15 พฤษภาคม 2564, 12:55:00
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน [สมาชิกเก่าลืมรหัส โทร 081-7611760]
A A A A  ระเบียบปฎิบัติ
   
Languages    
  หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ปรึกษาหน่อยครับ เกี่ยวกับการ re-finance บ้าน  (อ่าน 7955 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
บ่าวหน่อ เมืองพลาญ
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2540
คณะ: วิศวกรรมศาสตร์
กระทู้: 490

เว็บไซต์
« เมื่อ: 04 มีนาคม 2553, 17:51:59 »

คือ ผมซื้อบ้านมานี่ก็ผ่อน จะ 3 ปีแล้ว เห็นยอดเงินที่ผ่อนบ้านแล้วอนาถใจ เพราะเงินต้น/ดอกเบี้ย มันช่างเศร้าใจเหลือเกิน ปล เงินที่ส่งไป ไปหักเิงินต้นแค่นิดเดียว เมื่อไหร่บ้านถึงจะเป็นของผมโดยสมบูรณ์แบบเสียที

จึงคิดหาวิธีการที่จะทำยังไงก็ได้ให้เงินต้นลงให้มากกว่านี้ เลยอยากปรึกษาว่า การ re-finance มีข้อดีข้อเสียยังไง และในการ re-finance นั้นผมต้องทำตัวอย่างไร เพื่อให้หนทางในการดำเนินการสะดวก Bank รายใหม่ ปล่อยกู้ง่ายๆ

      บันทึกการเข้า

RCU80 จงเจริญ
Pae
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,047

« ตอบ #1 เมื่อ: 04 มีนาคม 2553, 18:36:37 »

ลองติดต่อธนาคารเพื่อทำสัญญาใหม่ ให้ได้ดอกเบี้ยเหมือนคนกู้ใหม่ดู
อาจมีค่าใช้จ่ายบ้าง
แต่น่าจะถูกกว่า ย้ายธนาคารครับ
ถ้าย้ายธนาคารต้องมีค่าประเมิน ค่าจดจำนองใหม่
ยังไงธนาคารก็ไม่อยากให้ลูกค้าหนีหรอกครับ น่าจะคุยได้
      บันทึกการเข้า
yc
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 557

เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 04 มีนาคม 2553, 18:49:43 »

สวัสดีครับน้องบ่าวหน่อ

ก่อนจะแลกเปลี่ยนกันเรื่องที่่น้องถาม
ขอ บ่น..บ่น..บ่น...สักหน่อยก่อนครับ

จำได้ว่า ตอนที่ผมจบใหม่ๆ(ราว2528..จบช้า..นะครับ)  การผ่อนบ้าน เขาให้กู้กัน 10 ปี ถ้ามากหน่อยก็ 15 ปี
ทั้งที่อัตราดอกเบี้ยผ่อนบ้านสูงกว่าปัจจุบัน2-3เท่า
แต่ที่ผ่อนกันได้เร็วก็เพราะ ราคาบ้านยังไม่สูงแบบปัจจุบัน และรายได้สูงกว่าปัจจุบัน
(คำว่าสูงนี้ เราไม่ควรมองแต่ตัวเงินบนคุณภาพบ้านที่เท่ากัน แต่ต้องเทียบกับรายได้เฉลี่ยทั่วไปของคนทำงานปกติ)
ทั้งนี้เพราะ ความพิกลพิการ ของระบบการจัดการด้านการเงินของประเทศ  และ ความสามารถในการจัดการประเทศเพื่อรักษาความมั่งคั่ง
ทำให้เราต้องเข้าสู่ยุค ดอกเบี้ยถูก แต่ผ่อนไม่รู้จบ
ส่งผลให้ คนรุ่น ปัจจุบัน ต้องแบก "ภาระ" ไว้ จนมองทางหลุดพ้นไม่ค่อยเห็น
(ผม ยังไม่อยาก บ่นเรื่อง ความร่วมมือ ระหว่างสถาบันการเงิน กับ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์..)

..........................................................

มาเรื่่อง การจัดการภาระบ้านและรีไฟแนนซ์ ครับ
ผมว่า น้องบ่าวหน่อ ต้องดูไปที่อัตราดอกเบี้ย เป็นตัวตัดสินใจครับ
ถ้าอัตราดอกเบี้ยไม่สูงกว่าที่ใหม่ อยากหมดเร็ว ก็เพิ่มการชำระเงินต้นเข้าไปเยอะๆ
เงินต้น ลดมากๆ ดอกเบี้ยก็น้่อยลง แล้ว เงินที่ผ่อน ก็จะกลายเป็น เงินต้นมากกว่าดอกเบี้ยครับ

แต่ถ้าดอกเบี้ยที่มีอยู่สูงกว่า
ก็ต้องพิจารณาว่า คุ้มไหม เพราะ การรีไฟแนนซ์ ธนาคารเดิมอาจมีเงื่อนไขเบี้ยปรับ
การกู้แบงค์ใหม่ ก็ต้องจำนองใหม่ เสียค่าธรรมเนียมให้รัฐอีกหลาย..ต้องพิจารณาดูครับ


ทนสู้ต่อไปนะครับ เพื่อนร่วมเดินทางมีมากมายครับ

............................

