22 ตุลาคม 2562, 08:26:28
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน [สมาชิกเก่าลืมรหัส โทร 081-7611760]
A A A A  ระเบียบปฎิบัติ
   
Languages    
  หน้า: 1 [2] 3 4 ... 21  ทั้งหมด   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: การเมืองเป็นเรื่องสนุก ( จะเป็นประเด็นปลีกย่อย..เกร็ดเล็กๆน้อยๆ..ถากถาง..ขำขัน.)  (อ่าน 140679 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ตุ๋ย 22
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2522
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 20,173

« ตอบ #25 เมื่อ: 04 มีนาคม 2553, 21:13:38 »

อ้างถึง
ข้อความของ seree_60 เมื่อ 04 มีนาคม 2553, 12:56:53
นาฬิกาแห่งการโกหก


โดนัลด์ รัมเฟลด์ ได้ตายลงและไปยังสวรรค์ ขณะที่เขานั่งลงหน้า เซนต์ปีเตอร์ ที่ประตูมุก
เขามองเห็นกำแพงขนาดมหึมาเต็มไปด้วยนาฬิกาอยู่เบื้องหลัง

เขาจึงถามว่า " นาฬิกาพวกนั้น มันคือ อะไรน่ะ "
เซนต์ ปี เตอร์ ตอบ "มันคือ นาฬิกาแห่งการโกหก ทุกๆคนบนโลกจะมีนาฬิกานี้คนละ 1 เรือน
เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณโกหก เข็มนาฬิกาของคุณจะเคลื่อนไป"


" โอ.." รัมเฟลด์ กล่าว " นั่นมันนาฬิกาของใครกัน"

" นั่นเป็นของแม่ชีเทเรซ่า เห็น มั๊ย ว่าเข็มนาฬิกาไม่เคยเคลื่อนที่ไปเลย แสดงว่าหล่อนไม่เคยโกหกเลยสักครั้ง"

" เหลือเชื่อจริง ๆ" รัมเฟลด์ ถามต่อ "แล้วนั่นของใครกันล่ะ"

เซนต์ ปี เตอร์ ตอบ " นั่นคือนาฬิกาของ อับบราฮัม ลินคอล์น เข็มนาฬิกาเดินไปสองครั้ง
 บอกให้รู้ว่า อับราฮัม พูดโกหก แค่ 2 ครั้งเท่านั้น ตลอดชั่วชีวิตของเขา"


" เอ๊ะ แล้วนาฬิกาของ ทักษิณ อยู่ไหนกันล่ะ" รัมเฟลด์ ถามต่อ

" อ๋อ นาฬิกาของ ทักษิณ อยู่ในห้องทำงานของพระผู้เป็นเจ้าน่ะ ท่านกำลังใช้มันแทนพัดลมเพดาน "

เหอๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  กร้ากๆๆๆๆๆ
      บันทึกการเข้า

น้ำใจน้องพี่สีชมพู ไม่เสื่อมคลายหายไปจากหัวใจ
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #26 เมื่อ: 05 มีนาคม 2553, 14:49:25 »

วันที่ 05 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 12:59:32 น.   มติชนออนไลน์

งัดเศรษฐศาสตร์แนะทักษิณ

โดย วรากรณ์ สามโกเศศ

คนไทยที่รู้ร้อนรู้หนาวกำลังกังวลอย่างใจจดใจจ่อกับความแค้นของอดีตนายก รัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ข้อมูลที่เห็นกันก็คือกลุ่มแกนนำคนเสื้อแดงสนับสนุนการกลับมาของอดีตนายกฯ ทักษิณอย่างเปิดเผยและอย่าง "ลับ ลวง พราง" และต่างกำลังพยายามระดมผู้คนจากทั่วประเทศเพื่อบีบให้รัฐบาลยุบสภาเพื่อ เลือกตั้งใหม่ ในการตัดสินใจเดินหน้าครั้งนี้ของคุณทักษิณ เศรษฐศาสตร์สามารถช่วยในการตัดสินใจที่เหมาะสมสำหรับคุณทักษิณได้เป็นอย่าง ดี


บัดนี้เป็นที่ชัดเจนจากการยอมรับอย่างเปิดเผยจากทุกฝ่ายและจากตัวคุณ ทักษิณเอง ว่าคนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย และคุณทักษิณ คือสิ่งเดียวกันทั้งหมด โดยมีเป้าหมายคือการกลับมามีอำนาจอีกครั้งผ่านการนิรโทษกรรมคดีทั้งหมดและ การคืนทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่ศาลพิพากษาให้ยึดเมื่อเร็วๆ นี้ ไม่ว่าข้ออ้างในการประท้วงคือเพื่อ "ล้มล้างอำมาตย์" "เพื่อแก้ไขสอง "มาตรฐาน"" "เพื่อให้ได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงคืนมา" ฯลฯ แต่ประชาชนไทยส่วนใหญ่ก็เห็นชัดเจนว่าเป้าประสงค์ที่แท้จริงก็คือการช่วย เหลือคุณทักษิณอย่างเดียว


ความรู้เศรษฐศาสตร์ในเรื่องแรกที่จะช่วยในการตัดสินใจเดินหน้าของคุณ ทักษิณก็คือสิ่งที่เรียกว่า income effect (ผลจากรายได้) อธิบายได้ง่ายๆ ก็คือเวลาเราถูกหวย เงินเดือนขึ้นสองขั้น ได้รับมรดก ได้เงินก้อนใหญ่มา ฯลฯ จะรู้สึกว่าตนเอง "รวย" ขึ้น เพราะจะสามารถจับจ่ายซื้อของหรือทรัพย์สินได้เพิ่มขึ้น และมีทางโน้มที่จะใช้จ่ายเงินเพิ่มขึ้น


ในทางตรงกันข้าม เมื่อสูญเสียเงินจะรู้สึกว่าตนเอง "จน" ลง และมีพฤติกรรมที่จะใช้จ่ายเงินน้อยลง หรือหลีกเลี่ยงการใช้จ่ายมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการสูญเสียเงิน ก้อนใหญ่


เงิน 4.6 หมื่นล้านบาทที่อยู่ในรูปธนบัตรใบละ 1,000 บาท หากเอามาวางเป็นตั้งจะมีความสูงถึง 5.842 กิโลเมตร หนัก 18.4 ตัน การสูญเสียเงินไปขนาดนี้ย่อมทำให้คุณทักษิณรู้สึก "จน" ลงอย่างแน่นอน (ไม่ว่าจะมีเหลือสักกี่หมื่นล้านบาทก็ตาม) ดังนั้น โอกาสที่ "ท่อน้ำเลี้ยง" จะไหลโจ๊กเพื่อสนับสนุนการชุมนุมอย่างเต็มที่เป็นไปได้น้อยเพราะมนุษย์ทุกคน หลีกหนี income effect ไม่พ้นเพียงแต่จะมากหรือน้อยเท่านั้น


ประการที่สอง ปัญหา Principal-Agent ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ เป็นสิ่งที่หลีกไม่พ้น การมี "ตัวแทน (agent)" ทำงานแทน "ตัวการ (principal)" ไม่ว่าจะเป็นนายหน้า ทนายความ "แกนนำสู้แล้วรวย" สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ดูแลผลประโยชน์ กรรมการบริษัท ฯลฯ เกิดปัญหาขึ้นเสมอเพราะ "ตัวแทน" มักจะปฏิบัติในลักษณะที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์แก่ตนเองมากกว่าผลประโยชน์ของ "ตัวการ"


ไม่ว่า "ตัวการ" จะพยายามออกแบบระบบจูงใจ "ตัวแทน" ดีอย่างไร "ตัวการ" ก็จะประสบปัญหาเสมอ ยิ่งผลประโยชน์ตอบแทนยิ่งสูง จำนวน "ตัวแทน" ยิ่งมากและซับซ้อนในโครงสร้าง ยิ่งระยะทางและการควบคุมยิ่งห่าง ปัญหา Principal-Agent จะยิ่งสูง ดังนั้น "ตัวการ" มีโอกาสสูญเสีย "ค่าจ้าง" หรือผลประโยชน์สูงเนื่องจากธรรมชาติของมนุษย์นั้น ไม่ว่า "ตัวแทน" จะเป็น "คนดี" อย่างไรก็อดมองไปที่ผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลักไม่ได้


คุณทักษิณได้ประสบปัญหา Principal-Agent มาตลอดจนน่าจะสูญเสียเงินทองไปมากมาย ไม่ว่าจะออกแบบระบบจูงใจอย่างไรคุณทักษิณไม่มีวันเอาชนะประเด็น Principal-Agent ตามหลักวิชาการไปได้เลย


ประการที่สาม นักเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ศึกษาพฤติกรรมมนุษย์และเชื่อว่ามนุษย์ไม่มีเหตุมีผล เหมือนดังที่เคยเชื่อกันมา ตัวอย่างแรกก็คือ "การเฮโลคิดกันไปตามฝูงชน (herd mentality) ของมนุษย์ไม่ว่าในเรื่องหุ้น เรื่องฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ การเห่อสินค้า (black นะครับ ไม่ใช่ blueberry เหมือน blueberry cheese cake) ฯลฯ มนุษย์ไม่ใช่ผู้ชอบวิเคราะห์ข้อมูลอย่างแข็งขัน ถ้าเชื่ออะไรสักอย่างแล้ว จะมีความสามารถอย่างยอดเยี่ยมในการโน้มน้าวใจตนเองให้เห็นว่าสิ่งที่เขา เชื่อนั้นเป็นจริง


การตัดสินคดีว่าคุณทักษิณ "ซุกหุ้น" ตลอดช่วงสองเวลาของการเป็นนายกรัฐมนตรี (ผู้พิพากษาลงมติเป็นเอกฉันท์) และประพฤติมิชอบใน 5 คดีโดยใช้อำนาจหาประโยชน์ให้แก่ครอบครัวตนเองถือได้ว่าเป็นการสร้างความเสีย หายอย่างใหญ่หลวงแก่ชาติในสายตาประชาชนทั่วไป (ABAC โพลระบุว่าเกือบร้อยละ 60 เห็นว่าคุณทักษิณควรยอมรับคำตัดสิน ซึ่งมีนัยว่าคนเหล่านี้เห็นว่าคุณทักษิณทุจริตจริง) โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนต่างประเทศ (ถ้าเป็นฝรั่งก็เรียกว่าการตัดสินครั้งนี้ damaging สำหรับตัวคุณทักษิณอย่างยิ่ง)


เชื่อได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบันโดยเฉพาะคนที่อยู่ตรงกลางหรือ กลางแบบเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง บัดนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการ "เฮโลคิดไปตามฝูงชน" กระแสประชาชนที่จะช่วยคุณทักษิณเข้าใจว่าเหือดแห้งไปมากโดยสามารถใช้ความ เข้าใจมนุษย์ของเศรษฐศาสตร์มาช่วยอธิบาย


ประการที่สี่ นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมอธิบายว่าสาเหตุที่มนุษย์ผิดพลาดก็เพราะการคิดเข้า ข้างตนเอง กล่าวคือมนุษย์นั้นเข้าใจ รับรู้รับทราบ รัก ชอบ (อย่างที่นักจิตวิทยาเรียกว่า perception) อย่างที่ตนเองเลือกที่จะรับรู้รับทราบ เข้าใจ เกลียด รักชอบ ฯลฯ ("ความรักทำให้ตาบอด" "ตัวเองดีที่สุด ถูกต้องเสมอ") จนเกิดความเอนเอียงและมักตัดสินใจไปอย่างขาดสติ


