ตอบคำถามที่ว่า ทำไมหอจุฬาจึงเป็นดินแดนมหัศจรรย์            " ไม่ได้เป็นแค่หอให้นอนพัก  แต่เป็นบ้านอบอุ่นรักให้อาศัยไม่เป็นแค่ที่ซุกหัวยามหลบภัย  แต่สร้างใจให้เข้มแข็งแกร่งการงาน"  <))))><

23 สิงหาคม 2557, 08:33:00
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน [สมาชิกเก่าลืมรหัส โทร 081-7611760]
A A A A  ระเบียบปฎิบัติ
   
Languages    
  หน้า: 1 2 [3] 4  ทั้งหมด   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องดีๆจากFW.MAIL ที่อยากให้อ่าน  (อ่าน 20734 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
sugarcane
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2531
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 441

« ตอบ #50 เมื่อ: 24 พฤษภาคม 2552, 21:46:09 »

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ........
มีครูกับลูกศิษย์นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งใกล้กับสนามหญ้าอันกว้างใหญ่
ทันใดนั้น ลูกศิษย์คนหนึ่งก้อถามขึ้นมาว่า

ลูกศิษย์ : อาจารย์คับ ผมสงสัยจังเลยว่า
เราจะหาคู่แท้ของเราเจอได้ไงคับอาจารย์
บอกผมหน่อยได้ไหมคับ ?

อาจารย์ : ( เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะตอบ )
อืม มันเป็นคำถามที่ยากนะ
แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นคำถามที่ง่ายเหมือนกันนะ

ลูกศิษย์ Sad นั่งคิดอย่างหนัก )
อืม ?.... งงอะไม่เข้าใจ

อาจารย์ : โอเค งั้น
เธอลองมองไปทางนั้นนะ ตรงนั้นน่ะ
มีหญ้าเยอะแยะเลยใช่ไหม
เธอลองเดินไปหาหญ้าต้นที่สวยที่สุด
แล้วเด็ดมาให้ครูสิ ต้นเดียวเท่านั้นนะ
แต่ว่าเวลาเธอเดินเนี่ยเธอต้องเดินไปข้างหน้าอย่างเดียวนะ
ห้ามเดินถอยหลัง เข้าใจไหม

ลูกศิษย์ : ได้เลยครับ จาน รอสักครูน่ะครับ
( ว่าแล้วก้อวิ่งตรงไปยังสนามหญ้า )
หลังจากนั้นไม่นาน ....

ลูกศิษย์ : ผมกลับมาแล้วครับจาน

อาจารย์ : อืม ... แต่ทำไมครูไม่เห็นต้นหญ้าสวย ๆ
ในมือเธอเลยหละ

ลูกศิษย์ : อ๋อ คืองี้ครับจาน
ตอนที่ผมเดินไปแล้วผมเจอต้นหญ้าสวยๆเนี่ย
ผมก้อก้อคิดว่า เออ เดี๋ยวก้อคงเจอต้นที่สวยกว่านี้
ดังนั้นผมก็เลยไม่เด็ดมัน แล้วผมก็เดินไปเรื่อย
รู้ตัวอีกที
มันก็สุดสนามหญ้าแล้วครับจะเดินกลับก้อไม่ได้
เพราะจานสั่งห้ามไว้

อาจารย์ : นั่นแหละ
คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตจริงหละ
เรื่องนี้ต้องการที่จะสื่ออะไรกับเรา

ต้นหญ้า ก็คือ คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวคุณ

ต้นหญ้าที่สวยงาม ก็คือคนที่คุณชอบ
หรือคนที่ดึงดูดคุณนั่นแหละ

ทุ่งหญ้าก็คือ เวลา เวลาที่คุณจะหาคู่แท้ของคุณ

อย่ามัวแต่เปรียบเทียบ
แล้วคิดว่าคงจะมีที่ดีกว่านี้ เพราะถ้าคุณ มัวแต่เปรียบเทียบ
คุณจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

อย่าลืมว่า ' เวลาไม่เคยย้อนกลับ ' 

ไม่ใช่แค่ความรักเท่านั้น
เรื่องนี้ ยังสามารถใช้ได้กับการหาคนที่จะมาทำงานร่วมกับคุณในชีวิต
หรือแม้กระ ทั่งงานที่เหมาะสมกับคุณ

ดังนั้น มันจึงเป็นสัจธรรมที่ว่า
จงรัก และไขว่คว้าโอกาสที่คุณมีในขณะนี้
อย่ามัวแต่เสียเวลา
บางครั้งคนเราก็มีโอกาสเลือกแค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ' 
      บันทึกการเข้า

ความสุข : สำคัญที่คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ครอบครอง
sugarcane
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2531
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 441

« ตอบ #51 เมื่อ: 24 พฤษภาคม 2552, 21:57:03 »

















      บันทึกการเข้า

ความสุข : สำคัญที่คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ครอบครอง
sugarcane
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2531
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 441

« ตอบ #52 เมื่อ: 24 พฤษภาคม 2552, 22:01:36 »









      บันทึกการเข้า

ความสุข : สำคัญที่คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ครอบครอง
เจตน์
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ใครๆเรียกผมว่า "กุ๊ปปิ๊"
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2534
คณะ: ครุฯ พลศึกษา
กระทู้: 6,512

« ตอบ #53 เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2552, 19:26:46 »

สำหรับหลายคนที่กำลังท้อแท้ หมดหวัง โปรดดูเจ้าเด็กน้อยคนนี้ครับ




เด็กชายตัวน้อยชื่อ Cody  Mccosland เด็กชาวอังกฤษ ผู้มีขาหลายคู่ เขาบ้าเล่นกีฬา แต่ก็เกิดมาโดยไม่มีกระดูกหัวเข่า ทำให้ต้องตัดขาท่อนล่างทิ้งตั้งแต่อายุ 15 เดือนวัยที่คนอื่นเดินเตาะแตะ แต่เขาเดินไม่ได้ แต่สองเดือนต่อมา เขาก็เริ่มหัดใช้ขาเทียมคู่แรก



  ตอนนี้ Cody อายุ 7 ชวบแล้ว ในภาพล่างเขาเล่นสกีน้ำ แต่อันที่จริง เขาเล่นทั้งว่ายน้ำ ปี่นจักรยาน ตีกอล์ฟ   เล่นคาราเต้ เบสบอลล์ และฮอคกี้น้ำแข็ง



ภาพล่างเขาขี่จักรยานสามล้อ พร้อมรอยยิ้มมีความสุขที่มีให้เห็นเสมอ



ตามมาด้วยเขาขี่ม้า พ่อกะแม่ตั้งความหวังจะพาเขาดูโอลิมปิกที่กรุงลอนดอนเป็นเจ้าภาพใน ปี 2012 ด้วย


 
ภาพเขาวิ่งด้วยขาคู่ที่ดูแปลกแต่น่าจะช่วยให้วิ่งได้เร็วนิ สมกับสมญานาม The Boy With The Magic Legs จริงๆ



ขาเทียมของเขาได้รับบริจาคจากศูนย์ขาเทียม โรงพยาบาลเด็ก   Texas Scottish Rite Hospital  แต่เขาโตเร็วต้องเปลี่ยนขาอยู่เป็นประจำ



Cody กับครอบครัวและเพื่อนๆจึงเข้าร่วมงานการกุศลหาเงินช่วยโรงพยาบาล ได้เงินบริจาคมา มากกว่า 6 หมื่นปอนด์แล้ว



Cody ไม่ยอมให้มีอะไรเป็นอุปสรรคต่อชีวิตของเขา เราจึงได้เห็นภาพเขาเล่นฮอคกี้น้ำแข็งในภาพล่าง เท่ห์ชมัด



กว่าจะมาเป็นเด็กชายสุขภาพดีหน้าเปื้อนยิ้มในวันนี้ Cody ผ่านอะไรๆมาเยอะ รวมทั้งช่วงหนึ่งของชีวิต ที่เขาต้องผ่าตัดหลายต่อหลายครั้ง จากปัญหาระบบภายในร่างกาย รวมทั้งต้องบำบัดอาการหายใจติดขัดและหอบหืด



ใครที่กำลังท้อถอย ทั้งที่มีมือมีเท้าครบ   ดู Cody หนุ่มน้อยมหัศจรรย์หน้าเปื้อนยิ้มนะจ๊ะ

      บันทึกการเข้า

ชีวิตผมเป็นดั่งวงกลม จึงได้แต่ดอมดมความสุขจากคนอื่นๆ
sugarcane
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2531
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 441

« ตอบ #54 เมื่อ: 31 พฤษภาคม 2552, 22:54:29 »

*** วันจันทร์ถึงศุกร์ ประมาณ 15.30 - 18.00 น. ใครพอมีเวลา (กี่ชั่วโมงก็ได้)
และอยากใช้เวลาให้เป็นประโยชน์บ้างคะ มีน้องๆ นักเรียนตาบอด ระดับ ม. 1 - ม. 6
รอให้พี่ๆไปสอนการบ้านให้ น้องๆน่ารักทุกคนค่ะ

** สอนที่ ' โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ' อยู่ตรงสี่แยกราชวิถี ใกล้รพ.รามา+บ้าน เด็กอ่อนพญาไท+บ้านราชวิถี รถเมล์


สายที่ผ่านด้านหน้า สาย 8 , 12 , 14 , 18 , 28 , 92 , 97 , 108 ฯลฯ ปอ . 9 , 10, 515 , 522 ถ้าสามารถขึ้นรถไฟฟ้าจะสะดวกมาก ลงสถานีอนุสาวรีย์ชัยฯ แล้วต่อรถหน้ารพ.ราชวิถี ได้เลย


      บันทึกการเข้า

ความสุข : สำคัญที่คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ครอบครอง
sugarcane
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2531
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 441

« ตอบ #55 เมื่อ: 31 พฤษภาคม 2552, 22:57:42 »

  ในวันแรกที่พระเจ้าสร้างโลก พระเจ้าได้สร้างวัวขึ้นคู่หนึ่ง และบอกกับวัวว่า   
 
        ' วันนี้เราได้สร้างเจ้าขึ้นในฐานะของวัว เพื่อทำงานหนักกลางทุ่งนา ท่ามกลางแสงแดดจ้าทั้งวัน แล้วเราจะให้เจ้ามีชีวิตยืนยาว 50 ปี'   
 
         วัวย้อนกลับว่า ' ชีวิตที่ยากลำบากเช่นนี้ จะให้มีอายุยาวถึง 50 ปี น่ะหรือ ? ฮึ! เมินเสียเถอะ ขอแค่มีอายุเพียง 20 ปี ก็พอแล้วล่ะ เอาคืนไปเลย 30 ปี ถ้าได้ก็โอเค'   
 
         และพระเจ้าตอบตกลง   
 
         วันต่อมาพระเจ้าสร้างสุนัขขึ้น และบอกกับมันว่า 'เราสร้างเจ้าขึ้นในฐานะของสุนัข หน้าที่ของเจ้าคือ   นั่งอยู่ที่ประตูบ้านและเห่าเมื่อมีคนเข้ามา แล้วเราจะให้เจ้ามีอายุยืนถึง 20 ปี'   
 
         สุนัขได้ฟังก็พูดขึ้นว่า 'นั่งเฝ้าหน้าประตูบ้าน 20 ปี! ช่างเป็นชีวิตที่น่าเบื่ออะไรเช่นนี้ ขอคืนชีวิต 10   ปี ก็แล้วกัน'

         พระเจ้าตอบตกลง   
 
         วันต่อมาพระเจ้าสร้างลิงขึ้น และบอกกับลิงว่า 'เราสร้างเจ้าขึ้นในฐานะของลิง หน้าที่ของเจ้าคือ สร้างความสนุกสนาน และใช้เล่ห์เหลี่ยมของลิงหลอกล่อคนให้หัวเราะ   แล้วเราจะให้เจ้ามีอายุยืน 20 ปี'

         ลิงได้ฟังจึงตอบว่า ' อะไรนะ..ทำให้คนหัวเราะ ทำหน้าลิงและเล่ห์กลต่างๆ   ตั้ง 20 ปี น่ะเหรอ ? ไม่เอาด้วยหรอก ขอคืนชีวิตไป 10 ปี เหลือแค่ 10 ปี ก็แล้วกัน'   
 
         พระเจ้าตอบตกลง   
 
         วันต่อมาพระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้น และบอกว่า 'เราสร้างเจ้าขึ้นในฐานะที่เป็นมนุษย์ หน้าที่ของเจ้าคือ กิน นอน เที่ยว   เล่นสนุกสนาน โดยไม่ต้องทำงานใดๆ เราจะให้เจ้ามีชีวิต 20 ปี'

         มนุษย์ได้ฟังก็ต่อรองว่า  ' ชีวิตที่สบายเช่นนี้ แล้วท่านจะให้เรามีชีวิตแค่ 20 ปี น่ะเหรอ เอาอย่างนี้ดีกว่าเราขอชีวิตที่วัวคืนชีวิตให้ท่าน 30 ปี สุนัข 10 ปี   และลิง 10 ปี มาเป็นของเรา เพื่อให้เรามีอายุยืนถึง 70 ปี ตกลงไหม ?'   
 
         พระเจ้าตอบตกลง   
 
         นั่นเป็นเหตุผลว่า...

           ทำไมชีวิตของเราในช่วง 20 ปีแรก จึงเต็มไปด้วยความสนุกสนาน กิน นอน เล่น และไม่ต้องทำอะไรมากมาย   
         30 ปีต่อมา ต้องทำงานหนักทั้งวัน เพื่อสร้างครอบครัว   
         10 ปีต่อมา เกษียณอยู่ที่บ้าน เฝ้าหน้าบ้าน และตะคอกคนที่ผ่านไปมา   
         10 ปีต่อมา เป็นปู่/ย่า ตา/ยาย ที่ต้องทำหน้าลิง และเล่ห์กลต่างๆ เพื่อหลอกล่อหลาน!
 
