19 ตุลาคม 2564, 15:15:14
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน [สมาชิกเก่าลืมรหัส โทร 081-7611760]
A A A A  ระเบียบปฎิบัติ
   
Languages    
  หน้า: 1 ... 281 282 [283] 284 285 ... 681   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: คุย กับ คุณมานพ กลับดี อดีตประธานชมรม ๓ สมัย  (อ่าน 2595811 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Manop Klabdee
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


พอเพียง มีสติ เกิดปัญญา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2513 วศ. รุ่นที่ 54
คณะ: วิศวกรรมศาสตร์ แผนกวิชาวิศวกรรมโยธา
กระทู้: 11,641

« ตอบ #7050 เมื่อ: 02 ตุลาคม 2555, 19:09:53 »

สวัสดีครับ คุณเหยง

                             อย่าไปคิดอะไรมาก  ทุกสิ่งทุกอย่าง มันไม่เป็นไปตามที่เราปราถนาหรอกครับ

                             ทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นกับว่าคุณเป็นพวกผมหรือเปล่า  หรือคุณเอากับผมหรือเปล่า  หรือคุณทำตามที่ผมต้องการหรือเปล่า  ถ้าไม่ ก้ไม่มีตำแหน่งสำคัญ  ยุคนี้มันเป็นอย่างนี้ คือบังคับให้เลือกว่า คุณจะทำงานให้ใคร  ถ้าคุณทำงานให้กับประชาชน  คุณไม่ใช้พวกผม  ถ้าคุณทำงานให้กับผม  ผมก็มีตำแหน่งให้  มันเป็นอย่างนี้ ครับ

                              มันไม่ใช่ยุคของความถูกต้อง  มันเป็นยุคของกู  กูมีอำนาจ ครับ

                              มันเป็นเช่นนี้เอง  สู้ไม่รับรู้อะไรเสียเลยดีกว่า ครับ

                              สวัสดี
      บันทึกการเข้า
Manop Klabdee
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


พอเพียง มีสติ เกิดปัญญา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2513 วศ. รุ่นที่ 54
คณะ: วิศวกรรมศาสตร์ แผนกวิชาวิศวกรรมโยธา
กระทู้: 11,641

« ตอบ #7051 เมื่อ: 02 ตุลาคม 2555, 19:11:30 »

อ้างถึง
ข้อความของ Manop  Klabdee เมื่อ 28 กันยายน 2555, 09:53:16
อ้างถึง
ข้อความของ Manop  Klabdee เมื่อ 27 กันยายน 2555, 10:19:53
ชาวซีมะโด่ง ขอเชิญพบกัน

วันอังคารที่ ๙ ตุลาคม เวลา ๑๘:๐๐ น. เป็นต้นไป

วันเกิด พี่ทองอู่  จักรสิงห์

ณ ภัตตาคารกุหลาบ ซอยราชครู ครับ




สวัสดีครับ ชาวซีมะโด่ง ที่รักทุกท่าน

                          ผมได้ปรึกษากับทาง ท่านอาจารย์เผ่า  สุวรรณศักดิ์ศรี และท่านอาจารย์เผ่า ได้เรียนให้พี่ทองอู่  จักรสิงห์ รับทราบและยินดีมาร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง ที่จะได้พบน้องๆ ชาวซีมะโด่ง

                          ผมได้เรียนให้พี่กาญจนา  รับทราบและขอให้พี่กาญจนา รับเป็นธุระจองห้องให้ ที่ภัตตาคารกุหลาบ เป็นห้องเดิมเมื่อปีที่แล้ว ส่วนอาหารนั้น จะจองเป็นบางส่วนก่อน และไปสั่งเพิ่มเติมในงานเอาเอง

                          ส่วนค่าใช้จ่าย หารยาว ตามธรรมเนียม

                          ส่วนที่ว่า อาจจะตรงกับวันที่กรรมการสมาคมฯประชุมนั้น  อาจารย์เผ่า  บอกว่า  ก็ให้เขาประชุมเสร็จเร็วหน่อย  ใครอยากมาร่วมงานเขาก็มาเองแหละ  เอาตามนี้

                          ผมก็ขอเรียนเชิญทุกท่านที่ทราบข่าว  ช่วยกระจายข่าวให้ด้วยว่า วันอังคารที่ ๙  ตุลาคม  ศกนี้ เป็นวันเกิดของพี่ทองอู่  จักรสิงห์ มีอายุครบ ๘๕ ปี  ขอเรียนเชิญทุกท่านที่ยังระลึกถึงพี่ทองอู่  จักรสิงห์   อยู่มาร่วมงานด้วยครับ ในเวลา ๑๘:๐๐ น.เป็นต้นไป  

                          ใครอยากหาอะไรติดมือมาก็เรียนเชิญ ตามสะบาย เพราะผมคงไม่มีสุรา ให้ ครับ

                          เรียนเชิญทุกท่าน ครับ

                          สวัสดี


ได้แจ้งให้ รศ.ประกายแก้ว   เลขาสมาคมฯ และคุณราเมศวร์ นายกสมาคมฯ  ทราบแล้ว

สวัสดีครับ ชาวซีมะโด่ง ที่รักทุกท่าน

                              อย่าลืมพวกเรามีนัดที่ ร้านอาหารกุหลาบ วันอังคารที่ ๙ ตุลาคม เวลาหกโมงเย็นเป็นต้นไป เพื่อแสดงมุฑิตาจิตต์ กับพี่ทองอู่  จักรสิงห์  ครบรอบวันเกิด ๘๕ ปีครับ

                              คุณกนกวรรณ  แจ้งว่า ยังมีเงินเหลือจากการจัดงานเมื่อปีที่แล้ว สามพันกว่าบาท จะเอามาใช้จ่ายครั้งนี้ด้วย

                              ผมได้ขอร้องให้คุณสุภาณี  จัดเตรียมนำเค็กวันเกิด มาให้พี่ทองอู่ เป่าเทียนให้ด้วย พวกเราจะได้มีขนมเค็กรับประทานครับ

                              สวัสดี


สวัสดครับ ชาวซีมะโด่ง ที่รักทุกท่าน

                                  รายชื่อผู้ที่จะไปร่วมงาน วันครบรอบวันเกิดพี่ทองอู่  จักรสิงห์

                                  ๑. พี่ทองอู่  จักรสิงห์
                                  ๒. พี่สันทัศน์ (พี่ตัน)
                                  ๓. อาจารย์เผ่า- อ.แจ่มใส   สุวรรณศักดิ์ศรี
                                  ๕. รศ.พินิจ - จันทร์แจ่ม  เพิ่มพงศ์พันธ์
                                  ๗. มานพ  กลับดี
                                  ๘. คุณราเมศว์   ศิลปพรหม  นายกสมาคมฯ
                                  ๙. รศ.ประกายแก้ว - คุณวัฒนา   โอภานนท์อมตะ
                                ๑๑. พี่กาญจนา  ว่งชวานิช
                                ๑๒. คุณสุภาณี      นาคฤทธิ์
                                ๑๓. คุณกนกวรรณ    สิกขโกศล
                                ๑๔. คุณ Tooky
                                ๑๕. คุณอดิสร
                                ๑๖. คุณหนุ๋น
                                ๑๗. คุณนันทิกา
                                ๑๘. คุณทรงเกียรติ
                                ๑๙. ดร.สุริยา
                                ๒๐. คุณวิทิดา
                                ๒๑. ดร.กุศล
                                ๒๒. คุณแหลม
                                ๒๓. คุณน้องยาหยี
                                ๒๔. คุณประทาน
                                ๒๕. ท่านสว.ชรินทร์
                                ๒๖. พี่พงษ์  ปริญญโรจน์

                                ใครที่ไม่อยากลงชื่อ ไปเจอกันที่ร้านอาหารกุหลาบ  วอยราชครู เลยครับ

                                สวัสดี
      บันทึกการเข้า
Manop Klabdee
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


พอเพียง มีสติ เกิดปัญญา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2513 วศ. รุ่นที่ 54
คณะ: วิศวกรรมศาสตร์ แผนกวิชาวิศวกรรมโยธา
กระทู้: 11,641

« ตอบ #7052 เมื่อ: 02 ตุลาคม 2555, 20:52:04 »

ตอบคำถาม

เรียน อาจารย์มานพ  ทราบ  “ผมโดนกิเลสมันหลอก”

               จุดที่ผมเครียด คือ

               ๑. ส่วนที่ผมมีเรื่องขัดแย้งภายในบ้าน ช่วงนั้นก็พยายามใช้สติจับประเด็นอย่างมาก ๆ ในการบริหารความขัดแย้ง ทำให้บางเรื่องที่ไม่ควรพูด...พูดไปแล้ว เรื่องที่อยากพูด...ไม่ได้พูด หรือพูดไปก็ขัดแย้งกันเปล่าๆ ...เลยกลับมาประเมินสติตนเองดูแล้วมีแต่เรื่อง ..ทุกข์ ...ทั้งนั้น ...ยังไม่ทันได้สติละวาง

               ๒. เมือไปทำงานกลับมีเรื่องแบบตรงข้ามกันเลย ทุกคนพูดตรงใจ ดูเป็นจริงจังดีไปหมด ทำให้ความคิดความตั้งใจต่างๆ เฉื่อยชาไป .

                   เลยกลับมาประเมินสติ ดู มีแต่แนวคิดสุดขั้ว....หาความเป็นกลางไม่ได้เลย.....