คุณทักษิณก็อยู่ในสภาวการณ์เช่นเดียวกับมนุษย์ทั้งโลก กล่าวคือเลือกที่จะรับรู้รับทราบอย่างที่ใจตนเองต้องการ ยิ่งอยู่ห่างบ้าน ห่างข้อมูล มีแต่ "ตัวแทน" ซึ่งมีวัตถุประสงค์แห่งผลประโยชน์แตกต่างกันอยู่รายล้อม แถมมีเงินและมีความเคียดแค้นเป็นเจ้าเรือน การตัดสินใจของคุณทักษิณจึงน่าจะไม่อยู่บนพื้นฐานของเหตุผลที่ใกล้โลกแห่ง ความเป็นจริงนัก


คนที่ไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวพันกับคุณทักษิณจะมองเห็นว่าการ "ออกแรง" บีบรัฐบาลครั้งนี้มีโอกาสประสบผลสำเร็จต่ำ เพราะเชื่อว่า "การเฮโลคิดไปตามฝูงชน" ได้เกิดขึ้นแล้วจากการที่ได้เห็นคำพิพากษา ดังนั้น การอาศัยฝูงชนจึงทำได้ไม่ง่าย แถมเศรษฐีแฟนคลับต้องช่วยควักกระเป๋าในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปแทนคุณทักษิณ ที่ถูกฤทธิ์ income effect ความไหลคล่องของน้ำเลี้ยงจึงน่าจะน้อยลงไป


สมมุติว่า "ออกแรง" ได้สำเร็จจนยุบสภา เลือกตั้งใหม่ กลุ่มคุณทักษิณได้มาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง คิดหรือว่ากฎหมายนิรโทษกรรมและการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำได้ง่ายๆ เมื่อครั้งตอนรัฐบาลสมัครและรัฐบาลสมชายซึ่งคุณทักษิณ "แข็งแกร่ง" กว่านี้มากยังไม่สามารถทำได้ เหตุใดจะสามารถทำได้ในอนาคตซึ่งมีความไม่แน่นอนเป็นอันมากในการได้กลับมา เป็นรัฐบาลอีกครั้ง (ซึ่งคุณทักษิณก็ไม่สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกหากรัฐธรรมนูญ 2550 ไม่ได้รับการแก้ไข) แค่หา "ตัวแทน" สักคนที่สังคมพอยอมรับได้เสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ครั้งที่จะถึงนี้ยังหาไม่ได้เลย


หากประมวลและประเมินประโยชน์ (benefit) และต้นทุน (cost) ภายใต้การตัดสินใจอย่างมีเหตุมีผลแล้ว สามารถใช้เศรษฐศาสตร์ช่วยตอบได้ว่าคุณทักษิณควรทบทวนการ "ออกแรง" 12 มีนาคมนี้ เพราะ "เสีย" สูงกว่า "ได้" มาก การ "เสีย" นั้นจะมีผลลามไปถึงครอบครัว ญาติพี่น้อง อีกมากมาย และหากมีผู้คนล้มตายจากการจลาจลและคุณทักษิณตกเป็นจำเลยคนสำคัญของแผ่นดิน


ถ้าหยุดเสีย ทำใจให้ได้ และหาความสุขกับเงินที่มีอยู่อีกนับหมื่นล้านบาทและกับครอบครัวในเวลาที่ เหลือของชีวิต และกับการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ อย่างจริงใจให้กับสังคมไทย คุณทักษิณจะมีทั้งความสุขและจะพอมีที่พิเศษอยู่ในหัวใจของคนไทย และประวัติศาสตร์จะบันทึกไว้อย่างเมตตา


คนมีเงินไม่ถึงหมื่นบาทยังมีความสุขได้ ความสงบในจิตใจได้ ทำไมคนมีเงินเป็นหมื่นล้านบาทจึงหาความสุขในชีวิตไม่ได้ ทำไมคุณทักษิณไม่หาความสุขจากสิ่งที่มีแทนที่จะมีความทุกข์กับอดีต และหวังว่าจะมี "ความสุข" กับอนาคตอันแสนเลือนรางซึ่งสุดแสนสุ่มเสี่ยงต่อการก่อให้เกิดอันตรายแก่ ชีวิตของคนไทยด้วยกันเอง ชื่อเสียงของตัวเองในประวัติศาสตร์และคนที่คุณทักษิณรัก



      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
Preecha2510
Cmadong Member
Full Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2510
กระทู้: 788

« ตอบ #27 เมื่อ: 05 มีนาคม 2553, 15:16:43 »

อ้างถึง
ข้อความของ seree_60 เมื่อ 04 มีนาคม 2553, 12:56:53
นาฬิกาแห่งการโกหก


โดนัลด์ รัมเฟลด์ ได้ตายลงและไปยังสวรรค์ ขณะที่เขานั่งลงหน้า เซนต์ปีเตอร์ ที่ประตูมุก
เขามองเห็นกำแพงขนาดมหึมาเต็มไปด้วยนาฬิกาอยู่เบื้องหลัง

เขาจึงถามว่า " นาฬิกาพวกนั้น มันคือ อะไรน่ะ "
เซนต์ ปี เตอร์ ตอบ "มันคือ นาฬิกาแห่งการโกหก ทุกๆคนบนโลกจะมีนาฬิกานี้คนละ 1 เรือน
เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณโกหก เข็มนาฬิกาของคุณจะเคลื่อนไป"


" โอ.." รัมเฟลด์ กล่าว " นั่นมันนาฬิกาของใครกัน"

" นั่นเป็นของแม่ชีเทเรซ่า เห็น มั๊ย ว่าเข็มนาฬิกาไม่เคยเคลื่อนที่ไปเลย แสดงว่าหล่อนไม่เคยโกหกเลยสักครั้ง"

" เหลือเชื่อจริง ๆ" รัมเฟลด์ ถามต่อ "แล้วนั่นของใครกันล่ะ"

เซนต์ ปี เตอร์ ตอบ " นั่นคือนาฬิกาของ อับบราฮัม ลินคอล์น เข็มนาฬิกาเดินไปสองครั้ง
 บอกให้รู้ว่า อับราฮัม พูดโกหก แค่ 2 ครั้งเท่านั้น ตลอดชั่วชีวิตของเขา"


" เอ๊ะ แล้วนาฬิกาของ ทักษิณ อยู่ไหนกันล่ะ" รัมเฟลด์ ถามต่อ

" อ๋อ นาฬิกาของ ทักษิณ อยู่ในห้องทำงานของพระผู้เป็นเจ้าน่ะ ท่านกำลังใช้มันแทนพัดลมเพดาน "

                 
               Joke นี้อ่านแล้ว ฮา ครับ  อ่านแล้วนั่งหัวเราะ หึ หึ อยู่คนเดียว  ค่อยหายเครียดขึ้นมานิดหนึ่ง

               จากเหตุการณ์ที่กำลังขมึงเกลียวเข้ามาทุกทีในช่วงนี้
      บันทึกการเข้า
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #28 เมื่อ: 05 มีนาคม 2553, 20:55:44 »

ชวนไปฟังดนตรี

                เพลงประชาชนฉลองวันสตรีสากล
วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม 2553 เวลา 17:30 - 21:00 น.
ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร


เอกลักษณ์ของรูปแบบการจัด
การจัดงานแสดงดนตรีในครั้งนี้ จะมีลักษณะที่แตกต่างไปจากเดิมที่ผ่านมาบางประการ:

1.ไม่เน้นความอลังการของดนตรีในรูปแบบวงมโหรีขนาดใหญ่ แต่เป็นการแสดงดนตรี “ของแท้” จากฐานที่มั่นของนักต่อสู้ในอดีตที่ร้องมาตลอด 40 ปีแล้ว
2.เน้นให้เกิดการมีส่วนร่วมในหมู่ผู้เข้าร่วม เช่น การร้องเพลงร่วมกัน และจะมีการรำวงร่วมกันในแต่ละช่วงของ โดยเป็นการรำวงตามแบบฉบับของแท้จากฐานที่มั่นในอดีต
3.การแสดงปาฐกถาโดยบุคคลที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เนื่องในวันสตรีสากล

ผู้กล่าวในงานวันสตรีสากล
1.คุณดุษฎี พนมยงค์
2.คุณศรีสว่าง พั่ววงศ์แพทย์
3.คุณสุภิญญา กลางณรงค์
4.คุณพัชณีย์ คำหนัก
5.คุณสินี จักรธรานนท์
6.ป้าผึ้ง
7.ป้าขวัญ


เพลงที่จะร้องในงาน
เป็นเพลงเกี่ยวกับสตรีเนื่องในงานวันสตรีสากล และเพลงประชาชนอื่น ๆ จำนวนประมาณ 20 เพลง และมาร่วมพบกับนักร้องรับเชิญจากเขตงานต่าง ๆ เช่น

1.คุณกมล สุสำเภา (ส.ประดิษฐ์ ที่มั่นแดง)
2.คุณศุภลักษณ์ สุวรรณประสพ (ก้อย กงล้อ - ส.แวว ศิลปิน 82)
3.คุณประพร จันโท (ส.เทิด ภูพาน)
4.คุณรุ่งรวี สิทธินันทน์ (ส.คำราม ที่มั่นแดง)


สิ่งที่ท่านจะได้รับจากงานนี้

1.การฟังเพลงปฏิวัติที่หาโอกาสได้ยาก
2.การรำวงมาตรฐานของอดีตนักปฏิวัติ
3.การพบปะ สมานมิตรกับมิตรสหายจากทั่วทุกภูมิภาค
หวังว่าจะได้พบมิตรสหายจากทั่วเขตงาน ทั่วทุกภูมิภาคมาร่วมงานกัน แต่อย่าลืมจองที่นั่งล่วงหน้า มีที่นั่งจำกัด

รายได้และค่าใช้จ่ายในการจัดงาน
งานนี้ขอรับบริจาคจากผู้เข้าร่วมงานท่านละ 300 บาท (สามารถบริจาคได้เพิ่มเติมตามอัธยาศัย) เพื่อมอบให้ชมรมมิตรสัมพันธ์ ซึ่งเป็นชมรมที่ช่วยเหลือมิตรสหายอดีตนักปฏิวัติอาวุโสที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการยังชีพ
โดย โอนเงินเข้าบัญชี น.ส.นงลักษณ์ จตุเทน
เลขที่บัญชี 748-2-03431-9
ประเภทบัญชีออมทรัพย์
ธ.กสิกรไทย สาขาย่อยเซ็นทรัลพระรามที่ 3
และโปรดส่งใบโอนเงิน ถึง คุณจันทิรา สระทองเขียว โทรสาร 0.2295.1154 โทรศัพท์ 08.2522.6064
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #29 เมื่อ: 06 มีนาคม 2553, 14:26:04 »



  ขอให้พระจงคุ้มครอง บ้านเมืองให้อยู่รอดปลอดภัย
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #30 เมื่อ: 07 มีนาคม 2553, 14:38:51 »

ก่อนถึง 14 มีค. 53 การชุมนุมหญ่าย ของเอแดง
มีเรื่องตลกๆมาให้อ่าน จากข้อเขียนข้างล่างนี้


ตัวตลกเสื้อแดงPosted by PinMEMO on Apr 12, '09 2:03 PM for everyone
Link: http://evolution.diaryis.com/?20090411

