิตโดนด่าเสียๆหายๆ..

เห็นสันดานเลยครับ..(พยายามดูเรื่องต่างๆด้วยปัญญานะครับพี่น้อง..)


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: telek78 ที่ 05 กรกฎาคม 2551, 12:49:30
เห็นด้วยกับหลายๆความเห็น
แต่หลายอย่างในประเทศนี้ซับซ้อนเหลือเกิน
หลายอย่างเหมือนจะเป็นเรื่องเล็ก แต่กลับใหญ่
หลายอย่างเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่กลายเป็นเรื่องเล็ก

ใครที่เข้าใจเรื่องการตลาดมากๆ จะสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างในประเทศเรา
เห็นกรรมวิธีโฆษณา กรรมวิธีปูพื้นความคิดในจิตใต้สำนึกในคนบางกลุ่ม
การแย่งพื้นที่หน้าหนังสือพิมพ์ หน้าทีวี และอีกหลายๆอย่าง

ก็สนุกดี แต่อีกใจนึงก็สงสารจัง ประเทศเรา


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 06 กรกฎาคม 2551, 21:02:41
อ้างจาก: "ppornson"
ทำงานกับคนอื่นลำบาก..เพราะคำพูดมักจะแฝงไว้ด้วยการดูถูกคนอื่นเสมอ..

ใครได้ฟังประชาธิปไตยระบบใหม่ของพันธมิตรบ้าง..รับไม่ได้เลยว่ะ..ถ้าเอาระบบไปยึดกับคน..มีหวังพัง

ที่แท้ลึกๆพวกท่านก็คิดกันอย่างนั้นเอง..นี่ท่าทางจะเอาใหญ่..จะอารยะขัดขืนคำสั่งศาล ในเวปผู้จัดการก็เริ่มมีความคิด..มหาจำลองเริ่มท้าทายอำนาจศาล ท่าทางเหมือนจะท้าให้ถูกจับ..เด็กโรงเรียนราชวินิตโดนด่าเสียๆหายๆ..

เห็นสันดานเลยครับ..(พยายามดูเรื่องต่างๆด้วยปัญญานะครับพี่น้อง..)


ผิดหวังเหมือนกันว่ะ...เอาคนอย่างอัญชลี มาขึ้นเวที ด่ากราดเขาไปทั่ว
ทำแบบนี้ มันก็ไม่ต่างกับพวก นรกป่วนกรุง(นปก.)เลยว่ะ
แบบนี้เดี๋ยวจะเสียมวลชน? เรื่องง่ายๆแค่นี้ไม่รู้รึไงวะ? พวกแกนนำทั้งหลาย :?


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 07 กรกฎาคม 2551, 07:58:19
เค้าเอาบันไดมาพาดให้ลงแล้วยังไม่ยอมลง
คงต้องอาศัยแรงถีบ

ตาแคม  :lol:  :lol:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 07 กรกฎาคม 2551, 13:31:22
ผมเสนอโมเดลประชาธิปไตยผมบ้าง..

1. ส่งเสริม OTOP เน้นเรื่องสหกรณ์ในชุมชน..กองทุนหมู่บ้านให้ใช้เป็นลักษณะธนาคาร โดยต้องสอบผ่านก่อน ได้รับการอบรมไม่น้อยกว่า 1 ปี..ถึงจะมีสิทธิ์เข้าถึงทุน (เพิ่มปัญญาก่อนเข้าถึงทุน)
 
2. ขึ้นเงินเดือนครู โดยเฉพาะครูต่างจังหวัด..ครูชนบท คะแนนสอบเข้าคณะครุศาสตร์ต้องสูงกว่านี้..มีสวัสดิการมาก แก้ไขหลักสูตรการเรียน โปรโมตครูสอนดี มีการสอบวัดระดับ พัฒนาเรื่องการสอบ รศ. หรืองานวิจัยอื่นๆ เพิ่มงบพัฒนาวิจัย..ในมหาลัยห้องแลปต้องเปิดได้ตลอด..ไม่ใช่ lab boy จะกลับบ้าน..ก็มาเร่งให้ปิด lab

3.เลือกตั้งตามเดิม แก้ไขเรื่อง สว. ให้ใช้ระบบเดิม..แก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องการคานอำนาจตรวจสอบและแผ่ความจริง

4. ยกเลิกระบบรัฐมนตรีไปเลยก็ดีนะ..เอาใช้ระบบสอบคัดเลือกโดยบอร์ดกระทรวงที่มาจากข้าราชการไปเลย..สิ้นเรื่อง..มีรัฐมนตรีที่ไหน..มีโกงที่นั่น..

5.ยกเลิกระบบสหภาพแรงงานทั้งในรัฐวิสาหกิจและราชการ..มันไม่เหมาะกับปัจจุบันแล้ว..และเป็นตัวถ่วงชัดๆ..(ดูรถไฟ โทรศัพท์ เป็นตัวอย่าง..)

6. ให้มีรายการวิทยุ และโทรทัศน์ 1 รายการ (รัฐบาลอุดหนุนและออกช่องหลัก ไม่ใช่ไปออกช่อง 11) ห้ามปิดรายการ อาจจะมีอาทิตย์ละ 1 ครั้ง..ประชาชนส่งคะแนนทาง internet หรือไปรษณียบัตร เรื่องที่ไม่โปร่งใส่ หรือต้องการข้อมูล ถ้าคะแนนเกินกำหนด อาจกำหนดว่าเกิน 1 ล้านคะแนน  รัฐมนตรีกระทรวงนั้น หรือผู้เกี่ยวข้อง ต้องเข้ารายการ และเชิญผู้มีความรู้เกี่ยวข้อง ซักถาม ถกกันจนกว่าจะชัดเจน..น้าสนธิ ..น้าจำลอง..น้ามาร์ค น้าเหลิม เข้ามาเลย..ซักถาม..ตอบกันให้จบ..ไม่จบอาทิตย์หน้าว่ากันใหม่

      ให้มีช่องทางระบายแรงดัน..และชาวบ้านได้ข้อมูล..เสริมปัญญา..ต่อสู้กันที่ข้อมูล DEBAT เหมือนเมืองนอกเค้า..เอาข้อมูลมาตีแผ่กัน พิธีกรเป็นประมาณสรยุทธ์ก็ได้ หรือพี่หยุ่น จะแจ๋วมาก ไม่ใช่ให้มาทะเลาะกันหน้าทีวี (แต่ทะเลาะกันหน้าทีวีก็ดีกว่าแบบทุกวันนี้นะ..)

     ยอมรับกันได้มั๊ย..ระบบแบบนี้..เอาปัญญามาสู้กัน..ยิ่งข้อ 6 ยิ่งทำได้ไม่ยากเลยถ้าจะทำกันจริงๆ..แต่เราไม่เอากัน..เพราะอะไรครับ..เพราะแต่ละฝ่ายมีแฝงทั้งนั้น..

    ผมคนนึงละครับ..ที่ค้านหัวชนฝาเรื่องระบอบประชาธิปไตยใหม่..สุริยะใส น่าผิดหวังมากๆ..มันประชาธิปไตยตรงไหน..เมื่อเอาระบบคนไม่เท่าเทียมกันมาใช้..จริงๆคนไม่เท่าเทียมกันครับ..แต่เราต้องหาวิธิที่ให้คนมีปัญญาเข้ามาในระบบครับ..ไม่ใช่วิธีนี้..เอาทหาร เอาคนโน้นคนนี้เข้ามาตามระบบคัดเลือก..ถามว่าคัดเลือกแบบไหน..ไม่รู้กันอีก..บอกว่าเอามาเป็นโมเดล..จะบ้าเหรอ..คิดแล้วมันต้องคิดให้ทั้งระบบสิครับ..

     ว้าเหว่เหลือเกินครับ..พี่ศรรามไม่อยู่ฝ่ายเหลือง..โดยซัดเละเลย..เราอยากให้บ้านเมืองเป็นแบบนี้เหรอ..สังคมอุดมด้วยอารมณ์..ไม่ใช่สังคมที่เต็มไปด้วยปัญญา ใช้อารมณ์ตัดสิน..เหลิมไปใต้ไม่ได้..มาร์คไปเหนือ อีสาน ไม่ได้..ทำกันไปทำไมครับ..


    เฮ้อ..ประชาธิปไตยโมเดลอื่นๆของคนในบอร์ดนี้มีแตกต่างกันมั๊ยครับ..เชิญแสดงทัศนะได้..(แต่ขอให้เป็นแบบจับต้องได้นะ..ไม่ใช่แนวความคิด หรืออุดมคติที่จับต้องไม่ได้..)


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 07 กรกฎาคม 2551, 18:29:41
เล่นดักคอ ว่า ต้องจับต้องได้ เลยไม่ค่อยกล้าออกความคิดเห็น

 :shock:  :shock:

เอาเป็นว่า คนไทยด้วยกันทั้งนั้น รักๆกันไว้ ปัญหาภายนอกก็รุมเร้า
ภายในก็ปั่นป่วน ไม่รุ้ยังไงดี แต่ก็ไม่อยากได้ทั้งแบบ ทุนนิยมหมกเม็ด
กับ อมาตยธิปไตยเต่าล้านปี ทำไงดีหว่า ลำบากใจนะเนี่ย
เกิดเป็นคนไทย หันไปทางซ้ายเจอตะกวดบก หันไปทางขวาเจอตะกวดน้ำ

สรุปแล้ว เี้ย พอกันหมด

อิ อิ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 08 กรกฎาคม 2551, 20:40:31
ดูซิ ปตท.มันทำอะไรไว้กับคนไทยบ้าง :?
http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=18&topic_no=128478&topic_id=130066

 
อ้างถึง   
4. ยกเลิกระบบรัฐมนตรีไปเลยก็ดีนะ..เอาใช้ระบบสอบคัดเลือกโดยบอร์ดกระทรวงที่มาจากข้าราชการไปเลย..สิ้นเรื่อง..มีรัฐมนตรีที่ไหน..มีโกงที่นั่น..

เห็นด้วยครับ คนที่ถูกแต่งตั้งมาคุมกระทรวงต่างๆ บ่อยครั้งที่ดูไม่ได้เลย มันเอาใครก็ไม่รู้ ที่แทบไม่เคยรู้จักองค์กรที่ตัวเองจะเข้าไปบัญชาการเลย มานั่งเป็นรัฐมนตรี


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 08 กรกฎาคม 2551, 21:21:20
ระบบรัฐมนตรีมันไม่เหมาะกับประเทศเราน่ะ..มันไม่ได้คนที่มีความรู้มาทำ..แต่เป็นการสนองต่อการได้รับเลือกตั้งและเข้าร่วมรัฐบาล..การตั้งรัฐมนตรีเป็นเพียงเพื่อการดูแลงบประมาณที่ต้องผ่านมือเท่านั้น..เราไม่ได้มืออาชีพเข้ามาทำงาน..

เลิกๆไปซะ..ใช้วิธีคัดหาจากคนที่มาลงสมัครดีกว่า..ให้ดีก็คนในประเทศเลือกโดยตรงไปซะเลยสิ้นเรื่อง..แต่แบบนี้มันก็บริหารกันไม่ได้อีก..มันขัดขากันอีก..น่าเบื่อวุ้ย..

กรูก็เหมือนท่านไข่..หันไปทางไหนก็เซ็ง..แต่นี่ประเทศไทย..ก็ย้ำว่าพวกเราทำได้ด้วยการเผยแพร่ความรู้ให้คนอื่นมากๆ..กระจายๆกันไป..ช่วยกันให้เป็นสังคมอุดมปัญญาครับ..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 08 กรกฎาคม 2551, 23:39:32
จริง ๆ แล้ว รัฐมนตรี น่าจะมีการเสนอชื่อขึ้น แล้ว ให้ประชาชนลงมติ เลยครับว่ายอมรับ ไม่ยอมรับ ... น่าจะดีนะ

โดย ให้นายกมา present ก่อนว่า ทำไมถึงเสนอชื่อ ขึ้น เขามีวีรกรรมอะไร ทำไมถึงคิดว่าเหมาะสม ... present ในสภา แล้วให้ประชาชนลงมติ ...

...


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 09 กรกฎาคม 2551, 07:46:15
อ้างจาก: "Aj.O"
ดูซิ ปตท.มันทำอะไรไว้กับคนไทยบ้าง :?
http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=18&topic_no=128478&topic_id=130066


เมื่อวันก่อน เห็น ปตท. กะ กระทรวงพลังงานบอกว่า
เดือนนี้ ปตท. นำเข้า LPG จากต่างประเทศเกือบ 100,000 ตัน เพื่อแก้ปัญหาแก๊ส LPG ขาด

ปตท. ขายแก๊ส LPG ในประเทศ ประมาณ 50,000 ตัน/เดือน
สยามแก๊ส ขายประมาณ 30,000 ตัน/เดือน
ยูนิคแก๊ส ขายประมาณ 30,000 ตัน/เดือน
เวิลด์แก๊ส ขายประมาณ 30,000 ตัน/เดือน
ปิคนิค ขายประมาณ 20,000 ตัน/เดือน
รวมๆ กันแล้วทั้งประเทศใช้กันอยู่ประมาณ 160,000 ตัน/เดือน

ถามนิดนึง เอาเข้ามาทำอะไรครับ 100,000 ตันอ่ะ
อย่าบอกนะ ว่าแก๊ส LPG ในประเทศไทย ที่ได้จากการกลั่นน้ำมัน
อยู่แค่ 60,000 ตัน/เดือน
กรูล่ะงง

ตาแคม  :evil:  :evil:


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 09 กรกฎาคม 2551, 19:56:59
เห็นด้วยกันแนวคิดของเซียนโต้งครับ ว่าวันนี้เราๆท่านๆทั้งหลายนี่แหละ ที่จะสามารถช่วยเหลือประเทศชาติได้ ด้วยการช่วยกันพยายามกระจายความรู้ และแนวคิดทางประชาธิปไตยที่ถูกต้องให้กับคนอื่นๆในประเทศ เริ่มจากตัวเรา คนใกล้ๆตัวเรา คนละนิดละหน่อยดีกว่าไม่ทำอะไรเลย แล้วนั่งดูทุกๆอย่างย่อยยับลงไปต่อหน้า

จริงๆอยากให้มีแหล่งข้อมูลดีดี ที่เป็นกลางให้เราบริโภคข้อมูลที่ถูกต้องแล้วนำออกมาเผยแพร่ให้กับคนในสังคม น่าจะเสนอให้จัดตั้ง กลุ่มNGO และไม่หวังผลประโยชน์และการแทรกแซงใดๆ หรือไม่ก็พวกองค์กรอิสระ ให้เข้าถึงประชาชน หรือไม่ก็มีวิธีในการเผยแพร่ข้อมูลให้ได้กว้างขวางกว่านี้

จริงๆไอ้ประชาธิปไตยแบบตัวแทนเนี่ย มันลำบากเนอะ อยากให้ทำให้เป็นประชาธิปไตยสัมบูรณ์แบบกรีกไปเลยก็ดี อย่างเช่นบางที เราอยากได้คนนี้เป็นนายก แต่แม่ง ตั้งรัฐมนตรีเฮงซวย หรือว่าบางที ออกกฏหมายมาเป็นร้อย มีบางอันดีบ้าง ไม่ดีบ้าง แต่เวลาจะทำประชามติ ให้แค่รับ กะไม่รับ มันดูเป็นมหภาคเกินไป อยากให้ทำออกมาเป็นจุลภาคมากขึ้น แบบประมาณว่า รัฐบาลตั้งกระทู้มาเลย เป็นเรื่องๆ แล้วให้คนไปโหวตที่ละเรื่องเลย หนึ่งคน หนึ่งครั้ง ต่อการออกเสียง ในช่วงเวลาที่กำหนด ใช้log in ผ่านบัตรประชาชนแบบ smart card สร้าง server มาลองรับ อีกหน่อยเลือกตั้งผ่านเน็ตกันไปเลย ไม่ต้องมาเปลืองแบบทุกวันนี้ โหวตออกทีวี แบบ realityเลย สะใจดี หรือจะผ่าน SMS ยิ่งเท่ห์ไปใหญ่ ประชุมสภาไปเราก็โหวตไป บางคนบอกว่าขี้เกียจติดตามก็ถือว่านอนหลับทับสิทธิ์ไป เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ บางคนบอกทำไงอ่ะใช้ไม่เป็น ผมว่าก็เหมือนกันแหละ ตอนที่มีการเลือกตั้งครั้งแรกในโลก ก็ไม่มีใครเคยเข้าคูหาแล้วกาเหมือนกัน ก็ต้องมีเริ่ม มีหัดกันบ้าง  แต่แบบนี้ อีกหน่อย คนที่จะเป็นนายกคือพวก Hacker

ความเกลียดชัง ไม่เคยสร้างสรรค์สิ่งดีดีได้ จงทำมันด้วยความรักที่แท้จริง


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 09 กรกฎาคม 2551, 23:40:41
วันนี้มีเรื่องมาเล่าให้ฟัง (เรื่องจริงที่เกิดวันนี้นี้เอง)
มีรสชาติการเมืองนิดหน่อย

ตอนเช้าหลังจากขับรถกลับจากพัทยาเพราะไปส่งแม่  ก็เลยเอาไปเข้าอู่ให้ จูน แก็สให้ เพราะ ไฟ engine มันขึ้น ... เอารถไปฝากไว้ แล้วกลับ taxi

taxi คันนี้ ก็ดีแฮะ เปิด ฟังวิทยุที่พระท่านบรรยาย ธรรมะ  ผมก็งีบไปฟังไป เพราะ ง่วงมากเนื่องจากเมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ แถมต้องตื่นแต่ตี 4 ครึ่ง ขับรถไปพัทยา   สักพัก แถว ๆ ประชาชื่น ใกล้ถึงที่ทำงานแล้ว ผมก็ตื่นมา  taxi ก็บ่นว่า สมัยยนี้ เด็กมันไม่มีกตัญญูกับพ่อแม่หรอก (พอดีพระ เทศน์ เรื่อง ความรักของแม่ และ การกตัญญูรู้คุณแม่) แกก็บ่นไปเรื่อย และ ก็เล่าว่า วันก่อน ถาม อาจารย์ จบปริญญาโทจาก สหรัฐอเมริกา อยู่ 1 คำถาม และบอกว่า ทำไมข้าวของถึงแพง  พออาจารย์ ตอบไม่ได้ คนขับ taxi ก็บอกว่า ผมน่ะก็ด่าอาจารย์กลับไปว่าไง่ ทำไมเรื่องแค่นี้ไม่รู้  ... จริง ๆ ที่ข้าวของแพง น้ำมันแพง เพราะ ไอ้ เ อี้ย ษิณ ... มันลอยตัวน้ำมันกับข้าวของ  ผมน่ะไง่มาตั้ง 7-8 ปี และ ก็บ่นว่า ที แก๊ส และ น้ำมันลอยตัว  ... ไม่เห็นมิเตอร์ taxi ลอยตัวบ้างเลย ...
ผมก็ได้แต่ยิ้ม ๆ และก็ถึงปลายทางที่ผมต้องลงพอดี ...

taxi คนที่สอง ผมต้องใช้บริการไปรับรถที่อู่ในตอนค่ำวันนี้  .. คันนี้ไม่ได้เปิดอะไรเงียบ แต่ดีหน่อยที่เปิดแอร์ ... ตอนแรก ๆ ไม่ได้คุยอะไรเพราะผมก็ง่วง ๆ อยู่ สักพักเห็นเงียบ ๆ ผมก็บ่นว่า ปีนี้ฝนตกเอะจังไม่ค่อยดีเลย ... taxi ก็สนทนาว่า ใช่ ทีหน้าฝนน่ะน้ำเยอะ  หน้าแล้งน้ำไม่มี  บ้านเราน่าจะสร้างเขื่อนไว้เก็บน้ำบ้าง อย่าง แก่งเสือเต้นนี้ น่าจะสร้าง ส่วน NGO มาคัดค้านอะไรอยู่ได้  ยังไง ๆ การพัฒนามันมีความสูญเสียอยู่แล้ว ถ้าได้มากกว่าเสียก็น่าจะทำ... ผมก็คิดในใจว่าท่าทางคันนี้พูดดูดีแฮะ และคงจะเชียร์รัฐบาลอยู่ไม่น้อย ... ผมก็สนทนาตามบรรยากาศไปเรื่อย
พอมาถึงจุดที่เขาบอกว่า เขามีญาติ หรือคนรู้จักอยู่ศรีษะเกษ นี้ล่ะ  ผมก็แหย่นิด หน่อยว่า อืม ... เขาพระวิหาร ... Taxi ก็บอกว่า จะเสียดินแดนอะไร เพราะ เขมรจะขึ้นทะเบียน เพราะ มันเป็นของเขา อยู่แล้ว ศาลโลกตัดสินแล้ว จะมาค้านอะไร ... ผมก็ยิ้ม ๆ อยู่ในใจ ขำดี ท่าทางเจ้านี้เชียร์รัฐบาลสุดใจ...
ช่วงท้าย ๆ ของการสนทนา (เพราะผมเริ่มง่วงอีกแล้ว) taxi ก็บอกว่า จริง ๆ แล้วฝันว่า อยากถูกหวยสัก 3 ล้าน 4 ล้าน  จะได้เก็บเป็นเงินฝากประจำกินดอกเบี้ย   เวลามีผ้าป่าก็จะได้ร่วมเป็นประธาน รองประธานผ้าป่า ... ตอนนี้ผมก็ยิ้ม ๆ  และก็กำลังจะหลับ อยู่เฉย ๆ พี่ taxi คนนี้แกก็เปิด วิทยุ คลื่นเพลง dance เฉยเลย ... ทำเอานอนไม่หลับเลย จนถึงที่หมาย..

 :o

.........


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 10 กรกฎาคม 2551, 12:27:58
เวลาผมเครียดๆ เพื่อจะไปทำอะไรแล้วต้องใช้บริการ taxi

ถ้ามันจอดอยู่ผมจะดูหน้าคนขับว่าแก่เปล่า

ถ้าแก่ มันชอบคุยเรื่องการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ

ซึ่งมันก็จะแสดงภูมิ จากสื่อ + อคติ ที่มันเสพกันมา

มีครั้งนึงผมเครียดมากเพราะจะนั่งไปสอบ นอนน้อย

แล้วมันพยายามจะชวนคุยเรื่องการเมืองก็บอกไปว่า

พี่ๆ ครับ  ผมเครัยดอยู่ ไม่อยากฟัง

ถ้าไม่แก่มาก มักจะไม่ชวนคุย มันจะเปิดเพลง ไม่ก็เงียบไปเลย

          อีกครั้งที่ได้ฟังภูมิของ taxi คันนึงบอกว่าถ้าได้เป็นคนบริหารประเทศ

บอกว่าจะไล่พวกคนแก่ๆ ที่เป็นราชการออกให้หมด  เหตุผลเพราะค่าจ้างแพง

ทำงานช้า คิดนาน ลืมของง่าย ที่สำคัญไม่แข็งแรง คือถ้าให้มาวิ่งแข่งร้อยเมตรกัน

กับคนหนุ่ม หรือคนวัยทำงาน จะสู้ไม่ได้   ซึ่งจะแสดงว่าประสิทธิภาพการทำงาน

ก็สู้ไม่ได้    ก็คิดในใจว่า .............อืม   งั้นมึงก็ขับรถต่อไปแล้วกัน


บางทีก็ไม่รู้เหมือนกันว่า สื่อ หรือข้อมูลที่เราเสพเข้าไปอันไหนมันเป็นกลางบ้าง

อะไรจริงบ้าง ไม่ + อคติ  ซึ่งก็ได้แต่ช่างหัว มัน ไปเรื่อย สำหรับความคิดของแต่ละคน

ที่เราฟังความคิดมา เพราะก็ไม่ได้อยากทำตัวเป็นไม้บรรทัดไปวัดใครเค้าว่าจะต้องทำแบบนั้น

แบบนี้ แต่อันไหนที่มันเป็นกลาง หรือ Fact บ้าง เพราะต้องการวิเคราะห์เอง

ไม่ต้องอคติของคนที่มันแปลข้อมูลแล้วเอามยัดในสมองให้เรา  ก็ได้แต่คิดแค่ว่าเลือกที่จะ

เสพเท่าที่รับได้เท่านั้น



มีอยู่วันนึงนั่งฟัง อภิปราย แล้วมี สส คนนึงทางภาคใต้ขึ้นมาอภิปราย

ขึ้นมาก็กล่าวนำอ้างอิงคนที่จะอภิปรายทางด้านเศรษฐกิจ โดยใช้คำพูด

ของคอลัม นิส ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  แม่ง...มีแต่  เค้าว่า... เค้าว่า...

เออ...ถ้าเป็น พวกข้อมูลที่มันมาจากทั่วโลก จากสำนักวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจ

จากนั่น จากนี่ ตัวเลข อะไร ชัดๆ อะไรก็ว่าไป  ก็รอฟังอยู่ มีแต่เอาสะใจ

ก็ไม่รู้ว่าหมดรุ่น ไอ้พวก สส แก่ๆ  แล้วพวกรุ่นอย่างพวกเราขึ้นไปเป็น สส

มันคงจะอภิปรายอะไรที่มันมีน้ำหนักมากกว่านี้ได้มั้ง   ไม่เข้าใจมันจริงๆ

อ้างมาได้ไง จากไทยรัฐ  ........เฮ้อ  ตู present รายงานหน้าชั้น

ยังหาแหล่งอ้างอิง เกือบตาย นี่มันอภิปรายระดับชาตินะ  ทำงานกันง่ายไปหน่อยไหม

แล้วอีกอย่างที่ติดใจ   รัฐสภาเวลาแจงข้อมูลหรืออภิปราย  มันไม่มี projector

ให้ใช้เหรอ ทำ powerpoint  แล้วโชว์ให้ดูเลย  ไม่ใช่เอาแค่กระดาษ A4

ถือในมือโบกไปโบกมาแล้วบอกว่าจะให้ท่านประธานดู  ไม่ก็ทำ ชาร์ทใหญ่ๆ

โดยการไปขยายเครื่องเอกสารมาแล้วก็เอามากางๆ ให้ดู ให้กล้องซูมเข้าไป


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: หลิม 81 ที่ 14 กรกฎาคม 2551, 10:20:14
ฮ่าดี

 ....เอามาฝาก พ่อสอนการเมืองลูก ... โดนใจจริงๆ.....

เป็นเรื่องของเด็กน้อยคนหนึ่งซึ่งมีครอบครัวที่อบอุ่นซึ่งในครอบครัวมีด้วยกัน
ทั้งหมด 5 คน
วันนึงขณะที่เด็กน้อยนั่งกินข้าวเช้าอยู่บนโต๊ะอาหาร
เด็กน้อยมองเห็นคุณพ่อดูข่าว TV เกี่ยวกับการ เมือง '
พ่อ...การเมืองคืออะไรอ่ะ' เด็กน้อยถามพ่อด้วยความสงสัย
พ่อทำท่าทางคิดหนักก่อนจะตอบกลับไปว่า
'อืม...มันก็ไม่ยากหรอกลูกเปรียบเทียบง่ายๆนะลูก'
- เปรียบ พ่อเป็น พ่อค้านายทุน ก้อคอยหาเงินไง
- เปรียบ แม่เป็น รัฐบาล ก็คอยเอาเงินจากพ่อมาบริหารไง
- เปรียบ ตัวลูกเองเป็น ประชาชน ที่ต้องมีรัฐบาลคอยดูแล
- เปรียบ น้องชายของลูกเป็น อนาคตของชาติ
- เปรียบ พี่แจ๋ว (พี่เลี้ยงของเด็กในบ้าน) เป็นชนชั้นแรงงาน


เด็กน้อยทำหน้า งง ก่อนจะปล่อยให้ ความสงสัยนั้นอยู่ในหัวตลอดทั้ง-วันจนเมือ
ถึงเวลาตกดึกของวันนั้น

ขณะเด็กน้อยกำลังหลับ 'แงๆๆๆๆๆ' เสียงน้องชายตัวน้อยของเค้าร้องดังขึ้น เด็ก
น้อยเดินไปดูที่เปลจึง
ได้รู้ว่าน้อยชายของเค้า ขี้แตก
เด็กน้อยรู้ทันทีว่าต้องไปตามแม่มาดูน้อง
ขณะเดินไปตามแม่เด็กน้อยได้ยินเสียงออกมาจากห้องของ


พี่แจ๋วพี่เลี้ยงคนสวย ด้วยความสงสัยจึงแง้ม ประตูดูพบว่า พ่อเค้ากำลังอยู่บนตัวของพี่แจ๋ว
เด็กน้อยจึงเดินไปที่ห้องของแม่พบว่าแม่ของเค้ากำลังนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่
เด็กน้อยพยายามปลุกแต่ก็ ไม่ยอมตื่น

เด็กน้อยท้อใจเดินกลับห้องนอนและหลับไปหลังจากคิดอะไรได้มากมาย
ตื่นตอนเช้าขณะลงมาจากห้องเพื่อกินข้าวเช้า เด็กน้อยเห็นพ่อของเค้า 'พ่อๆ ผม
รู้แล้วละว่าการเมืองเป็นยังไง'
เด็กน้อยยิ้มที่ตัวเองเข้าใจในสิ่งที่ผู้ใหญ่บางคนยังไม่เข้าใจ
'แล้วมันเป็นยังไงละไหนบอกพ่อสิลูก' พ่อถามด้วยความอยากรู้ 'การเมืองก็คือ
....การที่พ่อค้าหรือนายทุนกดขี่ชนชั้นแรงงาน!!

ในขณะที่รัฐบาลก็หลับหูหลับตาไม่สนใจประชาชน


แม้ว่าประชาชนจะเรียกร้องยังไงก็ตาม!!


.....โดยทิ้งอนาคตของชาติให้จมบนกองขี้!!


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 14 กรกฎาคม 2551, 15:45:47
ขอบคุณน้องหลิม

ชัดเจนมาก การเมืองคือ???


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 15 กรกฎาคม 2551, 15:36:24
เดี๋ยวว่าจะโจทย์ยากเกินไป..เห็นกรูแสดงความเห็นอยู่คนเดียว..

เอาเป็นว่าท่านอยากให้เขียนอะไรไว้ในรัฐธรรมนูญบ้างครับ..มันจะกลายเป็นข้อที่นักการเมืองและประชาชนต้องปฏิบัติ..