         อ่านจบแล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาเป็นวัวกันต่อไปนะพี่น้อง อย่าอู้!!!! อิอิ
      บันทึกการเข้า

ความสุข : สำคัญที่คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ครอบครอง
sugarcane
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2531
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 441

« ตอบ #56 เมื่อ: 14 มิถุนายน 2552, 18:19:54 »

ข้อความต่อไปนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งที่จะรู้จักวิธีการหลอกลวงฉ้อฉล
ด้วยการแอบอ้างว่าโทรมาจาก Visa หรือ Master Cards
เพื่อให้คุณได้ระมัดระวังตนเองไม่ตกเป็นเหยื่อวิธีการฉ้อฉลดังกล่าว

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ภรรยาผมได้รับโทรศัพท์จาก Visa
และผมก็ได้รับโทรศัพท์จาก Master Card ในวันพฤหัสบดีต่อมา
คนที่โทรมาพูดว่า "ดิฉัน...(ชื่อ) โทรจากฝ่ายรักษาความปลอดภัยของ Visa ค่ะ
คือเราตรวจพบว่ามีความผิดปกติในการสั่งซื้อ
จึงโทรมาตรวจสอบว่าบัตร Visa ของคุณ ที่ออกโดยธนาคาร...(ชื่อ)
มีการสั่งซื้ออุปกรณ์ระบบป้องกันภัยมูลค่า 20,000 บาท จากบริษัทในอเมริกาหรือเปล่าคะ"

เมื่อคุณบอกว่า "เปล่านี่คะ" คนที่โทรมาก็จะบอกว่า
" ถ้าอย่างงั้นเราจะคืนเงินให้คุณกลับคืน เรากำลังตรวจสอบบริษัทฉ้อฉล
โดยมีวงเงินที่ฉ้อฉลโกงลูกค้า ครั้งละ 12,000-20,000 บาท
เราจะส่งหนังสือแจ้งการคืนเงินให้คุณทราบที่...(ที่อยู่ของคุณ) ถูกต้องมั๊ยคะ"

เมื่อคุณบอกว่า " ถูกต้องคะ" คนที่โทรมาจะพูดต่อไปว่า
" ดิชั้นจะทำการสืบสวนต่อไป หากคุณมีข้อสงสัยให้โทรตามหมายเลขที่อยู่หลังบัตรแล้วต่อฝ่ายรักษาความ
ปลอดภัย
คุณต้องระบุหมายเลขอ้างอิงนี้ (คนที่โทรมาจะบอกหมายเลข 6 หลัก)
คุณต้องการให้ดิชั้นทวนหมายเลขมั๊ยคะ"

ต่อไปนี้จะเป็นส่วนสำคัญของกลโกง
คนที่โทรมาจะพูดว่า " เพื่อให้ทราบว่าคุณเป็นเจ้าของบัตรที่แท้จริงของบัตรเครดิตการ์ดใบนี้
กรุณาพลิกด้านหลังของบัตรและให้ดูที่หมายเลข 7 ตัวสุดท้าย
4 ตัวแรกจะเป็นหมายเลขบัตร 3 ตัวต่อมาจะเป็นเลขสำหรับรักษาความปลอดภัย
ว่าคุณคือเจ้าของที่แท้จริงและใช้ในการสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต
กรุณาบอกเลข 3 ตัวสุดท้ายด้วยคะ"

เมื่อคุณบอกเลข 3 ตัวสุดท้ายไป คนที่โทรมาจะบอ กว่า
" ตัวเลขถูกต้อง ดิชั้นต้องการให้แน่ใจว่าบัตรยังอยู่กับคุณ มิได้สูญหาย
หรือถูกขโมย คุณมีข้อสงสัยอื่นใดอีกหรือเปล่าคะ"

เมื่อคุณบอกว่า "ไม่มีคะ"
คนโทรมาจะขอบคุณและบอกว่าหากมีในภายหลังก็ให้โทรสอบถามได้เสมอ แล้ววางสาย

ความจริงคุณพูดไปน้อยมาก คนโทรมาไม่ได้ขอหมายเลขบัตรเครดิตของคุณ
แต่ภรรยาผมเกิดเอะใจ จึงโทรกลับไปทันทีหลังจากวางสายไป 20 นาที
และปรากฏว่า Visa ตัวจริงบอกว่าภรรยาผมถูกหลอกแล้ว
และเมื่อ 15 นาทีที่ผ่านมาได้มีรายการซื้อสินค้าจำนวน 20,000 บาท
ส่งมาเรียกเก็บ ในที่สุด Visa ได้ยกเลิกบัตรและออกบัตรใหม่ให้

ผู้ฉ้อฉลต้องการเลขเพียง 3 ตัวสุดท้ายด้านหลังบัตร
อย่าให้ไปเป็นอันขาด ให้คุณบอกว่าแล้วจะโทรกลับไปแจ้งเองโดยตรงจะดีกว่า

วันพฤหัสบดีต่อมา ผมได้รับโทรศัพท์จากคุณ...(ชื่อ)
อ้างว่าโทรจาก Master Card ซึ่งมีข้อความเหมือนกับที่ภรรยาผมได้รับคำต่อคำเลย
ผมเลยไม่รอให้เขาพูดจบ
ผมรีบวางสาย แล้วไปแจ้งความที่สถานีตำรวจตามที่ Visa ให้คำแนะนำมา

ตำรวจบอกว่าได้รับแจ้งแบบเดียวกันนี้ วันหนึ่งหลายราย
จึงขอร้องให้ข่วยกันบอกต่อ ด้วย เราต้องระมัดระวังตนเอง ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ
      บันทึกการเข้า

ความสุข : สำคัญที่คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ครอบครอง
sugarcane
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2531
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 441

« ตอบ #57 เมื่อ: 14 มิถุนายน 2552, 18:24:51 »


รูปเจ้าน้อยสุขเกษม ณ เชียงใหม่


ตอนนั้นเชียงใหม่เป็นประเทศราชของสยาม             ทางเชียงใหม่ส่ง  เจ้าดารารัศมี    ซึ่งเป็นเจ้าอาของเจ้าน้อย
ไปอภิเษกกับ ร. 5                เป็นการผูกสัมพันธ์   ตอนนั้นเจ้าดารารัศมีอายุแค่ 13 เอง...โอ้! จอร์จ
นี่เรื่องจริงตามประวัติศาสตร์เลยนะ
เจ้าน้อยถูกส่งไปเรียนที่ รร.เซนต์แพทริก เป็น รร.แคธอลิกของฝรั่งที่พม่า โดยแอบส่งไป ขี่ช้างไป
เพราะตอนนั้นพม่าเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษซึ่งมีเรื่องกับไทยอยู่

เจ้าน้อยไปตอนอายุ 15 เพราะทางบ้านต้องการให้ได้ภาษาอังกฤษ    เพราะค้าขายกะพม่า เจ้าน้อยเรียนอยู่หลายปี วันหนึ่งไปเดินเล่นที่ตลาด
ได้พบมะเมี้ยะแม่ค้าสาวสวย  ซึ่งเพิ่งมาจากตองอู   เจ้าน้อยอายุ 19 มะเมี๊ยะอายุ 15 ก็ตัดสินใจแต่งงานกัน
จนอายุ 20 เรียนจบถูกเรียกกลับเชียงใหม่    เจ้าน้อยเลยเอาเมียกลับมาด้วย โดยให้ปลอมเป็น
เด็กรับใช้ชาย เอาเมียไปแอบในเรือนเล็ก   โดยไม่รู้เลยว่าเจ้าพ่อเจ้าแม่ได้หมั้นเจ้าบัวนวลเอาไว้ให้
เจ้าน้อยไม่ยอมแต่งงาน    เลยเปิดเผยว่ามีเมียแล้วคือมะเมี้ยะ เอามะเมี้ยะมากราบเจ้าพ่อเจ้าแม่แต่ไม่ได้รับการยอมรับ

เรื่องนี้ไปถึงสยาม ร. 5 กะเจ้าดารารัศมีเห็นว่าไม่ควร     เลยส่งผู้สำเร็จราชการมาเจรจา บอกว่าเจ้าน้อยจะมีเมีย
กี่คนไม่ใช่ปัญหาแต่ต้องไม่ใช่สาวพม่า เพราะว่าคนพม่า ถือสัญชาติอังกฤษ เดี๋ยวอังกฤษจะถือโอกาสแทรกแซง ว่าแต่งกะพม่า ก็ต้องถือว่าเป็นพม่าด้วย   ไปอยู่กะเมียที่ พม่าก็ไม่ได้     ที่สำคัญเจ้าน้อย เป็นเจ้าชายของล้านนา    ถูกวางตัวไว้ให้เป็นรัชทายาทล้านนา เท่ากับว่าสยามอาจต้องเสียเชียงใหม่ให้อังกฤษ    ก็เลยบังคับส่งมะเมี้ยะกลับพม่า     เจ้าน้อยสัญญาว่าอีก 3 เดือนจะไปรับมะเมี้ยะกลับ
ทั้งคู่สาบานกันไว้ว่าจะไม่รักใครอื่น หากใครผิดคำสาบานขอให้อายุสั้น

ตอนที่จะส่งมะเมี้ยะกลับพม่านั้นตรงนี้เป็นส่วนของตำนานเลย
" ตอนนั้นมะเมี้ยะโพกผมไว้พอจะไปก็ก้มลงกราบเท้า   เจ้าน้อยที่ประตูเมือง ชาวบ้านออกมามุงกันทั้งเมืองเพราะได้ยินว่ามะเมี้ยะงามจ๊าดนัก
พอกราบเสร็จ ก็เอาผ้าโพกผมออก  แล้วสยายผมเอามาเช็ดเท้าเจ้าน้อย จงรักภักดีบูชาสามีสุดชีวิต
แล้วก็กอดขาร้องไห้ เจ้าน้อยเองก็ร้อง   ทำเอาคนที่มามุงร้องไห้  ไปทั้งเมืองด้วยความสงสารความรักของทั้งคู่ "
ต่อมาเจ้าน้อยโดนเรียกไปสยาม พอเข้าไปก็โดนจับแต่งงาน     เจ้าดาราฯ จัดเจ้าบัวชุม ซึ่งเป็นพระญาติ
และเป็นสาวที่สวยที่สุดในตำหนักเจ้าดารารัศมี ร่ำลือกันว่าเล่นดนตรีไทยเก่ง แต่ดูรูปแล้วถ้ามาสมัยนี้
ถือว่าหน้าตาธรรมดาอ่ะ ถ้าในสมัยที่ผู้หญิงไม่มีศัลยกรรมคงจัดว่าสวย แต่ที่นี่แน่ๆ มินิไซค์มากๆ สาวๆ สมัยนั้น

ด้วยเหตุนี้เจ้าน้อยก็เลยต้องแต่งแล้วถูกกักอยู่ที่นั่น ตอนนั้นเจ้าพ่อของเจ้าดาราฯ สิ้นพระชนม์
พระญาติทางสยาม ไม่อนุญาตให้เจ้าล้านนาพระองค์ใดในวังขึ้นไปประกอบพิธีปลงพระศพ
เป็นเรื่องการเมืองเตะถ่วงการแต่งตั้งเจ้าครองแคว้นคนใหม่เอาไว้ระยะหนึ่ง     เจ้าอาของเจ้าน้อยได้ขึ้นเป็น
เจ้าองค์ใหม่     เจ้าพ่อได้เป็นเจ้าราชบุตร(อุปราช)    เท่ากับว่าเจ้าน้อยเป็นรัชทายาทอันดับ 3
ถ้าสิ้นเจ้าสองพระองค์นี้เจ้าน้อยจะครองเชียงใหม่ ก็ยิ่งไม่มีทางได้รับมะเมี้ยะกลับมา

มะเมี้ยะรอเกิน 3 เดือนแล้วเจ้าน้อยไม่มาตามสัญญาเลยไปบวชชี เพื่อพิสูจน์รักแท้ว่าจะไม่มีคนใหม่

ต่อมา...เมื่อได้ยินว่าเจ้าน้อยกลับเชียงใหม่แล้วเลยมาดักที่คุ้ม  แต่เจ้าน้อยไม่ยอมออกมาพบ รอนานเท่าไรก็ ไม่ยอมออกมา
จริงๆ แล้วเจ้าน้อยแอบดูอยู่ข้างหน้าต่าง   ได้แต่ร้องไห้ไม่กล้าสู้หน้าที่ผิดสัญญา   ก็เลยฝากให้ท้าวบุญสูงพี่เลี้ยง
 เอาแหวนทับทิม กับเงินอีก 1 กำปั่น( 800 บาท) ไปให้แม่ชีมะเมี้ยะ
ทางด้านแม่ชีบอกว่าไม่มาขอรักคืน เพียงแต่มาถอนคำสาบานให้

เจ้าน้อยฝากมาบอกแม่ชีว่า เงินนี่ทำบุญตามแต่แม่ชีจะใช้สอย
เรียกว่าบริจาคในฐานะโยมอุปฐาก ส่วนแหวนให้แทนใจว่า   หัวใจอยู่กับมะเมี้ยะเสมอ
แม่ชีเสียใจมาก รับไปแต่แหวนไม่รับเงิน   
สมัยก่อน 800 คงเยอะมากว่ะ 100 ปีก่อนคง
8 แสนล่ะมั้ง เงินเดือนคนสมัยนั้น 4 บาทเอง

เจ้าน้อยหลังจากกันกับแม่ชีคราวนั้น.....ก็เอาแต่กินเหล้าไม่มีใจรักเจ้าบัวชุม
ในที่สุดก็ตรอมใจตายหลังจากแต่งงานได้ไม่กี่ปีในขณะที่อายุแค่ 30 ปีเท่านั้นเอง

ในบันทึกบอกว่าสิ้นพระชนม์ด้วยโรคพิษสุรา อีก 6 ปีต่อมาหลังจากพบแม่ชีมะเมี้ยครั้งสุดท้าย
ส่วนแม่ชีมะเมี้ยะ... บวชจนสิ้นอายุขัยเมื่อ 73 ปี

เศร้ามะ ? เรื่องนี้ไม่มีตัวอิจฉามีแต่คนหัวใจสลาย

ผู้บันทึกเรื่องนี้คือ เจ้าบัวนวล คู่หมั้นคนแรกที่ถอนหมั้นไปหลังจากรู้ว่าเจ้าน้อยมีมะเมี้ยะ...
ส่วนเจ้าบัวชุมไม่ผิดอะไรเลย แต่สามีไม่รักก็อยู่เป็นข้าบาทจาริกาจนอายุ 81 ปี

เจ้าบัวนวลว่า  ตลอดชีวิตเจ้าน้อยรักผู้หญิงคนเดียวจนสิ้นลม คือ มะเมี๊ยะหลังจากนั้นเรื่องของเจ้าน้อยกับมะเมี้ยะ
ก็ถูกสั่งห้ามพูดถึงไปหลายปีเพราะเป็นเรื่องทางการเมือง    ต้องปิดบัง      รายละเอียดเลยหายไป 
เหลือแต่ตำนาน  อุปสรรคความรักของเจ้าน้อยกับมะเมี้ยะ ไม่ใช่ฐานันดร ไม่ใช่เชื้อชาติ แต่เป็นการเมืองแท้ๆ

เศร้าเนอะ ความรักในตำนานมักจบลงด้วยความเศร้าสลด ทั้งที่รักเดียวทั้งสองฝ่าย น่าสงสารจริงๆ
เรื่องนี้มีแต่คนน่าสงสาร เจ้าบัวชุมเมียแต่งก็น่าสงสาร
ทางเจ้าดารารัศมี มีบันทึกไว้แค่ว่าทรงไม่คิดว่าเจ้าน้อย
จะปักใจมั่นกับมะเมี้ยะขนาดนี้ เจ้าดารารัศมีทรงคิดว่าหลายปีผ่านไป และได้ภรรยาที่ดีพร้อมก็คงลืม
ความรักครั้งแรกได้ แต่เจ้าน้อยไม่ลืมจนสิ้นชีวิต