วันที่ 10 เมษายน 2009
ตัวตลกเสื้อแดง


เหลือง ของเราคือธรรมประจำจิต
แดงของเราคือโลหิตอุทิศให้

ต่อไปนี้ชาว ธรรมศาสตร์จงอย่าปล่อยให้ใครเอาสีของสถาบันเราไปใช้ก่อความวุ่นวายอีกต่อไป


วัน ที่ 09 52เมษายน ที่ผ่านมา
ผมนั่งรอประชุมอยู่ในห้องแล็ปที่จุฬาฯ
แล้ว ข่าวก็ประกาศเข้ามาในห้องว่า
รถแท็กซี่เสื้อแดงปิดล้อมอนุเสาวรีย์ฯ ไว้แล้ว
ผมจึงต้องโดดประชุมกลับบ้านไปก่อน

ครั้งถึงบ้านน้องสาวคน เล็กก็โทรมา
ถามว่าผมกลับบ้านแล้วหรือยัง
บอกว่าติดอยู่จุฬาฯ กลับบ้านไม่ได้
แม่กำลังไปรับ ก็ออกไม่ได้
ก็ขอโทษน้องไปเพราะไม่รู้ ว่าน้องก็ไปมหาวิทยาลัย

กลับถึงบ้านผูกเนคไทสีดำแล้วขับรถฝ่าออกไป งานศพตอนห้าโมงเย็น
ข่าวกลุ่มคนเสื้อแดงปิดล้อมคนทะยอยประกาศออกมาจุด แล้วจุดเล่า
รถก็ติด ฝนก็ตกหนักจนมองแทบไม่เห็นรถคันหน้า

กว่าจะถึง งานศพที่วัดพระศรีมหาธาตุก็ปาเข้าไปทุ่มครึ่ง
เหลือแค่เจ้าภาพกับศพ ส่วนพระกลับกันหมดแล้ว

ทานข้าวกับอาจารย์ที่งานศพต่อแล้วออกไปหา เพื่อนที่รัชโยธิน
กินข้าวกันได้สักพักผมก็ชวนน้อง D. (ชื่อย่อ) กับน้อง P. กลับบ้าน
เนื่องจากว่าข่าวไม่ค่อยดีเลยตัดสินใจกลับพร้อมๆ กัน
ขับ รถคนละคันตามๆ กันไป มีอะไรจะได้ช่วยกันถูก

ผมตัดสินใจขับรถตรงไป ขึ้นทางด่วนดินแดง
โดยที่ไม่ได้ขึ้นโทลเวย์เพราะคิดว่าดึกแล้วรถคงไม่ติด
หา รู้ไม่ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงทำการปิดล้อมทางขึ้นทางด่วนไว้แล้ว

ขับๆ ไปจนถึงด่านปิดล้อมที่หนึ่ง
ผม น้อง D. และน้อง P. ก็ชะลอรถ
เนื่อง จากมีรถขับสวนย้อนศรมาจำนวนมาก
ผมเลยโทรหาน้อง D. ที่อยู่ฝั่งซ้าย
น้อง D. บอกว่าจะตัดสินใจกลับรถ
แต่ผมเหลือบไปเห็นคนเสื้อแดง เอามอเตอร์ไซด์กั้นถนนไว้
ผมเลยตัดสินใจโทรบอกให้น้อง D. และน้อง P. ช่วยกันกดแตร
ถ้าเราสามัคคีกันมันต้องกลัวพวกเราแน่นอน

แล้วผมก็ เริ่มกดก่อน ปิ๊น สั้นๆ
น้อง D. กับน้อง P. ก็เริ่มกดตาม
พวกเราลด กระจกลงแล้วบอกให้รถคันอื่นช่วยกันกด
มอเตอร์ไซด์เสื้อแดงก็กล้าๆ กลัวๆ เดินมาขวางทางไว้
ผมตะโกนออกไปด้วยเสียงของว้ากเกอร์ โปรเจคเสียงไปข้างหน้า
พลางเข้าเกียร์ N เอาไว้แล้วเหยียบคันเร่งดังๆ

"ผม จะนับหนึ่งถึงสิบ"
บรึมๆๆๆๆ
"นับถึงสิบเมื่อไหร่อย่าหาว่าผมไม่เตือน นะ"
ในใจก็คิดว่าถ้าถึงสิบแล้วมันไม่เปิดกุกลับรถก็ได้วะ
คนอย่างผม ไม่กล้าขับรถชนให้มีเรื่องกับพวกนี้หรอก
บรืนๆๆๆๆ
รถคันข้างๆ ก็ช่วยกันกดไล่ม็อบ
นับยังไม่ทันถึงห้าด่านที่หนึ่งก็แตกพ่าย
พวก มอเตอร์ไซด์เสื้อแดงโบกให้รถพวกเราผ่านไปโดยดี

ขับต่อไปได้ไม่กี่ กิโลเมตร
พวกเสื้อแดงขวางทางรถบรรทุกเอาไว้ด้านซ้าย
รถคันที่ผ่านมา ก่อนก็ตัดสินใจจะกลับรถ
เนื่องจากมีรถสวนกลับมาเป็นระยะ
ผมเห็นตำรวจ ยืนโบกให้กลับรถอยู่ตรงหัวมุม
ในขณะที่เสื้อแดงยืนกร่างเอามอเตอร์ไซด์ ขวางถนน

ผมลดกระจกรถลงแล้วตะโกนออกไปนอกรถดังๆ
"คุณมีสิทธิอะไรมา ยืนขวางถนน"

เสื้อแดงโพกแขนความจริงวันนี้รีบหันมาตอบว่า
"พี่ๆ พันธมิตรบุกมา ผมรีบมาเตือนพี่"
ไอ้เราก็รีบตามน้ำเลยครับว่าพันธมิตรมา จริงๆ เหรอ
"งั้นรีบเปิดทางเลยผมจะรีบไปไล่พันธมิตร"

มันทำหน้าเห วอแล้วหันไปมองหน้ากัน
ผมรีบตะโกนซ้ำออกไปว่า
"นี่พวกเมิงคิดว่ากุ โง่เหรอไง"
"ข่าวก็บอกว่าพวกเมิง ปิดถนนไว้ยังจะมาใส่ร้ายพันธมิตร"
"น้อง P. ถ่ายรูปมันไว้เลยครับ อัดเสียงไว้ด้วย เอาไปทำข่าว"
ผมรีบตะโกนบอก น้อง P. ในรถอีกคันที่จบทางสื่อสารมวลชน
"ไหนพูดอีกทีดิ๊ว่าพวกเสื้อแดง หรือว่าพันธมิตร"
พวกมันก็ตอบว่ารู้แล้วจะมาถามทำไม

"มอเตอร์ไซด์ คันหน้าของใคร" ผมถามซ้ำ
เจ้าของมอเตอร์ไซด์หน้าโง่รีบวิ่งออกมา
ผม รีบตะโกนถามหาใบขับขี่
"ใบขับขี่อยู่ไหน เอาออกมาเดี๋ยวนี้"
ตามฟอร์ม ครับมันต้องบอกว่าไม่ได้พกมา
"แล้วบัตรประชาชนล่ะ"
มันก็บอกว่าไม่ได้ พกมาอีกแล้วครับท่าน
เข้าทางผมพอดีผมเปิดไฟสูงแล้วหันไปบอกคุณตำรวจ
ว่า ใบขับขี่ บัตรประชาชนไม่ได้พก เอารถขวางถนน
คุณตำรวจจัดการยกรถไปเลยครับ

ตำรวจ ยืนงงเลยครับ
หันมาหาผมแล้วรีบขับมอเตอร์ไซด์หนีไป
ตำรวจไทย แก้ปัญหาด้วยการหนีปัญหา
ผมรีบตะโกนไล่หลังว่า "ระวังจะโดนสอบวินัย"

เอา ละสิครับเหลือแต่พวกผมกับเสื้อแดง
ตำรวจก็ไม่อยู่ช่วยดันหนีกลับไปอีก
ผม ทำใจดีสู้เสือรีบตะคอกใส่พวกมัน
"ตำรวจพวกมันยังกลัวกุ พวกเมิงจะเปิดไม่เปิด"
พวกมันรีบเปิดทางให้ผมกับน้องๆ ที่ตามมา
"ผม รีบตะคอกใส่ซ้ำว่า รู้ว่าไม่ดีแล้วทำไมยังทำ"
ตอกย้ำความผิดในมโนสำนึก ที่ยังพอมีเหลือของพวกมัน
พวกมันตอบคำถามผมไม่ได้ว่าทำไมถึงต้องปิดถนน
ผม รีบถามซ้ำว่า "จ้างมาเท่าไหร่"
เสื้อแดงที่ดูเป็นหัวหน้ากลุ่มรีบตอบว่า
"ไม่ ครับ พวกผมมาด้วยใจ ไม่มีใครจ้างมา"
ผมเลยรีบอำต่อไปว่า "ยังจะมาโกหกอีก"
"ด่านที่แล้วเค้าบอกว่าจ้างมาสองพัน"
ทั้งๆ ที่ด่านที่แล้วไม่ได้คุยกันสักคำ

เจ้าของมอเตอร์ไซด์รีบหันมาด่าคน ที่เหมือนหัวหน้าว่า
"อ้าวพี่ แล้วทำไมให้พวกผมแค่พันเดียว"
แล้ว เสื้อแดงก็เริ่มแตกคอกันไปเอง
ผมตะโกนไล่หลังว่า
"เค้ารับมาสองพันให้ พวกเมิงแค่พันเดียว"
"วันก่อนมีคนโดนเบี้ยวไม่จ่ายตังค์ด้วย"
ไอ้ เสื้อแดงหัวโจกก็โดนลูกน้องรุมซัก
ผมตะโกนขู่ซ้ำว่าจะให้ตำรวจมายกรถไป
พวก มันเลยรีบเปิดถนนให้พวกผมขับผ่านไป


ขับตรงต่อมาไม่กี่กิโล
มีรถ สวนกลับมาอีกบอกว่าด่านจ่ายค่าผ่านทางปิด
ผมกับน้องๆ ที่มาด้วยกันจึงตัดสินใจกลับรถ
โชคดีที่เจอตำรวจใจดีเปิดทางให้ขึ้นโท ลเวย์
ผมขับรถสวนทางขึ้นไปกลับรถบนโทลเวย์
เสียวก็เสียวรถขับสวนมา เร็วๆ แต่ก็รู้สึกสนุกดี
จะว่าไปตำรวจดีๆ ก็มีเหมือนกันแฮะ

คืน นั้นออกจากรัชโยธินมาสี่ทุ่ม
กว่าจะกลับถึงบ้านก็ปาเข้าไปเที่ยงคืน
กลับ ถึงบ้านผมโทรบอกขอโทษน้อง D. กับ P.
ที่ผมพาไปเสี่ยงอันตรายยามค่ำคืนแบบ นี้
น้องๆ ก็ไม่โกรธ แถมบอกว่าประสบการณ์คืนนี้สนุกดี
พวกเสื้อแดง ปัญญาอ่อนกลายเป็นตัวตลกไปเลย


เช้าวันที่สิบ
แม่ครัวที่จ้าง ให้ทำกับข้าวมาขอลางาน
ผมก็ถามไปว่าจะลาไปไหน
คุณเธอก็รีบตอบมาว่าลา ไปเข้ากลุ่มเสื้อแดง
ผมถามว่าเค้าให้มาคนละเท่าไหร่
แม่ครัวที่บ้าน รีบตอบว่าให้คนละห้าร้อย
ผมก็เลยอนุญาตให้ลางานได้
แล้วก็บอกว่าให้ไป เขียนใบลาออกต่อด้วยเลย
แม่ครัวหน้าจ๋อยไม่ยอมไปม็อบ