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 22 กรกฎาคม 2551, 21:43:19
เมื่อวาน ฟังคลิป E.Da แล้ว สยองว่ะ :?
มันกล้าเล่นแรงขึ้นทุกวันอย่างไม่อายฟ้าอายดินแล้ว

ออกตัวไว้ก่อนว่า ผมไม่ใช่พวก Royalist ขวาจัด ที่คลั่งไคล้เจ้านายอย่างไม่มีเหตุผล
แต่อย่างน้อยก็นับถือพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันมาก...
เจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่นี้โดยตรง แม่งเอาหูไปนา เอาตาไปไร่
ที่กับพันธมิตรพาทพิงเกี่ยวกับสถาบันฯเพียงเล้กน้อย ทำไมไอ้หมักมันเดือดร้อนจะเป็นจะตาย

คำถามคือ คุณว่าไอ้หมัก มันภักดี อย่างที่มันเคยอ้างไว้เมื่อตอนก่อนเกิดหกตุลา ปี 19 มั้ยครับ?
หรือเก่งแต่การอ้างสถาบันเพื่อทำลายคู่ต่อสู้ทางการเมือง


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Max ที่ 23 กรกฎาคม 2551, 10:50:47
คือเราไม่ชอบทั้งนั้นล่ะที่เวลาเราในหลวงมาอ้าง

อ้างเพื่ออะไร ตัวคนที่มันคิด  มันพูด มันคงรู้ตัวดีที่สุด

เพื่อมวลชนที่จะอยู่ข้างมัน  ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ตาม

ถ้าตามที่โต้งโพส เราอยากให้ระบุในรัฐธรรมนูญเรื่องการกล่าวอ้างถึงในหลวงมากกว่า

โดยส่วนมาก ถ้าเป็นคนไทย  ก็ยังคงเคารพสถาบันกษัตริย์อยู่

ถ้าเอาใกล้ตัวก็คงเหมือนกับความรักในสถาบันการศึกษาที่เราภูมิใจ

ถ้าใครมากล่าวว่า ก็คงยอมไม่ได้  ไม่งั้นพวกช่างกลมันคงไม่ฆ่ากันเพราะสถาบันล่ะ

อย่างภาพที่ประชาชนตีกันเอาธงชาติตีกันตามข่าวที่มันลง  อย่างโคด เกลียดเลย

ไม่ได้เกลียดประชาชนนะ เพราะจังหวะนั้นมันหาอะไรตีได้คงหา

หาปืนได้คงยิง  หามีดได้คงฟัน คงเสียบให้ตายไปข้างนึง

แต่เกลียดคงยัดความคิดให้ชาวบ้าน  ยัดข้อมูลให้เค้าเสพเพื่อที่จะได้อยู่ข้างตน

มันอยู่ตรงข้ามกันมากๆ เกลียดกันมากๆ ก็นองเลือดกัน  เกลียดคนถือไมค์บนเวที

แล้วปลุกระดมชาวบ้านไม่ว่ากลุ่มไหนก็ตามเพราะเค้ายัดเยียดข้อมูลของเค้าให้ประชาชน

ผมไม่เคยเห็นคนถือไหนคนไหนถืออาวุธ หรือมือเปล่าวิ่งนำหน้าประชาชนที่เป็นมวลชน

ของเค้าสู้กับตำรวจ หรือฝ่ายตรงข้ามเลย พอมีเหตุการณ์แรงๆ เช่นสลายม็อบ

ไม่เคยเห็นหภาพพวกมนหัวแตกเลย มีแต่ ป้าแก่ ๆ ลุงแก่ๆ พายเป้  ถือขวดน้ำ

ถือถุง  ร้องโอดโอยว่าเจ็บ พร้อมกับภาพออกมาว่าพวกเค้า มีเลือดอาบที่หน้าหรือตามตัว

          จะประท้วงอะไรก็ช่าง จะอุดมการณ์อะไรก็ทำ แต่อย่าให้มันกระทบคน

ที่เค้ามีวิถีชีวิตปกติมากนัก   ถ้าย้อมกลับไปสักยี่สิบปีที่แล้ว ผม กับที่บ้านต้องเดินทาง

ไปที่มุกดาหารเป็นประจำเพื่อไปเยี่ยมคุณยาย  เส้นทางที่ผ่าน และลัดจากจันทบุรีไปมุกดาหาร

ก็คือเส้นทางผ่านตาพระยาบางทีรถเสีย เวลาการเดินทางต้องเปลี่ยน ผมเคยไปนอนบ้านคุณตำรวจ

ใจดีมาแล้วเพราะทางข้างหน้าไปไม่ได้เค้ารบกัน เค้ายิงกันอยู่มีระเบิดตกมาในฝั่งไทย

นอนไปฟังเสียงปืนไป ฟังเสียงระเบิดลง   การเดินทางก็ลำบาก  เพราะมีรถเข้าถึงน้อย

ครั้งนึงพ่อผมเคยรับผู้โดยสารระหว่างทาง  ต้องเลือกด้วยนะครับว่าเป็นผู้หญิง  จำได้ว่า

คนนั้นเป็นคุณครู  แกจะเข้าไปในโรงเรียนที่แกสอนแต่ว่าไม่มีรถผ่านเลยต้องโบกเอา

ดึกแล้ว ส่วนผู้ชายก็ต้องคอยต่อไป  นี่ถ้าตรงเขาพระวิหารมันยิงกันจริงๆ สถานการณ์

มันคงไม่ได้ต่างจากยี่สิบปีที่แล้วที่ผมเจอมั้งครับ


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 23 กรกฎาคม 2551, 11:57:54
...
เรื่องการเมืองไทย ผมนึกถึงเรื่อง แบทแมน ที่ไปดูเมื่อคืนนี้

ผมว่านักการเมืองไทย ทำตัวคล้าย ๆ โจกเกอร์ เลย ...   (อาจจะ spoil หนังนะ ใครยังไม่ได้ดู ข้ามไปก่อนนะ .. )
















เปรียบเทียบกับตอน บนเรือเฟอรรี่ 2 ลำ ที่มีคนแห่อพยพหนี ออกนอกเมืองอยู่เต็มลำ  ... เรือ 2 ลำมีระเบิด โจกเกอร์ ก็ส่ง สวิทซ์ remote จุดระเบิด ไปยังเรือทั้ง 2 ลำ โดยเมื่อกด ก็จะไประเบิดเรืออีกลำ ... พร้อมกับประกาศไปยังคนที่อยู่บนเรือทั้ง 2 ลำว่า  ก่อนเที่ยงคืน ถ้าเรือลำไหน กดสวิทซ์ ให้เรืออีกลำระเบิด เรือลำนั้นก็จะรอด  แต่ถ้าไม่มีเรือลำไหน กดระเบิด โจ๊กเกอร์ ก็จะระเบิดทั้งสองลำ

...

นักการเมือง พันธมิตร บ้านเรา ก็ไม่ต่างกับ พฤติกรรม โจกเกอร์ เลย ที่ พูด ให้ประชาชคนสองฝ่าย เกลียดอีกฝ่าย  เพื่อให้ทำร้ายอีกฝ่าย  .... ทั้ง ๆ ที่คนนั้น เป็นคนไทยเหมือนกัน  หรือถ้าในหนัง ก็คือ พลเมือง ก็อธแธม เหมือนกัน ...

....


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 23 กรกฎาคม 2551, 22:45:26
http://www.mediafire.com/?x3cq0ymxwg9
ฟังแล้วสยองเลยครับ(ตาแคมเคยฟังมาแล้วยังอึ้ง)

อ้างจาก: "ชาร์ป"
...เปรียบเทียบกับตอน บนเรือเฟอรรี่ 2 ลำ ที่มีคนแห่อพยพหนี ออกนอกเมืองอยู่เต็มลำ  ... เรือ 2 ลำมีระเบิด โจกเกอร์ ก็ส่ง สวิทซ์ remote จุดระเบิด ไปยังเรือทั้ง 2 ลำ โดยเมื่อกด ก็จะไประเบิดเรืออีกลำ ... พร้อมกับประกาศไปยังคนที่อยู่บนเรือทั้ง 2 ลำว่า  ก่อนเที่ยงคืน ถ้าเรือลำไหน กดสวิทซ์ ให้เรืออีกลำระเบิด เรือลำนั้นก็จะรอด  แต่ถ้าไม่มีเรือลำไหน กดระเบิด โจ๊กเกอร์ ก็จะระเบิดทั้งสองลำ
...
นักการเมือง พันธมิตร บ้านเรา ก็ไม่ต่างกับ พฤติกรรม โจกเกอร์ เลย ที่ พูด ให้ประชาชคนสองฝ่าย เกลียดอีกฝ่าย  เพื่อให้ทำร้ายอีกฝ่าย  .... ทั้ง ๆ ที่คนนั้น เป็นคนไทยเหมือนกัน  หรือถ้าในหนัง ก็คือ พลเมือง ก็อธแธม เหมือนกัน ...
....

http://forum.serithai.net/index.php?topic=30412.0 :-?


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 30 กรกฎาคม 2551, 07:47:16
มันจะเล่นเก้าอี้ดนตรีกันอีกแล้ว..เมื่อไหร่เราจะได้รัฐมนตรีที่มีความสามารถซักที..เป็นระบบโควต้า ย้ายคนโน้นมาคุมกระทรวงนี้สลับไปมา..

แล้วบ้านเมืองมันจะเดินกันไปยังไงถ้ามันยังเป็นแบบนี้อยู่..ตอบแทนเงินที่ซื้อเสียงเข้ามา


หัวข้อ: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: หลิม 81 ที่ 26 สิงหาคม 2551, 22:19:45
เริ่มกันแล้วครับ...เป่านกหวีด

วุ่นวายกันน่าดู โกลาหล กันสุด ๆ แล้วกติกาผมว่าเริ่มไม่มีแล้ว...อีกฝ่ายก็ว่าอีกฝ่าย อีกฝ่ายก็ตอบโต้ จนบานปลายน่าดู...

ต้องดูกันต่อไปอีก เมื่อไหร่จะจบสิ้นกันเสียที


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 04 กันยายน 2551, 17:06:09
อ้างจาก: ppornson
และแล้วสิ่งที่ผมกลัวที่สุดก็มาถึง..การใช้อำนาจศาลไม่ได้..ไม่มีใครเคารพ ในเวปผู้จัดการเริ่มมีการ post ประมาณว่า ศาลเป็นใคร ศาลสั่งไม่ถูกต้อง ไม่ยุติธรรม มันเริ่มมีแนวความคิดนี้จริงๆ..ผมว่าน้าสนธิคิดผิดมากๆที่สร้างมาตรฐานนี้ไว้..คือมาตรฐานเรื่องการเมืองภาคประชาชนน่ะดีแล้ว เพราะเมื่อคืนเปิดสภาก็เหมือนที่คิดไว้ ว่าไม่รู้เปิดไปทำไม อีกคนก็ด่า อีกคนก็ด่าตอบ ไม่เห็นมันจะฟังกันเลย แต่มาตรฐานเรื่องการดื้อแพ่ง ไอ้อารยะขัดขืนนี่ล่ะ..ตัวแกอาจคิดได้ แบ่งแยกได้ แต่คนในม๊อบเค้าไม่ได้มีปัญญาเหมือนคุณ

ที่ตลาดได้ยินเค้าคุยโม้ ว่าไปม๊อบมา สนุกมาก พวกไม่ไปนี่โง่มาก เพราะไปแล้วได้เข้าทำเนียบไม่ต้องรอวันเด็ก ไม่ไปนี่โง่จริงๆ..(เป็นเรื่องจริงนะ ไม่ได้แต่ง คนเค้าคิดแบบนี้จริงๆ)

แล้วบ้านเมืองจะไปรอดหรือครับ น้าเค้าเล่นดื้อตาใส ไม่ฟังศาล ยื่นให้ศาลตัดสินทุกเรื่องทั้งๆที่รู้คำตอบเพื่อซื้อเวลา เช่น ต้องออกจากทำเนียบเฉพาะ 9 คน หรือว่าทั้งหมด ดูมันถามไปได้..ตีความประโยคเดียว..ตาใสจริงๆครับ ทีเรื่องนี้โง่บัดซบ

อีกเรื่อง ชอบปลุกระดมด้วยเรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้ เพื่อให้อีกฝ่ายดูแล้วเลวสุดๆ

ครั้งแรกๆ บอกตำรวจจะเข้าประชิดตัวแกนนำ แล้วจับกุม ถ้ายิงได้เค้าจะยิงทิ้งเลยพ่อแม่พี่น้อง....(โฮ่ๆๆๆๆๆ)

ครั้งที่สองบอกเค้ามีตำรวจหญิงปะปน ซึ่งจะให้ตำรวจหญิงอาศัยจังหวะเผลอแล้วจับกุมแกนนำทันที

อีกหลายๆครั้งจะปลุกระดมด้วยเรื่องเวอร์ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ ใครจะบ้าทำครับ เอาตำรวจหญิงจับ จับแล้วบินออกไปเหรอครับ..

การเมืองภาคประชาชนเข้มแข็งเป็นเรื่องดี แต่การเอาชนะด้วยการไม่สนใจถึงวิธีการว่าจะเลวยังไง..อันนี้รับไม่ได้ครับ..ใครเป็นพันธมิตรผมก็ไม่ได้เกลียดอะไรครับ แต่อยากให้ตรึกตรองว่าเรื่องไหนถูก เรื่องไหนเหมาะ อย่างผมก็เห็นว่าควรยุบสภาครับ เพราะน้าหมักก็ทำเกินไปหลายเรื่องจริงๆ

แต่พันธมิตรก็ไม่มีสิทธิ์บอกให้ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลครับ มันเกินไป

อีกอย่าง สว. ลากตั้งที่ไปปราศัยที่ม๊อบด้วยน่ะ มีสามัญสำนึกกันแค่ไหน บอกว่าจะไปดูเรื่องตำรวจทำร้ายร่างกาย แต่ไปปราศัยบนเวทีเฉยเลย บทบาทควรจะต้องไปดูหน่วยพยาบาล ดูการใช้กำลังของตำรวจ ดูเรื่องผู้บาดเจ็บ ไม่ใช่ไปขึ้นเวทีครับ แล้วที่น้าสนธิเค้าบอกให้ สส. 70 30 น่ะครับ มันจะไปรอดมั๊ยครับ นี่แค่ลากตั้งเข้ามาไม่เยอะก็ออกลายดันพวกเดียวกันแล้วครับ

 
อ้างถึง   
ตอนนี้ ... ไม่สนใจเลยครับการเมือง ...จะได้ไม่ต้องเครียดมาก

ฟัง ๆ ไปงั้น ไม่ว่าจะข้างไหน ...
คอยดูสถานการณ์ ครับ จะได้ เตรียมตัวได้ถูก...

... เรื่องอื้อแพ่งนี้เป็นทาง เทคนิค ครับ
คือ ไม่ หนี ... ก็อยู่ตรงนั้นล่ะ ... เจ้าหน้าที่ถ้าจับได้ ก็เข้ามาจับ

พอเจ้าหน้าที่เข้าไปจับ แล้วปะทะ กับผู้ชุมนุม ... ก็เป็นเหตุให้ ศาลรับอุทธรณ์ แล้วศาลก็มีคำสั่งคุ้มครอง จนกว่า ศาลอุทธรณ์ จะมีคำสั่งว่าอย่างไร ที่แน่ ๆ อีก 10 กว่าวัน ...

พันธมิตร ทำได้ เพราะ มันคุมมวลชนได้เยอะ .... ถ้าไม่มีคน มันทำอะไรไม่ได้

รัฐบาล ก็ประมาท และ งี่เง่า เหลือเกิน (ขอด่าเหอะ) เสียหน้ามาก ที่ถูกยึดทำเนียบได้ ... ไม่มีที่ทำงาน ต้องไปทำงานที่อื่น ...

และ ไม่รู้ว่า จะต้องมีเรื่องที่ รอ ครม. มีมติ อีกกี่เรื่อง

และ รัฐบาล ก็ดันไปสร้างเงื่อนไข ให้คนมันเข้ามาชุมนุมได้อีก ... โดยเฉพาะ พวกรัฐวิสหกิจ ... ลองเจอตัดน้ำตัดไฟสิครับ ... ทำงานไม่ได้นะครับ

ถ้าสลายการชุมนุม โดยไม่ใช้กำลังไม่ได้
ต้องยุบสภาครับ

อ้างจาก: Mr.Eggman
ยุบสภาแล้วไงอ่ะครับ
ลาออกแล้วไงอ่ะครับ
เลือกตั้งใหม่แล้วไงอ่ะครับ

ต้องได้นายกที่มาจากการแต่งตั้งของ พธม. เหรอ
ถึงจะยอมยุติเรื่องนี้อ่ะครับ แล้วเอาใครดีล่ะครับ
เอาขิงแก่อีกทีไหม,หรือคุณมาร์ค หรือให้น้าลิ้มมาเป็นเอง เอาไหมครับ

ทำไมรัฐวิสาหกิจ ต้องหยุดงานประท้วง
ทำไมต้องเอาความเดือดร้อนของประชาชน มาเป็นเครื่องมือต่อรอง
ทำไมรัฐบาลทำอะไรไม่ได้เลยอ่ะครับ

ถ้าลุงหมัก ลาออกแล้วจะยังไงต่อเหรอ
จะจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติเหรอ แล้วใครทำล่ะ
ใครรู้บ้างว่า เค้ามีข้อเสนออย่างไรที่จะเลิกชุมนุม

อยากให้แก้ปัญหาการเมืองด้วยการเมืองอ่ะครับ
เอาชนะด้วยการเลือกตั้ง เอาชนะใจประชาชนด้วยนโยบาย
ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้ กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่

ป.ล. ไม่ได้รักใคร ไม่ได้เกลียดใครครับ

"จะเลือกตายอย่างวีรบุรุษ หรือจะทนอยู่จนเห็นตัวเองเป็นจอมวายร้าย"

อ้างจาก: ชาร์ป
ตอนนี้กระแสมันแรงมากครับ อย่างผมพยามยามไม่พูดเรื่องนี้กลับคนอื่น ๆ ที่ไม่สามารถเถียงได้ครับ เช่น ลูกค้า เจ้านาย และเพื่อนร่วมงานบางคนครับ มันทำให้ความสนิทใจของคนเรามันลดลงไปอย่างมากครับ... นึกแล้วก็ไม่ดีครับ กับคนอย่างเราที่ต้องการความสนิทใจ หรือจริงใจกับคนใกล้ตัว

ส่วนรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ผมว่าเค้าคงอดทนกันมานานแล้วมั้งคับ แต่ไม่เห็นด้วยกับการหยุดงาน หรือหยุดปฎิบัติหน้าที่ที่ตัวเองต้องทำอยู่ เ่ช่น งาน เพราะ้ถ้าเมื่อไหร่เราไม่รู้หน้าที่ของตัวเองแล้ว ผมว่าคงเละเทะสุด ๆ คับ ลองนึกดู รถไฟ ไม่ทำหน้าที่ ตำรวจไม่ทำหน้าที่ ประปา ไม่ทำหน้าที่ หมอไม่ทำหน้าที่...วุ่นขนาดครับ

งานนี้ต้องรอดูกันไปยาว ๆ แน่ ๆ บ้านเมืองคงอึมครึมวุ่นวายครับ ได้แต่ภาวนาไม่ต้องเหมือนประเทศเพื่อนบ้านน๊ะครับ เสียว ๆ ไงก็ไม่รู้

หน้าที่ต้องทำ อย่าเอามาเป็นตัวต่อรองครับ

อ้างจาก: ppornson
วิจารณ์หน่อยครับ..

เมื่อคืน..ตำรวจบอกมีแต่โล่ ไม่มีกระบอง เพราะไม่อยากถูกว่าว่าใช้ความรุนแรง..

แต่วันที่เอาเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีไปติดประกาศ เอาอาวุธไปครบเลย

ไอ้เมื่อคืนน่ะ..มันต้องไม่ให้ข้ามเส้นมาเลย มีบทเรียนมาแล้วที่อุดร เมื่อคืนตำรวจต้องอาวุธครบมือครับ ปล่อยให้มาได้ยังไง เมื่อมีคนตาย พธม. ก็มีเงื่อนไขเพิ่ม รัฐบาลก็หมดเงื่อนไขเข้าไปใหญ่ ทำไมมันมึนกันอย่างนี้

ว้าเหว่ครับ..สำหรับสังคมที่เต็มไปด้วยอารมณ์..สนธิประกาศให้ พธม. เข้ามารวมตัวโดยเอาอาวุธหรือมีอะไรก็เอามาให้หมด จะเกิดสงครามกลางเมืองก็ต้องเกิด ดูเค้าประกาศสิครับ ส่วนช่อง 11 ไอ้ 3 หน่อนั้นมันก็ยังออกรายการอีก ด่าไปเรื่อยอีก..แล้วเมื่อไหร่มันจะจบครับ

สหภาพรัฐวิสาหกิจ หักเงินพนักงานเดือนละ 20 บาท เดือนนึงได้ประมาณ 400,000 (ตามตัวเลขที่เค้าว่ามา) ไม่ค่อยได้ทำอะไรหรอกครับ งานศพส่งพวงหรีด ไปดูงานเมืองนอก นานๆทีก็ขอขึ้นค่าแรงที คนขับรถทำงานมานาน เงินเดือน 30,000 ครับ คนกรอกน้ำประปาเงินเดือน 40,000 ครับ ประสิทธิภาพการทำงานไม่มี

ที่ TOT มีคนล้นงาน (คือเอาประสิทธิภาพงานที่ได้มาเทียบกับจำนวนคน) ปรากฏว่าต้องเอาคนออกอย่างน้อยครึ่งนึงครับ

แล้วมันจะไปรอดยังไงครับประเทศชาติ ใครมีม๊อบก็มาจับมือกับสหภาพ..น้าเค้าก็หยุดงาน มีอำนาจต่อรอง พี่น้องสหภาพเห็น..โอ้..หักกรูไปเดือนละ 20 บาท เดี๋ยวจะไม่มีผลงาน..

สถานการณ์แบบนี้..ไม่ยุบสภา..ไม่จบ แต่ถ้ายุบ ก็สร้างบรรทัดฐานใหม่ที่ไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่

ตัวเลือกไม่ค่อยมีครับ สุดท้ายต้องพึ่งบารมีในหลวงอีก คอยดู

แล้วที่น่ากลัวกว่านั้น ถ้าพึ่งบารมีแล้ว พวกมันยังไม่ฟังกัน ตอนนั้นก็ตัวใครตัวมันละครับ

อ้างจาก: ppornson
เอาแล้วล่ะครับ..

มีการบอกว่าถ้ามีการจับแกนนำ จะตัดระบบสื่อสารของประเทศ..

และมีการไม่เห็นด้วยกับการออกหมายจับของศาล ไม่แยกแยะว่าเรื่องไหนถูกผิด แต่ตอนนี้กลายเป็นแกนนำพธม. แตะต้องไม่ได้แล้วครับ แม้แต่ศาล

ศาลโดนบรรดาม๊อบว่าถูกซื้อครับ เค้าไม่แยกแยะเรื่องการออกหมาย การกระทำความผิด การตัดสิน...มั่วเป็นเรื่องเดียวกันหมด

เค้าออกหมายให้ไปต่อสู้ในศาล ไม่ได้บอกว่ามรึงผิด สิ่งที่เจ้าพนักงานตั้งแท่นมามีมูลจึงให้เรียกมาสอบสวน ไม่ได้บอกว่ามรึงผิด ตอนนี้ก็อุทธรณ์เรื่องโน้นเรื่องนี้ซ้ำซาก มีอุทธรณ์ของอุทธรณ์อีก แบบว่าใช้วิธีดื้อตาใส

บอกให้เค้าเคารพกฎหมาย แต่มันไม่ทำกันเลย

ส่วนน้าหมักก็สุดๆ..ฟังให้สัมภาษณ์เรื่องออก พรก.ฉุกเฉินแล้วอยากจะกระโดดถีบหน้าจริงๆ เห็นด้วยแบบที่สุทธิชัย หยุ่น บอกไว้ ว่าพอกันทั้งคู่ แต่น้าหมักไม่มีวุฒิภาวะการเป็นผู้นำประเทศเลย..

เหลือเชื่ออีกอย่างครับ ประเทศไทยเช่ารถเมล์แพงที่สุดในโลก คันละ 13 ล้านบาท เมืองนอกเค้าเช่า 3 ล้านบาทครับ (ต่อคันแต่ต่อกี่ปีไม่รู้)

เยี่ยม....

อ้างจาก: ชาร์ป
งุบงิบทำ และ ค่าเช่า แพง ... เป็นประเด็นให้ พวก พันธมิตร มันอีก ...
เอาเข้าไป ...

ดื้อตาใสปิ๊ง ...

จริง ๆ ไม่ต้องยุบสภาก็ได้ แต่เปลี่ยน คณะรัฐมนตรี ในสาย พปช. มาเป็น สาย ปชป. ...
และให้น้าหมัก เป็นนายก อยู่ ... น่าจะสนุกน่าดู

ตอนนี้ บอกตามมุมมองที่มีว่า
กับพันธมิตร ผมเห็นด้วย 60%  ไม่เห็นด้วย 20% อีก 20% ไม่มีข้อมูลพอจะแสดงความเห็น
แต่กับรัฐบาลหมัก เห็นด้วย 0%!!!  คัดค้าน 80%! อีก 20% ไม่มั่นใจ

ก็แม่งมันงี่เง่าเอง พันธมิตรเกือบจะพลาดแล้ว(ในแง่ความชอบธรรม)ตอนที่บุกยึดสถานี
หมักแกกลับโง่พอที่จะไปใช้ความรุนแรงตอบโต้(แทนที่จะใช้กฏหมาย) จนกลายเป็นว่าตัวเองกลับมาครองสถานะที่ร้ายกว่าซะแล้ว
เปรียบเป็นบอล เหมือนกับทีมพันธมิตรเผลอเปิดเกมบุกจนหลังโหว่
แทนที่ทีมรัฐบาลจะทำเกมโต้เพื่อกดดันทำประตู แม่งเสรือกไปทำฟาวล์เค้า(พันธมิตร)!
เอาตำรวจไปไล่ตี ทั้งที่ศาลเค้าให้ไปแจ้ง หรืออย่างมากก็ไปจับกุมเฉยๆ(ให้เวลา 15 วันหลังแจ้งให้ถอยแล้วไม่ถอย)
พลาดโง่ๆ+จันไร แบบนี้ ก็สมควรเน่าลูกเดียว :P


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 04 กันยายน 2551, 17:12:42
http://forum.serithai.net/index.php?topic=33807.0

อ้างจาก: wincha
ดูในทีวี มีกลุ่มใหม่ "ไม่เอารัฐบาล แต่รําคาญพันธมิตร"


อ้างจาก: login not found
เหอๆๆ ก็กลุ่มกรูจะเอาอย่างเดียวไง

ด่ารัฐบาลไม่ดี ไม่อยากได้ แต่ก็ไม่อยากลำบากมาไล่
รำคาญพันธมิตร เพราะขี้เกียจดูข่าว ขี้เกียจรถติด

พวกนี้ ดีแต่ปากทั้งน้านนนน พอถามว่าให้ทำยังไง
ก็ได้แต่ตอบว่าไม่รู้ แต่ทำย่างนี้ไม่ได้ก็แล้วกัน มันไม่เป็นประชาธิปไตย
แล้วที่เป็นอยู่ เผด็จการรัฐสภา แถลงสนับสนุนตั้งแต่ยังไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจ มันประชาธิปไตยตรงไหน(ว่ะ)

อ้างจาก: นักปฏิวัติ
ยังถือว่าเป็นกลุ่มที่มีใจเป็นธรรม แยกแยะถูกผิดได้

ส่วนการไม่พอใจพันธมิตร อาจไม่ชอบวิธีการ รูปแบบ หรืออะไรก็แล้วแต่

ก็ยังมีเป้าหมาย เป็นแนวร่วมกันอยู่ คือไล่รัฐบาล ชั่วครองเมือง ออกไป

อ้างจาก: BrettAnderson
ผมเองก็เป็นพวกคล้ายๆทำนองนี้นะครับ คือไม่เอารัฐบาลและ นปก และทักสินแน่ๆ แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับหลายๆแนวทางของพันธมิตร

แต่ก็ไม่ได้รำคาญนะครับ เพียงแต่วิธีที่พันธมิตรใช้ปัจจุบันผมไม่เห็นด้วยเท่าไหร่

อยากได้แนวทางแบบ รวดเร็วเด็ดขาด ไม่ต้องพูดไม่ต้องยืดเยื้อ ทุ่มทรัพยากรที่มีทั้งหมดลงไปทีเดียว ตูมเดียว จบ เรียบร้อย

จึงอยากเห็นว่าถ้าพล.อ.พัลลภมาเป็นแกนนำ วิธีการของแกจะเป็นอย่างไรเหมือนกันเผื่อจะแนวทางเดียวกัน


ส่วนพวกที่ประกาศว่าเป็นกลางน่ะ ผมก็เคารพกับการตัดสินใจของพวกเขา แต่ว่าก็ควรทำตัวให้มีจุดยืนที่แน่ชัด ให้บริการข้อมูลข่าวสารที่เป็นกลางและถูกต้องและทางที่ดีช่วยเสนอแนวทางด้วยว่าถ้าไม่เอารัฐบาลแล้วจะเอายังงัยต่อ จะเคลื่อนไหวอย่างไร

ไม่ใช่มีหน้าที่แค่ออกมาบอกแล้วก็เงียบ หรือแค่ใส่ชุดดำบ้าบอไรนั่นแล้วก็ไม่ทำอะไรเลย ไร้ประโยชน์ครับแบบนี้ นอนอยู่บ้านเฉยๆก็ไม่มีใครเขาว่าหรอก


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: mmwindoo_79 ที่ 11 กันยายน 2551, 15:30:07
เข้ามาเพื่อบอกว่า

นึกห่านอะไรไม่ออกเลยครับพี่น้อง ว่าจะไปทางไหนดี
วังเวงมาก


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 12 กันยายน 2551, 08:07:06
เคยนึกว่าจะเอาใครดี
พปช พธม ปชป นปก

แมร่มมม พอกันทั้งน๊านนนน

ตาแคม


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 12 กันยายน 2551, 16:55:02
ท่านก็ได้เห็นสันดานนักการเมืองไทย..ที่ไม่เห็นความสำคัญของความเห็นคนในประเทศ กลัวยุบสภาเพราะต้องใช้เงินเข้ามาอีก..

เซ็งมานานแล้วครับ แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับบางวิธีการของ พธม. ซึ่งผมว่ามันสร้างมาตรฐานที่ไม่ดี..

