สมาคมฯของชาวหอ ประชุมแทบทุกเดือนนี่ก็เป็นจุดแข็งของสมาคมฯหอแล้วครับ


20 ตุลาคม 2557, 19:58:08
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน [สมาชิกเก่าลืมรหัส โทร 081-7611760]
A A A A  ระเบียบปฎิบัติ
   
Languages    
  หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: "โครงการ "เมืองไทยแข็งแรง" มี 8 ตัวชี้วัด"  (อ่าน 6589 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Samrotri2517
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


จะเป็นด้านที่1และ2ของ3เหลี่ยมฯ เพื่อให้เกิดด้านที่3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: รหัสเข้า 17 รุ่น 57
คณะ: แพทยศาสตร์ จุฬาฯรุ่น 30
กระทู้: 1,915

« เมื่อ: 05 มีนาคม 2550, 22:35:20 »


                                  

         ขอนำความรู้ที่เรียนมา คือ แพทย์เฉพาะทางสาขา เวชศาสตร์ป้องกัน

มานำมาเผยแพร่ที่ ห้องสุขภาพและความงาม ด้วยเรื่อง

     "โครงการ"เมืองไทยเข็งแรง"

ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มาเสนอพวกเรา

ให้พวกเราแข็งแรงโดยปรับปรุงการดำเนินชีวิตให้ถูกต้อง ด้วย

                        

         โครงการสุขภาพดีด้วย 8 อ. จะทำให้มีสุขภาพดี และ

แนะนำคนรอบข้าง ให้ปฏิบัติตาม ก็จะขยายให้เกิดคนแข็งแรงเพิ่มมากขึ้น

จนในที่สุดทุกคนแข็งแรง จะนำไปสู่เมืองไทยแข็งแรงได้ในที่สุด

(คัดย่อมาจากแผ่นพับของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี )

อ.1 อาหาร มีเครื่องหมายรับรองคุณภาพ ว่าปลอดภัย ทานแต่พอเหมาะไม่มาก หรือ น้อยเกินไป

อ.2 ออกกำลังกาย ที่เหมาะสม30นาทีต่อวัน และ สม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ3วัน

อ.3 อารมณ์ และ สุขภาพจิตดีแจ่มใส ด้วยการคิดดี ทำดี พูดดี  

อ.4 อนามัยสิ่งแวดล้อม ที่ถูกสุขลักษณะ

อ.5 อโรคยา:ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ตาม 8 อ.นี้ ฯลฯ

อ.6 อบายมุขควรละเลิก เช่น เลิกดื่มสุรา เลิกบุหรี่ เลิกเล่นการพนัน ฯลฯ

อ.7 อาชีพสุจริต และมีรายได้เพียงพอตามปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง"

อ.8 องค์ความรู้ เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตด้านสุขภาพ และ

นำมาปฏิบัติจนเป็นนิสัย และ แนะนำบอกต่อเพื่อนรอบตัวให้ปฏิบัติตาม

         โครงการนี้ ยากที่จะสำเร็จ ได้ แม้แต่ตัวเราเองก็ตามถ้าไม่มีการบังคับ

จะถูกความเบื่อหน่าย หรือ การแพ้ใจตัวเอง จากการขี้เกียจทำตาม เหมือน

การย้ายภูเขา ที่ยากในการย้าย แต่ท่าน ศ.น.พ.ประเวศ วะสี ได้เสนอ แนวทาง

"สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา" เพื่อแก้ปัญหายากๆ นั้น มี 3 ด้านดังนี้

ด้านที่ 1.การให้ความรู้ เรื่องสุขภาพกับประชาชน ค้นหาได้จาก สื่อสารมวลชนต่างๆ จากการค้นหา

ในอินเตอร์เนต  http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/encyclopedia.html ฯลฯ

ด้านที่2.มีการร่วมตัวกันของผู้มีความรู้ เป็นกลุ่ม เช่น ชมรมรักสุขภาพ และ มีองค์กรที่รับผิดชอบ

ได้แก่ องค์กรบริหารส่วนตำบล,ร.พ.สร้างเสริมสุขภาพตำบล(สถานีอนามัยเดิม) ,

วัด และ โรงเรียน ตามแนวทาง "บวร" บ้าน วัด และ โรงเรียน

สร้างวัฒนธรรม ของสังคมให้ประชาชนยึดถือ

ด้านที่3.การเสนอให้มีกฏหมาย มาบังคับใช้ให้ทำ ได้แก่

พ.ร.บ.ปฏิรูประบบสาธารณสุข พ.ร.บ.ประกันสุขภาพ และ พ.ร.บ.อื่นๆ  ที่มุ่งเน้น

         "การสร้างนำซ่อมสุขภาพ" นำมาใช้บังคับ

เช่น กฏหมายใส่หมวกกันน๊อค กฏหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ฯลฯ มีบทลงโทษ