เจ้าบัวนวล คู่หมั้น เมื่อแรกรู้สึกเสียหน้าแต่หลังจากนั้นก็รู้สึกเห็นใจและศรัทธาในรักแท้ของเจ้าน้อย
จริงๆ แล้วเราแอบคิดว่า   ถ้าเจ้าน้อยโกหก ให้มะเมี้ยะหนีเข้าเมืองเถื่อนแล้วปลอมเป็นสาวไทย ให้เป็น
เมียบ่าว เรื่องก็จบแต่มันเป็นเพราะ...เจ้าน้อยต้องการมีภรรยาคนเดียว คือ...มะเมี้ยะ

หายากมากผู้ชายสมัยนั้น  เรื่องรักเดียวเนี่ยแต่ก็เป็นไปตามคำสาบานนะ
ผิดรักไปแต่งกับหญิงอื่นเลยอายุสั้น รูปหล่อ รักเดียว รักจนตาย
ยังกะนิยายเศร้าจริงๆๆๆ...ว่าแล้วก็เผื่อแผ่ความเศร้าให้คนอื่นบ้าง


สังเกตมั้ยว่า ความรักที่เป็นตำนาน...มักจะมีจุดจบที่เศร้ารันทดใจ
รักแฮ้ปปี้มันคงไม่กินใจพอที่จะเป็นตำนาน...สำหรับเราขอมีความสุขดีกว่าเป็นตำนาน..เฮ้อ...อ

แต่น่าเสียดาย...ไม่มีรูปมะเมี้ยะ คาดว่าเป็นสามัญชนคนธรรมดาเลยไม่มีรูปถ่ายเก็บไว้เป็นหลักฐานบ้าง
ไม่งั้นคงได้เห็นว่ามะเมี๊ยะงามจ๊าดแค่ไหน.... แต่บางทีการไม่เห็นหน้า...
จินตนาการอาจทำให้มะเมี๊ยะสวยงามยิ่งในความทรงจำของผู้ที่ได้รู้เรื่องราวเธอก็ว่าได
ณ วันนี้... 99 ปีผ่านไป เจ้าน้อยกับมะเมี๊ยะ คงได้พบกันบนเส้นทางสายดวงดาวแล้ว
ความรักครั้งหน้า...ขอให้ไร้อุปสรรคทั้งปวง สมกับที่รอคอยกันมาแสนนาน
 

กู่บรรจุอัฐิเจ้าน้อยศุขเกษม ในวัดสวนดอก เชียงใหม่
 

มะเมี๊ย ะ ของ อ.จรัล มโนเพ็ชร
( พูด).....
เรื่องมันเก้าสิบปี๋มาแล้ว
เจ้าน้อยสุขเกษมอายุได้สิบห้าปี๋
เจ้าป้อก็ส่งไปเฮียนหนังสือ
ตี้เมืองมะละแมงปู้น...
ก็เลยเป๋นเรื่องของก๋ำของเวรเขา
( ร้อง)มะเมี๊ยะ เป๋นสาวแม่ก้า คนพม่า เมืองมะละแมง
งามล้ำ เหมือนเดือนส่องแสง คนมาแย่ง หลงฮักสาว.
มะเมี๊ยะ บ่ยอมฮักไผ มอบใจ๋ ฮื้อหนุ่มเจื้อเจ้า.
เป๋นลูก อุปราชท้าว เจียงใหม่
แต่เมื่อ เจ้าชาย จบก๋าน ศึก ษา
จ๋ำต้อง ลาจาก มะเมี๊ยะไป.
เหมือนโดน มีดสับ ดาบฟัน หัวใจ๋
ปลอมเป๋น ป้อจาย หนีตามมา
เจ้าชายเป๋นราชบุตร แต่สุด ตี้ฮักเป๋นพม่า
ผิดประเพณี สืบมา ต้องร้าง ลา แยกทาง
วันตี้ต้อง ส่งคืนบ้านนาง เจ้าชาย ก็จัดขบวนช้าง
ไปส่งนาง คืน ทั้งน้ำตา
มะเมี๊ยะ ตรอมใจ๋ อาลัย ขื่น ขม
ถวาย บังคม ทูล ลา.
สยาย ผมลง เจ๊ดบาท บา ทา
ขอลา ไปก่อน แล้วจ้าดนี้.
เจ้าชายก็ตรอม ใจ๋ตาย มะเมี๊ยะเลยไป บวชชี
ความฮัก มักเป๋นเช่นนี้ แล เฮย
************************
 
 

 

 
      บันทึกการเข้า

ความสุข : สำคัญที่คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ครอบครอง
sugarcane
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2531
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 441

« ตอบ #58 เมื่อ: 14 มิถุนายน 2552, 18:26:47 »

แก้วที่คว่ำอยู่กลางสายฝน   
             ต่อให้ฝนตกกระหน่ำทั้งคืน
     ก็ไม่อาจเต็มไปด้วยน้ำ
     คนที่ไ ม่ยอมเปิดใจเรียนรู้
     ต่อให้คลุกคลีอยู่กับนักปราชญ์ทั้งคืนทั้งวัน
     ก็ยังโง่เท่าเดิม
            ว วชิรเมธี

........................
นัยอันล้ำลึกของคำว่า "ขอบคุณ"



ขอบคุณความไม่รู้   ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้
ขอบคุณความยากจน   ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ
ขอบคุณความล้มเหลว   ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ


ขอบคุณความผิดพลาด   ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณความริษยา   ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่
ขอบคุณคำวิพากษ์วิจารณ์   ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ


ขอบคุณความไม่รู้   ที่ทำให้รู้จักครูที่ชื่อประสบการณ์
ขอบคุณความผิดหวัง   ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นมาใหม่
ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า   ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ


ขอบคุณมหกรรมคอรัปชั่น   ที่ทำให้เราอยากสร้างสรรค์การเมืองใหม่
ขอบคุณความป่วยไข้   ที่ทำให้เราตั้งใจดูแลสุขภาพ
ขอบค ุณความทุกข์ที่   ทำให้เรารู้ว่าความสุขมีค่าแค่ไหน


ขอบคุณความพลัดพราก   ที่ทำให้เราสละจากความยึดมั่น ถือมั่น
ขอบคุณเพลิงกิเลส   ที่ทำให้เรามีเหตุอยากถึงพระนิพพาน
ขอบคุณความตาย   ที่ทำให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสมบูรณ์แบบ
เจริญพร
ว วชิรเมธี
     
      บันทึกการเข้า

ความสุข : สำคัญที่คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ครอบครอง
sugarcane
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2531
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 441

« ตอบ #59 เมื่อ: 14 มิถุนายน 2552, 18:28:54 »

      บันทึกการเข้า

ความสุข : สำคัญที่คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ครอบครอง
sugarcane
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2531
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 441

« ตอบ #60 เมื่อ: 14 มิถุนายน 2552, 18:33:54 »

สาธุโมทนา  คนดีๆ อย่างนี้หายากนัก

 

 

เพื่อนเคยพาพ่อเค้าที่อยู่ต่างจังหวัด มาผ่าต้อกระจกที่ รพ . แพทย์ของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว(องค์การมหาชน) สาขาสุขุมวิท ซอย  24  ไม่เสียเงิน แม้แต่บาทเดียว แถมผ่าเสร็จ แถมแว่นตาให้อีกด้วย แ้ล้วการบริการก็เหมือนกับ รพ. เอกชน เลย
 
โปรดช่วยกระจายข่าวด้วยนะครับเพื่อผู้ป่วยต้อกระจกจะได้มองเห็นโลกได้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง


 


--------------------------------------------------------------------------------



 



อุดมการณ์ ของคนทุกคนย่อมแตกต่างกันไป แต่มีอุดมการณ์ของผู้ชายคนหนึ่งที่เลือกแล้วที่จะทิ้งธุรกิจหลายสิบล้านของ ตัวเอง เพื่ออุทิศชีวิตทำงานเพื่อสังคม อุทิศชีวิตเพื่อช่วยเหลือคนไทยทั่วประเทศ เพราะเขาปวารณาตัวแล้วว่า จะเป็นข้าทาสของแผ่นดิน มีนายเพียงคนเดียวคือ พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย   
เขา ผู้นั้นคือ ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ ผู้ชายที่หาเงินได้หลายสิบล้านด้วยธุรกิจส่งออก แต่ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และแผ่นดินที่ตัวเองเกิด รวมถึงจุดเปลี่ยนที่เคยเฉียดตายมาแล้วจากการถูกลอบยิงที่ศีรษะ พอลุกขึ้นมาได้เขาก็ทำโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ฟอกไตฟรีให้กับประชาชนคนไทยทั่วประเทศ โดยใช้เงินของเขาเองทุกบาททุกสตางค์   
' ชีวิต ของผมตั้งใจเดินตามพระยุคลบาทขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เดินผิดไม่คิดจนตัวตาย มีแต่ความเจริญทั้งนั้น ไม่เจริญกับเรา ก็เจริญกับประเทศชาติ เจริญกับประชาชนผู้ยากจน เจริญกับวงศาคณาญาติหรือครอบครัวของเรา เพราะว่าเดินตามพระองค์ท่าน ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตไม่โกงกินแผ่นดิน และต้องไม่โกงกินผู้อื่น และต้องทำงานด้วยความเต็มใจทำ แล้วก็ต้องรักแผ่นดินใ ห้อยู่เหนือตัวเราเอง เค้าจะเรียกว่าทาสของแผ่นดิน   
' รพ.บ้าน แพ้ว เป็นของประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน ไม่ใช่ของเอกชน ประชาชนทุกคนต้องมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน ประชาชนเท่านั้นที่จะเป็นของประชาชนได้ ถ้าคนยากคนจนติดต่อมารักษาฟรีหมดเลย ค่ารถค่าเดินทางก็ฟรี เราจะดูแลทุกอย่างให้อย่างดี ไกลที่สุดที่เคยมาอยู่ที่เชียงของ โดยที่เราไปรับมา คุณจะอยู่ที่ตรงไหน เราจะไปรับคุณที่ตรงนั้น ยะลา นราธิวาส ปัตตานี ผ่ามาหมด ทำให้เสร็จ '   
หลาย คนมองว่าเขาติ๊งต๊อง แต่เขาทำด้วยใจจริงๆ แล้วไม่ยอมรับเงินบริจาคของใครด้วย โดยเขาบอกว่าหากใครจะเอาเงินมาช่วยทำ ก็เอาเงินจำนวนนั้นไปช่วยเหลือประชาชนได้เลย   



เรื่องราวชีวิต มุมมองความคิดของเขาผู้นี้ได้ถูกถ่ายทอดออกอากาศในรายการ   ' เจาะใจ '   เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่   25   กันยายน   2551   ทางช่อง   5   
ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ ทาสของแผ่นดิน   

แม้ เจ้าตัวจะไม่อยากเปิดเผยเรื่องราวแห่งความดีที่เคยทำ แต่นั่นกลับเป็นสิ่งที่หลายคนควรรู้ โดยเฉพาะช่วงชีวิตกว่าจะเป็นธานินทร์ ผู้เป็นเจ้าของบริษัท ทาสของแผ่นดิน และผู้ก่อตั้งศูนย์ผ่าตัดต้อกระจก-ต้อเนื้อ ฟรีแก่ประชาชนในเวลานี้   
คุณธานินทร์ เรียนจบปวช.จากพาณิชย์วิทยาลัยสีลม จากนั้นได้เข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะรัฐศาสตร์ แต่เรียนได้เพียง   9   หน่วยกิตก็เลิกเรียน เพราะรู้สึกว่าการเรียนก็ได้แค่เรียนรู้เท่านั้น สู้ทำงานเองจะดีกว่า เขาจึงตัดสินใจออกมาทำธุรกิจกับเพื่อน จำหน่ายสินค้าประเภทรถยนต์ มอเตอร์ไซค์เก่า หนังสัตว์ กระดูกสัตว์ เสื้อผ้า และเครื่องใช้ต่างๆ กับต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น อเมริกา ลาว เขมร เวียดนาม สิงคโปร์ และจีน ในนาม หจก.เอ็ม.เอ.ที อิมปอร์ต-เอ็กซปอร์ต   
คุณ ธานินทร์เล่าว่า เขาซื้อมอเตอร์ไซค์เก่าจากประเทศญี่ปุ่นได้ในราคาเพียงคันละ   600   บาท แต่สามารถนำเข้ามาขายในเมืองไทยได้ในราคาสูงถึง   15,000   บาท ซึ่งหลังจากหักต้นทุนขนส่งทั้งหมดแล้ว ยังเหลือกำไรคันละเกือบหมื่นบาท   
สาเหตุ ที่คุณธานินทร์สามารถซื้อมอเตอร์ไซค์เก่าในราคาถูกเช่นนั้น เป็นเพราะน้ำใจ ความดี และความซื่อสัตย์ในการทำธุรกิจของเขาที่มีมอบให้เพื่อนและคู่ค้าอย่างจริงใจ และสม่ำเสมอ จนเป็นที่ยอมรับและเชื่อถือแก่นักธุรกิจต่างชาตินั่นเอง   
จวบจนกระทั่งได้มาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา บริษัท เพรสซิเดนท์ ปาร์ค (   President Park )   พร้อมกับเป็นผู้ควบคุมดูแลอาคารทั้งหมด จากนั้นจึงก่อตั้ง   ' บริษัท ทาสของแผ่นดิน จำกัด '   เมื่อ ประ มาณ   3   ปีที่แล้ว เพื่อจัดตั้งศูนย์ผ่าตัดต้อกระจก-ต้อเนื้อแก่ประชาชน โดยเขาเล่าถึงที่มาของชื่อบริษัทว่า ต้องการให้เห็นอันแน่วแน่ที่จะแก้ไขในสิ่งผิด   
' ในอดีตชาติหรือปัจจุบันเราทำผิดมาก็มาก ทำถูกมาก็มาก อยาก ให้มองว่าระหว่างที่เรามีชีวิตอยู่ ไม่ควรมีการแบ่งชนชั้นวรรณะ หรือแบ่งเชื้อชาติศาสนา แต่ให้ยึดมั่นในองค์พระมหากษัตริย์ ประเทศไทยเป็นเมืองที่น่าอยู่และเป็นแผ่นดินที่ร่มเย็นมาก '   
' พ่อแม่ผมอยู่ในประเทศไทย แล้วผมก็เกิดในแผ่นดินนี้   ทุกคนอาจเห็นผมตัวดำ สีผิวผมที่ดำนี้คือสีดิน แล้วถ้าตัวผมไม่ดำผมจะเป็นทาสของแผ่นดินได้ยังไง   เคยมีอุทาหรณ์สอนใจผมว่า ผมน่าจะเกิดเป็นลูกของคุณทักษิณ เพราะผมจะได้เป็นคนรวย มีเงินเยอะๆ ผมจะเดินทางไปหาประชาชน เดินตามรอยพระยุคลบาทของในหลวง พ่อผมจะเป็นอะไรก็เป็นไปไม่เกี่ยวกับผม แต่ผมจะเดินออกไปหาคนจนในถิ่นทุรกันดาร คิดว่าน่าจะเป็นความสุขใจในชีวิต วันนี้ผมจึงกล่าวขานขนานนามต่างๆในชีวิตของผมว่า ขอถวายชีวิตเป็นราชพลีแด่พระองค์วงศ์จักรี ธานินทร์ทาสของแผ่นดิน '   
ศูนย์ผ่าตัดต้อเกิดจากลมหายใจสุดท้าย   