คุณว่าอารยะขัดขืน..มีขอบเขตกันแค่ไหนครับ


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 12 กันยายน 2551, 18:34:14
เฮ้อ โชคดีที่ยังมีกระทู้นี้ ให้ได้แสดงความเห็น อึดอัดครับ ตอนนี้ขนาดจะแสดงความเห็นยังลำบากเลย เบื่อกระแสเลือกข้างมาก

จากเหตุการณ์แบบนี้ ทำให้มีความคิดแบบนึงว่า การเมืองการปกครองของเรา วิ่งไปอิงพรรคการเมืองไปหมด สส.ต้องตกอยู่ในอำนาจพรรคการเมืองแบบเบ็ดเสร็จ เหมือนกับว่า ท่าน สส. ที่เราเลือกเข้าไป ที่หวังให้เป็นตัวแทนของมวลชน จิงๆแล้วเค้าเป็นแค่ตัวแทนของพรรคการเมืองเท่านั้นเอง อิงมติพรรคเป็นหลัก ทุกวันนี้ผมเห็นว่ากลไก สส. แบบเลือกให้เข้าไปเป็นตัวแทนมันล้มเหลวลงเพราะ ระบบอิงพรรค

ขอถามกูรูด้านรัฐศาตร์หน่อยครับว่า
ทำไม สส.แบ่งเขต ต้องอยู่พรรคการเมืองด้วยครับ ถ้าเราเลือกแบบแบ่งเขต กะแบบสัดส่วนอยู่แล้ว

ใครชนะแบบสัดส่วน ก็เป็นรัฐบาลไป ดีไหม แล้วจะไปฟอร์มทีมรัฐมนตรียังไงก็เชิญเลย พรรคเดียวไม่ต้องแย่งโควต้ากัน
ส่วนใครชนะแบบเขต ก็เป็นตัวแทนของเขตนั้นๆดิ ยังจะไปอิงพรรคอีกทำไม เป็นอิสระไปเลย ห้ามสังกัดพรรคไปเลยยิ่งดี แล้วเวลาโหวตก็จะได้มีอำนาจต่อรองกับรัฐบาลอีก ไม่งั้นใครเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก จะโหวต หมา มาเป็นนายกยังทำได้เลย ถ้า สส.แบบเขต อิงพรรคกันหมด ซึ่งจิงๆความหมายของคำวาอิงพรรค ก็คืออิงนายทุนดีดีนี่เอง

ส่วนพ่อแม่พี่น้อง อารยะขัดขืนเนี่ย ก็นะ เวลาจะทำก็อ้างสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่พอเจอหมายศาล บอกอารยะขัดขืน สองบรรทัดฐานครับ ไม่ไหวๆ แล้วคิดว่าการปิดสนามบิน,รถไฟ และท่าเรือ มันดีแล้วเหรอครับ

มุมมองผมมองว่าตอนนี้ เป็นการประลองกำลังกันของสองฝ่าย โดยกำลังเอาประเทศชาติเป็นตัวประกัน

ตอนแรก พันธมิตรออกมาเย้วๆ ให้ ลุงหมักลาออก โดยอาศัยข้ออ้างในการชุมนุน มากดดัน ซึ่งตรงนี้ยังทำอะไรลุงแกไม่ได้ เพราะคนที่สนับสนุนแกก็ยังมีแถม จำนวนคนที่ออกมาเคลื่อนไหวของ พธม.ก็ยังไม่พอที่จะต่อรองได้

เลยเดินเกมส์หนัก ยึดรัฐสภา NBT ตรงนี้คิดเหมือนอาจารย์โอเลย เดินเกมส์รุกแรงไปหน่อย โดยเฉพาะที่ NBT เกือบกลายเป็นผู้ร้ายไปแล้ว แล้วก็เริ่มสร้างให้เกิดความไม่สะดวก โดยอาศัย สหภาพรัฐวิสาหกิจ (นี่อีกครับ ถ้ารักชาติจิงๆ ไม่ต้องประท้วงก็ได้ ช่วยตั้งใจทำงาน รับใช้พี่น้องประชาชนก็เป็นบุญหัวละ) เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง

ตอนแรกลุงหมัก ก็เกือบพลาด เดินเกมส์ชน ด้วยการใช้กำลัง แล้วแกก็รู้ตัวเปลี่ยนมาเป็นตั้งรับ แต่ยังหวังลึกๆที่จะเผด็จศึก เลยปล่อย พรก.ฉุกเฉินไว้เป็นไพ่เด็ด แล้วโยนลูกให้ ทหาร แต่เผอิญเค้าไม่เอาด้วย ก็เลยกลายเป็นบอลตั้งรับทั้งคู่ครับ

ผมว่าตอนนี้ถ้าผมเป็นสมัคร ผมก็จะไม่ออก ไม่ยุบครับ ปล่อยไปแบบนี้ แล้วพอประเทศชาติเริ่มค่อยๆดิ่งลงเหว บอลก็จะลอยไปตกที่ฝ่ายพันธมิตรว่า นี่ไง พวกนี้แหละ ทำชาติเจ๊ง ส่วนเร็วๆนี้ พธม. ต้องเปิดเกมส์รุกใส่แน่ ก่อนจะถึงวันที่พวกเค้าจะต้องกลายเป็นผู้ร้าย ข้อหาทำลายความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

สรุปคือ มีคนอยากชนะครับ ทั้งคู่พอๆกัน โดยเอาประเทศชาติมาเป็นเครื่องมือในการสร้างความชอบธรรม

สำหรับทางออก ผมแนะนำให้ไปหา คิระ แล้วเขียนชื่อคนบางคนลงใน death note ครับ ไม่กี่ชื่อหรอก รับรอง จบแน่นอน

คนโง่ คือคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร และไม่สนใจที่จะเรียนรู้
คนที่โง่กว่า คือคนที่รู้เรื่องเยอะ แต่รู้แบบผิดๆถูกๆ
คนที่โง่ที่สุด คือคนที่พยายามที่จะเรียนรู้ แต่ไม่เคยใช้วิจารณญานไตร่ตรองว่ามันถูกหรือผิด

คนไทยรักกันนะครับ


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 15 กันยายน 2551, 07:51:26
^
^
เรื่องของอำนาจมันไม่เข้าใครออกใครหรอกครับ
พออยู่ในมือนานๆ ใครเข้า ตอนแรกก็ใช้กันอย่างพึงระวัง
หลังๆ ก็หน้ามืดตามัว โดนทุกอย่างบัง จนมองอะไรไม่เห็น
ตะแบงกันอยู่แค่อย่างเดียว
ทั้งๆ ที่ก็เคยเจ็บเพราะ สาเหตุดังกล่าวมาแล้วกันในอดีต ก็ไม่เคยคิดจะเอามาเป็นอุทาหรณ์

สมัคร เจ็บแล้วไม่เคยจำ ปากพาจนไปเสียทุกเรื่อง
พธม. ตะแบงอย่างเดียว แถหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองตลอด ขึ้นหลังเสือแล้วลงไม่ได้แล้ว
พวกสหภาพ ตั้งขึ้นมาก็เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง หยุดงานก็สบายกันไป
แถมก็ไม่มีใครกล้าทำอะไร เพราะพวกนี้ก็เป็นฐานเสียงให้กับหลายๆ ฝ่ายยามเลือกตั้ง
พวกนักการเมือง ระบบอะไรก็แก้ไม่ได้ ต้องแก้ที่คนเลือก
ตราบใดที่คนเลือกยังมีทัศนคติในการเลือก ที่ยังจะเลือกพวกนี้เข้ามาด้วยผลประโยชน์ส่วนตน
ก็ต้องรับกรรมกันต่อไป

ตาแคม


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 17 กันยายน 2551, 18:53:32
ต้องใช้เวลาครับ..เรื่องนี้..

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ สส. ระบบไหน แต่ปัญหาคือ สติปัญญาของคนที่เลือกไม่มีครับ..แต่จำนวนมีเยอะ..ยกมือเลยชนะ

อาทิตย์ที่แล้วดูข่าวเจอเสาหินโบราณที่ไหนไม่รู้ กรมศิลปยังไปไม่ทันเลย ดูรูป ..เอ..ทำไมเสามันขาวๆ..แมร่งเอาแป้งทาหาเลขกันแล้วครับ..เสาโบราณอายุเป็นพันปี..

คือเรามีคนแบบนี้ แต่เลือกตั้ง 1 เสียงเท่ากัน..ผลมันก็เป็นแบบนี้ละครับ

ผมเห็นว่าเราต้องแก้ปัญหาที่ตำแหน่งรัฐมนตรีครับ..ถ้าเอาตำแหน่งนี้ออกไป..จะเกิดอะไรขึ้น..

บ้านเรามีแผนพัฒนาอยู่แล้ว มี สตง. มี ปปช. เราเอาข้าราชการกระทรวงนั้นๆมาเป็นรัฐมนตรีเลยดีมั๊ย..

เพราะมันเป็นตำแหน่งหาเงินชัดๆ เอาใครก็ไม่รู้ไม่มีความรู้มานั่ง แล้วก็หาเงิน..

ถ้าไม่มีตำแหน่งนี้..อยากรู้ว่าพวกมันจะลงเล่นการเมืองกันมั๊ย..

ส่วน พธม. ช่วงนี้ฟอร์มตก..เรื่อยๆ เอื่อยๆ ไม่รู้จะเล่นอะไร ประดิษฐ์คำแปลกๆมา..รัฐบาลประชาภิวัฒน์ ..มันคืออะไรวะ..ไม่มีเนื้อหา บอกแต่ว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วมจากทุกภาคฝ่าย แต่ไม่รู้ทำยังไง..

จริงๆผมสนับสนุนให้ พธม. ตั้งพรรคลงเลือกตั้งครับ เพราะแฟนๆในจำนวนของ สส. แบบสัดส่วน น่าจะมีคะแนนเสียงเพียงพอ แล้วน้าก็ประกาศไปเลยว่าจะเป็นฝ่ายค้านอย่างเดียว ไม่เป็นรัฐบาล เพื่อเอาเข้าระบบไปค้านในสภา

เพราะมันขัดกันอย่างแรงครับ น้าบอกให้แก้โน้น ทำนี่ สส. 70/30 หรือต่างๆนาๆ แต่มันต้องเริ่มด้วยการแก้รัฐธรรมนูญ แต่น้าบอกไม่ให้แก้ แล้วถามต่อว่าใครเป็นคนแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าไม่ใช่ สส. สว.

นอกระบบมันแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ครับ..ไม่รู้น้าจะเอายังไง..วนไปวนมา เซ็ง


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 18 กันยายน 2551, 07:52:09
คนสั่ง คือ รัฐมนตรี คนทำ คือ ปลัดกระทรวง
ก็พอจะคานกันได้อยู่บ้าง
แต่อย่างว่า ส่วนใหญ่ปลัด ที่ขึ้นมาได้ก็เพราะนักการเมือง

ตาแคม


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 18 กันยายน 2551, 13:20:50
อ้างถึง
ข้อความของ ppornson เมื่อ 17 กันยายน 2551, 18:53:32
ต้องใช้เวลาครับ..เรื่องนี้..

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ สส. ระบบไหน แต่ปัญหาคือ สติปัญญาของคนที่เลือกไม่มีครับ..แต่จำนวนมีเยอะ..ยกมือเลยชนะ

อาทิตย์ที่แล้วดูข่าวเจอเสาหินโบราณที่ไหนไม่รู้ กรมศิลปยังไปไม่ทันเลย ดูรูป ..เอ..ทำไมเสามันขาวๆ..แมร่งเอาแป้งทาหาเลขกันแล้วครับ..เสาโบราณอายุเป็นพันปี..

คือเรามีคนแบบนี้ แต่เลือกตั้ง 1 เสียงเท่ากัน..ผลมันก็เป็นแบบนี้ละครับ

ผมเห็นว่าเราต้องแก้ปัญหาที่ตำแหน่งรัฐมนตรีครับ..ถ้าเอาตำแหน่งนี้ออกไป..จะเกิดอะไรขึ้น..

บ้านเรามีแผนพัฒนาอยู่แล้ว มี สตง. มี ปปช. เราเอาข้าราชการกระทรวงนั้นๆมาเป็นรัฐมนตรีเลยดีมั๊ย..

เพราะมันเป็นตำแหน่งหาเงินชัดๆ เอาใครก็ไม่รู้ไม่มีความรู้มานั่ง แล้วก็หาเงิน..

ถ้าไม่มีตำแหน่งนี้..อยากรู้ว่าพวกมันจะลงเล่นการเมืองกันมั๊ย..

ส่วน พธม. ช่วงนี้ฟอร์มตก..เรื่อยๆ เอื่อยๆ ไม่รู้จะเล่นอะไร ประดิษฐ์คำแปลกๆมา..รัฐบาลประชาภิวัฒน์ ..มันคืออะไรวะ..ไม่มีเนื้อหา บอกแต่ว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วมจากทุกภาคฝ่าย แต่ไม่รู้ทำยังไง..

จริงๆผมสนับสนุนให้ พธม. ตั้งพรรคลงเลือกตั้งครับ เพราะแฟนๆในจำนวนของ สส. แบบสัดส่วน น่าจะมีคะแนนเสียงเพียงพอ แล้วน้าก็ประกาศไปเลยว่าจะเป็นฝ่ายค้านอย่างเดียว ไม่เป็นรัฐบาล เพื่อเอาเข้าระบบไปค้านในสภา

เพราะมันขัดกันอย่างแรงครับ น้าบอกให้แก้โน้น ทำนี่ สส. 70/30 หรือต่างๆนาๆ แต่มันต้องเริ่มด้วยการแก้รัฐธรรมนูญ แต่น้าบอกไม่ให้แก้ แล้วถามต่อว่าใครเป็นคนแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าไม่ใช่ สส. สว.

นอกระบบมันแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ครับ..ไม่รู้น้าจะเอายังไง..วนไปวนมา เซ็ง

เห็นด้วยอ่ะครับ ให้ข้าราชการประจำกระทรวงนั้นๆ โหวตกันเองเลยตรงๆจะดีกว่า แล้วรวบตำแหน่งอธิบดีกับรัฐมนตรีไว้ที่เดียวกันเลย

ส่วนพันธมิตร ตอนนี้มีข่าวมาว่ามวลชนถอนตัวไปพอสมควรครับ เพราะความบ้าระห่ำของแกนนำบางคน ที่กัดไม่เลือกหน้า :'(
ยิ่งถ้าฝั่งรัฐบาล เปลี่ยนกัปตันทีม ไม่แน่พันธมิตรอาจตกที่นั่งลำบากมากขึ้น
เพราะตอนที่หมักเป็นกัปตัน แกบ้าระห่ำทำฟาวล์มากไป เข้าทางแป๊ะลิ้ม(ที่ชอบยั่วยุ)พอดี
แต่สมชาย แกดูนิ่งกว่าหมัก คงไม่ทำฟาวล์สะเปะสะปะ นี่แหละที่รูปเกมอาจเปลี่ยน(นี่มองในแง่คุณลักษณะนะ ไม่ได้มองในแง่คุณธรรม เพราะอย่างไรก็คงเป็นตัวแทนพรรคเดียวกัน)
ยิ่งตอนนี้ กัปตันทีมพันธมิตร กำลังลำพองเกินไป ชอบไปเถียงกรรมการ(ตุลาการ)+ด่าผู้ชม(สื่อมวลชนอื่นๆ) บ่อยขึ้นเรื่อยๆเสียอีก :P

เพิ่มเติมจาก คห.ของคุณ ppornson
อ้างจาก: สังคมสัญจร
๕๕๕๕๕

ตอนนี้ก็เป็น "เผด็จการรัฐสภา" อยู่แล้ว... สส.แต่ละคน ปัจจุบัน กลายเป็น "สัตว์การเมือง" ที่อยู่ใน "คอก" เวลานับเสียงสนับสนุน ก็ นับผลรวมของ "จำนวนคอก"

๕๕๕๕๕

การเมืองถึงคราวตีบตัน... เป็น สส. ดันไม่เป็นอิสระ... ระบบประชาธิปไตย(เชิงพื้นที่) ที่ครอบงำคนทั้งโลก ถึงคราถูกตรวจสอบว่า... เป็ฯประชาธิปไตยจริงหรือเปล่า?? คนตาบอดมีตัวแทนของตัวเองในสภาไหม?? คนพิการมีตัวแทนของตนเองในสภาไหม?? นักวิทยาศาสตร์มีตัวแทนของตนเองในสภาไหม??

ไหนบอกว่า "การเลือกตั้งคือประชาธิปไตย" แล้ว ตัวแทนของคนกลุ่มนี้... หายไปไหน

๕๕๕๕๕๕

อันนี้ โม้หน่อย รู้สึกว่า "คำว่าเผด็จการรัฐสภา" คณะเราเป็นคณะแรกที่ใช้คำนี้... ต่อกรณี ท่านทักษิณครองตำแหน่งในช่วงเริ่มต้น"ทักษิณหนึ่ง" ประมาณหกเดือนหลังรับตำแหน่ง


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 18 กันยายน 2551, 17:24:02
 8)

วิเคราะห์สถานะการณ์ล่าสุด

-ฝั่งรัฐบาล ได้นายกใหม่ จากประวัติถือว่าไม่ธรรมดานะครับ อดีตปลัดยุติธรรมและแรงงาน แถมมาจากสายผู้พิพากษา ถึงแม้จะกระท่อนกระแท่นไปนิดเพราะเกิดการประลองกำลังกันขึ้นใน พปช. โดนเริ่มจากการเตะตัดขา ลุงหมัก ด้วยการหนีโหวตของกลุ่มอีสานพัฒนา เบื้องหลังแว่วๆว่ามาจากวังบัวบาน กะ พี่ตู้เย็น แต่พอเสนอ ส.ช.มา ก็ถูกเอาคืนทันทีจากกลุ่ม เพื่อนเนวิน แว่วๆว่ากว่าจะลงตัวคงได้เก้าอี้ รมต ไปเพิ่ม เฮ้อ ประเทศชาติจะแย่ ยังห่วงเก้าอี้อยู่อีก พี่น้องเอ๋ย
- ล่าสุดโดนพธม.รับน้องใหม่ทันทีด้วยข้อหา โครตนอมีนี่ (จากตำแหน่งน้องเขยเสี่ยแม้ว) แถมปล่อยข่าวฉาวแนวใต้สะดือ ตามสไตล์ถนัด เรื่อง วิญญานหน้าห้อง (หาอ่านได้ในเวปนิยายออนไลน์แนวเรียลลิตี้ที่ดีที่สุดในเมืองไทย manager.co.th)
-ฝั่งพธม. ก็ออกสินค้าใหม่ๆมาเรื่อยๆ ล่าสุดมีแนวคิดปิดประเทศทางด้านการเงิน อืม ทึ่งครับ แล้วก็สินค้าชุดประชาภิวัฒน์อีกเพียบ ให้พ่อแม่พี่น้องเลือกชม
- ได้อ่านบทความอันนึง เกี่ยวกับวิกฤติของชาติ กับตัวละครหน้าเดิมๆ จะเห็นว่าพวกเค้ามีส่วนร่วมบ๊อย บ่อย แต่ไม่เคยทำไรให้ดีขึ้น ตัวละครหลักนี้ประกอบไปด้วย พี่บรร พี่เสธ น. ป๋า น. ตัวพ่อจิงๆครับ ใครจะเป็นไงกรูไม่สนเกาะไว้ๆ ไม่รู้ว่าเค้าเข้าใจความว่าประชาธิปไตย ได้ดีเท่าคำว่าผลประโยชน์ส่วนตัวไหม เป็นเบ้าหลอมให้กับนักการเมืองใหม่ๆได้อีก เฮ้อ
- เกมส์นี้ยาวแน่ครับ ฝั่งรัฐบาลเล่นเกมส์นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวแน่นอน เพื่อให้เผือกร้อนไปตกกะ พธม. ซึ่งแกก็อยากระดมพลให้มากกว่านี้เพื่อต่อรอง แต่ยิ่งนานวัน ยิ่งถดถอยครับ แล้วนานไปพระเอกจะกลายเป็นผู้ร้าย ต่อไปอาจจะมีการงัด กลุ่มประถม+อนุบาลกู้ชาติมาสู้ครับ

-วันนั้นได้ดู คนค้นคน ตอนคนข้างม๊อบครับ เค้าไปสัมภาษณ์ เด็กตัวเล็กที่มาร่วมชุมนุม ว่า รู้ไหมเค้าไล่รัฐบาลกันยังไง เด็กตอบว่า ด้วยการพูดคำหยาบครับ เค้าจะได้ทนไม่ได้แล้วลาออกไป อืม เด็กวันนี้ คือผู้ใหญ่วันหน้า


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 19 กันยายน 2551, 03:21:35
สมชาย วงสวัสดิ์

เงียบ ๆ นิ่ง ๆ นี่น่ากลัว เพราะ ไม่รู้คิดอะไรอยู่

คงจะต้องเริ่มจากการแต่งตั้งรัฐมนตรี ... ถ้าตั้งดี เรื่องก็จบเร็ว ... พัมธมิตร ก้ฝ่อเร็ว
แต่ถ้ายัง แย่งเก้าอี้รัฐมตรีกันอยู่ ... ยาวครับ พันธมิตร หาเรื่องปลุกระดมได้อีก ...

คิดคล้ายพี่โต้งครับ ... ตำแหน่งรัฐมนตรี น่าจะเปลี่ยนกระบวนการสรรหา

แต่ก็พูดยาก ว่าจะสรรหาอย่างไร ให้ดีที่สุด ... มาจากข้าราชการ เดี๋ยวก้อาจจะ เช้าชาม เย็นชาม ได้อีก

... ยิ่งคิดยิ่งกลุ้ม เหมือนเป็นเคราะห์กรรม ของคนไทย เมืองไทย ยังไงไม่รู้ ไม่รู้ทำกรรม มาแต่ชาติปางไหน ...
 :-[ :-[



หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 23 กันยายน 2551, 20:25:42
จริงๆแล้วเราก็ไม่ค่อยชอบระบบสรรหาเท่าไหร่หรอกนะ..เพราะวัฒนธรรมไทยๆไม่ค่อยเหมาะซักเท่าไหร่ ประเด็นคือทำยังไงให้คนที่เก่งด้านนั้นๆ เข้ามาทำ ไม่ใช่ตามโควต้า..

ถ้าเลือกตั้งรัฐมนตรีโดยตรง..มันก็ทำงานร่วมกันไม่ได้อีก ทะเลาะกันอีกล่ะครับ บ้านเรายังไม่มืออาชีพพอ..

สุดท้ายเลยมองไปที่ข้าราชการกระทรวงนั้นๆล่ะครับ..คล้ายๆระบบทหารเวลาแต่งตั้ง วิ่งเต้นกันพอเป็นพิธี แต่จำนวนเงินมันไม่ได้มากมายขนาดที่ต้องถอนทุนคืน จริงๆแล้วต้องแก้ที่การเมืองภาคประชาชนครับ เช่น ให้จำนวน สส. น้อยลง คือจำนวนประชากรต่อ สส. มากขึ้น มันก็ซื้อเสียงยากขึ้น

และต้องให้ภาคประชาชนมีบทบาทมากขึ้น เช่น การทำการโหวตอะไรบางอย่างที่ได้มาตรฐาน ไม่ใช่โพล เช่นการใช้ไปรษณียบัตร หรือใช้ระบบอินเตอร์เนตให้มีประโยชน์มากกว่านี้ในการรับฟังความคิดเห็น เช่น มีเวปเป็นทางการที่ผู้คนสามารถโหวตอะไรได้ ตั้งประเด็นได้ แต่ต้องแสดงตัวที่แท้จริง เช่น ใช้บัตรประชาชนสมัคร ถึงจะได้รหัสสมาชิก

แล้วต้องเอามาดีเบตกันแบบอเมริกาบ้างครับ แสดงถึงสติปัญญา บุคลิคของท่านๆเหล่านั้นได้ดี

แต่สุดท้าย..ผมชอบบทความของอ.นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ ครับ ที่ลงในมติชน..

การแสดงความคิดเห็นให้ได้อย่างกว้างขวาง ต้องไม่ใช่การไฮแจ๊ค ครับ ยึดทำเนียบไว้ แล้วบอกมรึงต้องทำตามที่กรูอยากได้ แบบนี้จะมีบรรยากาศการระดมสมองได้ไง

นักวิชาการที่ท่านชวนกันไประดมก็ประเภทขึ้นเวทีหรือไม่ก็เขียนบทความลงเวปผู้จัดการทั้งนั้น..มันไม่เอียงได้ไงโว้ย..

แต่ตอนนี้ดูท่ามวลชนจะหายไปเยอะ..อ่านเดลินิวส์ พาดหัว..สงครามครั้งสุดท้ายจริงๆ..

อ่านแล้วขำวะ..สงครามครั้งสุดท้ายจริงๆ..อีกหน่อยจะมีจริงๆนะจ๊ะต่อด้วยมั๊ย


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: telek78 ที่ 24 กันยายน 2551, 12:45:06
การศึกษาเท่านั้นมั้ง ที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น

เมื่อไหร่ที่ทั้งประเทศ มีความสามารถในการพิจารณา

ความชอบธรรม สามารถคิด ไตร่ตรอง แล้วค่อยเชื่อ

แล้วค่อยทำ ไม่โดนหลอกง่ายๆ มั้ง

ทุกอย่างมันคงจะดีขึ้น

ต้องใช้คนอีกสักกี่รุ่นนะ ประเทศถึงจะเปลี่ยนแปลงไป

(โทษที แสดงความเห็นแบบ อุดมคติเกินไป)


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 24 กันยายน 2551, 16:42:54
ถูกต้องครับพี่ตี๋เล็ก..การศึกษา..คนแบบเราๆต้องช่วยกันครับ..ทุกวันนี้ผมก็พยายามอยู่กับทุกคนที่ผมจะสอนได้ หรือแสดงความคิดเห็นได้ เผื่อเค้ากลับบ้านจะได้ช่วยๆกันบอกต่อ..

เอาตั้งแต่ อบต.กันก่อนครับ..อบต.ที่บ้าน เทสนามฟุตบอล ขนาดประมาณ 30x30 ม. มีตาข่ายสั่วๆ..มันทำได้ไง 3 ล้านบาท..

อ้อ..อีกอย่าง..เราต้องแก้ไขระบบร้องเรียนครับ ประเทศเราร้องเรียนไม่สะดวก และมักถูกแกล้ง และตามนิสัยคนไทยก็ปล่อยๆไป..ไม่ว่าง..ช่างมันเถอะ..

ถ้าคุณไปกิน swensen สั่งไอติมหลายๆลูก เด็กเค้าตักผิดมา 1 ลูก..คุณจะเคลมเปลี่ยนทั้งหมดมั๊ยครับ..

เพื่อนผมกลับจากอเมริกา มันบอกว่าต้องเปลี่ยนทั้งหมดครับ..ไม่ได้ คือสังคมเค้าเป็นแบบนั้น มันดูแข็งๆ ก้าวร้าว..แต่วัฒนธรรมเรื่องการรับผิดชอบต่อส่วนรวมเค้าค่อนข้างสูงนะครับ..และเค้าไม่มีซื้อเสียง..

ส่วนบ้านเราคงต้องเอากันที่พอดีๆครับ..


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 24 กันยายน 2551, 16:53:28
มันมีวิวัฒนาการค่ะพี่ว่า..
ในยุโรปใช้เวลากันเป็นร้อยๆปี!
ปรับแก้กันไปเรื่อยๆ...
ช่วงระหว่างนั้นก็ให้การศึกษา ทำให้คนหายหิว!

พี่มองจากระยะไกลกลับเห็นว่า บ้านเราให้สิทธิ์
ในการแสดงความคิดเห็น...นั่นเป็นก้าวแรกที่น่ายินดี
เพราะคนจะพูดในสิ่งที่ตัวเองคิด ถูก-ผิดไม่เป็นไร....
อย่างน้อยกล้า...เรื่องlogicและdemocracyค่อยๆให้เข้าเนื้อ

มันมีกระบวนการ(process)ของตัวเอง...ทุกคนต้องร่วมมือกัน

p.nn


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 24 กันยายน 2551, 19:55:50
 เอารายชื่อ ครม.ชุดใหม่มาฝากคร้าบ             


               พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็น รองนายกรัฐมนตรี
       นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็น รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
       นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็น รองนายกรัฐมนตรี
       นายโอฬาร ไชยประวัติ เป็น รองนายกรัฐมนตรี
       พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็น รองนายกรัฐมนตรี
       
       นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ เป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
       นายสุพล ฟองงาม เป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
       
       นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอีกตำแหน่งหนึ่ง
       นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
       นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
       ร.ต.(หญิง) ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
       นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
       นายอุดมเดช รัตนเสถียร เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
       
       นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
       นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
       นายธีระชัย แสนแก้ว เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
       
       นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
       นายโสภณ ซารัมย์ เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
       นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
       นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
       นายมั่น พัธโนทัย เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
       นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
       
       นายไชยา สะสมทรัพย์ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
       พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
       นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
       
       พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
       นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
       นายประสงค์ โฆษิตานนท์ เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
       
       นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
       นางอุไรวรรณ เทียนทอง เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
       นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
       นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
       
       นายศรีเมือง เจริญศิริ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
       ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
       นายวิชาญ มีนชัยนันท์ เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
       พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม


ทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด

เค้าว่ากันว่าการศึกษาทำให้คนฉลาด แล้วพอคนฉลาดก็จะควบคุมให้อยู่ในอำนาจได้ยาก
เค้าเลยตั้งใจให้คนในประเทศเรา ไม่ต้องฉลาดมากรึป่าว จะได้จูงไปมา ได้ง่ายๆ
ตั้งใจทำให้ระบบการศึกษาง่อย ปิดกั้นข่าวสาร สาระ จิงๆผมว่า ในแต่ละชาติ
จะมีบุคคลิกของชนชาติแฝงอยู่ มันคล้ายๆเป็นสิ่งที่ปลูกฝังมา ตั้งแต่เกิดของคนแต่ละคน
ชาติเราถูกหล่อหลอมออกมาแบบนี้ ง่ายๆ สบายๆ อะไรก็ได้ ผิดกับ
อเมริกาที่จะรักเสรีภาพทางความคิด หรือ ความจิงใจ แบบญี่ปุ่น
หรือ ความช่างค้าช่างขายของจีน เราอาจจะต้องช่วยกันค่อยๆสร้างเบ้าหลอม
ทางสังคมพวกนี้ขึ้นมา ผมว่ามันสร้างกันได้นะ..........แต่ใครจะทำวะ

 :-X




หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 25 กันยายน 2551, 07:54:30
เห็นรายชื่อคณะรัฐมนตีแล้วทุกคนคิดว่าไง
หลายคนอาจจะบอกว่า ขี้เหร่
แต่ผมมองเป็นการเล่นเกมส์อ่ะ

ผมมองว่าเป็นการเล่นเกมส์ ตั้งแต่ สส. ในพรรค พปช ทะเลาะกันตอนเลือกนายกคนใหม่
คนนู๊นจะเอาคนนี้ ก๊วนนี้ไม่พอใจวอล์กเอ๊าท์
สรุป ได้นายกคนใหม่ นึกว่าจะมี รัฐมนตรีหน้าใหม่
กลับได้หน้าเก่า คนเดิมๆ เดินกลับเข้ามา

ผมว่า ทั้งหมดำข้างต้นเป็นหมากที่วางไว้ เพื่อดึงเวลาไปเรื่อยๆ
เพื่อรอให้ฝ่ายตรงข้าม ได้แก่ พธม หมดแรงกาย หมดแรงใจ
รัฐมนตรี หรือ รองรัฐมนตีหลายคน เป็นพวกมีมวลชนอยู่ในมือทั้งนั้น
และเป็นพวกหน้าไม่บางเอาซะมากๆ
กล้าชน ด้าน และดื้อ
ถ้าไม่พอใจ อีกซักสองสามเดือนค่อยเปลี่ยนก็ได้

พธม คอยได้อีกป้ะล่ะ กับ สงครามครั้งสุดท้ายของพวกเค้า
ทนก็ได้ทนไป อยู่ในทำเนียบได้ก็อยู่กันไป
ผมว่า พปช กำลังเดินเกมแบบนี้อยู่แน่ๆ

ตาแคม


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 25 กันยายน 2551, 22:26:29
ไม่ได้เล่นเกมส์หรอก..ตอนนี้ในพรรคมีปัญหาจริงๆ..หมอเขมรแผลงฤทธิ์ เตรียมแยกพรรคใหม่..

