18 สิงหาคม 2562, 09:35:25
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน [สมาชิกเก่าลืมรหัส โทร 081-7611760]
A A A A  ระเบียบปฎิบัติ
   
Languages    
  หน้า: 1 2 3 ... 27 [ทั้งหมด]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ตามครูไปเที่ยวอีก  (อ่าน 171615 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« เมื่อ: 03 สิงหาคม 2557, 19:14:04 »

ตามครูไปเที่ยว มีความขัดข้องบางประการ จึงมี "ตามครูไปเที่ยวอีก"
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #1 เมื่อ: 03 สิงหาคม 2557, 19:19:05 »

ไปกาญจนบุรี











      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #2 เมื่อ: 03 สิงหาคม 2557, 19:38:24 »

ได้ไปที่นี่












ทุกวันนี้ คนลาดหญ้ายังระลึกถึง มีกิจกรรมต่างๆ แม้ผ่านไปไม่น้อยกว่า ๒๒๙ ปี

      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #3 เมื่อ: 03 สิงหาคม 2557, 19:54:49 »

ในสงคราม ๙ ทัพที่ทุ่งลาดหญ้า กาญจนบุรี

สงครามเก้าทัพจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

สงครามเก้าทัพ เป็นสงครามระหว่างอาณาจักรพม่ากับราชอาณาจักรไทย หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เป็นราชธานีแห่งใหม่ เวลานั้นบ้านเมืองอยู่ในช่วงผ่านศึกสงครามมาใหม่ ๆ ประจวบทั้งการสร้างบ้านแปลงเมือง รวมทั้งปราสาทราชวังต่าง ๆ ในปี พ.ศ. 2328 พระเจ้าปดุง กษัตริย์พม่า หลังจากบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์อังวะแล้ว ต้องการประกาศแสนยานุภาพ เผยแผ่อิทธิพล โดยได้ทำสงครามรวบรวมเมืองเล็กเมืองน้อยรวมถึงเมืองประเทศราชให้เป็นปึกแผ่น แล้วก็ได้ยกกองกำลังเข้ามาตีไทย โดยมีจุดประสงค์ทำสงครามเพื่อทำลายกรุงรัตนโกสินทร์ให้พินาศย่อยยับเหมือนเช่นกรุงศรีอยุธย
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #4 เมื่อ: 03 สิงหาคม 2557, 19:57:34 »

สมเด็จพระอนุชาธิราช พระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ได้ยกกองทัพไปถึงเมืองกาญจนบุรี [2] ตั้งรับทัพอยู่บริเวณทุ่งลาดหญ้า เชิงเขาบรรทัด สกัดกั้นไม่ให้ทัพพม่าได้เข้ามารวบรวมกำลังพลกันได้ นอกจากนี้ยังจัดกำลังไปตัดการลำเลียงเสบียงของพม่าเพื่อให้กองทัพขาดเสบียงอาหาร แล้วยังใช้อุบาย โดยทำเป็นถอยกำลังออกในเวลากลางคืน ครั้นรุ้งเช้าก็ให้ทหารเดินเข้ามาผลัดเวร เสมือนว่ามีกำลังมากมาเพิ่มเติมอยู่เสมอ เมื่อทัพพม่าขาดแคลนเสบียงอาหารประจวบกับครั้นคร้ามคิดว่ากองทัพไทยมีกำลังมากกว่า จึงไม่กล้าจะบุกเข้ามาโจมตี สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทเมื่อสบโอกาสทำการโจมตีกองทัพ 8-9 จนถอยร่นพระเจ้าปดุงเมื่อเห็นว่าไม่สามารถบุกโจมตีต่อได้ประจวบทั้งกองทัพขาดเสบียงอาหารจึงได้ถอยทัพกลับ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #5 เมื่อ: 03 สิงหาคม 2557, 20:02:00 »

คำตรัสของพระราชวังบวรสุรสีหนาท ก่อนเข้าตีค่ายพม่าที่ทุ่งลาดหญ้า

 " พวกเจ้าเป็นไพร่หลวง ข้าเป็นพระราชวงศ์ แต่เจ้ากับข้าเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือเราเป็นคนไทย เป็นเจ้าของแผ่นดินเหมือนกัน รบวันนี้เราจะแสดงให้ผู้รุกรานเห็นว่าเราหวงแหนแผ่นดินแค่ไหน รบวันนี้เราจะไม่กลับมาค่ายนี้อีกจนกว่าจะขับไล่ศัตรูไปพ้นชายแดน ข้าจะไม่ขอให้พวกเจ้ารบเพื่อใคร นอกจากรบเพื่อแผ่นดินของเจ้าเอง แผ่นดินที่เจ้ามอบให้ลูกหลานของเจ้าได้อยู่อาศัยอย่างเป็นสุขสืบไป "

และเมื่อชนะศึกครั้งนี้ ทำให้มีวัดชนะสงครามที่บางลำภู

วัดชนะสงคราม ราชวรมหาวิหาร
มีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา เนื่องจากรัชกาลที่ 1 ทรงแต่งตั้งพระราชาคณะฝ่ายรามัญเป็นผู้ดูแล คนทั่วไปจึงเรียกตามภาษามอญว่า "วัดตองปุ" เมื่อสมเด็จฯ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ทรงกรีฑาทัพกลับพระนครหลังจากทรงมีชัยในสงคราม 9 ทัพ ทรงทำพิธีสรงน้ำ และเปลี่ยนเครื่องทรงตามพระราชพิธีโบราณที่วัดแห่งนี้ก่อนเสด็จเข้าพระบรมมหาราชวัง จึงทรงโปรดฯ ให้บูรณะพระอารามใหม่ในปี 2330 จากนั้นรัชกาลที่ 1 ได้ทรงพระราชทานนามว่า "วัดชนะสงคราม"

วัดชนะสงคราม ในสมัย ร. ๕


                                   
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #6 เมื่อ: 03 สิงหาคม 2557, 20:10:56 »

ไปสมรภูมิทุ่งลาดหญ้า ตอนนี้จัดเป็นอุทยานประวัติศาสตร์สงครามเก้าทัพ













      บันทึกการเข้า
ผู้ดูแล
Administrator
มือใหม่หัดเมาท์
*


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 38

« ตอบ #7 เมื่อ: 03 สิงหาคม 2557, 23:13:24 »

 เหอๆๆ
      บันทึกการเข้า

ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา ใฝ่หาสันติ
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #8 เมื่อ: 04 สิงหาคม 2557, 17:40:12 »

คั่นรายการครับ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีโครงการรินน้ำใจเพื่อซ่อมแซมหอประชุมจุฬาฯ ครับ









      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #9 เมื่อ: 04 สิงหาคม 2557, 19:08:28 »











      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #10 เมื่อ: 04 สิงหาคม 2557, 19:18:10 »

พื่นทีโดยรอบ










      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #11 เมื่อ: 04 สิงหาคม 2557, 19:31:14 »

ออกมาแล้ว กลับลาดหญ้า




      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #12 เมื่อ: 05 สิงหาคม 2557, 04:32:59 »

และมานั่งรับลมที่แม่น้ำแควใหญ่




      บันทึกการเข้า
Dtoy16
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: อักษรศาสตร์
กระทู้: 1,420

« ตอบ #13 เมื่อ: 05 สิงหาคม 2557, 10:30:20 »

              น้องเริง ตามครูมาเที่ยวอีก หาจนเจอ ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ดีทีเดียวสร้างในทำเลที่สวย
             พี่ต้อยชอบสถานที่ในเชิงท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์แบบนี้มากจะลองหาภาพสถานที่
             ยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดี world war มาโพสดู
      บันทึกการเข้า

Dtoy16
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: อักษรศาสตร์
กระทู้: 1,420

« ตอบ #14 เมื่อ: 05 สิงหาคม 2557, 15:55:38 »

           
         
           
                ที่ตั้ง ภูมิทัศน์ ติดมหาสมุทร สถานที่จริงค่ะ เดินเข้าไปเห็นทางเข้าอาคาร ทำได้ดีมาก
             ของใช้ทหาร หุ้นจำลอง อาวุธก็ยังเก็บไว้แสดง
      บันทึกการเข้า

Dtoy16
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: อักษรศาสตร์
กระทู้: 1,420

« ตอบ #15 เมื่อ: 05 สิงหาคม 2557, 16:00:37 »

               
               
               
      บันทึกการเข้า

Dtoy16
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: อักษรศาสตร์
กระทู้: 1,420

« ตอบ #16 เมื่อ: 05 สิงหาคม 2557, 16:08:31 »

         
         
         
      บันทึกการเข้า

เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #17 เมื่อ: 05 สิงหาคม 2557, 16:15:30 »

ครับ  สวยมาก  

ที่กาญจนบุรีมีอีกแห่งคือพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาดที่ออสเตรเลียสร้างร่วมกับไทย

ผ่านด้วยนะแต่เคยแวะแล้ว มีในตามครูไปเที่ยวหน้าแรกๆครับ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #18 เมื่อ: 05 สิงหาคม 2557, 18:45:47 »

บางภาพที่กาญจนบุรี มีในตามครูไปเที่ยวหน้า ๒ แล้ว







      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #19 เมื่อ: 05 สิงหาคม 2557, 18:50:13 »






















      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #20 เมื่อ: 05 สิงหาคม 2557, 19:25:58 »

กลับจากทุ่งลาดหญ้า รุ่งขึ้ันไปน้ำตกห้วยแม่ขมื้น  ห่างออกไป ๘๕ กม.

ไปเส้นน้ำตกเอราวัณ ที่ผ่านทุ่งลาดหญ้าอีกครั้ง เส้นทางนี้ไปถึงอำเภอศรีสวัสดิ์ ได้




พักดึ่มกาแฟร้านที่อยู่กลางทุ่ง







      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #21 เมื่อ: 05 สิงหาคม 2557, 19:38:22 »






บ่ายกลับแล้ว.  ถึงที่พัก

      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #22 เมื่อ: 08 สิงหาคม 2557, 19:05:46 »

และไปทะเลสาบเหนือเขื่อนวชิราลงกรณที่ทองผาภูมิ  มีภาพด้วยจากแพชื่อวีไอพี  




      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #23 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2557, 18:44:46 »

ไปบางกอกน้อยโดยเรือด่วนเจ้าพระยา  รับลมเย็นๆทั้งไปและกลับ ชมวิวเพลินด้วย













      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #24 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2557, 18:56:58 »







      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #25 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2557, 19:37:32 »

นางาซากิรำลึก 69 ปีถูกสหรัฐทิ้งระเบิดนิวเคลียร์

By สำนักข่าวไทย TNA News | 9 ส.ค. 2557 14:12 | 44 views | View Comment

 

โตเกียว 9 ส.ค. - เมืองนางาซากิของญี่ปุ่น รำลึกวันครบรอบ 69 ปีที่ถูกสหรัฐทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตทันทีและเสียชีวิตหลังจากนั้นหลายเดือนหลายปี รวมกว่า 70,000 คน

พิธีรำลึกจัดขึ้นใกล้กับจุดที่ถูกทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ ท่ามกลางกระแสลมแรง เพราะอิทธิพลของไต้ฝุ่นหะลองที่กำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้ามาทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ผู้ร่วมงานหลายหมื่นคน ประกอบด้วย ผู้รอดชีวิตวัยชรา ญาติพี่น้องผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่รัฐบาล และผู้แทนต่างชาติ รวมทั้งนางแคโรไลน์ เคนเนดี เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำญี่ปุ่น สงบนิ่งขณะเสียงระฆังดังขึ้นเมื่อเวลา 11.02 น. วันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเวลา 09.02 น. วันนี้ ตามเวลาในไทย ซึ่งเป็นเวลาที่กองทัพสหรัฐทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ “แฟตแมน” ถล่มเมืองนี้ในวันนี้ เมื่อปี 2488 ทำให้ญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามในอีก 6 วันต่อมา เป็นการยุติสงครามโลกครั้งที่ 2
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #26 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2557, 19:47:10 »

คนไทยกับระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา 6 สิงหาคม 2488   ระเบิดลูกแรก ก่อนจะมีลูกที่สองทีนางาซากิ ตามข่าวข้างต้น
  
กว่า 60 ปีมาแล้ว ที่เหตุการณ์ระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมา และนางาซากิ ในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่2 ได้เกิดขึ้นบาดแผลทางร่างกายและจิตใจของผู้คนที่เกิดทันเหตุการณ์ในครั้งนั้นคงจางหายไปตามกาลเวลา แต่สำหรับรองศาสตราจารย์ฉลอง สุนทราวาณิชย์ จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ถึงแม้ว่าจะเกิดไม่ทันในเหตุการณ์ครั้งนั้น แต่กลับสนใจเหตุการณ์โศกนาฏกรรมการระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ จากการอ่านหนังสือ “นิทานชาวไร่” ของนาวาเอกสวัสดิ์ จันทนี และนี่คือจุดเริ่มต้นของการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา จนมาสู่การเล่าเรื่องให้ผู้คนได้รับทราบในการบรรยายทางวิชาการในชื่อเรื่อง “คนไทยกับระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา” ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2550 ค้นคว้าเพราะหลงไหลเป็นการส่วนตัว
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #27 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2557, 19:51:33 »

                                          
ในหนังสือ นิทานชาวไร่ เล่มที่11 น.อ.สวัสดิ์ ได้เขียนเล่าให้ฟังว่าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลทหารเรือ ย่านฝั่งธน บังเอิญได้นอนเตียงข้างๆ กับนายทหารเรือคนหนึ่ง (คุณอุรา หรือ คุณ ณรัฐ วิโรจน์เพชร) โดยคุณอุราเล่าให้น.อ.สวัสดิ์ฟังเมื่อครั้งไปฝึกงานที่เมืองเล็กๆในญี่ปุ่นชื่อคุเระ ซึ่งห่างจากเมืองฮิโรชิม่าประมาณ 40 กิโลเมตร โดยในวันที่ 6 สิงหาคม 2488 ซึ่งเป็นวันที่ระเบิดปรมาณูลงที่ฮิโรชิมานั้น คุณอุรากำลังทำงานอยู่ที่เมืองคุเระ ในห้องทดลองและออกมาได้เห็นดอกเห็ดปรมาณูที่ฮิโรชิมา รศ.ฉลองกล่าวว่า เมื่ออ่านบันทึกนั้นรู้สึกประทับใจและรู้สึกว่า นายทหารเรือผู้นี้อาจจะเป็นคนไทยเพียงคนเดียวที่มีโอกาสเห็นดอกเห็ดปรมาณูที่ฮิโรชิมา จึงได้พยายามตามหานายทหารเรือคนนี้ แต่ก็หาไม่พบ จนกระทั่งในปี2548 รศ.ฉลองมีโอกาสรวมกลุ่มทำงานวิจัยเพื่อระลึกถึงการสิ้นสุดลงของระเบิดปรมาณู ปรากฏว่ามีผู้คนสนใจในการหาข้อมูล จนในที่สุดจากการช่วยเหลือของเพื่อนๆจึงทำให้ได้หนังสือพระราชทานเพลิงศพคุณอุรา โดยได้จากลูกชายของคุณอุรา ทั้งหมดนี้อาจกล่าวได้ว่าได้รับการช่วยเหลือข้อมูลจากเพื่อน

การคัดเลือกเมืองของอเมริกา

จากจุดเริ่มต้นดังกล่าว รศ.ฉลองจึงเริ่มทำการค้นคว้าประกอบการทำงานวิจัยถึงเรื่องการระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา รศ.ฉลองกล่าวว่า เมืองที่อเมริกาคัดเลือกที่จะใช้ระเบิดปรมาณูในตอนแรกมีทั้งหมด 5 เมือง คือ เกียวโต ฮิโรชิมา นางาซากิ นิคาตะ และโคคุระ แต่เป้าหมายของการทิ้งระเบิดของอเมริกาคือต้องเป็นเมืองที่ยังไม่ถูกทำลาย มีประชากรหนาแน่น เพื่อการประเมินผลระเบิดปรมาณูและความเป็นระบบทางการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ในขั้นแรกอเมริกาตัดเมืองเกียวโตออกเพราะเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นเพราะหากทิ้งระเบิดไปอาจสร้างความแค้นใจให้กับชาวญี่ปุ่นมาก ต่อมาจึงตัดเมืองนิคาตะออกอีกหนึ่งเมืองเนื่องจากเป็นเมืองชนบทและเป็นเมืองทำนาผลิตข้าวประชากรไม่หนาแน่น จึงเหลือเพียงสามเมืองเท่านั้น ที่จะทิ้งระเบิดคือ ฮิโรชิมา นางาซากิ และโคคุระ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #28 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2557, 19:53:36 »

คนไทยคนเดียวที่มีโอกาสได้เห็นระเบิดปรมาณูตอนที่ระเบิด

อุรา หรือ ณรัฐ วิโรจน์เพชร คือคนไทยคนเดียวที่มีโอกาสได้เห็นระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา (คุณอุรา หรือคุณ ณรัฐ วิโรจน์เพชร เป็นลูกชายของพลตรีพระรณรัฐวิภาคกิจ (อุณห์ วิโรจน์เพชร) ซึ่งเป็นเจ้ากรมแผนที่ กับคุณหญิงผัน วิโรจน์เพชร คุณอุราเกิดวันที่ 2 กันยายน 2461 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา8 จากโรงเรียนเทพศิรินทร์ เมื่อเรียนจบอยากเข้าโรงเรียนนายเรือ แต่มีปัญหาทางกายภาพเลยไม่ผ่านเกณฑ์โรงเรียนนายเรือ แต่คุณพ่อส่งไปเรียนที่ญี่ปุ่นเพื่อมารับราชการทหารเรือในเมืองไทย ได้รับปริญญาตรีในปี 2484 จาก คิริว คอลเลจ ออฟ เทคโนโลยี และเรียนปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยวิศวกรรมโตเกียว โดยเป็นนักเรียนทุนของกองทัพเรือทางด้านโลหะ เมื่อกลับเมืองในในปี 2489 จึงรับราชการที่กรมอู่ทหารเรือจนถึงแก่กรรมในปี 2518 เผยแพร่บนเว็บไซต์ วันที่ : 13 มิถุนายน 2550)  และเป็นที่มาและประเด็นที่จุดประกายให้ รศ.ฉลอง สนใจที่จะศึกษาเรื่องระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา ในหนังสือ นิทานชาวไร่ เล่มที่ 11หน้า 132 – 162 มีการกล่าวถึงการระเบิดที่ฮิโรชิมา โดยกล่าวถึงการทำงานของคุณอุราในญี่ปุ่น ข้อความบางตอนที่คุณอุราเล่าให้คุณสวัสดิ์ผู้เขียนหนังสือ นิทานชาวไร่ คือ