ศูนย์ผ่าตัดต้อกระจก-ต้อเนื้อ ฟรี ดังกล่าว เกิดขึ้นจากพลังแห่งศรัทธาในบุญและบาป โดย ครั้งหนึ่งคุณธานินทร์เคยถูกลอบยิงเกือบเอาชีวิตไม่รอด สาเหตุเกิดจากสองสามีภรรยาซึ่งเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในแวดวงสังคม   เอาภาพถ่ายของตัวเองขณะยืนอยู่หน้าทัชมาฮาลวางติดไว้ด้านบนผนังด้านบน   และเอารูปเจ้าแม่อุมาเทวีวัดแขกไว้ด้านล่าง เมื่อคุณธานินทร์เห็นเข้าจึงรู้สึกเป็นสิ่งที่ไม่สมควร พร้อมกับเขียนเรื่องนี้ลงในหนังสือของตัวเองเพื่อบอกให้ประชาชนได้รับรู้   
ประเด็น นี้เองอาจสร้างความโกรธแค้นและกลายเป็นชนวนลอบสังหาร โดยเขาถูกมือปืนยิงบริเวณหน้าบ้านย่านสีลม ลูกปืนเข้าที่ศีรษะทำให้ต้องรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู รพ.กรุงเทพคริสเตียน นานถึง   45   วัน และต้องทำการผ่าตัดถึง   6   ครั้ง   
' เป็น ช่วงเวลาที่ได้เห็นคนเสียชีวิตมากมายมหาศาล สัจธรรมเกิดขึ้นมาทันทีว่าภาพที่เห็นคนตาย คิดในทางบวกถือเป็นความสุข เพราะไม่ได้นอนกับคนที ่รักเราอย่างเดียว แต่ได้นอนกับคนที่ต้องตายทุกวัน คิดว่าน้อยคนนักที่จะได้มานอนกับคนตายแบบนี้ ระหว่างที่อยู่ไอซียูยังได้ยินเสียงทุกคนพูดตรงกัน คงอยู่ไม่เกินครึ่งชั่วโมง แต่ครึ่งชั่วโมงนั้นทำให้รอดตายมาได้ นับว่าโชคดีและเป็นบุญอย่างหนึ่ง ถามว่าสะทกสะท้านกับความตายไหม บอกได้เลยว่าไม่มี เลยได้คารมเด็ดๆในชีวิตว่า ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา ไม่เสียดายเวลาถ้าสิ้นไป เพราะว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้ว '   
เหตุนี้ ชีวิตที่เหลืออยู่ เขาจึงขอแทนคุณแผ่นดินด้วยการตั้งศูนย์ผ่าตัดต้อกระจกขึ้น เพื่อรักษาผู้ยากไร้   ' วันนั้นคิดว่า ถ้าผมกลับมาได้จะตอบแทนบุญคุณให้กับแผ่นดินที่เราอาศัยอยู่ได้ยังไง ถ้าไปกิน-นอนอยู่ กับใครสักคนโดยไม่ทำอะไรให้ แต่อยู่อย่างสุขสบายไม่ช่วยเหลือและเกื้อกูล ไม่ทำอะไรให้เลย เขาจะเรียกว่าเนรคุณไหม และถ้าผมอยู่ในแผ่นดินนี้ ไม่ช่วยเหลือแล้ว ยังกอบโกยโกงกินผืนแผ่นดิน เขาจะเรียกผมว่าทรราชของแผ่นดินหรือเปล่า '   ชีวิตเฉียดตายทำให้เข้าใจในความเป็นมนุษย์และบุญคุณที่ต้องทดแทนแผ่นดิน   
เมื่อแนวคิดในการเปิดศูนย์ผ่าตัดต้อกระจกทำท่าว่าจะเป็นจริง คุณธานินทร์จึงปรึกษากับ นพ. วิทิต อรรณเวชกุล ผอ.โรง พยาบาลบ้านแพ้วในขณะนั้นทันที แม้คุณหมอจะถามย้ำถึงความเชื่อมั่นว่าทำแน่หรือ เพราะต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล แต่เขากลับมั่นใจว่าต้องทำได้   
' เมื่อ ปรึกษาหารือกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงสั่งซื้ออุปกรณ์การผ่าตัดดวงตาจากต่างประเทศ และสั่งซื้อรถห้องผ่าตัดเคลื่อนที่หลายสิบล้านบาท โดยเงินทั้งหมดในการซื้ออุปกรณ์เป็นเงินส่วนตัวของผมที่ได้เก็บสะสมตลอดทั้ง ชีวิต ผมต้องการช่วยเหลือชาวบ้านผู้ยากไร้ คนไทยในแผ่นดินด้วยกัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว '   
จากนั้นเขาได้จัดทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ลงพื้นที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดยครั้งนั้นมีผู้ป่วยถึง   200   ราย หลังจากที่ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดต้อกระจก และสามารถ มองเห็นอีกครั้ง ทุกคนต่างร้องไห้ดีใจ วิ่งเข้ามากอดเขาด้วยความซาบซึ้ง   
ตลอดเวลา   3   ปีที่ผ่านมา ศูนย์แห่งนี้สามารถทำให้ผู้ที่เป็นต้อกระจกมองเห็นได้ประมาณ   600,000   ราย และในปี   2549   พบผู้ป่วยตกค้างสะสมกว่า   100,000   ราย ณ วันนี้หากถามว่าเหนื่อยไหม คุณ ธานินทร์ ตอบกลับทันทีว่า   ' ไม่เหนื่อยเลย '   เพราะแม้ กำลังกายจะสู้คนอื่นไม่ได้ หรือกำลังเงินอาจสู้ประชาชนคนรวยไม่พอ แต่เขาเชื่อว่ากำลังใจของเขาใหญ่กว่าคนรวยในแผ่นดินไทยมากมายมหาศาล   
' ผม มาช่วยเหลือชาวบ้าน เพราะผมแบกความจนเอาไว้ การแบกความจนจะทำให้รู้ว่าเกิดเป็นคนอย่าลืมตัว เกิดเป็นวัวอย่าลืมตีน ดังนั้น ถ้าเราแบกความจนเอาไว้จะไม่ลืมความจนเลย   วันนี้เราแบกความจนเอาไว้ก็จะพาประชาชนพ้นทุกข์ได้ และหากเราแบกความรวยเอาไว้เมื่อไร เราจะกลายเป็นคนลืมตัว   ถ้าตายไปแล้วขึ้นสวรรค์ ขณะเดียวกันก็ยังมีคนยากจนอยู่ในแผ่นดินนี้   ขอกลับลงมาเกิดในแผ่นดินนี้ดีกว่า ผมไม่ได้คิดที่จะเปิดศูนย์นี้เท่านั้น   แต่มีความตั้งใจจะสร้าง ร.ร.อนุบาลเรารักในหลวง เพื่อต้องการปลูกรากแก้วให้กับเด็กๆ '   เขาเล่าถึงสิ่งที่ได้ช่วยเหลือชาวบ้านให้หมดทุกข์ ด้วยแววตาที่มุ่งมั ่นเช่นเดิม   

ชีวิต ที่เหลืออยู่ของ ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ เขาขอเดินรอยตามพระยุคลบาทองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จนกว่าชีวิตจะหาไม่ เพราะสิ่งที่ผู้ชายคนนี้แบกไว้ ไม่ใช่ความรวย ไม่ใช่ความดี แต่คือ   ' ความจน '   ที่เขาจะแบกไปตลอดชีวิต...   
ผู้ ที่ประสงค ? ผ่าต้อกระจกฟรี หรือต้องการฟอกไตฟรี กรุณาติดต่อไปยังโรงพยาบาลบ้านแพ้ว และนายชูศักดิ์ แก้วสุริยอร่าม บริษัท ทาสของแผ่นดิน จำกัด อาคารพระมหากรุณาธิคุณ เลขที่   98   ซอยสุขุมวิท   24   ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กทม.   10110   

ฟอกไต   :   โทร.   02-262 9454-5   
โรคเกี่ยวกับตา   :   โทร.   089-889 0097, 02-261 8213-7   

โดยผู้ป่วยที่ประสงค์ผ่าต้อกระจกฟรี กรุณาเตรียมบัตรประชาชน และบัตรทองมาด้วย และสามารถรับการตรวจได้ในวันจันทร์   -   วันศุกร์ เวลา   08.00   น.-   11.00   น.   
ข้อมูลส่วนหนึ่งจาก   :   

http://www.jsl.co.th/minisite/index.php?tv=0006&sec=hilight&hilight=3909   


โครงการคืนแสงสว่างให้ผู้ป่วยต้อกระจกและต้อเนื้อ   ขอเรียนเชิญผู้ป่วยทุกท่านมารับ บริการผ่าตัดต้อต้อกระจกและต้อเนื้อ ฟรี โดยมิต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น   
โดยมีแพทย์ของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว(องค์การมหาชน) สาขาสุขุมวิท ซอย   24   ติดต่อได้ที่
บริษัททาสของแผ่นดิน จำกัด ( 02-2629454-5, 02-2618213-7)   เวลาทำการ วันจันทร์-วันศุกร์   8.00-17.00   น.   
เลขที่   99/359-360   ซอยสุขุมวิท   24( เกษม) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร   10110   
โทร   02 262 9454-5   แฟ็กซ์   02 262 9454   
**** เอกสารที่ต้องนำมาด้วย ถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรทอง อย่างละ   2   ใบ แพทย์จะทำการตรวจคนไข้ใหม่เฉพาะวันพุธและวันศุกร์ กรุณาโทรแจ้งล่วงหน้า****   
คน บางคนอาจจะเห็นว่าไม่สำคัญแต่สำหรับบางคนอาจจะต้องการแสงสว่างเพื่อที่จะทำ ให้ชีวิตเค้ามีค่ามากว่าอยู่ในความมืดมัว ถ้าใครมีจิตศรัทธาที่จะทำบุญช่วยกัน บอกต่อๆไปด้วย การทำบุญด้วยการให้แสงสว่ างแก่คนมาค่ามากกว่าสิ่งใดเพราะมันจะช่วยให้ชีวิต หนึ่งชีวิตที่พวกคุณหยิบยื่นไปให้ได้เห็นแสงสว่างอีกครั้งหนึ่ง   
*   เช็คข้อมูลออกหน่วย   
-   โรงพยาบาลฝาง อ.ฝาง จ. เชียงใหม่   
-   โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ(รพร.ท่าบ่อ)  อ.ท่าบ่อ  จ.หนองคาย   
-   โรงพยาบาลหนองจอก อ.หนองจอก กรุงเทพฯ   
-   โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม(รพร.เดชอุดม)  อ. เดชอุดม  จ.อุบลราชธานี

โปรดช่วยกระจายข่าวด้วยนะครับเพื่อผู้ป่วยต้อกระจกจะได้มองเห็นโลกได้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง
 
 
 
      บันทึกการเข้า

ความสุข : สำคัญที่คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ครอบครอง
sugarcane
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2531
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 441

« ตอบ #61 เมื่อ: 14 มิถุนายน 2552, 18:38:49 »

Police Message: Coke+Ajinomoto Can be Used To Rape Ladies

For Info
 

  คำเตือนจากตำรวจ     โค้ก + อายิโนะโมโต๊ะ ( ผงชูรส) สามารถใช้เพื่อข่มขืนหญิงสาวได้
 


 

DO YOU KNOW? Coke+Ajinomoto Can be Used to Rape Ladies         
คุณรู้หรือไม่?  ว่าโค้ก + อายิโนะโมโต๊ะ สามารถนำมาเพื่อใช้ในการข่มขืนหญิงสาวได้อย่างไร   
         
I received a news about the recent tactic used to spike girls' drink.
ฉันได้รับข่าวเมื่อเร็ว ๆนี้ถึงรายละเอียด ที่นำมาใช้สำหรับเครื่องดื่ม (แอลกอฮอล์) ของสาว ๆ
 
It is a cheap and widely used method.
วิธีการนี้เป็นวิธีที่ประหยัดและใช้กันอย่างแพร่หลาย
 
This method was used in Canny Ong murder.
วิธีการนี้ถูกนำมาใช้ในในคดีฆาตกรรมของ แคนดี้ อ๋อง
 
Rapist uses this method.
ผู้ข่มขืนใช้วิธีการดังนี้
 
Coca-cola+ajinomoto/monosodium glutamate = a medicine which will cause drowsiness and excitement in the victim.
 โค้ก + อายิโนะโมโต๊ะ / โมโนโซเดียมกลูตาเมต  = ยาที่มีผลทำให้เหยือเกิดอาการมึนและตื่นเต้นเร่าร้อน
 
This mixture is poisonous if used too often on the victim.
 ส่วนผสมนี้จะกลายเป็นยาพิษหากถูกใช้กับเหยื่อมากเกินไป
 
Please send this to all your female friends, sisters, & your loved ones  and ask them to beware.
ได้โปรดส่งเมล์นี้ไปยังเพื่อนสาว  พี่น้องหญิงทุกคนของคุณ และคนที่คุณรักให้ระวังตัว
 
DO NOT accept coca-cola or any other drinks from stranger / even
If it is your friend that you are not very close with.
อย่าได้รับเครื่องดื่ม โค้กหรือเครื่องดื่มใด ๆ จากคนแปลกหน้า ถ้าหากเขาไม่ใช่เพื่อนหรือคนที่คุณสนิทสนมเป็นอันขาด
 
 
 
      บันทึกการเข้า

ความสุข : สำคัญที่คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ครอบครอง
sugarcane
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2531
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 441

« ตอบ #62 เมื่อ: 14 มิถุนายน 2552, 18:41:46 »

ผู้ใช้รถ หรือผู้ที่ไม่ได้ใช้รถส่วนตัว จะไปบอกต่อกันก็ ได้
ช่วยกันบอกต่อๆ ไป รถเสียช่วยฟรี กด 1137
ชาวกรุงซึ้งน้ำใจรถเสียช่วยฟรี 24 ชม. รถ เสียกลางกรุงไม่ต้องตกใจ กด 1137
เรียกใช้บริการช่างซ่อมอาสาได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ตามโครงการ "ปันน้ำใจช่วยเหลือ สังคม"   
ช่วยป้องกันทั้งโจรในคราบพลเมืองดีและภัยสุภาพสตรีที่รถเกิดเสียกลางทาง   
เผยคนยังเรียกใช้น้อย เพราะส่วนใหญ่ยังไม่ รู้จัก
วอนรัฐช่วยส่งเสริมสนับสนุน     ขณะที่ ผู้คนในสังคมต่างดิ้นรนเอาตัวรอด
ส่งผลให้ผู้คนเห็นแก่ตัวมากขึ้นเสีย สละต่อผู้อื่นน้อยลง และไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวเรื่องของคน อื่น
แต่ก็ยังมีผู้คนจำนวนหนึ่งแม้จะไม่มากนัก
แต่ก็พร้อมจะทำงานที่เสียสละช่วยเหลือคนอื่น โดยไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทน   
อย่างกลุ่มคนในโครงการ"ปันน้ำใจช่วยเหลือรถจอดเสียกลางทาง"           