วันนี้ก็สภาล่มอีกแล้ว..กรูจะอารยะขัดขืนไม่จ่ายภาษีเป็นเงินเดือนให้พวกมันดีมั๊ยวะ


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 08 ตุลาคม 2551, 17:52:00
ไม่รู้ประเทศไทยเป็นอะไรกับเดือนตุลา..มันเศร้า..

เราต้องแยกแยะ..สิ่งที่เราอยากให้เป็น กับสิ่งที่มันเป็นไป..มีทางเลือกอะไรได้บ้าง..

1.ยุบสภา หรือลาออก..อันนี้ผมว่ายาก..อุตส่าห์ลุยกันมาขนาดนี้ แถมให้ พธม.ไชโยโห่ร้อง น้าเค้าคงไม่เลือกวิธีนี้ อีกอย่าง สิ้นปีนี้งานเยอะ งานพระราชพิธี 2 งาน งานประชุมอาเชี่ยน แถมต้องต่อสู้กับเศรษฐกิจโลก ซึ่งตอนนี้คนเล่นหุ้นตายกันหมดแล้วครับ แล้วไม่ต้องว่าว่าคนเล่นหุ้นตายไม่เป็นไรเพราะเป็นคนรวย ผลจะตามมาอีกประมาณ 3 เดือนนับจากนี้ครับ  เตรียมตัวกันให้ดี

ถ้ายุบสภา กว่าจะเข้าระบบได้อีกอย่างน้อย 4 เดือน ผมว่าตายกันหมดครับ บ้านเมืองเราไม่มีรัฐบาลนานๆอย่างนั้นได้ครับ

2.ปฏิวัติ เป็นข้อที่ พธม. ต้องการให้เกิดอีกอย่างเพื่อจะลงได้..แต่คงยาก เพราะทหารเข็ดแล้ว และการรักษาซึ่งอำนาจยากมากๆ ภาพพจน์ประเทศยิ่งเสียหายเข้าไปใหญ่

3.รอมชอม คุยกันใหม่..อันนี้ก็ยิ่งยาก..มันเลยมาแล้วจริงๆจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา

เหลือตัวเลือกอะไรมั่งครับนี่..

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องมองจากนอกกระดานครับ จะเห็นการเชื่อมต่อของการเดินเกมของ พธม. ทั้งหมด และการเดินหมากเพื่อยั่วยุให้เกิดความรุนแรงตลอดเวลา โดยที่อ้างตลอดว่าเป็นอหิงสา เป็นการเดินเกมโดยไม่สนประชาชนว่าจะเป็นอย่างไร (ไม่ได้เกลียด พธม. นะ แต่ดูเค้าเดินเกมให้ดีๆ)

อหิงสาจริงๆต้องไม่ตอบโต้ครับ คานธีใช้วิธีนี้จริงๆ โดยโดนตำรวจอินเดียทุบตี เค้าก็ไม่ตอบโต้ จนคนอินเดียทนไม่ไหว คือตีไม่ไหวแล้ว พวกเดียวกันเอง จนกลายเป็นพลังที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อังกฤษจึงต้องยอม

แต่บ้านเรามันไม่อหิงสาจริงครับ มีปืน มีระเบิดปิงปอง ขับรถชนตำรวจแถมเหยียบซ้ำ ระเบิดคาร์บอมบ์ ด้ามธงที่เป็นเหล็กแหลม มีดพก ปืนกลมือ..โอ้..มันเหมือนที่เค้าทำไม่ใช่คนไทยด้วยกัน เป็นพวกมัน..ตำรวจเหมือนแมลงสาบที่เราเห็นแล้วต้องตีให้ตาย

ตำรวจเองก็พลาดจริงๆ ไม่มีวิธีการ ทำไมไม่ใช้น้ำฉีดก่อน ทำไมไม่เตือนก่อนยิงแก๊สน้ำตา ทำไมถึงยิงแนวราบ ทำไมตำรวจแถวหน้าไม่มีหน้ากากกันแก๊ส ไม่ได้ผ่านการอบรมการสลายฝูงชน..มันเลยยิ่งสร้างความเคียดแค้น ภาพเลยเป็นอย่างที่เห็น..

ผู้หญิงที่ตาย ถูกอะไรซักอย่างชนอย่างแรงที่หน้าอก อวัยวะภายในฉีกขาด แต่ไม่ใช่ระเบิด แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร..

ไอ้ในสภาก็แถลงแบบให้มันจบๆไป..พวกมันทำกันได้ยังไง เพียงเพื่อให้ผ่านเงื่อนไข โดยไม่สนใจสาระ

ขิงก็รา ข่าก็แรงครับ งานนี้ พูดได้คำเดียวว่าสงสารประเทศ แค่เรื่องภายนอกก็จะตายกันหมดแล้ว ปีหน้าเผาจริงครับพี่น้อง เตรียมตัวเก็บเงินเก็บทองกันดีๆ ครับ

สิ้นปีนี้เดือนธันวาคมมีงานใหญ่งานหนึ่ง..พวกท่านๆเหล่านั้นไม่คิดกันบ้างเหรอครับ


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 08 ตุลาคม 2551, 21:46:22
จริงอยู่ที่พันธมิตรยั่วยุ แต่...
ไอ้ที่ลงมือทำร้ายจนอีกฝ่ายบาดเจ็บ(สาหัส)ก่อน มันคือฝ่ายตำรวจ ม่ะใช่เหรอ? ???
ถ้าพันธมิตรลงมือตีตำรวจก่อน ผมจะด่าเค้าได้อย่างเต็มปากเต็มคำกว่านี้ :-X


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 09 ตุลาคม 2551, 20:44:26
ถูกต้องครับ จารย์โอ..ที่ พธม. ไม่ได้ตีตำรวจก่อน..

ที่ผมพูดถึงคือเกมส์ครับ..ลองดูมาตลอดว่าแกนนำ พธม. เดินเกมส์อย่างไร..จะเห็นได้ว่า เค้าต้องการให้เกิดความเสี่ยงต่อความรุนแรงตลอดเวลา คือ ในทฤษฎีเกมส์น่ะ..เค้าจะมีพื้นที่ที่เค้าได้เปรียบคือ ทางเจ้าหน้าที่จะใช้ความรุนแรงไม่ได้เลย..ดังนั้น เพื่อให้เข้าพื้นที่ของเกมส์ดังกล่าว เค้าจะเดินหมากให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงอยู่เสมอ..เพื่อชิงพื้นที่ความได้เปรียบของฝ่ายตนน่ะครับ..

ผมเห็นด้วยกับ พธม. ในส่วนของการปฏิรูปการเมือง ไอ้นักการเมืองชั่วๆ(ผมพูดตรงนี้ได้เพราะต้องเอาเงินไปให้มันเองกับมือ..) แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีการในการเดินเกมส์แบบไม่สนใจว่า ม๊อบจะเป็นอย่างไร เป็นการเดิมเกมส์ทุกวิถีทางเพื่อให้ฝ่ายตัวเองได้เปรียบโดยไม่สนใจว่า สุดท้าย ใครเป็นฝ่ายแพ้..

ประเทศชาติทั้งหมดครับ...เราต้องยึดระบอบ ระบอบด้วยครับ เราคงไม่สามารถชี้นิ้วให้เป็นดังใจเราทุกอย่างด้วยความรวดเร็วครับ..มันต้องใช้เวลา..ไม่งั้นจะมีอีกฝ่ายมาทำแบบนี้เหมือนกัน คนชอบรัฐบาลนี้ก็เยอะนะครับไม่ใช่ไม่มี..ดังนั้นมันก็จะเกิดความแตกแยกกันไปแบบนี้อีกนานครับ..


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 10 ตุลาคม 2551, 15:22:48
อ้างถึง
ข้อความของ ppornson เมื่อ 09 ตุลาคม 2551, 20:44:26
ถูกต้องครับ จารย์โอ..ที่ พธม. ไม่ได้ตีตำรวจก่อน..

ที่ผมพูดถึงคือเกมส์ครับ..ลองดูมาตลอดว่าแกนนำ พธม. เดินเกมส์อย่างไร..จะเห็นได้ว่า เค้าต้องการให้เกิดความเสี่ยงต่อความรุนแรงตลอดเวลา คือ ในทฤษฎีเกมส์น่ะ..เค้าจะมีพื้นที่ที่เค้าได้เปรียบคือ ทางเจ้าหน้าที่จะใช้ความรุนแรงไม่ได้เลย..ดังนั้น เพื่อให้เข้าพื้นที่ของเกมส์ดังกล่าว เค้าจะเดินหมากให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงอยู่เสมอ..เพื่อชิงพื้นที่ความได้เปรียบของฝ่ายตนน่ะครับ..

ผมเห็นด้วยกับ พธม. ในส่วนของการปฏิรูปการเมือง ไอ้นักการเมืองชั่วๆ(ผมพูดตรงนี้ได้เพราะต้องเอาเงินไปให้มันเองกับมือ..) แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีการในการเดินเกมส์แบบไม่สนใจว่า ม๊อบจะเป็นอย่างไร เป็นการเดิมเกมส์ทุกวิถีทางเพื่อให้ฝ่ายตัวเองได้เปรียบโดยไม่สนใจว่า สุดท้าย ใครเป็นฝ่ายแพ้..

ประเทศชาติทั้งหมดครับ...เราต้องยึดระบอบ ระบอบด้วยครับ เราคงไม่สามารถชี้นิ้วให้เป็นดังใจเราทุกอย่างด้วยความรวดเร็วครับ..มันต้องใช้เวลา..ไม่งั้นจะมีอีกฝ่ายมาทำแบบนี้เหมือนกัน คนชอบรัฐบาลนี้ก็เยอะนะครับไม่ใช่ไม่มี..ดังนั้นมันก็จะเกิดความแตกแยกกันไปแบบนี้อีกนานครับ..

อืมม์...จริงครับ  คนที่เป็นผู้นำม็อบควรคำนึงถึงความปลอดภัยของสมาชิกม็อบด้วย...
แต่แปลกใจว่ะ แก๊สน้ำตาห่าไรทำให้คนตายได้วะ? กรูงง? :-*
ตำรวจเกาหลี ใช้แก๊สน้ำตาสลายม็อบเป็นสิบๆครั้ง ไม่เห็นเคยมีใครตาย ???

เพื่อนเราคนนึง(สมัยอยู่มัธยม) มันเมวมาบอกเราว่า เกือบโดนลูกหลงง่ะ :P
คือมันไปดูสถานการณ์ แต่ไม่ได้เชียร์ฝ่ายไหน แล้วอยู่ดีๆก็มีเหตุการณ์ปะทะ คนวิ่งกันอลหม่าน..
แล้วก็เห็นรถพยาบาลขนคนเจ็บกันจ้าละหวั่น  :o


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 13 ตุลาคม 2551, 16:53:06
 >:(

ล่าสุดนั่งอ่านข่าว ... เจอข่าวบอกว่า สส. มีการกดบัตรโหวตแทนกันด้วย ...

โอ้ววววว ..  ทู่เรศที่สุด ...

แถมบทลงโทษ คือ ประนาม ตักเตือน ในสภา เท่านั้นเอง ...




หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 14 ตุลาคม 2551, 14:20:00
หมอพรทิพย์ส่งผลตรวจแก๊สน้ำตาแล้ว [14 ต.ค. 51 - 04:03]
เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์หลังนำผลการทดสอบยิงแก๊สน้ำตาแจงต่อคณะกรรมการสิทธิฯ ว่าจากการทดสอบยิงแก๊สน้ำตาเมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่ผ่านมาพบว่าระเบิดแก๊สน้ำตาจากจีนทั้งชนิดขว้างและชนิดยิงพบสารประกอบอาร์ดีเอ็กซ์ซึ่งเป็นสารระเบิดร้ายแรงซึ่งตำรวจได้ให้ข้อมูลแล้วว่าแก๊สน้ำตาดังกล่าวถูกนำมาใช้มากสุดในวันที่ 7 ต.ค. นอกจากนี้ สภาพบาดแผลของ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ ผู้เสียชีวิต พบว่ามีแผลเป็นวงกลมที่เกิดจากวงกระแทกขนาดเท่ากับระเบิดแก๊สน้ำตารูปทรงกระบอกสีเขียวโดยภายใน 1 นาทีหลังจากกระแทก เป้าหมายจึงระเบิด ดังนั้น จึงไม่ต้องตรวจพิสูจน์หรือทดลองอะไรเพิ่มอีกแล้วเพราะหลักฐานค่อนข้างชัดเจนว่าเกิดจากความรุนแรงและอาวุธที่เจ้าหน้าที่นำมาใช้


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 14 ตุลาคม 2551, 14:31:59
 >:(

เปลี่ยนจากการสลายการชุมนุม เป็น การสังหารหมู่ ได้เลยนะนั่น

เดี๋ยวก็จะโยนบาปกันแล้วว่าใครสั่ง ...

...


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: jirawutjan ที่ 14 ตุลาคม 2551, 15:24:17
 ;D ;D ;D think global do local มองอย่างนกแต่ให้ทำอย่างหนอน
มองภาพรวมให้ออก ใช้สติปัญญาญาณในการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด โดยให้เอาบ้านเมืองเป็นหลัก แล้วทำเฉพาะส่วนที่เรามีหน้าที่รับผิดชอบให้ละเอียดและดีที่สุด ถ้าทำได้อย่างนี้แล้วบ้านเมืองจะสงบสุขและไปได้ดี ทุกๆฝ่ายมีความเชื่อและศรัทธาที่แตกต่างกัน (คนที่ศรัทธาในทักษิณเขาก็มีเหตุผลของเขา คนที่ไม่ศรัทธาก็มีเหตุผลของเขาเช่นเดียวกัน) เป็นธรรมดาที่เราจะไม่ชอบถ้ามีคนหรือมีใครมาพูดถึงสิ่งที่เราเชื่อหรือศรัทธาในทางที่ไม่ดี เมื่อเป็นเช่นนี้เราก็อย่าไปฟังให้เกิดอารมณ์ที่ไม่ชอบ ที่ขุ่นมัว เพราะถ้าไปฟังมากๆจะเกิดข้อโต้แย้ง โต้เถียง อารมณ์ที่สะสมอยู่ข้างในจิตใจก็จะแสดงออกมา ใครมีการควบคุมอารมณ์ได้ดีก็เป็นผู้เจริญ ส่วนใครที่เป็นผู้เสื่อมก็จะแสดงนิสัย สันดานที่บ่งบอกถึงภาวะของตนเองออกมาเช่นชกต่อย ฆ่าฟันกันโดยไม่มีสติ สติสมาธิที่บอกว่าที่เราทำอะไรลงไปนั้น นั่นก็คือคนไทยด้วยกัน เผ่าพงษ์เผ่าพันธ์ต้นกำเนิดแผ่นดินเดียวกัน เพราะฉะนั้นแล้วให้ใช้สติให้มากนะครับ  สงสารประเทศไทย ถ้าคนไทยไม่รักกันแล้วใครจะรักเรา ;D ;D ;D


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 22 ตุลาคม 2551, 22:24:54
ถูกต้องอย่างยิ่งครับพี่..

เราเองต้องยอมรับในชุดความรู้ของบุคคลอื่นด้วย ถ้าเป็นแต่ลักษณะยื่นคำขาดตลอดเวลา มันจะไปบรรจบกับอีกฝ่ายได้ยังไงครับ ในเมื่อเราดูถูกชุดความรู้ของคนอื่นที่คิดไม่เหมือนเรา.

ผมอ่านในมติชนแล้วสะดุดในบทความนึงครับ สรุปได้ว่า ในแต่ละม๊อบ ผู้นำม๊อบพูดอะไร คนในม๊อบก็จะเห็นด้วยไปหมด คนในม๊อบคุยกันเองก็เห็นพ้องต้องกันไปหมดทุกเรื่องตลอดเวลา..

อยู่มาวันนึง บุคคลเหล่านั้น ต้องมาแสดงความเห็นกับฝ่ายอื่นๆ ที่เค้ามีความเห็นไม่ตรงกับเค้า เค้าจะเกิด bias ทันทีครับ เพราะบรรยากาศมันไม่ใช่แบบที่เค้าเคยชิน มันก็ไม่พอใจ และไม่ฟังความเห็นของอีกฝ่ายทันที ไม่ทันได้เปิดใจฟังด้วยซ้ำ

มันจะไปรอดกันยังไงครับ..


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: หลิม 81 ที่ 25 ตุลาคม 2551, 14:51:18
อ้างถึง
ข้อความของ ppornson เมื่อ 22 ตุลาคม 2551, 22:24:54
เค้าจะเกิด bias ทันทีครับ

bigass ครับ มันส์กว่า...นอกเรื่องอีกแ้ล้วตู

สล้าง เป็นใครครับ


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: phraisohn ที่ 25 ตุลาคม 2551, 14:58:27
อ้างถึง
ข้อความของ jirawutjan เมื่อ 14 ตุลาคม 2551, 15:24:17
;D ;D ;D think global do local มองอย่างนกแต่ให้ทำอย่างหนอน
มองภาพรวมให้ออก ใช้สติปัญญาญาณในการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด โดยให้เอาบ้านเมืองเป็นหลัก แล้วทำเฉพาะส่วนที่เรามีหน้าที่รับผิดชอบให้ละเอียดและดีที่สุด ถ้าทำได้อย่างนี้แล้วบ้านเมืองจะสงบสุขและไปได้ดี ทุกๆฝ่ายมีความเชื่อและศรัทธาที่แตกต่างกัน (คนที่ศรัทธาในทักษิณเขาก็มีเหตุผลของเขา คนที่ไม่ศรัทธาก็มีเหตุผลของเขาเช่นเดียวกัน) เป็นธรรมดาที่เราจะไม่ชอบถ้ามีคนหรือมีใครมาพูดถึงสิ่งที่เราเชื่อหรือศรัทธาในทางที่ไม่ดี เมื่อเป็นเช่นนี้เราก็อย่าไปฟังให้เกิดอารมณ์ที่ไม่ชอบ ที่ขุ่นมัว เพราะถ้าไปฟังมากๆจะเกิดข้อโต้แย้ง โต้เถียง อารมณ์ที่สะสมอยู่ข้างในจิตใจก็จะแสดงออกมา ใครมีการควบคุมอารมณ์ได้ดีก็เป็นผู้เจริญ ส่วนใครที่เป็นผู้เสื่อมก็จะแสดงนิสัย สันดานที่บ่งบอกถึงภาวะของตนเองออกมาเช่นชกต่อย ฆ่าฟันกันโดยไม่มีสติ สติสมาธิที่บอกว่าที่เราทำอะไรลงไปนั้น นั่นก็คือคนไทยด้วยกัน เผ่าพงษ์เผ่าพันธ์ต้นกำเนิดแผ่นดินเดียวกัน เพราะฉะนั้นแล้วให้ใช้สติให้มากนะครับ  สงสารประเทศไทย ถ้าคนไทยไม่รักกันแล้วใครจะรักเรา ;D ;D ;D


ชอบมากครับพี่ "ถ้าคนไทยไม่รักกัน แล้วใครจะรักเรา"  อ่านแล้วโดนใจ


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 28 ตุลาคม 2551, 20:39:53
โดนไปแล้วเรียบร้อยครับ ดร.สุเมธ ยังไม่รอดเลยครับ โดนซะเละเลย..

นี่ล่ะที่ผมไม่ชอบ พธม. คือการเมืองใหม่ผมเห็นด้วย ไอ้รัฐบาลมันก็ห่วย..แต่ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการของ พธม. เลย มันเป็นการชี้นิ้วสั่ง มรึงต้องทำตามนี้ มรึงต้องคิดแบบนี้ ถ้าคิดต่าง คิดไม่ถูกใจ โดนเลยครับ..

สังเกตุได้จากสื่อด้วยกัน ไม่ค่อยมีใครกล้าแตะ พธม. ครับ แตะเป็นโดนซะเละเทะ..

ยิ่งดูยิ่งเซ็งครับ..มันไม่รู้จะทำกันยังไงให้เป็นรูปธรรม แต่ละฝ่ายมีทิฐิแบบไม่มีทางยอมกัน มีแต่พวกมัน กับพวกเรา มันก็มีแต่รบกันอย่างเดียงสิครับแบบนี้..

รักประเทศชาติ ราชบัลลังค์ ทำกันแบบนี้กันเหรอครับ ว่าแต่จะทำยังไงให้มีพื้นที่ให้พวกแบบผมแสดงออกบ้าง แบบว่าไปรวมตัวกันจุดเทียนทุกคืนทั้งประเทศ อะไรทำนองนี้น่ะครับ คือ พธม. หยุด แก้รัฐธรรมนูญให้มีรัฐบาลแห่งชาติ ใช้เวลาซัก 2 ปีทำการเมืองใหม่..

ปีหน้าคนจะว่างงานเกือบ 2 ล้านคนนะครับ เด็กจบใหม่จะไม่มีงานทำ ศึกนอกก็แย่แล้ว ศึกในยิ่งทำให้ยุ่งครับ..

ว่าแต่การเมืองใหม่ผม อยากให้เป็นเหมือนที่พี่ซูโม่ตู้แสดงไว้ส่วนนึงน่ะครับ 1 คน 1 เสียงเท่ากันไม่แฟร์ครับ คนบางพื้นที่ไม่มีการศึกษา ไม่คิดช่วยเหลือตัวเอง รอแต่ให้ไปช่วย แจกผ้าห่ม ไม่คิดสร้างโอกาส รอและขออย่างเดียว ให้มี 1 เสียงเท่าบัณฑิตไม่ได้ครับ ยกมือทีไร พวกเอาตังค์ไปแจกได้เลือกตั้งทุกที

ดูเหมือนไม่แฟร์ แต่ถ้าจะแฟร์ เค้าเหล่านั้นต้องไปเข้าอบรม หรือผ่านกระบวนการศึกษา มีการทดสอบก่อน ถึงจะมีสิทธิ์เลือกตั้ง..

ผมเห็นด้วยกับประโยคที่ว่า สิทธิในการดำรงชีวิตเท่าเทียมกัน แต่สิทธิทางการเมืองเท่ากันไม่ได้ครับ..


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 28 ตุลาคม 2551, 20:48:38
อ้างถึง
ข้อความของ ppornson เมื่อ 28 ตุลาคม 2551, 20:39:53
โดนไปแล้วเรียบร้อยครับ ดร.สุเมธ ยังไม่รอดเลยครับ โดนซะเละเลย..

นี่ล่ะที่ผมไม่ชอบ พธม. คือการเมืองใหม่ผมเห็นด้วย ไอ้รัฐบาลมันก็ห่วย..แต่ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการของ พธม. เลย มันเป็นการชี้นิ้วสั่ง มรึงต้องทำตามนี้ มรึงต้องคิดแบบนี้ ถ้าคิดต่าง คิดไม่ถูกใจ โดนเลยครับ

มีคนในพันธมิตรด่า ดร.สุเมธเหรอครับ? เค้าด่าว่าไง? แบบเดียวกะที่แป๊ะลิ้มด่าพระพยอมหรือเปล่า emo47

เมื่อก่อนช่วงนึง ผมเคยส่งเงินไปช่วย เอเอสทีวี ตอนนี้เลิกส่งแล้ว...
เพราะตอนนี้หมักมันก็กระเด็นออกไปแล้ว ส่วนข่าวพันธมิตรช่วงนี้แทบไม่ได้ตามเลย


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 28 ตุลาคม 2551, 20:55:42
อ้างถึง
ข้อความของ phraisohn เมื่อ 25 ตุลาคม 2551, 14:58:27
ชอบมากครับพี่ "ถ้าคนไทยไม่รักกัน แล้วใครจะรักเรา"  อ่านแล้วโดนใจ

พี่ยังรักคะน้องสน
p.nn


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 28 ตุลาคม 2551, 20:57:39
อ้างถึง
ข้อความของ Aj.O เมื่อ 28 ตุลาคม 2551, 20:48:38
มีคนในพันธมิตรด่า ดร.สุเมธเหรอครับ? เค้าด่าว่าไง? แบบเดียวกะที่แป๊ะลิ้มด่าพระพยอมหรือเปล่า emo47
แล้วที่แป๊ะลิ้มด่าพระพยอมว่าไงมั่งคะ
p.nn


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 28 ตุลาคม 2551, 21:55:58
อ้างถึง
ข้อความของ ppornson เมื่อ 28 ตุลาคม 2551, 20:39:53

ปีหน้าคนจะว่างงานเกือบ 2 ล้านคนนะครับ เด็กจบใหม่จะไม่มีงานทำ ศึกนอกก็แย่แล้ว ศึกในยิ่งทำให้ยุ่งครับ..



ที่น่ากังวลคือเรื่องนี้ครับ ...

เอาข่าวมาฝาก ... มีแต่คนบอกว่า ปีหน้าเผาจริง ...

สู้ ๆ และขยันทำงาน ประหยัีด และ อดออม ...

 
อ้างถึง   
วิกฤติสหรัฐลามส่งออกโรงงานลดผลิต-เลิกโอที

:

วิกฤติ สหรัฐ ส่งผลกระทบลามเป็นโดมิโนถึงไทย ล่าสุดสภาอุตฯเปิดแถลงข่าวด่วนส่งออกปีหน้าวิกฤติหนัก เหตุเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอคำสั่งซื้อ ทำให้ภาคการผลิตเริ่มลดกำลังการผลิตลง หลายโรงงานบอกเลิก "โอที" และกำลังไปสู่การเลย์ออฟคนงานขนานใหญ่ในปีหน้า

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ :  ทวีกิจ จตุรเจริญสุข รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการสายแรงงาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประเมินสถานการณ์วิกฤติทางการเงินในสหรัฐอเมริกาว่า เริ่มส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย โดยการส่งออกเริ่มชะลอตัว จากการชะลอคำสั่งซื้อ ทำให้ภาคการผลิตจำต้องลดกำลังการผลิตลง ส่งผลให้คาดการณ์กันว่าปัจจุบันแรงงานจะเริ่มทยอยหายไปจากระบบประมาณ 20-30 % 

เพราะเมื่อสถาบันการเงินขาดความเชื่อ มั่นในภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ไม่ปล่อยเงินกู้เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการที่ สั่งซื้อสินค้าจากไทย เป็นผลพวงทำให้เกิดการชะลอคำสั่งซื้อ หรือส่งออกไทยบางรายเมื่อมีคำสั่งซื้อมาเข้ามา ทางสถาบันการเงินไทยก็จะพิจารณาอย่างเข้มงวด หากเป็นสถาบันการเงินที่กำลังประสบปัญหา ก็อาจจะไม่ปล่อยสินเชื่อให้ผู้ส่งออกไทย

เขาบอกว่า ปัจจุบันอัตราการจ้างงานในตลาดแรงงานโดยรวมของประเทศที่มีอยู่กว่า 6 ล้านอัตราหรือ  1.8 แสนล้านคน ขณะเดียวกันพนักงานที่ลาออกไปแล้วจะมีโอกาสหางานใหม่ค่อนข้างยาก

โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ เซรามิค ที่มีตลาดหลักอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา และยุโรป โดยขณะนี้มีบางโรงงานฯได้ประกาศยกเลิกการทำงานแบบล่วงเวลา (โอที) ลง เหลือเพียงการทำงานวันจันทร์ถึงศุกร์ เท่านั้น

ทวีกิจ ยังเชื่อว่า วิกฤติดังกล่าวจะยิ่งส่งผลกระทบมากขึ้นไปอีกในปี 2552 เพราะเริ่มเห็นสัญญาณแล้วว่าผู้นำเข้าส่วนใหญ่เริ่มไม่สั่งออเดอร์ระยะยาว สะท้อนให้เห็นว่า มีโอกาสจะลดคำสั่งซื้อมากกว่าปัจจุบัน ขณะที่ผู้ส่งออกไทยบางรายเริ่มประสบปัญหาโดยลูกค้าในต่างประเทศต่อรองให้ลด ราคาสินค้าลงไปอีก จนต้องปรับลดกำลังการผลิตลงลงในที่สุด

"ปัจจุบันเริ่มลดกำลังการผลิตลงไป ไม่มีโอที ทำให้แรงงานขาดรายได้ และต้องการลาออกเพื่อไปสมัครงานในโรงงานใหม่ที่มีโอที โดยที่พวกเขาอาจจะยังไม่รู้ว่าการลดกำลังการผลิตเป็นเหมือนๆกันในทุกโรงงาน

เมื่อแรงงานลาออกโรงงานเหล่านั้นก็ไม่ รับคนใหม่เพิ่ม ทำให้แรงงานหายไปจากระบบประมาณ 20-30 % มีความเป็นไปได้ว่า หลายโรงงานอาจจะต้องตัดสินใจ เลย์ออฟพนักงานในต้นปีหน้าทำให้ผลกระทบจะรุนแรงมากขึ้น"

 เขายังแสดงความกังวลว่า นักศึกษาที่จบใหม่ในปีหน้า ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานประมาณ 7 แสนราย จะมีเริ่มหางานยากขึ้น จากวิกฤติทางการเงินที่ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกอย่างมาก ขณะที่กำลังซื้อในประเทศที่หดตัวลงจากความเชื่อมั่นที่ถดถอยจากความขัดแย้ง ทางการเมือง รวมไปถึงเหตุการณ์ปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-เขมรที่ส่อเค้าว่าจะไม่สงบโดย ง่าย 

ด้านธนิต  โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ภาคธุรกิจท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในสาขา ที่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤติการเงิน ตามคาดการณ์ของธนาคารโลก คาดว่า ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจะทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวทั้งโลก ชะลอตัวไม่เกิน 4.7%

ขณะที่ธุรกิจท่องเที่ยวไทย น่าจะลดลงไปมากกว่าประมาณการดังกล่าว โดยคาดการณ์ว่าปีหน้า การท่องเที่ยวไทยจะมีอัตราการขยายตัวลดลงถึง 50% ทั้งๆที่ธุรกิจท่องเที่ยวไทย จัดเป็นรายได้หลักของประเทศ ที่ไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรมาก 

เขายังระบุว่า นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการเงิน ทั้งคนมีรายได้สูง และรายได้ระดับกลาง ต่างก็ลดการจับจ่ายด้านการท่องเที่ยวลงก่อน ตามรายงานจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งในเชียงใหม่ และภาคใต้ เช่น กระบี่ ภูเก็ต

พบว่า มีนักท่องเที่ยวลดลงไปแล้วกว่า 50% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักท่องเที่ยวที่ยังมีกำลังซื้อบางราย กังวลกับภาพลักษณ์ที่ไม่มีความปลอดภัยของประเทศไทยจากปัญหาความไม่สงบทางการ เมือง รวมถึงการสู้รบกันบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา สถานการณ์เหล่านี้ล้วนมีส่วนซ้ำเติมภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวของไทย แม้แต่กลุ่มงานแฟร์ที่เข้ามาในเมืองไทยก็ต่างยกเลิกการเดินทางมาไทย

ธนิต เสนอแนะว่า ภาครัฐควรนำงบประมาณที่คิดว่าจะส่งเสริมการท่องเที่ยววงเงิน 6 หมื่นล้านบาท จากวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจรวม 1.22 ล้านล้านบาท มาใช้ในการประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ของประเทศว่า เมืองไทยยังเป็นประเทศที่น่าสนใจเข้าไปท่องเที่ยว โดยการกระตุ้นคนมาเที่ยวตามงานแฟร์ต่างๆ 

ขณะที่ปัญหาแรงงาน ก็เป็นปัญหาใหญ่ที่ควรเร่งรีบแก้ไขเช่นกัน เพราะหากไม่รีบแก้ไข แรงงานใหม่ที่กำลังจะจบการศึกษาในปีหน้าประมาณ 7-8 แสนอัตรา จะหางานยากขึ้น เพราะเมื่อภาคอุตสาหกรรมแย่ลง จากการปรับลดกำลังการผลิต

ประกอบกับภาคการเกษตรที่เคยเป็นฐานรองรับแรงงานในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ก็ได้รับผลกระทบจากราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ

ดังนั้นภาครัฐควรเร่งอัดฉีดเม็ดเงินที่ อยู่ในส่วนของ 6 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในงบประมาณ 1.22 ล้านล้านบาทดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลไม่ควรนำไปใช้อัดฉีดในตลาดหุ้น ตามแผนเดิมที่วางแผน เพราะตลาดหุ้น ไม่ใช่ภาคการผลิตอย่างแท้จริง

หากจะให้เกิดผลต่อแรงงาน ควรใช้เงินลงไปใน SML หรือกองทุนหมู่บ้าน ที่จะเกิดการจ้างงานระดับรากหญ้า เพื่อรองรับให้แรงงานใหม่ และคนตกงานจากภาคอุตสาหกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างมากในปีหน้า


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 29 ตุลาคม 2551, 07:31:10
เมื่อวานมีข่าว ม็อบชาวไร่ข้าวโพดแถวๆ เหนือ
ปิดล้อมที่ว่าการจังหวัด ไม่ให้ข้าราชการและคนข้างใน ออกมาได้
เพื่อกดดันให้มีการออกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการรับจำนำข้าวโพดอะไรซักอย่าง

คุ้นๆ ไหม๊ กับการกระทำข้างบน
พอมีคนสร้างมาตรฐานเลวๆ อะไรไว้ซักอย่าง แล้วได้ผล
แล้วไอ้พวกที่ใช้วิธีการพวกนี้ ก็บอกว่าทำเพื่อนู่น ทำเพื่อนี่

แล้วทุกคนก็นำมาใช้ อ้างเหตุผลต่างๆ นานา
ทั้งๆ ที่มันผิดกฏหมาย แต่มันใช้ได้ผลหนิ

คอยดูอีกหน่อย ม็อบปิดถนนจะหายไป
แต่ม็อบทุกม็อบจะหันไปปิดล้อมสถานที่ และจับคนที่ไมรู้อิโหน่อิเหน่เป็นตัวประกัน
shit!!

