11 กันยายน 2569, 23:55:44
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน [สมาชิกเก่าลืมรหัส โทร 081-7611760]
A A A A  ระเบียบปฎิบัติ
   
Languages    
  หน้า: 1 ... 12 13 [14] 15 16 ... 34  ทั้งหมด   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: บทความการเมือง  (อ่าน 595190 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #325 เมื่อ: 22 ตุลาคม 2551, 22:24:54 »

ถูกต้องอย่างยิ่งครับพี่..

เราเองต้องยอมรับในชุดความรู้ของบุคคลอื่นด้วย ถ้าเป็นแต่ลักษณะยื่นคำขาดตลอดเวลา มันจะไปบรรจบกับอีกฝ่ายได้ยังไงครับ ในเมื่อเราดูถูกชุดความรู้ของคนอื่นที่คิดไม่เหมือนเรา.

ผมอ่านในมติชนแล้วสะดุดในบทความนึงครับ สรุปได้ว่า ในแต่ละม๊อบ ผู้นำม๊อบพูดอะไร คนในม๊อบก็จะเห็นด้วยไปหมด คนในม๊อบคุยกันเองก็เห็นพ้องต้องกันไปหมดทุกเรื่องตลอดเวลา..

อยู่มาวันนึง บุคคลเหล่านั้น ต้องมาแสดงความเห็นกับฝ่ายอื่นๆ ที่เค้ามีความเห็นไม่ตรงกับเค้า เค้าจะเกิด bias ทันทีครับ เพราะบรรยากาศมันไม่ใช่แบบที่เค้าเคยชิน มันก็ไม่พอใจ และไม่ฟังความเห็นของอีกฝ่ายทันที ไม่ทันได้เปิดใจฟังด้วยซ้ำ

มันจะไปรอดกันยังไงครับ..
บันทึกการเข้า
หลิม 81
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,840

« ตอบ #326 เมื่อ: 25 ตุลาคม 2551, 14:51:18 »

อ้างถึง
ข้อความของ ppornson เมื่อ 22 ตุลาคม 2551, 22:24:54
เค้าจะเกิด bias ทันทีครับ

bigass ครับ มันส์กว่า...นอกเรื่องอีกแ้ล้วตู

สล้าง เป็นใครครับ
บันทึกการเข้า

@ ปีนี้ปีของผม @
phraisohn
บักสน
Administrator
Cmadong ชั้นเซียน
*****


บักสนแคมโบ้
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu89 (ปี 2549)
คณะ: วิทยาศาสตร์
กระทู้: 9,557

เว็บไซต์
« ตอบ #327 เมื่อ: 25 ตุลาคม 2551, 14:58:27 »

อ้างถึง
ข้อความของ jirawutjan เมื่อ 14 ตุลาคม 2551, 15:24:17
Grin Grin Grin think global do local มองอย่างนกแต่ให้ทำอย่างหนอน
มองภาพรวมให้ออก ใช้สติปัญญาญาณในการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด โดยให้เอาบ้านเมืองเป็นหลัก แล้วทำเฉพาะส่วนที่เรามีหน้าที่รับผิดชอบให้ละเอียดและดีที่สุด ถ้าทำได้อย่างนี้แล้วบ้านเมืองจะสงบสุขและไปได้ดี ทุกๆฝ่ายมีความเชื่อและศรัทธาที่แตกต่างกัน (คนที่ศรัทธาในทักษิณเขาก็มีเหตุผลของเขา คนที่ไม่ศรัทธาก็มีเหตุผลของเขาเช่นเดียวกัน) เป็นธรรมดาที่เราจะไม่ชอบถ้ามีคนหรือมีใครมาพูดถึงสิ่งที่เราเชื่อหรือศรัทธาในทางที่ไม่ดี เมื่อเป็นเช่นนี้เราก็อย่าไปฟังให้เกิดอารมณ์ที่ไม่ชอบ ที่ขุ่นมัว เพราะถ้าไปฟังมากๆจะเกิดข้อโต้แย้ง โต้เถียง อารมณ์ที่สะสมอยู่ข้างในจิตใจก็จะแสดงออกมา ใครมีการควบคุมอารมณ์ได้ดีก็เป็นผู้เจริญ ส่วนใครที่เป็นผู้เสื่อมก็จะแสดงนิสัย สันดานที่บ่งบอกถึงภาวะของตนเองออกมาเช่นชกต่อย ฆ่าฟันกันโดยไม่มีสติ สติสมาธิที่บอกว่าที่เราทำอะไรลงไปนั้น นั่นก็คือคนไทยด้วยกัน เผ่าพงษ์เผ่าพันธ์ต้นกำเนิดแผ่นดินเดียวกัน เพราะฉะนั้นแล้วให้ใช้สติให้มากนะครับ  สงสารประเทศไทย ถ้าคนไทยไม่รักกันแล้วใครจะรักเรา Grin Grin Grin


