21 เมษายน 2567, 02:57:16
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน [สมาชิกเก่าลืมรหัส โทร 081-7611760]
A A A A  ระเบียบปฎิบัติ
   
Languages    
  หน้า: 1 [2]  ทั้งหมด   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: คิดอย่างไร หากจะสอนเรื่องเพศศึกษาให้กับเด็กตั้งแต่อายุ 6 ปี  (อ่าน 18169 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
chaojom
มือใหม่หัดเมาท์
*


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 104

« ตอบ #25 เมื่อ: 17 กรกฎาคม 2553, 08:22:01 »

ขอบคุณพี่หมอสำเริง และน้องหนิงครับ

................................

เขียนกฎหมายให้ต้องรับเด็กท้องเรียนหนังสือ(แทนการให้หลักการกับผู้บริหารโรงเรียน) กับ
เขียนกฎหมายให้ การค้าประเวณี เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย

ผมว่าอย่างหลัง ยังมีประโยชน์ต่อสังคมมากกว่า
      บันทึกการเข้า
khesorn mueller
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2527
คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 71,885

« ตอบ #26 เมื่อ: 17 กรกฎาคม 2553, 15:24:56 »

เรื่อง..อย่างว่า
ยิ่งปิด...ก็เหมือนยิ่งเปิด!

สถานบริการ,ลูกค้าต่างชาติมาเที่ยว
ยิ่งกว่าดอกเห็ด...ที่บ้านเค้าเมืองเค้า
ต้องขึ้นทะเบียน ต้องจดบัญชีมีรายรับ
รายจ่าย..แต่ในความเป็นจริงก็ต้อง
ปกปิดมิดชิดไม่ให้ใครรู้ใครทราบ..แม้ครอบครัว
คนใกล้ชิด..เพราะอาชีพนี้ลึกๆยังขัดๆต่อมโนธรรม
มีครอบครัวไปก็ให้สามี-ลูกรู้ไม่ได้ เพื่อนฝูงรู้ไม่ได้
เป็นความลับของภูมิหลังความเป็นมา

ทำเป็นอาชีพ ก็ทำได้ไม่กี่ปี!
อาชีพนี้ทรุดโทรมรวดเร็ว..
30ขึ้นก็เป็นขาลงแล้ว..แต่ชีวิตหลัง
เลิกอาชีพต่างหากที่ยังต้องตระเตรียม
เพราะยาวนานกว่ามาก..หากนับอายุขัย.


สถานบริการที่ใช้ความบันเทิงอื่นๆบังหน้าในบ้านเรา
จึงrecruitเด็กหญิงที่เพิ่งรุ่น เพิ่งสาว..
ที่อ้างเหตุข้อเดียวไม่ว่า 50ปีก่อนหรือวันนี้
ยากจน...หาเงินส่งทางบ้าน..ส่งครอบครัว
ให้คนยอมรับความชอบธรรมของการมา
ประกอบอาชีพ แทนที่จะใช้เวลาไปศึกษา
เล่าเรียน สร้างตัวเองสำหรับอนาคต..
นักเที่ยวชายไทยก็จะได้ไม่รู้สึกผิด..เพราะ
เหมือนแลกเปลี่ยน ให้น้องๆเด็กๆมีทุนเรียน
มีเงินส่งพ่อแม่...ช่วยๆกัน พึ่งพากัน
คำว่าน้องๆ เด็กๆ อิหนู ฟังดูแล้ว
เอ็นดูมากกว่าตำหนิ!

สถานผู้ประกอบการ...เจ้าของ...นักลงทุน
มีภรรยา-ลูกสาว ประกอบอาชีพด้วยหรือไม่
อยากพนัน ฟันธงว่าไม่คะพี่เจ้าจอม!!
เค้าๆเหล่านั้นเกิดจะคิดได้ คิดดี มีจิตเมตตา
เมียผม ลูกผมต้องดูดี มีสตังส์ใช้..ไม่ต้องเหนื่อย
ให้เด็กๆลูกเค้า เมียคนอื่น สมัครใจทำงานดีกว่า
ไม่ได้เบียดเบียนใคร ...จริงด้วยค่ะมโนธรรมสำนึก
เบี่ยงเบนจริงๆแล้วคะ.
      บันทึกการเข้า