“ ตอนนั้นอยู่ในห้องทดลองโลหะที่โรงงานฐานทัพเรือของญี่ปุ่นที่เมืองคุเระ ห่างจากฮิโรชิมาไป 40 กิโลเมตร ในเวลา 8.15 น. เห็นแสงแปล๊บผ่านทางช่องลม ในใจคิดว่าคงมีไฟฟ้าลัดวงจร จึงสั่งให้ตัดสวิทช์ใหญ่เสีย ขณะนั้นก็เกิดเหตุการณ์แผ่นดินสะเทือนประมาณครึ่งนาที ประกอบกับหูอื้อพร้อมกัน ทุกคนจึงวิ่งออไปข้างนอก เมื่อมองไปทางเมืองฮิโรชิมาซึ่งห่างออกไปประมาณ 40 กิโลเมตร ก็แลเห็นความสีเทารูปเรียวเป็นลำตาลไม่มียอด ลอยคว้างเป็นกลางอากาศ (ยังไม่ใช่รูปเห็ด) ตกบ่ายจึงเห็นเป็นรูปเห็ดสีเทาลอยคว้างอยู่กลางหาว พอรุ่งเช้าก็มองไม่เห็นแล้ว”


นาฬิกาข้อมือที่ค้นพบในซากปรักหักพัง
หยุดเดินบันทึกเวลาระเบิดเอาไว้ เวลา 8 นาฬิกา 15 นาที

      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #29 เมื่อ: 10 สิงหาคม 2557, 18:07:06 »

วันหยุดไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างครับ
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #30 เมื่อ: 10 สิงหาคม 2557, 18:37:36 »

กลับบ้านที่นครปฐมครับ

พรุ่งนี้นัดทำสุกี้เลี้ยงแม่ตอนเย็น พร้อมหน้ากันทั้งหมด
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #31 เมื่อ: 10 สิงหาคม 2557, 18:39:00 »

วันนี้มีเท่านี้ครับ

ทั้งหมด: 8 (แสดงตัว: 6, ซ่อนตัว: 2)
เหยง 16, เริง2520, Lawyervat, kumpolcomcai, Pete15, Manop Klabdee
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #32 เมื่อ: 10 สิงหาคม 2557, 18:55:58 »

ครับผม ดีจังพร้อมหน้ากันหมด

พวกเราใช้วันหยุดยาวกับครอบครัว จึงมากันเท่านี้.. ๕ ๕
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #33 เมื่อ: 11 สิงหาคม 2557, 17:48:56 »

ไปวัดบวรนิเวศฯ






พระอุโบสถ



ตำหนักจันทน์

      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #34 เมื่อ: 11 สิงหาคม 2557, 19:56:02 »

รอยพระพุทธบาท



บางส่วนของ "อับเฉา" ทีมากับเรือสำเภาค้าขายที่กลับจากจีน







      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #35 เมื่อ: 11 สิงหาคม 2557, 20:04:43 »

และเหตุสำคัญที่มาวัดนี้ ในวันนี้













      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #36 เมื่อ: 11 สิงหาคม 2557, 20:16:04 »

ออกจากวัด ผ่านมาบางลำภู

ดอกมะลิวันแม่




ร้านปลาท่องโก๋






ภาพในร้าน

      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #37 เมื่อ: 11 สิงหาคม 2557, 21:15:05 »

ยังไปกันต่อ...ครับ
      บันทึกการเข้า
kumpolcomcai
Global Moderator
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
*****


คิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี อยู่ในสถานที่ดีดี
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2525
คณะ: สัตวแพทยศาสตร์
กระทู้: 10,307

เว็บไซต์
« ตอบ #38 เมื่อ: 11 สิงหาคม 2557, 23:26:04 »

ผมจะพยายามมาทุกวันครับ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #39 เมื่อ: 12 สิงหาคม 2557, 07:03:58 »

ครับผม ยินดีมากๆเลย
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #40 เมื่อ: 12 สิงหาคม 2557, 19:16:36 »

เลยไปถึงวังหน้า ติดถนนพระจันทร์













      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #41 เมื่อ: 12 สิงหาคม 2557, 19:20:18 »

จนสุดถนนเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา




      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #42 เมื่อ: 12 สิงหาคม 2557, 19:25:11 »

และหาซื้อขนมก่อน เจอขนมจากกุฎีจีน "หลานแม่เป้า" ที่เคยไปมาแล้วด้วย



แต่ซื้อเพียงขนมนี้ อย่างเดียว

      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #43 เมื่อ: 13 สิงหาคม 2557, 14:12:01 »

ตึกนี้จะกลับมางามเช่นเดิม  

โปรดสังเกตุ     ในภาพแรก  ยอดเสาจะเป็นธงช้าง  และเข้าใจเองว่าน่าจะเป็นการรับเสด็จ ร. 5 เสด็จฯกลับจากประพาสยุโรปครั้งที่ 1  พ.ศ. 2440 ครับ ด้วยข้อความ"รับเสด็จดัวยความยินดี"
 
อดีต



ปัจจุบัน


อนาคต


นายชาญณัฏฐ์ กล่าวถึงกรณีที่ราชพัสดุโรงภาษีร้อยชักสาม ซอยเจริญกรุง 36 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่กรมธนารักษ์ เคยมีข้อตกลงในสัญญาร่วมทุนเพื่อพัฒนาพื้นที่ ภายใต้การดำเนินงานของกิจการค้าร่วม คือ บริษัท แนเชอรัล พาร์ค หรือ N-PARK ว่า ล่าสุดทาง N-PARK หลังจากที่กลุ่มมาลีนนท์เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้แสดงความต้องการที่จะเดินหน้าโครงการนี้ต่อ โดยยอมตกลงเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการขนย้ายที่พักของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและตำรวจน้ำ ที่มีมูลค่าราว 8-10 ล้านบาท รวมถึงจ่ายค่าภาษีโรงเรือนที่ค้าง กทม.อยู่ 4 ปี โดยมีเงื่อนไขว่าขอให้การส่งมอบคืนพื้นที่ภายในเวลา 30 ปีให้กรมธนารักษ์ จะขอให้เริ่มนับใหม่หลังเข้าดำเนินการ

นายชาญณัฏฐ์กล่าวว่า ที่ผ่านมา N-PARK ทำข้อตกลงกับกรมธนารักษ์ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2548 เป็นสัญญาการเช่าพื้นที่มีระยะเวลา 30 ปี โดยจะปรับปรุงซ่อมแซมอนุรักษ์อาคารโบราณสถานเพื่อพัฒนาเป็นกิจการโรงแรมระดับ 6 ดาว จำนวน 33 ห้อง มีกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้นำระดับประเทศ ผู้บริหารองค์กร ภายใต้ชื่อ โครงการอามันรีสอร์ท แต่เนื่องจากติดปัญหาเรื่องการส่งมอบพื้นที่ของหน่วยงานดับเพลิงบางรัก ทำให้ไม่สามารถพัฒนาโครงการตามแผน และระงับการจ่ายค่าเช่าตั้งแต่ปี 2553 แม้จะมีการลงทุนกับโครงการไปเป็นจำนวนกว่า 250 ล้านบาท แล้วก็ตาม....
 
ที่มา:มติชนรายวัน 13 สิงหาคม 2557
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #44 เมื่อ: 13 สิงหาคม 2557, 19:28:47 »

ตามข่าวนี้อยู่พอดี

      บันทึกการเข้า
Dtoy16
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: อักษรศาสตร์
กระทู้: 1,420

« ตอบ #45 เมื่อ: 13 สิงหาคม 2557, 20:14:53 »

                ชอบชอปปิ้งที่บางลำพูค่ะ วัดบวรก็เข้าบ่อยอยู่ แต่ตามน้องเริงเที่ยวสนุกกว่า
                เหมือนได้มีเวลาหยุดดูสถานที่สวยๆนานนาน
      บันทึกการเข้า

เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #46 เมื่อ: 14 สิงหาคม 2557, 18:37:06 »

ครับ ไปกันต่อ...

ไปซ่อมสุขภาพที่นี่



อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงสะพานพระปิ่นเกล้า ฝั่งธนบุรี






      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #47 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2557, 08:44:06 »

ไปจันทบุรี 2 วันกลับ มีภาพมาให้ชมด้วยแน่
      บันทึกการเข้า
kumpolcomcai
Global Moderator
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
*****


คิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี อยู่ในสถานที่ดีดี
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2525
คณะ: สัตวแพทยศาสตร์
กระทู้: 10,307

เว็บไซต์
« ตอบ #48 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2557, 08:59:05 »

รอชมครับ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #49 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2557, 17:13:25 »

สุนัขฮีโร่ นำทางคนไปช่วยเจ้านายน้อยวัย 3 ขวบ ออกจากป่าได้สำเร็จ หลังหลงป่าไปพร้อมกัน 11 วันเต็ม ๆ

                       

          วันที่ 11 สิงหาคม 2557 เว็บไซต์มิเรอร์ มีรายงานว่า เด็กหญิงคารินา ชิคิโตวา ได้รับการช่วยเหลือออกจากป่าได้สำเร็จ หลังหลงป่าอยู่นาน 11 วัน โดยเธอออกจากบ้านในหมู่บ้านโอลอม เขตโอลโยกมินสกี้ ในพื้นที่ปกครองซาก้า (Sakha) ของรัสเซีย ตามพ่อเข้าป่าไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยมีสุนัขที่ครอบครัวเลี้ยงไว้ตามไปด้วย จนอีก 4 วันให้หลัง แม่ของเธอติดต่อกับสามีได้จึงได้ทราบว่าลูกสาวไม่อยู่กับเขา
          ภารกิจออกตามหาเด็กหญิงเริ่มต้นขึ้นด้วยความช่วยเหลือของชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กว่า 100 คน พร้อมการตามหาทางเฮลิคอปเตอร์ แต่ก็เป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากในป่าเต็มไปด้วยต้นหญ้าขึ้นสูง
          การตามหาดำเนินไปหลายวันแต่ไม่ประสบความสำเร็จ จนอีก 7 วันต่อมา มีคนเจอสุนัขของเธอเดินออกมาจากป่า มันได้นำทางหน่วยสืบค้นให้ไปพบกับรอยเท้าของเด็กหญิง จนนำไปสู่การสะกดรอยไปจนพบตัวเธอในที่สุด
          เด็กหญิงอยู่ในสภาพอิดโรยซุกตัวอยู่ในพงหญ้า เนื้อตัวมีแผลยุงกัดและร่องรอยขีดข่วนเล็กน้อย โดยที่ไม่มีรองเท้าและสวมเสื้อผ้าเพียงชั้นเดียว ในขณะที่อากาศบริเวณนี้หนาวเย็นแตะ 6 องศาเซลเซียสเวลากลางคืน ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าเธอคงนอนกอดกับสุนัขคู่ใจเพื่อสร้างความอบอุ่นให้แก่ตัวเอง และประทังความหิวด้วยการกินลูกเบอร์รีป่าและดื่มน้ำจากแม่น้ำ
          แม่ของเด็กหญิงเผยว่า ตอนที่เห็นสุนัขที่เลี้ยงไว้เดินออกมาจากป่าตัวเดียว เธอคิดว่าความหวังที่ลูกสาวจะมีชีวิตรอดคงริบหรี่แล้ว แต่สุดท้ายก็โชคดีที่กลับมาพาให้คนไปช่วยเหลือเจ้านายตัวน้อยของมันออกมาด้วย ตอนนี้เด็กหญิงปลอดภัยดีและถูกส่งไปพักฟื้นที่โรงพยาบาลแล้ว


          
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #50 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2557, 18:20:34 »

                                                                   

หมาใจบุญ  วิดน้ำหวังช่วยชีวิตปลา วันที่13ส.ค. กลายเป็นน้องหมาที่คนกล่าวขวัญถึงมากที่สุดบนโลกออนไลน์ในขณะนี้ เมื่อชาวเน็ตจำนวนมากเข้าไปแสดงความคิดเห็นชื่นชม น้องหมาใจประเสริฐ ที่พยายามใช้จมูกวิดน้ำที่มีอยู่น้อยนิดบนพื้น....... 
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #51 เมื่อ: 16 สิงหาคม 2557, 15:47:43 »

ยังไม่ถึงจันทบุรีเลย. แค่รังสิต. ภาพจันทบุรียังไม่มีนะท่าน
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #52 เมื่อ: 17 สิงหาคม 2557, 21:14:23 »

แสดงความยินดีด้วย



การแข่งขันฟุตซอล ไมโลซีเรียล แชมเปี้ยนส์ 2014 เมื่อวันที่ 17 ส.ค. โดยมี มร.เวย์น อิงแลนด์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเนสท์เล่ ภูมิภาคอินโดไชน่า ร่วมในพิธีปิดการแข่งขัน ที่ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ รอบชิงชนะเลิศ ผลปรากฎว่า รร.ทวีธาภิเศก A เอาชนะ พบพระเคหะภัณฑ์ จ.ตาก 2-1 คว้าแชมป์พร้อมทุนการศึกษา 50,000 บาท ไปครอง
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #53 เมื่อ: 18 สิงหาคม 2557, 13:39:04 »

สืบเนื่องวันที่ ๑๑ สค.ไปวัดบวรฯ และได้เห็นถนนสิบสามห้างที่ใกล้กับวัดบวรฯ



ถนนสิบสามห้าง สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5
ถนนเป็นทางสัญจรแบบใหม่ ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นำแบบอย่างจากชาติตะวันตก มาใช้ หลังจากกลับจากการเสด็จประพาสยุโรป ถนนสายแรกๆ ที่พระพุทธเจ้าหลวง ทรงดำริให้สร้างนั้น เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าคือ ถนนเจริญกรุง บำรุงเมือง เฟื่องนคร ตามลำดับ เป็นที่น่าสังเกตว่า ถนนสายแรกๆ ที่อ้างขึ้นมานี้ มีชุมชนอันหนาแน่นของชาวจีนอาศัยอยู่ ทั้งนี้ได้มีการสันนิษฐานว่า ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงริเริ่มทางสัญจรใหม่นี้บนย่านการค้า เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของพระนคร
เมื่อถนน 3 สายแรกสร้างเสร็จ และเห็นผลของการก่อสร้างไปในทางบวก ถนนสายอื่นๆที่ต่อติดกับถนนสายแรกๆ ก็ตามมามากมาย เช่นถนนที่อยู่ในชุมชนชาวจีน และอยู่ใกล้กับอารามหลวงที่ชื่อ วัดบวรนิเวศวรวิหารอีกด้วย ถนนที่ว่านี้มีชื่อเก๋ๆ ว่า “ถนนสิบสามห้าง” ถนนสิบสามห้างเป็นเพียง ถนนสายสั้นๆ ในย่านบางลำพู มีที่มาจากกลุ่มพ่อค้าชาวจีนกวางตุ้งที่มาตั้งห้างร้านอยู่บนถนนสายนี้รวมทั้งหมด 13 ห้าง
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #54 เมื่อ: 18 สิงหาคม 2557, 13:45:12 »

สิบสามห้างจากเมืองจีน มาเป็นชื่อถนนสิบสามห้างที่เมืองไทยได้อย่างไร มีอยู่ ๒ คำตอบที่น่าเชื่อถือ

๑. หนังสือ “ตำนานวัดบวรนิเวศวิหาร” พระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส มีตอนหนึ่งกล่าวถึง "สิบสามห้าง" ดังนี้

"...ด้านตะวันตกพ้นตกพ้นคลองคูวัดออกไปมีตึกก่ออิฐถือปูนชั้นล่าง ขัดแตะถือปูนชั้นบนแถวสหนึ่ง เรียกว่า สิบสามห้าง คำว่า สิบสามห้าง นั้น ได้ยินว่าไม่ได้หมายเอาจำนวนส่วนแห่งตึกนั้นที่ทำเป็นมุขยื่นออกมา (แต่) หมายเอาตึกชนิดนี้อันมีในเมืองจีนแห่งใดแห่งหนึ่ง (ซึ่ง) มีจำนวนเท่านั้น ดังมีรูปในกรอบกระจกติดฝา อันส่งเข้ามาขายดื่นในครั้งนั้น...”

ตึกสิบสามห้างนี้สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๔ ถนนผ่านหน้าตึกจึงเรียกกว่าถนนสิบสามห้าง ต่อมาปลาย ๆ รัชกาลที่ ๕ ได้รื้อลงสร้างขึ้นใหม่

ตามตำนานวัดบวรฯ ว่าเดิมข้างวัดมีคลองคูจึงน่าจะเข้าใจว่า ต่อมาคลองคูนี้คงจะถมเป็นถนน โดยคงต้นไม้ริมคลองเอาไว้ ถนนสิบสามห้างจึงกลายเป็นถนนกว้าง มีต้นไม้อยู่กลางถนน กลายเป็นเกาะกลางถนนทุกวันนี้ เมื่อมีรถราง รางรถเลี้ยวโค้งขวาตัดหัวถนนไปตามถนนข้างกำแพงวัดที่เคยเป็นคลองคูดังกล่าว

ข้อมูลจาก บทความเรื่อง ถนนสิบสามห้าง "ศรีสำราญ" โดย จุลลดา ภักดีภูมินทร์

๒. หนังสือ "กรุงเทพเมื่อ ๗๐ ปีก่อน" เขียนโดย ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) เขียนถึงที่มาของชื่อถนนสิบสามห้างไว้ว่า

"...ที่เรียกว่าถนนสิบสามห้างนั้น จะมีห้าง ๑๓ ห้างหรือไม่ไม่ทราบ แต่เคยพบในหนังสือฝรั่งกล่าวถึงเมืองกวางตุ้ง ว่ามีแหล่งการค้าหนึ่งมีห้างอยู่ ๑๓ ห้าง ซึ่งภาษาฝรั่งเรียวกว่า Guild (กิลด์) แปลว่าเป็นสมาคมการค้าที่ทำการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ได้ยินว่าที่ถนนสิบสามห้างของเรานี้ เดิมมีตึกรูปร่างเหมือน Guild ในกวางตุ้งที่มี ๑๓ ห้อง ก็เลยเรียกชื่อถนนว่าถนนสิบสามห้าง ตึกเก่านั้นคงรื้อเสียนานแล้ว แต่ชื่อสิบสามห้างยังคงอยู่จนบัดนี้..."

ข้อมูลจาก  ท้องถิ่นบางลำพู


คลองวัดบวรฯก่อนที่จะทำเป็นเกาะกลางถนน



หลังจากถมคลองแล้ว เมื่อมีสงคราม ได้สร้างหลุมหลบภัย ( มุมซ้ายล่าง ) และร้านค้าอยู่ด้านนี้ด้วย  



และต่อมาในปัจจุบันทำป็นห้องน้ำเกาะกลาง ทางเดินลาดลงไปมีราวให้จับ ใช้บริการมาแล้วด้วย ๕ ๕ ๕ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้


      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #55 เมื่อ: 18 สิงหาคม 2557, 13:54:27 »

กลุ่มตึกแถวระบุว่าเป็นแนวถนนสิบสามห้าง ในสมัยต้นรัชกาลที่ ๗ ในวันบรมราชาภิเษก ทรงเสด็จฯเลียบพระนครมาวัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งน่าจะเป็นอาคารแนวเดียวกัน ทั้งสองภาพ

  โปรดสังเกต ภาพแรกมีข้อความเชิญดึ่มน้ำยาอุทัย





      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #56 เมื่อ: 23 สิงหาคม 2557, 11:21:55 »

ช่วงนี้ฟ้าฝนไม่อำนวยให้ไปเที่ยวเลยเนาะ  อยู่ในที่ตั้งครับ.
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #57 เมื่อ: 24 สิงหาคม 2557, 20:28:02 »

ตามมาชมแล้วครับ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #58 เมื่อ: 25 สิงหาคม 2557, 14:47:20 »



ดีมากๆเลย

"อีจีเอ-ทีโอที" ผนึก กศน.หนุนการศึกษาภาคเหนืออีจีเอ ทีโอที กศน.และม. พะเยา ผนึกกำลัง หนุนภาคการศึกษา เดินหน้าพัฒนาดิจิตอลคอนเทนต์ผ่าน อีจีเอสมาร์ทบ็อกซ์ นำร่อง 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เตรียมขยายผลทั่วประเทศเชื่อมโยงหมายเลขบัตรประชาชน

วันจันทร์ 25 สิงหาคม 2557 เวลา 12:40 น.