ตอนบ่ายๆ ได้ข่าวจากนราธิวาส-สาธร ว่า
ชาวสาธรออกมาไล่ม็อบเสื้อแดงผ่านไปได้
แถม เปิดดูคลิปเห็นธงแดงโดนเผาก็สะใจไม่น้อย
หารู้ไม่ว่าผ่านไปอีกแค่วัน เดียวเท่านั้นเอง
ประเทศไทยจะโดนย่ำยีจนเสียหายขนาดนี้

อาคืนมา กันเถอะครับพี่น้องธรรมศาสตร์ที่รักของผม
สีเสื้อของพวกเรา อย่าให้เขาเอาไปใส่แอบอ้างต่อไปอีกเลย


GentleManiac
11 เม.ย. 2552 เวลา 22:38 น.
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #31 เมื่อ: 07 มีนาคม 2553, 14:54:38 »

เพียงแวบเดียวที่เห็น แกนนำที่จะมาชุมนุม (แปลงโฉม เพื่อมิให้ ตำรวจจำได้)
คุณจะหลงรักแกนนำ(สาว)เสื้้อแดงทันที



      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #32 เมื่อ: 07 มีนาคม 2553, 14:59:01 »

ใครว่า เสื้อแดงโหดร้าย
ผมม่ายเชื่อ ลองดูซิครับ
ร้อยบาท เหยียบขี้หมา 1 กอง ใครจะ รองมั้ยครับ

      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
ตุ๋ย 22
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2522
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 20,173

« ตอบ #33 เมื่อ: 07 มีนาคม 2553, 21:13:27 »

วันนี้แถวบ้านผมเอารถกระจายเสียงเชิญชวนชาวบ้านเข้าร่วมชุมนุมวันที่ 14 มีนา
      บันทึกการเข้า

น้ำใจน้องพี่สีชมพู ไม่เสื่อมคลายหายไปจากหัวใจ
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #34 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 11:57:43 »

เป็ดเหลิม” ขี้ขึ้นสมอง!! หอบสังขารหนีไปนอกช่วงเสื้อแดงชุมนุม  
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มีนาคม 2553 00:11 น.
 
 
“เฉลิม” หัวหด!! ดอดหลบอุณหภูมิการเมืองร้อน หนีไปสิงคโปร์ช่วงเสื้อแดงชุมนุม อ้างไปพบเพื่อน ก่อนหน้าที่จะเดินทางได้ไปเยี่ยม “จิ๋ว” แจ้งแล้วไม่อยู่วอร์รูมเพื่อไทย และจะเดินทางกลับเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
       
       วานนี้ (10 มี.ค.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน และประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่า ตนทราบข่าวจากแหล่งข่าวว่าจะมีทหาร 3 กองร้อยจากค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เดินทางมาปักหลักที่วัดบางบอน ซึ่งอยู่ใกล้บ้านตน ตอนเวลาประมาณตี 5 ของเช้าวันที่ 11 มี.ค.เพื่อติดตามการชุมนุมของคนเสื้อแดง แต่ตนจะไม่อยู่ที่บ้านเพราะเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ เพื่อไปพบเพื่อนและจะเดินทางกลับเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง
       
       ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ตนได้เดินทางไปพบ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎแล้ว เพื่อแจ้งว่าจะไม่อยู่ประชุมวอร์รูมที่พรรคเพื่อไทยระหว่างการชุมนุมของคนเสื้อแดง และก็คาดว่า พล.อ.ชวลิต ก็จะไม่เข้าร่วมวอร์รูมด้วยเช่นกันเนื่องจากยังต้องใช้เวลารักษาตัวอีกหลายวัน

 
 
 
 

 
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #35 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 12:07:14 »

แดงเผาเมืองแน่!! “สงค์” เตือน “มาร์ค” ระวังคนในลอบสังหาร 
 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มีนาคม 2553 11:17 น.
 
 
 
 “ประสงค์” เชื่อเสื้อแดงเผาเมืองแน่ คาดมวลชน 8 หมื่นเข้ากรุง พร้อมจัดคนคุมศูนย์ราชการนับ 10 จังหวัด รับสงสารแดงไม่รู้อีโหน่อีเหน่ร่วมม็อบโดนพวกเดียวกันทำร้ายสร้างสถานการณ์ ปูดแดงฝึกฮาร์ดคอร์ไว้ลำตะคองก่อนส่งปาบึ้มโยนความผิดรัฐ เชื่อแก๊งนักโทษหวังสถาปนารัฐไทยใหม่ คาดสามเกลอไม่ได้วางแผนเอง จี้รัฐอย่ากลัวผีนรก วอนคนไม่เกี่ยวข้องอย่าจุ้นม็อบ แนะชาวชุมชนลุกสู้ต้านคนป่วน ชี้หากรัฐคุมไม่อยู่คนที่รักษาความมั่นคงจะจัดการเอง เย้ย “ทักษิณ” ชาตินี้ก็ไม่มีทางชนะ เสียดายไม่น่าเกิดในแผ่นดินไทย จี้รัฐหากชนะเลิกจับงูข้างหางเหตุจะไม่ยืดเยื้อ เตือน “มาร์ค” ระวังคนในลอบสังหาร
       
       

       
       วันนี้ (11 มี.ค.) ที่สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการสภาท่าพระอาทิตย์ ถึงแนวโน้มของสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า เท่าที่ติดตามสถานการณ์มาโดยตลอดเห็นว่าการเตรียมการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพรรคพวก มีความพร้อมยิ่งกว่าสมัยที่ผ่านมา เพราะมีสัญญาณหลายอย่างที่แสดงให้เห็น เช่น การปลุกระดมผ่านเวทีชุมนุม ทางสื่อโทรทัศน์และวิทยุของกลุ่มคนเสื้อแดง การหาประชาชนเข้าร่วมชุมนุม และการจัดหารถขนส่ง ส่วนเรื่องความขัดแย้งในการจ่ายเงินสนับสนุนก็ยอมรับว่ามีจริง แต่คนทำงานใหญ่เขาทำงานกันมาเป็นเดือนแล้ว ซึ่งตนเตือนว่าอย่าประมาทในจำนวนคน ทั้งนี้ ตนยังเชื่อว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะมีวิธีการที่นำปฏิบัติรุนแรงกว่าเหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายน ปี2552
       
       ขณะที่การเคลื่อนตัวของมวลชนคนเสื้อแดงก็ต้องมองทั้งในส่วนกลาง และต่างจังหวัด โดยในต่างจังหวัดก็มีมวลชนส่วนนึงในพื้นที่ที่คาดว่าไม่ต่ำกว่า 10 จังหวัด เพื่อเฝ้าระวังในจุดสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการจังหวัด ส่วนคนที่เข้ามาในกรุงเทพมหานครก็มาตามจุดนัดหมายตั้งแต่ วันที่ 12 ซึ่งตนคาดว่าในวันที่ 14 นี้ จะมีคนเข้ามามาก แต่ไม่น่าจะเกิน 80,000 คน
       
       “ผมสงสารคนเสื้อแดงที่เข้ามาชุมนุมทั้งจากการชักชวนหรือว่าจ้าง โดยไม่รู้เรื่องว่าจะมีการปฏิบัติการจากคนพวกเดียวกัน ซึ่งได้รับการฝึกฝนอยู่ที่ลำตะคองเป็นเดือนๆ และไม่ได้เข้ามามือเปล่า ซึ่งคนพวกนี้ผ่านการใช้อาวุธ กระสุน ระเบิดมาแล้ว และข่าวที่ว่ามีการจัดซื้อขวดเปล่า ขณะนี้ก็นำเข้ามาอยู่ใน กทม.แล้ว สิ่งที่ต้องระวังคือการยิง ปาระเบิด นอกจากระเบิดมือ และระเบิดวาง ก็คือระเบิดขวด ซึ่งตรงนี้จะประมาทไม่ได้ เพราะมีการรวบรวมดำเนินการอย่างนี้จริงๆ และผมเชื่อว่า แนวโน้มความรุนแรงจะมีมากกว่าเก่า คนเสื้อแดงที่ไม่รู้เรื่องน่าสงสารที่สุด เพราะอะไรที่ยิงเข้าไปในกลุ่ม คนเสื้อแดงก็จะโทษรัฐ ทั้งๆ ที่เป็นฝีมือพวกเดียวกันทำ จนถึงการเผาบ้านเผาเมืองก็เป็นไปได้” น.ต.ประสงค์ กล่าว
       
       ส่วนเป้าหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคพวกในการชุมนุมครั้งนี้นั้น น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า มี 3 อย่าง คือ 1.ล้มอำนาจรัฐ 2.จัดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารปกครองอำนาจเบ็ดเสร็จ และ 3.สถาปนารัฐไทยใหม่ ฉะนั้นการชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ยุบสภา แต่แฝงไว้ด้วยการจราจล จากการที่แกนนำข่มขู่ อาฆาตมาดร้ายไว้หลายครั้ง ซึ่งตนเชื่อว่าการวางแผนทั้งหมดไม่ใช่ฝีมือสามเกลอ แต่มีอีกพวกหนึ่ง และจะไม่ได้วางแผนเพียงแค่แผนเดียว ซึ่งการชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ไม่ใช่แผนเดียว แต่เป็นเพียงแผนแรก ถ้าไม่สำเร็จก็จะมีอีกแผนให้ยืดเยื้อต่อไป ขณะที่จะสำเร็จหรือไม่ ตนเห็นว่าขึ้นอยู่กับรัฐซึ่งมีจุดแข็งคือกำลังพล อาวุธ และกฎหมาย แต่ก็มีจุดอ่อน คือ ถ้ารัฐทำงานเป็นคงไม่ลากมาถึงเหตุการณ์ช่วงนี้ ที่ผ่านมาดูเหมือนกับว่ากลัวอะไรบางอย่าง ซึ่งไม่ผิดกับคนกลัวผี ถ้ายิ่งกลัวผีก็ยิ่งมาหา สิ่งที่น่าจะจัดการได้กลับไม่ทำ การใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯ ก็เหมือนเอายันต์มากันผีหลอก แต่ครั้งนี้ผีไม่ได้มาตัวเดียว มาทั้งแดนนรก แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมา 2-3 วันก็ดูรัฐทำงานกระฉับกระเฉงขึ้น ถือเป็นสิ่งที่ดี ส่วนกรณีแนวคิดรัฐไทยใหม่ของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ตนยังเชื่อว่าประชาชนจะไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวที่จะสถาปนาประเทศโดยไม่มีระบบพระมหากษัตริย์ ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ยอมแน่
       