Samrotri2517
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


จะเป็นด้านที่1และ2ของ3เหลี่ยมฯ เพื่อให้เกิดด้านที่3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: รหัสเข้า 17 รุ่น 57
คณะ: แพทยศาสตร์ จุฬาฯรุ่น 30
กระทู้: 1,915

« ตอบ #27 เมื่อ: 11 สิงหาคม 2553, 21:59:13 »


ขอขอบคุณเวบ ThaiRecent วันพุธที่ 11/08/2553 เอื้อเฟื้อข่าว
http://thairecent.com/First/2010/697175/

พิพิธภัณฑ์ทางเพศแห่งแรกของเอเชียอ้างให้เด็กได้เรียนรู้



 ไทยเปิด "พิพิธภัณฑ์เซ็กซ์" หรือพิพิธภัณฑ์สุขภาวะทางเพศแห่งแรกในเอเชีย
ใช้องค์การพิพิธภัณฑ์ทางวิทยาศาสตร์  แบ่งโซนให้เด็กไปดูโชว์อวัยวะ-อุปกรณ์ให้
คนไทยมีความรู้เรื่องเพศศึกษามากขึ้น ชี้เพศสัมพันธ์ เป็นส่วนหนึ่งของวิทยาศาสตร์



"จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" รมว.สาธารณสุข แฉแต่ละวันมีแม่ที่เป็นเด็กหญิงท้องถึงวันละ 262 คน
เผยปัญหายอดฮิตที่ผู้ปกครองไม่กล้าตอบคือเรื่องเพศสัมพันธ์ พรหมจรรย์ และรสนิยมทางเพศ

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รังสิต คลอง 5 จ.ปทุมธานี มีพิธีเปิด

พิพิธภัณฑ์สุขภาวะทางเพศ Healthy Sexuality: Story of Love

ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์สุขภาวะทางเพศแห่งแรกในเอเชีย เพื่อสร้างความตระหนักเรื่อง
สุขภาวะทางเพศแก่เยาวชนโดยการเรียนรู้ตามอัธยาศัย

โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การยูเนสโก มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข เป็นประธาน
บรรยากาศในการเปิดพิพิธภัณฑ์ ได้มีการแจกถุงยางอนามัยและกระจกสำรวจจิ๋มให้กับผู้มาร่วมงาน

ขณะที่ภายในพิพิธภัณฑ์ได้มีการนำอุปกรณ์เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์มาจัดแสดง อาทิ อวัยวะเพศเทียม
องคชาต ช่องคลอด ตุ๊กตายางวัดพลังกอดเพื่อสื่อถึงความสัมพันธ์ การสาธิตการสวมถุงยางอนามัย

นายจุรินทร์กล่าวว่า จากผลการสำรวจเด็กอายุ 9-11 ปี รวม 2,600 คน พบว่า
เด็กปรึกษาเรื่องเพศกับเพื่อนร้อยละ 51 ปรึกษาพ่อแม่ร้อยละ 14 และปรึกษากับแฟนร้อยละ 10

เลยน่าเป็นห่วงว่า หากปรึกษากับเพื่อนหรือแฟนก็อาจได้คำตอบที่ไม่ถูกต้อง
ทั้งนี้ เด็กและเยาวชนร้อยละ 65 ไม่ทราบวิธีคุมกำเนิด ร้อยละ 64 ไม่รู้การป้องกัน

ดังนั้น สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ ปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร หรือแม่ที่เป็นเด็กหญิง
เฉลี่ยถึงวันละ 262 คน ขณะที่ข้อมูลของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ก.มหาดไทย
พบว่า จำนวนแม่วัยใสที่ไปแจ้งเกิดบุตรตนเองมีจำนวนสูงสุดในปี 2550 คือ 108,496 คน และ

ในปี 2551 ลดลงเหลือ 95,747 คน ซึ่งถือว่ามีจำนวนสูงมาก เพราะการให้ความรู้เรื่องเพศยังเป็นสิ่ง
ที่ปิดในสังคมไทยรวมถึงผู้ปกครองยังขาดความรู้ในการอธิบายเพื่อให้ความเข้าใจเด็กและเยาวชน
ตามสมควรแก่วัย การเปิดพิพิธภัณฑ์สุขภาวะทางเพศ เป็นแหล่งเรียนรู้ของเด็ก พ่อแม่ และผู้ที่สนใจ
จึงถือเป็นการเปิดกว้างเรื่องเพศอย่างแท้จริง