ตาแคม


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 31 ตุลาคม 2551, 23:21:22
ลองเข้าไปอ่านในเวบไซด์ ฟ้าเดียวกัน
ก็ขอแนะนำว่า อย่าเข้าไปอ่านเลย ... ไม่จรรโลงจิตใจอย่างยิ่ง
และยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกแย่


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 05 พฤศจิกายน 2551, 15:50:58
อ้างถึง
ข้อความของ ชาร์ป เมื่อ 31 ตุลาคม 2551, 23:21:22
ลองเข้าไปอ่านในเวบไซด์ ฟ้าเดียวกัน
ก็ขอแนะนำว่า อย่าเข้าไปอ่านเลย ... ไม่จรรโลงจิตใจอย่างยิ่ง
และยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกแย่

รู้มานานแล้ว ว่าเป็นที่สุมกบาลของพวกเหรี้ย โดยมีไอ้ใจหมา กับไอ้หัวโตไม่เจียมกบาล ตั้งตัวเป็นศาสดาอยู่
ถ่อยสุดๆ แต่สังเกตว่าพวกหัวโจกมันไม่จาบจ้วงตรงๆหรอก จะใช้วิธีพาดพิงมากกว่า เพราะมันรอบคอบพอ
แต่พวกที่ถ่อยๆเกรียนๆ ส่วนมากเป็นพวกลิ่วล้อที่ตามเข้ามาโพส ด้วยความคึกคะนองมากกว่า

น่าแปลกใจที่ ไอซีที ไม่มีปัญญาทำอะไรพวกนี้
ดังนั้นไอ้ พรบ.คอมพิวเตอร์ ก็อย่าสะเออะเอามาขู่คนอื่นเลย เพราะผมไม่เคยเชื่อน้ำยาทั้งตำรวจและกระทรวงไอซีทีเลยสักนิดเดียว

แต่ตอนนี้ ผมไม่อยากไปให้ความสนใจกับมันเท่าไหร่ เพราะมันไม่มีประโยชน์ที่จะไปใส่ใจกับพวกมัน
ในเมื่อไอ้คนที่มันมีหน้าที่ทางนี้โดยตรง มันยังไม่มีปัญญาจัดการเลย


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 05 พฤศจิกายน 2551, 17:58:35
 emo28:win:

ผมขอมองต่างมุมกะ ต.โต้งนิสนึง

ถ้าจะเอาวุฒิทางการศึกษามาแบ่งแยกคนจะลำบากนะครับ คิดแบบพี่ตู้ บิล เกตต์ ก็ไม่มีสิทธิเลือกตั้งสิ เพราะไม่จบ ปริญญาตรี
แล้วคนที่คนที่เรียนมาสูงๆเลือก จะดีกว่าเหรอครับ โลจิคมันแปลกๆนะ หรือจะแบ่งตามสิทธิในการเสียภาษี ก็แปลว่า คนรวยกว่ามีสิทธิ์
ก็จะเลือกคนที่รักษาสิทธิ์ให้แก่ความรวยของตัวเองเหรอ บางครั้งการซื้อเสียงมันก็ไม่ได้มาแค่ในรูปแบบของการแจกเงินแจกของอย่างเดียว
บางครั้งขอมาในรูปนโยบาย เช่นประชานิยม อย่างที่เราๆท่านรู้ซึ้งกันดี แล้วถามตัวเราบางไหมล่ะ คนที่ไม่ได้รับเงินอย่างเราๆท่านๆ
เราเลือกคนๆนึงเพราะอะไร เพราะคิดว่าคนๆนั้น หรือพรรคนั้น จะสามารถทำให้ชีวิตเราสุขสบายมากขึ้นใช่ไหมล่ะ แล้วแบบนี้ถือว่า
เหมือนกับประชานิยมไหม คนเราย่อมมีสิทธิที่จะเลือก ได้เท่าๆกันว่าไหมล่ะ

อย่างที่รู้ๆมาว่า "ประชาธิปไตย คือการออกเสียงของคนส่วนใหญ่" น่าจะหมายถึง คนในประเทศนั้นๆทุกคน น่าจะมีสิทธิ์ในการออกเสียงเลือกผู้แทนเท่าๆกัน ทุกๆคนที่เลือก ผู้นำ ก็หวังว่าผู้นำคนนั้นจะนำความสุข ความร่มเย็นมาให้ตนเอง กันทั้งนั้นแหละ กล่าวคือ ใครที่เค้าคิดว่าทำให้เค้ามีความสุขได้ เค้าก็เลือก ซึ่งก็คงเป็นโลจิคเดียวกัน ไม่ว่ารากหญ้า รากแก้ว รากฝอย

ถ้าเราบอกว่า โอ๊ย ไม่ไหวๆ แบบนี้ไม่แฟร์ บางคนการศึกษาก็ไม่มี บางคนงานการก็ไม่ทำ แล้วจะให้มันมาเลือกตั้งได้ไงว่ะ ผมถามว่าโดยพื้นฐานแล้ว มีใครอยากจะเป็นแบบนั้นไหม ถ้ามีโอกาสเค้าคงไม่อยากเป็นคนไม่มีการศึกษา เป็นคนไร้ค่าแบบนั้นหรอก แล้วเผอิญถ้าคนส่วนใหญ่ในประเทศเป็นคนแบบนี้ ก็หมายความว่าประเทศชาตินี้ เป็นของคนไม่มีการศึกษา คนไม่มีคุณค่า ดังนั้นชนชั้นกลางกับชนชั้นสูงย่อมจะเป็นที่เดือดเนื้อร้อนใจ ว่าเอ๊ะ กรูทำงานแทบตาย เสียภาษีมากต้องเอาไปแบ่งไอ้คนพวกนี้ทำไม ทำไมเราไม่เอาผู้นำที่มองเห็นและมุ่งเน้นจะรักษาผลประโยชนให้กับเรา ก็แสดงว่าต่างคนต่างก็มองว่าอยากได้ผู้นำที่เลือกเค้ามาแล้ว ต้องมารักษาผลประโยชน์ให้กับตัวเองกันทั้งนั้น จนบางทีเราก็ลืมคิดไปว่าไอ้กลุ่มนู้น กลุ่มนี้ กลุ่มไหนๆ มันก็คนไทยทั้งนั้น มีความเกี่ยวข้องกันไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ความคิดที่จะทำให้เกิดการแบ่งแยกของคนในชาตินั้นๆ ปกติประเทศอื่นๆ มักจะถูกแบ่งแยกด้วย ศาสนา เชื้อชาติ เป็นหลัก ซึ่งมันเป็นสิ่งที่มันติดตัวเรามา แทบจะเรียกได้ว่าตั้งแต่เกิดทีเดียว แต่ของบ้านเราตอนนี้กำลังจะถูกแบ่งแยกด้วยทัศนคติแตกต่างกัน และล่อแหลมเหลือเกินในประเด็นของความเป็นชนชั้นกลาง ชนชั้นมีการศึกษา กับ ชนชั้นรากหญ้า พอเถอะพยายามอย่าให้ความคิดแห่งความแตกแยกเหล่านี้แพร่ขยายออกไปเลย คุณจะไม่รู้สึกว่าความคิดนี้เป็นเรื่องที่ผิดหรอก จนกว่าคุณจะต้องเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน จนไม่มีปัญญาเรียนหนังสือ อย่าคิดว่าคนทุกคนจะโชคดีเหมือนเรา ไม่มีใครอยากเกิดมาแย่ๆหรอก ถ้าเรากำลังมองว่ารากหญ้าเห็นแก่ตัว เห็นแก่ความสุขสบาย แล้วเลือกผู้แทนแย่ๆที่เอาเงินภาษีเราไปแจกรากหญ้า เราก็คงจะเห็นแก่ตัวไม่ต่างกันที่เราต่างก็ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ในขณะประเทศที่คนส่วนใหญ่กำลังลำบาก ยากจน

คนไทยทุกคน มีสิทธิในความเป็นคนไทยเท่ากัน ผมว่านี่แหละ ความสวยงามแห่งประชาธิปไตย


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 05 พฤศจิกายน 2551, 20:38:02
อ้างถึง
ข้อความของ Mr.EggMan เมื่อ 05 พฤศจิกายน 2551, 17:58:35
emo28:win:
อย่างที่รู้ๆมาว่า "ประชาธิปไตย คือการออกเสียงของคนส่วนใหญ่" น่าจะหมายถึง คนในประเทศนั้นๆทุกคน น่าจะมีสิทธิ์ในการออกเสียงเลือกผู้แทนเท่าๆกัน ทุกๆคนที่เลือก ผู้นำ ก็หวังว่าผู้นำคนนั้นจะนำความสุข ความร่มเย็นมาให้ตนเอง กันทั้งนั้นแหละ กล่าวคือ ใครที่เค้าคิดว่าทำให้เค้ามีความสุขได้ เค้าก็เลือก ซึ่งก็คงเป็นโลจิคเดียวกัน ไม่ว่ารากหญ้า รากแก้ว รากฝอย

ถ้าเราบอกว่า โอ๊ย ไม่ไหวๆ แบบนี้ไม่แฟร์ บางคนการศึกษาก็ไม่มี บางคนงานการก็ไม่ทำ แล้วจะให้มันมาเลือกตั้งได้ไงว่ะ ผมถามว่าโดยพื้นฐานแล้ว มีใครอยากจะเป็นแบบนั้นไหม ถ้ามีโอกาสเค้าคงไม่อยากเป็นคนไม่มีการศึกษา เป็นคนไร้ค่าแบบนั้นหรอก

ทุกคนไม่อยากยากจน ไม่อยากยากไร้ ตรรกะอันนี้จริงครับ  แต่...
บนความ ไม่อยากจน นั้น? บางคน อยากมีการศึกษา อยากมีงานทำ เพื่อจะได้ไม่จน แต่ไร้โอกาส...
กับ พวกที่ ไม่อยากทำงาน ไม่สนใจศึกษา แต่อยากมีเหมือนคนอื่นๆ
ผมเคยเจอมาหลายประเภทแล้ว ทั้งพวกที่จนจริงๆเพราะสภาพแวดล้อม กับพวกงอมืองอตีน อยากมีเงินแต่ไม่อยากทำงาน

คำถามอีกอย่าง? แล้วคนเหล่านั้น(ที่เป็นฐานเสียงพรรคการเมือง) เลือกเพราะผลประโยชน์ของ"ชนชั้น"หรือ สาขาอาชีพ จริงหรือ! ผมคนนึงที่ไม่เชื่อเลย! จะยกตัวอย่าง ทำไมไอ้ยุทธตู้เย็น มันพาพวกไปถล่มบ้านตาแก่จนๆคนนึง(ในภาคกลาง)เพราะคิดว่ามียาเสพติด(แต่สุดท้ายไม่มียาเสพติดจริง) แต่มันก็ยังได้รับเลือกจากคนรากหญ้า(ในจังหวัดมันที่ภาคเหนือ) มาทุกสมัย(ถ้ามันไม่โดนคดีทุจริตเล่นงานไปซะก่อน)
คนเหล่านั้น? ทำไมเลือกบุคคลที่เคยกดขี่"ชนชั้นเดียวกะตัวเอง"มาเป็นผู้แทนล่ะ? ถ้าเราจะใช้มุมมองเชิงแนวราบมาตัดสินน่ะ
ที่แน่ๆ ไม่เห็นด้วยกับระบบเลือกตั้งแบบ"อิงพื้นที่&จำนวนคน"แบบเพียวๆ แต่น่าจะมีระบบโควต้าแบบอื่นมาร่วมบ้าง เช่น โควต้าสาขาอาชีพฯลฯ

หรือไม่ก็ แยกเขตการปกครอง(แบบอ่อนๆ)ไปเลย แต่ไม่ต้องถึงกับแยกประเทศหรอก ลองเอาภาคเหนือให้ทักกี้มันบริหารไป(ฐานเสียงของมันนี่หว่า) เอาภาคอิสานให้ไอ้ชัยมันบริหารไป เอาทางใต้ให้พวก ปชป.บริหารไป แต่เก็บภาษีที่ใครที่มันนะเฟ้ย(ทำแบบระบบของมาเลเซียหรืออเมริกา) อยากรู้ว่าพวกมันจะเอามีปัญญาเอางบประมาณมาเลี้ยงฐานเสียงของตัวเองสักกี่มะน้อย?


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 06 พฤศจิกายน 2551, 08:03:19
คำคมอับราฮัม ลินคอล์น
'คุณอาจจะหลอกคนทุกคนได้ในบางเวลา
คุณอาจจะหลอกคนบางคนได้ตลอดเวลา
แต่คุณไม่สามารถหลอกคนทุกคนได้ตลอดเวลา'

ตาแคม


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 06 พฤศจิกายน 2551, 22:42:35
นั่นล่ะครับ..เรื่องนี้ถึงค่อนข้างละเอียดอ่อน..

พิมพ์กันเร็วๆ..พื้นที่จำกัด การสื่อสารอาจไม่ตรงสักเท่าไหร่..จริงๆคงไม่ได้แบ่งแยกที่การศึกษา แต่เราจะแบ่งแยกการมี "จิตสำนึก" ของแต่ละคนได้อย่างไร คนจนไม่ใช่ไม่มีวุฒิปัญญา แต่ปราชญ์เดินดิน มีอยู่ทั่วไป

ประเด็นคือ เราต้องยอมรับความจริงอย่างนึง ว่า ประเทศที่จะปกครองด้วยระบบประชาธิปไตย คนในประเทศต้องมีวุฒิภาวะ มีความรู้ที่ช่องว่างต้องไม่ห่างกันมากนัก

ทีนี้..สมัย ร7 พอเราได้รัฐธรรมนูญมาเร็วเกินไป(ตรงนี้ต้องไปศึกษาต่อถึงที่มา..) คนในประเทศยังมี่ช่องว่างห่างกันมากมาย ไอ้ช่องว่างนี้ล่ะ..ที่สร้างปัญหา จากคนที่เป็นผู้แทนราษฏร

เราตั้งชื่อผิด เพราะผู้แทนฯ จริงๆแล้วทำหน้าที่นิติบัญญัติ แต่ด้วยการตั้งชื่อดังกล่าว พอประชาชนเดือดร้อน ก็ไปหาผุ้แทนฯ (จริงๆต้องเป็นหน้าที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ) ไอ้ผู้แทน ก็วิ่งเต้นเอางบไปลง เอาถนนไปสร้าง แล้วสร้างป้ายรูปตัวเองใหญ่ๆ บอกคนทั่วไปว่า ไอ้ถนนเส้นนี้ล่ะ..กรูเป็นคนสร้าง กำนันผู้ใหญ่บ้าน เปลี่ยนสถานะเป็นเครื่องมือ เป็นหัวคะแนน..

ด้วยวิวัฒนาการดังกล่าว ทำให้ในปัจจุบัน เรามีคนอย่างท่านเก่ง การุณ และไอ้งั่งทั้งหลาย ที่ฟังเรื่องนโยบายแล้วอยากจะถีบหน้าซักที สักแต่พูด..

ตรงนี้ละครับสำคัญ การเมืองใหม่ของ พธม. ถูกต้อง..แต่ พธม. เดินไม่ถูกทาง..

โจทย์คือ ทำยังไงให้คนดี คนเก่ง ไปบริหาร เราต้องการมืออาชีพ แล้วเอาไอ้ผู้แทนฯ กลับไปทำหน้าที่นิติบัญญัติจริงๆดังความประสงค์

ถ้าเจอคนเยอะๆ แบบผม แบบ จารย์โอ..จะรู้ว่า คนอีกระดับนึงนั้นเป็นยังไง..และเป็นคนจำนวนมากในประเทศ

รอคอยความช่วยเหลือ ทำงานหนักแต่ไม่มีเงินเหลือ ตกเย็นกินเหล้า รอแจกผ้าห่มทุกๆหน้าหนาว แล้วเอาผ้าห่มมาขายแลกไข่ ทำงานได้เงินนิดหน่อยผ่อนมอเตอร์ไซด์ ซื้อรถปิคอัพเอาไว้ขับโชว์กลับบ้านตอนสงกรานต์ เงินเดือน 15000 เป็นหนี้บัตรเครดิต 300000..ก่ออิฐ ฉาบปูนได้น้อยกว่าคนพม่า 2 เท่าทั้งๆที่ทำงานเท่ากัน..คนไทยเป็นหนี้..พม่ามีเงินเหลือซื้อทองเก็บ..

ดูมันเป็นความเป็นจริงที่โหดร้าย แต่เราต้องยอมรับมัน..วิธีที่ผมว่า มันอาจดูโหดร้าย..มันก็จริง ถ้ามีวิธีที่ดีกว่านี้ และประเทศชาติรอได้..ไม่บรรลัยไปเสียก่อน..

สิทธิในการดำรงชีวิตเท่ากัน สิทธิในการศึกษา สิทธิในการรักษาพยาบาล ฯลฯ เท่ากัน..แต่ไม่ควรมีสิทธิ 1 เสียงเท่ากัน ในประเทศที่ช่องว่างทางการรับรู้ห่างกันขนาดนี้..

ทางแก้ปัญหาคืออะไร..ปัญหาปัจจุบันอยู่ที่อะไร..เรามีโจทย์ที่ถูกต้องหรือยัง..

เพราะถ้าเรายังตั้งโจทย์กับปัญหานี้ไม่ถูก..อย่าหวังเลย ว่าจะแก้ปัญหาได้..

ช่วยๆกันคิดครับ บัณฑิตทั้งหลาย..ผมชอบ..

 


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 06 พฤศจิกายน 2551, 22:50:39
ส่วนเรื่อง ดร.สุเมธ..เรื่องพระพยอม..เรื่องนายขวัญแก้ว วัชโรทัย..นายโคทม อารียา..อ.นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์..

โดนหมดละครับ..ยิ่งของ ดร.สุเมธ โดนด่าว่าอย่าทะลึ่งแสดงความเห็น..

แล้วประเทศนี้จะเหลือใครที่เค้าฟังล่ะครับ

ยิ่งเจอเรื่องพระบรมรูปทรงม้า ร5 เข้าไปอีก..ผมว่า น้าสนธิ แกหลุดไปอยู่โลกไหนแล้วไม่รู้ล่ะครับ


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 06 พฤศจิกายน 2551, 23:23:51
 emo47

นอกเรื่องหน่อยครับ ทำไม การเลือกตั้ง usa นั้น electrical vote ของ แต่ละรัฐ ไม่เท่ากันครับ  เขากำหนดจากอะไร...




หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 17 พฤศจิกายน 2551, 21:11:34
เอ่อ..สงสัยมานานแล้วล่ะ..แต่ขี้เกียจอ่าน.ใครมีความรู้วานบอก


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: wat ที่ 18 พฤศจิกายน 2551, 10:55:09
พูดถึงเรื่องชาติเรื่องการเมือง มีเรื่องหนึ่งน่าสนใจทำให้รักชาติมากขึ้น ครั้งหนึ่งไปเห็นข่าว ของคนที่ไร้สัญชาติ ไร้สังกัดประเทศ ไม่มีบัตรประชน ทำให้ได้ฉุกคิดเหมือนกันนะว่า...แค่การเมีบัตรประชาชนนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก คิดดู ถ้าไม่มับัตรประชน(นั้นคือไม่ได้รับการรับรองว่าเป็นพลเมืองของชาติใดชาติหนึ่ง) ธุรกิจธุรกรรมต่างๆในชาติหรือต่างชาติแทบทำอะไรไม่ได้เลย เรียนหนังสือ ทำงาน ซื้อบ้าน ซื้อรถ ฯลฯ แล้วจะดำรงชีวิตอยู่ยังไง คงต้องเป็นคนเร่ร่อนอย่างที่เห็นในข่าวหรือไม่ก็ไปเป็นคนป่า? !! ลำบากนะ


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: suriya2513 ที่ 18 พฤศจิกายน 2551, 15:13:57
พี่ป๋องเข้ามาอ่านครับ


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 18 พฤศจิกายน 2551, 17:18:59
หนึ่งคนหนึ่งเสียง ผมว่านี่แหละ คือ หนทางที่ถูกต้องแล้วสำหรับประชาธิปไตย
มันจะไม่ถูกซะทีเดียว ที่จะเอาเกณฑ์อะไรซักอย่าง มาตัดสินว่า คนนี้น่าจะมีสามารถที่มากกว่าคนอื่น
สามารถออกเสียงได้มากกว่าคนอื่น ใครจะเป็นคนแต่งกฏเกณฑ์ที่เป็นธรรมเหล่านั้นขึ้นมาได้ล่ะ
เพราะ ไอ้ในสถานการณ์ปัจจุบันตอนนี้ ไอ้พวกที่มีอำนาจในการตั้งกฏเกณฑ์ต่างๆ
ก็พยายามทำให้สิ่งเหล่านี้ โอนเอียง มีช่องโหว่ ให้พวกตนเองสามารถใช้อำนาจได้มากยิ่งขึ้น

จริงๆ แล้ว หากปรับกระบวณการคิดขั้นพื้นฐานของคนแต่ละคน
ให้สามารถคิดได้ว่า สิ่งใดควรจะทำไปเพื่อตนเอง สิ่งใดควรจะทำไปเพื่อส่วนรวมได้เนี่ย คงจะดีไม่น้อย
ระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ช่วยส่งเสริมให้คนคิดเป็น ทำเป็น บางเรื่องควรคิดถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตน

มันก็จะย้อนกลับไปตรงที่ว่า ใครเป็นคนคิดระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานขึ้นมาอีกแหละ
สอนให้ท่อง ก ไก่ ข ไข่ บวก ลบ คูณ หาร เลขได้ ทำไมถึงไม่สอนให้รู้จัดคิดแยกแยะ วิเคราะห์ สังเคราะห์
ยอมเสียผลประโยชน์อะไรเล็กๆ น้อยๆ เพื่อผลประโยชน์ก้อนโตในอนาคต
เราต้องยอมเฉือนเลือดเฉือนเนื้อตัวเองเพื่อคนอื่นๆ ไม่ใช่ยอมเสียเลือดเสียเนื้อเพื่อตัวเรา

ไอ้คำว่า เราต้องชนะ ขอทีเหอะ เลิกซะที ไอ้ชนะอะไรชนะ ผมยังไม่รู้เลย
ไล่ไอ้พวกนักการเมืองเลวๆ ไปให้พ้นเมืองไทยจนหมด
เดี๋ยวมันก็เกิดใหม่ได้ หากระบบความคิดพื้นฐาน เรายังส่งเสริมให้คนเหล่านี้มีหนทางเกิดและกลับขึ้นมาใหม่

ความหวังเล็กๆ ของผมตอนนี้
อยากเห็นคนที่อยู่ในสถานะที่เป็นอาจารย์ ที่มีลูกศิษย์ ที่สามารถสอนหรือปลูกฝังให้เด็กเล็กๆ คิดได้ ทำได้
ช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านกระบวณความคิดพื้นฐานแบบนี้ขึ้นมาหน่อย
ไม่ใช่ว่า อาจารย์มาตะโกนด่า นักการเมือง นักประท้วง ในห้องเสียเอง
มาใช้อารมณ์ส่วนตัว มาบอกลูกศิษย์ มาตัดสินมาใครดีไม่ดี

ลองให้ลูกศิษย์ของท่านๆ ได้ใช้ความคิดเสียบ้าง
ผมอยากจะให้เปลี่ยนหลักกระบวณการสอนเสียใหม่
เพราะตั้งแต่เด็ก ผมจำได้ว่า ผมเคยเห็นเค้าสอนเรื่อง อย่าตัดต้นไม้ อย่าทำลายป่า เดี๋ยวโลกเราจะอยู่ไม่ได้
สอนแล้ว สอนเหล่า แล้วทำไม ไอ้เด็กเหล่านั้น โตขึ้นมาก็ยังกลับไปตัดต้นไม้

เรื่องนี้คงยังไม่มี solution อะไรที่ดีที่สุดเร็วๆ นี้หรอก ลองดูกันต่อปายยยยย

ตาแคม


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 18 พฤศจิกายน 2551, 18:59:46
ผมไม่ได้บอกว่า จะต้องห้ามใครมาเลือกตั้ง นะ...ใช้หนึ่งคนหนึ่งเสียง ในแต่ละเขต ก็ไม่ผิดอะไร
แต่ ปัญหามันหลายประเด็น
1) การพยายามรวมอำนาจทั้งหมดไว้ที่รัฐบาลกลาง โดยงมงายกับไอ้คำว่า หนึ่งเดียวแบ่งแยกไม่ได้ เนี่ย? มันเป็นระบบที่เวิร์คจริงหรือ?
ถามว่าคนกรุงฯกับคนใต้ มีสิทธิ์เกลียดไอ่ทักกี้มั้ย แล้วสมควรเอาภาษีไปให้มันถลุงหรือ ในเมื่อพวกเขาไม่ยอมรับมัน
เช่นเดียวกะที่คนเหนือหรือคนอิสาน มีสิทธิ์เกลียด ปชป.แต่ก็ต้องมาถูกพวกนี้ปกครอง(ถ้าสมมติ ปชป.ชนะเลือกตั้ง)
แต่ถ้าแยกเขตไปเลย บริหารส่วนใครส่วนมัน มันจะเวิร์คกว่ามั้ย คนเหนือ(ส่วนใหญ่)ชอบทักกี้ ก็ให้มันไปลงเลือกตั้งหรือบริหารอยู่แค่ภาคเหนือ คนกรุงฯหรือคนใต้จะได้ไม่เดือดร้อน...ใครจะว่าทำให้ไทยแตกแยก ผมว่าไอ้ระบบเดิมนั่นแหละจะแตกแยกยิ่งกว่า เพราะทำให้เกิดความรู้สึกแบบ"พวกข้า"ต้องมาถูกกดขี่โดยคนที่"พวกเอ็ง"เลือกมา
2) การไม่มีระบบกติกามากำหนดตัวแทนในสภา หรือความชำนาญเฉพาะด้านจริงๆ ถามว่าบุคคลบางจำพวก เช่น นักวิทยาศาสตร์มีตัวแทนของตัวเองในสภามั้ย? คนพิการ ด้อยโอกาส มีตัวแทนจริงๆในสภามั้ย? หรือแม้แต่ ทำไมอนุญาตให้เอาตำรวยมาคุมกระทรวงสาธารณสุขได้?เอาหมอไปคุมกระทรวงการคลัง(แม่งบ้ารึเปล่า?) ระบบรัฐมนตรีทุกวันนี้ มีหรือไม่มี ผมว่าไม่ต่างกันเลย!(แต่ไม่แน่ใจว่าใช้ระบบแบบคุณโต้งจะเวิร์คไหม?ที่ว่าให้รวบตำแหน่งอธิบดีกรมกับรัฐมนตรีไว้ด้วยกันเลย)
3) แนวทางที่มีคนเสนอว่า แต่ละเสียงไม่เท่ากัน ไม่ได้หมายถึง ห้ามใครบางคนไปเลือกตั้ง หรือให้คนจบ ดร.สามคะแนน คนจบ ป.ตรี 2 คะแนน > ไม่ใช่อย่างนั้น แต่หมายถึงระบบแบบ เขตไหนเก็บภาษีได้มาก ให้มีโควต้า สส.ได้มาก  เขตไหนเก็บภาษีได้น้อย ให้มีโควต้าลดลงมาตามลำดับ (หลายประเทศในยุโรปเคยใช้ระบบนี้มาก่อนนะครับ แล้วก็ได้ผลด้วย)
สมมติฐานมาจากแนวคิดที่ว่า คนไม่เสียภาษี อาจจะมีส่วนหนึ่งเข้าใจการเมือง(อาจจะเป็นปราชญ์ชาวบ้าน) อีกส่วนไม่เข้าใจ(ก้พวกที่เฮไหนเฮนั่น นั่นแหละ)
แต่คนเสียภาษี เกือบ 100% น่าจะเข้าใจการเมือง เพราะคงไม่มีไอ้บ้าคนไหนยอมเสียผลประโยชน์(รายได้บางส่วน)ของตัวเองไป โดยไม่คิดหรอกว่าเสียไปเพื่ออะไร(ธรรมชาติคนเราหวงแหนสมบัติของตัวเอง)
แต่ผมไม่สรุปว่าจะใช้กับเมืองไทยได้แค่ไหน เพราะไม่มีใครเคยทดสอบ emo42


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: หลิม 81 ที่ 19 พฤศจิกายน 2551, 17:31:37
เห็นเค้าล้งเล้งจะโฟนอินกันอีกแล้ว..แล้วเมื่อไหร่จะจบ ถ้ารักประเทศชาติจริงต้องหาคนเสียสละก่อน ผมไม่เห็นใครพร้อมเสียสละก่อนเลย กลัวแต่ผลประโยชน์ตัวเองอำนาจหรืออื่น ๆ จะสลายไป

ไหนบอกว่าแมน ๆ สุดท้ายก็ ไม่แมนซักตัว


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 20 พฤศจิกายน 2551, 22:50:45
อ่านข่าวนี้แล้ว ... เรามีเรื่องสำคัญมากกว่า การทะเละกันแบบเด็ก ๆ นี้ ...