                   เดินสายกลาง พูดง่าย เวลาเดินช่างยากจริงหนอ แบบง่ายๆมีใหมครับ

                                                                                               Pudit


สวัสดีครับ คุณ Pudit

                    อาจารย์ขอตอบให้ทราบดังนี้

                    ดีแล้วที่คุณไม่ตอบโต้  หรือตอบโต้ไปบ้างแล้ว  ในฐานะผู้นำครอบครัว

                    แต่คุณไม่รู้เท่าทันจิต  ไม่รู้พฤติกรรมของจิต  ไม่รู้อิริยสัจ ๔ ที่แท้จริง  มันจึงมีแต่ทุกข์

                    ๑. คุณบอกว่า “โดนกิเลสมันหลอก”  

                        ข้อนี้อาจารย์ว่า คุณเข้าใจผิดแล้ว  กิเลสมันไม่มีตัว ไม่มีตน  มันจะมาหลอกคุณได้อย่างไรกัน  คุณเองต่างหากที่โดนจิตตัวเองหลอก หรือคุณตกอยู่ภายใต้ความคิดของคุณ  มากกว่า คือหลงอยู่ในโมหะ ครับ

                     ๒. คุณว่าคุณประเมิน “สติ” ตนเองแล้วพบว่ามีแต่ทุกข์ !

                         อาจารย์ว่า คุณยังไม่เข้าใจคำว่า “สติ” ซึ่งแปลว่า ความระลึกได้  หมายถึงระลึกได้ ณ ปัจจุบัน ว่า “รูป-นาม” ของคุณ  กำลังกระทำอะไร เช่น รูปกำลังอยู่ในอิริยาบถไหน และนาม (เวทนา สัญญา  สังขาร  วิญญาณ) มีอะไรเกิดขึ้น ทางอายตนะ ๖ ต้องตามรู้ให้ทัน คือ "รู้ซื่อ"

                         ส่วนที่คุณประเมิน นั้นมันผิด  ถ้าคุณจะประเมิน "สติ" ของคุณ หมายความว่า ในหนึ่งวัน คุณระลึกได้ว่า คุณรู้สึกตัวได้มากน้อยแค่ไหนที่ "รู้" และคุณหลงอยู่ในความคิดคุณแค่ไหน  นั่นคือการประเมิน สติ ว่าคุณรู้สึกตัวมากน้อยเท่าใด ในหนึ่งวัน

                         เป็นเพราะคุณยังไม่สามารถแยก ความรู้สึกตัว  อารมณ์ และความคิดได้เลย ยิ่งเรื่องไตรลักษณ์ไม่ต้องพูดถึง ยิ่งห่างไกล  ทั้งๆที่คุณปฏิบัติธรรมมานานแล้ว น่าเสียดายมาก (คุณ Pudit ไปบวงชวัดธรรมกายมา ๓ เดือน และปฏิบัติธรรมที่วัดบึงลัฏธิวัลย์  ท่าหลวง  สระบุรี  สายวัดหนองป่าพงษ์ มาสามปีแล้ว)
  
                         ส่วนทุกข์ที่คุณรู้ว่ามีแต่ทุกข์นั้น  คือสิ่งที่ตัวคุณประสบจริงๆ  แต่คุณไม่รู้เท่าทันมัน  คุณก็เลยตกเป็นตัวทุกข์เสียเอง และยังไม่เข้าใจในกิจอริยสัจจ ๔ ที่แท้จริง มันจึงมีแต่ทุกข์

                         แต่ถ้าเป็นอาจารย์ อาจารย์รู้ว่าจิตคนมันเป็นอย่างนั้น มันมีเหตุปัจจัยเกิดขึ้น เขาจึงโกรธเรา ถ้าเราผิดตามที่เขาว่า ถ้าเราโต้แย้งมีแต่วิวาท  หรือถ้าไม่ผิด เราโต้แย้ง ก็มีแต่วิวาท  อุเบกขาไม่ต้องไปบังคับให้มันเกิด มันเกิดของมันเอง ถ้าเรารู้เท่าทันจิต ตนเอง  อาจารย์ก็จะวางอุเบกขา  ไม่โต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้นมันเกิดของมันเอง เดี๋ยวสันติมันก็มาเอง  วิวาท ไม่เกิดขึ้น แต่เราต้องมีความอดทน อดกลั้น อย่างมาก ครับ

                         ๓. ส่วนข้อที่คุณไปโรงงาน มีแต่สิ่งถูกใจนั้น แล้วทำให้คุณเฉื่อยชา
 
                          อาจารย์ว่า ก็ว่าผิดอีก เนื่องจากคุณดูจิตคุณไม่ออก  ไม่รู้พฤติกรรมของจิต  มันก็เลยทำให้คุณไม่สามารถปล่อยวางได้  มันก็เป็นความจริง เพราะคุณไม่รู้เท่าทันจิต ตนเองแล้วจะปล่อยวางได้อย่างไร
 
                          ส่วนการเฉื่อยชาของคุณนั้น  อาจารย์ว่า มันเป็นนิสัยของคุณ คือไม่สนใจ หรือไม่ให้ความสำคัญ  เพราะขาดสติ  มัวหลงอยู่ในความคิดของตนเอง  อยู่ในโลกของความคิด กระทำตามความคิด มากกว่า การมีสติ เพราะคุณแยก  สติ  อารมณ์  ความคิดไม่ออก  ไม่รู้จัก "รู้ซื่อ ๆ" มันก็มีแต่ "หลง" เท่านั้นเอง

                         ยา หรือธรรมะ ของอาจารย์คือ รักษาศีล ๕  ให้มั่น โดยเฉพาะข้อ มุสา และ มี “สติ”ที่แท้จริง ที่สามารถจะแยกความรู้สึกตัว  อารมณ์ และความคิด ของตนเองให้ออก จากการเป็นทาสของความคิด  เป็นอันดับแรก ต้องหาให้พบด้วยตัวเอง แล้วจะออกจากโลกของความคิดได้

                           คุณ Pudit รับปากใคร  ไม่เคยทำเลย  หรือ ไม่มีความรับผิดชอบ  ชอบทำตามตนเองคิด ครอบครัวและที่ทำงาน จึงมีแต่ปัญหา

                           แต่เป็นคนทำงานดี  แต่ไม่รับรองว่าจะทำเสร็จเมื่อไร  หรือไม่ทำเลย คือแล้วแต่อารมณ์


      บันทึกการเข้า
Manop Klabdee
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


พอเพียง มีสติ เกิดปัญญา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2513 วศ. รุ่นที่ 54
คณะ: วิศวกรรมศาสตร์ แผนกวิชาวิศวกรรมโยธา
กระทู้: 11,641

« ตอบ #7053 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2555, 07:35:53 »

สวัสดีครับ ชาวซีมะโด่ง และแขกผุ้มีเกียรติ ที่รักทุกท่าน

                               เช้านี้ผมขอมอบพระสูตร ที่ทรงสอนให้ "คิดในทางที่ดี" หรือ ถาษาอังกฤษ เรียกว่า "Positive  Thinking" มาให้ทุกท่านได้เอาไปใช้ประโยชน์ในการทำงานและทำกิจวัตรประจำวันครับ

                                วันนี้ผมอยู่บ้าน  เช้าเลยได้ใส่พระที่หน้าบ้าน  แล้วเดินทางไปสิงห์บุรี ไปเฝ้าแม่ เพราะวันนี้ไม่มีนัดกับใคร ครับ

                                ดีใจที่ประเทศไทย  จะมีพายุพัดผ่านเสียที เพราะนาข้าวภาคกลาง  ภาคอิสาน รวมทั้งอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ และแม่น้ำ ไม่มีน้ำ เพราะถ้าพายุไม่เข้า แล้งหน้าประชาชนจะเดือดร้อนหนัก เพราะไม่มีน้ำอุปโภค  บริโภค

                                 น้ำอย่าไปรังเกียจมันเลย เราสามารถอยู่กับมันได้  ปู่ ย่า ตา  ยาย ก็อยู่มาแบบนั้น

                                 แล้วทำไมเราคนรุ่นใหม่ถึงกลัวน้ำกันนัก

                                 อย่าลืม! คนขาดน้ำ ตาย นะครับ

                                 สวัสดี



ปุณโณวาทสูตร

สูตรว่าด้วยการประทานโอวาทแก่พระปุณณะ






   ๑.พระผู้มีพระภาค ประทับ ณ เชตวนาราม  พระปุณณะเข้าไปเฝ้ากราบทูลขอให้ประทานโอวาท  จึงทรงแสดงธรรมสอน  ไม่ให้เพลิดเพลินยินดีในรูป  เสียง  กลิ่น รส  โผฏฐัพพะ  และธรรมะที่น่าปราถนา  น่ารักใคร่  น่าชอบใจ  เมื่อดับความเพลิดเพลินได้ ก็ดับทุกข์ได้

   ๒.พระปุณณะกราบทูลว่า  ท่านจักไปอยู่ในชนบทชื่อสุนาปรัตนะ  พระผู้มีพระภาคตรัสว่า  ชาวสุนาปรันตะดุร้าย  ถ้าเขาด่าว่า  เธอจะทำอย่างไร  กราบทูลว่า  ข้าพระองค์จักคิดว่า  ด่ายังดีกว่าทำร้ายด้วยมือ.  ตรัสถามว่า  ถ้าเขาทำร้ายด้วยมือ จะทำอย่างไร  กราบทูลว่า  ยังดีกว่าใช้ก้อนดินทำร้าย.  ตรัสถามว่า  ถ้าเขาใช้ก้อนดินทำร้าย จะทำอย่างไร  กราบทูลว่า  ยังดีกว่าการใช้ท่อนไม้ทำร้าย.  ตรัสถามว่า  ถ้าเขาทำร้ายด้วยท่อนไม้ จะทำอย่างไร  กราบทูลว่า  ยังดีกว่าทำร้ายด้วยศัสตรา.  ตรัสถามว่า  ถ้าเขาทำร้ายด้วยศัสตรา จะทำอย่างไร  กราบทูลว่า  ยังดีกว่าฆ่าด้วยศัสตราที่คม.  ตรัสถามว่า  ถ้าเขาฆ่าด้วยศัสตราที่คม จะทำอย่างไร  กราบทูลว่า  บุคคลบางคนยังต้องหาคนมาฆ่า  แต่นี่ดีที่ไม่ต้องหา  ได้คนที่มาฆ่าให้.