ทพ.ศิริเกียรติ เหลียงกอบกิจ ผอ.สำนักสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาวะและลดปัจจัยเสี่ยง
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่า ปัญหาเพศสัมพันธ์ ถือเป็นปัจจัย
เสี่ยงอันดับ 1 ของเยาวชนไทยผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้ปกครอง จำนวน 100 คน
ระหว่างเดือน ก.ค.2553 เกี่ยวกับการให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเพศแก่บุตรหลาน พบว่า
ผู้ปกครองไม่กล้าตอบคำถามเรื่องเพศ เนื่องจากไม่รู้วิธีอธิบาย และมองว่าเด็กไม่ควรรับรู้
โดยคำถามที่ผู้ปกครองมีความอึดอัดและไม่กล้าตอบมากที่สุด คือ

คำถามเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์และพรหมจรรย์ รสนิยมทางเพศ สรีระและการเปลี่ยนแปลง
ของร่างกาย เป็นต้น ขณะที่คำถามยอดฮิตที่เยาวชนสอบถามผู้ปกครองมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ
1.ความแตกต่างทางสรีระของร่างกาย  
2. หนูเกิดมาได้อย่างไร
3. การทำความสะอาดของเด็กผู้ชาย

นายกวาง โจ คิม ผอ.องค์การยูเนสโก ประจำประเทศ ไทย กล่าวว่า จากสถิติของสหประชาชาติ
ปี 2551 พบว่า 40% ของเยาวชนช่วงอายุ 15-24 ปี ยังขาดความรู้เรื่องของเอชไอวี ซึ่งนำไป
สู่การเพิ่มปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรและความรุนแรงต่อผู้หญิงในสังคม หวังว่าพิพิธภัณฑ์
สุขภาวะทางเพศจะช่วยหยุดความเงียบของความไม่รู้ทางสุขภาวะทางเพศ และปลุกความกล้า
ที่จะเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆให้แก่เยาวชน โดยพิพิธภัณฑ์สุขภาวะในประเทศไทยถือเป็น
พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ทางเพศแห่งแรกของเอเชีย

นายพิชัย สนแจ้ง ผอ.องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า ในพิพิธภัณฑ์ฯ
ประกอบด้วย 6 โซนแห่งการเรียนรู้ อาทิ โซนความรักและความปรารถนา โซนความสัมพันธ์
โซนความรู้ในเรื่องเพศสัมพันธ์ การให้กำเนิด และการคุมกำเนิด เป็นต้น การเปิดพิพิธภัณฑ์

สุขภาวะทางเพศในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ฯ ถือว่าไม่ขัดแย้ง เพราะเพศสัมพันธ์เป็นส่วนหนึ่ง
ของวิทยาศาสตร์และเยาวชนที่มาก็จะได้เรียนรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย

นอกจากนี้ จะมีการนำพิพิธภัณฑ์สุขภาวะทางเพศ เคลื่อนที่ไปยังโรงเรียนต่างๆ ในสังกัด
กระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งสถาบันการศึกษา เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้เรื่องเพศศึกษาด้วย

นสพ.ไทยรัฐ

 gek gek gek
      บันทึกการเข้า

3 เหลี่ยมเขยื้้อนภูเขา เสนอโดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี มี 3 ด้าน คือ ด้านที่ 1 ด้านให้ความรู้กับกลุ่มคน ด้านที่ 2 กลุ่มคน ที่ได้รับความรู้ เห็นด้วย สร้างวัฒนธรรมไม่มีบทลงโทษถ้าไม่ทำ ด้านที่ 3 ด้านการเมือง เป็นด้านออกกฏหมาย มีบทลงโทษถ้าไม่ปฏิบัติ ถ้ามีครบ 3 ด้านจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง
chaojom
มือใหม่หัดเมาท์
*


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 104

« ตอบ #28 เมื่อ: 18 สิงหาคม 2553, 13:37:10 »

มื่อวานดูรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง ทางช่อง3

มีการเสนอ เรื่องพิพิธภัณฑ์สุขภาวะทางเพศ

สะดุด คำพิธีกรว่า "การมีเพศสัมพันธ์ุ์เป็นเรื่องธรรมชาติ" (คำสอนในพิพัทธภัณฑ์)
คือให้เด็กเข้าใจว่า การมีเพศสัมพันธุ์เป็นเรื่องธรรมดา