 
อ้างถึง   

องคมนตรีเตือนคนไทยอย่าขายที่ดิน

องคมนตรี เตือนสติคนไทยอย่าขายที่ดิน ฝากผู้ว่าฯทั่วประเทศช่วยดูแลชาวไร่ ชาวนา อย่าทอดทิ้งที่ทำกิน เพราะเกษตรกรรมคือต้นธารเศรษฐกิจไทย แนะยืนด้วยขาตัวเอง เศรษฐกิจไทยมีทางออก

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : ที่โรงแรมสยามซิตี้ กระทรวงมหาดไทย เปิดโครงการ “ภูมิปัญญาแห่งแผ่นดิน ขยายผลสู่ปวงชนชาวไทย” โดยมีข้อคิดเห็นจากองคมนตรี ต่อวิกฤตเศรษฐกิจที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ เปิดทางรอดที่จะทำให้ประเทศพ้นวิกฤตเศรษฐกิจ

โดย มี นายพีรพล ไตรทศาวิทย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยแถลงเปิดโครงการว่า วัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดบูรณาการความ ร่วมมือทุกภาคส่วนในจังหวัดในการนำผลสำเร็จของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่อง มาจากพระราชดำหริ ที่ในหลวงทรงพระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ทำการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง วิจัย ในการแสวงหาแนวทางและวิธีการพัฒนาในด้านต่างๆ ที่เหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในแต่ละภูมิภาคอันเป็นต้นแบบแห่งความสำเร็จ เพื่อขยายผลต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

นายพีรพล กล่าวว่า อยากให้ผู้ว่าฯ และหัวหน้าส่วนราชการทุกจังหวัด จัดตั้งทีมงานขึ้นมา 8-10 คน เพื่อศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ทั้ง 6 แห่ง ทั่วประเทศ ประกอบด้วย ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ้าวคุ้งกระเบน จ.นราธิวาส ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน จ.สกลนคร ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ จ.เชียงใหม่ และ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย จ.เพชรบุรี จากนั้นให้ผู้ว่าฯ ในฐานะผู้นำทีม ที่ได้รับการคัดเลือกมาจัดทำโครงการนำร่องในพื้นที่ตัวอย่าง จังหวัดละ 1 แห่ง โดยใช้งบประมาณของจังหวัด หรือประสานขอรับการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยจะมีการรายงานผลทุกๆ 3 เดือน

“ทีมงานในแต่ละจังหวัด ผู้ว่าฯ จะต้องเป็นผู้นำ โดยมีทีมงานด้านเกษตร ประมงรวมถึงหน่วยงานที่จำเป็นร่วมเป็นทีมงาน ส่วนกรอบระยะเวลานั้นจะไม่เร่งทำงานให้เข้าเป้า แต่ขอให้ทำงานอย่างจริงจัง โดยให้ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ดูปัญหา เช่น ปัญหาการเพาะปลูกเป็นอย่างไร และให้ดูว่าพื้นที่ในจังหวัดส่วนใดสามารถเป็นพื้นที่ต้นแบบของโครงการได้ โดยจะต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการมากที่สุด ทั้งนี้ หากจังหวัดใดประสบผลสำเร็จ ทางกระทรวงก็จะเตรียมอะไรสักอย่างให้เป็นรางวัล ซึ่งผมมั่นใจว่าหากผู้ว่าฯ เข้าไปร่วมศึกษาในศูนย์พัฒนาฯ แล้วนำความรู้ออกมาแก้ไขปัญหาในพื้นที่ เชื่อว่าโครงการจะประสบความสำเร็จ และจะนำโครงการมาขยายผลสู่ชนบทในพ้นที่อื่นๆ ต่อไป” นายพีรพล กล่าว

ด้านศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ได้บรรยายเรื่อง ”เศรษฐกิจพอเพียงกับกระทรวงมหาดไทย” มีเนื้อหาว่า เวลานี้สังคมไทยอยู่ในสภาพเหมือนคนป่วยไม่สบาย ทุกคนต้องช่วยกันพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ประเทศไทยตอนนี้กำลังเจอผลกระทบวิกฤตการเงินโลก อย่างไรก็ตามวิกฤตซับไพร์มของสหรัฐอเมริกายังมีผลกระทบกับประเทศไทยน้อย ที่หนักคงเป็นกระทรวงแรงงาน แต่อีก 2-3 ปี จากนี้วิกฤตที่ไทยเผชิญอยู่จะเบาบางลง ที่น่าหนักใจมากสุดไม่ใช่วิกฤติการเงิน แต่เป็นวิกฤติ 4 ด้าน ที่มองดูแล้วเป็นวิกฤติระดับโลกที่น่าจะมีผลกระทบกับไทย และแก้ไขได้ยาก

นพ.เกษม กล่าวว่า วิกฤติ 4 ด้าน ที่รู้สึกเป็นห่วง ประกอบด้วย 1.การเพิ่มจำนวนของประชากรทั่วโลก ซึ่งอีก 30 ปีข้างหน้าจะมีประชากรเพิ่มขึ้นกว่า 1 หมื่นล้านคน หรือ 2 เท่าของทรัพยากรโลก ทำให้เกิดปัญหาการแย่งชิงทรัพยากร 2.ภาวะโลกร้อน 3.วิกฤติพลังงานที่อีกไม่นานพลังงานทุกอย่างจะต้องหมดไป ซึ่งทางประเทศซาอุดิอาระเบีย ประเทศคูเวต และประเทศผู้ค้าน้ำมัน เริ่มตระหนักถึงวิกฤตินี้แล้ว จึงนำเงินกำไรที่ได้จากการขายน้ำมันหันมาลงทุนด้านการเกษตรมากขึ้น โดยมีการกว้านซื้อที่ดินเพื่อทำการเกษตรในประเทศต่างๆ

และ4.วิกฤติอาหาร เนื่องจากประชากรเพิ่มมากขึ้น ขณะที่บางพื้นที่เริ่มเพาะปลูกไม่ได้ ทำให้ราคาอาหารแพงขึ้น ดังนั้น จึงขอเตือนให้ประชาชนอย่าขายที่ดิน อย่าให้เช่า แต่ควรทำเอง และขอฝากให้ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศช่วยดูแลชาวไร่ ชาวนา อย่าทอดทิ้งที่ทำกิน เพราะเกษตรกรรมคือต้นธารเศรษฐกิจไทย ซึ่งจะทำให้ประเทศชาติมั่นคง ถึงแม้จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ประเทศก็จะอยู่รอดได้ไม่เสียหายมาก

“ขอเตือนคนไทยว่าอย่าขายที่ดิน เศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำเวลานี้สำหรับประเทศไทยคาดว่าปลายปีหน้าน่าจะดีขึ้น ขณะที่วิกฤติซับไพรม์ที่เกิดขึ้นกระทบไปทั่วโลก แต่ของไทยเราโชคดีน่าจะโดนผลกระทบน้อยที่สุด ที่บอกว่า โชคดี เพราะ 3 ปีที่ผ่านมาเรามีรัฐบาลมาแล้วสามชุด ไม่มีรัฐบาลไหนไปลงทุนกู้เงินต่างประเทศเลย"นพ.เกษมกล่าวและว่า

อยากบอกเจ้าของที่ดินทั่วประเทศว่า เราต้องยึดเอาเกษตรเป็นที่ตั้ง เวลานี้มีการกว้านซื้อที่ดินกันจำนวนมาก ที่อยุธยาฯ มีคนมาคุย เขาถามว่า ขายที่ดินดีไหม เขาให้ราคาจากเดิมถึง 5 เท่าคือจาก ไร่ละ 2 หมื่นบาทเป็นไร่ละ 1 แสนบาท เขาบอกถ้าขายก็ได้เงินเลย 2 ล้านบาท ก็ได้บอกเขาว่าถ้าขายที่ดินไปก็ไม่มีที่อยู่ที่กิน ขายได้เงินแล้วไปอยู่ที่ไหน ตอนนี้ผู้ว่าฯต้องช่วยกันเรื่องนี้คือ บอกให้พวกเขาอยู่กับที่อย่าขายที่เด็ดขาด เราต้องปรับตัวอย่างตัวเลขจีดีพี เราพบว่า เราพึ่งการส่งออก 63 % แต่ถ้าเราปรับลดตรงนี้ลงแล้วให้พึ่งตัวเองให้ได้ ไม่ใช่พึ่งการส่งออกทั้งหมดแบบนี้เป็นอันตราย

ศ.นพ.เกษม กล่าวเสนอทางรอดของเศรษฐกิจไทยว่า ภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯถือเป็นหน่วยงานที่สำคัญ ต้องลงทุนด้านโลจิสติกส์ในการพัฒนาสินค้าเกษตร เพื่อสร้างโอกาสให้สินค้าเกษตรนำรายได้เข้าประเทศอย่างเช่น มังคุดที่ชุมพรได้ไปเห็นบางปีราคาตกต่ำกิโลกรัมละ 3 บาท ถ้าเกษตรกรปล่อยให้เสียเลย หากส่งออกเอาไปขายที่ต่างประเทศได้กิโลละ 40 บาท

ศ.นพ.เกษม ล่าวอีกว่า อยากฝากให้ผู้ว่าฯ ร่วมมือกับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ประจำจังหวัด จัดให้มีการศึกษาภาคบังคับสำหรับชาวนา ชาวไร่ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเกษตรและการแปรรูป ซึ่งหากประชาชนมีการศึกษาที่ดีพอ ก็จะทำให้ประชาชนรู้เท่าทันเศรษฐกิจ และการเมืองมากขึ้น

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่มี ความเป็นห่วงเรื่องชาวต่างชาติเข้ามากว้านซื้อที่ดินในประเทศไทย มีข้อมูลอย่างไร ศ.นพ.เกษม ตอบว่า ”เรื่องนี้ต้องไปถามอธิบดีกรมที่ดินเอาเอง"


 
อ้างถึง   
แดวูขอใช้ที่ดินฟรีขนาดครึ่งปท.เบลเยียม ปลูกข้าวโพดส่งเกาหลีใต้
โดย ผู้จัดการออนไลน์    20 พฤศจิกายน 2551 22:25 น.
       บริษัทแดวู โลจิสติกส์ แห่งเกาหลีใต้ ทำข้อตกลงกับประเทศมาดากัสการ์ เพื่อขอปลูกข้าวโพดและปาล์มน้ำมันบนที่ดินผืนใหญ่ขนาดเท่ากับราวครึ่งหนึ่ง ของเบลเยียม แล้วนำผลผลิตกลับไปใช้ในแดนโสมขาวตลอดจนส่งออก โดยที่ทางบริษัทอาจจะไม่ต้องจ่ายเงินค่าใช้ที่ดินใดๆ ความเคลื่อนไหวคราวนี้ซึ่งน่าจะเป็นการทำดีลประเภทนี้ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ เคยมีมา ทำให้หลายๆ ฝ่ายแสดงความวิตกกังวล
       
       มาดากัสการ์ที่มีลักษณะเป็นเกาะในมหาสมุทรอินเดียจะได้รับประโยชน์ จากการลงทุนครั้งนี้ เพียงแค่จากการที่บริษัทจะจ้างแรงงานคนท้องถิ่นเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่หลายรายของแดวู โลจิสติกส์บอกว่า ตามความตกลงที่ทำกับรัฐบาลมาดากัสการ์นั้น แดวูจะได้รับสิทธิในการเช่าที่ดินรวมทั้งสิ้น 1.3 ล้านเฮกตาร์ (1 เฮกตาร์เท่ากับ 6.25 ไร่ ดังนั้น 1.3 ล้านเฮกตาร์จึงเท่ากับ 8.125 ล้านไร่) เป็นเวลา 99 ปี และการลงทุนครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อประกันความมั่นคงทางอาหารของเกาหลีใต้
       
       "เราต้องการที่จะปลูกข้าวโพดที่นั่นเพื่อประกันความมั่นคงทางอาหาร ของเรา เพราะในโลกขณะนี้ อาหารสามารถใช้เป็นอาวุธได้" ฮองจองวาน ผู้จัดการผู้หนึ่งของแดวูกล่าว "เราสามารถส่งออกไปยังประเทศอื่น ๆ รวมทั้งส่งกลับไปยังเกาหลีในกรณีที่เกิดวิกฤตอาหารขึ้น
       
       แดวูระบุว่าได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับรัฐบาลมาดากัสการ์เมื่อ เดือนพฤษภาคมไว้ว่าจะเพาะปลูกพืชผลในพื้นที่การเกษตร 1.3 ล้านเฮกตาร์โดยไม่ต้องเสียค่าเช่าที่ดินใด ๆ และหลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ลงนามในสัญญากันเมื่อเดือนกรกฎาคมโดยเพิ่ม เงื่อนไขเข้ามาว่าอาจจะต้องมีการหารือเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆกับมาดากัสการ์ แต่ทางแดวูก็เชื่อว่าบริษัทจะไม่ต้องจ่ายค่าเช่าที่ดินใด ๆทั้งสิ้น


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 23 พฤศจิกายน 2551, 20:40:45
คนที่สนใจจริงๆ..แนะนำให้หาอ่าน.."ประชาธิปไตย ไม่ใช่ของเรา" ของ ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ สำนักพิมพ์ openbook ครับ..เค้าวิเคราะห์ได้ดีมากๆ..แต่อ่านยากหน่อยนะ..ต้องค่อยๆเข้าใจทีละบรรทัด..

การต่อสู้ในระบบประชาธิปไตย จะใช้วิธีการต่อสู้ด้วยยุทธวิธีแบบทหารไม่ได้ครับ ตอนนี้ พธม. กำลังทำแบบนั้นอยู่ ทำให้แนวร่วมหายไปมากมาย..

จริงๆคงไม่ใช่คนโน้นมีเสียง คนนี้ไม่มีเสียงหรอกครับ..ถ้าเพิ่มความเห็นว่า เราจะให้ความสำคัญกับเสียงที่ "มีคุณภาพ" ได้อย่างไร เป็นเสียงที่มีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางการเมือง ให้มีน้ำหนักถ่วงกับเสียงที่ "มีปริมาณมากกว่า" ครับ เพราะหถ้าตีความแค่ว่า ประชาธิปไตยคือการไปลงคะแนนเสียง (ในหนังสือเล่มที่ผมแนะจะมีการกล่าวถึงทฤษฎีนี้ของ คาร์ล มากซ์ ด้วย) ประมาณว่า..

คนชั้นนำ จะทำให้คนที่ไม่มีความรู้ คนชั้นล่าง รู้สึกว่า คนเหล่านั้นมีส่วนร่วมในประชาธิปไตย ได้ด้วยการกำหนดให้ทุกคนมี 1 เสียงเท่ากัน เพียงเท่านี้ คนระดับล่าง ก็รู้สึกว่า พวกเค้าสำคัญ และเค้าก็จะไม่ได้ติดตามกระบวนการหลังจากการเลือกตั้งอีกเลย ทีนี้ก็จะเสร็จสำหรับพวกนักการเมือง และคนระดับสูงครับ..

เราจะเพิ่มน้ำหนักกับเสียงที่ออกมาทำกิจกรรมทางการเมืองได้อย่างไร..เรื่องภาษีผมก็เห็นด้วยนะ..ชอบพูดกันจังเลย..ว่าสภาเป็นของเรา ทำเนียบเป็นของเรา เพราะเป็นภาษีของเรา..อยากถามเหลือเกินว่าน้าๆเสียภาษีกันปีละเท่าไหร่ครับ..แล้วพยายามเลี่ยงภาษีกันรึเปล่าครับ แจ้งรายได้ครบทุกบาททุกสตางค์มั๊ยครับ..อ้างกันจังเลย..


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 23 พฤศจิกายน 2551, 20:49:01
น้องPornson..
ช่วยเอาเรื่องนี้ไปถกที่commonroomทีคะ
น่าสนใจ

p.nn


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 24 พฤศจิกายน 2551, 16:51:00
เอาบทความนึงของศิโรตม์มาแก้ผ้าให้ดู  emo29:P:

http://www.weopenmind.com/board/index.php?topic=3131.msg48281

อ้างจาก: ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
รัฐประหารครั้งนี้ นอกจากเป็นการต่อสู้ทางอุดมการณ์แล้ว มันเกิดเรื่องที่คล้ายๆ กับ 6 ตุลา ก็คือมีการจัดตั้งมวลชนและองค์กรจำนวนมากขึ้นมา

ถ้าพูดอย่างไม่เกรงใจกัน องค์กรอย่าง ‘พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย’ ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ไม่ว่าคนที่เข้าไปร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ จะจริงใจมากน้อยแค่ไหนก็ตาม แต่คนจำนวนไม่น้อยที่เข้าไปร่วมกับพันธมิตรฯ เป็นคนซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบทหารนิยม มีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบอนุรักษ์นิยม หรือเป็นคนที่เชื่อว่าการมีสถาบันกษัตริย์ที่เข้มแข็งคือทางออกของประชาธิปไตย ไม่ใช่การสร้างการปกครองในระบอบรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยรัฐสภาที่ดี

ในเหตุการณ์ 6 ตุลา สิ่งที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันก็คือ หลังจากที่ฝ่ายขวาเผยแพร่อุดมการณ์ทางการเมืองบางอย่าง ก็เริ่มมีการจัดตั้งกลุ่มประชาชนขึ้นมาโดยยึดโยงกับอุดมการณ์แบบนี้ แต่พันธมิตรฯ นั้นอาจจะแตกต่างกับกลุ่มมวลชนที่จัดตั้งก่อน 6 ตุลา อยู่บ้าง เพราะพันธมิตรฯ ไม่ได้เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มอนุรักษ์นิยมฝ่ายขวาอย่างเดียว แต่มีคนที่เป็นเสรีนิยม ฝ่ายคนชั้นล่าง ฝ่ายที่รักประชาธิปไตยด้วยความบริสุทธิ์ใจ รวมทั้งฝ่ายที่เป็นกลางจำนวนมากด้วย หรือต่อให้ถึงที่สุดแล้ว พลังฝ่ายเสรีนิยมไม่ใช่พลังหลักที่ชี้นำการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ก็ตามที ถ้าคิดถึงรัฐประหาร 19 กันยายน ในแง่มุมนี้ ก็จะเห็นความคล้ายคลึงกับรัฐประหารวันที่ 6 ตุลาคม 2519 มากขึ้น นั่นก็คือล้วนเป็นการรัฐประหารที่เริ่มต้นด้วยอุดมการณ์ หลังจากนั้นก็นำไปสู่การจัดตั้งกลุ่มพลังทางการเมือง

สิ่งที่น่าสนใจก็คือว่า สัญลักษณ์ของพันธมิตรฯ นั้นคือสีเหลือง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสถาบัน และพันธมิตรฯ โดยคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ก็ประกาศอย่างเปิดเผยว่า ใช้สีเหลืองเพราะต้องการแสดงความจงรักภักดีของฝ่ายพันธมิตร โดยที่สีเหลืองก็คือสีซึ่งทหารใช้เป็นสัญลักษณ์ในการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายนด้วยเช่นเดียวกัน

ความเป็นฝ่ายขวาไม่จำเป็นต้องอยู่ในเครื่องแบบสีเขียวอีกต่อไปแล้ว

ความแตกต่างระหว่างการรัฐประหารครั้งนี้กับการรัฐประหาร 6 ตุลาก็คือ พลเรือนที่มีบทบาทในการรัฐประหารช่วง 6 ตุลานั้น มีภาพว่าเป็นพลเรือนที่เลว เป็นพลเรือนแนวอำนาจนิยม เป็นพลเรือนที่เห็นหน้าก็รู้แล้วว่า นี่ต้องเป็นพลเรือนที่เลวแน่ๆ พูดจาแบบคนหลงยุค เป็นฝ่ายขวาแบบสถุลรส (Bad taste) ขณะที่ในการรัฐประหารปี 2549 เราได้พบกับเกิดฝ่ายขวาแบบใหม่ที่ไม่ได้มีหน้าตาแบบเดียวกับฝ่ายขวาสมัย 6 ตุลา แต่เป็นฝ่ายขวาที่พูดจาด้วยภาษาที่นิ่มนวล พูดจาด้วยภาษาแบบประชานิยม ใช้วาทกรรมแบบประชาธิปไตย วาทกรรมว่าด้วยสิทธิเสรีภาพ การปกครองโดยหลักรัฐธรรมนูญ

และนี่คือประเด็นที่ผมคิดว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในปี 2549 นั่นก็คือ ความเป็นฝ่ายขวาไม่จำเป็นต้องอยู่ในเครื่องแบบสีเขียว ไม่จำเป็นต้องอยู่บุคลิกที่บ้าอำนาจและมุทะลุดุดัน ฝ่ายขวาเป็นพลเรือนได้ พูดจานิ่มนวลและสุภาพอ่อนน้อมได้ แต่หลักใหญ่ทางการเมืองแล้วเหมือนกัน นั่นคือไม่เชื่อมั่นในประชาธิปไตยรัฐสภา ไม่ปฏิเสธการรัฐประหาร รวมทั้งไม่เชื่อว่าจะแก้ปัญหาทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาได้ด้วยวิถีทางของรัฐสภาและหลักนิติธรรม

ฝ่ายขวาแบบนี้เกิดขึ้นและแสดงตัวเองอย่างเต็มที่ในรัฐประหารที่เกิดขึ้น ณ 30 ปี หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม เหตุผลคือชนชั้นนำในสังคมไทยมีประสบการณ์แล้วว่าพลังฝ่ายขวาแบบ Bad taste ของคุณทมยันตี, คุณธานินทร์, หรือคุณสมัคร ไม่สามารถจะปกครองคนส่วนใหญ่ในสังคมไทยได้ รัฐบาลของคุณธานินทร์ในช่วงหลัง 6 ตุลา เป็นรัฐบาลที่เกิดขึ้นจากพลังอนุรักษ์นิยมในระดับที่รุนแรงที่สุดในสังคมไทย เป็นรัฐบาลที่นักวิชาการฝรั่งบางคนถือว่า เป็นรัฐบาลในพระราชอำนาจอย่างเต็มที่ แต่รัฐบาลชุดนี้ปกครองสังคมไทยไม่ได้ ถูกต่อต้านแม้กระทั่งจากฝ่ายขวาด้วยกัน กลายเป็นฝันร้ายของชนชั้นปกครองในเวลานั้นทั้งหมด

ในสภาพสังคมที่ซับซ้อนอย่างทุกวันนี้ ผมคิดว่าพลังฝ่ายอนุรักษ์นิยมของไทยเข้าใจว่าเขาไม่สามารถปกครองคนโดยใช้พละกำลังและวิธีการที่รุนแรงเพียงอย่างเดียวได้ เขามีบทเรียนว่าแม้การยึดอำนาจจะจำเป็น แต่ในการปกครองประชาชนหลังจากนั้น สิ่งที่จำเป็นกว่าก็คือการมีฝ่ายขวาที่ละมุนละม่อม ทำงานกับประชาชน เข้าใจเอ็นจีโอ พูดจาเรื่องความสมานฉันท์ของคนในชาติ ผลิตวาทกรรมเรื่องความรักความสามัคคี ปิดปากปิดเสียงของคนที่ตั้งคำถามถึงความชอบธรรมในการยึดอำนาจ

ความสมานฉันท์ใน พ.ศ.นี้ ไม่ต่างจากคำว่าว่า ‘ความเป็นเอกภาพในชาติ’ ในปี 2519 หรือ ‘ความสงบเรียบร้อย’ ในปี 2534 นั่นก็คือมันเป็นคำขวัญทางการเมืองที่ล้างสมองให้คนยอมรับอำนาจแบบที่เป็นอยู่ไปตลอดเวลา

การเกิดรัฐประหารครั้งนี้พาสังคมไทยย้อนกลับไปถึงไหน 2475 เลยไหม

การเกิดรัฐประหารครั้งนี้ ถ้าถามว่าถอยหลังกลับไปไกลไหม ผมคิดว่าเราถอยหลังกลับไปก่อน พ.ศ.2475 เพราะว่าหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ไม่เคยมีครั้งไหนที่องคมนตรีแสดงบทบาททางการเมืองอย่างครั้งนี้

แน่นอนว่าเราปฏิเสธไม่ได้ว่าองคมนตรีสำคัญกับสังคมไทย เราปฏิเสธไม่ได้ว่าใครจะขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีในประเทศไทยนั้น จำเป็นต้องฟังเสียงจากสถาบันอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือการเลือกตั้งด้วย แต่การแสดงบทบาททางการเมืองอย่างเปิดเผยในช่วงก่อนรัฐประหาร 19 กันยายน รวมทั้งหลังจากนั้น เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดในช่วงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นต้นมา ซึ่งถ้ามองในแง่นี้ก็เท่ากับว่าการเมืองไทยกำลังเดินย้อนหลังไปไกลหลายสิบปี

ถ้ามองรัฐประหารครั้งนี้ในเรื่องของหลักนิติรัฐ หลักการปกครองโดยกฎหมาย ไม่ใช่หลักการปกครองโดยอำเภอใจของคนที่มีอำนาจ รัฐประหารครั้งนี้ก็ทำให้หลักการปกครองแบบนิติรัฐถูกทำลายลงไป เพราะในทันทีที่ยึดอำนาจสำเร็จ คณะรัฐประหารก็ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับที่มาจากประชาชน ยกเลิกกฎหมายหลายฉบับ ยกเลิกองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญโดยอำเภอใจ จากนั้นก็ประกาศให้หัวหน้าคณะรัฐประหารสามารถออกกฎหมายได้เทียบเท่ากับรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี อนุมัติงบประมาณประจำปีโดยไม่ผ่านความเห็นชอบของสภา ประกาศร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยประชาชนไม่มีส่วนรู้เห็น ฯลฯ

แน่นอนว่าชัยชนะในการรัฐประหารทำให้คณะทหารมีอำนาจ แต่พัฒนาการทางการเมืองในสังคมไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้สร้างประเพณีการปกครองแบบใหม่ที่ปฏิเสธการปกครองโดยอำเภอใจในลักษณะนี้ การรัฐประหารครั้งนี้ล้มล้างประเพณีการเมืองการปกครองที่ต่อเนื่องเป็นเวลาพอสมควร หันไปรื้อฟื้นหลักการปกครองแบบที่จอมพลสฤษดิ์เคยใช้ นั่นก็คือคำสั่งของรัฎฐาธิปัตย์คือกฎหมาย ใครที่มีอำนาจย่อมสามารถออกกฎหมายได้โดยชอบ ต่อให้การออกกฎหมายนั้นจะไม่ผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติหรือการรู้เห็นของประชาชนเลยก็ตามที

คิดในแง่หลักนิติรัฐ รัฐประหารครั้งนี้ทำให้การปกครองโดยหลักนิติรัฐของไทยถอยหลังไปราว 50 ปี

ถ้ามองรัฐประหารครั้งนี้ในแง่ของการต่อสู้ทางอุดมการณ์ การอาศัยอุดมการณ์แบบอนุรักษ์นิยมเป็นข้ออ้างในการทำลายประชาธิปไตย ฉีกรัฐธรรมนูญ ยึดอำนาจ ล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ยุบเลิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมทั้งประกาศใช้กฎอัยการศึกไปอย่างไม่มีกหนด ทำลายสถาบันการเมืองในระบบรัฐสภาทั้งหมดโดยอำนาจทหารที่อ้างอิงกับอุดมการณ์หลักของชาติ รัฐประหารครั้งนี้ก็ทำให้การเมืองถอยหลังไปสู่สภาพที่เคยเกิดขึ้นในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งพลังฝ่ายอนุรักษ์นิยมทั้งหมดอ้างอุดมการณ์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไปล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ฉีกรัฐธรรมนูญ สถาปนาการปกครองโดยทหาร

คิดในแง่อุดมการณ์แบบนี้ รัฐประหารครั้งนี้การเมืองไทยถอยหลังไปราว 30 ปี


อ้างจาก: can ไทเมือง
ความเห็นแย้งจากคำสัมภาษณ์ที่เป็นตัวกระทู้ บอกได้คำเดียว

ผู้ให้สัมภาษณ์ไม่ได้มองความผิดของทักษิณ แม้แต่น้อย

ได้แต่วิเคราะห์สาเหตุแห่งการโค่นล้มโดยกำลังทหาร ซึ่งจริง ๆ มันเป็นผลพวงมาจากการทำตัวของระบอบทักษิณเอง

ที่สำคัญประเด็นการก้าวก่ายการเลื่อนลดปลดย้ายในกองทัพ ระบอบทักษิณขยายวงเข้าไปสร้างอาณาจักรของตนเองตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมา

สิ่งเลวร้ายที่ทักษิณทำกับประเทศชาติ ผู้ให้สัมภาษณ์ไม่กล่าวถึงแม้แต่น้อย

พูดเหมือนกับว่า ปัญญาชน - คนชั้นกลาง ชักจูงกันได้ง่าย ๆ ไร้สมอง...แบบนั้นใช่มั๊ยครับ

ผมคิดว่าไม่ใช่ เหตุเนื่องมากจากกระบวนการตรวจสอบโดย สว. โดย สส. โดยสื่อสารมวลชน กระทำมาโดยตลอด 5-6 ปี

แม้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็กระทำมาแล้ว ขนาดที่ประชาชนทั้งประเทศ เชื่อว่า มีการคอรัปชั่นในกรณี CTX

แต่ระบบรัฐสภา ก็ไม่สามารถเอาคนผิดมาลงโทษได้

องค์กรตรวจสอบถูกแทรกแซง ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญ สตง. ปปช. ทุกอย่างเดี้ยงไปหมด

สว.- สส. นักกฎหมายฝ่ายรัฐบาล ใช้เล่ห์เหลี่ยมของรัฐธรรมนูญเพื่อปกป้องรัฐบาลของตนเองอย่างน่าเกลียด ไร้ซึ่งความละอาย

ปัญหาเหล่านี้ต่างหาก ที่เป็นตัวบ่อนเซาะให้ปัญญาชน คนชั้นกลางเค้าไม่ยอมรับ

ทำไมเมื่อมีการขายหุ้นชินคอร์ป จึงถูกสังคมประนามอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...

