|
ตุ๋ย 22
|
 |
« ตอบ #25 เมื่อ: 05 ตุลาคม 2552, 20:59:22 » |
|
สวัสดีครับพี่แก้ว
|
น้ำใจน้องพี่สีชมพู ไม่เสื่อมคลายหายไปจากหัวใจ
|
|
|
|
khesorn mueller
|
 |
« ตอบ #26 เมื่อ: 06 ตุลาคม 2552, 00:42:26 » |
|
พี่ปรีชาที่เคารพ, แวะมาด้อมพี่ทุกวัน... ติ๊กไว้แล้วคะวันไหนพี่ไม่เข้า
ทาเลิ่งงงงงง nn.27
|
|
|
|
|
Preecha2510
Cmadong Member

ออฟไลน์
รุ่น: rcu2510
กระทู้: 605
|
 |
« ตอบ #27 เมื่อ: 06 ตุลาคม 2552, 16:16:41 » |
|
สวัสดีครับครูตุ๋ย 22 ขอบคุณที่เข้ามาทักทาย ยินดีที่ได้รู้จักครูตุ๋ย ที่จริงผมก็ได้ติดตามอ่านที่ครูตุ๋ยเข้า ไปพูดคุยในห้องต่างๆมานานแล้ว(โดยเฉพาะในห้องเมียงูของน้องหะยี)แต่ก็ไม่เคยทักทายกัน ว่างคุยกับห้อง ต่างๆเมื่อใดก็ขอเชิญแวะเข้ามาคุยในห้องนี้ได้ตลอดเวลาครับ
|
|
|
|
|
Preecha2510
Cmadong Member

ออฟไลน์
รุ่น: rcu2510
กระทู้: 605
|
 |
« ตอบ #28 เมื่อ: 06 ตุลาคม 2552, 16:49:38 » |
|
สวัสดีน้องหนิง บางช่วงเวลาที่หายไปไม่ได้เข้ามาคุยเกิดจากปัญหาเข้า web Internet ไม่ได้ เพราะ สัญญาณ wireless ที่ใช้อ่อนหรือหายไปเป็นช่วงๆ และปัญหาการพิมพ์ก็พิมพ์ได้ช้าเพราะพิมพ์ระบบจิ้มแป้น นิ้วเดียว บางครั้งอุตส่าห์พิมพ์ตอบกระทู้จนเสร็จพอจะโพสต์ส่งหายไปเฉยเลยทั้งหมดต้องพิมพ์ใหม่ แต่อย่าง ไรก็ดีว่างเมื่อใดก็พยายามเปิดดู web cmadong และพูดคุยกับน้องทุกคนที่แวะเข้ามาทักทายครับ
|
|
|
|
|
|
suriya2513
|
 |
« ตอบ #29 เมื่อ: 06 ตุลาคม 2552, 17:00:01 » |
|
มีพี่ที่หอชายอยู่คนหนึ่ง (ควรจะเป็นรุ่นหลังพี่แก้ว) จำไม่ได้ว่าพี่ศิตชัยหรือเปล่า (มันนานมากแล้ว) ทราบว่าตอนนั้นแกเป็นแชมป์ประเทศไทยการแข่งขันพิมพ์ดีดเร็ว
|
|
|
|
|
|
ตุ๋ย 22
|
 |
« ตอบ #30 เมื่อ: 06 ตุลาคม 2552, 20:27:23 » |
|
|
น้ำใจน้องพี่สีชมพู ไม่เสื่อมคลายหายไปจากหัวใจ
|
|
|
|
swsm
|
 |
« ตอบ #31 เมื่อ: 06 ตุลาคม 2552, 20:59:46 » |
|
นั่งทำงานแล้วสะดุ้งตลอดทั้งวัน .. ตะหงิด ๆ ๆ ว่าน่าจะมีคนพูดถึง
เพิ่งจะร้องอ๋อ .. ก็เมื่อมาอ่านข้อความในห้องพี่แก้วนี่เอง
สวัสดีค่ะพี่แก้ว และพี่น้อง 
|
.. don't play with me, cos I know how to play it too .. may be better than you do ..