น่าจะลองทำตามข้อแนะนำของน้องเป้ ดูก่อนนะครับ
 
      บันทึกการเข้า
บ่าวหน่อ เมืองพลาญ
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2540
คณะ: วิศวกรรมศาสตร์
กระทู้: 490

เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 05 มีนาคม 2553, 09:26:42 »

ขอบคุณมากครับพี่ทั้งสอง

ผมเห็นมีหลาย Bank เข้ามาเสนอครับ เขาบอกว่าฟรีค่าจดจำนอง ฟรีค่าประเมิณราคา
ฺBankเดิม มีเงือนไขว่า ผ่านไป 3 ปี ถึงจะไม่คิดเบี้ยปรับ ตอนนี้ก็จะถึงเวลาที่กำหนดแล้ว พี่ทั้งสองว่ายังไงครับ

ถามเพิ่มเติม เห็นหลายๆ Bank ส่วนใหญ่นะครับ ช่วง 3 ปีแรก ดอกเบี้ยโคตรจูงใจในการที่จะ Re ครับ
หากผมจะ Re ทุกๆ 3 ปี จะน่าเกลียดไหม ที่ผมคิดแบบนี้เพราะผมคิดว่า ประโยชน์อยู่ที่ตัวผมครับ และไม่ได้ทำให้รัฐเสียหายแต่อย่างใด
      บันทึกการเข้า

RCU80 จงเจริญ
Pae
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,047

« ตอบ #4 เมื่อ: 05 มีนาคม 2553, 11:39:47 »

ไ่ม่ทราบน้องบ่าว รองทำตารางเปรียบเทียบรึยัง ลองทำไปจนเราผ่อนหมดเลยในแต่ละอัตราดอกเบี้ย
ถ้าประหยัดดอกเบี้ยเยอะกว่าแบบมีนัยสำึัคัญ ก็ refinance ไปเลยครับ เป็นสิทธิของเราที่จะทำได้
แต่ถ้าแตกต่างกันไม่มาก กัดฟันโปะให้เยอะหน่อย แบบนี่ พี่ยังชินแนะนำ ก็น่าสนใจ

เรื่อง refinance ไปธนาคารใหม่ทุกสามปี ผมไม่เคยทำครับ เคยแต่ ไปขอเข้า fix rate ใหม่ กับธนาึคารเดิม (แบบนี้ไม่รู้เรียก refinance ด้วยเปล่า)

เดี๋ยวนี้ ไม่ค่อยเห็น fix rate 3 ปีแล้วนะครับ เกือบทุกธนาคารจะใช้แบบ MLR- เพราะเขาต้องการลดความเสี่ยงความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย
      บันทึกการเข้า
rung88
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 318

« ตอบ #5 เมื่อ: 29 พฤษภาคม 2553, 01:35:14 »

ไม่ทราบว่าผ่อนกีี่ปีครับ ลองยืดเวลาผ่อนดู ระยะเวลาผ่อน=60-อายุ
เรื่องเบี้ยค่ารีไฟแนนซ์ก็ลองมาเทียบดูว่าดอกเบี้ยใหม่ที่เราต้องเสีย คุ้มค่ากับค่ารีไฟแนนซ์มั้ย ลองหาคนค้ำประกันใหม่ที่มีเงินเดือนสูงๆดูครับ เพราะเป็นการลดความเสี่ยงให้ธนาคาร ต่อรองดอกเบี้ยปีแรกๆเป็นfixed rateต่ำๆแล้วโป๊ะให้เยอะที่สุด(fixed rateได้ไม่เกิน5ปีมั้งครับ ขอดอกสัก3%อย่าให้ถึง5%) ดอกลอยตัวก็ขอเป็นแบบลูกค้าชั้นดี-1% ส่วนการรีไฟแนนซ์ทุก3ปีผมว่าไม่คุ้ม ควรรีช่วงที่ดอกเบี้ยต่ำๆเพื่อให้เราได้ดอกเบี้ยคงที่ช่วงปีแรกๆ
      บันทึกการเข้า
  หน้า: [1]   ขึ้นบน
  
กระโดดไป:  

     

ทำไมหอพักนิสิตจุฬาจึงเป็นดินแดนมหัศจรรย์            " ไม่ได้เป็นแค่หอให้นอนพัก  แต่เป็นบ้านอบอุ่นรักให้อาศัย  ไม่เป็นแค่ที่ซุกหัวยามหลบภัย  แต่สร้างใจให้เข้มแข็งแกร่งการงาน"  <))))><