   ๓.พระผู้มีพระภาคทรงอนุโมทนา  และตรัสอนุญาตให้ไปได้  ท่านไปอยู่ในที่นั้นได้แสดงธรรมให้ผู้ประกาศตนเป็นอุบาสก ๕๐๐ คน  และท่านเองก็ได้บรรลุวิชชา ๓ (ระลึกชาติได้, ทิพยจักษุเห็นสัตว์ เกิดตาย, ทำอาสวะให้สิ้น) ภายในพรรษานั้น  และได้ปรินิพพานในกาลต่อมา.






ใครที่มีคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม

ยินดีตอบให้กระจ่าง ตามที่ตนเองประสบ

ถ้าสูงกว่านั้นขอบิณฑบาตร

แต่จะไปค้นคว้ามาให้ครับ
      บันทึกการเข้า
Manop Klabdee
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


พอเพียง มีสติ เกิดปัญญา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2513 วศ. รุ่นที่ 54
คณะ: วิศวกรรมศาสตร์ แผนกวิชาวิศวกรรมโยธา
กระทู้: 11,641

« ตอบ #7054 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2555, 07:45:44 »


สวัสดีครับ คุณแววตา คุณประทาน  ทราบ

                           Passpoet No.  X723123

                           MR. MANOP  KLABDEE

                           Date of expiry  :  09 SEP  2013

                           ขอบคุณมาก

                           สวัสดี
      บันทึกการเข้า
too_ploenpit
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2514
คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 7,778

เว็บไซต์
« ตอบ #7055 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2555, 09:30:18 »


...สวัสดีค่ะ...พี่สิงห์...

...ตามเข้ามาอ่านพระสูตรจบหมดแล้วนะคะ...

...สงสารท่านพระโมคคัลลานะค่ะ...

...ท่านคงทำไปตามความเผลอและความไม่รู้บาปบุญคุณโทษมาก่อน...

...และด้วยความไม่มีสติ...เป็นโทษจริงๆค่ะ...
      บันทึกการเข้า

i love pink, you are pink = i love you
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,521

« ตอบ #7056 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2555, 19:19:37 »

สถานการณ์ของพายุ "เกมี่" เริ่มเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง
แบบว่า"จะเอาไม่อยู่" สำหรับประเทศไทย ครับ


พระเจ้าช่วย! ไต้ฝุ่น “แกมิ” แรงสุดคณา 8 ต.ค. ผ่าทุ่งกรุงเก่า-นครสวรรค์
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 ตุลาคม 2555 13:07 น.



พยากรณ์ชิ้นล่าสุดโดยศูนย์ร่วมเตือนภัยไต้ฝุ่น (Joint Typhoon Warning Center) ฟันธง ปลายทางของไต้ฝุ่นแกมิ (Gaemi) อยู่ที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ราบใหญ่ในภาคกลางของไทย พายุแกมิเปลี่ยนเส้นทางในชั่วเวลาข้ามคืน หลังจากทุกสำนักฟันธงในวันอังคารที่ผ่านมาว่า พายุชื่อเกาหลีจะพัดเข้ากัมพูชาและไปหมดเแรงใน จ.เสียมราฐ ศูนย์ JTWC แห่งนี้เป็นของกองทัพเรือสหรัฐฯ หน่วยงานที่ได้ชื่อในความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและทำหน้าที่นี้มานานหลายสิบปี โปรดติดตามความคืบหน้าของพายุลูกนี้ต่อไป.. ที่นี่. 
     
       
ASTVผู้จัดการออนไลน์ - ขอให้ช่วยกันภาวนาอีกครั้ง คราวนี้ขอให้ภาคกลางของไทย และเมืองหลวงของไทยรอดปลอดภัยจากอุทกภัยอีกในช่วงต้นสัปดาห์หน้า ขณะที่สำนักอุตุนิยมวิทยาหลายแห่งทั่วโลก ออกพยากรณ์ครั้งใหม่ พายุโซนร้อนแกมิ (Gaemi) นั้นแรง และอึดอย่างสุดคณา มุ่งหน้าเข้าสู่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่าใจกลางที่ราบใหญ่ระหว่าง จ.พระนครศรีอยุธยา กับ จ.นครสวรรค์ในช่วงวันที่ 7-8 ต.ค.นี้
       
       แกมิเปลี่ยนเส้นทางในชั่วเวลาข้ามคืน หลังจากสำนักต่างๆ พยากรณ์ในตอนค่ำวันอังคาร 2 ต.ค.ว่า มันจะพัดเข้าภาคกลางเวียดนามในวันที่ 6 ต.ค. จากนั้น จะปักหัวลงต่ำเข้าสู่ภาคเหนือของกัมพูชา ไปสิ้นฤทธิ์ลงในแถบ จ.เสียมราฐ
       
       เพียงไม่กี่ชั่วโมง แกมิกลับโงหัวขึ้นแบบปึ๋งปั๋ง ตั้งหลักใหม่ พัดเข้าภาคกลางเวียดนามทะลุทะลวงผ่านภาคใต้ของลาว ผ่าเข้าใจกลางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทะลุถึงที่ราบใหญ่ในภาคกลางของไทยในที่สุด ในสภาพที่เริ่มอ่อนตัวลงกลายเป็นดีเปรสชัน
       
       บางสำนักฟันธงว่า แกมิจะไปถึงลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 7 ต.ค. ซึ่งหลายท้องถิ่นจะมีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล และสมาชิกสภาจังหวัด อีกสำนักหนึ่งมองต่อไปข้างหน้า พายุลูกนี้จะฝ่าด่านผ่านขุนเขาตามแนวชายแดนเข้าไปจนถึงพม่า ก่อนจะสิ้นฤทธิ์ลงในอ่าวเมาะตะมะ
       
       แกมิก่อตัวขึ้นเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้ วันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา เพียง 4 วัน สปีดตัวเองขึ้นเป็นพายุลูกใหม่ แข่งกับพายุโซนร้อนอีกลูกหนึ่ง ที่ก่อตัวขึ้นทางตะวันออกของหมู่เกาะฟิลิปปินส์ และในวันนี้ แกมิมีขนาดใหญ่โตกว่าหลายเท่า จนดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรหยุดยั้งมันได้
       
       แผนภูมิพยากรณ์ที่ออกโดยสำนักแจ้งเตือนความเสี่ยงจากพายุโซนร้อน หรือ Tropical Storm Risk ในกรุงลอนดอนแสดงให้เห็นว่า พายุโซนร้อนแกมิจะทวีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางขึ้นเป็นไต้ฝุ่นระดับ 1 (Category 1) ขณะพัดเข้าฝั่งเวียดนาม และทะลวงผ่านตอนใต้สุดของลาว ก่อนจะลดระดับลงเป็นดีเปรสชันแบบทันทีทันใด เมื่อเข้าสู่ดินแดนไทยที่ จ.อุบลราชธานี
       
       สำนักอุตุนิยมวิทยาและอุทกศาสตร์กลางในกรุงฮานอยได้ออกเตือนอีกฉบับหนึ่งในเช้าตรู่วันพุธ 3 ต.ค. ให้เรือหาปลาใหญ่น้อยทุกลำในทะเลจีนใต้ต้องหลบเข้าหาที่กำบังพายุกับคลื่นลมแรงที่อันตรายมาก ขณะเดียวกัน ทางการจังหวัดต่างๆ ตั้งแต่ภาคกลางตอนบน ลงไปจนถึงนครโฮจิมินห์ จะต้องจัดเตรียมมาตรการรับมือกับฝนตกหนัก และน้ำท่วมฉับพลัน
       
       เคลื่อนตัวช้าๆ แต่นำมวลไอน้ำปริมาณมหึมามหาศาลติดตามไปด้วยทุกหนแห่ง ส่งผลจะทำให้เกิดฝนตกหนักครอบคลุมอาณาบริเวณกว้าง .. นี่คือภาพรวมของพายุโซนร้อนลูกใหญ่ในวันนี้ และหากสภาพการณ์นี้ไม่เปลี่ยนแปลง ทุกอย่างก็จะเป็นไปตามนี้ ตลอดเส้นทางเคลื่อนตัวของมัน และตลอด 5 วันข้างหน้า
       
       สำหรับชาวไทย จะต้องช่วยกันภาวนาใหม่ ให้พายุลูกนี้อ่อนแรงลงในเร็ววัน ขณะเดียวกัน มืออีกข้างต้องรีบเก็บข้าวของขึ้นที่สูง.

       
       
เอาอยู่!? เอาอยู่!?
หลากหลายแหล่งที่มา



แผนภูมิพยากรณ์สีสันสวยงาม ที่จัดทำขึ้นโดยเว็บไซต์แห่งนี้อาจจะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย .. แต่เมื่อดูขนาดอันใหญ่โตของไต้ฝุ่นลูกนี้ น่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด หลายสำนักฟันธงตรงกันปลายทางของมันอยู่ที่ทุ่งราบใหญ่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในภาคกลางของไทย ถึงเวลาจะต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง เช่น ภาวนาไปด้วย เก็บข้าวของไปด้วย. 