|
|
|
|
swsm
|
 |
« ตอบ #32 เมื่อ: 06 ตุลาคม 2552, 21:01:43 » |
|
เย็นนี้ไปทานข้าวกับเพื่อนแบบไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า คุยกันถึงเรื่องราวมากมาย .. และดีใจที่ได้ช่วยแบ่งเบาความทุกข์ของเพื่อน
That's what friends are for 
|
.. don't play with me, cos I know how to play it too .. may be better than you do ..
|
|
|
|
|
|
swsm
|
 |
« ตอบ #34 เมื่อ: 07 ตุลาคม 2552, 16:47:38 » |
|
ยู้ฮู .. พี่แก้วไปไหนเนี่ย ??
|
.. don't play with me, cos I know how to play it too .. may be better than you do ..
|
|
|
|
ตุ๋ย 22
|
 |
« ตอบ #35 เมื่อ: 07 ตุลาคม 2552, 20:39:23 » |
|
หวัดีครับพี่แก้ว วันนี้มาอยู่เป็นเพื่อนครับ
|
น้ำใจน้องพี่สีชมพู ไม่เสื่อมคลายหายไปจากหัวใจ
|
|
|
udom22
Cmadong Member

ออฟไลน์
รุ่น: rcu2522
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 257
|
 |
« ตอบ #36 เมื่อ: 07 ตุลาคม 2552, 21:19:10 » |
|
สวัสดีครับพี่รุ่น 10 เข้าห้องไหน ก็เจอตุ๋ย กับหนิง ครบทุกห้องหรือยัง
|
udom
|
|
|
|
khesorn mueller
|
 |
« ตอบ #37 เมื่อ: 07 ตุลาคม 2552, 21:31:39 » |
|
ยังคะ! แต่แผน take all over...ยังไม่จบ เดี๋ยว เหลียวซ้ายแลขวาก่อน พี่ปรีชามารึยัง..ทะลึ่งมากๆไม่ดีนะหนุ้งหนิ้งง
|
|
|
|
|
|
เป๋ครับ!!
|
 |
« ตอบ #38 เมื่อ: 11 ตุลาคม 2552, 14:32:03 » |
|
สวัสดี พี่ๆ ทุกท่าน สวัสดี หนิงครับ
2510 เป็นปีที่ผมเกิดพอดี เป๋ 27
|
สวัสดีครับพี่น้อง
|
|
|
Preecha2510
Cmadong Member

ออฟไลน์
รุ่น: rcu2510
กระทู้: 605
|
 |
« ตอบ #39 เมื่อ: 12 ตุลาคม 2552, 22:30:24 » |
|
สวัสดี ป๋อง น้องหะยี น้องหนิง ครูตุ๋ยและน้อง cmadong ทุกคนที่อุตส่าห์แวะเข้ามาทักทายเพื่อไม่ให้ห้องนี้ เงียบเหงา ที่ผมหายไปหลายวันเพราะระบบสัญญาญเครือข่าย internet ไร้สายที่ให้บริการฟรีในเขตที่ผมพักขัดข้อง บ่อย เข้าตำราที่ภาษาอังกฤษแบบสเนคๆ ฟิชๆ กล่าวว่า Free things not good, Good things not free.อะไรทำนอง นั้น ตามประสา สว. ในวัยที่จัดอยู่ในจำพวก Nostalgia คือพวกที่ถวิลหา,คิดถึงอดีตที่ผ่านมา พอมีเวลาว่างก็นั่งทบ ทวนเรื่องต่างๆที่ผ่านมาในชีวิต มีอยู่เรืองหนึ่งเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและยังคงจำได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เลยอยากจะ เล่าสู่กันฟังในห้องนี้ เรื่องที่จะเล่าเป็นเรืองที่เกิดขึันในช่วงแรกๆของชีวิตการทำงาน คือเรื่อง "ไปดักจับเสือ" หลายคน อาจจะแปลกใจว่าเรียนจบจากคณะบัญชีแต่ดันไปอุตริออกไปดักจับเสือได้อย่างไร เรื่องของเรื่องมันมีดังนี้ครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2518 (35 ปีที่ผ่านมาแล้ว) ระหว่างที่ผมทำหน้าที่เป็นผู้จัดการที่สถานตากอา กาศเขาใหญ่ ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสังกัดองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(อสท.)