ชอบมากครับพี่ "ถ้าคนไทยไม่รักกัน แล้วใครจะรักเรา"  อ่านแล้วโดนใจ
บันทึกการเข้า
ppornson
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,724

« ตอบ #328 เมื่อ: 28 ตุลาคม 2551, 20:39:53 »

โดนไปแล้วเรียบร้อยครับ ดร.สุเมธ ยังไม่รอดเลยครับ โดนซะเละเลย..

นี่ล่ะที่ผมไม่ชอบ พธม. คือการเมืองใหม่ผมเห็นด้วย ไอ้รัฐบาลมันก็ห่วย..แต่ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการของ พธม. เลย มันเป็นการชี้นิ้วสั่ง มรึงต้องทำตามนี้ มรึงต้องคิดแบบนี้ ถ้าคิดต่าง คิดไม่ถูกใจ โดนเลยครับ..

สังเกตุได้จากสื่อด้วยกัน ไม่ค่อยมีใครกล้าแตะ พธม. ครับ แตะเป็นโดนซะเละเทะ..

ยิ่งดูยิ่งเซ็งครับ..มันไม่รู้จะทำกันยังไงให้เป็นรูปธรรม แต่ละฝ่ายมีทิฐิแบบไม่มีทางยอมกัน มีแต่พวกมัน กับพวกเรา มันก็มีแต่รบกันอย่างเดียงสิครับแบบนี้..

รักประเทศชาติ ราชบัลลังค์ ทำกันแบบนี้กันเหรอครับ ว่าแต่จะทำยังไงให้มีพื้นที่ให้พวกแบบผมแสดงออกบ้าง แบบว่าไปรวมตัวกันจุดเทียนทุกคืนทั้งประเทศ อะไรทำนองนี้น่ะครับ คือ พธม. หยุด แก้รัฐธรรมนูญให้มีรัฐบาลแห่งชาติ ใช้เวลาซัก 2 ปีทำการเมืองใหม่..

ปีหน้าคนจะว่างงานเกือบ 2 ล้านคนนะครับ เด็กจบใหม่จะไม่มีงานทำ ศึกนอกก็แย่แล้ว ศึกในยิ่งทำให้ยุ่งครับ..

ว่าแต่การเมืองใหม่ผม อยากให้เป็นเหมือนที่พี่ซูโม่ตู้แสดงไว้ส่วนนึงน่ะครับ 1 คน 1 เสียงเท่ากันไม่แฟร์ครับ คนบางพื้นที่ไม่มีการศึกษา ไม่คิดช่วยเหลือตัวเอง รอแต่ให้ไปช่วย แจกผ้าห่ม ไม่คิดสร้างโอกาส รอและขออย่างเดียว ให้มี 1 เสียงเท่าบัณฑิตไม่ได้ครับ ยกมือทีไร พวกเอาตังค์ไปแจกได้เลือกตั้งทุกที

ดูเหมือนไม่แฟร์ แต่ถ้าจะแฟร์ เค้าเหล่านั้นต้องไปเข้าอบรม หรือผ่านกระบวนการศึกษา มีการทดสอบก่อน ถึงจะมีสิทธิ์เลือกตั้ง..