วันนี้ (25 ส.ค.) ที่ โรงแรมเซ็นทรา คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ นายศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์(องค์การมหาชน) หรือ อีจีเอ เปิดเผยว่า อีจีเอ ได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และมหาวิทยาลัยพะเยา บันทึกความร่วมมือทางวิชาการใน “โครงการพัฒนาศูนย์บริการเชื่อมโยงข้อมูลประชาชนด้านการจัดการศึกษา Digital Content” เพื่อร่วมมือในการพัฒนาโครงการการใช้อีจีเอ สมาร์ท บ็อกซ์ (EGA Smart Box) เพื่อการสื่อสารข้อมูลภาครัฐและข้อมูลการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตลอดชีวิตโดยใช้โครงข่าย GIN

สำหรับโครงการดังกล่าวจะทดลองนำร่องพื้นที่ 4 จังหวัด ใน กศน.ภาคเหนือตอนบน คือ จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน เพื่อให้นักเรียน กศน. รวมถึงประชาชนในชุมชนได้เข้าถึงแหล่งเรียนรู้และได้รับทราบข้อมูลข่าวสารต่างๆ อาทิ ข้อมูลข่าวข้อมูลเศรษฐกิจ ข้อมูลทางการเกษตร ร่วมถึงการรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ได้ใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ สามารถใช้ประโยชน์จาก Smart Card ได้อย่างเต็มรูปแบบนี้

สมาร์ท บ็อกซ์ ของอีจีเอ จะเชื่อมโยงกับระบบคลาวด์การศึกษาของทีโอที ซึ่งมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นด้านการศึกษา โดยสถาบันนวัตกรรมทีโอทีที่จับมือร่วมกับ 3 สำนักพิมพ์ใหญ่ ในการทำวิจัยค้นคว้าเทคโนโลยีด้านดิจิตอลคอนเทนต์ให้กับ กศน.ตำบล โดยมี มหาวิทยาลัยพะเยา ให้การสนับสนุนด้านบุคคลากรทางการศึกษาและนิสิตอาสมัครในการลงพื้นที่ร่วมกับ กศน.ตำบล และร่วมรณรงค์ส่งเสริมชุมชนให้สามารถใช้บริการข้อมูลของภาครัฐโดยผ่าน อีจีเอ สมาร์ท บ็อกซ์ และข้อมูลพื้นฐานต่างๆ ผ่านระบบโครงข่ายและระบบคลาวด์คอมพิวเตอร์เพื่อผลักดันให้ จังหวัดพะเยาและอีก 3 จังหวัดเป็นประตูสู่เออีซีและผู้นำอาเซียนในด้านการยกระดับคุณภาพการศึกษาของไทยสู่ความเป็นสมาร์ทเอ็ดดูเคชั่น

นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริม การผลิตพัฒนาและวิจัยสื่อการเรียนรู้ทั้งเนื้อหาสาระในรูปแบบดิจิตอลคอนเทนต์เพื่อสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต  ยิ่งไปกว่านั้นทั้ง 4หน่วยงานยังได้ทำการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการฯโดยวางเป้าหมายหลังการทดลองโครงการนำร่องประสบความสำเร็จ ในการเตรียมการขยายผลโครงการฯและเตรียมการพัฒนาระบบแอพพลิเคชั่นและเนื้อหาในการบูรณาการร่วมกับระบบการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมเพื่อขยายผลไปยัง กศน.ตำบล ของภาคเหนือตอนบน จำนวน 200 ศูนย์และขยายผลไปยัง กศน.ตำบล และศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ กว่า 10,000 ศูนย์การเรียนรู้ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ.
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #59 เมื่อ: 28 สิงหาคม 2557, 10:57:10 »

ต้องไปแน่



      บันทึกการเข้า
lek_adisorn
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,595

« ตอบ #60 เมื่อ: 28 สิงหาคม 2557, 14:51:40 »

น่าจะเป็นงาน meeting ของรุ่น20 แน่นอน ยืนยันครับ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #61 เมื่อ: 28 สิงหาคม 2557, 15:31:00 »

และพบปะสังสรรค์ของรุ่นอื่นๆด้วย

เพียงแต่บุตรชายท่านอยู่รุ่นนี้ มีครูหยุย (สนช.) กมล (เลขาฯการศึกษาพื้นฐาน ) แจ๋ว (ผู้กำกับละคร) และท่านอื่นๆ ส่งข่าวแจ้งกันแล้วครับ
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #62 เมื่อ: 31 สิงหาคม 2557, 08:09:39 »

มาตามครูไปเที่ยวต่อครับ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #63 เมื่อ: 02 กันยายน 2557, 07:42:38 »

ที่แม่กลอง ฝนตกดี

อุทัยธานี ระยองและชลบุรีที่จะไปคงไมีมีฝนแล้วเนาะ

มีแต่ภาพมาใหัชม
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #64 เมื่อ: 02 กันยายน 2557, 08:19:06 »

ข้อมูลที่นครสวรรค์,

วันศกร์ที่ 29 ส.ค.ตกช่วงเย็นไปถึงแจ้งของวันรุ่งขึ้น รวมน้ำฝนทั้งหมดประมาณ +2 จาก +4
วันเสาร์ที่ 30 ตกช่วงแรก 14.00 น.ประมาณ 20 นาที, ช่วงที่สอง เริ่ม 19.00 ตกประมาณ 30 นาที
วันอาทิตย์ที่ 31 ส.ค. ตกช่วง 07.30 - 9.00 น. บ่ายแดดออกเต็มที่

วันจันทร์ที่ 1 ก.ย.ตก 2 ช่วง ตีสาม-เช้า, ช่วงที่สอง 07.15 น. - 10.00 น. บ่านแดดออกเต็มที่
วันอังคาร 2 ก.ย. (วันนี้) เมื่อคืนมีฝนตกช่วงตีสาม แรงระดับ +2 จาก +4 น่าจะได้น้ำมากพอสมควร
      บันทึกการเข้า
lek_adisorn
Hero Cmadong Member
***

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,595

« ตอบ #65 เมื่อ: 02 กันยายน 2557, 10:24:36 »

สถานีโทรทัศน์จีนจัดทำสารคดีเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=nsrSds9l2r4" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=nsrSds9l2r4</a>
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #66 เมื่อ: 02 กันยายน 2557, 13:02:41 »

พระองค์ท่านได้เสด็จเยือนทุกมณฑลของจีนแล้วด้วย
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #67 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 08:28:49 »

สมุทรสงคราม










      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #68 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 08:36:52 »

ที่พักครับ ไม่ใช่วัด






กล้วย และกล้วย




      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #69 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 08:50:44 »

ต่อด้วย... อุทัยธานี  ตอน ๑

อดีตและปัจจุบัน










      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #70 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 09:01:01 »













      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #71 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 09:14:05 »

เขาสะแกกรัง





















      บันทึกการเข้า
Dtoy16
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: อักษรศาสตร์
กระทู้: 1,420

« ตอบ #72 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 11:36:56 »

             สวัสดีวันอาทิตย์ค่ะน้องเริง ตามมาเที่ยวอุทัยธานี เมืองที่ตั้งแต่สมัยแม่พี่เล่าให้ฟังว่ามีแม่น้ำเวลาเดินทาง
            จากแปดริ้ว ช่วงไหนไม่ทราบแม่จะไปเลี้ยงหลานที่อุทัย ขณะนั่งอยู่บนเรือ เรือเกิดล่ม ดีที่แม่ว่ายน้ำเป็นและ
            จนบัดนี้พี่ก็ยังไม่เคยไปอุทัยธานีเลยค่ะ
      บันทึกการเข้า

เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #73 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 11:59:54 »

วัดสังกัสฯ ต้องระวังหมาไว้สักนิด
มันเห่าไล่มาทีละนับสิบตัว อย่าเข้าไปใกล้พวกมันที่นอนกันเป็นฝูงเด็ดขาดครับ
มีเจอมาแล้ว มันจำเฉพาะคนในพื้นที่
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #74 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 13:17:28 »

ครับ พี่ต้อย
 
อุบัติเหตุเหมือนกับรถยนต์

หลายชีวิต หนังสือแต่งของท่านคึกฤทธิ์

ก็เกี่ยวกับอุบัติเหตุทางเรือแต่ไม่รอดสักคน

ได้เคยตามไปชมท่าเรือบ้านแพนหรืออำเภอเสนาที่อยุธยาด้วย

ที่สมมุติเป็นท่าเรือที่หลายชีวิตนั่งเรือมาด้วยกันและจากไปพร้อมกัน

มีภาพใน เที่ยวไปในวันว่าง ด้วยครับ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #75 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 13:26:30 »

พี่เหยง
เกือบไปแล้ว  มีตัวเก่ง  ๑ ตัว
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #76 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 14:23:41 »

ตอนที่ ๒ วัดอุโปสถาราม  ริมแม่น้ำสะแกกรัง







      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #77 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 14:33:34 »







      บันทึกการเข้า
suriya2513
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,447

« ตอบ #78 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 14:34:02 »

อ้างถึง
ข้อความของ Dtoy16 เมื่อ 07 กันยายน 2557, 11:36:56
             สวัสดีวันอาทิตย์ค่ะน้องเริง ตามมาเที่ยวอุทัยธานี เมืองที่ตั้งแต่สมัยแม่พี่เล่าให้ฟังว่ามีแม่น้ำเวลาเดินทาง
            จากแปดริ้ว ช่วงไหนไม่ทราบแม่จะไปเลี้ยงหลานที่อุทัย ขณะนั่งอยู่บนเรือ เรือเกิดล่ม ดีที่แม่ว่ายน้ำเป็นและ
            จนบัดนี้พี่ก็ยังไม่เคยไปอุทัยธานีเลยค่ะ

ก่อนอื่น ต้องขอบคุณครูเริงที่นำเสนอเรื่องนี้ขึ้นมา ในฐานะที่พี่ป๋องมีภูมิลำเนาอยู่อุทัยธานี
สำหรับน้องต้อย ยังไม่สายไปครับ ให้รุ่น 2516 จัดทัวร์ไปอุทัยธานีแบบที่รุ่น 2514 กำลังจะไป 19-21 กย.นี้
พี่ป๋อง สุริยา 2513 ยินดีจะไปร่วมทัวร์ด้วยเช่นกันครับ
      บันทึกการเข้า

[โบราณคดี]จุดกำเนิดเริ่มต้นของ cmadong.com by : มานพ กลับดี  คลิ๊ก->
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #79 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 14:36:54 »

ครับผม ยินดีด้วย

อุทัยธานีงาม สงบ ประทับใจมากครับ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #80 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 14:40:37 »

ขวาพระอุโบสถ เปิดทุกวัน ซ้ายพระวิหารเปิดวันเสาร์และวันอาทิตย์



พระวิหาร ข้างในน่าจะงามมาก







      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #81 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 14:58:22 »

ขัางในพระอุโบสถ












      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #82 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 15:13:31 »

พักที่นี่ ริมแม่น้ำ






ไปที่น่าสนใจใกล้มาก  ร่มรื่นตลอดทาง






มีต่อตอน ๓ อีกนะ
      บันทึกการเข้า
suriya2513
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,447

« ตอบ #83 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 15:37:23 »

RCU 2514 ที่จะไปทัวร์อุทัย ราวๆ 30 คน 19-21 กย.2557 นี้
ก็จะพักที่นี่ หนึ่งคืนเช่นเดียวกันครับ ครูเริง
      บันทึกการเข้า

[โบราณคดี]จุดกำเนิดเริ่มต้นของ cmadong.com by : มานพ กลับดี  คลิ๊ก->
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #84 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 19:57:38 »

พี่ป๋อง


ให้รุ่นพี่ 2514 จัดนำไปก่อนครับ
รุ่น 2516 ช่วงนี้หงอยเป็นพิเศษ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร ??
เงียบเหงาจริงๆ งาน CU 2516 ยกมหา'ลัย ถูกเลื่อนไป 28 ธันวาคม 2558 ทีเดียว
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #85 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 20:32:20 »

ตอน ๓ ชุมชนอุทัยธานี

อาหารอุดม






ชมย่านการค้า










      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #86 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 20:50:28 »

พาไปวัดท่าซุง







      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #87 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 20:56:00 »

มุ่งไปชมสินค้ามีชื่อ

      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #88 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 20:58:21 »

กลับก่อนที่จะได้ชมอาคารเก่าของหน่วยราชการและพิพิธภัณฑ์ที่เลียบแม่น้ำ ถนนศรีอุทัย

                    

บ้านของพระสหายของสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์ ซึ่งด้านหลังติดแม่น้ำ



ถนนคนเดิน ตรอกโรงยา มีค่ำวันเสาร์

ในทุกวันเสาร์เรามีนัดกันที่ ตรอกโรงยา ถนนคนเดินจังหวัดอุทัยธานี ถนนสายเล็กเล็กที่นักท่องเที่ยวต่างพากันมาเดินเที่ยว กินอาหารอร่อยๆขึ้นชื่อของอุทัย มีการเปิดบ้านโชว์ของชาวจีนสมัยก่อนหลายหลัง มีการเล่าถึงประวัติของตรอกโรงยาในสมัยก่อนให้คนรุ่นหลังฟัง แถมเรายังได้ช๊อบของฝากเล็กๆน้อยๆกลับมาฝากคนรู้ใจที่บ้านอีกด้วยจ้า ที่ตั้ง : บริเวณถนนอุทัยใหม่ (ตรอกโรงยา)


          

      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #89 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 21:03:30 »

น้องเริง


ตลาดอุทัย มีเห็ดโคนขายน่ะ ช่วงนี้เป็นช่วงเก็ดออกซะด้วยซี
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #90 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 21:26:28 »

พี่เหยง
ไปตลาดตอนสาย ตลาดวายแล้วครับ  
      บันทึกการเข้า
Dtoy16
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: อักษรศาสตร์
กระทู้: 1,420

« ตอบ #91 เมื่อ: 07 กันยายน 2557, 21:38:13 »

              น้องเริง พี่ป๋องเจ้าขา และคุณเหยง อยากไป้อยากไปเมืองอุทัย ดูแล้วเพลิดเพลิน
              แม่น้ำอะไรชื่อไพเราะจัง สะแกกรัง คงจะอุดมสมบรูณ์ไปด้วยปลา ดูจากตลาดซิ วางขายน่าซื้อ
              ว่างๆชวนน้องกับแม่ไประลึกความหลัง จะถามว่าเรือไปล่มที่แม่น้ำนี้ไหม เฮ้อ ไม่ถามหรอกเรื่องนี้
               คุยความหลังกับคนแก่ หาเรื่องหนุกหนานให้ท่านฟังจะดีกว่า
                                  หาเรื่องยุใครจัดไปทัวร์อุทัยธานีดีหนอ
      บันทึกการเข้า

suriya2513
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,447

« ตอบ #92 เมื่อ: 08 กันยายน 2557, 01:40:58 »

อ้างถึง
ข้อความของ Dtoy16 เมื่อ 07 กันยายน 2557, 21:38:13
              น้องเริง พี่ป๋องเจ้าขา และคุณเหยง อยากไป้อยากไปเมืองอุทัย ดูแล้วเพลิดเพลิน
              แม่น้ำอะไรชื่อไพเราะจัง สะแกกรัง คงจะอุดมสมบรูณ์ไปด้วยปลา ดูจากตลาดซิ วางขายน่าซื้อ
              ว่างๆชวนน้องกับแม่ไประลึกความหลัง จะถามว่าเรือไปล่มที่แม่น้ำนี้ไหม เฮ้อ ไม่ถามหรอกเรื่องนี้
               คุยความหลังกับคนแก่ หาเรื่องหนุกหนานให้ท่านฟังจะดีกว่า
                                  หาเรื่องยุใครจัดไปทัวร์อุทัยธานีดีหนอ
เสี่ยเหยง พิเชษฐ์ 2516 เหมาะสุดสุดครับ น้องต้อย
      บันทึกการเข้า

[โบราณคดี]จุดกำเนิดเริ่มต้นของ cmadong.com by : มานพ กลับดี  คลิ๊ก->
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #93 เมื่อ: 08 กันยายน 2557, 10:05:05 »

เตะลูกออกครับ.....
ต้องเริ่มที่ กทม.ครับ
อุทัยธานีเป็นปลายทางนั้น พอรับได้
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #94 เมื่อ: 08 กันยายน 2557, 10:07:59 »

จริงๆแล้ว RCU 2516 มีผู้ที่คุ้นกับอุทัยธานีมากๆ เพราะเคยอยู่อุทัยธานี.....