นายกฤตวิทย์ ศรีพสุธา เจ้าของโครงการ"ปันน้ำใจช่วยเหลือรถจอดเสียกลางทาง" กล่าวถึงที่มาโครงการนี้ ว่า


เห็นข่าวผู้หญิงรถเสียในเวลากลางคืนและเกิดปัญหาอาชญากรรมตามมา โดยพวกมิจฉาชีพคอยทำร้ายชิง ทรัพย์


รวมไปถึงทำตัวเป็นพลเมืองดีในคราบโจรแล้วน่าเป็นห่วง นอกจากนี้จากการสำรวจดู ยังพบว่า
มีรถเก่าจอดเสียอยู่ข้างทางไกลบ้านและไม่มีใครดูแลจึงได้หารือกับ พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล ผบก.จร .
เพื่อหาทางแก้ไขให้ประชาชนมีที่พึ่ง เพราะเชื่อว่าในสังคมไทยยังมีคนดีอยู่อีก จำนวนมาก

บทสรุปที่ได้ คือ ให้ตำรวจแต่ละท้องที่จัดหาอู่ซ่อมรถ จัดซื้อรถลากรถยกไว้ให้ บริการ โดยมีตำรวจโครงการพระราชดำริมาร่วมด้วยช่วย กัน
ปรากฏว่าเจ้าของอู่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยไม่คิดค่าแรง และบอกว่า ยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็ม ที่ เพราะต้องการช่วยประชาชนอยู่แล้วแต่ ไม่มีโอกาส     

นายกฤตวิทย์ กล่าวว่า เพื่อสร้างความ เชื่อถือในการปฏิบัติหน้าที่
จึง กำหนดให้เจ้าหน้าที่ที่ออกให้บริการต้องติดบัตรใส่ชุดฟอร์ม และไม่รับค่าตอบ แทน
เพราะทุกคนทำด้วยใจรัก"บริษัทได้ทำประกันอุบัติเหตุให้เป็นค่า ตอบแทน 1 ปี
ถึงขณะนี้การช่วยเหลือยังน้อยอยู่เดือนหนึ่งประมาณ 50-60 ราย
เฉลี่ยวันละ 4-5 รายแต่ในช่วงกลางคืน ฝนตกจะมีคนเรียกใช้มากถึงวันละ 10 ราย"

ผู้ริเริ่มโครงการนี้กล่าวและยอมรับ ว่า โครงการ  " ปันน้ำใจช่วย เหลือรถจอดเสียกลางทาง"
ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย เนื่องจากประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนยังไม่ทราบว่ามีโครงการนี้
หากมีการประชาสัมพันธ์มากกว่าที่เป็นอยู่เชื่อว่าจะมีคนที่เดือดร้อนขอใช้ บริการมากกว่านี้   
และน่าจะมีอู่ซ่อมรถยนต์มาร่วมช่วยเหลือมากขึ้น "ถ้าผู้ใช้รถไม่ได้ฟัง จส. 100 จะไม่รู้ว่ามีโครงการนี้
อย่างไรก็ดียังมีประชาชนส่วนหนึ่งยังไม่เชื่อใจว่าจะช่วยเหลือจริงหรือเปล่า จะหวังอะไรหรือไม่ ถ้าทำอย่างโปร่งใส
คนจะเชื่อใจและใช้บริการมากขึ้นเราก็พร้อมจะขยายขอบข่ายการช่วยเหลือออก ไป
เพราะโครงการนี้ตั้งเป้าใช้งบไว้ 4 ล้านบาท แต่ทำจริงๆใช้เงินเพียง 1.69 ล้านบาทเท่านั้น"

นายกฤตวิทย์กล่าวและย้ำว่า คนที่ต้อง การความช่วยเหลือจากรถเสีย   
กดโทรศัพท์แจ้งเรื่องได้ที่ 1137

      บันทึกการเข้า

ความสุข : สำคัญที่คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ครอบครอง
sugarcane
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2531
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 441

« ตอบ #63 เมื่อ: 16 มิถุนายน 2552, 19:11:58 »

รบกวนสาวสวย ขอบริจาคผ้าอนามัยและชุดชั้นใน ให้เด็กกำพร้า วัดโบสถ์วรดิษฐ์ ด้วยค่ะ (ช่วยกดโหวตหน่อยนะคะ)
วันอาทิตย์ไปทำบุญที่วัดโบสถ์วรดิษฐ์ จ.อ่างทองมาค่ะ   ที่วัดนั้นเลี้ยงเด็กกำพร้าไว้ 400 กว่าคน   มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง   ก่อนหน้าโทรไปถามคนรับสายบอกว่าของที่ขาดแคลนคือข้าวสาร อาหารแห้ง รองมาอยากได้สมุดดินสอ และอื่นๆตามแต่จะศรัทธา ให้อะไรก็เอาหมดค่ะ

เรากับเพื่อนเลยคิดบริจาคข้าวสารแต่น้ำหนักมากเลยขับรถไปหาซื้อ เอาแถวนั้น   แล้วเจอร้านขายส่งไม่ไกลจากวัดก็แวะซื้อข้าวสาร 1 กระสอบ 1400 บ าท(คนขายแนะนำให้ซื้อแบบนี้)   ป้าเจ้าของร้านเขียนแผนที่ไปวัดให้ค่ะ   แล้วก็สอบถามเด็กที่ขายของ   ทราบว่าในวัดมีเด็กผู้หญิงด้วย   เราเลยซื้อผ้าอนามัย 2 แพ็คใหญ่ แพ็คแบบเค้าขายส่งกันน่ะค่ะ

พอมาถึงวัดก็คุยกับท่านเจ้าอาวาสนิดหน่อย   แล้วก็ให้คนพาไปดูเด็ก   เราเดินไปดูตรงโรงนอนแออัดมากเลยเจ้า T-T เข้าไปในโรงนอนเด็กผู้หญิงแล้วไล่เพื่อน(ผู้ชาย)ออกไปก่อน   ชิ้ว ๆ ๆ   เราก็พยายามถามว่ามีเด็กกี่คน ต้องการอะไรเพิ่มเติมไหม   น้องๆเค้าบอกว่ามีเด็กที่ถึงวัยประจำเดือน 80 กว่าคน   ผ้าอนามัยไม่พอใช้เลยต้องซื้อกันเอง   ฟังแล้วดูธรรมดานะคะซื้อผ้าอนามัยกันเองใครก็ซื้อกันเองเน! ้อ   แต่ถ้าเห็นโรงนอนแล้วคำว่า ' ซื้อกันเอง ' เนี่ย   คงเป็นอะไรที่ลำบากมากๆเลยค่ะ T-T   เราอยากถ่ายรูปมาให้ดูมากแต่เกรงใจน้องเค้าเพราะแค่ไปถามก็ดูน้องๆอายกันมากแล้ว   ถามว่าชุดชั้นในมือสองต้องการไหม   เด็กก็บอกเอาค่ะ   พูดคุยเสร็จก็เดินออกมาเจอเพื่อน
เพื่อนบอกว่าเด็กน่ารักไม่ส่งเสียงหนวกหูหรือทะเลาะกันเลย สิ่งที่ต้องการสำหรับเด็กผู้หญิงที่เราไปถามมา   แล้วไม่ค่อยมีคนบริจาค   อยากให้สาวสวยโต๊ะแป้งช่วยกันบริจาคหน่อยค่ะ
1. ผ้าอนามัย ซื้อแบบยกแพ็คใหญ่จะถูกกว่าซื้อปลีกมาก
2. กางเกงใน ขอเป็นของใหม่ก็ดีนะคะ
3. บราเซียร์ อันนี้มือสองก็ได้ค่ะ

ที่อยู่จัดส่งทางไปรษณีย์ ( แนะนำให้ส่งแบบพัสดุธรรมดาถูกดีค่ะ)
วัดโบสถ์วรดิษฐ์
210/ ค   ต.ป่าโมก   อ.ป่าโมก   อ่างทอง  14130

เบอร์โทร 035-661134  ! มือถือ 086-1345003   แฟกซ์ 035-623356

เลขบัญชีวัดโบสถ์วรดิษฐ์   กสิกรไทยสาขาป่าโมก
ออมทรัพย์  1822-113-644




พระครูวุฒิธรรมาทร พ่อของเด็กกว่า 400 ชีวิต เคยออกรายการมหาลัยชีวิตด้วยค้ะ
ดีใจแทนหลวงพ่อค่ะ ท่านก็แก่มากแล้ว เราเห็นท่านมาตั้งแต่เราเด็กๆ ว่าท่านได้ทำประโยชน์มากมายให้กับวัด ให้กับน้องๆ     
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://hilight.kapook.com/view/25206



      บันทึกการเข้า

ความสุข : สำคัญที่คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ครอบครอง
เจษฎา
Cmadong พันธุ์แท้
****


the more you get ,the less you feel
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,682

« ตอบ #64 เมื่อ: 17 มิถุนายน 2552, 14:50:51 »

ท่านใดทราบบ้างครับว่า ผงชูรส มีไว้ทำอะไร ลองเดามาครับแล้วจะมาเฉลยอีกที
      บันทึกการเข้า

ไม่หล่อ แต่ไม่ค่อยว่าง
เจตน์
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ใครๆเรียกผมว่า "กุ๊ปปิ๊"
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2534
คณะ: ครุฯ พลศึกษา
กระทู้: 6,512

« ตอบ #65 เมื่อ: 19 มิถุนายน 2552, 09:02:00 »







      บันทึกการเข้า

ชีวิตผมเป็นดั่งวงกลม จึงได้แต่ดอมดมความสุขจากคนอื่นๆ
iamfrommoon
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2535
คณะ: พาณิชยศาสตร์และการบัญชี
กระทู้: 8,393

เว็บไซต์
« ตอบ #66 เมื่อ: 23 มิถุนายน 2552, 10:35:43 »

ขอเอามาฝากบ้างนะคะ น้องชอบมากเลย..

แนวคิดเทียบกับธรรมะ(ชาติ)

Subject: ภรรยา 4 คน (อยากให้ลองอ่าน)

ชายคนหนึ่งมีภรรยาอยู่ 4 คน
ภรรยาคนที่ 1 เขารักที่สุด ไปไหนมาไหนด้วยกัน ตามใจ ตลอดอยากได้อะไร เขาหาให้ทุกอย่าง
ภรรยาคน ที่ 2 เขารักมาก เขาจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อภรรยาคน นี้ และจะไปหาภรรยาคนนี้เสมอ
ภรรยาคนที่ 3 เขารักรองลงมา ดูแลเอาใจใส่พอควร แวะไปหาบางเป็นครั้งคราว
ภรรยาคน ที่ 4 เขาไม่เคยสนใจ ไม่เคยดูแลเอาใจใส่ ไม่เคยไป หาไม่คิดถึงเลยด้วยซ้ำ

ต่อมาชาย คนนี้ไปกระทำความผิดร้ายแรงและถูกจับ ต้องถูก ประหารชีวิต ก่อนที่จะถูกประหาร เขาขอร้องว่า เขาขอกลับ
บ้านเพื่อไปร่ำลาภรรยาสุดที่รักซักครั้ง ผู้คุมเห็นใจจึง อนุญาต

เมื่อกลับ มาถึงบ้าน เขารีบตรงไปหาภรรยาคนที่ 1 เล่า เหตุการณ์ต่างๆ ให้ฟัง
และถามภรรยา คนที่ 1 ว่า ' ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคนที่ 1 จะ ทำอย่างไร? '
ภรรยาคนที่ 1 ตอบน้ำเสียงที่เย็นชาว่า ' ถ้าเธอตาย เราก็จบกัน' คำตอบที่ได้รับเหมือนสายฟ้าที่ผ่า เปรี้ยง!!
ลงมาที่เขาอย่าง จังเขารู้สึก เจ็บปวดและเสียใจเป็นอย่าง ยิ่งนึกเสียดายว่าเขาไม่ควรทุ่มเทให้ภรรยาคนนี้ เลย

จากนั้นเขาก็ ไปหาภรรยาคนที่ 2 ด้วยอาการเศร้าโศก เล่า เรื่องราวต่างๆ ให้ ฟัง
และถามคำถาม เดิมกับภรรยาคนที่ 2 ว่า' ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคน ที่ 2 จะทำอย่างไร?
ภรรยาคนที่ 2 ก็ ตอบอย่างหน้าตาเฉยว่า ' ถ้าเธอตาย ฉันจะมี ใหม่ 'เหมือนสาย ฟ้า!! ผ่าลงมาซ้ำที่เขาอย่างจัง
เขารู้สึกเสียใจ มาก และนึกเสียดายว่าที่ผ่านมา เขาไม่ควรทุ่มเทให้ภรรยาคนนี้เช่นกัน

เขาเดินคอตก มาหาภรรยาคนที่ 3 เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ ฟัง
และถามภรรยา คนที่ 3 ว่า' ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคนที่ 3 จะทำ อย่างไร? '
ภรรยา คนที่ 3 ตอบว่า ' ถ้าเธอตาย ฉันจะไปส่ง' ทำให้เขาคลายความเศร้าโศกขึ้นมาได้ บ้าง
อย่างน้อยก็ ยังมีภรรยาที่จริงใจกับเขา

ก่อนกลับไป รับโทษเขานึกขึ้นมาได้ว่ามีภรรยาอีกคนซึ่งไม่เคยไปหาเลย
จึงไป หาภรรยาคนที่ 4 และถามว่า' ถ้าเขาต้องตาย ภรรยาคนที่ 4 จะทำอย่าง ไร? '
ภรรยาคน ที่ 4 ตอบว่า ' ถ้าเธอตาย ฉันจะตามไป ด้วย ' แทนที่เขา จะดีใจกลับนึกเสียใจหนักขึ้นไปอีก
เพราะ...มัน สายเกินไปเสีย แล้ว ช่วงที่เขา มีชีวิตอยู่เขาไม่เคยเห็นค่
าของภรรยาคนนี้
แต่ภรรยาคน นี้ไม่คิดที่จะทิ้งเขา จะติดตามเขาไปอยู่ด้วย
แล้วชายคน นี้ก็กลับไปรับโทษประหาร และเมื่อเขาตาย ภรรยาคน ที่ 4 ก็ตายตามไปด้วย.....
เราทุกคนก็มีภรรยา 4 คน นี้ มีคำถามว่า ภรรยาทั้ง 4 คนเป็นใคร ? ลองคิดกันก่อนนะ แล้วค่อยดูเฉลย
....................................................................................