ผมเห็นด้วยกับประโยคที่ว่า สิทธิในการดำรงชีวิตเท่าเทียมกัน แต่สิทธิทางการเมืองเท่ากันไม่ได้ครับ..
บันทึกการเข้า
Aj.O
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,243

« ตอบ #329 เมื่อ: 28 ตุลาคม 2551, 20:48:38 »

อ้างถึง
ข้อความของ ppornson เมื่อ 28 ตุลาคม 2551, 20:39:53
โดนไปแล้วเรียบร้อยครับ ดร.สุเมธ ยังไม่รอดเลยครับ โดนซะเละเลย..

นี่ล่ะที่ผมไม่ชอบ พธม. คือการเมืองใหม่ผมเห็นด้วย ไอ้รัฐบาลมันก็ห่วย..แต่ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการของ พธม. เลย มันเป็นการชี้นิ้วสั่ง มรึงต้องทำตามนี้ มรึงต้องคิดแบบนี้ ถ้าคิดต่าง คิดไม่ถูกใจ โดนเลยครับ

มีคนในพันธมิตรด่า ดร.สุเมธเหรอครับ? เค้าด่าว่าไง? แบบเดียวกะที่แป๊ะลิ้มด่าพระพยอมหรือเปล่า งง งง

เมื่อก่อนช่วงนึง ผมเคยส่งเงินไปช่วย เอเอสทีวี ตอนนี้เลิกส่งแล้ว...
เพราะตอนนี้หมักมันก็กระเด็นออกไปแล้ว ส่วนข่าวพันธมิตรช่วงนี้แทบไม่ได้ตามเลย
บันทึกการเข้า

...
khesorn mueller
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2527
คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 71,885

« ตอบ #330 เมื่อ: 28 ตุลาคม 2551, 20:55:42 »

อ้างถึง
ข้อความของ phraisohn เมื่อ 25 ตุลาคม 2551, 14:58:27
ชอบมากครับพี่ "ถ้าคนไทยไม่รักกัน แล้วใครจะรักเรา"  อ่านแล้วโดนใจ

พี่ยังรักคะน้องสน
p.nn
บันทึกการเข้า


khesorn mueller
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2527
คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 71,885

« ตอบ #331 เมื่อ: 28 ตุลาคม 2551, 20:57:39 »

อ้างถึง
ข้อความของ Aj.O เมื่อ 28 ตุลาคม 2551, 20:48:38
มีคนในพันธมิตรด่า ดร.สุเมธเหรอครับ? เค้าด่าว่าไง? แบบเดียวกะที่แป๊ะลิ้มด่าพระพยอมหรือเปล่า งง งง
แล้วที่แป๊ะลิ้มด่าพระพยอมว่าไงมั่งคะ
p.nn
บันทึกการเข้า


ชาร์ป
Global Moderator
Hero Cmadong Member
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,119

« ตอบ #332 เมื่อ: 28 ตุลาคม 2551, 21:55:58 »

อ้างถึง
ข้อความของ ppornson เมื่อ 28 ตุลาคม 2551, 20:39:53

ปีหน้าคนจะว่างงานเกือบ 2 ล้านคนนะครับ เด็กจบใหม่จะไม่มีงานทำ ศึกนอกก็แย่แล้ว ศึกในยิ่งทำให้ยุ่งครับ..



ที่น่ากังวลคือเรื่องนี้ครับ ...

เอาข่าวมาฝาก ... มีแต่คนบอกว่า ปีหน้าเผาจริง ...

สู้ ๆ และขยันทำงาน ประหยัีด และ อดออม ...