พ.ต.อ.ราชันย์ อินทร์สิงห์ รัฐ16 เกษียณแล้ว เคยเป็น ผกก.สภ.ทัพทัน
ก่อนย้ายไป สภ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์, สภ.โพทะเล จ.พิจิตร
                           และเกษียณที่ สภ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ ในเดือน ก.ย. 2556
ปจบ.มีบ้านพักอยู่ในอำเภอเมืองนครสวรรค์ครับ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #95 เมื่อ: 08 กันยายน 2557, 10:26:19 »

พี่ต้อย

ดร.ประพจน์   คณะอักษรศาสตร์ ท่านจบประถมศึกษาตอนปลายที่อุทัยธานี ครับ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #96 เมื่อ: 08 กันยายน 2557, 11:07:46 »

ค้นภาพมาแล้ว จาก เที่ยวไปในวันว่าง หน้า 25

ท่าเรือบ้านแพน ฉากสมมุติ จากหลายชีวิต  ที่นั่งเรือกลางคืนมาตามแม่น้ำน้อยเพื่อมาบางกอก 

เคยเป็นโรงแรมที่พักค้างคืนของผู้โดยสาร





      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #97 เมื่อ: 08 กันยายน 2557, 11:11:27 »

บ้านเรือนของชุมชนริมน้ำ ที่ยังไม่มีรถยนต์




      บันทึกการเข้า
เอมอร 2515
Cmadong พันธุ์แท้
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu 2515
คณะ: รัฐศาสตร์(นิติศาสตร์)
กระทู้: 4,562

« ตอบ #98 เมื่อ: 08 กันยายน 2557, 14:04:16 »

สวัสดีค่ะ น้องเริง ห่างหายจากการตามน้องเริงไปเที่ยวเสียนาน ตามอ่านอย่างสนุกสนานค่ะ
ที่สมุทรสงครามเราพักที่เดียวกันเลยค่ะ ห่างกันแค่อาทิตย์เดียว  พี่ซื้อจากงานไทยเที่ยวไทยค่ะ
ที่ตลาดอุทัย มีร้านยาหอมทับทิม ขึ้นชื่อนะคะ
ตามน้องเริงเที่ยวได้ความรู้ด้วย สนุกด้วยค่ะ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #99 เมื่อ: 08 กันยายน 2557, 19:30:09 »

ครับ เชิญมาอ่านเรื่อยๆ  มีไประยองและหาดจอมเทียน ตามมาติดๆครับ
      บันทึกการเข้า
ติ๋ม จันทร์ฉาย
Hero Cmadong Member
***


เป็นญาติพี่น้องกับซีมะโด่ง
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2516
กระทู้: 1,692

« ตอบ #100 เมื่อ: 08 กันยายน 2557, 21:36:19 »

น่าสนใจติดตามน้องเริงเที่ยวมากๆค่ะ
      บันทึกการเข้า

ติ๋ม จันทร์ฉาย
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #101 เมื่อ: 09 กันยายน 2557, 20:45:37 »

ไประยองกันต่อ

ห้ามไปย่านเก่าโบราณไม่ได้ ทั้งที่ไปก็หลายครั้งแล้ว ครั้งนี้มีภาพน้อย







      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #102 เมื่อ: 09 กันยายน 2557, 20:50:47 »







      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #103 เมื่อ: 09 กันยายน 2557, 20:55:18 »







      บันทึกการเข้า
Dtoy16
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: อักษรศาสตร์
กระทู้: 1,420

« ตอบ #104 เมื่อ: 10 กันยายน 2557, 12:24:44 »

         สวัสดีค่ะน้องเริง ตามมาเที่ยวตอนพักเที่ยง พี่เพิ่งทราบว่า ดร.ประพจน์เรียนที่อุทัยธานี
         เมืองนี้มีแต่คนเก่งๆ พี่ป๋องก็คนอุทัยเช่นกัน  ตอนปีหนึ่งเพื่อนบอกว่าดร.ท่องดิกเชนารี
         ได้ทั้งเล่ม พี่ตกใจแทบแย่ ดีที่อยู่หอได้หาเรื่องสนุก สนุก หลากหลายหายกลัวคนเก่ง
      บันทึกการเข้า

เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #105 เมื่อ: 10 กันยายน 2557, 12:58:22 »

ขออนุญาตครับ

                                                     

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประพจน์ อัศววิรุฬหการ เกิดที่จังหวัดอุทัยธานี เป็นนักภาษาศาสตร์และนักอักษรศาสตร์ชาวไทย เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและวรรณคดีบาลีและภาษาสันสกฤต พระไตรปิฎกฉบับภาษาจีน และพระพุทธศาสนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งเป็นคณบดีคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #106 เมื่อ: 10 กันยายน 2557, 13:06:23 »

ประวัติการศึกษา

จบชั้นประถมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนเมืองอุทัยธานี
จบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนวัดราชบพิธ มัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
สำเร็จการศึกษาอักษรศาสตรบัณฑิต สาขาบาลี-สันสกฤต จากภาควิชาภาษาตะวันออกคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยได้คะแนนเฉลี่ยระดับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท อักษรศาสตรมหาบัณฑิต จากคณะอักษรศาสตร์ สาขาเดียวกัน
ได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดล ไปศึกษาต่อด้านพุทธศาสน์ศึกษา ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ สหรัฐอเมริกา จนสำเร็จดุษฎีบัณฑิต ด้านพุทธศาสน์ศึกษา(PhD in Buddhist Studies)
ก่อนไปทำปริญญาเอกที่อเมริกา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประพจน์เคยไปค้นคว้าวิจัยด้านพุทธศาสน์ศึกษาที่มหาวิทยาลัยปารีส ประเทศฝรั่งเศส และหลังจากสำเร็จปริญญาเอกก็ได้ทุนไปทำวิจัยเพิ่มเติมที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #107 เมื่อ: 10 กันยายน 2557, 20:16:46 »

จอมเทียน







      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #108 เมื่อ: 10 กันยายน 2557, 20:20:40 »

หาดจอมเทียน












      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #109 เมื่อ: 12 กันยายน 2557, 20:07:24 »

มาอุทัยธานี กันต่อ ยังขาดส่วนที่สำคัญไป

เมื่อ ร. ๕ ได้เคยเสด็จประพาสต้นที่นี่






แพโบสถ์น้ำ  พระครูอุทัยธรรมนิเทศ (จัน) สร้างขึ้นเพื่อรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ครั้งเสด็จประพาสมณฑลฝ่ายเหนือ เมื่อ ร.ศ. 120 (พ.ศ. 2444) เดิมเป็นแพแฝด 2 หลัง มีช่อฟ้าใบระกาเหมือนอุโบสถทั่วไป หน้าบันมีป้ายสีแดงเป็นวงกลม จารึกเป็นภาษาบาลีว่า " สุ อาคตํ เตมหาราชา " แปลว่า มหาราชาเสด็จฯ มาดี สมัยต่อมาซ่อมแซมปรับปรุงให้กว้างขวางขึ้น แต่ยังเป็น 2 หลัง มีช่อฟ้าใบระกา อย่างเดิม ในปี พ.ศ. 2519 ได้ซ่อมแซมบูรณะใหม่เป็นหลังเดี่ยวยกพื้น 2 ชั้น แบ่งเป็นสัดส่วน มีอาสนะสงฆ์สำหรับพระสงฆ์ และพื้นนั่งสำหรับฆราวาส หลังคาทรงปั้นหยา และย้ายป้ายวงกลมมาไว้หน้าจั่วตรงกลาง ปัจจุบันแพโบสถ์น้ำทางวัดใช้ประกอบกิจกรรมตามประเพณี เช่น ลอยกระทง และใช้ในโอกาสวันสำคัญๆ ของจังหวัด และนอกจากนี้ยังให้ชาวแพขอยืมไปใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่น แต่งงาน บวชนาค ทำศพ และทำบุญต่างๆ นับว่าเป็นแพที่มีประวัติความเป็นมาที่ดีงาม มีคุณประโยชน์ต่อชาวอุทัยธานีเป็นอย่างมาก
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #110 เมื่อ: 12 กันยายน 2557, 20:43:37 »

งานฉลอง ๑๐๐ ปี เสด็จประพาสต้น รัชกาลที่ ๕ เมื่อ ๘ ปีก่อน

                                    
 
 20 สิงหาคม 2549  ค่ำคืนนี้ที่ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรังบริเวณหน้าศาลากลางวังหวัดอุทัยธานีดูคึกคักไปด้วยผู้คนที่ออกมายืนชมเรือโบราณหลายลำที่ประดับไฟระย้าจอดรายเรียงเป็นขบวนอยู่หน้าศาลากลาง  ห่างออกไปทั้งซ้ายและขวาไม่ไกลนักมีดวงไฟลอยเรี่ยผิวน้ำเป็นระยะๆ ดูเหมือนกระทงสาย   เสียงเพลงเห่เรือดังเจื่อยแจ้วมาจากเรือลำหน้า  ถัดมาเป็นเรือลำขนาดย่อมมีชายใส่ชุดทหารมหาดเล็กโบราณยืนถือดาบอยู่เต็มลำ ตามด้วยเรือลำใหญ่ที่มีผู้โดยสารแต่งชุดไทยรัตนโกสินทร์อยู่เต็มลำ มีท่านผู้ว่าจังหวัดอุทัยธานีและรองผู้ว่าและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดนั่งอยู่ด้านหน้า ตามไปด้วยเรือของผู้ร่วมงานที่แต่งตัวย้อนยุคอีกสามลำ ขบวนเรือล่องช้าๆ ไปตามลำน้ำสะแกกรังจากหน้าศาลากลางจังหวัดเพื่อไปยังวัดอุโปสถารามหรือวัดโบสถ์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน “ ฉลองครบรอบ 100 ปี เสด็จประพาสต้นรัชกาลที่๕ “ วันนี้เมื่อ 100 ปีที่แล้วพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ ๕  ทรงเสด็จประพาสต้นเมืองอุทัยธานี   ทรงเสด็จมาทางชลมาค ( ทางเรือ ) มาตามแม่น้ำเจ้าพระยาจนถึงอำเภอมโนรมย์เมืองชัยนาทก็แยกเข้าสู่แม่น้ำสะแกกรังแล้วมาขึ้นที่วัดอุโปสถารามแห่งนี้    ทางจังหวัดอุทัยธานีโดยมีท่านผู้ว่าฯ ปรีชา  บุตรศรี   เป็นแม่งานจัดงานฉลองครบรอบ 100 ปี เสด็จประพาสต้นรัชกาลที่ ๕ ขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาทิคุณที่ทรงมีต่อประสกนิกรชาวอุทัยธานี และจะจัดขึ้นทุกปีเพื่อเป็นงานประจำปีของอุทัยธานี
 
 
 
 
      บันทึกการเข้า
Dtoy16
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: อักษรศาสตร์
กระทู้: 1,420

« ตอบ #111 เมื่อ: 12 กันยายน 2557, 21:16:44 »

              น้องเริง เสด็จประพาสต้นทุกที่พี่ชอบมาก ซึ่งแต่ละที่มีรายละเอียดให้ใครไปมาได้อ่านจะดี
               ขอบคุณข้อมูลของดร.ประพจน์ ตอนนี้กำลังได้รับเชิญไปสอนศาสนาที่ประเทศ....ไม่แน่ใจ
              แต่เป็นประเทศทางตะวันตก
      บันทึกการเข้า

เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #112 เมื่อ: 14 กันยายน 2557, 08:56:50 »

ครับ แต่ละแห่งน่าสนใจมาก

วันนี้อากาศดี น่าไปชมวัดเก่านะ5. 5
      บันทึกการเข้า
Dtoy16
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: อักษรศาสตร์
กระทู้: 1,420

« ตอบ #113 เมื่อ: 14 กันยายน 2557, 09:52:04 »

               
           
           
         
              วัดที่มีศาลาการเปรียณ บริเวณเพดานมีศิลปะมอญสวย งาม เพื่อนส่งมาให้ดูก่อนจะไปบอกชาวบ้าน
             อย่ารื้อเลยควรอนุรักษ์ไว้ ชื่อวัดไปหาก่อนค่ะน้องเริง
      บันทึกการเข้า

เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #114 เมื่อ: 14 กันยายน 2557, 13:40:01 »

คุณต้อย  งง งง

อ้าว...แล้วกัน อนุรักษ์ไว้ทำไม ??
เก่ามากแล้ว เดี๋ยวหลังคาก็รั่ว เครื่องไม้บนหลังคาก็จะผุ สีก็ถลอกไปมากแล้ว !!

รื้อแล้วสร้างหลังใหม่ คนงานก่อสร้างมีงานทำ คนเขียนแบบมีงานทำ
ต้องซื้อวัสดุก่อสร้าง หิน ปูน เหล็ก ทราย สี กระเบื้องมุงหลังคา เครื่องเขียน เครื่องไฟเพดาน จิปาถะ
เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ปั๊ม GDP ให้เพิ่มขึ้น เพื่อให้ต่างชาติมั่นใจ

สร้างเสร็จมีงานฉลอง คนบันเทิงมีงานทำ ร้านออกงานขายของได้
เงินสะพัดอีกหลายรอบ ประชาชนทั่วทิศไปเที่ยวงาน มีความสุขถ้วนทั่วถึงลูกเด็กเล็กแดง

รื้อเถอะ....ขอบอก...เชื่อมั๊ย ??  สะใจจัง
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #115 เมื่อ: 14 กันยายน 2557, 17:30:42 »

งามมาก ภาพวิถีชีวิตการทำมาหากิน ลายก็สวย พอเห็นบ้างในลายผ้าปักปัจจุบัน

วัดมอญก็ต้องที่จังหวัดปทุมธานี ชื่อวัดอะไรครับ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #116 เมื่อ: 14 กันยายน 2557, 17:38:52 »

ไปชมวัดเก่ามาแล้วครับ ในเขตกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีมาก่อนกรุงศรีอยุธยา แต่ยังคงอยู่ สวยด้วยนะ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #117 เมื่อ: 15 กันยายน 2557, 07:44:36 »

วัดนี้ครับ หันหน้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา  วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร หรือ วัดราชาธิวาสวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย ผูกพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ. 2310 (กองพุทธสถาน)







      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #118 เมื่อ: 15 กันยายน 2557, 07:50:47 »



หมายเหตุ รัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชวิจารณ์ว่าคำว่า "สมอ" มาจากคำเขมร "ฌมอ" ซึ่งแปลว่าหิน จึงทรงแปลว่า วัดศิลาราย

ต้องชมพระอุโบสถ  ภาพจิตรกรรมภายใน และศาลาการเปรียญ เป็นพิเศษ
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #119 เมื่อ: 15 กันยายน 2557, 07:53:51 »

น้องเริง

เคยอยู่ที่ตรอกสุเหร่า หน้าวัดเวฬุราชิน ช่วงเข้ามาติวเพื่อสอบเอ็นทร๊านซ์ มศ.4 และ มศ.5
เดินไปตลาดวงเวียนใหญ่ ตลาดพูล สถานีรถไฟ และอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินเท่านั้นครับ
ที่เห็นจากการนำเสนอของน้อง กว้างไกลเหลือเกิน
เสียแต่ตอนนี้ไม่มีที่พักตรงนั้นซะแล้ว เพราะญาติย้ายออกไปอยู่ที่อื่น
คงต้องหาเวลากลับไปเยี่ยมโดยใช้วิธีนั่ง BTS ไปเยี่ยมช่วงเช้า แล้วกลับช่วงบ่ายแทน
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #120 เมื่อ: 15 กันยายน 2557, 07:56:42 »

ครับ แถวนั้นน่าไปชมมาก ผู้คนยังเป็นมิตร ได้ถามเส้นทางท่านยินดีให้คำตอบ

ผมคงไปแถวนั้นอีกสองรายการครับ ไปวัดนางชีวันออกพรรษา มีงานแห่พระบรมสารีริกธาตุ และวันพระเจ้าตากสินเดือนธันวาคม ไปที่วัดบางยี่เรือใต้หรือวัดอินทาราม
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #121 เมื่อ: 15 กันยายน 2557, 08:02:08 »

พระอุโบสถ

พระอุโบสถของวัดเป็นทรงขอมคล้ายนครวัด ออกแบบโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจิตรเจริญ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์








      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #122 เมื่อ: 15 กันยายน 2557, 08:25:05 »

เยื้องกันมีต้นโพธ์ที่ร. ๒ ทรงปลูกไว้เมื่อพระองค์ทรงจำพรรษาที่นี่




      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #123 เมื่อ: 15 กันยายน 2557, 09:22:33 »

ภายในพระอุโบสถ มีสามห้อง (มีภาพเฉพาะตอนห้องแรก) คือ ห้องหน้าเป็นระเบียง ห้องกลางเป็นห้องพิธี มีพระสัมพุทธพรรณีเป็นพระประธาน มีนพปฎลมหาเศวตฉัตร (ร. 5 หล่อพระราชทาน) หลังพระประธานเป็นซุ้มคูหา และมีภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในแสดงเรื่องพระเวสสันดรชาดกทั้ง 13 กัณฑ์  สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจิตรเจริญ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงเป็นผู้ร่างภาพ และ ศ. ซี. ริโกลี (C. Rigoli) จิตรกรชาวอิตาเลียน(ผู้เขียนภาพบนเพดานโดมในพระที่นั่งอนันตสมาคม) เป็นผู้เขียนด้วยการใช้สีปูนเปียก (Fresco)



เบื้องบนพระประธานเป็นภาพพระพุทธเจ้าอยู่เหนือเมฆกำลังตอบปัญหาของพระสารีบุตรและพระอินทร์ ที่ใกล้พระประธานมีรูปศากยกษัตริย์พระประยูรญาติมาเฝ้าอยู่เบื้องหลัง

หลังพระประธานเป็นซุ้มคูหา เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะตะวันออกกับตะวันตกได้อย่างลงตัว ซึ่งซุ้มคูหานี้ได้ออกแบบเป็น "พระราชลัญกรประยุกต์" ในรัชกาลที่ 1-5 โดยที่ยอดบนสุดแทนรัชกาลที่ 1 เป็นรูปมหาอุณาโลม ซึ่งคำว่าอุมีลักษณะเป็นม้วนกลม คล้ายลักษณะความหมายของพระนามเดิมว่า "ด้วง"

ถัดลงมาเป็นรูปครุฑจับนาค แทนรัชกาลที่ 2 เนื่องจากพระนามเดิมคือ "ฉิม" ซึ่งตามความหมายของวรรณคดีไทยเป็นที่อยู่ของพญาครุฑ อีกด้านเป็นรูปมหาปราสาท แทนรัชกาลที่ 3 เพราะพระนามเดิมคือ "ทับ" ซึ่งหมายถึงที่อยู่หรือเรือน

ถัดลงมาอีกเป็นรูปพระมหาพิชัยมงกุฎ แทนรัชกาลที่ 4 ตามพระนามเดิมคือ "เจ้าฟ้ามงกุฎ" ส่วนอีกด้านเป็นรูปพระพิฆเนศ ถือพระจุลมงกุฎหรือพระเกี้ยว ซึ่งเป็นรูปที่มีความหมายคล้ายพระนามเดิมของรัชกาลที่ 5 นั่นเอง
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #124 เมื่อ: 15 กันยายน 2557, 09:35:10 »

ภาพจิตรกรรม สีจะไม่สด ซึ่งเป็นไปตามแนวช่างวาดจากชาติตะวันตก













      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #125 เมื่อ: 15 กันยายน 2557, 09:50:26 »







      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #126 เมื่อ: 15 กันยายน 2557, 09:55:46 »

ศาลาการเปรียญตั้งอยู่หน้าวัด เป็นศาลาการเปรียญสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง โดย สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงให้สร้างเลียนแบบจากศาลาการเปรียญวัดใหญ่สุวรรณาราม จังหวัดเพชรบุรี ถือเป็นศาลาการเปรียญที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยสำหรับ ๑๐๐๐คน ตอนนี้เปิดเฉพาะวันพระ

      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #127 เมื่อ: 15 กันยายน 2557, 09:57:05 »

ยังมีต่อ ๕ ๕
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #128 เมื่อ: 16 กันยายน 2557, 19:55:14 »

ศาลาหลวงพ่อนาค










      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #129 เมื่อ: 16 กันยายน 2557, 20:03:11 »

พระบรมสารีริกธาตุในศาลานี้

      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #130 เมื่อ: 16 กันยายน 2557, 20:05:01 »

อาคารสร้างในปี พ.ศ. ๒๔๔๖






อาคารที่สร้างในปี พ.ศ. ๒๔๔๔




      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #131 เมื่อ: 16 กันยายน 2557, 20:13:08 »

อาคารเก่าสวยๆอื่นๆ








      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #132 เมื่อ: 16 กันยายน 2557, 20:18:26 »



กลับล่ะ

      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #133 เมื่อ: 18 กันยายน 2557, 17:35:12 »

ปีนี้ วัดนางชี  เขตภาษีเจริญ จะจัดงานแห่พระบรมสารีริกธาตุระหว่างวันทึ 7 ถึง 9 พย.