แผนภูมิพยากรณ์ของศูนย์อุตุนิยมวิทยาและอุทกศาสตร์กลางในกรุงฮานอย ที่ออกในเช้าวันพุธ 3 ต.ค. แสดงขนาดอันมหึมาของพายุแกมิ (Gaemi) ที่คาดว่าจะปั่นตัวเองขึ้นเป็นไต้ฝุ่นระดับ 1 ในอีก 3 วันข้างหน้า เวียดนามที่มีประสบการณ์ไล่จับพายุมานานและมากกว่าใครๆ ในอนุภูมิภาค สั่งทุกจังหวัดเตรียมพร้อมรับมือแล้ว.



ภาพที่จำลองขึ้นจากข้อมูลดาวเทียม MTSAT แสดงพายุโซนร้อนแกมิ (Gaemi) กำลังป่นตัวเองในทะเลจีนใต้ใกล้กับหมู่เกาะพาราเซล หลายสำนักฟันธง พายุชื่อเกาหลีกำลังจะทวีความเร็วใกล้ศูนย์กลางขึ้นเป็นไต้ฝุ่นระดับ 1 ใน 3 วันข้างหน้า และข้อมูลในวันนี้บ่งชี้ว่า ปลายทางของมันในต้นสัปดาห์หน้าคือทุ่งราบใหญ่ภาคกลางของไทยระหว่าง จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.นครสวรรค์.




บางสำนักฟันธงล่วงหน้าตั้งแต่วันองคาร ไต้ฝุ่นแกมิจะทะลุทะลวงผ่านที่ราบใหญ่ของไทย ไปจนถึงอ่าวเมาะตะมะ หรือกระทั่งเขตอู่ข้าวในรัฐมอญของพม่า อีก 4-5 วันข้างหน้า ..โปรดอย่ากระพริบตา.



แผนภูมิพยากรณ์โดยสำนัก TSR ในกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นหน่วยพยากรณ์อากาศที่มีประสบการณ์สูงมากอีกแห่งหนึ่ง แสดงเส้นทางเคลื่อนตัวล่าสุด ของพายุโซนร้อนแกมิ (Gaemi) ซึ่งจะสปีดตัวเองขึ้นเป็นไต้ฝุ่นระดับ 1 (C-1) ในอีก 3 วันข้างหน้าขณะพัดเข้าฝั่งเวียดนาม ทะลุลาว ทะลวงเข้าภาคอีสานของไทย ตรงดิ่งไปยังที่ราบใหญ่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในขณะเป็นดีเปรสชั่น นำฝนตกหนักให้ชุ่มฉ่ำไปทั่ว.



แผนภูมิพยากรณ์โดยสำนัก TSR ในกรุงลอนดอน โฟกัสตรงปลายทางของพายุแกมิ (Gaemi) ในวันจันทร์ 8 ต.ค. มองให้ชัดๆ จะพัดผ่านบ้านใครบ้าง พายุโซนร้อนแกมิ (Gaemi) จะสปีดตัวเองขึ้นเป็นไต้ฝุ่นระดับ 1 (C-1) ในอีก 3 วันข้างหน้าขณะพัดเข้าฝั่งเวียดนาม ทะลุลาว ทะลวงเข้าภาคอีสานของไทย ตรงดิ่งไปยังที่ราบใหญ่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในขณะเป็นดีเปรสชั่น นำฝนตกหนักให้ชุ่มฉ่ำไปทั่ว.



สำนักอุตุนิยมวิทยาในฮ่องกง รวบรวมเส้นทางเคลื่อนตัวของพายุแกมิจากหลายสำนักในภูมิภาคนี้ มารวมแสดงให้เห็นเป็นแนวเดียวกัน พายุชื่อเกาหลีเปลี่ยนเส้นทางอย่างรวดเร็วมากในชั่วเวลาข้ามคืน ตามบรรดาลแห่งธรรมชาติ ปลายทางในอีก 5 วันข้างหน้าคือที่ราบใหญ่ภาคกลางของไทย พยากรณ์ของสำนักต่างๆ ในเช้าวันพุธ 3 ต.ค.นี้ อาจจะทำให้ชาวกรุงเทพฯ เริ่มอึดอัดกันอีกครั้ง.


http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9550000121232
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,521

« ตอบ #7057 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2555, 19:21:01 »

อ้างถึง
ข้อความของ Manop  Klabdee เมื่อ 03 ตุลาคม 2555, 07:45:44

สวัสดีครับ คุณแววตา คุณประทาน  ทราบ

                           Passpoet No.  X723123

                           MR. MANOP  KLABDEE

                           Date of expiry  :  09 SEP  2013

                           ขอบคุณมาก

                           สวัสดี


จะไปไหนครับ ??
      บันทึกการเข้า
Manop Klabdee
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


พอเพียง มีสติ เกิดปัญญา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2513 วศ. รุ่นที่ 54
คณะ: วิศวกรรมศาสตร์ แผนกวิชาวิศวกรรมโยธา
กระทู้: 11,641

« ตอบ #7058 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2555, 20:16:31 »

อ้างถึง
ข้อความของ too_ploenpit เมื่อ 03 ตุลาคม 2555, 09:30:18

...สวัสดีค่ะ...พี่สิงห์...

...ตามเข้ามาอ่านพระสูตรจบหมดแล้วนะคะ...

...สงสารท่านพระโมคคัลลานะค่ะ...

...ท่านคงทำไปตามความเผลอและความไม่รู้บาปบุญคุณโทษมาก่อน...

...และด้วยความไม่มีสติ...เป็นโทษจริงๆค่ะ...


สวัสดีครับ คุณน้องตู่ ที่รัก

                           ชีวิตคนเราไม่มีใครสมบูรณ์หรอกครับ เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ มันก็ต้องประสบแบบนี้ แต่อยู่ที่ใครจะวางจิตของตนได้ถูกที่ถูกเวลา และรู้เท่าทันจิตตนเอง ครับ

                            ประวัติพระโมคคัลลานะ สอนให้เรารู้คุณโทษ ของบิดา-มารดา ครับ เราต้องเอามาเป็นบทเรียนสอนตัวเอง และลุกหลานของเรา เรื่องความกตัญญู ต่อบิดา-มารดา ซึ่งพระพุทธองค์สรรเสริญที่สุด ครับ

                             สวัสดีค่ะ
      บันทึกการเข้า
Manop Klabdee
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


พอเพียง มีสติ เกิดปัญญา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2513 วศ. รุ่นที่ 54
คณะ: วิศวกรรมศาสตร์ แผนกวิชาวิศวกรรมโยธา
กระทู้: 11,641

« ตอบ #7059 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2555, 20:34:37 »


ลักษณะอากาศทั่วไป    เมื่อเวลา 16:00 น.วันนี้ ๓ ตุลาคม    
   

เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ (3 ต.ค. 2555) พายุโซนร้อน “แกมี” (GAEMI) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 950 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ ละติจูด 15.3 องศาเหนือ และ ลองจิจูด 117.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 95 กม./ชม. โดยเคลื่อนตัวทางทิศใต้อย่างช้าๆ และยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยในระยะนี้ คาดว่า พายุนี้จะทวีกำลังแรงขึ้น และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งตอนกลางของประเทศเวียดนามในช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม 2555 จากนั้นจะเคลื่อนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคกลางของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 5-8 ตุลาคม 2555 บริเวณประเทศไทยมีฝนหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ กับมีลมแรง โดยเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกก่อน จากนั้นภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะได้ผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากสภาวะอากาศร้ายในช่วง วันเวลาดังกล่าว สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบน และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย



                            ผมต้องขอขอบคุณพายุแกมี่ เป็นอย่างมาก ที่มาถูกที่  ถูกเวลาพอดี และมาในแนวที่เป็นผลดีต่อชาวนาภาคอิสาน และภาคกลาง ที่นาข้าวกำลังต้องการน้ำเป็นอย่างมากเพราะฝนไม่ตก ทิ้งช่วง จนกระทรวงเกษตรต้องตั้งฐานทำฝนเทียมที่บุรีรัมภ์

                             นาข้าวภาคอิสานกำลังต้องการน้ำ  ถ้าไม่มีน้ำคนส่วนใหญ่ของประเทศจะเดือดร้อน

                             เมื่อวันจันทร์-อังคาร ที่ผ่านมาผมไป อ.สูงเนิน เห็นน้ำในเขื่อนลำตะคองแล้ว กังวลว่าปีหน้าโคราชจะไม่มีน้ำประปาใช้ เพราะน้ำในเขื่อนมีไม่ถึง 50% และนาข้างกำลังงามมาก กำลังต้องการน้ำ

                             ภาคกลาง ข้าวกำลังตั้งท้อง  ปลูกใหม่ เขียวเต็มไปหมด กำลังต้องการน้ำ

                             ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สิงห์บุรี มีเพียงครึ่งแม่น้ำ และบางแห่งโผล่ แสดงว่าน้ำแทบจะไม่พอแข่งเรือยาวแล้ว

                              เมื่อเช้าผมผ่าน อ.บางปะหัน ระดับน้ำที่อยุธยา ตลิ่งสูงกว่าน้ำร่วมสามเมตร ครับ

                              ท้องนาก็ไม่มีน้ำ

                              ดังนั้น ผมไม่กลัวเลยพายุแกมี่  มีผลดีต่อประเทศไทยมหาศาลครับ และน้ำก็ไม่ท้วมหรอกครับ