ที่ปัจจุบันคือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สถานตากอากาศแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2504(ยุบเลิกกิจการและโอนสถาน ที่ให้กรมอุทยานฯไปเมื่อปี พ.ศ.2528)โดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้สั่งให้ก่อสร้างเพื่อจุดประสงค์เป็นที่พักผ่อนและเป็น ที่ประชุม ครม.สัญจรในสมัยนั้น ต่อมาได้โอนมาให้ อสท.ดำเนินการดูแลและเปิดดำเนินกิจการบริการประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นตัวอย่างนำร่องการลงทุนในธุรกิจบริการที่พักในสถานที่ท่องเที่ยว(Resort Hotel) ที่ขณะนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักของนัก ลงทุน ช่วงหน้าแล้งต้นปี 2518 ปีนั้นอากาศแห้งแล้งมากบรรดาสัตว์กินหญ้าเช่น เก้ง กวาง ต่างก็เข้ามาหาหญ้าและนํ้า ที่มีอย่างอุดมสมบูรณ์บริเวณอาณาเขตสถานตากอากาศจำนวนมาก ปรากฎว่ามีเสือลายพาดกลอนขนาดใหญ่มากตัวหนึ่ง ติดตามสัตว์เหล่านี้เข้ามา ตามปกติในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นี้พวกเราที่ทำงานที่นี้ก็พบเสือโดยบังเอิญอยู่บ่อยๆ แต่ก็ เป็นลักษณะต่างคนต่างอยู่ไม่รบกวนกัน และเสือโดยธรรมชาติก็เป็นสัตว์ที่กลัวมนุษย์มันจะหลีกเลี่ยงไม่กล้าเผชิญหน้า มนุษย์ แต่ปรากฎว่าเสือตัวนี้ค่อนข้างแตกต่างจากตัวอื่นๆ มันมีลักษณะก้าวร้าว ไม่กลัวคน แรกๆมันปรากฎตัวลับๆล่อๆให้ เห็นโดยมาเดินป้วนเปี้ยนให้เห็นบริเวณรอบบังกาโลและบ้านพักพนักงาน ต่อมาเมื่อมันเริ่มคุ้นเคยกับสถานที่และคน คราว นี้มันก็ปรากฏตัวและส่งเสียงร้องแสดงอำนาจให้ได้ยินกันบ่อยๆ ครั้งที่สร้างความตกใจและหวาดกลัวให้กับพนักงานมากเกิด ขึ้นในตอนเย็นไกล้พลบคํ่าวันหนึ่ง ขณะที่พนักงานกลุ่มหนึ่งนั่งพักผ่อนคุยกันหลังเลิกงานปรากฎว่าจู่ๆมีเก้งตัวหนึ่งวิ่งฝ่า เข้ามาในบริเวณที่พนักงานนั่งอยู่ ต่อจากนั้นก็มีเสือตัววิ่งไล่ตามเก้งตัวนั้นมาทุกคนต่างตกใจและวิ่งหนีกันโกลาหล นับ ตั้งแต่วันนั้นพนักงานทุกคนต่างตกอยู่ในสภาพขวัญเสียหวาดกลัว บรรยากาศและขวัญการทำงานตกตํ่า ไม่มีใครกล้าเดิน คนเดียว ต้องเดินเกาะกันเป็นกลุ่ม ผมเองก็ตกอยู่ในสภาพหวาดกลัวไม่ต่างไปจากลูกน้องเช่นกัน เพราะไปพบรอยตีนเสือ ที่บริเวณหลังบ้านพักของผม(ผมพักคนเดียวเป็นบังกาโลชั้นเดียวตั้งโดดเดี่ยวอยู่ห่างจากบ้านพักพนักงานประมาณ 400 เมตร) จะเข้าจะออกจากบ้านแต่ละครั้งก็ต้องเหลียวซ้ายแลขวาก่อนตลอดเวลา เมื่อเข้าบ้านแล้วก็ต้องปิดประตูหน้าต่าง ลงกลอนอย่างแน่นหนา เรื่องเสือเข้ามารบกวนนี้ผมเคยแจ้งให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ดูแลอุทยานให้ทราบไปแล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีการช่วย เหลือแต่อย่างใดเพียงแต่ส่งพนักงานมาดูร่องรอยเสือแล้วก็กลับไป ผมได้ทำบันทึกรายงานไปยัง อสท.