วันเสาร์ที่ 8 มีพิธีแห่ทางน้ำเป็นประเพณีโบราณสืบทอดกันมา 200 ปีแล้ว

วัดนางชีเป็นวัดที่สันนิษฐานกันว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา สาเหตุที่สร้างเนื่องมาจาก ลูกสาวของเจ้าพระยาพิชิตชัยมนตรีป่วยโดยไม่รู้สาเหตุจนกระทั่งชีปะขาวมาเข้าฝันเจ้าพระยาพิชิตชัยมนตรีให้แก้บนโดยการให้ลูกสาวบวชชี ดังนั้นเมื่อลูกสาวหายจึงให้ลูกสาวบวชชี และได้สร้างวัดนี้ขึ้น ต่อมา ได้กลายเป็นวัดร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พ่อค้าชาวจีนดชได้เป็นผู้บูรณะ ปฏิสังขรณ์ใหม่และแก้ไขดัดแปลงให้เป็นอุโบสถและวิหารแบบจีน มีการประดับ ประดาด้วยตุ๊กตาหินแบบจีน และได้ถวายให้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระนามว่า วัดนางชีโชติการาม ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์อีกครั้ง




ประเพณีแห่พระบรมสารีริกธาตุวัดนางชี ทางวัดจะนำพระบรมสารีริกธาตุมาให้สรงน้ำกันในตอนเช้า หลังจากนั้นก็จะเคลื่อนขบวน โดยมีเรือที่คอยลากจูงเรือพระที่เป็นเรือใหญ่ตั้งบุษบกและตกแต่งสวยงาม และมีวงปี่พาทย์บรรเลง ในสมัยต่อมาให้เรือยนต์เป็นเรือประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุเรือที่ตามขบวนเป็นเรือหางยาวและชาวบ้านไม่ได้มาร่วมขบวนเหมือนสมัยก่อน แต่จะนั่งดูขบวนแห่ตามริมคลอง ในขบวนมีการละเล่น ร้องรำทำเพลงเมื่อถึงวัดไก่เตี้ยก็จะอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐานให้ชาวบ้านได้สักการะบูชา


      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #134 เมื่อ: 18 กันยายน 2557, 20:07:12 »

และวันที่ ๒๘ ธันวาคม ที่น่าจะไปฝั่งธนบุรี ที่วัดอินทาราม นอกจากวันแห่ฯที่วัดนางชีแล้วครับ

วันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปี ที่พระเจ้าตากสินมหาราช ทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์พระองค์แรกและพระองค์เดียวแห่งแผ่นดินกรุงธนบุรี
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #135 เมื่อ: 18 กันยายน 2557, 21:15:13 »

จำแม่นๆ อยู่แล้วครับ 28 ธ.ค.
หากเป็นปีคู่ จะเป็นวันพระราชทานเครื่องราชอิศริยาภรณ์รามาธิบดีครับ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #136 เมื่อ: 20 กันยายน 2557, 20:02:25 »

พรุ่งนี้ วันอาทิตย์ที่ ๒๑ กย. อากาศดี ไปวัดอีกแล้ว เบื่อไหมเนี่ย

วัดที่ริมคลองบางกอกน้อย (แม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิม) มีภาพจิตรกรรมในพระอุโบสถสวยด้วย หากเปิดมีภาพให้ชมแน่
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #137 เมื่อ: 21 กันยายน 2557, 17:59:12 »

วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร หรือชื่อเดิม วัดทอง เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ

      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #138 เมื่อ: 21 กันยายน 2557, 18:01:28 »

ข้ามคลองบางกอกน้อยไปฝั่งธนบุรี ย่านบางขุนนนท์









กวีโบราณได้กล่าวถึงวัดนี้ เมื่อเดินทางมาตามคลองบางกอกน้อยและผ่านวัดนี้ไป

      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #139 เมื่อ: 21 กันยายน 2557, 18:11:17 »

รัชกาลที่ ๙ ได้เคยเสด็จฯถวายผ้าพระกฐิน




      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #140 เมื่อ: 21 กันยายน 2557, 21:04:43 »

ตามครูมาเที่ยวในวันนี้แล้วครับ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #141 เมื่อ: 21 กันยายน 2557, 21:17:20 »

ครับผม พรุ่งนี้มีต่อวัดนี้อีก

วันก่อนไป ศาลายา อำเภอพุทธมณฑล ด้านหลังเป็นสถานีรถไฟ เพิ่งเคยไปสวยดีครับ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #142 เมื่อ: 22 กันยายน 2557, 14:28:12 »













      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #143 เมื่อ: 22 กันยายน 2557, 14:49:43 »







      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #144 เมื่อ: 22 กันยายน 2557, 16:48:45 »

ภาพจิตรกรรม










      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #145 เมื่อ: 22 กันยายน 2557, 16:58:52 »

ออกมาผ่านหอระฆัง  อับเฉา และพักรับลมริมน้ำ รพ.ศิริราชขวาสุด










      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #146 เมื่อ: 22 กันยายน 2557, 17:07:00 »

และข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ไปต่อ

      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #147 เมื่อ: 23 กันยายน 2557, 20:02:11 »

ไปย่านบางลำภู เลยมานิด ใกล้กับป้อมพระเมรุ




      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #148 เมื่อ: 23 กันยายน 2557, 20:09:54 »

มีร้านค้าโบราณ ขายหลายอย่าง ห้าง ต.เง็กชวน  ที่รู้จักกันดีคือ แผ่นเสียงตรากระต่าย ของ ต.เง็กชวน ปัจจุบันขายขนมเบื้องไทย"แม่ประภา"ซะแล้ว













      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #149 เมื่อ: 23 กันยายน 2557, 20:24:24 »

แล้ว ต.เง็กชวน ท่านเป็นใครกัน


ได้ยินเสียงเพลงแล้วคิดถึงกระต่าย
?ต.เง็กชวน
กระต่ายตัวนี้ มีเสียงเพลง
นายยางสน..คนบางขวาง

ย้อนเวลากลับไปในสมัยแผ่นดินของพระพุทธเจ้าหลวง ราวปี พ.ศ.2437 ในค่ำคืนหนึ่ง ที่ตำบลบ้านใหม่ เมืองฉะเชิงเทรา มณฑลปราจีนบุรี

คืนนั้น จักจั่นเรไรที่เคยกรีดก้องพ้องเสียงยามเมื่อคล้อยแสงแห่งทิวาส่งบรรเลงเป็นทิพย์สำเนียงเพลงธรรมชาติ มิอาจทานทัดและจำต้องยินยอมสยบศิโรราบด้วยเสียงมหรสพสมโภชประโคมแข่งในงานบุญรื่นเริง วาระของการโกนจุกเด็กน้อยผู้เป็นแก้วตาดวงใจของสองผู้เฒ่าตายาย ผู้มั่งคั่ง ด้วยการประกอบสัมมาชีพในด้านการซื้อขายแลกเปลี่ยนทองรูปพรรณ? จนเป็นที่รู้จักมักคุ้นกันดีในชาวบ้านละแวกตลาดบน ในชื่อ ตาเตียงและยายหมา

เมื่อ? ?บ้านนี้มีงาน? และยิ่งเป็นบ้านผู้มีอันจะกิน จึงถือว่าเป็นลาภอันประเสริฐของชาวบ้านทั่วไปที่จะได้เพลิดเพลินเจริญใจกับสิ่งบันเทิงที่สามารถเลือกทัศนาตามแต่ความนิยมชมชอบหลากหลายประเภท โดยที่ไม่ต้องเสียอัฐเสียสตางค์ ทั้งที่เคยชินหู ชินตา กันมาบ้างแล้ว? หรือแม้แต่ ของแปลก ของแหกตา สารพัด ที่ว่าจ้างจัดกันมาแต่เมืองหลวง???

หน้าบ้านตาเตียงและยายหมา ได้ปลูกโรงขึงผ้า ยกแคร่ขึ้นง่ายๆ อุปโลกกันด้วยประชามติที่เป็นเอกฉันท์ของผู้ชม สมยอมให้เป็นเป็นท้องพระโรง เป็นป่า มหาสมุทร สุดตามแต่ท้องเรื่องจะพาไป ที่นั่นเป็นการแสดงลิเกของ คณะนายสุ่ม ซึ่งในสมัยนั้นใช้ผู้แสดงเป็นชายล้วน ตัวนางก็เป็นชาย (เพียงร่างกายหรือจะมีใจปฏิพัทธ์เป็นทุนด้วยก็มิอาจยืนยัน) จึงต้องเอาผ้าขาวม้ายัดโน่นยัดนี่ ให้เกิดเส้นสายองค์เอวที่น่ามอง สมจริงสมใจมากขึ้น

ในบริเวณใกล้เคียงก็เป็นคณะละครรำของขุนหลี โดยมีแม่ปุ่ยสาวงามเป็นนายโรงจับเรื่องร้องรำกับแม่สินผู้ซึ่งรับบทนางยักษ์ได้อย่างสนิทสนม แม้เธอจะมองเห็นโลกด้วยตาเพียงข้างเดียวก็ตาม

หากแต่การแสดงของทั้งสองคณะมีชาวบ้านสนใจดูเพียงหยิบมือเพราะเป็น ?ของตาย? เคยเห็น เคยฟังกันอยู่ หนำซ้ำนักแสดงทั้งหลายยังเป็นคนกันเองที่มีพำนักถิ่นฐานอยู่ในตำบลนั้นเข้าให้อีก ซึ่งดูจะผิดแผกกับการแสดงงิ้วที่ลานดินกว้างหน้าโรงบ่อน (อัครสถานแห่งความบันเทิงที่ผู้นิยมการวัดดวงสิงสถิตย์กัน) ที่เนืองแน่นไปด้วยฝูงชน ไทย จีน ลาว แขก ทุกเพศทุกวัย มุงดูกันมืดมิด จนมองไม่เห็นตัวนักแสดงที่กำลังวาดลวดลายอยู่ มีเพียงเสียงปี่ ซอจีน ม้าฬ่อ และเครื่องดนตรีต่างๆดังลอดออกมาเท่านั้น

หนึ่งในนั้นก็คือเด็กชายเตีย วัย 5 ขวบ ลูกชายหมอยาจีน สมญา ?ซินแสส่ง? รวมอยู่ด้วย
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #150 เมื่อ: 23 กันยายน 2557, 20:36:55 »

จากเพลง งิ้ว เพลงเป๋ (เพลงฉ่อย) แหล่เทศน์ การร้องส่งพิณพาทย์ เครื่องสาย? เป็นเสียงที่ช่างไพเราะและเป็นภาพที่ ติดตาตรึงใจ เหลือเกินในความรู้สึกของเด็กชายน้อยๆผู้นั้น ..

หากแต่เขาจะรู้หรือไม่ว่า 41 ปีให้หลัง นับแต่วันที่เขาได้เห็นและได้รับความสุขที่จาก ?กระบอกเสียง? เครื่องนั้น เขาจะได้กลายเป็นผู้ที่แบ่งปันมอบความสุขจากเสียงดนตรีให้เข้าไปขับบรรเลงในบ้านเรือนของผู้คนอีกมากมายนับร้อยพัน? พร้อมๆทั้งฝากชื่อของเขาให้เป็นเรื่องราวเล่าตำนาน ให้ชนรุ่นลูกหลานรู้จักในชื่อ ?ต.เง็กชวน?

ต.เง็กชวน หรือ เตีย เง็กชวน เป็นบุตรของ นายยิ่งเกี๊ยด หมอยามีชื่อ ที่ชาวบ้านตลาดใหม่เรียกว่า ?ซินแสเส่ง?? และนางเหลี่ยม เกิดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2432 ที่ตำบลตลาดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

Huh?Huh?Huh?Huh?Huh? ร่ำเรียนหนังสือขั้นต้นที่โรงเรียนเทพนิมิตร ตำบลบ้านใหม่ จนกระทั้งย่างเข้าวัยหนุ่มอายุ 17 ปีจึงย้ายเข้ามาทำงานในบางกอก แม้ความรู้น้อยแต่เป็นคนหนักเอาเบาสู้ ไม่เลือกงาน จึงไปเด็กรับใช้ ได้เงินเดือน 12 บาท และด้วยความรักฝังใจในเรื่องของดนตรีและการแสดง นายเตียจึงแสวงหาโอกาสให้ตัวเองได้เข้าสู่ถนนสายบันเทิง โดยเริ่มจาก การรับจ้างเป็นผู้ควบคุมออกสายหนังเร่ขายยา โดยนำภาพยนตร์จากโรงหนังพัฒนาการไปเร่ฉายในหลายจังหวัดภาคใต้? ก่อนที่จะไต่เต้าไปเป็นผู้จัดการโรงหนังบางรัก ย้ายไปบางกระบือ ข้ามไปปีนัง และมาจบลงที่บางลำพู ตามลำดับ

Huh?Huh?Huh?Huh?Huh? เมื่อว่างจากงานภาพยนตร์ก็รับหนังสือมาขาย จนกระทั่งคิดการใหญ่พิมพ์หนังสือความรู้เกี่ยวกับภาพยนตร์.และบทเพลงต่างๆที่ตนเองมีความสนใจด้วยทุนรอนส่วนตัว ซึ่งว่ากันว่าน่าจะเป็นหนังสือประเภทดาราภาพยนตร์ นักร้อง ฉบับแรกของเมืองไทยด้วยซ้ำไป??? ซึ่งปรากฏว่าขายดี เป็นเทน้ำเทท่า จนสามารถลงทุนเปิดร้านของตัวเองขายของเบ็ดเตล็ดที่สี่แยกบางลำพู บริเวณหน้าโรงหนังบางลำพูได้ (ประมาณ พ.ศ.2465) และหนึ่งในสินค้าที่รับมาขายก็คือแผ่นเสียงที่ไปซื้อมาจากร้านรัตนมาลา บีกริม ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าโอ่อ่า ทันสมัย ในยุคนั้น มาจำหน่ายอีกต่อหนึ่ง

?ขณะเดียวกัน ในใจของ นายเตีย ก็กำลังคิดการใหญ่เสียยิ่งกว่าการลงทุนพิมพ์หนังสือในครานั้นมากมายนัก?เขาเริ่มมีความคิดที่จะทำในสิ่งที่ยังตรึงอยู่ในใจของเขาตลอดมา?.นั่นคือการอัดแผ่นเสียง นั่นเอง

กระทั่งในปี พ.ศ.2468 ห้างสุทธาดิลก ได้จ้างฝรั่งเข้ามาทำการบันทึกเสียง นายเตีย จึงเข้าไปเจรจาให้นายช่างผู้นั้นบันทึกเสียงให้ตนด้วย โดยการบันทึกขณะนั้นยังไม่ใช้ระบบไฟฟ้า เป็นการร้องและเล่นดนตรีให้เสียงผ่านเข้าไปในดอกลำโพง ให้คลื่นเสียงไปขูดเป็นร่องบนแผ่นขี้ผึ้ง ในครั้งแรกนั้นได้บันทึก เพลงรับร้องด้วยวงดนตรีประเภทต่างๆ เช่น แตรวง พิณพาทย์? และเครื่องสาย เมื่อบันทึกเสียงเสร็จแล้วก็ส่งกระบอกขี้ผึ้งไปยังต่างประเทศเพื่อทำเป็นแผ่นเสียงกลับมา โดยนายเตียได้ออกแบบเครื่องหมายการค้าตรา ?กระต่าย? อันเป็นปีเกิดของตน ปิดทับตราเครื่องหมายการค้าของฝรั่งเสียอีกทีหนึ่ง

ในการบันทึกเสียงครั้งที่ 2 พ.ศ.2471 บันทึกเสียงเพลง เขมรไทรโยค แทนบทร้องเดิมที่หลวงเสียงเสนาะกรรณ (พัน มุกตะวาภัย) ร้องไว้จากเรื่อง วั่งตี่ เริ่มบันทึกละครร้อง ละครปราโมทัย (ปรีดาลัย)? ขณะเดียวกันก็พยายามหาความรู้จากการสังเกต ซักถาม ช่างฝรั่ง จนฝรั่งหวงวิชาระแวงไม่กล้าให้เข้าไปดูการทำงานของ ซาววด์เอ็นจิเนียร์ในห้องเครื่อง
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #151 เมื่อ: 23 กันยายน 2557, 20:39:08 »

ในช่วงก่อนสงครามมหาเอเซียบุรพา ได้เริ่มบันทึกเสียงวงสุนทราภรณ์ โดยครูเอื้อ สุนทรสนาน วินัย จุลบุษปะ ร้องเพลงทาษน้ำเงินเป็นเพลงแรก และเมื่อสงครามเริ่มก่อตัวขึ้น กองทัพลูกพระอาทิตย์ก็ยาตราเข้าสยามประเทศในปี พ.ศ.2484 เกิดการสูญเสียทุกหัวระแหงทั้งชีวิตและทรัพย์สิน?การบันทึกเสียงหยุดชะงัก โรงงานแผ่นเสียงที่เยอรมันถูกทำลาย รวมถึงภรรยาของนายเตียก็เป็นหนึ่งในผู้เคราะห็ร้ายในสงครามครั้งนั้น

เมื่อสงครามสงบ นายเตียได้กราบบังคลทูลขอพระบรมราชานุญาต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 นำเพลงพระราชนิพนธ์ สายฝน ยามเย็น ชะตาชีวิต และใกล้รุ่ง มาบันทึกเสียง โดยปันผลกำไรส่งไปบำรุง โรงพยาบาลอานันทมหิดล จังหวัดลพบุรี



หลังจากนั้นยังมีการบันทึกเสียงต่ออีกหลายครั้ง แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น เทปบันทึกเสียงเริ่มเข้ามาครองตลาดผู้บริโภคด้วยความสะดวกในการใช้งานและราคาที่ถูกกว่า แผ่นเสียงจึงค่อยๆลดความนิยมและค่อยๆเลือนหายไปจากสังคม

Huh?Huh?Huh?Huh?Huh? กระทั่ง นาย ต.เง็กชวน ถึงแก่กรรม ในวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2513 ( 81 ปี)

ปัจจุบันบริเวณสี่แยกบางลำพู??? บ้านเลขที่ 100-102 ริมถนนพระสุเมรุ ห้าง ต.เง็กชวน ยังคงยืนสงบนิ่งมั่นคงอยู่ท่ามกลางสังคมเมืองที่รีบเร่ง? และก็นับว่าเป็นข่าวดีที่อีกไม่นาน ห้าง ต.เง็กชวน จะเปิดตัวขึ้นอีกครั้ง เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมสิ่งของเครื่องที่เกี่ยวข้องกับเครื่องเล่นแผ่นเสียง ผลงานเพลงที่บันทึกเสียง ภาพถ่ายศิลปินในสังกัด และอื่นๆอีกมากมายที่บอกเล่าเรื่องราวเส้นทางการเดินทางของแผ่นเสียงตรากระต่าย ให้ได้ชื่นชมกัน

หาก แต่ในวันนี้ ถ้ามีโอกาสเดินผ่าน ขอเชิญขวนลองแวะเข้าไปชิมขนมเบื้อง ?แม่ประภา? ฝีมือลูกหลานนายเตีย แล้วค่อยๆซึมซับบรรยากาศ รอบๆตัว

ไม่แน่คุณอาจจะได้ยินเสียงกระต่ายน้อยตัวนี้ร้องเพลงอยู่ก็ได้?..