ผมว่าเป็นคำสอนที่ไม่ถูกสำหรับเด็ก

แต่ต้องสอนว่า "การสืบพันธุ์เป็นเรื่องธรรมชาติ"

คำพูดเพียงคำสองคำ อย่ามองเป็นเรื่องเล็กนะครับ...ผู้ใหญ่ทั้งหลาย
      บันทึกการเข้า
Samrotri2517
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


จะเป็นด้านที่1และ2ของ3เหลี่ยมฯ เพื่อให้เกิดด้านที่3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: รหัสเข้า 17 รุ่น 57
คณะ: แพทยศาสตร์ จุฬาฯรุ่น 30
กระทู้: 1,915

« ตอบ #29 เมื่อ: 18 กันยายน 2553, 18:52:51 »


          ขอขอบคุณเวบสนุกดอทคอมวันเสาร์ 18 ก.ย. 53 ที่สนับสนุนเนื้อหา
          http://news.sanook.com/967364-%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%81-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94-%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87.html
           
                   มาเลเซียเปิดโรงเรียนสำหรับวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ระหว่างเรียน
               เพื่อลดความกดดันจากสังคม และควบคุมการทอดทิ้งเด็กทารก


                           

         สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ประเทศมาเลเซีย เปิดโรงเรียนสำหรับวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ระหว่างเรียน เพื่อควบคุมการทิ้งลูกจากพ่อแม่ที่ยังไม่พร้อม โดยโรงเรียนดังกล่าวตั้งอยู่ในรัฐมะละกา ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์ระหว่างเรียนทอดทิ้งเด็กทารก ซึ่งพบกว่า 70 รายแล้ว นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยโรงเรียนดังกล่าวนอกเหนือจากให้การศึกษาตามปกติแล้ว ยังปกป้องสิทธิความเป็นส่วนตัวของวัยรุ่นหญิงที่ตั้งท้องด้วย

        วัยรุ่นในมาเลเซีย โดยเฉพาะชาวมุสลิม จะได้รับความคาดหวังว่าต้องรักษาความบริสุทธิ์จนกว่าจะแต่งงาน โดย สตรีมุสลิมวัย 28 ปีรายหนึ่งกล่าวว่า แม้เธอกำลังจะแต่งงานในเร็วๆนี้ การมีเพศสัมพันธ์ก่อนการแต่งงานก็ถือเป็นการขัดต่อธรรมเนียมมุสลิม ซึ่งหากเด็กที่เกิดมารู้ว่าตัวเองเกิดจากการท้องนอกสมรส เขาอาจจะต้องแบกรับความอับอายนี้ไปตลอดชีวิต

        ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสตรี ครอบครัว และชุมชน ได้ปฏิเสธความเห็นด้วยต่อการตั้งโรงเรียนดังกล่าวที่พยายามแยกออกจากระบบการศึกษากระแสหลัก ซึ่งที่จะยิ่งเพิ่มความอับอายแก่วัยรุ่นตั้งครรภ์ โดยกล่าวอีกว่าสาเหตุแท้จริงของปัญหาเกิดจากการขาดความรู้ด้านเพศศึกษาที่ถูกต้อง

        นอกจากนี้ด้านกลุ่มด้านศาสนา ก็ออกมาแสดงความเห็นว่า การตั้งโรงเรียนดังกล่าว จะเป็นการกระตุ้นให้วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ระหว่างเรียนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

                       win win win

 
      บันทึกการเข้า

3 เหลี่ยมเขยื้้อนภูเขา เสนอโดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี มี 3 ด้าน คือ ด้านที่ 1 ด้านให้ความรู้กับกลุ่มคน ด้านที่ 2 กลุ่มคน ที่ได้รับความรู้ เห็นด้วย สร้างวัฒนธรรมไม่มีบทลงโทษถ้าไม่ทำ ด้านที่ 3 ด้านการเมือง เป็นด้านออกกฏหมาย มีบทลงโทษถ้าไม่ปฏิบัติ ถ้ามีครบ 3 ด้านจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง
khesorn mueller
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2527
คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 71,885

« ตอบ #30 เมื่อ: 18 กันยายน 2553, 23:35:43 »

ตั้งเลยคะ!