       น.ต.ประสงค์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ต้องระวังในขณะนี้คือความอลหม่าน ถ้าหากมีการใช้ระเบิดก็จะมีความอลหม่านเกิดขึ้นมีการล้มตาย และทำให้มีการปราบปราม ซึ่งรัฐบาลจะเสียเปรียบ ส่วนของภาคประชาชนที่ไม่ใช่กลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ตนขอให้ประชาชนเข้าใจว่าศึกครั้งนี้ไม่ใช่การเผชิญหน้าของคน 2 ฝ่าย แต่เป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องคุมสถานการณ์ จึงขอให้ประชาชนอย่าเข้าไปยุ่งในเหตุการณ์เป็นอันขาด โดยประชาชนส่วนใหญ่ต้องช่วยกันดูแลภายในชุมชนที่อาศัย หากมีใครเข้ามาก่อเรื่องในชุมชน ชาวชุมชนและในหมู่บ้านใกล้เคียงต้องลุกขึ้นมาต่อต้าน และตอบโต้กลับไปอย่างถึงที่สุด พร้อมทั้งขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้ทราบทิศทางของสถานการณ์ ถ้าหากคนเหล่านี้เลยเถิดไปก่อปัญหากับสถาบัน ก็ขอให้ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศออกมาปกป้อง ขณะที่ทางภาครัฐก็ควรใช้สื่อของรัฐให้ข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่องจนจบสถานการณ์ เพื่อประชาชนจะได้ติดตามข่าวสารได้โดยไม่ต้องมาดูเหตุการณ์ในพื้นที่
       
       ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สร้างสถานการณ์เพื่อให้มีการนิรโทษกรรมตัวเองแบบสมัยพฤษภาทมิฬนั้น น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า เขาอาจจะคิดอย่างนั้น แต่เขาวางแผนก้าวล่วงเกินไปแล้ว ซึ่งเชื่อว่าฝ่ายรัฐจะสามารถจัดการได้ และหากรัฐทำไม่ได้คนที่รักษาความมั่นคงก็จะมีวิธีจัดการ ทั้งนี้ ขอตำหนิรัฐที่ปล่อยปละละเลยให้มีการละเมิดสถาบัน และจาบจ้วง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ตนไม่เห็นว่ารัฐจะใส่ใจจัดการคนผิดกฎหมาย เลยทำให้คนพวกนี้ได้ใจ แต่ส่วนตัวแล้วเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชาตินี้จะไม่มีทางชนะ ซึ่งตนเสียดายที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่น่าเกิดมาในแผ่นดินไทยที่ให้ได้โกงได้มหาศาลแล้วยังจะกระทำอย่างนี้อีก ขณะที่ภาครัฐหากชนะครั้งนี้ได้ก็จะต้องเลิกจับงูข้างหาง ต้องจัดการหัวโจกตามกฎหมาย แต่ถ้ายังทำปกติก็จะมีเหตุการณ์ยืดเยื้อต่อไป ทั้งนี้ ขอเตือนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องระวังความปลอดภัยให้มากที่สุด โดยเอาบทเรียนของการลอบสังหารผู้นำต่างประเทศมาศึกษา โดยเฉพาะคนในต้องระวังเป็นพิเศษ

 
 
 
 
 
 
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,071

« ตอบ #36 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 16:07:41 »


ขอขอบคุณ นสพ.แนวหน้า
      บันทึกการเข้า

ตุ๋ย 22
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: RCU2522
คณะ: ครุศาสตร์
กระทู้: 20,173

« ตอบ #37 เมื่อ: 11 มีนาคม 2553, 20:45:42 »

กลุ้มใจ  เมื่อฝ่ายมั่นคงไม่ถึง
      บันทึกการเข้า

น้ำใจน้องพี่สีชมพู ไม่เสื่อมคลายหายไปจากหัวใจ
Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,071

« ตอบ #38 เมื่อ: 13 มีนาคม 2553, 05:49:15 »

บทพิสูจน์ "ไม่มีใครจ้าง กูมาเอง?"

แจกกันจะจะ เสื้อแดงนครพนมรับหัวละสองพันก่อนล่องกรุง

นี่คือ ประชาธิปไตย แบบ ทักษิณ ชินวัตร ซื้อกันด้วยเงินครับ

ประเทศไทยราคาเท่าไรกัน? มีหมื่นล้านบาท ก็ซื้อและยึดเอาไว้ได้

การเมือง ไม่ใช่เรื่องสนุก แต่เป็นเรื่องของเงิน ขอแย้งพี่ตะวันสักครั้งเต๊อะ

พี่น้องซีมะโด่ง กรุณาดูวิดีโอ จาก youtube

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=izNHIDiBTT8" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=izNHIDiBTT8</a>



http://www.cmadong.com/board/index.php/topic,4765.new.html
      บันทึกการเข้า

Intania๑๖
Cmadong Member
Hero Cmadong Member
****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: ๒๕๑๖
คณะ: เวสสุกรรม
กระทู้: 1,071

« ตอบ #39 เมื่อ: 13 มีนาคม 2553, 07:16:33 »

      บันทึกการเข้า

seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #40 เมื่อ: 13 มีนาคม 2553, 08:45:20 »

เมื่อพระสงฆ์เมินกระบวนการยุติธรรม - ถึงเวลาที่"ฆราวาส"ต้องตัดสิน!
 
 นสพ.ผู้จัดการ ออนไลน์ :โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 13 มีนาคม 2553 07:22 น.
 
 
  บรรดาแกนนำเสื้อแดงเคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่า ในการชุมนุมวันที่ 14 มี.ค.นี้ จะมีพระภิกษุสงฆ์เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างน้อยถึง 20,000 รูป ซึ่งหากเป็นจริง ถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจพอสมควร เนื่องจากจะเกิดคำถามตามมาอีกมากมายว่า พระสงฆ์องคเจ้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรด้วย หรือเป็นการสมควรหรือไม่ ที่พระสงฆ์จะเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองกับฆราวาส หรือแม้แต่ ใช่เป็นกิจของสงฆ์หรือไม่
       

       คำถามดังกล่าวยังไม่มีใครสามารถตอบให้กระจ่างได้ นอกจากตัวพระคุณเจ้าเอง แต่สิ่งที่ได้เห็นและเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา อันเป็นวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตผู้นำไทยนั้น มีพระสงฆ์กลุ่มหนึ่งเดินกันให้จีวรปลิวว่อนภายในศาล เรียกว่า ไปลุ้นระทึกยิ่งกว่าเจ้าของทรัพย์เสียอีก ส่วนที่รั้วกำแพงนอกศาล ก็เห็นภาพพระคุณเจ้า บ้างก็เดินสะพายย่าม ถลกจีวรขึ้นบ่าไปมาราวกับนักเลงวังหลัง บ้างก็นอนเอกเขนกบนเตียงผ้าใบ ที่ญาติโยมคนเสื้อแดงจัดมาถวาย แถมข้างๆเตียงยังมีขวดเครื่องดื่มชูกำลังให้พระคุณเจ้า คอยยกจิบเอาแรงอีกต่างหาก
       
       ภาพเหล่านี้ที่เกิดขึ้น ย่อมเกิดคำถามดังกล่าวเบื้องต้นตามมา ในขณะที่ตัวพระคุณเจ้าเองไม่ได้นึกถึงความมีและความเป็นแห่ง"สมณสารูป" คือความประพฤติอันสมควรของสมณะ แม้แต่น้อย สิ่งที่ปรากฏผ่านสื่อไปยังสาธารณชน จะทำให้เกิดวิกฤติ"ศรัทธาไทย" คือการทำให้ศรัทธาเสื่อมไปหรือไม่ พระคุณเจ้าไม่ได้คำนึงถึง ในขณะเดียวกัน การเดินทางมาของพระสงฆ์ยังทำความหนักใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจตรา และรักษาความสงบเรียบร้อยด้วย เพราะด้วยความเป็นเมืองพระพุทธศาสนา เมื่อเห็น"ผ้าเหลือง" ตำรวจย่อมต้องมีความ"กริ่งเกรงใจ"บ้างอยู่แล้ว การที่จะไปเคร่งครัดกับพระคุณเจ้า ก็ดูเหมือนจะปฏิบัติเกินขอบเขตไปเช่นกัน ข้อสำคัญ มักไม่มีใครกล้าเข้าไปว่ากล่าวตักเตือน
       
       หรือในกรณีของ "พระมหาโชว์ ทัสนีโย" ที่จาบจ้วงกระบวนการยุติธรรมและขึ้นเวทีด่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ หรือ "พระครูสุเทพสิทธิคุณ" เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกระดมให้พระสงฆ์ออกมาชุมนุมร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดง ก็เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับสมณสารูปเช่นกัน
       
       สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ระบุไว้ชัดเจนถึงการที่กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศว่า จะมีพระสงฆ์เข้าร่วมชุมนุมกว่า 20,000 รูปว่า ไม่น่าจะมีพระสงฆ์เข้าร่วมเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะไม่เหมาะสม หรือถ้าจะมีพระสงฆ์เข้าร่วมชุมนุม ก็ไม่สมควร เพราะบทบาทของพระสงฆ์ ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองอยู่แล้ว
       
      "ตามประกาศและคำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่องห้ามพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งประกาศใช้ตั้งแต่ พ.ศ.2538 เป็นต้นมา ก็ห้ามพระสงฆ์ เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ดังนั้นไม่ควรไปละเมิดกฎ ระเบียบ ประกาศหรือคำสั่ง ยิ่งเป็นพระสังฆาธิการที่มีตำแหน่งทางการปกครอง เช่น เป็นเจ้าคณะ ยิ่งไม่สมควร เพราะเท่ากับเป็นการไม่เคารพกฎที่มหาเถรสมาคมวางเอาไว้ ที่สำคัญประชาชน จะติเตียนและเสื่อมศรัทธาในสถาบันสงฆ์"สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ระบุไว้
       
       แม้พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาจะมีธรรมวินัยคอยกำกับดูแล เสมือนหนึ่งเป็นตัวบทกฏหมายควบคุมความประพฤติ และวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์อยู่แล้ว แต่เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ในเมืองไทย โดยฝ่ายอาณาจักร จึงได้ตราพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ขึ้น เพื่อให้คณะสงฆ์ผู้ปกครอง ก็คือมหาเถรสมาคส(มส.) ใช้กฏระเบียบบังคับวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์ไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง อีกทั้งในอดีตที่ผ่านมา "การเมือง" เป็นฝ่ายรุกเข้าไปหาพระสงฆ์มากขึ้น โดยเฉพาะการเลือกตั้งแทบทุกพื้นที่ "นักการเมือง"ต้องเข้าไปอาศัยพึ่งใบบุญพระสงฆ์ในพื้นที่ ให้ช่วยชี้นำหรือแนะนำชาวบ้านเพื่อลงคะแนนเลือกตั้งให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะถือว่า พระสงฆ์เป็นผู้นำด้านจิตวิญญาณ เมื่อชี้แนะใครแล้ว ยากที่ชาวบ้านจะปฏิเสธได้
       