Posted: ตุลาคม 22nd, 2009
Categories: ศิลปวัฒนธรรม
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #152 เมื่อ: 25 กันยายน 2557, 08:27:30 »

อยู่หัวหิน ไม่มีฝน ฟ้าใส วิวดี ครับ
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #153 เมื่อ: 25 กันยายน 2557, 18:00:11 »

นครสวรรค์-ฝนตกตลอดคืนที่ผ่านมา และพรำๆ จนถึงเที่ยง
บ่ายสาม ฟ้าเริ่มเปิด
เพิ่งทราบตามปฎิทินจันทรคดิ
ปีนี้มีเดือนเก้า 2 หน (ในรอบ128 ปี-มี 2 ครั้ง)
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #154 เมื่อ: 26 กันยายน 2557, 14:26:42 »

ไปหัวหิน มา ๒ วัน

หาดเขาตะเกียบ











      บันทึกการเข้า
Dtoy16
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: อักษรศาสตร์
กระทู้: 1,420

« ตอบ #155 เมื่อ: 26 กันยายน 2557, 16:31:33 »

         น้องเริง คุณเหยง ตามครูมาเที่ยว เที่ยววัดไม่เบื่อหรอกค่ะเพิ่งทราบประวัติต.เง้กชวนเป็นชาวแปดริ้ว
          กลับจากหัวหิน หรือลงใต้ต่อค่ะน้องเริง
      บันทึกการเข้า

เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #156 เมื่อ: 26 กันยายน 2557, 21:20:26 »

กลับปทุมธานีครับ

ยังมีต่อด้วยไปวัดทึ่หัวหิน และภาพเก่าๆที่สถานีรถไฟที่นั่นด้วย
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #157 เมื่อ: 27 กันยายน 2557, 16:09:21 »

องค์ใหม่



องค์เดิม ต้นแบบปี ๒๕๔๕



ความสำคัญที่สร้างองค์ใหม่



เพิ่มพลังศรัทธา พระเจ้าตากสินมหาราช




      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #158 เมื่อ: 27 กันยายน 2557, 16:23:42 »

ห้ามไปที่นี่ยากมาก





















      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #159 เมื่อ: 27 กันยายน 2557, 16:41:36 »

ชมภาพเก่า ที่นำเสนอเพียงบางส่วน ทั้งหมดมีมาก ที่ห้องสมุดฯ
 












      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #160 เมื่อ: 27 กันยายน 2557, 16:51:16 »












      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #161 เมื่อ: 27 กันยายน 2557, 17:00:39 »









      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #162 เมื่อ: 28 กันยายน 2557, 17:12:36 »

ชมตลาด ไม่ได้ไปถนนแถวริมทะเล ที่มีบ้านไม้สองชั้น



ร้านอาหารขายสามเวลา เช้า กลางวันและเย็น  ช่วงเย็นยังไม่เปิด คิวยาว มาช้าอด ผู้มาขายทั้งสามช่วงเวลา ต้องเช่าพื้นที่ เจ้าของขายเครื่องดึ่มอย่างเดียว กาแฟเจ็กเปี๊ยะ






      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #163 เมื่อ: 28 กันยายน 2557, 17:29:22 »

ภาพตอนเช้า ก่อนกลับ









ภาพนี่คล้ายภาพวาดเขียน ตอนเรียนชั้นประถมศึกษา มีทะเล ภูเขาและต้นมะพร้าว ขาดแต่เรือและนกกำลังบิน




      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #164 เมื่อ: 29 กันยายน 2557, 09:39:44 »

เห็นชื่อ สปช. เป็นชาวหอจุฬาฯ มา 3 ชิ่อครับ

ด้านการศึกษา - นายกมล รอดคล้าย

ด้านบริหารราชการแผ่นดิน -นางเบณจวรรณณ สว่างนิทร

ด้านปกครองส่วนท้องถิ่น - นายจรัส สุวรรณมาลา


      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #165 เมื่อ: 29 กันยายน 2557, 18:31:59 »

ครับสองท่านแรก ครุศาตร์ เลขาฯสพฐ. และอดีตเลขาฯกพ. นอกจากนั้นชาวหอฯที่รู้จักคือครูหยุย. สนช. สองครั้งแล้ว

หอจุฬาฯสร้างคนเก่งและคนดีครับ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #166 เมื่อ: 30 กันยายน 2557, 20:19:38 »

ไปอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

ที่นี่มี“เมืองโบราณอู่ทอง” ที่เป็นต้นกำเนิดประวัติศาสตร์และอารยธรรมแห่งสุวรรณภูมิ อีกทั้งยังเป็นเมืองท่า เมืองศูนย์กลางการค้าของอาณาจักรทวารวดี รวมไปถึงเป็นจุดที่พระพุทธศาสนาเดินทางเข้าประดิษฐานเป็นแห่งแรกของเมืองไทย ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช
       
แต่ยังไม่ได้เดินให้ทั่ว และไม่ได้ชมพิพิธภัณฑ์  มีภาพเพียงเจดีย์องค์ที่ ๒ จาก ๑๓ องค์ที่อยู่ริมคูเมืองโบราณ ใกล้ศูนย์ราชการเท่านั้น


      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #167 เมื่อ: 30 กันยายน 2557, 20:21:20 »

ที่นี่เป็นแหล่งลูกปัดโบราณ

สร้อยและกำไล เจ้าของอนุญาตให้ถ่ายภาพได้ นำลูกปัดประดับด้วยทอง








      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #168 เมื่อ: 30 กันยายน 2557, 20:31:33 »

สร้อยลูกปัดทวาราวดี ที่ยังมีจำหน่าย













      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #169 เมื่อ: 30 กันยายน 2557, 20:39:21 »

ลูกปัด"สุริยเทพ"จาก อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่

      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #170 เมื่อ: 30 กันยายน 2557, 21:05:18 »

ลูกปัดทั้งที่อำเภออู่ทอง และลูกปัดสุริยเทพ ของจริงยังมี

แต่ในตลาดจะมีของทำเทียมจนแยกไม่ออก นำมาขายเต็มไปหมดเหมือนกัน

ผู้ซื้อมีความเสี่ยง อาจได้ของเทียมเลียนแบบ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #171 เมื่อ: 30 กันยายน 2557, 21:42:51 »

ไดัมา 1 เส้น จะนำสุริยเทพ 5 เม็ดมาร้อยเพิ่ม  เสร็จแล้วจะมีภาพครับ
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #172 เมื่อ: 01 ตุลาคม 2557, 13:38:22 »

เดี่ยวตามมาชมครับ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #173 เมื่อ: 01 ตุลาคม 2557, 15:29:54 »

นำแผ่นแบนๆออกไปใส่ สุริยเทพ ๕ เม็ด แทน พลาดจากกระบี่ได้ที่ อู่ทอง




      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #174 เมื่อ: 01 ตุลาคม 2557, 15:40:00 »

ไปวัดเขมาภิรตาราม ฯ นนทบุรี

ชมพระที่นั่งมูลมณเฑียร และตำหนักแดง

เดิมพระที่นั่งมูลมณเฑียรเป็นพระตำหนักไม้ชั้นเดียว สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในรัชกาลที่ ๒ บริเวณเขตพระราชฐานชั้นนอก โดยใช้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าชายมงกุฎ ภายหลังจากที่ทรงโสกันต์ (โกนจุก) แล้ว เพราะตามธรรมเนียมจะเสด็จประทับอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นในไม่ได้อีก เมื่อทรงออกผนวชพระตำหนักหลังนี้คงได้รับการรักษาไว้สำหรับวชิรญาณภิกขุ เพราะเป็นที่ประทับเพียงแห่งเดียวข...องพระองค์ โดยมิได้จัดเป็นที่ประทับของเจ้านายพระองค์อื่นจนตลอดรัชกาลที่ ๓ ต่อมาเมื่อเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระราชนิเวศน์ขึ้นใหม่ตามแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก ในบริเวณสวนขวา ภายในพระบรมมหาราชวัง พระราชทานนามว่า “พระอภิเนาว์นิเวศน์” จึงโปรดเกล้าฯ ให้รื้อพระตำหนักของพระองค์มาแก้ไขเป็นตึกปลูกขึ้นใหม่ มีลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบอาคารทรงไทยสองหลังแฝดก่ออิฐฉาบปูนทาสีขาว ระหว่างพระที่นั่งภานุมาศจำรูญ กับบริเวณพระพุทธนิเวศน์ ขนานนามว่า “พระที่นั่งมูลมณเฑียร” ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้รื้อพระที่นั่งมูลมณเฑียรไปปลูกในวัดเขมาภิรตาราม จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นวัดที่สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๒ และสมเด็จพระบรมราชชนนีในรัชกาลที่ ๔ ทรงบูรณปฏิสังขรณ์ทรงอุทิศให้เป็นโรงเรียนและใช้เป็นสถานที่เรียนปัจจุบันไม่ได้ใช้เป็นที่เรียนแล้ว
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #175 เมื่อ: 01 ตุลาคม 2557, 15:43:14 »

พระที่นั่งมูลมณเทียร













      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #176 เมื่อ: 01 ตุลาคม 2557, 15:58:41 »

ตำหนักแดง
พระตำหนักแดง สร้างขึ้นภายในพระบรมมหาราชวังในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เพื่อพระราชทานเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ พระพี่นางพระองค์น้อยในพระองค์ ต่อมา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงรื้อพระตำหนักฝ่ายในภายในเขตพระราชฐานชั้นในเพื่อเปลี่ยนเป็นตำหนักตึกทั้งหมด ดังนั้น จึงโปรดให้รื้อตำหนักแดงไปปลูกที่พระราชวังเดิม เพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินีและสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ โดยตำหนักแบ่งออกเป็นสองส่วน

ส่วนแรกนั้นเป็นที่ประทับสมเด็จพระศรีสุริเยนทรา ปัจจุบัน ตำหนักส่วนนี้ได้ถูกรื้อไปปลูกเป็นกุฏิเจ้าอาวาสวัดเขมาภิรตาราม จังหวัดนนทบุรี














 ส่วนที่สอง พระตำหนักแดงภายในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร

                     
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #177 เมื่อ: 01 ตุลาคม 2557, 16:29:30 »

และวัดเขมาภิรตารามฯ




      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #178 เมื่อ: 02 ตุลาคม 2557, 12:04:22 »

ตัวตำหนักที่ทำด้วยไม้ ยังคงความสวยงามและมั่นคงแข็งแรง
ไม่ผุพัง หรือกร่อนลงเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่ผ่านมานับร้อยปีเศษแล้วก็ตาม
      บันทึกการเข้า
ประทาน14
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2514
คณะ: เภสัชศาสตร์
กระทู้: 999

« ตอบ #179 เมื่อ: 02 ตุลาคม 2557, 20:04:07 »

อ้างถึง
ข้อความของ เริง2520 เมื่อ 01 ตุลาคม 2557, 15:29:54
นำแผ่นแบนๆออกไปใส่ สุริยเทพ ๕ เม็ด แทน พลาดจากกระบี่ได้ที่ อู่ทอง






น้องเริงครับ....
ลูกปัดอู่ทองเสันนี้สวยมากครับ แต่ลูกปัดสุริยเทพพี่ไม่เคยเห็นมาก่อน คงหายากน่าดู
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #180 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2557, 10:37:37 »

ครับ ลูกปัดบางเม็ดยังมีทรายที่รูร้อย ต้องเขี่ย แช่น้ำก่อนร้อยก็มี

คนแก่เล่าว่า เมื่อก่อนเวลาฝนตก ซะหน้าดิน มีมากนำมาเล่นปากัน



      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #181 เมื่อ: 05 ตุลาคม 2557, 07:09:52 »

ไปจันทบุรี

ศาลากลางหลังเดิม ปัจจุบันเป็นหอจดหมายเหตุจันทบุรี













      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #182 เมื่อ: 05 ตุลาคม 2557, 07:19:29 »







      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #183 เมื่อ: 05 ตุลาคม 2557, 07:34:31 »

เลยไปหนองบัว













มูลนิธิฯ โดย ดร.พิชนี โพธารามิก มีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

      บันทึกการเข้า
Dtoy16
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: อักษรศาสตร์
กระทู้: 1,420

« ตอบ #184 เมื่อ: 05 ตุลาคม 2557, 15:11:02 »

                 อ่าวนาง ฝนตกทั้งวัน ที่สุด ในรอบปีเชียวค่ะเมื่อวานยังออกเลกันได้
                สู้เที่ยวกับ  ตามครูมาเที่ยว  ไม่ได้ ไม่มีวันหยุด ตามเที่ยวได้ทุกวัน
      บันทึกการเข้า

เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #185 เมื่อ: 05 ตุลาคม 2557, 18:00:49 »

มีตามไปเที่ยวเรื่อยๆ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #186 เมื่อ: 05 ตุลาคม 2557, 18:20:44 »

ไปทำบุญตักบาตรด้วย








      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #187 เมื่อ: 05 ตุลาคม 2557, 18:30:07 »

ทิวทัศน์โดยรอบ




      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #188 เมื่อ: 10 ตุลาคม 2557, 17:03:58 »

ไประยอง อีกสองวันมีภาพครับ
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #189 เมื่อ: 11 ตุลาคม 2557, 15:13:19 »



เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เผยแพร่หนังสือจากบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ถึงกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีเรียกค่าสินไหมทดแทนจากเหตุเพลิงไหม้โครงการเซ็นทรัลเวิลด์ หลังจากบริษัท เซ็นทรัลพัฒนาฯ ได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหาย.  อันเนื่องมาจากเหตุเพลิงไหม้โครงการเซ็นทรัลเวิลด์จาก บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้เทเวศประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่บริษัท

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนาฯ ระบุว่า เมื่อวันที่ 9 ต.ค.2557 ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ทำให้เทเวศประกันภัยไม่ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่บริษัท อย่างไรก็ตาม บริษัทจะยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาภายใน 1 เดือน ทั้งนี้ บริษัทมีสิทธิขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #190 เมื่อ: 12 ตุลาคม 2557, 14:12:39 »

กลับมาแล้ว ไม่มีภาพทึ่ระยอง มีภาพทึ่อื่นแทน 555
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,515

« ตอบ #191 เมื่อ: 13 ตุลาคม 2557, 08:18:36 »

สวัสดีในเช้าวันจันทร์

ตามมาชม
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #192 เมื่อ: 13 ตุลาคม 2557, 18:24:07 »

จากระยอง พักรถและพักคนที่ทางด่วนพิเศษระหว่างเมือง



ขนมพื้นบ้าน ใช้ใบ ลำต้น มาห่อและมาใส่

      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #193 เมื่อ: 13 ตุลาคม 2557, 18:31:14 »

ถึงที่คุ้นเคยแล้ว



นักเรียนมาใช้ความสามารถ หารายได้ช่วงปิดภาคเรียน

      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #194 เมื่อ: 13 ตุลาคม 2557, 18:36:06 »

ที่นี่ในอดีต



ชิมอาหารประจำถิ่นของที่นี่ด้วย



จากสามนำมารวมเป็นหนึ่ง ..อร่อย






      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #195 เมื่อ: 13 ตุลาคม 2557, 18:45:15 »

องค์ภาฯเคยเสด็จฯที่นี่ หลายครั้ง

      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #196 เมื่อ: 14 ตุลาคม 2557, 14:21:03 »

อากาศเริ่มเย็น น่าไปทางอิสาน คงเป็นสัปดาห์หน้า
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #197 เมื่อ: 17 ตุลาคม 2557, 10:27:02 »

ป้อมวิชัยประสิทธิ์...อ่านให้สนุกจนเบื่อไปเลย.....เลย



เมื่อสมเด็จพระนารายณ์ฯ ทรงทราบ จึงส่งคณะทูตชุดที่ ๒ ซึ่งประกอบด้วยขุนพิชัยวาทิต และออกขุนพิชิตไมตรีไปฝรั่งเศสอีกครั้งใน พ.ศ.๒๒๒๗ เพื่อสืบข่าวของคณะราชทูตชุดแรกและกระชับสัมพันธไมตรีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น คณะทูตชุดนี้เดินทางกลับมาถึงอยุธยาในต้น พ.ศ. ๒๒๒๘ พร้อมกับคณะราชทูตชุดแรกของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ คือ เชอวาลิเยร์ เดอ โชมองต์ (Chevalier de Chaumont) และคณะ ”

การสร้างป้อมปราการที่เมืองธนบุรีทั้งสองฝั่งนั้น เชอวาเลียร์ เดอ โชมองต์ เป็นหัวหน้าคณะ เดอ ลามาร์ (de Lamare) เป็นวิศวกร ฟอร์บัง (Claude de Forbin) ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ควบคุมดูแล โดยมีวิชเยนทร์เป็นแม่กอง (ธีระชัย และคณะ , 2532 : 40)

“… เป็นที่น่าสังเกตว่า แผนผังการสร้างป้อมใหม่ที่บางกอกฝั่งตะวันออก ซึ่งมีสำเนาตกทอดมาจนถึงปัจจุบันนั้น ฝรั่งเศสได้ออกแบบสร้างอย่างมั่นคงและใหญ่โตมาก และเป็นแผนผังที่เขียนไว้ตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช ๑๖๗๗ หรือพุทธศักราช ๒๒๒๐ ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่ราชทูตฝรั่งเศสชุดนายเชอวาลิเอร์ เดอโชมองต์จะเข้ามาเมืองไทยถึง ๘ ปี แผนผังนี้เขียนเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า Plan du project de la fortification de Bancocq ออกแบบเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม คริสต์ศักราช ๑๖๗๗ …”
( http://www.ekrungthep.com/Content/ShowContent.asp?ContentID=33, 30/11/47)

ธีระชัย และคณะ (2532 : 13-16) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ วิชเยนทร์และฟอร์บังได้วางผังวาดรูปป้อมปราการมีหอรบเป็นรูปห้าเหลี่ยม … และได้สร้างขึ้นทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาคือ ตรงที่เป็นป้อมวิชัยประสิทธิ์ในปัจจุบันป้อมหนึ่ง ส่วนอีกป้อมหนึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามคือบริเวณโรงเรียนราชินี โดยมีสายโซ่ขึงขวางแม่น้ำระหว่างป้อม

การก่อสร้างป้อมดำเนินไปอย่างล่าช้า เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทุกวันและไม่มีทางป้องกันได้ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้งานล่าช้า เนื่องจากคนไทยเดินเท้าเปล่า คนงานที่ขุดดินจึงมักถูกงูกัด งูชนิดนี้ตัวเล็กสีเทายาวคืบเศษ พิษของมันร้ายแรงมาก คนที่ถูกกัดจะชักภายใน ๑ ชั่วโมง ถ้าแก้ไขไม่ทันจะตายภายใน ๒๔ ชั่วโมง ”

“สาเหตุอีกประการหนึ่งที่ถูกบันทึกไว้โดยนายเซเบเรต์ เมื่อคราวที่ เดอ ลาลูแบร์ได้ไปชมการก่อสร้างป้อม เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๒๓๐ เป็นป้อมบางกอกฝั่งตะวันออก ซึ่งกำลังสร้างใหม่ยังไม่แล้วเสร็จ (ตั้งอยู่ระหว่างวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และปากคลองตลาดในปัจจุบัน) คือ “ พื้นที่ดินในป้อมนี้เป็นเลนเป็นโคลน ถูกแดดหน้าก็แห้งแข็งเหมือนจะเป็นดินแข็งไปทั้งหมด แต่ครั้นขุดลงไปลึก ๖ ฟุตเท่านั้นก็เป็นเลนเป็นตมไปหมด เมื่อเอาท่อนเหล็กยาวตั้ง ๒๐ - ๒๕ ฟุตแทงลงไป ก็ไม่พบดินแข็งเลย ซึ่งพื้นที่ดินเป็นเช่นนี้ก็ต้องนับว่าเป็นพื้นที่เลวอย่างที่สุด ครั้นแล้วเราจึงได้กลับข้ามฟากไปที่ป้อมฝั่งตะวันตกที่ได้พักนอนเมื่อคืนนี้ …