ส่วนกลางที่กรุงเทพฯให้ทราบปัญหาที่เกิดขึ้นและขอหารือแก้ปัญหา ก็ได้รับคำสั่งลงมาว่าให้ดำเนินการทุกอย่างได้ตามความเหมาะสม แต่อย่าให้ผิด พรบ.อุทยานฯ ผมจึงได้เรียกพนักงานอาวุโสระดับหัวหน้างาน 4 -5 คน และตำรวจที่มาประจำการ รปภ.อีก 2 คนมาประชุม ตำรวจเสนอขอใช้อาวุธปืนยาวประจำตัวดักซุ่มยิง ผมไม่เห็นด้วยเพราะผิด พรบ.และอาจเป็นเรื่องราวใหญ่โต ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่าควรหาทางจับเป็นเสือโดยใช้กรงดัก ถ้าจับได้ก็จะนำไปส่งให้ป่าไม้หรือนำไปปล่อยที่ไกลๆออกไป เช่นที่ตีนเขาใหญ่ โดยมีผมเป็นหัวทีมจำเป็นในการจับเสือครั้งนี้ ได้วางแผนและแบ่งหน้าที่เช่นให้แผนกช่างสร้างกรงดัก ให้เสร็จด่วนภาย 2 วัน, ส่งคนไปที่สุขาภิบาล อ.ปากช่องไปขอหมาจรจัดที่จับไว้ให้เลือกเอาตัวที่ดุๆเห่าเก่งๆมา 2 ตัว, ส่ง ทีมไปสำรวจเส้นทางที่เสือเดินเข้าออกประจำเพื่อหาสถานที่วางกรงดักโดยมีตำรวจพร้อมอาวุธไปด้วย ให้พนักงานทุกคน ที่ไม่จำเป็นต้องออกไปใหนให้อยู่แต่ในที่พัก และแล้ววัน D-Day ของการจับเสือก็เริ่มขึ้นใน 2 วันต่อมา วันนี้ขอเล่าเพียงเท่านี่ก่อนไม่รู้อ่านกันแล้วเบื่อหรือเปล่า นั่งพิมม์แต่ละบรรทัดพิมม์ได้ช้ามากเพราะจิ้มพิมม์ นิ้วเดียวไว้พรุ่งนี้ถ้ามีเวลาจะมาเล่าต่อ
|
|
|
|
|
|
khesorn mueller
|
 |
« ตอบ #40 เมื่อ: 12 ตุลาคม 2552, 22:34:29 » |
|
ตอกบัตรคะว่ามาสวัสดีพี่ปรีชาแล้ว ยังไม่ได้อ่านเลยคะ ขออ่านเลย
nn.27
|
|
|
|
|
|
swsm
|
 |
« ตอบ #41 เมื่อ: 12 ตุลาคม 2552, 22:40:25 » |
|
สวัสดีค่ะ พี่แก้ว
อ่านเรื่องเสือของพี่แล้ว หะยีนึกถึงเพื่อนคนหนึ่งขึ้นมาทันที ประมาณปี 26 พวกเราไปเที่ยวเขาใหญ่ค่ะ ตอนนั้นเราเรียนอยู่ปี 4 แล้ว ไปเที่ยวกันกับเพื่อนต่างสถาบัน แต่เป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมด้วยกัน
พวกเรานั่งรถเที่ยวไปทั่วเขตอุทยาน ขากลับ เพื่อนคนหนึ่งขอเดินไปที่พักเอง นัยว่าจะเดินเล่นไปเรื่อย ๆ เห็นว่าระยะทางไม่ไกลนัก พวกเราก็ไม่ได้ห้ามปรามกัน เวลานั้นกำลังโพล้เพล้ ยังไม่ถึงกับมืดค่ะ
|
.. don't play with me, cos I know how to play it too .. may be better than you do ..
|
|
|
|
swsm
|
 |
« ตอบ #42 เมื่อ: 12 ตุลาคม 2552, 22:43:26 » |
|
เรากลับมาถึงที่พัก เตรียมอาหารเสร็จ นั่งรอเพื่อนอยู่นานมาก ทำไมเพื่อนยังมาไม่ถึงบ้าน รอจนชักเอะใจ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ ในใจคิดว่าเพื่อนคงหลงทาง กลับที่พักไม่ถูก
เจ้าหน้าที่ใช้เวลาติดตาม จนกระทั่งเที่ยงคืน จึงพบว่าเพื่อนถูกช้างป่าทำร้าย ดูจากสภาพร่างกาย เดาว่าถูกเอางวงยกร่างแล้วฟาดกับต้นไม้ รวมทั้งโดนกระทืบด้วย เพราะร่างกายฟกช้ำอย่างมาก และกระโหลกศีรษะยุบ เพื่อนอยู่ในอาการสาหัสมาก นอนหายใจรวยริน
เจ้าหน้าที่รีบพามาที่โรงพยาบาลปากช่อง และเสียชีวิตที่นั่นค่ะ
เศร้ามากเลย
|
.. don't play with me, cos I know how to play it too .. may be better than you do ..