      เมื่อพระสงฆ์เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมากขึ้น จนกระทั่งไปเข้าร่วมในการชุมนุมหลายต่อหลายครั้งในการเมืองทุกระดับ ทาางมหาเถรสมาคม จึงได้ออก คำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่องห้ามพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง พ.ศ.2538 ลงวันที่ 2 มกราคม 2538 ระบุไว้ว่า " ....4. ห้ามพระภิกษุสามเณรเข้าไปในที่ชุมนุม หรือบริเวณสภาเทศบาล หรือสภาการเมืองอื่นใด หรือในที่ชุมนุมทางการเมือง ไม่ว่ากรณีใดๆ 5. ห้ามพระภิกษุสามเณรทำการใดๆ อันเป็นการสนับสนุนช่วยเหลือโดยตรง หรือโดยอ้อมแก่การหาเสียง เพื่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสภาเทศบาล หรือสภาการเมืองอื่นใด แก่บุคคลหรือคณะบุคคลใดๆ 6. ห้ามพระภิกษุสามเณรร่วมชุมนุมในการเรียกร้องสิทธิของบุคคลหรือคณะบุคคลใดๆ 7. ห้ามพระภิกษุสามเณรร่วมอภิปราย หรือบรรยายเรื่องเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งจัดตั้งขึ้นทั้งในวัดหรือนอกวัด 8. ให้พระสังฆาธิการตั้งแต่ชั้นเจ้าอาวาสขึ้นไป ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการปกครอง ชี้แจงแนะนำผู้อยู่ในปกครองของตน ให้ทราบคำสั่งมหาเถรสมาคมนี้ และกวดขันอย่าให้มีการฝ่าฝืนละเมิด 9. พระภิกษุสามเณรรูปใด ฝ่าฝืน ละเมิด คำสั่งมหาเถรสมาคมนี้ ให้พระสังฆาธิการปกครองใกล้ชิดดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตน ถ้าความผิดเกิดขึ้นนอกเขตสังกัด ให้เจ้าคณะเจ้าของเขตที่ความผิดเกิดขึ้น ว่ากล่าวตักเตือน แล้วแจ้งให้พระสังฆาธิการผู้ปกครองใกล้ชิดดำเนินการ 10. ให้พระสังฆาธิการผู้มีอำนาจหน้าที่ในทางปกครองทุกชั้น ปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำสั่งมหาเถรสมาคมนี้โดยเคร่งครัด"
       
       ปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาอย่าง ศาสตราจารย์จำนงค์ ทองประเสริฐ เคยระบุไว้ในหนังสือพระพุทธศาสนากับสังคมและการเมืองว่า "ในสมัยพุทธกาล พระพุทธศาสนาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเลย พระพุทธเจ้าได้ทรงดำเนินการพระศาสนาอย่างอิสระ ไม่ขึ้นต่อพรรคการเมืองใดๆ หรือระบอบการปกครองใดๆทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นพระองค์ทรงสามารถประกาศพระศาสนาไปได้ทุกประเทศแว่นแคว้นไม่เลือกว่าแคว้นนั้นๆจะมีการปกครองในระบอบใด พระศาสนาสามารถชำแรกเข้าสู่จิตใจของประชาชนได้ทุกชาติชั้นวรรณะและทุกเพศทุกวัย ในระยะ เวลา 45 ปี ที่พระองค์ทรงประกาศพระศาสนา พระองค์ได้เสด็จจาริกจากแคว้นโน้นมาแคว้นนี้ จากแคว้นนี้ไปสู่แคว้นโน้นตลอดเวลา การดำเนินการเผยแผ่ศาสนาของพระองค์และบรรดาสาวกทั้งหลายมิได้ถูกแทรกแซงจากผู้ปกครองประเทศและนักการเมืองใดๆทั้งสิ้น พระองค์ทรงทำงานอย่างเป็นอิสระจริงๆ ทั้งนี้ก็ได้รับความอุปถัมภ์จากบรรดาผู้ปกครองและประชาชนด้วยดี แต่เป็นการให้ความอุปถัมภ์อย่างบริสุทธิ์ใจ มิได้มีการเมืองมาปะปนเลย การเผยแผ่พระศาสนาจึงดำเนินไปด้วยดีและบริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่ง ในสมัยนั้นไม่มีนักการเมืองใดที่ใช้พระศาสนาเป็นเครื่องมือในการรักษาอำนาจ หรือในการหาเสียงเลย พระศาสนาจึงสามรถทรงตัวอยู่ได้ด้วยดี และอย่างบริสุทธิ์ผุดผ่องตลอดมา ในอดีต การที่พระพุทธศาสนาอยู่ได้ เพราะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง"
       
       ปัจจุบัน แทนที่พระสงฆ์จะนำคุณธรรมและจริยธรรมไปสู่นักการเมือง กลับกลายเป็นว่า นักการเมือง มาชักนำและชักจูงพระสงฆ์ให้ห่างไกลออกไปจากคุณธรรมและจริยธรรมอย่างชัดเจน ซึ่งหากปล่อยให้เกิดกรณีเช่นนี้ต่อไป ในอนาคต คงต้องเชิญนักการเมือง และนักปลุกระดมขึ้นธรรมาสน์เทศน์แทนในเทศกาลงานบุญต่างๆแทนพระสงฆ์กระมัง?
       
       ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่พุทธศาสนิกชน ฆราวาสอย่างเรา จะต้องตัดสิน วัตรปฏิบัติของพระสงฆ์บางกลุ่ม ที่ยังดื้อดึงไม่เชื่อในกระบวนการยุติธรรม และกำลังนำพาชาวบ้านไปสู่ทางแห่งอบาย ด้วยการงดและเว้นไม่เข้าใกล้ ไม่ยืนใกล้ ไม่นั่งใกล้ ฯลฯ จนถึงมาตรการบอยคอร์ตด้วยการไม่ใส่บาตร และยกมือประนมนมัสการ เหมือนดังการเขี่ยดอกไม้ที่ใกล้เน่าในแจกันทิ้งลงถังขยะเสีย ฉะนั้น
       

 
 
 
 
 
 
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #41 เมื่อ: 13 มีนาคม 2553, 14:36:26 »



     รูปนี้ copy มาครับ ขออนุญาตนำมาเผยแพร่ด้วยนะครับ ( แต่ไมรู้ เจ้าของ)
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #42 เมื่อ: 13 มีนาคม 2553, 14:38:44 »

      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #43 เมื่อ: 13 มีนาคม 2553, 14:39:37 »

      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #44 เมื่อ: 13 มีนาคม 2553, 21:29:33 »

 อริสมันต์เจอดีแล้ว ศาลอาญาออกหมายจับ ฐานยั่วยุชาวบ้านก่อหวอด
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 มีนาคม 2553 19:33 น.
 
 
 
ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ อริสมันต์  หลังปราศรัยปลุกปั่นปลุกระดมมวลชน หวังก่อหวอดป่วนเมือง "ไถง" เร่งประสานตม. สกัดจับ หลังมีกระแสข่าวจองตั๋วทิ้งเตรียมบินนอกทิ้ง “หางแดง”
       
       วันนี้(12 มี.ค.) พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้สั่งการให้ตำรวจกองปราบปราม นำหลักฐานไปยังศาลอาญา เพื่อขออนุมัติหมายจับ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หนึ่งในแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุมัติหมายจับนายอริสมันต์ ในข้อหาผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริตเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่ก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ซึ่งศาลพิจารณาแล้วได้อนุมัติหมายจับ นายอริสมันต์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
       
       สำหรับการขออนุมัติหมายจับครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา นายวีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน และแนวร่วมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปรามให้ดำเนินคดีกับ นายอริสมันต์ ในความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร กรณีที่ปราศรัยในการชุมนุมคนเสื้อแดงที่กองทัพบก เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา และที่เวทีความจริงสัญจร ลานน้ำพุบึงแก่นนคร จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาเข้าข่ายเป็นการชี้ชวนประชาชนให้ก่อความไม่สงบตามสถานที่ราชการ องค์กรอิสระ และบุคคลสำคัญ หลังรับเรื่อง พล.ต.ท.ไถง จึงสั่งการให้รวบรวมหลักฐานไปขออนุมัติหมายจับดังกล่าว
       
       ทั้งนี้ หลังศาลอนุมัติหมายจับตามหมายเลขที่ 611/2553 612/2553 ลงวันที่ 12 มี.ค. นายอริสมันต์ แล้ว พล.ต.ท.ไถง ได้สั่งการให้ตำรวจกองปราบปรามเร่งติดตามตัว นายอริสมันต์ อย่างทันที ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนได้นำหมายจับประสานตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งด่านตรวจคนเข้าเมืองตามจุดต่างๆทั่วประเทศเพื่อติดตามจับกุมแล้ว
       
       อนึ่ง เมื่อวันที่ 12 มี.ค. มีกระแสข่าวสะพัดตลอดวันว่า นายอริสมันต์ ได้จองตั๋วเครื่องบินเดินทางไปประเทศอังกฤษวันที่ 14 มี.ค. .

 
 
 

 
 
 
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #45 เมื่อ: 15 มีนาคม 2553, 11:22:13 »

เสียงจาก สายัณห์ คนเก่า พี่เป้า คนเดิม

วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2553

คมชัดลึก > บันเทิง > เพลงไทยลูกทุ่ง

"พี่เป้า"ฉะแดง-ขวิดกันแย่งอำนาจ
 นักร้องขวัญใจคนเดิม พี่เป้า สายัณห์ สัญญา จวกเละ-แดง ทำชาวบ้านเดือดร้อน ฟันธงทักษิณหมดโอกาสกลับเมืองไทย


 สายัณห์ สัญญา นักร้องผู้สนใจข่าวสารบ้านเมืองและไม่ขลาดกลัวต่อการแสดงออกทางความคิดตามระบอบประชาธิปไตย ให้สัมภาษณ์ทีมข่าว ”คม ชัด ลึก” ถึงกรณีการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในอีก 2 วันที่จะถึงนี้

 “มีคนติดต่อมาแต่เราไม่ไป เรามีความรู้สึกว่ามันไม่ใช่วิธีการต่อสู้แบบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง การออกมาแบบนี้รถราติดชาวบ้านเดือดร้อน แล้วจะให้เขามาเป็นพวกด้วยได้ไง ถ้าพี่ทำงานตรงนี้พี่จะไม่ใช่วิธีนี้ และวิธีของพี่จะได้ผลดีไม่ต้องกลัวตำรวจด้วย แบบออกมาทำสังคมเดือดร้อนไม่ดี ไม่รู้จะมีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า พี่ว่าเขาทำเกินเลยไปทางแก้มีเยอะแยะ”

 นักร้องขวัญใจคนเดิมบอกอีกว่า การเคลื่อนไหวทุกวันนี้ไม่ว่าฝ่ายใดก็ดูเป็นเรื่องธุรกิจไปหมดแล้ว ไม่ได้คิดถึงประเทศชาติ

 “ถ้ายังคิดและทำแบบนี้ คุณทักษิณไม่มีโอกาสได้กลับเมืองไทยแน่นอน พี่มองว่าวันนี้ทั้งไอ้พวกเหลืองและพวกแดงเขาทำเป็นธุรกิจไปแล้วไม่ว่าเหลืองหรือแดง พวกนี้พาบ้านเมืองเสียหาย เวลามันพูดมีแต่เรื่องน้ำเน่าๆ ใครเป็นอย่างไร ควรแก้ไขอย่างไรมันไม่พูด วันนี้ทุกอย่างกลายเป็นเกมการเมือง หาเงินสนับสนุนกลุ่มตัวเอง“

 เมื่อถามว่าทราบได้อย่างไรว่ามีการรับเงิน พี่เป้า สายัณห์บอกว่า

 “ผมอยากถามว่าที่ออกมาเคลื่อนไหวแบบนี้ทำกันเป็นอาชีพแล้วเหรอ  ทุกเรื่องต้องแก้กฎหมาย แต่ทุกพรรคไม่เห็นมันพูดถึงไอ้ที่น่าพูดไม่พูด ถูกรังแกยังไงก็บอกกับสังคมเลย  แต่นี่ไม่ทำยุกันให้ขวิดกันเหมือนควาย 2 ตัวขวิดกันอยู่ไม่รู้จักจบสิ้น ทำคิดให้เป็นเรื่องๆ ไป มีเด็กแถวบ้านคุยให้ผมฟังว่ามันรับจ้างไป”