ทำไมไม่มองการประมูลโครงการต่าง ๆ ตลอดจนการออกกฎหมายเอาเปรียบประเทศชาติเพียงเพื่อให้บริษัทของตนเองได้รับผลประโยชน์

ความชั่วช้าเลวทรามเช่นนี้ ผ่านหูผ่านตา พวกอาจารย์ผู้หลงผิดเหล่านี้ไปได้อย่างไร

ส่วนการวิเคราะ์ืเรื่อง 6 ตุลา 19 กับ 19 กันยา 49 ผมมองว่าก็แค่เทียบเคียงเหตุการณ์ขึ้นมาให้ดูคล้าย ๆ กัน

โดยเนื้อหาจริง ๆ ไม่ใช่เช่นนั้นหรอก...ทักษิณไปบุกกองทัพเค้าก่อน ก็โดนเค้าตอบโต้...ง่าย ๆ ครับ

ไปวิเคราะห์อะไรให้มันยุ่งยาก...หรือไม่ยอมรับว่าทักษิณอุ้มชูญาติพี่น้องในแวดวงราชการ ไม่อุ้มชูนายทหารร่วมรุ่น นายตำรวจร่วมรุ่น

จนกระทั่งนายทหารรุ่นพี่ นายตำรวจรุ่นพี่ไม่พอใจ

การบริหารเรื่องปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำไปแบบไร้ความรับผิดชอบ ความขัดแย้งในเรื่องนั้นมันยิ่งใหญ่ตั้งแต่ไปยุบ ศอบต. ซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจบริหารในถิ่นนั้น

ทำไมไม่ยอมรับว่า ตัวระบอบทักษิณเองนั้นแหละบ่อนเซาะตัวเองลง แต่ก็ยังหน้าหนาหน้าด้าน บริหารประเทศไปอย่างไม่อายประชาชน

ผมมองว่า เพราะการบริหารของนายทักษิณ มันไร้คุณธรรม ไม่มีจริยธรรม คอรับชั่นเต็มเมืองต่างหาก ถึงถูกโค่นลงอย่างง่ายดาย

ส่วนเรื่องสถาบันนั่น ผมมองว่าเป็นผลข้างเคียงมากกว่า...ไม่ใช่สาระสำคัญที่ปัญญาชน คนชั้นกลางเค้าสนใจมากมายเท่าใด

แต่การโค่นล้มระบอบทักษิณลงได้ เค้าพอใจตรงนี้ ไม่ได้สนใจหรอกว่าจะโค่นลงด้วยปฏิวัติรัฐประหารหรือวิธีการอื่นใด

เพราะทนต่อความหน้าด้านของรัฐบาลทักษิณต่อไปไม่ไหว...เท่านั้นเอง


อ้างจาก: can ไทเมือง
ประเด็นฝ่ายขวาอะไรนั่น ผมว่าหมอนี่ประสาทกลับ

ผมเดินอยู่หลังเวที เจอแต่สหายเต็มไปหมด ทั้งนักร้องดนตรีเพื่อชีวิต ทั้งสหายนักรบ ทั้งสหายฝ่ายปัญญาชน

ในกลุ่มแกนนำพันธมิตรก็ฝ่ายซ้ายกินไปกว่าครึ่ง ตอนเสนอ ม.7 ก็ทะเลาะกันเกือบตาย "ขวาบ้าอะไรครับ"

คนให้สัมภาษณ์มอง "ซ้าย-ขวา" ด้วยเครื่องมืออะไร

ใน 101 องค์กรพันธมิตร ผมเห็นแต่ NGO เต็มไปหมด แถมฝ่ายแรงงานสัมพันธ์ ฝ่ายรัฐวิสาหกิจ สมัชชาคนจนก็มาในภายหลัง

มันเป็น "ฝ่ายขวา" มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ใครกำหนด ซ้าย-ขวา

วิเคราะห์แบบทะลึ่งมากกว่าครับ

จะว่าไปแล้ว หากทหารไม่ทำการรัฐประหาร ฝ่ายพันธมิตรเค้าไม่่กลัวตายอยู่แล้ว...ยืนยันที่จะไปร่วมชุมนุมกันอยู่แล้ว

ถึงเวลานั้น ทรราชหน้าเหลี่ยม ก็จะหาเหตุเกณฑ์รากหญ้ามาปะทะ เพื่อเปิดโอกาสให้ประกาศภาวะฉุกเฉินอยู่ดี

ของแบบนี้ไม่มีใครกลัวใครอยู่แล้ว แต่พวกที่เจื้อยแจ้วอยู่บนหอคอยงาช้างอ้างประชาธิปไตย กล้าลงไปเดินถนนกับชาวบ้านเค้าหรือเปล่า

เท่านั้นเอง...หรือแค่อ้างแบบ อ.วรเจตน์ ทักษิณเลวยังไงก็รู้กันอยู่...ตอบได้แค่นี้เองหรือ

ทำไมไม่เอาพลังประชาธิปไตยในหัวใจอันสูงส่งออกมาขับไล่คนโกงบ้างละครับ

แก้ไขเมื่อ 25 พย.51...


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 24 พฤศจิกายน 2551, 18:14:55
อ้าว..ใจเย็น จารย์โอ..เราพูดถึงการแลกเปลี่ยนความเห็นกัน..เดี๋ยวก็ไม่มีใครกล้าพิมพ์ต่อหรอกครับ..

จะเลียนแบบน้าสนธิเหรอ..ไม่ได้ดั่งใจ..ด่าแหลกเลย.. emo29:P:


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 24 พฤศจิกายน 2551, 20:12:09
น้อง Aj.Oช่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว!
รักษาไว้นะคะ..
this character is unique!
p.nn27


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 25 พฤศจิกายน 2551, 07:32:09
การวิเคราะห์ ก็ คือ การวิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง
ขึ้นอยู่กับใช้ปัจจัยอะไรเป็นเหตุผลหลักอ่ะ
มันก็ต้องถูกบ้างผิดบ้างเป็นธรรมดา อย่าไป ซีเรียส มากกระนั้นเลย

ปีหน้า นี่ท่าทางจะแย่มากๆ แหะ
เศรษฐกิจก็ไม่ดี งานเมืองก็ไม่นิ่ง คนตกงานเยอะ
ต่างคนต่างแก้ปัญหาของตัวเอง ไม่มีใครแก้ปัญหาส่วนรวม
ระวัง จะมีม็อบตกงานมาร่วมด้วยช่วยกัน ให้มันวุ่นยิ่งขึ้น

ตาแคม


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 25 พฤศจิกายน 2551, 09:24:54
คืองี้ ที่หมั่นไส้อย่างแรง เพราะไอ้นี่พยายามตีกระทบชิ่งถึงสถาบัน...อ่ะ

โดยเฉพาะการเอาคำอ้าง(สั่วๆ)ว่า รัฐบาลธานินทร์ เป็นรัฐบาลในพระราชอำนาจ เนี่ย  เท่ากับเป็นการกล่าวหาอย่างกลายๆว่า สถาบันฯเบื้องบนแทรกแซงการเมือง?


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 25 พฤศจิกายน 2551, 18:20:05
ความเห็นก็เป็นความเห็น..ข้อเท็จจริงก็เป็นข้อเท็จจริง..

เวลาจารย์ โอ..ไป post ข้อความที่อื่นก็ต้องมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย..เป็นธรรมดา..

ดังนั้น ถ้าจะให้ประเทศชาติเจริญ และเป็นสังคมอุดมปัญญา เราต้องเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายแสดงความเห็น และเราต้องเคารพความเห็นของเค้าด้วย..แค่เกิดคนละเวลา..พอโตมามันก็กลายเป็นคนละคนกันแล้วครับ..

อาจจะต้องดูบริบทอื่นประกอบ..และพื้นฐานของคนพูด..ถ้าส่วนจริงๆที่เป็นตัวตนจริงๆเค้าหวังดีต่อประเทศชาติ..ก็ต้องเอามาประกอบกับความเห็นของเค้าด้วยครับ..อย่างน้าสนธิเนี่ยะ..ผมเชื่อว่า โดยตัวตนจริงๆ โดยปัจจัยพื้นฐานที่ดำเนินการทุกวันนี้เป็นความบริสุทธิ์ใจจริงๆ ทำเพื่อชาติบ้านเมืองจริงๆ แนวร่วมของ พธม. จะมากกว่านี้อีกเยอะครับ..

ตอนนี้มันกลายเป็นไม่มีสีขาวสนิทกันทุกคนหรอกครับ จะเทามากเทาน้อยแค่นั้นเอง emo4:))


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 25 พฤศจิกายน 2551, 18:26:10
แต่อ่านการวิพากษ์ของใครต่อใครน่ะ
เหนื่อยไม่น้อยคะ สำหรับคนที่มีความคิดเห็น
เป็นของตัวเองแล้ว....ต้องแบ่งสมองสองภาคเลยล่ะ
p.nn


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 26 พฤศจิกายน 2551, 17:23:16
ยากก็ต้องทำครับพี่..ไม่งั้นเราจะเกิดคำศัพท์ว่า "ดักดาน" เกิดขึ้นกับตัวเราเองครับ..

น้า ผบ.ทบ. เสนอให้ยุบสภาครับ..ผมก็เห็นด้วยกับวิธีการนี้ เพราะตัวเลือกมันจำกัด..แต่ต้องตกลงกันก่อน ว่าถ้ารัฐบาลเดิมยังได้กลับมา..พธม. จะทำยังไง


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 27 พฤศจิกายน 2551, 16:36:27
กลิ่นปฏิวัติโชยมาแล้วครับท่าน

ตาแคม


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 27 พฤศจิกายน 2551, 18:55:45
 emo40::

เอากันให้พอ พี่ๆทั้งหลาย
ตัวเหลือง ตัวแดง เต็มที่เลย
ตัวเขียวๆ จะร่วมด้วยก็คงจะดี



หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: party ที่ 27 พฤศจิกายน 2551, 19:10:36
ฮืออออ emo:( emo:(

ผลจากเหตุการณ์นี้ การบินไทย แย่เลย เจ็บระนาว ขาดทุนยับ บินขึ้นก้อไม่ได้ บินลงก้อต้องไปลงที่สนามบินอื่น ผู้โดยสารค้างเป็นพันคน พนักงานทุกคนต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือรับวิกฤตการณ์นี้ วันนี้ก้อเพิ่งไปช่วยเป็นอาสาสมัครของบริษัทฯ ตอบคำถามและคอยอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว   

ฮืออออ ช่วยด้วยยย emo30:sorry: emo30:sorry:

หยุดทีเถอะ กู้ชาติไปทำไม แค่นี้เมืองไทยจะพังแล้ว โกรธกันมาแต่ชาติปางไหน ทำไมคนไทยต้องฆ่ากันเอง

คนอื่นเดือนร้อนนนกันทั่วหน้า

วันนี้ก้อมีข่าวปฏิวัติ วุ่นวายกันไปหมด ลำพังปล่อยเมืองไทยเดินเองยังกำลังพัฒนาเลย แล้วยังมาสะดุดขากันเองอีก ทำไปทำไม emo47

พอเถอะ หยุดที เดี๋ยวหนูไม่มีเงินเดือนนนน

 emo33:(: emo33:(:





หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: veekung ที่ 27 พฤศจิกายน 2551, 19:21:56
อ้างถึง
ข้อความของ party เมื่อ 27 พฤศจิกายน 2551, 19:10:36
ฮืออออ emo:( emo:(

ผลจากเหตุการณ์นี้ การบินไทย แย่เลย เจ็บระนาว ขาดทุนยับ บินขึ้นก้อไม่ได้ บินลงก้อต้องไปลงที่สนามบินอื่น ผู้โดยสารค้างเป็นพันคน พนักงานทุกคนต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือรับวิกฤตการณ์นี้ วันนี้ก้อเพิ่งไปช่วยเป็นอาสาสมัครของบริษัทฯ ตอบคำถามและคอยอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว   

ฮืออออ ช่วยด้วยยย emo30:sorry: emo30:sorry:

หยุดทีเถอะ กู้ชาติไปทำไม แค่นี้เมืองไทยจะพังแล้ว โกรธกันมาแต่ชาติปางไหน ทำไมคนไทยต้องฆ่ากันเอง

คนอื่นเดือนร้อนนนกันทั่วหน้า

วันนี้ก้อมีข่าวปฏิวัติ วุ่นวายกันไปหมด ลำพังปล่อยเมืองไทยเดินเองยังกำลังพัฒนาเลย แล้วยังมาสะดุดขากันเองอีก ทำไปทำไม emo47

พอเถอะ หยุดที เดี๋ยวหนูไม่มีเงินเดือนนนน

 emo33:(: emo33:(:



อันนี้คือสาเหตุหลักใช่ม่ะ party

อยากรู้เหมือนกัว่าทำไปแล้วคุ้มกับสิ่งที่เสียไปไหม นี่ก็มีแต่ฝรั่งมาถามว่าเกิดอะไรขึ้นที่ไทย ไม่รู้จะตอบยังไง รู้แต่ว่าอายครับ ประเทศไทยจะล่มจมก็คราวนี้แหละ


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 27 พฤศจิกายน 2551, 19:35:17
เหมือนกันค่ะ!
เมื่อครู่พี่คุยกับแม่ๆกลุ่มเพื่อนเก่า..
sheถาม"เกิดอะไรขึ้นเหรอ ที่เมืองไทย"
ถ้าอธิบายกันยาวยืด....สงสัยจาไม่ได้เข้าเวบ..น่ะสิ
ถึงรีบบอก...เขาประท้วง(พวกอยากขับไล่)
เขาไม่ยอมถอน(ฝ่ายรัฐบาล) เขาจะให้
คนที่สาม เข้ามาทำให้สงบ...something like that.
p.nn


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 27 พฤศจิกายน 2551, 21:10:04
อ้างถึง
ข้อความของ Mr.EggMan เมื่อ 27 พฤศจิกายน 2551, 18:55:45
emo40::

เอากันให้พอ พี่ๆทั้งหลาย
ตัวเหลือง ตัวแดง เต็มที่เลย
ตัวเขียวๆ จะร่วมด้วยก็คงจะดี

อย่าลืม ตัวสีกากี ด้วยล่ะ  ตอนนี้อาจจะมีบทบาทคอยสลายม็อบ emo22:(
ว่าแต่ตัวสีกากี มันจะทำปฏิวัติได้มั้ยอ่ะ emo43 แต่เค้าไม่มีรถถังนี่หว่า

ขอเป็นตัวสีม่วงดีก่า... emo38
(ไม่ใช่หมายถึงพวกเกย์นะ) แค่เป็นสีที่เราชอบ emo9:huhu:


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 27 พฤศจิกายน 2551, 21:15:37
สีดำเถอะ....
classic!
p.nn


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: หลิม 81 ที่ 27 พฤศจิกายน 2551, 22:31:26
ทำไงดีครับ
ความเห็นส่วนตัว..ผมว่า พธม. เค้ามาผิดทางครับเพราะคนที่เฉย ๆ หรืออยู่ระหว่างการตัดสินใจเลือกข้าง ผมว่าแต่ละคนเลือกง่ายมากขึ้น ที่แสดงความเห็นอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าจะเข้า นปช. นะครับ... เพราะตอนนี้ความเดือดร้อนที่เกิดขี้น ถ้าใครพอนึกออกมันรุนแรงครับ...ผมว่า พธม. เริ่มนอกเกมส์มากขึ้นปากตัวเองก็ป่าว ๆ ว่าคนอื่นเค้านอกกติกาแล้วไงครับ...

ผมเป็นต้น ตอนนี้ไม่สามารถส่งอะไหล่ วัสดุสิ้นเปลืองของสิ้นค้าให้ลูกค้าได้ ลูกค้าตามมา งานของลูกค้าของลูกค้าเสียหาย..ไปกันใหญ่แล้ว

สุดท้ายจะเหมือนพระบรมราโชวาทครับ "ชนะบนซากปรักหักพัง ไม่มีประโยชน์อะไร"

 emo24:(


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 28 พฤศจิกายน 2551, 07:29:53
ตอนนี้ พธม. ก็เดินเกมบีบเต็มที่
พยายามใช้คนที่มีอยู่ตอนนี้สร้างความอึดอัดและกดดัน เหล่าพวกผู้ที่มีกำลังมีรถถังอยู่ในมือเป็นอันมาก
ผมเชื่อว่าตอนนี้ ไม่มีกำลังคนที่จะเข้าไปร่วมกับ พธม. มากพอ ที่จะสามารถเอาชนะด้วยพลังประชาชนที่แท้จริงได้

แต่ขอถามในทางกลับกัน
สมมติว่า ท้ายที่สุด กองทัพทนไม่ไหว อีกฝ่ายก็ประท้วงไม่เลิก อีกฝ่ายยังไงก็ไม่ยอมออก
ในที่สุดก็ "ปฏิวัติ"
อย่าลืมว่า พวกสีแดง เค้าก็มีกำลังคนของฝ่ายเค้าเอง
ถ้ามีการปฏิวัติเกิดขึ้น พวกสีแดงเอาตามฝ่ายสีเหลืองบ้างล่ะ
ประท้วง ปิดถนน ปิดสนามบิน บอกว่า การปฏิวัติ ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง ต้องเอาประชาธิปไตยคืนมา
ถามหน่อย ว่าฝ่ายสีเหลืองจะทำยังไง?

ตาแคม


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: party ที่ 28 พฤศจิกายน 2551, 08:12:57
วันนี้ผ่านไปแถวสนามบินดอนเมือง (บ้านอยู่แถวนั้น) ไม่รู้ฝ่ายไหนเอารถเข็นกระเป๋า และ ยางรถยนต์มากองรวมกัน เพื่อปิดทางเข้า

ทำไปทำไม  emo:( emo:(

วันนี้เช้า พี่ที่officeก้อคุยกันว่า เงินเดือนๆนี้ต้องใช้อย่างประหยัดนะ เราไม่รู้เหตุการณ์ล่วงหน้า

ฟังแล้ววืดดดดดดเลยอะ เพราะใครรรรรรรรรรรรรร emo46

หนูไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ณ.ตอนนี้มีแค่คำพูดเดียว "หยุดทีเถอะ" ก่อนที่เมืองไทยจะล่มสลายเพราะการ "กู้ชาติ" และการเลือกข้างใดข้างหนึ่งของคนไทยแล้วมาฆ่ากันเอง

ฝรั่งเค้าไม่รู้หรอกว่าเมืองที่ผ่านมาสงบแค่ไหน น่าท่องเที่ยวเพียงใด

แต่ในวันนี้ที่เค้ามาถึง คุณปิดสนามบิน ประท้วงงงงง ด้วยเหตุผลต่างๆๆๆ เค้าจะเข้าใจมั้ย

นอกจาก ทำไมเมืองไทยคนไทยฆ่ากันเอง

ธรรมชาติจะสวยแค่ไหน การท่องเที่ยวจะระดมแค่ไหน

คุณ.....ในฐานะเจ้าบ้าน ทะเลาะกันเอง ใครจมาเที่ยวบ้านคุณณณ....

เดือดร้อนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน   emo5:(




หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: wat ที่ 28 พฤศจิกายน 2551, 10:02:43
งานนี้ จะโทษใครดี? รากเหง้าต้นตอของปัญหาที่แท้จริงมาจากไหน ? 


นักข่าวถาม สนธิ : มาล้อมสุวรรณภูมิ อย่างนี้ไม่รู้หรือว่าหลายคนเดือนร้อนมันเสียหายวันละหลายสิบล้าน ?
สนธิย้อนถาม : คุณนี้มัน อิโนเซน จริงๆ!! คุณเป็นสื่อมวลชนภาษาอะไรไม่รู้บ้างเลยหรือ ว่า ทักษิณและนักการเมืองพวกพ้อง คอรับชั่นภาษีประชาชนก่อสร้างสุวรรณูภมิ กี่พันกี่หมื่นล้าน

emo7:(:เหนื่อยหน่อยนะ


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 28 พฤศจิกายน 2551, 10:39:33
เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะหาข้อยุติ  และ หาทางสลายการชุมนุม

จะเจรจา หรือ สลาย

ก็ควรเลือก อย่างใดอย่างหนึ่ง

ไม่ใช่ ประกาศ พรก. ฉุกเฉิน แล้วโยนให้เป็นภาระ หน้าที่ของ 3 คน

ส่วนตัวนายกเอง ทำตัวเฉย ลอยตัวอย่างนี้ไม่ได้

อย่างน้อย ต้องเป็นผู้บัญชาการ รับผิดชอบโดยตรง รีบสั่งการ ไปยัง เจ้าหน้าที่ ไปตามลำดับขั้นตอน

....


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: อ้อย17 ที่ 28 พฤศจิกายน 2551, 13:16:06
เห็นด้วยน้องชาร์ป..
    นายกฯทำท่าทีเหมือนกับเข้มแข็งมั่นใจ.. แต่จริงๆแล้วเปื่อยยุ่ย..เมื่อคืนฟังการแถลงการณ์แล้วขนลุก ด้วยความสยดสยองว่า...โอ..นี่หรือนายกฯไทย..ทำไมมันกระจอกเหลือเกิน..แม้จะอ่านแถลงการณ์ก็เหมือนเด็กหัดอ่านหนังสือ..นี่หรืออดีตปลัดกระทรวง..นี่หรืออดีตผู้พิพากษาไทย..น่าขายหน้าแท้..
    นึกว่าเจ๋งที่กล้าประกาศว่า..ไม่ลาออก..ไม่ยุบสภา..แต่ว่ากรรเชียงหนีตลอด..ถ้ามั่นใจว่าตัวเองทำถูกคิดถูกไมไม่ลงสุวรรณภูมิไพล่ไปลงสนามบินอื่นทำไม...ทนไม่ไหวแล้ว..ทหาร..จับมันไปทำปุ๋ยซะ...555


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 28 พฤศจิกายน 2551, 14:38:25
เตรียมถุงใส่ด้วยนะพี่นันทยา!
nn.27


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: อ้อย17 ที่ 28 พฤศจิกายน 2551, 15:15:02
น้องหนิง..
  เตรียมไว้แล้ว  แต่ว่าอาจเอาไปใส่ต้นไม้มิได้..กลัวต้นไม้เน่าตาย...555


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 28 พฤศจิกายน 2551, 16:35:04
ท่าทางเย็นๆของเค้าน่าจะทำให้ความร้อนลดลงนะคะ
nn.27


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: นายป้อ ที่ 28 พฤศจิกายน 2551, 17:17:49
 emo25:(((เรียกนายก...หยอง..ดีกว่าครับ...ปากก็เบี้ยวข้างหนึ่งแระ..พูดจาก็ไม่รู้เรื่อง...เฮ้อ...กลุ้มกับประเทศชาติจริงๆๆ
...จะทำอะไรก็ทำเถอะ....เหนื่อย......  emo29:P:


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 28 พฤศจิกายน 2551, 18:38:21
เคยอ่านทฤษฎีเกมของ จอห์น แนช มั๊ยครับ..

ตอนนี้เป็นแบบนั้นเลย..ทุกฝ่ายใช้กลยุทธ์ทางยุทธวิธีเพื่อชัยชนะทั้งหมดโดยไม่คิดอะไรทั้งสิ้น..

พธม. ยื่นทางเลือก นายกลาออก..ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่รัฐบาลไม่มีทางรับตอนนี้

รัฐบาล..ยื่นทางเลือก พธม. ต้องหยุดเคลื่อนไหว แต่ตัวเองยังอยู่

ยุบสภา..ไอ้พวก สส. มันไม่เอา..แมร่งงง..เห็นในสภาแล้วอยากเอา M79 ยิงถล่ม..มันบอกว่าจะเกณฑ์คนมา ใครมีอาวุธอะไรเอาออกมาให้หมด มาชนกับ พธม. ...นี่ล่ะครับ..สมองของนักการเมืองบ้านเรา..

ทหาร..ปฏิวัติไม่ได้ อยู่นิ่งก็โดนด่า กม.ไม่เอื้อให้ทหารออกมา..ใครด่าทหารต้องศึกษา กม. ก่อนด่านะ..เค้าก็อึดอัดมาก..
ทหารจะออกมาได้กรณีเดียว..คือต้องออกมาแล้วเป็นพระเอก..คนส่วนใหญ่ต้องปรบมือให้ ซึ่งตอนนี้ยังไม่สุกงอม..

พธม. ยื่นทางเลือกที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้..และผลักดันมวลชนไปสู่ปากเหว..ถ้าสลายการชุมนุม จะออกมาปิดถนนทั้งกรุงเทพฯ เป็นทฤษฎีทางทหารที่เข้ายึดพื้นที่ที่ได้เปรียบ ไม่ว่าจะสูญเสียอะไร และยื่นข้อต่อรองในการเจรจาที่เป็นไปไม่ได้..

ใครเลือก choice ไหน ..ก็กาเอาเองครับ..ตอนนี้มีอยู่ไม่กี่ทางเลือกหรอกครับ.


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: party ที่ 28 พฤศจิกายน 2551, 23:09:39
ตอนนี้ พอจะเริ่ม หายใจหายคอได้หน่อย

เพราะเริ่มมีการบินได้บ้างแล้ว จากสนามบินทหารที่อู่ตะเภา  บินเฉพาะflightหลักๆก่อน

 emo45:( emo45:(

เย็นวันนี้ ก้อมีแอร์ และ สจ๊วต มาเป็นอาสาสมัครคอยอำนวยความสะดวก และ ช่วยเหลือชาวต่างชาติ ทุกคนมาด้วยใจคะ ไม่มีเงินตอบแทน

พรุ่งนี้ ปาร์กับเพื่อน คงเป็นกะดึกอยู่ศูนย์คอยรับโทรศัพท์คะ

การบินไทย สู้ๆๆๆ emo28:win: emo28:win:



หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: suriya2513 ที่ 28 พฤศจิกายน 2551, 23:22:17
เป็นประสพการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตครับ...ขอให้ party สนุกกับการทำงานให้องค์กรครับ


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 29 พฤศจิกายน 2551, 03:59:28
 emo4:))

น้องปาร์ตี้จ๋า เยี่ยมมากๆ
นี่แหละ กู้ชาติของแท้
ช่วยกู้ภาพลักษณ์ของประเทศชาติเรากลับมา
ด้วยนะจ๊ะ เอาใจช่วย สู้ๆ


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: นายป้อ ที่ 29 พฤศจิกายน 2551, 11:07:50
 emo49:))สู้ๆๆน้องปลา..........


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 29 พฤศจิกายน 2551, 22:58:34
เหนื่อยมั้ยน้องปาร์??
พวกนักข่าวที่ liveทางวิทยุ
บอกว่า พวกเค้าเห็นความตั้งใจ
ของคนไทยที่มาช่วยอำนวยความสะดวก
ทั้งที่ท่าอากาศยาน,ไปเข้าพักโรงแรม,
เดี๋ยวพี่รอฟังพวกกลับถึง Frankfurtก่อน!
ว่าเค้าว่ายังงัย
p.nn


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: party ที่ 30 พฤศจิกายน 2551, 17:08:43
อ่านข้อความพี่ๆแล้วชื่นใจ ขอบคุณพี่ๆที่เป็นกำลังใจให้นะคะ emo29:P:

อย่างที่พี่ดีบอก เมื่อวานเข้ากะตั้งแต่สามทุ่ม ออกตอนแปดโมงเช้า

ถามว่าเหนื่อยมั้ย กายภายนอกเหนื่อย เสียงแหบเสียงแห้ง เสียงโทรศัพท์มาไม่ขาดสาย เสียงดังตลอดเวลาไม่เว้นตีสอง ตีสาม เช้ายิ่งเยอะเข้าไปอีก  emo19:((:

แต่ละสายก้อมีความกังวลและไม่เข้าใจในหลายๆอย่างก้อต้องพยายามใจเย็นๆๆ อธิบายให้เค้าเข้าใจ เพราะเค้าคือลูกค้าเรา

แต่ความเหนื่อยทางใจมันน้อยกว่า คือเราทำงานด้วยความรักบริษัท อย่างเต็มที่ ทุกฝ่ายช่วยกันแม้กระทั่งดึกดื่นรุ่งเช้า พนักงานทุกคนเหนื่อยๆ แต่ทุกคน ไม่บ่นยิ้มให้กัน ร่วมมือกันอย่างเต็มที่

ตื่นมาแม้เสียงแหบหน่อย

ไม่เป็นไร  มีความสุขผู้โดยสารได้กลับบ้าน  emo45:(


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 30 พฤศจิกายน 2551, 19:03:48
ขอ definitionมากกว่านี้ได้มั้ยน้อง Aj.O??
คนเป็นพันเนี่ยน้าา...จะได้หากันเจอ!
p.nn


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 30 พฤศจิกายน 2551, 19:50:54
อ้างถึง
ข้อความของ khesorn mueller เมื่อ 30 พฤศจิกายน 2551, 19:03:48
ขอ definitionมากกว่านี้ได้มั้ยน้อง Aj.O??
คนเป็นพันเนี่ยน้าา...จะได้หากันเจอ!
p.nn

ผมแค่ลองถามเผื่อว่าเค้าจะรู้เท่านั้นแหละครับ...แต่ถ้าไม่รู้ก็ไม่เป็นไร เพราะทราบดีอยู่แล้วว่าเจ้าหน้าที่ๆนั่นมันเยอะมาก emo28:win:


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 01 ธันวาคม 2551, 11:59:44
เพียงกำลังน้อยนิด ก็สู้ๆ นะน้องปาร์
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว นะจ้ะ

ตาแคม


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: wannee ที่ 01 ธันวาคม 2551, 15:44:51
ขอบคุณน้องปาร์ ที่เป็นตัวแทนของคนไทยคนหนึ่ง  emo6::))


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 01 ธันวาคม 2551, 17:29:57
แล้วพวกเราจะทำอะไรกันได้บ้างมั๊ยครับ..ใครมี idea บ้าง..