แม้ผู้ใหญ่เองก็ไช่จะปิดความอยากรู้อยากเห็น
ที่ถูกเก็บไว้กดไว้ให้เป็นเรื่องtabuซุบๆซิบๆกิ๊กๆกั๊กๆ
นานนมจนลูกโตแล้วก็ยังพูดได้ไม่ค่อยเต็มปากเต็มคำ
แก่ตัวเลยวัยก็ขัดเขิน อวยอายที่จะยกขึ้นมาพูด..

เรื่องเพศ กับเรื่องหน้าที่รับผิดชอบ
ต้องคู่กัน แยกกันไม่ได้คะตามความคิดหนิง.
เรื่องแต่งงาน สมรสเป็นเรื่องของการ
เคารพขนบธรรมเนียม ประเพณีที่ผูกรวม
เข้ากับเรื่องเพศ-หน้าที่รับผิดชอบ
เป็นเส้นขั้นเริ่มต้นของการเข้าสู่ความเป็น
พ่อแม่ที่ถูกต้อง ได้รับความเห็นชอบจาก
ครอบครัว...

ชีวิตของคนทุกคนอาจเริ่มต้นจุดนี้แตกต่างกัน
แต่ไม่แตกต่างในความตั้งใจค่ะหนิงว่า,
ตั้งใจที่จะร่วมหัวลงท้ายกับคนที่ตัวเอง
มีความรู้สึกดีๆ ไคร่อยากที่จะอยู่ด้วย
อยากแบ่งปัน รักไคร่ ดูแล...
ลึกๆของทุกคนก็คงอยากถึงจุดหมายตรงนี้
แต่หนทางอาจสะดุด ข้ามขั้น ตกกระได
ไม่มีทางเลือก ทางออกอื่นๆ

หนิงยังคงเชื่อมั่นว่า...หากความตั้งใจของเด็กๆ
...ไม่ลดหายสลายตัว
เพียงเพราะอีกฝ่าย เปลี่ยนใจ ล้มเลิก
ความตั้งใจ อยากให้เด็กๆเหล่านั้นเข้มแข็ง
ชีวิตยังมีพรุ่งนี้ และมีทางออก

ไม่แปลกอะไรหากประวัติชีวิต
จะต้องบันทึกเรื่องราวในวัยเยาว์
สำคัญว่าเมื่อเค้ายังเยาว์ มีความช่วยเหลือ
สนับสนุนจากบุคคลใกล้ชิด บุพการีมากน้อย
แค่ไหน...เด็กที่เกิดขึ้นมาภายใต้ครอบครัว
ที่เข้มแข็ง ไม่มีพ่อ แต่มีตา-ยาย ป้า-น้า-อาว์
ครบถ้วน เผลอๆจะอบอุ่นกว่ามีพ่อแม่ที่
ไม่มั่นคงทางจิตด้วยซ้ำ...

หนิงเห็นใจเด็กหญิงที่ตั้งครรภ์เดียวดาย
โดยผู้ชายไม่มารับผิดชอบ...แต่ต่างมุมมอง
ว่าเด็กหญิงคนนี้จะเป็นแม่ในอนาคต
ของลูกชายหรือหญิงในอนาคต..ที่จะเป็น
พ่อ/แม่ ต่อไป ว่าเค้าๆมีความนึกคิดในทางบวกลบ
อย่างไร..

ไม่มีการประนาม,ไม่มีการตีตราคะ
เพราะจะไม่แฟร์...ชีวิตใครชีวิตมัน
ทำชีวิตตัวเองให้ดีที่สุด..ใครก็มาว่าไม่ได้
      บันทึกการเข้า


chaojom
มือใหม่หัดเมาท์
*


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 104

« ตอบ #31 เมื่อ: 14 ตุลาคม 2553, 12:39:42 »

คุณขวัญวงศ์ พิกุลทอง รอง ผอ.สำนังานเลขานุการคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ 
เสนอให้สอนเรื่ิองเพศตั้งแต่ อายุ2-5 ขวบ


http://www.thairath.co.th/content/edu/118304
      บันทึกการเข้า
  หน้า: 1 [2]  ทั้งหมด   ขึ้นบน
  
กระโดดไป:  

     

ทำไมหอพักนิสิตจุฬาจึงเป็นดินแดนมหัศจรรย์            " ไม่ได้เป็นแค่หอให้นอนพัก  แต่เป็นบ้านอบอุ่นรักให้อาศัย  ไม่เป็นแค่ที่ซุกหัวยามหลบภัย  แต่สร้างใจให้เข้มแข็งแกร่งการงาน"  <))))><