 
อ้างถึง   
วิกฤติสหรัฐลามส่งออกโรงงานลดผลิต-เลิกโอที

:

วิกฤติ สหรัฐ ส่งผลกระทบลามเป็นโดมิโนถึงไทย ล่าสุดสภาอุตฯเปิดแถลงข่าวด่วนส่งออกปีหน้าวิกฤติหนัก เหตุเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอคำสั่งซื้อ ทำให้ภาคการผลิตเริ่มลดกำลังการผลิตลง หลายโรงงานบอกเลิก "โอที" และกำลังไปสู่การเลย์ออฟคนงานขนานใหญ่ในปีหน้า

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ :  ทวีกิจ จตุรเจริญสุข รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการสายแรงงาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประเมินสถานการณ์วิกฤติทางการเงินในสหรัฐอเมริกาว่า เริ่มส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย โดยการส่งออกเริ่มชะลอตัว จากการชะลอคำสั่งซื้อ ทำให้ภาคการผลิตจำต้องลดกำลังการผลิตลง ส่งผลให้คาดการณ์กันว่าปัจจุบันแรงงานจะเริ่มทยอยหายไปจากระบบประมาณ 20-30 % 

เพราะเมื่อสถาบันการเงินขาดความเชื่อ มั่นในภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ไม่ปล่อยเงินกู้เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการที่ สั่งซื้อสินค้าจากไทย เป็นผลพวงทำให้เกิดการชะลอคำสั่งซื้อ หรือส่งออกไทยบางรายเมื่อมีคำสั่งซื้อมาเข้ามา ทางสถาบันการเงินไทยก็จะพิจารณาอย่างเข้มงวด หากเป็นสถาบันการเงินที่กำลังประสบปัญหา ก็อาจจะไม่ปล่อยสินเชื่อให้ผู้ส่งออกไทย

เขาบอกว่า ปัจจุบันอัตราการจ้างงานในตลาดแรงงานโดยรวมของประเทศที่มีอยู่กว่า 6 ล้านอัตราหรือ  1.8 แสนล้านคน ขณะเดียวกันพนักงานที่ลาออกไปแล้วจะมีโอกาสหางานใหม่ค่อนข้างยาก

โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ เซรามิค ที่มีตลาดหลักอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา และยุโรป โดยขณะนี้มีบางโรงงานฯได้ประกาศยกเลิกการทำงานแบบล่วงเวลา (โอที) ลง เหลือเพียงการทำงานวันจันทร์ถึงศุกร์ เท่านั้น

ทวีกิจ ยังเชื่อว่า วิกฤติดังกล่าวจะยิ่งส่งผลกระทบมากขึ้นไปอีกในปี 2552 เพราะเริ่มเห็นสัญญาณแล้วว่าผู้นำเข้าส่วนใหญ่เริ่มไม่สั่งออเดอร์ระยะยาว สะท้อนให้เห็นว่า มีโอกาสจะลดคำสั่งซื้อมากกว่าปัจจุบัน ขณะที่ผู้ส่งออกไทยบางรายเริ่มประสบปัญหาโดยลูกค้าในต่างประเทศต่อรองให้ลด ราคาสินค้าลงไปอีก จนต้องปรับลดกำลังการผลิตลงลงในที่สุด

"ปัจจุบันเริ่มลดกำลังการผลิตลงไป ไม่มีโอที ทำให้แรงงานขาดรายได้ และต้องการลาออกเพื่อไปสมัครงานในโรงงานใหม่ที่มีโอที โดยที่พวกเขาอาจจะยังไม่รู้ว่าการลดกำลังการผลิตเป็นเหมือนๆกันในทุกโรงงาน

เมื่อแรงงานลาออกโรงงานเหล่านั้นก็ไม่ รับคนใหม่เพิ่ม ทำให้แรงงานหายไปจากระบบประมาณ 20-30 % มีความเป็นไปได้ว่า หลายโรงงานอาจจะต้องตัดสินใจ เลย์ออฟพนักงานในต้นปีหน้าทำให้ผลกระทบจะรุนแรงมากขึ้น"

 เขายังแสดงความกังวลว่า นักศึกษาที่จบใหม่ในปีหน้า ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานประมาณ 7 แสนราย จะมีเริ่มหางานยากขึ้น จากวิกฤติทางการเงินที่ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกอย่างมาก ขณะที่กำลังซื้อในประเทศที่หดตัวลงจากความเชื่อมั่นที่ถดถอยจากความขัดแย้ง ทางการเมือง รวมไปถึงเหตุการณ์ปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-เขมรที่ส่อเค้าว่าจะไม่สงบโดย ง่าย 