ทีนี้เรามาดูกัน ว่า ภรรยาคนที่ 1, 2, 3 และ 4 เป็นใครกัน บ้าง

ภรรยาคน ที่ 1 = ร่างกายของ เรา
เพราะเวลาเรา มีชีวิตอยู่ เราจะบำรุงบำเรอด้วยของสิ่ง ทุกอย่างอยากได้อะไรก็หาให้
แต่ พอเราตายมันกลับไม่ไปกับเรา เมื่อเราตายร่างกายมันก็มีค่าเท่ากับท่อนไม้ท่อนหนึ่งเท่า นั้น

ภรรยาคนที่ 2 = ทรัพย์ สมบัติ
เพราะเวลา เรามีชีวิตอยู่ เราจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มัน มา แต่พอเราตายมันกลับไม่ไปกับเรา แต่ไปเป็นของคน อื่น

ภรรยาคนที่ 3 = พ่อแม่ ลูกเมีย ญาติ พี่ น้อง
เพราะพอเรา ตาย เขาจะทำศพให้เรา ทำบุญไป ให้ แปลว่า เขา แค่ไปส่งเราเท่านั้น

ภรรยาคนที่ 4 = บุญ กับ บาป
เมื่อเราตาย ไป เราไม่สามารถเอาอะไรไปด้วยได้ มีเพียงแค่บุญกับบาปเท่านั้นที่จะตามเราไป

.....หลังจากอ่านจบแล้วได้แง่คิดอะไรกันบ้าง? 
.... จะให้ความ สำคัญกับภรรยาคนไหนมากกว่ากัน?
      บันทึกการเข้า

@@ธรรมชาติสร้างความขัดแย้ง เพื่อให้คนเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ดียิ่งขึ้น@@@

sugarcane
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2531
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 441

« ตอบ #67 เมื่อ: 31 กรกฎาคม 2552, 22:40:25 »

น่าเสียดาย  ข้อคิดจากท่าน ว.วชิรเมธี
 
น่าเสียดาย (ธรรมจักร)                                                                                               
                                                                                                                 
         น่าเสียดาย ที่เรามีพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ                                                                   
         แต่เรากลับศรัทธาไสยศาสตร์หัวปักหัวปำ                                                                           
                                                                                                                 
         น่าเสียดาย ที่เรามีพระมหากษัตริย์ที่แสนดี                                                                           
         แต่เรากลับมีคนโกงกินเต็มบ้านเต็มเมือง                                                                           
                                                                                                                 
         น่าเสียดาย ที่เรามีวัดอยู่เกือบทุกหมู่บ้าน/ตำบล                                                                       
         แต่เรากลับมากด้วยคนขาดจริยธรรมอยู่ทั่วไป                                                                         
                                                                                                                 
         น่าเสียดาย ที่เราสถาปนาประชาธิปไตยตั้งแต่ พ.ศ. 2475                                                             
         แต่เรากลับมีปฏิวัติ/รัฐประหารมาแล้ว 14 ครั้ง                                                                       
                                                                                                                 
         น่าเสียดาย ที่เรามีมหาวิทยาลัยมากมายติดอันดับโลก                                                                   
         แต่เรากลับโชคร้ายที่คนไทยชอบดูดวงบวงสรวงเทพยดา                                                                 
                                                                                                                 
         น่าเสียดาย ที่เรามีป่าไม้-แม่น้ำ-ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์                                                                 
         แต่เรากลับเทิดทูนการทำลายแทนการรักษา                                                                         
                                                                                                                 
         น่าเสียดาย ที่เรามีศิลปวัฒนธรรมเป็นของตนเอง                                                                     
         แต่เรากลับเก่ง "การลอกเลียนแบบ" เป็นที่สุด                                                                       
                                                                                                                 
         น่าเสียดาย ที่เรามีสื่อมวลชนมากมายไร้พรมแดน                                                                     
         แต่เจ็บปวดเหลือแสนเมื่อสื่อมวลชนมุ่งแต่การขายสินค้า                                                                 
                                                                                                                 
         น่าเสียดาย ที่เรามีกฎหมาย                                                                                     
         แต่เรากลับปล่อยให้มีการใช้กฎหมู่จนเป็นเรื่องธรรมดา                                                                 
                                                                                                                 
         น่าเสียดาย ที่เรามีหนังสือมากมายหลายพันเล่มในห้องสมุด                                                               
         แต่สถิติสูงสุดคือเราอ่านหนังสือกันปีละ 8 บรรทัด                                                                     
                                                                                                                 
         น่าเสียดาย ที่เรามีอินเทอร์เน็ตใช้ก่อนประเทศในโลกที่สาม                                                             
         แต่เรากลับเสื่อมทรามเพราะใช้ส่งภาพถ่ายคลิปโป๊                                                                     
                                                                                                                 
         น่าเสียดาย ที่เรามีโทรทัศน์หลายสิบช่อง                                                                           
         แต่เรากลับจ้องจะดูแต่ละครน้ำเน่า                                                                               
                                                                                                                 
         น่าเสียดาย ที่เรามีพ่อแม่อยู่ในบ้าน                                                                               
         แต่เรากลับปล่อยให้ท่านอยู่อย่างเปลี่ยวเหงา                                                                         
                                                                                                                 
         น่าเสียดาย ที่เราสามารถกลับตัวเป็นคนดีได้                                                                         
         แต่เรากลับชอบใจที่จะเป็นคนเลวตลอดกาล                                                                         
                                                                                                                 
         น่าเสียดาย ที่เราเป็นอิสระจากความอยากได้                                                                       
         แต่เรากลับพึงใจอยู่กับการสนองความอยาก                                                                         
                                                                                                                 
         น่าเสียดาย ที่เราบรรลุนิพพานได้ในชาตินี้                                                                           
         แต่เรากลับยินดีอยู่แค่การทำบุญให้ทาน     
      บันทึกการเข้า

ความสุข : สำคัญที่คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ครอบครอง
sugarcane
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2531
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 441

« ตอบ #68 เมื่อ: 04 สิงหาคม 2552, 09:18:45 »

ไต้หวัน-- -- หญิงคนหนึ่งเลือดออกทางทวารทั้ง 7 โดยไม่รู้สาเหตุ เสียชีวิตในข้ามคืนเดียว จากการชันสูตรศพเบื้องต้น  ลงความเห็นว่าตายเพราะพิษสารหนู แล้วสารหนูมาจากไหนล่ะ
ตำรวจเริ่มสืบสวนในวงกว้าง และเชิญศาสตราจารย์นิติเวชมาร่วมคลี่คลายคดี
ศาสตราจารย์ตรวจวิเคราะห์สิ่งตกค้างในกระเพาะ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เปิดโปงสาเหตุการตายฉับพลัน "ผู้ตายไม่ได้ฆ่าตัวตาย ไม่ได้ถูกลอบสังหาร แต่ตายเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ถูกมันฆ่า " ศาสตราจารย์ฟันธง
ผู้คนงงเป็นไก่ตาแตก อะไรคือ "มันฆ่า" แล้วสารหนูมาจากไหน
ศาสตราจารย์กล่าวว่า สารหนูเกิดในกระเพาะผู้ตาย ผู้ตายกินวิตามินซีทุกวัน นี่ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่เธอกินกุ้งจำนวนมากในมื้อเย็น  กินกุ้งโดยลำพังก็ไม่มีปัญหา คนในบ้านกินกันก็ไม่เห็นเป็นไร แต่ผู้ตายกินวิตามินซีพร้อมกันด้วย ปัญหาจึงเกิดตรงนี้แหละ
นักวิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโกเคยทำการทดลอง พบว่าสัตว์เปลือกอ่อนเช่นกุ้งมีสารประกอบอาเซนิกเข้มข้นในปริมาณสูง สารประกอบชนิดนี้เข้าไปอยู่ในร่างกายก็ไม่มีพิษภัยอะไร แต่เมื่อรับประทานวิตามินซีพร้อมกัน จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี ทำให้สารประกอบเดิมที่มีสูตรเคมี As2O5 หรืออาเซนิกออกไซด์ซึ่งไม่มีพิษ กลายเป็นสารประกอบที่มีสูตรเคมี As2O3 หรืออาเซนิกไตรออกไซด์ซึ่งมีพิษ หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าสารหนูนั้นเอง
พิษสารหนูจะทำให้การทำงานของเส้นโลหิตฝอยและเอนไซม์ของซัลฟีดรีลขัดข้อง เกิดอาการเลือดคั่งในหัวใจ ตับ ไต และลำไส้ เซลล์ผิวหนังตายด้าน เส้นโลหิตฝอยขยายตัว ดังนั้น ผู้ที่รับพิษจนตาย จะมีเลือดออกทางทวารทั้งเจ็ด
เพราะฉะนั้น ในระยะที่รับประทานวิตามินซี ต้องงดกินอาหารประเภทกุ้ง เพื่อความไม่ประมาท
      บันทึกการเข้า

ความสุข : สำคัญที่คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ครอบครอง
kdecha
Full Member
**


ผู้ชายที่ไม่เหลือหัวใจไว้ให้ผู้หญิงคนไหนแล้ว เหลือ
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 856

« ตอบ #69 เมื่อ: 04 สิงหาคม 2552, 10:15:47 »

อ้างถึง
ข้อความของ อ้อยเค็ม เมื่อ 14 มิถุนายน 2552, 18:33:54
สาธุโมทนา  คนดีๆ อย่างนี้หายากนัก

 

 

เพื่อนเคยพาพ่อเค้าที่อยู่ต่างจังหวัด มาผ่าต้อกระจกที่ รพ . แพทย์ของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว(องค์การมหาชน) สาขาสุขุมวิท ซอย  24  ไม่เสียเงิน แม้แต่บาทเดียว แถมผ่าเสร็จ แถมแว่นตาให้อีกด้วย แ้ล้วการบริการก็เหมือนกับ รพ. เอกชน เลย
 
โปรดช่วยกระจายข่าวด้วยนะครับเพื่อผู้ป่วยต้อกระจกจะได้มองเห็นโลกได้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง


 


--------------------------------------------------------------------------------



 



อุดมการณ์ ของคนทุกคนย่อมแตกต่างกันไป แต่มีอุดมการณ์ของผู้ชายคนหนึ่งที่เลือกแล้วที่จะทิ้งธุรกิจหลายสิบล้านของ ตัวเอง เพื่ออุทิศชีวิตทำงานเพื่อสังคม อุทิศชีวิตเพื่อช่วยเหลือคนไทยทั่วประเทศ เพราะเขาปวารณาตัวแล้วว่า จะเป็นข้าทาสของแผ่นดิน มีนายเพียงคนเดียวคือ พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย  
เขา ผู้นั้นคือ ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ ผู้ชายที่หาเงินได้หลายสิบล้านด้วยธุรกิจส่งออก แต่ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และแผ่นดินที่ตัวเองเกิด รวมถึงจุดเปลี่ยนที่เคยเฉียดตายมาแล้วจากการถูกลอบยิงที่ศีรษะ พอลุกขึ้นมาได้เขาก็ทำโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ฟอกไตฟรีให้กับประชาชนคนไทยทั่วประเทศ โดยใช้เงินของเขาเองทุกบาททุกสตางค์  
' ชีวิต ของผมตั้งใจเดินตามพระยุคลบาทขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เดินผิดไม่คิดจนตัวตาย มีแต่ความเจริญทั้งนั้น ไม่เจริญกับเรา ก็เจริญกับประเทศชาติ เจริญกับประชาชนผู้ยากจน เจริญกับวงศาคณาญาติหรือครอบครัวของเรา เพราะว่าเดินตามพระองค์ท่าน ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตไม่โกงกินแผ่นดิน และต้องไม่โกงกินผู้อื่น และต้องทำงานด้วยความเต็มใจทำ แล้วก็ต้องรักแผ่นดินใ ห้อยู่เหนือตัวเราเอง เค้าจะเรียกว่าทาสของแผ่นดิน  
' รพ.บ้าน แพ้ว เป็นของประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน ไม่ใช่ของเอกชน ประชาชนทุกคนต้องมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน ประชาชนเท่านั้นที่จะเป็นของประชาชนได้ ถ้าคนยากคนจนติดต่อมารักษาฟรีหมดเลย ค่ารถค่าเดินทางก็ฟรี เราจะดูแลทุกอย่างให้อย่างดี ไกลที่สุดที่เคยมาอยู่ที่เชียงของ โดยที่เราไปรับมา คุณจะอยู่ที่ตรงไหน เราจะไปรับคุณที่ตรงนั้น ยะลา นราธิวาส ปัตตานี ผ่ามาหมด ทำให้เสร็จ '  
หลาย คนมองว่าเขาติ๊งต๊อง แต่เขาทำด้วยใจจริงๆ แล้วไม่ยอมรับเงินบริจาคของใครด้วย โดยเขาบอกว่าหากใครจะเอาเงินมาช่วยทำ ก็เอาเงินจำนวนนั้นไปช่วยเหลือประชาชนได้เลย  



เรื่องราวชีวิต มุมมองความคิดของเขาผู้นี้ได้ถูกถ่ายทอดออกอากาศในรายการ   ' เจาะใจ '   เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่   25   กันยายน   2551   ทางช่อง   5  
ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ ทาสของแผ่นดิน  