                               น้ำจะท้วมเฉพาะในเขตตัวเมือง  ที่ไปอุดท่อระบายน้ำ  พอฝนตกลงมานิดเดียวก็ท้วม เพราะไหลลงแม่น้ำไม่ได้ เช่นที่สิงห์บุรี เมื่อวาน ฝนตกเพียงหนึ่งชั่วโมง เท่านั้น น้ำก็ท้วมศูนย์ราชการ เพราะน้ำระบายไม่ได้ ติดท่อที่อุดตัน ในขณะที่น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา มีเพียงครึ่งเท่านั้น และมันจะเป็นอย่างนี้ทุกจังหวัด  รวมถึง กทม. ด้วย

                                นี่ละกรรมของมนุษย์  ดีแต่อุด  ไม่คิดถึงการระบาย  คิดได้เพียงต้องมีเครื่องสูบน้ำทิ้ง ไม่รู้ว่าโง่ หรือฉลาด กันแน่

                                ในทำนองเดียวกันการที่มีถนนเป็นตาหมากรุกในท้องนา ระหว่างหมู่บ้าน  มันก็จะเป็นคันกั้นน้ำ  น้ำไม่สามารถไปไหนได้  นั่นละจะทำให้น้ำป่าท้วมเป็นจุดๆ ก็ฝีมือมนุษย์อีกเช่นกัน  และก็ไม่มีการแก้ไข

                                 เงินสามแสนล้านที่หว่านลงไป  มันไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย เพราะเอาไปทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ

                                 ผมก็แสดงความคิดเห็นได้เท่านี้  ไม่อยากยุ่งมาก มีแต่ทุกข์

                                 พายุแกมี่   มีประโยชน์ต่อชาวนาภาคอิสาน  ภาคกลาง อย่างยิ่ง มาถูกที่  ถูกเวลา ครับ

                                 สวัสดี
      บันทึกการเข้า
Manop Klabdee
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


พอเพียง มีสติ เกิดปัญญา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2513 วศ. รุ่นที่ 54
คณะ: วิศวกรรมศาสตร์ แผนกวิชาวิศวกรรมโยธา
กระทู้: 11,641

« ตอบ #7060 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2555, 20:47:50 »





สวัสดีครับ ชาวซีมะโด่ง และแขกผู้มีเกียรติ ที่รักทุกท่าน

                              วันนี้ว่างก็เลยไปอยู่กับแม่อีกหนึ่งวัน อาการโดยรวมดีขึ้น แต่แผลที่หลัง และที่แขน ไม่ดีเลย แย่ลง วันนี้แม่ดูดีขึ้นกว่าเมื่อ ๗ วันที่ผ่านมา คือแม่พูดน้อย และไม่มีแรงยกแขน  แต่วันนี้ยกแขนได้ เมื่อถามท่าน

                             แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแม่จะอยู่ได้นาน เพราะผลไม้ลูกนี้มันงอมมากๆ แล้ว

                             คนที่เคยปรามาสแม่ไว้  ได้ตายจากไปสาม-สี่คนแล้ว แทบจะเหลือแต่แม่คนเดียวแล้ว

                             วันศุกร์ ที่จะถึงนี้ พี่สาวที่อยู่อเมริกา  จะมาเยี่ยมแม่ และอยู่กับแม่ได้นานพอสมควร เพราะแม่บ่นถึง

                             ขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วงครับ

                             สวัสดี
      บันทึกการเข้า
Manop Klabdee
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


พอเพียง มีสติ เกิดปัญญา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2513 วศ. รุ่นที่ 54
คณะ: วิศวกรรมศาสตร์ แผนกวิชาวิศวกรรมโยธา
กระทู้: 11,641

« ตอบ #7061 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2555, 20:51:20 »

อ้างถึง
ข้อความของ เหยง 16 เมื่อ 03 ตุลาคม 2555, 19:21:01
อ้างถึง
ข้อความของ Manop  Klabdee เมื่อ 03 ตุลาคม 2555, 07:45:44

สวัสดีครับ คุณแววตา คุณประทาน  ทราบ

                           Passpoet No.  X723123

                           MR. MANOP  KLABDEE

                           Date of expiry  :  09 SEP  2013

                           ขอบคุณมาก

                           สวัสดี


จะไปไหนครับ ??

จะไปซาปา ๑ - ๕ ธันวาคม จำนวน ๒๕ ท่าน คุณแววตา-คุณประทาน เป็นผู้ดำเนินการ
      บันทึกการเข้า
ประทาน14
Full Member
**


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2514
คณะ: เภสัชศาสตร์
กระทู้: 999

« ตอบ #7062 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2555, 23:06:41 »

อ้างถึง
ข้อความของ Manop  Klabdee เมื่อ 03 ตุลาคม 2555, 07:45:44

สวัสดีครับ คุณแววตา คุณประทาน  ทราบ

                           Passpoet No.  X723123

                           MR. MANOP  KLABDEE

                           Date of expiry  :  09 SEP  2013

                           ขอบคุณมาก

                           สวัสดี

รับทราบและขอบคุณครับ พี่สิงห์
      บันทึกการเข้า
too_ploenpit
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2514
คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 7,778

เว็บไซต์
« ตอบ #7063 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2555, 08:32:55 »

อ้างถึง
ข้อความของ Manop  Klabdee เมื่อ 03 ตุลาคม 2555, 20:16:31
อ้างถึง
ข้อความของ too_ploenpit เมื่อ 03 ตุลาคม 2555, 09:30:18

...สวัสดีค่ะ...พี่สิงห์...

...ตามเข้ามาอ่านพระสูตรจบหมดแล้วนะคะ...

...สงสารท่านพระโมคคัลลานะค่ะ...

...ท่านคงทำไปตามความเผลอและความไม่รู้บาปบุญคุณโทษมาก่อน...

...และด้วยความไม่มีสติ...เป็นโทษจริงๆค่ะ...


สวัสดีครับ คุณน้องตู่ ที่รัก

                           ชีวิตคนเราไม่มีใครสมบูรณ์หรอกครับ เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ มันก็ต้องประสบแบบนี้ แต่อยู่ที่ใครจะวางจิตของตนได้ถูกที่ถูกเวลา และรู้เท่าทันจิตตนเอง ครับ

                            ประวัติพระโมคคัลลานะ สอนให้เรารู้คุณโทษ ของบิดา-มารดา ครับ เราต้องเอามาเป็นบทเรียนสอนตัวเอง และลุกหลานของเรา เรื่องความกตัญญู ต่อบิดา-มารดา ซึ่งพระพุทธองค์สรรเสริญที่สุด ครับ

                             สวัสดีค่ะ


...สวัสดีค่ะ...พี่สิงห์...

...จากการได้อ่านพระสูตรของพระโมคคัลลานะ...

...จะเห็นได้ว่าชีวิตของท่านผิดพลาดเพราะภรรยา...

...ตัวท่านเองก็ดำเนินชีวิตมาอย่างดีตลอด...

...แต่สุดท้ายก็คิดได้...เพราะความดีและความรักของพ่อแม่มาเตือนใจให้คิด...

...ชีวิตของคนเราก็เหมือนกัน...บางครั้งก็อาจผิดพลาดได้...

...แต่ถ้ายังหวนคิดได้ไม่ถลำลึกมากเกินไป...

...ก็ยังอาจจะได้รับผลตอบแทนที่ดีค่ะ...

...เป็นอนุสติเตือนใจที่ดีสำหรับคนที่ทำอะไรพลาดๆไปแล้ว...
      บันทึกการเข้า

i love pink, you are pink = i love you
too_ploenpit
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2514
คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 7,778

เว็บไซต์
« ตอบ #7064 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2555, 10:01:14 »


...เคยเจอเรื่องแบบนี้หรือเปล่าคะ...

...เหตุการณ์ได้เกิดขึ้นเมื่อประมาณร่วม 3 ปีแล้ว...

...วันหนึ่งได้รับโทรศัพท์จากญาติว่าจะมาฟังสวดเทศน์มหาชาติที่พัทยา...

...ที่โรงเรียนแห่งนึงซึ่งอยู่ใกล้ๆกับคอนโดของตู่...

...เลยจะชวนตู่มาฟังด้วยและขอพักที่คอนโดด้วยพร้อมกับคณะอีกรวมเป็นทั้งหมดประมาณ 10 คน...

...ตู่ก็ยินดีที่จะไปร่วมฟังด้วยเพราะอยากไปฟังมานานแล้วแต่ไม่มีโอกาสสักที...

...ญาติบอกว่าจะค้างคืนวันพฤหัส-ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์...และกลับวันจันทร์...

...และชวนให้เป็นสมาชิกของสำนักนี้ด้วย...

...ตู่บอกว่าขอไปดูๆก่อนได้มั้ย...ถ้าชอบก็จะสมัคร...เค้าก็บอกว่าไม่เป็นไร...แล้วแต่เราตัดสินใจ...

...พอถึงวันที่เค้ามาก็พาไปที่พัก...แล้วก็กลับมาอยู่บ้าน...ปล่อยให้เค้าทำกิจกรรมไป...

...วันแรกวันศุกร์เค้าก็โทรมาชวนให้เราไปร่วมกิจกรรม...เราก็เฉยๆ...

...พอวันที่สองวันเสาร์...เค้ามาหาถึงบ้านเลยค่ะ...มากันประมาณ3-4 คน...บอกว่ามารับเราให้ไปร่วมกิจกรรม...

...ให้แต่งตัวยังไงก็ได้แต่ต้องสุภาพ...และควรใส่เสื้อสีขาว...ปกติที่เค้าแต่งมาคือสีขาวทั้งชุด...แต่แบบไม่จำกัด...

...ตู่ก็เกรงใจ...เอ้า...ไปก็ไป...พอไปถึงเค้าจัดกันที่หอประชุมโรงเรียนซึ่งมีบริเวณใหญ่พอสมควร...