|
|
|
|
เริง2520
|
 |
« ตอบ #43 เมื่อ: 13 ตุลาคม 2552, 14:51:28 » |
|
ประสบการณ์ที่เขาใหญ่ ก็ไปกับคณะ20 ประมาณ 5คน ไปพักบังกะโลของททท. และไปทานข้าวกันที่ โภชนาคาร ก่อนที่จะปิดกิจการ ค่ำแล้ว ผมเดินออกมาคนเดียวข้างบังกะโล ไม่เจอช้าง หรือเสือ แต่เจอกวาง 2 ต้ว ตาโตและตัวใหญ่มาก ตัวใหญ่กว่าที่นั่งรถส่องสัตว์และเห็นเล็มหญ้า ของดีอยู่ข้างที่พักเราเอง
|
|
|
|
|
|
yyswim
|
 |
« ตอบ #44 เมื่อ: 14 ตุลาคม 2552, 09:49:00 » |
|
แก้ว... ผมอ่านเรื่องเสือจบแล้วครับ จะรออ่านตอนต่อว่า
ตกลงจับได้หรือเปล่า ผมยังไม่เคยไปนอนค้างที่เขาใหญ่เลยครับ
|
|
|
|
Preecha2510
Cmadong Member

ออฟไลน์
รุ่น: rcu2510
กระทู้: 605
|
 |
« ตอบ #45 เมื่อ: 14 ตุลาคม 2552, 15:14:07 » |
|
สวัสดี นภดล,น้องเริง 20,น้องหะยี,น้องหนิง ขอเล่าเรื่องจับเสือต่อให้จบ แล้ววัน D-Day ของคณะจับเสือจำเป็นก็เรื่มขึ้น กรงดักขนาด ประมาณ 1.2 ม.x 1.00 มx3.00 ม.เสร็จเรียบร้อย ลูกกรงทำจากไม้ไผ่ ด้านในสุดของกรงมีห้องขนาดเล็กกั้นลูกกรงขังหมา 2 ตัวเป็นเหยื่อล่อเสือ ด้านหน้าเป็นประตูปิดเปิดเลื่อนขึ้นลงมีสลักกล เมื่อเสือมุดเข้ามากินเหยื่อแล้วเหยียบแผ่นไม้ที่ขัดสลักไว้ประตูด้าน หน้าจะหล่นปิดขังเสือไว้ทันที ผมได้ระดมคนช่วยกันแบกกรงไปใว้ที่บริเวณสำรวจที่พบรอยตีนเสือเดินเข้าออกบ่อยๆ ทดลองปลดสลัก ปิดเปิดประตูจนแน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วคณะจับเสือจำเป็นก็ยกขบวนกลับ พอพวกเราคล้อยหลังกลับไปหมา 2 ตัวที่ขังไว้ก็เริ่มทะเลาะกัดกันเสียงดังลั่นได้ยินมาถึงวงสุราที่พวกเราตั้งวงฉลองรอผลการดักเสือ (จับได้หรือไม่ได้ยังไม่รู้ขอกินก่อน) เสียงทะเลาะกัดกันไปเงียบลงเมื่อหลังเที่ยงคืนไปแล้วเมื่อมีเสียงคำรามของเสือดังแว่วมา รุ่งสว่างพวก เรารีบไปที่กรงดักฯ ผลปรากฎว่าเสือไม่เข้ากรงมีแต่รอยตีนใหม่ๆของเสือเดินวนเวียนในระยะห่างๆ แสดงว่ามันคงมาด้อมมองระแวงภัยตาม สัณชาตญาณของมัน หมา 2 ตัวมีท่าทางตี่นกลัวสงบเงียบผิดกับเมื่อวาน ในคืนที่สองพนักงานที่เข้าเวรได้มาปลุกผมตอนก่อนสว่างบอก ว่าได้ยินเสียงกระโชกคำรามดังมาจากทิศทางที่วางกรงคิดว่าเสือน่าจะติดกับแล้ว ขณะนี้มีพนักงานอีก 20 กว่าคนรวมตัวกันรอผมที่จะ เข้าไปดูพร้อมกันตอนฟ้าสว่าง พวกเราเฮโลเดินเข้าไปพร้อมกับตีปี๊บ ตีเกราะเคาะไม้ส่งเสียงดังเป็นเพื่อนลั่นป่า ขนาดที่ว่าต่อให้มีช้างสักโขลงอยู่ข้างหน้าก็คงเผ่น หนีพอไปถึงที่เห็นข้างหน้าทำให้พวกเราดีใจมากที่เห็นเสือติดอยู่ในกรง แต่พอเสือมันเห็นพวกเราเข้าไปไกล้เท่านั้นมันแสดงอาการโกรธจัด ขู่คำราม ดิ้นรน อาละวาดอย่างรุนแรงจนกรงสั่นสท้านทำให้ทุกคนตกใจรีบถอยหลังหนี และยิ่งเห็นกรงพลิกตะแคงควํ่าคล้ายกำลังจะแตก ต่างคนต่างแข่งกันวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต มายืนหอบลิ้นห้อยตั้งหลักกันที่นอกราวป่าจนขวัญกลับคืนมาก็รวมพลพากันเข้าไปดูอีกครั้ง ภาพที่เห็นกรงดักพลิกตะแคงลูกกรงที่ทำด้วยไม้ไผ่ขนาดท่อนแขนหัก 2-3 ซี่เป็นช่องให้เสือหลุดลอดไปได้ สรุปข้อผิดพลาดครั้งนี้เกิด จากการสร้างกรงใหญ่เกินไปทำให้มีที่ว่างที่เสือขยับตัวดิ้นได้ และเราประเมินพละกำลังของเสือตํ่าไปจึงสร้างกรงที่ไม่แข็งแรงพอ อย่างไรก็ดีมันก็ได้รับบทเรียนและรับรู้ว่ามันก็เป็นฝ่ายถูกล่าได้เช่นเดียวกัน มันจึงเงียบหายไปโดยไม่โผล่มาเพ่นพล่านเป็นนักเลงโต ให้เห็นแบบเดิม หลังเสือตัวนี้เงียบหายไปเกือบสองเดือน วันหนึ่งก็มีนายทหารจากศูนย์ควบคุมและรักษาความปลอดภัยทางอากาศ(ศคร.) มาขอพบผม(ศคร.เป็นกองทหารอากาศควบคุมดูแลเรด้าร์ ตั้งอยู่ที่ยอดเขาเขียวในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่อยู่ห่างจาก อสท. ประมาณ 12 กม).และขอเชิญขึ้นไปดูทรากเสือว่าใช่เป็นตัวเดียวกันกับที่มาอาละวาดที่ อสท.เมื่อสองเดือนก่อนหรือไม่ โดยได้เเล่าว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หมาที่ ศคร.เลี้ยงไว้เฝ้ายามได้หายไป 2 ตัวและมีร่องรอยตีนเสืออยู่ที่รืมรั้ว แต่เหตุร้ายเกิดเมื่อ 3 วันที่แล้วขณะที่ ทหารที่ออกเวรนั่ง, นอนพักผ่อนอยู่บนเตียงในโรงเรือนนอน(โรงเรือนนอนวางเตียงเป็นแถวเรียงกัน 2 ฟาก มีทางเดินตรงกลาง) ได้เห็น
หมาที่เลี้ยงไว้ตกใจวิ่งหนีเข้ามาในโรงเรือนนอน และที่วิ่งตามติดๆมาเป็นเสือโคร่งขนาดใหญ่ตามเข้าตบฟัดกัดลากหมาเดินออกไป ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่ตกตะลึง ผู้บังคับการ ศคร.จึงได้สั่งการจัดชุดซุ่มยิงเสือตัวนี้เพราะคาดว่ามันจะต้องเข้ามาอีก และเมื่อ คืนมันก็เข้ามาตามคาดจึงถูกชุดซุ่มยิงที่เตรียมไว้ยิงตาย ผมและคณะฯได้รีบไปตามคำเชิญโดยไม่รอช้า เมื่อพวกเราไปถึง ผบ.