แม้ เจ้าตัวจะไม่อยากเปิดเผยเรื่องราวแห่งความดีที่เคยทำ แต่นั่นกลับเป็นสิ่งที่หลายคนควรรู้ โดยเฉพาะช่วงชีวิตกว่าจะเป็นธานินทร์ ผู้เป็นเจ้าของบริษัท ทาสของแผ่นดิน และผู้ก่อตั้งศูนย์ผ่าตัดต้อกระจก-ต้อเนื้อ ฟรีแก่ประชาชนในเวลานี้  
คุณธานินทร์ เรียนจบปวช.จากพาณิชย์วิทยาลัยสีลม จากนั้นได้เข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะรัฐศาสตร์ แต่เรียนได้เพียง   9   หน่วยกิตก็เลิกเรียน เพราะรู้สึกว่าการเรียนก็ได้แค่เรียนรู้เท่านั้น สู้ทำงานเองจะดีกว่า เขาจึงตัดสินใจออกมาทำธุรกิจกับเพื่อน จำหน่ายสินค้าประเภทรถยนต์ มอเตอร์ไซค์เก่า หนังสัตว์ กระดูกสัตว์ เสื้อผ้า และเครื่องใช้ต่างๆ กับต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น อเมริกา ลาว เขมร เวียดนาม สิงคโปร์ และจีน ในนาม หจก.เอ็ม.เอ.ที อิมปอร์ต-เอ็กซปอร์ต  
คุณ ธานินทร์เล่าว่า เขาซื้อมอเตอร์ไซค์เก่าจากประเทศญี่ปุ่นได้ในราคาเพียงคันละ   600   บาท แต่สามารถนำเข้ามาขายในเมืองไทยได้ในราคาสูงถึง   15,000   บาท ซึ่งหลังจากหักต้นทุนขนส่งทั้งหมดแล้ว ยังเหลือกำไรคันละเกือบหมื่นบาท  
สาเหตุ ที่คุณธานินทร์สามารถซื้อมอเตอร์ไซค์เก่าในราคาถูกเช่นนั้น เป็นเพราะน้ำใจ ความดี และความซื่อสัตย์ในการทำธุรกิจของเขาที่มีมอบให้เพื่อนและคู่ค้าอย่างจริงใจ และสม่ำเสมอ จนเป็นที่ยอมรับและเชื่อถือแก่นักธุรกิจต่างชาตินั่นเอง  
จวบจนกระทั่งได้มาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา บริษัท เพรสซิเดนท์ ปาร์ค (   President Park )   พร้อมกับเป็นผู้ควบคุมดูแลอาคารทั้งหมด จากนั้นจึงก่อตั้ง   ' บริษัท ทาสของแผ่นดิน จำกัด '   เมื่อ ประ มาณ   3   ปีที่แล้ว เพื่อจัดตั้งศูนย์ผ่าตัดต้อกระจก-ต้อเนื้อแก่ประชาชน โดยเขาเล่าถึงที่มาของชื่อบริษัทว่า ต้องการให้เห็นอันแน่วแน่ที่จะแก้ไขในสิ่งผิด  
' ในอดีตชาติหรือปัจจุบันเราทำผิดมาก็มาก ทำถูกมาก็มาก อยาก ให้มองว่าระหว่างที่เรามีชีวิตอยู่ ไม่ควรมีการแบ่งชนชั้นวรรณะ หรือแบ่งเชื้อชาติศาสนา แต่ให้ยึดมั่นในองค์พระมหากษัตริย์ ประเทศไทยเป็นเมืองที่น่าอยู่และเป็นแผ่นดินที่ร่มเย็นมาก '  
' พ่อแม่ผมอยู่ในประเทศไทย แล้วผมก็เกิดในแผ่นดินนี้   ทุกคนอาจเห็นผมตัวดำ สีผิวผมที่ดำนี้คือสีดิน แล้วถ้าตัวผมไม่ดำผมจะเป็นทาสของแผ่นดินได้ยังไง   เคยมีอุทาหรณ์สอนใจผมว่า ผมน่าจะเกิดเป็นลูกของคุณทักษิณ เพราะผมจะได้เป็นคนรวย มีเงินเยอะๆ ผมจะเดินทางไปหาประชาชน เดินตามรอยพระยุคลบาทของในหลวง พ่อผมจะเป็นอะไรก็เป็นไปไม่เกี่ยวกับผม แต่ผมจะเดินออกไปหาคนจนในถิ่นทุรกันดาร คิดว่าน่าจะเป็นความสุขใจในชีวิต วันนี้ผมจึงกล่าวขานขนานนามต่างๆในชีวิตของผมว่า ขอถวายชีวิตเป็นราชพลีแด่พระองค์วงศ์จักรี ธานินทร์ทาสของแผ่นดิน '  
ศูนย์ผ่าตัดต้อเกิดจากลมหายใจสุดท้าย  




ศูนย์ผ่าตัดต้อกระจก-ต้อเนื้อ ฟรี ดังกล่าว เกิดขึ้นจากพลังแห่งศรัทธาในบุญและบาป โดย ครั้งหนึ่งคุณธานินทร์เคยถูกลอบยิงเกือบเอาชีวิตไม่รอด สาเหตุเกิดจากสองสามีภรรยาซึ่งเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในแวดวงสังคม   เอาภาพถ่ายของตัวเองขณะยืนอยู่หน้าทัชมาฮาลวางติดไว้ด้านบนผนังด้านบน   และเอารูปเจ้าแม่อุมาเทวีวัดแขกไว้ด้านล่าง เมื่อคุณธานินทร์เห็นเข้าจึงรู้สึกเป็นสิ่งที่ไม่สมควร พร้อมกับเขียนเรื่องนี้ลงในหนังสือของตัวเองเพื่อบอกให้ประชาชนได้รับรู้  
ประเด็น นี้เองอาจสร้างความโกรธแค้นและกลายเป็นชนวนลอบสังหาร โดยเขาถูกมือปืนยิงบริเวณหน้าบ้านย่านสีลม ลูกปืนเข้าที่ศีรษะทำให้ต้องรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู รพ.กรุงเทพคริสเตียน นานถึง   45   วัน และต้องทำการผ่าตัดถึง   6   ครั้ง  
' เป็น ช่วงเวลาที่ได้เห็นคนเสียชีวิตมากมายมหาศาล สัจธรรมเกิดขึ้นมาทันทีว่าภาพที่เห็นคนตาย คิดในทางบวกถือเป็นความสุข เพราะไม่ได้นอนกับคนที ่รักเราอย่างเดียว แต่ได้นอนกับคนที่ต้องตายทุกวัน คิดว่าน้อยคนนักที่จะได้มานอนกับคนตายแบบนี้ ระหว่างที่อยู่ไอซียูยังได้ยินเสียงทุกคนพูดตรงกัน คงอยู่ไม่เกินครึ่งชั่วโมง แต่ครึ่งชั่วโมงนั้นทำให้รอดตายมาได้ นับว่าโชคดีและเป็นบุญอย่างหนึ่ง ถามว่าสะทกสะท้านกับความตายไหม บอกได้เลยว่าไม่มี เลยได้คารมเด็ดๆในชีวิตว่า ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา ไม่เสียดายเวลาถ้าสิ้นไป เพราะว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้ว '  
เหตุนี้ ชีวิตที่เหลืออยู่ เขาจึงขอแทนคุณแผ่นดินด้วยการตั้งศูนย์ผ่าตัดต้อกระจกขึ้น เพื่อรักษาผู้ยากไร้   ' วันนั้นคิดว่า ถ้าผมกลับมาได้จะตอบแทนบุญคุณให้กับแผ่นดินที่เราอาศัยอยู่ได้ยังไง ถ้าไปกิน-นอนอยู่ กับใครสักคนโดยไม่ทำอะไรให้ แต่อยู่อย่างสุขสบายไม่ช่วยเหลือและเกื้อกูล ไม่ทำอะไรให้เลย เขาจะเรียกว่าเนรคุณไหม และถ้าผมอยู่ในแผ่นดินนี้ ไม่ช่วยเหลือแล้ว ยังกอบโกยโกงกินผืนแผ่นดิน เขาจะเรียกผมว่าทรราชของแผ่นดินหรือเปล่า '   ชีวิตเฉียดตายทำให้เข้าใจในความเป็นมนุษย์และบุญคุณที่ต้องทดแทนแผ่นดิน  
เมื่อแนวคิดในการเปิดศูนย์ผ่าตัดต้อกระจกทำท่าว่าจะเป็นจริง คุณธานินทร์จึงปรึกษากับ นพ. วิทิต อรรณเวชกุล ผอ.โรง พยาบาลบ้านแพ้วในขณะนั้นทันที แม้คุณหมอจะถามย้ำถึงความเชื่อมั่นว่าทำแน่หรือ เพราะต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล แต่เขากลับมั่นใจว่าต้องทำได้  
' เมื่อ ปรึกษาหารือกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงสั่งซื้ออุปกรณ์การผ่าตัดดวงตาจากต่างประเทศ และสั่งซื้อรถห้องผ่าตัดเคลื่อนที่หลายสิบล้านบาท โดยเงินทั้งหมดในการซื้ออุปกรณ์เป็นเงินส่วนตัวของผมที่ได้เก็บสะสมตลอดทั้ง ชีวิต ผมต้องการช่วยเหลือชาวบ้านผู้ยากไร้ คนไทยในแผ่นดินด้วยกัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว '  
จากนั้นเขาได้จัดทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ลงพื้นที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดยครั้งนั้นมีผู้ป่วยถึง   200   ราย หลังจากที่ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดต้อกระจก และสามารถ มองเห็นอีกครั้ง ทุกคนต่างร้องไห้ดีใจ วิ่งเข้ามากอดเขาด้วยความซาบซึ้ง  
ตลอดเวลา   3   ปีที่ผ่านมา ศูนย์แห่งนี้สามารถทำให้ผู้ที่เป็นต้อกระจกมองเห็นได้ประมาณ   600,000   ราย และในปี   2549   พบผู้ป่วยตกค้างสะสมกว่า   100,000   ราย ณ วันนี้หากถามว่าเหนื่อยไหม คุณ ธานินทร์ ตอบกลับทันทีว่า   ' ไม่เหนื่อยเลย '   เพราะแม้ กำลังกายจะสู้คนอื่นไม่ได้ หรือกำลังเงินอาจสู้ประชาชนคนรวยไม่พอ แต่เขาเชื่อว่ากำลังใจของเขาใหญ่กว่าคนรวยในแผ่นดินไทยมากมายมหาศาล  
' ผม มาช่วยเหลือชาวบ้าน เพราะผมแบกความจนเอาไว้ การแบกความจนจะทำให้รู้ว่าเกิดเป็นคนอย่าลืมตัว เกิดเป็นวัวอย่าลืมตีน ดังนั้น ถ้าเราแบกความจนเอาไว้จะไม่ลืมความจนเลย   วันนี้เราแบกความจนเอาไว้ก็จะพาประชาชนพ้นทุกข์ได้ และหากเราแบกความรวยเอาไว้เมื่อไร เราจะกลายเป็นคนลืมตัว   ถ้าตายไปแล้วขึ้นสวรรค์ ขณะเดียวกันก็ยังมีคนยากจนอยู่ในแผ่นดินนี้   ขอกลับลงมาเกิดในแผ่นดินนี้ดีกว่า ผมไม่ได้คิดที่จะเปิดศูนย์นี้เท่านั้น   แต่มีความตั้งใจจะสร้าง ร.ร.อนุบาลเรารักในหลวง เพื่อต้องการปลูกรากแก้วให้กับเด็กๆ '   เขาเล่าถึงสิ่งที่ได้ช่วยเหลือชาวบ้านให้หมดทุกข์ ด้วยแววตาที่มุ่งมั ่นเช่นเดิม  

ชีวิต ที่เหลืออยู่ของ ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ เขาขอเดินรอยตามพระยุคลบาทองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จนกว่าชีวิตจะหาไม่ เพราะสิ่งที่ผู้ชายคนนี้แบกไว้ ไม่ใช่ความรวย ไม่ใช่ความดี แต่คือ   ' ความจน '   ที่เขาจะแบกไปตลอดชีวิต...  
ผู้ ที่ประสงค ? ผ่าต้อกระจกฟรี หรือต้องการฟอกไตฟรี กรุณาติดต่อไปยังโรงพยาบาลบ้านแพ้ว และนายชูศักดิ์ แก้วสุริยอร่าม บริษัท ทาสของแผ่นดิน จำกัด อาคารพระมหากรุณาธิคุณ เลขที่   98   ซอยสุขุมวิท   24   ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กทม.   10110  

ฟอกไต   :   โทร.   02-262 9454-5  
โรคเกี่ยวกับตา   :   โทร.   089-889 0097, 02-261 8213-7  

โดยผู้ป่วยที่ประสงค์ผ่าต้อกระจกฟรี กรุณาเตรียมบัตรประชาชน และบัตรทองมาด้วย และสามารถรับการตรวจได้ในวันจันทร์   -   วันศุกร์ เวลา   08.00   น.-   11.00   น.  
ข้อมูลส่วนหนึ่งจาก   :  

http://www.jsl.co.th/minisite/index.php?tv=0006&sec=hilight&hilight=3909  


โครงการคืนแสงสว่างให้ผู้ป่วยต้อกระจกและต้อเนื้อ   ขอเรียนเชิญผู้ป่วยทุกท่านมารับ บริการผ่าตัดต้อต้อกระจกและต้อเนื้อ ฟรี โดยมิต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น  
โดยมีแพทย์ของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว(องค์การมหาชน) สาขาสุขุมวิท ซอย   24   ติดต่อได้ที่
บริษัททาสของแผ่นดิน จำกัด ( 02-2629454-5, 02-2618213-7)   เวลาทำการ วันจันทร์-วันศุกร์   8.00-17.00   น.  
เลขที่   99/359-360   ซอยสุขุมวิท   24( เกษม) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร   10110  
โทร   02 262 9454-5   แฟ็กซ์   02 262 9454  
**** เอกสารที่ต้องนำมาด้วย ถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรทอง อย่างละ   2   ใบ แพทย์จะทำการตรวจคนไข้ใหม่เฉพาะวันพุธและวันศุกร์ กรุณาโทรแจ้งล่วงหน้า****  
คน บางคนอาจจะเห็นว่าไม่สำคัญแต่สำหรับบางคนอาจจะต้องการแสงสว่างเพื่อที่จะทำ ให้ชีวิตเค้ามีค่ามากว่าอยู่ในความมืดมัว ถ้าใครมีจิตศรัทธาที่จะทำบุญช่วยกัน บอกต่อๆไปด้วย การทำบุญด้วยการให้แสงสว่ างแก่คนมาค่ามากกว่าสิ่งใดเพราะมันจะช่วยให้ชีวิต หนึ่งชีวิตที่พวกคุณหยิบยื่นไปให้ได้เห็นแสงสว่างอีกครั้งหนึ่ง  
*   เช็คข้อมูลออกหน่วย  
-   โรงพยาบาลฝาง อ.ฝาง จ. เชียงใหม่  
-   โรงพยาบาลยุพราช ท่าบ่อ อ.ศรีเชียงใหม่ หนองคาย  
-   โรงพยาบาลหนองจอก อ.หนองจอก กรุงเทพฯ  
-   โรงพยาบาลยุพราช อ. เดชอุดม อุบลราชธานี

โปรดช่วยกระจายข่าวด้วยนะครับเพื่อผู้ป่วยต้อกระจกจะได้มองเห็นโลกได้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง
 



 
 
 
 



อ้อย  เราอยากให้แก้ไขข้อมูลตอนท้ายนิดหนึ่งนะ
โรงพยาบาลยุพราชท่าบ่อ
โรงพยาบาลยุพราช อ.เดชอุดม
ต้องเขียนให้ถูกว่า  โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ
                           โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม
หรือ ถ้าจะเขียนตัวย่อก็เขียน รพร.ท่าบ่อ    รพร.เดชอุดม
แล้วก็ รพร.ท่าบ่อ  อยู่ อำเภอ ท่าบ่อ  จังหวัดหนองคาย จ้ะ
      บันทึกการเข้า
sugarcane
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2531
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 441

« ตอบ #70 เมื่อ: 04 สิงหาคม 2552, 10:24:32 »

ขอบคุณมาก  เดี๋ยวจะแก้ไขให้จ้ะ
ช่วงนี้คงได้เข้ามาบ่อยๆ  เพราะเทศบาลเมืองโคราชขอความร่วมมือโรงเรียนในเขตเทศบาล
ให้หยุดเรียนเพื่อทำความสะอาดเมืองตั้งแต่ 4-10 ส.ค.52
      บันทึกการเข้า