...ปิดประตูมิดชิด...ที่หน้าห้องประชุมมีพนักงานของกลุ่มแต่งชุดสีขาวทั้งหมดนั่งอยู่ที่โต๊ะสามสี่คน...

...ญาติก็พาไปนั่งที่โต๊ะแล้วบอกให้เราลงทะเบียนค่ะ...

...ซึ่งในใจแล้วเรารู้สึกไม่พอใจทันทีแต่ไม่ได้แสดงออก...

...เพราะมันเหมือนกับมัดมือชกไม่ให้เราทันตั้งตัว...ซึ่งแต่แรกเราได้บอกแล้วว่าเราจะมาดูเฉยๆ...จะยังไม่ตัดสินใจ...

...การลงทะเบียนก็ให้เรากรอกชื่อนามสกุลและรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเอง...เสร็จแล้วส่งให้พนักงาน...

...แล้วเค้าก็จะถามว่าจะทำบุญเท่าไหร่...อันนี้ก็เป็นการเสียรู้ครั้งที่ 2...

...แต่เราก็ยินดีถือเป็นการทำบุญ...เค้าบอกว่าจะทำเท่าไหร่ก็ได้...แล้วแต่ศรัทธา...

...เดี๋ยวมาเล่าต่อนะคะ...พี่สิงห์...
      บันทึกการเข้า

i love pink, you are pink = i love you
too_ploenpit
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2514
คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 7,778

เว็บไซต์
« ตอบ #7065 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2555, 10:20:46 »


...ต่อนะคะ...

...หลังจากลงทะเบียนแล้ว...เค้าก็ให้ตู่นั่งรอสักพัก...

...ตอนนั้นก็สายๆประมาณ 10 โมงเศษแล้วค่ะ...เค้าคงเริ่มกิจกรรมตอนเช้าไปบ้างแล้ว...

...ญาติก็พาตู่ไปนั่งในห้องประชุม...ซึ่งมีคนนั่งอยู่เกือบเต็มห้องค่ะ...ทั้งหมดใส่เสื้อสีขาว...

...เค้าพาตู่ไปนั่งที่ๆสำหรับสมาชิกใหม่มีเบอร์กำกับด้วยค่ะ...ตอนนี้เค้านั่งพักกันค่ะ...ยังไม่มีกิจกรรม...

...สมาชิกแบ่งเป็น 2 ข้าง...ด้านซ้ายผู้หญิง...ด้านขวาผู้ชาย...

...ตรงเวทีทำเป็นที่บูชาซึ่งมองแล้วจะเป็นแบบจีนค่ะ...คงเป็นพุทธ...มหายาน...ค่ะ...

...ด้านข้างของที่นั่งทางซ้าย...จะมีผู้หญิงแต่งชุดขาวเหมือนเป็นแบบฟอร์มของทางสำนัก...

...ยืนเหมือนเป็นยามอยู่ข้างๆ...ยืนอยู่เป็นแถวทิ้งระยะห่างพอสมควร...

...ด้านขวาก็เหมือนกันค่ะ...มีผู้ชายแต่งชุดขาวยืนเป็นระยะๆ...

...ตู่มาถามญาติทีหลังว่าทำไมเหรอ...เค้าบอกเป็นองครักษ์ค่ะ...

...ดูแล้วมันรู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์มั้ยคะ...โอ้โห...ตู่รู้สึกว่าบรรยากาศมันอลังการยังไงๆชอบกลค่ะ...
      บันทึกการเข้า

i love pink, you are pink = i love you
Manop Klabdee
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


พอเพียง มีสติ เกิดปัญญา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2513 วศ. รุ่นที่ 54
คณะ: วิศวกรรมศาสตร์ แผนกวิชาวิศวกรรมโยธา
กระทู้: 11,641

« ตอบ #7066 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2555, 11:05:05 »

สวัสดีค่ะ คุณน้องตู่ ที่รัก

                         ฟังดูแล้วตามที่เธอเหล่านั้น มันเป็นพวกเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือทำให้หลงเชื่อ และขอเงินบริจาคในการทำบุญ ถ้าให้ตอบตรงๆ ก็พวกต้มตุ๋น โดยอ้างพุทธศาสนามาบังหน้า

                         อย่าลืมไม่ว่าหินยาน  มหายาน ก็มาจากคำสอนของพระพุทธองค์ ที่ไม่ให้เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือรอคอยความช่วยเหลือจากผุ้วิเศษ มันไม่มีหรอก เป็นเรื่องจิตใจเท่านั้น  และคนทั่วไปก็ชอบแบบนั้น เพราะไม่ต้องออกแรงเพียงแค่จ่ายเงินเท่านั้น   ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้หรอก พระพุทะองค์ไม่เคยสอนแบบนั้น

                          นี่คือพุทธศาสนาแนกรีต  ไม่ใช่พุทธศาสนาของสมณโคดม เช่นเดียวกับพุทธศาสนาแบบวัฒนธรรมไทย

                          อย่าลืมการทำบุญ ก่อนทำ  ขณะทำ และภายหลังทำ  จิตต้องเป็นมหากุศล มันถึงจะได้บุญจริง

                           ก็ดีแล้ว ที่เธอลองไปแบบนั้น ไม่เสียหาย  จะได้แบ่งความดี  กับ ความไม่ดีได้ แล้วเอามาใช้ประโยชน์ในภายหลังได้ ปัจจุบันแบบนี้มีแยะมาก  พี่สิงห์เคยปฏิเสธ  ก็มาว่าเราด้วย  อ้างโน่นอ้างนี่  ทั้งๆ ที่เราบอกไม่อยากยุ่ง ของอยู่เฉยๆ ดีกว่า

                            เดี๋ยวนี้ต้องระวังตัว  วัดส่วนมากมีแต่ขอให้เราทำบุญ โดยมีคำอ้างสารพัด เรื่องบุญ อานิสสงต่างๆ  เราต้องพิจารณาให้ดี ครับ

                            บ่ายนี้พี่สิงห์เดินทางไปนครศรีธรรมราช ครับ

                            สวัสดี 
      บันทึกการเข้า
too_ploenpit
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2514
คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 7,778

เว็บไซต์
« ตอบ #7067 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2555, 11:23:48 »


...ต่อค่ะ...

...เพื่อนของญาติที่ไปรับตู่ที่บ้านด้วยบอกว่ามาเริ่มวันนี้ก็ยังไม่สายเกินไป...

...เพราะที่งานยังไม่ได้ทำพิธีรับขัน(เขียนอย่างนี้หรือเปล่าไม่ทราบค่ะ...หรือรับขันธ์)...

...พอนั่งไปสักพักก็เริ่มรายการต่อไป...เป็นการบรรยายของอาจารย์คนนึงเป็นผู้หญิงค่ะ...

...ก็พูดเรื่องทั่วๆไปเกี่ยวกับการทำดี...อ้อ...ก่อนที่จะพูดหรือเริ่มพิธีอะไร...เค้าจะมีการสวดก่อนค่ะ...

...เหมือนเราสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย...แต่ของเค้าเป็นภาษาจีนค่ะ...

...รู้สึกว่าศาสดาของเค้าก็คือพระพุทธเจ้าค่ะ...แต่เค้าเน้นพระอาจารย์จี้กงค่ะ...

...เค้าให้หนังสือตู่มาเล่มนึงที่เป็นบทสวดอย่างง่ายๆ...เป็นบทสวดจีนแต่พิมพ์เป็นภาษาไทยค่ะ...

...แล้วก็ให้สมุดจดโน๊ตมาเล่มนึง...ไว้จดเล็คเช่อร์ที่อาจารย์บรรยายค่ะ...

...พอจบการบรรยายแล้ว...ก็มีการทรงร่างพระอาจารย์จี้กง...แล้วก็มาสั่งสอน...

...หาในอากู๋ก็มีค่ะ...แต่ไม่อยากเอาลงเพราะไม่อยากเผยแพร่...

...เสร็จแล้วทรงร่างนาจา...ลูกศิษย์ของอาจารย์จี้กง...เป็นร่างหญิงสาวแต่แต่งตัวแบบเด็กๆผู้หญิงจีน...

...เวลาพูดจาก็จะเป็นเหมือนเด็กๆผู้หญิงมาวิ่งเล่นไปมารอบๆพวกเรา...

...เค้าก็สอนธรรมให้เราฟังค่ะ...มีการยกตัวอย่างเช่นเอาท๊อฟฟี่มาอมใส่ปากแล้วคายออกมา...

...ปกติถ้าให้คนอื่นจะไม่กิน...แต่ถ้าท๊อฟฟี่นั้นมีคุณวิเศษสามารถรักษาคนให้หายจากโรคได้...

...คนที่เป็นโรคก็ต้องอยากกินใช่มั้ยคะ...แม้ท๊อฟฟี่นั้นจะสกปรกยังไง...

...เพราะกิเลสของมนุษย์...ยังไงๆก็ต้องอยากหายจากโรค...เป็นต้นค่ะ...

...ตู่ก็นั่งฟังไปเรื่อยๆ...แต่บางทีก็มีกดดันเป็นระยะๆ...

...เช่นจะถามคำถามแล้วให้บรรดาศิษย์ตอบ...ทุกคนต้องตอบและตอบดังๆ...

...เช่น...พระอาจารย์จี้กงจะช่วยให้ลูกทุกๆคนพ้นทุกได้...เชื่อหรือไม่เชื่อ...

...ทุกคนต้องตอบว่า...เชื่อ...ตู่ก็ต้องตอบว่าเชื่อค่ะ...เพราะเค้าจะดูทุกๆคนเลยว่ามีปฎิกริยาอย่างไรบ้าง...

...แต่บางทีตู่ก็พลาดตอนที่เค้าเอาลูกอมมาโปรยและบอกว่าเป็นลูกอมศักด์สิทธิ์ที่ช่วยรักษาโรคให้หายได้...

...พอเค้าอนุญาตให้แต่ละคนหยิบได้คนละ 1 เม็ดเท่านั้น...ทุกคนรีบออกไปแย่งกันหยิบ...

...แต่มีเพียงตู่คนเดียวค่ะ...ที่นั่งเฉยๆอยู่กับที่...

...ตู่ทำใจไม่ได้เลยค่ะ...
      บันทึกการเข้า

i love pink, you are pink = i love you
Manop Klabdee
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


พอเพียง มีสติ เกิดปัญญา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2513 วศ. รุ่นที่ 54
คณะ: วิศวกรรมศาสตร์ แผนกวิชาวิศวกรรมโยธา
กระทู้: 11,641

« ตอบ #7068 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2555, 11:28:05 »




                           ไม่มีอะไรในก่อไผ่  มีแต่พวกกระต่ายตื่นตูม และคนไม่รู้เรื่อง

                            ถ่าพายุลูกนี้ไม่มา  ปีหน้าขโมย  โจรจะแยะ เพราะต้นข้าวกำลังรอน้ำจากฟ้าอยู่ครับ นั่นปัญหาใหญ่ยิ่ง

                            มีสติ-สัมปชัญญะ  พิจารณาด้วยปัญญา  อยู่กับความจริง  อย่าไปกลัวน้ำ มันเลย

                            เรากำลังต้องการน้ำในการปลูกข้าว ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ

                            ผมการันตีให้ท่านไม่ได้ก็จริง  แต่บอกได้เลย  มันไม่เป็นแบบที่รัฐบาลท่านบอกหรอกครับ  ไม่เชื่อคอยดูผลกันที่จะตามมา

                             น้ำที่ท้วมเป็นเพราะเราไปอุดท่อกันหมด  ป้องกันไม่ให้น้ำเข้า แต่ลืมไปว่า แล้วน้ำมันจะออกอย่างไร  ผลคือ น้ำก็ท้วมตัวเมือง หรือเฉพาะจุดที่ถนนไปกั้นไม่ให้มันไหล  อันนี้ผมไม่รับรองเพราะว่า มีแต่คนไม่รู้เขาทำกันแบบนั้น

                             น้ำจะไม่ท้วมแบบหน้าน้ำ ที่ท้วมเป็นหน้ากลอง  แต่น้ำจะท้วมเพราะน้ำฝนที่ไหลลงแม่น้ำไม่ได้มากกว่า ครับ

                             คิดดูแม่น้ำเจ้าพระยาที่สิงห์บุรี มีเพียงครึ่งแม่น้ำ  แต่น้ำท้วมศาลากลาง  มันเป็นเรื่องขำ  โง่ สิ้นดี และมันก็เป็นเช่นนี้ในหลายพื้นที่ รวมทั้ง กทม. ด้วย  อันนี้ผมช่วยไม่ได้ครับ

                              สวัสดี
      บันทึกการเข้า
too_ploenpit
Cmadong ชั้นเซียน
*****


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2514
คณะ: รัฐศาสตร์
กระทู้: 7,778

เว็บไซต์
« ตอบ #7069 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2555, 11:43:13 »

...ต่อค่ะ...

...เสร็จแล้วพักเที่ยง...ทานอาหารเจ...มีอาหารอยู่ 2 อย่าง...เป็นแกงเจและหมูทอดเจ...

...ใส่ถาดมาพอประมาณ...และของหวานเป็นผลไม้คือ...แตงโม...

...และน้ำดื่มเป็นน้ำผลไม้...

...รู้สึกว่าที่นี่เค้าจะเน้นเรื่องอาหารเจเป็นพิเศษค่ะ...เค้าจะทานเจกันทุกมื้อ...

...และเอาความดีข้อนี้มาข่มเราตลอดเวลา...และเป็นข้ออ้างที่จะให้เราเห็นว่าของเค้าดีกว่าที่อื่นๆค่ะ...

...หมายถึงพวกสมาชิกนะคะ...เค้าจะคุยตลอดว่าของเค้ามีอาจารย์ที่มาบรรยายเป็น ดร.เกือบทั้งนั้น...

...และสมาชิกบางคนแม้แต่เคยบวชพระแล้ว...ก็ยังต้องมาเป็นลูกศิษย์ที่นี่ค่ะ...

...พอทานเสร็จเค้าก็ให้เราเข้าห้องประชุมต่อเลย...

...มีการบรรยายจากอาจารย์อีกท่านค่ะ...ก็เป็นการสั่งสอนธรรมะทั่วๆไปค่ะ...

...และก็พูดถึงคุณสมบัติของสมาชิกที่รับขันธ์แล้ว...จะรู้ความลับข้อนึงของสมาคม...

...เมื่อรู้แล้วห้ามบอกใคร...จะมีการรับขันธ์กันในชั่วโมงต่อไปค่ะ...

...ตอนนี้จะให้หยุดพักเข้าห้องน้ำ...

...ตู่ก็เลยโทรหาหมอบอกว่าให้มารับหน่อยค่ะ...เพราะตู่ไม่อยากเป็นสมาชิกของสำนักนี้...

...ทีแรกญาติจะไม่ยอมให้กลับค่ะ...บอกว่ารับขันธ์แล้วจะต้องเป็นสมาชิก...

...ตู่ต้องยืนยันว่ายังไม่ได้รับค่ะ...มานั่งฟังเฉยๆ...เค้าก็เลยยอมค่ะ...

...แต่เค้าบ่นหมอใหญ่เลยว่า...หมอไม่น่ามาเลย...ตู่กำลังจะได้เป็นสมาชิกอยู่แล้วเชียว...

...และว่าเราใหญ่เลยว่าสุดท้ายเราก็ยังไม่รู้อะไรเลย...

...ตู่บอกว่าตู่มีอาจารย์ของตู่อยู่แล้วค่ะ...

...และตอนหลังได้แนะนำญาติไปว่าถ้าจะทำบุญจริงๆก็ให้ไปทำแบบเดิมคือไปทำบุญที่วัดแล้วนั่งสมาธิเองก็ได้...

...ไม่จำเป็นต้องมาเข้าสำนักอย่างนี้ค่ะ...อย่างในกรณีของสำนักนี้ก็เหมือนสำนักทั่วๆไปที่เค้าต้องการหาสมาชิกเท่านั้นเอง...

...แต่รู้สึกว่าเค้ายังชอบแบบนี้อยู่...ก็ต้องปล่อยเค้าไปค่ะ...
      บันทึกการเข้า

i love pink, you are pink = i love you
Manop Klabdee
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


พอเพียง มีสติ เกิดปัญญา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2513 วศ. รุ่นที่ 54
คณะ: วิศวกรรมศาสตร์ แผนกวิชาวิศวกรรมโยธา
กระทู้: 11,641

« ตอบ #7070 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2555, 11:47:01 »

อ้างถึง
ข้อความของ too_ploenpit เมื่อ 04 ตุลาคม 2555, 11:23:48

...ต่อค่ะ...

...เพื่อนของญาติที่ไปรับตู่ที่บ้านด้วยบอกว่ามาเริ่มวันนี้ก็ยังไม่สายเกินไป...

...เพราะที่งานยังไม่ได้ทำพิธีรับขัน(เขียนอย่างนี้หรือเปล่าไม่ทราบค่ะ...หรือรับขันธ์)...

...พอนั่งไปสักพักก็เริ่มรายการต่อไป...เป็นการบรรยายของอาจารย์คนนึงเป็นผู้หญิงค่ะ...

...ก็พูดเรื่องทั่วๆไปเกี่ยวกับการทำดี...อ้อ...ก่อนที่จะพูดหรือเริ่มพิธีอะไร...เค้าจะมีการสวดก่อนค่ะ...

...เหมือนเราสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย...แต่ของเค้าเป็นภาษาจีนค่ะ...

...รู้สึกว่าศาสดาของเค้าก็คือพระพุทธเจ้าค่ะ...แต่เค้าเน้นพระอาจารย์จี้กงค่ะ...

...เค้าให้หนังสือตู่มาเล่มนึงที่เป็นบทสวดอย่างง่ายๆ...เป็นบทสวดจีนแต่พิมพ์เป็นภาษาไทยค่ะ...

...แล้วก็ให้สมุดจดโน๊ตมาเล่มนึง...ไว้จดเล็คเช่อร์ที่อาจารย์บรรยายค่ะ...

...พอจบการบรรยายแล้ว...ก็มีการทรงร่างพระอาจารย์จี้กง...แล้วก็มาสั่งสอน...

...หาในอากู๋ก็มีค่ะ...แต่ไม่อยากเอาลงเพราะไม่อยากเผยแพร่...

...เสร็จแล้วทรงร่างนาจา...ลูกศิษย์ของอาจารย์จี้กง...เป็นร่างหญิงสาวแต่แต่งตัวแบบเด็กๆผู้หญิงจีน...

...เวลาพูดจาก็จะเป็นเหมือนเด็กๆผู้หญิงมาวิ่งเล่นไปมารอบๆพวกเรา...

...เค้าก็สอนธรรมให้เราฟังค่ะ...มีการยกตัวอย่างเช่นเอาท๊อฟฟี่มาอมใส่ปากแล้วคายออกมา...

...ปกติถ้าให้คนอื่นจะไม่กิน...แต่ถ้าท๊อฟฟี่นั้นมีคุณวิเศษสามารถรักษาคนให้หายจากโรคได้...

...คนที่เป็นโรคก็ต้องอยากกินใช่มั้ยคะ...แม้ท๊อฟฟี่นั้นจะสกปรกยังไง...