ศคร ก็พาไปยังจุดที่เสือถูกยิงตาย สภาพของทรากถูกยิงด้วยปืนกลหลายนัด หัวถูกเลาะหนังหน้าผาก (ถูกทหารเลาะเอาไปทำเครื่องลาง)ออก อุ้งตีนทั้ง 4 และหางถูกตัด ไส้และเลือดทะลักออกมากองใหญ่ สิ้นสภาพไม่มีศักดิ์ศรีความเป็น เจ้าป่าเหลืออยู่เลยก่อนกลับ ผบ. ศคร.ขอเชิญร่วมรับประทานอาหารเพื่อเป็นการเลี้ยงฉลองการกำจัดเสือได้ อาหารมื้อนั้นจึงมีเมนู ที่ปรุงประกอบเป็นอาหารพิเศษที่ผมไม่เคยกินมาก่อนและยังจำรายการอาหารมื้อนั้นได้ เช่น ลาบเสือ ผัดเผ็ดเสือเครื่องแกงใส่กัญชา ต้มยำแซ๊บเสือ เสือร้องไห้(เสือมันคงร้องให้จริงๆถ้ามันรู้ว่าเนื้อมันถูกคนกิน)ฯลฯ ผมกลับลงมาจากเขาเขียวนำความมาบอกและยืนยัน กับพนักงานลูกน้องผมว่าเสือตัวที่มารบกวนพวกเรานั้นมันตายแล้ว พวกเราดีใจขวัญกลับคืนมาและแน่นอนต้องเลี้ยงฉลองกัน(ตาม สไตล์คนไทยที่เวลาดีใจก็เมา เสียใจก็เมา แม้แต่เวลากลัวก็ยังเมา) จนแทบจะทำงานกันไม่ไหวในวันรุ่งขึ้น
หมายเหตุ หลังจากที่ทำงานครบเทอมที่เขาใหญ่ถึงกลางปี พศ.2520 ผมได้ย้ายมาเป็น ผจก. ที่ รร. อสท บางแสน ประมาณ ปลายปี พศ.2521 ก็ได้ทราบข่าวจากลูกน้องเก่าแจ้งมาว่าได้มีเสืออีกตัวหนึ่งลอบเข้าไปกัดเด็กลูกเจ้าหน้าที่อุทยานเขาใหญ่ตายไป 1 คน และลูกจ้างอุทยานบาดเจ็บอีก 1 คน(มีเป็นข่าวลงใน นสพ.)ในที่บริเวณบ้านพักที่ทำการอุทยานฯ เสือตัวนี้ได้ถูกเจ้าหน้าที่ฯอุทยานยิง ตายทรากของมันถูกสต๊าฟแสดงไว้ ณ.ที่ทำการอุทยานเขาใหญ่ให้นักท่องเที่ยวชมจนถึงปัจจุบัน
|
|
|
|
|
|
khesorn mueller
|
 |
« ตอบ #46 เมื่อ: 14 ตุลาคม 2552, 15:33:30 » |
|
พี่ปรีชาที่เคารพ, เรื่องเล่าของพี่ตื่นเต้นมากคะ เมื่อหลายเดือนก่อน หนิงได้ชมdocumentation รายการคล้ายๆสารคดีที่โน่นเกี่ยวกับการเติบโต ของเมืองบอมเบย์ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองถ่ายหนัง ของอินเดีย"Bollywood"เค้าว่า เมองเติบโตรวดเร็ว คนมาก สัตว์น้อยใหญ่ถูกล่าไปกิน ไปขาย แต่ปัญหาที่น่ากลัวตามมาคือเสือเจ้าถิ่น ล่าสัตว์ไม่ได้ เปลี่ยนมาล่าคนแทน...เสือเบงกอล....ดุ-หิว มุ่งตรงไปที่ชาวบ้านยากจนต้องออกเดินขนนํ้าไกล เด็กๆ คนเลี้ยงวัว ที่ล่าง่ายกว่าวัวที่เป็นสัตว์ใหญ่. ทางการพยายามล่าเสือเหล่านี้ไปขัง ไปเข้าสวนสัตว์ หรือแม้แต่ให้ของขวัญแก่สวนสัตว์ในยุโรป.... แต่หาได้เร็วกว่าไม่ จับตัวนึงไป อีกตัวก็คุมถิ่น.. ล่ามนุษย์ต่อ....