ด้านธนิต  โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ภาคธุรกิจท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในสาขา ที่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤติการเงิน ตามคาดการณ์ของธนาคารโลก คาดว่า ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจะทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวทั้งโลก ชะลอตัวไม่เกิน 4.7%

ขณะที่ธุรกิจท่องเที่ยวไทย น่าจะลดลงไปมากกว่าประมาณการดังกล่าว โดยคาดการณ์ว่าปีหน้า การท่องเที่ยวไทยจะมีอัตราการขยายตัวลดลงถึง 50% ทั้งๆที่ธุรกิจท่องเที่ยวไทย จัดเป็นรายได้หลักของประเทศ ที่ไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรมาก 

เขายังระบุว่า นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการเงิน ทั้งคนมีรายได้สูง และรายได้ระดับกลาง ต่างก็ลดการจับจ่ายด้านการท่องเที่ยวลงก่อน ตามรายงานจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งในเชียงใหม่ และภาคใต้ เช่น กระบี่ ภูเก็ต

พบว่า มีนักท่องเที่ยวลดลงไปแล้วกว่า 50% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักท่องเที่ยวที่ยังมีกำลังซื้อบางราย กังวลกับภาพลักษณ์ที่ไม่มีความปลอดภัยของประเทศไทยจากปัญหาความไม่สงบทางการ เมือง รวมถึงการสู้รบกันบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา สถานการณ์เหล่านี้ล้วนมีส่วนซ้ำเติมภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวของไทย แม้แต่กลุ่มงานแฟร์ที่เข้ามาในเมืองไทยก็ต่างยกเลิกการเดินทางมาไทย

ธนิต เสนอแนะว่า ภาครัฐควรนำงบประมาณที่คิดว่าจะส่งเสริมการท่องเที่ยววงเงิน 6 หมื่นล้านบาท จากวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจรวม 1.22 ล้านล้านบาท มาใช้ในการประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ของประเทศว่า เมืองไทยยังเป็นประเทศที่น่าสนใจเข้าไปท่องเที่ยว โดยการกระตุ้นคนมาเที่ยวตามงานแฟร์ต่างๆ 

ขณะที่ปัญหาแรงงาน ก็เป็นปัญหาใหญ่ที่ควรเร่งรีบแก้ไขเช่นกัน เพราะหากไม่รีบแก้ไข แรงงานใหม่ที่กำลังจะจบการศึกษาในปีหน้าประมาณ 7-8 แสนอัตรา จะหางานยากขึ้น เพราะเมื่อภาคอุตสาหกรรมแย่ลง จากการปรับลดกำลังการผลิต

ประกอบกับภาคการเกษตรที่เคยเป็นฐานรองรับแรงงานในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ก็ได้รับผลกระทบจากราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ

ดังนั้นภาครัฐควรเร่งอัดฉีดเม็ดเงินที่ อยู่ในส่วนของ 6 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในงบประมาณ 1.22 ล้านล้านบาทดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลไม่ควรนำไปใช้อัดฉีดในตลาดหุ้น ตามแผนเดิมที่วางแผน เพราะตลาดหุ้น ไม่ใช่ภาคการผลิตอย่างแท้จริง

หากจะให้เกิดผลต่อแรงงาน ควรใช้เงินลงไปใน SML หรือกองทุนหมู่บ้าน ที่จะเกิดการจ้างงานระดับรากหญ้า เพื่อรองรับให้แรงงานใหม่ และคนตกงานจากภาคอุตสาหกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างมากในปีหน้า
บันทึกการเข้า
Apirat T.
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,357

« ตอบ #333 เมื่อ: 29 ตุลาคม 2551, 07:31:10 »

เมื่อวานมีข่าว ม็อบชาวไร่ข้าวโพดแถวๆ เหนือ
ปิดล้อมที่ว่าการจังหวัด ไม่ให้ข้าราชการและคนข้างใน ออกมาได้
เพื่อกดดันให้มีการออกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการรับจำนำข้าวโพดอะไรซักอย่าง