            ถ้ามีการออกกฏระเบียบโรคที่ทราบสาเหตุ และ สามารถป้องกันได้

ถ้าป่วยด้วยโรคเหล่านี้บ่อย ควรจะให้ร่วมจ่ายค่ารักษาด้วยเมื่อป่วยบ่อยเกินไป เช่น

กำหนดโรคไข้หวัด รักษาฟรี ได้ไม่เกิน 3 ครั้งต่อปี ถ้าป่วยครั้งที่ 4 ต้องร่วมจ่าย

             ปัจจุบันยังไม่มีกฏระเบียบนี้ ขอเสนอว่าน่าจะร่วมผลักดันให้มีการออก

ตามแนวทาง สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ให้ใส่ใจ สร้างสุขภาพแทนซ่อมสุขภาพ

โครงการ เมืองไทยแข็งแรง จะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนในที่สุด

สรุป:พวกเราปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง ทำให้เกิดการมีสุขภาพดี คนรอบข้างปฏิบัติตามโดยมีแนวทาง

"สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา"มากำกับให้ทำเป็นนิสัย เป็นความปกติที่จะต้องปฏิบัติ ก็จะเกิด

"เมืองไทยแข็งแรง"ได้ในที่สุด

 ปิ๊งๆ ปิ๊งๆ ปิ๊งๆ
บันทึกการเข้า

3 เหลี่ยมเขยื้้อนภูเขา เสนอโดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี มี 3 ด้าน คือ ด้านที่ 1 ด้านให้ความรู้กับกลุ่มคน ด้านที่ 2 กลุ่มคน ที่ได้รับความรู้ เห็นด้วย สร้างวัฒนธรรมไม่มีบทลงโทษถ้าไม่ทำ ด้านที่ 3 ด้านการเมือง เป็นด้านออกกฏหมาย มีบทลงโทษถ้าไม่ปฏิบัติ ถ้ามีครบ 3 ด้านจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง
webmaster
Administrator
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 852

« ตอบ #1 เมื่อ: 09 มีนาคม 2550, 14:19:54 »

ขอบคุณพี่หมอสำเริงค่ะ
นานๆ มาทีก็มีอะไรดีๆ มาให้อ่านเสมอค่ะ
:lol:
บันทึกการเข้า

ORKS BEHIND THE SCENE
khesorn mueller
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2527
คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 63,892

« ตอบ #2 เมื่อ: 13 มีนาคม 2550, 22:32:09 »

(greet first,read later!)
Dear p.Samrerng,
glad to know you ka.I have a specific topic to beg you for a favour!
May I(or could you)have a text of cancer developement in Thailand...how it grows,how it develope in our way of life?I would love to read it from the sight of a medicine man in Thailand?
regards,
บันทึกการเข้า


Samrotri2517
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


จะเป็นด้านที่1และ2ของ3เหลี่ยมฯ เพื่อให้เกิดด้านที่3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: รหัสเข้า 17 รุ่น 57
คณะ: แพทยศาสตร์ จุฬาฯรุ่น 30
กระทู้: 1,915

« ตอบ #3 เมื่อ: 15 มีนาคม 2550, 12:08:50 »

อ้างจาก: khesorn mueller
(greet first,read later!)
Dear p.Samrerng,
glad to know you ka.I have a specific topic to beg you for a favour!
May I(or could you)have a text of cancer developement in Thailand...how it grows,how it develope in our way of life?I would love to read it from the sight of a medicine man in Thailand?
regards,

   สวัสดีครับ น้องหนิง

         พี่ใช้ภาษาอังกฤษไม่ค่อยเก่ง เป็นหมอบ้านนอก รักษาแต่คนไทย

ไม่ค่อยใช้ภาษาอังกฤษ จึงขอตอบเป็นภาษาไทย จะหา

text of cancer developement in Thailand

คงต้องเข้าไปหาทาง กูเกิ้ล ค้นหาดู ผมลองค้นหาแล้วได้เวบของห้องสมุด

ร.พ.รามาธิบดี ลองเข้าไปค้นหาดูครับ

http://www.li.mahidol.ac.th/LIBRARY/ra_mar.shtml

         ขอให้โชคดีในการค้นหาครับ
 
หมายเหตุ ไอสไตร์สอนให้ค้นหาความรู้ ว่า

"ผมไม่รู้ไปทุก เรื่อง แต่ผมมีความสามารถในการค้นหาสิ่งที่อยากจะรู้"

 ปิ๊งๆ ปิ๊งๆ ปิ๊งๆ
บันทึกการเข้า

3 เหลี่ยมเขยื้้อนภูเขา เสนอโดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี มี 3 ด้าน คือ ด้านที่ 1 ด้านให้ความรู้กับกลุ่มคน ด้านที่ 2 กลุ่มคน ที่ได้รับความรู้ เห็นด้วย สร้างวัฒนธรรมไม่มีบทลงโทษถ้าไม่ทำ ด้านที่ 3 ด้านการเมือง เป็นด้านออกกฏหมาย มีบทลงโทษถ้าไม่ปฏิบัติ ถ้ามีครบ 3 ด้านจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง
khesorn mueller
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2527
คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 63,892