น่าสะพรึงกลัวค่ะ
nn.
|
|
|
|
|
|
khesorn mueller
|
 |
« ตอบ #47 เมื่อ: 14 ตุลาคม 2552, 15:41:49 » |
|
เค้าไม่ยิงค่ะพี่ปรีชา ที่อินเดียยิงลูกดอกยาสลบชนิดแรง แล้วขนไปไว้ที่กรงใหญ่ รอการtransport ไปที่อื่นต่อ.... ความจริงเสือเป็นสัตว์อนุรักษ์นี่คะ..ห้ามฆ่า!
nn.(tigerlily)
|
|
|
|
|
Preecha2510
Cmadong Member

ออฟไลน์
รุ่น: rcu2510
กระทู้: 605
|
 |
« ตอบ #48 เมื่อ: 14 ตุลาคม 2552, 19:35:04 » |
|
สวัสดีน้องหนิง ที่น้องหนิงกล่าวถูกต้องครับ เขาใช้ลูกดอกยาสลบยิงเสือเมื่อต้องการขนย้ายมันไปที่อื่น เวลาไปยิงปืนลูกดอกฯถ้ามีทางขับรถเข้าไปเขาก็จะนั่งยิงบนรถ แต่ถ้าที่รถเข้าไม่ถึงจำเป็นต้องเดิน เข้าไปเขาก็จะต้องมีนายพรานถือปืนไรเฟิ้ลคอยคุ้มกันด้วย เพราะเมื่อเสือถูกยิงด้วยลูกดอกยาสลบ มันจะไม่สลบทันทีกว่าที่ยาสลบจะออกฤทธิ์ต้องใช้เวลาไม่ตํ่ากว่า 20 นาที ดังนั้นถ้าหากเสือเมื่อ ถูกลูกดอกแทนที่มันจะหนีแต่หากมันหันกลับมาโจมตีชาร์จใส่คนยิงลูกดอก พรานที่คุ้มกันก็จำเป็น ที่จะต้องยิงสังหารมันเพื่อป้องกันตัว การฆ่าเสือนั้นผิดกฎหมาย(พรบ.อุทยานแห่งชาติ) แต่ในกรณีที่เสือก้าวร้าวและมุ่งซุ่มโจม ตีโดยไม่กลัวเกรงคนในตอนกลางคืน การใช้ปืนลูกดอกยาสลบจะไม่สามารถหยุดมันได้ทันทีการใช้อาวุท สังหารมันจึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลียงได้ครับ(ต้องเป็นเจ้าหน้าที่เท่านั้นนะครับ คนธรรมดา อย่างเราๆท่านๆขืนไปยิงเสือเข้าไปไม่ว่าเหตุผลใดก็ตามมีสิทธิ์ติดคุกหัวโต)
|
|
|
|
|
|
เหยง 16
|
 |
« ตอบ #49 เมื่อ: 14 ตุลาคม 2552, 20:13:17 » |
|
สวัสดีครับพี่แก้ว
ผมเพิ่งประสานส่งเสบียงขึ้นรถไฟให้คณะทัวร์สุขภาพของ อจ.พินิจ-พี่ติ๋ว, พี่สิงห์ และน้องๆ รวม 5 คนครับ พี่สิงห์แจ้งให้ผมทราบช้าไปหน่อย ทำให้ไม่สามารถช่วยซื้อของส่งขึ้นรถไฟให้ครบตามจำนวนที่ต้องการ
รถไฟล่าไปกว่า 3 ขั่วโมงและแอร์ไม่เย็น ทำให้น้ำดื่มไม่พอ และไม่มีอาหารเย็นเสริฟบนรถ ด้วยเป็นรถด่วน ทำให้จอดเฉพาะสถานีหลักไม่เกิน 2-3 นาที ซึ่งทำอะไรไม่ได้ รวมทั้งไม่อนุญาตให้ขายของบนขบวนรถด่วน คาดว่ารถไฟจะเข้าถึงสถานีหัวลำโพงล่าไป 3 ชั่วโมงจากกำหนดเดิม
ขอบคุณครับสำหรับเรื่องเสือที่เล่าให้ฟัง ในโลกนี้ไม่มีอะไรเก่งกว่าคน..5 5 5 5 ยิ่งคนล่าคน..สนุกที่สุด..ฮิ ฮิ
|
|
|
|
|
|