คุ้นๆ ไหม๊ กับการกระทำข้างบน
พอมีคนสร้างมาตรฐานเลวๆ อะไรไว้ซักอย่าง แล้วได้ผล
แล้วไอ้พวกที่ใช้วิธีการพวกนี้ ก็บอกว่าทำเพื่อนู่น ทำเพื่อนี่

แล้วทุกคนก็นำมาใช้ อ้างเหตุผลต่างๆ นานา
ทั้งๆ ที่มันผิดกฏหมาย แต่มันใช้ได้ผลหนิ

คอยดูอีกหน่อย ม็อบปิดถนนจะหายไป
แต่ม็อบทุกม็อบจะหันไปปิดล้อมสถานที่ และจับคนที่ไมรู้อิโหน่อิเหน่เป็นตัวประกัน
shit!!

ตาแคม
บันทึกการเข้า
ชาร์ป
Global Moderator
Hero Cmadong Member
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,119

« ตอบ #334 เมื่อ: 31 ตุลาคม 2551, 23:21:22 »

ลองเข้าไปอ่านในเวบไซด์ ฟ้าเดียวกัน
ก็ขอแนะนำว่า อย่าเข้าไปอ่านเลย ... ไม่จรรโลงจิตใจอย่างยิ่ง
และยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกแย่
บันทึกการเข้า
Aj.O
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,243

« ตอบ #335 เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2551, 15:50:58 »

อ้างถึง
ข้อความของ ชาร์ป เมื่อ 31 ตุลาคม 2551, 23:21:22
ลองเข้าไปอ่านในเวบไซด์ ฟ้าเดียวกัน
ก็ขอแนะนำว่า อย่าเข้าไปอ่านเลย ... ไม่จรรโลงจิตใจอย่างยิ่ง
และยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกแย่

รู้มานานแล้ว ว่าเป็นที่สุมกบาลของพวกเหรี้ย โดยมีไอ้ใจหมา กับไอ้หัวโตไม่เจียมกบาล ตั้งตัวเป็นศาสดาอยู่
ถ่อยสุดๆ แต่สังเกตว่าพวกหัวโจกมันไม่จาบจ้วงตรงๆหรอก จะใช้วิธีพาดพิงมากกว่า เพราะมันรอบคอบพอ
แต่พวกที่ถ่อยๆเกรียนๆ ส่วนมากเป็นพวกลิ่วล้อที่ตามเข้ามาโพส ด้วยความคึกคะนองมากกว่า

น่าแปลกใจที่ ไอซีที ไม่มีปัญญาทำอะไรพวกนี้
ดังนั้นไอ้ พรบ.คอมพิวเตอร์ ก็อย่าสะเออะเอามาขู่คนอื่นเลย เพราะผมไม่เคยเชื่อน้ำยาทั้งตำรวจและกระทรวงไอซีทีเลยสักนิดเดียว

แต่ตอนนี้ ผมไม่อยากไปให้ความสนใจกับมันเท่าไหร่ เพราะมันไม่มีประโยชน์ที่จะไปใส่ใจกับพวกมัน
ในเมื่อไอ้คนที่มันมีหน้าที่ทางนี้โดยตรง มันยังไม่มีปัญญาจัดการเลย
บันทึกการเข้า

...
Mr.EggMan
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826

« ตอบ #336 เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2551, 17:58:35 »