 เมื่อถามว่าการชุมนุมวันนี้ต่างจากวันที่ไปขึ้นเวที นปก. อย่างไร นักร้องอมตะคนดังบอกว่า

 “สมัยที่ไปขึ้นเวที นปก. พี่ไม่เคยด่าใคร ที่ขึ้นเพราะไม่ชอบความเป็นเผด็จการ  จะทำอะไรให้นึกถึงประชาชนมากๆ ถ้าคุณทักษิณคิดว่าให้เสื้อแดงทำแบบนี้แล้วคุ้มหรือ อย่ามัวทำเพื่ออำนาจผลประโยชน์ เหตุผลที่พี่ไม่เข้าไปร่วมเพราะมันทำไม่ตรงกับอุดมการณ์ของพี่เลย  ของพี่ต้องเคารพกฎหมาย ทำแล้วไม่ต้องกลัวตำรวจมาจับไม่ต้องกลัวทหารพาไปยิงทิ้ง พูดแล้วคนก็เห็นใจ อยากช่วย ไม่ต้องไปจ้างใครมาเลย สันติวิธี ใครมาอยากอภัยก็ต้องอภัย เมตตาสงสาร พี่เคยพูดนำเสนอพวกมัน แต่มันไม่ให้เราพูด มาทำสังคมเดือดร้อน ชาวบ้านไม่เป็นอันทำมาหากิน เหมือนเป็นพวกอันธพาล หวังคิดแค่ได้เงินมาเคลื่อนไหว  ทำงาน ประชาธิปไตยไม่มีใครปิดบ้านเมืองแบบนี้ ที่ไอ้พวกแดงมันทำเพราะเห็นไอ้พวกเหลืองมันทำแล้วไม่มีใครเอาผิดพวกมันได้ พี่ว่าเลวทั้งคู่เคลื่อนไหวแค่ตอบสนองเจ้านายพวกมันเท่านั้น บ้านเราจะเจริญมากถ้าไม่มีพวกนี้”

 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าคิดจะไปร่วมกับกลุ่มสีไหนหรือไม่ พี่เป้าตอบทันทีว่า

 “พี่ไม่ไปร่วม ไม่สน อยากให้พวกมันไปชุมนุมที่สนามกีฬาก็ได้คนจะได้ไม่เดือดร้อน มีรั้วรอบขอบชิดปลอดภัยกว่า นี่ออกมาทำชาวบ้านเดือดร้อนปัญญาอ่อนกันรึเปล่า ถ้ารักประชาธิปไตยต้องอย่าให้ใครเดือดร้อน อย่าไปด่ากระทบคนนั้น คนนี้มีข้อมูลก็บอกกันไปเลยด่าไปไม่เกิดประโยชน์เลย“

 ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าการเคลื่อนไหวแบบนี้ในฐานะประชาชนคนหนึ่งมองว่า สุดท้ายคิดว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร

 “พี่ฟันธงเลยว่าพวกนี้ไม่มีทางทำสำเร็จ สุดท้ายบ้านเมืองจะลุกเป็นไฟมันมีประโยชน์อะไรหรือ ชิงแต่อำนาจ สภาไม่ยุบ ยืดไว้หวงไว้อีกฝ่ายก็จะชิงอำนาจไม่มีทางสงบ พูดไม่มีใครฟังกันแล้ว ด่าไอ้เสื้อเหลืองแล้วมาทำเสียเอง สนองอารมณ์ตัวเองนี่หว่า เราอยากพูดในแบบของเราในอุดมการณ์ของเราแต่มันไม่ให้เราพูดเลยไม่เป็นไร กูไม่ร่วมกับมึงก็ได้“ พี่เป้ากล่าวทิ้งท้ายอย่างจริงจัง
[/color]
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #46 เมื่อ: 15 มีนาคม 2553, 11:29:14 »

วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2553

คมชัดลึก > การเมือง > รายงานการเมือง

กงจักรทักษิณ !

 : เมืองพุทธยามนี้ ปกคลุมไปด้วยข่าวร้าย และอวิชชา ฉุดดึงคนจำนวนหนึ่ง
 ตกไปอยู่ในหล่มโคลนแห่งความเท็จ เห็นผิดเป็นชอบ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว


 ความเป็นพุทธะกับสามัญชน ดุจฝ่ามือหนึ่ง

 แม้สีของฝ่ามือจะแตกต่างกันระหว่างหน้าและหลัง ดำและขาว แต่ก็ยังเป็นฝ่ามือเดียวกัน

 คนเช่น องคุลีมาล หรืออหิงสกะ จึงอาจกลายเป็นพุทธะได้ หากกลับใจไม่เห็นผิดเป็นชอบ มิเห็นกงจักรเป็นดอกบัว

 คนใสซื่อ จริงใจ ถูกลากจูงด้วยคนฉ้อฉล จนดวงตามืดบอด ไม่รู้ว่าสิ่งใดคือกงจักร สิ่งไหนคือดอกบัว

 เมื่อครั้งที่อหิงสกะ บุตรของปุโรหิตถูกอาจารย์ทิศาปาโมกข์หลอกลวงให้ฆ่าผู้อื่น ด้วยหวังให้ถูกคนอื่นฆ่าเสียนั้น อหิงสกะมีความโลภเข้าครอบงำ ปรารถนาผลประโยชน์และอำนาจ ความเป็นมนุษย์ถูกหมู่มารครอบงำ กลายเป็นโทสะจริตโดยไม่รู้ตัว

 ครั้นพระพุทธองค์ ทรงเตือนสติ

 "เราหยุดแล้ว แต่ท่านสิยังไม่หยุด"

 องคุลีมาล ก็เกิดความฉงนขึ้นในใจ ถามกลับไปว่า

 "ท่านยังเดินอยู่ เหตุไฉนจึงบอกว่าหยุด"

"ในมือเราปราศจากศัสตราวุธ มิได้เบียดเบียนชีวิตของผู้ใด แต่ท่านสิยังคงกำศัสตราวุธเบียดเบียนชีวิต
เราจึงได้ชื่อว่าหยุด แต่ท่านสิยังไม่หยุด"

 คำของพระพุทธองค์ เสมือนประทีปส่องทะลุโทสะจริต เสียดแทงเข้าไปในใจขององคุลีมาล
จนเกิดสติ ทิ้งดาบแล้วร่ำไห้ เดินตามพระพุทธเจ้ากลับมาที่วัดพระเชตวัน
 ขอบวชเป็นพระภิกษุ บำเพ็ญเพียรจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์

 แล้วองคุลีมาล ในพุทธศักราชนี้ อีกนานเท่าใดจะได้รู้สติ เกิดปัญญารู้แจ้ง

 จิตที่รู้แจ้งในความดี ความชั่วนั้น ย่อมจัดอยู่ในกลุ่มผู้รู้แจ้ง ดุจเดียวกับพระพุทธะ

 มีบางคนรู้เรื่องราวของคนอื่นมากมาย หากแต่ไม่รู้จักพุทธะของตนเอง

 กล่าวคือ รู้เพียงกายเนื้อ แต่หาได้รู้กายธรรมไม่

 สูงสุดของความสุข สงบ คือรู้จักทั้งกายและใจตนเอง รู้จักแบ่งแยกดีและชั่ว รู้จักความต้องการที่เพียงพอ

 พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้คราหนึ่งว่า

 "ผู้ใดดวงตาเห็นธรรม ผู้นั้นได้เห็นตถาคต ผู้ใดดวงตาไม่เห็นธรรม แม้เกาะจีวรของตถาคตอยู่ ผู้นั้นย่อมไม่เห็นตถาคต"

 ทำนองเดียวกับ อุปมา นกไม่เห็นฟ้า ปลาไม่เห็นน้ำ คนไม่เห็นโลก

 สัตว์ทั้งหลายที่เกิดกายอยู่ในโลก ต่างไม่รู้สภาพความจริงแท้รอบๆ ตัวเอง กลับมองเห็นกงจักรเป็นดอกบัว หลงใหลและติดยึดจนขาดสติ


 เหตุใดจึงยังมีคนจำนวนหนึ่ง จมจ่อมอยู่ในหล่มโคลนแห่งความชั่วร้ายของนักการเมืองกังฉินอย่าง ทักษิณ ชินวัตร หรือนักสู้ที่มีความแค้นส่วนตัวเป็นที่ตั้ง เหตุเพราะมองไม่เห็นความจริง หรือความจริงถูกบดบังไว้ด้วยผลประโยชน์ ลาภ ยศ สรรเสริญ

 กิเลสที่สั่งสมไว้ คล้ายม่านหมอกที่ปิดบังตา ทำให้เห็นภาพมายาเป็นความจริง และยอมมอบกายถวายชีวิตให้แก่ความชั่วร้าย อย่างไม่ลืมหูลืมตา

 เมื่อมองไม่เห็นโลก จึงมองไม่เห็นหนทางสว่าง ปล่อยให้มิจฉาทิฏฐิเข้าครอบงำ

 "ท่านมานั่งขัดหิน ต้องการอะไรหรือ"

 ศิษย์ผู้หนึ่งถามอาจารย์เซน ด้วยความใคร่รู้ เมื่อเห็นอาจารย์นั่งขัดหินอยู่อย่างขมักเขม้น

 "เราต้องการให้หินนี้กลายเป็นกระจก" อาจารย์ตอบ

 "ในโลกนี้มีด้วยหรือ ที่ขัดหินจนเป็นกระจก" ศิษย์ถามต่อ

"แล้วที่ท่านหลับตา ลูบคลำกงจักร แล้วเที่ยวป่าวประกาศไปทั่วแว่นแคว้นว่าเป็นดอกบัว ท่านได้พบดอกบัวจริงหรือไม่" อาจารย์ให้สติ

 กงจักร ก็ยังเป็นกงจักร ดอกบัว ก็ยังเป็นดอกบัว

จักร์กฤษณ์ เพิ่มพูล
http://www.oknation.net/blog/chakkrish 
แทน (สุทธิชัย หยุ่น)
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #47 เมื่อ: 15 มีนาคม 2553, 11:39:34 »

วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2553

คมชัดลึก > บันเทิง > ข่าวทั่วไป


"ดารา"คิดเห็นอย่างไร?กับการชุมนุมของคนเสื้อแดง



เกี่ยวกับเรื่องนี้ ช่วงนี้หลายฝ่ายต่างออกมาแสดงความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ กัน มาดูกันหน่อยดีกว่า ว่าคนบันเทิงบ้านเราคิดกันอย่างไรบ้าง

เริ่มจาก "บอย" ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ที่ล่าสุดเพิ่งมีผลงานละคร เรื่องหัวใจสองภาค ได้กล่าวอย่างกลางๆ ว่าอยากให้ทุกๆ ฝ่ายนึกถึงผลที่ตามมาก่อนจะทำอะไร

"คือคิดให้ดีก่อนที่จะทำน่าจะดีที่สุด โดยส่วนตัวก็ไม่มีผลกระทบอะไร เพราะก็มีงานถ่ายหนัง ซึ่งกองถ่ายก็ไม่ได้หยุด เราคงจะทำงานอยู่ในกองถ่ายเสียมากกว่า ช่วงนี้คงต้องติดตามข่าวสารนิดหนึ่ง ถ้าหากมีข่าวว่าจะเกิดอะไรขึ้นตรงไหน เราก็แค่หลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณนั้นก็น่าจะพอ” บอยกล่าว