… ป้อมบางกอกฝั่งตะวันออกนี้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วในเดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๒๓๑” (http://www.ekrungthep.com/Content/ShowContent.asp?ContentID=33, 30/11/2547)
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #198 เมื่อ: 17 ตุลาคม 2557, 10:32:49 »

บันทึกลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและ เหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่อง กับป้อม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ดังนี้

พ.ศ.2229 กบฏมักกะสัน สาเหตุมาจากพวกกบฏ (แขกมักกะสัน ที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ ) อ้างว่า สมเด็จพระนารายณ์จะทรงเข้ารีต และศาสนาคริสต์มีทีท่าว่าจะครอบงำทัศนคติไทย เป็นเหตุให้ต้องก่อการกบฏป้องกันไว้ก่อน

พ.ศ.2230 ฝรั่งเศสสะสมกำลังคิดจะเอาสยามเป็นเมืองขึ้น (ปรากฏตามประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๒๗ เล่ม ๑๖ หน้า ๒๐๕ – ๒๐๗) โดยส่งกองกำลังทหารจำนวนหนึ่งเข้ามาประจำที่บางกอก (ที่ป้อมเมืองธนบุรี ) และมะริด

พ.ศ.2231 พระเทพราชาทำรัฐประหาร ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ และต้องการขับทหารฝรั่งเศสออกจากป้อมเมืองธนบุรีที่ประจำอยู่ที่ป้อมมาตั้งแต่แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ฯ ผลปรากฎว่าป้อมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทหารฝรั่งเศสถูกขับออกไป



ข้อมูลกรุงเทพมหานคร จากเว็บไซต์ อี กรุงเทพ ดอทคอม ได้กล่าวถึงเรื่องราวในช่วงนี้ว่า “… เกิดเหตุการณ์ยุ่งยากขึ้นเมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชใกล้เสด็จสวรรคต สมเด็จพระเพทราชาทรงควบคุมพระราชอำนาจไว้ได้ ไม่โปรดให้มีกองทหารฝรั่งเศสมาตั้งอยู่ในราชอาณาจักรไทย จึงได้ส่งทหารไปขับไล่ฝรั่งเศสออกจากป้อมบางกอก กองทหารฝรั่งเศสต้องถอนกำลังออกจากป้อมบางกอกฝั่งตะวันตก มารวมกันอยู่ที่ป้อมฟากตะวันออก ข้างทหารไทยก็เข้ายึดป้อมฝั่งตะวันตกไว้ เกิดต่อสู้กัน เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ป้อมบางกอกฝั่งตะวันออก ซึ่งเพิ่งจะสร้างเสร็จได้ใช้ประโยชน์ในการสู้รบ จดหมายเหตุของคณะบาทหลวงฝรั่งเศส (ประชุมพงศาวดารภาคที่ ๓๕ จดหมายเหตุของคณะบาทหลวงฝรั่งเศสซึ่งเข้ามาครั้งสมัยรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช) ได้บันทึกไว้ว่า “ทหารฝรั่งเศส … ได้ระเบิดปืนใหญ่ในป้อมฝั่งตะวันตก ๑๓ กระบอก และปืนกระบอกใดที่ระเบิดไม่ได้ ก็เจาะรูเสียทุกกระบอก แล้วขนอาวุธลูกกระสุนดินดำซึ่งอยู่ในป้อมนี้ ย้ายไปอยู่ป้อมฝั่งโน้น (ฝั่งตะวันออก) พอพวกฝรั่งเศสออกจากป้อมแล้ว พวกไทยก็เข้าไปยึดป้อมไว้ พอนายพลเดฟาร์ชเห็นว่าไทยเข้าไปอยู่ในป้อมแล้ว ก็ได้สั่งกองทหารฝรั่งเศสให้ไปตีเอาป้อมคืนมาจากไทย กองทหารไทยและฝรั่งเศสได้สู้รบกันช้านาน ทหารฝรั่งเศสสู้ไม่ได้ จึงได้ถอยเข้าไปอยู่ในป้อมฝั่งตะวันออก และได้กระทำการร้ายต่าง ๆ เป็นอันมาก ฝ่ายพระเจ้ากรุงสยามทรงพระราชดำริว่า พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสคงจะไม่ทรงทราบว่านายพลกับกองทหารได้ทำการอย่างไร ทรงเห็นว่า ถ้าจะให้กองทหารไทยทำการสู้รบโดยเต็มฝีมือ ก็จะเกิดบาดหมางในพระราชไมตรี จึงเป็นแต่มีพระราชโองการสั่งให้ทำป้อมเล็ก ๆ และคูรอบป้อมใหญ่ และให้ทหารรักษาไว้ให้มั่นคง ทั้งทางบกและทางเรือ และให้คอยป้องกันอย่าให้พวกฝรั่งเศสออกจากป้อมได้ …

… นายพลเดฟาร์ชกับกองทหารกลับสานตะกร้าขึ้นวางบนเชิงเทินรอบป้อม แล้วเอาดินใส่ตะกร้า และทำสนามเพลาะในป้อมอีกชั้นหนึ่ง สนามเพลาะนี้ทำด้วยต้นตาลต้นใหญ่ๆ และคล้ายกับป้อมอีกป้อมหนึ่งต่างหาก และกองทหารก็ได้เอาปืนใหญ่เข้าบรรจุตามที่ยกพื้นขึ้นสำหรับวางปืนได้สองชั้นซ้อนกัน แล้วได้ระดมยิงปืนใหญ่ทำลายธง ทำลายโรงไว้ดินปืนด้วย ฝ่ายข้างไทยก็ได้จัดทหารรักษาป้อมฝั่งตะวันตก สำหรับยิงปืนและโยนลูกแตกเข้าไปในป้อมฝรั่งเศส แต่เกรงว่าจะไปถูกคนไทยด้วยกัน ทั้งเป็นการไม่สมควรทางพระราชไมตรี จึงเป็นแต่คอยยิงตอบโต้กับพวกฝรั่งเศสเท่านั้น
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #199 เมื่อ: 17 ตุลาคม 2557, 10:37:19 »

… ต่อมาเมื่อนายพลเดส์ฟาร์ชและสมเด็จพระเพทราชาสามารถเจรจาสงบศึกกันได้ กองทหารฝรั่งเศสก็ยินยอมถอนตัวออกไปจากเมืองไทยโดยสิ้นเชิง ครั้นแล้วสมเด็จพระเพทราชาโปรดให้รื้อป้อมบางกอกฝั่งตะวันออกเสีย ด้วยทรงเห็นว่าสร้างใหญ่โตเกินกำลังทหารไทยจะรักษาไว้ได้ คงเหลือแต่ป้อมบางกอกฝั่งตะวันตก ซึ่งต่อมาเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า “ป้อมวิไชเยนทร์” (http://www.ekrungthep.com/Content/ShowContent.asp?ContentID=33, 30/11/2547) หรือ "ป้อมวิชเยนทร์" และได้ใช้นามนี้อยู่ตลอดเวลาจนกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าข้าศึก (กรมยุทธศึกษาทหารเรือ, ม.ป.ป. : 32)

เหตุการณ์ในช่วงนี้ แคมเฟอร์ บรรยายสภาพของป้อมบนฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา (ป้อมวิไชเยนทร์) ภายหลังการต่อสู้ระหว่างทหารไทยกับฝรั่งเศสว่า “ เราแลเห็นป้อมใหญ่ ซึ่งฝรั่งเศสสร้างขึ้นบนฝั่งขวาของแม่น้ำ ป้อมนี้เสียหายมาก เหนือเมืองบางกอกมีผู้คนอาศัยหนาแน่นทั้งสองฝั่ง มีย่านเรือนตั้งอยู่เป็นหมู่บ้าน ” (ดร . แคมเฟอร์ เป็นนักวิชาการที่มีคุณวุฒิสูงกว่าฝรั่งทุกคนที่เข้ามาสยามในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้โดยสารเรือของฮอลันดาเข้าเขตน่านน้ำสยาม เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ.2233 และเดินทางกลับในวันที่ 23 กรกฎาคมปีเดียวกัน อยู่ในสยามเพียง 57 วัน) (ธีระชัย และคณะ , 2532 : 21)

จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและฝรั่งเศสต้องหยุดชะงักลง จนเสียกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ.2310 (ปรีดี พิศภูมิวิถี , 2544 :
27) และป้อมแห่งนี้อยู่ในความสงบเป็นเวลาติดต่อกันเกือบ 80 ปี

พ.ศ.2309 พระเจ้ามังระกรีธาทัพเข้าตีกรุงศรีอยุธยา
พ.ศ.2310 กรุงศรีอยุธยาแตก พม่าแต่งตั้งคนไทยชื่อ นายทองอินเป็นผู้รักษาเมืองธนบุรี คอยริบทรัพย์จับเชลยส่งไปให้สุกี้พระนายกองที่โพธิ์สามต้น



พ.ศ.2314 สมเด็จพระเจ้าตากสิน ทรงสถาปนาเมืองธนบุรีขึ้นเป็นราชธานี และทรงดัดแปลงป้อมวิชเยนทร์ ซึ่งตั้งอยู่ในที่ใกล้เคียงพระราชวัง (โดยโปรดเกล้าให้เกณฑ์ไพร่พลมาปรับปรุงพระนคร (เมืองธนบุรี) โดยตั้งค่ายทำด้วยไม้ทองหลางทั้งต้น ล้อมพระนครทั้งสองฝั่ง โดยทำเพียงฝั่งละสามด้าน ปล่อยด้านที่อยู่ริมแม่น้ำว่างไว้ … เอาแม่น้ำไว้หว่างกลางเหมือนอย่างเมืองพิษณุโลก) และพระราชทานนามใหม่ว่า “ ป้อมวิชัยประสิทธิ์ ”

พ.ศ.2317 สมเด็จพระเจ้าตากสิน สั่งให้ตัดหัวพระเทพโยธาเสียบประจานไว้ที่ป้อมวิชัยประสิทธิ์

พ.ศ.2324 พระยาสรรค์เป็นกบฏ เข้ากราบทูลให้สมเด็จพระเจ้าตากสินสละราชสมบัติและเสด็จออกผนวช

วันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2325 สมเด็จพระเจ้าตากสิน ถูกนำไปสำเร็จโทษที่ป้อมวิชัยประสิทธิ์


      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #200 เมื่อ: 17 ตุลาคม 2557, 11:03:21 »

วันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ขึ้นครองราชสมบัติ จึงทรงย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรีไปตั้ง ณ ฝั่งพระนคร ในระยะเวลาที่สร้างพระราชวังใหม่ยังไม่เรียบร้อย พระองค์ยังคงประทับที่พระราชวังเดิมประมาณ 2 เดือนเศษ เมื่อเสด็จไปประทับ ณ พระราชวังใหม่ พระราชวังเดิมจึงว่างลง แต่ยังคงเป็นสถานที่สำคัญ เพราะมีป้อมปราการสำหรับรักษาพระนคร (กรมยุทธศึกษาทหารเรือ, ม.ป.ป. : 15 )



พ.ศ.2328 ทรงให้รื้อป้อมวิไชเยนทร์ (ป้อมวิชเยนทร์) ฝั่งตะวันออกเพื่อขยายพระนคร

“ ลุศักราช 1147 ปีมเสงสับดศกนั้น ทรงพระกรุณาให้ตั้งกองศักเลขไพร่หลวงสมกำลังแลเลขหัวเมืองทั้งเดิมขึ้นศักหลังมือทั้งสิ้น แล้วให้เกณฑ์เลขหัวเมืองขึ้นทั้งไทยลาวเขมรทั้งปวง กับเลขไพร่หลวงสมกำลังเกณฑ์ทำอิฐจะก่อกำแพงสร้างพระนครใหม่ ให้รื้อป้อมวิไชเยนทร์แลกำแพงเมืองเก่าฟากตะวันออกเสีย ขยายพระนครให้กว้างออกไปกว่าเก่า ...” ( พระราชพงษาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา ภาค 3, ม.ป.ป. : 184) และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าฟ้ากรมหลวงธิเบศร์บดินทร์ พระราชโอรสองค์กลางของสมเด็จพระพี่นางเธอพระองค์ใหญ่เสด็จไปประทับ ครั้นเจ้าฟ้ากรมหลวงธิเบศร์บดินทร์ สิ้นพระชนม์ (วันจันทร์ เดือน 8 ขึ้น 12 ค่ำ ปีมะเส็ง พ.ศ.2328 ตรงกับวันที่ 18 กรกฎาคม 2328) จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ตั้งแต่ดำรงพระราชอิสริยยศเป็น สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร เสด็จไปประทับที่พระราชวังเดิม

พ.ศ.2347 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพ ณ พระราชวังเดิม กรุงธนบุรี ในวันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2347 แต่เมื่อสมเด็จพระชนกนาถ ดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร (พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) และเจ้าฟ้าบุญรอด (สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี) (มหากษัตราธิราช : จากวันพระราชสมภพถึงสวรรคต, 2544 : 315)

และเมื่อ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทรได้รับ พระราชทานอุปราชอภิเษกเป็นพระมหาอุปราชกรมพระราชวังบวรฯ แล้ว ก็ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประทับอยู่ที่พระราชวังเดิมต่อมาจนสิ้นรัชกาลที่ 1 (วันจันทร์ เดือน 7 ขึ้น 7 ค่ำ ปีมะเมีย พ.ศ.2352 ตรงกับวันที่ 7 กันยายน 2352)

ในสมัยรัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมหลวงพิทักษ์มนตรี เสด็จไปประทับที่พระราชวังเดิม ครั้นเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรีสิ้นพระชนม์ (วันจันทร์ เดือน 7 ขึ้น 7 ค่ำ ปีมะเมีย พ.ศ.2365 ตรงกับวันที่ 27 พฤษภาคม 2365) จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชวังเดิมให้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในขณะนั้นดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามงกุฎฯ

ในรัชกาลที่ 3 ขณะที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงผนวชอยู่ตลอดรัชกาลนั้น สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี (ทรงเฉลิมพระปรมาภิไธยเป็นกรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรา มาตย์ในสมัยรัชกาลที่ 4) เสด็จออกไปประทับอยู่ที่พระราชวังเดิมพร้อมด้วยพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อยังทรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ และสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี เสด็จสวรรคตที่พระราชวังเดิมนั้น
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #201 เมื่อ: 17 ตุลาคม 2557, 11:09:03 »

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้ย้ายพระตำหนักสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าตำหนักทอง มาไว้ที่วัดระฆังโฆษิตาราม (ปัจจุบันเป็นกุฏิเจ้าอาวาส) แต่สุนิสา มั่นคง (2545 : 217) กล่าวว่า “ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้รื้อมาปลูกที่วัดระฆังทางด้านใต้พระอุโบสถ เพื่อให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช (สี) ”

ในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับบวรราชาภิเษกแล้วเสด็จไปประทับ ณ พระบวรราชวัง กรมหมื่นบวรวิไชยชาญ (กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5) พระราชโอรสของพระองค์ได้เสด็จประทับต่อมา จนเมื่อพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างวังพระราชทานแล้ว กรมหมื่นบวรวิไชยชาญได้เสด็จไปประทับที่วังใหม่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงโปรดเกล้าฯ โปรดให้พระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวงวงศาธิราชสนิท เสด็จไปประทับที่พระราชวังเดิมต่อมาสิ้นพระชนม์ (วันพุธ เดือน 10 ขึ้น 6 ค่ำ ปีมะเมีย พ.ศ.2413 ตรงกับวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2413)

พ.ศ.2416 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงพระราชทานที่อยู่ให้หมอบรัดเลเช่า ณ ริมคลองบางกอกใหญ่ นอกกำแพงพระราชวังเดิม (อยู่ด้านหลังและห่างจากป้อมวิชัยประสิทธิ์ออกไปไม่กี่สิบเมตร เอกสารของกองประวัติศาสตร์ กรมยุทธการทหารเรือ ระบุว่า มีเนื้อที่ 4 ไร่ 2 งาน 22 ตารางวา) เพื่อทำกิจการด้านการแพทย์ มิชชันนารี และตั้งโรงพิมพ์



ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงศ์เสด็จไปประทับ ณ พระราชวังเดิม ครั้นเมื่อสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระจักรพรรดิพงศ์ สิ้นพระชนม์ พระราชวังเดิมจึงว่างลง ในครั้งแรกทรงมีพระราชดำริไว้ว่าจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้พระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัดติวงศ์มาประทับที่พระราชวังเดิม

เมื่อพลเรือโท พระชลยุทธโยธินทร์ ผู้บัญชาการกรมทหารเรือได้หารือกับกรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ถึงเรื่องจะขอพระราชทานพระราชวังเดิมเป็นที่ตั้งโรงเรียนนายเรือเพราะเป็นที่ดินติดกับแม่น้ำ กับทั้งยังเป็นที่ใกล้เดินไปมาถึงกันกับที่ว่าการกรมทหารเรือ (ขณะนั้นอยู่พระราชนิเวศน์เดิม) ซึ่งจะทำให้ดูแลได้อย่างทั่วถึงและด้านหน้าพระราชวังเดิมจะใช้เป็นที่จอดเรือฝึกหัดได้ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัยทรงเห็นด้วยและได้นำความขึ้นกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นชอบตามคำกราบบังคมทูล จึงทรงตัดสินพระทัยเปลี่ยนพระราชดำริเดิมให้เป็นที่ตั้งโรงเรียนนายเรือตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2443 และทรงขอให้รักษาซ่อมแซมของที่ปลูกสร้างที่มีมาแต่เดิม ได้แก่ ท้องพระโรง พระตำหนักเก๋งของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ศาลเจ้าตาก ศาลศีรษะปลาวาฬ

ป้อมวิชัยประสิทธิ์จึงอยู่ในความดูแลของทหารเรือตั้งแต่นั้นมา ป้อมนี้เป็นที่ตั้งเสาชักธงผู้บัญชาการทหารเรือ และใช้เป็นที่ยิงปืนเที่ยง ยิงปืนพระราชพิธี และยิงปืนสลุต จนถึงปัจจุบัน

วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2449 ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดโรงเรียนนายเรือ

และได้เสด็จประพาสวัดแจ้งที่อยู่ติดกันก่อนหน้านั้น


      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #202 เมื่อ: 19 ตุลาคม 2557, 16:10:52 »

ไปดูแข่งเรือพายที่ท่าน้ำนนท์













      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #203 เมื่อ: 19 ตุลาคม 2557, 16:26:24 »

นั่งเรือต่อไปวัดระฆังฯ







      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #204 เมื่อ: 19 ตุลาคม 2557, 18:55:53 »