 win

ผมขอมองต่างมุมกะ ต.โต้งนิสนึง

ถ้าจะเอาวุฒิทางการศึกษามาแบ่งแยกคนจะลำบากนะครับ คิดแบบพี่ตู้ บิล เกตต์ ก็ไม่มีสิทธิเลือกตั้งสิ เพราะไม่จบ ปริญญาตรี
แล้วคนที่คนที่เรียนมาสูงๆเลือก จะดีกว่าเหรอครับ โลจิคมันแปลกๆนะ หรือจะแบ่งตามสิทธิในการเสียภาษี ก็แปลว่า คนรวยกว่ามีสิทธิ์
ก็จะเลือกคนที่รักษาสิทธิ์ให้แก่ความรวยของตัวเองเหรอ บางครั้งการซื้อเสียงมันก็ไม่ได้มาแค่ในรูปแบบของการแจกเงินแจกของอย่างเดียว
บางครั้งขอมาในรูปนโยบาย เช่นประชานิยม อย่างที่เราๆท่านรู้ซึ้งกันดี แล้วถามตัวเราบางไหมล่ะ คนที่ไม่ได้รับเงินอย่างเราๆท่านๆ
เราเลือกคนๆนึงเพราะอะไร เพราะคิดว่าคนๆนั้น หรือพรรคนั้น จะสามารถทำให้ชีวิตเราสุขสบายมากขึ้นใช่ไหมล่ะ แล้วแบบนี้ถือว่า
เหมือนกับประชานิยมไหม คนเราย่อมมีสิทธิที่จะเลือก ได้เท่าๆกันว่าไหมล่ะ

อย่างที่รู้ๆมาว่า "ประชาธิปไตย คือการออกเสียงของคนส่วนใหญ่" น่าจะหมายถึง คนในประเทศนั้นๆทุกคน น่าจะมีสิทธิ์ในการออกเสียงเลือกผู้แทนเท่าๆกัน ทุกๆคนที่เลือก ผู้นำ ก็หวังว่าผู้นำคนนั้นจะนำความสุข ความร่มเย็นมาให้ตนเอง กันทั้งนั้นแหละ กล่าวคือ ใครที่เค้าคิดว่าทำให้เค้ามีความสุขได้ เค้าก็เลือก ซึ่งก็คงเป็นโลจิคเดียวกัน ไม่ว่ารากหญ้า รากแก้ว รากฝอย

ถ้าเราบอกว่า โอ๊ย ไม่ไหวๆ แบบนี้ไม่แฟร์ บางคนการศึกษาก็ไม่มี บางคนงานการก็ไม่ทำ แล้วจะให้มันมาเลือกตั้งได้ไงว่ะ ผมถามว่าโดยพื้นฐานแล้ว มีใครอยากจะเป็นแบบนั้นไหม ถ้ามีโอกาสเค้าคงไม่อยากเป็นคนไม่มีการศึกษา เป็นคนไร้ค่าแบบนั้นหรอก แล้วเผอิญถ้าคนส่วนใหญ่ในประเทศเป็นคนแบบนี้ ก็หมายความว่าประเทศชาตินี้ เป็นของคนไม่มีการศึกษา คนไม่มีคุณค่า ดังนั้นชนชั้นกลางกับชนชั้นสูงย่อมจะเป็นที่เดือดเนื้อร้อนใจ ว่าเอ๊ะ กรูทำงานแทบตาย เสียภาษีมากต้องเอาไปแบ่งไอ้คนพวกนี้ทำไม ทำไมเราไม่เอาผู้นำที่มองเห็นและมุ่งเน้นจะรักษาผลประโยชนให้กับเรา ก็แสดงว่าต่างคนต่างก็มองว่าอยากได้ผู้นำที่เลือกเค้ามาแล้ว ต้องมารักษาผลประโยชน์ให้กับตัวเองกันทั้งนั้น จนบางทีเราก็ลืมคิดไปว่าไอ้กลุ่มนู้น กลุ่มนี้ กลุ่มไหนๆ มันก็คนไทยทั้งนั้น มีความเกี่ยวข้องกันไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ความคิดที่จะทำให้เกิดการแบ่งแยกของคนในชาตินั้นๆ ปกติประเทศอื่นๆ มักจะถูกแบ่งแยกด้วย ศาสนา เชื้อชาติ เป็นหลัก ซึ่งมันเป็นสิ่งที่มันติดตัวเรามา แทบจะเรียกได้ว่าตั้งแต่เกิดทีเดียว แต่ของบ้านเราตอนนี้กำลังจะถูกแบ่งแยกด้วยทัศนคติแตกต่างกัน และล่อแหลมเหลือเกินในประเด็นของความเป็นชนชั้นกลาง ชนชั้นมีการศึกษา กับ ชนชั้นรากหญ้า พอเถอะพยายามอย่าให้ความคิดแห่งความแตกแยกเหล่านี้แพร่ข