ความสุข : สำคัญที่คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ครอบครอง
sugarcane
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2531
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 441

« ตอบ #71 เมื่อ: 04 สิงหาคม 2552, 22:02:23 »

อันตราย ! ฝาครอบแก้วชาไข่มุก ... หยุดลมหายใจ
> ปุ๊ ! เสียงหลอดกาแฟอันโตกระแทกเจาะฝาครอบแก้วชาไข่มุก
> เศษฝาพลาสติกแผ่นกลมขนาดเท่าปลายหลอดตกลงสู่ก้นแก้ว
> ฉันดูดเครื่องดื่มสุดโปรดอย่างหิวกระหายและ
> กระดกแก้วกินน้ำแข็งจนเกลี้ยงตามความเคยชิน

> เมื่อจะทิ้งแก้วลงถังขยะ
> ฉันแปลกใจเล็กน้อยที่ไม่เห็นเศษฝาพลาสติกอยู่ในแก้วเหมือนทุกคราว
> แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก

> สักพัก รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งลักษณะเป็นแผ่นบาง ๆ ติดอยู่ในคอ
> แม้จะพยายามล้วงและดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้อาเจียน
> แต่สิ่งนั้นก็ไม่ยอมหลุดออกมา
> ฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่เริ่มติดขัด
> อาจารย์และเพื่อน ๆ จึงรีบพาส่งโรงพยาบาล
> เมื่อไปถึงโรงพยาบาล
> หลังจากรอหมออยู่เกือบสองชั่วโมง หมอก็ให้ลองกลืนน้ำดู
> ปรากฎว่ามีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่จริง
> ตามด้วยการเอกซเรย์ ซึ่งสูญเปล่า เพราะไม่เห็นสิ่งแปลกปลอมนั้นเลย
> จึงตัดสินใจให้วางยาสลบเพื่อส่องกล้องตรวจหาต้นเหตุ
> ระหว่างนั้นฉันยังรู้สึกตัวดีอยู่ทุกอย่าง
> จนกระทั่งหลังวางยาสลบ
> ท่อส่องทางเดินอาหารขนาดใหญ่ประมาณท่อประปาขนาดเล็ก
> สอดจากปากผ่านลงไปตามทางเดินอาหาร
> แต่ไม่รู้ด้วยโชคร้ายของฉัน
> หรือด้วยความประมาทเลินเล่อของใคร
> แทนที่เจ้าท่อนี้จะเป็นอุปกรณ์ในการตรวจเพื่อช่วยชีวิตฉัน
> หลังการตรวจ
> มันกลับทำให้ฉันรู้สึกปวดแน่นหน้าอกและหลังอย่างสุดจะบรรยาย
> เมื่อฟื้นจากยาสลบ แม่บอกว่าฉันปากซีด ตัวเขียว และไข้ขึ้น
> ผิดกับเมื่อตอนก่อนส่องกล้องราวกับคนละคน
> จนแม่ใจหาย รีบตามหมอกลางดึก

> การกลืนแป้งเพื่อเอกซเรย์เริ่มขึ้น
> ผลปรากฎว่า หลอดอาหารทะลุ ต้องผ่าตัดด่วน
> แต่แม่ไม่มีเงิน อย่าว่าแต่ค่าผ่าตัดที่สูงลิบลิ่วของโรงพยาบาลเอกชนเลย
> แม้แต่ค่าตรวจทั้งหลายก่อนหน้านี้
> ที่เกินวงเงินการประกันอุบัติเหตุของนักศึกษา เพียงไม่กี่พันบาท
> แม่ก็ไม่มี ทางโรงพยาบาลจึงขอยึดบัตรประชาชนของแม่ไว้
> เพื่อเป็นหลักประกันให้แม่หาเงินส่วนเกินมาชำระในภายหลัง
> หมอที่ส่องกล้องแนะนำให้ย้ายฉันไปโรงพยาบาลรัฐบาลที่เขาประจำอยู่
> แต่แม้จะเป็นโรงพยาบาลรัฐบาลก็ต้องคุยกันเรื่องค่าใช้จ่ายเช่นกัน
> แม่จึงวิ่งวุ่นติดต่อเรื่องใช้สวัสดิการบัตรประกันสุขภาพ 30 บาท
> กว่าจะเสร็จเรียบร้อยก็เกือบเที่ยง
> นั่นแหละฉันจึงได้รับการผ่าตัด
>
> การผ่าตัดใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง
> เพราะรอยทะลุที่หลอดอาหารอยู่ใกล้ปอด
> น้ำย่อยจะไหลเข้าไปในปอดซึ่งอันตรายมาก
> หมอต้องผ่าตัดเปิดซี่โครงจากราวนมด้านซ้ายไปจนถึงสันหลังอีกข้าง
> แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่สามารถซ่อมแผลได้หมด
> เพราะแผลในทางเดินอาหารเป็นทางยาว
> จากต้นคอถึงกระเพาะ ยาวถึง 30 เซนติเมตร

> สามวันหลังผ่าตัด ฉันลืมตาขึ้นมาพร้อมสายระโยงระยางเต็มตัว
> สายจากจมูกทั้งสองข้างเพื่อเอาน้ำย่อยในกระเพาะออกมา
> สายที่ไว้ดูด น้ำมูก น้ำลาย สายที่ต่อจากบริเวณซี่โครงที่ผ่าตัดเพื่อเอาเลือดจากแผลออกมา
> สายให้เลือด สายน้ำเกลือ

> สิบเอ็ดวันที่อยู่โรงพยาบาลเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
> กินอาหารไม่ได้อยู่เป็นอาทิตย์
> ยิ่งเวลานอนจะรู้สึกทรมาน
> เพราะเจ็บที่บริเวณแผลผ่าตัดเป็นที่สุด
> หมอที่ส่องกล้อง ซึ่งช่วยหาหมอผ่าตัดให้
> มาสารภาพในภายหลัง ว่า...
> แผลในทางเดินอาหารที่ยาวเหยียด
> เกิดจากการส่องกล้องไปดันเอาเศษแผ่นพลาสติก
> ซึ่งติดอยู่ที่ระหว่างหลอดลมและหลอดอาหารให้ครูดบาดไปตลอดทางเดินอาหาร


> แต่อย่างไรเขาก็ติดต่อหาหมอผ่าตัดที่เชี่ยวชาญให้
> เ และเป็นความผิดพลาดที่เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจ
> เพราะมองไม่เห็นแผ่นพลาสติกแก้วที่ติดอยู่ที่หลอดลม/ หลอดอาหาร

> กรุณาช่วยส่งต่อเพื่อนๆ พี่ๆ
> เพื่อเตือนภัยคนที่เรารักและเป็นห่วงนะคะ
กินชาไข่มุก แก้วต่อไป ระวังนะคะ
> แผ่นพลาสติกที่เจาะทะลุจากตัวแก้ว...
> อันตรายถึงชีวิตได้
> บอกลูกหลานด้วย
> โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ชอบซื้อเครื่องดื่มทานเองค่ะ
> ฝาครอบแก้วที่ต้องเจาะรู... ผู้ปกครองควรช่วยดูแล
      บันทึกการเข้า

ความสุข : สำคัญที่คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ครอบครอง
sugarcane
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2531
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 441

« ตอบ #72 เมื่อ: 04 สิงหาคม 2552, 22:04:28 »

อย่าเปิดเครื่องปรับอากาศ (แอร์) ทันทีที่คุณขึ้นรถ!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณจอดรถตากแดดไว้ ให้เปิดหน้าต่างหลังจากขึ้นรถ และอย่าเปิดแอร์ทันที ตามผลการวิจัย แผงหน้าปัทม์ (คอนโซล) เบาะที่นั่ง และน้ำหอมปรับอากาศ จะสร้างสารเบนซีน ที่เป็นสารก่อมะเร็งขึ้น (อย่างที่คุณได้กลิ่่นเหมือนพลาสติคจาง ๆ ในรถ "โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถใหม่" : ผู้แปล)
นอกจากเป็นสาเหตุให้เป็นมะเร็งแล้ว สารดังกล่าวยังเป็นพิษต่อกระดูก ทำให้เกิดโรคโลหิตจาง และลดจำนวนเม็ดเลือดขาว ซึ่งในระยะยาวอาจทำให้เป็นโรคลูคีเมีย และอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์มารดาได้
ระดับของสารเบนซีนที่ยอมรับได้ในอาคาร / ในรถ คือ 50 มิลลิกรัม ต่อ ตารางฟุต แต่ระดับของสารเบนซีนในรถที่จอดอยู่ในร่มมีค่าอยู่ที่ 400 - 800 มิลลิกรัม หากรถจอดอยู่กลางแจ้งที่มีอุณหภูมิสูงเกินกว่า 60 องศาฟาร์เรนไฮท์ (15.5 องศาเซลเซียส "ในเมืองไทยจอดในร่มอุณหภูมิก็สูงเกินแล้ว" : ผู้แปล) ระดับของสารเบนซีนจะสูงขึ้นถึง 2000 -4000 มิลลิกรัม คือสูงกว่าระดับที่ยอมรับได้ถึง 40 เท่า คนที่อยู่ในรถจะหายใจเอาสารพิษที่สูงเกินมาตรฐานดังกล่าวเข้าไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้นจึงขอแนะนำว่าให้คุณเปิดประตู หน้าต่างรถ ไว้สักระยะเพื่อให้อากาศที่อยู่ในตัวรถออกมาก่อนจะเข้าไปนั่ง สารพิษที่ร่างกายคุณไม่สามารถขับออกได้โดยง่าย ซึ่งส่งผลร้ายต่อ ตับ ไต ไส้ พุง ("สองอันหลังเพิ่มเอง" : ผู้แปล) จะได้ลดปริมาณลง
"เมื่อใครบางคนแบ่งปันบางสิ่งที่มีค่ากับคุณ และคุณได้รับประโยชน์จากมัน คุณก็ควรจะแบ่งปันสิ่งนั้นให้กับผู้อื่นด้วย"

      บันทึกการเข้า

ความสุข : สำคัญที่คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ครอบครอง
sugarcane
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2531
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 441

« ตอบ #73 เมื่อ: 09 กันยายน 2552, 20:01:27 »

หญิงคนหนึ่ง ไปเติมแก็สที่ปั้มแก็ส มีชายมาเสนอบริการทาสี โดยยื่นนามบัตรให้ หญิงคนนั้นก็รับ
มาอ่าน แล้วถือเข้ามาในรถด้วย สักครู่เมื่อขับรถออกมาจากปั้มแก็ส ก็สังเกตว่าชายคนนั้นขับรถ
ตามมา และเธอก็รู้สึกว่า หายใจไม่ค่อยออก เธอรับเปิดหน้าต่าง และตระหนักว่ากลิ่นนั้นมาจาก
มือของเธอเอง ซึ่งเป็นมือข้างที่เธอรับนามบัตรมาจากชายคนนั้น เธอตัดสินใจขับรถและกดแตร
ดังไปตลอดทางเพื่อขอความช่วยเหลือ ชายคนนั้นจึงขับรถหนีไป
ยาที่ป้ายบนนามบัตร คือ ยา BURUNDANGA เพิ่อให ้เราหมดสติ ควบคุมตนเองไม่ได้ แล้วเจ้า
ตัวร้ายก็จะขโมยของและหรือข่มขืนเรา โดยยานี้มีประสิทธิภาพแรงกว่ายาที่ใช้ข่มขืนสาวๆ ถึง 4 เท่า
ดังนั้นอย่ารับ กระดาษ นามบัตร แผ่นพับ จากคนแปลกหน้านะจ๊ะ !!!! หรือแม้แต่คนที่แจกโฆษณา
      บันทึกการเข้า

ความสุข : สำคัญที่คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ครอบครอง
sugarcane
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2531
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 441

« ตอบ #74 เมื่อ: 09 กันยายน 2552, 20:03:28 »

พร 4 ข้อ ธรรมะ ท่าน ว.วชิรเมธี

คอลัมน์ WEEKLY TALK

 
 

1.อย่าเป็นนักจับผิด

คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่าหลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง "กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก"

คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส "จิตประภัสสร"

ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี "แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข"



2.อย่ามัวแต่คิดริษยา

"แข่งกันดี ไม่ดีสักคน ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน"

คนเราต้องมี พรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า "เจ้ากรรมนายเวร" ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์

ฉะนั้น เราต้องถอดถอน ความริษยาออกจากใจเรา เพราะไฟริษยา เป็น "ไฟสุมขอน" (ไฟเย็น)

เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อน

เราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเรา โดยใช้วิธี "แผ่เมตตา" หรือซื้อโคมลอยมาแล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา แล้วปล่อยให้ลอยไป



3.อย่าเสียเวลากับความหลัง

90% ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ "ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น"

มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออก เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขา พร้อมแบกเครื่องภาระต่างๆ ไว้ที่หลังขึ้นไปด้วย

ความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงปล่อยมันซะ "อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน" "อยู่กับปัจจุบันให้เป็น"

ให้กายอยู่กับจิต

จิตอยู่กับกาย

คือมี "สติ" กำกับตลอดเวลา



4.อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ

"ตัณหา" ที่มีปัญหา คือ ความโลภ ความอยากที่เกินพอดี เหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ ไฟไม่เคยอิ่มด้วยเชื้อ ธรรมชาติของตัณหา คือ "ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม"

ทุกอย่างต้องดู "คุณค่าที่แท้จริง" ไม่ใช่คุณค่าเทียม เช่น คุณค่าที่แท้ของนาฬิกาคืออะไร ? คือไว้ดูเวลาไม่ใช่ใส่เพื่อความโก้หรู

คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือคืออะไร ? คือไว้สื่อสารองค์ประกอบอื่นๆ ที่เสริมเข้ามา อาจไม่ใช่คุณค่าที่แท้จริงของโทรศัพท์

เราต้องถามตัวเองว่า "เกิดมาทำไม" คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน ตามหา "แก่น" ของชีวิตให้เจอ

คำว่า "พอดี" คือ ถ้า "พอ" แล้วจะ "ดี"

รู้จัก "พอ" ชีวิตจะมีความสุข... Cheesy
      บันทึกการเข้า

ความสุข : สำคัญที่คุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ครอบครอง
  หน้า: 1 2 [3] 4  ทั้งหมด   ขึ้นบน
  
กระโดดไป:  

     

ตอบคำถามที่ว่า ทำไมหอจุฬาจึงเป็นดินแดนมหัศจรรย์            " ไม่ได้เป็นแค่หอให้นอนพัก  แต่เป็นบ้านอบอุ่นรักให้อาศัยไม่เป็นแค่ที่ซุกหัวยามหลบภัย  แต่สร้างใจให้เข้มแข็งแกร่งการงาน"  <))))><