« ตอบ #4 เมื่อ: 15 มีนาคม 2550, 19:14:36 »

Dear p.Samrerng,
thank you very much.you have no need to reply me in english as I can read it in thai..only just forgive me I could not write thai with my laptop!
I have interest about this topic as I read from time to time from the article /a magazine in Germany...the study was from western life for western people(European,Anglo-american)what and how it developes..which trend for the next 10 years or so seperated between male-female-age everage-which types of cancer..one of Geo-Germany dedicated only for this topic too.
It is frightend for me to see how it develope and expanded to other part of the world..if the people change their way of life to western ,modern life.
and if one is diagnosed..it is like a judge of death!
have a nice time ka,you help so many people their life...what a wonderful career!
nongning 27
บันทึกการเข้า


Samrotri2517
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


จะเป็นด้านที่1และ2ของ3เหลี่ยมฯ เพื่อให้เกิดด้านที่3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: รหัสเข้า 17 รุ่น 57
คณะ: แพทยศาสตร์ จุฬาฯรุ่น 30
กระทู้: 1,915

« ตอบ #5 เมื่อ: 26 ธันวาคม 2552, 15:46:25 »


         

              นายกฯวอนปชช.มีจิตสำนึกร่วมป้องกันอุบัติเหตุ
   
ข่าวด่วน น.ส.พ.กรุงเทพธุรกิจ วันเสาร์ที่่ 26 ธค. 2552 11:25 น.

         นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดงานวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ ประจำปี 2552 ที่สวนสัตว์ดุสิตว่า

         งานวันนี้จัดขึ้นเพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกและวัฒนธรรมด้านการป้องกันอุบัติภัยให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างยั่งยืน อุบัติภัยเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย ในแต่ละปีประเทศไทยต้องสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินที่เกิดขึ้นจากอุบัติภัยเป็นจำนวนมาก เป็นความสูญเสียที่ไม่อาจจะประเมินมูลค่าได้ ทั่งค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียเวลา ค่าขนย้ายค่าทำขวัญ ค่าทำศพ ค่าทดแทน ความสูญเสียจากการขาดแคลนบุคลากรที่มีฝีมือ ซึ่งอุบัติภัยหมายความรวมถึงอุบัติภัยทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจากากรเดินทางการทำงานภายในเคหะสถาน สาธารณสถาน ภัยจากสารเคมี ภัยจากวัตถุอันตรายและวัตถุอื่นๆ
         
         เฉพาะภัยจากท้องถนน มีการประมาณการกันว่า มีการสูญเสียถึงปีละประมาณ 2 แสนล้านบาท ดังนั้นการป้องกันจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องแล้ว

         การกระตุ้นเตือนให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสูญเสีย จะส่งผลให้คนไทย มีความใส่ใจในความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา มีความระมัดระวังไม่ประมาท รู้จักป้องกันอุบัติได้ จะทำให้สามารถลดอุบัติภัยได้อย่างจริงจัง

         อย่างไรก็ตามการจะสร้างจิตสำนึกหรือวัฒนธรรมในการป้องกันก็ไม่ใช่เรืองที่จะทำกันได้ง่ายๆ หรือทำให้สำเร็จได้ภายใน 1-2 วัน ต้องใช้เวลาและต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย และที่จะต้องเน้นย้ำเสมอคือ การให้ทุกคนตื่นตัวระวังภัย เตรียมพร้อมป้องกันภัยที่อาจจะเกิดขึ้น

         จึงอยากจะขอให้ทุกภาคส่วนในสังคมร่วมกันสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้กับตัวเอง ครอบครัวชุมชนและสังคม โดยขอให้เริ่มตั้งแต่บัดนี้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมารณรงค์ หรือ ตักเตือนกันทุกครั้ง เมื่อมีอุบัติเกิดขึ้น

นำมาจาก

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=423708&lang=&cat=

 ปิ๊งๆ ปิ๊งๆ ปิ๊งๆ
      บันทึกการเข้า

3 เหลี่ยมเขยื้้อนภูเขา เสนอโดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี มี 3 ด้าน คือ ด้านที่ 1 ด้านให้ความรู้กับกลุ่มคน ด้านที่ 2 กลุ่มคน ที่ได้รับความรู้ เห็นด้วย สร้างวัฒนธรรมไม่มีบทลงโทษถ้าไม่ทำ ด้านที่ 3 ด้านการเมือง เป็นด้านออกกฏหมาย มีบทลงโทษถ้าไม่ปฏิบัติ ถ้ามีครบ 3 ด้านจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง
  หน้า: [1]   ขึ้นบน
  
กระโดดไป:  

     

สมาคมฯของชาวหอ ประชุมแทบทุกเดือนนี่ก็เป็นจุดแข็งของสมาคมฯหอแล้วครับ