 ถัดมาที่  “โย” ยศวดี หัสดีวิจิตร กล่าวว่าเห็นใจทั้งสองฝ่าย "เราไม่ได้เข้าข้างใคร ถ้าหากคิดว่าสิ่งที่ทำถูกต้องก็ทำไป แต่ต้องดูให้ดีนิดหนึ่ง อย่าให้มีผลกระทบเยอะ ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประเทศชาติหรือประชาชนทั่วไป เพราะเศรษฐกิจบ้านเราตอนนี้ก็ไม่ค่อยดี ผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ ก็คงมีบ้าง ตอนนี้ก็รอฟังผลอยู่ ว่าแฟชั่นวีกอาทิตย์หน้าจะเป็นอย่างไร อย่างน้อยก็ขอให้สามารถทำงานได้ เพราะทุกคนก็มีอาชีพ ไม่ว่าคนเดินถนน หรือทำงานในออฟฟิศก็ต้องผ่านถนนเส้นต่างๆ ที่กล่าวถึง ขอให้ความเป็นธรรมกับคนที่ไม่ได้ร่วมกลุ่มด้วย” โยกล่าวเสียงเรียบ

 ฟากหนุ่มติสต์อย่าง ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ได้กล่าวว่า "เรื่องนี้มันเป็นเรื่องไร้สาระ คือว่าทำสิ่งอื่นที่มันมีประโยชน์มากกว่านี้ ผมไม่อยากวิเคราะห์ว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไรเพราะรู้สึกเสียเวลา ผมเอาเวลาไปทำอย่างอื่นยังได้ประโยชน์กว่ามานั่งวิเคราะห์เรื่องพวกนี้" ซันนี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ

ในขณะที่ “ชาม” ไอยวริญท์ โอสถานนท์ กล่าวว่า ทั้งนี้คงไม่รู้ว่าผลสรุปของเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นอย่างไร บอกได้อย่างเดียว ว่าต้องไม่ประมาท ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง

"แต่อยากให้ทุกคนสามัคคีไว้น่าจะดีกว่า ส่วนผลกระทบเราคงต้องระวังเวลาไปไหนมาไหน สำหรับชามเอง ตอนนี้ก็เริ่มมีงานแคนเซิลบ้างแล้ว มีหลายคนบ่นๆ กันบ้างซึ่งเราก็เข้าใจ เพราะเรื่องแบบนี้อยู่นอกเหนือความควบคุม ได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะคลี่คลายได้เร็วที่สุด" ชามบอก

ส่วน  “ขวัญ” อุษามณี ไวทยานนท์ กล่าวว่า อะไรที่ยอมกันได้ก็ยอมกันเถอะ เรื่องนี้เป็นเรื่องของประเทศชาติจะทำอะไรก็อย่าคิดถึงประโยชน์ส่วนตัวเพียงด้านเดียว

"อยากให้คิดถึงหน้าตาของประเทศ คิดถึงในหลวง พระราชินี รวมไปถึงทุกคนที่พยายามกู้ชื่อเสียงประเทศของเรา เอาใจเขาใจเรา เรายังรักบ้านตัวเองเลย นี่เป็นประเทศของเรา เราจะไม่รักประเทศของเราเลยหรือ ตัวขวัญเองคงไม่กระทบมาก คงระวังตัวเหมือนคนทั่วไป ถ้าเลี่ยงเส้นทางเหล่านั้นได้ก็คงเลี่ยง แต่ไม่อยากให้คนต่างประเทศมอง ว่าทำไมทะเลาะกันเอง จริงๆ แล้วเมืองไทยเป็นเมืองของคนนักคิด ก็น่าจะคิดเป็นทำเป็น สันติไว้น่าจะดีที่สุด" ขวัญกล่าว

ในขณะที่ "จาตุรงค์ มกจ๊ก" หรือ จาตุรงค์ พลบูรณ์ กล่าวว่ายังมองไม่เห็นเป้าหมายและจุดประสงค์ของกลุ่มชุมนุมว่าต้องการเปลี่ยนแปลงอะไร

 "ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เหมือนเดือนเมษายนเมื่อปีที่แล้ว ที่มีการปาขวดน้ำมัน มีระเบิด เป็นภาพที่คนต่างชาติก็มองไม่ดี แล้วการชุมนุมโดยมีคนเยอะๆ มันจะสงบได้อย่างไร ไม่เชื่อหรอก เพราะเคยเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้มาแล้ว และที่กลัวที่สุด คือกลัวเหตุการณ์บานปลายและรัฐบาลจะเอาไม่อยู่ ช่วงนั้นคงจะหยุดรับงานและคงไม่ออกจากบ้านและคงไม่พาลูกๆ ออกไปไหน ตอนนี้ห่วงหนังเรื่อง "บ้านฉัน...ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้)" มาก เพราะหนังจะเข้าอาทิตย์นี้พอดี พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะออกมารูปแบบไหน ก็ได้แต่ภาวนาว่าคงไม่เกิดอะไรร้ายแรงเท่านั้น" จาตุรงค์กล่าว

มาปิดท้ายที่วีเจ “วุ้นเส้น” วิริฒิพา ภักดีประสงค์ ซึ่งได้กล่าวด้วยน้ำเสียงปลงๆ ว่า "อะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องเกิด เราก็เตรียมตัวโดยการอยู่ในที่ที่มันปลอดภัย คงไม่ตื่นตูมหรือทำอะไรมากมาย อยากให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆ เพราะเราไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ถนนบางเส้นทางที่เราต้องสัญจรก็ต้องปิด และไม่มีอะไรดีขึ้นกับประเทศเรา เศรษฐกิจก็แย่ แต่เราก็ทำอะไรมากไม่ได้เพราะความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผลกระทบอย่างแรกคงเป็นเรื่องรถติด แล้วอาจจะมีงานบางอย่างที่ต้องถูกแคนเซิลไปถ้ามีปัญหาอะไรขึ้นมา เราเป็นคนตัวเล็กๆ ก็คงทำอะไรไม่ได้ ก็ขออยู่ในที่ที่ของเราดีกว่า" วุ้นเส้นกล่าว
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #48 เมื่อ: 16 มีนาคม 2553, 14:44:30 »

 
แพทยสภาระบุระดมเลือดเสื้อแดงเป็นการกระทำไม่เหมาะสม

นนทบุรี 15 มี.ค.-นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวแสดงความคิดเห็นกรณีระดมเลือดเพื่อนำไปเทที่หน้าทำเนียบรัฐบาลของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า การเจาะเลือดคนนับแสนคนนั้น ในความเห็นส่วนตัวเชื่อว่า ผู้เจาะครั้งนี้คงไม่ใช่แพทย์ทั้งหมด หรือหากมีแพทย์จริงก็คงเป็นจำนวนน้อยมาก ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม หากมีผู้ร้องเรียนก็สามารถส่งเรื่องต่อกรรมแพทยสภาพิจารณาว่าผิด พ.ร.บ.ประกอบวิชาชีพโรคศิลปะหรือไม่ ส่วนผู้บริจาคไม่สามารถเอาผิดใด ๆ เนื่องจากถือเป็นเรื่องของความสมัครใจ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ เลือดที่มีการระดมจากคนจำนวนมาก ให้ได้ 1 ล้านซีซี. หรือประมาณ 1,000 ลิตร นั้นไม่สามารถตรวจได้ว่ามีเชื้อโรคในกระแสเลือดหรือไม่ ดังนั้น ควรระมัดระวังไม่ให้มีการสัมผัสเลือดดังกล่าว เพราะอาจติดโรคได้ กรณีมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย.-สำนักข่าวไทย
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
seree_60
Cmadong Member
Cmadong ชั้นเซียน
****


ชีวิต คือ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยว คือ ชีวิตเรา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,865

« ตอบ #49 เมื่อ: 16 มีนาคม 2553, 14:48:22 »

นที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 10:47:56 น.   มติชนออนไลน์

"ปู่ชัย"บอกเสียดายเลือดประชดเอาออกบ้างเผื่อหาย เครียด โต้"แม้ว"ต้องรับทุกข์ทรมานแทนมากกกว่าสุขสบาย

ปธ.สภาฯโต้"แม้ว"ไม่ได้สบาย จวกต้องรับทุกข์แทนหนักยันลุยแก้ปัญหาบ้านเมืองต่อ
 "ปู่ชัย"ประชดบอกเสื้อแดงเอาเลือดออกบ้างเผื่อหายเครียดแต่ยังอดเสียดายไม่ ได้

ปธ.สภาฯโต้"แม้ว"ไม่ได้สบาย จวกต้องทุกข์แทนหนัก

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินเข้ามาในเวทีคนเสื้อแดงเรียกร้องให้นายชัย และพรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวออกจากรัฐบาล ว่า ไม่ได้ยิน เห็นแต่ท่านว่าตาชัย แกสบายแล้ว ตนก็ไม่เห็นว่าสบายตรงไหน ตนทุกข์แทนพ.ต.ท.ทักษิณอย่างหนัก


เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่านายชัยได้เป็นประธานสภาฯน่าจะพอใจและถอนตัวได้แล้ว นายชัย กล่าวว่า "ผมไม่เห็นสบายตรงไหน สภาฯยุบผมก็หมดภาระไปเท่านั้น ใครจะอยู่เกิน 4 ปีได้ ระเบียบเขียนไว้ ไม่ต้องไปห่วงอะไร ตาชัยแกก็ไม่ได้สบายอะไร ส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณเรียกร้องให้ยุบสภานั้น ก็เป็นเรื่องของท่าน แต่ผมเห็นว่าท่านก็ควรเดินทางมาในประเทศไทย เพื่อมาแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ไม่ใช่ปล่อยให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟอย่างนี้ ผมอยากเชิญให้ท่านเข้ามา ถ้าท่านต้องการมาเมื่อไหร่ก็บอกรัฐบาลให้ไปรับตัวมาก็ได้ ไม่เห็นยากอะไร กระบวนการยุติธรรมมีอยู่แล้ว"


"ปู่ชัย"ประชดบอก เสื้อแดงเอาเลือดออกบ้างเผื่อหายเครียด

นายชัย ชิดชอบ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงประกาศกรีดเลือดเพื่อนำมาเทหน้าประตูทำเนียบฯ กดดันให้นายกรัฐมนตรียุบสภา ว่า น่าจะประนีประนอมกันได้มากกว่า คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะฟังแล้วก็เห็นว่าจะเอาเลือดไปทิ้งขว้าง เสียดายเลือดมาก


"แต่ก็ดี เพราะบางทีเรากำลังเครียดจัด พอเลือดมันออกไปก็หายเครียด" นายชัยกล่าว


เมื่อถามว่า การนำเลือดไปสาดตามสถานที่ต่าง ๆ ถือว่าส่งสัญญาณรุนแรงหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า คงไม่ มันจะระงับบรรเทาเบาบางไป


 

 
      บันทึกการเข้า

iss u.Don"t be sure that the world is wide
       until you check it out by your self.
  หน้า: 1 [2] 3 4 ... 21  ทั้งหมด   ขึ้นบน
  
กระโดดไป:  

     

ทำไมหอพักนิสิตจุฬาจึงเป็นดินแดนมหัศจรรย์            " ไม่ได้เป็นแค่หอให้นอนพัก  แต่เป็นบ้านอบอุ่นรักให้อาศัย  ไม่เป็นแค่ที่ซุกหัวยามหลบภัย  แต่สร้างใจให้เข้มแข็งแกร่งการงาน"  <))))><