พระปรางค์องค์ใหญ่ รัชกาลที่ ๑ ทรงมีพระราชศรัทธาสร้างพระปรางค์ พระราชทานร่วมกุศลกับสมเด็จพระพี่นางพระองค์ใหญ่ (สมเด็จเจ้าฟ้าหญิง กรมพระยาเทพสุดาวดี พระนามเดิม สา)  ได้รับการยกย่องจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ว่า เป็นพระปรางค์ที่ทำถูกแบบที่สุดในประเทศไทย พระปรางค์องค์นี้จัดเป็นพระปรางค์แบบ สถาปัตยกรรมรัตนโกสินทร์ยุคต้น    
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #205 เมื่อ: 19 ตุลาคม 2557, 19:04:10 »






ตำหนักแดง เป็นเรือนไม้สักฝาปะกน กรมพระราชวังบวรสถานพิมุขทรงยกถวายวัดระฆังโฆสิตารามเพื่อปลูกเป็นกุฏิสงฆ์
ปัจจุบันอยู่ภายในบริเวณคณะ ๒ เชื่อกันว่าเป็นตำหนักสำหรับทรงกรรมฐานของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี (พระเจ้าตากสิน) สันนิษฐานจากพระดำรัสของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งได้ตรัสกับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ เมื่อเสด็จมาทอดพระเนตรกุฏินี้ว่า นี้เป็นตำหนักปรกของพระเจ้ากรุงธนบุรี หลักฐานที่นำมาอ้างอิงคือฝาประจันที่ใช้กั้นห้องภายในตำหนักเดิม เขียนรูปอสุภต่างๆ ชนิด และมีภาพพระภิกษุเจริญกรรมฐาน ซึ่งสอดคล้องกับพระอุปนิสัยของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แต่ปัจจุบันภาพเหล่านี้ลบเลือนหายไปหมดสิ้นแล้ว




ต้นโพธิ์ลังกา เป็นต้นโพธิ์พันธุ์ลังกา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงได้รับมาในรัชสมัยของพระองค์ และโปรดเกล้าฯ ให้นำไปปลูกตามพระอารามหลวงต่างๆ ตามประวัติกล่าวว่า ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงปลูกต้นโพธิ์ที่วัดระฆังโฆสิตารามนี้ด้วยพระองค์เอง  

 
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #206 เมื่อ: 19 ตุลาคม 2557, 19:11:03 »







      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #207 เมื่อ: 19 ตุลาคม 2557, 19:27:44 »

หอพระไตรปิฎก เคยเป็นเรือนเก่าของ ร .๑ เมื่อครั้งเป็นพระราชวรินทร์




      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #208 เมื่อ: 20 ตุลาคม 2557, 10:11:16 »

จะพาชมอาคารนี้ต่อไป
      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #209 เมื่อ: 20 ตุลาคม 2557, 19:44:14 »

ผ่านประตูเข้าไปจะพบไม้สลักแผ่นใหญ่สองแผ่น ที่ห้องโถง


เป็นด้านขวา ด้านหลังจะเปิดโล่งเป็นห้องที่สอง



เป็นด้านซ้าย ด้านหลังจะเป็นห้องหนึ่ง





 ด้านซ้าย ห้องที่หนึ่ง นอกจากตู้พระไตรปิฎกแล้ว ผนังมีภาพวาด พื้นเป็นไม้กระดานแผ่นใหญ่ เข้าใจเองว่าน่าจะเป็นห้องนอนประตู 1 บาน หน้าต่างมิดชิด










ห้องที่สอง  ผนังมีภาพวาดเช่นกัน เข้าใจเองอีกว่าน่าจะเป็นห้องนั่งเล่นและรับแขก ประตู หน้าต่างเปิดกว้าง รับลมเย็นๆ​




      บันทึกการเข้า
Dtoy16
Hero Cmadong Member
***


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: อักษรศาสตร์
กระทู้: 1,420

« ตอบ #210 เมื่อ: 21 ตุลาคม 2557, 08:36:36 »

        ภาพสวยหาชมยากน่ะค่ะ น้องเริง ใกล้วันที่23ต.ค น้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน
         ไว้หา
เวลาชื่นชมภาพเซตนี้ต่อ
      บันทึกการเข้า

เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #211 เมื่อ: 21 ตุลาคม 2557, 18:57:23 »

ครับ พี่ต้อย

หอพระไตรปิฎกนี้ อยากจะนั่งชื่นชมสักครึ่งวัน

ข้อสังเกต  เสาแนวกั้นระเบียง ในสมัยโบราณ ใครๆมาก็จับ  มีรอยสึกหรอ ทองหายไปหมดแล้ว


      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #212 เมื่อ: 21 ตุลาคม 2557, 19:00:02 »

ออกมาผ่านศาลาการเปรียญที่ตอนนี้ไม่ได้ใช้งานแล้ว







      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #213 เมื่อ: 21 ตุลาคม 2557, 19:08:17 »

และนั่งเรือกลับผ่านปากคลองบางกอกน้อยด้วย



มีความตั้งใจที่จะนั่งเรือจากปากคลองบางกอกน้อยไปจนถึงปากคลองบางกอกใหญ่ (แม่น้ำเจ้าพระยาเดิม)สักครั้ง

ปากคลองบางกอกใหญ่

      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #214 เมื่อ: 22 ตุลาคม 2557, 10:27:01 »

๒๓ ตุลาคม เป็นวันปิยมหาราช

      บันทึกการเข้า
เริง2520
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,341

« ตอบ #215 เมื่อ: 22 ตุลาคม 2557, 10:42:29 »

จดหมายฉบับที่ ๘

บ้านถนนเจริญกรุง กรุงเทพฯ
วันที่ ๒๓ ตุลาคม ร.ศ. ๑๓๑

ถึง พ่อประดิษฐ์

         ด้วยเมื่อศก ๑๒๓ ฉันไปตามเสด็จประพาสต้น ได้มีจดหมายเล่าเรื่องประพาสต้นครั้งนั้นไปยังพ่อประดิษฐ์เป็นจดหมาย ๗ ฉบับ จดหมายเรื่องนี้ได้ลงพิมพ์ในหนังสือทวีปัญญารายเดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน ร.ศ. ๑๒๕ เดือนละฉบับจนจบเรื่อง บัดนี้คิดจะรวมจดหมายเรื่องประพาสต้นเข้าพิมพ์เป็นเล่มเดียวกัน ฉันเที่ยวหาต้นฉบับทั้งที่ลงในหนังสือทวีปัญญา และที่มีต้นร่างอยู่รวบรวมได้จดหมายแต่ ๖ ฉบับ หาต้นฉบับไม่ได้จึงต้องมีจดหมายฉบับนี้มายังพ่อประดิษฐ์ ขอให้ช่วยค้นต้นฉบับจดหมายเหล่านั้น ถ้ายังมีอยู่ที่พ่อประดิษฐ์ ขอจงสงเคราะห์คัดสำเนาจดหมายฉบับที่ ๓ ทิ้งไปรษณีย์ส่งมาให้ด้วยถ้าได้สำเนาดังประสงค์ ฉันจะขอบคุณพ่อประดิษฐ์เป็นอันมาก

         บางทีพ่อประดิษฐ์ได้เห็นจดหมายฉบับนี้ จะนึกฉงนว่าจดหมายเรื่องประพาสต้นก็ได้ลงพิมพ์เป็น ๕ -๖ ปีมาแล้ว เหตุใดจึงพึ่งจะมาคิดรวมเป็นเล่ม ต่อเมื่อสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จสวรรคตล่วงไปแล้ว คำอธิบายในข้อนี้ขอชี้แจงว่า เมื่อพิมพ์เรื่องประพาสต้นลงในหนังสือทวีปัญญารายเดือน ผู้อ่าน โดยเฉพาะผู้ที่ได้ตามเสด็จไปด้วยในคราวนั้น พากันชอบว่าเป็นหนังสืออ่านสนุกดี มีผู้อยากจะให้พิมพ์รวมเป็นเล่มแต่ครั้งนั้นแล้ว เพราะเรื่องประพาสต้นเป็นเรื่องที่สำหรับเล่ากันเล่นอยู่เรื่องหนึ่ง แต่ฉันไม่เห็นสาระพอถึงแก่ควรจะพิมพ์ใหม่ จึงได้เพิกเฉยเลยมา

         ครั้นเมื่อสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จสวรรคตแล้ว เรื่องราวต่างๆในรัชกาลที่ ๕ กลายเป็นเรื่องเก่า "เมื่อกระนั้น" สำหรับชอบเล่าชอบคุยกัน เรื่องประพาสต้นนี้เป็นเรื่องหนึ่ง ซึ่งกลับเป็นเรื่องชอบเล่ากันขึ้น มีเพื่อนฝูงชักชวนให้พิมพ์รวมเป็นเรื่องขึ้นใหม่มากกว่าแต่ก่อน ฉันใคร่ควรดูมาคิดเห็นว่า เรื่องประพาสต้น แม้จดหมายเดิมแต่งเป็นเรื่องสำหรับอ่านเล่นสนุกๆก็จริง แต่ถ้าได้อ่านในเวลานี้โดยตั้งใจใคร่ครวญก็อาจจะแลเห็นความกว้างขวางออกไป เป็นต้นว่าเหตุใดสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงจึงเป็นที่รักใคร่ของอาณาประชาราษฎรทั่วหน้า สมกับที่ได้ถวายพระนามจารึกไว้ในฐานพระบรมรูปทรงม้าว่า "ปิยมหาราชาธิราช" ที่จริงพระองค์ทรงรักใคร่ในไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน เหมือนกับบิดารักบุตร พอพระราชหฤทัยที่จะคุ้นเคยคบหา และถึงเล่นหัวกับอาณาประชาราษฎรโดยมิได้ถือพระองค์ ยกตัวอย่างดังจะเห็นได้ในเรื่องประพาสต้นนี้เป็นพยาน

         การที่พระองค์ทรงสมาคมกับราษฎร ไม่ใช่สักแต่ว่าเพียงจะรู้จัก หรือสนทนาปราศรัยให้คุ้นเคยกันเท่านั้น ย่อมทรงเป็นพระราชธุระไต่ถามถึงความทุกข์สุข และความเดือดร้อนที่ได้รับจากผู้ปกครองอย่างใดๆบ้างทุกโอกาส ผู้ที่เคยตามเสด็จย่อมเคยได้ยินและทราบความอันนี้ ฉันได้เคยเห็นบางทีราษฎรกราบทูลร้องทุกข์ เป็นข้อความซึ่งทรงพระราชดำริเห็นว่า เป็นความทุกข์ร้อนจริงทรงรับธุระมาต่อว่าเอาเจ้าหน้าที่ตั้งแต่เสนาบดีลงมา ได้ความรำคาญใจหลายคราว บางทีถึงต้องผลัดเปลี่ยนพนักงานปกครองก็มีบ้าง เป็นเหตุให้การเสด็จประพาสเป็นคุณเป็นประโยชน์แก่ความสุขสำราญของราษฎรที่ได้อีกเป็นอันมาก
        ใช่แต่เท่านั้น บรรดาราษฎรที่ได้เสด็จไปทรงคุ้นเคย ในเวลาเสด็จประพาส พระองค์มิได้ทรงละลืม ในเวลาต่อมาเมื่อคนเหล่านั้นเข้ามากรุงเทพฯ จะเข้าเฝ้าแหนก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานโอกาสให้เข้าเฝ้าได้ตามความปรารถนา บางทีถึงรับสั่งให้เข้าไปรับพระราชทานเลี้ยงในพระราชวัง รับสั่งเรียกพวกที่คุ้นเคยเหล่านี้ว่า "เพื่อนต้น" มีอยู่ทั้งชายหญิงแทบทุกหัวเมืองที่ได้เสด็จประพาส เมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรป ร.ศ. ๑๒๖ ได้ทรงหาของฝากมีไม้เท้าเป็นต้น เข้ามาฝากพวกเพื่อนต้น เมื่อพวกเหล่านี้ได้ข่าวว่าเสด็จกลับ เข้ามาเฝ้าเยี่ยมก็ได้พระราชทานของฝาก ไม้เท้าพระราชทานจึงเป็นเครื่องยศสำหรับพวกเพื่อนต้นถือเข้าเฝ้า ทั้งเวลาเข้ามาในกรุงเทพฯ และเข้าเฝ้าตามหัวเมืองเวลาเสด็จประพาสไม่ว่าที่ใดๆ

         เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคตแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลปัจจุบันนี้ ทรงเคารพต่อพระราชนิยมของสมเด็จพระบรมชนกนาถ พระราชทานอนุญาตให้พวกเพื่อนต้นเข้ามาทำบุญให้ทานในงานพระบรมศพ และถวายพระเพลิงเหมือนกับเป็นข้าราชการ และยังพระราชทานเครื่องประดับไม้เท้าสลักอักษรพระนาม จ.ป.ร. ให้ติดไว้เป็นที่ระลึก ทั้งพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เฝ้าแหนเพ็ดทูลพระองค์ได้ต่อไป เหมือนครั้งสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทุกประการ ส่วนราษฎรซึ่งพระองค์ได้ทรงคุ้นเคยมาในเวลาเสด็จประพาสแต่ยังเสด็จดำรงพระเกียรติยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชก็ได้รับพระราชทานไม้เท้า และพระบรมราชานุญาตเหมือนกับพวกเพื่อนต้น ในรัชกาลนี้อีกหลายคน ฉันเข้าใจว่าธรรมเนียมประพาสต้น และเพื่อนต้นจะยังมีต่อไปในรัชกาลนี้เหมือนกับรัชกาลที่ล่วงแล้ว

         ตั้งแต่เสด็จประพาสต้นคราว ร.ศ. ๑๒๓ แล้ว สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงยังเสด็จประพาสทำนองเดียวกันอีกหลายคราว บางทีเสด็จประพาสในจังหวัดกรุงเทพฯนี้เองบ้าง ประพาสตามมณฑลหัวเมืองบ้าง ครั้งหนึ่งใน ร.ศ. ๑๒๔เสด็จขึ้นไปประพาสเมืองสระบุรี แล้วขึ้นมาทางลำแม่น้ำใหญ่ไปจนถึงเมืองกำแพงเพชร คราวนี้สนุกพอใช้ แต่พ่อประดิษฐ์ออกไปอยู่เสียหัวเมือง ฉันจึงไม่ได้จดหมายรายการบอกไปให้ทราบ อีกคราวหนึ่งใน ร.ศ. ๑๒๗ เสด็จประพาสเมืองนครสวรรค์ ขากลับล่องลงทางคลองมะขามเฒ่า มาเมืองสุพรรณบุรี บ้านผักไห่ อ่างทอง แล้วเสด็จกลับทางบางแล้วเข้ากรุงเก่า อีกคราวหนึ่งในศกเดียวกันนั้นเสด็จทางคลองรังสิตไปประพาสถึงเมืองปราจีน แล้วกลับออกทะเลมาเข้าปากน้ำเจ้าพระยา

         แต่ประพาสคราวหลังๆนี้ ความขบขันน้อยไปกว่าคราวแรกๆ ด้วยเหตุ ๒ ประการ คือราษฎรรู้เสียมากว่าพระเจ้าอยู่หัวโปรดเสด็จอย่างคนสามัญ ถ้าเห็นใครแปลกหน้าเป็นผู้ดีชาวบางกอก ก็ชวนจะเข้าใจไปเสียว่าพระเจ้าอยู่หัว บางทีมหาดเล็กเด็กชาพากันไปเที่ยว ไปถูกราษฎรรับเสด็จเป็นพระเจ้าอยู่หัวก็มี เพราะฉะนั้นในตอนหลังจะหาใครไม่รู้จักพระองค์สนิทอย่างนายช้าง ยายพลับ ไม่มีอีก อีกประการหนึ่งตั้งแต่เสด็จกลับจากยุโรปคราวหลัง มีเรือยนตร์เข้ามาใช้ในกระบวนเสด็จ ประพาสด้วยเรือยนต์เสียโดยมาก เมื่อเสด็จประพาสด้วยเรือยนต์แล้วก็ต้องเป็นอันรู้ว่าพระเจ้าอยู่หัวอยู่เอง จึงไม่ใคร่มีเรื่องขบขันอย่างคราวแรก

         วันนี้เป็นวันทำบุญถวายสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ในวันตรงกับวันสวรรคตครบ ๒ ขวบปี ดูคนในกรุงเทพฯตั้งแต่เจ้านายตลอดลงจนราษฎร ทำบุญให้ทานกันมาก ที่สำคัญนั้นฉันเห็นว่า ที่พากันถวายบังคมพระบรมรูปทรงม้าที่หน้าพระลาน ไม่ว่าใครต่อใคร ดูผู้คนล้นหลามตั้งแต่เช้าจนกลางคืน เห็นจะเป็นธรรมเนียมปีดังนี้เสมอไป

         ที่จริงพระบรมรูปทรงม้าองค์นี้ควรนับว่าเป็นของวิเศษได้ ไม่เฉพาะแต่ที่เป็นของงดงามสง่าพระนคร หรือเป็นพระบรมรูปสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเท่านั้น ถ้าผู้รู้เรื่องราวของพระบรมรูปนี้ว่า เป็นของชาวสยามทุกชั้นบรรดาศักดิ์ทั่วทุกหนแห่งได้เข้าเรี่ยรายตามกำลังและใจสมัคร อย่างต่ำคนละ ๑๐ สตางค์ก็มี สร้างขึ้นด้วยความรักใคร่เป็นใจเดียวกันถวายสมโภชสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รวมเงินได้กว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เกินราคาพระบรมรูปนี้สัก ๕ เท่า ใช่แต่เท่านั้น พระบรมรูปนี้ได้แล้วสำเร็จทันถวายพระองค์ได้ทรงอนุโมทนาและประจักษ์แก่พระราชหฤทัยว่า ความรักใคร่สวามิภักดิ์ของคนทั้งหลายมีมากมายกว้างขวางทั่วไปเพียงใด ผู้ใดรู้เรื่องที่กล่าวมานี้ก็จะเข้าใจได้ว่าพระบรมรูปทรงม้านี้ผิดกับอนุสาวรีย์ หรือวัดวาที่จะสร้างถวายเฉลิมพระเกียรติยศ เมื่อพระองค์ล่วงลับไปเสียแล้ว อันจะเป็นที่ระลึกและปรากฏแต่แก่ผู้อื่น แต่ส่วนพระองค์เองมิได้ทันทอดพระเนตรเห็น

         ฉันได้ไปถวายบังคมพระบรมรูปแล้ว กลับมาก็เขียนจดหมายฉบับนี้ มาเกิดนึกขึ้นว่า บางทีการพิมพ์หนังสือเรื่องประพาสต้นครั้งนี้ จะมีส่วนกุศลบ้างกระมังเพราะเหตุที่จะให้ผู้อ่านเจริญความระลึกถึงในพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ถ้าจะมีส่วนกุศลเพียงไรในการพิมพ์หนังสือเรื่องนี้ ฉันตั้งใจอุทิศส่วนกุศลนั้นถวายสนองพระเดชพระคุณ แด่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงตามสติกำลัง ขอให้พ่อประดิษฐ์จงอนุโมทนาด้วยเทอญฯ


                                                                                       นายทรงอานุภาพ