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 01 ธันวาคม 2551, 18:33:02
 emo4:))

ทำใจให้สงบไว้

wait and see



หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 01 ธันวาคม 2551, 18:35:00
พี่ตามข่าว...สายกลาง
รายงานเป็นระยะๆ
p.nn


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: นายป้อ ที่ 01 ธันวาคม 2551, 21:07:27
 emo43 emo43 emo43 emo43 emo43


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 02 ธันวาคม 2551, 02:33:37
นั่งอ่านข่าว ... มีระเบิดลงที่ดอนเมือง

เป็นระเบิดอีกแล้ว

ตาย 1 เจ็บประมาณ 10

...

ตอนนี้กลายเป็นเกม แห่งอำนาจกันแล้ว

..

รู้สึกตอนนี้ ... เอาไอ้พวกนักการเมือง นายก แกนนำ พธม. นปช. ต่าง ๆ พวกนี้ ไปทิ้งทะเลได้มั๊ย ... เหมือนฝูงบินปะการังเลย
ดูจะมีประโยชน์มากกว่า

...

สิ่งที่เกิดขึ้น บ่งบอกถึงความสามารถในการแก้ปัญหาของบ้านเราเลย ...
ถ้าในอนาคตมีการยึดสนามบินอีก ... นายก จะนั่งหดหัวอยู่แต่ในบ้านพักอีกหรือเปล่า ???

...


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: wat ที่ 02 ธันวาคม 2551, 11:09:56
หลังจากนี้ ประเทศไทยจะไม่เป็นเหมือนที่คุ้นเคยกัน เอาเข้าไป มาถึงขั้นนี้แล้วอะไรจะเกิดก็ว่ากัน


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 02 ธันวาคม 2551, 12:17:40
ตอนนี้คนใช้อำนาจใช้อำนาจไม่เป็น
ตอนจะต้องแข็งก็เสือกอ่อน ตอนต้องอ่อนดันไปแข็ง

อนาคต จะเห็นม็อบขนคนมาใช้กำลัง ทำให้สาธารณะชนเดือดร้อนมากขึ้น
ตัวอย่างมันมีให้เห็นว่า พอใช้คนเยอะ กฎหมายก็ไม่กล้าทำอะไร

ส่วนเรื่องยุบพรรค ก็ขอบ๊าย บาย พลังประชาชนนะครับ
และขอต้อนรับพรรคเพื่อไทยเข้าสู่ถนนประชาธิปไตยอันสดใสของเมืองไทย  emo5:(

คราวนี้ เสื้อแดงมันจะเอายังไง งานนี้มีหวังได้เดือดกันอีก


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: iamfrommoon ที่ 02 ธันวาคม 2551, 13:10:09
ยุบ 3 พรรค รวดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เหอๆ     emo45:(


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 02 ธันวาคม 2551, 14:52:29
อ้างถึง
ข้อความของ iamfrommoon เมื่อ 02 ธันวาคม 2551, 13:10:09
ยุบ 3 พรรค รวดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เหอๆ     emo45:(

ไชโย โห่ฮิ้ว emo20:)):) emo20:)):) emo20:)):)
พันธมิตร ตอนนี้น่าจะหมดเงื่อนไขการชุมนุมแล้วนะ? หรือแมร่งจะทำอะไรต่อไปอีก?

แต่พวกเสื้อแดงนี่สิ ไม่รู้มันจะทำไรต่ออีกรึเปล่า? อันนี้น่าจับตายิ่งกว่า


ปล.นี่ไม่ใช่รัฐประหารเงียบ อย่างที่พวกเสื้อแดงนินทากัน เพราะกลไกตุลาการเป็นกลไกที่ตรวจสอบได้
ใครไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน ก็เอากฏหมาย เอาทนายความมาอุทรณ์ก็ได้ แต่ต้องไม่ใช้วิธีด่าทอแบบสบประมาท


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: หลิม 81 ที่ 02 ธันวาคม 2551, 17:36:16
ขอให้โลกสงบสุขครับ  emo31:bye:


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: นายป้อ ที่ 02 ธันวาคม 2551, 22:09:22
 emo5:(พันธมิตรไปแล้ว....พวกเสื้อแดงยังอยู่......


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: party ที่ 03 ธันวาคม 2551, 08:54:04
 emo31:bye: emo31:bye: emo31:bye:


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: teemeekiew ที่ 03 ธันวาคม 2551, 09:09:49
 emo35:()


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 03 ธันวาคม 2551, 15:02:50
เชื่อได้อย่างนึงว่า..การเมืองภาคประชาชนยกระดับได้อยู่ในระดับที่ดีกว่าสมัยก่อนมากเลย..


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 03 ธันวาคม 2551, 15:27:28
 emo35:()

แต่ดูแล้วท่าทางยังคงมีคลื่นใต้น้ำอยู่เรื่อย ๆ

ล่าสุดอ่านข่าว  ที่เชียงราย ถึงกับจุดไฟเผากุฏิ กันเลย


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: หลิม 81 ที่ 03 ธันวาคม 2551, 21:13:37
ผมว่าไม่น่าจบง่าย ๆ ดูเอาแล้วกันแคนดิเดตนายก...พี่เหลิม...งานนี้ไอ้ปึ๊ดได้นั่ง รมต ยุติธรรมแหง แหง...

สงครามยังไม่จบง่ายครับ


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: นายป้อ ที่ 04 ธันวาคม 2551, 12:07:47
 emo43 emo43 emo43


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 04 ธันวาคม 2551, 15:20:27
 emo26:D

ไล่ตีหมา ควรจะเผื่อทางหนีไว้ให้มันบ้าง
หมาจนตรอก สู้ไม่เลือกวิธีนะจ๊ะ

ถ้าสิ่งที่เรียกว่าการยกระดับการเมืองภาคประชาชน ต้องแลกมาด้วย
ความแตกแยกของคนในชาติแบบนี้ ผมคนนึงอ่ะ ไม่เอาด้วย



หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 04 ธันวาคม 2551, 19:34:32
น่าจะเป็นการตื่นตัวของประชาชนในสังคมเกี่ยวกับเรื่องการเมืองมากกว่า..ต่อไปต้องคาดหวังเรื่องคนนำม๊อบ..และตำรวจ ทหาร ว่าถ้าบังคับใช้ กม. อ่อนแอ..มันก็จะคุมอะไรไม่ได้เลย เพราะทุกฝ่ายก็จะเห็นเป็นบรรทัดฐานมรึงทำได้..กรูก็ทำได้..

ปีนี้ในหลวงทรงประชวร..ที่ตั้งใจจะฟังก็เลยไม่ได้ฟัง..แต่ก็ขอให้ทรงหายไวๆ(ไม่รู้ใช้คำถูกรึเปล่า..)


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: หลิม 81 ที่ 04 ธันวาคม 2551, 21:48:59
จริง ๆ ต้องการฟังพระบรมราโชวาทครับ..ยอมรับว่าปีที่ผ่าน ๆ มาไม่เคยตั้งใจฟังเท่าไหร่นัก แต่ปีนี้อยากฟังก็ไม่ได้ฟัง
ขอพระองค์ทรงหายจากการประชวรโดยเร็ว.. emo30:sorry:


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 05 ธันวาคม 2551, 04:10:18
กว่าเรื่องราวจะคลี่คลายไปบางส่วน ... ไม่รู้ว่าจะปะทุขึ้นอีกเมื่อไหร่

อ่านกระทู้นี้ อาจจะเห้นภาพเมื่อ 14,6 ตุลา อยู่บ้าง

http://www.thaivi.com/webboard/viewtopic.php?t=36249

ช่วงนั้นก้แตกแยก ไม่แพกัน นักศึกษาหนีเข้าป่า

กว่าจะกลับมา

...

เรายังมีส่วนที่เป็นแผลอยู่เยอะ ต้องค่อย ๆ รักษา

ประเทศเรา มีหลายเชื้อชาติ อยู่พอสมควร จะให้เข้าใจกัน อยู่ด้วยกันโดยไม่ทะเลาะ กันก็ลำบาก
แต่ทะเลาะกัน จนแตกหักก็ไม่ไหว

ผู้ปกครอง ผุ้บริหารประเทศ จึงต้องเข้าใจ เข้าถึง และ พัฒนาให้ถูกจุด

...

ตอนนี้ ผมเกลียด นักการเมือง มากจริง ๆ  (ถ้าไม่จำเป็น ก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว)

กาลเวลา พิสูจน์ ว่า คนเหล่านั้น ไม่เคย แก้ปัญหา หรือ ทำงานอย่างจริงจัง

เพราะ เป็นนักการเมืองไม่ได้ และ ก้ไม่คิดจะเป็น ... สิ่งที่ทำได้ ก็ คงสอน ลูกสอนหลาน ให้รู้จักมอง และ เรื่องคนที่ดีเข้ามาบริหาร

...

ผมชอบคำวินิจฉัยของศาลท่านมาก

 
อ้างถึง   
ความคิดเห็น ศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มีเจตนารมณ์ที่จะต้องการให้การเลือกตั้งของประเทศเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยง ธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีบทบัญญัติป้องกันการทุจริตการเลือกตั้งด้วยการใช้เงิน หรือทรัพย์สินอื่นใด ซื้อสิทธิ์ของประชาชนเพื่อให้ได้รับการเลือกตั้งเป็นพฤติกรรมที่นักการเมือง ส่วนหนึ่งใช้กันมานานจนเป็นความเคยชิน แล้วกลายเป็นจุดเปราะบางทางการเมืองที่นักการเมืองผู้กระทำความผิดไม่รู้ สำนึกว่าเป็นการกระทำความผิดที่ร้ายแรง ทำให้การเมืองในระบอบประชาธิปไตยไม่พัฒนาไปสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศเป็นอย่างมาก
       
       เนื่องจากนักการเมืองเหล่านั้นเข้าสู่อำนาจแล้วย่อมใช้อำนาจหน้าที่ แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงโดยไม่มีความละอาย เพื่อเพียงไว้ใช้สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจสำหรับ แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบต่อไป อันเป็นวัฏจักรทีเลวร้ายอย่างที่ไม่มีที่สิ้นสุด
       
       รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 จึงได้กำหนดมาตรการป้องกันและกำหนดวิธีการลงโทษไว้อย่างชัดเจน และเข้มงวดเพื่อป้องกันนักการเมืองที่ไม่สุจริตเหล่านี้ไม่ให้มีโอกาสเข้ามา ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียทางการเมือง และเพื่อส่งเสริมนักการเมืองที่ตั้งมั่นอยู่ในสุจริตธรรมให้ได้มีโอกาสทำ ภารกิจอันเป็นประโยชน์ไห้แก่ประเทศชาติและประชาชนมากยิ่งขึ้น
.





... เรื่อง พระบรมราโชวาท นั้น 4-5 ปีหลังนี้ติดตามทุกปีครับ ...

จะสังเกตว่า เรื่องพะะ ประชวรของพระองค์ท่าน เรารับรู้เมื่อ วันที่ 4 ธันวา นี้เอง ....




หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Surachai Chantosakun ที่ 05 ธันวาคม 2551, 13:24:14
รอฟังเหมือนกัน
พี่คิดเหมือนชาร์บเลย
นี่ประเทศชาติจะเป็นอย่างไรพวกนักการเมืองมันไม่เคยสน มันคิดแต่ประโยชน์และความอยู่รอดของพวกพ้องมันเท่านั้น
ได้ยินชื่อว่าที่นายกแล้วตูจะบ้าตาย มันชี้ให้ชัดเจนว่ามันไม่เคยคิดถึงบ้านเมืองจริงๆ
เครียดครับพี่น้อง

ต้น


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 05 ธันวาคม 2551, 19:49:23
 emo24:(

นักการเมืองไทยนี่ น่ารังเกียจจริงๆครับ เล่นการเมืองเป็นอาชีพจริงๆ
เหลือบไปมอง โอบาม่า ฟอร์มทีมรัฐมนตรี ของเค้าออกมาดูดี
ไม่ต้องมีบุญคุณ โควต้า บ้าบออะไร แบบของเรา ใครเหมาะก็ว่าไป
(ไม่มีกลุ่มเพื่อนแม็คแคน เพื่อนคลินตัน เหมือนบ้านเรา)
ของไทยวิ่งกันวุ่น เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง เก้าอี้ กันหนุกหนาน

ขนาดโดนแบน ยังออกลูกออกหลานมาเป็น สส.ได้อีก อีกหน่อยบางเขต
ที่ฐานเสียงเค้าแน่นๆ เอาหมาที่บ้านมาลงเลือกตั้ง ก็คงได้ สส.เหมือนกัน

ไม่รู้ว่าจะโทษนักการเมือง หรือ คนที่เลือกนักการเมืองดี
สงสัยต้องรอการเมืองใหม่ แต่ขอแบบไม่แตกแยก ไม่รุนแรงจะดีมาก

ป.ล. เสียใจเช่นกันที่ไม่ได้รับฟังกระแสพระราชดำรัสปีนี้












หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: นายป้อ ที่ 05 ธันวาคม 2551, 22:47:09
 emo43


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 07 ธันวาคม 2551, 18:58:30
ชอบบทความนึงของ อ.เกษียร เตชะพีระ

"ผมไม่หวังสมานฉันท์ ผมหวังแค่ทะเลาะกันอย่างมีกฏกติกามารยาท"


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 08 ธันวาคม 2551, 07:59:30
ตอนนี้แทบมองไม่เห็นความหวังเลยพี่น้อง
ไม่ว่า ประชาธิปปัตย์ หรือ เพื่อไทย ได้เป็นรัฐบาล
มันก็ไอ้เดิมๆ ทั้งนั้น

 emo22:(


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 09 ธันวาคม 2551, 13:48:51
แต่ยังไงๆก็ต้องตามกติกาก่อนครับ...

อยากได้การเมืองใหม่..ก็ต้องแก้รัฐธรรมนูญ..ถามว่าใครเป็นคนแก้รัฐธรรมนูญ..ก็ต้องเป็นพวกที่อยู่ในสภา..อยากได้นายกฯคนนอก..ก็ต้องแก้รัฐธรรมนูญเช่นกัน..

น้ามาร์คถ้าได้เป็นนายกฯ ต้องประกาศเรื่องการทำการเมืองใหม่ที่ชัดเจนครับ..ว่าจะดำเนินการยังไง..

ยังไงก็ดีกว่าได้น้าเหลิม..ป๋าเหนาะ..พี่หนั่น เป็นนายกฯล่ะครับ..


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: หลิม 81 ที่ 09 ธันวาคม 2551, 16:43:34
(http://www.cmadong.com/imageupload/dec08/data/image/kblsbz-79f5dc.jpg)
รูปนี้เป็นไงบ้างคับ  emo24:(


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ก้อง : ) ที่ 09 ธันวาคม 2551, 18:20:15
เฮ้ย หลิม



ป๋าโน้ต เชิญยิ้ม แกเล่นการเมืองตั้งแต่เมื่อไหร่ฟร่ะ
ฮ่าๆ


ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวรจริงๆ วงกามนี้ ฮ่าๆๆ


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 09 ธันวาคม 2551, 21:34:04
มิ่งขวัญก็พอดูได้ ถ้าเทียบกะไอ้ปื๊ดหรือเฒ่าชัย  emo38


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 10 ธันวาคม 2551, 00:48:55
รอลุ้นว่า ปชป. จะรอดมั้ย
เจอมนต์ดำ บุรีรัมย์ เข้าไป ..


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 12 ธันวาคม 2551, 09:22:00
สามเกลอหัวแข็งบอกตอนโน้น..สภาไม่ผิด..ไม่ยุบสภาเด็ดขาด..

สามเกลอหัวแข็งบอกวันนี้..ถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาล..จะยุบสภา..

นักการเมืองบ้านเรานี่เป็นตัวอย่างการไร้จุดยืน การกลับกลอก การเปลี่ยนแปลงแม้ต่อหน้าสื่อที่เคยพูดไว้เมื่อไม่กี่วันก่อนได้อย่างเฉยๆ..ระดับโลกเลยนะเนี่ยะ..

ทุเรศทุรังกันเหลือเกิน


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.EggMan ที่ 12 ธันวาคม 2551, 20:06:02
 emo28:win:

มาแว้ววววว ครับท่านนนนน


ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า วันนี้ (12 ธ.ค.) กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 29/2551 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เรื่อง คำเตือนก่อนเข้าสู่อำนาจ ตามที่ได้มีประกาศพระบรมราชโองการเมื่อวันพฤหัสบดีวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ให้เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรรับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ในวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551 นั้น


พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอให้นักการเมืองทุกฝ่ายได้ตระหนักว่า การชุมนุมต่อเนื่องยาวนานด้วยความมุ่งมั่น อดทน หาญกล้าของพี่น้องประชาชนถึง 193 วัน เป็นการเสียสละอย่างยิ่งใหญ่ที่แลกมาด้วยชีวิตและเลือดเนื้อของประชาชนจำนวนมาก จนสามารถคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้สำเร็จ ทำให้คดีการทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมือง และคดีทุจริตการเลือกตั้งได้ถูกพิพากษาโดยกระบวนการยุติธรรม ส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในวันนี้ การเสียสละอันยิ่งใหญ่ของพี่น้องประชาชนในช่วงเวลาที่ผ่านมา เรามิได้ต้องการแลกมาเพื่อให้นักการเมืองหุ่นเชิดในระบอบทักษิณกลับฟื้นคืนมาอีก และเราก็มิได้ต้องการเพียงแค่เปลี่ยนขั้วทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีความปรารถนาที่จะสะสางปัญหาทางการเมืองในอดีต คืนความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชน และร่วมกับประชาชนปฏิรูปสร้างการเมืองใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤติทางการเมืองกลับคืนมาอีก เราจึงขอประกาศจุดยืนต่อการเลือกนายกรัฐมนตรี ในการประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ดังนี้


ประการแรก เราคัดค้านและต่อต้านนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิดที่มาจากพรรคเพี่อไทย และคัดค้านนายกรัฐมนตรีทุกพรรคการเมืองที่มีรัฐบาลผสมของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคการเมืองหุ่นเชิดของระบอบทักษิณซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่   ......บอกมาตรงๆเลย เอาเฮียมาร์ค ง่ายกว่าไหม

ประการที่สอง เราขอประณามการข่มขู่ คุกคาม การต่อรองตำแหน่ง และการเสนออามิสสินจ้างให้นักการเมือง เพื่อให้นักการเมืองเหล่านั้นมาสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลต่อไป โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายต่อประเทศชาติและความรู้สึกของประชาชน............ประโยคสุดท้ายนี่ น่าคิดนะ ตอนยึดสนามบินอ่ะ
       ประการที่สาม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะเฝ้าติดตามการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองในระบบการเมืองเก่าว่าจะสามารถฝ่าข้ามวิกฤตการณ์ทางการเมือง จัดการกับระบอบทักษิณและเข้าสู่การเมืองใหม่ได้หรือไม่ โดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนและวีรชน ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลชุดใหม่ 13 ประการ
     
1. เร่งรัดดำเนินคดีดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ต่อ นายจักรภพ เพ็ญแข นายวีระ มุสิกพงศ์ เว็บไซต์ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุชุมชน และปราบปรามขบวนการดูหมิ่นและล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งหมด โดยด่วนที่สุดเป็นลำดับแรก



2. ขอให้แสดงจุดยืนที่จะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 หรือกฎหมายอื่นใดที่จะฟอกความผิดให้กับนักการเมือง ไม่แก้ไขกฎหมายเพื่อการกระทำที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์ของนักการเมือง และไม่แก้ไขกฎหมายเพื่อลดพระราชอำนาจหรือโครงสร้างของสถาบันพระมหากษัตริย์ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
     

3. ต้องส่งเสริมให้คนดีมีความสามารถมาปกครองบ้านเมือง ป้องกันมิให้คนไม่ดีมีอำนาจ บริหารราชการแผ่นดินด้วยความโปร่งใส อย่าได้นำนักการเมืองหรือข้าราชการที่มีมลทิน ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม มีการขัดกันแห่งผลประโยชน์ในตำแหน่งหน้าที่ หรือมีพฤติกรรมที่จะแสวงหาประโยชน์ในทางมิชอบ มาร่วมบริหารราชการแผ่นดินเป็นอันขาด
     
4. ขอให้เร่งรัดคดีทุจริตคอร์รัปชั่นให้เข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล โดยปราศจากการแทรกแซงทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำการโยกย้ายข้าราชการที่รับใช้ระบอบทักษิณให้พ้นจากตำแหน่ง อาทิเช่น อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการองค์การอาหารและยา ฯลฯ และยึดทรัพย์สินที่โกงชาติไปกลับมาเป็นของรัฐ
     
ทั้งนี้ เพื่อเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ขอให้แสดงจุดยืนที่จะเร่งรัดดำเนินคดีบุกรุกและครอบครองที่ดินกรณีเขากระโดงของการรถไฟแห่งประเทศไทย และที่ดินสาธารณะประโยชน์ในอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ดำเนินการและยกเลิกการเช่าพื้นที่ขายสินค้าในสนามบินสุวรรณภูมิที่มิชอบ ยกเลิกและดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนที่ให้เช่ารายการสถานีโทรทัศน์วิทยุแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ช่อง 11 อย่างไม่โปร่งใสโดยทันที
     

5. ขอให้ยกเลิกหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีอาญาแผ่นดินโดยทันที
     
6. ขอให้เร่งรัดดำเนินการเพื่อให้ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ร้ายหนีอาญาแผ่นดินมาดำเนินคดีในประเทศไทยโดยทันที
     
7.ขอให้ประกาศยกเลิกแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ยกปราสาทพระวิหาร และพื้นที่โดยรอบให้กับกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียว และรักษาอธิปไตยทั้งดินแดนและแหล่งพลังงานก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในอ่าวไทยจนถึงที่สุด
     
8. ขอให้เร่งรัดสลายรัฐตำรวจ โยกย้ายข้าราชการตำรวจที่ใส่ความ กลั่นแกล้ง และคุกคามประชาชน ผู้เข้าร่วมการชุมนุม และผู้สนับสนุนการชุมนุม ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ที่มีความสำคัญหรือมีส่วนได้เสียต่อคดีความ ขอให้ลงโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำร้ายสังหารประชาชนในเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2551 ตลอดจนใส่ความประชาชนผู้ชุมนุมว่าเป็น กบฏ และผู้ก่อการร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์, พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง พ.ต.อ.ลือชัย สุดยอด ฯลฯ และขอให้คืนความเป็นธรรมให้กับตำรวจที่ทำหน้าที่อย่างสุจริตและกล้าหาญเพื่อประโยชน์ของประชาชนให้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
     
9. ขอให้เร่งรัดดำเนินคดีความและลงโทษผู้ที่ถูกชี้มูลโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะกรรมาธิการในวุฒิสภา ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเข่นฆ่าประชาชน เช่น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และเจ้าหน้าที่รัฐ และขอให้ดำเนินเอาผิดกับอันธพาลการเมืองของรัฐบาลที่ทำร้ายและเข่นฆ่าผู้ชุมนุมจนถึงที่สุด
     

10. ยุติการใช้สื่อของรัฐโฆษณาชวนเชื่อ และโกหกหลอกลวงประชาชน เพื่อระบอบทักษิณโดยทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายการและผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที และขอให้ปฏิรูปสื่อ เปิดพื้นที่ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างครบถ้วน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง
     
11. ขอให้ประกาศยกเลิกโครงการที่ใช้จ่ายเกินตัว และไม่โปร่งใส ที่จะทำให้ชาติล่มจม เช่น โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ฯลฯ โดยทันที
     
12. ยกเลิก พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 และใช้การปฏิรูปและพัฒนารัฐวิสาหกิจแทนเพื่อประโยชน์สูงสุดของคนในชาติ และนำเอารัฐวิสาหกิจที่แปรรูปไปแล้วกลับคืนมาเป็นของรัฐดังเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปตท.
     

13. ขอให้แสดงจุดยืนที่จะส่งเสริม สนับสนุน ประชาชนในการสร้างการเมืองใหม่ ที่ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมอย่างแท้จริง ตามแนวทางของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อป้องกันมิให้เกิดวิกฤติทางการเมืองในอนาคตอีกต่อไป
     
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอเรียกร้องให้นักการเมืองที่กำลังจะจัดตั้งรัฐบาลได้ตระหนักและคำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนและวีรชนผู้เสียสละเพื่อประเทศชาติเป็นสำคัญ มากกว่าการต่อรองเพื่อแย่งชิงผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มการเมือง โดยการแสดงจุดยืนและปฏิบัติตามข้อเรียกร้องข้างต้น เพื่อมิให้ประชาชนต้องผิดหวังและหมดศรัทธาการเมืองในระบบปัจจุบันไปมากกว่านี้
     
ถ้าข้อเรียกร้องและเจตนารมณ์ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถูกปฏิเสธ หรือเพิกเฉย เราพร้อมจะดำเนินการเคลื่อนไหวอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป

ไม่ไหวจะเคลียร์ อ่อนเพลียจะเมาท์


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 14 ธันวาคม 2551, 19:13:02
อ้างถึง
ข้อความของ Mr.EggMan เมื่อ 04 ธันวาคม 2551, 15:20:27
emo26:D

ไล่ตีหมา ควรจะเผื่อทางหนีไว้ให้มันบ้าง
หมาจนตรอก สู้ไม่เลือกวิธีนะจ๊ะ

หมาบางตัว เค้าเปิดทางให้มันถอยตั้งหลายครั้ง แต่มันก็ยังซ่าส์เห่าคำรามไม่เลิก
แบบนี้สมควรจับทำลูกชิ้นสถานเดียวอ่ะ(เช่นหมาหน้าเหลี่ยมๆ) emo7:(:


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: นายป้อ ที่ 14 ธันวาคม 2551, 22:25:32
 emo20:)):)


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 16 ธันวาคม 2551, 08:18:56
เพื่อไทยบอก..เป็นฝ่ายค้าน..จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที..

ตอนตัวเองเป็นรัฐบาล..บอกเพิ่งทำงานได้ 3 เดือน ทำไมต้อง กระเหี้ยนกระหือรือ..ที่จะต้องเปิดอภิปราย..ให้รัฐบาลทำงานก่อน

ทำไมมันหน้าด้านกันได้ขนาดนี้วะเนี่ยะ..


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Aj.O ที่ 16 ธันวาคม 2551, 16:26:54
อยากรู้ว่าตอนนี้ เสธ.หนั่น เฒ่าชัย และไอ่ปื๊ด ย้ายมาอยู่พรรคไหนกันบ้างครับ ไม่ค่อยได้ตามข่าวตรงนี้?

แล้วสามเกลอหัวแข็งที่คุณ ppornson ว่ามา > หมายถึงพิธีกรรายการ ควายจริงวันนี้ รึป่าวคับ? emo47


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: khesorn mueller ที่ 16 ธันวาคม 2551, 16:48:28
ตกลงเลือกตั้งซ่อมเฉพาะ 20กว่าคนที่ลอยคว้างเหรอคะ??
พี่งงไปหมดแล้วคะ!
งั้นนายกก็นานกว่าเดือนสิ!
p.nn


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 17 ธันวาคม 2551, 10:45:47
เลือกตั้งเฉพาะเขตที่มีปัญหาครับ..เรื่องนายกฯไม่เกี่ยว.แต่อาจมีผลเรื่องคะแนนเสียงภายหลัง ถ้าคะแนนรวมก้ำกึ่งก็ทำงานยากอีก..

ส่วนสามเกลอหัวแข็งมันรายการความจริงวันนี้ครับพี่โอ..แหมมมม...ประชดซะงั้น..


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: นายป้อ ที่ 17 ธันวาคม 2551, 15:50:23
 emo43เอาเถอะครับงบประมาณ...ลูกพี่มันหมดเมื่อไหร่...มันคงเลิก....


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 18 ธันวาคม 2551, 11:26:39
ยังไงๆก็อยากให้ใช้เหตุผลกันบ้าง..ช่วงที่ผ่านมาตัวเองพูดอะไร ด่าอะไรเค้าไว้บ้าง..ตอนนี้ก็อย่าทำแบบนั้นแล้วกัน

ก็อยากให้เค้าทำงานซัก 3 เดือนก่อน..ให้ประเทศชาติเดินหน้าเข้าที่เข้าทางก่อน..ตั้งลำให้ได้ก่อน ค่อยว่ากันอีกที


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 13 มกราคม 2552, 12:06:35
เมื่อวาน
ในหลวงทรงเรียกให้นายกอภิสิทธิ์เข้าเฝ้า
เพื่อสอบถาม เรื่องงานการบริหารบ้านเมือง

พิมพ์ซ้ำอีกรอบ ทรงเรียก ไม่ใช่ อภิสิทธิ์ ขอเข้าเฝ้า
ถือว่า เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ นะเนี่ย

แต่ได้เห็นในหลวง ทรงมีสุขภาพแข็งแรงมากๆๆๆๆ
กว่าเมื่อช่วงต้นๆ ธันวาคม ปีที่ผ่านมา อย่างเห็นได้ชัด
ก็รู้สึกดีใจจัง


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 13 มกราคม 2552, 14:28:53
รำคาญมั๊ยครับ..นักการเมืองบ้านเราชอบเล่นแบบจุกจิกๆ..เช่น..

อภิสิทธ์ส่ง sms ..อภิสิทธิ์ส่งของขวัญให้ยายเนียม..แถลงนโยบายนอก(อาคาร) รัฐสภา..และอื่นๆอีกมากมาย..

ว่างกันมากใช่มั๊ยครับพี่..


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: Apirat T. ที่ 15 มกราคม 2552, 07:38:54
ตอนนี้เท่าที่ฟังนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของโอบามาร์ค
รู้สึกไม่ชอบ การให้เงินคนละ 2,000 บาท สำหรับผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทเลยอ่ะ
เหมือนเอาเงินแจกเล่น ละลายทิ้งเสียอย่างนั้น
ไม่น่าจะช่วยอะไรได้เลยนะนี่

ลองเอาจำนวนที่แจก ประมาณ 8 แสนคน คูณด้วย 2,000 บาท
1,600 ล้านบาท เอาไปทำอย่างอื่นจะดีกว่าไหม๊


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ชาร์ป ที่ 15 มกราคม 2552, 12:00:55
2000 บาท เอาๆปทำอะไรดี  emo29:P:

งง ๆ กับมาตรการนี้เหมือนกัน ...


หัวข้อ: Re: บทความการเมือง
เริ่มหัวข้อโดย: ppornson ที่ 15 มกราคม 2552, 13:41:23
เท่าที่ฟังมามัน 8 ล้านคนนะ..น่าจะเอามาเสริมรัฐสวัสดิการอย่างอื่นดีกว่า..