...เพราะกิเลสของมนุษย์...ยังไงๆก็ต้องอยากหายจากโรค...เป็นต้นค่ะ...

...ตู่ก็นั่งฟังไปเรื่อยๆ...แต่บางทีก็มีกดดันเป็นระยะๆ...

...เช่นจะถามคำถามแล้วให้บรรดาศิษย์ตอบ...ทุกคนต้องตอบและตอบดังๆ...

...เช่น...พระอาจารย์จี้กงจะช่วยให้ลูกทุกๆคนพ้นทุกได้...เชื่อหรือไม่เชื่อ...

...ทุกคนต้องตอบว่า...เชื่อ...ตู่ก็ต้องตอบว่าเชื่อค่ะ...เพราะเค้าจะดูทุกๆคนเลยว่ามีปฎิกริยาอย่างไรบ้าง...

...แต่บางทีตู่ก็พลาดตอนที่เค้าเอาลูกอมมาโปรยและบอกว่าเป็นลูกอมศักด์สิทธิ์ที่ช่วยรักษาโรคให้หายได้...

...พอเค้าอนุญาตให้แต่ละคนหยิบได้คนละ 1 เม็ดเท่านั้น...ทุกคนรีบออกไปแย่งกันหยิบ...

...แต่มีเพียงตู่คนเดียวค่ะ...ที่นั่งเฉยๆอยู่กับที่...

...ตู่ทำใจไม่ได้เลยค่ะ...


สวัสดีค่ะ คุณน้องตู่ ที่รัก

                          เธอยังทำใจไม่ได้  เพราะเธอเห็นในสิ่งที่เธอไม่ชอบ  มันงมงาย  มันหลงกันไปใหญ่แล้ว  ไม่เป็นความจริง  มันก็ย่อมเป็นเช่นนั้น  แต่ถ้าเธอมีสติ  ให้ดูอารมณ์ที่เกิดขึ้น ตินนั้นซิจะมีประโยชน์ต่อเธอมากๆ จิตมันจะได้จำไว้ เพราะอารมณืที่เกิดนั้น มันมีเหตุ-ปัจจัย ในสิ่งที่เธอประสบ และไม่ถูกใจ  นี่จะเป้นประโยชน์โดยตรง และรู้ซื่อ ๆ ครับ

                          เรื่องทางโลกนั้น มันมีอะไรแยะมากที่เราเห็นแล้ว  ไม่ชอบ  ไม่พอใจ อยากจะ....... อีกมาก ทำไปก้เท่านั้น ไม่ทำก้เท่านั้น ปล่อยให้อารมณ์มันเกิดขึ้น เฝ้าดู  ศึกษามัน เก็บเอาไว้ดีกขาเองแหละ

                           พี่สิงห์ต้องไปสนามบินดอนเมืองแล้วครับ

                           สวัสดี
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,521

« ตอบ #7071 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2555, 13:06:13 »

พี่ตู่ครับ

รับฟังมาตลอดเวลา ขอบอกว่า เป็นนิกายของชาวไต้หวันครับ

ที่คนไทยงี่เง่าไปตาม โดยเชื่อว่าหากหาสมชิกได้จะเป็นบุญ เป็นกุศล หลายๆ

ทั้งที่ความจริงคือ เขาจะมีรายได้จากการบริจาคทุกครั้งที่จัดกิจกรรมเพิ่มเติมจากสมาชิกที่เพิ่มขึ้นด้วยนั่นเอง

นครปฐมก็มีสำนักอยู่ที่ตำบลตาก้อง ตำบลมาบแค (ที่ตั้งของวัดพะเนียงแตก และวัดตาก้อง) ทางไปอำเภอดอนตูมนั่นเองครับ

แต่งขาว กินเจ สวดและมีองค์ลงสั่งสอน เหมือนกันไม่มีผิด และที่สุดจะให้ลงชื่อบริจาคทรัพย์สินที่มีให้กับนิกายนี้ครับ

เขาจะเชิดชูองค์ลง หรือเจ้าของนิกายเป็นเสมือนเทพเจ้าทีเดียว มีการ์ดดังที่พี่ตู่บอกมาข้างต้น

เชื่อว่า ตะเวนตั้งสาขา เพื่อหาสมาชิกเพิ่ม เพื่อรายได้ของนิกายนี้ครับ

เรื่องมาแตกก็ตอนที่ มีสาวกของนิกายนี้เสียชีวิต

โดยนิกายนี้จะเข้ามาจัดงานศพแทนญาติ แบบกีดกันญาติออกไปจากงาน อ้างว่าเป็นคำสั่งเสียของสมาชิก

จากนั้นก็อ้างเอกสารดังกล่าวเพื่อบังคับเอาทรัพย์สินของผู้ตาย ตามเอกสารที่ลงชื่อไว้

ซึ่งญาติไม่ยอม จนต้องตามกำนันผู้ใหญ่บ้านมาช่วย

พินัยกรรมหรือหนังสือต้องเป็นแบบที่ชัดเจน หรือเป็นพินัยกรรมฝ่ายเมือง ซึ่งกำนันผู้ใหญ่บ้านจะรู้อยู่แล้ว

ครั้งต่อไป หากมีมาอีก พี่ตู่บอกปฎิเสธทั้งการให้ที่พักและการไปร่วมงานได้เลยครับ...นิกายอุบาทแบบนี้

เรื่องแบบนี้ เชื่อว่าอยู่ในการจับตาของส่วนราชการที่เกี่ยวกับความมั่นคงของไทย
      บันทึกการเข้า
Manop Klabdee
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


พอเพียง มีสติ เกิดปัญญา
ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: 2513 วศ. รุ่นที่ 54
คณะ: วิศวกรรมศาสตร์ แผนกวิชาวิศวกรรมโยธา
กระทู้: 11,641

« ตอบ #7072 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2555, 13:16:02 »

สวัสดีครับ คุณเหยง

                         อยู่ที่สนามบินดอนเมือง

                         ขอบคุณที่ให้ความกระจ่าง ครับ

                         พระพุทธองค์ ก็ทรงสอนเอาไว้ ให้มีสติ  ใช้ปัญญา  อย่าไปหลงเชื่อในสิ่งที่งมงาย  แต่คนไทยชอบ  มีให้เห็นแยะครับ

                         สวัสดีครับ
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,521

« ตอบ #7073 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2555, 13:18:14 »

อีกประการหนึ่ง

ที่พี่บอกเรื่องลูกอม เป็นเรื่องงมงายจริงๆ ลูกอมรักษาโรคได้อย่างไร มีแต่เพิ่มน้ำตาลในเลือด!!

พระที่มีวิชาในอดีพ อาทิ หลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม, พ่อท่านคล้าย จังหวัดนครศรีธรรมราช

ชานหมากของท่าน ผู้คนอยากได้ เพราะเคี้ยวไป ให้ศีล-ให้พร สวดมนต์ไป ชานหมากจึงถือว่ามีพุทธคุณ

ท่านเคี้ยวหมาก จนหมากยุ่ยหมด เมื่อคายออก ท่านจะบีบจนแห้งและจะห่อด้วยทองแผ่น มอบให้ศิษย์ไปเลี่ยม

เท่าที่ผมทราบมา วันหนึ่งๆ มีชานหมากคายออกมาช่วงก่อนฉันเพล และช่วงก่อนจำวัดเย็นเท่านั้น

ไม่รู้จักจริง ไม่ให้ด้วยซ้ำ และไม่เคยอวดอ้างด้วยครับ ผมได้มาเพราะน้องชายที่นครปฐมขอให้ 1 ชิ้นเท่านั้น

ไม่ได้ให้นำเข้าปากเพื่อเคี้ยว หรือกลืนกินต่อ เพื่อรักษาโรค

ที่อยากได้เพราะหมากอยู่ในปาก ท่านให้ศีลให้พร หรือสวดมนต์ตลอดเวลา ถือว่าเป็นวัตถุมงคล เท่านั้นครับ
      บันทึกการเข้า
เหยง 16
Cmadong อภิมหาอมตะเซียน
******


ออฟไลน์ ออฟไลน์

รุ่น: rcu2516
คณะ: เภสัชศาสตร์ 2516
กระทู้: 23,521

« ตอบ #7074 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2555, 13:25:42 »

พี่สิงห์

ประเทศเรามีหลายนิกายเหลือเกิน


ส่วนใหญ่มักจ้องดูดทรัพย์ของสาวก ไปเป็นของตัวเอง ดังเช่นนิกายดาวเทียม ที่ปทุมธานี

เราเคยเห็น สะพาน โรงเรียน สถานีอนามันหลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง มีเห็นทั่วไปทั้งในจังหวัดสิงห์บุรีและใกล้เคียง

แต่เราไม่เคยเห็นของวัดนิกายดาวเทียม แม้แต่ที่เดียว เว้นแต่ในวัดนั้นที่ใหญ่โตโอฬารแห่งเดียวเท่านั้น

ทั้งที่ยอดบริจาคมากมายเหลือคณานับ...ไม่ทราบเอาไปลงทุนในตลาดหุ้นหรือเปล่า ??
      บันทึกการเข้า
  หน้า: 1 ... 281 282 [283] 284 285 ... 681   ขึ้นบน
  
กระโดดไป:  

     

ทำไมหอพักนิสิตจุฬาจึงเป็นดินแดนมหัศจรรย์            " ไม่ได้เป็นแค่หอให้นอนพัก  แต่เป็นบ้านอบอุ่นรักให้อาศัย  ไม่เป็นแค่ที่ซุกหัวยามหลบภัย  แต่สร้างใจให้เข้มแข็งแกร่งการงาน"  <))))><